﻿1
00:00:04,582 --> 00:00:06,722
(อาจารย์ธิดารัตน์) ส่งไปยังผู้รับนั่นเองนะคะ เราก็ไม่รู้ว่า

2
00:00:06,722 --> 00:00:10,722
กลางตัวนี้เนี่ยมันจะมี

3
00:00:11,040 --> 00:00:15,040
ประเภทอะไรบ้าง แล้วแยกเป็นประเภทไหนบ้างนะคะ อาจจะเป็น

4
00:00:16,554 --> 00:00:20,554
สิ่งที่นักศึกษาใช้งานกันอยู่แล้ว ณ ปัจจุบัน ใกล้ตัวนะคะ เดี๋ยวเราก็จะมาจำแนกประเภทแล้วก็

5
00:00:21,854 --> 00:00:23,007
บอกว่าแต่ละประเภทนี่เขาจะอยู่ในตัวมาตรฐานอะไรกันอีก

6
00:00:23,007 --> 00:00:27,007
รูปภาพนะคะ อย่างที่บอกไปการสื่อสารนะคะ เหมือนอาจารย์พูด

7
00:00:34,125 --> 00:00:34,272
หน้าห้องกับนักเรียนนะเขาจะเป็นผู้ส่งสารแล้วก็ไปทางก็จะเป็นนักศึกษาทุกคน

8
00:00:34,272 --> 00:00:38,272
ฉันต้องการในการสื่อสารในตัวระบบคอมพิวเตอร์นะคะ ก็จะมี

9
00:00:39,076 --> 00:00:43,076
ผู้ส่ง

10
00:00:51,034 --> 00:00:52,346
ผู้รับนางเอกเพนเดอร์กับ Receiver นะคะ แน่นอนการใช้การสื่อสารนะคะ ในคอมพิวเตอร์ก็ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไหมคะ

11
00:00:52,346 --> 00:00:52,836
เหมือนเวลาเรา

12
00:00:52,836 --> 00:00:56,836
ใช้คอมพิวเตอร์จะทำการบ้านเนี่ยหรือว่าส่ง Facebook คุยกับเพื่อน

13
00:00:58,121 --> 00:01:02,121
นี่มันก็ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต้นทางกับปลายทางไหมคะ ที่เราจะส่งข้อมูลหากัน

14
00:01:05,872 --> 00:01:06,828
ดังนั้นคอมพิวเตอร์นะคะ ของผู้ส่ง

15
00:01:06,828 --> 00:01:10,828
ก็จะอยู่ฝั่งที่ผู้ส่งและผู้รับจ้างนั้นสายที่ใช้ในการสื่อสารอย่างสมุดในห้องแล็บตัวนี้นะคะ สายที่อยู่หลังเครื่องคอมก็จะเป็นสายแลนที่เป็นเส้นขาวในการเชื่อมต่อ

16
00:01:19,182 --> 00:01:20,966
คราวนี้

17
00:01:20,966 --> 00:01:24,890
กลาง

18
00:01:24,890 --> 00:01:27,643
ตรงนี้

19
00:01:27,643 --> 00:01:28,586
จะเป็นสายหรือ

20
00:01:28,586 --> 00:01:32,586
อากาศ

21
00:01:34,379 --> 00:01:34,627
ใช้ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างกัน เราจะมาดูว่า

22
00:01:34,627 --> 00:01:37,818
พูดไปเมื่อกี้

23
00:01:37,818 --> 00:01:41,818
ถามตามชื่อตัวกลางสื่อสารเราก็ physical layer จากที่เรียนไปสัปดาห์ที่แล้วนะคะ เราจะมีตัว

24
00:01:51,723 --> 00:01:53,090
OSI layer นะคะ กับ tcp IP นะคะ มันก็มี

25
00:01:53,090 --> 00:01:57,090
ฉันชื่อล่างสุด

26
00:01:57,781 --> 00:02:00,956
ก็คืออันที่เป็น critical คือมองภาพได้จับต้องได้นะคะ

27
00:02:00,956 --> 00:02:02,294
ก็ใช้ทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์คือชั้นขี้

28
00:02:02,294 --> 00:02:03,975
เอาสายแลน

29
00:02:03,975 --> 00:02:06,256
ข้างหลังนะคะ

30
00:02:06,256 --> 00:02:06,449
อาการเสียด

31
00:02:06,449 --> 00:02:08,945
ส่งข้อมูลนางเอก

32
00:02:08,945 --> 00:02:12,945
สายสื่อสารมาตรฐานของเรานะคะอันนี้ก็เป็น

33
00:02:19,014 --> 00:02:23,014
หลักๆก่อนนะคะอาจจะมีการเพิ่มตัว

34
00:02:27,855 --> 00:02:29,666
ตัวอย่างแล้วก็มา

35
00:02:29,666 --> 00:02:31,139
สอนในครั้งนี้ก็

36
00:02:31,139 --> 00:02:34,513
จะมีมาตรฐาน 10Bese สถานที่เป็นเบส

37
00:02:34,513 --> 00:02:37,234
มาตรฐาน ieee 802.4

38
00:02:37,234 --> 00:02:37,577
มาตรฐาน ieee 802.5

39
00:02:37,577 --> 00:02:41,577
มาทาน

40
00:02:41,757 --> 00:02:44,694
เดี๋ยวเราจะมาดู

41
00:02:44,694 --> 00:02:46,760
แต่ละตัวแต่ละมาตรฐานนะคะ ว่ามันมี

42
00:02:46,760 --> 00:02:50,222
ลักษณะที่

43
00:02:50,222 --> 00:02:50,446
แตกต่างกันอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ

44
00:02:50,446 --> 00:02:54,446
เราจะมาดูมาตรฐานตัวแรกของเรา 802.3 นะคะ ก็จะเป็นการ

45
00:03:01,026 --> 00:03:05,026
ส่งข้อมูลสื่อสารนะคะ ทั่วไปของตัวอินเทอร์เน็ตนั่นเอง

46
00:03:05,965 --> 00:03:07,698
โดย

47
00:03:07,698 --> 00:03:08,590
จะแบ่งเป็นย่อย ๆ

48
00:03:08,590 --> 00:03:12,590
มันจะมีตัวอักษรด้านหน้านะคะ เพื่อแบ่งเป็นประเภท

49
00:03:14,405 --> 00:03:17,551
แต่ก็ต้อง

50
00:03:17,551 --> 00:03:20,331
ตัวเลขหรือตัวอักษรด้านหลังนะคะ เพื่อ

51
00:03:20,331 --> 00:03:22,065
แบ่งเฉพาะรายละเอียดลงไปอีก

52
00:03:22,065 --> 00:03:22,348
อย่างตัวแรกนะคะ

53
00:03:22,348 --> 00:03:24,928
10Base 5 นะคะ

54
00:03:24,928 --> 00:03:28,928
หรือว่าตัว Original

55
00:03:32,152 --> 00:03:33,000
802.3 นะคะ ก็จะเป็นการสื่อสารพวกอินเทอร์เน็ตทั่วไป

56
00:03:33,000 --> 00:03:37,000
ถัดมาอันที่ 2

57
00:03:38,464 --> 00:03:38,669
10Base 2 หรือว่า

58
00:03:38,669 --> 00:03:42,669
อันนี้

59
00:03:42,857 --> 00:03:45,605

60
00:03:45,605 --> 00:03:49,605
ปีล่าสุดท้าย

61
00:04:00,423 --> 00:04:04,042
หรือว่าตัวก่อนนะคะ อันนี้เราจะไม่ได้ลงลึกไปทั้งหมดจะเลือกมาแค่บางตัวมาตรฐานนะคะ

62
00:04:04,042 --> 00:04:08,042
เพื่อระบุแต่ละตัวที่มันใกล้ตัว แล้วก็

63
00:04:08,244 --> 00:04:10,387
คิดว่านักศึกษาน่าจะได้ใช้งานนะคะ ในชีวิตจริง

64
00:04:10,387 --> 00:04:11,961
มากที่สุดนั่นเองนะคะ

65
00:04:11,961 --> 00:04:15,961
เดี๋ยวเรามาดูตาราง

66
00:04:16,632 --> 00:04:19,476
ของ

67
00:04:19,476 --> 00:04:19,956
ตารางสายมาตรฐาน 10Base ของเรา

68
00:04:19,956 --> 00:04:23,956
ดูง่ายนะคะ ของเรา

69
00:04:25,976 --> 00:04:28,292
นี่จะมี

70
00:04:28,292 --> 00:04:28,715
สายที่เราใช้งาน

71
00:04:28,715 --> 00:04:32,715
ส่วนมากก็จะเป็น... ถ้าในห้องแล็บก็จะเป็นสายแลน

72
00:04:37,202 --> 00:04:38,355
การสื่อสาร สายสีขาวของเราใช้แลนก็จะแบ่งประเภทอีก

73
00:04:38,355 --> 00:04:41,912
เป็นแลนแบบไหน มี

74
00:04:41,912 --> 00:04:45,554
สายที่มันคลุมในการป้องกัน

75
00:04:45,554 --> 00:04:49,554
การรบกวนกันของสัญญาณหรือเปล่า แล้วก็มีสาย Coaxial นะคะ 2 แบบตรงนี้นะคะ แล้วก็แบบมีเกลียวแล้วก็ไม่มีเกลียวอีก มันก็แยกเฉพาะของต่ายลงไปอีกว่ามีประเภทอะไร

76
00:05:03,248 --> 00:05:03,563
อันนี้น่าจะเป็นลักษณะตาราง

77
00:05:03,563 --> 00:05:07,563
ให้ว่าดูความเปรียบเทียบนะคะ

78
00:05:08,671 --> 00:05:08,975
ว่าจะมีสาย

79
00:05:08,975 --> 00:05:12,975
Coaxial แล้วที่ต่างกันก็คือจะเป็น

80
00:05:14,477 --> 00:05:18,477
เทคนิคการส่ง

81
00:05:23,231 --> 00:05:23,461
อันนี้มันจะแยกประเภทลงไปอีกนะคะ ว่ากรณีเราส่งนี่ส่งเป็นแบบวิธีไหน ใช้ความถี่

82
00:05:23,461 --> 00:05:27,461
ใช้ค่าความถี่ไหม หรือว่าเป็นช่วงเวลาไหม

83
00:05:27,599 --> 00:05:31,599
อัตราความเร็วอยู่ที่เท่าไร แล้วก็ระยะทางนะคะ

84
00:05:34,812 --> 00:05:37,351
สูงสุดที่สามารถส่งตัว

85
00:05:37,351 --> 00:05:41,351
ข้อมูลไปได้ โดยไม่ต้องใช้ตัว

86
00:05:42,894 --> 00:05:44,083
กระจายสัญญาณหรือว่าตัวเพิ่มสัญญาณขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง อันนี้เป็นตารางเขาคร่าว ๆ ให้ดูนะคะ

87
00:05:44,083 --> 00:05:46,014
ว่าถ้าจะเรียน

88
00:05:46,014 --> 00:05:48,704
รายละเอียด ก็คือเราจะต้องเรียนตั้งแต่

89
00:05:48,704 --> 00:05:49,463
เทคนิคการส่งสัญญาณของแต่ละตัว

90
00:05:49,463 --> 00:05:51,751
เราก็มาดูประเภทอีก

91
00:05:51,751 --> 00:05:55,751
อันนี้จะเป็นตารางสรุปรวมให้ดูแล้วกันนะคะ เดี๋ยวให้นักศึกษาไป

92
00:05:59,722 --> 00:06:02,568
จำเอาไว้นะคะ ว่า

93
00:06:02,568 --> 00:06:03,324
ตัวไหนที่ให้ระยะทาง

94
00:06:03,324 --> 00:06:04,376
สูงที่สุด

95
00:06:04,376 --> 00:06:08,376
นะคะ เอาสังเกตง่าย ๆ นะสายแลนกับ Coaxial จะให้

96
00:06:10,160 --> 00:06:10,323
การส่งสัญญาณที่

97
00:06:10,323 --> 00:06:14,323
ระยะทางที่ใกล้กว่านี้ได้อยู่ที่ 3,600 นะคะ

98
00:06:15,523 --> 00:06:19,523
อัตราความเร็ว 10 Mbps ในการส่งข้อมูล

99
00:06:22,368 --> 00:06:26,368
นะคะ แล้วก็จะมีตัว

100
00:06:27,395 --> 00:06:30,626
รูปแบบเทคนิคการส่ง

101
00:06:30,626 --> 00:06:32,488
DPSK นะคะ

102
00:06:32,488 --> 00:06:35,919
แยกประเภทลงไปอีก

103
00:06:35,919 --> 00:06:36,127
อันนี้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบมาให้ดูเบื้องต้นก่อน

104
00:06:36,127 --> 00:06:40,127
ถัดมานะคะ

105
00:06:48,554 --> 00:06:49,787
มาตรฐาน IEEE 802.4 นะคะ เป็นการมาตรฐานแบบ

106
00:06:49,787 --> 00:06:53,787
เป็นการสื่อสาร

107
00:06:54,475 --> 00:06:57,252
อยู่ 3 แบบ

108
00:06:57,252 --> 00:06:57,583
บอร์ดแบนนะคะ

109
00:06:57,583 --> 00:07:00,475
แคริเออร์แบรนด์ แล้วก็สาย Fiber Optic ติก

110
00:07:00,475 --> 00:07:04,475
เราเรียน

111
00:07:07,254 --> 00:07:07,510
เครือข่ายมาแล้วการเชื่อมต่อพวก Bus พวกลิงน่าจะได้เรียนมาแล้วเนาะ

112
00:07:07,510 --> 00:07:08,913
คุณคุณไหม

113
00:07:08,913 --> 00:07:12,913
หรือว่าคืนคืนอาจารย์ไปหมดแล้ว

114
00:07:14,861 --> 00:07:18,861
เดี๋ยวมันจะคุ้น ๆ นะคะ

115
00:07:23,908 --> 00:07:24,196
บอร์ดแบนเป็นสาย

116
00:07:24,196 --> 00:07:25,909

117
00:07:25,909 --> 00:07:29,909
Coaxial ไม่แน่ใจว่าไอ้แล็บตัว

118
00:07:32,878 --> 00:07:33,881
เครือข่ายเราได้มีได้ดูสายโคแอกซ์กันหรือเปล่า

119
00:07:33,881 --> 00:07:36,235
ได้ดูไหม

120
00:07:36,235 --> 00:07:40,235
อ๋อ เรียนออนไลน์ โอเค ๆ ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะมีในสไลด์ให้ดู

