﻿1
-00:00:04,048 --> -00:00:02,048


2
-00:00:02,024 --> -00:00:00,024


3
00:00:00,000 --> 00:00:00,444


4
00:00:00,865 --> 00:00:01,245


5
00:00:02,029 --> 00:00:02,500


6
00:00:04,331 --> 00:00:04,579


7
00:00:04,514 --> 00:00:05,387


8
00:00:05,734 --> 00:00:05,962


9
00:00:06,116 --> 00:00:06,378


10
00:00:06,566 --> 00:00:07,032


11
00:00:06,754 --> 00:00:07,210


12
00:00:08,494 --> 00:00:08,774


13
00:00:08,684 --> 00:00:08,987


14
00:00:08,945 --> 00:00:09,185


15
00:00:09,384 --> 00:00:09,641


16
00:00:09,584 --> 00:00:10,063


17
00:00:09,834 --> 00:00:10,076


18
00:00:10,156 --> 00:00:10,424


19
00:00:10,284 --> 00:00:10,888


20
00:00:11,376 --> 00:00:11,601


21
00:00:11,626 --> 00:00:12,082


22
00:00:11,885 --> 00:00:13,402


23
00:00:13,544 --> 00:00:14,033


24
00:00:14,126 --> 00:00:14,378


25
00:00:14,313 --> 00:00:14,539


26
00:00:14,445 --> 00:00:14,944


27
00:00:14,770 --> 00:00:15,190


28
00:00:15,856 --> 00:00:16,413


29
00:00:16,754 --> 00:00:17,266


30
00:00:17,265 --> 00:00:17,777


31
00:00:17,713 --> 00:00:17,915


32
00:00:17,975 --> 00:00:18,226


33
00:00:21,874 --> 00:00:22,142


34
00:00:22,906 --> 00:00:23,168


35
00:00:23,665 --> 00:00:23,963


36
00:00:23,926 --> 00:00:24,421


37
00:00:24,434 --> 00:00:34,434


38
00:01:46,952 --> 00:01:47,572


39
00:01:48,303 --> 00:01:49,240


40
00:01:49,715 --> 00:01:50,400


41
00:01:50,415 --> 00:01:51,353
ประมาณนี้

42
00:01:51,373 --> 00:01:52,183
นะคะ

43
00:01:52,202 --> 00:01:52,498


44
00:01:52,466 --> 00:01:54,243
วันนี้จะเป็นบทที่ 5

45
00:01:54,191 --> 00:01:54,888
เกี่ยวกับ

46
00:01:55,673 --> 00:01:56,749
กระบวนการ

47
00:01:56,953 --> 00:01:58,099
การปรับบรรทัดฐาน

48
00:01:58,298 --> 00:01:58,802


49
00:01:58,554 --> 00:02:00,907
ขาภาษาอังกฤษก็จะเป็นนกอะไร Season

50
00:02:00,854 --> 00:02:01,138


51
00:02:04,124 --> 00:02:04,935


52
00:02:05,793 --> 00:02:09,426
มันก็จะมีความหมายแล้วก็จุดประสงค์ของการทำ

53
00:02:09,433 --> 00:02:13,392
การปรับมาตรฐานนะคะแล้วก็จะเกี่ยวกับ

54
00:02:13,472 --> 00:02:13,748


55
00:02:13,674 --> 00:02:17,841
ฟังก์ชั่นการขึ้นต่อการและกระบวนการในการทำนมคาร์เนชั่นด้วย

56
00:02:18,022 --> 00:02:18,709
นะคะ

57
00:02:18,735 --> 00:02:20,145
มี 3 ข้อวันนี้

58
00:02:23,084 --> 00:02:23,498


59
00:02:23,723 --> 00:02:23,981


60
00:02:23,911 --> 00:02:29,761
โดยการประปาฐานนะคะหรือว่านอนเมื่อไหร่แฟชั่นเนี่ยมันจะเป็นทฤษฎีที่

61
00:02:29,752 --> 00:02:33,727
คนที่จะต้องออกแบบฐานข้อมูลเขาจะต้องมาแปลงข้อมูล

62
00:02:33,710 --> 00:02:36,047
ข้อมูลอาจจะเป็นข้อมูลที่ซับซ้อน

63
00:02:36,048 --> 00:02:38,278
นะคะให้มันง่าย

64
00:02:39,102 --> 00:02:40,236
เข้าใจก็ง่าย

65
00:02:40,191 --> 00:02:47,082
ใช้งานก็ง่ายแล้วก็ต้องเป็นระบบที่หลังจากออกแบบแล้วนำไปใช้งานจริงต้องเกิดปัญหาน้อยที่สุด

66
00:02:47,173 --> 00:02:47,863


67
00:02:50,055 --> 00:02:55,368
โดยกระบวนการทำงานนะคะในการปรับบรรทัดฐานเนี่ยมันจะมี 3 ระดับ

68
00:02:55,241 --> 00:02:55,524


69
00:02:55,502 --> 00:02:58,203
จริงๆเราก็จะเรียกสั้นๆว่า

70
00:02:58,121 --> 00:03:00,305
ระดับแรกนึกว่า 1nf

71
00:03:00,502 --> 00:03:00,919


72
00:03:00,881 --> 00:03:01,446


73
00:03:01,654 --> 00:03:01,896


74
00:03:02,481 --> 00:03:04,192
2nf 3nf

75
00:03:04,342 --> 00:03:04,962


76
00:03:05,491 --> 00:03:05,715


77
00:03:05,876 --> 00:03:07,588
ในระดับปริญญาตรีเนี่ย

78
00:03:07,671 --> 00:03:07,903


79
00:03:08,198 --> 00:03:09,880
ถึง 3ms ได้

80
00:03:09,791 --> 00:03:11,300
ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว

81
00:03:11,324 --> 00:03:12,046
นะคะ

82
00:03:12,542 --> 00:03:12,769


83
00:03:12,794 --> 00:03:16,754
ถ้าเป็นระดับที่สูงขึ้นไปอีกก็จะถึงได้ถึง 5 nf เลย

84
00:03:16,711 --> 00:03:17,644
นะคะ

85
00:03:21,121 --> 00:03:22,449


86
00:03:23,360 --> 00:03:24,325
อันนี้เป็น

87
00:03:24,391 --> 00:03:33,687
แผนภาพกระบวนการทำงานนะคะก่อนที่เราจะมาทำกระบวนการปรับบรรทัดฐานได้เนี่ยมันก็ต้องวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งานก่อนว่าเขาต้อง

88
00:03:33,491 --> 00:03:34,301
การระบุ

89
00:03:34,320 --> 00:03:37,582
การฐานข้อมูลแบบไหนมีความต้องการใช้

90
00:03:37,711 --> 00:03:40,677
ตารางกี่ตารางในฐานข้อมูลนะคะ

91
00:03:40,602 --> 00:03:41,620
หลังจากนั้น

92
00:03:41,561 --> 00:03:42,720
วาดรูป

93
00:03:42,710 --> 00:03:44,148
แผนที่โรงเรียนอาทิตย์ที่แล้ว

94
00:03:44,311 --> 00:03:47,839
นะคะว่าเป็นแผนภาพเพื่อให้เข้าใจว่า

95
00:03:47,830 --> 00:03:52,105
สิ่งที่เรากำลังจะออกแบบหรือสิ่งที่เรากำลังจะทำฐานข้อมูล

96
00:03:52,262 --> 00:03:55,777
มันตรงตามความต้องการหรือเปล่านะคะ

97
00:03:56,422 --> 00:04:01,389
แต่รูปแบบของรูปที่เราวันอาทิตย์ที่แล้วเนี่ยมันจะยังเป็นรูปแบบที่

98
00:04:01,349 --> 00:04:05,008
ยังไม่เป็นบรรทัดฐานหรือว่ายังไม่มีการจัดระเบียบความคิด

99
00:04:05,010 --> 00:04:05,710


100
00:04:06,030 --> 00:04:10,413
ข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกันออกไปหรืออาจจะมีคีย์หลักที่มัน

101
00:04:10,900 --> 00:04:15,730
ขอนแก่นนะคะเราก็เลยจะต้องเอาข้อมูลจากที่เราว่าอาทิตย์ที่แล้วเนี่ย

102
00:04:15,641 --> 00:04:16,338


103
00:04:16,352 --> 00:04:18,846
เข้าสู่กระบวนการปรับพื้นฐานก่อน

104
00:04:18,780 --> 00:04:20,497
ซึ่งอย่างที่บอก

105
00:04:20,443 --> 00:04:22,748
เราทำแค่ถึง 3S เนี่ยก็

106
00:04:22,629 --> 00:04:23,831
เก่งมากแล้ว

107
00:04:23,839 --> 00:04:24,977


108
00:04:25,439 --> 00:04:27,191
อย่างน้อย 2-3 นะคะ

109
00:04:27,110 --> 00:04:33,234
ไอ้บอยคอร์ดกับสีเนี่ยไม่ทำก็ก็ก็รักไว้ได้นะคะแต่อย่างน้อยต้องถึง

110
00:04:32,879 --> 00:04:34,397


111
00:04:35,075 --> 00:04:35,561


112
00:04:37,031 --> 00:04:37,338


113
00:04:38,900 --> 00:04:41,812
วัตถุประสงค์ของการปรับฐานนะคะ

114
00:04:41,730 --> 00:04:47,842
แน่นอนลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลก็คือถ้าข้อมูลมันซ้ำกันเนี่ยเราก็ต้องตัดออกไป

115
00:04:47,671 --> 00:04:54,099
โครงสร้างเป็นสิ่งสำคัญมากเท่าไหร่เนื้อหาแล้วก็พื้นที่ในการเก็บข้อมูลอย่างมันก็จะเยอะ

116
00:04:54,151 --> 00:04:54,605


117
00:04:54,340 --> 00:04:55,148


118
00:04:55,299 --> 00:04:56,775
ก็ทำให้สิ้นเปลือง

119
00:04:56,709 --> 00:04:57,986
ประมาณเหมือนกัน

120
00:04:58,110 --> 00:05:01,797
รวมถึงลดปัญหาความไม่ถูกต้องของข้อมูล

121
00:05:01,830 --> 00:05:06,673
ข้อมูลเนี่ยนอกจากที่จะไม่เกิดความสอดคล้องกันแล้วเนี่ย

122
00:05:07,078 --> 00:05:09,273
วันจันทร์อาจจะเกิดจากสาเหตุคือ

123
00:05:09,192 --> 00:05:12,777
ถ้าเหมือนที่ตัดกระจกทุกอย่างก็คือถ้าเราเก็บข้อมูลหลายๆที่

124
00:05:12,658 --> 00:05:12,929


125
00:05:12,980 --> 00:05:14,828
นักศึกษา

126
00:05:14,768 --> 00:05:20,687
เก็บข้อมูลที่คณะด้วยเก็บที่มหาลัยด้วยเก็บที่สาขาด้วยเนี่ยบางทีถ้าวันนึง

127
00:05:20,543 --> 00:05:22,509
คุณอาจจะเปลี่ยนแปลงเบอร์โทรศัพท์

128
00:05:22,517 --> 00:05:23,397
ที่บ้าน

129
00:05:24,059 --> 00:05:26,221
ก็ต้องไปตามเปลี่ยนทุกที่เลย

130
00:05:26,229 --> 00:05:26,927
นะคะ

131
00:05:27,841 --> 00:05:34,023
ซึ่งเสียเวลาแล้วคราวนี้ก็จะเป็นที่เถียงกันว่าสรุปแล้วเบอร์ไหนถูกเบอร์ไหนผิด

132
00:05:34,109 --> 00:05:40,710
โดยวัตถุประสงค์ของการปรับบรรทัดฐานก็คือข้อมูลจะถูกเก็บอยู่อย่างเดียว

