﻿1
00:00:04,251 --> 00:00:08,251

2
00:00:11,006 --> 00:00:15,006
ครูเห็นสิ่งที่นักศึกษาอาจจะใช้

3
00:00:15,753 --> 00:00:16,887
ได้ตัวนะคะ

4
00:00:16,887 --> 00:00:19,558
เราก็จำมา

5
00:00:19,558 --> 00:00:20,544
ตีกรอบว่าแต่ละประเภท

6
00:00:20,544 --> 00:00:24,544
นี่ เขาจัด

7
00:00:29,332 --> 00:00:31,907
อยู่ในตัวมาตรฐานอะไรนั่นเอง

8
00:00:21,173 --> 00:00:25,173
อย่างรูปภาพนะคะ อย่างที่บอกไปการสื่อสารนะครับ เหมือนอาจารย์พูดหน้าห้องกับนักเรียนนะคะ

9
00:00:35,316 --> 00:00:37,625
เราจะเป็นผู้ส่งสารปลายทางก็จะเป็นนักศึกษาทุกคน

10
00:00:37,625 --> 00:00:40,467
เช่นเดียวกัน ในการสื่อสาร

11
00:00:40,467 --> 00:00:42,387
ในระบบคอมพิวเตอร์ก็จะมีผู้ส่งแล้วก็พูด

12
00:00:42,387 --> 00:00:46,387
รับนั่นเองนะคะ

13
00:00:50,786 --> 00:00:56,164
S

14
00:00:42,951 --> 00:00:46,951
ender กับ Reciever นะคะ แม่นอนนะคะ การใช้งานการสื่อสาร

15
00:00:49,664 --> 00:00:50,444
ในคอมพิวเตอร์

16
00:00:50,444 --> 00:00:54,444
ก็ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ถูกไหมคะ เหมือนเวลาเราใช้คอมพิวเตอร์นะคะ ทำการบ้าน

17
00:01:00,078 --> 00:01:04,078
หรือส่ง Facebook Relationship คุยกับเพื่อนมันก็ต้องมีอุปกรณ์

18
00:01:04,177 --> 00:01:06,460
คอมพิวเตอร์ต้นทางกับปลายทางที่เราจะส่งข้อมูลหากัน

19
00:01:06,460 --> 00:01:07,331
ดังนั้น คอมพิวเตอร์ของผู้ส่ง

20
00:01:07,331 --> 00:01:11,331
ก็จะอยู่ฝั่งที่ผู้ส่ง

21
00:01:12,369 --> 00:01:15,077
แล้วก็พูดดังนั้นสายที่จะ

22
00:01:15,077 --> 00:01:15,287
ในห้องแลบตัวนี้สายที่อยู่

23
00:01:15,287 --> 00:01:19,287
เครื่องคอมก็จะเป็นสายแลนที่จะเป็นเส้นขาว ๆ ในการเชื่อมต่อนั่นเอง คราวนี้

24
00:01:20,607 --> 00:01:23,122
สื่อกลาง

25
00:01:23,122 --> 00:01:26,942
ก็คือ Translation Media ก็จะเป็น

26
00:01:26,942 --> 00:01:30,942
สาย

27
00:01:32,612 --> 00:01:33,232
หรืออากาศที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างกัน

28
00:01:33,232 --> 00:01:35,812
เราจะมาดูว่า

29
00:01:35,812 --> 00:01:39,607
เดี๋ยวขอพูดไปเมื่อกี้ลืม

30
00:01:39,607 --> 00:01:43,607
ตามชื่อ

31
00:01:48,419 --> 00:01:50,155
ตัวกลางสื่อสารแล้วก็ visible จากที่เรียนไปสัปดาห์ที่แล้วเราจะมีตัว

32
00:01:50,155 --> 00:01:51,774
OSI layer กับ

33
00:01:51,774 --> 00:01:52,313
TPC/IP

34
00:01:52,313 --> 00:01:54,652
ฉันที่ล่างสุด

35
00:01:54,652 --> 00:01:58,549
คือมองภาพได้จับต้องได้นะคะ

36
00:01:58,549 --> 00:02:02,549
ก็ใช้การเชื่อมต่ออุปกรณ์ก็คือชั้นที่เอาสายแลนเสียบข้างหลัง

37
00:02:09,396 --> 00:02:09,984
ก็จะเรียกเป็นเข้าหรือในการเสียบแล้วก็ส่งข้อมูลนั่นเอง

38
00:02:09,984 --> 00:02:13,984
สายฉีดสารมาตรฐานของเรานะคะ อันนี้เป็นการ

39
00:02:18,351 --> 00:02:21,093
หลัก ๆ ก่อนนะคะ

40
00:02:21,093 --> 00:02:21,548
ปัจจุบันอาจจะมีการเพิ่มตัวเพิ่มเติม

41
00:02:21,548 --> 00:02:25,131
ฟังก์ชันของตัวสายสื่อสารขึ้นมา

42
00:02:25,131 --> 00:02:28,455
ที่อาจารย์นำมายกตัวอย่าง

43
00:02:28,455 --> 00:02:32,455
สอนในครั้งนี้ก็จะมีมาตรฐานเช่น

44
00:02:32,487 --> 00:02:36,010
มาตรฐาน 10base มาตรฐานอาชีพ

45
00:02:36,010 --> 00:02:39,146
มาตรฐาน

46
00:02:39,146 --> 00:02:43,146
มาตรฐาน ISO pdi เดี๋ยวเราจะมาดูแต่ละตัว แต่ละมาตรฐานนะคะ ว่ามันมีคุณลักษณะที่

