﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:02,280

2
00:00:03,446 --> 00:00:04,600
เป็นเกี่ยวกับ

3
00:00:04,925 --> 00:00:06,367
แบบจำลองข้อมูล

4
00:00:06,585 --> 00:00:07,096

5
00:00:07,995 --> 00:00:08,307

6
00:00:09,735 --> 00:00:11,268
หรือเวลา

7
00:00:11,325 --> 00:00:13,007
เราเรียกสั้นๆก็คือ

8
00:00:12,994 --> 00:00:14,983
การวาดรูป VR

9
00:00:15,235 --> 00:00:16,462
แล้วก็

10
00:00:16,845 --> 00:00:17,948
ปลาภาษาอังกฤษ

11
00:00:20,365 --> 00:00:20,599

12
00:00:21,706 --> 00:00:22,641
โดย

13
00:00:22,665 --> 00:00:25,354
แผนภาพนะคะ ER

14
00:00:25,295 --> 00:00:27,189
หรือว่า er-model นี้

15
00:00:27,095 --> 00:00:27,602

16
00:00:27,406 --> 00:00:28,480
มันจะเป็น

17
00:00:29,075 --> 00:00:29,335

18
00:00:31,306 --> 00:00:33,499
ล่ามเขาได้ยินเราไหมพลอย

19
00:00:34,126 --> 00:00:34,929
ทำไม

20
00:00:35,027 --> 00:00:36,198
ร้านดูนิ่ง

21
00:00:36,496 --> 00:00:36,751

22
00:00:36,816 --> 00:00:37,039

23
00:00:38,356 --> 00:00:38,977

24
00:00:42,589 --> 00:00:42,862

25
00:00:44,319 --> 00:00:45,759
ได้ยินไหมคะ

26
00:00:48,478 --> 00:00:48,752

27
00:00:48,797 --> 00:00:49,053

28
00:00:49,568 --> 00:00:50,065

29
00:00:50,017 --> 00:00:50,508

30
00:00:50,527 --> 00:00:50,822

31
00:00:51,487 --> 00:00:51,939

32
00:00:51,616 --> 00:00:51,932

33
00:00:52,637 --> 00:00:53,272

34
00:00:53,406 --> 00:00:53,961

35
00:01:03,717 --> 00:01:04,946
ตามได้ยินไหมครับ

36
00:01:04,995 --> 00:01:06,599
ได้ยิน OK ด้วยค่ะ

37
00:01:06,546 --> 00:01:07,938
ok ok

38
00:01:08,146 --> 00:01:08,951
โอเคค่ะ

39
00:01:09,036 --> 00:01:11,850
การวาด ER นะคะ

40
00:01:11,798 --> 00:01:13,973
เป็นแบบจำลองข้อมูลนะคะ

41
00:01:14,297 --> 00:01:14,786

42
00:01:14,427 --> 00:01:19,158
มันจะเป็นแบบจำลองที่ใช้อธิบายโครงสร้างของฐานข้อมูล

43
00:01:19,225 --> 00:01:21,499
โดยที่เราจะแสดงมาเป็นรูปภาพ

44
00:01:21,787 --> 00:01:22,074

45
00:01:21,987 --> 00:01:22,994
โดยที่

46
00:01:23,076 --> 00:01:24,921
โครงสร้างสำคัญที่จะ

47
00:01:24,997 --> 00:01:25,215

48
00:01:25,376 --> 00:01:28,257
ใช้ในการวาดรูปของเรานะคะก็คือ

49
00:01:28,257 --> 00:01:29,281
nct

50
00:01:29,277 --> 00:01:30,560
หรือว่าตาราง

51
00:01:31,146 --> 00:01:32,408
ความสัมพันธ์

52
00:01:32,366 --> 00:01:32,835

53
00:01:32,676 --> 00:01:35,362
เส้นที่เชื่อมโยงในแต่ละตาราง

54
00:01:35,496 --> 00:01:37,658
เราจะต้องโยงกันให้ถูก

55
00:01:37,676 --> 00:01:37,961

56
00:01:37,926 --> 00:01:38,550

57
00:01:39,216 --> 00:01:42,286
อย่างเช่นตารางของอาจารย์กับอาจารย์นักศึกษา

58
00:01:42,286 --> 00:01:44,719
ต้องมีความสัมพันธ์กันในฐานะ

59
00:01:45,166 --> 00:01:46,497
การเรียนการสอน

60
00:01:46,585 --> 00:01:47,336
นะคะ

61
00:01:49,206 --> 00:01:49,407

62
00:01:49,395 --> 00:01:50,413
การวาดรูป

63
00:01:50,486 --> 00:01:51,011

64
00:01:50,746 --> 00:01:54,997
เป็นเหมือนรูปที่อาจารย์ยกตัวอย่างให้ดูบนจอนะคะ

65
00:01:56,446 --> 00:01:58,490
การที่เราจะวาดรูปได้

66
00:01:58,498 --> 00:02:02,424
เราต้องรู้ได้ว่าสัญลักษณ์แต่ละอันหมายความว่าอย่างไร

67
00:02:02,396 --> 00:02:04,325
ทำไมเราต้องใช้วงรี

68
00:02:04,266 --> 00:02:06,442
ทำไมเราต้องใช้สี่เหลี่ยมผืนผ้า

69
00:02:06,506 --> 00:02:08,225
ทำไมเราต้องลากเส้นตรง

70
00:02:08,166 --> 00:02:08,795
นะคะ

71
00:02:08,997 --> 00:02:10,020
แต่ละอัน

72
00:02:10,276 --> 00:02:11,681
มีความหมายหมดเลย

73
00:02:12,015 --> 00:02:13,283
แล้ววันนี้ก็จะ

74
00:02:13,555 --> 00:02:14,428

75
00:02:14,385 --> 00:02:15,466
บรรยายเสร็จ

76
00:02:15,406 --> 00:02:17,262
จะให้วาดเองด้วย

77
00:02:17,195 --> 00:02:17,899
นะคะ

78
00:02:19,836 --> 00:02:20,579

79
00:02:24,696 --> 00:02:25,072

80
00:02:25,266 --> 00:02:26,656
จุดเด่นของ

81
00:02:26,876 --> 00:02:28,847
แผนภาพอีอาร์นะคะ

82
00:02:29,316 --> 00:02:30,129
มันจะ

83
00:02:30,335 --> 00:02:33,347
ทำให้เราออกแบบฐานข้อมูลได้เร็วขึ้น

84
00:02:33,275 --> 00:02:37,213
เป็นการจัดระเบียบความคิดของผู้ที่ต้องการออกแบบ

85
00:02:37,386 --> 00:02:40,067
คล้ายคล้ายกับเราสมัยมัธยม

86
00:02:40,006 --> 00:02:41,469
น่าจะเคยวาดมายแมพ

87
00:02:41,795 --> 00:02:42,469
นะคะ

88
00:02:42,765 --> 00:02:45,082
การวาด ER ก็เหมือนกันนะคะ

89
00:02:45,585 --> 00:02:45,804

90
00:02:46,096 --> 00:02:49,168
มันจะได้รู้ว่าเราต้องการจะออกแบบอะไร

91
00:02:49,559 --> 00:02:51,291
อะไรควรมีความสัมพันธ์กัน

92
00:02:51,218 --> 00:02:53,394
หรืออะไรที่ขาดหายไปนะคะ

93
00:02:53,337 --> 00:02:54,925
เราจะได้เห็นรวมถึง

94
00:02:55,317 --> 00:02:56,455
ลดความอ้วน

95
00:02:56,597 --> 00:02:56,830

96
00:02:56,857 --> 00:02:59,297
30 ของข้อมูลออกไปด้วย

97
00:02:59,227 --> 00:02:59,849

98
00:02:59,926 --> 00:03:02,376
ในตารางนี้มีข้อมูลนี้อยู่แล้ว

99
00:03:02,365 --> 00:03:04,286
ก็ไม่จำเป็นต้องใส่เพิ่ม

100
00:03:04,286 --> 00:03:06,193
ในตารางอื่นก็ได้นะคะ

101
00:03:06,395 --> 00:03:07,213
หรือว่า

102
00:03:07,487 --> 00:03:11,656
เราว่าเสร็จออกมาทำไมมีตารางที่คล้ายๆกัน 2 อัน

103
00:03:11,656 --> 00:03:13,055
มันลบออกได้ไหม

104
00:03:12,996 --> 00:03:13,685
นะคะ

105
00:03:13,766 --> 00:03:14,853
การวาดรูป

106
00:03:15,305 --> 00:03:17,089
เราเห็นภาพได้ง่ายขึ้น

107
00:03:18,126 --> 00:03:18,393

108
00:03:18,705 --> 00:03:19,216

109
00:03:19,795 --> 00:03:20,019

110
00:03:20,306 --> 00:03:20,546

111
00:03:21,836 --> 00:03:22,266

112
00:03:22,095 --> 00:03:27,292
โดยคุณลักษณะของการวาดแผนภาพ e-r ก็คือแน่นอน

113
00:03:27,157 --> 00:03:29,351
การแสดงผลออกมาเป็นภาพ

114
00:03:29,466 --> 00:03:30,277
นะคะ

115
00:03:30,546 --> 00:03:32,329
โมเดลข้อมูลหรือ

116
00:03:32,536 --> 00:03:34,644
รูปแบบข้อมูลแบบไหนก็ตาม

117
00:03:34,975 --> 00:03:37,623
มันจะมีภาษาแล้วก็รูปภาพที่เป็น

118
00:03:37,537 --> 00:03:39,133
โดยเฉพาะนะคะ

119
00:03:39,324 --> 00:03:41,572
อาจจะมีทั้งภาพขนาดใหญ่

120
00:03:41,574 --> 00:03:42,707
ภาพขนาดย่อย

121
00:03:43,365 --> 00:03:45,274
มันจะทำให้เราอ่าน

122
00:03:45,356 --> 00:03:46,359
ข้อมูล

123
00:03:46,566 --> 00:03:52,104
หรือฐานข้อมูลนั้นได้ง่ายเพราะเราใช้วงกลมเราใช้สี่เหลี่ยมโดยใช้วงรีนะคะ

124
00:03:52,526 --> 00:03:53,720
ใช้เส้นตรง

125
00:03:53,746 --> 00:03:54,554
เส้นโค้ง

126
00:03:54,705 --> 00:03:55,403

127
00:03:55,856 --> 00:03:56,661
ทุกอย่าง

128
00:03:56,756 --> 00:03:58,028
มีความหมายหมดนะคะ

129
00:03:58,615 --> 00:04:02,528
มันก็แสดงให้เห็นถึงความชัดเจนของความหมายของข้อมูลด้วย

130
00:04:02,645 --> 00:04:03,980
โดยที่

131
00:04:03,995 --> 00:04:06,928
ใช้สัญลักษณ์ที่ต่างกันเล็กน้อยนะคะ

132
00:04:07,716 --> 00:04:11,644
ซึ่งตัวรูปแบบของการวาดหมีมันก็จะมีหลายรูปแบบ

133
00:04:12,005 --> 00:04:12,290

134
00:04:12,195 --> 00:04:15,786
หนังสือแต่ละเล่มบางเล่มก็ไม่เหมือนกันบางคนใช้

135
00:04:15,786 --> 00:04:17,187
รูปแบบของคนนี้

136
00:04:17,325 --> 00:04:18,781
หรือหนังสือเล่มนึง

137
00:04:19,045 --> 00:04:19,747
ใช้

138
00:04:20,135 --> 00:04:22,800
มีตังค์ออกไปในการวาดรูปแต่เดี๋ยว

139
00:04:23,086 --> 00:04:23,351

140
00:04:23,476 --> 00:04:24,941
ก่อนถึงเวลาวาดรูป

141
00:04:24,944 --> 00:04:28,366
เราต้องตกลงกันก่อนว่าเราจะเลือกใช้รูปแบบไหนนะคะ

142
00:04:29,616 --> 00:04:34,301
ข้อสำคัญคือแผนภาพที่ได้มานี่มันควรที่จะอ่านง่ายๆ

143
00:04:34,238 --> 00:04:34,518

144
00:04:34,486 --> 00:04:35,884
ไม่ซ้ำซ้อน

145
00:04:36,666 --> 00:04:37,361
ไม่

146
00:04:37,625 --> 00:04:43,766
พากันไปตัดกันมาฉันเพิ่งคิดได้ฉันเลยอยากเอาไว้ตรงนี้ไม่ได้นะคะเราต้องคิดก่อนว่า

147
00:04:44,037 --> 00:04:44,257

148
00:04:44,546 --> 00:04:45,813
เส้นตรง

149
00:04:46,146 --> 00:04:47,939
ฝั่งนึง

150
00:04:47,946 --> 00:04:49,930
ไอ้ฝั่งนึงทำให้เราอ่านยาก

151
00:04:50,435 --> 00:04:50,662

152
00:04:50,564 --> 00:04:52,485
จัดระเบียบความคิดตัวเองก่อนว่า

153
00:04:52,425 --> 00:04:55,976
ในฐานข้อมูลที่เราต้องการนี่มีตารางอะไรบ้าง

154
00:04:56,014 --> 00:04:57,420
แล้วแต่ละตารางนี่

155
00:04:57,555 --> 00:04:59,598
มันจะเชื่อมกันอย่างไรนะคะ

156
00:05:00,555 --> 00:05:00,803

157
00:05:01,325 --> 00:05:01,605

158
00:05:02,544 --> 00:05:02,832

159
00:05:06,965 --> 00:05:07,204

160
00:05:07,285 --> 00:05:10,839
โดยในแผนภาพที่เราวาดนะคะรายละเอียด

161
00:05:10,804 --> 00:05:12,877
ลองอยู่ในระดับที่เหมาะสม

162
00:05:12,864 --> 00:05:13,300

163
00:05:13,316 --> 00:05:15,021
อาจจะไม่ได้ละเอียดยิบ

164
00:05:14,975 --> 00:05:17,061
ขนาดนั้นไม่ต้องละเอียดแบบ

165
00:05:16,955 --> 00:05:18,249

166
00:05:18,115 --> 00:05:18,884
แปลว่า

167
00:05:19,264 --> 00:05:20,254
เราต้อง

168
00:05:20,166 --> 00:05:24,876
มองภาพไม่ออกหรืออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขมันจะต้องยืดหยุ่นนะคะ

169
00:05:24,905 --> 00:05:27,287
รวมถึงรายละเอียดต้องเพียงพอ

170
00:05:27,275 --> 00:05:28,149
ไม่ใช่

171
00:05:28,114 --> 00:05:29,599
น้อยไป

172
00:05:29,265 --> 00:05:31,057
งานก็เยอะไปนะคะ

173
00:05:30,995 --> 00:05:32,197
เอาที่พอดี

174
00:05:32,916 --> 00:05:34,973
โดยที่แต่ละอันนี้อย่างที่บอก

175
00:05:35,155 --> 00:05:36,820
ต้องมีการเชื่อมโยง

176
00:05:37,266 --> 00:05:39,008
ความสัมพันธ์แต่ละตารางด้วย

177
00:05:39,445 --> 00:05:40,265
นะคะ

178
00:05:40,537 --> 00:05:41,416
แล้วก็

179
00:05:41,687 --> 00:05:43,569
การวาดรูปของเรา

180
00:05:43,546 --> 00:05:45,272
เราจะไม่ตายตัวเลยว่า

181
00:05:45,406 --> 00:05:48,039
ใช้กับโปรแกรมอะไร

182
00:05:48,356 --> 00:05:48,976

183
00:05:49,246 --> 00:05:50,794
อยู่ที่เราว่าจะต้อง

184
00:05:52,388 --> 00:05:53,916
รูปแบบของการ

185
00:05:53,998 --> 00:05:54,419

186
00:05:54,435 --> 00:05:55,652
ฐานข้อมูล

187
00:05:55,596 --> 00:05:56,323
แล้วก็

188
00:05:56,876 --> 00:05:57,160

189
00:05:57,198 --> 00:05:58,272
ใครมาอ่าน

190
00:05:58,917 --> 00:06:00,327
ต้องเข้าใจง่าย

191
00:06:00,264 --> 00:06:02,002
ถึงแม้เขาจะไม่ได้

192
00:06:01,995 --> 00:06:04,239
คำว่าคอมพิวเตอร์มาก่อน

193
00:06:04,305 --> 00:06:04,580

194
00:06:04,877 --> 00:06:06,240
พ่อเขาดูรูปภาพ

195
00:06:06,225 --> 00:06:07,112
อย่างน้อย

196
00:06:07,055 --> 00:06:08,215
เขาจะเข้าใจ

197
00:06:08,275 --> 00:06:09,639
ว่าเราจะสื่ออะไร

198
00:06:10,074 --> 00:06:12,351
ในฐานข้อมูลเรามีอะไรบ้างนะคะ

199
00:06:12,315 --> 00:06:13,587
เขาอาจจะไม่รู้หรอกว่า

200
00:06:13,714 --> 00:06:18,854
หมายความว่าอย่างไรหรือสี่เหลี่ยมหมายความว่าอย่างไรทำไมต้องใช้เส้นประ

201
00:06:18,785 --> 00:06:20,439
ทำไมต้องมีเส้นโค้งด้วย

202
00:06:20,575 --> 00:06:22,887
เขาอาจจะไม่ต้องเข้าใจตรงนั้นแต่เขาดู

203
00:06:23,007 --> 00:06:24,432
เอาพอเข้าใจว่า

204
00:06:24,476 --> 00:06:26,917
เราต้องการจะนำเสนออะไรสื่ออะไร

205
00:06:27,176 --> 00:06:29,291
ในฐานข้อมูลเรามีอะไรบ้าง

206
00:06:29,226 --> 00:06:29,442

207
00:06:29,797 --> 00:06:30,614
ก็คือ

208
00:06:30,695 --> 00:06:31,967
ไม่ว่าจะเป็นใคร

209
00:06:32,356 --> 00:06:36,237
รูปที่เราวาดเข้าใจระดับหนึ่งก็ยังดีนะคะ

210
00:06:36,715 --> 00:06:36,974

211
00:06:39,795 --> 00:06:40,083

212
00:06:41,325 --> 00:06:42,919
ขั้นตอนในการออกแบบ

213
00:06:42,935 --> 00:06:44,651
แผนภาพอีอาร์

214
00:06:44,594 --> 00:06:45,211

215
00:06:46,195 --> 00:06:48,857
จะมีอยู่หลายขั้นตอนและเราก็จะแบ่ง

216
00:06:48,755 --> 00:06:48,983

217
00:06:49,015 --> 00:06:52,483
ได้เป็น 5 ขั้นตอนในการออกแบบหรือการวาดด้วย

218
00:06:52,545 --> 00:06:53,230

219
00:06:53,185 --> 00:06:53,933
โดย

220
00:06:54,524 --> 00:06:56,583
เราได้ภาพคร่าวๆมาแล้วนี่

221
00:06:56,635 --> 00:07:00,428
เราค่อยไปใส่รายละเอียดที่หลังก็ได้ว่าผู้ใช้งาน

222
00:07:00,485 --> 00:07:00,750

223
00:07:00,805 --> 00:07:01,886
เขาควรจะ

224
00:07:02,025 --> 00:07:04,197
ดูข้อมูลได้ในระดับไหน

225
00:07:04,194 --> 00:07:05,799
ผู้ใช้งานแต่ละคน

226
00:07:06,114 --> 00:07:08,684
การเข้าถึงข้อมูลแต่ละชั้นนี่

227
00:07:09,005 --> 00:07:09,830
ละคร

228
00:07:09,905 --> 00:07:10,800
แต่ละชั้น

229
00:07:11,505 --> 00:07:12,718
ใครเข้าได้บ้าง

230
00:07:12,654 --> 00:07:13,528
หรือว่า

231
00:07:13,995 --> 00:07:14,901
ผู้ใช้งาน

232
00:07:14,965 --> 00:07:16,890
ตัวไปดูได้อย่างเดียว

233
00:07:17,465 --> 00:07:19,180
หลังจากที่รักแล้ว

234
00:07:19,704 --> 00:07:21,618
รายละเอียดที่หลังก็ได้นะคะ

235
00:07:21,814 --> 00:07:22,029

236
00:07:22,395 --> 00:07:22,653

237
00:07:23,233 --> 00:07:23,661

238
00:07:26,874 --> 00:07:27,171

239
00:07:27,195 --> 00:07:27,465

240
00:07:27,324 --> 00:07:28,730
แม่

241
00:07:28,735 --> 00:07:29,763
เราจะกำหนด

242
00:07:29,885 --> 00:07:31,013

243
00:07:31,176 --> 00:07:32,647
ห*ตารางหลัก

244
00:07:33,168 --> 00:07:33,872
นะคะ

245
00:07:34,885 --> 00:07:41,438
โดยการออกแบบฐานข้อมูลนะคะเราต้องเอารวบรวมข้อมูลความต้องการของผู้ใช้งาน

246
00:07:41,364 --> 00:07:42,953
หรือ requirement นี่แหละ

247
00:07:43,475 --> 00:07:44,817
มากำหนดว่า

248
00:07:45,005 --> 00:07:47,541
ในฐานข้อมูลเราจะมี nct

249
00:07:47,712 --> 00:07:49,182
หรือว่าตารางอะไรบ้าง

250
00:07:49,245 --> 00:07:49,920

251
00:07:49,815 --> 00:07:50,100

252
00:07:49,945 --> 00:07:50,236

253
00:07:50,834 --> 00:07:51,779
ตอนนี้

254
00:07:52,564 --> 00:07:54,747
ขั้นตอนที่ค่อนข้างยากนะคะ

255
00:07:54,875 --> 00:07:55,505
ห้อง

256
00:07:55,504 --> 00:07:56,543
เข้าใจ

257
00:07:57,185 --> 00:07:57,447

258
00:07:57,375 --> 00:08:00,007
ในสิ่งที่เรากำลังจะสร้าง

259
00:07:59,994 --> 00:08:00,276

260
00:08:00,386 --> 00:08:04,073
ทั้งผู้ใช้งานและผู้ออกแบบต้องเข้าใจตรงกัน

261
00:08:03,975 --> 00:08:04,874

262
00:08:05,514 --> 00:08:07,494
ถ้าเรากำหนดตารางไปแล้ว

263
00:08:07,435 --> 00:08:07,697

264
00:08:07,555 --> 00:08:07,839

265
00:08:07,814 --> 00:08:09,183
เราอยู่ดีๆมาเพิ่ม

266
00:08:09,225 --> 00:08:09,456

267
00:08:09,414 --> 00:08:12,894
มันอาจจะต้องเชื่อมต่อความสัมพันธ์ใหม่

268
00:08:12,944 --> 00:08:13,723

269
00:08:13,834 --> 00:08:14,139

270
00:08:14,035 --> 00:08:14,903
โดย

271
00:08:14,865 --> 00:08:19,009
วิธีการทำให้มันครอบคลุมที่สุดก็คือ

272
00:08:19,154 --> 00:08:21,035
เอาข้อมูลทั้งหมดที่มี

273
00:08:21,144 --> 00:08:22,159
มาวาง

274
00:08:22,744 --> 00:08:23,398
แล้วจะ

275
00:08:23,315 --> 00:08:25,264
กลุ่มของข้อมูลนะคะ

276
00:08:25,176 --> 00:08:29,370
โดยรู้ว่าข้อมูลมีค่าอะไรบ้างมีความหมายอย่างไร

277
00:08:29,477 --> 00:08:30,159

278
00:08:30,306 --> 00:08:31,259
อย่างนี้

279
00:08:31,324 --> 00:08:33,101
เชื่อมโยงกันอย่างไร

280
00:08:33,505 --> 00:08:34,411
ฝากข้อมูล

281
00:08:34,405 --> 00:08:36,190
เป็นชนิดเดียวกัน

282
00:08:37,473 --> 00:08:39,337
ไม่รวมไว้ในตารางเดียวกัน

283
00:08:39,395 --> 00:08:42,123
แล้วก็กำหนดชื่อหรือกลุ่มนักศึกษา

284
00:08:42,534 --> 00:08:43,430
นะคะ

285
00:08:44,645 --> 00:08:49,466
อาจจะมีหลายคณะก็จริงแต่ก็คือนักศึกษาเรารวมเป็นตารางเดียวก็ได้

286
00:08:49,394 --> 00:08:49,644

287
00:08:49,963 --> 00:08:50,243

288
00:08:50,154 --> 00:08:53,681
แล้วค่อยมากำหนดลักษณะพิเศษของแต่ละคนว่า

289
00:08:53,813 --> 00:08:55,879
นักศึกษาหลายๆพันคนนี่

290
00:08:55,924 --> 00:08:57,981
เขามีความแตกต่างอะไรกันบ้าง

291
00:08:58,103 --> 00:08:58,727

292
00:08:58,743 --> 00:09:01,153
เราก็เก็บข้อมูลไว้ในตารางเดียวก็พอ

293
00:09:02,013 --> 00:09:02,647
จด

294
00:09:03,034 --> 00:09:06,159
บันทึกไว้ในพจนานุกรมข้อมูลด้วย

295
00:09:06,755 --> 00:09:10,355
แล้วก็เขียนไปในแผนภาพที่เรากำลังจะวาดด้วยว่า

296
00:09:10,724 --> 00:09:14,256
ในตารางนี้มีข้อมูลอะไรบ้างที่เราต้องใช้นะคะ

297
00:09:15,145 --> 00:09:15,430

298
00:09:15,464 --> 00:09:15,719

299
00:09:18,033 --> 00:09:19,357
ขั้นตอนที่ 2

300
00:09:19,564 --> 00:09:24,791
จะต้องมากำหนดความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้หรือว่าระหว่างตารางนั่นเอง

