﻿1
00:00:14,885 --> 00:00:14,886

2
00:00:14,886 --> 00:00:18,886

3
00:00:22,786 --> 00:00:26,786

4
00:00:30,790 --> 00:00:34,790

5
00:00:34,793 --> 00:00:38,793

6
00:00:38,799 --> 00:00:42,799

7
00:00:42,800 --> 00:00:46,800

8
00:00:46,803 --> 00:00:50,803

9
00:00:50,804 --> 00:00:53,849

10
00:00:53,849 --> 00:00:57,849

11
00:01:06,815 --> 00:01:10,815

12
00:01:10,817 --> 00:01:14,817

13
00:01:18,821 --> 00:01:22,821

14
00:01:22,822 --> 00:01:26,822

15
00:01:26,827 --> 00:01:30,827

16
00:01:34,833 --> 00:01:36,990

17
00:01:36,990 --> 00:01:40,690

18
00:01:40,690 --> 00:01:42,330
(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ สวัสดีพี่ล่ามด้วยนะคะ

19
00:01:42,330 --> 00:01:46,114
วันนี้ก็เป็นบทที่ 6

20
00:01:46,114 --> 00:01:50,114
นะคะ ที่เราจะเรียนต่อ เป็นตัวมาตรฐานตัวถัดมา

21
00:01:58,331 --> 00:01:58,747
เรียนต่อ เป็นตัวมาตรฐานตัวถัดมานะคะ จากตัวมาตรฐานที่เกี่ยวกับสายสื่อสารนะคะ ที่เป็นรูปแบบมีสายแล้วก็

22
00:01:58,747 --> 00:02:02,747
ไร้สายนะ อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบตัวมาตรฐาน

23
00:02:05,836 --> 00:02:09,836
ITIL นะคะ

24
00:02:10,859 --> 00:02:13,932
ตัวมาตรฐาน ITIL ของเรา เดี๋ยวเราจะมาดูกันว่าตัวมาตรฐาน

25
00:02:13,932 --> 00:02:17,932
ตัวนี้ทำอะไรได้บ้างนะคะ แล้วเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับ

26
00:02:22,218 --> 00:02:26,218
ชีวิตประจำวันของเรา

27
00:02:30,459 --> 00:02:32,739
หรือว่าการทำงานเกี่ยวกับตัวเทคโนโลยีสารสนเทศได้หรือเปล่า มาดูความเป็นมานะคะ ตัวมาตรฐานตัวนี้เกิดมาจากอะไร

28
00:02:32,739 --> 00:02:36,739
นะคะ ก็แน่นอน ตัวมาตรฐานสากลส่วนมากก็จะมา

29
00:02:37,664 --> 00:02:41,664
จากต่างประเทศ

30
00:02:41,962 --> 00:02:43,859
นะคะ โดยนะคะ รัฐบาลอังกฤษนี่ ก็ได้มีการ

31
00:02:43,859 --> 00:02:47,859
ใช้งานเกี่ยวกับพวกระบบสารสนเทศ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์

32
00:02:50,884 --> 00:02:53,399
ตัวการสื่อสารนะคะ หรือตัว

33
00:02:53,399 --> 00:02:57,399
การส่งข้อมูลระหว่างองค์กร

34
00:02:57,665 --> 00:03:01,334
และก็ในองค์กรนะคะ ก็ได้มีการให้บริการนะคะ ทั้งพนักงาน แล้ว

35
00:03:01,334 --> 00:03:04,485
ก็ผู้ที่อยู่ในองค์กรนั่นเองนะคะ คราวนี้

36
00:03:04,485 --> 00:03:07,138
เราใช้บริการ...

37
00:03:07,138 --> 00:03:11,138
ผู้ให้บริการ จะรู้ได้อย่างไร

38
00:03:16,128 --> 00:03:18,579
ว่าการให้บริการนี่เกิดคุณภาพหรือมีประสิทธิภาพได้หรือเปล่า ดังนั้นนะคะ รัฐบาลก็เลยคิดว่าคุณภาพที่ให้บริการนี่

39
00:03:18,579 --> 00:03:22,579
มันยังไม่ดีพอนะคะ จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานหรือองค์กร

40
00:03:25,731 --> 00:03:28,289
นี่ ออกมาดูสิ

41
00:03:28,289 --> 00:03:32,289
ว่างานที่ให้บริการเกี่ยวกับด้านสารสนเทศหรือไอทีของเราได้มาตรฐานหรือเปล่า

42
00:03:38,883 --> 00:03:42,883
โดยมอบหมายให้ 2 ที่ก็คือ UK นะคะ

43
00:03:46,876 --> 00:03:47,396
UK Government’s Central Computer and Telecommunก็เป็นหน่วยงานกลางนะคะ ของตัว Government’s ก็คือของพวกข้าราชการต่าง ๆ

44
00:03:47,396 --> 00:03:51,396
แล้วก็มีของ CCTA ก็จะเป็น

45
00:03:51,509 --> 00:03:55,509
Office นะคะ goveme

46
00:04:02,882 --> 00:04:04,748
เป็นพวกการให้บริการนะคะ กับหน่วยงานข้าราชการ ที่เกี่ยวกับ

47
00:04:04,748 --> 00:04:08,748
พวกทำการตลาด การค้าขายนะคะ นั่นเอง

48
00:04:09,222 --> 00:04:12,151
มาพัฒนากรอบดูสิว่าการพัฒนาทางสารสนเทศ

49
00:04:12,151 --> 00:04:16,151
นะคะ ของหน่วยงานที่อยู่

50
00:04:16,449 --> 00:04:18,958
ต่างประเทศ ของประเทศอังกฤษนี่ เขาให้บริการดีหรือเปล่านะคะ

51
00:04:18,958 --> 00:04:22,958
โดยเริ่มแรกนี่ เขายังไม่ได้ตั้งชื่อว่าเป็นตัวมาตรฐาน

52
00:04:24,589 --> 00:04:28,589
ITLL หรือเป็นตัว ITIL นั่นเอง ก็พูดง่าย ๆ ว่า

53
00:04:31,124 --> 00:04:35,124
เป็นตัวมาตรฐานที่ถูกตีกรอบ

54
00:04:37,593 --> 00:04:40,021
นะคะ พูดง่าย ๆ ว่าการให้บริการในหน่วยงานควรมีข้อกำหนดอะไร

55
00:04:40,021 --> 00:04:44,021
บ้างตามนี้ โดยเรียกเป็นชื่อแรกว่าตัว GITIMM นะคะ

56
00:04:44,377 --> 00:04:46,392
ก่อนที่จะใช้งานมาเรื่อย ๆ

57
00:04:46,392 --> 00:04:50,392
ตามกรอบที่ถูกกำหนดตาม 2 หน่วยงานนี้ แล้วก็ปรับเปลี่ยนเป็นชื่อ ITIL ของเรา

58
00:04:56,535 --> 00:04:58,388
นะคะ ก็คือ I-T-I-L ของเรานั่นเอง

59
00:04:58,388 --> 00:04:59,940
มาตรฐานตัวนี้ที่เราจะมาศึกษาว่า

60
00:04:59,940 --> 00:05:03,940
แล้วมันมี

61
00:05:05,016 --> 00:05:05,853
ผลกับเราไหม มาตรฐานนี่มันอยู่ไกลตัวเราไหมนะคะ

62
00:05:05,853 --> 00:05:09,853
เมื่อรู้ถึงความเป็นมาแล้ว เราจะมาดูประโยชน

63
00:05:13,591 --> 00:05:17,591
์นะคะ อันนี้เป็นการสรุปมาอย่างง่าย ๆ เพื่อให้นักศึกษาเลย ว่า

64
00:05:20,586 --> 00:05:21,976
ประโยชน์

65
00:05:21,976 --> 00:05:24,117
มันเกิดอะไรนะคะ มาตรฐานเกิดขึ้นนี่ ใช้แล้วดีจริงหรือเปล่านะคะ

66
00:05:24,117 --> 00:05:28,117
อันแรกนะคะ ก็คือลดต้นทุนในการบริหาร

67
00:05:30,854 --> 00:05:30,877
เทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ

68
00:05:30,877 --> 00:05:34,877
ลดต้นทุน

69
00:05:36,392 --> 00:05:40,392
คืออะไร พูดง่าย ๆ คือ สมมติหน่วยงานนะคะ อาจจะเป็นของมหาวิทยาลัยของเรานี่

70
00:05:41,089 --> 00:05:45,089
มีงบประมาณในการบริการเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นี่

71
00:05:47,223 --> 00:05:48,585
ทำอย่างไรนะคะ ให้

72
00:05:48,585 --> 00:05:52,585
งบประมาณที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็น

73
00:05:56,868 --> 00:05:58,038
ปีถัดไปหรือไตรมาสถัดไปนี่เกิดลดลง พูดง่าย ๆ คือ ใช้งบน้อยลง

74
00:05:58,038 --> 00:06:01,582
นั่นเองนะคะ จะบริหารอย่างไร อุปกรณ์ไหม บุคลากร

75
00:06:01,582 --> 00:06:01,900
ไหม หรือว่าการปฏิบัติงานนั่นเอง

76
00:06:01,900 --> 00:06:05,900
นะคะ ก็คือลดต้นทุนในการ

77
00:06:06,295 --> 00:06:10,295
ใช้จ่าย ไม่ว่าจะลดต้นทุนในทางเงิน ไม่ต้องเสียเงินเยอะ ลดต้นทุนบุคลากร

78
00:06:14,471 --> 00:06:14,637
ไม่ต้องใช้คนเยอะนะคะ หรือลดต้นทุนใน

79
00:06:14,637 --> 00:06:18,637
กระบวนการทำงาน กระบวนการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง

80
00:06:19,759 --> 00:06:23,759
ระยะเวลา หรือว่าความมีประสสิทธิภาพ

81
00:06:25,500 --> 00:06:27,892
นั่นเองนะคะ 2. ช่วยปรับปรุงนะคะ ระบบการให้บริการ

