--- title: ฝึก Revoice + PE (ห้องเรียนสกลฯ ) มาตรฐานสากลด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล อ.ธิดารัตน์ วันที่ 1 ธ.ค. 2565 ปลา subtitle: date: วันพุธที่ 7 ธันวาคม 2565 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์ธิดารัตน์) อันนี้จะมีประเภทอะไรบ้าง นั่นเองนะคะ อาจารย์พูดหน้าห้องกับนักเรียนนะคะ ก็จะเป็นผู้ส่งสารแล้วก็ไปทางก็จะเป็น เช่นเดียวกันในการสื่อสารโดยระบบคอมพิวเตอร์นะคะ ก็จะมีผู้ส่งแล้วก็ผู้รับเงินเองนะคะ Center กับ visible นะคะ แน่นอนนะคะ การใช้การสื่อสารนะคะ ในคอมพิวเตอร์ก็ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์นะคะ เวลาเราใช้คอมพิวเตอร์อาจจะทำการบ้านนี่หรือว่าส่ง Facebook คุยกับเพื่อนนี่มันก็ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต้นทางกับปลายทางถูกไหมคะ ที่เราจะส่งข้อมูลหากันดังนั้นคอมพิวเตอร์ของผู้ส่งเขาจะอยู่ฝั่งที่ผู้ส่งและผู้รับภาษาที่ใช้ในการสื่อสารในห้องแลปมีสายที่อยู่หลังเครื่องคอมก็จะเป็นสายแลนนะคะ ที่เป็นเส้นขาวในการเชื่อมต่อเนื่องเองคราวนี้สื่อกลางก็คือทรานซิชัน Media ตรงนี้ก็จะเป็นสายหรืออากาศที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างกันนะคะ เราจะมาดูว่าขอพูดไปเมื่อกี้ลืมตามชื่อตัวการสื่อสารแล้วก็ critical Royal จากที่เรียนไปสัปดาห์ที่แล้วเราจะมีตัวClass กับ C T I Cแผนที่ล่าสุดก็คือฉันจะเป็น Crystal คือมองภาพลองได้นะคะใช้ทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์พี่เอาสายเสียบข้างหลังเพิ่มเติมตัวฟังก์ชันนะคะ ของตัวสายสื่อสารขึ้นมาก็จะมีทั้งหมด 4 อัน ที่จะนำมายกตัวอย่าง แล้วก็นำมาสอนนะครั้งนี้ ก็จะมีมาตรฐาน 7 4 มาตรฐาน IEEE 802.5 สถานี ediนะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูแต่ละตัวแต่ละมาตรฐานนะครับ ว่ามันมีคุณลักษณะแตกต่างกันอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ เราจะมาดูมาตรฐาน IEEE ตัวแรกของเรา 802.3 นะครับ จะเป็นการส่งข้อมูลสื่อสารทั่วไปของตัวอินเทอร์เน็ตนั่นเอง โดยจะแบ่งเป็นย่อย ๆ ตามนี้ พูดง่าย ๆ มันจะมีตัวอักษรด้านหน้านะคะ เพื่อแบ่งเป็นเพศ และก็ตัวเลขหรือว่าตัวอักษรด้านหลังนะคะ เพื่อแบ่งเฉพาะรายละเอียดลงไปอีก อย่างตัวแรกนะคะ 11 Fight นะคะ หรือว่าตัว Original 802.3 นะคะ ก็จะเป็นการสื่อสารพวกอินเทอร์เน็ตทั่วไปนะคะ ถัดมาอันที่ BASE หรือว่าซิมเน็ตนะคะ อันที่ 3wallet SizeHi Siriล่าสุดท้าย centrica ตัวบอทแบนนะคะ อันนี้เราจะไม่ได้ลงลึกไปทั้งหมด