133
00:05:40,840 --> 00:05:42,215
ราคาเก็บไว้ที่เดียว

134
00:05:42,120 --> 00:05:47,119
แต่สามารถเรียกใช้และใช้งานได้หลายๆที่พร้อมกันได้

135
00:05:47,060 --> 00:05:47,618


136
00:05:47,568 --> 00:05:47,983


137
00:05:48,398 --> 00:05:52,101
แต่ถ้ามันมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือมีการลบหรือการเพิ่มข้อมูล

138
00:05:51,990 --> 00:05:52,242


139
00:05:52,249 --> 00:05:54,431
เพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันที่สุด

140
00:05:54,491 --> 00:05:56,330
เราจะเก็บข้อมูลไว้ที่เดียว

141
00:05:56,279 --> 00:05:57,617
แก้ไขก็ที่เดียว

142
00:05:57,950 --> 00:06:01,269
เพราะฉะนั้นข้อมูลก็จะเป็นข้อมูลที่ถูกต้องแล้วก็

143
00:06:01,278 --> 00:06:02,544
ปัจจุบันด้วย

144
00:06:03,473 --> 00:06:03,738


145
00:06:04,798 --> 00:06:06,314
แล้วก็

146
00:06:06,850 --> 00:06:12,428
อย่างที่ใช้ในการเก็บข้อมูลที่เดียวเนี่ยมันก็จะลดความผิดพลาดที่เกิดจากการ

147
00:06:12,298 --> 00:06:15,515
เปลี่ยนแปลงข้อมูลปรับปรุงข้อมูลนะคะเหมือนที่บอกว่าคือ

148
00:06:15,498 --> 00:06:15,720


149
00:06:15,687 --> 00:06:22,510
ถ้าเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์หรือเปลี่ยนบ้านเลขที่นะคะก็เปลี่ยนแปลงที่เดียวเราสามารถเรียกใช้ข้อมูลได้

150
00:06:22,609 --> 00:06:25,586
พร้อมกันถ้าต้องการข้อมูลนะคะ

151
00:06:26,838 --> 00:06:27,199


152
00:06:29,981 --> 00:06:35,067
ความซ้ำซ้อนกันของข้อมูลมันอาจจะเกิดความผิดพลาดของการปรับปรุงข้อมูลนะคะ

153
00:06:35,303 --> 00:06:38,579
แนวคิดที่สำคัญของการออกแบบฐานข้อมูล

154
00:06:38,502 --> 00:06:39,243


155
00:06:39,268 --> 00:06:41,956
การออกแบบข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกันน้อยที่สุด

156
00:06:42,086 --> 00:06:46,572
เพื่อประหยัดเนื้อที่ในการเก็บข้อมูลแล้วก็ลดปัญหาที่จะเกิดขึ้น

157
00:06:46,566 --> 00:06:50,052
ถ้าสมมุติว่าข้อมูลมันซ้ำซ้อนกันมากเกินไปหรือ

158
00:06:49,967 --> 00:06:51,690
ปริมาณข้อมูลมันเยอะเกินไป

159
00:06:51,761 --> 00:06:52,379


160
00:06:52,978 --> 00:06:53,229


161
00:06:54,257 --> 00:06:54,781


162
00:06:54,386 --> 00:06:54,728


163
00:06:55,918 --> 00:07:01,255
อย่างเช่นตัวอย่างนะคะตารางด้านบนตารางสีเทาข้างบน

164
00:07:01,236 --> 00:07:03,461
จะเป็นตัวอย่างการออกแบบ

165
00:07:03,606 --> 00:07:13,046
ฐานข้อมูลที่ดีเดี๋ยวจะมาให้ดูว่าทำไมมันถึงดีกว่าในตารางข้างบนเนี่ยมันจะมีตารางของพนักงานแล้วก็ต่างสาขา

166
00:07:13,029 --> 00:07:15,451
จะเห็นได้ว่า

167
00:07:15,468 --> 00:07:16,009


168
00:07:15,981 --> 00:07:16,727
ตาราง

169
00:07:16,678 --> 00:07:17,502
พนักงาน

170
00:07:17,506 --> 00:07:21,147
จะมีส่วนหนึ่งที่เป็นข้อมูลของรหัสสาขา

171
00:07:21,097 --> 00:07:22,122
ก้อยไม่อยู่

172
00:07:21,936 --> 00:07:22,159


173
00:07:22,447 --> 00:07:24,609
ถามว่าทำไมไม่เอา

174
00:07:24,628 --> 00:07:27,775
ข้อมูลสาขามาไว้ในตารางพนักงานทีเดียวเลยล่ะ

175
00:07:28,267 --> 00:07:29,411
ทำไมต้องแยกออก

176
00:07:30,455 --> 00:07:31,207


177
00:07:31,229 --> 00:07:31,529


178
00:07:31,548 --> 00:07:32,999
ถ้า

179
00:07:33,080 --> 00:07:34,915
ศึกษาดูคนแรกนะคะ

180
00:07:34,936 --> 00:07:38,557
พนักงานคนแรกรหัสสาขา b005

181
00:07:41,149 --> 00:07:43,252
ก็คือสาขา

182
00:07:43,266 --> 00:07:44,137
เชียงใหม่

183
00:07:45,506 --> 00:07:45,713


184
00:07:45,755 --> 00:07:46,027


185
00:07:45,886 --> 00:07:46,171


186
00:07:46,348 --> 00:07:46,786


187
00:07:47,178 --> 00:07:50,303
ถ้าสมมุติว่าพนักงานคนที่ 1 ลาออก

188
00:07:50,311 --> 00:07:51,055


189
00:07:51,149 --> 00:07:52,721


190
00:07:53,065 --> 00:07:55,861
ก็จะมีการลบข้อมูลเกิดขึ้นใช่ไหมคะ

191
00:07:55,756 --> 00:07:55,985


192
00:07:57,107 --> 00:07:59,470
มีการลบข้อมูล

193
00:07:59,786 --> 00:08:01,326
บุคคลนี้หรอ

194
00:08:01,518 --> 00:08:04,476
ขีดฆ่าทิ้ง

195
00:08:04,667 --> 00:08:06,077
ฆ่าทิ้ง

196
00:08:06,326 --> 00:08:08,550
สิ่งไหนที่หายไปบ้าง

197
00:08:09,206 --> 00:08:11,795
แน่นอนสาขาเชียงใหม่จะหายไปด้วย

198
00:08:12,736 --> 00:08:14,682
ถ้าสมมุติเราอยู่ด้วยกัน

199
00:08:14,585 --> 00:08:18,346
แต่ถ้าสมมุติพนักงานคนนี้ลาออกสาขาเชียงใหม่ยังอยู่ไหม

200
00:08:18,236 --> 00:08:19,455
ยังอยู่

201
00:08:19,586 --> 00:08:20,462
นะคะ

202
00:08:20,805 --> 00:08:22,712
ซึ่งแตกต่างจากด้านล่าง

203
00:08:22,786 --> 00:08:24,123
ด้านล่าง

204
00:08:24,135 --> 00:08:26,291
เห็นไหมคำว่า

205
00:08:26,376 --> 00:08:29,082
ถ้าสมมุติว่าจะลบทิ้งหมดเลย

206
00:08:29,065 --> 00:08:30,089


207
00:08:30,026 --> 00:08:30,501


208
00:08:30,925 --> 00:08:32,128
กากบาททิ้ง

209
00:08:34,508 --> 00:08:36,560
สาขาเชียงใหม่หายไปด้วย

210
00:08:36,567 --> 00:08:38,344
แบบที่ไม่ดี

211
00:08:39,446 --> 00:08:41,214
เหมือน

212
00:08:41,177 --> 00:08:42,328
คนข้างล่าง

213
00:08:42,775 --> 00:08:43,597
ออก

214
00:08:43,618 --> 00:08:43,884


215
00:08:44,385 --> 00:08:45,896
สาขาพิษณุโลก

216
00:08:45,917 --> 00:08:47,316
ก็หายไปด้วย

217
00:08:48,418 --> 00:08:48,687


218
00:08:48,794 --> 00:08:51,090
แต่ถ้าเป็นตารางด้านบน

219
00:08:51,168 --> 00:08:51,852


220
00:08:51,821 --> 00:08:53,090
ถ้าคนนี้ลาออก

221
00:08:53,608 --> 00:08:54,954
สาขายังอยู่ไหม

222
00:08:54,952 --> 00:08:55,956
ยังอยู่เหมือนเดิม

223
00:08:55,974 --> 00:08:56,652


224
00:08:58,667 --> 00:09:05,410
อันนี้คือการออกแบบฐานข้อมูลที่ดีถ้าข้อมูลตัวไหนที่มันมีผลกระทบต่อการเราจะต้องแยกตารางออก

225
00:09:05,517 --> 00:09:06,198


226
00:09:09,176 --> 00:09:11,443


227
00:09:11,546 --> 00:09:14,019
ตัวอย่าง

228
00:09:14,036 --> 00:09:16,576
นะคะถ้าการออกแบบที่ดีเนี่ยเราจะลด

229
00:09:16,476 --> 00:09:18,605
ปัญหาความซ้ำซ้อนของข้อมูล

230
00:09:18,587 --> 00:09:19,286
ได้

231
00:09:19,296 --> 00:09:19,976


232
00:09:20,467 --> 00:09:24,810
เช่นตัวนี้อันนี้เป็นตารางที่ออกแบบที่ไม่ดีนะคะ

233
00:09:24,868 --> 00:09:25,152


234
00:09:25,386 --> 00:09:27,125
เห็นไหมคะว่ามันจะมี

235
00:09:27,235 --> 00:09:28,433
รหัสสาขา

236
00:09:28,455 --> 00:09:29,967
แล้วก็ที่อยู่

237
00:09:30,385 --> 00:09:32,214
อยู่ในตารางเดียวกัน

238
00:09:33,455 --> 00:09:35,864
ถ้าสมมุติว่าอาจารย์เพิ่ม

239
00:09:36,075 --> 00:09:37,862
เข้ามาใหม่อีก 1 คน

240
00:09:37,805 --> 00:09:38,815
นะคะ

241
00:09:38,766 --> 00:09:40,750
n e m

242
00:09:41,015 --> 00:09:41,590


243
00:09:41,586 --> 00:09:42,084


244
00:09:42,104 --> 00:09:42,347


245
00:09:42,617 --> 00:09:43,223


246
00:09:43,187 --> 00:09:43,645


247
00:09:43,637 --> 00:09:43,919


248
00:09:44,025 --> 00:09:46,306
ถ้าต้องการเพิ่มพนักงานสาขา

249
00:09:47,028 --> 00:09:49,889
เชียงใหม่ก็ต้องมากรอกข้อมูลตรงนี้อีก

250
00:09:49,725 --> 00:09:50,002


251
00:09:50,054 --> 00:09:52,776
เชียงใหม่ณโรงเรียนระโนด

252
00:09:52,864 --> 00:09:54,694
แต่ถ้า

253
00:09:54,716 --> 00:09:56,635
การออกแบบฐานข้อมูลที่ดีเนี่ย

254
00:09:56,573 --> 00:09:58,626
เราแค่ใส่รหัสสาขา

255
00:09:59,264 --> 00:09:59,901


256
00:10:01,293 --> 00:10:03,942
ไม่จำเป็นจะต้องพิมพ์ที่อยู่ทุกครั้งก็ได้

257
00:10:03,944 --> 00:10:04,180


258
00:10:04,266 --> 00:10:05,011


259
00:10:05,807 --> 00:10:06,042


260
00:10:06,258 --> 00:10:06,483


261
00:10:07,915 --> 00:10:08,146


262
00:10:08,364 --> 00:10:08,614


263
00:10:08,494 --> 00:10:11,110
เหมือนเวลาคุณไปธนาคารใช่ไหมคะ

264
00:10:11,054 --> 00:10:11,345


265
00:10:11,306 --> 00:10:13,094
คุณก็แค่ยื่นบัตรประชาชน

266
00:10:13,294 --> 00:10:16,713
พนักงานธนาคารก็จะกรอกเลขบัตรประชาชนคุณนงไป

267
00:10:16,699 --> 00:10:16,960


268
00:10:17,144 --> 00:10:17,755


269
00:10:17,843 --> 00:10:23,557
หรืออาจจะเอาชิปการ์ดของคุณเนี่ยเสียบเข้าไปในเครื่องถามว่าตอนนี้เราได้กรอกข้อมูลไหม