82
00:06:27,892 --> 00:06:31,525
ทางบริการสารสนเทศนั่นเองนะคะ

83
00:06:31,525 --> 00:06:35,525
การให้บริการคืออะไร เหมือนนักศึกษานี่

84
00:06:36,264 --> 00:06:40,192
เวลาเราค้นหา

85
00:06:40,192 --> 00:06:44,192
ข้อมูลหรือว่าทำรายงาน แน่นอนก็ต้องเข้า Google ถูกไหม ถ้าอยู่มหาวิทยาลัยก็ต้องมี Account

86
00:06:48,643 --> 00:06:49,666
นักศึกษานะคะ username password การใช้บริการสารสนเทศของเรานะคะ

87
00:06:49,666 --> 00:06:53,666
ทำอย่างไร ให้มันเข้าถึงได้รวดเร็ว

88
00:06:58,305 --> 00:07:01,184
เข้าไปแล้วระบบเครือข่ายพร้อมใช้งาน เข้าไปแล้วสามารถใช้กันได้ทุกคน

89
00:07:01,184 --> 00:07:03,527
เข้าไปแล้วไม่ติดขัด ไม่ล่าช้า

90
00:07:03,527 --> 00:07:07,527
เข้าตอนไหนใช้บริการได้ตอนนั้น อันนี้ก็คือ

91
00:07:07,920 --> 00:07:11,920
การให้บริการ

92
00:07:16,751 --> 00:07:19,632
สารสนเทศที่มันพร้อมใช้นั่นเองนะคะ ใช้แล้ว การให้บริการของเราได้รับความพึงพอใจ

93
00:07:19,632 --> 00:07:22,524
ระดับไหน เหมือนเราใช้คอมพิวเตอร์

94
00:07:22,524 --> 00:07:26,524
เข้าอินเทอร์เน็ต เข้า Google

95
00:07:34,950 --> 00:07:38,950
เาเป็นช่วง เหมือนเรื่องลงทะเบียนหรือเปิดรับสมัครที่มีการเข้ามาดูประกาศผลการเข้าศึกษาต่ออะไรอย่างนี้ แน่นอนผู้ที่เข้ามาใช้งาน

96
00:07:41,508 --> 00:07:45,508
ตรวจระบบสารสนเทศของเรา ก็จะเข้าใช้งานพร้อมกัน

97
00:07:47,800 --> 00:07:47,960
ดังนั้นนะคะ  ความพึงพอใจที่เกิดจากการใช้งานตรงนี้นี่

98
00:07:47,960 --> 00:07:49,494
อยู่ระดับไหน ใช้งานได้ดีไหม

99
00:07:49,494 --> 00:07:53,494
เข้าแล้วหน้าเกิด Session ค้าง

100
00:07:56,322 --> 00:08:00,322
หรือว่ามีอะไรหลุดหรือเปล่านะคะ อันนี้

101
00:08:05,835 --> 00:08:07,905
ใช้งานแล้วเกิดความพึงพอใจระดับไหน ก็ต้องมาประเมินความพึงพอใช้ของผู้ใช้

102
00:08:07,905 --> 00:08:10,807
งานด้วย ไม่ใช่ว่า เรามีระบบที่ให้ใช้งาน แต่

103
00:08:10,807 --> 00:08:13,168
ไม่รู้ว่าท้ายที่สุดแล้ว การให้บริการของเราดีระดับไหน

104
00:08:13,168 --> 00:08:17,168
นั่นเองนะคะ มีความเป็นมืออาชีพ

105
00:08:17,543 --> 00:08:18,053
ไหมนะคะ คืออย่างไร พร้อมใช้งาน

106
00:08:18,053 --> 00:08:22,053
ตลอดหรือเปล่านั่นเองนะคะ ถัดมา

107
00:08:23,032 --> 00:08:27,032
เดี๋ยวเราจะมาดูประโยชน์ถัดมา ที่เกิดขึ้นนั่นเอง

108
00:08:28,618 --> 00:08:32,398
ช่วยให้องค์กร

109
00:08:32,398 --> 00:08:36,398
หน่วยงานของเราได้รับมาตรฐานสากลด้วยนะคะ

110
00:08:36,666 --> 00:08:40,666
แล้วก็เป็นที่ยอมรับ คืออย่างไรนะคะ

111
00:08:43,328 --> 00:08:43,555
เหมือนถ้าว่า หน่วยงาน

112
00:08:43,555 --> 00:08:47,555
ของเรานี่ ให้บริการสารสนเทศได้ดีนะคะ ตามตัวมาตรฐาน

113
00:08:54,440 --> 00:08:56,182
ตามเกณฑ์ ตามกรอบ ตามข้อกำหนด รองรับ

114
00:08:56,182 --> 00:08:57,278
ตัวมาตรฐานนี่ แล้วก็มีใบประกาศว่า

115
00:08:57,278 --> 00:09:01,278
การให้บริการของเรานี่ ตรงตามมาตรฐาน แน่นอน ส่งผล

116
00:09:02,811 --> 00:09:03,573
ให้ตัวมาตรฐานของเรานะคะ

117
00:09:03,573 --> 00:09:07,295
ที่ใช้งาน ก็ส่งผลให้องค์กรของเรานี่ดูดี

118
00:09:07,295 --> 00:09:11,295
นะคะ เป็นที่ยอมรับ มีมาตรฐานการันตี บุคลากรก็มี

119
00:09:14,690 --> 00:09:15,342
ประสิทธิภาพในการให้บริการเช่นกัน

120
00:09:15,342 --> 00:09:19,342
มันก็จะสอดคลองแล้วก็สืบเนื่องกับ บุคคลากร

121
00:09:26,993 --> 00:09:30,648
การให้บริการดี ภาพรวมขององค์กรก็จะดีตามไปด้วยนั่นเองนะคะ ถัดมา เพิ่มประสิทธิภาพแล้วก็ทักษะในการทำงานนะคะ

122
00:09:30,648 --> 00:09:34,648
อย่างการทำงานนะคะ สมมติการไปสืบค้นข้อมูล

123
00:09:40,830 --> 00:09:41,687
นะคะ เพิ่มประสิทธิภาพ ก็คือช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน

124
00:09:41,687 --> 00:09:44,416
เข้าปุ๊บ search ข้อมูลได้เลยนะคะ หรือ

125
00:09:44,416 --> 00:09:48,416
ในกรณีถ้าเป็นหน่วยงานอื่นนะคะ การส่งข้อมูลระหว่าง

126
00:09:50,229 --> 00:09:54,229
หน่วยงานนะคะ รวดเร็ว ปลอดภัยไหม

127
00:09:54,767 --> 00:09:57,240
ข้อมูลไม่รั่วนะคะ ข้อมูลไม่หายระหว่างทางนะคะ ไม่โดน

128
00:09:57,240 --> 00:10:01,240
คู่แข่งนำข้อมูลในองค์กรของเราไป อันนี้ก็จะเป็น

129
00:10:06,010 --> 00:10:10,010
การให้บริการที่มีประสิทธิภาพของแผนกหรือว่าหน่วยสารสนเทศของเรานั่นเองนะคะ

130
00:10:10,693 --> 00:10:14,693
ช่วยให้บริการขององค์กรมีความคล่องตัว มีประสิทธิภาพเพิ่ม

131
00:10:16,227 --> 00:10:20,227
ขึ้นนะคะ จะทำอะไรนะคะ เกี่ยวกับการสื่อสารนะคะ

132
00:10:20,525 --> 00:10:24,525
ก็สะดวกสบายพร้อมใช้นะคะ การใช้งาน

133
00:10:25,846 --> 00:10:27,288
ง่ายนะคะ เข้าถึงได้ง่ายด้วย ก็จะ

134
00:10:27,288 --> 00:10:31,288
ทำให้เกิดกระบวนการที่คล่องตัวนะคะ ในการทำงาน

135
00:10:35,794 --> 00:10:39,794
นั่นเองนะคะ ขององค์กรด้วยนั่นเอง ว่ามีกระบวนการที่ถูกต้องตามเกณฑ์นะคะ ตาม

136
00:10:45,470 --> 00:10:46,145
ตัวมาตรฐานที่กำหนดนั่นเองนะคะ คราวนี้เราจะมาดูตัวอย่าง

137
00:10:46,145 --> 00:10:50,145
ของบริษัท หรือว่าหน่วยงานที่เอา

138
00:10:52,993 --> 00:10:56,993
ตัวมาตรฐานมาใช้งาน เดี๋ยวขอ

139
00:10:57,479 --> 00:11:00,886
บอกไว้ว่าตัวมาตรฐาน ITIL

140
00:11:00,886 --> 00:11:04,886
หรือว่าตัว ITIL ของเรา

141
00:11:06,793 --> 00:11:10,793
ก็คือถือว่าเป็น Best Pratics ก็คือขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ดีนั่นเอง ก็คือเราทำ

142
00:11:12,251 --> 00:11:16,251
แบบไหน แล้วมันดีนะคะ ก็จะถือตัวกรอบ ตัว

143
00:11:18,542 --> 00:11:19,761
ข้อกำหนดต่าง ๆ นี่ ปฏิบัติตามหน่วยงานตามองค์กรนะคะ เราก็มาดูตัวอย่างสิว่า

144
00:11:19,761 --> 00:11:23,761
บริษัทหรือว่าหน่วยงานใหญ่ ๆ ที่เขาเอาตัวมาตรฐานมาใช้นี่

145
00:11:26,131 --> 00:11:30,131
มันเกิดผลดีไหม ทำไมเขาถึงจะเอามาใช้ ทำให้

146
00:11:35,044 --> 00:11:36,769
ได้ผลกำไรที่มันมากขึ้นหรือเปล่านะคะ ถ้าเราเห็นว่าบริษัทใหญ่

147
00:11:36,769 --> 00:11:40,769
หรือว่าหน่วยงานใหญ่เอาตัวมาตรฐานนี้มาใช้ แล้ว

148
00:11:42,598 --> 00:11:46,598
ผลกำไรมากขึ้น แน่นอน ในกรณีที่เราเป็น

149
00:11:47,840 --> 00:11:51,840
บริษัทที่เล็ก หรือบริษัทคู่แข็งที่เห็นว่าคู่แข่งมีผลกำไร

