﻿1
464000:42:23,550 --> 464000:42:27,550
(อาจารย์ธิดารัตน์) ส่งไปยังผู้รับนั่นเอง

2
464000:42:22,066 --> 464000:42:22,066

3
464000:42:22,066 --> 464000:42:26,066

4
464000:42:35,331 --> 464000:42:39,331

5
464000:42:39,333 --> 464000:42:39,484
มาตีกรอบว่าแต่ละประเภทนี่ เขา

6
464000:42:39,484 --> 464000:42:43,484
จัดอยู่ในตัวมาตรฐานอะไรนั่นเอง อย่างรูปภาพนะคะ อย่างที่บอกไปการสื่อสาร

7
464000:42:49,187 --> 464000:42:53,187
เหมือนอาจารย์พูดหน้าห้องกับนักเรียน

8
464000:42:55,154 --> 464000:42:55,625
และก็ปลายทางก็จะเป็นนักเรียนทุกคน เช่นเดียวกัน

9
464000:42:55,625 --> 464000:42:57,660
ในการสื่อสารในตัวระบบคอมพิวเตอร์ ก็จะมีผู้ส่งและผู้รับ

10
464000:42:57,660 --> 464000:43:01,660
นั่นเองนะคะ Sender กับ Re

11
464000:43:07,075 --> 464000:43:11,075
ciever แน่นอนนะคะ การใช้การสื่อสารนะคะ ในคอมพิวเตอร์ ก็ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ถูกไหมคะ

12
464000:43:11,472 --> 464000:43:13,630
เหมือนเวลาเราใช้คอมพิวเตอร์ อาจจะทำการบ้าน

13
464000:43:13,630 --> 464000:43:17,630
ส่ง Facebook คุยกับเพื่อน มันก็ต้องมีอุปกรณ์ต้นทาง

14
464000:43:22,447 --> 464000:43:26,447
กับปลายทางใช่ไหมคะ ที่เราจะส่งข้อมูลหากัน ดังนั้น คอมพิว

15
464000:43:27,115 --> 464000:43:30,075
เตอร์นะคะ ของผู้ส่งก็จะอยู่ฝั่งผู้ส่งและผู้รับ ดังนั้น สายที่ใช้ในการสื่อสารใน

16
464000:43:30,075 --> 464000:43:34,075
ห้องแลปตัวนี้ สายที่อยู่หลังเครื่องคอมก็จะคือสาย La

17
464000:43:39,359 --> 464000:43:40,039
n ถูกไหมคะ ที่เป็นเส้นขาว ๆ ในการเชื่อมต่อนั่นเอง

18
464000:43:40,039 --> 464000:43:44,039
สื่อกลางนะคะ ก็คือ Transition

19
464000:43:45,227 --> 464000:43:45,521
Media  ก็จะเป็นสาย

20
464000:43:45,521 --> 464000:43:49,521
อากาศที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างกัน

21
464000:43:51,764 --> 464000:43:55,764
นะคะ เราจะมาดูว่าเดี๋ยวขอพูดไปเมื่อกี้นี้ ลืม

22
464000:43:58,329 --> 464000:43:59,356
ตามชื่อตัวกลางสื่อสาร แล้วก็ Physical layer จากที่

23
464000:43:59,356 --> 464000:44:03,356
เรียนไปสัปดาห์ที่แล้วจะมีตัว

24
464000:44:07,092 --> 464000:44:11,092
OSI Layer นะคะ กับ tcp/ip

25
464000:44:11,736 --> 464000:44:15,736
ชั้นที่ล่างสุดก็คือชั้น Physical ที่ล่างสุด

26
464000:44:18,683 --> 464000:44:19,109
Physical มองภาพได้ จับต้องได้ก็ใช้ทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์

27
464000:44:19,109 --> 464000:44:23,109
ชั้นที่เอาสาย Lan เสียบข้างหลังเขา

28
464000:44:26,928 --> 464000:44:28,488
ก็จะเรียกเป็น Physical layer ก็จะส่งข้อมูลนั่นเอง

29
464000:44:28,488 --> 464000:44:32,488
นะคะ สายสายสื่อสารมาตรฐานของเรานะคะ ก็จะเป็น

30
464000:44:33,780 --> 464000:44:37,780
หลัก ๆ ก่อนนะคะ ณ ปัจจุบันอาจจะมีการเพิ่มเติม

31
464000:44:41,677 --> 464000:44:45,677
ของตัวฟังก์ชันนะคะ ของตัวสายสื่อสารขึ้นมา ก็จะมีทั้งหมด

32
464000:44:46,349 --> 464000:44:50,349
4 อันที่อาจารย์นำมายกตัวอย่าง แล้วก็มาสอนในครั้งนี้ ก็จะมีมาตรฐาน 10Base