301
00:09:25,645 --> 00:09:29,002
จะมีการกำหนดชื่อกำหนดความหมายความสัมพันธ์

302
00:09:28,984 --> 00:09:31,235
รายการเชื่อมโยงของข้อมูล

303
00:09:31,414 --> 00:09:33,124
อาการส่วน

304
00:09:33,143 --> 00:09:35,322
ความสัมพันธ์นะคะเช่น

305
00:09:35,263 --> 00:09:35,549

306
00:09:35,965 --> 00:09:37,872
นักศึกษา 1 คนสามารถ

307
00:09:37,954 --> 00:09:40,106
ลงทะเบียนเรียนได้หลายวิชา

308
00:09:40,894 --> 00:09:41,653
นะคะ

309
00:09:42,244 --> 00:09:42,527

310
00:09:42,373 --> 00:09:43,900
แต่ในหลายๆ

311
00:09:44,164 --> 00:09:47,046
หลายวิชาแต่ต้องมีผู้สอน 1 คน

312
00:09:48,004 --> 00:09:49,916
อันนี้คือความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น

313
00:09:50,314 --> 00:09:52,424
อาจารย์หนึ่งคนก็สามารถ

314
00:09:52,624 --> 00:09:54,732
สอนนักศึกษาได้หลายคนเหมือนกัน

315
00:09:54,866 --> 00:09:56,130
ได้หลายวิชาด้วย

316
00:09:56,207 --> 00:09:56,831
นะคะ

317
00:09:57,555 --> 00:09:58,248
ซึ่ง

318
00:09:58,716 --> 00:10:01,005
อาจจะเป็นยกตัวอย่างการ

319
00:10:01,334 --> 00:10:03,884
กำหนดอัตราส่วนอีกอย่างหนึ่งก็คือ

320
00:10:03,894 --> 00:10:06,448
เหมือนที่อาจารย์ชอบยกตัวอย่างไวๆ

321
00:10:06,646 --> 00:10:08,108
รหัสบัตรประชาชน

322
00:10:09,794 --> 00:10:13,051
มันไม่เกิน 13 หลักอยู่แล้วเราก็ต้องกำหนด

323
00:10:14,016 --> 00:10:14,965
ชื่อคน

324
00:10:15,114 --> 00:10:15,395

325
00:10:15,625 --> 00:10:15,902

326
00:10:15,814 --> 00:10:17,148
กำหนดไว้เลยก็ได้

327
00:10:17,224 --> 00:10:18,043

328
00:10:18,115 --> 00:10:19,969
ควรเกิน 20 ตัวอักษร

329
00:10:19,916 --> 00:10:20,243

330
00:10:20,236 --> 00:10:22,345
คงไม่มีใครตั้งชื่อตาม

331
00:10:23,314 --> 00:10:23,737

332
00:10:23,763 --> 00:10:26,304
โหราศาสตร์ยาวเกิน 20 ตัวหลอก

333
00:10:26,575 --> 00:10:27,270
นะคะ

334
00:10:28,364 --> 00:10:30,727
แล้วเราก็สามารถแบ่งกลุ่มได้แล้วว่า

335
00:10:30,794 --> 00:10:32,072
ข้อมูลแต่ละอัน

336
00:10:32,153 --> 00:10:32,364

337
00:10:32,404 --> 00:10:35,803
มันจะต้องเชื่อมโยงกันอย่างไรหลังจากนั้นก็มาดูว่า

338
00:10:35,734 --> 00:10:37,286
ขนาดของความสัมพันธ์

339
00:10:37,333 --> 00:10:39,160
เป็นอย่างไร 1 ต่อ 1

340
00:10:39,254 --> 00:10:40,534
หรือ 1 ต่อ

341
00:10:41,883 --> 00:10:42,763
มากกว่า 1

342
00:10:43,164 --> 00:10:44,180
อะไรพวกนี้

343
00:10:44,124 --> 00:10:45,645
ราคาภาษาอังกฤษ

344
00:10:45,794 --> 00:10:48,566
วันวันทรูมันนี่อะไรพวกนี้นะคะ

345
00:10:49,448 --> 00:10:49,668

346
00:10:49,896 --> 00:10:51,749
ซึ่งจะต้องวิเคราะห์ดีๆ

347
00:10:52,965 --> 00:10:55,131
เพราะมันจะต้องอ่านไปข้างหน้า

348
00:10:55,144 --> 00:10:58,410
แล้วก็อาจย้อนกลับมาโดยที่ความหมายไม่เปลี่ยน

349
00:10:58,733 --> 00:11:00,749
ในแผนภาพของเราด้วยนะคะ

350
00:11:01,356 --> 00:11:01,584

351
00:11:04,504 --> 00:11:05,718
ตอนที่ 3

352
00:11:05,974 --> 00:11:07,133
ทั้งหมดกี่หลัก

353
00:11:07,574 --> 00:11:08,806
ชีลอง

354
00:11:09,362 --> 00:11:09,642

355
00:11:09,684 --> 00:11:09,989

356
00:11:09,944 --> 00:11:12,736
มาลีกับ senegal

357
00:11:13,984 --> 00:11:15,674
แล้วหลังจากที่เราได้ตลอด

358
00:11:15,642 --> 00:11:17,979
ฟังแล้วเพราะต่อไปก็คือ

359
00:11:18,014 --> 00:11:20,377
ในตารางเราจะต้องเก็บข้อมูล

360
00:11:20,713 --> 00:11:22,678
อะไรบ้าง

361
00:11:22,954 --> 00:11:23,503

362
00:11:24,104 --> 00:11:25,377
นักศึกษา

363
00:11:26,084 --> 00:11:28,578
เก็บข้อมูลอะไรบ้างเกี่ยวกับนักศึกษา

364
00:11:28,585 --> 00:11:30,321
ถ้าพอจำได้ก็คือ

365
00:11:30,573 --> 00:11:32,118
เราเข้ามาเรียน

366
00:11:32,044 --> 00:11:32,322

367
00:11:32,303 --> 00:11:33,950
เรากรอกข้อมูลเยอะมาก

368
00:11:34,794 --> 00:11:36,778
สมัครข้อมูล

369
00:11:36,784 --> 00:11:37,625
นะครับ

370
00:11:37,493 --> 00:11:38,396
คือ

371
00:11:39,153 --> 00:11:40,129

372
00:11:41,463 --> 00:11:42,924
อะไรต้องการ

373
00:11:44,022 --> 00:11:46,071
ชื่ออะไรนามสกุลอะไร

374
00:11:46,073 --> 00:11:47,735
ประชาชนเลขอะไร

375
00:11:47,803 --> 00:11:49,016
วันที่เท่าไหร่

376
00:11:49,983 --> 00:11:51,359
อยู่ไหนพ่อแม่

377
00:11:52,283 --> 00:11:53,554
เฉลี่ยเท่าไหร่

378
00:11:53,703 --> 00:11:55,292
ที่อยู่ปัจจุบันที่ไหน

379
00:11:55,752 --> 00:11:57,345
ใครเป็นคนส่งเรียน

380
00:11:58,186 --> 00:11:59,969
ได้เงินเดือนเดือนละเท่าไหร่

381
00:12:00,427 --> 00:12:01,049
นะคะ

382
00:12:01,775 --> 00:12:02,001

383
00:12:02,355 --> 00:12:04,979
ใครเป็นผู้ปกครองเบอร์ผู้ปกครองเบอร์อะไร

384
00:12:05,044 --> 00:12:05,856
บางคน

385
00:12:05,805 --> 00:12:06,168

386
00:12:06,385 --> 00:12:08,307
ผู้ปกครองไม่ใช่พ่อ

387
00:12:08,235 --> 00:12:11,232
ใช่พ่อหรือแม่อาจจะเป็นคุณตาหรือคุณยาย

388
00:12:11,123 --> 00:12:11,814
นะคะ

389
00:12:11,833 --> 00:12:12,964
ที่อยู่ปัจจุบัน

390
00:12:13,045 --> 00:12:13,857
อยู่ไหน

391
00:12:14,267 --> 00:12:15,536
แล้วมาเรียนราชภัฏ

392
00:12:15,543 --> 00:12:16,495
พักที่ไหน

393
00:12:17,145 --> 00:12:17,412

394
00:12:17,595 --> 00:12:18,416
บอกให้หน่อย

395
00:12:20,155 --> 00:12:26,383
เกรดเฉลี่ยตั้งแต่ม 4 ม 5 ม 6 เป็นอย่างไรอันนี้คือสิ่งที่มหาลัยต้องการรู้เกี่ยวกับพวกคุณ

396
00:12:26,444 --> 00:12:27,137
ก็คือ

397
00:12:27,144 --> 00:12:27,981

398
00:12:28,104 --> 00:12:29,235
วันเองนะคะ

399
00:12:30,725 --> 00:12:32,782
บอยหัวของแต่ละคอลัมน์

400
00:12:32,965 --> 00:12:34,502
หรือแอตทริบิวต์นี่

401
00:12:34,894 --> 00:12:38,083
ก็ควรเป็นคำสั้นๆง่ายๆอาจจะเป็นตัวย่อก็ได้

402
00:12:38,093 --> 00:12:39,568
แต่ต้องสื่อความหมาย

403
00:12:39,883 --> 00:12:40,154

404
00:12:40,075 --> 00:12:40,776
นะคะ

405
00:12:40,724 --> 00:12:40,974

406
00:12:40,973 --> 00:12:42,185
แล้วก็หลีกเลี่ยง

407
00:12:42,585 --> 00:12:44,107
การตั้งชื่อเหมือนกัน

408
00:12:45,715 --> 00:12:46,483
ราคา

409
00:12:47,836 --> 00:12:48,263

410
00:12:49,175 --> 00:12:50,374
น่าจะเป็น

411
00:12:50,514 --> 00:12:51,725
ชื่อ

412
00:12:52,064 --> 00:12:52,997
ชื่อนี่

413
00:12:52,894 --> 00:12:53,106

414
00:12:53,085 --> 00:12:56,535
บางคนไม่เข้าใจสรุปใส่ชื่อเล่นหรือชื่อจริง

415
00:12:57,562 --> 00:13:00,508
เพราะฉะนั้นต้องกำหนดไปเลยว่าคุณต้องการอะไร

416
00:13:00,454 --> 00:13:02,109
ชื่อจริงก็ใส่ชื่อจริง

417
00:13:02,123 --> 00:13:02,996
ชื่อเล่น

418
00:13:03,073 --> 00:13:04,021
ชื่อเล่น

419
00:13:04,103 --> 00:13:06,067
ไม่ใช่เขามาชื่อเฉยๆ

420
00:13:06,473 --> 00:13:08,972
แล้วเขาจะรู้ไหมว่าเขาต้องใส่อะไร

421
00:13:08,912 --> 00:13:11,206
เขาอาจจะใส่ชื่อเล่นก็ได้นะคะ

422
00:13:12,752 --> 00:13:13,030

423
00:13:13,583 --> 00:13:13,791

424
00:13:13,902 --> 00:13:14,133

425
00:13:14,093 --> 00:13:17,020
กำหนดพิธีภายนอกหรือ For Rent

426
00:13:17,044 --> 00:13:18,085

427
00:13:19,033 --> 00:13:21,644
เชื่อมโยงตลาดตารางเข้าด้วยกัน

428
00:13:22,163 --> 00:13:22,922

429
00:13:23,642 --> 00:13:25,554
นักศึกษากับอาจารย์

430
00:13:25,633 --> 00:13:27,189
เชื่อมโยงกันอย่างไร

431
00:13:27,353 --> 00:13:29,516
เชื่อมโยงโดยรหัสวิชา

432
00:13:30,492 --> 00:13:33,971
เล่นรหัสวิชานี้ใครเรียนบ้างใครสอนบ้าง

433
00:13:34,212 --> 00:13:35,995
แค่กรอกรหัสเข้าไป

434
00:13:35,943 --> 00:13:36,916
ก็รู้ได้เลย

435
00:13:37,353 --> 00:13:39,346
อันนี้ก็คือการเชื่อมโยงกัน

436
00:13:39,406 --> 00:13:42,677
สำหรับอาจารย์กับนักศึกษาในวิชานั้นนะคะ

437
00:13:43,112 --> 00:13:44,061

438
00:13:44,013 --> 00:13:45,733
ฟอเร้นคลีนิค

439
00:13:46,312 --> 00:13:46,750

440
00:13:46,702 --> 00:13:47,075

441
00:13:47,023 --> 00:13:49,767
น่าจะเป็นคีย์หลักของตารางอื่นก็ได้

442
00:13:50,743 --> 00:13:51,501
นะคะ

443
00:13:51,894 --> 00:13:53,026

444
00:13:53,044 --> 00:13:56,298
เดี๋ยวพอวาดรูปว่าจะเข้าใจมากขึ้น

445
00:13:56,573 --> 00:13:58,883
ก่อนพูดอาจจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่

446
00:13:59,523 --> 00:14:00,146
หรือ

447
00:14:00,863 --> 00:14:01,821
ทำไมอะ

448
00:14:01,753 --> 00:14:03,035
เชื่อมโยงกันได้

449
00:14:04,253 --> 00:14:04,470

450
00:14:04,443 --> 00:14:05,278
วันที่ 5

451
00:14:05,922 --> 00:14:06,507

452
00:14:06,633 --> 00:14:08,308
หน้าคอม

453
00:14:08,293 --> 00:14:10,723
อยู่ในแต่ละ

454
00:14:11,304 --> 00:14:13,093
ข้อมูลเขาต้องการ

455
00:14:13,234 --> 00:14:13,964
นะคะ

456
00:14:14,383 --> 00:14:16,616
มีขอบเขตของข้อมูลนั่นแหละ

457
00:14:17,325 --> 00:14:17,937
เช่น

458
00:14:18,283 --> 00:14:19,679
ชนิดของข้อมูล

459
00:14:19,952 --> 00:14:21,907
เราจะกำหนดเป็นอะไร

460
00:14:22,004 --> 00:14:22,822
วันเกิด

461
00:14:23,604 --> 00:14:25,001
ควรกำหนดเป็นอะไร

462
00:14:25,074 --> 00:14:25,314

463
00:14:25,273 --> 00:14:26,150
เงินเดือน

464
00:14:26,234 --> 00:14:26,457

465
00:14:26,875 --> 00:14:28,734
มันควรเป็นจำนวนเต็มไหม

466
00:14:29,243 --> 00:14:31,433
ได้เป็นทศนิยมหรือเปล่านะคะ

467
00:14:31,672 --> 00:14:34,403
อย่างชื่อก็ควรกำหนดเมนส์

468
00:14:34,364 --> 00:14:35,886
รับ 6 * เฉพาะ

469
00:14:35,962 --> 00:14:36,990
เท่านั้น

470
00:14:36,995 --> 00:14:38,351
บอกเป็นตัวเลขไม่ได้

471
00:14:39,233 --> 00:14:39,435

472
00:14:39,362 --> 00:14:40,264
ที่เรา

473
00:14:40,193 --> 00:14:41,917
ต้องกำหนดตั้งแต่ตอนที่

474
00:14:42,242 --> 00:14:44,281
ออกแบบฐานข้อมูลเลยนะคะ

475
00:14:44,482 --> 00:14:45,560
ความยาว

476
00:14:47,185 --> 00:14:49,408
เลขบัตรประชาชนก็ 13 หลัก

477
00:14:49,483 --> 00:14:50,170
นะคะ

478
00:14:51,144 --> 00:14:53,136
เบอร์โทรศัพท์ก็ 10 หลัก

479
00:14:54,426 --> 00:14:55,427
อะไรแบบนี้

480
00:14:55,383 --> 00:14:55,659

481
00:14:55,708 --> 00:14:59,029
นามสกุลไม่ควรเกิน 35 ตัวอักษร

482
00:14:59,793 --> 00:15:00,022

483
00:14:59,993 --> 00:15:01,258
เงินเดือนก็

484
00:15:01,333 --> 00:15:02,544
เอาสักไม่เกิน

485
00:15:02,682 --> 00:15:03,457
7 หลัก

486
00:15:03,453 --> 00:15:03,723

487
00:15:03,712 --> 00:15:04,968
ประมาณนี้นะคะ

488
00:15:05,241 --> 00:15:05,479

489
00:15:05,432 --> 00:15:06,725
รูปแบบข้อมูล

490
00:15:07,101 --> 00:15:08,044
ประเทศ

491
00:15:08,193 --> 00:15:08,444

492
00:15:08,511 --> 00:15:09,836
ประเทศลาว

493
00:15:10,043 --> 00:15:11,710
เขาจะเอาเดือนขึ้นก่อน

494
00:15:12,351 --> 00:15:14,358
ตามด้วยวันตามด้วยปี

495
00:15:14,343 --> 00:15:14,564

496
00:15:14,662 --> 00:15:16,757
คุณก็สามารถกำหนดได้เหมือนกัน

497
00:15:16,711 --> 00:15:17,335
เรา

498
00:15:17,353 --> 00:15:19,041
แม่ของเราเพื่อดูง่ายๆ

499
00:15:19,533 --> 00:15:21,112
ก็เป็นวันเดือนปี

500
00:15:21,322 --> 00:15:23,046
ถามกันอย่างนี้ก็ได้

501
00:15:23,952 --> 00:15:26,838
ค่าที่อนุญาตโดยเฉพาะเช่น

502
00:15:27,223 --> 00:15:27,507

503
00:15:27,413 --> 00:15:28,295
ทุกวัน

504
00:15:28,244 --> 00:15:28,940

505
00:15:29,012 --> 00:15:31,410
กลับวันที่ 6 ของเดือนเป็นวันหยุด

506
00:15:31,325 --> 00:15:31,605

507
00:15:33,884 --> 00:15:35,351
ก็สามารถตั้งได้

508
00:15:35,743 --> 00:15:37,652
ว่าอ่านข้อมูลคือ

509
00:15:37,913 --> 00:15:39,565
ลูกค้าต้องการ

510
00:15:39,963 --> 00:15:43,430
จองคิวทำอะไรก็ตามถ้าเป็นวันที่ 1 กับวันที่ 16

511
00:15:43,363 --> 00:15:43,629

512
00:15:44,194 --> 00:15:45,896
ไม่อนุญาตให้จอง

513
00:15:46,313 --> 00:15:46,594

514
00:15:46,633 --> 00:15:47,002

515
00:15:47,012 --> 00:15:47,778
ได้

516
00:15:48,234 --> 00:15:48,934
นะคะ

517
00:15:49,383 --> 00:15:49,612

518
00:15:49,514 --> 00:15:51,051
อันนี้ก็ต้องตั้งแต่

519
00:15:50,983 --> 00:15:52,194
เอาออกแบบเลย

520
00:15:52,585 --> 00:15:55,542
ตกลงของเราควรจะเป็นอย่างไรนะคะ

521
00:15:59,573 --> 00:16:00,453

522
00:16:00,663 --> 00:16:00,920

523
00:16:00,792 --> 00:16:02,436
อันนี้ก็อธิบายไปแล้วนะ

524
00:16:02,454 --> 00:16:04,300
อีกอันหนึ่งสำคัญ

525
00:16:04,432 --> 00:16:04,688

526
00:16:05,203 --> 00:16:05,488

527
00:16:05,463 --> 00:16:06,915
ความเป็นหนึ่งเดียว

528
00:16:07,713 --> 00:16:07,992

529
00:16:07,961 --> 00:16:08,844
ก็คือ

530
00:16:08,922 --> 00:16:09,182

531
00:16:09,242 --> 00:16:12,326
อย่างเช่นรหัสนักศึกษาต้องกำหนดไว้ว่า

532
00:16:12,761 --> 00:16:14,677
ห้ามเป็นค่าที่ซ้ำ

533
00:16:15,072 --> 00:16:15,302

534
00:16:15,452 --> 00:16:16,864
ซ้ำกันไม่ได้

535
00:16:17,386 --> 00:16:17,676

536
00:16:18,403 --> 00:16:20,835
เราอาจจะกรอกเลขผิดไปตัวหนึ่ง

537
00:16:20,833 --> 00:16:21,396
ระบบ

538
00:16:21,604 --> 00:16:23,327
จะต้องแจ้งเตือนว่าคุณ

539
00:16:23,713 --> 00:16:26,518
เลขนี้ใช้ไม่ได้มันซ้ำไปแล้วกลับ

540
00:16:27,562 --> 00:16:30,712
การเป็นค่านันคือในที่นี้ก็คือ

541
00:16:30,951 --> 00:16:32,760
คุณไม่กรอกข้อมูลได้ไหม

542
00:16:33,331 --> 00:16:35,323
บางระบบจะบอกว่าไม่ได้

543
00:16:35,954 --> 00:16:36,521

544
00:16:36,661 --> 00:16:36,946

545
00:16:36,791 --> 00:16:38,953
ใครเคยกรอกในอินเตอร์เน็ต

546
00:16:39,023 --> 00:16:41,271
ในบางช่องของการกรอกข้อมูล

547
00:16:41,531 --> 00:16:44,235
จะมีการดอกจันทร์สีแดงกำหนดไว้อยู่

548
00:16:44,281 --> 00:16:46,915
มันคือเป็นข้อมูลที่เขาต้องการ

549
00:16:46,912 --> 00:16:47,174

550
00:16:47,031 --> 00:16:48,642
บุญถาวรว่างไม่ได้

551
00:16:48,772 --> 00:16:49,533
นะคะ

552
00:16:49,992 --> 00:16:50,221

553
00:16:50,373 --> 00:16:52,410
หรือต้องการจะเว้นว่าง

554
00:16:52,482 --> 00:16:52,700

555
00:16:52,741 --> 00:16:53,816
หรือไม่ตอบ

556
00:16:54,083 --> 00:16:54,466

557
00:16:54,593 --> 00:16:57,157
เขาจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าค่า default

558
00:16:57,672 --> 00:16:59,200
ค่าโดยปริยาย

559
00:16:59,473 --> 00:17:01,379
เงินเดือนเท่าไหร่

560
00:17:01,771 --> 00:17:03,249
เริ่มต้นคือ 0

561
00:17:03,636 --> 00:17:03,897

562
00:17:04,144 --> 00:17:06,673
ระวังไม่ได้ไม่ตอบไม่ได้

563
00:17:06,713 --> 00:17:07,528
ฉะนั้น

564
00:17:07,542 --> 00:17:09,321
ตอบไปเลยว่า 0 บาท

565
00:17:09,523 --> 00:17:10,725
แบบนี้ก็ได้

566
00:17:11,252 --> 00:17:12,204
แต่ส่วนมาก

567
00:17:12,154 --> 00:17:13,767
แล้วนะคะ

568
00:17:15,613 --> 00:17:16,882
ย้าย

569
00:17:17,023 --> 00:17:17,331

570
00:17:17,343 --> 00:17:18,996
มาวิเคราะห์ดูว่า

571
00:17:19,005 --> 00:17:20,952
แผนภาพที่น้องออกแบบนี่

572
00:17:21,571 --> 00:17:22,687

573
00:17:22,592 --> 00:17:22,855

574
00:17:23,362 --> 00:17:25,854
ปรับปรุงแก้ไขหรือว่าขยายตัว

575
00:17:25,804 --> 00:17:27,706
อนาคตได้หรือเปล่า

576
00:17:28,233 --> 00:17:31,089
การออกแบบที่ดีต้อง

577
00:17:31,113 --> 00:17:32,516
การเปลี่ยนแปลงด้วย

578
00:17:32,912 --> 00:17:33,155

579
00:17:33,103 --> 00:17:34,775
ไม่ใช่ว่าตายตัวไป

580
00:17:34,703 --> 00:17:35,130

581
00:17:35,343 --> 00:17:37,054
นึกว่าวันนี้

582
00:17:37,192 --> 00:17:37,572

583
00:17:37,781 --> 00:17:38,552
ร้าน

584
00:17:39,062 --> 00:17:40,672
อาจจะไม่ถึง 100 คน

585
00:17:40,851 --> 00:17:41,864
ฮัลโหล

586
00:17:42,072 --> 00:17:42,623

587
00:17:42,542 --> 00:17:45,446
อาจจะเป็นธุรกิจที่เติบโต

588
00:17:45,652 --> 00:17:47,923
มีสาขาไปอีก 100 สาขา

589
00:17:47,965 --> 00:17:48,212

590
00:17:48,285 --> 00:17:50,090
มีลูกค้าไปอีก 1 คน

591
00:17:50,272 --> 00:17:50,551

592
00:17:50,593 --> 00:17:52,578
ฐานข้อมูลคุณปิ๊กไว้ว่า

593
00:17:52,511 --> 00:17:53,641
รหัสลูกค้า

594
00:17:53,911 --> 00:17:54,140

595
00:17:54,181 --> 00:17:55,447
1-100

596
00:17:56,354 --> 00:17:57,748
มันเป็นไปไม่ได้ค่ะ

597
00:17:57,832 --> 00:17:58,530
นะคะ

598
00:17:58,665 --> 00:18:00,008
ลองวิเคราะห์ด้วยว่า

599
00:18:00,714 --> 00:18:01,527

600
00:18:01,543 --> 00:18:03,064
รหัสลูกค้านี่

601
00:18:03,143 --> 00:18:04,609
มันจะต้องเป็นการ

602
00:18:04,752 --> 00:18:04,964

603
00:18:05,002 --> 00:18:06,606
เพิ่มขึ้นอย่างอัตโนมัติ

604
00:18:06,921 --> 00:18:07,208

605
00:18:07,183 --> 00:18:08,887
ไปได้เรื่อยๆหรือเปล่า

606
00:18:08,974 --> 00:18:10,308
หรือคุณ

607
00:18:10,311 --> 00:18:11,848
เป็นคนกรอกเอง

608
00:18:12,502 --> 00:18:13,192

609
00:18:13,391 --> 00:18:14,729
อันนี้ก็ต้องคิดด้วย

610
00:18:15,060 --> 00:18:15,997
ไม่ใช่ว่า

611
00:18:16,082 --> 00:18:16,307

612
00:18:16,271 --> 00:18:18,707
ระบบฉันใช้แค่ 10 คนนี่แหละ

613
00:18:18,841 --> 00:18:19,100

614
00:18:19,031 --> 00:18:21,713
บางทีในอนาคตอาจจะไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ

615
00:18:22,552 --> 00:18:22,827

616
00:18:22,871 --> 00:18:24,032
versace

617
00:18:23,961 --> 00:18:24,591
ลอง

618
00:18:24,922 --> 00:18:26,464
การวาดแผนภาพนี่

619
00:18:26,781 --> 00:18:27,060

620
00:18:27,431 --> 00:18:28,775
จะต้องวิเคราะห์

621
00:18:28,831 --> 00:18:30,482
ข้อมูลที่จำเป็น

622
00:18:30,502 --> 00:18:31,593
กรอกในระบบ

623
00:18:32,031 --> 00:18:32,247

624
00:18:32,801 --> 00:18:33,554
ระบบอัด

625
00:18:33,642 --> 00:18:34,144

626
00:18:34,531 --> 00:18:35,034

627
00:18:35,312 --> 00:18:36,450
โครงสร้างที่มี

628
00:18:36,460 --> 00:18:38,319
รวมถึงถ้ามีการเพิ่ม

629
00:18:38,442 --> 00:18:40,225
ลบแก้ไขข้อมูล

630
00:18:40,230 --> 00:18:40,482

631
00:18:40,561 --> 00:18:41,325
กล้อง

632
00:18:41,511 --> 00:18:42,869
วันที่ตารางไหน

633
00:18:43,954 --> 00:18:45,039
สมมุติว่า

634
00:18:45,235 --> 00:18:46,049
ข้อมูล

635
00:18:46,133 --> 00:18:47,600
ตารางนั้นถูกลบไป

636
00:18:47,601 --> 00:18:48,633
มันจะไป

637
00:18:49,393 --> 00:18:51,338
ข้อมูลในตารางอื่นหรือเปล่า

638
00:18:51,832 --> 00:18:52,489

639
00:18:52,471 --> 00:18:52,980

640
00:18:53,243 --> 00:18:54,358
สวัสดีสวัสดี

641
00:18:54,392 --> 00:18:54,829

642
00:18:54,782 --> 00:18:55,407

643
00:18:55,612 --> 00:18:57,071
สาขาที่คุณเรียนออก

644
00:18:57,402 --> 00:18:57,629

645
00:18:57,792 --> 00:18:58,805
มันจะกระทบ

646
00:18:58,752 --> 00:18:59,693
รู้ไหม

647
00:19:01,061 --> 00:19:02,714
นักศึกษาไม่มีสังกัด

648
00:19:02,910 --> 00:19:03,137

649
00:19:03,171 --> 00:19:04,113
ได้ไหม

650
00:19:04,263 --> 00:19:05,069
ได้

651
00:19:07,273 --> 00:19:08,296
ต้องดูด้วย

652
00:19:08,493 --> 00:19:09,621
เรียกว่า

653
00:19:09,772 --> 00:19:11,062
คางคก

654
00:19:10,981 --> 00:19:11,742
ข้อมูล

655
00:19:12,652 --> 00:19:13,734
ดีๆอยากลบ

656
00:19:13,802 --> 00:19:14,493

657
00:19:16,183 --> 00:19:16,481

658
00:19:16,431 --> 00:19:17,254

659
00:19:17,332 --> 00:19:18,020

660
00:19:18,422 --> 00:19:18,700

661
00:19:18,742 --> 00:19:19,556

662
00:19:19,572 --> 00:19:20,066

663
00:19:20,083 --> 00:19:20,373

664
00:19:20,343 --> 00:19:20,628

665
00:19:20,851 --> 00:19:21,138

666
00:19:21,171 --> 00:19:21,867

667
00:19:21,942 --> 00:19:23,073
มันไม่สวย

668
00:19:23,031 --> 00:19:25,088
ลงท้ายอะไรอย่างนี้

669
00:19:25,155 --> 00:19:26,046
เขียนไม่ได้

670
00:19:26,303 --> 00:19:26,678

671
00:19:27,070 --> 00:19:28,391
ไม่ได้

672
00:19:28,602 --> 00:19:28,876

673
00:19:30,271 --> 00:19:31,783
บางอย่างมันเปลี่ยนไม่ได้

674
00:19:32,252 --> 00:19:33,580
รหัสนักศึกษา

675
00:19:34,182 --> 00:19:34,408

676
00:19:34,373 --> 00:19:37,110
เลขบัตรประชาชนอย่างนี้เราต้องวิเคราะห์ด้วย

677
00:19:37,060 --> 00:19:37,867
ไม่ใช่ว่า

678
00:19:38,210 --> 00:19:38,769

679
00:19:38,721 --> 00:19:39,105

680
00:19:39,041 --> 00:19:39,236

681
00:19:39,751 --> 00:19:42,066
อยากเปลี่ยนเลขบัตรประชาชนตอนไหนก็ได้

682
00:19:42,060 --> 00:19:43,077
ต้น

683
00:19:45,132 --> 00:19:47,769
โดยการเขียนแผนภาพ e-r นี่

684
00:19:48,983 --> 00:19:51,540
มันก็จะอธิบายภาพรวมทั้งหมดนะคะ

685
00:19:51,471 --> 00:19:51,736

686
00:19:51,922 --> 00:19:55,130
อย่างที่บอกตอนต้นก็คือมันต้องเข้าใจง่าย

687
00:19:55,251 --> 00:19:55,953
นะคะ

688
00:19:56,591 --> 00:19:56,815

689
00:19:56,720 --> 00:19:59,791
อาจจะไม่ต้องรู้ว่าข้อมูลที่เรากำลังจะเก็บ

690
00:19:59,932 --> 00:20:02,237
ที่ไหนเก็บอย่างไรไม่จำเป็น

691
00:20:02,810 --> 00:20:04,398
ออกมาให้ดูก่อนว่า

692
00:20:04,472 --> 00:20:06,715
ในฐานข้อมูลเราต้องมีอะไรบ้างนะคะ

693
00:20:06,981 --> 00:20:07,224

694
00:20:07,679 --> 00:20:10,122
ในแต่ละตารางมีความสัมพันธ์

695
00:20:10,312 --> 00:20:11,257
กันอย่างไร

696
00:20:11,591 --> 00:20:13,453
ข้อมูลมาจาก 300 กันไหม

697
00:20:13,382 --> 00:20:14,054

698
00:20:15,950 --> 00:20:17,852
แล้วก็เขียนให้

699
00:20:17,930 --> 00:20:19,135
ดูง่ายที่สุด

700
00:20:19,081 --> 00:20:20,552
อย่างที่อาจารย์บอกตอนแรก

701
00:20:20,811 --> 00:20:21,697
แผนภาพ

702
00:20:22,160 --> 00:20:22,393

703
00:20:22,291 --> 00:20:23,567
การวาดรูปนี้

704
00:20:23,832 --> 00:20:24,961
มันมีหลาย

705
00:20:25,942 --> 00:20:27,076
เขาเรียกอะไรล่ะ

706
00:20:27,161 --> 00:20:28,486
มาตรฐานแล้วกัน

707
00:20:28,631 --> 00:20:28,855

708
00:20:29,072 --> 00:20:30,930
หนังสือแต่ละเล่มก็

709
00:20:31,071 --> 00:20:32,691
เลือกมาใช้ไม่เหมือนกัน

710
00:20:33,180 --> 00:20:33,998
นะคะ

711
00:20:34,010 --> 00:20:34,279

712
00:20:35,042 --> 00:20:37,569
มีทั้งแบบ Chen model

713
00:20:38,044 --> 00:20:39,863
เอา Food ก็คือแบบ

714
00:20:40,162 --> 00:20:40,413

715
00:20:41,310 --> 00:20:42,409
ความสัมพันธ์

716
00:20:42,591 --> 00:20:43,627
คล้ายๆกับ

717
00:20:43,751 --> 00:20:45,012
รอยเท้าของนก

718
00:20:45,482 --> 00:20:45,759

719
00:20:45,673 --> 00:20:47,593
รอยเท้าอีกา

720
00:20:48,751 --> 00:20:49,178

721
00:20:49,132 --> 00:20:50,907
รูปแบบรูปแบบหนึ่งนะคะ

722
00:20:51,630 --> 00:20:51,851

723
00:20:51,751 --> 00:20:52,024

724
00:20:52,011 --> 00:20:54,322
แต่ที่เราจะใช้กันบ่อยๆนะคะ

725
00:20:54,581 --> 00:20:55,538
จะเป็นแบบ

726
00:20:55,540 --> 00:20:56,886
Train model

727
00:20:56,950 --> 00:20:58,235
มวยช่องสีเหลือง

728
00:20:58,934 --> 00:21:03,503
เราจะเลือกใช้ตัวนี้เพราะว่ามันเขียนง่ายมันอ่านง่ายที่สุดนะคะ

729
00:21:05,534 --> 00:21:07,935
ถ้าคุณไปซื้อหนังสือเล่มอื่น

730
00:21:07,963 --> 00:21:09,943
ก็ใช้แบบอื่นผิดไหมไม่ผิด

731
00:21:10,592 --> 00:21:10,807

732
00:21:10,781 --> 00:21:13,667
อยู่ที่เขาจะเลือกใช้แบบไหนนั่นเองนะคะ

733
00:21:13,922 --> 00:21:14,198

734
00:21:14,180 --> 00:21:14,464

735
00:21:15,392 --> 00:21:15,952

736
00:21:16,740 --> 00:21:17,747

737
00:21:17,890 --> 00:21:18,195

738
00:21:18,214 --> 00:21:19,152
สัญลักษณ์

739
00:21:19,111 --> 00:21:19,995

740
00:21:20,652 --> 00:21:20,915

741
00:21:20,840 --> 00:21:22,447
ลองใช้ในการวาดรูป

742
00:21:22,510 --> 00:21:23,126
นะคะ

743
00:21:24,301 --> 00:21:24,555

744
00:21:24,810 --> 00:21:28,536
สัญลักษณ์สี่เหลี่ยมผืนผ้ามันจะหมายถึงชื่อตาราง

745
00:21:29,300 --> 00:21:29,576

746
00:21:30,450 --> 00:21:31,272
นะคะ

747
00:21:31,540 --> 00:21:31,819

748
00:21:32,179 --> 00:21:33,964
แบบสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด

749
00:21:34,480 --> 00:21:34,727

750
00:21:34,801 --> 00:21:38,342
มันจะบอกถึงความสัมพันธ์ของตารางแต่ละตาราง

751
00:21:38,332 --> 00:21:38,891

752
00:21:39,551 --> 00:21:39,770

753
00:21:40,120 --> 00:21:42,315
แล้วคอลัมน์ในแต่ละตารางล่ะ

754
00:21:42,362 --> 00:21:43,118
นะคะ

755
00:21:43,909 --> 00:21:45,825
เราก็จะใส่เป็นรูปวงรี

756
00:21:47,362 --> 00:21:47,606

757
00:21:47,490 --> 00:21:47,699

758
00:21:48,001 --> 00:21:48,301

759
00:21:48,641 --> 00:21:49,455

760
00:21:49,542 --> 00:21:50,769
คอลัมน์นานๆ

761
00:21:50,881 --> 00:21:51,145

762
00:21:51,201 --> 00:21:52,313
เป็นคีย์หลัก

763
00:21:52,361 --> 00:21:52,636

764
00:21:52,561 --> 00:21:53,763
ห้ามซ้ำกัน

765
00:21:53,901 --> 00:21:54,120

766
00:21:54,412 --> 00:21:54,637

767
00:21:54,804 --> 00:21:57,238
รูปวงรีจะต้องขีดเส้นใต้ด้วย

768
00:21:58,379 --> 00:21:58,607

769
00:22:00,370 --> 00:22:00,632

770
00:22:00,559 --> 00:22:02,021
ส่วนด้านข้าง

771
00:22:02,101 --> 00:22:02,908
วันนี้

772
00:22:02,931 --> 00:22:03,211

773
00:22:03,310 --> 00:22:06,404
จะไม่ค่อยพบเห็นบ่อยแต่เจอในข้อสอบแน่ๆ

774
00:22:06,389 --> 00:22:08,039
นะคะอันแรก

775
00:22:08,179 --> 00:22:11,336
คือสี่เหลี่ยมผืนผ้าซ้อนกัน 2 อัน

776
00:22:11,450 --> 00:22:13,114
มันหมายถึงตารางนั้นน่ะ

777
00:22:13,050 --> 00:22:13,998
เป็นตาราง

778
00:22:14,141 --> 00:22:15,215
อ่อนแอหรือว่า

779
00:22:15,351 --> 00:22:16,110

780
00:22:16,641 --> 00:22:17,987
อินคา

781
00:22:18,050 --> 00:22:20,356
เพื่อให้ตารางของมันมีความหมาย

782
00:22:20,229 --> 00:22:21,101
นะคะ

783
00:22:22,019 --> 00:22:22,244

784
00:22:22,211 --> 00:22:22,459

785
00:22:24,449 --> 00:22:25,598
ออกมา

786
00:22:25,989 --> 00:22:26,231

787
00:22:26,569 --> 00:22:27,326
สี่เหลี่ยม

788
00:22:27,271 --> 00:22:30,658
ข้าวหลามตัดซ้อนกัน 2 อันก็เช่นเดียวกันค่ะ

789
00:22:30,662 --> 00:22:34,180
เขาเรียกความสัมพันธ์แบบอ่อนแอมันจะต้องไปดึงค่า

790
00:22:34,070 --> 00:22:36,035
หรือความสัมพันธ์อื่นๆ

791
00:22:36,050 --> 00:22:38,521
มาทำให้ตัวมันมีความหมายขึ้นมา

792
00:22:39,062 --> 00:22:39,868
นะคะ

793
00:22:40,911 --> 00:22:41,184

794
00:22:41,181 --> 00:22:41,444

795
00:22:41,432 --> 00:22:44,244
วงรีซ้อนกัน 2 วงก็คือ

796
00:22:44,512 --> 00:22:44,779

797
00:22:44,630 --> 00:22:45,841
ในตารางนี้นี่

798
00:22:45,789 --> 00:22:46,175

799
00:22:46,169 --> 00:22:46,388

800
00:22:46,360 --> 00:22:49,147
คอลัมน์นี้หรือในข้อมูลนั้นๆ

801
00:22:49,181 --> 00:22:52,196
มันอาจจะมีข้อมูลได้มากกว่า 1 ข้อมูลเช่น

802
00:22:52,580 --> 00:22:52,803

803
00:22:52,770 --> 00:22:55,265
คุณอาจจะมีเบอร์โทรศัพท์ 3 เบอร์

804
00:22:56,989 --> 00:22:57,272

805
00:22:57,510 --> 00:22:57,768

806
00:22:58,539 --> 00:22:58,815

807
00:22:58,920 --> 00:22:59,163

808
00:22:59,629 --> 00:23:00,428
หรือว่า

809
00:23:00,520 --> 00:23:01,464
มีชื่อเล่น

810
00:23:01,612 --> 00:23:05,266
พ่อเรียกชื่อหนึ่งแม่เรียกชื่อหนึ่งก็บอกได้

811
00:23:06,160 --> 00:23:09,943
มีสัตว์เลี้ยงมากกว่า 2 ตัวแต่ละตัวชื่อว่าอะไรบ้าง

812
00:23:09,870 --> 00:23:10,106

813
00:23:10,130 --> 00:23:10,400

814
00:23:10,260 --> 00:23:11,334
อย่างนี้ก็ได้

815
00:23:11,410 --> 00:23:11,666

816
00:23:11,600 --> 00:23:12,240
ราคา

817
00:23:13,259 --> 00:23:15,064
วงรีที่เป็นเส้นประ

818
00:23:15,191 --> 00:23:15,453

819
00:23:15,512 --> 00:23:15,793

820
00:23:15,712 --> 00:23:17,495
หมายถึงว่าข้า

821
00:23:17,502 --> 00:23:18,712
ข้อมูลในนี้พี่

822
00:23:18,651 --> 00:23:18,921

823
00:23:18,971 --> 00:23:22,308
จะได้มาจากการคำนวณของข้อมูลอื่น

824
00:23:22,690 --> 00:23:22,943

825
00:23:23,010 --> 00:23:25,172
ที่พบบ่อยที่สุดก็คือ

826
00:23:25,119 --> 00:23:25,868
อายุ

827
00:23:27,430 --> 00:23:27,700

828
00:23:29,411 --> 00:23:32,623
อายุจะได้มาจากคำนวณวันเกิดใช่ไหมคะ

829
00:23:32,750 --> 00:23:33,553
เพราะฉะนั้น

830
00:23:33,963 --> 00:23:36,014
เส้นวงรีป่ะพวกนี้

831
00:23:36,203 --> 00:23:38,759
มันก็คือจะบอกว่าอายุของเรา

832
00:23:38,899 --> 00:23:39,793
ได้มาจาก

833
00:23:40,110 --> 00:23:40,933
การเกิด

834
00:23:40,881 --> 00:23:42,397
วันเดือนปีเกิดนั่นเอง

835
00:23:42,350 --> 00:23:43,165
นะคะ

836
00:23:43,379 --> 00:23:43,638

837
00:23:43,949 --> 00:23:44,167

838
00:23:44,209 --> 00:23:46,057
ให้มันคำนวณให้อัตโนมัติ

839
00:23:46,259 --> 00:23:46,515

840
00:23:46,448 --> 00:23:47,465
ผู้ใช้งาน

841
00:23:47,485 --> 00:23:48,323
ไม่ต้อง

842
00:23:48,260 --> 00:23:51,709
บอกว่าอายุเท่าไหร่ให้ระบบคำนวณให้เลย

843
00:23:51,638 --> 00:23:52,522
อายุ 10

844
00:23:52,730 --> 00:23:56,544
8 ปี 11 เดือน 10 วันอะไรก็ว่าไปนะคะ

845
00:23:57,794 --> 00:23:58,033

846
00:23:58,183 --> 00:23:58,464

847
00:23:58,504 --> 00:23:58,973

848
00:23:58,693 --> 00:24:00,921
อันนี้คือสัญลักษณ์ที่เราใช้บ่อย

849
00:24:00,932 --> 00:24:01,960
เกี่ยวกับเมื่อ

850
00:24:01,950 --> 00:24:02,183

851
00:24:02,343 --> 00:24:03,153
สักครู่นี้

852
00:24:03,431 --> 00:24:03,639

853
00:24:05,104 --> 00:24:05,370

854
00:24:05,487 --> 00:24:06,379
วันนี้

855
00:24:06,441 --> 00:24:10,520
อธิบายโดยละเอียดเอนทิตี้หรือว่าชื่อของตารางนะคะ

856
00:24:10,600 --> 00:24:11,135

857
00:24:11,110 --> 00:24:15,861
อยากเป็นส่วนในการเก็บของข้อมูลรายการแต่ละรายการที่

858
00:24:15,859 --> 00:24:17,587
ระบบจัดการฐานข้อมูล

859
00:24:17,519 --> 00:24:17,752

860
00:24:17,709 --> 00:24:19,369
ที่เราจะสร้างระบบขึ้นมา

861
00:24:19,829 --> 00:24:20,388

862
00:24:21,628 --> 00:24:21,891

863
00:24:21,948 --> 00:24:24,242
สัญลักษณ์อินฟินิตี้จะเป็น

864
00:24:24,250 --> 00:24:25,376
สี่เหลี่ยมผืนผ้า

865
00:24:25,909 --> 00:24:26,175

866
00:24:26,039 --> 00:24:28,781
มีชื่อทางหรือซิตี้อยู่ข้างใน

867
00:24:30,019 --> 00:24:31,722
ก็ต้องวาดแบบนี้ทุกครั้ง

868
00:24:31,938 --> 00:24:32,150

869
00:24:32,259 --> 00:24:32,535

870
00:24:32,829 --> 00:24:33,456

871
00:24:34,369 --> 00:24:35,253

872
00:24:35,391 --> 00:24:36,209
ตัวอย่าง

873
00:24:37,378 --> 00:24:38,912
ตารางบุคคล

874
00:24:38,918 --> 00:24:39,203

875
00:24:39,691 --> 00:24:39,920

876
00:24:40,012 --> 00:24:41,527
บุคคลคืออะไรบ้าง

877
00:24:41,931 --> 00:24:43,520
ตารางพนักงาน

878
00:24:43,721 --> 00:24:47,843
ตารางพนักงานบุคลากรตารางนักศึกษาตารางลูกค้า

879
00:24:48,792 --> 00:24:50,900
อาจจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่

880
00:24:50,962 --> 00:24:51,193

881
00:24:51,670 --> 00:24:53,656
เก็บข้อมูลจังหวัดเก็บข้อมูล

882
00:24:54,039 --> 00:24:55,048
อำเภอ

883
00:24:55,128 --> 00:24:56,845
ตารางที่เกี่ยวกับวัตถุ

884
00:24:56,791 --> 00:24:58,385
อาจจะเป็นรถยนต์

885
00:24:58,389 --> 00:24:58,606

886
00:24:59,028 --> 00:25:02,166
อาคารเครื่องจักรสินค้าก็ได้

887
00:25:02,162 --> 00:25:06,412
น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นการลงทะเบียนการรักษาโรค

888
00:25:06,461 --> 00:25:09,285
การซื้อการขายการส่งสินค้านะคะ

889
00:25:09,272 --> 00:25:15,239
สัญลักษณ์อย่างที่บอกเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าชื่อ entity หรือว่าชื่อตารางอยู่ข้างหน่อยนะคะ

890
00:25:15,365 --> 00:25:15,856

891
00:25:15,874 --> 00:25:16,372

892
00:25:16,263 --> 00:25:16,840

893
00:25:18,184 --> 00:25:18,588

894
00:25:18,373 --> 00:25:18,620

895
00:25:19,073 --> 00:25:23,947
ประเภทของอินดี้ก็มีอยู่ 2 ประเภทแต่ส่วนใหญ่ที่เราใช้กัน

896
00:25:23,753 --> 00:25:25,498
เป็น Infinity ทั่วไป

897
00:25:25,674 --> 00:25:26,755
เป็น regular

898
00:25:26,954 --> 00:25:27,256

899
00:25:27,472 --> 00:25:28,296

900
00:25:28,433 --> 00:25:28,708

901
00:25:29,012 --> 00:25:34,049
คือเป็นตารางที่ข้อมูลนั้นสามารถแยกข้อมูลในแต่ละแถวออกได้

902
00:25:34,323 --> 00:25:35,269

903
00:25:35,541 --> 00:25:35,830

904
00:25:35,923 --> 00:25:38,618
อีกอันหนึ่งคือ nct on air

905
00:25:39,004 --> 00:25:41,305
มันจำเป็นจะต้องใช้ข้อมูลอื่น

906
00:25:42,013 --> 00:25:42,225

907
00:25:42,274 --> 00:25:42,904
มา

908
00:25:42,842 --> 00:25:44,450
เปิดข้อมูลในแถวนั้น

909
00:25:44,643 --> 00:25:46,690
มีคุณค่าหรือมีความหมายขึ้นมานะคะ

910
00:25:48,163 --> 00:25:48,420

911
00:25:48,482 --> 00:25:49,959
อันนี้เป็นตัวอย่าง

912
00:25:50,343 --> 00:25:50,603

913
00:25:51,173 --> 00:25:51,590

914
00:25:51,434 --> 00:25:54,694
ทั่วไปหรือตารางทั่วไปนะคะ

915
00:25:54,633 --> 00:25:55,849
จะสังเกตได้ว่า

916
00:25:57,133 --> 00:25:57,385

917
00:25:57,832 --> 00:26:01,541
จากข้างบนอาจารย์เขียนไว้ว่า entity Student

918
00:26:01,432 --> 00:26:01,850

919
00:26:02,833 --> 00:26:03,301

920
00:26:03,542 --> 00:26:03,802

921
00:26:04,111 --> 00:26:04,430

922
00:26:04,753 --> 00:26:07,978
คือตารางตารางหนึ่งที่มีข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนอยู่

923
00:26:08,022 --> 00:26:08,395

924
00:26:08,342 --> 00:26:10,737
8 สิ่งที่เราจะเอามาวาดแผนภาพ

925
00:26:10,712 --> 00:26:11,205

926
00:26:11,291 --> 00:26:13,206
มันไม่ใช่กรอบสี่เหลี่ยมนี้นะคะ

927
00:26:14,302 --> 00:26:14,741

928
00:26:14,751 --> 00:26:16,086
เราจะเอามาแต่ชื่อ

929
00:26:16,281 --> 00:26:16,542

930
00:26:17,312 --> 00:26:17,569

931
00:26:17,831 --> 00:26:18,082

932
00:26:18,082 --> 00:26:19,623
ตาราง Student

933
00:26:19,681 --> 00:26:19,922

934
00:26:19,943 --> 00:26:20,234

935
00:26:20,192 --> 00:26:25,949
Adobe student เก็บข้อมูลอะไรบ้างคือตรงนี้แบบที่เรามาวาดรูปเอาแค่นี้ค่ะ