150
00:11:52,106 --> 00:11:54,701
ที่มากขึ้น เราก็ต้องเหมือนคอยตามว่าตัวมาตรฐาน

151
00:11:54,701 --> 00:11:57,885
ของเรามาใช้น่ะ ดีนั่นเองนะคะ เหมือนมีคนทดลอง

152
00:11:57,885 --> 00:12:01,885
ให้เราใช้งานก่อนนะคะ ว่า เหมือนรีวิวน่ะ รีวิว

153
00:12:04,199 --> 00:12:07,131
ตัวมาตรฐานแล้วก็เอามาใช้ตามขั้นตอนกระบวนการแบบนี้นะ ท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์ออกมานี่ เกิดประโยชน์นั่นเอง มาตรฐานแล้วก็เอามาใช้ตามขั้นตอนกระบวนการแบบนี้นะ ท้ายที่

154
00:12:07,131 --> 00:12:10,420
สุดแล้วผลลัพธ์ที่ออกมานี่ เกิดประโยชน์นั่นเอง

155
00:12:10,420 --> 00:12:13,715
มาดูตัวอย่างแรก เป็นตัวอย่างที่นักศึกษาทุกคน

156
00:12:13,715 --> 00:12:17,715
น่าจะเข้าถึงแน่นอนนะคะ เป็นบริษ

157
00:12:23,058 --> 00:12:23,322
ผลิตเครื่องอุปโภคบริโภค ยาสระผม แพนทีน

158
00:12:23,322 --> 00:12:25,434
Head and shouder ต่าง ๆ

159
00:12:25,434 --> 00:12:27,988
ที่เราใช้งานตามห้างสรรพสินค้าที่เราไปใช้นะคะ

160
00:12:27,988 --> 00:12:31,988
ในครัวเรือนของเรานี่ ค่อนข้างเยอะ บริษัทนี

161
00:12:38,607 --> 00:12:39,811
้ก็จะผลิตตัวสินแล้วก็บริการ แน่นอน ไม่ว่าเราจะไปห้างไหน หรือว่าร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ

162
00:12:39,811 --> 00:12:43,710
โชห่วยตามแถวบ้านนะคะ

163
00:12:43,710 --> 00:12:47,710
เขาก็มีผลิตภัณฑ์หรือว่าสินค้าเหล่านี้

164
00:12:53,759 --> 00:12:57,759
บริษัทนี้เป็นบริษัทใหญ่ แน่นอนนะคะ เขามีตัวมาตรฐานตัวนี้มารองรับ มันดี

165
00:13:00,764 --> 00:13:04,764
อย่างไร อย่างบริษัท P&G นะคะ

166
00:13:05,507 --> 00:13:07,662
Procter & Gamble นะคะ นำตัวมาตราฐาน

167
00:13:07,662 --> 00:13:11,662
ITIL มาใช้งาน เขานำมาใช้งานแล้วนะคะ ตั้งแต่ ปีคริสต์ศักราช 1999

168
00:13:15,795 --> 00:13:16,665
เริ่มต้นมานะคะ เขามีการวัดเกณฑ์ของเขาแล้ว

169
00:13:16,665 --> 00:13:20,665
4 ปี ที่เขานำไปใช้งานนี่ ตั้งแต่เริมแรก

170
00:13:25,120 --> 00:13:29,120
มานี่ ผลกำไรของเขานี่เพิ่มขึ้นมา แสดงให้เห็นว่ามันประหยัดต้นทุนในการผลิต

171
00:13:30,070 --> 00:13:34,070
ได้ถึง 500 ล้านเหรียญสหรัฐ

172
00:13:38,589 --> 00:13:41,534
นะคะ แน่นอน แน่นอน กำไรเกิดขึ้น ลดต้นทุนนะคะ คราวนี้เงินที่เราได้กำไรมา เราก็สามารถไปพัฒนาส่วนอื่น

173
00:13:41,534 --> 00:13:45,534
ของหน่วยงาน หรือองค์กร หรือจะมีการขยายสาขา

174
00:13:47,205 --> 00:13:48,643
ศูนย์กระจายสินค้าต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นนะคะ

175
00:13:48,643 --> 00:13:52,643
อันนี้ก็ทำให้การตลาดของบริษัทนี่

176
00:13:57,823 --> 00:14:01,823
เพิ่มมากขึ้นนะคะ เมื่อผู้บริโภคเห็นนะคะ ถึงการให้บริการที่ทั่วถึง แล้วก็พร้อมใช้

177
00:14:02,134 --> 00:14:06,134
แน่นอน ภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรก็ตามมา รวมถึงมี

178
00:14:06,667 --> 00:14:10,667
ตัวมาตรฐานที่รองรับด้วย ยิ่งเป็นตัวที่

179
00:14:14,862 --> 00:14:18,862
ให้กับผู้ใช้ แล้วก็ส่งผลให้มีกำลังซื้อในสินค้าและผลิตภัณฑ์ตัวนั้นมากขึ้นนั่นเอง

180
00:14:20,103 --> 00:14:24,103
ตัวนี้มาลดต้นทุนด้าน

181
00:14:24,438 --> 00:14:25,583
การปฏิบัติงาน อย่างไร

182
00:14:25,583 --> 00:14:29,583
นะคะ การปฏิบัติงานของเรา อาจจะเป็นการให้บริการนะคะ พวกระบบ

183
00:14:30,262 --> 00:14:34,190
สารสนเทศภายในองค์กรของเรานะคะ อาจจะช่วยลด

184
00:14:34,190 --> 00:14:37,492
ขั้นตอน ลดบุคลากร ไม่ต้องจ้างคนเยอะ

185
00:14:37,492 --> 00:14:41,492
คนก็จ้างน้อยลง เงินที่ต้องใช้

186
00:14:46,975 --> 00:14:49,264
ก็ลดลง มันก็จะได้ไม่เปลืองงบประมาณขนาดนี้ มันก็จะมีผลที่สืบเนื่องกันมาเรื่อย ๆ นะคะ

187
00:14:49,264 --> 00:14:50,922
ลดบุคลากรด้าน IT

188
00:14:50,922 --> 00:14:54,922
แน่นอน เนื่องจาก  1 บุคคล สามารถดู

189
00:14:59,453 --> 00:15:03,453
นะคะ หรือว่ามีประสิทธิภาพในการทำงานนะคะ ดังนั้น เขาก็

190
00:15:04,849 --> 00:15:08,849
ไม่ต้องจ้างบุคลากรเพิ่ม พูดง่าย ๆ บุคลลหนึ่งสามารถทำงาน multi

191
00:15:10,855 --> 00:15:14,855
Function ทำได้หลายอย่างนี่ แล้วก็สามารถทำนะคะ หรือปฏิบัติงานนี่ตาม

192
00:15:18,094 --> 00:15:19,622
ระยะเวลาที่กำหนด ก็คือไม่ต้องเสียเวลา ก็คือตามตารางงานที่วางไว้ เราก็ไม่ต้องเพิ่มคน

193
00:15:19,622 --> 00:15:21,996
เข้ามานั่นเอง ดังนั้น

194
00:15:21,996 --> 00:15:25,996
นะคะ เราก็จะเห็นว่าบริษัทใหญ่ ๆ ที่เขานำมา

195
00:15:33,352 --> 00:15:34,816
ใช้งานของตัวมาตรฐานตัวนี้นี่ เกิดผลกำไร เราเป็นภาพที่สะท้อนให้เราเห็นแล้ว ว่า

196
00:15:34,816 --> 00:15:38,816
บริษัทใหญ่นำมาตรฐานตัวนี้มาใช้ แล้วมันเกิดผลลัพธ์

197
00:15:42,940 --> 00:15:46,940
ที่ดี แน่นอนนะคะ มีตัวอย่างที่ดี เราก็

198
00:15:49,719 --> 00:15:51,775
อยากจะเอาตัวมาตรฐานตัวนี้มาใช้งานในหน่วยงาน หรือองค์กรของเรา

199
00:15:51,775 --> 00:15:55,775
อันนี้เป็นบริษัทแรกที่นำตัวมาตรฐาน

200
00:15:56,784 --> 00:15:57,765
ตัวนี้มาใช้งานนะคะ สักครู่นะคะ

201
00:15:57,765 --> 00:16:00,357

202
00:16:00,357 --> 00:16:04,357

203
00:16:12,575 --> 00:16:16,575
ต่อมานะคะ มาดูตัวอย่างของตัว

204
00:16:19,230 --> 00:16:19,958
มาตรฐานที่ 2 นะคะ บริษัทนี้

205
00:16:19,958 --> 00:16:23,958
น่าจะเป็น บริษัทที่นักศึกษาน่าจะเคยเห็นเช่นเดียวกัน

206
00:16:26,730 --> 00:16:30,730
เป็นบริษัทที่เกี่ยวกับอุปกรณ์นะคะ เครื่องใช้ เครื่องจักรต่าง ๆ อาจจะเป็น

207
00:16:36,152 --> 00:16:39,106
เครื่องจักรทางการเกษตร บ้านเราก็จะเป็นลักษณะการพวกรถเกี่ยว

208
00:16:39,106 --> 00:16:40,455
ข้าว ถูกไหม รถขนดิน รถ

209
00:16:40,455 --> 00:16:44,455
ตีนตะขาบที่ไว้ขุดเจาะต่าง ๆ

210
00:16:45,138 --> 00:16:49,138
นะคะ บริษัท Caterpillar นี่ ก็จะเป็นบ

211
00:16:55,160 --> 00:16:55,281
ริษัทรถเกี่ยวกับเครื่องจักร ไม่ว่าจะเป็นการเกษตร เกี่ยวกับ

212
00:16:55,281 --> 00:16:55,696
ที่ดินพวกโยธาวิศกรต่าง ๆ

213
00:16:55,696 --> 00:16:59,696
นะคะ ก็จะเป็นบริษัทที่ค่อนข้างใหญ่

214
00:17:01,023 --> 00:17:05,023
แล้วก็กินผลกำไรทางด้านธุรกิจ

215
00:17:09,542 --> 00:17:13,542
ทางนี้ค่อนข้างเยอะ รวมถึง Microsoft ก็ได้ลงทุนนะคะ เกี่ยวกับบริษัท Caterpillar