33
464000:44:50,587 --> 464000:44:54,587
มาตรฐาน IEEE802.4

34
464000:44:59,383 --> 464000:45:02,988
IEEE802.5 มาตรฐาน FDDI นะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูแต่ละตัว

35
464000:45:02,988 --> 464000:45:04,084
แต่ละมาตรฐานนะคะ ว่ามันมีคุณลักษณะที่แตกต่าง

36
464000:45:04,084 --> 464000:45:05,690
กันอย่างไรบ้างนั่นเอง

37
464000:45:05,690 --> 464000:45:09,690
เราจะมาดูมาตรฐาน

38
464000:45:12,591 --> 464000:45:15,679
IEEE ตัวแรกของเรา

39
464000:45:15,679 --> 464000:45:19,679
802.3 ก็จะเป็นการส่งข้อมูลสื่อสารทั่วไปของอินเท

40
464000:45:27,395 --> 464000:45:29,497
อร์เน็ตนะคะ โดยจะแบ่งเป็นย่อย ๆ ตามนี้ พูดง่าย ๆ มันจะมีตัวอักษรด้านหน้า

41
464000:45:29,497 --> 464000:45:33,497
เพื่อแบ่งเป็นประเภท แล้วก็

42
464000:45:33,578 --> 464000:45:37,100
ตัวเลขหรือว่าตัวด้านหลัง เพื่อแบ่งเฉพาะรายละเอียดลงไปอีก

43
464000:45:37,100 --> 464000:45:41,100
อย่างตัวแรกนะคะ 10base5

44
464000:45:47,115 --> 464000:45:49,528
นะคะ หรือว่าตัว Ogiginal802.3 นะคะ ก็จะเป็นการสื่อสาร

45
464000:45:49,528 --> 464000:45:51,317
พวกอินเทอร์เน็ตทั่วไปนะคะ ถัดมาอันที่ 2

46
464000:45:51,317 --> 464000:45:55,317
10base2 หรือว่า

47
464000:46:00,690 --> 464000:46:02,171
นะคะ อันที่ 3 10BASE5

48
464000:46:02,171 --> 464000:46:04,272
Star lan

49
464000:46:04,272 --> 464000:46:08,272
อันที่ 4 10Base 3 แล้วสุดท้าย 10Base36

50
464000:46:10,835 --> 464000:46:14,835
หรือว่าตัวบอร์ดแบนด์อันนี้เราจะไม่ได้ลงลึก

51
464000:46:19,406 --> 464000:46:23,406
ทั้งหมด จะเลือกมาแค่บางตัวมาตรฐานนะคะ เพื่อระบุแต่ละตัวที่มันใกล้ตัวแล้วก็คิดว่านักศึกษาน่าจะได้ใช้งานในชีวิตจริง

52
464000:46:25,445 --> 464000:46:29,445
มากที่สุดนั่นเอง เดี๋ยวเรามาดูตารางนะคะ ของ

53
464000:46:32,060 --> 464000:46:35,832
ตารางสายมาตรฐาน

54
464000:46:35,832 --> 464000:46:38,570
10Base ของเรานะคะ ดูง่าย ๆ นะคะ

55
464000:46:38,570 --> 464000:46:42,472
ของเรานี่จะมีสายที่เราใช้งาน

56
464000:46:42,472 --> 464000:46:46,472
ส่วนมากก็จะเป็นถ้าในห้องแลปก็จะเป็น

57
464000:46:52,180 --> 464000:46:54,905
สายแลนถูกไหมคะ ในการสื่อสารสาย

58
464000:46:54,905 --> 464000:46:57,141
สีขาว ๆ ของเรา สายแลนก็จะแบ่งประเภทอีกว่าเป็นแลนแบบไหน

59
464000:46:57,141 --> 464000:47:01,141
มีสายที่มันคลุมในการป้องกัน

60
464000:47:03,869 --> 464000:47:05,986

61
464000:47:05,986 --> 464000:47:09,986
รบกวนกันของสัญญาณหรือเปล่า แล้วก็มี

62
464000:47:11,072 --> 464000:47:15,072
สาย Coaxial 2 แบบตรงนี้นะคะ แล้วก็แบบบิดเกลียว ไม่บิดเกลียว

63
464000:47:15,078 --> 464000:47:19,078
อีกมันก็จะแยกไปเฉพาะของสายไปอีกว่ามีประเภทอะไร

64
464000:47:23,236 --> 464000:47:27,236
นะคะ อันนี้ก็จะเป็นลักษณะตาราง ให้มาดูความเปรียบเทียบนะคะ ว่าจะมีสาย Coaxial แล้วที่ต่างกัน ก็คือ