936
00:26:25,773 --> 00:26:27,437
สี่เหลี่ยมข้างล่างมาวาด

937
00:26:27,503 --> 00:26:28,401
แค่นั้นเอง

938
00:26:28,591 --> 00:26:29,084

939
00:26:28,842 --> 00:26:30,880
บอกว่าชื่อตารางอะไร

940
00:26:33,192 --> 00:26:33,635

941
00:26:34,992 --> 00:26:35,247

942
00:26:36,023 --> 00:26:36,440

943
00:26:37,681 --> 00:26:41,796
อันนี้เป็นตัวอย่างของตารางอ่อนแอหรือว่าเอนทิตี้อ่อนแอ

944
00:26:41,852 --> 00:26:42,477

945
00:26:42,682 --> 00:26:43,132

946
00:26:42,812 --> 00:26:44,084
อันนี้ก็คือ

947
00:26:44,223 --> 00:26:44,448

948
00:26:44,478 --> 00:26:45,755
เป็นข้อมูลเกี่ยวกับ

949
00:26:45,692 --> 00:26:46,448
การ

950
00:26:46,522 --> 00:26:49,474
ลงเวลาทำงานเวลาออกจากงาน

951
00:26:49,922 --> 00:26:52,510
เหมือนเวลาถ้าใครไปทำงานก็เจอมี

952
00:26:52,353 --> 00:26:52,648

953
00:26:52,802 --> 00:26:54,061
ทำงานกี่โมง

954
00:26:54,082 --> 00:26:57,886
มากี่โมงตารางนี้ทำตามก็คือการลงเวลา

955
00:26:58,121 --> 00:26:58,368

956
00:26:58,312 --> 00:26:59,197
ตารางนี้

957
00:26:59,402 --> 00:27:00,807
จะไม่มีความหมายเลย

958
00:27:00,752 --> 00:27:01,564
ถ้าขาด

959
00:27:01,582 --> 00:27:03,678
ข้อมูลที่เข้าทำงาน

960
00:27:03,692 --> 00:27:05,345
ก็เวลากลับบ้าน

961
00:27:05,613 --> 00:27:06,822
เพราะฉะนั้น

962
00:27:06,772 --> 00:27:09,198
2 ตัวนี้จะต้องเชื่อมโยงกันอยู่แล้ว

963
00:27:09,203 --> 00:27:09,565

964
00:27:10,103 --> 00:27:10,365

965
00:27:10,292 --> 00:27:10,985
ถ้า

966
00:27:10,993 --> 00:27:12,925
ขาดอันใดอันหนึ่งไฟ

967
00:27:13,753 --> 00:27:15,750
ตารางนี้จะไม่มีความหมายเลย

968
00:27:16,063 --> 00:27:16,620

969
00:27:16,891 --> 00:27:17,157

970
00:27:17,082 --> 00:27:23,153
เมื่อคืนมีเวลามีแต่เวลามาทำงานแล้วกลับบ้านตอนไหนไม่รู้อย่างนี้ไม่ได้

971
00:27:23,042 --> 00:27:25,780
ราคา

972
00:27:26,432 --> 00:27:31,417
คือมาทำงานก็ต้องมีเวลากลับบ้านเลยมีแต่เวลากลับบ้าน

973
00:27:31,373 --> 00:27:37,990
ไม่มีเวลาทำงานมันก็ไม่ได้อย่างนั้นจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณมาทำงานกี่โมงนะคะอันนี้เป็นตัวอย่าง

974
00:27:38,044 --> 00:27:38,588

975
00:27:38,602 --> 00:27:40,651
ของตารางที่

976
00:27:40,593 --> 00:27:43,380
ถ้าขาดข้อมูลใดข้อมูลหนึ่งไป

977
00:27:43,353 --> 00:27:45,698
จะทำให้ข้อมูลตารางนานๆนี่

978
00:27:45,973 --> 00:27:46,282

979
00:27:46,232 --> 00:27:47,311
ไม่สมบูรณ์

980
00:27:47,393 --> 00:27:47,608

981
00:27:47,712 --> 00:27:49,552
มีปัญหานั่นเองนะคะ

982
00:27:49,564 --> 00:27:49,822

983
00:27:50,652 --> 00:27:50,948

984
00:27:52,702 --> 00:27:52,989

985
00:27:53,662 --> 00:27:54,922
อย่างเช่น

986
00:27:55,592 --> 00:27:56,920
อันนี้เป็นตัวอย่าง

987
00:27:57,512 --> 00:27:57,800

988
00:27:58,083 --> 00:27:58,505

989
00:27:58,472 --> 00:27:59,736
ถ้าเป็น

990
00:27:59,943 --> 00:28:00,289

991
00:28:00,193 --> 00:28:05,531
ตารางทั่วไปตารางนักเรียนกับตารางรายวิชานะคะ

992
00:28:05,520 --> 00:28:07,310
ห*นักศึกษา 2 คน

993
00:28:07,313 --> 00:28:10,642
มี 2 วิชาอันนี้เป็นตารางทั่วไป

994
00:28:10,573 --> 00:28:12,806
ตารางการลงทะเบียน

995
00:28:12,823 --> 00:28:13,098

996
00:28:13,783 --> 00:28:14,062

997
00:28:14,103 --> 00:28:15,107
สมมุติว่า

998
00:28:15,193 --> 00:28:15,805

999
00:28:16,023 --> 00:28:16,253

1000
00:28:16,212 --> 00:28:17,919
มีแต่รหัสนักศึกษา

1001
00:28:18,004 --> 00:28:19,660
มีปีการศึกษา

1002
00:28:19,793 --> 00:28:20,020

1003
00:28:19,992 --> 00:28:22,802
แต่ไม่รู้เลยว่าเขาลงทะเบียนวิชาอะไร

1004
00:28:24,094 --> 00:28:25,107
ได้ไหม

1005
00:28:25,112 --> 00:28:25,800
ไม่ได้

1006
00:28:26,073 --> 00:28:26,567

1007
00:28:26,654 --> 00:28:29,766
อย่างนั้นจะรู้ได้ไงว่าเทอมนี้มีใครเรียนอะไรบ้าง

1008
00:28:29,994 --> 00:28:30,930
หรือ

1009
00:28:31,843 --> 00:28:32,550
นะคะ

1010
00:28:32,673 --> 00:28:32,949

1011
00:28:33,833 --> 00:28:34,701
รู้

1012
00:28:34,664 --> 00:28:40,089
รายวิชารู้ปีการศึกษาแต่ไม่รู้เลยว่าใครลงทะเบียนเรียน

1013
00:28:40,174 --> 00:28:41,180
ได้ไหม

1014
00:28:41,133 --> 00:28:42,029
ก็ไม่ได้อีก

1015
00:28:41,964 --> 00:28:42,189

1016
00:28:42,153 --> 00:28:42,438

1017
00:28:42,353 --> 00:28:44,006
เพราะฉะนั้น

1018
00:28:44,203 --> 00:28:46,136
ตารางการลงทะเบียน

1019
00:28:46,073 --> 00:28:48,495
ถ้าขาดข้อมูลใดข้อมูลหนึ่งไป

1020
00:28:48,434 --> 00:28:48,904

1021
00:28:48,693 --> 00:28:51,156
ตารางจะเป็นตารางที่ไม่สมบูรณ์

1022
00:28:51,953 --> 00:28:54,298
ข้อมูลในแต่ละในตารางนี้

1023
00:28:54,203 --> 00:28:55,363
ปิดข้อมูลมาจาก

1024
00:28:55,293 --> 00:28:57,936
อื่นทั้งนั้นอันนี้คือตารางอ่อนแอ

1025
00:28:57,854 --> 00:28:58,131

1026
00:28:58,233 --> 00:29:02,149
ก็คือไม่มีความหมายตัวเราเองจะต้อง

1027
00:29:02,213 --> 00:29:04,916
มีข้อมูลจากตารางอื่นมาช่วยนั่นเองนะคะ

1028
00:29:04,963 --> 00:29:05,249

1029
00:29:06,883 --> 00:29:07,085

1030
00:29:07,073 --> 00:29:09,320
ต่อมา

1031
00:29:09,713 --> 00:29:10,470
ก็คือ

1032
00:29:10,994 --> 00:29:13,430
ตารางหนัง

1033
00:29:13,354 --> 00:29:17,006
ในตารางนั้นมีคอลัมน์อะไรบ้างก็คือ

1034
00:29:17,003 --> 00:29:18,040
ผัวของ

1035
00:29:17,974 --> 00:29:18,965
คอลัมน์

1036
00:29:20,534 --> 00:29:21,284
ราคา

1037
00:29:22,133 --> 00:29:22,519

1038
00:29:22,584 --> 00:29:23,144

1039
00:29:23,154 --> 00:29:23,735

1040
00:29:23,793 --> 00:29:24,020

1041
00:29:24,563 --> 00:29:24,809

1042
00:29:24,753 --> 00:29:27,074
เพราะฉะนั้นแอตทริบิวต์นะคะ

1043
00:29:27,073 --> 00:29:27,354

1044
00:29:27,193 --> 00:29:27,687

1045
00:29:27,643 --> 00:29:30,461
สัญลักษณ์ของแอตทริบิวต์จะเป็นวงรี

1046
00:29:31,934 --> 00:29:32,740
นะคะ

1047
00:29:33,153 --> 00:29:33,436

1048
00:29:33,863 --> 00:29:35,634
อย่างข้อมูลพนักงาน

1049
00:29:35,653 --> 00:29:41,732
ควรจะมีอะไรบ้างกูจะมีรหัสพนักงานชื่อนามสกุลมีเพศมีเงินเดือน

1050
00:29:41,733 --> 00:29:42,632
นะคะ

1051
00:29:43,083 --> 00:29:43,303

1052
00:29:43,273 --> 00:29:44,799
สัญลักษณ์จะเป็นแบบนี้

1053
00:29:45,454 --> 00:29:46,530
นะคะ

1054
00:29:46,474 --> 00:29:48,257
ข้อมูลพนักงาน

1055
00:29:48,394 --> 00:29:48,643

1056
00:29:48,714 --> 00:29:52,147
อันนี้ก็คือเอ็นติตี้ใช่ไหมคะตารางของตาราง

1057
00:29:52,434 --> 00:29:52,667

1058
00:29:52,693 --> 00:29:54,089
มันก็จะเป็นคอลัมน์

1059
00:29:54,294 --> 00:29:54,572

1060
00:29:54,484 --> 00:29:55,306
คอลัมน์

1061
00:29:57,114 --> 00:29:58,267
ขอลำ

1062
00:29:58,393 --> 00:29:58,897

1063
00:29:59,614 --> 00:29:59,993

1064
00:29:59,994 --> 00:30:04,296
แมทธิวเนี่ยมันก็ยังแบ่งไปอีกเป็น 2 ประเภทเหมือนกันนะ

1065
00:30:04,153 --> 00:30:06,240
แต่ก็ใช้วงรีเหมือนกันนี่แหละ

1066
00:30:06,204 --> 00:30:07,557
แต่อาจจะมีสิ่งที่

1067
00:30:07,494 --> 00:30:08,116
เปลี่ยน

1068
00:30:08,512 --> 00:30:09,559
แปลนิดนึง

1069
00:30:09,674 --> 00:30:09,887

1070
00:30:10,114 --> 00:30:10,807

1071
00:30:10,954 --> 00:30:11,202

1072
00:30:11,334 --> 00:30:12,524
โดย iadmin

1073
00:30:12,424 --> 00:30:14,665
เน็ตที่ 1 คือแอตทริบิวต์

1074
00:30:14,724 --> 00:30:16,643
ไม่สามารถแบ่งย่อยอีกแล้ว

1075
00:30:16,843 --> 00:30:17,116

1076
00:30:17,034 --> 00:30:17,593

1077
00:30:17,554 --> 00:30:18,664
เช่นเพศ

1078
00:30:19,214 --> 00:30:19,450

1079
00:30:19,474 --> 00:30:23,668
คุณก็ตอบได้นิดเดียวคุณเห็นอะไรคุณก็ตอบตรงนั้น

1080
00:30:23,705 --> 00:30:24,640
เงินเดือน

1081
00:30:24,594 --> 00:30:24,892

1082
00:30:24,915 --> 00:30:26,144
มีค่าเดียว

1083
00:30:26,264 --> 00:30:26,493

1084
00:30:27,155 --> 00:30:27,390

1085
00:30:27,795 --> 00:30:29,207
มันจำเป็นต้องบอกว่า

1086
00:30:29,334 --> 00:30:33,449
เงินเดือนเดือนนี้ 1 เงินเดือนที่ 2 เงินได้ที่ 3

1087
00:30:33,374 --> 00:30:33,752

1088
00:30:33,694 --> 00:30:36,756
มีค่าเดียวเงินเดือนปัจจุบันเท่าไหร่ราคา

1089
00:30:37,274 --> 00:30:37,508

1090
00:30:37,474 --> 00:30:37,700

1091
00:30:37,664 --> 00:30:40,115
เลขบัตรประชาชนสอบได้ค่าเดียว

1092
00:30:40,234 --> 00:30:46,326
รหัสนักศึกษาตอบได้ค่าเดียวอันนี้คือเป็นแอตทริบิวต์หรือเป็นข้อมูลโดยทั่วไป

1093
00:30:46,314 --> 00:30:46,943
นะคะ

1094
00:30:46,884 --> 00:30:47,127

1095
00:30:47,724 --> 00:30:47,957

1096
00:30:48,234 --> 00:30:48,491

1097
00:30:48,364 --> 00:30:51,931
ต่างจาก SCB ประเภทที่ 2 คือ assistance

1098
00:30:51,824 --> 00:30:57,087
ที่สามารถแบ่งย่อยได้เช่นชื่อนามสกุลเราแยกกันกรอกได้ไหม

1099
00:30:56,955 --> 00:30:57,633
ได้

1100
00:30:57,844 --> 00:30:58,132

1101
00:30:58,234 --> 00:31:00,120
แบ่งเป็นชื่อคอลัมน์หนึ่ง

1102
00:31:00,024 --> 00:31:02,779
นามสกุลโคราช 1 ก็ได้นะคะ

1103
00:31:04,764 --> 00:31:07,866
ออกมาเป็นขีดนะคะ

1104
00:31:07,963 --> 00:31:09,545
ก็เป็นค่าอีกละ

1105
00:31:10,015 --> 00:31:11,419
ต้องไม่ซ้ำกัน

1106
00:31:11,745 --> 00:31:12,005

1107
00:31:11,934 --> 00:31:15,282
ในตารางนั้นต้องฆ่านี้ต้องไม่ซ้ำกัน

1108
00:31:15,335 --> 00:31:15,720

1109
00:31:15,654 --> 00:31:17,688
ลักษณะเฉพาะของ

1110
00:31:18,084 --> 00:31:18,613

1111
00:31:18,344 --> 00:31:19,223
ขี่

1112
00:31:19,174 --> 00:31:19,808
นะคะ

1113
00:31:20,394 --> 00:31:22,242
มันจะมีการขีดเส้นใต้

1114
00:31:23,535 --> 00:31:23,768

1115
00:31:23,794 --> 00:31:26,303
แสดงว่ามันเป็นค่าที่

1116
00:31:26,284 --> 00:31:27,533
รักกันไม่ได้

1117
00:31:27,435 --> 00:31:28,023

1118
00:31:28,724 --> 00:31:30,326
เวลาเรา

1119
00:31:30,394 --> 00:31:30,676

1120
00:31:30,585 --> 00:31:32,774
เรียนวิชาอะไรก็ละก็ตาม

1121
00:31:32,884 --> 00:31:33,180

1122
00:31:33,204 --> 00:31:34,284
ถ้าอันไหน

1123
00:31:34,615 --> 00:31:37,752
assistance ใช่ไหม

1124
00:31:37,694 --> 00:31:37,947

1125
00:31:38,014 --> 00:31:39,426
กูก็เหมือนกัน

1126
00:31:39,354 --> 00:31:41,091
หาข้อมูลเหมือนกัน

1127
00:31:41,024 --> 00:31:46,735
แสดงว่าค่านั้นเป็นจุดเน้นที่เราจะต้องให้ความสำคัญกับมันค่ะ

1128
00:31:46,595 --> 00:31:46,931

1129
00:31:46,984 --> 00:31:47,303

1130
00:31:48,905 --> 00:31:49,538

1131
00:31:49,734 --> 00:31:50,173

1132
00:31:50,505 --> 00:31:50,828

1133
00:31:51,788 --> 00:31:52,213

1134
00:31:52,234 --> 00:31:52,603

1135
00:31:52,557 --> 00:31:53,760
ข้อมูลนะคะ

1136
00:31:54,225 --> 00:31:54,669

1137
00:31:54,674 --> 00:31:55,300

1138
00:31:55,375 --> 00:32:01,071
เพียงข้างเดียวเท่านั้นเช่นคุณจะระบุเพศคุณจะเป็นเพศไหนคุณระบุมานา

1139
00:32:00,944 --> 00:32:02,687
อาจจะไม่มีแค่ชายหรือหญิง

1140
00:32:02,745 --> 00:32:03,192

1141
00:32:03,126 --> 00:32:04,649
วันนี้คุณเป็นเพศอะไร

1142
00:32:05,045 --> 00:32:05,318

1143
00:32:05,234 --> 00:32:07,014
ก็ระบุมานะคะ

1144
00:32:07,795 --> 00:32:08,698
หรือ

1145
00:32:08,695 --> 00:32:08,970

1146
00:32:08,885 --> 00:32:10,708
ธาตุที่มีค่าได้และค่า

1147
00:32:11,004 --> 00:32:12,278
เช็คเบอร์บ้าน

1148
00:32:13,315 --> 00:32:13,601

1149
00:32:13,825 --> 00:32:23,825
ถ้าแต่ละที่ก็จะมีรหัสพื้นที่ไม่เหมือนกันกรุงเทพฯก็เป็น 02 สกลก็เป็น 0 42 ขอนแก่นก็ 043 อุดรก็ 042

1150
00:32:24,835 --> 00:32:25,113

1151
00:32:25,284 --> 00:32:26,186
ใช่ไหมคะ

1152
00:32:26,255 --> 00:32:26,485

1153
00:32:26,516 --> 00:32:26,763

1154
00:32:26,705 --> 00:32:27,652
มันก็

1155
00:32:27,725 --> 00:32:28,148

1156
00:32:28,176 --> 00:32:29,254
ต้องระบุด้วย

1157
00:32:29,775 --> 00:32:33,540
อย่างนี้นะคะถ้าค่าไหนมีค่าได้หลายค่าอย่าลืม

1158
00:32:33,424 --> 00:32:34,893
วงรี 2 เส้น

1159
00:32:34,835 --> 00:32:35,453

1160
00:32:35,995 --> 00:32:36,226

1161
00:32:36,184 --> 00:32:38,227
กับค่าของ

1162
00:32:38,234 --> 00:32:41,841
ข้อมูลที่ได้จากการคำนวณเราจะใช้วงที่เป็นเส้นประ

1163
00:32:41,815 --> 00:32:44,137
เช่นอายุที่ได้มาจากวันเกิด

1164
00:32:44,256 --> 00:32:44,522

1165
00:32:45,155 --> 00:32:45,393

1166
00:32:45,476 --> 00:32:46,096

1167
00:32:46,176 --> 00:32:47,197
หรือว่า

1168
00:32:47,836 --> 00:32:51,725
เข้าทำงานถึงปัจจุบันคุณทำงานมาแล้วกี่ปี

1169
00:32:52,966 --> 00:32:53,250

1170
00:32:53,476 --> 00:32:53,714

1171
00:32:53,736 --> 00:32:55,005
อย่างนี้ก็ได้

1172
00:32:55,015 --> 00:32:55,577

1173
00:32:55,595 --> 00:32:57,760
ที่ได้มาจากการคำนวณนั่นแหละ

1174
00:32:58,276 --> 00:32:58,606

1175
00:32:59,435 --> 00:32:59,993

1176
00:33:00,144 --> 00:33:01,407
อันนี้เป็นตัวอย่าง

1177
00:33:01,355 --> 00:33:01,980

1178
00:33:02,195 --> 00:33:03,843
Simple fraction

1179
00:33:04,555 --> 00:33:06,879
อย่าออกนะคะอันดับแรกคิว

1180
00:33:06,605 --> 00:33:08,160
W คือวงรี

1181
00:33:08,215 --> 00:33:09,599
คนนี้

1182
00:33:09,755 --> 00:33:10,465
ตัวนี้

1183
00:33:10,776 --> 00:33:11,031

1184
00:33:11,286 --> 00:33:12,326
ตัวนี้ตัวนี้

1185
00:33:13,206 --> 00:33:13,625

1186
00:33:13,846 --> 00:33:18,921
ในสิ่งคืออะไรที่เรียนคือ Assistant ที่ชื่อตารางนั่นเองนะคะ

1187
00:33:20,766 --> 00:33:21,020

1188
00:33:21,025 --> 00:33:23,851
ตัวอย่างของแอตทริบิวต์ที่แยกย่อยไปได้เช่น

1189
00:33:24,295 --> 00:33:25,746
ชื่อนามสกุล

1190
00:33:25,706 --> 00:33:25,982

1191
00:33:26,026 --> 00:33:29,010
แต่งตัวแยกเป็น First name Last

1192
00:33:28,906 --> 00:33:30,496
ชื่อกับนามสกุลก็ได้

1193
00:33:31,796 --> 00:33:32,605
ที่อยู่

1194
00:33:32,555 --> 00:33:32,790

1195
00:33:32,685 --> 00:33:35,327
บางคนอาจจะกรอกบรรทัดเดียวเลยก็ได้

1196
00:33:35,245 --> 00:33:35,667

1197
00:33:36,076 --> 00:33:36,834
หรือ

1198
00:33:36,846 --> 00:33:37,118

1199
00:33:37,234 --> 00:33:37,728

1200
00:33:38,066 --> 00:33:41,561
อยากจะออกแบบให้เป็นหมายเลขที่อยู่บรรทัด 1

1201
00:33:41,466 --> 00:33:42,889
ตำบลละ 1

1202
00:33:42,809 --> 00:33:44,833
อำเภอจังหวัดยะลาหมดเลยก็ได้

1203
00:33:44,725 --> 00:33:45,664

1204
00:33:46,196 --> 00:33:50,787
ถามว่าใช้สัญลักษณ์ต่างไปไหมไม่นะคะไม่

1205
00:33:51,135 --> 00:33:52,210
เหมือนกัน

1206
00:33:52,545 --> 00:33:53,428
ถามว่า

1207
00:33:53,504 --> 00:33:54,939
ลบอันนี้ออกได้ไหม

1208
00:33:54,845 --> 00:33:58,260
ก็ได้นะคะเพราะว่ามันจะได้ไม่เปลืองเนื้อที่

1209
00:33:58,697 --> 00:34:01,724
มีเขาได้แล้วคุณต้องกรอกไปเลยชื่ออันนึง

1210
00:34:01,516 --> 00:34:03,112
อันนี้ก็ได้นะคะ

1211
00:34:05,235 --> 00:34:06,348
Seattle

1212
00:34:06,956 --> 00:34:08,380
ค่าที่ห้ามซ้ำกัน

1213
00:34:08,625 --> 00:34:09,883
ก็คือ

1214
00:34:09,906 --> 00:34:12,403
ตารางนักเรียนอะไรที่ห้ามซ้ำกัน

1215
00:34:12,665 --> 00:34:13,984
ก็คือ

1216
00:34:13,946 --> 00:34:15,334
รหัสนักเรียน

1217
00:34:15,476 --> 00:34:16,694
นี่มันย่อมาจาก

1218
00:34:16,635 --> 00:34:16,993

1219
00:34:17,975 --> 00:34:19,752
student ID นะคะ

1220
00:34:19,705 --> 00:34:20,598
Student

1221
00:34:21,565 --> 00:34:21,843

1222
00:34:24,766 --> 00:34:25,842
ID

1223
00:34:28,156 --> 00:34:28,400

1224
00:34:28,476 --> 00:34:30,840
ทำไมถึงรู้เป็นสิวที่ไหนดี

1225
00:34:31,045 --> 00:34:33,065
เพราะคำย่อแบบนี้หรือชื่อ

1226
00:34:33,034 --> 00:34:34,250
ทุกอย่างนี้

1227
00:34:34,566 --> 00:34:37,459
จะต้องจดไว้ในพจนานุกรมข้อมูลด้วย

1228
00:34:37,515 --> 00:34:37,780

1229
00:34:38,675 --> 00:34:40,239
ถามว่าอันนี้มันง่ายค่ะ

1230
00:34:40,144 --> 00:34:45,680
เพราะว่ามันมาจากอะไรถ้าคนไม่มีความรู้พื้นฐานเลยเขาจะรู้ได้ไงว่า

1231
00:34:45,595 --> 00:34:46,794
ID คืออะไร

1232
00:34:46,935 --> 00:34:47,203

1233
00:34:47,575 --> 00:34:47,817

1234
00:34:47,706 --> 00:34:50,109
อันนี้เดี๋ยวเรื่องนึงค่ะอีกเรื่องนึง

1235
00:34:50,005 --> 00:34:50,556

1236
00:34:51,356 --> 00:34:52,878
ถ้าทุกอย่างรวมกัน

1237
00:34:53,665 --> 00:34:54,736
ตาราง

1238
00:34:55,074 --> 00:34:55,280

1239
00:34:55,585 --> 00:34:59,936
สามารถมีแอตทริบิวต์หรือมีรูปแบบข้อมูลได้ทุกรูปแบบก็ได้