216
00:17:14,009 --> 00:17:17,343
เช่นเดียวกันนะคะ เราก็จะเห็นได้

217
00:17:17,343 --> 00:17:21,343
นะคะ ตามพวกไซซ์ก่อสร้าง หรือตามอุตสหกรรม

218
00:17:25,926 --> 00:17:26,865
การเกษตรต่าง ๆ ที่นำรถตัว Caterpillar มาใช้งาน ก็ถือว่าเป็นบริษัท

219
00:17:26,865 --> 00:17:29,690
ที่ค่อนข้างใหญ่เช่นเดียวกันนะคะ บริษัทนี้

220
00:17:29,690 --> 00:17:32,192
ก็นำตัวมาตรฐานนะคะ

221
00:17:32,192 --> 00:17:36,192
ITIL ของเรา มาใช้งานเช่นกันนะคะ

222
00:17:40,089 --> 00:17:43,777
เกี่ยวกับจัดการเกี่ยวกับปัญหาในการใช้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศของเรานะคะ

223
00:17:43,777 --> 00:17:47,777
ซึ่งช่วยแก้ปัญหานะคะ

224
00:17:48,150 --> 00:17:52,150
ก็คือสามารถเพิ่มอัตราการตอบสนองผู้ใช้

225
00:17:59,179 --> 00:18:01,106
บริการให้มากยิ่งขึ้น คืออย่างไรนะคะ จาก 60-70 เป็น 90 เปอร์เซ็นต์

226
00:18:01,106 --> 00:18:03,711
เพิ่มอัตราการตอบสนองของผู้ใช้บริการ

227
00:18:03,711 --> 00:18:07,711
ก็คือลูกค้านั่นเอง ลูกค้า

228
00:18:12,048 --> 00:18:16,048
ที่จะเข้ามาซื้อตัวสินค้า แล้วก็อุปกรณ์ของเรานี่ มีความต้องการที่มันมากขึ้น

229
00:18:17,764 --> 00:18:20,646
นะคะ เราให้บริการ โดยทำให้ลูกค้านี่

230
00:18:20,646 --> 00:18:24,646
เข้าถึงได้ง่าย แล้วก็สะดวก สบาย

231
00:18:29,118 --> 00:18:30,595
แน่นอนนะคะ เมื่อเปรียบเทียบกับที่อื่นแล้ว บริษัทให้บริการที่ดีกว่า

232
00:18:30,595 --> 00:18:34,172
แน่นอน ลูกค้าก็จะเกิดความติดใจ พูดง่าย ๆ ก็คือ

233
00:18:34,172 --> 00:18:36,101
เชื่อมั่นในตัวแบรนด์ หรือว่าตัวสินค้านั้น

234
00:18:36,101 --> 00:18:40,101
นะคะ ทำใหไม่ว่าจะเป็นซื้อสินค้าตัวใหม่

235
00:18:45,023 --> 00:18:48,118
ที่เกิดขึ้นนะคะ ก็จะกลับมาใช้สินค้ายี่ห้อ หรือว่าแบรนด์นั้น

236
00:18:48,118 --> 00:18:49,780
ซ้ำ ๆ อีก นั่นเองนะคะ อันนี้ก็ถือว่าเป็นมาตรฐาน

237
00:18:49,780 --> 00:18:51,746
ที่ถูกนำมาใช้ แล้วผลลัพธ์

238
00:18:51,746 --> 00:18:55,746
แต่ละบริษัทแต่ละองค์กรก็มันดียิ่งขึ้น

239
00:19:02,800 --> 00:19:03,875
นั่นเองนะคะ ผลกำไรที่มันมากขึ้นนะคะ ลดบุคลากรนะคะ ลดขั้นตอนการทำงาน อย่างนี้นะคะ

240
00:19:03,875 --> 00:19:07,875
ก็จะเห็นว่าใช้แล้วมีแต่ผลดีนะคะ

241
00:19:08,264 --> 00:19:12,264
ไม่ได้มีผลเสียนั่นเองนะคะ

242
00:19:12,470 --> 00:19:15,339
ถัดมา ตัวอย่างองค์กรที่ 3 นะคะ

243
00:19:15,339 --> 00:19:19,220
ก็จะเป็น หน่วยงานนะคะ องค์กรของ

244
00:19:19,220 --> 00:19:23,220
ทนายความ บางคนอาจจะฟังว่า เอ๊ะ

245
00:19:24,055 --> 00:19:28,055
ทนายความนี่ มันมีส่วนเกี่ยวข้องกับ

246
00:19:33,944 --> 00:19:35,193
การบริการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างไร

247
00:19:35,193 --> 00:19:35,804
ทนายความของเรา ก็คือหน่วยงานหนึ่งนี่ ก็ต้องมีการ

248
00:19:35,804 --> 00:19:39,804
ใช้ ไม่ว่าจะการติดต่อสื่อสารกับลูกความ กับ

249
00:19:43,304 --> 00:19:47,304
ทนายความ กับอัยการ ถูกไหมคะ แน่นอน กรณี

250
00:19:49,904 --> 00:19:50,514
การส่งข้อมูลต่าง ๆ กรณีอาจจะเป็นความลับ หรือไม่เป็นความลับ

251
00:19:50,514 --> 00:19:54,514
นะคะ หรือการใช้อุปกรณ์สารสนเทศที่อยู่ในองค์กรของเขานี่ ก็ต้องมีการ

252
00:19:58,095 --> 00:20:02,095
บริการที่มันทั่วถึง แล้วก้ค

253
00:20:02,607 --> 00:20:03,650
รอบคลุม และพร้อมใช้งานตลอดนั่นเอง

254
00:20:03,650 --> 00:20:07,650
นะคะ ดังนั้น ตัวทนายความของรัฐบาล

255
00:20:09,501 --> 00:20:13,501
แคนาดานะคะ Ontario Justice Enterprise ตัว

256
00:20:14,505 --> 00:20:18,505
นี้ ก็นำตัวมาตรฐานตัว ITIL

257
00:20:19,455 --> 00:20:21,804
มาใช้นะคะ โดยทำ virtual service desk

258
00:20:21,804 --> 00:20:22,715
virtual service desk

259
00:20:22,715 --> 00:20:26,715
คืออย่างไรนะคะ ก็จะเป็นการให้บริการกับ

260
00:20:28,996 --> 00:20:32,996
สารสนเทศ ซึ่งทนายความ

261
00:20:38,060 --> 00:20:38,253
หรือว่าบุคลากรที่อยู่ในบริษัท ที่เป็นของทนายความ

262
00:20:38,253 --> 00:20:42,253
ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอัยการ ผู้พิพากษา

263
00:20:44,847 --> 00:20:46,709
ที่อยู่บริษัทในองค์กรนี่ สามารถมาใช้บริการ

264
00:20:46,709 --> 00:20:50,709
Support เกี่ยวกับอุปกรณ์สารสนเทศตล

265
00:20:55,228 --> 00:20:57,692
อด มีอุปกรณ์ที่มันครบครัน พร้อมใช้งาน ทำให้บุคลากรในหน่วยงานมาใช้

266
00:20:57,692 --> 00:21:00,278
นั่นเอง อันนี้ก็จะช่วยให้การทำงานของเขานี่

267
00:21:00,278 --> 00:21:04,278
ค่อนข้าง สะดวกสบาย ไม่ติดขัด

268
00:21:06,887 --> 00:21:10,887
นั่นเองนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อประสานงาน หรือว่าขอข้อมูลต่าง ๆ นี่

269
00:21:11,263 --> 00:21:15,263
ก็พร้อมใช้งานนะคะ มันก็จะทำให้ธุรกิจของเขานี่ ดำเนินไปโดยไม่ติดขัด

270
00:21:17,257 --> 00:21:17,829
อะไรนั่นเองนะคะ

271
00:21:17,829 --> 00:21:21,829
ลดปัญหาการ Support

272
00:21:23,059 --> 00:21:26,685
แน่นอน ไม่ต้องมีบุคลากร

273
00:21:26,685 --> 00:21:30,685
ที่เยอะนะคะ อุปกรณ์ก็ไม่ต้องมี

274
00:21:31,377 --> 00:21:35,377
ครบทุกบุคคล

275
00:21:35,534 --> 00:21:39,534
ก็คือสามารถที่จะเป็น Vurtual เป็นอุปกรณ์กลาง แล้วบุคลากรที่เป็นทนายความนี่สามารถ

276
00:21:42,487 --> 00:21:43,134
ที่จะเข้ามาใช้งานได้เลยนะคะ เหมือนเป็นโต๊ะ

277
00:21:43,134 --> 00:21:47,134
กลางน่ะค่ะ แล้วก็สลับสับเปลี่ยนเข้ามา

278
00:21:50,914 --> 00:21:54,914
แล้วอุปกรณ์ก็พร้อมใช้งานตลอด

279
00:21:57,494 --> 00:21:58,278
นะคะ ลดบุคลากร แน่นอนตามมา ลดต้นทุนนะคะ

280
00:21:58,278 --> 00:22:00,470
ในการใช้หมุนเวียนในองค์กรด้วย

281
00:22:00,470 --> 00:22:04,470
อันนี้มันก็จะเหลือเงินนะคะ หรือว่าผลกำไรของบริษัท

282
00:22:06,263 --> 00:22:10,263
ที่มันเพิ่มมากขึ้นนั่นเองนะคะ ลดการใช้จ่าย

283
00:22:12,142 --> 00:22:12,516
ในการ Support ถึง 40 เปอร์เซ็นต์นะคะ จากตัวอย่าง

284
00:22:12,516 --> 00:22:16,271
นี่ เราก็จะทำให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน

285
00:22:16,271 --> 00:22:20,271
ประเภทไหนนะคะ เราจะเห็นว่าเทคโนโลยีสารสนเทศ

286
00:22:22,979 --> 00:22:26,979
นะคะ หรือว่าการใช้เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ของเรา

287
00:22:31,261 --> 00:22:33,250
นี่นะคะ มันอยู่ทุกหน่วยงานนั่นเองนะคะ ถ้าเรามีการปฏิบัติที่ดี

288
00:22:33,250 --> 00:22:37,250
นะคะ มีกระบวนการมีขั้นตอนตามกรอบตามเกณฑ์ที่กำหนดนะคะ เหมือนตัวมาตรฐาน ITIL นี่ เขา