จะเลือกมาแค่บางตัวมาตรฐานนะคะ เพื่อระบุแต่ละตัวที่มันใกล้ตัว แล้วก็คิดว่านักศึกษาน่าจะได้ใช้งานในชีวิตจริงมากที่สุดนั่นเองนะคะ เดี๋ยวเรามาดูตารางนะคะ ของตารางของสายมาตรฐาน 10 BASE ของเรา ดูง่าย ๆ นะคะ ของเรานี่ จะมีสายที่เราใช้งาน ส่วนมากก็จะเป็นถ้าในห้องแล้วก็จะเป็นสายแลนนะคะ ในการสื่อสารของเรา สายแรงก็จะแบ่งประเภทอีกว่าเป็นร้านแบบไหน สายที่มันคลุมในการป้องกันการรบกวนของสัญญาณหรือเปล่า แล้วก็มีสายโคแอกเชียลนะคะ 2 แบบแล้วก็แบบบิดเกลียวแล้วก็ไม่มีเกลียว มันจะแยกเฉพาะของสายลงไปอีก ว่ามีอะไรอันนี้ก็จะเป็นลักษณะตาราง ให้บอกความเปรียบเทียบนะคะ เมื่อกี้มีสายโคแอกเชียล แล้วที่ต่างกันก็คือเทคนิคการส่ง อันนี้แยกประเภทลงไปอีกนะคะ ว่ากรณีเราส่งนี่ ส่งเป็นแบบวิธีไหน ค่าความถี่ไหมถือว่าเป็นช่วงเวลาไหน อัตราความเร็วอยู่ที่เท่าไร แล้วก็ระยะทางนะคะ สูงสุดที่สามารถส่งตัวข้อมูลไปได้ โดยไม่ต้องใช้ตัวกระจายสัญญาณหรือว่าตัวเพิ่มสัญญาณขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง อันนี้ก็จะเป็นตารางคร่าว ๆ นะคตะ เราจะมาทบทวนอีกรอบหนึ่งให้ดูเพราะว่าถ้าจะเรียนละเอียดก็คือแล้วต้องเรียนตั้งแต่เทคนิคการส่งสัญญาณของแต่ละตัวแล้วก็มาดูประเภทอีกอันนี้ก็จะเป็นตารางสรุปรวมให้ดูนะกันนะคะ เดี๋ยวจะให้ไปจำเอานะคะ ว่าตัวไหนที่ให้ระยะทางสูงที่สุดนะคะ สังเกตง่าย ๆ แต่แลนกับโคเอกเชียลนี่ จะให้การส่งสัญญาณระยะทางที่ไกลกว่าอยู่ที่ 3600 กิโลเมตรนะคะ อัตราความเร็วนะคะ 10 Mbps การส่งข้อมูล แล้วก็จะมีตัวรูปแบบเทคนิคการส่งนะคะ เป็น VPSK มันก็แยกประเภทลงไปอีก อันนี้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบมาให้ดูเบื้องต้นก่อน ถัดมานะคะ มาตรฐาน ieee 802.4 เป็นมาตรฐานแบบ token Bus เป็นการสื่อสาร 3 แบบ บอร์ดแบนนะคะ แล้วก็สายไฟเบอร์ออฟติก เราเรียนเครือข่ายมาแล้ว การเชื่อมต่อพวก bud พวก ring น่าจะได้เรียนมาแล้วนะ คุ้น ๆ ไหม หรือว่าคืนอาจารย์ไปหมดแล้วแล้วเข้าสาย Lan แล้วเดี๋ยวมันจะคุ้น ๆ นะคะ บอร์ดแบน สายโคแอกเชียล ไม่แน่ใจว่าในแล็บ ตัวเครือข่ายเราได้มีได้ดูสายโคแอกซ์กันหรือเปล่า ได้ดูไหม เรียนออนไลน์ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะมีสไลด์ให้ดูไม่มีการส่งสัญญาณที่แตกต่างกัน งานบวชจะเป็นสายแลนสายโคแอกซ์รั่วสายไฟเบอร์นี่เขาสามารถที่จะมีการส่งสัญญาณที่อัตราความเร็วที่แตกต่างกันได้ ตามอุปกรณ์ที่รับแล้วก็ส่งเช่นเดียวกัน แล้วก็ช่องทาง bandwidth bandwidth ก็คือช่องทางที่สามารถส่งข้อมูลไป เข้าใจคำว่า