--- title: ฝึก Revoice + PE (ห้องเรียนสกลฯ ) มาตรฐานสากลด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล อ.ธิดารัตน์ วันที่ 15 ธ.ค. 2565 subtitle: date: วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม 2565 เวลา 13.18 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) สวัสดีค่ะ ล่ามได้ยินไหมคะ ล่ามทางไกลได้ยินไหมคะ โอเคค่ะ อย่างนั้น เดี๋ยวจะขอเริ่มเลยนะคะ โอเคค่ะ ก็วันนี้ เริ่มได้เลยใช่ไหมคะ ทางล่ามโอเคนะคะ โอเคค่ะ ก็เดี๋ยวเราจะมาเริ่มเรียนนะคะ บทที่ 5 ของเราต่อนะคะ บทที่ 4 ของเราที่เรียนไป เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะคะ ก็จะเป็นเกี่ยวกับตัวมาตรฐาน 802.3 นะคะ เป็นตัวมาตรฐาน เดี๋ยวอาจารย์ขอ...ก่อนดีกว่า ตัวมาตรฐาน 802.3 ก็จะเป็นตัวมาตรฐานของตัวอินเทอร์เน็ต ก็จะเป็นตัวมาตรฐานแรกที่ใช้ในการเชื่อมต่อของตัวอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่เริ่มนำมาใช้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นในบริษัทหน่วยงานองค์กรนะคะ จากตัวมาตรฐาน 802.3 ของเรา บทที่ 4 ของเราเราก็จะมาเรียนต่อของตัวมาตรฐาน 802.4 แล้วก็มาตรฐาน 802.5 ของเรานะคะ ก็จะเป็นเครือข่ายในรูปแบบของ Token Bus แล้วก็ Token Ring นั่นเองนะคะ 2 แบบเดี๋ยวเราจะมาดูกันนะคะ ว่าเนื้อหาของเราที่เราจะได้เรียนในวันนี้มีอะไรบ้าง นะคะ เริ่มตั้งแต่ก็จะมาพูดถึงตัวหลักการพื้นฐานนะคะ ความเป็นมาของตัวมาตรฐาน IEEE 802.4 และตัว IEEE 802.5 อย่าลืมปิดไมค์ด้วยนะคะ แล้วก็มีการทำงานนะคะ หน้าที่นะคะ ของตัว msc ในรูปแบบ Token passing นะคะ เดี๋ยวเรามาดูการทำงานของตัวToken ช้ในการส่งในตัวรูปแบบเครือข่ายตัวรูปแบบ 80 2.2.4 แล้วก็ IEEE 802.5 มันมีคนแต่งถังแล้วก็มีรูปแบบการจัดวางหรือว่าการใส่ข้อมูลนะคะ ของลำดับนะคะ ในการส่งข้อมูลอย่างไรนั่นเองนะคะ มาดูตัวหลักการพื้นฐานของเรานะคะ ก็อย่างที่บอกไปตัวมาตรฐาน 802.3 เริ่มแรกจะเป็นตัวมาตรฐานที่นำมาใช้นะคะ ในการจัดวางหรือว่าสื่อสารตัวระบบอุปกรณ์ในตัวคอมพิวเตอร์ ในสำนักงานของเรานั่นเองนะคะ เนื่องจาก ว่าเราเอามาใช้แล้วนี่ ก็จะประสบปัญหาอย่างที่เราบอกไปนะคะ เวลาเราส่งข้อมูลไปพร้อมกันในกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องที่จะทำการส่งข้อมูลไปพร้อมกันแล้ว กรณีที่ส่งไปพร้อมกันแล้ว เกิดการชนกันของข้อมูลเกิดขึ้น