270
00:10:23,543 --> 00:10:24,473


271
00:10:24,315 --> 00:10:31,611
ขอแค่มีเลขบัตรประชาชนข้อมูลทุกอย่างที่คุณมีเขาจะดึงออกมาจากระบบให้เลยเราไม่ต้องมาเสียเวลาก่อน

272
00:10:32,135 --> 00:10:32,747


273
00:10:35,333 --> 00:10:35,564


274
00:10:36,164 --> 00:10:46,164
เหมือนเมื่อก่อนเนี่ยต้องเขียนใส่กระดาษและเลขบัตรประชาชนด้านรายชื่ออะไรนามสกุลอะไรที่อยู่ที่ไหนเบอร์โทรศัพท์อะไรเดี๋ยวนี้ไม่ต้องเลยขอแค่มีเลขบัตรประชาชนข้อมูลทุกอย่างเราสามารถดึงขึ้นมาได้อยู่แล้ว

275
00:10:47,384 --> 00:10:47,999


276
00:10:47,957 --> 00:10:48,218


277
00:10:49,494 --> 00:10:51,160
อันนี้ก็เช่นเดียวกัน

278
00:10:51,342 --> 00:10:55,006
ถ้าการออกแบบไม่ดีแต่เราต้องกรอกข้อมูลถูกต้องทุกช่องเลยเนี่ย

279
00:10:55,133 --> 00:10:56,383
มันทำให้

280
00:10:56,283 --> 00:10:58,319
อาจจะคนเดียวไม่เดือดร้อนค่ะ

281
00:10:58,463 --> 00:10:58,720


282
00:10:59,105 --> 00:11:02,811
ถ้าเป็นพนักงานใหม่เป็นเหมือนโรงงานน่ะค่ะที่รักพันคน

283
00:11:04,615 --> 00:11:05,721
นั่งกรอก

284
00:11:06,212 --> 00:11:09,464
เชียงใหม่เป็นพันครั้งเนี่ยเสียเวลามากๆ

285
00:11:09,606 --> 00:11:13,910
อันนี้คือการออกแบบที่ไม่ดี

286
00:11:13,963 --> 00:11:14,841
นะคะ

287
00:11:16,524 --> 00:11:16,788


288
00:11:16,655 --> 00:11:22,956
กลับอีกอย่างนึงถ้าสมมุติว่าเมื่อกี้อาจารย์เพิ่มพนักงานแล้ว

289
00:11:22,863 --> 00:11:23,374


290
00:11:23,313 --> 00:11:25,575
ถ้ามันอยากเพิ่มแค่สาขา

291
00:11:27,282 --> 00:11:30,672
อย่าเพิ่งแค่สาขาซึ่งในตารางนี้

292
00:11:30,624 --> 00:11:31,536
กีฬา

293
00:11:31,382 --> 00:11:31,608


294
00:11:31,704 --> 00:11:34,622
จำได้ไหมคะที่รักจะเป็นคีย์ที่ขีดเส้นใต้

295
00:11:36,833 --> 00:11:37,588


296
00:11:37,793 --> 00:11:41,378
ซึ่งอาจารย์อยากเพิ่มสาขาสมุทรปราการจะเพิ่มบี

297
00:11:41,447 --> 00:11:41,677


298
00:11:41,891 --> 00:11:43,734
100

299
00:11:43,744 --> 00:11:44,955
สกลนคร

300
00:11:45,355 --> 00:11:46,500
ละครนะคะ

301
00:11:46,442 --> 00:11:50,801
ถามว่าเพิ่มได้ไหมอาจจะเป็นการตั้งสาขาแต่ยังไม่มีพนักงานหรอก

302
00:11:50,867 --> 00:11:51,480


303
00:11:51,504 --> 00:11:51,765


304
00:11:52,665 --> 00:11:54,582
ถ้าจากตารางนี้

305
00:11:54,512 --> 00:11:58,225
เราจะเพิ่มเฉพาะชื่อสาขาไม่ได้

306
00:11:58,993 --> 00:12:00,011


307
00:12:00,083 --> 00:12:03,404
เรายังไม่มีรหัสพนักงานเพราะรหัสพนักงานเป็นคีย์หลัก

308
00:12:03,801 --> 00:12:05,460
ครีม

309
00:12:05,462 --> 00:12:08,572
คือคุณสมบัติมันคือเป็นค่าว่างไม่ได้

310
00:12:09,580 --> 00:12:10,187


311
00:12:10,142 --> 00:12:10,388


312
00:12:11,302 --> 00:12:13,877
ก็ทำให้เราเพิ่มสาขาไม่ได้

313
00:12:14,180 --> 00:12:15,658
ไม่มีพนักงาน

314
00:12:15,580 --> 00:12:17,109
อันนี้ก็เป็น

315
00:12:17,065 --> 00:12:20,693
ข้อผิดพลาดในการเพิ่มข้อมูลถ้าเราออกแบบ

316
00:12:21,101 --> 00:12:23,454
ตารางแบบนี้นะคะ

317
00:12:25,462 --> 00:12:25,882


318
00:12:25,901 --> 00:12:27,051
ก็คือกัน

319
00:12:27,122 --> 00:12:29,756
ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการออกแบบตารางที่ดี

320
00:12:30,832 --> 00:12:31,058


321
00:12:32,502 --> 00:12:32,919


322
00:12:33,533 --> 00:12:35,482
กลับ

323
00:12:35,511 --> 00:12:38,964
หาโตมาเป็นปัญหาการลบข้อมูลที่อาจารย์บอก

324
00:12:38,900 --> 00:12:42,037
ถ้าพนักงานคนนี้

325
00:12:41,981 --> 00:12:43,374
ออก

326
00:12:43,781 --> 00:12:45,497
สาขาเชียงใหม่หายไปด้วย

327
00:12:47,236 --> 00:12:48,106


328
00:12:48,901 --> 00:12:50,233
ลบไป

329
00:12:50,516 --> 00:12:52,632
กรณีความผิดพลาดจากการเปลี่ยนแปลง

330
00:12:52,551 --> 00:12:52,819


331
00:12:52,683 --> 00:12:56,291
เหมือน b03 b03 นะคะ

332
00:12:56,396 --> 00:12:58,322
เป็นกรุงเทพฯใช่ไหมคะ

333
00:12:58,772 --> 00:12:58,984


334
00:12:59,093 --> 00:13:01,605
แล้วคราวนี้ข้อมูลมันอยู่ในตารางเดียวกัน

335
00:13:01,712 --> 00:13:07,014
ถ้านักศึกษาจะแก้สมมุติว่าเราย้ายจากกรุงเทพฯไปอยู่นนทบุรี

336
00:13:09,593 --> 00:13:12,142
สมมุติมีพนักงาน 300 คน

337
00:13:13,114 --> 00:13:15,531
คุณต้องแก้กรุงเทพฯ 30 ครั้ง

338
00:13:15,551 --> 00:13:15,831


339
00:13:17,863 --> 00:13:19,376
นนทบุรี

340
00:13:19,331 --> 00:13:19,545


341
00:13:19,581 --> 00:13:21,036


342
00:13:20,993 --> 00:13:21,191


343
00:13:21,311 --> 00:13:25,798
พนักงานมีคนส่งคนไม่ใช่ปัญหาค่ะแต่ถ้าคุณเป็นโรงงานขนาดใหญ่

344
00:13:26,762 --> 00:13:30,102
นั่งแก้ทีละ 30 คนไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ๆ

345
00:13:30,020 --> 00:13:30,720


346
00:13:34,189 --> 00:13:38,102
มันก็เป็นปัญหานะคะเพราะฉะนั้น

347
00:13:38,030 --> 00:13:44,045
เราควรแยกตารางพนักงานกับตารางสาขาออกจากกันนะคะมีเป็นเหตุผล

348
00:13:43,931 --> 00:13:44,549
นี่คือ

349
00:13:44,499 --> 00:13:48,783
ขนาดข้อมูลขนาดเล็กนะคะแล้วยังเห็นปัญหาขนาดนี้ถ้าสมมุติว่า

350
00:13:48,671 --> 00:13:58,035
องค์กรขนาดใหญ่เป็นบริษัทเป็นโรงงานระดับโรงเรียนมีนักเรียนเป็น 2 302 3000 คนก็ได้นะคะ

351
00:13:57,962 --> 00:14:01,511
มีปัญหาเยอะมากถ้าสมมุติว่าเราจัดการตารางไม่ดี

352
00:14:01,419 --> 00:14:02,037


353
00:14:05,070 --> 00:14:05,484


354
00:14:05,519 --> 00:14:05,739


355
00:14:05,649 --> 00:14:05,918


356
00:14:06,032 --> 00:14:13,077
จากปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อกี้นะคะอย่างที่บอกค่ะเราจะแก้ปัญหาโดยการแยกตารางเป็น 2 ตารางแบบนี้นะคะ

357
00:14:13,024 --> 00:14:13,282


358
00:14:14,170 --> 00:14:15,689


359
00:14:15,640 --> 00:14:15,913


360
00:14:16,282 --> 00:14:20,213
ฟังก์ชั่นการขึ้นต่อกันนะคะอันนี้เดี๋ยว

361
00:14:20,382 --> 00:14:20,610


362
00:14:21,019 --> 00:14:26,305
เป็นเกี่ยวกับตารางนึ่งนะคะมีผลดีต่อราง 1 เราจะเรียกว่าเป็นฟังก์ชันการขึ้นต่อกัน

363
00:14:27,940 --> 00:14:29,729
เดี๋ยวดูตัวอย่างเลยละกัน

364
00:14:29,669 --> 00:14:30,367


365
00:14:30,700 --> 00:14:31,058


366
00:14:31,211 --> 00:14:34,035
อย่างเช่นทางนี้นะคะ

367
00:14:34,281 --> 00:14:36,969
ดูจากรหัสพนักงานนะคะ

368
00:14:37,550 --> 00:14:39,780
เขียนได้ว่ารหัสพนักงาน

369
00:14:41,390 --> 00:14:43,170
จะส่งผลกับชื่อ

370
00:14:43,182 --> 00:14:44,131
ตำแหน่ง

371
00:14:45,881 --> 00:14:46,160


372
00:14:46,139 --> 00:14:49,298
สัญลักษณ์ของการขึ้นต่อกันนะคะอันไหนเป็นตัวหลัก

373
00:14:49,340 --> 00:14:52,798
ชี้ไปที่ตัวรองราคาตามหัวลูกศรเลย

374
00:14:54,019 --> 00:14:58,842
ดูทิศทางตามหัวลูกศรนะคะอันไหนเป็นตัวหลักอันไหนเป็นตัวรอง

375
00:14:58,689 --> 00:14:59,570
นะคะ

376
00:15:03,238 --> 00:15:04,363
เช่น

377
00:15:04,900 --> 00:15:10,522
ตัวนี้ถามว่าตำแหน่งบัญชีที่รหัสพนักงานได้ไหมนะคะถามว่า

378
00:15:10,479 --> 00:15:11,232
ไม่ได้

379
00:15:12,338 --> 00:15:16,561
เพราะการขึ้นต่อการจะต้องเป็นลักษณะหนึ่งต่อหนึ่งเท่านั้น

