﻿1
00:13:23,886 --> 00:13:27,295
ลดต้นทุนนะคะ เท่านี้เงินที่เราได้กำไรมาเราก็สามารถพัฒนาส่วนอื่นของ

2
00:13:27,295 --> 00:13:27,530
หน่วยงานหรือองค์กรหรือว่าจะมีการขยายสาขา

3
00:13:27,530 --> 00:13:31,530
ศูนย์กระจายสินค้าต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นนะคะ

4
00:13:31,956 --> 00:13:33,154
อันนี้ก็ทำให้

5
00:13:33,154 --> 00:13:34,920
การตลาด

6
00:13:34,920 --> 00:13:36,931
ของบริษัทเนี่ย

7
00:13:36,931 --> 00:13:38,221
เพิ่มมากขึ้นนะคะ

8
00:13:38,221 --> 00:13:42,221
เมื่อ

9
00:13:42,831 --> 00:13:43,919
ผู้บริโภคเห็นนะคะ ถึงการให้บริการที่ทั่วถึงแล้วก็พร้อมใช้

10
00:13:43,919 --> 00:13:44,208
แน่นอน

11
00:13:44,208 --> 00:13:48,208
ภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรก็ตามมารวมถึงมีตัวมาตรฐานที่รองรับด้วย

12
00:13:49,202 --> 00:13:52,572
สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้

13
00:13:52,572 --> 00:13:56,572
ส่งผลให้มีกำลังซื้อใน

14
00:13:58,253 --> 00:14:02,253
สินค้าแล้วก็ตรงนั้นมากขึ้น

15
00:14:07,097 --> 00:14:08,657

16
00:13:58,721 --> 00:14:02,721
มาลดต้นทุนด้านการปฏิบัติงาน

17
00:14:10,103 --> 00:14:12,443
อย่างไรนะคะ การปฏิบัติงานของเราจะเป็นการให้บริการนะคะ

18
00:14:12,443 --> 00:14:16,443
พวกระบบสารสนเทศภายใน

19
00:14:16,616 --> 00:14:18,850
องค์กรของเรานะคะ อาจจะช่วยลดขั้นตอน

20
00:14:18,850 --> 00:14:22,850
ลดบุคลากร ไม่ต้องจ้างคนเยอะ

21
00:14:23,541 --> 00:14:26,814
คนก็จ้างน้อยลง เงินที่ต้องใช้จ่ายหรือว่าจ้างบุคลากรก็ลดลง

22
00:14:26,814 --> 00:14:30,403
มันก็จะได้ไม่ต้องเปลืองงบประมาณ

23
00:14:30,403 --> 00:14:30,719
มันก็จะมีผลที่สืบเนื่องกันมาเรื่อย ๆ

24
00:14:30,719 --> 00:14:34,719
นะคะ ลดบุคลากรด้านไอที

25
00:14:37,427 --> 00:14:39,087
แน่นอน เนื่องจากบุคคลสามารถ

26
00:14:39,087 --> 00:14:41,471
ดู

27
00:14:41,471 --> 00:14:42,495
หรือว่ามีประสิทธิภาพนะคะ

28
00:14:42,495 --> 00:14:44,607
การทำงาน

29
00:14:44,607 --> 00:14:47,146
งั้นเขาก็ไม่ต้องจ้างบุคลากรเพิ่ม

30
00:14:47,146 --> 00:14:48,749
มีสามารถมัลติ

31
00:14:48,749 --> 00:14:49,259
ฟังก์ชัน ทำได้หลายอย่างเนี่ย

32
00:14:49,259 --> 00:14:53,259
แล้วก็สามารถ

33
00:14:56,649 --> 00:14:56,848
หรือว่าสมัครงานเนี่ยได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ก็คือไม่ต้อง

34
00:14:56,848 --> 00:15:00,848
เสียเวลา

35
00:15:02,049 --> 00:15:03,809
ตามตารางงานที่วางไว้  เราก็ต้องไม่ต้องเพิ่มคน

36
00:15:03,809 --> 00:15:07,089
ดังนั้น

37
00:15:07,089 --> 00:15:11,089
เราก็จะเห็นว่าบริษัทใหญ่ ๆ ที่เขานำมา

38
00:15:11,690 --> 00:15:13,188
ใช้งาน

39
00:15:13,188 --> 00:15:14,030
2 ตัวมาตรฐานตัวนี้เนี่ย

40
00:15:14,030 --> 00:15:18,030
เกิดผลกำไร

41
00:15:18,349 --> 00:15:19,381
เป็นภาพที่สะท้อนให้เราเห็นละว่า

42
00:15:19,381 --> 00:15:22,521
มาตรฐานตัวนี้มาใช้แล้วมันเกิด

43
00:15:22,521 --> 00:15:24,245
ผลลัพธ์ที่ดี

44
00:15:24,245 --> 00:15:26,372
แน่นอน

45
00:15:26,372 --> 00:15:30,372
มีตัวอย่างที่ดีเราก็

46
00:15:31,192 --> 00:15:35,192
อยากจะเอาตัวมาตรฐานตัวนี้มาใช้งานในตัวหน่วยงานหรือเปล่า

