﻿1
00:00:06,096 --> 00:00:10,096
ใช้อยู่แล้วปัจจุบันใกล้ตัวนะคะ แต่เราจะมาจำแนกประเภทแล้ว  ก็ตีกรอบว่าแต่ละประเภทเขาจัดอยู่ในตัวมาตรฐานอะไรนั่นเองนะคะ

2
00:00:23,242 --> 00:00:27,242
จากรูปภาพนะคะ อย่างที่บอก

3
00:00:41,612 --> 00:00:45,612
ไปการสื่อสารเหมือนอาจารย์พูดหน้าห้องกับนักเรียนนะคะ ก็จะเป็นผู้ส่งสารแล้วก็ปลายทางก็จะเป็นนักศึกษาทุกคนเช่นเดียวกัน การสื่อสารโดยระบบคอมพิวเตอร์นะคะ ก็จะมีผู้ส่งและผู้รับนันเองนะคะ

4
00:00:47,787 --> 00:00:48,345
sender กับ Receiver นะคะ แน่นอนนะคะ การใช้การสื่อสารนะคะ

5
00:00:48,345 --> 00:00:52,345
ในคอมพิวเตอร์ก็จะมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์นะคะ เหมือนเวลาเราใช้คอมพิวเตอร์อาจจะทำการบ้าน

6
00:00:58,289 --> 00:00:58,548
หรือว่าส่ง Facebook คุยกับเพื่อน

7
00:00:58,548 --> 00:01:02,548
นี่ มันก็ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต้นทางกับปลายทางถูกไหมคะ ที่เราจะส่งข้อมูลหากัน ดังนั้นคอมพิวเตอร์นะคะ ของผู้ส่ง

8
00:01:06,790 --> 00:01:10,790
ว่าจะอยู่ฝั่งที่ผู้ส่งและผู้รับ อย่างสายที่ใช้ในการสื่อสารอย่างสมุดในห้องแบบตัวนี้นะคะ สายที่อยู่หลังเครื่องคอมก็จะเป็นสายแลนถูกไหมคะ

9
00:01:20,275 --> 00:01:20,964
ที่เป็นเส้นขาว ๆ ในการเชื่อมต่อนั่นเอง

10
00:01:20,964 --> 00:01:24,964
นี้สื่อกลางนะคะ ก็คือ Translation media

11
00:01:29,247 --> 00:01:32,770
จะเป็นสายหรืออากาศ

12
00:01:32,770 --> 00:01:33,681
ที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างกันนะคะ

13
00:01:33,681 --> 00:01:35,759
เราจะมาดูว่า

14
00:01:35,759 --> 00:01:39,759
เดี๋ยวขอพูดไปเมื่อกี้ เดี๋ยวลืม

15
00:01:41,943 --> 00:01:45,943
ชื่อตัวก

16
00:01:47,936 --> 00:01:50,309
ลางสื่อสารแล้วก็ physical layer ที่เรียนหลายที่แล้วนะคะ เราจะมีตัว

17
00:01:50,309 --> 00:01:53,884
อายไลเนอร์นะคะ

18
00:01:53,884 --> 00:01:54,278
tcp IP นะคะ ก็จะมีชั้นที่ล่างสุด

19
00:01:54,278 --> 00:01:58,278
ก็คือฉันที่เป็นก็คือมองภาพได้จับต้องได้นะคะ

20
00:01:58,870 --> 00:02:02,870
ใช้การเชื่อมต่ออุปกรณ์ ก็คือชั้นที่เอาสายแลนเสียบข้างหลังนะคะ

21
00:02:09,780 --> 00:02:10,794
เขาจะเรียกเป็น physical layer ในการเสียบแล้วก็ส่งข้อมูลนั่นเองนะคะ

22
00:02:10,794 --> 00:02:14,794
สายสื่อสารมาตรฐานของเรานะคะ อันนี้ก็จะเป็นหลัก ๆ

23
00:02:17,542 --> 00:02:21,542
ก่อนนะคะ ณ ปัจจุบันก็อาจจะมีการเพิ่มเติมของตัวฟังก์ชันนะคะ

24
00:02:30,430 --> 00:02:32,310
ของสายสื่อสารขึ้นมานะคะ เพราะจะมีทั้งหมด 4 อันที่อาจารย์นำมายกตัวอย่างแล้วก็นำมาสอนในครั้งนี้

25
00:02:32,310 --> 00:02:36,310
ว่าจะมีมาตรฐานแทนเบส

26
00:02:40,698 --> 00:02:44,698
มาตรฐาน ieee 802.4 มาตรฐาน ieee 802.5 มาตรฐาน fddi นะคะ

27
00:02:47,587 --> 00:02:47,967
เดี๋ยวเราจะมาดูแต่ละตัวแต่ละมาตรฐานนะคะ ว่ามันมีคุณลักษณะที่