65
464000:47:28,124 --> 464000:47:32,124
จะเป็นเทคนิคการส่ง อันนี้

66
464000:47:34,546 --> 464000:47:38,546
มันจะแยกประเภทลงไปอีกนะคะ กรณีเราส่งนี่

67
464000:47:39,653 --> 464000:47:40,633
ส่งเป็นแบบวิธีไหน ใช้ความถี่

68
464000:47:40,633 --> 464000:47:43,966
นะคะ ใช้ค่าความถี่ไหม หรือเป็นช่วงเวลาไหม

69
464000:47:43,966 --> 464000:47:47,966
อัตราความเร็วอยู่ที่เท่าไรแล้วก็ระยะทาง

70
464000:47:54,339 --> 464000:47:55,993
สูงสุดที่สามารถส่งตัวข้อมูลไปได้ โดยไม่ต้องใช้ตัวกระจายสัญญาณ หรือว่าตัว

71
464000:47:55,993 --> 464000:47:59,993
เพิ่มสัญญาณขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง อันนี้ตารางคร่าว ๆ ให้ดู ถ้าแบบ

72
464000:48:04,368 --> 464000:48:08,368
ละเอียดก็คือเราจะต้องเรียนเทคนิคการส่ง

73
464000:48:11,174 --> 464000:48:11,361
ของแต่ละตัว แล้วก็มาดูประเภทอีกนะคะ อันนี้จะเป็นตาราง

74
464000:48:11,361 --> 464000:48:15,361
สรุปรวมให้ดูแล้วกันนะคะ เดี๋ยวให้นักศึกษาไปจำเอาว่า

75
464000:48:17,589 --> 464000:48:21,519
ตัวไหนที่ให้นะคะ ระยะทางสูงที่สุดนะคะ

76
464000:48:21,519 --> 464000:48:25,519
เอา สังเกตง่าย ๆ นะคะ สายแลนกับโคแอกเชียลนะคะ โคแอกเชียล

77
464000:48:31,182 --> 464000:48:35,182
จะให้การส่งสัญญาณระยะทางที่ไกลกว่านะคะ เราจะมาดูตารางตรงนี้ได้ที่ 3,600 กิโลเมตร

78
464000:48:35,694 --> 464000:48:39,694
อัตราความเร็ว 10 Mpbs

79
464000:48:43,445 --> 464000:48:47,445
ในการส่งข้อมูลนะคะ แล้วก็จะมีตัวรูปแบบเทคนิคเทคนิคการส่งนะคะ เป็น DPSK นะคะ มันก็จะแยกประเภทลงไป

80
464000:48:48,709 --> 464000:48:52,709
อีกนะคะ อันนี้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบมาให้ดูเบื้องต้นก่อน

81
464000:48:58,629 --> 464000:49:02,629
ถัดมานะคะ มาตรฐาน IEEE802.4 นะคะ เป็นการมาตรฐานแบบ

82
464000:49:05,396 --> 464000:49:09,396
Token bus นะคะ

83
464000:49:10,541 --> 464000:49:14,541
เป็นการสื่อสารอยู่ 3 แบบ Board band

84
464000:49:19,454 --> 464000:49:22,352
นะคะ Carier band

85
464000:49:22,352 --> 464000:49:26,352
แล้วก็สาย Fiber Optic เราเรียนเครือข่ายมาแล้ว การเชื่อมต่อพวก Bus พวก Ring

86
464000:49:31,461 --> 464000:49:35,461
คุ้น ๆ ไหม หรือว่าคืนอาจารย์ไปหมดแล้ว การเข้าสายแลนเดี๋ยวมันจะคุ้น ๆ นะคะ  คุ้น ๆ ไหม หรือว่าคืนอาจารย์ไปหมดแล้วการเข้าสายแลนเดี๋ยวมันจะคุ้น ๆ นะคะ

87
464000:49:36,620 --> 464000:49:40,223
บอร์ดแบนด์เป็นสาย

88
464000:49:40,223 --> 464000:49:44,223
Coaxial ไม่แน่ใจว่าในแล็บ

89
464000:49:49,590 --> 464000:49:53,590
ตัวเครือข่ายเราได้มี... ได้ดู

90
464000:49:54,011 --> 464000:49:54,861
มีได้ดูสายโคแอกซ์กันหรือเปล่า ได้ดูไหม

91
464000:49:54,861 --> 464000:49:58,861
อ๋อเรียนออนไลน์อ๋อไม่เป็นไร ๆ

92
464000:49:59,653 --> 464000:50:03,653
เดี๋ยวจะมีในไสลด์ให้ดูนะคะ จะมีการส่งสัญญาณที่แตกต่างกัน

93
464000:50:03,665 --> 464000:50:04,697
พูดง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นสายแลน