289
00:22:38,268 --> 00:22:42,268
ก็จะมีกรอบกำหนดขั้นตอนว่า ทำตามขั้นตอน

290
00:22:43,462 --> 00:22:47,462
1 2 3 4 5 อย่างนี้ ตามเกณฑ์ที่เขากำหนดไว้แล้วนี่ มันจะเกิดผล

291
00:22:47,947 --> 00:22:51,947
ลัพธ์ที่ดี ขึ้นมีการพิสูจน์มาแล้ว มี

292
00:22:53,848 --> 00:22:57,848
ให้เราได้ดู ได้รู้นั่นเองนะคะ มันก็จะสะดวกสบาย แล้วก็ส่งผลให้

293
00:22:58,183 --> 00:23:02,183
ผู้ใช้บริการ หรือว่าผู้ที่เอาตัวมาตรฐานสากลตัวนี้ ไปใช้งานนี่

294
00:23:02,559 --> 00:23:03,655
เกิดประโยชน์สูงสุดนั่นเองนะคะ

295
00:23:03,655 --> 00:23:06,953
คราวนี้

296
00:23:06,953 --> 00:23:10,953
มาดูวิวัฒนาการของตัวมาตรฐาน

297
00:23:16,566 --> 00:23:18,214
ITIL ของเรานะคะ จากมาตรฐานเวอร์ชันก่อนหน้า

298
00:23:18,214 --> 00:23:22,214
มาเป็นมาตรฐานที่มันพัฒนาขึ้น จากตัวมาตรฐาน

299
00:23:23,832 --> 00:23:26,534
2 v2 มาเป็นมาตรฐาน v3

300
00:23:26,534 --> 00:23:26,559
นั่นเองนะคะ

301
00:23:26,559 --> 00:23:30,559
โดยตัวมาตรฐาน V.3

302
00:23:33,651 --> 00:23:37,651
หรือว่าเวอร์ชัน 3 ของเรา ตัวนี้ก็จะแบ่ง

303
00:23:38,849 --> 00:23:39,412
ออกเป็นตัว 5 มาตรฐานหลัก ๆ

304
00:23:39,412 --> 00:23:43,412
นะคะ ว่ามันมีขั้นตอน

305
00:23:48,552 --> 00:23:52,338
กระบวนการ แล้วก็รายละเอียดย่อย ๆ นี่ อย่างไรนั่นเอง

306
00:23:52,338 --> 00:23:52,857
เดี๋ยวเรามาดูข้อแตกต่าง

307
00:23:52,857 --> 00:23:56,857
ระหว่างมาตรฐานสากล IT

308
00:24:03,297 --> 00:24:07,296
il น  ะคะ Version 2 กับ Version 3 ว่ามัน

309
00:24:07,296 --> 00:24:11,296
หรือมีข้อดี-ข้อเสีย หรือว่ามีการพัฒนาตรงไหนเพิ่มมากขึ้นนั่นเองนะคะ ข้อแตกต่างแรกนะคะ ก็คือมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง

310
00:24:15,681 --> 00:24:19,681
นะคะ แต่เดิมที่เน้นแต่กระบวนการ

311
00:24:22,754 --> 00:24:24,738
นะคะ ตรงนี้นะคะ วงจร กระบวนการและปรับแต่งให้ตัวสารสนเทศของเรา

312
00:24:24,738 --> 00:24:26,978
นี่เข้ากับธุรกิจได้

313
00:24:26,978 --> 00:24:30,978
ก็คือเขาปรับนะคะ

314
00:24:32,286 --> 00:24:36,286
ให้ตัวสารสนเทศนี่ สามารถที่เข้าไปใช้งานนะคะ

315
00:24:38,441 --> 00:24:40,576
กับทุกธุรกิจได้นั่นเอง

316
00:24:40,576 --> 00:24:44,576
นะคะ แต่ก่อนเน้นแค่กระบวนการนะคะ อันนี้ก็คือ

317
00:24:44,819 --> 00:24:48,819
มีทั้งกระบวนการ แล้วก้ปรับแต่ง ให้ตัว

318
00:24:51,832 --> 00:24:53,103
เทคโนโลยีสารสนเทศของเรานี่ สามารถที่จะเอาไป

319
00:24:53,103 --> 00:24:57,103
ประยุกต์ใช้งานกับทุกหน่วยงาน กับทุกบริษัทได้

320
00:24:57,738 --> 00:25:01,738
นั่นเองนะคะ หรือมีการให้บริการ เชิงปฏิบัติ

321
00:25:07,206 --> 00:25:09,986
อย่างมีประสิทธิภาพที่มากขึ้นนั่นเองนะคะ ปกติ ทุกหน่วยงาน อย่างที่บอก

322
00:25:09,986 --> 00:25:13,282
ไปแล้วว่าต้องมีระบบสารสนเทศนะคะ ทุกหน่วยงาน ทุก

323
00:25:13,282 --> 00:25:17,282
บริษัท ทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ก็ต้องมีตัว

324
00:25:18,451 --> 00:25:22,451
ระบบสารสนเทศนะคะ ต้องมีตัวคอมพิวเตอร์นะคะ

325
00:25:25,902 --> 00:25:26,354
ตัวอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถสื่อสารและส่งข้อมูลระหว่างกันได้นั่นเองนะคะ

326
00:25:26,354 --> 00:25:30,354
การปฏิบัติงานนะคะ ที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

327
00:25:32,513 --> 00:25:36,513
จะเรียกว่า

328
00:25:43,323 --> 00:25:45,203
Best Practice กระบวนการนะคะ ของตัวมาตรฐาน ITIL นี่ เขาจะเรียกว่า Best Practice

329
00:25:45,203 --> 00:25:49,203
มีกระบวนการขั้นตอนที่มีการคิดตามกระบวนการนี้ มาอย่างดีแล้ว ว่าทำตามขั้นตอนนี้

330
00:25:51,396 --> 00:25:55,396
แล้วจะได้ผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น

331
00:25:57,567 --> 00:26:01,567
นะคะ กระบวนการ

332
00:26:05,981 --> 00:26:09,981
นะคะ ของ IT Service Management

333
00:26:11,173 --> 00:26:15,173
หรือการจัดการให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศของเรานี่ ก็จะเน้นไปที่ความสะดวก

334
00:26:18,732 --> 00:26:19,468
และลดต้นทุนเป็นหลัก ๆ

335
00:26:19,468 --> 00:26:23,468
ใช้งานง่าย ประหยัดเงิน เอาเป็น

336
00:26:25,637 --> 00:26:29,637
ง่าย ๆ เลยนะคะ เราจะมาดูหัวข้อหลักของตัว

337
00:26:32,026 --> 00:26:36,026
ITIL

338
00:26:42,885 --> 00:26:46,885
I-T-I-L Version 3

339
00:26:47,348 --> 00:26:47,586
ของเรานั่นเอง อันแรกนะคะ ก็จะเป็นหัวใจหลัก

340
00:26:47,586 --> 00:26:51,586
นะคะ ของตัว ITIL ของเรานะคะ

341
00:26:51,669 --> 00:26:55,669
ก็จะเป็น Service Strategy ตามชื่อ

342
00:26:59,494 --> 00:27:03,311
มันเลยนะ กลยุทธ์ในการให้บริการ Strategy

343
00:27:03,311 --> 00:27:07,311
โดยโดยจะเน้นหลักเกี่ยวกับการจัดการการให้บริการ

344
00:27:14,520 --> 00:27:14,584
บริการอย่างไร ให้มันดีที่สุด

345
00:27:14,584 --> 00:27:15,274
บริการอย่างไรให้ครบวงจร บริการอย่างไร

346
00:27:15,274 --> 00:27:19,274
ให้กระบวนการของการทำงานในสาร

347
00:27:21,763 --> 00:27:24,535
สนเทศของเรานี่ คล่องตัว ไม่ติด

348
00:27:24,535 --> 00:27:28,535
ไม่ขัด ไม่เสียเวลา ไม่เปลืองทรัพยากร ไม่เปลือง

349
00:27:34,255 --> 00:27:38,255
งบประมาณ พูดง่าย ๆ เหมือนเวลาเราใช้ระบบคอมพิวเตอร์ครั้งหนึ่ง ของแต่ละคนนี่

350
00:27:38,461 --> 00:27:42,455
อาจจะมีการเปรียบเทียบ

351
00:27:42,455 --> 00:27:46,455
ใช้แล้วเปลืองไฟมากไหม คอมพิวเตอร์ที่มันเปิด

352
00:27:51,371 --> 00:27:52,643
มาใช้ใช้งานนะคะ ตัวระบบเครือข่ายพร้อมใช้งานนะคะ ไฟที่ใช้ไป เครื่องไหนที่

353
00:27:52,643 --> 00:27:56,643
มันใช้มากกว่า เครื่องไหนที่มันใช้มากกว่า

354
00:27:58,103 --> 00:28:02,103
นะคะ ขั้นตอนการทำงาน 1 2 3 4

355
00:28:07,375 --> 00:28:07,763
ทำ 1 2 3 ได้ผลลัพธ์ คนหนึ่งทำ 1-6 ได้ผลลัพธ์ อันนี้ก็จะเป็น

356
00:28:07,763 --> 00:28:08,580
ข้อที่แตกต่าง เขาก็จะมีการคิดที่

357
00:28:08,580 --> 00:28:12,580
ตามกรอบ ตามขั้นตอนมาให้แล้ว ว่าทำตาม

358
00:28:13,344 --> 00:28:17,344
หลักการแบบนี้ แล้วจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

359
00:28:20,592 --> 00:28:24,579
ถัดมา มาดู Service Design

360
00:28:24,579 --> 00:28:28,579
นะคะ  ก็จะเป็นกระบวนการนะคะ ที่รวมทั้ง

361
00:28:35,382 --> 00:28:38,564
การพัมนากลยุทธ์และการบริการ จัดการระบบบริการ มีอะไรบ้าง อันแรก