ดังนั้นก็จะมีการสุ่มเวลาขึ้นมา เพื่อจะทำการส่งข้อมูลอีกรอบหนึ่ง เพื่อไม่ให้การส่งข้อมูลนั้น เกิดการชนกันของข้อมูล ดังนั้นตัวมาตรฐาน 802.3 ก็เลย จะมีข้อจำกัดตรงนี้ ซึ่งจะทำให้เรา หรือว่าผู้ส่งที่ทำการส่งข้อมูลอีกรอบ ต้องรอระยะเวลาใหม่ เพื่อทำการส่งข้อมูลซ้ำอีกรอบอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง ซึ่งบางทีอาจจะใช้ระยะเวลาในการรอค่อนข้างเยอะนั่นเองนะคะ เราก็ไม่รู้ว่าส่งไปรอบ 2 รอบที่ 3 หรือว่ารอบที่ 4 เรื่อย ๆ นี้จะเกิดการชนกันของข้อมูลอีกครั้งหรือเปล่านะคะ และอีกปัญหาหนึ่ง ใครเปิดไมค์นะคะ อย่าลืมปิดไมค์ให้อาจารย์ด้วย ใครนะ อัษฎาวุธ ปิดไมค์ให้อาจารย์ด้วยนะคะ ปิดหรือยังเอ่ย OK เดี๋ยวต่อกันนะคะ ก็คืออีกปัญหาหนึ่งที่เราพบก็คือเนื่องจากไอ้ตัวมาตรฐาน 802.3 ที่เป็นรูปแบบการส่งข้อมูลแบบ csmaCD เราจะมีการส่งลำดับของเฟรมนะคะ แต่ว่าตัวมาตรฐาน 802.3 เมื่อส่งไปถึงปลายทาง แล้วมันไม่ทำการเรียงลำดับของตัวเฟรม อย่างที่อาจารย์บอกไปเพราะว่าส่งตัวเลข 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 จากต้นทางไปยังปลายทางนะคะ อยากปลายทางรับมามันอาจจะเริ่มที่ลำดับที่ 4 5 6แล้วก็ 1 2 3 อย่างนี้ ดังนั้นความสำคัญในการจัดลำดับก็จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นก็ไม่สามารถที่จะมาใช้ในตัวระบบ Real-Time นะคะ ดังนั้น ตอนนี้ก็จะทำให้เกิดปัญหานะคะ ในการรับส่งข้อมูลว่าตัวไหนที่จะมีลำดับดูก่อนไม่สามารถที่มาเรียงลำดับที่ 1 ได้นั่นเองนะคะ ถัดมานะคะ 802.3 เมื่อเราพบถึงปัญหาแล้ว ดังนั้นตัวมาตรฐานตัวถัดมาที่เกิดขึ้น ก็จะเป็นมาตรฐานตัว 802.4 นะคะ ซึ่งจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหานั่นเองนะคะ ก็คือตัวนี้จะเกิด เปิดทางให้แต่ละคอมพิวเตอร์นั่นเอง ในเครือข่ายของเราทำการผลัดเปลี่ยนเพื่อทำการส่งข้อมูลของตนเอง ตามระยะเวลานั่นเองนะคะ ยกตัวอย่างว่าเรามีตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ อยู่ทั้งหมดกี่เครื่องอยู่ในระบบนะคะ นะคะ ระยะเวลานั่นเองในการส่งข้อมูลแต่ละครั้ง กำหนดเวลาเท่าไหร่นะคะ คูณกับจำนวนของตัวเครื่องนั้นเองนะคะ หรือเรียกว่าเป็นสถานีนั่นเองมีทั้งหมดกี่เครื่อง ใช้เวลาเท่าไรนะคะ ตรงนั้นก็จะดูว่าเวลาที่เขาจะสามารถส่งข้อมูลได้อยู่ที่เวลาเท่าไรนั่นเองนะคะ อันนั้นมันก็ไม่ต้องแบบไปกังวลนะคะ ว่าเราจะส่งข้อมูลแล้วเกิดการชนกันของข้อมูลนะคะ เดี๋ยวก็รู้ระยะเวลาที่แน่นอนว่าเราจะส่งข้อมูลที่เวลาณจุดไหนนั่นเองนะคะ ดังนั้นผู้ใช้งานในตัวคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในระบบเครือข่ายก็จะค่อนข้างไม่ประสบปัญหาการกดดันของข้อมูลนะคะ ซึ่งนะคะ ทำให้เกิดการชื่นชอบแล้วก็นำตัวระบบเครือข่ายนี้มาใช้ แต่เนื่องจากในตัวระยะภาพก็คือการต่อระบบเครือข่ายของตัวมาตรฐาน 802.4 นี่ จะค่อนข้างมีปัญหาในกรณีที่ถ้าตัวคอมพิวเตอร์หรือว่าหัวเคเบิ้ลนะคะ สายเชื่อมต่อในระบบเครือข่ายของเขานี่ เกิดปัญหาทำให้ตัวระบบเครือข่ายทั้งหมดเกิดเสียปัญหาด้วยเช่นเดียวกัน ก็คือไม่สามารถที่จะส่งตัวข้อมูลหากันได้นั่นเองนะคะ ดังนั้น วิธีตัวประยุกต์นะคะ การแก้ปัญหาของตัวมาตรฐาน 802.3 ก็จะเกิดเป็นการพัฒนามาตรฐานที่ขึ้นมาใหม่ เรียกว่า 802.4 ก็คือนำจุดเด่นนะคะ ของข้อดีก็คือนะคะ ไม่ต้องรอโดยไร้จุดหมาย ก็คือเราจะมีระยะเวลาที่กำหนดว่าที่ลำดับที่เท่าไร สามารถที่จะส่งข้อมูลได้นะคะ แล้วก็สามารถที่จะต่อเชื่อมต่อข้อมูลในรูปแบบระบบวงแหวนนั่นเองนะคะ ถัดมาพูดถึง 802.4 ไปแล้วนะคะ อันนี้เขาจะเป็น 802.5 ค่ะ ที่มีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น จาก 802.3 802.4 ก็จะเอาข้อดีของ 802 ของตัวพัฒนาใหม่มาเป็นตัวมาตรฐาน 802.4 แล้วก็ล่าสุดก็จะเป็นมาตรฐาน 82.5 นะคะ ก็จะเป็นตัวระบบวงแหวนนะคะ ที่ถูกพัฒนานะคะ ให้มีการใช้ในตัวระบบเครือข่าย อาจจะเป็นวงกว้างหรือว่าเฉพาะที่ก็ได้นั่นเองนะคะ ตัวระบบเครือข่ายแบบวงแหวนก็จะทำการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุดนะคะ แล้วก็ทำการเชื่อมต่อตัวคอมพิวเตอร์ เครือข่ายของเรานะคะ ที่จะเป็นรูปแบบวงกลมนั่นเองนะคะ หรือว่าเราจะเรียกว่าวงแหวนนั่นเองนะคะ สายที่ใช้ในการสื่อสารนะคะ อาจจะมีสายตัวดูพีพีนะคะ หรือว่าไอซีพีก็แล้วแต่นะคะ หรือว่าจะเป็นสายโคแอกเชียล หรือว่าเป็น Fiber Optic นะคะ ก็แล้วแต่ว่าตัวระบบเครือข่ายของเราอยู่ในอาคาร หรือว่าตัวเชื่อมต่อใช้ระยะทางไกล ใกล้แค่ไหนนั่นเองนะคะ สัญญาณที่ใช้นะคะ ในการเชื่อมต่อนะคะ ก็มีทั้ง 2 รูปแบบ ทั้ง Android แล้วก็ analog นั่นเองนะคะ วันนี้บริษัทนะคะ ตัว ibm ก็สามารถที่จะนำตัวมาตรฐานตัวนี้นะคะ มาใช้นะคะ ในตัวระบบเครือข่ายของเรานะคะ ดังนั้นเขาก็เลยได้ร่วมพัฒนาตัวออกแบบ 802.5 ขึ้นมาอันนี้ก็จะเป็นข้อดี ที่พัฒนาเพิ่มจากตัวมาตรฐาน 802.4 มาเป็น 802.5 