94
464000:50:04,697 --> 464000:50:08,697
สายโคแอกซ์หรือสายไฟเบอร์นี่ เขาสามารถมีการส่งสัญญาณที่

95
464000:50:08,998 --> 464000:50:12,998
อัตราความเร็วที่แตกต่างกันได้ ตามอุปกรณ์

96
464000:50:18,571 --> 464000:50:22,571
ที่รับแล้วก็ส่งด้วยเช่นเดียวกันนะคะ แล้วก็ช่องทาง bandwidth

97
464000:50:24,209 --> 464000:50:26,893
นะคะ  bandwidth นะคะ bandwidth ก็คือช่องทางที่

98
464000:50:26,893 --> 464000:50:30,893
ส่งข้อมูลไปเข้าใจคำว่า Bandwidth

99
464000:50:35,001 --> 464000:50:39,001
อยู่นะ ก็คือความกว้าง เหมือนถนน ในการเวลาเราขึ้นถนนไปปลายทางนี่ปลายทางนี่ bandwidth ก็คือความกว้างของถนนที่ส่งไป

100
464000:50:43,584 --> 464000:50:47,584
เหมือนรถมันขี่ได้กี่คัน คิดดูว่ามันกว้าง

101
464000:50:50,978 --> 464000:50:54,978
ขนาดไหนในการส่งข้อมูล ไม่งงนะ งงให้ถามนะคะ ถัดมาถัดมา Carier band นะคะ

102
464000:50:57,163 --> 464000:51:01,163
บอร์ดแบนด์ ก็คือตัวข้างบนนี่ทางเดียว

103
464000:51:02,506 --> 464000:51:06,391
มีช่องทางเดียวต่อ 1 สาย

104
464000:51:06,391 --> 464000:51:10,391
เหมือนถนนมีเส้นเดี

105
464000:51:15,493 --> 464000:51:19,493
ยวรถสามารถขับได้แค่คันเดียว เหมือนขับอยู่ในซอย ไม่งงนะ ราคาสายจะถูกลง เพราะความกว้าง bandwidth ก็

106
464000:51:26,042 --> 464000:51:30,042
จะน้องลงนะคะ แล้วก็สามารถเลือกอัตราความเร็วได้ว่าจะถี่

107
464000:51:30,740 --> 464000:51:34,740
เท่าไร เหมือนเราขับรถนี่ว่าอัตราความเร็วเท่าไร

108
464000:51:39,108 --> 464000:51:43,108
อันนี้ก็จะมีสามารถส่งไปที่อัตราความเร็วที่เราสามารถเลื

109
464000:51:43,501 --> 464000:51:45,356
ว่าจะสามารถส่งที่ความเร็วเท่าไรเท่าไรนั่นเอง อันที่ 3 ก็จะเป็น Fiber Optic นะคะ ที่

110
464000:51:45,356 --> 464000:51:49,249
เอามานะคะ ใช้แทน 2 ตัวนี้นะคะ

111
464000:51:49,249 --> 464000:51:53,249
อัตราความเร็ว เราก็จะเห็นว่าไฟเบอร์จะมีอัตราความเร็วที่สูงข

112
464000:51:59,507 --> 464000:52:01,213
ึ้นนะคะ มันก็จะเป็นสายแลน Coaxial นะคะ แล้วก็ Fiber ตามคุณภาพของตัว

113
464000:52:01,213 --> 464000:52:05,213
สายส่ง และก็สามมารถใช้กับ

114
464000:52:09,283 --> 464000:52:09,489
LAN ในเครือข่าย

115
464000:52:09,489 --> 464000:52:13,489
อันนี้ข้ามไปก่อนแล้วกัน Passsive กับ

116
464000:52:14,666 --> 464000:52:18,666
Active Star นะคะ ก็คือใช้กับตัวเครือข่ายของเราได้นั่นเอง

117
464000:52:19,152 --> 464000:52:23,152
โอเค Token Bus ของเราก็จะมี 3 แบบ นะคะ

118
464000:52:25,155 --> 464000:52:27,881
หรือถ้าเรามาทำ

119
464000:52:27,881 --> 464000:52:31,881
เป็นตารางสรุป 2 อันนี้เป็นตัว Coaxial อันนี้เป็น Fiber Optic

120
464000:52:35,696 --> 464000:52:39,696
อย่างที่บอกไป Fiber จะให้อัตราความเร็ว

121
464000:52:43,125 --> 464000:52:47,125
ที่ในการส่งที่ค่อนข้างสูงที่สุดนะคะ แต่ว่าข้อดีข้อเสียของแต่ละอันก็จะแตกต่างกันออกไป