47
00:02:47,663 --> 00:02:51,663
แตกต่างกันอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ

48
00:02:51,834 --> 00:02:55,834
เราจะมาดูมาตรฐาน IEEE

49
00:03:03,064 --> 00:03:03,633
ตัวแรกของเรา 802.3 ก็คือการส่งข้อมูลสื่อสาร

50
00:03:03,633 --> 00:03:07,633
ของตัวอินเทอร์เน็ตนั่นเอง โดย

51
00:03:09,787 --> 00:03:12,859
จะแบ่งเป็นย่อย ๆ ดังนี้

52
00:03:12,859 --> 00:03:14,272
พูดง่าย ๆ มันจะมีตัวอักษรด้านหน้า

53
00:03:14,272 --> 00:03:15,588
นะคะ เพื่อแบ่งเป็นประเภท

54
00:03:15,588 --> 00:03:16,423
และก็

55
00:03:16,423 --> 00:03:20,423
ตัวเลขหรือตัวอักษรด้านหลังนะครับ เพื่อแบ่งเฉพาะ

56
00:03:20,663 --> 00:03:22,667
รายละเอียด

57
00:03:22,667 --> 00:03:23,475
ไปอีกอย่างตัวแรกนะคะ

58
00:03:23,475 --> 00:03:27,475
B

59
00:03:29,829 --> 00:03:30,141
ase หรือว่า Original 802.3

60
00:03:30,141 --> 00:03:34,141
มันจะเป็นการสื่อสารเพื่ออินเทอร์เน็ตทั่วไป

61
00:03:35,034 --> 00:03:37,082
ถัดมาที่

62
00:03:37,082 --> 00:03:41,082
10base หรือว่า

63
00:03:41,167 --> 00:03:41,855

64
00:03:41,855 --> 00:03:45,855
อันที่ 3

65
00:03:46,770 --> 00:03:50,770
อันที่ 4 สุดท้าย

66
00:03:53,504 --> 00:03:53,572

67
00:03:53,572 --> 00:03:57,572
10base5 อันนี้เราจะไม่ได้

68
00:04:05,268 --> 00:04:09,061
ลงลึกไปทั้งหมดเราจะเลือกมาแค่มาตรฐานนะคะ เพื่อระบุแต่ละตัวที่มันใกล้ตัวและก็

69
00:04:09,061 --> 00:04:10,365
คิดว่านักศึกษาน่าจะได้ใช้งานนะคะ ในชีวิตประจำวัน

70
00:04:10,365 --> 00:04:10,876
มากที่สุดนั่นเอง

71
00:04:10,876 --> 00:04:13,177
นะคะ

72
00:04:13,177 --> 00:04:17,177
เดี๋ยวเรามาดูตารางนะคะ ของ

73
00:04:20,727 --> 00:04:21,716
ตารางสายมาตรฐาน 10base ของเรา

74
00:04:21,716 --> 00:04:25,716
ดูง่าย ๆ นะคะ สายของเรานี่จะมี

75
00:04:27,604 --> 00:04:31,604
สายที่เราใช้งาน

76
00:04:33,567 --> 00:04:37,567
ส่วนมากก็จะเป็นถ้าในห้องแลปก็จะเป็นสายแลน

77
00:04:37,893 --> 00:04:39,021
ในการสื่อสารสีขาวของเราใช้แรงก็จะแบ่งประเภทอีก

78
00:04:39,021 --> 00:04:41,317
ว่า

79
00:04:41,317 --> 00:04:41,729
เป็น lan แบบไหน มี

80
00:04:41,729 --> 00:04:45,729
สายที่มัน

81
00:04:47,563 --> 00:04:48,077
คลุมในการป้องกันการ

82
00:04:48,077 --> 00:04:52,077
รบกวนกันของสัญญาณหรือเปล่าแล้วก็มี Coaxial แบบแล้วก็แบบ

83
00:04:55,851 --> 00:04:59,851
บิดเกลียวแล้วก็ไม่บิดเกลียวอีกมันก็จะแยกเป็นเฉพาะอีกว่ามีประเภท