1240
00:35:01,275 --> 00:35:01,982
นะคะ

1241
00:35:02,434 --> 00:35:03,317
มีทั้ง

1242
00:35:03,275 --> 00:35:03,540

1243
00:35:03,594 --> 00:35:04,422
คีย์หลัก

1244
00:35:04,995 --> 00:35:05,738
มีทั้ง

1245
00:35:05,705 --> 00:35:06,135

1246
00:35:06,085 --> 00:35:07,910
มีที่สามารถแบ่งย่อยได้

1247
00:35:07,880 --> 00:35:08,161

1248
00:35:08,195 --> 00:35:08,422

1249
00:35:08,454 --> 00:35:11,724
มีทั้งแอตทริบิวต์ที่ได้มาจากการคำนวณคืออายุ

1250
00:35:12,175 --> 00:35:13,510
จะได้ข้ามมาจาก

1251
00:35:13,715 --> 00:35:14,661
วันเดือนปีเกิด

1252
00:35:14,675 --> 00:35:14,949

1253
00:35:15,244 --> 00:35:16,265
เบอร์โทรศัพท์

1254
00:35:16,844 --> 00:35:17,203

1255
00:35:17,234 --> 00:35:18,829
เป็นมัลติแวลู

1256
00:35:18,774 --> 00:35:19,802
คืนนี้

1257
00:35:19,794 --> 00:35:20,813
นั่นแหละค่ะ

1258
00:35:20,825 --> 00:35:21,055

1259
00:35:21,075 --> 00:35:22,018
ใส่วงเล็บ

1260
00:35:21,976 --> 00:35:24,304
อันนี้คือตัวอย่างนะคะ

1261
00:35:24,214 --> 00:35:24,441

1262
00:35:24,594 --> 00:35:26,219
ตัวอย่างของแอตทริบิวต์

1263
00:35:27,104 --> 00:35:28,236
แต่เดี๋ยว

1264
00:35:28,194 --> 00:35:29,585
อาจจะยังไม่เข้าใจ

1265
00:35:29,594 --> 00:35:32,146
เดี๋ยวว่าลูกก็น่าจะเข้าใจได้มากขึ้น

1266
00:35:32,225 --> 00:35:32,970
นะคะ

1267
00:35:34,014 --> 00:35:34,500

1268
00:35:34,466 --> 00:35:36,120
ออกมาความสัมพันธ์

1269
00:35:36,075 --> 00:35:36,337

1270
00:35:36,325 --> 00:35:37,334
นะคะ

1271
00:35:37,544 --> 00:35:37,760

1272
00:35:37,734 --> 00:35:41,039
มันเป็นความสำคัญของตารางตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป

1273
00:35:40,934 --> 00:35:41,428

1274
00:35:41,954 --> 00:35:42,182

1275
00:35:42,215 --> 00:35:43,580
ความสำคัญ

1276
00:35:43,504 --> 00:35:44,319
จะมี

1277
00:35:44,334 --> 00:35:46,116
ข้อมูลที่ใช้ร่วมกัน

1278
00:35:47,214 --> 00:35:49,637
สัญลักษณ์คือสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด

1279
00:35:50,225 --> 00:35:50,844

1280
00:35:51,125 --> 00:35:51,406

1281
00:35:52,275 --> 00:35:52,495

1282
00:35:52,795 --> 00:35:53,493
เช่น

1283
00:35:53,494 --> 00:35:54,505
ตาราง

1284
00:35:55,355 --> 00:35:56,481
พนักงาน

1285
00:35:56,694 --> 00:35:58,150
อันนี้พนักงานนะคะ

1286
00:35:58,555 --> 00:35:58,846

1287
00:36:00,155 --> 00:36:02,749
walk in แปลว่าทำงานอยู่ไหน

1288
00:36:04,314 --> 00:36:06,295
แผนกอะไรก็คือ Department

1289
00:36:06,494 --> 00:36:06,777

1290
00:36:08,235 --> 00:36:08,450

1291
00:36:08,424 --> 00:36:10,126
ด้วยความสัมพันธ์ตัวนี้นี่

1292
00:36:10,024 --> 00:36:10,248

1293
00:36:10,155 --> 00:36:12,451
จะต้องสามารถอ่านไปข้างหน้า

1294
00:36:12,394 --> 00:36:14,172
กลับย้อนหลังก็ได้

1295
00:36:14,375 --> 00:36:18,845
อย่างเช่นตัวอย่างก็คือพนักงานทำงานอยู่ในแผนกอะไร

1296
00:36:19,246 --> 00:36:20,910
หรือในแผนกนั้น

1297
00:36:20,974 --> 00:36:22,641
มีใครทำงานอยู่บ้าง

1298
00:36:22,575 --> 00:36:22,854

1299
00:36:22,842 --> 00:36:24,995
มันจะต้องเข้าใจได้แบบนี้

1300
00:36:25,144 --> 00:36:25,892
ราคา

1301
00:36:27,125 --> 00:36:27,814
หรือ

1302
00:36:27,954 --> 00:36:29,419
อยากสั่งสินค้า

1303
00:36:29,364 --> 00:36:29,660

1304
00:36:29,814 --> 00:36:30,166

1305
00:36:30,133 --> 00:36:32,308
อยู่ในใบสั่งสินค้า

1306
00:36:32,254 --> 00:36:33,073
อยู่ไหน

1307
00:36:34,044 --> 00:36:36,095
นะคะสินค้าชนิดนั้น

1308
00:36:36,034 --> 00:36:39,362
อยู่ในใบสั่งซื้ออะไรก็ต้องดูได้

1309
00:36:39,675 --> 00:36:40,899
สินค้าอย่างเช่น

1310
00:36:41,094 --> 00:36:41,570

1311
00:36:41,475 --> 00:36:42,420
power bank

1312
00:36:43,334 --> 00:36:46,459
หลายใบสั่งซื้อสินค้าก็ได้

1313
00:36:46,406 --> 00:36:48,304
เพราะสินค้าเรามีหลายตัว

1314
00:36:48,525 --> 00:36:51,159
ไม่ใช่ว่าขายให้แค่คนเดียว

1315
00:36:51,084 --> 00:36:51,316

1316
00:36:51,595 --> 00:36:53,399
ขายให้ได้หลายคนค่ะ

1317
00:36:53,584 --> 00:36:53,819

1318
00:36:53,963 --> 00:36:54,180

1319
00:36:55,504 --> 00:36:56,576
ความสัมพันธ์

1320
00:36:56,524 --> 00:36:58,251
1 ตอน 1

1321
00:37:00,504 --> 00:37:00,788

1322
00:37:00,695 --> 00:37:03,669
จะต้องมีความสำคัญที่สมาชิกคนเดียว

1323
00:37:03,633 --> 00:37:04,077

1324
00:37:04,024 --> 00:37:07,863
ความสัมพันธ์ไปอีกสมาชิกหนึ่งของอีกตารางหนึ่งเท่านั้น

1325
00:37:08,444 --> 00:37:09,136

1326
00:37:09,474 --> 00:37:09,824

1327
00:37:09,854 --> 00:37:11,127
เจ้าของรถ

1328
00:37:11,074 --> 00:37:11,365

1329
00:37:11,453 --> 00:37:11,937

1330
00:37:11,903 --> 00:37:13,958
เจ้าของรถยนต์ได้ 1 คัน

1331
00:37:15,625 --> 00:37:16,239
ราคา

1332
00:37:16,264 --> 00:37:18,054
อันนี้สมมุติสมมุตินะคะ

1333
00:37:18,184 --> 00:37:18,465

1334
00:37:18,504 --> 00:37:19,629
คนหนึ่งคน

1335
00:37:19,593 --> 00:37:19,807

1336
00:37:20,164 --> 00:37:22,345
ของรถยนต์ได้ 1 คัน

1337
00:37:22,733 --> 00:37:23,065

1338
00:37:22,864 --> 00:37:23,934
ใช่ไหม

1339
00:37:26,125 --> 00:37:28,965
ใครเคยเห็นในทะเบียนรถยนต์ทะเบียนรถยนต์

1340
00:37:29,004 --> 00:37:30,933
ต้องมีเจ้าของคนเดียวนะ

1341
00:37:31,125 --> 00:37:32,136
ตัวอย่าง

1342
00:37:33,175 --> 00:37:37,586
แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์แบบหนึ่งกับมากกว่า 1 หลัง

1343
00:37:37,853 --> 00:37:38,612
นะคะ

1344
00:37:38,553 --> 00:37:38,829

1345
00:37:39,003 --> 00:37:39,265

1346
00:37:39,455 --> 00:37:40,719
แค่คนหนึ่งคน

1347
00:37:40,794 --> 00:37:41,020

1348
00:37:40,993 --> 00:37:42,312
มีรถยนต์ได้

1349
00:37:42,593 --> 00:37:43,531
หลายคัน

1350
00:37:44,123 --> 00:37:44,932
ใช่ไหม

1351
00:37:45,404 --> 00:37:48,369
บ้านบางคนอาจจะมีรถยนต์มากกว่า 1 คัน

1352
00:37:48,743 --> 00:37:48,970

1353
00:37:48,994 --> 00:37:51,035
อาจจะมีรถเก๋งมีรถกระบะ

1354
00:37:50,983 --> 00:37:51,244

1355
00:37:51,683 --> 00:37:52,942
มีรถ 6 ล้อ

1356
00:37:54,443 --> 00:37:56,306
พ่อเป็นเจ้าของรถหมดเลย

1357
00:37:56,233 --> 00:37:56,988
ก็ได้

1358
00:37:56,943 --> 00:37:57,498

1359
00:37:58,036 --> 00:37:59,298
แต่ใน

1360
00:37:59,504 --> 00:38:01,031
บรรดารถทุกคัน

1361
00:38:01,034 --> 00:38:01,293

1362
00:38:01,234 --> 00:38:02,628
ต้องเจ้าของ

1363
00:38:02,643 --> 00:38:03,588
คนเดียว

1364
00:38:04,185 --> 00:38:04,487

1365
00:38:05,273 --> 00:38:07,378
อันนี้คือสิ่งที่เราต้องคิดด้วย

1366
00:38:08,594 --> 00:38:09,414

1367
00:38:09,814 --> 00:38:15,357
คนอื่นมีรถได้หลายคันก็จริงแต่รถคันนั้นจะต้องมีเจ้าของได้คนเดียว

1368
00:38:19,174 --> 00:38:19,679

1369
00:38:20,003 --> 00:38:22,879
ความสัมพันธ์ที่มากกว่า 1

1370
00:38:22,883 --> 00:38:23,142

1371
00:38:24,483 --> 00:38:25,811
เช่น

1372
00:38:26,274 --> 00:38:26,549

1373
00:38:26,474 --> 00:38:27,938
ลูกค้าหลายคน

1374
00:38:30,254 --> 00:38:31,579
ลูกค้า 1 คน

1375
00:38:31,663 --> 00:38:31,876

1376
00:38:31,793 --> 00:38:33,740
สมุดเวลาเราไปซื้อของ

1377
00:38:33,643 --> 00:38:36,177
เราจะต้องซื้อกับแคชเชียร์คนนี้

1378
00:38:36,084 --> 00:38:36,891
ใช่ไหม

1379
00:38:36,913 --> 00:38:38,307
เวลาจ่ายเงิน

1380
00:38:38,263 --> 00:38:38,487

1381
00:38:38,393 --> 00:38:39,992
แคชเชียร์คนนี้

1382
00:38:40,374 --> 00:38:42,956
เราสามารถรับลูกค้าได้หลายคนเหมือนกัน

1383
00:38:42,873 --> 00:38:43,095

1384
00:38:42,993 --> 00:38:45,968
ลูกค้าหลายคนก็ไปจ่ายกับแคชเชียร์คนไหนก็ได้

1385
00:38:45,883 --> 00:38:46,149

1386
00:38:46,844 --> 00:38:49,690
ไม่จำเป็นต้องจ่ายเฉพาะคนนี้เท่านั้น

1387
00:38:49,914 --> 00:38:51,457
หนูเป็นเอาไป

1388
00:38:51,783 --> 00:38:52,012

1389
00:38:52,353 --> 00:38:53,186
เดินห้าง

1390
00:38:53,193 --> 00:38:54,965
ซื้อของในซุปเปอร์

1391
00:38:55,233 --> 00:38:55,697

1392
00:38:56,264 --> 00:38:59,268
วันหนึ่งเขามีลูกค้าหลายคนไหมมีหลายคนนะคะ

1393
00:38:59,145 --> 00:39:04,549
คนคิดเงินก็มีหลายคนไหมมีหลายคนเหมือนกันเพราะฉะนั้นวันนี้เราอาจจะเจอ

1394
00:39:04,593 --> 00:39:10,346
พนักงานคนหนึ่งพรุ่งนี้อาจจะเจอคนใหม่ก็ได้เขาก็อาจจะไม่ได้เจอเราคนเดียวเขาเจอลูกค้าหลายคน

1395
00:39:10,163 --> 00:39:12,207
มีความสัมพันธ์มากกว่า 1

1396
00:39:12,344 --> 00:39:13,415
ทั้งสองฝั่ง

1397
00:39:13,873 --> 00:39:16,902
ภาษาอังกฤษเรียกว่า many to many นะคะ

1398
00:39:16,834 --> 00:39:17,053

1399
00:39:17,214 --> 00:39:17,443

1400
00:39:20,285 --> 00:39:21,801
อันนี้เป็นตัวอย่าง

1401
00:39:22,074 --> 00:39:22,355

1402
00:39:22,594 --> 00:39:24,317
ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง

1403
00:39:24,393 --> 00:39:28,768
ไม่ว่าความสัมพันธ์จะเป็นเส้นตรง

1404
00:39:28,553 --> 00:39:29,748
มีตัวเลขกำกับ

1405
00:39:29,894 --> 00:39:30,254

1406
00:39:30,982 --> 00:39:31,985
เห็นไหมคะ

1407
00:39:31,943 --> 00:39:32,240

1408
00:39:32,394 --> 00:39:33,747
คนกำกับด้วย

1409
00:39:33,804 --> 00:39:37,374
เพราะฉะนั้นเวลาเราลากเส้นเชื่อมความสัมพันธ์ใดๆก็ตาม

1410
00:39:37,453 --> 00:39:37,754

1411
00:39:37,712 --> 00:39:41,236
จะต้องมีตัวเลขหรือตัวอักษรกำกับทุกครั้ง

1412
00:39:41,303 --> 00:39:41,498

1413
00:39:41,554 --> 00:39:41,794

1414
00:39:41,684 --> 00:39:42,111

1415
00:39:42,583 --> 00:39:42,850

1416
00:39:43,673 --> 00:39:43,887

1417
00:39:43,793 --> 00:39:44,517
นะคะ

1418
00:39:44,563 --> 00:39:44,985

1419
00:39:45,783 --> 00:39:48,145
อันนี้เป็นความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง

1420
00:39:48,153 --> 00:39:48,409

1421
00:39:48,724 --> 00:39:50,243
ตัวแทน

1422
00:39:50,143 --> 00:39:52,787
ขายสินค้าดูแลลูกค้าได้ 1 คน

1423
00:39:52,703 --> 00:39:53,980
จริงไหม

1424
00:39:55,643 --> 00:39:57,690
อาจจะไม่จริงเสมอไป

1425
00:39:57,953 --> 00:39:58,213

1426
00:39:58,083 --> 00:40:03,822
ตัวแทน 1 คนอาจจะดูแลลูกค้าได้หลายคนก็ได้ถ้าเป็นลูกค้าหลายคนเราจะแทนด้วยตัวเอง

1427
00:40:03,333 --> 00:40:04,351

1428
00:40:04,744 --> 00:40:06,462
หรือตัว N ก็ได้

1429
00:40:06,794 --> 00:40:08,916
หรือ n ก็ได้

1430
00:40:09,104 --> 00:40:09,449

1431
00:40:09,674 --> 00:40:09,906

1432
00:40:10,704 --> 00:40:12,024
แต่ต้องใส่

1433
00:40:13,133 --> 00:40:13,511

1434
00:40:13,464 --> 00:40:15,187
หาว่าถูกต้องหรือยัง

1435
00:40:15,574 --> 00:40:19,240
ตัวแทน 1 คนดูแลลูกค้าได้หลายคน

1436
00:40:19,223 --> 00:40:19,717

1437
00:40:21,074 --> 00:40:22,814
ลูกค้าหลายคนก็ได้

1438
00:40:23,003 --> 00:40:24,012
ดูแล

1439
00:40:24,353 --> 00:40:25,665
ตัวแทน 1 คน

1440
00:40:25,824 --> 00:40:27,350
ก็ถูกนะคะ

1441
00:40:27,354 --> 00:40:27,634

1442
00:40:27,743 --> 00:40:28,688
แบบนี้เป็นต้น

1443
00:40:28,955 --> 00:40:29,216

1444
00:40:29,154 --> 00:40:30,429
มีการใส่

1445
00:40:31,334 --> 00:40:32,081
กีฬา

1446
00:40:31,973 --> 00:40:32,205

1447
00:40:32,613 --> 00:40:32,971

1448
00:40:33,123 --> 00:40:34,334
มีการขีดเส้น

1449
00:40:34,853 --> 00:40:35,128

1450
00:40:35,233 --> 00:40:37,945
อันนี้เป็นความสำคัญก็คือเขาดูแลกัน

1451
00:40:38,253 --> 00:40:39,140
ต้องใส่

1452
00:40:39,083 --> 00:40:39,336

1453
00:40:39,594 --> 00:40:40,410
ต้องระบุ

1454
00:40:40,494 --> 00:40:40,715

1455
00:40:40,624 --> 00:40:41,183

1456
00:40:42,094 --> 00:40:42,334

1457
00:40:42,283 --> 00:40:45,104
แต่ถ้าเป็นความสัมพันธ์ที่มากกว่า 1 ทั้ง 2 ด้าน

1458
00:40:45,165 --> 00:40:45,540

1459
00:40:45,553 --> 00:40:47,284
เราจะต้องใส่เป็น M

1460
00:40:47,473 --> 00:40:48,341
n

1461
00:40:48,374 --> 00:40:48,988
เท่านั้น

1462
00:40:49,394 --> 00:40:49,754

1463
00:40:49,713 --> 00:40:51,097
มันจะใส่เป็น M

1464
00:40:51,444 --> 00:40:52,650
เป็นอย่างนี้ไม่ได้

1465
00:40:53,233 --> 00:40:54,126
ไม่ได้นะคะ

1466
00:40:54,263 --> 00:40:55,395
ไม่ได้

1467
00:40:55,354 --> 00:40:56,467
nn

1468
00:40:56,314 --> 00:40:57,101
M

1469
00:40:57,343 --> 00:40:58,307
ไม่มีได้ไหม

1470
00:40:58,233 --> 00:40:59,323
ก็ไม่ได้

1471
00:40:59,513 --> 00:40:59,742

1472
00:41:00,223 --> 00:41:00,594

1473
00:41:00,544 --> 00:41:02,067
เอาเป็น M กับ n

1474
00:41:02,074 --> 00:41:02,295

1475
00:41:02,203 --> 00:41:03,293
เผื่อให้

1476
00:41:03,232 --> 00:41:05,927
ความหมายไม่ถูกว่ามันเป็นความสัมพันธ์ที่เชื่อมกัน

1477
00:41:05,864 --> 00:41:08,478
ระหว่างเส้น 2 เส้นนี้นะคะ

1478
00:41:08,873 --> 00:41:10,143
อันนี้เป็นตัวอย่าง

1479
00:41:10,534 --> 00:41:11,495
เดี๋ยวพ่อว่า

1480
00:41:12,144 --> 00:41:12,385

1481
00:41:12,464 --> 00:41:12,739

1482
00:41:12,914 --> 00:41:13,929
มีใครก่อน

1483
00:41:14,193 --> 00:41:14,473

1484
00:41:14,443 --> 00:41:15,246
น่าจะเข้า

1485
00:41:15,153 --> 00:41:16,287
ใจง่ายขึ้น

1486
00:41:16,303 --> 00:41:16,535

1487
00:41:17,324 --> 00:41:18,272
อันนี้

1488
00:41:18,223 --> 00:41:19,745
ออกสอบได้มาก

1489
00:41:19,954 --> 00:41:20,209

1490
00:41:21,043 --> 00:41:21,314

1491
00:41:21,232 --> 00:41:24,235
อาจารย์อาจจะมีรูปภาพให้

1492
00:41:24,953 --> 00:41:26,287
อยากให้พวกคุณ

1493
00:41:26,293 --> 00:41:27,624
เปลี่ยนเป็นตาราง

1494
00:41:27,644 --> 00:41:27,847

1495
00:41:28,093 --> 00:41:28,324

1496
00:41:28,414 --> 00:41:29,497
เหนื่อยมากเลย

1497
00:41:30,073 --> 00:41:30,767
นะคะ

1498
00:41:31,353 --> 00:41:32,074

1499
00:41:31,993 --> 00:41:33,505
คือเขาบอกให้อยู่ไหนนิ

1500
00:41:33,403 --> 00:41:36,812
กรอบสี่เหลี่ยมนึกชื่อตารางใช่ไหมคะ

1501
00:41:37,064 --> 00:41:41,165
คุณป้าเอากล่องสี่เหลี่ยมออกแล้วก็เขียนชื่อตาราง

1502
00:41:41,223 --> 00:41:42,487
อยู่ในวงรี

1503
00:41:42,503 --> 00:41:43,737
up to you

1504
00:41:43,853 --> 00:41:45,845
เป็นคอลัมน์ของตาราง

1505
00:41:45,781 --> 00:41:46,134

1506
00:41:46,154 --> 00:41:46,969
เสร็จแล้ว

1507
00:41:51,473 --> 00:41:53,589
หรือถ้าอาจารย์ให้วาดรูป

1508
00:41:53,785 --> 00:41:54,985
ทำอย่างไร

1509
00:41:55,123 --> 00:41:56,581
ตารางข้างล่าง

1510
00:41:56,533 --> 00:42:00,645
ชื่อตารางใช่ไหมคะชื่อตารางก็เอามาใส่กรอบสี่เหลี่ยม

1511
00:42:00,953 --> 00:42:01,717
คอลัมน์

1512
00:42:01,723 --> 00:42:05,713
แต่ละคอลัมน์ก็เอามาใส่ในวงรียงเส้น

1513
00:42:05,823 --> 00:42:06,053

1514
00:42:06,014 --> 00:42:06,517

1515
00:42:08,454 --> 00:42:08,707

1516
00:42:08,713 --> 00:42:10,157
แค่นั้นเอง

1517
00:42:10,114 --> 00:42:10,395

1518
00:42:10,373 --> 00:42:10,653

1519
00:42:12,293 --> 00:42:13,657
มีอักษรด้วยนะ

1520
00:42:14,913 --> 00:42:15,138

1521
00:42:15,304 --> 00:42:15,878
ราคา

1522
00:42:16,134 --> 00:42:16,381

1523
00:42:16,973 --> 00:42:18,878
อาจจะไม่ง่ายอย่างนี้

1524
00:42:18,833 --> 00:42:20,683
หลักการมีประมาณนี้ล่ะ

1525
00:42:20,683 --> 00:42:20,903

1526
00:42:20,873 --> 00:42:21,819
นะคะ

1527
00:42:25,174 --> 00:42:25,776

1528
00:42:25,753 --> 00:42:26,041

1529
00:42:26,004 --> 00:42:27,704
ถ้าสมมุติว่า

1530
00:42:27,734 --> 00:42:29,445
มันมีข้อมูลที่

1531
00:42:30,033 --> 00:42:32,109
มันสามารถแบ่งแยกออกได้

1532
00:42:32,024 --> 00:42:32,788
นะคะ

1533
00:42:32,723 --> 00:42:33,145

1534
00:42:33,183 --> 00:42:34,206
เห็นได้ว่า

1535
00:42:34,977 --> 00:42:35,230

1536
00:42:35,163 --> 00:42:38,286
ตอนก่อนหน้านี้ที่อาจารย์ตัดตรงนี้ออก

1537
00:42:38,303 --> 00:42:39,255
ใช่ไหม

1538
00:42:39,513 --> 00:42:42,775
เวลาเราเอามาเขียนในรูปแบบของตาราง

1539
00:42:43,234 --> 00:42:44,717
อันนี้เราจะไม่ใส่

1540
00:42:44,643 --> 00:42:47,921
เราจะดูเฉพาะแอตทริบิวต์ที่อยู่ขอบนอกสุดน่าทาน

1541
00:42:47,784 --> 00:42:48,346

1542
00:42:48,803 --> 00:42:49,077

1543
00:42:51,374 --> 00:42:52,605
เราจะเพาะ

1544
00:42:52,594 --> 00:42:52,825

1545
00:42:52,974 --> 00:42:53,814
น้องสุด

1546
00:42:53,673 --> 00:42:55,345
เขียนเป็นตาราง

1547
00:42:57,074 --> 00:42:57,438

1548
00:42:57,713 --> 00:42:59,821
อันนี้เป็นดูดีนะ

1549
00:42:59,764 --> 00:43:01,156
กำหนดแต่ละอัน

1550
00:43:02,133 --> 00:43:02,898
นะคะ

1551
00:43:03,224 --> 00:43:03,434

1552
00:43:03,473 --> 00:43:03,702

1553
00:43:04,053 --> 00:43:04,291

1554
00:43:05,143 --> 00:43:05,431

1555
00:43:05,724 --> 00:43:07,723
ค่าตารางไหน

1556
00:43:07,713 --> 00:43:08,136

1557
00:43:08,543 --> 00:43:09,804
มีข้อมูล

1558
00:43:09,954 --> 00:43:12,087
พี่สามารถมีได้หลายค่า

1559
00:43:12,123 --> 00:43:12,412

1560
00:43:12,574 --> 00:43:15,383
เห็นไหมมีวงรีซ้อนกัน 2 วง

1561
00:43:16,483 --> 00:43:20,018
เราจะเอาข้อมูลนั้นแยกเป็นอีกหนึ่งตาราง

1562
00:43:20,005 --> 00:43:20,198

1563
00:43:22,574 --> 00:43:23,180

1564
00:43:23,343 --> 00:43:24,445
กีฬา

1565
00:43:24,304 --> 00:43:26,148
เอามาจากตารางเดิม

1566
00:43:26,865 --> 00:43:27,566
นะคะ

1567
00:43:27,504 --> 00:43:27,800

1568
00:43:28,274 --> 00:43:28,645

1569
00:43:28,713 --> 00:43:30,524
เพื่อให้ 2 ตารางนี้

1570
00:43:30,643 --> 00:43:32,616
มันเชื่อมโยงกัน

1571
00:43:32,563 --> 00:43:33,851
โดยค่าคีย์ลัด

1572
00:43:33,914 --> 00:43:34,128

1573
00:43:34,103 --> 00:43:35,119
เชื่อมกัน

1574
00:43:36,535 --> 00:43:38,775
อันนี้เป็นข้อสังเกตก่อนนะ

1575
00:43:38,914 --> 00:43:39,420

1576
00:43:39,423 --> 00:43:42,826
อันนี้ยังเป็นคนที่ยังต้องใช้อยู่นะคะ

1577
00:43:42,874 --> 00:43:43,149

1578
00:43:43,394 --> 00:43:43,635

1579
00:43:43,643 --> 00:43:43,887

1580
00:43:43,833 --> 00:43:44,038

1581
00:43:44,413 --> 00:43:44,651

1582
00:43:44,603 --> 00:43:44,829

1583
00:43:45,313 --> 00:43:45,517

1584
00:43:46,204 --> 00:43:46,436

1585
00:43:46,524 --> 00:43:48,325
อันไหนที่เป็นค่า

1586
00:43:48,455 --> 00:43:48,739

1587
00:43:49,093 --> 00:43:49,467

1588
00:43:49,413 --> 00:43:51,333
ที่เป็น vst

1589
00:43:51,274 --> 00:43:52,981
อ่อนแอ

1590
00:43:53,123 --> 00:43:54,525
ตารางอ่อนแอ

1591
00:43:54,663 --> 00:43:54,942

1592
00:43:54,793 --> 00:43:58,295
มันต้องดูด้วยว่ามันคุยมีความสัมพันธ์กับตารางไหน