362
00:28:38,564 --> 00:28:42,358
ความพร้อมให้บริการ

363
00:28:42,358 --> 00:28:46,358
สามารถใช้งานได้ตลอดเลยไหม คอมพิวเตอร์ เปิดมา

364
00:28:55,384 --> 00:28:59,384
ล็อกอินได้เลยหรือเปล่า คอมพิวเตอร์เปิดมา คีย์บอร์ดใช้งานได้ไหม เมาส์ใช้งานได้ไหม อินเทอร์เน็ต

365
00:29:03,391 --> 00:29:06,613
ใช้ได้หรือเปล่า พร้อมใช้งานตลอดไหม 24 ชั่วโมง ที่บุคลากรที่จะมาใช้งานนะคะ

366
00:29:06,613 --> 00:29:08,634
2. นะคะ

367
00:29:08,634 --> 00:29:12,634
capacity  ความรวดเร็วใน

368
00:29:16,263 --> 00:29:20,263
การให้บริการนั่นเอง ให้บริการรวดเร็วไหม มีประสิทธิภาพหรือเปล่า

369
00:29:27,063 --> 00:29:30,093
พร้อมใช้งานแล้ว

370
00:29:30,093 --> 00:29:34,093
หรือเปล่า อันนี้มาดูสิ อันนี้ หรือ

371
00:29:37,064 --> 00:29:41,064
พร้อมใช้งานในที่นี้ อาจจะหมายถึงการให้ใช้งาน

372
00:29:41,863 --> 00:29:42,564
ของบุคลากร บุคลากรพร้อมใช้งานไหม สมมติว่ามีฝ่ายบัญชี

373
00:29:42,564 --> 00:29:46,564
หรือว่าฝ่ายไหนนี่ เกิดมีปัญหาเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์

374
00:29:52,832 --> 00:29:56,832
บุคลากร Support

375
00:29:59,402 --> 00:30:02,470
พร้อมให้บริการหรือเปล่า อันนี้ก็ต้องมาดูอีกนะคะ พร้อมไหม สามารถให้บริการต่อเนื่อง

376
00:30:02,470 --> 00:30:06,470
อุปกรณ์ของเรา

377
00:30:06,631 --> 00:30:10,631
หรือบุคลากรของเรา สามารถทำงานได้ตลอด

378
00:30:11,622 --> 00:30:15,622
เหมือนกำลังส่งข้อความ ส่งข้อมูลตลอดนะคะ ส่งไปเรื่อย ๆ แล้วก็หยุดชะงักระหว่างทำงานหรือเปล่า

379
00:30:18,231 --> 00:30:22,231
ส่งไปแล้วข้อมูล

380
00:30:24,246 --> 00:30:28,246
ครบไหม เกิดความต่อเนื่อง หรือไม่ต่อเนื่องหรือเปล่า

381
00:30:31,254 --> 00:30:35,254
ก็ต้องมาดูอีกนะคะ ว่าบริการที่เราให้ไป หรือการใช้บริการของเรานี่ ต่อเนื่องและครบถ้วนหรือเปล่า นะคะ

382
00:30:38,458 --> 00:30:38,536
ถัดมา Security ระบบความปลอดภัย

383
00:30:38,536 --> 00:30:42,536
ส่งไปแล้ว

384
00:30:45,895 --> 00:30:49,895
ข้อมูลครบไหม ตกหล่นระหว่างทางหรือเปล่านะคะ คู่แข่ง คู่ค้า เอาข้อมูลไปหรือเปล่า

385
00:30:49,935 --> 00:30:53,935
ข้อมูลที่เราล็อกอิน

386
00:30:56,248 --> 00:31:00,248
เข้าแต่ละเว็บไซต์วันนี้ เก็บข้อมูล

387
00:31:00,647 --> 00:31:03,368
เอาไว้ คนอื่นเอาไปหรือเปล่า กำลังชอปปิงออนไลน์

388
00:31:03,368 --> 00:31:04,112
ใส่บัตรเครดิต บัตรเดบิต

389
00:31:04,112 --> 00:31:08,112
นะคะ Paypal อะไรก็ว่าไป

390
00:31:15,251 --> 00:31:18,782
มีการรักษา

391
00:31:18,782 --> 00:31:22,782
Security ข้อมูลแบบนั้นไหม คนอื่นสามารถดึง Username

392
00:31:22,831 --> 00:31:26,831
password ของตัวบัตรไปได้หรือเปล่า อันนี้ก็เป็นการรักษาความปลอดภัย มันก็จะเป็นการสืบเนื่องมา

393
00:31:28,795 --> 00:31:31,644
นะคะ เกี่ยวกับการให้บริการนั่นเอง

394
00:31:31,644 --> 00:31:34,543
ในหน่วยของ Service Design ของเรา ถัดมา

395
00:31:34,543 --> 00:31:38,543
Service Transition

396
00:31:38,982 --> 00:31:42,982
นะคะ ก็ตัวนี้ เน้นตรงผลลัพธ์ เน้น

397
00:31:51,442 --> 00:31:55,442
ผลลัพธ์ในการบริการที่ดีที่สุด อันนี้จะไม่ได้ดูถึงกระบวนการล่ะ จะดูถึงผลลัพธ์

398
00:31:56,800 --> 00:31:57,494
เหมือนเวลาเราเกี่ยวกับ

399
00:31:57,494 --> 00:32:01,494
เขียน Coding ใช่ไหม เรียนโปรแกรมมิงนี่

400
00:32:07,444 --> 00:32:10,057
ก็จะมีกระบวนการเขียน Coding ที่ไม่เหมือน กัน 1 2 3 อาจจะบางคน 4 5 6 แต่ว่าผลลัพธ์

401
00:32:10,057 --> 00:32:14,057
เหมือนกัน อันนี้ก็จะเห็นเหมือนกัน

402
00:32:19,408 --> 00:32:20,932
ผลลัพธ์นะคะ ของดารบริการ ให้มันดีที่สุด

403
00:32:20,932 --> 00:32:22,694
แต่ของเรานี่เน้นผลลัพธ์ก็ต้องมีขั้นตอนที่ดีด้วย

404
00:32:22,694 --> 00:32:24,321
นะคะ มันต้องสอดคล้องนะคะ เนื่องจากเรา

405
00:32:24,321 --> 00:32:28,321
รับมาจากตัว Service design

406
00:32:31,775 --> 00:32:35,183
เมื่อกี้ ถูกไหม ที่เราพร้อมใช้งาน

407
00:32:35,183 --> 00:32:37,496
ให้บริการต่อเนื่อง Security มาด้วย แล้วคราวนี้ก็ส่งผล

408
00:32:37,496 --> 00:32:41,496
ให้เป็นการบริการที่ดี เราต้องมีอะไรบ้างนะคะ ใน

409
00:32:44,451 --> 00:32:48,451
การได้ผลลัพธ์ ในการบริการที่ดี

410
00:32:51,806 --> 00:32:52,816
Change Management มีการปรับเปลี่ยนเกี่ยวกับ

411
00:32:52,816 --> 00:32:56,337
การจัดการไหม ในกรณีที่สภาพแวดล้อม

412
00:32:56,337 --> 00:33:00,337
ที่เปลี่ยนไป บุคลากรเพิ่มขึ้น บุคลากรน้อยลง

413
00:33:03,496 --> 00:33:07,496
ทรัพยากรในองค์กรมีการปรับเปลี่ยนนะคะ

414
00:33:10,084 --> 00:33:12,401
การจัดการในการ Management ตรงนี้ ก็ต้องมีการ

415
00:33:12,401 --> 00:33:13,090
ปรับเปลี่ยนไปด้วย ตามสภาพแวดล้อม ตามบุคคล

416
00:33:13,090 --> 00:33:17,090
Configuration Management

417
00:33:20,962 --> 00:33:23,415
การจัดการเกี่ยวกับข้อมูลต่าง ๆ เมื่อ

418
00:33:23,415 --> 00:33:27,415
ทรัพยากรเปลี่ยน บุคลากรเปลี่ยน ข้อมูลต่าง ๆ

419
00:33:31,011 --> 00:33:35,011
มันก็ต้งอมีการปรับเปลี่ยนด้วยเช่นเดียวกัน

420
00:33:38,824 --> 00:33:41,177
นะคะ ถัดมา Release Management นะคะ ก็จะเป็นความเกี่ยวเนื่องนะคะ เกี่ยวกับข้อมูลที่กล่าวมาเมื่อกี้

421
00:33:41,177 --> 00:33:42,912
การ

422
00:33:42,912 --> 00:33:46,775
ปรับเปลี่ยนในเรื่อง

423
00:33:46,775 --> 00:33:50,775
ทรัพยากรนะคะ

424
00:33:51,876 --> 00:33:55,876
การใส่ข้อมูลนะคะ ต่าง ๆ ก็จะต้องมีการจัดการให้เป็นระบบ

425
00:34:00,296 --> 00:34:04,296
นะคะ มากยิ่งขึ้นนั่นเอง ถัดมา

426
00:34:11,484 --> 00:34:11,721
Service Knowledge Management ลักษณะเหมือนการจัดกระบวนการของความรู้ ว่าให้มันเป็นระบบ

427
00:34:11,721 --> 00:34:14,632
ในการให้บริการนั่นเอง

428
00:34:14,632 --> 00:34:18,632
สมมติว่ามีกระบวนการ มีขั้นตอ

429
00:34:26,827 --> 00:34:30,827
นที่เราได้ทำการทดลองมาแล้ว ว่า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

430
00:34:31,493 --> 00:34:33,068
ของหน่วยงาน หรือว่าแผนกนี่ทดลองมาเรียบร้อยแล้ว กรณีที่มีบุคลากรเข้าใหม่

431
00:34:33,068 --> 00:34:37,068
ในฝ่ายเดียว แล้วต้องการขั้นตอนพวกนี้ไปใช้งาน เราก็สามารถ

432
00:34:40,962 --> 00:34:41,603
ที่จะแชร์ตัว Service Knowledge Management ตรงนี้

433
00:34:41,603 --> 00:34:45,496
ให้กับบุคลกรท่านใหม่ได้ เขาจะได้รู้ว่าขั้นตอนที่