84
00:05:03,996 --> 00:05:04,469
อันนี้ก็เป็นลักษณะของตาราง

85
00:05:04,469 --> 00:05:07,393
ให้มาดูความเปรียบเทียบนะคะ

86
00:05:07,393 --> 00:05:09,473
ว่าจะมีสายโคแอกเชียล

87
00:05:09,473 --> 00:05:13,473
แล้วที่ต่างกันก็คือจะเป็นเทคนิคการส่ง

88
00:05:15,686 --> 00:05:19,686
อันนี้มันจะแยกประเภทลงไปอีกนะะค ว่า

89
00:05:20,005 --> 00:05:24,005
กรณีเราส่งนี่

90
00:05:26,649 --> 00:05:27,714
ส่งแบบมีที่ไหนใช้ความถี่นะคะ ใช้ค่าความถี่ไหม

91
00:05:27,714 --> 00:05:31,094
หรือว่าเป็

92
00:05:31,094 --> 00:05:31,714
นช่วงเวลาไหม อัตราความเร็วอยู่ที่เท่าไร

93
00:05:31,714 --> 00:05:35,714
แล้วก็ระยะทางสูงสุดที่สามารถส่งตัวข้อมูลไปได้โดยไม่ต้องใช้ตัว

94
00:05:47,457 --> 00:05:49,234
กระจายสัญญาณหรือว่าตัวเพิ่มสัญญาณอันนี้จะเป็นตารางคร่าว ๆ ให้ดูนะครับ เพราะว่าถ้าจะเรียนละเอียดก็คือเราจะเรียนตั้งแต่เทคนิค

95
00:05:49,234 --> 00:05:50,107
การส่งสัญญาณของแต่ละตัว

96
00:05:50,107 --> 00:05:52,316
เราก็มาดู

97
00:05:52,316 --> 00:05:53,034
ประเภทอีก

98
00:05:53,034 --> 00:05:57,034
นะคะ อันนี้จะเป็น

99
00:05:57,314 --> 00:06:00,329
ตารางสรุปรวมให้ดูแล้วกันนะคะ

100
00:06:00,329 --> 00:06:01,582
เดี๋ยวให้นักศึกษาไปจำเอานะคะ ว่า

101
00:06:01,582 --> 00:06:03,830
ตัวไหนที่ให้

102
00:06:03,830 --> 00:06:04,609
นะคะ ระยะทางสูงที่สุด

103
00:06:04,609 --> 00:06:05,031

104
00:06:05,031 --> 00:06:07,812
เอา

105
00:06:07,812 --> 00:06:11,435
สังเกตง่าย ๆ

106
00:06:11,435 --> 00:06:11,840
สายแลนกับ coaxial จะให้

107
00:06:11,840 --> 00:06:15,840
การส่งสัญญาณที่ไกลกว่าเราจะมาดูตารางได้ 3,100 นะคะ

108
00:06:16,869 --> 00:06:20,869
อัตราความเร็วนะคะ 10 MB Per

109
00:06:24,714 --> 00:06:25,098
sec นะคะ

110
00:06:25,098 --> 00:06:29,098
แล้วก็มีตัวรูปแบบการส่ง

111
00:06:31,323 --> 00:06:31,531
เป็น

112
00:06:31,531 --> 00:06:35,531
มันก็จะแยกประเภทลงไปอีก

113
00:06:37,483 --> 00:06:38,088
วันนี้ยกเลิกเปรียบเทียบเบื้องต้นก่อนนะคะ

114
00:06:38,088 --> 00:06:42,088
ถัดมานะคะ

115
00:06:43,498 --> 00:06:45,607
มาตรฐาน

116
00:06:45,607 --> 00:06:45,833

117
00:06:45,833 --> 00:06:49,135
IEEE802.4 นะครับ เป็นมาตรฐานแบบ

118
00:06:49,135 --> 00:06:53,135
เป็นการสื่อสารอยู่ 3 แบบ

119
00:06:55,760 --> 00:06:59,760
broadband

120
00:07:02,042 --> 00:07:02,119
แล้วก็สายไฟเบอร์ออฟติก

121
00:07:02,119 --> 00:07:06,025
เราเรียนเครือข่ายมาแล้ว

122
00:07:06,025 --> 00:07:09,704
การเชื่อมต่อพวก buพวก Link คุณคุ้นไหม

123
00:07:09,704 --> 00:07:13,704
หรือว่าคืนอาจารย์ไปหมดแล้ว

124
00:07:16,417 --> 00:07:20,417
มันจะคุ้น ๆ นะคะ

125
00:07:23,344 --> 00:07:26,033
บอร์ดแบน

126
00:07:26,033 --> 00:07:26,908
เป็นสายโคแอกเชียล

127
00:07:26,908 --> 00:07:30,908
ไม่แน่ใจว่าตัวเครือข่ายเราได้มีได้ดูสายโคแอกกันหรือเปล่า

128
00:07:35,722 --> 00:07:35,924
ได้ดูไหม

129
00:07:35,924 --> 00:07:39,924
เรียนออนไลน์ โอเคไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะมีในสไลด์ให้ดู

130
00:07:45,263 --> 00:07:45,564
จะมีการส่งสัญญาณที่แตกต่างกัน

131
00:07:45,564 --> 00:07:49,564
พูดง่าย ๆ ว่าจะเป็นสายแลน สายโคแอกซ์หรือว่าสายไฟเบอร์เขาสามารถที่จะมีการส่งสัญญาณที่