121
00:07:41,562 --> 00:07:44,875
มีการส่งสัญญาณที่แตกต่างกัน

122
00:07:44,875 --> 00:07:48,434
จะเป็นสายแลนสายโคแอกซ์หรือสายไฟเบอร์

123
00:07:48,434 --> 00:07:52,434
นี่เขาสามารถที่จะมีการส่งสัญญาณที่

124
00:07:53,298 --> 00:07:57,298
อัตราความเร็วที่แตกต่างกันได้ ตามอุปกรณ์ที่รับแล้วก็ส่งด้วยเช่นเดียวกัน

125
00:07:58,533 --> 00:07:59,009
นะคะ

126
00:07:59,009 --> 00:08:03,009
แล้วก็ช่องทาง bandwidth

127
00:08:04,351 --> 00:08:08,351
นะคะ Bandwidth ก็คือ

128
00:08:09,391 --> 00:08:12,178
ช่องทางที่สามารถจะส่งข้อมูลไป

129
00:08:12,178 --> 00:08:12,373
เข้าใจคำว่า "Bandwidth" อยู่

130
00:08:12,373 --> 00:08:14,276
นะ ความกว้าง

131
00:08:14,276 --> 00:08:18,263
ถนนเหมืนอเวลา

132
00:08:18,263 --> 00:08:21,897
เราขึ้น

133
00:08:21,897 --> 00:08:24,937
ถนนไปปลายทางนี่ แฟนพี่ก็คือความกว้างของถนน

134
00:08:24,937 --> 00:08:28,649
เราจะส่งข้อมูลไปก็เหมือนรถนี่มัน

135
00:08:28,649 --> 00:08:30,058
ขี่ได้กี่คันในถนนเส้นหนึ่งก็คือมันกว้างเยอะขนาดไหน

136
00:08:30,058 --> 00:08:30,798
การส่งข้อมูล

137
00:08:30,798 --> 00:08:32,307
ไม่ งงนะ

138
00:08:32,307 --> 00:08:33,954
ไม่ถามนะคะ

139
00:08:33,954 --> 00:08:37,954
ถัดมาก็คือเป็น

140
00:08:39,510 --> 00:08:43,435
แนน ก็คือตัวข้างบนนี่ช่องทางเดียว

141
00:08:43,435 --> 00:08:47,435
มีช่องทางเดียวต่อ 1 สาย

142
00:08:51,559 --> 00:08:53,106
เหมือนถนนน่ะมีเส้นเดียว รถสามารถ

143
00:08:53,106 --> 00:08:53,966
ขับได้แค่คันเดียว

144
00:08:53,966 --> 00:08:57,966
เหมือนขับอยู่ในซอย

145
00:08:58,635 --> 00:08:59,710
ไม่งง

146
00:08:59,710 --> 00:09:03,710
นะ ราคาสายจะถูกลง เพราะ

147
00:09:05,580 --> 00:09:06,846
ความกว้างมันก็ Bandwidth ก็จะน้อยลงนะคะ

148
00:09:06,846 --> 00:09:10,846
แล้วก็สามารถเลือกอัตราความเร็วได้ ว่าจะขี่

149
00:09:17,353 --> 00:09:21,076
... เหมือนเราขับรถไปส่งที่อัตราความเร็วเท่าไ

150
00:09:21,076 --> 00:09:23,384
ร อันนี้ส่งในอัตราความเร็วที่เราเลือกได้เลือกได้นั่นเองนะคะ ว่าจะสามารถ

151
00:09:23,384 --> 00:09:26,588
ส่งที่ความเร็วเท่าไ

152
00:09:26,588 --> 00:09:27,438
รที่ 3 ก็จะเป็น Fiber Optic นะคะ

153
00:09:27,438 --> 00:09:31,438
เอามา

154
00:09:31,671 --> 00:09:35,671
แค่ 2 ตัวนี้นะคะ

155
00:09:36,455 --> 00:09:36,995
อัตราความเร็วแล้วก็เห็นว่า Fiber จะมีอัตราความเร็วที่มันสูงขึ้นนะคะ

156
00:09:36,995 --> 00:09:40,995
มันก็จะเป็นสายแลน Coaxial Fiber ตาม

157
00:09:44,586 --> 00:09:44,954
คุณภาพของตัวสายส่ง

158
00:09:44,954 --> 00:09:48,954
แล้วก็สามารถใช้กับแลน

159
00:09:49,190 --> 00:09:51,764
เครือข่าย

160
00:09:51,764 --> 00:09:55,764
อันนี้ข้ามไปก่อนแล้วกัน Passive กับ Active Star นะคะ ก็คือใช้กับตัวเครือข่ายของเราได้มันเอง

161
00:09:58,579 --> 00:10:02,579
โอเค โอเคไหม ของเราก็จะมี 3 แบบนะคะ

162
00:10:05,175 --> 00:10:09,175
หรือถ้าเรามาทำเป็นตารางสรุป

163
00:10:13,520 --> 00:10:13,791
2 อันนี้เป็น

164
00:10:13,791 --> 00:10:17,791
ตัวนี้เป็นตัวCoaxial  Fiber Optic

165
00:10:18,358 --> 00:10:20,250
อย่างที่บอกไปไฟเบอร์จะให้

166
00:10:20,250 --> 00:10:22,232
อัตราความเร็วที่

167
00:10:22,232 --> 00:10:22,512
การส่งที่ค่อนข้างสูงที่สุด

168
00:10:22,512 --> 00:10:26,512
นะคะ แต่ว่าข้อดีข้อเสียของแต่ละอันก็จะแตกต่างกันไปนะคะ เดี๋ยวเราจะมาพูดแยกแต่ละประเภทอีกว่า