1593
00:43:59,404 --> 00:43:59,681

1594
00:43:59,593 --> 00:44:00,020

1595
00:44:00,554 --> 00:44:01,276
เรา

1596
00:44:01,193 --> 00:44:06,111
จะเอาคีย์หลักของตารางที่มันมีความสัมพันธ์ด้วยนิสัยด้วยเหมือนกัน

1597
00:44:06,393 --> 00:44:06,700

1598
00:44:06,714 --> 00:44:09,801
อย่างเช่นเดี๋ยวลบอันนี้ออกก่อน

1599
00:44:09,714 --> 00:44:12,539
ทำไมถึงบอกว่าตารางด้านขวามือ

1600
00:44:12,734 --> 00:44:14,252
เป็นตารางอ่อนแอ

1601
00:44:14,974 --> 00:44:15,252

1602
00:44:15,614 --> 00:44:16,393
เลาะ

1603
00:44:20,035 --> 00:44:21,174
ในตารางนี้

1604
00:44:21,513 --> 00:44:23,155
มีเวลาทำงาน

1605
00:44:23,434 --> 00:44:26,551
มีเวลากลับบ้านมีวันที่

1606
00:44:26,563 --> 00:44:27,776
จะถามว่า

1607
00:44:27,724 --> 00:44:28,001

1608
00:44:28,113 --> 00:44:29,508
เป็นของใคร

1609
00:44:31,184 --> 00:44:31,562

1610
00:44:31,634 --> 00:44:35,038
อะไรนะมาทำงาน 7:00 น กลับ 16:00 น

1611
00:44:34,954 --> 00:44:37,635
ใครมาทำงาน 08:00 น กลับ 20:00 น

1612
00:44:37,974 --> 00:44:38,909
ไม่รู้

1613
00:44:39,254 --> 00:44:39,477

1614
00:44:39,384 --> 00:44:39,665

1615
00:44:39,634 --> 00:44:39,911

1616
00:44:41,114 --> 00:44:41,386

1617
00:44:41,363 --> 00:44:41,601

1618
00:44:41,493 --> 00:44:41,760

1619
00:44:41,683 --> 00:44:42,077

1620
00:44:42,003 --> 00:44:42,241

1621
00:44:42,514 --> 00:44:42,726

1622
00:44:43,033 --> 00:44:45,271
เพราะฉะนั้นต้องดูด้วยว่า

1623
00:44:45,154 --> 00:44:48,989
พนักงานคนไหนที่เขามา

1624
00:44:49,053 --> 00:44:52,330
สแกนนิ้วทำงานหรือตอกบัตรทำงาน

1625
00:44:52,324 --> 00:44:52,588

1626
00:44:52,774 --> 00:44:53,038

1627
00:44:52,965 --> 00:44:53,654

1628
00:44:53,674 --> 00:44:57,086
จะถามว่าในตารางนี้ทำไมเราไม่ให้กรอก

1629
00:44:56,994 --> 00:44:57,259

1630
00:44:57,704 --> 00:44:58,001

1631
00:44:58,024 --> 00:44:59,557
รหัสพนักงานด้วยล่ะ

1632
00:44:59,754 --> 00:45:02,321
มันก็เป็นการซ้ำซ้อนกันไงคะ

1633
00:45:02,634 --> 00:45:04,313
เมื่อเรามีรหัสพนักงานอยู่แล้ว

1634
00:45:04,233 --> 00:45:07,731
เราก็เรียกใช้ได้เลยเราไม่จำเป็นต้องเพิ่มตรงนี้ก็ได้

1635
00:45:07,634 --> 00:45:07,990

1636
00:45:07,953 --> 00:45:10,001
อันนี้คือการออกแบบที่ดี

1637
00:45:10,774 --> 00:45:11,270

1638
00:45:10,903 --> 00:45:17,732
ถ้าในคำซ้อนกันเราจะไม่ใช้แล้วจะมีข้อมูลมาใช้เลยอันนี้คือข้อดีของการออกแบบฐานข้อมูล

1639
00:45:18,074 --> 00:45:18,764

1640
00:45:18,713 --> 00:45:20,450
อันนี้คือตัวอย่างอย่างนึง

1641
00:45:20,443 --> 00:45:20,801

1642
00:45:23,194 --> 00:45:23,752

1643
00:45:23,715 --> 00:45:23,976

1644
00:45:23,903 --> 00:45:24,472

1645
00:45:24,473 --> 00:45:26,603
การเปลี่ยนให้เป็นพลังงาน

1646
00:45:26,593 --> 00:45:30,546
ถ้าเมื่อกี้นี้ในรูปนี้อาจารย์ไม่ได้ใส่ความสัมพันธ์ใช่ไหมคะ

1647
00:45:30,883 --> 00:45:31,177

1648
00:45:31,074 --> 00:45:33,640
ยังไม่มีเส้นเชื่อมโยงไปทางอื่นใช่ไหม

1649
00:45:33,643 --> 00:45:34,057

1650
00:45:34,993 --> 00:45:35,198

1651
00:45:35,113 --> 00:45:35,378

1652
00:45:37,425 --> 00:45:40,611
ถ้ามันมีเส้นเชือกลงอันตรายอื่นล่ะ

1653
00:45:41,844 --> 00:45:44,799
อันนี้เป็นความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง

1654
00:45:45,114 --> 00:45:45,331

1655
00:45:45,434 --> 00:45:45,708

1656
00:45:45,944 --> 00:45:46,419

1657
00:45:48,634 --> 00:45:48,901

1658
00:45:48,883 --> 00:45:50,744
เราจะต้องเอาคีย์หลัก

1659
00:45:50,814 --> 00:45:51,095

1660
00:45:51,649 --> 00:45:53,126
อันที่ขีดเส้นใต้นี่

1661
00:45:54,144 --> 00:45:58,836
ของพลังด้านข้างที่เรามีความสัมพันธ์ด้วยมาใส่ในตารางเรา

1662
00:45:58,563 --> 00:45:58,995

1663
00:45:59,394 --> 00:45:59,646

1664
00:45:59,595 --> 00:46:03,595
แต่ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่งจะมีข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งคือ

1665
00:46:04,714 --> 00:46:05,817
ในตลาดแรก

1666
00:46:06,064 --> 00:46:10,118
จะเอารหัสลูกค้ามาเป็นอีกไม่เชื่อมต่อกันก็ได้

1667
00:46:10,223 --> 00:46:10,534

1668
00:46:10,474 --> 00:46:11,100
หรือ

1669
00:46:11,114 --> 00:46:11,322

1670
00:46:11,504 --> 00:46:12,507
อาจจะเอารหัส

1671
00:46:12,654 --> 00:46:13,534
ตัวแทน

1672
00:46:13,483 --> 00:46:13,853

1673
00:46:14,194 --> 00:46:14,887

1674
00:46:14,834 --> 00:46:16,699
เป็นตัวเชื่อมต่อกันก็ได้

1675
00:46:18,483 --> 00:46:20,466
อันนี้เป็นความพิเศษเฉพาะ

1676
00:46:20,404 --> 00:46:22,293
ตารางแบบหนึ่งต่อหนึ่ง

1677
00:46:22,784 --> 00:46:26,244
แต่ต้องเอาคีย์หลักของตารางที่เรามีความสัมพันธ์ด้วย

1678
00:46:26,173 --> 00:46:28,160
เป็นเรื่องมาทางไหนก็ได้

1679
00:46:28,094 --> 00:46:29,135
ต้องมี

1680
00:46:29,054 --> 00:46:29,328

1681
00:46:29,315 --> 00:46:29,550

1682
00:46:29,824 --> 00:46:30,439

1683
00:46:30,393 --> 00:46:31,226
ต้องมี

1684
00:46:31,624 --> 00:46:32,710
มันสามารถ

1685
00:46:33,284 --> 00:46:35,015
จูนได้นั่นเอง

1686
00:46:35,014 --> 00:46:36,819
ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง

1687
00:46:36,873 --> 00:46:37,827

1688
00:46:39,434 --> 00:46:39,667

1689
00:46:39,634 --> 00:46:40,643
แต่ถ้า

1690
00:46:41,233 --> 00:46:42,700
ความสัมพันธ์

1691
00:46:42,634 --> 00:46:44,243
หนึ่งต่อกลุ่ม

1692
00:46:44,234 --> 00:46:44,515

1693
00:46:45,714 --> 00:46:46,205

1694
00:46:46,224 --> 00:46:47,423
ต้องเอาครีม

1695
00:46:47,634 --> 00:46:50,093
ของฝั่งที่มีความสัมพันธ์เป็นหนึ่ง

1696
00:46:51,604 --> 00:46:54,145
ใส่ในตารางที่มีความสัมพันธ์แบบกลุ่ม

1697
00:46:54,164 --> 00:46:54,911
เท่านั้น

1698
00:46:54,873 --> 00:46:55,091

1699
00:46:55,264 --> 00:46:55,494

1700
00:46:57,314 --> 00:46:57,536

1701
00:46:57,824 --> 00:46:58,077

1702
00:46:58,020 --> 00:46:59,645
อันนี้เป็นลักษณะเฉพาะ

1703
00:46:59,555 --> 00:47:00,017

1704
00:46:59,744 --> 00:47:00,418

1705
00:47:01,405 --> 00:47:02,176
นะคะ

1706
00:47:02,175 --> 00:47:03,053
ลักษณะเฉพาะ

1707
00:47:03,194 --> 00:47:03,503

1708
00:47:03,594 --> 00:47:03,961

1709
00:47:04,034 --> 00:47:06,262
ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่ม

1710
00:47:06,914 --> 00:47:07,866

1711
00:47:09,034 --> 00:47:10,114
แต่ถ้า

1712
00:47:10,435 --> 00:47:11,578
ความสัมพันธ์แบบ

1713
00:47:11,525 --> 00:47:12,631
ตกหลุมรัก

1714
00:47:13,964 --> 00:47:16,255
เห็นฟ้าเป็น M กับ n

1715
00:47:18,254 --> 00:47:20,065
เราจะไม่เอาตาราง

1716
00:47:20,375 --> 00:47:22,588
เอาค่าคีย์ลัดมาใส่ในตาราง

1717
00:47:22,484 --> 00:47:22,894

1718
00:47:22,934 --> 00:47:25,036
แต่เราจะสร้างตารางใหม่

1719
00:47:25,554 --> 00:47:26,517
ขึ้นมา

1720
00:47:27,605 --> 00:47:32,234
ไม่ใช้คีย์หลักของทั้งสองตารางที่มีความสัมพันธ์กันมาตั้งเป็นตารางใหม่เลย

1721
00:47:32,224 --> 00:47:32,645

1722
00:47:32,604 --> 00:47:33,098

1723
00:47:34,465 --> 00:47:34,961

1724
00:47:36,965 --> 00:47:37,192

1725
00:47:37,155 --> 00:47:37,798

1726
00:47:37,923 --> 00:47:41,954
ลักษณะ 3 อย่างนี้ดีนะคะ 1911 ต่อกลุ่ม

1727
00:47:41,835 --> 00:47:42,205

1728
00:47:42,215 --> 00:47:43,380
ออกกลุ่ม

1729
00:47:43,364 --> 00:47:45,101
การนำมาสร้างเป็นตาราง

1730
00:47:45,615 --> 00:47:47,459
ลักษณะเฉพาะมี 3 แบบ

1731
00:47:47,854 --> 00:47:49,636
แบบแรกคือเอาครีม

1732
00:47:49,514 --> 00:47:50,915
วันไหนก็ได้

1733
00:47:51,185 --> 00:47:52,448
แบบที่ 2 คือ

1734
00:47:52,394 --> 00:47:54,423
เอาเฉพาะคีย์หลักของฝั่งที่เป็น

1735
00:47:54,264 --> 00:47:55,145

1736
00:47:55,094 --> 00:47:57,512
เป็นหนึ่งเท่านั้นแบบที่ 3 คือ

1737
00:47:57,394 --> 00:47:58,613
ข่าวกีฬา

1738
00:47:58,554 --> 00:47:59,688
ของ

1739
00:48:00,024 --> 00:48:02,529
2 ความสัมพันธ์มาสร้างตารางใหม่เลย

1740
00:48:02,915 --> 00:48:03,723
ราคา

1741
00:48:03,995 --> 00:48:06,866
อันนี้คือลักษณะเฉพาะ

1742
00:48:06,814 --> 00:48:09,653
ของการเปลี่ยนรูปภาพให้เป็นตาราง

1743
00:48:10,085 --> 00:48:11,030
นะคะ

1744
00:48:11,044 --> 00:48:12,578
จะมีให้ทำด้วย

1745
00:48:13,545 --> 00:48:15,220
คนจะจำไม่ได้

1746
00:48:17,125 --> 00:48:17,360

1747
00:48:17,454 --> 00:48:20,526
การออกแบบนะคะก็อันนี้พูดไปแล้ว

1748
00:48:20,714 --> 00:48:21,023

1749
00:48:20,844 --> 00:48:21,126

1750
00:48:21,555 --> 00:48:21,810

1751
00:48:22,254 --> 00:48:24,497
เราจะมาลองวาดรูปกัน

1752
00:48:26,355 --> 00:48:27,820
ให้

1753
00:48:27,895 --> 00:48:30,264
น่าจะเคยไปร้านหนังสือกัน

1754
00:48:30,395 --> 00:48:30,615

1755
00:48:31,035 --> 00:48:33,845
หรืออาจจะเคยเห็นหนังสืออยู่แล้วนะ

1756
00:48:33,914 --> 00:48:34,931
นะคะ

1757
00:48:35,645 --> 00:48:37,120
ในหนังสือ 1 เล่ม

1758
00:48:38,525 --> 00:48:39,789
มีอะไรบ้าง

1759
00:48:40,125 --> 00:48:41,055
แน่นอน

1760
00:48:41,725 --> 00:48:43,388
ข้อมูลหนังสือแต่ละเล่ม

1761
00:48:43,654 --> 00:48:44,921
ก็จะมี

1762
00:48:45,194 --> 00:48:45,421

1763
00:48:45,514 --> 00:48:45,822

1764
00:48:46,216 --> 00:48:47,731
รหัสหนังสือ

1765
00:48:47,815 --> 00:48:48,710
นะ

1766
00:48:48,645 --> 00:48:48,903

1767
00:48:49,735 --> 00:48:51,072
ชื่อหนังสือ

1768
00:48:52,365 --> 00:48:53,821
มีรหัสผู้แต่ง

1769
00:48:53,775 --> 00:48:57,442
รหัสสำนักพิมพ์อันนี้คือข้อมูลที่อาจารย์ให้ก่อนนะ

1770
00:48:57,355 --> 00:48:59,733
เดี๋ยวเรามาวาดรูปกัน

1771
00:49:00,505 --> 00:49:04,066
หาข้อมูลของคนแต่งหนังสือมีอะไรบ้างก็จะมี

1772
00:49:03,894 --> 00:49:04,437

1773
00:49:04,404 --> 00:49:08,451
ผู้แต่งคนนั้นนะคะชื่อผู้แต่งหนังสือ

1774
00:49:09,215 --> 00:49:09,527

1775
00:49:09,344 --> 00:49:11,069
ในข้อมูลสำนักพิมพ์

1776
00:49:11,395 --> 00:49:11,613

1777
00:49:11,644 --> 00:49:13,467
มันจะมีรหัสสำนักพิมพ์

1778
00:49:13,635 --> 00:49:13,878

1779
00:49:13,824 --> 00:49:16,466
ชื่อสำนักพิมพ์มีที่อยู่

1780
00:49:16,584 --> 00:49:16,883

1781
00:49:16,834 --> 00:49:17,925
มีเบอร์โทรศัพท์

1782
00:49:18,565 --> 00:49:19,453
นะคะ

1783
00:49:21,635 --> 00:49:22,659
ขั้นตอนแรก

1784
00:49:23,954 --> 00:49:24,223

1785
00:49:25,105 --> 00:49:29,079
ศึกษาก่อนเงินระบบหนังสือร้านหนังสือ

1786
00:49:29,006 --> 00:49:29,243

1787
00:49:29,265 --> 00:49:35,590
ก็คือข้อมูลที่อาจารย์ให้เมื่อกี้มันจะมีข้อมูลหนังสือนะคะมีข้อมูลคนแต่ง

1788
00:49:35,475 --> 00:49:35,787

1789
00:49:36,375 --> 00:49:38,219
ข้อมูลสำนักพิมพ์

1790
00:49:40,415 --> 00:49:42,461
มีกระดาษใช่ไหมพลอย

1791
00:49:42,395 --> 00:49:42,624

1792
00:49:43,484 --> 00:49:44,502
OK

1793
00:49:45,535 --> 00:49:45,832

1794
00:49:45,855 --> 00:49:47,374
ขั้นตอนต่อมา

1795
00:49:47,525 --> 00:49:47,793

1796
00:49:47,975 --> 00:49:48,249

1797
00:49:48,994 --> 00:49:49,616

1798
00:49:49,764 --> 00:49:51,096
กำหนดเอนทิตี้

1799
00:49:51,115 --> 00:49:56,107
เดี๋ยวจะให้ทำเองก็คือในข้อมูลที่อาจารย์ให้อันนี้

1800
00:49:57,395 --> 00:50:01,197
จะต้องมีอีกกี่เอมมี่หรือมีกี่ตารางทำสี

1801
00:50:01,424 --> 00:50:03,288
สัญลักษณ์ให้ถูกด้วยนะคะ

1802
00:50:03,595 --> 00:50:05,642
เดี๋ยวอาจารย์จะเจอเดินดู

1803
00:50:05,715 --> 00:50:06,531
ทำเลย

1804
00:50:06,555 --> 00:50:06,817

1805
00:50:08,476 --> 00:50:10,300

1806
00:50:11,796 --> 00:50:12,303

1807
00:50:12,315 --> 00:50:13,705

1808
00:50:16,095 --> 00:50:16,327

1809
00:50:16,415 --> 00:50:16,775

1810
00:50:19,196 --> 00:50:19,553

1811
00:50:19,585 --> 00:50:20,140

1812
00:50:20,410 --> 00:50:20,904

1813
00:50:20,864 --> 00:50:23,679
นี่จากข้อมูลนี้ข้อมูล

1814
00:50:23,743 --> 00:50:25,263
ตัวหนังสือสีดำ

1815
00:50:25,224 --> 00:50:28,158
ดำเข้มๆมีกี่ตาราง

1816
00:50:30,402 --> 00:50:30,628

1817
00:50:30,794 --> 00:50:31,925
วาดรูป

1818
00:50:32,004 --> 00:50:32,695
นี่

1819
00:50:32,641 --> 00:50:33,054

1820
00:50:33,804 --> 00:50:35,266
วาดรูปแบบนี้

1821
00:50:35,592 --> 00:50:35,799

1822
00:50:35,723 --> 00:50:37,246
จะให้วาดแบบนี้

1823
00:50:37,451 --> 00:50:38,143

1824
00:50:38,154 --> 00:50:39,874
ได้ๆนี่ว่าแบบนี้

1825
00:50:39,884 --> 00:50:43,615
ให้เอาข้อมูลมาวาดเป็นรูปแบบนี้แต่อย่างแรกเลย

1826
00:50:43,922 --> 00:50:44,149

1827
00:50:45,010 --> 00:50:46,669
ดูก่อนว่า

1828
00:50:47,315 --> 00:50:49,124
ข้อมูลที่อาจารย์ให้นี่

1829
00:50:49,304 --> 00:50:49,523

1830
00:50:49,561 --> 00:50:49,786

1831
00:50:49,750 --> 00:50:49,970

1832
00:50:50,200 --> 00:50:52,363
มันควรจะมีกี่ตาราง

1833
00:50:52,831 --> 00:50:53,272

1834
00:50:53,404 --> 00:50:58,339
ดูสิว่ามันต้องมีกี่ตารางเมตรละของตารางหรือ npt ก็คือ