132
00:07:52,971 --> 00:07:56,971
อัตราความเร็วที่แตกต่างกันได้ตามอุปกรณ์ที่รับแล้วก็ส่งด้วยเช่นเดียวกันนะคะ

133
00:07:59,712 --> 00:08:03,712
แล้วก็ช่องทาง

134
00:08:05,645 --> 00:08:09,645
bandwidth ก็คือช่องทางที่จะสามารถส่งข้อมูลไป

135
00:08:10,469 --> 00:08:14,469
เข้าใจคำว่า bandwidth อยู่นะ

136
00:08:14,654 --> 00:08:15,087
ความกว้าง

137
00:08:15,087 --> 00:08:17,507
เหมือนถนนในเวลาเรา

138
00:08:17,507 --> 00:08:18,756
ขึ้น

139
00:08:18,756 --> 00:08:22,756
ถนนไปทาง bandwidth ก็คือความกว้างของถนนที่เราจะส่งข้อมูลไปก็เหมือนรถ

140
00:08:31,088 --> 00:08:31,246
มันขี่ได้กี่คันในถนนเส้นเดียวกัน ถนนต้องกว้างขนาดไหนในการส่งข้อมูล

141
00:08:31,246 --> 00:08:34,613
นึกออกนะ

142
00:08:34,613 --> 00:08:35,597
งงให้ถามนะคะ

143
00:08:35,597 --> 00:08:39,412
ถัดมา

144
00:08:39,412 --> 00:08:43,412
Carryerband ก็คือเป็น

145
00:08:44,619 --> 00:08:46,165
แบรนด์ก็คือตัวข้างบนเป็นช่องทางเดียว

146
00:08:46,165 --> 00:08:50,165
มีช่องทางเดียวต่อ 1 สายเหมือนถนนมีเส้นเดียวรถสามารถ

147
00:08:53,994 --> 00:08:54,694
ขับได้แค่คันเดียว

148
00:08:54,694 --> 00:08:57,192
เหมือนขับอยู่ในซอย

149
00:08:57,192 --> 00:09:00,138
ไม่งงนะ

150
00:09:00,138 --> 00:09:04,138
ราคาสายจะถูกลงเพราะความกว้างมัน

151
00:09:07,264 --> 00:09:07,815
bandwidth ก็จะน้อยลงนะคะ

152
00:09:07,815 --> 00:09:11,815
เราก็สามารถเลือกอัตราความเร็วได้ว่าจะ

153
00:09:15,281 --> 00:09:16,289
ความถี่เหมือนเราขับรถ

154
00:09:16,289 --> 00:09:16,502
จะส่ง

155
00:09:16,502 --> 00:09:20,502
อันนี้ก็จะมี

156
00:09:23,904 --> 00:09:24,213
ส่งความเร็วที่เราเลือกได้นั่นเองว่าจะสามารถส่งที่ความเร็วเท่าไ

157
00:09:24,213 --> 00:09:27,908
รนั่นเอง อันที่ 3 ก็จะเป็น Fiber Optic

158
00:09:27,908 --> 00:09:30,704
ที่

159
00:09:30,704 --> 00:09:31,136
เอามาใช้นะคะ

160
00:09:31,136 --> 00:09:35,136
แทน 2 ตัวนี้

161
00:09:37,432 --> 00:09:37,603
อัตราความเร็วก็จะเห็นว่าไฟเบอร์จะมีความเร็วที่มันสูงขึ้นนะคะ

162
00:09:37,603 --> 00:09:41,603
มันก็จะเป็นสายแลนโคแอกเชียลแล้วก็ไฟเบอร์

163
00:09:42,860 --> 00:09:45,500

164
00:09:45,500 --> 00:09:46,707
ตามคุณภาพของตัวสายส่ง

165
00:09:46,707 --> 00:09:50,534
เราก็สามารถใช้กับ

166
00:09:50,534 --> 00:09:52,212
แลนในเครือข่าย

167
00:09:52,212 --> 00:09:56,212
อันนี้ข้ามไปก่อนแล้วกัน Passive Active star ก็คือใช้ตัวเครือข่ายของเรานั่นเอง

168
00:09:59,827 --> 00:10:01,942
OK

169
00:10:01,942 --> 00:10:05,469
Token bus ของเราก็จะมี 3 แบบนะคะ

170
00:10:05,469 --> 00:10:09,469
หรือถ้าเรามา

171
00:10:12,256 --> 00:10:16,256
ทำเป็นตัวตารางสรุป

172
00:10:20,498 --> 00:10:24,776
2 อันนี้เป็นตัวโคแอ

173
00:10:21,219 --> 00:10:23,111
กเชียล  อันนี้เป็นไฟเบอร์ออฟติกอย่างที่บอกไปว่าจะให้อัตราความเร็วที่