169
00:10:35,850 --> 00:10:38,452
Coaxial นี่ข้อดีอะไรข้อเสียอะไร Fiber Optic ข้อดีข้อเสียนะคะ

170
00:10:38,452 --> 00:10:42,452
เทคนิคการส่งสัญญาณปกติ Coaxial จะมีความค่าความต้านทานที่ 75 โอห์ม

171
00:10:49,570 --> 00:10:49,634
ความต้านทานคืออะไร ในกรณีที่เราใช้สายส่งที่เป็นทองแดง

172
00:10:49,634 --> 00:10:53,634
มันจะมีค่าความต้านทานเวลาเราส่งพวก

173
00:10:55,499 --> 00:10:59,499
น่าจะเป็นเสียงนะคะ หรือว่า

174
00:10:59,772 --> 00:11:03,772
ถ้าเป็นสายไฟ มันก็คือกระแสไฟฟ้า มันจะมีค่าความต้านทาน

175
00:11:04,917 --> 00:11:05,473
นะคะ ที่สามารถที่จะคำนวณว่าจะมีคำนวณค่าอีกว่ากี่โอห์มแล้วไปส่งได้เท่าไ

176
00:11:05,473 --> 00:11:09,473
รนะคะ ทีนี้เทคนิคในการส่งสัญญาณนะคะ มันก็จะมี

177
00:11:10,042 --> 00:11:11,648
หลายแบบ

178
00:11:11,648 --> 00:11:15,648
เอ็งก็จะเป็น Modulation นะคะ

179
00:11:16,214 --> 00:11:20,214
เขานะคะ หนูจะเป็นฟิค NC

180
00:11:22,613 --> 00:11:23,337
อันนี้จะเป็นรูปแบบเทคนิคการส่งสัญญาณอีก

181
00:11:23,337 --> 00:11:27,337
เราเรียนเป็นภาพรวมเนาะเราไม่ได้เรียนเป็น

182
00:11:29,813 --> 00:11:31,088
รายละเอียดลงลึกของเทคนิคการส่งสัญญาณ

183
00:11:31,088 --> 00:11:35,088
อาจารย์จะขอไม่ได้อธิบายละเอียดทั้งหมดนะคะ จะมีชื่อการส่งสัญญาณเทคนิค

184
00:11:35,365 --> 00:11:37,969
บอร์ดแบรน แปลแล้วก็ไฟเบอร์ออฟติก

185
00:11:37,969 --> 00:11:41,248
แล้วก็จะเป็นอัตราความเร็วที่สามารถส่งได้

186
00:11:41,248 --> 00:11:45,208
ไม่เห็นว่า

187
00:11:45,208 --> 00:11:45,489
แต่ดีที่สุดนั่นเอง

188
00:11:45,489 --> 00:11:49,489
ระยะทางถ้าเป็น Fiber Optic นะคะ ที่ความเร็ว

189
00:11:51,641 --> 00:11:55,641
ทางที่สูงที่สุดนี่ แต่พอดีตอนนี้มันไม่ได้ปรับแก้นะคะ

190
00:11:56,332 --> 00:12:00,227
ถัดมา

191
00:12:00,227 --> 00:12:03,382
ถามได้นะไหนงง

192
00:12:03,382 --> 00:12:07,382
ถัดมาเป็นมาตรฐาน IEEE 802.5 นะคะ

193
00:12:11,597 --> 00:12:15,597
802.5 ก็จะเป็นสายคู่บิดเกลียว

194
00:12:16,390 --> 00:12:20,390
ตามชื่อนะคะ สายคู่เกลียวแบบ Shield 2 ลักษณะ

195
00:12:27,820 --> 00:12:27,956
ก็คือสามารถส่งที่อัตราความเร็วที่ 1 และก็ 4

196
00:12:27,956 --> 00:12:31,956
Mbps แล้วก็ยิง

197
00:12:32,321 --> 00:12:36,321
ถ้าเป็น Bus ก็คือ

198
00:12:37,455 --> 00:12:41,455
เป็นสายแล้วก็อุปกรณ์

199
00:12:44,244 --> 00:12:44,819
เสียบเข้าไปในตัว สวิตช์ หรือ Hup หรือ Router

200
00:12:44,819 --> 00:12:48,819
ถ้าเป็น Ring ก็คืออุปกรณ์ทุกตัวต้องต่อเชื่อมกัน