28
00:02:47,967 --> 00:02:51,128
ใช้แตกต่างกันอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ

29
00:02:51,128 --> 00:02:55,128
เราจะมาดูมาตรฐาน IEEE ในตัวแรกของเรานะคะ 802.3 นะคะ ก็จะเป็นการส่งข้อมูลสื่อสารนะคะ ทั่วไปของอินเทอร์เน็ตนั่นเองนะคะ

30
00:03:06,172 --> 00:03:09,911
โดยจะแบ่งเป็นย่อย ๆ ตามนีนะคะ ตามนี้

31
00:03:09,911 --> 00:03:13,911
พูดง่าย ๆ มันก็จะมีตัวอักษรด้านหน้านะครับ เพื่อแบ่งเป็นประเภทแล้วก็ตัวเลขหรือว่าตัวลูกศรด้านหลังนะคะ

32
00:03:20,770 --> 00:03:21,535
เพื่อแบ่งเฉพาะรายละเอียดลงไปอีก

33
00:03:21,535 --> 00:03:23,197
ตัวแรกนะคะ

34
00:03:23,197 --> 00:03:26,745
ไว้นะคะ

35
00:03:26,745 --> 00:03:30,745
อยู่บ้าน

36
00:03:33,204 --> 00:03:34,396
Original 802.3 ก็จะเป็นการสื่อสารของอินเทอร์เน็ตทั่วไปนะคะ

37
00:03:34,396 --> 00:03:38,396
ถัดมาอันที่ 2

38
00:03:40,048 --> 00:03:42,046
tended to หรือว่า

39
00:03:42,046 --> 00:03:43,758
ซิมอินเตอร์เน็ตนะคะ

40
00:03:43,758 --> 00:03:46,326
อันที่ 3

41
00:03:46,326 --> 00:03:46,959
bestled

42
00:03:46,959 --> 00:03:50,959
อันที่ 4 Three และท้าย

43
00:03:54,954 --> 00:03:55,418
hendrix หรือว่าตัว Broadband นะคะ

44
00:03:55,418 --> 00:03:59,418
อันนี้เราจะไม่ได้ลงลึกไปทั้งหมด เราจะเลือกมาแค่บางตัวมาตรฐานนะคะ เพื่อระบุแต่ละตัวนะคะ ที่มันใกล้ตัวแล้วก็คิดว่านักศึกษาน่าจะได้ใช้งานนะคะ

45
00:04:10,742 --> 00:04:12,229
ในชีวิตจริงนี่มากที่สุดนั่นเองนะคะ

46
00:04:12,229 --> 00:04:16,229
เดี๋ยวเรามาดูตารางนะคะ

47
00:04:17,322 --> 00:04:21,247
ของตารางสายมาตรฐานเทเบสของเรานะคะ

48
00:04:21,247 --> 00:04:25,247
ดูง่าย ๆ นะคะ

49
00:04:25,597 --> 00:04:25,783
ของเรานี่

50
00:04:25,783 --> 00:04:28,808
จะมี

51
00:04:28,808 --> 00:04:29,159
สายที่เราใช้งาน

52
00:04:29,159 --> 00:04:33,159
ส่วนมากก็จะเป็นถ้าในห้องแลป ก็จะเป็นสายแลนถูกไหมคะ ในการสื่อสารสีขาว ๆ ของเราสาย Lan ก็จะแบ่งประเภทอีก ว่า

53
00:04:41,245 --> 00:04:41,827
เป็นร้านแบบไหน

54
00:04:41,827 --> 00:04:45,827
มีสายที่มันคลุมในการป้องกัน

55
00:04:46,343 --> 00:04:48,655
การ

56
00:04:48,655 --> 00:04:52,655
รบกวนกันของสัญญาณหรือเปล่าแล้วก็มีสายโคแอกเชียล

57
00:04:53,840 --> 00:04:57,840
2 แบบ

58
00:05:04,641 --> 00:05:06,532
ตรงนี้นะคะ แล้วก็แบบบิดเกลียวแล้วก็แบบไม่บิดเกลียวอีก มันก็จะแยกเฉพาะของสายออกไปอีกว่ามีประเภทอะไรนะคะ อันนี้ก็จะเป็นลักษณะตาราง

59
00:05:06,532 --> 00:05:06,964
ให้มาดูความเปรียบเทียบนะคะ

60
00:05:06,964 --> 00:05:10,964
ว่าจะมีสายโคแอกเชียล

61
00:05:11,197 --> 00:05:15,197
แล้วที่ต่างกันก็คือจะเป็นเทคนิคการส่ง อันนี้มันจะแยกประเภทลงไปอีกนะคะ ว่ากรณีการส่งเราส่งเป็นแบบวิธีไหนใช้ความถี่