174
00:10:23,111 --> 00:10:23,540
การส่งที่ค่อนข้างสูงที่สุด

175
00:10:23,540 --> 00:10:27,204
แต่ว่าข้อดีข้อเสีย

176
00:10:27,204 --> 00:10:31,204
เดี๋ยวเราจะมาพูดยาก

177
00:10:35,894 --> 00:10:36,492
ข้อดีอะไรข้อเสียอะไรก็มีข้อดีอะไรข้อเสียอะไรนะคะ

178
00:10:36,492 --> 00:10:40,492
อันนี้ก็คือเทคนิคการส่งสัญญาณปกติโคแอกเชียลจะมีค่าความต้านทานที่ 65โอห์ม

179
00:10:48,942 --> 00:10:52,942
กรณี

180
00:10:56,398 --> 00:11:00,398
เหมือนสายไฟมันจะมีค่าความต้านทานไม่ว่าจะเป็นหรือว่า

181
00:11:02,275 --> 00:11:06,034
ถ้าเป็นสายไฟมันก็คือกระแสไฟฟ้ามันจะมีค่าความต้านทานนะคะ ที่สามารถจะ

182
00:11:06,034 --> 00:11:06,184
คำนวณมันก็จะมีคำนวณค่าอีกว่ากี่โอห์มแล้วมันส่งได้เท่าไรนะคะ

183
00:11:06,184 --> 00:11:10,184
คราวนี้เทคนิคในการส่งสัญญาณนะครับ มันก็จะมี

184
00:11:12,038 --> 00:11:12,566
หลายแบบ

185
00:11:12,566 --> 00:11:16,566
esterification นะคะ เขาหรือว่าจะเป็น

186
00:11:21,074 --> 00:11:25,074
ดrequency อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบการส่งสัญญาณอีก

187
00:11:32,263 --> 00:11:33,199
อันนี้เราเรียนเป็นภาพรวมนะเราไม่ได้เรียนเป็นรายละเอียดลงลึกของเทคนิคการส่งสัญญาณนะคะ อาจารย์จะขอ

188
00:11:33,199 --> 00:11:34,272
ไม่ได้

189
00:11:34,272 --> 00:11:38,272
อธิบายละเอียด

190
00:11:39,393 --> 00:11:40,412
อาจจะมีชื่อการส่งสัญญาณเทคนิคแคริเออร์แบรนด์แล้วก็ไฟเบอร์ออฟติก

191
00:11:40,412 --> 00:11:44,412
ความเร็วที่สามารถส่งได้นั่นเอง

192
00:11:47,231 --> 00:11:51,231
ตัวไฟเบอร์จะดีที่สุดนั่นเอง

193
00:11:51,653 --> 00:11:52,992
ระยะทางราคาถ้าเป็น Fiber Optic ความเร็ว

194
00:11:52,992 --> 00:11:53,580
ที่สุด

195
00:11:53,580 --> 00:11:57,219
ก็จะได้ระยะทางที่สูงที่สุดแต่พอดีตัวนี้มันไม่ได้ปรับ

196
00:11:57,219 --> 00:12:01,018
แก้นะคะ ถัดมา

197
00:12:01,018 --> 00:12:05,018
ถามได้นะอันไหนงง

198
00:12:12,231 --> 00:12:08,913

199
00:12:06,241 --> 00:12:09,343
ถัดมาเป็นมาตรฐาน

200
00:12:09,343 --> 00:12:12,269
IEEE802.5 นะคะ

201
00:12:12,269 --> 00:12:16,172
802.5 ก็จะเป็นสาย

202
00:12:16,172 --> 00:12:16,539
คู่เกียว

203
00:12:16,539 --> 00:12:20,539
ชื่อนะคะ สายคู่เกลียว

204
00:12:22,475 --> 00:12:23,273
ชิลด์ 2 ลักษณะ

205
00:12:23,273 --> 00:12:27,273
ก็คือสามารถส่งที่อัตราความเร็วที่ 1 แล้วก็ที่ 4 MB Per

206
00:12:29,454 --> 00:12:33,454
sec เป็นไรเราก็เป็นเธอแค่ลิงค์

207
00:12:34,420 --> 00:12:37,901
ถ้าเป็นบัส ก็คือ

208
00:12:37,901 --> 00:12:41,032
เป็นสายแล้วก็

209
00:12:41,032 --> 00:12:41,299
อุปกรณ์

210
00:12:41,299 --> 00:12:45,299
ต่อเสียบเข้าไปในตัวสวิตช์หรือ hub หรือ Router

211
00:12:45,718 --> 00:12:49,718
ไม่งงนะ ถ้าเป็น link ก็คืออุปกรณ์ทุกตัวจะต้องต่อเชื่อมกัน

212
00:12:52,973 --> 00:12:56,973
เวลาถ้าอันไหนล่มก็คือจะล่มทั้งระบบ

213
00:12:58,780 --> 00:13:00,533
คุ้น ๆ นะ

214
00:13:00,533 --> 00:13:00,945
นคุณถามได้นะ

215
00:13:00,945 --> 00:13:04,945
มาตรฐานหนึ่งที่เรามาใช้

216
00:13:12,157 --> 00:13:13,246
ก็คือมาตรฐานของ IBM ก็คือพวกโทรศัพท์นะคะ ที่ผลิตเกี่ยวกับอุปกรณ์