201
00:12:51,648 --> 00:12:55,648
เวลาถ้าในล่ม ก็คือจะล้มทั้งระบบ

202
00:12:57,181 --> 00:13:00,319
ถามได้นะ

203
00:13:00,319 --> 00:13:04,319
อีกมาตรฐานหนึ่งที่เรามาใช้ก็คือจะเป็นมาตรฐานของ IBM IBM ก็จะเป็นพวก

204
00:13:08,806 --> 00:13:11,761
บริษัทที่ผลิตเกี่ยวกับอุปกรณ์

205
00:13:11,761 --> 00:13:15,761
ในระบบเครือข่ายด้วยต่าง ๆ รัตนาคม

206
00:13:16,394 --> 00:13:19,938
เขาก็จะมีเรื่อง

207
00:13:19,938 --> 00:13:23,938
2 แบบ ก็คือ

208
00:13:25,206 --> 00:13:25,442
แบบไม่มี Shield แล้วก็แบบไม่มี Shield  แล้วก็ไม่มีอัตราความเร็วในการส่งข้อมูล

209
00:13:25,442 --> 00:13:28,092
ด้วยเช่นเดียวกันนะคะ

210
00:13:28,092 --> 00:13:32,092
เดี๋ยวเราจะมาดูตารางถัดมานะคะ ที่ใช้

211
00:13:32,141 --> 00:13:33,748
เปรียบเทียบ

212
00:13:33,748 --> 00:13:37,748
อันนี้ก็จะเป็น 802.5 นะคะ

213
00:13:45,127 --> 00:13:48,414
คู่มีเกลียว แล้วก็

214
00:13:48,414 --> 00:13:48,599
ของตัว IBM ก็จะแบบมีเกลียว แล้วก็ไม่มีเกลียว

215
00:13:48,599 --> 00:13:52,599
บางคนจะสงสัยว่าสายส่งสัญญาณ

216
00:13:55,612 --> 00:13:59,612
ทำไมมีทั้งแบบ

217
00:14:00,179 --> 00:14:00,848
คู่มีเกลียวแล้วแบบไม่เกลียว แล้วก็ไม่เกี่ยวกรณีที่มันมีตีเกลียวกันเพื่อ

218
00:14:00,848 --> 00:14:02,522
รถ

219
00:14:02,522 --> 00:14:03,669
สัญญาณรบกวน

220
00:14:03,669 --> 00:14:06,800
ปกติเวลาส่งสัญญาณข้อมูล

221
00:14:06,800 --> 00:14:10,800
นี่มันก็จะเป็นสายที่มันคู่ขนานกันไปเรื่อย ๆ นะคะ

222
00:14:13,504 --> 00:14:15,221
ถ้ามีคู่ตีเกลีียว ขึ้นมาหนูก็จะช่วยลด

223
00:14:15,221 --> 00:14:18,744
สัญญาณรบกวนระหว่าง

224
00:14:18,744 --> 00:14:22,744
ช่องสัญญาณที่อยู่ข้าง ๆ นั่นเองนะคะ ในการส่งข้อมูล

225
00:14:25,004 --> 00:14:25,067
อันนี้จะเป็นเทคนิคนะคะ เราก็จะเป็นอัตราความเร็ว

226
00:14:25,067 --> 00:14:28,732
และก็จำนวน Repeater

227
00:14:28,732 --> 00:14:32,732
จำนวน Repeater ก็คือ

228
00:14:35,718 --> 00:14:38,276
กรณีเราส่งสัญญาณข้อมูล

229
00:14:38,276 --> 00:14:42,025
นี่เข้ามานะคะ แล้ว

230
00:14:42,025 --> 00:14:42,827
สัญญาณข้อมูลนี่เราสามารถส่งได้ที่ระยะทางเท่าไ

231
00:14:42,827 --> 00:14:46,827
รนะคะ มองภาพง่าย ๆ

232
00:14:46,870 --> 00:14:47,182
เวลาเราส่ง

233
00:14:47,182 --> 00:14:51,182
... ให้มองภาพง่ายที่สุด ถ้าเราน่าจะเข้าใจนะจะเป็นแบบ

234
00:14:54,062 --> 00:14:54,933
องค์การโทรศัพท์มันก็จะมีชุมสาย

235
00:14:54,933 --> 00:14:57,188

236
00:14:57,188 --> 00:14:57,641
ทุกที่ อินเทอร์เน็ตก็เหมือนกัน

237
00:14:57,641 --> 00:15:01,641
ก็จะมีจุดพักสัญญาณเช่นเดียวกัน

238
00:15:03,652 --> 00:15:07,097
ไม่ว่าจะเป็น TOT

239
00:15:07,097 --> 00:15:11,097
3BB CAT Telecom อะไรต่าง ๆ เน

240
00:15:15,095 --> 00:15:16,385
จะมีชุมสายในการกระจายสัญญาณเช่นเดียวกันว่าต้องส่งสัญญาณมาถึงระดับนี้แล้วต้องมีตู้พักกระจายสัญญาณชีพ