1835
00:50:58,212 --> 00:50:58,511

1836
00:50:58,472 --> 00:50:58,782

1837
00:50:58,721 --> 00:51:00,316
เหลี่ยมผืนผ้า

1838
00:51:00,777 --> 00:51:01,052

1839
00:51:01,154 --> 00:51:02,437
ลองว่าซิ

1840
00:51:02,370 --> 00:51:02,597

1841
00:51:02,753 --> 00:51:05,069
มันควรจะมีสี่เหลี่ยมผืนผ้ากี่อัน

1842
00:51:05,700 --> 00:51:08,793
แล้วในสี่เหลี่ยมผืนผ้าจะต้องเขียนว่าอะไร

1843
00:51:08,716 --> 00:51:09,015

1844
00:51:09,354 --> 00:51:09,622

1845
00:51:09,551 --> 00:51:10,682
ลองทำดู

1846
00:51:11,020 --> 00:51:11,277

1847
00:51:12,625 --> 00:51:12,999

1848
00:51:13,072 --> 00:51:13,492

1849
00:51:21,970 --> 00:51:22,203

1850
00:51:22,162 --> 00:51:22,430

1851
00:51:22,362 --> 00:51:22,872

1852
00:51:23,006 --> 00:51:23,264

1853
00:51:23,136 --> 00:51:23,439

1854
00:51:23,585 --> 00:51:23,821

1855
00:51:23,831 --> 00:51:24,040

1856
00:51:24,030 --> 00:51:24,326

1857
00:51:27,801 --> 00:51:28,085

1858
00:51:31,463 --> 00:51:31,744

1859
00:51:31,593 --> 00:51:31,792

1860
00:51:33,195 --> 00:51:33,427

1861
00:51:33,310 --> 00:51:33,527

1862
00:51:33,630 --> 00:51:33,883

1863
00:51:48,312 --> 00:51:48,582

1864
00:51:48,432 --> 00:51:48,697

1865
00:51:55,232 --> 00:51:55,442

1866
00:51:56,310 --> 00:51:56,544

1867
00:51:58,374 --> 00:51:58,607

1868
00:51:58,621 --> 00:51:58,827

1869
00:52:00,281 --> 00:52:00,539

1870
00:52:00,475 --> 00:52:00,751

1871
00:52:02,781 --> 00:52:02,985

1872
00:52:02,910 --> 00:52:03,171

1873
00:52:03,940 --> 00:52:04,205

1874
00:52:08,035 --> 00:52:08,307

1875
00:52:08,800 --> 00:52:09,080

1876
00:52:11,634 --> 00:52:12,502

1877
00:52:12,461 --> 00:52:12,887

1878
00:52:13,030 --> 00:52:13,409

1879
00:52:13,484 --> 00:52:14,368

1880
00:52:14,313 --> 00:52:14,527

1881
00:52:14,513 --> 00:52:14,957

1882
00:52:15,083 --> 00:52:15,350

1883
00:52:15,791 --> 00:52:17,371

1884
00:52:17,450 --> 00:52:17,654

1885
00:52:17,710 --> 00:52:18,242

1886
00:52:19,244 --> 00:52:19,488

1887
00:52:23,283 --> 00:52:23,666

1888
00:52:28,860 --> 00:52:29,075

1889
00:52:29,629 --> 00:52:29,921

1890
00:52:30,460 --> 00:52:30,733

1891
00:52:42,054 --> 00:52:42,344

1892
00:52:42,630 --> 00:52:42,983

1893
00:52:47,695 --> 00:52:48,312

1894
00:52:48,844 --> 00:52:49,100

1895
00:52:49,480 --> 00:52:49,976

1896
00:52:51,080 --> 00:52:51,311

1897
00:52:55,310 --> 00:52:55,583

1898
00:52:55,706 --> 00:52:56,073

1899
00:52:57,235 --> 00:52:57,854

1900
00:52:59,149 --> 00:52:59,403

1901
00:53:03,639 --> 00:53:04,063

1902
00:53:04,790 --> 00:53:05,287

1903
00:53:10,432 --> 00:53:10,688

1904
00:53:17,421 --> 00:53:17,641

1905
00:53:17,609 --> 00:53:17,826

1906
00:53:18,251 --> 00:53:18,710

1907
00:53:25,753 --> 00:53:25,973

1908
00:53:29,783 --> 00:53:30,204

1909
00:53:32,531 --> 00:53:32,762

1910
00:53:39,455 --> 00:53:39,732

1911
00:53:51,241 --> 00:53:53,939
วันนี้ยังไม่ยาก

1912
00:53:54,193 --> 00:53:54,428

1913
00:53:57,194 --> 00:53:57,470

1914
00:53:59,701 --> 00:53:59,923

1915
00:53:59,952 --> 00:54:01,983
สรุปแล้วมีกี่ตาราง

1916
00:54:02,511 --> 00:54:04,823
อันนี้ง่ายมากดูจากที่อาจารย์

1917
00:54:04,830 --> 00:54:05,074

1918
00:54:05,330 --> 00:54:07,536
เขียนตัวหนังสือสีดำเข้มไว้

1919
00:54:07,642 --> 00:54:10,185
เราจะได้ 3 ตาราง

1920
00:54:10,464 --> 00:54:10,928

1921
00:54:10,714 --> 00:54:11,526

1922
00:54:11,673 --> 00:54:13,385
ในกรอบสี่เหลี่ยม

1923
00:54:13,595 --> 00:54:15,574
มีตารางผู้แต่ง

1924
00:54:15,520 --> 00:54:15,786

1925
00:54:15,711 --> 00:54:16,068

1926
00:54:16,032 --> 00:54:17,617
มีตารางหนังสือ

1927
00:54:17,700 --> 00:54:17,969

1928
00:54:17,953 --> 00:54:19,740
มีตารางสำนักพิมพ์

1929
00:54:19,811 --> 00:54:21,013
ก็คือ

1930
00:54:20,959 --> 00:54:23,010
3 entity นั่นเอง

1931
00:54:24,115 --> 00:54:27,085
จากโจทย์ที่อาจารย์กำหนดให้นะที่จะเน้นให้

1932
00:54:27,751 --> 00:54:28,040

1933
00:54:28,070 --> 00:54:28,453

1934
00:54:28,463 --> 00:54:29,726
วันนี้

1935
00:54:30,442 --> 00:54:31,144
จะ

1936
00:54:31,411 --> 00:54:32,392
ให้ทำเอง

1937
00:54:32,372 --> 00:54:32,740

1938
00:54:34,163 --> 00:54:34,443

1939
00:54:34,418 --> 00:54:35,355
หลังจาก

1940
00:54:35,381 --> 00:54:35,632

1941
00:54:35,629 --> 00:54:38,216
เราได้ตารางเรียนปีที่แล้วนะคะ

1942
00:54:39,480 --> 00:54:39,839

1943
00:54:39,799 --> 00:54:40,163

1944
00:54:40,062 --> 00:54:42,472
มันจะต้องกำหนดความสำคัญ

1945
00:54:42,491 --> 00:54:42,764

1946
00:54:42,680 --> 00:54:45,371
ความสัมพันธ์ก็คือเส้นที่โยง

1947
00:54:45,309 --> 00:54:48,687
คลองสามอันนี้เราจะโยงเส้นมันอย่างไร

1948
00:54:50,370 --> 00:54:50,644

1949
00:54:51,389 --> 00:54:51,771

1950
00:54:51,710 --> 00:54:55,302
โดยความสัมพันธ์ของแต่ละอันมันเป็นอย่างไร

1951
00:54:56,069 --> 00:54:56,303

1952
00:54:56,199 --> 00:54:59,779
สิ่งที่มันควรจะเป็นก็คือหนังสือแต่ละเล่ม

1953
00:54:59,723 --> 00:54:59,953

1954
00:55:00,229 --> 00:55:02,277
จะถูกพิมพ์จากสำนักพิมพ์

1955
00:55:02,470 --> 00:55:02,984

1956
00:55:02,994 --> 00:55:04,424
ไดร์สำนักพิมพ์

1957
00:55:04,341 --> 00:55:05,421
หนึ่งเท่านั้น

1958
00:55:06,580 --> 00:55:06,820

1959
00:55:06,769 --> 00:55:07,575
ใช่ไหม

1960
00:55:07,673 --> 00:55:07,957

1961
00:55:10,872 --> 00:55:11,247

1962
00:55:11,442 --> 00:55:12,339
แปลว่า

1963
00:55:12,993 --> 00:55:14,583
ใน 1 สำนักพิมพ์

1964
00:55:14,648 --> 00:55:14,919

1965
00:55:15,611 --> 00:55:15,819

1966
00:55:15,929 --> 00:55:17,938
เขาก็สามารถพิมพ์

1967
00:55:17,852 --> 00:55:18,932
หนังสือได้

1968
00:55:18,940 --> 00:55:21,255
หลายเล่มนะอันนี้คือเงื่อนไข

1969
00:55:22,151 --> 00:55:22,388

1970
00:55:22,851 --> 00:55:23,075

1971
00:55:25,152 --> 00:55:26,540
หนังสือแต่ละเล่ม

1972
00:55:26,953 --> 00:55:30,720
กำหนดว่าจะต้องมีคนแต่งคนเดียวเท่านั้น

1973
00:55:31,371 --> 00:55:31,604

1974
00:55:32,593 --> 00:55:32,819

1975
00:55:35,153 --> 00:55:37,100
ในโลกของความเป็นจริงนี่

1976
00:55:37,010 --> 00:55:40,078
หนังสือนี่มันอาจจะมีคนแต่งช่วยกันก็ได้นะ

1977
00:55:40,079 --> 00:55:40,303

1978
00:55:40,534 --> 00:55:42,331
หาว่าในโจทย์ที่อาจารย์ให้

1979
00:55:42,709 --> 00:55:46,599
อาจารย์ให้หนังสือ 1 เล่มคนต่างได้คนเดียวอันนี้คือจบ

1980
00:55:46,489 --> 00:55:47,347
ตามกำหนด

1981
00:55:47,260 --> 00:55:47,880
นะคะ

1982
00:55:49,369 --> 00:55:50,576
แต่ว่า

1983
00:55:50,595 --> 00:55:51,597

1984
00:55:51,611 --> 00:55:51,814

1985
00:55:51,740 --> 00:55:51,985

1986
00:55:51,928 --> 00:55:52,218

1987
00:55:52,120 --> 00:55:53,837
ผู้แต่งหนังสือแต่ละคน

1988
00:55:54,500 --> 00:55:57,238
เขาก็สามารถแต่งหนังสือได้หลายเล่มเหมือนกัน

1989
00:55:57,310 --> 00:55:57,523

1990
00:55:59,999 --> 00:56:00,233

1991
00:56:01,870 --> 00:56:04,354
อันนี้คือข้อกำหนดที่อาจารย์กำหนดให้

1992
00:56:05,071 --> 00:56:05,340

1993
00:56:05,192 --> 00:56:05,942
นะคะ

1994
00:56:06,789 --> 00:56:07,420

1995
00:56:08,389 --> 00:56:09,137
แล้ว

1996
00:56:09,302 --> 00:56:09,579

1997
00:56:09,553 --> 00:56:13,009
เราจะให้ความสัมพันธ์แต่ละอันอย่างไร

1998
00:56:14,232 --> 00:56:15,368
ก็คือการวาด

1999
00:56:16,020 --> 00:56:18,124
นี่ว่าอย่างนี้

2000
00:56:19,743 --> 00:56:19,972

2001
00:56:20,059 --> 00:56:20,752
นี่

2002
00:56:21,342 --> 00:56:24,801
มันจะเป็นการวาดแบบนี้นะคะความสัมพันธ์แบบนี้

2003
00:56:29,090 --> 00:56:29,329

2004
00:56:30,114 --> 00:56:30,490

2005
00:56:30,499 --> 00:56:31,893
อันนี้คือความสัมพันธ์

2006
00:56:31,909 --> 00:56:33,427
ที่นักศึกษาต้องวาด

2007
00:56:34,090 --> 00:56:34,299

2008
00:56:35,558 --> 00:56:35,834

2009
00:56:35,751 --> 00:56:36,023

2010
00:56:37,610 --> 00:56:37,841

2011
00:56:37,930 --> 00:56:39,384
จากโจทย์ตัวนี้

2012
00:56:40,230 --> 00:56:40,493

2013
00:56:40,751 --> 00:56:41,243

2014
00:56:40,999 --> 00:56:42,873
จากโจทย์ตัวนี้

2015
00:56:42,801 --> 00:56:44,243
ให้ 3 อันนี้นี่

2016
00:56:44,403 --> 00:56:44,641

2017
00:56:45,433 --> 00:56:47,198
มันจะต้องสัมพันธ์กันอย่างไร

2018
00:56:47,730 --> 00:56:47,983

2019
00:56:48,312 --> 00:56:48,536

2020
00:56:48,689 --> 00:56:48,923

2021
00:56:48,883 --> 00:56:49,107

2022
00:56:50,104 --> 00:56:50,487

2023
00:56:50,622 --> 00:56:50,853

2024
00:56:50,870 --> 00:56:51,333

2025
00:56:51,388 --> 00:56:53,492
ลองวาดดูสิ

2026
00:56:53,878 --> 00:56:54,136

2027
00:56:54,840 --> 00:56:55,450

2028
00:56:57,024 --> 00:56:58,553
ลองวาดดู

2029
00:56:58,499 --> 00:57:04,167
รูปมันจะต้องออกมาเป็นแบบนี้นะครับแต่ข้อมูลข้างในเราจะใส่ว่าอย่างไรลองใส่ดู

2030
00:57:07,470 --> 00:57:08,659
เดี๋ยวให้เวลา

2031
00:57:08,752 --> 00:57:09,766
5 นาที

2032
00:57:10,669 --> 00:57:11,307

2033
00:57:12,518 --> 00:57:12,779

2034
00:57:14,629 --> 00:57:15,979
ลองดูสิว่า

2035
00:57:16,370 --> 00:57:20,385
จะเข้าใจโจทย์อาจารย์ไหมจะว่าได้หรือเปล่า

2036
00:57:20,342 --> 00:57:21,927
5 นาทีมาดูกัน

2037
00:57:22,712 --> 00:57:22,958

2038
00:57:23,611 --> 00:57:24,049

2039
00:57:25,853 --> 00:57:26,367

2040
00:57:26,550 --> 00:57:26,988

2041
00:57:26,869 --> 00:57:27,351

2042
00:57:27,130 --> 00:57:28,519

2043
00:57:29,749 --> 00:57:30,253

2044
00:57:31,872 --> 00:57:32,332

2045
00:57:33,218 --> 00:57:33,690

2046
00:57:33,922 --> 00:57:35,384

2047
00:57:54,033 --> 00:57:54,310

2048
00:58:04,928 --> 00:58:05,179

2049
00:58:06,268 --> 00:58:06,690

2050
00:58:06,792 --> 00:58:07,030

2051
00:58:07,754 --> 00:58:08,871

2052
00:58:13,712 --> 00:58:14,211

2053
00:58:14,989 --> 00:58:15,276

2054
00:58:27,149 --> 00:58:27,638

2055
00:58:29,911 --> 00:58:30,535

2056
00:58:31,642 --> 00:58:31,892

2057
00:58:31,902 --> 00:58:32,189

2058
00:58:35,030 --> 00:58:35,298

2059
00:58:35,479 --> 00:58:35,969

2060
00:58:36,829 --> 00:58:37,106

2061
00:58:42,080 --> 00:58:42,324

2062
00:58:43,871 --> 00:58:44,332

2063
00:58:44,132 --> 00:58:44,405

2064
00:58:45,869 --> 00:58:46,176

2065
00:58:46,191 --> 00:58:46,463

2066
00:58:46,893 --> 00:58:47,162

2067
00:58:47,661 --> 00:58:48,271

2068
00:58:51,050 --> 00:58:51,275

2069
00:58:52,912 --> 00:58:53,779

2070
00:58:54,130 --> 00:58:54,360

2071
00:58:54,641 --> 00:58:55,702

2072
00:58:55,728 --> 00:58:56,022

2073
00:58:59,889 --> 00:59:00,308

2074
00:59:02,911 --> 00:59:03,196

2075
00:59:03,350 --> 00:59:04,484

2076
00:59:10,722 --> 00:59:11,213

2077
00:59:12,450 --> 00:59:12,828

2078
00:59:13,410 --> 00:59:13,631

2079
00:59:17,253 --> 00:59:17,797

2080
00:59:18,918 --> 00:59:19,607

2081
00:59:22,123 --> 00:59:23,134

2082
00:59:25,450 --> 00:59:25,679

2083
00:59:25,827 --> 00:59:26,257

2084
00:59:44,552 --> 00:59:45,022

2085
00:59:47,749 --> 00:59:48,361

2086
00:59:53,960 --> 00:59:54,169

2087
00:59:54,670 --> 00:59:55,144

2088
00:59:57,354 --> 00:59:57,611

2089
00:59:58,704 --> 00:59:59,011

2090
01:00:14,709 --> 01:00:14,960

2091
01:00:15,427 --> 01:00:16,109

2092
01:00:16,070 --> 01:00:18,307
ตัวอย่างหนึ่ง

2093
01:00:19,009 --> 01:00:21,634
แล้วที่เหลืออยู่ตามหนังสือ

2094
01:00:22,079 --> 01:00:22,348

2095
01:00:22,340 --> 01:00:22,610

2096
01:00:23,747 --> 01:00:24,044

2097
01:00:24,327 --> 01:00:24,821

2098
01:00:25,161 --> 01:00:25,389

2099
01:00:27,470 --> 01:00:27,681

2100
01:00:27,979 --> 01:00:28,398

2101
01:00:29,071 --> 01:00:29,294

2102
01:00:29,708 --> 01:00:32,855
ให้ตัวอย่าง 1 อันก่อนให้วาดแบบนี้นะคะ

2103
01:00:32,847 --> 01:00:33,354

2104
01:00:33,550 --> 01:00:33,782

2105
01:00:33,751 --> 01:00:35,387
หนัง 1 คน

2106
01:00:35,599 --> 01:00:35,841

2107
01:00:36,431 --> 01:00:36,648

2108
01:00:36,748 --> 01:00:36,942

2109
01:00:37,010 --> 01:00:37,289

2110
01:00:37,273 --> 01:00:38,764
ในโจทย์ที่อาจารย์บอก

2111
01:00:38,801 --> 01:00:40,593
อ่านหนังสือ 1 เล่มใช่ไหมคะ

2112
01:00:40,599 --> 01:00:41,609
หนังสือ

2113
01:00:41,878 --> 01:00:42,149

2114
01:00:42,388 --> 01:00:47,956
ก็มีผู้แต่งได้แค่คนเดียวแต่เขาแต่งได้หลายเรื่องใช่ไหมเพราะฉะนั้นความสำคัญก็คือ

2115
01:00:47,902 --> 01:00:51,000
ช่าง 1 คนสามารถสั่งหนังสือ

2116
01:00:51,041 --> 01:00:51,924

2117
01:00:52,578 --> 01:00:53,192

2118
01:00:53,988 --> 01:00:57,065
แต่ถ้าเราอาจย้อนกลับหนังสือหลายๆเล่มนี่

2119
01:00:57,071 --> 01:00:58,198
มีผู้แต่ง

2120
01:00:58,217 --> 01:00:59,289
แค่หนึ่งคน

2121
01:01:02,061 --> 01:01:02,338

2122
01:01:02,309 --> 01:01:02,581

2123
01:01:02,697 --> 01:01:03,187

2124
01:01:03,270 --> 01:01:03,748

2125
01:01:04,172 --> 01:01:05,907
ยกตัวอย่างให้ 1 อันแล้ว

2126
01:01:05,840 --> 01:01:06,118

2127
01:01:06,288 --> 01:01:06,580

2128
01:01:06,800 --> 01:01:07,022

2129
01:01:07,188 --> 01:01:07,476

2130
01:01:07,568 --> 01:01:07,997

2131
01:01:07,950 --> 01:01:08,176

2132
01:01:08,207 --> 01:01:10,136
ที่เหลือลองวาดดูสิ

2133
01:01:10,069 --> 01:01:11,553
ให้มันได้เหมือนอาจารย์นี่

2134
01:01:11,597 --> 01:01:11,857

2135
01:01:12,053 --> 01:01:12,275

2136
01:01:12,310 --> 01:01:14,479
ที่เหลือมันควรจะเป็นอย่างไร

2137
01:01:15,187 --> 01:01:15,467

2138
01:01:15,509 --> 01:01:16,458
ลองดูสิ

2139
01:01:16,598 --> 01:01:18,114
เริ่มให้แล้ว 1 อัน

2140
01:01:18,069 --> 01:01:19,668
ที่เหลือลองทำดูก่อน

2141
01:01:19,611 --> 01:01:19,886

2142
01:01:20,900 --> 01:01:21,152

2143
01:01:22,113 --> 01:01:22,400

2144
01:01:22,310 --> 01:01:22,922

2145
01:01:23,198 --> 01:01:23,623

2146
01:01:23,590 --> 01:01:23,952

2147
01:01:39,411 --> 01:01:39,831

2148
01:01:39,919 --> 01:01:40,185

2149
01:01:43,061 --> 01:01:43,487

2150
01:01:58,957 --> 01:01:59,210

2151
01:02:01,507 --> 01:02:02,477

2152
01:02:02,918 --> 01:02:03,140

2153
01:02:04,008 --> 01:02:04,295

2154
01:02:06,438 --> 01:02:06,667

2155
01:02:33,468 --> 01:02:33,761

2156
01:03:18,069 --> 01:03:18,312

2157
01:03:24,601 --> 01:03:24,836

2158
01:03:31,321 --> 01:03:31,597

2159
01:03:35,549 --> 01:03:35,801

2160
01:03:36,712 --> 01:03:36,935

2161
01:03:36,898 --> 01:03:37,121

2162
01:03:37,539 --> 01:03:37,828

2163
01:03:37,858 --> 01:03:38,371

2164
01:03:38,500 --> 01:03:39,501

2165
01:03:39,707 --> 01:03:40,202

2166
01:03:40,489 --> 01:03:41,501
ที่เหลือ

2167
01:03:41,450 --> 01:03:42,380

2168
01:03:43,238 --> 01:03:43,534

2169
01:03:43,883 --> 01:03:45,341
หนังสือหลายๆเล่ม

2170
01:03:45,347 --> 01:03:45,851

2171
01:03:45,986 --> 01:03:49,224
จะต้องถูกพิมพ์จาก 1 สำนักพิมพ์เท่านั้น

2172
01:03:51,439 --> 01:03:51,880

2173
01:03:52,021 --> 01:03:54,376
ใช่ไหมอันนี้ตามโจทย์ที่อาจารย์กำหนด

2174
01:03:54,581 --> 01:03:54,822

2175
01:03:55,220 --> 01:03:55,499

2176
01:03:55,602 --> 01:03:56,159

2177
01:03:56,759 --> 01:03:57,316

2178
01:03:57,657 --> 01:03:59,509
ถ้าเราเอามารวมกัน

2179
01:03:59,448 --> 01:04:00,716
ในความสัมพันธ์

2180
01:04:00,788 --> 01:04:01,194

2181
01:04:00,918 --> 01:04:01,224

2182
01:04:01,178 --> 01:04:02,226
นะคะ

2183
01:04:02,070 --> 01:04:02,309

2184
01:04:02,271 --> 01:04:05,334
มันอาจจะเขียนได้เป็นแบบนี้นะคะ

2185
01:04:05,597 --> 01:04:05,876

2186
01:04:05,920 --> 01:04:06,153

2187
01:04:06,106 --> 01:04:07,473
พูดดัง 1 คน

2188
01:04:07,838 --> 01:04:08,075

2189
01:04:08,035 --> 01:04:08,257

2190
01:04:08,419 --> 01:04:08,687

2191
01:04:09,378 --> 01:04:10,908
สั่งหนังสือได้หลายเล่ม

2192
01:04:11,036 --> 01:04:11,449

2193
01:04:11,752 --> 01:04:11,981

2194
01:04:11,939 --> 01:04:13,775
และหนังสือหลายๆเล่ม

2195
01:04:13,800 --> 01:04:17,441
จะต้องถูกจัดพิมพ์จาก 1 สำนักพิมพ์เท่านั้น

2196
01:04:18,279 --> 01:04:21,140
อันนี้คือรูปความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น

2197
01:04:21,620 --> 01:04:21,877

2198
01:04:21,871 --> 01:04:22,092

2199
01:04:22,130 --> 01:04:22,882

2200
01:04:23,918 --> 01:04:24,163

2201
01:04:24,110 --> 01:04:24,340

2202
01:04:24,627 --> 01:04:26,337
อันนี้ยังงๆอยู่

2203
01:04:26,547 --> 01:04:28,379
พอเห็นภาพขึ้นบ้างไหม

2204
01:04:28,908 --> 01:04:29,181

2205
01:04:29,228 --> 01:04:29,987
นะคะ

2206
01:04:30,648 --> 01:04:31,200

2207
01:04:31,290 --> 01:04:32,506
วันนี้ยังงๆ

2208
01:04:32,438 --> 01:04:32,694

2209
01:04:32,831 --> 01:04:39,125
วันนี้พอเราอ่านถ้าเป็นคนที่ไม่มีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์มาอ่านเขาก็ยังจะเข้าใจ

2210
01:04:40,709 --> 01:04:41,014

2211
01:04:41,147 --> 01:04:41,366

2212
01:04:41,279 --> 01:04:41,591

2213
01:04:41,599 --> 01:04:43,556
อันนี้คือการวาดรูปมัน

2214
01:04:43,708 --> 01:04:51,436
เลยทำให้เราเข้าใจง่ายขึ้นเราก็จัดระเบียบความคิดของเราว่าสิ่งที่ควรจะเป็นในฐานข้อมูลมันควรจะเป็นอย่างไร

2215
01:04:51,720 --> 01:04:52,340
นะคะ

2216
01:04:55,437 --> 01:04:55,928

2217
01:04:56,340 --> 01:04:57,152
ก็มา

2218
01:04:57,299 --> 01:04:57,645

2219
01:04:57,547 --> 01:04:58,062

2220
01:04:58,192 --> 01:04:58,456

2221
01:04:58,393 --> 01:04:58,666

2222
01:04:58,827 --> 01:05:03,254
ได้แล้วอันนี้จริงๆเราได้ความสัมพันธ์เราได้เอนติตี้แล้ว

2223
01:05:03,128 --> 01:05:04,964
เราต้องมาเขียน

2224
01:05:05,501 --> 01:05:07,535
ในแต่ละตาราง

2225
01:05:08,379 --> 01:05:08,633

2226
01:05:08,570 --> 01:05:08,818

2227
01:05:08,757 --> 01:05:08,993

2228
01:05:08,890 --> 01:05:11,272
มันควรจะมีข้อมูลอะไร

2229
01:05:11,200 --> 01:05:11,404

2230
01:05:11,391 --> 01:05:12,717
แล้วอะไร

2231
01:05:12,672 --> 01:05:13,932
จะเป็นกีฬา

2232
01:05:14,076 --> 01:05:17,533
ก็คือค่าที่ห้ามซ้ำกันที่เราต้องขีดเส้นนะคะ

2233
01:05:17,469 --> 01:05:17,924

2234
01:05:17,988 --> 01:05:19,831
เอามาจากตรงไหน

2235
01:05:20,426 --> 01:05:20,646

2236
01:05:20,619 --> 01:05:22,255
มาจากตรงนี้

2237
01:05:22,990 --> 01:05:23,203

2238
01:05:23,689 --> 01:05:23,938

2239
01:05:23,950 --> 01:05:24,177

2240
01:05:24,068 --> 01:05:24,445

2241
01:05:24,459 --> 01:05:25,152

2242
01:05:25,098 --> 01:05:25,724
รุ้ง

2243
01:05:25,739 --> 01:05:29,178
แล้วว่าอันไหนคือชื่อตารางก็คือชื่อเอ็นติตี้

2244
01:05:29,138 --> 01:05:29,418

2245
01:05:29,460 --> 01:05:33,490
แล้วข้อมูลมีอะไรบ้างมันก็แค่เอาข้อมูลที่อาจารย์กำหนดให้นี่ล่ะค่ะ