434
00:34:45,496 --> 00:34:49,394
เคยใช้งานมาแล้ว ก็ทดสอบ และมีผลลัพธ์ที่ดี

435
00:34:49,394 --> 00:34:53,394
มีขั้นตอนอะไรบ้าง ก็สามารถที่จะนำไปใช้งานได้เลย

436
00:34:54,655 --> 00:34:58,655
นะคะ อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบที่ 2

437
00:34:59,804 --> 00:35:03,804
Service Transition ที่มาจากตัว Service Design

438
00:35:05,978 --> 00:35:08,522
นะคะ ถัดมา

439
00:35:08,522 --> 00:35:12,522
Service Operation นะคะ ก็จะเป็น

440
00:35:13,875 --> 00:35:16,568
กิจกรรมที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน เพื่อ

441
00:35:16,568 --> 00:35:17,874
บรรลุผลสำเร็จ

442
00:35:17,874 --> 00:35:21,874

443
00:35:22,295 --> 00:35:26,295
ในการดูแลรักษา การทำงาน หรือ

444
00:35:28,332 --> 00:35:31,689
ให้บริการ คืออะไร

445
00:35:31,689 --> 00:35:35,689
พูดง่าย ๆ เรามีขั้นตอน มีกระบวนการ

446
00:35:36,090 --> 00:35:40,090
มีบุคลากร มีทรัพยากร มีหน่วยงานใน

447
00:35:45,080 --> 00:35:48,332
องค์กร บริหารจัดการอย่างไรนะคะ

448
00:35:48,332 --> 00:35:52,051
ทำอย่างไรให้ดี แล้วก็ต้องมีข้อตกลง แล้วก็พันธ

449
00:35:52,051 --> 00:35:56,051
สัญญา สมมตินะคะ เราไปซื้อ

450
00:36:00,429 --> 00:36:04,429
บริการ ของการให้บริการของสารสนเทศของ

451
00:36:05,376 --> 00:36:09,376
หน่วยงานหนึ่งมา Service Level Agreement นี่ ก็จะเป็นข้อสัญญาที่จะให้บริการลูกค้า จะได้มองภาพง่าย ๆ นะ

452
00:36:16,620 --> 00:36:20,620
เพราะว่าตัว ITill นี่ ก็จะมี

453
00:36:22,820 --> 00:36:24,133
หลายบริษัท หลายองค์กร สมมติเป็นด้านสารสนเทศ เขาจะมีสัญญาบริการ

454
00:36:24,133 --> 00:36:28,133
อย่างไร เหมือนกรณีที่อุปกรณ์

455
00:36:35,063 --> 00:36:36,323
ที่เราใช้งานอยู่เกิดพังขึ้นมานี่ จะมีบุคลากรเข้ามา Support ตามข้อตกลงอะไร

456
00:36:36,323 --> 00:36:40,323
สามารถเข้ามาได้ทั้งหมด 7 วัน

457
00:36:40,332 --> 00:36:44,332
24 ชั่วโมงไหม ก็จะเป็น 7 x 24

458
00:36:49,042 --> 00:36:51,421
ก็คือ 7 วัน 24 ชั่วโมง หรือ 5 วัน

459
00:36:51,421 --> 00:36:55,421
24 ชั่วโมง หรือ 7 วัน 8 ชั่วโมง ก็จะเป็น 7 x 8 ก็แล้ว

460
00:36:55,469 --> 00:36:58,444
แต่กรณีพันธะสัญญาที่ตกลงไว้

461
00:36:58,444 --> 00:36:58,899
นั่นเองนะคะ

462
00:36:58,899 --> 00:37:02,899

463
00:37:04,018 --> 00:37:08,018
ตัวพันธสัญญาของเรา มันจะมีข้อกำหนดอะไรเพิ่มมาอีก

464
00:37:11,732 --> 00:37:12,107
นะคะ Incident Management กรณีที่เกิด

465
00:37:12,107 --> 00:37:16,107
กรณี หรือปัญหาฉุกเฉินในการ

466
00:37:18,680 --> 00:37:22,680
จัดการขึ้นมา อาจจะเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดนะคะ

467
00:37:25,820 --> 00:37:27,428
อุปกรณ์พัง ฝนตก น้ำท่วม ที่เป็นภัยธรรมชาติเกิดขึ้น เขาจะมีการ

468
00:37:27,428 --> 00:37:31,394
จัดการการให้บริการรับประกันอย่างไร

469
00:37:31,394 --> 00:37:35,394
เอาอุปกรณ์มาเปลี่ยนให้ใหม่ไหม หรือมีอุปก

470
00:37:43,562 --> 00:37:43,603
สำรองมาให้ใช้งานหรือเปล่านะคะ Problem Management ปัญหา ปัญหา

471
00:37:43,603 --> 00:37:47,603
ที่เกิดนี่จะเกิด มีการจัดการอย่างไร สมมติมีปัญหา

472
00:37:55,287 --> 00:37:56,667
อุปกรณ์ที่เอามาใช้งาน แล้วไม่รองรับ เกิดมีปัญหา ไม่เข้ากับอุปกรณ์ยี่ห้อนี้

473
00:37:56,667 --> 00:38:00,667
หรือว่าไม่ Support หรืออุปกรณ์ล้าหลัง

474
00:38:05,294 --> 00:38:09,294
แล้วซอฟต์แวร์เกิดมาใหม่ ไม่ซัพพอร์ตกัน

475
00:38:11,550 --> 00:38:15,403
ปัญหาที่จะช่วย

476
00:38:15,403 --> 00:38:18,240
แก้ในการจัดการนี่ มันจะแก้ได้อย่างไรนะคะ ก็จะมีข้อตกลง

477
00:38:18,240 --> 00:38:18,401
ต่าง ๆ ที่เราต้องเขียนในการใช้บริการนะคะ ตรงนี้

478
00:38:18,401 --> 00:38:22,401
Request Fulfillment

479
00:38:26,442 --> 00:38:30,442
นะคะ หรือ... และ

480
00:38:30,483 --> 00:38:34,483
Event Management นะคะ ความต้องการที่อาจจะมีเพิ่มเติม

481
00:38:37,040 --> 00:38:41,040
นะคะ ของแต่ละบริษัท

482
00:38:45,627 --> 00:38:48,513
หน่วยงาน แต่ละองค์กร ที่มีเงื่อนไขว่าต้องการอะไรเพิ่มเติม

483
00:38:48,513 --> 00:38:52,513
มีอะไรที่จะเพิ่มเข้าไป หรือจัดการในกรณีที่มันมีปัญหาเริ่มขึ้น

484
00:38:59,068 --> 00:39:00,813
เกิดขึ้น เราจะมีข้อตกลง หรือว่าพันธสัญญาตรงไหน ที่จะมีแผนสำรองไว้แก้ปัญหา

485
00:39:00,813 --> 00:39:03,966
ถ้าเกิดปัญหาแบบนี้ เราต้องทำอย่างไรนะคะ

486
00:39:03,966 --> 00:39:07,966
โอเคนะ อัน

487
00:39:11,407 --> 00:39:15,407
นี่ก็จะเป็น Service Operation

488
00:39:19,589 --> 00:39:22,423
นะคะ การให้บริการที่มีข้อตกลง แล้วก็พันธะสัญญาเหล่านี้เข้ามาการันตี ถือว่า

489
00:39:22,423 --> 00:39:26,423
เป็นกุญแจหลักของ

490
00:39:27,487 --> 00:39:31,487
Service Operation ก็จะมีทั้งหมด 4 อันตรงนี้

491
00:39:31,827 --> 00:39:33,468
ที่พูดไปแล้ว ถัดมา

492
00:39:33,468 --> 00:39:37,468
Continual Service Improvement

493
00:39:39,622 --> 00:39:42,545
นั่นเอง

494
00:39:42,545 --> 00:39:46,545
คราวนี้นี่เราก็ต้องมีการปรับปรุงการ

495
00:39:51,142 --> 00:39:53,231
ให้บริการ ทำอย่างไร จากที่มันดีอยู่แล้ว หรือ

496
00:39:53,231 --> 00:39:55,945
รักษาคุณภาพให้มันดี

497
00:39:55,945 --> 00:39:59,945
ต่อ ๆ ไปนะคะ ความต่อเนื่อง

498
00:40:04,420 --> 00:40:08,420
นั่นเองนะคะ โดยจะมีอะไรบ้าง Service Report

499
00:40:10,597 --> 00:40:14,597
Service measurement

500
00:40:18,013 --> 00:40:18,299
Service Reporting คืออะไร เหมือนเป็นการ

501
00:40:18,299 --> 00:40:18,405
รายงานกระบวนการทำงาน สมมติ

502
00:40:18,405 --> 00:40:22,405
หน่วยงานองค์กรของเรานะคะ มีการใช้งานเกี่ยวกับ

503
00:40:25,912 --> 00:40:29,912
อินเทอร์เน็ต Service report ก็จะมาดู

504
00:40:34,823 --> 00:40:38,823
นะคะ ว่าอุปกรณ์สมมติเป็น Lo

505
00:40:39,616 --> 00:40:39,951
g server ที่เราเก็บข้อมูลเกี่ยวกับ Account นักเรียนนักศึกษาที่ไป

506
00:40:39,951 --> 00:40:43,951
ใช้งานเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต มีการเก็บ log 30

507
00:40:47,622 --> 00:40:51,622
วัน Data base ที่เราบันทึกไว้ก็จะมีการ Maintainence

508
00:40:51,623 --> 00:40:53,250
ว่าตัว log ตัวนี้มีการทำงานไหม

509
00:40:53,250 --> 00:40:57,250
มีการ Backup ไว้หรือเปล่า ถัดมา Service Measurement

510
00:40:59,915 --> 00:41:03,915
การให้บริการเกี่ยวกับเครื่องมือ

511
00:41:07,626 --> 00:41:11,626
พวกนี้นี้ พวกเครื่องมือนะ การให้บริการเครื่องมือพวกนี้

512
00:41:11,629 --> 00:41:15,629
มีการให้บริการเครื่องมืออะไรบ้างนะคะ ของตัวอุปกรณ์

