มาตรฐานอะไรนั่นเองค่ะ จากรูปภาพนะคะ ที่บอกไปการสื่อสารเหมือนอาจารย์พูดหน้าห้องกับนักเรียนนะคะ คุณจะเป็นผู้ส่งสารแล้วก็ปลายทางมันจะเป็นนักศึกษาทุกคน เช่นเดียวกันในการสื่อสารในตัวระบบคอมพิวเตอร์นะคะ คุณจะมีผู้ส่งและผู้รับนั่นเองนะคะ Center กับ Receiver แน่นอนการใช้การสื่อสารนะคะ ในคอมพิวเตอร์ก็ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ถูกไหมคะ เหมือนเวลาเราใช้คอมพิวเตอร์อาจจะทำการบ้านหรือว่าส่ง Facebook คุยกับเพื่อนนี่ มันก็ต้องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต้นทางกับปลายทางถูกไหมคะ ที่เราจะส่งข้อมูลหากันดังนั้นคอมพิวเตอร์นะคะ ดังนั้นผู้ส่งอยู่ฝั่งที่ผู้ส่งแล้วก็พูดแล้วบางน้ําสายที่ใช้ในการสื่อสารอย่างสมมติห้องแลปตัวนี้นะคะ สายที่อยู่หลังเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นสาย LAN ที่เป็นเส้นขาวในการเชื่อมต่อนั้นเองคราวนี้สื่อกลางราคาก็คือทรานซิชัน Media ตรงนี้จะเป็นสายหรืออากาศที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างกันค่ะ เราจะไม่รู้ว่าพูดไปเมื่อกี้ลืมตามชื่อตัวกลางสื่อสารแล้วก็ physical layer จากที่เรียนไปสัปดาห์ที่แล้วนะคะ เราจะมีตัว OSI layer กับ tcp IP นะคะ ก็จะมีชั้นที่ล่างสุดก็คือฉันที่เป็น ฟิสิคอลคือมองภาพได้จับต้องได้นะคะ พอใช้ทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์คือชั้นที่เอาสายแลนเสียบข้างหลังนะคะ เป็น physical layer ในการเสียบแล้วก็ส่งข้อมูลนั่นเองนะคะ สายสื่อสารมาตรฐานของเรานะคะ อันนี้ก็เป็นหลัก ๆ ก่อนนะคะ ปัจจุบันอาจจะมีเพิ่มตัวเพิ่มเติมของตัวฟังก์ชันนะคะ ของตัว 33 ขึ้นมานะคะ ก็จะมีทั้งหมด 4 อันที่อาจารย์นำมายกตัวอย่างแล้วก็มาสอนในครั้งนี้ก็จะมีมาตรฐาน 10 Baseา ตรฐาน anis 802.4มาตรฐานIEEE 80 2.5 มาตรฐาน fddi นะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูแต่ละตัวแต่ละมาตรฐานนะคะ ว่ามันมีคุณลักษณะแตกต่างกันอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ เราจะมาดูมาตรฐาน IEEE ในตัวแรกของเรา 802.3 นะคะ จะเป็นการส่งข้อมูลสื่อสารนะคะ ทั่วไปของตนเองนะคะโดยจะแบ่งเป็นเรื่อย ๆ ตามนี้พูดง่าย ๆ มันจะมีตัวอักษรด้านหน้านะคะ เพื่อแบ่งเป็นประเภทแล้วก็ตัวเลขหรือว่าตัวอักษรด้านหลังนะคะ เพื่อแบ่งเฉพาะรายละเอียดลงไปอีกอย่างตัวแรกนะคะ 10 Base หรือว่าตัว Original 802.3 นะคะ จะเป็นการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตทั่วไปนะคะ ถัดมาอันที่ 211 Trueหรือว่าsynnex