241
00:15:16,385 --> 00:15:17,041
ไหน

242
00:15:17,041 --> 00:15:19,366
เพื่อจะ

243
00:15:19,366 --> 00:15:20,492
ทำการทวนสัญญาณเพื่อให้สัญญาณมัน

244
00:15:20,492 --> 00:15:24,492
ชัดเจน แล้วก็ส่งไปยังปลายทางได้ครบ

245
00:15:24,601 --> 00:15:24,843
ข้อมูลที่

246
00:15:24,843 --> 00:15:28,186
จากผู้ส่งนั่นเองนะคะ

247
00:15:28,186 --> 00:15:32,186
อันนี้ไม่ได้ระบุตัว Repeater เข้ามานะคะ

248
00:15:37,634 --> 00:15:38,693
ระยะทางจำนวนมิเตอร์ที่สูงสุด

249
00:15:38,693 --> 00:15:42,693
ที่เราสามารถส่งนะคะ ตามความเร็วแล้วก็ที่จะทวนสัญญาณ

250
00:15:46,249 --> 00:15:46,998
ให้ถึงปลายทางได้นั่นเอง

251
00:15:46,998 --> 00:15:50,998
ถัดมา

252
00:15:57,617 --> 00:15:58,074
ตัวที่ 3 ของเรา มาตรฐาน FDDI นะคะ

253
00:15:58,074 --> 00:16:02,074
ตามชื่อก็จะเป็น Fiber Di

254
00:16:10,578 --> 00:16:11,080
sibuild นะคะ ก็จะเป็นโปรโตคอลของตัวแทนนะคะ ก็คือเราก็เร็วและเบิกของเรานะคะ แบบ

255
00:16:11,080 --> 00:16:13,467
แค

256
00:16:13,467 --> 00:16:17,467
อัตราการส่งข้อมูลที่ 100 นะคะ

257
00:16:21,351 --> 00:16:25,351
Mbps มันก็จะเยอะกว่าเมื่อกี้

258
00:16:26,613 --> 00:16:30,613
ถูกไหม อันนี้จะเพิ่มขึ้นนะเป็น 100 นะคะ

259
00:16:34,891 --> 00:16:35,322
ดูตาราง

260
00:16:35,322 --> 00:16:39,322
อัตราความเร็วมันจะเพิ่มขึ้นนะคะ แต่เทคนิคสัญญาในการส่งต่างไป

261
00:16:44,355 --> 00:16:46,450
FDDI จากชื่อก็ตัวเองก็ต้องมาจากตัวไฟเบอร์

262
00:16:46,450 --> 00:16:46,854
อย่างที่บอกไปไฟเบอร์จะส่งสัญญาณ

263
00:16:46,854 --> 00:16:50,814
ได้ระยะไกลกว่าเราก็สัญญาณดีกว่า

264
00:16:50,814 --> 00:16:54,814
นะคะ Repeater แล้วทางระหว่าง repeater

265
00:16:56,859 --> 00:16:56,951
อีก 200 เมตรก็จะมีตัว register เพื่อ

266
00:16:56,951 --> 00:17:00,951
กวนสัญญาณทำให้สัญญาณนี่ ชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเอง

267
00:17:01,288 --> 00:17:05,288
งงกันไหม ถ้าเงียบ ๆ ถือว่าเข้าใจนะถ้าไม่เข้าใจยกมือถามได้นะคะ

268
00:17:09,523 --> 00:17:13,523
คราวนี้เราจะมาดูประเภทตัวกลางสื่อสาร

269
00:17:19,020 --> 00:17:23,020
ประเภทของมันก็จะมีแบบ

270
00:17:26,134 --> 00:17:26,342
Wire ก็คือมีสาย

271
00:17:26,342 --> 00:17:30,342
Wireless ก็คือไม่มีสายนะตามชื่อเลย

272
00:17:31,584 --> 00:17:35,584
ก็จะมีสายแบบไหนบ้าง ก็คือพันคู่ตีเกลียว

273
00:17:39,557 --> 00:17:43,557
portugal Fiber Optic

274
00:17:46,434 --> 00:17:49,254
เราก็ Free Space ไปกับพวกอากาศที่เรา

275
00:17:49,254 --> 00:17:50,343
ส่งสัญญาณไปหากันอย่างพวก

276
00:17:50,343 --> 00:17:54,343
ไม่ไป

277
00:17:54,833 --> 00:17:57,365
หรือว่าใช้สัญญาณดาวเทียมนะคะ ต่าง ๆ

278
00:17:57,365 --> 00:17:58,482
อยู่ในประเภทมีเป็น

279
00:17:58,482 --> 00:18:02,482
UnGuild นะคะ เรามาดูต่อ

280
00:18:06,552 --> 00:18:07,233
สายสื่อสารแบบใช้สาย

281
00:18:07,233 --> 00:18:08,984
ที่มีท่อนำ

282
00:18:08,984 --> 00:18:11,173
ท่อนำก็มีอุปกรณ์

283
00:18:11,173 --> 00:18:14,422
เหมือนเรามีถนน

284
00:18:14,422 --> 00:18:15,118
เดินทางไป

285
00:18:15,118 --> 00:18:19,118
น่าจะมีการเชื่อมอุปกรณ์นะคะ

286
00:18:23,502 --> 00:18:27,502
ต้นทางไปยังปลายทางอุปกรณ์หนึ่งไปยังอีก

287
00:18:27,943 --> 00:18:28,103
อุปกรณ์หนึ่ง โดยมี Switch Fiber Optic

288
00:18:28,103 --> 00:18:32,103
คือ จะเป็นสามัญที่พูดไปอยู่ฝั่งขวาที่มันเป็น Wire นะคะ เดี๋ยวเราจะไปดูอันแรกของเรานะคะ