62
00:05:28,222 --> 00:05:28,448
ใช้ค่าความถี่ใหม่หรือว่าเป็นช่วงเวลาใหม่นะคะ

63
00:05:28,448 --> 00:05:32,448
อัตราความเร็วอยู่ที่เท่าไรนะคะ แล้วก็ระยะทางนะคะ สูงสุดที่สามารถส่งตัว

64
00:05:41,166 --> 00:05:43,576
ข้อมูลไปได้โดยไม่ใช้ตัวกระจายสัญญาณหรือว่าตัวเพิ่มสัญญาณขึ้นมาอีกรอบ

65
00:05:43,576 --> 00:05:43,765
เอาให้อยู่นะคะ

66
00:05:43,765 --> 00:05:47,765
เพราะว่าจะเรียนละเอียดก็คือเราจะต้องเรียนตั้งแต่เทคนิคการส่งสัญญาณของแต่ละตัว

67
00:05:49,426 --> 00:05:52,534
แล้วก็มาดูประเภทอีกนะคะ

68
00:05:52,534 --> 00:05:56,534
อันนี้จะเป็นตารางสรุปรวมให้ดูแล้วกันนะคะ เดี๋ยวให้นักศึกษา

69
00:05:59,975 --> 00:06:03,870
ไปจำเอานะคะ

70
00:06:03,870 --> 00:06:04,160
ว่าตัวไหนที่ให้นะคะ ระยะทางสูงที่สุด

71
00:06:04,160 --> 00:06:05,478
นะคะ

72
00:06:05,478 --> 00:06:09,478
เอาสังเกตง่าย ๆ นะคะ สายแลนกับโครแอกเซียล โครเจะให้การส่งสัญญาณที่ระยะทางที่ไกลกว่านะคะ แล้วจะมาดูตารางตรงนี้ได้อยู่ที่ 3,500 นะคะ กิโลเมตร

73
00:06:19,678 --> 00:06:22,451
อัตราความเร็วนะคะ

74
00:06:22,451 --> 00:06:23,236
10 เมกะบิตเปอร์เซ็นต์ในการส่งข้อมูล

75
00:06:23,236 --> 00:06:27,236
นะคะ แล้วก็จะมีตัวรูปแบบในการส่ง

76
00:06:29,361 --> 00:06:31,565
นะคะ

77
00:06:31,565 --> 00:06:35,565
เป็น BTSK นะคะ

78
00:06:36,945 --> 00:06:37,501
มันก็จะแยกประเภทออกไปอีกนะคะ อันนี้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบมาให้ดูเบื้องต้น มาก่อน

79
00:06:37,501 --> 00:06:41,501
ถัดมานะคะ

80
00:06:43,198 --> 00:06:47,198
มาตรฐาน ieee 802.4 นะคะ เป็นการมาตรฐานแบบ Token Bus

81
00:06:50,358 --> 00:06:54,358
เป็นการสื่อสาร

82
00:06:55,241 --> 00:06:55,487
อยู่ 3 แบบ

83
00:06:55,487 --> 00:06:58,253
บอดแบนด์นะคะ

84
00:06:58,253 --> 00:07:02,253
cheryl Brand

85
00:07:02,276 --> 00:07:06,276
เราเรียน

86
00:07:06,723 --> 00:07:08,514
เครือข่ายมาแล้วการเชื่อมต่อพ่วง

87
00:07:08,514 --> 00:07:10,042
อีกน่าจะได้เรียนมาแล้วนะ

88
00:07:10,042 --> 00:07:11,168
คุ้น ๆ ไหม

89
00:07:11,168 --> 00:07:15,168
หรือว่าคืนอาจารย์ไปหมดแล้ว

90
00:07:15,643 --> 00:07:19,643
แล้วก็สายแลน เดี๋ยวมันก็จะคุ้น ๆ นะคะ

91
00:07:21,962 --> 00:07:25,962
Broadband

92
00:07:26,777 --> 00:07:27,588
จะเป็นสายโคแอกเชียล

93
00:07:27,588 --> 00:07:31,588
ไม่แน่ใจว่าในแลปตัวเครือข่ายเราได้มีได้ดูสายโคแอกเชียลกันหรือเปล่า

94
00:07:34,577 --> 00:07:36,749
ได้ดูไหม

95
00:07:36,749 --> 00:07:40,749
เรียนออนไลน์ อ๋อ ไม่เป็นอะไร ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวจะมีในสไลด์ให้ดูนะคะ จะมีการส่งสัญญาณที่แตกต่างกัน

96
00:07:45,714 --> 00:07:49,714
ใกล้ ๆ ไม่ว่าจะเป็นสายแลนสายโคแอกเชียล สายไฟเบอร์เขาสามารถที่จะมีการส่งสัญญาณ