นะคะ อันที่ 3 1Ba 5Sparkleอันที่ 41 ทีละอันสุดท้าย หรือว่าตัวแบนนะคะ วันนี้เราจะไม่ได้ลงลึกไปทั้งหมดเลือกมาแค่บางตัวมาตรฐานนะคะ เพื่อระบุแต่ละตัวที่มันใกล้ตัวแล้วก็คิดว่านักศึกษาน่าจะได้ใช้งานนะคะ ในชีวิตจริงนี่มากที่สุดนั่นเองนะคะ เดี๋ยวเรามาดูตารางนะคะ ของตารางสายมาตรฐาน 10 Base ของเรานะคะ ดูได้ง่ายนะคะ ของเรานี่มีสายที่เราใช้งานส่วนมากก็จะเป็นถ้าในห้องแลป สายแลนถูกไหมคะ ในการสื่อสารสีขาวของเราตายแล้วจะแบ่งประเภทอีกว่าแบบไหนมีสายที่มันคลุมในการป้องกันการรบกวนกันของสัญญาณหรือเปล่าแล้วก็มีสายนะคะ 2 แบบตรงนี้นะคะ แล้วก็แบบบิดเกลียวแล้วก็ไม่บิดเกลียวอีกให้มาดูความเปรียบเทียบนะคะ ว่าจะมีสายโคแอกเชียลแล้วที่ต่างกันก็คือจะเป็นเทคนิคการส่งอันนี้มันจะแยกประเภทลงไปอีกนะคะ ว่ากรณีเราส่งนี่ส่งเป็นแบบวิธีไหนใช้ความถี่นะคะ ใช้ค่าความถี่ไหมหรือว่าเป็นช่วงเวลาไหมนะคะ อัตราความเร็วอยู่ที่เท่าไหร่แล้วก็ระยะทางนะคะ สูงสุดสามารถส่งตัวข้อมูลไปได้โดยไม่ต้องใช้ตัวกระจายสัญญาณหรือว่าตัวเพิ่มสัญญาณขึ้นมาอีกรอบนึงอันนี้จะเป็นตาราง ๆ อีกรอบนึงเพราะว่าจะได้ละเอียดก็คือเราต้องเรียนตั้งแต่ที่มีการส่งสัญญาณของแต่ละตัวแล้วก็มาดูประเภทอีกนะคะ อันนี้จะเป็นตารางสรุปรวมให้ดูแล้วกันนะคะ เดี๋ยวให้นักศึกษาไปดูจำเอาว่าตัวไหนที่ให้นะคะ ระยะทางสูงที่สุดนะคะ สังเกตง่าย ๆ นะคะ ไปนั่งกับพวกไอ้เขียวไอ้เขียวจะให้การส่งสัญญาณที่ระยะทางที่ไกลกว่านะคะ เราจะมาดูตรงตลาดตรงนี้ได้ตรงที่ 3600กิโลเมตรอัตราความเร็วนะคะ 10 MB เปิด ข้อมูลมันจะมีตัวรูปแบบเทคนิคการส่ง bpsk นะคะ มันก็จะแยกประเภทลงไปอีกนะคะ ยกตัวอย่างเทียบให้ดูเบื้องต้นก่อนมานะคะ มาตรฐาน IEEE มันมี 802.4 นะคะ มาตรฐานแบบ Token Bus เรื่องการสื่อสารอยู่ 3 แบบบอร์ดแบรนด์saraban แล้วก็สาย Fiber Optic เราเรียนเครือข่ายมาแล้วการเชื่อมต่อพวก But พวกลิงน่าจะเคยได้เรียนมาแล้วนะคุ้น ๆ ไหมหรือว่าคืนอาจารย์ไปหมดแล้วเข้าสายแลนเดี๋ยวก็ได้เดี๋ยวมันจะคุ้น ๆ นะคะ บอร์ดแบนเป็นสาย Coaxial ไม่แน่ใจว่าใน Laตัวถ่ายเราได้ดูสายโคแอกซ์กันหรือเปล่าได้ดูไหมขอเล่นออนไลน์โอเคไม่เป็นไรเดี๋ยวจะมีในสไลด์ให้ดูนะคะ มีการส่งสัญญาณที่แตกต่างกันพูดง่าย ๆ จะเป็นสายแลนสักคนแรกหรือว่าสายไฟเบอร์เนี่ยขอสมาธิจะมีการส่งสัญญาณที่อัตราความเร็วที่แตกต่างกันได้ตามอุปกรณ์ที่รับแล้วก็ส่งเช่นเดียวกันนะคะ แล้วก็ช่องทางแบนด์วิดธ์นะคะ ปบนด์วิก็คือช่องทางพี่จะส่งข้อมูลไปเข้าใจคำว่าบัณฑิตอยู่นะความกว้างเหมือนถนนในกาลเวลาเราขึ้นถนนไปปลายทางก็คือความกว้างของถนนที่เราจะส่งข้อมูลไปก็เหมือนรถนี่มันขละกี่คันเส้นหนึ่งก็คือมันกว้างเยอะขนาดไหนในการส่งข้อมูลไม่งงนะหมูให้ถามนะคะ ผัดมาแค่ River Band นะคะ ก็คือเป็นแบรนด์กระจกข้างบนเนี่ยช่องทางเดียวนะคะ มีช่องทางเดียวต่อ 1 สาย เหมือนถนนน่ะมีเส้นเดียวกับรถสามารถขับได้แค่คันเดียวมันขับอยู่ในซอยไม่งงนะ ราคาสายจะถูกลงเพราะความกว้างมันก็จะน้อยลงนะคะ แล้วก็สามารถเลือกอัตราความเร็วได้แล้วขับรถนี่ ส่งที่อัตราความเร็วเท่าไหร่อันนี้ก็จะส่งที่อัตราความเร็วที่เราเลือกได้นั่นเองนะคะ ว่าจะสามารถส่งที่ความเร็วเท่าไหร่นั่นเองอันที่ 3 Fiber Optic นะคะ ที่เอามาคะใช้แทน 2 ตัวนี้นะคะ อัตราความเร็วแล้วก็จะเห็นว่าไฟเบอร์อัตราความเร็วที่มันสูงขึ้นนะคะ มันก็จะเป็นสาย Lan Coaxial นะคะ แล้วก็ไฟเบอร์ตามคุณภาพของตัวสายสายส่งแต่ก็สามารถใช้กับแลนในเครือข่ายอันนี้ข้ามไปก่อนแล้วกัน Passive กับ Active Star คือใช้กับตัวเครือข่ายของเราได้นั่นเองOK Open bus ของเราก็จะมี 3 แบบหรือถ้าเรามาทำเป็นตารางสรุป 2 อันนี้เป็นตัว Coaxial นี้เป็นไฟเบอร์ออฟติกอย่างที่บอกไปไฟเบอร์จะให้อัตราความเร็วที่การส่งที่ค่อนข้างสูงที่สุดนะคะ แต่ว่าข้อดีข้อเสียของแต่ละอันก็จะแตกต่างกันไปนะคะ เดี๋ยวเราจะมาพูดแยกประเภทอีกว่าโคแอกเชีย CoaxialCoaxialนี่ข้อดีอะไรข้อเสียอะไรข้อดีอะไรข้อเสียอะไรนั่นเองนะคะ อันนี้ก็คือเทคนิคการส่งสัญญาณปกติจะมีค่าความต้านทานอยู่ที่ 75 โอห์ม ค่าความต้านทานคืออะไร ในกรณีที่เราใช้สายตรงที่เป็นทองแดงนี่สงสัยไปนี่มีค่าความต้านทานไปแล้วรอส่งพวกเราจะเป็นเสียงนะคะ หรือว่าถ้าเป็นสายไฟคือกระแสไฟฟ้ามีค่าความต้านทานนะคะ ที่สามารถที่จะคำนวณหรือว่าควรจะมีคำนวณค่าอีกว่ากี่โอมแล้วก็มาส่งด้วยเท่าไหร่นะคะ คราวนี้เทคนิคในการส่งสัญญาณนะคะ มันก็จะมีหลายแบบ M กับ L ติดตูดเขานะคะ ไม่ว่าจะเป็น อันนี้จะเป็นรูปแบบต้องมีการส่งสัญญาณอีกนะคะ อันนี้เราเรียนเป็นภาพรวมนะเราไม่ได้เรียนเป็นรายละเอียดลงลึกของเทคนิคการส่งสัญญาณอาจารย์จะขอไม่ได้อธิบายรายละเอียดทั้งหมดนะคะ แต่จะมีที่การส่งสัญญาณเทคนิค bord Korea Brand แล้วก็ fiber-optic นะคะ แล้วก็จะมีอัตราความเร็วที่สามารถส่งได้งั้นเองก็จะเห็นว่า Apple ดีที่สุดนั่นเองระยะทางนะคะ ถ้าเป็นไฟเบอร์ออฟติกนะคะ ที่ความเร็วนะคะ มาที่สุดจะได้ระยะทางที่สูงที่สุดพอดีตัวนี้มันไม่ได้ปรับแก้นะคะ ถัดมาถามได้นะอันไหนงง ถัดมาเป็นมาตรฐาน IEEE 802.5 นะคะ 802.5 ก็จะเป็นสายคู่เกลียวตามชื่อนะคะ สายคู่เกลียวเป็นคิว 2 ลักษณะก็คือจะสามารถส่งที่อัตราความเร็วที่ 1 และก็ 4 เมกะบิตเปอร์เซ็นต์เป็นเราก็ถูกเชิญลิงถ้าเป็นบาสก็คือเป็นสายแล้วก็อุปกรณ์เสียบเข้าไปในตัวสวิตช์หรือ 50 หรือ Router นะไม่งงนะถ้าเป็น Ring ก็คืออุปกรณ์ทุกตัวต้องต่อเชื่อมกันเวลาถ้าอันไหนร่มก็จะล้มทั้งระบบคุ้น ๆ นะไม่คุ้นถามได้นะอีกมาตรฐานหนึ่งที่เรามาใช้ก็คือจะเป็นมาตรฐานของ ibm ibm ก็จะเป็นพวกบริษัทนะคะ ที่ผลิตเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระบบเครือข่ายด้วยต่าง ๆ โทรคมนาคมนะคะ การศึกษาน้องเขาก็จะมีเรื่อง 2 แบบก็คือแบบไม่มี Shield แล้วก็แบบมีShield จะมีอัตราความเร็วในการส่งข้อมูลตัวเช่นเดียวกันนะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูตารางตัดมานะคะ ที่ใช้เปรียบเทียบอันนี้ก็จะเป็น 802.5 นะคะ คู่มีเกลียวก็ของตัว ibm ก็จะมีแบบมีเกลียวแล้วก็ไม่มีเกลียวบางตัวจะสงสัยว่าสายส่งสัญญาณทำไมมีทั้งแบบคู่มีเกลียวแล้วก็ไม่บิดเกลียวตรงที่มันมีเกลียวกันเพื่อลดสัญญาณรบกวนนะคะ ปกติถ้าเราส่งสัญญาณข้อมูลนี้มันก็จะเป็นสายที่มันคู่ขนานกันไปเรื่อย ๆ นะคะ ถ้ามีการคู่ตีเกลียวขึ้นมาหน่อยก็จะช่วยลดสัญญาณรบกวนระหว่างช่องสัญญาณที่อยู่ข้าง ๆ นั่นเองนะคะ เป็นการส่งข้อมูลอันนี้ก็จะเป็นเทคนิคนะคะ แล้วก็จะเป็นอัตราความเร็วแล้วก็จำนวน Reจำนวน repeaterก็คือกรณีเราส่งสัญญาณข้อมูลเข้ามานะคะ แล้วสัญญาณข้อมูลแล้วสามารถส่งไปที่ระยะทางเท่าไรมองภาพง่าย ๆ เวลาเราส่งให้มองภาพง่ายที่สุดเราน่าจะเข้าใจก็จะเป็นองค์การโทรศัพท์นะคะ มันก็จะมีชุมสายทุกที่เครือข่ายอินเตอร์เน็ตก็เหมือนกันก็จะมีจุดพักสัญญาณเช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็น TOT ทรีบอร์ดแบนด์คะ Cat Telecom อะไรต่าง ๆ เนี่ยมันจะมีตุ่มใสในการกระจายสัญญาณเช่นเดียวกันว่าเราส่งสัญญาณมาถึงระดับนี้แล้วต้องมีตู้พักกระจายสัญญาณที่จุดไหนเพื่อจะทำการทวนสัญญาณเพื่อให้สัญญาณมันชัดเจนแล้วก็ส่งไปยังปลายทางได้ข้อมูลจากผู้ส่งนั่นเองนะคะ อันนี้ไม่ได้ระบุตัว register เข้ามานะคะ ระยะทางนี่ก็คือจำนวน Regiter สูงสุดนะคะ ที่เราสามารถส่งราคาอัตราความเร็วแล้วก็ที่จะทวนสัญญาณนะคะ ให้ถึงปลายทางได้นั่นเองถัดมาตรฐานตัวที่ 3 ของเรามาตรฐาน fddi นะคะ ตามชื่อเป็นไฟเบอร์ difficultData Interface นะคะ นะคะ ของตัวแทนนะคะ ก็คือ Local area Network ของเรานะคะ แบบ Token Ring อัตราการส่งข้อมูลที่ 100 นะคะ เมกะบิตเปอร์เซ็นต์มันก็จะเยอะกว่าเมื่อกี้ถูกไหม