289
00:18:37,316 --> 00:18:37,573
ที่มีสายส่งอุปกรณ์

290
00:18:37,573 --> 00:18:41,573
ตัวสายคู่พันเกลียวนะคะ

291
00:18:50,902 --> 00:18:52,715
ยังเหมือนสาย Lan สมมติว่าแกะออกมาจะเห็นว่า

292
00:18:52,715 --> 00:18:53,153
มันจะตีเกลียวคู่กัน

293
00:18:53,153 --> 00:18:57,153
Network น่าจะได้เรียนแล้ว

294
00:19:03,082 --> 00:19:04,184
อันนี้อาจารย์เขาน่าจะสอน Insulator อุปกรณ์ที่

295
00:19:04,184 --> 00:19:04,818
ฉนวนหุ้ม

296
00:19:04,818 --> 00:19:07,646
ของ

297
00:19:07,646 --> 00:19:11,646
ตัว

298
00:19:11,654 --> 00:19:12,385
สายทองแดงที่อยู่แต่ละคู่นั่นเอง นะคะ

299
00:19:12,385 --> 00:19:14,330

300
00:19:14,330 --> 00:19:18,330
สายคู่ตีเกลียวจะมี 2 อัน UTP กับ

301
00:19:27,077 --> 00:19:27,447
STP ก็คือ

302
00:19:27,447 --> 00:19:31,447
Unshield ก็คือไม่มีตัว

303
00:19:34,860 --> 00:19:35,047
เขาเรียก

304
00:19:35,047 --> 00:19:39,047
อีกรอบนึงเพื่อช่วยลดสัญญาณรบพรนะคะ

305
00:19:40,321 --> 00:19:44,321
STP ก็จะมีตัวหุ้มตรงนี้อีกอันหนึ่ง

306
00:19:45,008 --> 00:19:45,332

307
00:19:45,332 --> 00:19:49,332
ลักษณะก็จะต่างกัน

308
00:19:49,933 --> 00:19:53,933
สาย Lan ของเราก็จะเป็นส่วนมากจะใช้เป็น UTP ธรรมดา

309
00:19:55,148 --> 00:19:58,147
ที่อยู่ในห้องแล

310
00:19:58,147 --> 00:20:01,079
็บ ถ้าไม่ใช่อุปกรณ์ที่ต้องการ

311
00:20:01,079 --> 00:20:01,635
ส่งข้อมูลแล้วไม่มีสัญญาณรบกวนนะคะ

312
00:20:01,635 --> 00:20:05,635
ถ้าต้องการบอกว่ามีตัวป้องกันสัญญาณรบกวนนะคะ ก็จะเป็นตัว STP ของเรา

313
00:20:09,294 --> 00:20:13,294
อันนี้มันจะเป็นลักษณะของสายแลน

314
00:20:16,749 --> 00:20:20,749
ที่เราเห็นใช้ทั่วไปจะเป็นตัวนี้

315
00:20:21,176 --> 00:20:24,782
เข้าสายนะจะเรียนมาแล้วนะ

316
00:20:24,782 --> 00:20:28,782
โอเค เรียนมาแล้ว จะรู้ว่าเข้าสายหรือคู่ไหนเป็น

317
00:20:32,184 --> 00:20:35,043
ตรงต่อครอส

318
00:20:35,043 --> 00:20:37,040
สลับสายกันอย่างไร สีอะไร

319
00:20:37,040 --> 00:20:37,178
อันนี้เป็น Sh Chill

320
00:20:37,178 --> 00:20:41,178
จะเป็นเหมือนฟอย

321
00:20:43,171 --> 00:20:47,146
กันไว้อีกรอบนึงนะคะ แต่ว่าทั่วไปที่เราใช้

322
00:20:47,146 --> 00:20:50,998
ไม่ค่อยหิวน้ำก็ใช้กับอุปกรณ์

323
00:20:50,998 --> 00:20:51,278
ที่เฉพาะนิดหนึ่ง แล้วก็ราคาก็จะเพิ่มขึ้น

324
00:20:51,278 --> 00:20:55,278
อันไหนที่มันมีคุณภาพดีกว่าแน่นอนราคาก็จะสูงขึ้น

325
00:20:58,654 --> 00:20:58,778
ประสิทธิภาพก็ดีขึ้นตามไปด้วยจริง ๆ นะคะ

326
00:20:58,778 --> 00:21:02,778
ไม่ไป

327
00:21:04,178 --> 00:21:08,178