380
00:15:18,808 --> 00:15:19,017


381
00:15:19,188 --> 00:15:23,783
เป็นหนึ่งต่อกลุ่มไม่ได้

382
00:15:29,504 --> 00:15:29,818


383
00:15:29,721 --> 00:15:30,367


384
00:15:30,528 --> 00:15:34,964
ชนิดของการขึ้นต่อกันนะคะจะมีอยู่ 4 ชนิดนะคะ

385
00:15:34,950 --> 00:15:35,178


386
00:15:37,000 --> 00:15:39,960
ชนิดแรกเป็นการขึ้นต่อกันโดยสมบูรณ์

387
00:15:39,938 --> 00:15:40,628
นะคะ

388
00:15:42,958 --> 00:15:44,801
ซึ่งอาจจะเป็นเกี่ยวกับ

389
00:15:45,009 --> 00:15:47,687
ตารางนะคะจะมีคอลัมน์

390
00:15:47,818 --> 00:15:50,552
1 คอลัมน์หรือมากกว่า 1 คอลัมน์มาประกอบกัน

391
00:15:50,458 --> 00:15:50,809


392
00:15:50,843 --> 00:15:53,020
โดยในคอลัมน์นะเนี่ย

393
00:15:53,019 --> 00:15:53,774


394
00:15:53,853 --> 00:15:55,622
ค่าที่ระบุ

395
00:15:56,792 --> 00:15:57,725
ความพิเศษ

396
00:15:57,821 --> 00:16:00,003
ของแถวๆได้อย่างชัดเจน

397
00:15:59,998 --> 00:16:04,833
aprilia จะเป็นค่าเฉพาะที่บอกเลยว่า

398
00:16:04,928 --> 00:16:09,364
คอร์ดข้อมูลแถวนั้นเนี่ยมันมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวยังไง

399
00:16:09,220 --> 00:16:09,638


400
00:16:09,607 --> 00:16:10,229


401
00:16:10,949 --> 00:16:14,827
โดยในทุกความสัมพันธ์เนี่ยจะต้องระบุค่าคีย์หลักไว้ด้วย

402
00:16:14,796 --> 00:16:19,725
ครึ่งปีหลังนี้คือต้องเป็นค่าเอกลักษณ์คือไม่ซ้ำกันอยู่แล้ว

403
00:16:19,597 --> 00:16:20,484
นะคะ

404
00:16:25,298 --> 00:16:29,530
อย่างเช่นการขึ้นต่อกันอย่างสมบูรณ์อันแรกนะคะ

405
00:16:29,720 --> 00:16:33,445
ก็คือคอลัมน์ที่ไม่ใช่คีย์หลักกีฬา

406
00:16:33,379 --> 00:16:35,254
จำได้ใช่ไหมคะคีย์หลักจะเป็น

407
00:16:35,488 --> 00:16:37,218
คอลัมน์ที่มีขีดเส้นใต้

408
00:16:37,858 --> 00:16:38,666


409
00:16:39,978 --> 00:16:40,345


410
00:16:40,680 --> 00:16:41,427


411
00:16:41,897 --> 00:16:46,164
คอลัมน์ที่ไม่ใช่คีย์หลักจะขึ้นตรงต่อคอลัมน์ที่เป็นคีย์หลัก

412
00:16:46,121 --> 00:16:47,976
หมอลำเดียวเท่านั้น

413
00:16:48,047 --> 00:16:50,655
เช่นเลขบัตรประชาชน

414
00:16:51,248 --> 00:16:51,860


415
00:16:52,777 --> 00:16:53,790
จะขึ้น

416
00:16:54,377 --> 00:16:57,424
จะเป็นเจ้าของชื่อนี้เท่านั้นนะคะ

417
00:16:58,490 --> 00:17:04,230
เพราะฉะนั้นการขึ้นตัวกันอย่างสมบูรณ์จะเป็นลักษณะแบบหนึ่งต่อหนึ่งนะคะเลขบัตรประชาชน 1 เลข

418
00:17:04,507 --> 00:17:06,619
ต้องเป็นของคนคนเดียวเท่านั้น

419
00:17:07,967 --> 00:17:12,583
ไม่ใช่ว่าเลขประชาชนที่ใช้ 10 คนเป็นไปไม่ได้นะคะ

420
00:17:16,167 --> 00:17:16,914


421
00:17:17,126 --> 00:17:17,543


422
00:17:17,766 --> 00:17:18,008


423
00:17:18,146 --> 00:17:19,153


424
00:17:19,106 --> 00:17:20,560
ตัวอย่างนะคะ

425
00:17:20,776 --> 00:17:23,405
ตารางที่มี Column หลายตัว

426
00:17:23,466 --> 00:17:24,537
นะคะ

427
00:17:24,617 --> 00:17:27,119
ขึ้นอยู่กับคีย์หลักตัวเดียวเช่น

428
00:17:27,566 --> 00:17:28,635
คนหนึ่งคนเนี่ย

429
00:17:28,537 --> 00:17:33,157
ก็จะมีข้อมูลชื่อนามสกุลวันเดือนปีเกิดวันที่ทำบัตรใช่ไหมคะ

430
00:17:33,075 --> 00:17:34,015
แต่ว่า

431
00:17:34,417 --> 00:17:39,322
เขาจะต้องขึ้นตรงกับเลขบัตรประชาชนเดียวเท่านั้นถามว่าสามคนนี้

432
00:17:39,165 --> 00:17:40,937
อาจจะเกิดวันเดียวกันก็ได้ค่ะ

433
00:17:40,896 --> 00:17:41,315


434
00:17:41,276 --> 00:17:43,575
เลขบัตรประชาชนเขาจะไม่เหมือนกัน

435
00:17:45,188 --> 00:17:47,357
หรือเขาอาจจะมาทำบัตรวันเดียวกัน

436
00:17:47,816 --> 00:17:50,452
หมายเลขบัตรประชาชนเขาจะไม่ซ้ำกัน

437
00:17:51,777 --> 00:17:52,399


438
00:17:52,359 --> 00:17:52,606


439
00:17:53,260 --> 00:17:56,717
คืออะไรซ้ำกันได้ทุกอย่างค่ะยกเว้นหมายเลขบัตรประชาชน

440
00:18:01,466 --> 00:18:01,738


441
00:18:01,849 --> 00:18:02,842


442
00:18:03,958 --> 00:18:04,186


443
00:18:04,216 --> 00:18:04,464


444
00:18:04,658 --> 00:18:05,608


445
00:18:05,616 --> 00:18:06,623


446
00:18:06,896 --> 00:18:07,250


447
00:18:07,796 --> 00:18:10,618
แต่บางตารางนะคะ

448
00:18:10,746 --> 00:18:10,948


449
00:18:11,388 --> 00:18:14,001
ก็อาจจะเป็นการรวมตัวกันของกีฬา

450
00:18:13,884 --> 00:18:14,764


451
00:18:14,907 --> 00:18:16,960
มากกว่า 1 ปีหลักนะคะ

452
00:18:18,058 --> 00:18:21,433
มารวมกันเช่นนักศึกษา

453
00:18:21,960 --> 00:18:23,149
วันนี้

454
00:18:23,236 --> 00:18:24,692
เอกสารนี้

455
00:18:24,645 --> 00:18:26,624
ลงทะเบียนวิชานี้

456
00:18:26,636 --> 00:18:28,223
ได้เกรดอะไร

457
00:18:28,935 --> 00:18:29,566


458
00:18:29,710 --> 00:18:34,403
อันนี้ก็เป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นได้เหมือนกันค่ะว่าบัตรนักศึกษาซ้ำกันได้ไหม

459
00:18:34,780 --> 00:18:35,454


460
00:18:35,415 --> 00:18:35,699


461
00:18:36,246 --> 00:18:38,788
รหัสวิชาซ้ำกันได้ไหม

462
00:18:39,377 --> 00:18:42,096
เหมือนชื่อวิชาการ

463
00:18:42,779 --> 00:18:43,803
รหัสนึง

464
00:18:43,810 --> 00:18:46,687
เชื่อใจคนอื่นก็รหัสวิชาอีกอันนึง

465
00:18:46,555 --> 00:18:46,774


466
00:18:47,066 --> 00:18:49,329
นี้จะไม่ซ้ำกันอยู่แล้วนะคะ

467
00:18:51,685 --> 00:18:51,979


468
00:18:52,705 --> 00:18:55,818
ต่อมาจะเป็นการขึ้นต่อกันบางส่วน

469
00:18:55,715 --> 00:18:59,130
มันก็จะเป็นอาศัยความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจาก

470
00:18:59,178 --> 00:18:59,407


471
00:18:59,627 --> 00:19:01,932
วิธีผสมนะคะอาจจะเป็น

472
00:19:01,865 --> 00:19:04,709
เส้นตรงจากตารางอื่นหรือส่งตารางมารวมกัน

473
00:19:04,745 --> 00:19:09,565
อาจจะไม่ใช่คีย์หลักก็ได้แต่มันมีความหมายกับ

474
00:19:09,428 --> 00:19:10,411
คอลัมน์นึง

475
00:19:10,456 --> 00:19:12,392
เดี๋ยวจะยกตัวอย่างเลยดีกว่า

476
00:19:12,815 --> 00:19:13,760


477
00:19:13,777 --> 00:19:15,368
อย่างเช่น

478
00:19:16,478 --> 00:19:16,698


479
00:19:17,564 --> 00:19:23,021
นึกว่าตารางเทียบไซส์ให้ดูเมื่อกี้นะคะก็จะมีรหัสนักศึกษารหัสวิชามีเกรด

480
00:19:22,815 --> 00:19:23,961
แล้วก็

481
00:19:23,977 --> 00:19:27,556
มีการบอกด้วยว่ารหัสวิชานี้เป็นชื่อวิชาอะไร

482
00:19:28,385 --> 00:19:29,080
นะคะ

483
00:19:29,154 --> 00:19:29,391


484
00:19:29,534 --> 00:19:31,523
มันจะเป็นการเกิดขึ้นเมื่อ

485
00:19:31,464 --> 00:19:32,211
กีฬา

486
00:19:32,106 --> 00:19:33,694
ประกอบกันด้วย

487
00:19:33,897 --> 00:19:36,735
คอลัมน์หรือว่า Accident รวมกัน

488
00:19:36,726 --> 00:19:37,842


489
00:19:38,765 --> 00:19:44,092
โดยบางส่วนของคีย์หลักสามารถไประบุค่าอย่างอื่น

490
00:19:44,086 --> 00:19:45,673
ที่ไม่ใช่คีย์หลักได้

491
00:19:45,815 --> 00:19:50,756
นะคะอย่างเช่นในความสัมพันธ์นี้คีย์หลักจะมี 2 ตัว

492
00:19:51,066 --> 00:19:52,974
มีรหัสนักศึกษา

493
00:19:52,984 --> 00:19:54,130
รหัสวิชา

494
00:19:54,974 --> 00:19:55,595


495
00:19:57,478 --> 00:19:58,358
ถามว่า

496
00:19:58,697 --> 00:20:01,179
ถ้ามีแต่

497
00:20:01,897 --> 00:20:03,150
รหัสนักศึกษา

498
00:20:03,423 --> 00:20:04,114


499
00:20:04,334 --> 00:20:05,018
นะคะ

500
00:20:05,231 --> 00:20:06,432
รหัสวิชา

501
00:20:06,764 --> 00:20:10,072
แล้วเราจะรู้ไหมว่าชื่อวิชาที่เราเรียนไปเนี่ย

502
00:20:10,476 --> 00:20:11,615
วิชาอะไร

503
00:20:13,817 --> 00:20:14,039


504
00:20:13,937 --> 00:20:15,000


505
00:20:15,854 --> 00:20:16,150


506
00:20:16,304 --> 00:20:19,553
บางคนรู้รหัสวิชาแต่จำชื่อวิชาไม่ได้ก็มี

507
00:20:19,634 --> 00:20:23,126
เพราะฉะนั้นรหัสวิชาเนี่ยมันเลยสามารถ

508
00:20:23,224 --> 00:20:27,406
ไปส่งผลกับชื่อวิชาได้เหมือนกันเพราะเป็นตัวระบุว่า