122
464000:52:48,676 --> 464000:52:52,215
เดี๋ยวเราจะมาพูดแยกแต่ละประเภทว่า Coaxial ข้อดีข้อเสียอะไร

123
464000:52:52,215 --> 464000:52:56,215
Fiber Opict ข้อเสียอะไร

124
464000:52:58,101 --> 464000:53:02,101
อันนี้ก็คือเทคนิคการส่งสัญญาณ ปกติ Coaxial

125
464000:53:02,524 --> 464000:53:06,524
จะมีค่าตัวต้านทานอยู่ที่ 75 โอห์ม ค่าต้านทานคืออะไร

126
464000:53:10,032 --> 464000:53:10,977
สายส่งที่เป็นทองแดงนี่เหมือน

127
464000:53:10,977 --> 464000:53:14,977
เวลาเราส่งพวก ไม่ว่าจะเป็นเสียงนะคะ หรือว่าไม่ว่าจะเป็น

128
464000:53:16,100 --> 464000:53:19,588
สายไฟ มันก็คือกระแสไฟฟ้า มันก็จะมีค่า

129
464000:53:19,588 --> 464000:53:23,588
ความต้านทานนะคะ ที่สามารถคำนวณ มันคำนวณค่าว่ากี่โอห์ม ค่า

130
464000:53:25,282 --> 464000:53:29,282
เท่าไรนะคะ คราวนี้เทคนิคในการส่งสัญญาณนะคะ มันก็จะมีหลายแบบ

131
464000:53:29,541 --> 464000:53:33,541
am ก็จะเป็น attritude

132
464000:53:37,372 --> 464000:53:38,373
Modulation นะคะ เพานะคะ หรือจะเป็น requency

133
464000:53:38,373 --> 464000:53:42,373
อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบเทคนิคการส่งสัญญาณอีก

134
464000:53:47,172 --> 464000:53:50,751
อันนี้เราเรียนเป็นภาพรวมนะ เราไม่ได้เรียนเป็นรายละเอียดลง

135
464000:53:50,751 --> 464000:53:53,776
ของเทคนิคการส่งสัญญาณ อาจารย์จะขอไม่ได้อธิบายละเอียดทั้งหมด อาจจะมีการส่งสัญญาณ เทคนิค

136
464000:53:53,776 --> 464000:53:57,776
Carier band

137
464000:53:59,973 --> 464000:54:03,973
ที่สามารถส่งได้นั่นเอง เราก็จะเห็นว่าตัวไฟเบอร์ออที่สุด

138
464000:54:06,905 --> 464000:54:10,254
นั่นเอง ระยะทางระยะทางนะคะ ถ้าเป็น Fiber Optic ความเร็วมากที่สุด

139
464000:54:10,254 --> 464000:54:14,254
นี่ก็จะได้ระยะทางที่สูงที่สุดแต่พอดีตรงนี

140
464000:54:19,550 --> 464000:54:23,550
ถัดมา ถามได้นะอันไหนงง

141
464000:54:24,917 --> 464000:54:28,917
ถัดมาเป็นมาตรฐาน IEEE802.5 นะคะ

142
464000:54:32,263 --> 464000:54:33,766
802.5 ก็จะเป็นสายคู่เกลียวนะคะ

143
464000:54:33,766 --> 464000:54:34,722
ตามชื่อนะคะ สายคู่เกลียว

144
464000:54:34,722 --> 464000:54:38,722
แบบ... เป็น shield 2 ลักษณะ ก็คือสามารถส่งที่

145
464000:54:40,687 --> 464000:54:44,687
อัตราความเร็วที่ 1 แล้วก็ 4 Mbps

146
464000:54:48,897 --> 464000:54:50,180
เป็นแลน แล้วก็ Token ring

147
464000:54:50,180 --> 464000:54:53,698
ถ้าเป็น bus ก็คือ

148
464000:54:53,698 --> 464000:54:57,698
เป็นสายแล้วก้อุปกรณ์ต่อเสียบเข้าไปใน Router หรือ Ring

149
464000:55:07,564 --> 464000:55:09,754
นะ Bus ไม่งงนะ ถ้าเป็น ring ก็คืออุปกรณ์ทุกตัวต้อง

150
464000:55:09,754 --> 464000:55:12,958
เชื่อมกัน เวลาถ้าอันไหนล่มก็จะล่มทั้งระบบ

151
464000:55:12,958 --> 464000:55:16,958
คุ้น ๆ นะ คุ้นนะ ไม่คุ้นถามได้นะ

152
464000:55:19,454 --> 464000:55:22,645
อีกมาตรฐานหนึ่งที่เรามา

153
464000:55:22,645 --> 464000:55:25,618
ใช้ ก็คือจะเป็นมาตรฐานของ IBM

154
464000:55:25,618 --> 464000:55:29,618
IBM ก็จะเป็นพวกบริษัทนะคะ ที่ผลิตเกี่ยวกับอุปกรณ์

155
464000:55:30,465 --> 464000:55:34,465
อิเล็กทรอนิกส์นะคะ ในระบบเครือข่ายด้วยโทร

156
464000:55:39,568 --> 464000:55:42,743
คมนาคมนะคะ สายสื่อสารของเขาก็จะมีเลือก 2 แบบ ก็คือแบบมี่ shield

157
464000:55:42,743 --> 464000:55:44,765
แบบไม่มี shield แล้วก็แบบมี shield

158
464000:55:44,765 --> 464000:55:48,765
อัตราความเร็วในการส่งข้อมูลด้วยเช่นเดียวกัน เดี๋ยวเราจะมาดูตารางถัดมาที่ใช้เปรียบเทียบ

159
464000:55:51,083 --> 464000:55:53,387
ที่ใช้เปรียบเทียบ

160
464000:55:53,387 --> 464000:55:57,387
อันนี้ก็จะเป็น 802.5 นะคะ คู่มีเกลียว

161
464000:56:00,439 --> 464000:56:04,439
แล้วก็ขอตัว IBM ก็จะมีแบบมีเกลียว

162
464000:56:09,419 --> 464000:56:12,952
แล้วก็ไม่มีเกลียว บางคนจะสงสัยว่า

163
464000:56:12,952 --> 464000:56:14,991
สายส่งสัญญาณ ทำไม

164
464000:56:14,991 --> 464000:56:18,991
มีทั้งแบบคู่มีเกลียวและไม่มีเกลียว กรณีที่ตีเกลียวเพื่อ

165
464000:56:19,537 --> 464000:56:22,747
ลดสัญญาณรบกวน

166
464000:56:22,747 --> 464000:56:25,945
ปกติเวลาเราส่งสัญญาณข้อมูลนี่ มันก็จะเป็น

167
464000:56:25,945 --> 464000:56:28,955
สายที่มันคู่ขนานกันไปเรื่อย ๆ นะคะ

168
464000:56:28,955 --> 464000:56:32,955
ถ้ามีการคู่ตีเกลียวขึ้นมานี่ ก็จะช่วยลดสัญญาณรบกวนระหว่าง

169
464000:56:38,098 --> 464000:56:42,098
ช่องสัญญาณที่อยู่ข้าง ๆ นั่นเองนะคะ ที่ส่งข้อมูล

170
464000:56:42,443 --> 464000:56:43,872
อันนี้ก็จะเป็นเทคนิคนะคะ มันก็จะเป็นอัตราความเร็ว

171
464000:56:43,872 --> 464000:56:44,395
แล้วก็จำนวน

172
464000:56:44,395 --> 464000:56:47,502
Repeater จำนวน Repeater

173
464000:56:47,502 --> 464000:56:51,502
ก็คือกรณีเราส่งสัญญาณข้อมูลนะคะ

174
464000:56:56,863 --> 464000:56:57,193
เข้ามานะคะ  แล้วสัญญาณข้อมูลนี่ เราสามารถ

175
464000:56:57,193 --> 464000:56:59,404
ส่งได้ที่ระยะทางเท่าไรนะคะ

176
464000:56:59,404 --> 464000:57:02,998
มองภาพง่าย ๆ เวลาเราส่ง...

177
464000:57:02,998 --> 464000:57:06,998
ให้มองภาพง่ายที่สุดถ้าเรามองเข้าใจ ก็จะเป็นองค์การโทรศัพท์

178
464000:57:12,309 --> 464000:57:16,309
ถูกไหมคะ  มันก็จะมีชุมสายทุกที่ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็เหมือนกัน

179
464000:57:18,283 --> 464000:57:22,283
ก็จะมีจุดพักสัญญาณเช่นเดียวกันนะคะ ไม่ว่าจะเป็น TOT 3BB CAT

180
464000:57:26,858 --> 464000:57:30,858
Telecom

181
464000:57:31,603 --> 464000:57:35,603
มันจะมีชุมสายในการกระจายสัญญาเช่นเดียวกัน ว่าเราส่งสัญญามาถึงแล้ว

182
464000:57:35,609 --> 464000:57:39,609
ต้องมีตู้พักกระจายสัญญาณที่จุดไหน เพื่อจะทำการทวนสัญญาณ เพื่อทำให้สัญญาณมัน