bandwidth อยู่นะ ความกว้าง เหมือนถนนในกาลเวลาเราขึ้นถนนไปปลายทาง bandwidth ก็คือความกว้างของถนนที่เราจะส่งข้อมูลไปก็เหมือนรถนี่มันขี่ได้กี่คันได้เส้นหนึ่ง คือ กว้างยาวขนาดไหนในการส่งข้อมูล ไม่งงนะ งงให้ถามนะคะ ทัดมานะคะ แคริเออร์แบนด์นะคะ ก็คือเป็นบอร์ดแบนก็คือตัวข้างบนนี่ช่องทางเดียวนะคะ มีช่องทางเดียวต่อ 1 สาย เหมือนถนนมีเส้นเดียว แล้วสามารถขับได้แค่คันเดียว เหมือนขับอยู่ในซอย ไม่งงนะราคาสายจะถูกลง เพราะความกว้าง bandwidth มันก็จะน้อยลงนะคะ แล้วก็สามารถเลือกอัตราความเร็วได้ ว่าจะขี่ เหมือนเราขับรถนี่ เราจะส่งที่อัตราความเร็วเท่าไร อันนี้ก็สามารถส่งตามประกาศของเราที่เราด้วยได้นั่นเอง ว่าจะสามารถส่งที่ความเร็วเท่าไหร่นั่นเอง อันที่ 3 ก็จะเป็น Fiber oftic นะคะ ที่เอามาใช้แทน 2 ตัวนี้ อาจจะความเร็วเราก็จะเห็นว่าไฟเบอร์จะมีอัตราความเร็วที่สูงขึ้นนะคะ มันก็จะเป็นสายแลน โคแอกเชียล แล้วก็ไฟเบอร์ตามคุณภาพคงจะสายส่ง แล้วก็สามารถใช้กับสายแลน แบรนด์เครือข่ายอันนี้ข้ามไปก่อนแล้วกันที่สตาร์ก็คือใช้กับตัวเครือข่ายของเราได้นั่นเองนะคะ โอเค Token bus ของเรา ก็จะมี 3 แบบนะคะ หรืิอถ้าเรามาทำเป็นตารางสรุป 2 อันนี้จะเป็นตัวโคแอกเชียล อันนี้เป็นไฟเบอร์ออฟติก ที่บอกไปไฟเบอร์จะให้อาจารย์คมเร็วที่ระยะส่งค่อนข้างสูงที่สุดนะคะ แต่ว่าข้อดีข้อเสียของแต่ละชนิดแตกต่างกันไป เดี๋ยวเราจะพูดแยกแต่ละประเภทข้อดีอะไรข้อเสียอะไรและไฟเบอร์ออฟติกข้อดีอะไรข้อเสียอะไรนั่นเองนะคะ อันนี้ก็คือเทคนิคการส่งสัญญาณ ปกติโคแอปเชียล จะมีค่าความต้านทานมาตรฐานอยู่ที่ 75 องค์ มาตรฐานคืออะไร ในกรณีที่เราใช้สาย 12 เดนนี่มันสายไฟนี่มันมีค่าทางต้านทานเวลาสูงว่าจะเป็นเสี่ยงหรือว่าถ้าเป็นสายไฟมันก็คือสายไฟฟ้าก็คือค่าสถานะเองก็จะคำนวณว่ากี่โอห์ม แล้วก็ส่งได้เท่าไร คราวนี้ เทคนิคในการส่งสัญญาณมันก็จะมีหลายแบบ เอ็งก็จะเป็น adjudication นะคะ เขานะคะ หรือว่าจะเป็นรีเจนซี่ ก็จะเป็นเทคนิคการส่งสัญญาณอีกนะคะ อันนี้เราเรียนเป็นภาพรวมนะเราไม่ได้เรียนเป็นรายละเอียดของเทคนิคการส่งสัญญาณอาจารย์จะขอไม่ได้อธิบายรายละเอียดทั้งหมดพี่ไม่เชื่อการส่งสัญญาณเทคนิคแบนแล้วก็ไฟเบอร์ออฟติกนะคะ แล้วก็อัตราความเร็วที่สามารถส่งได้นั่นเอง ก็จะเห็นว่าไฟเบอร์นี่จะดีที่สุดนั่นเอง ระยะทางนะคะ ถ้าเป็นไฟเบอร์ออฟติกนะคะ ที่ความเร็วนะคะมากที่สุด ก็จะได้ที่สูงที่สุดแต่ตอนนี้ยังไม่ได้ปรับแก้นะคะ ถามได้นะ อันไหนงง ถัดมาเป็นมาตรฐาน ieee 802.5 นะคะ 802.5 ก็จะเป็นสายคู่บิดเกลียว ตามชื่อนะคะ สายคู่บิดเกลียวแบบที่ 2 ลักษณะก็คือสามารถส่งที่อัตราความเร็วที่ 1 แล้วก็ 4 mbps เป็นแลนแล้วก็โทเค็นริงถ้าเป็นมัดก็คือเป็นสายแล้วก็เป็นอุปกรณ์ต่อเสียบเข้าไปในตัวสวิตช์หรือฮับ หรือเราเตอร์นะ Busไม่งงนะ ถ้าเป็นริง ก็คืออุปกรณ์ทุกตัวต้องต่อเชื่อมกัน เวลาไหนร่ม ก็จะร่มทั้งระบบ คุ้น ๆ นะ ให้คุณถามได้นะมาตรฐานหนึ่งที่เรามาใช้ก็คือมาตรฐานของ ibm พวกบริษัทนะคะ ที่ผลิตเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นะคะ ในระบบเครือข่ายด้วย ต่าง ๆ คมนาคมนะคะ สายสื่อสารของเรา ถ้ามีเลือก 2 แบบ คือแบบไม่มีชีล แบบไม่มีชิล มีอัตราความเร็วในการส่งข้อมูลเช่นเดียวกันนะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูจานถัดมานะคะ ที่ใช้เปรียบเทียบ อันนี้ก็จะเป็น 802.5 นะคะ คู่มีเกี่ยวนะคะ แล้วก็ตัวของ IBM แบบมีเกลียว แล้วก็แบบไม่มีเกีลยว บางคนจะสงสัยว่าสายส่งสัญญาณทำไมมีทั้งแบบมีเกียร์แล้วก็ไม่มีเกลียว กรณีที่มันมีสีเดียวกันเพื่อลดสัญญาณรบกวนนะคะ ปกติเวลาส่งสัญญาณข้อมูล มันก็จะเป็นสายที่มันคู่ขนานกันไปเรื่อย ๆ นะคะ ถ้ามีการคู่ตีเกลียวขึ้นมา ก็จะช่วยลดสัญญาณรบกวนระหว่างช่องสัญญาณที่อยู่ข้าง ๆ นั่นเอง นะคะ ในการส่งข้อมูล อันนี้ก็จะเป็นเทคนิคนะคะ แล้วก็จะเป็นอัตราความเร็ว แล้วก็จำนวน repeater จำนวน repeater ก็คือกรณีเราส่งสัญญาณข้อมูลนี่เข้ามานะคะ แล้วข้อมูลนี้เราสามารถส่งที่ระยะทางเท่าไร มองภาพง่าย ๆ เวลาเราส่ง ให้มองภาพง่ายที่สุด ถ้าเราจะเข้าใจก็จะเป็นแบบองค์การโทรศัพท์ แล้วก็จะมีการชุมสายทุกที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็เหมือนกันมันจะมีจุดพักสัญญาณเช่นเดียวกันว่าจะเป็น Tot ทีบอดแบน CAt Telecom ความแตกต่างที่มันก็จะมีชุมสายในการกระจายสัญญาณเช่นกันว่าส่งสัญญาณมาถึงระดับนี้แล้วช่วงนี้ตู้พักกระจายสัญญาณที่จุดใด เพื่อการเชื่อมสัญญาณเพื่อให้สัญญาณมันชัดเจน แล้วก็ส่งไปยังปลายทางได้ครบข้อมูลที่จากผู้ส่งนั่นเองนะคะ อันนี้ไม่ได้ระบุตัว repeater เข้ามา ระยะทาง อันนี้ทน repeater ที่สูงสุดนะคะ ที่เราสามารถส่งตามอัตราความเร็ว แล้วก็ตัวสัญญาณนะคะ ให้ถึงปลายทางได้นั่นเอง ถัดมา ตัวที่ 3 ของเรา มาตรฐาน fddi นะคะ ตามชื่อ ก็จะเป็นไฟเบอร์ (Fiber Distributed Data Interface จะเป็นโปรโตคอลของตัวแลนคือจะขอเล่นด้วยของเราแบบToken Ringมีอัตราการส่งข้อมูลที่ 100 นะคะ เมกะบิตเปอร์เซ็นต์ มันก็จะเยอะกว่าเมื่อกี้ถูกไหม อันนี้ก็จะเพิ่มขึ้นนะ เป็น 100 นะคะ แล้วก็จะดูตารางนี่ อัตราความเร็วจะเพิ่มขึ้นนะคะ แต่เทคนิคการสัญญาณในการส่งมันจะต่ำ fddi ชื่อแต่ตัวเองก็ยังไม่จากไฟเบอร์ที่บอกว่าไฟเบอร์จะส่งสัญญาณได้ระยะไกลกว่าแล้วก็สัญญาณดีกว่านะคะ repeater แล้วก็ระยะทางด่วนลูก 200 เมตรก็จะเป็นตัวเพื่อตัวสัญญาณทำให้สัญญาณที่ชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเอง งงกันไหม ถ้าเงียบ ๆ อาจารย์ถือว่าเข้าใจนะ ถ้าไม่เข้าใจยกมือถามได้นะ คราวนี้เราจะมาดูประเภทตัวกลางสื่อสาร ประเภทของมันก็จะมีแบบ wire ก็คือมีสาย Wireless ก็คือไม่มีสายนะ ตามชื่อเลย ก็จะมีสายแบบไหนบ้าง twist pair ก็จะเป็นฟันคู่ตีเกลียว Asia Fiber Optic แล้วก็ผิดสเปคสเปคพวกอากาศที่เราส่งสัญญาณไปหากันพวก WiFi นะคะ หรือว่าใช้สัญญาณดาวเทียม authena ต่าง ๆ ต่าง ๆ ก็อยู่ในประเภทนี้นะคะ เป็น unguide เรามาดูต่อสายสื่อสารนะคะ แบบใช้สายนะคะ ที่มีท่อนำ ก็นำก็คือมีอุปกรณ์เหมือนเรามีถนนเดินทางไปก็จะมีการเชื่อมอุปกรณ์นะคะ จากต้นทางไปยังปลายทาง อุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกอุปกรณ์หนึ่งนะคะ โดยมีจุดเที่ยวแล้วก็ไฟเบอร์ออฟติก คือจะเป็นสามัญที่พูดไปอยู่ฝั่งขวาที่เป็นไวน์นะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูอันแรกของเรานะคะ ที่มีสายส่งของอุปกรณ์ ตัวสายคู่พันเกลียวนะคะ อย่างเหมือนสายแลน สมมติเราแกะออกมา แล้วจะเห็นว่ามันจะตีเกลียวคู่กัน Network น่าจะได้เรียนแล้ว อันนี้อาจารย์ขอน่าจะสอน insulator ก็คืออุปกรณ์ที่เป็นฉนวนหุ้ม ของตัวสายทองแดงที่อยู่แต่ละคู่ นั่นเองนะคะ เดี๋ยวเราดูต่อนะ สายคู่ตีเกลียวจะมี 2 อัน utp กับ stp u ก็คือ Unshil Yจิวก็คือไม่มีตัวเขาเรียกเป็นตัวคุ้มอีกรอบหนึ่ง เพื่อช่วยลดสัญญาณลดทอนนะคะ scp ก็จะเป็นตัวหุ้มตรงนี้อีก 1 อันตรงนี้นะคะ ลักษณะก็จะต่างกัน สายแลนของเราจะเป็นสายแรกของเราสามารถใช้เป็น GPS ธรรมดา ที่อยู่ในห้องถ้าไม่ใช่อยู่ในอุปกรณ์ที่ต้องการส่งข้อมูล แล้วไม่มีสัญญาณรบกวนนะคะ ถ้าต้องการมีตัวคิดว่าตัวสัญญาณรบกวนนะคะ ก็จะเป็นตัว stp ของเรา อันนี้ก็จะเป็นลักษณะของสายแลน ที่เราเห็นใช้ทั่วไปจะเป็นตัวนี้นะคะ เข้าสายน่าจะเรียนมาแล้วนะ OK เดี๋ยวหมดแล้วแปลว่ารู้ว่าเข้าสายด้วยคู่ไหนเป็นต่อตรงต่อคอร์สถูกนะ สลับสายกันอย่างไร สีอะไร อันนี้เป็นชิว แล้วก็อันชิว มันจะเป็นเหมือนฟอย ป้องกันไว้อีกรอบหนึ่งว่าทั่วไปที่เราใช้ไม่ค่อยเห็นนะคะ แล้วก็จะใช้กับอุปกรณ์ที่เฉพาะนิดหนึ่ง แล้วก็ราคาก็จะเพิ่มขึ้น อันไหนที่มันมีคุณภาพดีกว่า แน่นอนราคาก็จะสูงขึ้น สุขภาพก็ดียิ่งขึ้นตามไปด้วยนั่นเองนะคะ ไม่ไป