นะคะ ก็คือสามารถกำหนดระยะเวลา แล้วก็ความยาวนะคะ ของการส่งสัญญาณของแต่ละจนางเอกนะคะ มาเดี๋ยวเราจะมาดูรูปแบบนั่นเองนะคะ ในการส่งข้อมูลนะคะ ชุดหนึ่งนี่ ไปยังปลายทางนะคะ จากต้นทางมันต้องมีเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง เราจะมาดูมาตรฐานแรกของเราอยู่ที่มาตรฐาน IEEE 802.4 นะคะ ว่าในการส่งข้อมูล 1 ครั้งนะคะ ใน Token passing มันต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง ที่จะทำการส่งไปในรอบนั่นเองนะคะ โดยส่วนประกอบนะคะ ของเฟรม ของข้อมูลมาตรฐาน 802.4 ของเรานี่ ก็จะเริ่มจากตัวแรกนะคะ ดรีมดรีมเวิลด์นะคะ อันที่ 1 ก็จะเป็นที่ฉายสัญญาณของผู้ส่งแล้วก็ผู้รับให้ตรงกันนั่นเองหรือว่าส่งไปที่ต้นทางช่วงเวลานี้แล้วปลายทางรับช่วงเวลานี้จะมีการเช็กข้อมูลของเวลานะคะ ถัดมาก็จะเป็นตัว SD ตรงนี้นะคะ HD ก็จะเป็นตัวสตาร์ท delimiter ก็จะเป็นตัวบอกจุดนั่นเองนะคะ ของข้อมูลที่จะทำการส่ง HD ED ตัว E D ก็คือตัวนี้ก็คะตัวท้ายสุดก็คือว่าจะส่งนะคะ ข้อมูลไปถึงสิ้นสุดที่ตรงไหน นั่นเองนะคะ ดังนั้น เรามีจุดเริ่มต้นแล้วจุดสิ้นสุด เราก็ไม่ต้องมีระยะทางความยาวของข้อมูลนั่นเองนะคะ เนื่องจากเรามีจุดเริ่มต้นแล้ว ก็จุดสิ้นสุดไว้เรียบร้อยแล้วนั่นเองนะคะ ข้อมูลก็จะเป็นที่อยู่ระหว่าง 2 เฟรมนี้นั่นเองนะคะ ถัดมานะคะ เดี๋ยวเราจะมาดู ตัว F Frame Control ของเรานั่นเองนะคะ ก็คือเราจะใช้แยกระหว่างเฟรมข้อมูลแล้วก็เฟรมควบคุมของเรานะคะ เช่นกรณีที่เราจะส่งข้อมูลนะคะ ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถ่ายออกไปจะต้องมีการปรับ address หรือว่าตัวข้อมูลนะคะ ตัวไบต์ที่ทำการส่งนะคะ จากต้นทางไปยังปลายทางนะคะ ก็จะมีการปรับค่าภายในนะคะ ของตัวเลขจัดส่งปลายทางไปยังปลายทางได้นั่นเองนะคะ ถัดมาก็จะมีที่อยู่ของผู้ส่งแล้วก็ผู้รับนั่นเอง ก็จะเป็น address และ destination address นั่นเองนะคะ ก็แต่ละที่จะมีความยาวขนาด 6 ไบต์นั่นเองนะคะ ว่าต้นทางเรามีอยู่ที่บ้านเลขที่อะไรปลายทางอยู่ที่บ้านเลขที่อะไรนั่นเองนะคะ ถัดมา DAtA หรือว่าความยาวของเราก็คือตัวข้างบนของเราได้ทำการส่งไปก็จะมีความยาวอยู่ที่ศูนย์ถึง 1182 ไบต์ เขาไว้นั่นเองก็คือข้อมูลที่เราได้รับมาสุดท้ายของเราตอนนี้นะคะ เช็คสั้น นะคะ ก็คือใช้ในกรณีที่ต้องการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลนั่นเองกรณีที่เราส่งข้อมูลนำทางไปอาจจะมีขนาด 