183
464000:57:40,273 --> 464000:57:42,248
ชัดเจนแล้วก็ส่งไปยังปลายทางได้

184
464000:57:42,248 --> 464000:57:44,440
ครบข้อมูลที่จากผู้ส่งนั่นเองนะคะ

185
464000:57:44,440 --> 464000:57:47,227
อันนี้ไม่ได้ระบุ

186
464000:57:47,227 --> 464000:57:51,227
ตัว Repeater เข้ามานะคะ ตัวระยะทาง อันนี้ก็คือตัว Repeater

187
464000:57:54,856 --> 464000:57:58,856
ที่สูงสุดนะคะ ที่เราสามารถอัตราความเร็ว แล้วก็ทวนสัญญาณ

188
464000:58:04,277 --> 464000:58:06,750
ให้ถึงปลายทางได้นั่นเอง ถัดมา

189
464000:58:06,750 --> 464000:58:10,750
ตัวที่ 3 ของเรา มาตรฐาน

190
464000:58:15,263 --> 464000:58:19,262
FDDI นะคะ ตามชื่อก็จะเป็น Fiber

191
464000:58:19,262 --> 464000:58:23,262
Distribute Data interface นะคะ ก็จะเป็นตัว Protocal

192
464000:58:26,901 --> 464000:58:30,901
ก็คือ Local Area Network ของเรา

193
464000:58:33,685 --> 464000:58:33,706
มีอัตราการส่งข้อมูล

194
464000:58:33,706 --> 464000:58:35,860
ที่ 100 นะคะ

195
464000:58:35,860 --> 464000:58:39,860
Mbps มันก็จะเยอะกว่าเมื่อกี้ถูกไหม

196
464000:58:40,136 --> 464000:58:41,899

197
464000:58:41,899 --> 464000:58:45,899
อันนี้ก็จะเพิ่มขึ้นนะ เป็น 100 นะคะ

198
464000:58:49,140 --> 464000:58:51,755
เราก็จะมาดูตาราง

199
464000:58:51,755 --> 464000:58:55,755
อัตราความเร็วมันก็จะเพิ่มขึ้นนะคะ แต่เทคนิคการส่งก็จะต่างไป

200
464000:59:00,395 --> 464000:59:04,395
FDDI จาก ชื่อ F ก็จะเป็น F

201
464000:59:07,635 --> 464000:59:08,949
iber อย่างที่บอกไป ไฟเบอร์จะส่งสัญญาณได้ระยะไกลกว่า

202
464000:59:08,949 --> 464000:59:12,949
แล้วก็สัญญาณดีกว่านะคะ Repeater แล้วก็ระยะทางระหว่าง Repeater นะคะ ทุก 200 เมตรก็จะมีตัว

203
464000:59:18,986 --> 464000:59:22,986
Repeater เพื่อทวนสัญญาณเพื่อทำให้สัญญาณชัดขึ้น

204
464000:59:23,638 --> 464000:59:27,638
นั่นเอง งงกันไหม ถ้าเงียบ ๆ อาจารย์ถือว่าเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจ

205
464000:59:27,693 --> 464000:59:31,693
ยกมือถามได้นะคะ คราวนี้เราจะมาดู

206
464000:59:35,095 --> 464000:59:38,372
ประเภทตัวกลางสื่อสาร ประเภทของมันก็จะมี

207
464000:59:38,372 --> 464000:59:42,372
แบบ Wire ก็คือมีสาย Wireless ก็คือ

208
464000:59:44,879 --> 464000:59:48,706
ไม่มีสายนะ ตามชื่อเลย

209
464000:59:48,706 --> 464000:59:52,706
ก็จะมีสายแบบไหนบ้าง twisted pair

210
464000:59:57,801 --> 464001:00:01,801
ก็คือพันคู่ตีเกลียว  Coaxial Fiber Optic แล้วก็ Free Space Free Space

211
464001:00:05,658 --> 464001:00:07,404
ก็พวกอากาศที่เราส่งสัญญาณอย่างพวก WiFi นะคะ หรือว่า

212
464001:00:07,404 --> 464001:00:11,404
ใช้สัญญาณดาวเทียม attenna ต่าง ๆ

213
464001:00:16,224 --> 464001:00:20,224
ก็จะอยู่ในประเภทนี้ เป็น Unguild

214
464001:00:22,026 --> 464001:00:23,809
เรามาดูต่อสายสื่อสารนะคะ

215
464001:00:23,809 --> 464001:00:25,279
สายสื่อสารนะคะ แบบใช้สายนะคะ แบบมีท่อนำ

216
464001:00:25,279 --> 464001:00:29,279
ท่อนำก็คือมีอุปกรณ์

217
464001:00:30,021 --> 464001:00:34,021
เหมือนเรามีถนนเดินทางไปนะคะ ก็จะมีการเชื่อมอุปกรณ์จากต้นทาง

218
464001:00:39,352 --> 464001:00:42,711
ไปยังปลายทาง อุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกอุปกรณ์หนึ่งนะคะ โดย