217
00:13:13,246 --> 00:13:13,626
อิเล็กทรอนิกส์

218
00:13:13,626 --> 00:13:17,498
ระบบเครือข่ายด้วยโทรคมนาคม

219
00:13:17,498 --> 00:13:21,498
สายเขาก็จะมีเลือก 2 แบบก็คือแบบ

220
00:13:23,539 --> 00:13:26,527
ไม่มี shield แล้วก็แบบมีคิว

221
00:13:26,527 --> 00:13:27,920
อัตราความเร็วในการส่งข้อมูล

222
00:13:27,920 --> 00:13:28,812
เช่นเดียวกันนะคะ

223
00:13:28,812 --> 00:13:32,812
เดี๋ยวเราจะมาดูตารางถัดมาที่ใช้

224
00:13:33,087 --> 00:13:34,162
เปรียบเทียบ

225
00:13:34,162 --> 00:13:38,162
อันนี้ก็จะเป็น 802.5 นะคะ

226
00:13:46,125 --> 00:13:49,186
คู่มีเกลียวแล้วก็

227
00:13:49,186 --> 00:13:51,011
ของตัว ibm แล้วก็จะมีตัวแบบ

228
00:13:51,011 --> 00:13:51,579
มีเกลียวแล้วก็ไม่มีเกลียว

229
00:13:51,579 --> 00:13:55,579
บางคนจะสงสัยว่าสายส่งสัญญาณทำไมมีทั้งแบบ

230
00:13:59,654 --> 00:14:01,347
มีเกลียวแล้วก็แบบไม่มีเกลียว กรณีที่

231
00:14:01,347 --> 00:14:01,647
มันเกลยวกันเพื่อลด

232
00:14:01,647 --> 00:14:05,021
สัญญาณรบกวนนะคะ

233
00:14:05,021 --> 00:14:09,021
ปกติเวลาส่งสัญญาณข้อมูลนี้

234
00:14:12,418 --> 00:14:12,924
มันก็จะเป็นสายที่หัวขนาดกันไปเรื่อย ๆ นะคะ ถ้ามีการ

235
00:14:12,924 --> 00:14:16,924
เกี่ยวขึ้นมาก็จะช่วยลดสัญญาณรบกวนระหว่าง

236
00:14:19,180 --> 00:14:19,920
กล่องสัญญาณที่อยู่ข้าง ๆ นั่นเอง

237
00:14:19,920 --> 00:14:23,920
ในการส่งข้อมูล อันนี้ก็จะเป็นเทคนิคนะคะ

238
00:14:25,779 --> 00:14:28,080
แล้วก็จะเป็นอัตราความเร็ว

239
00:14:28,080 --> 00:14:29,379
แล้วก็จำนวน

240
00:14:29,379 --> 00:14:30,205
repeater

241
00:14:30,205 --> 00:14:34,205
จำนวน repeater  ก็คือกรณีเราส่งสัญญาณข้อมูล

242
00:14:37,764 --> 00:14:38,709
เข้ามานะคะ

243
00:14:38,709 --> 00:14:42,153
สัญญาณข้อมูล

244
00:14:42,153 --> 00:14:46,153
ส่งไปที่ระยะทางเท่าไรนะครับ มองภาพง่าย ๆ

245
00:14:48,053 --> 00:14:50,703
เวลาเราส่ง

246
00:14:50,703 --> 00:14:54,703
ให้มองภาพง่ายที่สุด

247
00:14:55,593 --> 00:14:55,709
ถ้าเราน่าจะเข้าใจที่สุดองค์การโทรศัพท์ถูกไหมคะ มันก็จะมีชุมสายทุกที่

248
00:14:55,709 --> 00:14:58,527
เครือข่ายอินเตอร์เน็ตก็เหมือนกัน

249
00:14:58,527 --> 00:15:02,527
จะมีจุดอับสัญญาณ

250
00:15:04,209 --> 00:15:04,899
ไม่ว่าจะเป็น TOT

251
00:15:04,899 --> 00:15:07,787

252
00:15:07,787 --> 00:15:10,055
3BB CatTelecom

253
00:15:10,055 --> 00:15:10,336
อะไiมันจะมีชุมสายในการ

254
00:15:10,336 --> 00:15:14,336
เราส่งสัญญาณมาถึงเมื่อกี้ตู้พักกระจายสัญญาณที่จุดไหนเพื่อ

255
00:15:18,115 --> 00:15:22,115
ทำการทวนสัญญาณเพื่อจะให้สัญญาณมันชัดเจนก็ส่งไปยังปลายทางได้

256
00:15:27,482 --> 00:15:27,976
พบข้อมูลที่จะจากผู้ส่งนั่นเองนะคะ

257
00:15:27,976 --> 00:15:31,976
อันนี้ไม่ได้ระบุตัว repeater เข้ามานะคะ ตัวระยะทาง