4 Byte ปลายทางรับไปครบหรือเปล่า มีการตกหล่นระหว่างเดินทางไหนนะคะ ไบต์ครบไหมข้อมูลครบไหมก็จะมีตัวระบบที่คอยช่วยเรื่องของข้อมูลหรือที่เรียกว่า redundancy นั่นเองดูว่าข้อมูลครบไหม crc นั่นเองตัวนี้ มีหล่นหายระหว่างทางหรือเปล่านะคะ จะได้เช็กได้ถูกว่าตรงไหนที่มันผิดพลาด จะได้ทำการส่งข้อมูลซ้ำอีกรอบหนึ่ง จะได้ให้ปลายทางรับข้อมูลได้อย่างครบถ้วน แล้วก็สมบูรณ์นั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นตัวมาตรฐานแรกของเรานะคะ ถัดมาเราจะมาดูการทำงานของ Token passing นะคะ หรือว่าตัวเฟรมที่เราทำการส่งข้อมูลไปยังตัวระบบเครือข่ายของเรานะคะ ในตัวมาตรฐานที่ 2 ก็คือ IEEE 802.5 นะคะ เราก็จะมาดูก็มาส่วนประกอบรูป 802.4 นะคะ ค่อนข้างเยอะนะคะ มันจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท a b c แกก็จะเป็น A จToken มีเป็นเอาบ่ เราจะเห็นว่าตรงที่ซีจะหน้าตาคล้ายกับตัวมาตรฐาน 802.4 นะคะ เดี๋ยวเราจะมาดู ว่าตัวประเภทและของเราหรือว่า Tนี่ชื่ออะไรนะคะ Open ก็จะเป็นตัวที่เดินทางอยู่ในตัวระบบเครือข่ายนั่นเองนะคะ ก็คือจะวิ่งวนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องไหนที่ต้องการส่งข้อมูลนะคะ ก็จะทำการเปลี่ยน To ที่ทำการเดินทางในส่วนของเรานี่เปลี่ยนค่านั่นเองนะคะ ฉลาดนะคะ state Control หรือตัว AC ของเรา50 เปลี่ยนเป็น 1ก็จำลองตัวเองกลับมาเป็นตัวด้านหน้าทำการส่งใน frame ข้อมูลของเรา โดยเราจะมีที่ในการส่งข้อมูลของเรานี่ตรงนี้นี่มีอะไรบ้าง ลักษณะคล้าย ๆ มาตรฐาน 802.4 เมื่อกี้ SD ตัว start เริ่มมีการส่งข้อมูลแล้วนะ จำนวนความยาวไบต์เท่าไหร่นั่นเองMini HDและอีหลีตัวนี้ ventilator แล้วมีจุดสิ้นสุดนั่นเองนะคะ ของเฟรมว่าอยู่ที่ไหน ถัดมาเราก็จะมาดูตัว AC ของเราตัวเมื่อกี้ เป็นสต๊าฟตัวที่ 2 ก็จะเป็นตัว AC ของเรา AC ของเราตัวนี้ก็จะมีองค์ประกอบที่เยอะมากกว่าตัวมาตรฐานเมื่อกี้ ก็จะมีอยู่ 4 ส่วน มี priority นะคะ ก็คือสามารถกำหนดความสำคัญของเฟรม อย่างที่บอกไปเฟรมไหนลำดับที่ 1 2 3 อันที่ 2 Token นะคะ จะบอกประเภทได้นะคะ อันนี้เป็นเฟรมข้อมูลหรือเปล่า หรือว่าเป็น Token หรือตัวหัวที่ส่งข้อมูลนั่นเอง อันที่ 3 Monitor นะคะ เอาไว้ในกรณีเกิดขาดหาย ในวงการสื่อสารของเราวงเส้นของเราระบบคอมพิวเตอร์ของเรา ตัวที่ 4 ก็จะเป็น Research กรณีที่เราต้องการส่งข้อมูล Search จะทำการส่งข้อมูลแล้วล่ะ ถัดมา มาตัวถัดมาจะเป็นตัวเฟรมคอนโทรลตัวนี้ถ้าจะใช้ตัวควบคุมนะคะ ตัวชุดคำสั่งที่ออกใบกำกับการส่งข้อมูลในตัวเฟรม ที่เราจะส่งไปยังปลายทางนะคะ ถัดมา HD นะคะ ตัวนี้ ก็คือ Source Address ของเราแล้วก็อัพเดทสเตชั่น addressก็คือผู้ส่งผู้รับลักษณะเหมือนกันนั่นเองก็จะมีที่อยู่ของต้นทางว่าส่งมาจากไหนแล้วก็ที่อยู่ของปลายทาง อันนี้จะมีอย่างละ 6 ไบต์ เช่นเดียวกันนะคะ ถัดมาอันนี้ก็จะเป็นข้อมูลนะคะ ความยาวของข้อมูลนะคะ เราจะเห็นว่าตัวความยาวของข้อมูลของเราจะสามารถส่งได้ตั้งแต่ 0 ถึง 4,500 ไบต์นั่นเองนะคะ เช็ค someเอาไว้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลมี 4 ไว้เช่นเดียวกับตัวมาตรฐานเมื่อกี้เลย ในกรณีที่เราส่งข้อมูลไปในสายสื่อสาร แล้วเกิดความผิดพลาดข้อมูล ในลำดับไหนนี่ขาดหายไป หรือข้อมูลลำดับไม่ครบนะคะ อันนั้นจะทำการส่งข้อมูลกลับมาอีกรอบหนึ่ง เพื่อให้ข้อมูลเดินทางกลับไปทางอยู่ครับ ตามที่ต้นทางต้องการส่งข้อมูลมานั่นเองนะคะ ถัดมาเฟรมสเตตัส อันนี้ก็คือไว้สำหรับควบคุมข้อมูลผู้รับได้รับข้อมูลก็จะทำการบ่งบอกสถานะ ของข้อมูลว่าข้อมูลที่ได้รับมานี่ เป็นอย่างไรบ้างนะคะ ของเรานะคะ ค่าตัว a c ของเราถ้า a = 0 และ c = 0 ก็คือปลายทางผู้รับไม่อยู่ในวงแหวนคือตัว detonation หรือตัวปลายทางไม่ได้อยู่ในวงสื่อสารที่เราจะส่งข้อมูลไปนั่นเอง เมื่อรับตัวสารตัวนี้ เราก็จะทำการส่งข้อมูลใหม่นะคะ ถัดมา ถ้า C เป็น 0 หมายความว่าผู้รับนะคะ แล้วก็ตัวไม่ได้รับเฟรมนั้น อาจจะมีการส่งข้อมูลไม่ครบ หรือว่ามีบัฟเฟอร์เกิดขึ้น ก็จะเช็กกันอีกรอบหนึ่ง แล้วก็สุดท้ายนะคะ A เท่ากับ 1 C เท่ากับ 1 หมายความว่าได้รับข้อมูลครบเรียบร้อยแล้วนั่นเอง ถัดมาเราก็จะมาดูว่า โทเคนเฟรมของเรานี้มีอะไรบ้าง นะคะ ลักษณะของเฟรมก็จะประกอบไปด้วย 3 ไบต์ ssd ตัวนี้นะคะ Restart นะคะ access control แล้วก็ Delevator แล้วก็จบที่เท่าไรนั่นเอง แล้วตัวเองเพื่อทำการควบคุม การส่งข้อมูลในระหว่างต้นทางกับปลายทางนั่นเอง อีกตัวหนึ่ง Benedict น่าจะเป็นชื่อที่อาจจะไม่เคยได้ยิน เพิ่งเคยได้ยินมา ตัวเฟรมตัวนี้ก็ไว้กรณีที่เราต้องการยกเลิกนั่นเองว่าจะเริ่มยกเลิกตั้งแต่เฟรมไหนถึงเฟซไหนตัวข้อมูลที่เราส่งไปสามารถยกเลิกข้อมูลเหล่านั้นก็จะไม่ส่งไปยังปลายทางนั่นเองนะคะ เราก็จะรู้มาตรฐานของตัวกลางส่งข้อมูลของ ieee 802.4 และ ieee 802.5คราวนี้เรามาดูรูปแบบของ Token bus ของเราที่ใช้ในการเชื่อมต่อจากสถานีนะคะ ดูจากรูปก็จะเห็นเป็นการเชื่อมต่อ เป็นรูปแบบกลุ่มในลักษณะของลักษณวงศ์นั่นเองรายการส่งข้อมูลนี้ก็จะเริ่มนั่นเองนะคะ อยากฟังต้นทางนะคะ โดยหมายเลขที่สูงสุดของวงนะคะ ก็จะส่งข้อมูลออกมานะคะ แล้วก็ไล่ลำดับไปยังข้อมูลข้างเคียงของเรานั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเห็นว่าเป็นสายโคแอกเชียลที่ใช้ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์นะคะ ถัดมา Token Bus นะคะ อันนี้ก็จะเห็นว่าสายของเราจะทำการเชื่อมต่อเป็นวงล้อม เป็นวงกลมเลยอุปกรณ์ก็ต่อจากเครื่องนะคะ ไปยังสายส่งสัญญาณแล้วก็ไปยังเครื่องใกล้เคียงนั่นเอง ที่ทำการเชื่อมต่อจนกระทั่งครบ 1 รอบนั่นเองนะคะ จะมีการส่งจาก Station ไหนไปยัง Station ไหนนะคะ ถัดมาอุปกรณ์นะคะ ที่ใช้ในการเชื่อมต่อของโทเค็นริงก็จะเรียกว่า Multi Station AccessUnit หรือว่า mau ก็จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์เข้ากับสายสื่อสารนะคะ แล้วก็ใส่สื่อสารก็เชื่อมต่อไปยัง Station หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวอื่น ๆ แล้วก็เชื่อมต่อให้เป็นหนึ่งเครือข่าย หรือ 1 วงจรของเรานั่นเองนะคะ ถัดมาก็จะเป็นตัวรูปแบบการใช้ตัวไฟเบอร์นะคะ จะเรียกว่า fddi ไฟเบอร์ interval Data Interface ใช้รูปแบบของ Token Ring ตัวมาตรฐานของเราตัว I Triple a เมื่อกี้นั่นเองเลยกำหนดมาตรฐานโดย ans I และ ICU ตัวนี้จะใช้มาตรฐานของตัว Fiber Optic มีสายในการสื่อสาร คราวนี้เราจะมาดูตัว layer ของตัว fddi ก็จะมีทั้งหมด 4 ส่วนถ้าเทียบกับตัว OSI ของเราก็มีแค่ 2 ชั้นนะคะ ก็จะแตกต่างจากตัว OSI ของเรา OSI จะมีตัว layer ที่มากกว่านี้ ถูกต้องนะอันนี้จะมีฟิสิคอลและ Data Link layer ตัว fddi ประจำ miracles physical medium ก็คือตัวกรณีเอาไว้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก แล้วพี่ซื้อข้อต่ออุปกรณ์แล้วตัว Media access Control ของเราแล้วมีตัว li Link controlอันนี้จะเป็นรูปที่เปรียบเทียบนั่นเองว่าสามารถที่จะส่งแล้วสื่อสารข้อมูลในรูปแบบของ Fiber Optic เป็น fbi กับ OS iเป็นอย่างไรนั่นเองอันนี้ก็จะเป็นตัวคร่าว ๆ 2 ตัวมาตรฐานมาดูมันกายภาพแล้ว แล้วตัวอุปกรณ์ที่ใช้ในการส่งข้อมูลของเรานั่นเอง เวลาเราส่งข้อมูลนี้ประกอบไปด้วยเฟรมข้อมูลอะไรบ้าง มีต้นทางปลายทางการเช็กข้อมูลด้วยหรือเปล่า