219
464001:00:42,711 --> 464001:00:44,565
มี twisted pair Coaxial

220
464001:00:44,565 --> 464001:00:48,565
แล้วก็ Fiber Optic ก็จะมี 3 อันที่พูดไป อยู่ฝั่งขวาที่เป็น Wire

221
464001:00:54,339 --> 464001:00:58,210
เดี๋ยวเราจะมาดูอันแรกของเรานะคะ ที่มีสาย

222
464001:00:58,210 --> 464001:01:02,210
ของอุปกรณ์ ตัวสายคู่พันเกลียวนะคะ อย่าง

223
464001:01:03,114 --> 464001:01:07,114
เหมือนสาย Lan สมมติเราเกะออกมาจะเห็นว่ามันตี

224
464001:01:15,491 --> 464001:01:15,918
คู่กัน Network น่าจะได้เรียนแล้ว

225
464001:01:15,918 --> 464001:01:19,918
อันนี้อาจารย์เขาน่าจะสอน Insulator

226
464001:01:21,747 --> 464001:01:25,551
ของตัวสายทองแดง

227
464001:01:25,551 --> 464001:01:29,551
ที่อยู่แต่ละคู่นั่นเองนะคะ

228
464001:01:31,439 --> 464001:01:34,440
เดี๋ยวเราดูต่อนะ สายคู่ตีเกลียว

229
464001:01:34,440 --> 464001:01:38,440
จะมี 2 อัน UTP กับ STP

230
464001:01:43,225 --> 464001:01:47,225
u ก็คือ unshiled

231
464001:01:48,678 --> 464001:01:49,582

232
464001:01:49,582 --> 464001:01:51,843
f ก็คือ Shield u ก็คือไม่มีตัว shield เขาเรียก

233
464001:01:51,843 --> 464001:01:55,843
เป็นตัวหุ้มอีก

234
464001:02:03,690 --> 464001:02:07,690
stp ก็จะมีตัวหุ้มตรงนี้อีกอันหนึ่ง ตัวนี้นะคะ ลักษณะก็จะต่างกัน สายแลนของเราก็จะเป็น

235
464001:02:07,834 --> 464001:02:11,834
ส่วนมากจะใช้เป็น UTP ธรรมดา ถ้าอยู่ในห้อง lab

236
464001:02:19,694 --> 464001:02:19,954
ถ้าไม่ใช่อุปกรณ์ที่ต้องการส่งข้อมูล แล้วไม่มีสัญญาณรบกวน

237
464001:02:19,954 --> 464001:02:23,954
นะคะ ถ้าต้องการแบบว่ามีตัวป้องกันสัญญารรบกวนนะคะ ก็จะเป็น STP

238
464001:02:26,051 --> 464001:02:30,051
ของเรา อันนี้ก็จะเป็นลักษณะของสายแลน

239
464001:02:33,708 --> 464001:02:35,350
ที่เราเห็นใช้ทั่วไ

240
464001:02:35,350 --> 464001:02:38,811
ปจะเป็นตัวนี้นะคะ เข้าสายน่าจะเรียนมาแล้วนะ

241
464001:02:38,811 --> 464001:02:42,664
โอเคเรียนมาแล้ว

242
464001:02:42,664 --> 464001:02:46,664
แปลว่าจะรู้ว่าเข้าสายด้วยคู่ไหนเป็นต่อตรง ต่อครอส

243
464001:02:52,122 --> 464001:02:56,122
สลับสายกันอย่างไร สีอะไร อันนี้เป็น Shield แล้วก็ Unshield มันจะเป็นฟรอย

244
464001:03:00,380 --> 464001:03:03,336
ด์นะคะ แต่ว่าทั่วไปที่เราใช้ไม่ค่อยเห็น

245
464001:03:03,336 --> 464001:03:07,336
บางคนก็จะใช้กับอุปกรณ์ที่เฉพาะ

246
464001:03:07,339 --> 464001:03:08,462
นิดหนึ่ง แล้วก็ราคาก็จะเพิ่มขึ้น

247
464001:03:08,462 --> 464001:03:12,462
อันไหนที่มันมีคุณภาพดีกว่า แน่นอนราคาก็จะสูงขึ้น ประสิทธิภาพ

248
464001:03:16,976 --> 464001:03:17,514
ก็ดียิ่งขึ้นตามไปด้วยนั่นเองนะคะ

249
464001:03:17,514 --> 464001:03:17,785
ไม่ไป

250
464001:03:17,785 --> 464001:03:21,785

251
464001:03:22,702 --> 464001:03:24,304

252
464001:03:24,304 --> 464001:03:28,304

253
464001:03:33,028 --> 464001:03:37,028