97
00:07:53,623 --> 00:07:57,623
อัตราความเร็วที่แตกต่างกันได้ตามอุปกรณ์ที่รับ และมาส่งเช่นเดียวกันนะคะ

98
00:07:59,818 --> 00:08:03,818
ช่องทาง bandwidth นะคะ

99
00:08:05,715 --> 00:08:09,715
bandwidth

100
00:08:10,921 --> 00:08:11,292
ก็คือช่องทางที่สามารถจะส่งข้อมูลไป

101
00:08:11,292 --> 00:08:14,874
เข้าใจคำว่า "bandwidth" อยู่นะ

102
00:08:14,874 --> 00:08:15,493

103
00:08:15,493 --> 00:08:19,493
ความกว้างเหมือนถนนในการเราขึ้นถนนไป

104
00:08:26,081 --> 00:08:28,480
ปลายทางนี่ ก็คือความกว้างของถนนที่เราจะส่งข้อมูลไปก็เหมือนรถ

105
00:08:28,480 --> 00:08:28,542
มันขี่ได้กี่ในถนนเส้นหนึ่ง

106
00:08:28,542 --> 00:08:32,542
คือมันกว้างเยอะขนาดไหนในการส่งข้อมูล

107
00:08:32,689 --> 00:08:34,434
ไม่งงนะ

108
00:08:34,434 --> 00:08:35,497
งงให้ถามนะคะ

109
00:08:35,497 --> 00:08:39,497
cheryl Brand นะคะ ก็คือเป็น

110
00:08:41,985 --> 00:08:43,194
แบรนด์

111
00:08:43,194 --> 00:08:45,500
ก็คือ

112
00:08:45,500 --> 00:08:45,874
ข้างบนช่องทางเดียวนะคะ

113
00:08:45,874 --> 00:08:49,874
มีช่องทางเดียวต่อ 1 สาย

114
00:08:53,646 --> 00:08:54,146
เหมือนถนนมีเส้นเดียวรถสามารถขับได้แค่คันเดียว

115
00:08:54,146 --> 00:08:56,625
เหมือนขับอยู่ในซอย

116
00:08:56,625 --> 00:08:59,139
ไม่งงนะ

117
00:08:59,139 --> 00:09:03,139
ราคาสายจะถูกลง เพราะความกว้างมันก็ bandwidth มันก็จะน้อยลงนะคะ

118
00:09:07,347 --> 00:09:11,347
แล้วก็สามารถเลือกอัตราความเร็วได้ว่าจะขี่เหมือนเราขับรถจะส่งที่อัตราความเร็วเท่าไหร่อันนี้ก็จะมีสามารถส่งที่อัตราความเร็วที่เราเลือกได้นั่นเองนะคะ ว่าจะสามารถส่งที่ความเร็วเท่าไหร่นั่นเอง

119
00:09:27,408 --> 00:09:27,631
อันที่ 3 ก็จะเป็น Fiber Optic นะคะ

120
00:09:27,631 --> 00:09:31,631
ที่เอามานะคะ ใช้แทน 2 ตัวนี้นะคะ อัตราความเร็วเราก็จะเห็นว่า Fiber จะมีอัตราความเร็วที่มันสูงขึ้นนะคะ

121
00:09:37,956 --> 00:09:41,956
มันก็จะเป็นสายแลน

122
00:09:43,003 --> 00:09:46,714
ตามคุณภาพของตัวสายส่ง

123
00:09:46,714 --> 00:09:50,672
แล้วก็สามารถใช้กับแลน

124
00:09:50,672 --> 00:09:52,880
ในเครือข่าย

125
00:09:52,880 --> 00:09:56,880
อันนี้เข้าไปก่อนแล้วกัน

126
00:09:59,179 --> 00:10:00,102
Passive กับ Active Star ใช้ในตัวเครือข่ายของเรานั่นเอง

127
00:10:00,102 --> 00:10:04,102
โอเค Token bus ของเราก็จะมี 3 แบบนะคะ

128
00:10:04,826 --> 00:10:08,826
หรือถ้าเรามาทำเป็นตารางสรุป

129
00:10:15,194 --> 00:10:19,194
2 อันนี้เป็นตัว

130
00:10:23,211 --> 00:10:23,393
โอแอกเซียลอันนี้เป็น Fiber Optic อันนี้จะให้อัตราความเร็วที่ในการส่งที่ค่อนข้างสูงที่สุด

131
00:10:23,393 --> 00:10:24,705
นะคะ

132
00:10:24,705 --> 00:10:28,705
แต่ว่าข้อดีข้อเสียของแต่ละอันก็จะแตกต่างกันไปนะคะ แต่เราจะมาพูดแยกแต่ละประเภทกันอีกว่าโคแอกเชียล ข้อดีอะไรข้อเสียอะไร

133
00:10:36,393 --> 00:10:36,921
ไฟเบอร์ออฟติกข้อดีอะไรข้อเสียอะไรนั่นเองนะคะ

134
00:10:36,921 --> 00:10:40,921
อันนี้ก็คือเทคนิคการส่งสัญญาณ ปกติ

135
00:10:44,911 --> 00:10:48,911
โคแอกเชอยู่ที่ 7

136
00:10:56,951 --> 00:11:00,300
ค่าความต้านทานคืออะไร ในกรณีที่เราใช้สายส่งที่เป็นทองแดงเหมือนสายไฟมันจะมีค่าความต้านทานที่เราส่งเราจะโผล่ร่วมเป็นเสียงนะคะ

137
00:11:00,300 --> 00:11:00,462
ถ้าเป็นสายไฟก็คือจะเป็นกระแสไฟฟ้านะคะ

138
00:11:00,462 --> 00:11:04,462
ที่จะสามารถคำนวณว่าจะมีคำนวณค่าอีกว่ากี่โอห์มแล้วมันส่งได้เท่าไหร่นะคะ

139
00:11:06,486 --> 00:11:10,486
คราวนี้เทคนิคในการส่งสัญญาณนะคะ มันก็จะมี

140
00:11:11,752 --> 00:11:12,190
หลายแบบ

141
00:11:12,190 --> 00:11:16,190
a m ก็จะเป็นแอมพลิจูด modulation นะคะ

142
00:11:18,674 --> 00:11:19,115
เผานะคะ

143
00:11:19,115 --> 00:11:23,115
หรือว่าจะเป็นรีเจนซี่นะคะ

144
00:11:24,317 --> 00:11:24,863
อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบการส่งสัญญาณอีกนะคะ

145
00:11:24,863 --> 00:11:28,863
อันนี้เราเรียนเป็นภาพรวมนะ เราไม่ได้เรียนเป็นรายละเอียดลงลึก ของเทคนิการส่งสัญญาณ

146
00:11:43,802 --> 00:11:45,892
อาจจะส่งของไม่ได้อธิบายทั้งหมดนะคะ อาจจะมีชื่อการส่งสัญญาณเทคนิค Broadband Router แบรนด์ แล้วก็ไฟเบอร์ออฟติคนะคะ ก็จะเป็นอัตราความเร็วที่สามารถส่งได้นั่นเองนะคะ

147
00:11:45,892 --> 00:11:46,698
ที่สุดนั่นเอง

148
00:11:46,698 --> 00:11:50,698
ระยะทางนะคะ ก็ต้องเป็น Fiber Optic ความเร็วนะคะ

149
00:11:57,013 --> 00:11:57,411
มากที่สุดก็จะได้ความต้านทานที่สูงที่สุดแต่พอดีตัวนี้มันไม่ได้ปรับแก้นะคะ

150
00:11:57,411 --> 00:12:01,064
ถัดมา

151
00:12:01,064 --> 00:12:04,391
ถ่ามได้นะอันไหนงง

152
00:12:04,391 --> 00:12:08,391
ถัดมาเป็นมาตรฐานอธิบดี 80 2.5 นะคะ

153
00:12:12,088 --> 00:12:16,088
80 2.5 ก็จะเป็นสายรูปเกลียว

154
00:12:18,112 --> 00:12:22,112
ขายคู่เกลียวแบบมีชิว 2 ลักษณะ

155
00:12:22,851 --> 00:12:26,851
ก็คือสามารถส่งที่อัตราความเร็วที่ 1 แล้วก็ 4 MB Per

156
00:12:30,727 --> 00:12:33,805
sec เป็นแฟนแล้วก็โทเค็นริง

157
00:12:33,805 --> 00:12:37,805
ถ้าเป็นบัสก็คือ

158
00:12:40,416 --> 00:12:41,066
เป็นสาย

159
00:12:41,066 --> 00:12:43,907
แล้วก็

160
00:12:43,907 --> 00:12:44,527
อุปกรณ์ถอดเสียบเข้าไปในตัวสวิตช์

161
00:12:44,527 --> 00:12:47,144
หรือ Router นะ

162
00:12:47,144 --> 00:12:48,877

163
00:12:48,877 --> 00:12:52,434
บัส ไม่งงนะ

164
00:12:52,434 --> 00:12:53,020
Ring of elysium ทุกตัวต้องต่อเชื่อมกัน

165
00:12:53,020 --> 00:12:57,020
เวลาถ้าไหนร่มก็จะล่มทั้งระบบ

166
00:12:57,124 --> 00:13:00,291
คุ้น ๆ นะคุณนะ

167
00:13:00,291 --> 00:13:00,634
ไม่คุ้นถามได้นะ

168
00:13:00,634 --> 00:13:04,634
อีกมาตรฐานหนึ่งที่เรามาใช้ ก็คือจะเป็นมาตรฐานของ IPM