2246
01:05:33,547 --> 01:05:33,802

2247
01:05:33,746 --> 01:05:34,058

2248
01:05:34,189 --> 01:05:35,071
ไปใส่

2249
01:05:35,098 --> 01:05:35,403

2250
01:05:35,797 --> 01:05:37,771
ในรูปวงรี

2251
01:05:38,037 --> 01:05:38,914
ใช่ไหม

2252
01:05:38,997 --> 01:05:40,493
แอตทริบิวต์

2253
01:05:40,349 --> 01:05:40,573

2254
01:05:40,789 --> 01:05:43,817
ถ้ามันจะยากก็คือในแต่ละข้อมูล

2255
01:05:43,941 --> 01:05:44,301

2256
01:05:44,391 --> 01:05:47,976
อะไรจะเป็นคีย์หลักก็คือค่าค่าที่ห้ามซ้ำกัน

2257
01:05:48,927 --> 01:05:49,216

2258
01:05:49,508 --> 01:05:49,930

2259
01:05:49,891 --> 01:05:52,758
ลองวาดดูอาจารย์เอาให้หมดแล้ว

2260
01:05:52,968 --> 01:05:53,223

2261
01:05:53,421 --> 01:05:53,788

2262
01:05:53,796 --> 01:05:55,067
3 อันนี้จะต้อง

2263
01:05:55,146 --> 01:05:57,110
ข้อมูลอะไรบ้างกำหนดอยู่

2264
01:05:57,317 --> 01:05:57,816

2265
01:05:59,046 --> 01:06:02,358
สัญญาก็คือเราจะขีดเส้นใต้ในข้อมูลอันไหนนะคะ

2266
01:06:03,027 --> 01:06:03,458

2267
01:06:04,179 --> 01:06:06,798
อันนี้หมดไปแล้วทำเองลองดูสิ

2268
01:06:07,187 --> 01:06:07,447

2269
01:06:08,027 --> 01:06:08,258

2270
01:06:08,276 --> 01:06:09,213
ลองดูสิ

2271
01:06:09,429 --> 01:06:12,175
มันจะได้รูปเหมือนกับของอาจารย์ไหม

2272
01:06:12,246 --> 01:06:13,377
ลองทำดู

2273
01:06:13,850 --> 01:06:14,483

2274
01:06:14,677 --> 01:06:20,002
จะเอาข้อมูลที่อาจารย์กำหนดให้ในสไลด์ก่อนหน้านี้ล่ะครับใส่แค่นี้เอง

2275
01:06:20,259 --> 01:06:20,550

2276
01:06:20,899 --> 01:06:22,607
เดี๋ยวให้ลองทำ

2277
01:06:22,820 --> 01:06:24,437
ดูเองว่ามันเหมือนกันไหม

2278
01:06:27,108 --> 01:06:27,381

2279
01:06:28,196 --> 01:06:28,755

2280
01:06:29,866 --> 01:06:30,487

2281
01:06:31,468 --> 01:06:31,723

2282
01:06:32,040 --> 01:06:32,251

2283
01:06:32,226 --> 01:06:32,458

2284
01:06:32,500 --> 01:06:33,767
5 นาทีเหมือนเดิม

2285
01:06:41,786 --> 01:06:42,012

2286
01:06:46,070 --> 01:06:46,326

2287
01:06:47,740 --> 01:06:47,962

2288
01:06:49,279 --> 01:06:49,483

2289
01:06:51,778 --> 01:06:52,061

2290
01:06:56,826 --> 01:06:57,121

2291
01:06:57,028 --> 01:06:57,298

2292
01:06:57,928 --> 01:06:58,212

2293
01:06:58,947 --> 01:07:01,586
เดี๋ยววันนี้แม่เสร็จให้ 1 ตัวอย่างก่อน

2294
01:07:01,576 --> 01:07:01,848

2295
01:07:01,828 --> 01:07:02,078

2296
01:07:02,030 --> 01:07:03,422
มันต้องแบบนี้

2297
01:07:03,369 --> 01:07:03,595

2298
01:07:04,008 --> 01:07:04,240

2299
01:07:04,329 --> 01:07:06,062
2 อันที่เหลือทำเอง

2300
01:07:06,066 --> 01:07:06,335

2301
01:07:06,579 --> 01:07:08,093
เอาตัวอย่างให้ดูก่อน

2302
01:07:08,179 --> 01:07:08,416

2303
01:07:09,006 --> 01:07:09,243

2304
01:07:10,027 --> 01:07:10,517

2305
01:07:10,867 --> 01:07:11,130

2306
01:07:10,990 --> 01:07:11,546

2307
01:07:11,891 --> 01:07:13,500
ได้ตารางหนังสือแล้ว

2308
01:07:13,629 --> 01:07:14,066

2309
01:07:14,589 --> 01:07:14,790

2310
01:07:15,289 --> 01:07:22,717
เหลือตารางสำนักพิมพ์กับตารางผู้แต่งลองทำอีก 2 อันที่เหลือให้รูปมันออกมาเป็นแบบนี้ต้องทำอย่างไร

2311
01:07:27,386 --> 01:07:27,596

2312
01:07:28,030 --> 01:07:28,710

2313
01:07:28,668 --> 01:07:31,231
ยกตัวอย่างให้ก่อนเดี๋ยวไม่เข้าใจ

2314
01:07:31,952 --> 01:07:32,230

2315
01:07:39,506 --> 01:07:39,992

2316
01:07:39,948 --> 01:07:40,189

2317
01:07:40,147 --> 01:07:40,399

2318
01:07:40,589 --> 01:07:45,622
เห็นไหมว่าอาจารย์กำหนดคีย์ด้วยก็คือเราขีดเส้นใต้รหัสนักศึกษา

2319
01:07:45,455 --> 01:07:45,955

2320
01:07:45,970 --> 01:07:46,197

2321
01:07:46,228 --> 01:07:47,374
ความสำคัญ

2322
01:07:47,448 --> 01:07:47,934

2323
01:07:48,346 --> 01:07:48,624

2324
01:07:48,539 --> 01:07:48,814

2325
01:07:48,668 --> 01:07:51,233
อีก 2 อันที่เหลืออันไหนต้องห้ามซ้ำกัน

2326
01:07:51,348 --> 01:07:57,514
แล้วทำไมในตารางหนังสืออาจารย์ถึงมีรหัสสำนักพิมพ์ด้วยทำไมต้องมี

2327
01:07:57,828 --> 01:07:58,086

2328
01:07:58,147 --> 01:07:59,785
ต้องมีเพราะว่า

2329
01:07:59,809 --> 01:08:00,084

2330
01:07:59,936 --> 01:08:04,100
เราจะได้รู้ว่าหนังสือเล่มนี้สำนักพิมพ์ไหนเอามาขาย

2331
01:08:04,937 --> 01:08:05,178

2332
01:08:06,731 --> 01:08:07,147

2333
01:08:07,309 --> 01:08:08,305
ใช่ไหม

2334
01:08:08,519 --> 01:08:08,750

2335
01:08:08,775 --> 01:08:09,397

2336
01:08:09,478 --> 01:08:12,996
อันนี้รหัสสำนักพิมพ์นี่คือพิธีนอก

2337
01:08:14,606 --> 01:08:15,024

2338
01:08:15,057 --> 01:08:15,317

2339
01:08:15,566 --> 01:08:16,255

2340
01:08:16,472 --> 01:08:24,998
จองไว้เชื่อมโยงไปดูว่าสำนักพิมพ์ชื่ออะไรอยู่ที่ไหนเบอร์โทรศัพท์อะไรไม่จำเป็นต้องเอาข้อมูลมาทั้งหมดเอามาแค่รหัสก็พอ

2341
01:08:24,785 --> 01:08:27,662
ในการเชื่อมโยงกัน 2 ตาราง

2342
01:08:27,805 --> 01:08:28,110

2343
01:08:28,576 --> 01:08:28,948

2344
01:08:29,088 --> 01:08:29,835
นะ

2345
01:08:29,788 --> 01:08:30,087

2346
01:08:30,110 --> 01:08:31,265
ลองว่าดูซิ

2347
01:08:31,264 --> 01:08:32,681
2 อันที่เหลือ

2348
01:08:32,608 --> 01:08:32,844

2349
01:08:32,794 --> 01:08:33,014

2350
01:08:32,985 --> 01:08:33,216

2351
01:08:33,188 --> 01:08:35,028
ไหนผู้แต่งต้องมีอะไร

2352
01:08:35,036 --> 01:08:35,318

2353
01:08:35,228 --> 01:08:38,155
สำนักพิมพ์ต้องมีอะไรลองวาดดูสิ

2354
01:08:38,568 --> 01:08:38,795

2355
01:08:39,591 --> 01:08:39,866

2356
01:08:39,786 --> 01:08:40,050

2357
01:08:44,785 --> 01:08:45,040

2358
01:08:45,169 --> 01:08:45,395

2359
01:08:45,299 --> 01:08:46,171

2360
01:08:46,186 --> 01:08:46,465

2361
01:08:46,504 --> 01:08:46,731

2362
01:08:47,538 --> 01:08:47,738

2363
01:08:48,371 --> 01:08:49,102

2364
01:08:49,519 --> 01:08:49,801

2365
01:08:58,358 --> 01:08:58,644

2366
01:09:01,566 --> 01:09:01,820

2367
01:09:10,405 --> 01:09:10,760

2368
01:09:14,375 --> 01:09:14,580

2369
01:09:14,503 --> 01:09:14,773

2370
01:09:21,169 --> 01:09:21,419

2371
01:09:21,354 --> 01:09:21,774

2372
01:09:23,024 --> 01:09:23,459

2373
01:09:23,664 --> 01:09:24,014

2374
01:09:24,367 --> 01:09:24,651

2375
01:09:24,757 --> 01:09:24,979

2376
01:09:25,015 --> 01:09:25,255

2377
01:09:26,163 --> 01:09:26,589

2378
01:09:33,346 --> 01:09:33,596

2379
01:09:39,295 --> 01:09:39,527

2380
01:09:41,417 --> 01:09:41,687

2381
01:09:43,075 --> 01:09:43,444

2382
01:09:43,394 --> 01:09:43,968

2383
01:09:44,163 --> 01:09:44,359

2384
01:09:48,642 --> 01:09:48,842

2385
01:09:55,182 --> 01:09:55,387

2386
01:10:01,074 --> 01:10:01,320

2387
01:10:04,462 --> 01:10:04,682

2388
01:10:05,176 --> 01:10:05,804

2389
01:10:06,462 --> 01:10:06,995

2390
01:10:10,426 --> 01:10:10,663

2391
01:10:11,193 --> 01:10:11,444

2392
01:10:12,605 --> 01:10:12,855

2393
01:10:19,204 --> 01:10:19,413

2394
01:10:19,652 --> 01:10:19,876

2395
01:10:28,872 --> 01:10:29,132

2396
01:10:30,671 --> 01:10:30,897

2397
01:10:30,933 --> 01:10:31,499

2398
01:10:41,882 --> 01:10:42,156

2399
01:10:43,805 --> 01:10:44,059

2400
01:11:22,882 --> 01:11:23,101

2401
01:11:24,034 --> 01:11:24,385

2402
01:11:26,270 --> 01:11:26,760

2403
01:11:26,913 --> 01:11:27,145

2404
01:11:29,542 --> 01:11:29,800

2405
01:11:31,592 --> 01:11:31,807

2406
01:11:38,261 --> 01:11:38,746

2407
01:11:38,901 --> 01:11:39,328

2408
01:11:39,541 --> 01:11:39,753

2409
01:11:39,731 --> 01:11:41,305
เห็นไหม

2410
01:11:41,335 --> 01:11:45,369
ผู้แต่งได้หรือยังเหมือนกันหรือเปล่าอันนี้ง่ายมากเลย

2411
01:11:47,293 --> 01:11:47,572

2412
01:11:47,483 --> 01:11:47,778

2413
01:11:47,672 --> 01:11:50,116
เพราะเอาข้อมูลที่อาจารย์ให้มาวาด

2414
01:11:50,045 --> 01:11:50,845
ใช่ไหม

2415
01:11:53,821 --> 01:11:54,233

2416
01:11:54,782 --> 01:11:55,272

2417
01:11:55,810 --> 01:11:56,496

2418
01:11:56,775 --> 01:11:58,287
สำนักพิมพ์

2419
01:12:00,031 --> 01:12:00,273

2420
01:12:00,289 --> 01:12:00,526

2421
01:12:00,420 --> 01:12:00,914

2422
01:12:00,872 --> 01:12:02,075
ก็เป็นแบบนี้

2423
01:12:02,222 --> 01:12:02,477

2424
01:12:02,474 --> 01:12:02,774

2425
01:12:02,924 --> 01:12:05,224
เพราะอาจารย์ให้ข้อมูลไปหมดแล้ว

2426
01:12:05,293 --> 01:12:05,532

2427
01:12:06,310 --> 01:12:06,619

2428
01:12:07,020 --> 01:12:07,284

2429
01:12:07,910 --> 01:12:08,270

2430
01:12:08,365 --> 01:12:08,860

2431
01:12:08,940 --> 01:12:09,330

2432
01:12:09,393 --> 01:12:09,611

2433
01:12:09,581 --> 01:12:10,740
orasis

2434
01:12:11,249 --> 01:12:12,264

2435
01:12:13,101 --> 01:12:15,142
ได้องค์ประกอบทุกอย่าง

2436
01:12:15,470 --> 01:12:15,717

2437
01:12:16,749 --> 01:12:16,998

2438
01:12:17,140 --> 01:12:18,735
รูปที่สมบูรณ์

2439
01:12:18,941 --> 01:12:20,771
มันเลยเป็นแบบนี้

2440
01:12:21,625 --> 01:12:24,495
ใช่ไหมจากข้อมูลที่อาจารย์ให้ทั้งหมด

2441
01:12:24,629 --> 01:12:26,258
พ่อมาวาดรูป

2442
01:12:27,459 --> 01:12:28,967
เหมือนกันเลย

2443
01:12:29,252 --> 01:12:29,485

2444
01:12:29,569 --> 01:12:29,852

2445
01:12:29,952 --> 01:12:34,553
แค่เอาข้อมูลที่ได้นะคะอยากตัวหนังสือเป็นยาวๆเฟี้ยวๆนิ

2446
01:12:34,382 --> 01:12:34,658

2447
01:12:34,572 --> 01:12:34,872

2448
01:12:35,209 --> 01:12:36,338
เราก็

2449
01:12:36,359 --> 01:12:37,882
เอามาวาดเป็นรูป

2450
01:12:38,545 --> 01:12:38,753

2451
01:12:38,730 --> 01:12:40,568
แล้วมันจะได้เช็คได้ว่า

2452
01:12:40,522 --> 01:12:40,731

2453
01:12:40,784 --> 01:12:43,264
เราขาดข้อมูลตรงไหนหรือเปล่า

2454
01:12:43,292 --> 01:12:44,030
นะคะ

2455
01:12:44,691 --> 01:12:50,611
ข้อมูลมันยังสามารถเติมตรงไหนได้อีกมันเป็นไปอย่างที่เราเข้าใจไหม

2456
01:12:51,032 --> 01:12:54,478
ในตัวของสมมุติว่าเขามาจ้างให้เราออกแบบ

2457
01:12:55,448 --> 01:12:55,644

2458
01:12:55,579 --> 01:12:58,906
ข้อมูลเข้าใจตรงกันหรือเปล่านะคะ

2459
01:12:59,808 --> 01:13:03,265
หรือเขาอยากให้เอาข้อมูลอะไรเข้ามาอีก

2460
01:13:04,670 --> 01:13:05,607
แต่ถ้า

2461
01:13:05,570 --> 01:13:08,830
เป็นการออกแบบฐานข้อมูลจริงๆ

2462
01:13:09,988 --> 01:13:10,246

2463
01:13:10,250 --> 01:13:11,517
ที่ใช้กันในชีวิต

2464
01:13:11,528 --> 01:13:14,366
จำวันถามว่าแค่นี้พอไหมไม่พอ

2465
01:13:16,078 --> 01:13:16,308

2466
01:13:16,209 --> 01:13:23,236
นะคะอันนี้เป็นแค่ตัวอย่างที่อยากให้คุณทำงานข้อมูลนี้จริงมันจะเป็นอย่างไรมันจะเป็นแบบนี้เลย

2467
01:13:25,241 --> 01:13:31,543
เห็นไหมคะว่าร้านหนังสือร้านนึงมันไม่ได้มีแค่เท่าเมื่อกี้นี้มันต้องเป็นแบบนี้

2468
01:13:33,443 --> 01:13:39,339
เมื่อกี้มันน้อยมากแต่ถ้าเราทำงานจริงๆข้อมูลมันจะเยอะขนาดนี้เลย

2469
01:13:40,621 --> 01:13:43,426
นะคะข้อมูลจะเยอะขนาดนี้เลย

2470
01:13:44,074 --> 01:13:44,490

2471
01:13:44,650 --> 01:13:46,560
เพราะฉะนั้นวันนี้มี

2472
01:13:46,952 --> 01:13:48,160
สิ่งที่

2473
01:13:48,111 --> 01:13:48,392

2474
01:13:48,429 --> 01:13:49,962
ให้นักศึกษาไปทำ

2475
01:13:49,971 --> 01:13:50,337

2476
01:13:50,291 --> 01:13:52,634
อาจารย์กำหนดข้อมูลไว้ให้แล้วด้วย

2477
01:13:53,808 --> 01:13:54,009

2478
01:13:53,941 --> 01:13:54,160

2479
01:13:54,188 --> 01:13:57,655
ให้วาดรูปเหมือนเมื่อกี้นี่ค่ะแต่

2480
01:13:57,590 --> 01:13:57,875

2481
01:13:58,869 --> 01:14:00,677
การขายคอมพิวเตอร์

2482
01:14:00,730 --> 01:14:01,003

2483
01:14:01,302 --> 01:14:01,568

2484
01:14:02,010 --> 01:14:02,309

2485
01:14:02,902 --> 01:14:03,654
นะคะ

2486
01:14:03,742 --> 01:14:04,295

2487
01:14:04,378 --> 01:14:05,845
โดยข้อกำหนดคือ

2488
01:14:06,181 --> 01:14:07,248
ลูกค้า

2489
01:14:07,259 --> 01:14:07,499

2490
01:14:07,583 --> 01:14:08,862
มีได้หลายคน

2491
01:14:09,119 --> 01:14:09,422

2492
01:14:09,441 --> 01:14:09,718

2493
01:14:09,760 --> 01:14:13,021
แล้วก็สามารถซื้อสินค้าได้หลายชิ้น

2494
01:14:14,820 --> 01:14:15,453
นะคะ

2495
01:14:15,661 --> 01:14:16,020

2496
01:14:16,100 --> 01:14:18,399
แล้วก็ 1 ใบเสร็จรับเงิน

2497
01:14:18,339 --> 01:14:18,722

2498
01:14:18,659 --> 01:14:19,287

2499
01:14:20,267 --> 01:14:25,835
มีสินค้าได้หลายชิ้นเหมือนกันมีชิ้นเดียวได้ไหมได้แต่มีมากกว่า 1 ชิ้นก็ได้เหมือนกัน

2500
01:14:25,708 --> 01:14:26,324
ราคา

2501
01:14:27,890 --> 01:14:28,190

2502
01:14:28,733 --> 01:14:29,993
ในแต่ละใบเสร็จ

2503
01:14:30,647 --> 01:14:30,869

2504
01:14:31,029 --> 01:14:31,261

2505
01:14:31,349 --> 01:14:36,524
จะต้องมีแคชเชียร์หรือพนักงานขายแค่คนเดียวเท่านั้นอันนี้คือเรื่องทั่วไปเลย

2506
01:14:36,991 --> 01:14:37,618
นะคะ

2507
01:14:38,659 --> 01:14:42,709
เหมือนเวลาเราไปซื้อของในห้างคนคิดเงินให้เราก็มีคนเดียวใช่ไหม

2508
01:14:47,177 --> 01:14:47,398

2509
01:14:47,942 --> 01:14:48,186

2510
01:14:48,387 --> 01:14:51,786
เราก็ต้องมีการแยกประเภทสินค้าด้วยนะคะ

2511
01:14:53,456 --> 01:14:53,758

2512
01:14:54,097 --> 01:15:00,235
เช่นเหมือนเวลาเราไปห้างมันก็จะแยกกันเครื่องครัวอยู่ที่นึงที่นอนอยู่ที่ 1 ใช่ไหม

2513
01:15:00,498 --> 01:15:03,060
ของกินอยู่ที่ 1 ใช่ไหม

2514
01:15:03,260 --> 01:15:03,505

2515
01:15:03,902 --> 01:15:06,057
คอมพิวเตอร์ก็เหมือนกันนะคะ

2516
01:15:07,218 --> 01:15:07,485

2517
01:15:07,347 --> 01:15:07,575

2518
01:15:07,606 --> 01:15:08,166

2519
01:15:08,437 --> 01:15:10,799
โดยที่อาจารย์กำหนดให้แล้ว

2520
01:15:11,779 --> 01:15:12,590
นะคะ

2521
01:15:12,612 --> 01:15:13,285
ว่า

2522
01:15:14,459 --> 01:15:14,681

2523
01:15:15,868 --> 01:15:19,598
มันควรจะมีตารางอะไรบ้างมี 5 ตาราง

2524
01:15:22,016 --> 01:15:23,368
55 ตารางวา

2525
01:15:23,557 --> 01:15:23,807

2526
01:15:24,071 --> 01:15:31,109
ก็จะมีตารางลูกค้าตารางพนักงานขายตารางรายละเอียดของสินค้า

2527
01:15:30,987 --> 01:15:32,893
ประเภทของสินค้า

2528
01:15:32,849 --> 01:15:33,986
ตารางใบเสร็จ

2529
01:15:35,348 --> 01:15:35,762

2530
01:15:35,989 --> 01:15:37,967
อันนี้อาจารย์กำหนดให้แล้ว

2531
01:15:37,977 --> 01:15:38,665
นะคะ

2532
01:15:38,996 --> 01:15:39,230

2533
01:15:39,825 --> 01:15:42,967
ว่าควรจะมีข้อมูลอะไรบ้างให้

2534
01:15:43,037 --> 01:15:43,307

2535
01:15:43,228 --> 01:15:44,918
เราไปวาดรูปมา

2536
01:15:45,220 --> 01:15:46,156
ทำเอง

2537
01:15:46,746 --> 01:15:47,495
ใช้หลัก

2538
01:15:47,456 --> 01:15:50,486
อาการเหมือนกับที่อาจารย์ยกตัวอย่างไปเมื่อกี้นี้

2539
01:15:51,236 --> 01:15:51,520

2540
01:15:52,646 --> 01:15:55,665
ลองวาดดูสิว่ารูปที่ได้จะเป็นอย่างไร

2541
01:15:56,037 --> 01:15:56,463

2542
01:15:57,259 --> 01:15:58,863
อันนี้เป็นการบ้าน

2543
01:16:00,340 --> 01:16:05,670
สำหรับวันนี้ไม่มีอะไรแค่นี้ก็ปวดหัวมากแล้วถ้าใครจะนั่งวาดรูปต่อก็ได้

2544
01:16:05,577 --> 01:16:05,805

2545
01:16:05,777 --> 01:16:06,023

2546
01:16:06,097 --> 01:16:07,173
แต่ต้องส่ง

2547
01:16:07,768 --> 01:16:09,091
นะคะต้องส่ง

2548
01:16:10,009 --> 01:16:10,254

2549
01:16:10,137 --> 01:16:11,333
วันนี้ก็

2550
01:16:11,736 --> 01:16:13,837
ประมาณนี้มาครบทุกคน

2551
01:16:13,908 --> 01:16:14,136

2552
01:16:14,100 --> 01:16:16,540
เดี๋ยวให้ไปปวดหัววาดรูปต่อ

2553
01:16:16,796 --> 01:16:17,362
นะ

2554
01:16:17,698 --> 01:16:20,889
ปกติวาดรูปไม่เคยปวดหัวเท่านี้มาก่อนเลย

2555
01:16:20,895 --> 01:16:21,130

2556
01:16:21,274 --> 01:16:22,510
วันนี้ลองดู

2557
01:16:22,619 --> 01:16:23,567
ที่แน่ๆ

2558
01:16:23,527 --> 01:16:26,640
มีกี่ตารางเมตรถ้าตารางธาตุม 4

2559
01:16:26,275 --> 01:16:26,658

2560
01:16:26,729 --> 01:16:29,748
ว่าในตารางมันควรมีข้อมูลอะไรบ้าง

2561
01:16:29,988 --> 01:16:30,829
จากที่

2562
01:16:30,815 --> 01:16:31,046

2563
01:16:31,015 --> 01:16:34,099
เมื่อกี้อาจารย์กำหนดให้ลองกำหนดดูซิ

2564
01:16:34,095 --> 01:16:36,150
มันต้องมีอะไรบ้างลอง

2565
01:16:36,400 --> 01:16:37,883
ใส่กระดาษวาดรูปนี่แหละ

2566
01:16:37,866 --> 01:16:44,920
บ้านมาทำความสัมพันธ์ให้ครบด้วยอันไหนเป็นค่าที่ห้ามซ้ำกันอย่าลืมขีดเส้นให้อาจารย์ด้วยนะคะ

2567
01:16:45,686 --> 01:16:46,117

2568
01:16:46,456 --> 01:16:52,438
วันนี้ก็ประมาณนี้ค่ะขอบคุณมากขอบคุณร่ำด้วยขอบคุณขอบความด้วยนะคะ

2569
01:16:55,097 --> 01:16:56,041

2570
01:16:56,134 --> 01:16:58,485
โอเคค่ะเจอกันสัปดาห์หน้าค่ะ

2571
01:16:59,339 --> 01:16:59,582

2572
01:17:01,896 --> 01:17:02,178

2573
01:17:02,655 --> 01:17:02,891

2574
01:17:02,914 --> 01:17:03,226

2575
01:17:04,585 --> 01:17:04,967

2576
01:17:05,490 --> 01:17:05,709

2577
01:17:05,810 --> 01:17:06,103

2578
01:17:07,656 --> 01:17:07,961

2579
01:17:08,751 --> 01:17:09,036

2580
01:17:12,149 --> 01:17:12,398

2581
01:17:13,369 --> 01:17:13,592

2582
01:17:13,748 --> 01:17:14,185

2583
01:17:14,198 --> 01:17:14,570

2584
01:17:15,801 --> 01:17:16,223