509
00:20:27,323 --> 00:20:28,585
ไปหลายวิชาเนี่ย

510
00:20:28,933 --> 00:20:30,390
ชื่อวิชาอะไร

511
00:20:30,784 --> 00:20:33,805
ก็คือคีย์หลักในตารางนี้มี 2 อัน

512
00:20:34,373 --> 00:20:36,041
แต่มีคีย์หลัก 1 ตัวเนี่ย

513
00:20:36,804 --> 00:20:38,023
ไปมีผลกับ

514
00:20:38,023 --> 00:20:39,696
แอตทริบิวต์ 1 ได้

515
00:20:39,816 --> 00:20:42,452
นะคะอันนี้คือความขึ้นต่อกันบางส่วน

516
00:20:44,684 --> 00:20:44,933


517
00:20:45,064 --> 00:20:46,144


518
00:20:46,092 --> 00:20:46,649


519
00:20:46,615 --> 00:20:46,846


520
00:20:47,253 --> 00:20:53,077
อย่างเช่นตัวนี้ก็จะเป็นของจริงถ้าสูตรว่าอาจารย์ปัดรหัสนักศึกษาออก

521
00:20:53,785 --> 00:20:56,072
มีแค่ 5 วิชามีเกรดมีการ

522
00:20:56,022 --> 00:20:57,720
วิชาเขียนโปรแกรมแล้วถาม

523
00:20:57,623 --> 00:20:59,538
รู้ไหมคะว่าเกรดเอที่ของใคร

524
00:21:01,923 --> 00:21:02,810


525
00:21:02,753 --> 00:21:05,434
นะคะหรือว่า

526
00:21:05,574 --> 00:21:05,833


527
00:21:06,215 --> 00:21:07,730
อย่าลบไปเที่ยวก่อนนะ

528
00:21:10,183 --> 00:21:11,829
หรือว่า

529
00:21:11,853 --> 00:21:14,785
การลบรหัสวิชาออก

530
00:21:15,944 --> 00:21:18,151
เหลือแต่นักศึกษาเหลือเกรด

531
00:21:18,383 --> 00:21:21,021
ชื่อวิชาแล้วถามว่า

532
00:21:21,656 --> 00:21:23,956
รหัสวิชาอะไรล่ะที่เราได้เกรด A

533
00:21:23,953 --> 00:21:24,232


534
00:21:25,109 --> 00:21:28,879
เราก็ไม่ทราบอีกเหมือนกันนะคะอันนี้ก็คือ

535
00:21:28,766 --> 00:21:30,828
การขึ้นต่อกันบางส่วน

536
00:21:31,135 --> 00:21:31,879


537
00:21:32,923 --> 00:21:33,799


538
00:21:34,855 --> 00:21:35,655


539
00:21:35,684 --> 00:21:36,165


540
00:21:36,893 --> 00:21:37,111


541
00:21:37,094 --> 00:21:37,338


542
00:21:37,285 --> 00:21:39,198


543
00:21:39,522 --> 00:21:40,237


544
00:21:40,161 --> 00:21:43,029
เป็นการขึ้นต่อกันแบบส่งต่อ

545
00:21:43,116 --> 00:21:50,186
ก็จะเป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีแอตทริบิวต์หรือว่าคนอื่นที่ไม่ใช่ครีม

546
00:21:50,866 --> 00:21:52,193
แต่ไปสามารถ

547
00:21:53,102 --> 00:21:53,985
ขึ้น

548
00:21:54,774 --> 00:21:58,370
สามารถระบุค่าของแอตทริบิวต์อื่นใน Accord ได้

549
00:21:58,292 --> 00:21:58,574


550
00:21:58,485 --> 00:22:02,127
ซึ่งเป็นการออกแบบที่ไม่เหมาะสม

551
00:22:02,654 --> 00:22:03,400


552
00:22:05,402 --> 00:22:07,839
เพราะส่วนใหญ่แล้วในตารางเนี่ย

553
00:22:07,771 --> 00:22:08,007


554
00:22:08,292 --> 00:22:10,927
ถ้าเราจะระบุค่าอื่นให้กับ

555
00:22:10,913 --> 00:22:13,743
คอลัมน์อื่นได้ควรจะต้องเป็นคีย์หลักเท่านั้น

556
00:22:13,983 --> 00:22:14,599


557
00:22:18,093 --> 00:22:22,132
ดูตัวอย่างนะคะเช่นตารางเนี้ย

558
00:22:22,184 --> 00:22:32,184
เขาบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือแอตทริบิวต์คือคอลัมน์ที่ไม่ใช่คีย์หลักหรือ Primary Key นะคะก็คือไม่ใช่คอลัมน์ที่มีเส้นขีดมันไประบุค่าอื่นๆในตารางได้เช่น

559
00:22:34,554 --> 00:22:37,139
ตารางนี้ก็คือเลขประจำตัว

560
00:22:37,492 --> 00:22:38,182


561
00:22:38,204 --> 00:22:39,943
ตัวเลขประจำตัวเนี่ย

562
00:22:40,133 --> 00:22:44,343
ไปมีผลกับชื่อนามสกุลที่อยู่ตำแหน่งใช่ไหมคะ

563
00:22:45,056 --> 00:22:46,008
เขาเนี่ย

564
00:22:46,728 --> 00:22:48,118
รถประจำตำแหน่ง

565
00:22:48,071 --> 00:22:51,917
มันไม่ถูกระบุโดยเลขประจำตัว

566
00:22:53,573 --> 00:22:55,877
มันถูกระบุโดยรหัสตำแหน่ง

567
00:22:55,942 --> 00:22:56,304


568
00:22:57,685 --> 00:22:59,467
เหมือนถ้าเป็นผู้จัดการเนี่ย

569
00:22:59,411 --> 00:23:03,055
แผนที่ผู้จัดการนะคะจะรู้เลยว่ารถประจำตำแหน่งคืออะไร

570
00:23:02,991 --> 00:23:05,486
แต่เขาไปเช็คที่รหัสตำแหน่ง

571
00:23:05,432 --> 00:23:07,351
แผนที่จะเช็คกับเลขประจําตัว

572
00:23:08,058 --> 00:23:08,682


573
00:23:09,012 --> 00:23:10,485
การออกแบบที่ไม่ดี

574
00:23:12,344 --> 00:23:12,613


575
00:23:12,860 --> 00:23:19,030
เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่าจะให้รถประจำตำแหน่งวิธีการแก้ปัญหาก็คือ

576
00:23:19,011 --> 00:23:20,468
เราควรจะแยก

577
00:23:20,733 --> 00:23:21,682
ตารางนี้

578
00:23:23,881 --> 00:23:25,965
ออกไปสร้างตารางใหม่เลยค่ะ

579
00:23:26,181 --> 00:23:26,432


580
00:23:26,373 --> 00:23:29,057
มันไม่ควรจะมาขึ้นกับตาราง

581
00:23:29,332 --> 00:23:31,498
ขี้มีกี่หลัก

582
00:23:32,653 --> 00:23:36,187
แต่ไม่สามารถระบุค่าข้อมูลตรงนี้ได้เนี่ยมันไม่ควรทำ

583
00:23:37,131 --> 00:23:37,760


584
00:23:39,894 --> 00:23:40,361


585
00:23:41,301 --> 00:23:45,187
กลับต่อมาเป็นการขึ้นต่อการเชิงกลุ่ม

586
00:23:45,079 --> 00:23:45,340


587
00:23:45,330 --> 00:23:46,358
นะคะ

588
00:23:46,373 --> 00:23:50,550
น่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคอลัมน์ Matrix

589
00:23:50,401 --> 00:23:50,824


590
00:23:51,100 --> 00:23:55,140
ขึ้นต่อกันแบบสมบูรณ์นะคะก็ไปสามารถระบุค่าอื่นได้

591
00:23:55,142 --> 00:23:55,830


592
00:23:55,910 --> 00:23:56,163


593
00:23:56,291 --> 00:23:56,519


594
00:23:56,999 --> 00:23:58,139
โดยที่

595
00:23:58,216 --> 00:23:59,671
อย่างเช่นตัวอย่าง

596
00:23:59,750 --> 00:24:04,813
ในตารางนี้นะคะจะมีรหัสหลักสูตร

597
00:24:05,450 --> 00:24:08,263
สามารถระบุรหัสวิชาได้หลายวิชาเช่น

598
00:24:08,721 --> 00:24:12,117
จริงๆในสถานศึกษาจะเห็นได้ว่ามีเลข

599
00:24:12,180 --> 00:24:12,458


600
00:24:12,896 --> 00:24:14,412
122

601
00:24:14,359 --> 00:24:14,594


602
00:24:14,680 --> 00:24:14,911


603
00:24:16,533 --> 00:24:18,154
รหัสนักศึกษา

604
00:24:18,260 --> 00:24:22,839
B12 คืออะไร 12 ก็คือหลักสูตรที่เราเรียนอยู่

605
00:24:24,352 --> 00:24:25,555


606
00:24:25,629 --> 00:24:25,847


607
00:24:26,011 --> 00:24:26,217


608
00:24:26,270 --> 00:24:29,444
ซึ่งในหลักสูตรที่โรงเรียนเนี่ยมันมีวิชา

609
00:24:29,409 --> 00:24:31,575
มากกว่า 20 วิชา

610
00:24:32,680 --> 00:24:33,883
นะคะ

611
00:24:33,959 --> 00:24:40,659
ก็คือรหัสหลักสูตรเนี่ยมันสามารถระบุรหัสวิชาได้หลากหลายรหัสวิชามากๆ

612
00:24:40,491 --> 00:24:40,991


613
00:24:41,130 --> 00:24:41,943


614
00:24:42,480 --> 00:24:43,037


615
00:24:43,060 --> 00:24:43,350


616
00:24:43,642 --> 00:24:46,328
ก็คือการขึ้นต่อกันแบบ

617
00:24:46,519 --> 00:24:48,161
มีค่ามากกว่า 1

618
00:24:48,570 --> 00:24:50,207
รหัสหลักสูตร

619
00:24:50,230 --> 00:24:52,997
สามารถระบุรหัสวิชาได้หลายค่านั่นเอง

620
00:24:52,929 --> 00:24:53,732


621
00:24:53,819 --> 00:24:55,725
แล้วรหัสหลักสูตร

622
00:24:55,741 --> 00:24:59,104
ก็สามารถระบุค่ารหัสนักศึกษาได้หลายคนเช่นกัน

623
00:25:00,362 --> 00:25:02,692
เหมือนตอนนี้หลักสูตรที่โรงเรียน

624
00:25:02,600 --> 00:25:04,441
ศึกษาเกือบ 100 คน

625
00:25:05,354 --> 00:25:06,816
รหัสหลักสูตรเดียวนะ

626
00:25:07,662 --> 00:25:08,366
นะคะ

627
00:25:08,813 --> 00:25:14,133
นี่คือความสัมพันธ์แบบสามารถระบุค่าได้มากกว่า 1 นั้นเองแบบไหนค่า

628
00:25:14,000 --> 00:25:14,631


629
00:25:18,552 --> 00:25:18,904


630
00:25:19,513 --> 00:25:25,030
เพราะฉะนั้นวิธีการแก้ปัญหาของสิ่งที่เกิดขึ้นนะคะเราเลยจะต้องมีการ

631
00:25:25,851 --> 00:25:35,319
กระบวนการปรับบรรทัดฐานหรือว่ากระบวนการปรับปรุงโครงสร้างของฐานข้อมูลนะคะที่มีความซ้ำซ้อนกันให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นบรรทัดฐานก็คือ

632
00:25:35,333 --> 00:25:39,123
เป็นรูปแบบที่พร้อมที่จะเอาไปพัฒนาเป็นฐานข้อมูลได้

633
00:25:39,052 --> 00:25:39,288


634
00:25:39,301 --> 00:25:39,920


635
00:25:40,332 --> 00:25:42,115
โดยหลักการนะคะ

636
00:25:42,063 --> 00:25:43,591
ที่บอกมี 5 ระดับ

637
00:25:43,532 --> 00:25:44,839
แต่ระดับ

638
00:25:45,132 --> 00:25:49,103
ที่ 3 เนี่ยก็ถือว่าเพียงพอสำหรับการออกแบบฐานข้อมูลในปัจจุบันแล้ว

639
00:25:48,988 --> 00:25:49,264


640
00:25:49,124 --> 00:25:49,734


641
00:25:51,672 --> 00:25:53,060
โดย

642
00:25:53,215 --> 00:25:57,970
ที่รักของการทำงานนะคะท่านที่ 1 นะคะ

643
00:25:57,891 --> 00:26:01,235
กำจัดกลุ่มของข้อมูลที่มีความซ้ำซ้อนกันออกไป

644
00:26:01,664 --> 00:26:03,084
ขอแลกง่ายมากๆ

645
00:26:03,903 --> 00:26:04,339


646
00:26:05,834 --> 00:26:08,278
ง่ายที่สุดก็คือ 1 nf นะคะ

647
00:26:08,842 --> 00:26:11,679
ต่อมาครั้งที่ 2 อยู่ 2 nf

648
00:26:11,722 --> 00:26:13,646
จะกำจัด

649
00:26:14,034 --> 00:26:17,299
การขึ้นต่อกันบางส่วนออก

650
00:26:17,362 --> 00:26:18,046


651
00:26:19,734 --> 00:26:22,802
อันสุดท้าย 3nf นะคะ

652
00:26:22,817 --> 00:26:25,910
กำจัดการขึ้นต่อกันของแอตทริบิวต์ที่ไม่ใช่ครีม

653
00:26:25,754 --> 00:26:26,315


654
00:26:26,396 --> 00:26:28,807
เดี๋ยวจะมาดูทีละขั้น

655
00:26:28,823 --> 00:26:30,871
มันจะต้องเป็นยังไงบ้าง

656
00:26:31,012 --> 00:26:31,816


657
00:26:33,186 --> 00:26:33,409


658
00:26:33,696 --> 00:26:36,582
คนแรกง่ายที่สุดง่ายมากๆนะคะ

659
00:26:37,739 --> 00:26:43,411
ให้นักศึกษาจำกระบวนการหลักๆจะมี 3 ข้อนะคะ

660
00:26:43,305 --> 00:26:45,638
ขั้นตอนการแรกเลยดูก่อนว่า

661
00:26:45,614 --> 00:26:47,150
คำซ้อนกันไหม

662
00:26:47,343 --> 00:26:51,360
คำที่ 2 คือมันขึ้นต่อกันแค่บางส่วนหรือเปล่า

663
00:26:51,255 --> 00:26:51,604


664
00:26:51,767 --> 00:26:55,277
อันที่ 3 อันไหนไม่ใช่ครีม

665
00:26:55,294 --> 00:26:58,944
แต่มันไปส่งผลกระทบกับข้อมูลอื่นได้หรือเปล่า

666
00:26:59,005 --> 00:26:59,934


667
00:27:00,157 --> 00:27:02,084
ดูอันดับที่ 1 ก่อน

668
00:27:02,074 --> 00:27:02,828


669
00:27:02,784 --> 00:27:03,473


670
00:27:03,613 --> 00:27:05,023
วันที่ 1 ได้มาก

671
00:27:04,964 --> 00:27:06,606
นะคะทุกๆ

672
00:27:07,206 --> 00:27:07,465


673
00:27:07,525 --> 00:27:10,290
คอลัมน์ akashic Records

674
00:27:10,214 --> 00:27:14,222
จะต้องเป็นค่า Single Value คือมีค่าเดียวเท่านั้น

675
00:27:14,124 --> 00:27:14,405


676
00:27:14,636 --> 00:27:16,940
จะใส่แบบนี้ไม่ได้

677
00:27:16,874 --> 00:27:20,127
เพราะฉะนั้นข้อมูลทุกแถวจะต้องไม่มีค่าที่ซ้ำกัน

678
00:27:20,214 --> 00:27:21,871
อย่างเนี้ย

679
00:27:21,875 --> 00:27:23,345
นักศึกษาคนที่ 1

680
00:27:23,345 --> 00:27:23,631


681
00:27:23,606 --> 00:27:24,822
แน่นอนทั้ง 3

682
00:27:24,816 --> 00:27:28,995
1 เทอมเนี่ยคุณลงทะเบียนประมาณ 6-7 วิชาใช่ไหมคะ

683
00:27:30,264 --> 00:27:30,881


684
00:27:31,095 --> 00:27:32,809
ข้อมูลมันก็จะเป็นแบบนี้

685
00:27:33,408 --> 00:27:37,351
ถ้าเราไม่มีการทำน้ำทะเลสั้น

686
00:27:37,315 --> 00:27:38,265
คราวนี้

687
00:27:38,277 --> 00:27:39,293
ขั้นตอนที่ 1

688
00:27:39,934 --> 00:27:40,690
เราจะ

689
00:27:40,646 --> 00:27:48,147
ข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกันออกวิธีการง่ายมากค่ะคือแจ้งข้อมูลออกเป็นอย่างละแถวที่ไม่ซ้ำกัน

690
00:27:48,583 --> 00:27:49,272


691
00:27:49,295 --> 00:27:50,751
ดูตัวอย่างนะคะ

692
00:27:51,145 --> 00:27:51,503


693
00:27:51,737 --> 00:27:52,016


694
00:27:51,986 --> 00:27:57,070
วิธีการทำ 1 n f ง่ายมากค่ะถ้าข้อมูลตัวไหนเป็นกลุ่มนะคะ

695
00:27:57,046 --> 00:27:57,245


696
00:27:57,876 --> 00:27:59,239
คนที่ 1 วิชา

697
00:27:59,157 --> 00:28:02,694
ลงทะเบียนเรียน 3 วิชาใช่ไหมคะคนที่ 2 มี 2 วิชา

698
00:28:03,195 --> 00:28:03,441


699
00:28:03,328 --> 00:28:06,076
สามารถทำในรูปแบบ 1nf ก็คือ

700
00:28:06,016 --> 00:28:07,742
เอามันจะตายออกมาค่ะ

701
00:28:08,195 --> 00:28:08,459


702
00:28:08,456 --> 00:28:10,065
ย้ายข้อมูลพรุ่งนี้ออกมา

703
00:28:10,948 --> 00:28:12,861
กระต่ายออกใช่ไหมคะกระจายออก

704
00:28:12,736 --> 00:28:13,016


705
00:28:14,215 --> 00:28:15,546
ง่ายมาก

706
00:28:16,208 --> 00:28:20,321
ข้อมูลพรุ่งนี้ก็ทำซ้ำลงมาทำซ้ำลงมา

707
00:28:20,365 --> 00:28:21,448
สำโรงมา

708
00:28:22,424 --> 00:28:23,882
ทำซ้ำลงมา

709
00:28:23,815 --> 00:28:24,029


710
00:28:26,254 --> 00:28:28,970
ถามว่าอ้าวตาเขาทำไม

711
00:28:28,945 --> 00:28:29,571


712
00:28:29,655 --> 00:28:29,930


713
00:28:30,165 --> 00:28:32,363
ทำไม 001 มันซ้ำกันได้ล่ะ

714
00:28:32,279 --> 00:28:32,558


715
00:28:32,466 --> 00:28:33,418


716
00:28:33,377 --> 00:28:36,140
แต่รหัสวิชาเขาไม่ซ้ำกันเห็นไหมค่ะ

717
00:28:38,555 --> 00:28:41,417
เด็กๆเลยง่ายมากค่ะ

718
00:28:41,380 --> 00:28:46,471
ข้อมูลทำไมเป็นก้อนอย่างนี้เรากระจายออกมาเป็นแยกออกมาเป็นบรรทัดบรรทัดเลยแค่นั้นเอง

719
00:28:46,379 --> 00:28:46,623


720
00:28:47,136 --> 00:28:48,605
อย่างน้อยในข้อสอบ

721
00:28:48,806 --> 00:28:50,668
ต้องทำเน็ตให้ได้

722
00:28:52,717 --> 00:28:54,130
มันง่ายที่สุดแล้ว

723
00:28:54,187 --> 00:28:54,412


724
00:28:54,636 --> 00:28:55,713
นะคะ

725
00:28:56,880 --> 00:28:57,761


726
00:28:58,356 --> 00:29:00,957
ไม่ใช่ตัวนี้นะคะก็กระจายออกมา

727
00:29:02,969 --> 00:29:03,675


728
00:29:04,306 --> 00:29:04,526


729
00:29:04,435 --> 00:29:05,238


730
00:29:05,266 --> 00:29:09,386
แล้วคราวนี้ถ้าเรากระจายข้อมูลเรียบร้อยแล้วนะคะ

731
00:29:09,378 --> 00:29:11,549
ว่าจะมาดูว่าในตารางนี้ค่ะ

732
00:29:11,415 --> 00:29:12,046


733
00:29:11,999 --> 00:29:13,398
มันมีตาราง

734
00:29:13,536 --> 00:29:14,285


735
00:29:14,308 --> 00:29:14,544


736
00:29:14,625 --> 00:29:16,820
ของพนักงานใช่ไหมคะ

737
00:29:16,736 --> 00:29:18,692
เขาจะมีคีย์หลัก 1 ตัวละ

738
00:29:18,916 --> 00:29:20,047
แปลว่า

739
00:29:20,065 --> 00:29:20,328


740
00:29:20,517 --> 00:29:21,734
มันจะมีตัวนี้ค่ะ

741
00:29:22,317 --> 00:29:25,796
ตัวที่ 1 ตัวที่ 2 ที่มีคุณสมบัติ

742
00:29:26,288 --> 00:29:26,540


743
00:29:26,606 --> 00:29:28,585
เป็นคีย์หลักได้

744
00:29:30,066 --> 00:29:31,916
เราต้องแยกมันออก

745
00:29:33,136 --> 00:29:35,290


746
00:29:35,576 --> 00:29:36,193


747
00:29:36,220 --> 00:29:38,020
ควรการนะคะ

748
00:29:38,068 --> 00:29:39,785
ดูก่อนว่า

749
00:29:39,805 --> 00:29:46,385
ตารางวิธีนะคะสิ่งที่ขึ้นตรงกับคีย์หลักตัวนี้นะคะก็จะเป็นตัวที่ 1 ตัวที่ 2 ตัวที่ 3

750
00:29:47,688 --> 00:29:49,653
สังเกตเราว่าที่รักมีตัวเดียว

751
00:29:49,536 --> 00:29:50,816
ข้อมูลมีเยอะมาก

752
00:29:50,821 --> 00:29:53,784
นะคะออกมาได้อันแรกเลย

753
00:29:54,473 --> 00:29:54,675


754
00:29:54,737 --> 00:29:55,557


755
00:29:55,627 --> 00:29:56,434
รหัส

756
00:29:56,527 --> 00:29:56,798


757
00:29:57,038 --> 00:30:01,943
โปรเจคนะคะแล้วก็ชื่อโปรเจคนะคะใครเป็นผู้จัดการเงินเดือนเท่าไหร่