169
00:13:10,530 --> 00:13:13,622
ibm  ก็จะเป็นพวกบริษัทนะคะ

170
00:13:13,622 --> 00:13:17,191
ที่ผลิตเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นะคะ

171
00:13:17,191 --> 00:13:21,191
ในระบบเครือข่ายด้วยต่าง ๆ โทรคมนาคมนะคะ

172
00:13:22,323 --> 00:13:26,138
สายสื่อสารของเขาก็จะมีเลือก 2 แบบ ก็คือแบบไม่มีชิว

173
00:13:26,138 --> 00:13:28,129
แล้วก็แบบมีชิว แล้วก็มีอัตราความเร็วในการส่งข้อมูล

174
00:13:28,129 --> 00:13:32,129
ด้วยเช่นเดียวกันนะคะ

175
00:13:32,646 --> 00:13:33,951
เดี๋ยวเราจะมาดูตารางถัดมานะคะ ที่ใช้

176
00:13:33,951 --> 00:13:36,903
เปรียบเทียบ

177
00:13:36,903 --> 00:13:40,903
อันนี้ก็จะเป็น 802.5 นะคะ คู่มีเกลียวนะคะ แล้วก็ของตัว ibm ก็จะมีตัวแบบมีเกลียวแล้วก็ไม่มีเกลียว

178
00:13:51,101 --> 00:13:55,101
บางคนจะสงสัยว่าสายส่งสัญญาณ

179
00:13:58,696 --> 00:14:01,700
ทำไมมีทั้งแบบคู่มีเกลียวแล้วก็คลุก

180
00:14:01,700 --> 00:14:03,056
กรณีที่มันมีที่เกลียวกันเพื่อลบ

181
00:14:03,056 --> 00:14:03,669
สัญญาณรบกวน

182
00:14:03,669 --> 00:14:07,669
นะคะ ปกติเวลาเราส่งสัญญาณข้อมูลนี่

183
00:14:09,121 --> 00:14:13,121
มันก็จะส่ง

184
00:14:20,125 --> 00:14:20,849
สายที่มันคู่ขนานกันไปเรื่อย ๆ นะคะ ถ้ามีการคู่ตีเกลียวขึ้นมานี่ ก็จะช่วยลดสัญญาณรบกวนระหว่างช่องสัญญาณที่อยู่ข้าง ๆ นั่นเองนะคะ ในการส่งข้อมูล

185
00:14:20,849 --> 00:14:24,849
อันนี้ก็จะเป็นเทคนิคนะคะ

186
00:14:25,922 --> 00:14:26,376
แล้วก็จะเป็นอัตราความเร็ว

187
00:14:26,376 --> 00:14:29,508
แล้วก็จำนวน repeater

188
00:14:29,508 --> 00:14:33,508
จำนวน repeater ก็คือ

189
00:14:36,625 --> 00:14:37,901
กรณีเราส่งสัญญาณข้อมูล

190
00:14:37,901 --> 00:14:38,457
เข้ามานะคะ

191
00:14:38,457 --> 00:14:42,457
แล้วสัญญาณข้อมูลนี่ เราสามารถส่งไปที่ระยะทางเท่าไรนะคะ

192
00:14:47,721 --> 00:14:48,447
มองภาพง่าย ๆ นะคะ เวลาเราส่ง

193
00:14:48,447 --> 00:14:52,447
มองภาพง่ายที่สุด ถ้าเราน่าจะเข้าใจก็น่าจะเป็นแบบองค์การโทรศัพท์ ถุกไหมคะ นะคะ มันก็จะมีชุมสายทุกที่

194
00:14:59,581 --> 00:15:02,458
เครือข่ายทุกที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็เหมือนกัน

195
00:15:02,458 --> 00:15:02,675
ก็จะมีจุดพักสัญญาณเช่นเดียวกันนะคะ

196
00:15:02,675 --> 00:15:06,675
ไม่ว่าจะเป็น TOT  ทรีบอร์ดแบนด์นะคะ

197
00:15:16,858 --> 00:15:17,238
Cat Telecom ต่าง ๆ นะคะ มันก็จะมีชุมสายในการกระจายสัญญาณเช่นเดียวกัน ว่ารับส่งสัญญาณมาระดับนี้แล้วต้องมีตัวกระจายสัญญาณที่จุดไหน