อันนี้ก็จะเพิ่มขึ้นนะเป็น 100 นะคะ เราก็จะมาดูตารางอัตราความเร็วจะเพิ่มขึ้นนะคะ เทคนิคสัญญาณในการส่งมันจะต่างไป fbdi ชื่อตัวเองก็จะยอมมาจากตัวไฟเบอร์ไฟเบอร์จะส่งสัญญาณได้ระยะไกลกว่าแล้วก็สัญญาณดีกว่านะคะ Regiter แล้วก็ระยะทางระหว่าง repeaterถูกต้อง 100 เมตรก็จะมีตัว rr เพื่อตะกรุดสัญญาณเพื่อสัญญาณชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเองงงกันไหมเงียบอาจารย์ถือว่าเข้าใจนะถ้าไม่เข้าใจยกมือถามได้นะคะ คราวนี้เราจะมาดูประเภทตัวกลางสื่อสารประเภทของมันก็จะมีแบบ Wileเมื่อคืนมีสายwireless ก็คือไม่มีสายนะตามชื่อเลยก็จะมีสายแบบไหนบ้างแพก็คือพันคู่ตีเกลียวแขวนเที่ยวไฟเบอร์ออฟติกแล้วก็ Free Spacep Free Spacep ก็พวกอากาศที่เราส่งสัญญาณไปหากันอย่างพวก WiFi นะคะ หรือว่าใช้สัญญาณดาวเทียมนะคะ แผ่นหน้าต่าง ๆ ก็อยู่ในประเภทนี้อันไกด์ราคาเรามาดูต่อสายสื่อสารนะคะ แบบใช้สายนะคะ ที่มีท่อนำท่อนำก็จะมีเมื่อคืนมีอุปกรณ์เหมือนเรามีถนนเดินทางไปนะคะ จะมีการเชื่อมอุปกรณ์นะคะ จากต้นทางไปยังปลายทางอุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกอุปกรณ์ 1โดยมี Switch astral fiberก็จะเป็นสามัญที่พูดไปอยู่ฝั่งขวาจะเป็นไวน์จะมาดูอันแรกของเราที่มีสายส่งอุปกรณ์ตัวสายคู่พันเกลียวนะคะ อย่างเหมือนสาย Lan l,แล้วแกะออกมาจะเหมือนว่าจะตีเกลียวคู่กันwork น่าจะได้เรียนแล้วอันนี้อาจารย์เขาน่าจะสอนอินซูเลเตอร์อุปกรณ์ที่เป็นฉนวนหุ้มของตัว ของตัวสายทองแดงที่อยู่แต่ละคู่นั่นเองนะคะ เราจะต่อนะ สายคู่ตีเกลียวจะมี 2 อัน UTP กับ STP ก็คือ unshieldก็คือจิ๋วอยู่คิวก็คือไม่มีตัวเขาเรียกเป็นตัวหุ้มอีกรอบนึงเพื่อช่วยลดสัญญาณลดทอนนะคะ stp ก็จะมีสายตรงนี้อีกอันหนึ่งตรงนี้ล่ะคะ ลักษณะก็จะต่างกันสายแลนของเราค่อยจะเป็นส่วนมากจะเป็นใช้ GDP ธรรมดาที่อยู่ในห้องแลปนะคะ ถ้าไม่ใช่อุปกรณ์ที่ต้องการส่งข้อมูลแล้วไม่มีสัญญาณรบกวนนะคะ ถ้าต้องการแบบว่ามีตัว checking หรือว่าตัวป้องกันสัญญาณรบกวนนะคะ เพื่อเป็นตัว scp ของเราอันนี้ก็จะเป็นลักษณะของสาย Lan ที่เราเห็นใช้ทั่วไปจะเป็นตัวนี้นะคะ เข้าสายนะจะเรียนมาแล้วนะโอเคเรียนมาแล้วแต่ว่าจะรู้ว่าเข้าสายคู่ไหนเป็นต่อตรงต่อครอสถูกนะขายกันอย่างไรเป็นอย่างไรอันนี้เป็นคิวแล้วก็ Until มันจะเป็นเหมือนฟอยน่ะต้องการดูอีกรอบนึงวัดทั่วไปที่เราใช้ไม่ค่อยเห็นใช้กับอุปกรณ์ที่เฉพาะนิดนึงแล้วก็ราคาก็จะเพิ่มขึ้นอันไหนที่มันมีคุณภาพดีกว่าแน่นอนราคาก็จะสูงขึ้นประสิทธิภาพก็ดียิ่งขึ้นตามไปด้วยนั่นเองนะคะ ไม่ไป