258
00:15:36,022 --> 00:15:40,022
อันนี้ก็คือจำนวน repeater

259
00:15:47,377 --> 00:15:47,774
ที่เราสามารถส่งตามความเร็วแล้วก็สัญญานะคะ ให้ถึงปลายทางได้นั่นเอง

260
00:15:47,774 --> 00:15:51,774
ถัดมา

261
00:15:53,186 --> 00:15:56,108
ตัวที่ 3 ของเรามาตรฐาน

262
00:15:56,108 --> 00:16:00,108
fddi นะคะ

263
00:16:02,454 --> 00:16:02,864
ตามชื่อว่าจะเป็นไฟเบอร์

264
00:16:02,864 --> 00:16:06,864
จะเป็นตนะคะ ก็คือ

265
00:16:10,786 --> 00:16:13,448
รอเข้า

266
00:16:13,448 --> 00:16:13,784
นึกว่าแบบ

267
00:16:13,784 --> 00:16:17,784
มาการส่งข้อมูลที่ 100 นะคะ

268
00:16:19,604 --> 00:16:21,667
MegaBit per sec

269
00:16:21,667 --> 00:16:25,667
มันก็จะเยอะกว่าเมื่อกี้นะคะ

270
00:16:28,504 --> 00:16:32,504
อันนี้ก็จะเพิ่มขึ้นมาเป็น 100

271
00:16:33,447 --> 00:16:37,447
นะคะ เราก็จะมาดูตาราง

272
00:16:46,281 --> 00:16:46,394
อัตรา

273
00:16:35,977 --> 00:16:39,977
ความเร็วมันจะเพิ่มขึ้นนะคะ แต่เทคนิคสัญญาณในการส่งเดี๋ยวจะตามขึ้นไป DDI

274
00:16:45,473 --> 00:16:49,473
ตัว f ย่อมาจาก

275
00:16:51,465 --> 00:16:55,465
ไฟเบอร์อย่างที่บอกไปไฟเบอร์ก็จะส่งสัญญาณได้ไกลกว่าแล้วก็สัญญาณดีกว่านะคะ

276
00:17:01,259 --> 00:17:02,593
repeater แล้วก็ระยะทางระหว่าง repeater ทุก 200 เมตรก็จะมีตัว register เพื่อทวนสัญญาณทำให้สัญญาณนี่ชัดเจน

277
00:17:02,593 --> 00:17:02,804
มากขึ้นนั่นเอง

278
00:17:02,804 --> 00:17:04,724
งงกันไหม

279
00:17:04,724 --> 00:17:08,724
ถ้าเงียบ ๆ อาจารย์ผิวว่า

280
00:17:10,474 --> 00:17:10,672
เข้าใจนะถ้าไม่เข้าใจยกมือถามได้นะคะ

281
00:17:10,672 --> 00:17:14,672
คราวนี้เรามาดูประเภทตัวกลางสื่อสาร

282
00:17:19,998 --> 00:17:23,998
ประเภทของมันก็จะมีแบบ

283
00:17:27,083 --> 00:17:28,491
wire ก็คือแบบมีสาย

284
00:17:28,491 --> 00:17:28,891
wireless

285
00:17:28,891 --> 00:17:32,143
ก็คือไม่มีสาย

286
00:17:32,143 --> 00:17:32,525
นะ ตามชื่อเลย

287
00:17:32,525 --> 00:17:36,525
ก็จะมีสายแบบไหนบ้าง

288
00:17:40,188 --> 00:17:43,484
twisted pair Fiber Optic

289
00:17:43,484 --> 00:17:47,484
แล้วก็ก็พวกอากาศที่เราส่งสัญญาณไปหากันอย่างพวก

290
00:17:51,387 --> 00:17:52,128
WiFi

291
00:17:52,128 --> 00:17:56,128
หรือว่าใช้สัญญาณดาวเทียม Action หน้าต่าง ๆ ก็จะอยู่ประเภท

292
00:17:58,134 --> 00:18:02,134
เรามาดูต่อ

293
00:18:03,264 --> 00:18:07,264
สายสื่อสารมานะคะ แบบใช้สายนะคะ

294
00:18:09,684 --> 00:18:09,898
ที่มีท่อน้ำ

295
00:18:09,898 --> 00:18:13,898
ท่อนำก็คือมีอุปกรณ์

296
00:18:16,048 --> 00:18:16,512
เหมือนเรามีถนนเดินทางไปนะคะ

297
00:18:16,512 --> 00:18:19,352
เราจะมี

298
00:18:19,352 --> 00:18:19,639
การเชื่อมอุปกรณ์

299
00:18:19,639 --> 00:18:23,639
จากต้นทางไปยังปลายทาง อุปกรณ์หนึ่งไปยังอีก

300
00:18:25,554 --> 00:18:27,057
อุปกรณ์

301
00:18:27,057 --> 00:18:27,602
หนึ่งนะคะ โดยมี

302
00:18:27,602 --> 00:18:30,420

303
00:18:30,420 --> 00:18:30,696
twisted pair coaxial fiberช่วยบอกสิ

304
00:18:30,696 --> 00:18:32,921
จะมี 3 อัน

305
00:18:32,921 --> 00:18:36,770
เดี๋ยวเราจะมาดูอันแรกของเรานะคะ

306
00:18:36,770 --> 00:18:38,216
ที่มีสายส่งสัญญาณ

307
00:18:38,216 --> 00:18:38,515
งานของอุปกรณ์

308
00:18:38,515 --> 00:18:42,515
ตัวสายคู่พันเกลียวนะคะ

309
00:18:53,613 --> 00:18:54,022
อย่างเหมือนสายแลนสมมุติเราก็ออกไปจะเห็นว่ามันจะมีเกลียวคู่กัน