198
00:15:17,238 --> 00:15:21,238
เมื่อทำการทวนสัญญาณเพื่อให้สัญญาณมัน

199
00:15:24,875 --> 00:15:25,050
เจนแล้ว ก็ส่งไปยังปลายทางได้ครบข้อมูล

200
00:15:25,050 --> 00:15:28,888
ที่จับผู้ส่งนั่นเองนะคะ

201
00:15:28,888 --> 00:15:32,888
อันนี้ไม่ได้ระบุตัว repeater เข้ามานะคะ

202
00:15:35,944 --> 00:15:36,443
ตัวระยะทาง

203
00:15:36,443 --> 00:15:39,435
อันนี้ก็จำนวน repeater ที่สูงสุดนะคะ

204
00:15:39,435 --> 00:15:43,435
ที่เราสามารถส่งนะคะ อัตราความเร็ว แล้วก็ที่จะเซ็นสัญญานะคะ

205
00:15:47,677 --> 00:15:48,242
ไม่ถึงปลายทางได้นั่นเองนะคะ

206
00:15:48,242 --> 00:15:52,242
ถัดมา

207
00:15:53,019 --> 00:15:57,019
ตัวที่ 3 ของเรามาตรฐาน

208
00:15:58,681 --> 00:15:59,183
fddi  นะคะ

209
00:15:59,183 --> 00:16:03,183
ตามชื่อ

210
00:16:13,351 --> 00:16:14,633
ก็จะเป็นไฟเบอร์ดิสทริบิว Data Interface นะคะ ก็จะเป็นโปรดตคอลนะคะ ของตัวแทนนะคะ เข้าในเบอร์ของเรานะคะ แบบ Token Ring

211
00:16:14,633 --> 00:16:18,633
เน็ตมีอัตราการส่งข้อมูลที่ 100 นะคะ mbps นะคะ

212
00:16:22,517 --> 00:16:26,517
มันก็จะเยอะกว่าเมื่อกี้ ถูกไหม

213
00:16:28,109 --> 00:16:32,109
อันนี้ก็จะเพิ่มขึ้นนะเป็น 100 นะคะ

214
00:16:32,889 --> 00:16:36,889
เราก็จะมาดูตารางนี่

215
00:16:37,120 --> 00:16:41,120
อัตราความเร็วมาจะเพิ่มขึ้นนะคะ แต่เทคนิคสัญญาณในการส่งจะแตกต่างไป fddi จากชื่อก็ตัวเอง

216
00:16:51,911 --> 00:16:55,911
ว่าจะย่อมาจากตัวไฟเบอร์อย่างที่บอกไป ไฟเบอร์ก็จะส่งตัวสัญญาณได้ระยะไกลกว่า และสัญญาณดีกว่านะคะ

217
00:17:01,334 --> 00:17:02,107
repeater  แล้วก็ระยะทางระหว่าง repeater นะคะ ทุก 200 เมตรก็จะมีตัว repeater เพื่อทวนสัญญาณทำให้สัญญาณชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเอง

218
00:17:02,107 --> 00:17:04,514
งงกันไหม

219
00:17:04,514 --> 00:17:08,514
ถ้าเงียบ ๆ อาจารย์ถือว่าเข้าใจนะ ถ้าไม่เข้าใจยกมือถามได้นะคะ

220
00:17:10,807 --> 00:17:14,807
คราวนี้มาดูประเภท

221
00:17:19,409 --> 00:17:20,553
สื่อสาร

222
00:17:20,553 --> 00:17:24,553
ประเภทของมันก็จะมีแบบ WiFi คือมีสาย

223
00:17:27,399 --> 00:17:31,399
Wireless ก็คือไม่มีสายนะ ตามชื่อเลย

224
00:17:32,241 --> 00:17:36,241
ก็จะมีสายแบบไหนบ้าง ทวิสแพร์ ก็คือคู่ตีเกลียว โคแอกเซียล ไฟเบอร์ออฟติก

225
00:17:43,028 --> 00:17:47,028
แล้วก็ Free Space

226
00:17:51,636 --> 00:17:51,762
prestressed ก็คือพวกอากาศที่เราส่งสัญญาณไปหากันอย่างพวก WiFi นะคะ

227
00:17:51,762 --> 00:17:55,762
หรือว่าใช้สัญญาณดาวเทียมนะคะต่าง ๆ นะคะ

228
00:17:59,646 --> 00:17:59,983
อยู่ในพวกนี้เป็นอันตรายนะคะ

229
00:17:59,983 --> 00:18:03,542
เรามาดูต่อ

230
00:18:03,542 --> 00:18:07,542
สายสื่อสารนะคะ แบบใช้สายนะคะ ที่มีข้อแนะนำ

231
00:18:10,645 --> 00:18:14,645
ก็คือมีอุปกรณ์เหมือนถนนเดินทางไป

232
00:18:15,709 --> 00:18:16,608
นะคะ

233
00:18:16,608 --> 00:18:20,608
ก็จะมีการเชื่อมอุปกรณ์นะคะ

234
00:18:24,369 --> 00:18:25,387
จากต้นทางไปยังปลายทางอุปกรณ์อุปกรณ์หนึ่งนะคะ

235
00:18:25,387 --> 00:18:29,387
โดยมีทวิสแพร์ แล้วก็ไฟเบอร์ออฟติก

236
00:18:33,473 --> 00:18:37,473
เป็นสามัญที่พูดไปอยู่ฝั่งขวาที่มันเป็นไว ๆ นะคะ