758
00:30:01,776 --> 00:30:03,891
งบประมาณเท่าไหร่

759
00:30:04,019 --> 00:30:04,646


760
00:30:04,726 --> 00:30:05,477


761
00:30:05,427 --> 00:30:05,789


762
00:30:05,819 --> 00:30:07,123
คือมันจะเชื่อมโยงกับ

763
00:30:07,476 --> 00:30:10,485
ข้อมูลที่เป็นคีย์หลักก็คือ Project Code วันนี้

764
00:30:10,545 --> 00:30:11,171


765
00:30:13,057 --> 00:30:13,312


766
00:30:13,497 --> 00:30:13,738


767
00:30:13,626 --> 00:30:17,409
ส่วนตัวนี้เป็นคีย์คู่แข่ง

768
00:30:18,938 --> 00:30:19,218


769
00:30:19,206 --> 00:30:20,409
2 ตัว

770
00:30:20,936 --> 00:30:22,446
2 ตัว

771
00:30:22,978 --> 00:30:26,877
ฉันสามารถทำหน้าที่เป็นคีย์หลักให้กับอย่างตัวนี้นะคะ

772
00:30:27,407 --> 00:30:30,800
มันจะเป็นคีย์หลักให้กับชื่อของพนักงาน

773
00:30:31,118 --> 00:30:31,399


774
00:30:31,569 --> 00:30:32,898
อย่างตัวนี้

775
00:30:32,908 --> 00:30:35,795
ว่าจะเป็นคีย์หลักสำหรับชื่อแผนก

776
00:30:37,139 --> 00:30:38,917
ถามว่า

777
00:30:38,869 --> 00:30:41,095
มันขึ้นตรงกับโปรเจค Code ไหม

778
00:30:41,047 --> 00:30:41,798
ไม่

779
00:30:41,819 --> 00:30:42,563
นะคะ

780
00:30:44,506 --> 00:30:45,699


781
00:30:46,107 --> 00:30:46,380


782
00:30:46,297 --> 00:30:50,749
ฉะนั้นการทำขั้นตอนต่อมานะคะส่ง EMS

783
00:30:50,848 --> 00:30:51,090


784
00:30:51,226 --> 00:30:52,183
ขั้นตอนที่ 1

785
00:30:52,260 --> 00:30:52,482


786
00:30:52,577 --> 00:30:56,303
เราจะต้องทำ 1 f มาเรียบร้อยแล้วซึ่งได้ทักมา

787
00:30:55,915 --> 00:30:58,200
แล้วก็ต้องมา

788
00:30:58,217 --> 00:31:00,687
บัตรของการขึ้นต่อกันบางส่วนออก

789
00:31:00,527 --> 00:31:00,754


790
00:31:00,907 --> 00:31:02,883
ก็คือการ

791
00:31:02,827 --> 00:31:03,452
กำจัด

792
00:31:03,605 --> 00:31:06,089
บิวตี้ไม่ขึ้น

793
00:31:06,216 --> 00:31:08,532
คีย์หลักของตารางนั้นเอง

794
00:31:09,616 --> 00:31:12,184
จะออกนะคะ

795
00:31:12,698 --> 00:31:15,629
อย่างเช่นตัวนี้นะคะ

796
00:31:16,146 --> 00:31:18,961
การขึ้นต่อกันบางส่วนจะเห็นได้ว่า

797
00:31:18,909 --> 00:31:21,524
รหัสวิชากับชื่อวิชา

798
00:31:21,977 --> 00:31:25,506
มันไม่ขึ้นตรงกับรหัสนักศึกษาใช่ไหมคะนี้จำได้นะลูกเดิม

799
00:31:25,828 --> 00:31:26,974
หารูปเดิม

800
00:31:28,259 --> 00:31:29,001


801
00:31:29,027 --> 00:31:29,391


802
00:31:29,667 --> 00:31:29,897


803
00:31:29,990 --> 00:31:30,201


804
00:31:30,177 --> 00:31:36,664
วิธีกำจัดปัญหาเราก็ดึงสิ่งที่มันเป็นปัญหาสิ่งที่มันไม่ขึ้นตรงกับคีย์หลักตัวนั้น

805
00:31:36,587 --> 00:31:39,092
ไปสร้างตารางใหม่

806
00:31:39,150 --> 00:31:39,375


807
00:31:40,109 --> 00:31:41,348
สร้างตารางเพิ่ม

808
00:31:41,267 --> 00:31:41,503


809
00:31:41,459 --> 00:31:46,864
เอาสิ่งที่เป็นปัญหาออกมาไปใส่ตารางใหม่กำหนดคีย์หลักใหม่

810
00:31:47,293 --> 00:31:48,604


811
00:31:48,567 --> 00:31:50,022
ในตารางเดิม

812
00:31:50,180 --> 00:31:51,047
นะคะ

813
00:31:51,327 --> 00:31:54,356
เราก็เอาคีย์หลักของตารางใหม่ไปใส่

814
00:31:54,339 --> 00:31:55,146
แค่นั้นเอง

815
00:31:55,227 --> 00:31:57,524
วิธีการก็คือ

816
00:31:57,861 --> 00:31:58,234


817
00:31:58,887 --> 00:32:00,229
รูปนี้นะคะ

818
00:32:00,546 --> 00:32:04,378
สิ่งที่เป็นปัญหาที่จะยกตัวอย่างคือรหัสวิชา

819
00:32:04,390 --> 00:32:05,599
ชิชา

820
00:32:06,059 --> 00:32:06,678


821
00:32:06,697 --> 00:32:06,965


822
00:32:06,898 --> 00:32:11,050
เพราะรหัสวิชามันไม่ได้ขึ้นตรงกับรหัสนักศึกษา

823
00:32:13,686 --> 00:32:17,269
เพราะฉะนั้นไอ้สองตัวนี้คือสิ่งที่เป็นปัญหา

824
00:32:18,038 --> 00:32:22,712
วิธีการแก้ปัญหาคือเราสร้างตารางผลการเรียนใหม่

825
00:32:22,847 --> 00:32:23,084


826
00:32:23,098 --> 00:32:24,803
สร้างตารางวิชาใหม่

827
00:32:24,897 --> 00:32:26,032
เห็นไหมคะ

828
00:32:26,298 --> 00:32:29,020
ตารางใหม่เราจะตัดชื่อวิชาออก

829
00:32:31,240 --> 00:32:31,495


830
00:32:31,498 --> 00:32:33,082
แต่ต้องเหลือ

831
00:32:33,480 --> 00:32:38,484
รหัสวิชาไว้เพื่อให้เชื่อมโยงว่ารหัสวิชานี้มันชื่อวิชาอะไร

832
00:32:38,609 --> 00:32:39,937
ตาราง 1

833
00:32:40,462 --> 00:32:42,238
แค่นั้นเองนะคะ

834
00:32:42,638 --> 00:32:42,947


835
00:32:43,918 --> 00:32:44,600


836
00:32:44,557 --> 00:32:44,823


837
00:32:45,900 --> 00:32:46,177


838
00:32:46,099 --> 00:32:47,814
ดีค่ะ

839
00:32:48,088 --> 00:32:48,434


840
00:32:48,730 --> 00:32:48,958


841
00:32:48,919 --> 00:32:49,134


842
00:32:49,370 --> 00:32:50,242


843
00:32:50,460 --> 00:32:52,567
อันนี้เป็นตัวอย่างของการ

844
00:32:52,568 --> 00:32:52,797


845
00:32:53,081 --> 00:32:55,481
สารในรูปแบบของส่ง EMS

846
00:32:55,457 --> 00:32:56,530


847
00:32:56,607 --> 00:32:58,000
เดี๋ยววันนี้

848
00:32:58,400 --> 00:32:58,628


849
00:32:58,783 --> 00:33:02,366
จะให้ทำการบ้านเดี๋ยวค่อยย้อนกลับมาแล้วกันนะคะ

850
00:33:02,368 --> 00:33:02,605


851
00:33:02,748 --> 00:33:03,871
สอนภาษา

852
00:33:04,868 --> 00:33:05,299


853
00:33:05,507 --> 00:33:07,508


854
00:33:07,498 --> 00:33:09,287
เดี๋ยวแก้แล้ว

855
00:33:09,351 --> 00:33:09,768


856
00:33:10,252 --> 00:33:13,406
ตาเมื่อกี้นะคะ

857
00:33:13,458 --> 00:33:16,482
ขั้นตอนสุดท้ายนะคะ 3nf

858
00:33:16,589 --> 00:33:17,468


859
00:33:17,418 --> 00:33:18,116
นะคะ

860
00:33:18,258 --> 00:33:19,204


861
00:33:19,669 --> 00:33:24,423
โดยความสัมพันธ์นะคะก่อนที่จะทำเป็นสามเณรได้จะต้องทำ 2 อย่างนี้มาก่อน

862
00:33:26,201 --> 00:33:29,040
หลักของการทำขั้นตอนที่ 3 คือ

863
00:33:29,020 --> 00:33:31,612
ต้องเอาความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่คีย์หลัก

864
00:33:31,779 --> 00:33:33,419
ออกนะคะ

865
00:33:34,851 --> 00:33:37,565
เช่นไม่ใช่คีย์หลักแต่ไม่มีผลกับ

866
00:33:38,627 --> 00:33:41,251
คนอื่นไม่ได้นะคะไม่ได้

867
00:33:41,767 --> 00:33:42,196


868
00:33:43,301 --> 00:33:47,084
วิธีการแก้ปัญหาเช่นเดิมค่ะสร้างตารางใหม่ขึ้นมา

869
00:33:47,018 --> 00:33:48,296
แก้ปัญหานานๆ

870
00:33:48,938 --> 00:33:49,570


871
00:33:49,838 --> 00:33:50,710


872
00:33:51,308 --> 00:33:54,594
อย่างเช่นในตัวอย่างนะคะ

873
00:33:54,902 --> 00:33:57,318
รหัสพนักงานนะคะ

874
00:33:58,229 --> 00:34:01,298
ชื่อสกุลรหัสแผนกชื่อแผนกเงินเดือน

875
00:34:01,307 --> 00:34:05,041
จะเห็นได้ว่าในตารางนี้เนี่ยคีย์หลักก็คือรหัสพนักงาน

876
00:34:05,791 --> 00:34:06,413


877
00:34:06,501 --> 00:34:06,769


878
00:34:06,753 --> 00:34:07,564


879
00:34:07,651 --> 00:34:07,892


880
00:34:07,969 --> 00:34:10,799
วันนี้รหัสแผนกกับชื่อแผนกติดมาด้วย

881
00:34:12,578 --> 00:34:15,000
ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวกับรหัสพนักงานเลย

882
00:34:15,210 --> 00:34:15,889


883
00:34:15,849 --> 00:34:16,111


884
00:34:17,200 --> 00:34:19,605
วิธีการแก้ปัญหาก็คือ

885
00:34:19,570 --> 00:34:19,788


886
00:34:19,700 --> 00:34:20,959
เอารหัสแผนก

887
00:34:21,101 --> 00:34:21,325


888
00:34:21,301 --> 00:34:22,700
ชื่อแผนก

889
00:34:22,641 --> 00:34:22,934


890
00:34:23,088 --> 00:34:25,395
ไปสร้างตารางใหม่

891
00:34:27,320 --> 00:34:30,719
แต่ต้องยังคงรหัสแผนกไว้

892
00:34:31,220 --> 00:34:33,202
ตารางเดิมนะคะ

893
00:34:33,789 --> 00:34:38,920
เพื่อให้มันเชื่อมโยงได้ว่าไอ้แผนก a001 เนี่ยคือแผนกอะไร

894
00:34:41,280 --> 00:34:48,590
อันนี้คือการแก้ปัญหาไม่ใช่คีย์หลักแต่ไปส่งผลกับคอลัมน์อื่นๆในตารางนะคะ

895
00:34:50,059 --> 00:34:57,967
เ***จริงๆแล้วอยากให้ลองทำในห้องมากกว่าแต่ด้วยสัปดาห์นี้มันมีข้อจำกัดเนาะก็ไม่เป็นไร