310
00:18:54,022 --> 00:18:58,022
Network น่าจะได้เรียนแล้ว

311
00:19:01,990 --> 00:19:05,408
อันนี้อาจารย์เขาน่าจะสอนแล้ว

312
00:19:05,408 --> 00:19:06,807
insulator ก็คืออุปกรณ์ที่เป็นฉนวนหุ้ม

313
00:19:06,807 --> 00:19:10,807
ของตัวสายลวดทองแดงที่อยู่แต่ละคู่

314
00:19:12,197 --> 00:19:12,677
นั่นเองนะคะ

315
00:19:12,677 --> 00:19:16,677
เดี๋ยวเราจะดูต่อนะ

316
00:19:17,072 --> 00:19:21,072
สายคู่ตีเกลียวจะมี 2 อัน utp กับ s

317
00:19:25,331 --> 00:19:29,331
tp ก็คือ

318
00:19:29,826 --> 00:19:30,591
u ก็คือ

319
00:19:30,591 --> 00:19:34,591

320
00:19:35,193 --> 00:19:35,650
unshield shield ก็คือไม่มีตัวเขาเรียก

321
00:19:35,650 --> 00:19:39,650
เป็นตัวหุ้มอีกรอบหนึ่ง เพื่อช่วยลดสัญญาณลดทอนนะคะ http

322
00:19:42,857 --> 00:19:46,127
ว่าจะมี 3 ตัวเพิ่มตัวนี้อีกอันหนึ่ง

323
00:19:46,127 --> 00:19:50,127
ช่วงนี้ราคาลักษณะก็จะต่างกัน

324
00:19:51,086 --> 00:19:55,086
สาย Lan ของเราก็จะเป็นส่วนมากจะใช้เป็น utp ธรรมดาที่อยู่ในห้องแลป

325
00:19:56,390 --> 00:19:59,296
นะคะ ถ้าไม่ใช่อุปกรณ์ที่ต้องการ

326
00:19:59,296 --> 00:20:02,598
ส่งข้อมูลแล้วไม่มีสัญญาณรบกวนนะคะ

327
00:20:02,598 --> 00:20:05,609
ถ้าต้องการแบบว่ามีตัวแบบ

328
00:20:05,609 --> 00:20:09,609
... หรือว่าตัวป้องกันสัญญาณรบกวน ก็จะเป็นตัว stp ของเรา

329
00:20:10,772 --> 00:20:14,772
อันนี้ก็จะเป็นลักษณะของสายแลน

330
00:20:17,677 --> 00:20:21,302
ที่เราเห็นใช้ทั่วไปจะเป็นตัวนี้

331
00:20:21,302 --> 00:20:23,105
นะคะ

332
00:20:23,105 --> 00:20:25,762
เข้าสายน่าจะเรียนมาแล้วนะคะ

333
00:20:25,762 --> 00:20:28,312
โอเคเรียนมาแล้ว

334
00:20:28,312 --> 00:20:32,312
จะรู้ว่าต่อตรงต่อครอส

335
00:20:38,194 --> 00:20:38,389
ถูกนะสลับสายกันอย่างไรสีอะไรอันนี้เป็น shield แล้วก็

336
00:20:38,389 --> 00:20:41,628
unshield มันจะเป็นเหมือนฟอยน่ะ

337
00:20:41,628 --> 00:20:43,059
ป้องกันไว้อีกรอบหนึ่ง

338
00:20:43,059 --> 00:20:45,409
แปลว่าทั่วไป

339
00:20:45,409 --> 00:20:45,566
ที่เราใช้ไม่ค่อยเห็นนะคะ

340
00:20:45,566 --> 00:20:49,566
ก็จะใช้แต่กับอุปกรณ์ที่เป็น

341
00:20:50,223 --> 00:20:51,962
ที่เฉพาะชนิดหนึ่ง

342
00:20:51,962 --> 00:20:52,812
เราก็ราคาก็จะเพิ่มขึ้น

343
00:20:52,812 --> 00:20:55,968
อันไหนที่มันมีคุณภาพดีกว่า แน่นอน

344
00:20:55,968 --> 00:20:59,716
ราคาก็จะสูงขึ้น ประสิทธิภาพก็จะสูงขึ้น

345
00:20:59,716 --> 00:21:01,310
นั่นเองนะคะ

346
00:21:01,310 --> 00:21:05,074
ไม่ไป

347
00:21:05,074 --> 00:21:09,074