513
00:41:16,526 --> 00:41:19,425
ถัดมา Service Level Management

514
00:41:19,425 --> 00:41:23,425
มีแต่การให้บริการทั้งนั้นเลยนะคะ

515
00:41:23,886 --> 00:41:27,079
Service Level Management ก็คือการ

516
00:41:27,079 --> 00:41:31,079
จัดลำดับนั่นเอง Level การให้

517
00:41:33,432 --> 00:41:35,169
บริการของเรานะคะ

518
00:41:35,169 --> 00:41:39,169
ว่ากระบวนการ ขั้นตอน

519
00:41:39,862 --> 00:41:41,568
นี้ มันต้องอยู่ในระดับไหน

520
00:41:41,568 --> 00:41:45,568
ระดับ 1 ระดับ 2 ระดับ 3

521
00:41:47,877 --> 00:41:50,049
ต้องมี

522
00:41:50,049 --> 00:41:54,049
อุปกรณ์ มีบุคลากรอะไร ที่ต้องให้บริการ พูดง่าย ๆ คือ

523
00:41:57,488 --> 00:42:01,488
มันซีเรียสมากไหม มัน Critical มากไหม

524
00:42:04,449 --> 00:42:04,995
นั่นเองนะคะ ก็ไล่ลำดับตามความสำคัญ

525
00:42:04,995 --> 00:42:08,995
นั่นเองนะคะ อันนี้ก็คือทำอย่างไร ให้การ

526
00:42:14,155 --> 00:42:14,281
ให้การบริการนี่ ที่มันมีคุณภาพอยู่แล้วคงที่อยู่

527
00:42:14,281 --> 00:42:16,736
หรือดี ก็ให้มันดีมากขึ้นนั่นเอง

528
00:42:16,736 --> 00:42:17,060
นะคะ

529
00:42:17,060 --> 00:42:21,060
จบเรียบร้อย

530
00:42:25,144 --> 00:42:29,062
เอาเป็นว่าตัวมาตรฐาน

531
00:42:29,062 --> 00:42:33,062
ITIL นี่ เอาแบบง่าย ๆ ก็คือ

532
00:42:33,129 --> 00:42:37,129
เป็นกระบวนการการปฏิบัติงาน ทำอย่างไรให้

533
00:42:39,945 --> 00:42:43,945
เป็นการปฏิบัติงานให้ดีที่สุด

534
00:42:47,666 --> 00:42:51,666
Best Practice 1 2 3 ทำขั้นตอนนี้ดีไหม บริการอย่างไร มีสัญญาพันธะสัญญามีข้อ

535
00:42:53,040 --> 00:42:55,296
กำหนดไหน อันไหนที่มันดีอยู่แล้ว ก็ทำให้มันดียิ่ง

536
00:42:55,296 --> 00:42:59,296
ขึ้น หรืออันไหนที่มันดีอยู่แล้ว ก็คงสภาพ

537
00:43:03,673 --> 00:43:05,876
ให้มันดีตลอดไปนั่นเอง ขั้นตอนที่ทำให้มันดีนั่นเองนะคะ อันนี้จะเป็นการพูดคร่าว ๆ

538
00:43:05,876 --> 00:43:09,876
ครั้งหน้าอาจจะมีตัวโครงสร้างที่เป็นรูปภาพ

539
00:43:10,997 --> 00:43:14,997
นะคะ จะได้รู้ว่า กรณีถ้ามันมีเหตุการณ์

540
00:43:17,793 --> 00:43:20,324
แบบนี้นะคะ มันสามารถเข้าตัว Process หรือขั้นตอน

541
00:43:20,324 --> 00:43:20,529
หรือกระบวนการไหนได้บ้างนั่นเองนะคะ เราจะได้เข้าใจ

542
00:43:20,529 --> 00:43:24,119
เพราะว่าหน่วยงานแต่ละที่ แต่ละองค์กร

543
00:43:24,119 --> 00:43:28,119
นี่ ก็จะมีการให้บริการที่แตกต่างกันนะคะ

544
00:43:31,929 --> 00:43:35,929
อันนี้ก็จะเป็นแบบฝึกหัดท้ายบทนะคะ

545
00:43:39,697 --> 00:43:43,123
ที่เป็นการทบทวนเกี่ยวกับ

546
00:43:43,123 --> 00:43:47,123
ตัวมาตรฐาน ITIL ของเรานั่นเองนะคะ ว่า

547
00:43:47,234 --> 00:43:48,409
มันมาอย่างไร มีขั้นตอนไหนบ้าง อันนี้ถือว่าเป็น

548
00:43:48,409 --> 00:43:52,409
ส่วนเล็ก ๆ ของตัวมาตรฐาน ITIL

549
00:43:54,062 --> 00:43:55,479
ที่ยกตัวอย่าง แล้วก็สรุปให้ เพื่อจะได้

550
00:43:55,479 --> 00:43:59,479
เข้าใจ แล้วก็มองภาพค่อนข้างง่ายที่สุด

551
00:44:07,150 --> 00:44:08,442
นะคะ เดี๋ยวสัปดาห์หน้านะคะ อาจจะมีการเพิ่มเติมนะคะ เพราะว่าตัวมาตรฐาน

552
00:44:08,442 --> 00:44:12,442
ITIL นี่ ก็จะมี...

553
00:44:13,039 --> 00:44:17,039
อะไรกัน มีตัวมาตรฐานตัวนี้นี่ เป็นหนังสือ

554
00:44:23,179 --> 00:44:27,179
เล่มหนึ่งนะคะ แต่ตัวมาตรฐานนี่จะค่อนข้างละเอียด อันนี้ก็จะเป็นแนวทางเพื่อให้เข้าใจ มันก็จะมี

555
00:44:28,395 --> 00:44:30,520
หลายมาตรฐานนี่ เราก็ต้องเข้าใจไว้ก่อนนะคะ ครับ

556
00:44:30,520 --> 00:44:32,967

557
00:44:32,967 --> 00:44:36,967
อ๋อ อาทิตย์หน้า

558
00:44:41,730 --> 00:44:42,805
จะเป็นสอบ

559
00:44:42,805 --> 00:44:45,481

560
00:44:45,481 --> 00:44:49,481
อาทิตย์หน้าเดี๋ยวจะมีสอบนะคะ เดี๋ยวอาจารย์...

561
00:44:54,403 --> 00:44:54,770
ใช่ค่ะ อาทิตย์หน้า

562
00:44:54,770 --> 00:44:58,481

563
00:44:58,481 --> 00:45:02,481
น่าจะในห้องนี่ล่ะค่ะ เดี๋ยวจะไป...

564
00:45:10,058 --> 00:45:12,652
น่าจะเป็น ดูก่อนว่าจะมีข้อเขียนไหม กลัวว่าจะยากกัน เป็นข้อเขียน

565
00:45:12,652 --> 00:45:16,652
ไหนเอ่ย เดี๋ยวจะแจ้งอีกรอบหนึ่งนะคะ ว่า

566
00:45:16,843 --> 00:45:20,843
เป็นอย่างไรนะคะ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าจะ...

567
00:45:26,858 --> 00:45:30,858
จะไปไหน จะไปไหน

568
00:45:38,250 --> 00:45:42,250

569
00:45:43,297 --> 00:45:46,097

570
00:45:46,097 --> 00:45:50,097
หยุดหรือ ไม่หยุดไม่ใช่หรือ

571
00:45:55,966 --> 00:45:59,966
หยุด วันศุกร์ 30 มันก็คนละวันเปล่า

572
00:46:02,968 --> 00:46:04,917

573
00:46:04,917 --> 00:46:08,917
อ๋อ ทำอย่างไรดีนะ

574
00:46:09,326 --> 00:46:13,073

575
00:46:13,073 --> 00:46:17,073
เราจะสอบ

576
00:46:19,044 --> 00:46:22,773
ก่อนไหมล่ะ หรือจะสอบ

577
00:46:22,773 --> 00:46:26,773
ว่างกันหรือ

578
00:46:27,583 --> 00:46:29,089
ว่างทุกคนหรือ

579
00:46:29,089 --> 00:46:33,089
คะ ทั้งห้องว่างกันทุกคนหรือ

580
00:46:35,100 --> 00:46:39,100
โอเค กลับกันมาหรือยัง

581
00:46:42,646 --> 00:46:43,070
วันจันทร์ โอเค

582
00:46:43,070 --> 00:46:45,112

583
00:46:45,112 --> 00:46:49,112
อย่างนั้นก็

584
00:46:51,225 --> 00:46:55,225
เป็นวันจันทร์ก็ได้นะ ถ้าอย่างนั้นเป็นวันจันทร์ก็ได้นะ

585
00:47:00,853 --> 00:47:02,913
จันทร์เช้า วันจันทร์มันหยุดชดเชยหรือเปล่า

586
00:47:02,913 --> 00:47:03,895
จันทร์หยุดอีกนะ

587
00:47:03,895 --> 00:47:07,895
ไม่ได้เหมือนกันำ

588
00:47:08,114 --> 00:47:08,932

589
00:47:08,932 --> 00:47:12,932

590
00:47:17,784 --> 00:47:18,232

591
00:47:18,232 --> 00:47:22,232

592
00:47:30,866 --> 00:47:34,866
ก็เดี๋ยวทำท้ายบท เดี๋ยวค่อยนัดกันนะ

593
00:47:38,088 --> 00:47:39,521
อย่างนั้นขอบคุณพี่ล่ามด้วยนะคะ

594
00:47:39,521 --> 00:47:43,521
ก็เดี๋ยวเลิกน้อง ๆ ก่อน เลิกคลาสน้อง ๆ ค่ะ ขอบคุณค่ะ

595
00:47:58,791 --> 00:48:11,491
[สิ้นสุดการถอดความ]

596
00:47:51,237 --> 00:47:53,416

597
00:47:53,416 --> 00:47:57,416

598
00:47:57,772 --> 00:48:01,397

599
00:48:01,397 --> 00:48:05,079

600
00:48:05,079 --> 00:48:09,079

601
00:48:19,781 --> 00:48:23,781

602
00:48:23,784 --> 00:48:27,784

603
00:48:31,792 --> 00:48:31,797

604
00:48:31,797 --> 00:48:35,797

605
00:48:35,800 --> 00:48:39,800

606
00:48:39,800 --> 00:48:43,800

607
00:48:43,803 --> 00:48:47,803