896
00:34:57,870 --> 00:34:58,117


897
00:34:58,141 --> 00:34:59,140


898
00:35:01,139 --> 00:35:01,560


899
00:35:01,846 --> 00:35:04,526
นี้เป็นตัวอย่างนะคะ

900
00:35:04,470 --> 00:35:04,833


901
00:35:05,622 --> 00:35:05,901


902
00:35:05,940 --> 00:35:06,170


903
00:35:06,071 --> 00:35:12,636
สรุปนะคะวิธีการทำนกในชาติหรือว่าการปรับบรรทัดฐานนะคะ

904
00:35:12,989 --> 00:35:17,809
ทุกๆที่ทุกๆคนร่ำในแต่ละแถว

905
00:35:17,858 --> 00:35:20,748
จะต้องมีค่าของข้อมูลเพียงค่าเดียวเท่านั้น

906
00:35:21,190 --> 00:35:22,001


907
00:35:22,020 --> 00:35:23,978
เช่นเวลาเรากรอกเบอร์โทรศัพท์

908
00:35:24,140 --> 00:35:28,176
เรามีโทรศัพท์ 3 เบอร์ก็จริงแต่เราจะกรอกได้แค่เบอร์เดียว

909
00:35:28,624 --> 00:35:29,306


910
00:35:30,350 --> 00:35:34,157
ถ้าอยากใส่เบอร์ที่ 2 ที่ 3 ก็ต้องเพิ่มข้อมูลแถวใหม่ขึ้นมา

911
00:35:34,459 --> 00:35:35,321


912
00:35:36,892 --> 00:35:38,797
ตอบมา

913
00:35:38,871 --> 00:35:39,784
2 SF

914
00:35:39,971 --> 00:35:42,128
ก็

915
00:35:42,591 --> 00:35:49,378
ปัญหาคือถ้ามีข้อมูลนะคะขอข้อมูลทุกตัวในตารางนั้นจะต้องขึ้นกับคีย์หลัก

916
00:35:50,092 --> 00:35:51,032
ของตาราง

917
00:35:51,501 --> 00:35:52,753
ตัวเดียวเท่านั้น

918
00:35:52,781 --> 00:35:53,538
นะคะ

919
00:35:54,379 --> 00:35:54,620


920
00:35:54,759 --> 00:35:57,980
ข้อที่ 3 ถ้า

921
00:35:57,968 --> 00:36:00,266
คอลัมน์ไหนที่ไม่ใช่คีย์หลัก

922
00:36:00,208 --> 00:36:00,440


923
00:36:00,528 --> 00:36:01,405


924
00:36:01,549 --> 00:36:02,110


925
00:36:02,059 --> 00:36:02,327


926
00:36:02,318 --> 00:36:04,928
ฟ้าส่งผลกับคอลัมน์อื่นในตารางไม่ได้

927
00:36:05,340 --> 00:36:06,983
เพราะฉะนั้น

928
00:36:07,188 --> 00:36:10,394
ไปตลาดข้อ 1 นี้คือแค่กระต่ายตาราง

929
00:36:10,259 --> 00:36:12,974
อันที่ 2 อันที่ 3 ถ้ามีปัญหา

930
00:36:12,899 --> 00:36:14,667
เราต้องสร้างตารางใหม่

931
00:36:15,009 --> 00:36:15,310


932
00:36:18,079 --> 00:36:19,091


933
00:36:19,042 --> 00:36:19,460


934
00:36:19,679 --> 00:36:19,910


935
00:36:19,868 --> 00:36:21,460


936
00:36:21,418 --> 00:36:21,711


937
00:36:21,987 --> 00:36:24,621
การบ้านเอางี้ดีกว่า

938
00:36:24,619 --> 00:36:28,037
อาจารย์จะให้ทำน่าจะส่งวันนี้

939
00:36:28,719 --> 00:36:31,125
เอาแค่

940
00:36:31,920 --> 00:36:37,149
ข้อเดียวนะคะข้อเดียวพอเพราะว่าจริงๆอยากให้ทำในห้องเดี๋ยวสัปดาห์หน้าค่อยทำในห้อง

941
00:36:37,622 --> 00:36:38,249


942
00:36:38,261 --> 00:36:38,481


943
00:36:38,519 --> 00:36:41,404
จะให้ลองทำดูก่อนว่าที่เรียนไปวันนี้

944
00:36:41,267 --> 00:36:42,274
เข้าใจไหม

945
00:36:42,869 --> 00:36:43,619


946
00:36:43,578 --> 00:36:46,143
ถ้าทำเสร็จแล้วก็ค่อยเอามาส่ง

947
00:36:46,268 --> 00:36:49,846
ตู้ส่งงานอาจารย์เอาเฉพาะข้อดีนะข้อเดียว

948
00:36:51,971 --> 00:36:55,988
คนเดียวพอวันนี้คนเดียวพอนะคะส่งในเวลานี้แหละ

949
00:36:55,938 --> 00:36:56,193


950
00:36:56,329 --> 00:36:57,257


951
00:36:57,538 --> 00:37:00,007
ให้ลองทำดูว่าเข้าใจไหมข้อนี้

952
00:36:59,910 --> 00:37:00,843


953
00:37:01,138 --> 00:37:01,947


954
00:37:01,967 --> 00:37:04,982
ทำอย่างเงี้ยทำยังไงได้มากๆเลย

955
00:37:05,682 --> 00:37:06,293


956
00:37:06,319 --> 00:37:07,854
การเว้นช่องว่างให้แล้ว

957
00:37:07,788 --> 00:37:08,618
เติมมา

958
00:37:08,749 --> 00:37:08,981


959
00:37:09,069 --> 00:37:09,774


960
00:37:10,041 --> 00:37:10,923


961
00:37:10,939 --> 00:37:12,002
2 มิติ

962
00:37:12,661 --> 00:37:13,891
คุณเห็นไหมว่า

963
00:37:14,781 --> 00:37:15,004


964
00:37:14,898 --> 00:37:16,935
มันมีรหัสวิชาเนี่ย

965
00:37:17,079 --> 00:37:18,193
ชาเนี่ย

966
00:37:18,181 --> 00:37:19,819
ต้องทำยังไงกับมัน

967
00:37:19,782 --> 00:37:20,065


968
00:37:20,099 --> 00:37:20,718


969
00:37:22,207 --> 00:37:24,210
แยกมันออกมาซิแยกยังไง

970
00:37:24,057 --> 00:37:26,123
เอาข้าวเหนียวก่อน

971
00:37:26,119 --> 00:37:27,527
นะคะแล้วลอง

972
00:37:27,461 --> 00:37:27,687


973
00:37:27,912 --> 00:37:29,519
ส่งมาให้อาจารย์ดูก่อนว่า

974
00:37:29,580 --> 00:37:31,411
เข้าใจมากน้อยขนาดไหน

975
00:37:31,431 --> 00:37:31,720


976
00:37:31,880 --> 00:37:33,331
จริงๆ

977
00:37:33,289 --> 00:37:35,690
อยากให้เรียนในห้องมากกว่าแต่วันนี้ก็เอา

978
00:37:36,299 --> 00:37:37,840
มานี้ก่อนแล้วกัน

979
00:37:37,841 --> 00:37:38,064


980
00:37:38,219 --> 00:37:38,908


981
00:37:39,180 --> 00:37:42,300
ให้ทุกคนหายดีกลับมาอาทิตย์หน้าค่อย

982
00:37:42,198 --> 00:37:42,688


983
00:37:42,784 --> 00:37:44,188
เดินดูในห้องดีกว่า

984
00:37:44,379 --> 00:37:44,997


985
00:37:45,717 --> 00:37:47,691
วันนี้ก็

986
00:37:47,831 --> 00:37:51,316
ประมาณนี้นะคะเดี๋ยวเวลาที่เหลือให้ทำข้อนี้แล้วมาส่ง

987
00:37:51,230 --> 00:37:51,589


988
00:37:51,619 --> 00:37:53,019
วันนี้เลยยิ่งดี

989
00:37:53,020 --> 00:37:53,706


990
00:37:53,918 --> 00:37:56,809
เวลาที่เหลือทำใส่กระดาษมาส่งอาจารย์

991
00:37:56,739 --> 00:37:57,554
แล้วกันเนาะ

992
00:37:58,919 --> 00:38:01,727
ประมาณนี้ค่ะเวลาที่เหลือทำให้เสร็จภายในวันนี้นะคะ

993
00:38:01,671 --> 00:38:03,698
ข้อเดียวเองนะคะข้อเดียว

994
00:38:05,639 --> 00:38:06,651


995
00:38:06,800 --> 00:38:08,156
ใครสงสัยไหมคะ

996
00:38:08,269 --> 00:38:09,598
อุ้ยสงสัยไหม

997
00:38:11,150 --> 00:38:13,058
เปิดไม่ได้หรือเปล่า

998
00:38:13,008 --> 00:38:13,316


999
00:38:13,329 --> 00:38:20,795
ไม่มีค่ะอาจารย์เดี๋ยวถ้ายังไงเดี๋ยวให้อุบลไปส่งหรือยังไงคะเพราะว่าบนขึ้น

1000
00:38:20,501 --> 00:38:21,517


1001
00:38:21,660 --> 00:38:24,686
ไม่ๆส่วนมากอยู่ในการอยู่หอนี่แหละ

1002
00:38:24,608 --> 00:38:24,901


1003
00:38:25,060 --> 00:38:27,383


1004
00:38:27,939 --> 00:38:30,569
ตอนนี้เหลืออยู่ประมาณ

1005
00:38:30,501 --> 00:38:31,661


1006
00:38:31,860 --> 00:38:32,085


1007
00:38:32,169 --> 00:38:35,998
ใส่ได้ก็เอามา

1008
00:38:36,070 --> 00:38:36,294


1009
00:38:36,199 --> 00:38:36,482


1010
00:38:36,463 --> 00:38:37,327


1011
00:38:37,351 --> 00:38:42,357
Ok Thank You

1012
00:38:42,418 --> 00:38:44,123


1013
00:38:44,589 --> 00:38:44,862


1014
00:38:44,980 --> 00:38:48,504
วันนี้ก็ประมาณนี้ค่ะขอบคุณทุกคนมากนะคะพี่

1015
00:38:48,438 --> 00:38:48,856


1016
00:38:48,819 --> 00:38:53,441
ยังตั้งใจเรียนอยู่แล้วก็งานอย่าลืมส่งวันนี้นะคะอยู่ดีๆก็

1017
00:38:53,299 --> 00:38:54,028
ทำให้เสร็จ

1018
00:38:54,068 --> 00:39:01,506
แล้วก็ฝากเพื่อนมาส่งรวมกันมาส่งก็ได้นะคะถ้าใครอยู่หอก็จะมาทำอยู่ดีๆก็ได้หรือว่าทำเสร็จแล้วมาส่งที่

1019
00:39:01,378 --> 00:39:02,398
อาการก็ได้

1020
00:39:02,399 --> 00:39:02,960


1021
00:39:05,479 --> 00:39:09,079
โอเคค่ะวันนี้ก็ประมาณนี้ค่ะขอบคุณล่างด้วยนะคะ

1022
00:39:10,408 --> 00:39:12,639
ค่าขอบคุณค่ะ

1023
00:39:13,358 --> 00:39:14,046


1024
00:39:14,508 --> 00:39:14,727


1025
00:39:14,907 --> 00:39:15,167


1026
00:39:15,279 --> 00:39:15,830


1027
00:39:16,178 --> 00:39:16,402


1028
00:39:18,928 --> 00:39:19,150


1029
00:39:20,271 --> 00:39:20,493


1030
00:39:31,998 --> 00:39:34,609
วันนี้ครบเนาะ

1031
00:39:36,288 --> 00:39:37,747


1032
00:39:37,699 --> 00:39:37,987


1033
00:39:37,958 --> 00:39:38,229


1034
00:39:38,147 --> 00:39:38,510


1035
00:39:38,471 --> 00:39:38,671


1036
00:39:39,822 --> 00:39:41,071
OK

1037
00:39:41,035 --> 00:39:43,246


1038
00:39:49,741 --> 00:39:50,427