237
00:18:38,007 --> 00:18:38,600
เดี๋ยวเรามาดูอันแรกของเรานะคะ ที่มีสายส่งของอุปกรณ์

238
00:18:38,600 --> 00:18:42,600
ตัวใส่คู่พันเกลียวนะคะ อย่างเหมือนสาย Lan สมมุติว่าแกะออกมาแล้วจะเห็นว่ามันจะตีเกลียวคู่กัน

239
00:18:54,309 --> 00:18:58,309
Network น่าจะได้เรียนแล้ว อันนี้อาจารย์เขาน่าจะสอน insulator ก็คืออุปกรณ์ที่เป็นฉนวนหุ้ม

240
00:19:05,312 --> 00:19:09,312
ของตัวสายทองแดงที่อยู่แต่ละคู่นั่นเองนะคะ

241
00:19:12,984 --> 00:19:15,796
เดี๋ยวเราดูต่อนะ

242
00:19:15,796 --> 00:19:19,796
สายคู่ตีเกลียวจะมี 2 อัน

243
00:19:25,110 --> 00:19:25,729
utp กับ stp

244
00:19:25,729 --> 00:19:28,216
u ก็คืออันชิว

245
00:19:28,216 --> 00:19:30,337
ก็คือ Chill

246
00:19:30,337 --> 00:19:32,018
You

247
00:19:32,018 --> 00:19:36,018
ฟิวส์ก็คือไม่มีตัวเขาเรียก

248
00:19:36,154 --> 00:19:40,154
มีตัวหุ้มอีกรอบหนึ่ง เพื่อช่วยลดสัญญาณลดทอนนะคะ http

249
00:19:46,071 --> 00:19:46,224
ก็จะมีสายตัวเครื่องตัวนี้อีกอันหนึ่ง

250
00:19:46,224 --> 00:19:50,224
ตัวนี้นะคะ ลักษณะก็จะต่างกัน

251
00:19:51,349 --> 00:19:55,349
สายของเราก็จะเป็นส่วนมากจะใช้เป็น utp ธรรมดาที่อยู่ในห้องแลปนะคะ

252
00:20:02,075 --> 00:20:03,140
ถ้าไม่ใช่อุปกรณ์ที่ต้องการส่งข้อมูลแล้วไม่มีสัญญาณรบกวนนะคะ

253
00:20:03,140 --> 00:20:07,140
ถ้าต้องการแบบว่ามีตัว

254
00:20:11,349 --> 00:20:12,195
ป้องกันตัวสัญญาณรบกวนนะคะ ก็จะเป็นตัว stp ของเรานะคะ

255
00:20:12,195 --> 00:20:16,195
อันนี้ก็จะเป็นลักษณะของสายแลน

256
00:20:17,987 --> 00:20:21,987
ที่เราเห็นใช้ทั่วไปจะเป็นตัวนี้นะคะ

257
00:20:23,168 --> 00:20:25,931
เข้าสายน่าจะเรียนมาแล้วนะ

258
00:20:25,931 --> 00:20:29,931
โอเค เรียนมาแล้ว

259
00:20:33,136 --> 00:20:37,136
แปลว่าจะรู้เข้าสายคู่ไหนเป็นต่อตรง ปกครอ

260
00:20:37,221 --> 00:20:38,352
อันดับขายทำอย่างไร สีอะไรวันนี้เป็น Seal

261
00:20:38,352 --> 00:20:39,917
แล้วก็อันจิ๋ว

262
00:20:39,917 --> 00:20:41,792
มันก็จะเป็นเหมือนพลอยนะ

263
00:20:41,792 --> 00:20:42,324
ป้องกันไว้อีกรอบหนึ่ง

264
00:20:42,324 --> 00:20:46,324
แต่ว่าทั่วไปที่เราใช้ไม่ค่อยเห็นนะคะ

265
00:20:47,551 --> 00:20:47,707
เราก็จะใช้กับอุปกรณ์

266
00:20:47,707 --> 00:20:51,707
ที่เฉพาะนิดนึงแล้วก็ราคาก็จะเพิ่มขึ้น

267
00:20:59,944 --> 00:21:00,616
อันไหน ที่มันมีคุณภาพดีกว่าแน่นอนคุณภาพราคาจะสูงขึ้นสภาพก็จะดีขึ้นนั่นเองนะคะ

268
00:21:00,616 --> 00:21:04,616
ไม่ไป

269
00:21:20,852 --> 00:21:33,286

270
00:21:05,050 --> 00:21:09,050