แล้วก็สามารถบอกขนาดของข้อมูลได้ไหม กรณีส่งข้อมูลไปแล้วเกิดผิดพลาดมีการเช็กอย่างไรถ้าเป็น Token Bus ส่งข้อมูลไปแล้วเป็นอย่างไรบ้างถ้ากรณี Token Ring ถ้าต้องการส่งข้อมูลต้องไปจับโควตา ในวงสื่อสารของเราไหมมันจะสามารถส่งข้อมูลได้หรือเปล่านั่นเองนะคะ แล้วก็อันนี้ก็จะเป็นพูดถึงตัว Fiber Optic ตัวสุดท้ายนะคะ อันนี้ก็จะเป็นตัวเชื่อมต่อของ fddi ก็จะมี 2 วงนะคะ เพื่อใช้ในการแก้ปัญหากรณีเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา ก็จะมีสายเชื่อมต่อ 2 เส้นก็จะมี Primary ring เส้นที่ 1 แล้วก็มี secondary links กรณีที่สายตัวแรกสามารถใช้สายส่งที่สำรองเส้นหนึ่งเอาไว้ได้ก็จะทำให้การสื่อสารของเรานี่ไม่เกิดติดปัญหาขึ้นมาได้ สาย 1 เสียก็ใช้สาย 2 ในการส่งสัญญาณระหว่างกันได้นั่นเอง จะเป็น Backup Ring มาช่วยแก้ปัญหานั่นเอง วันนี้ก็จะเป็น 2 ตัวมาตรฐานนะคะ เบื้องต้นนะคะ ที่เราเรียนก็จะเรียน 802.3 802.4 และ 802.5 และจะมีคำถามท้ายบทนะคะ ทั้งหมด 5 ข้อนะคะ ก็อย่าลืมนะคะ ไปทำคำถามท้ายบท แล้วเอามาส่งให้เรียบร้อยแล้วกันนะคะ วันนี้ก็จะเป็นประมาณนี้แล้วกันนะคะ เดี๋ยวจะขอ นัดไว้เป็นรอบหน้านะคะ เพราะว่าตัวเนื้อหาเขาจะแบ่งเป็นส่วนตามส่วนนะคะ มาตรฐานวันนี้ก็จะมี 2 อันพูดถึงรูปแบบนั่นเองนะคะ วันนี้ใครมีข้อสงสัยหรือข้อคำถามอะไรไหมคะ ถ้าไม่มี คลาสนี้ก็จะประมาณนี้แล้วกันนะคะ โอเคค่ะ อย่างนั้น ก็ขอบคุณพี่ล่ามแล้วกันนะคะ เดี๋ยวจะขอเช็กชื่อก่อนแล้วกันนะคะ ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวอาจารย์ขอเช็กชื่อก่อนนะคะ อดิศร อดิศรมาไหมคะ ได้ยินไหมนะ เดี๋ยวอาจารย์ขอเช็กอีกห้องหนึ่งแล้วกัน ทวีรัตน์ // มาครับ (อาจารย์ธิดารัตน์) จักรพันธ์ // ครับ (อาจารย์ธิดารัตน์) จิตราภรณ์ // มาค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์) สิตาพร มาไหมคะ // อาจารย์ได้ยินไหมคะ ได้ยินค่ะ วรพจน์มาครับ นราวิชญ์ // มาครับ อนุภาคมาครับ Hot Hiมาครับผม (อาจารย์ธิดารัตน์) พัทธนันท์ // มาครับ (อาจารย์ธิดารัตน์) ศศิกานต์ // มาค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์) มัณฑนา // มาค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์) ปรเมศ // มาครับ (อาจารย์ธิดารัตน์) กันตวิชญ์ กันตวิชญ์ ช่วยดูให้หน่อยนะคะ อย่างนั้นก็ เดี๋ยวไม่เช็กกลัวน้องไม่ได้ยิน กันตวิชญ์มาไหมคะ กันตวิชญ์