47
00:15:36,182 --> 00:15:36,858
อันนี้เป็นบริษัทแรกที่นำตัวมาตรฐานตัวนี้มาใช้งาน

48
00:15:36,858 --> 00:15:40,858
ต่อมานะคประมาณนะคะ มาดูตัวอย่างของตัวมาตรฐานที่ 2

49
00:16:00,256 --> 00:16:04,256
บริษัทนี้น่าจะเป็น

50
00:16:04,853 --> 00:16:08,853
โทรศัพท์ที่น่าจะเคยเห็นเช่นเดียวกันเป็นบริษัทที่เกี่ยวกับ

51
00:16:09,286 --> 00:16:13,286
อุปกรณ์เครื่องใช้นะคะ

52
00:16:18,561 --> 00:16:20,498
เครื่องจักรต่าง ๆ จะเป็นเครื่องจักรทางการเกษตรบ้านเราจะเป็นลักษณะการ

53
00:16:20,498 --> 00:16:21,324
พวก รถเกี่ยวข้าว

54
00:16:21,324 --> 00:16:22,868
รถ

55
00:16:22,868 --> 00:16:23,750
ขนดิน รถ

56
00:16:23,750 --> 00:16:27,750
ตะขาบที่ไว้ขุดเจาะต่าง ๆ ในบริษัทแคทเทอร์พิลล่าก็จะเป็นบริษัทที่

57
00:16:30,881 --> 00:16:32,023
เกี่ยวกับ

58
00:16:32,023 --> 00:16:35,740
รถ

59
00:16:35,740 --> 00:16:39,465
เกี่ยวกับเครื่องจักรน่าจะเป็นการเกษตร หรือว่าเกี่ยวกับ

60
00:16:39,465 --> 00:16:39,735
ที่ดิน พวกวิศวะโยธาวิศวกรต่าง ๆ

61
00:16:39,735 --> 00:16:43,735
ก็จะเป็นบริษัทที่ค่อนข้างใหญ่ แล้วก็

62
00:16:44,070 --> 00:16:45,541
กินกำไร

63
00:16:45,541 --> 00:16:49,541
ทางด้านธุรกิจทางนี้ค่อนข้างเยอะ  รวมถึง

64
00:16:49,697 --> 00:16:53,697
Microsoft ก็ได้ลงทุนนะคะ เกี่ยวกับบริษัทของ เช่นเดียวกัน

65
00:16:57,059 --> 00:17:01,059
เราก็จะเห็นได้นะคะ

66
00:17:05,815 --> 00:17:08,360
ตามพวกไซต์ก่อสร้าง หรือว่าตามอุตสาหกรรมการเกษตรต่าง ๆ ที่นำรถเนี่ยมาใช้งาน

67
00:17:08,360 --> 00:17:10,028
หรือว่าเป็นบริษัทที่ค่อนข้างใหญ่

68
00:17:10,028 --> 00:17:13,541
เช่นเดียวกัน

69
00:17:13,541 --> 00:17:17,265
บริษัทนี้ก็นำตัวมาตรฐานนะคะ

70
00:17:17,265 --> 00:17:18,356
ไอทิว ของเรามาใช้งานเช่นเดียวกัน

71
00:17:18,356 --> 00:17:22,356
จัดการเกี่ยวกับปัญหาในการ

72
00:17:26,305 --> 00:17:27,894
ใช้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศของเรานะคะ

73
00:17:27,894 --> 00:17:31,894
ซึ่งช่วยแก้ปัญหานะคะ ก็คือสามารถเพิ่มอัตราการตอบสนองผู้ใช้บริการ

74
00:17:36,900 --> 00:17:40,900
ให้มากขึ้น

75
00:17:45,651 --> 00:18:11,351

76
00:17:42,383 --> 00:17:46,383
60 70 เป็น 90% นะคะ

77
00:18:07,129 --> 00:18:11,129
เพิ่มอัตราการตอบสนอง

78
00:18:23,986 --> 00:18:42,463

79
00:18:49,244 --> 00:18:53,244
ลูกค้าที่จะเข้ามา

80
00:18:57,176 --> 00:18:57,327
ซื้อตัวสินค้าแล้วก็อุปกรณ์ของเรา

81
00:18:57,327 --> 00:18:57,366
มีความต้องการที่มันมากขึ้น

82
00:18:57,366 --> 00:18:57,784
เราให้โอกาสโดย

83
00:18:57,784 --> 00:18:57,979
แน่นอน

84
00:18:57,979 --> 00:18:58,224
ไม่ว่าจะเป็น

85
00:18:58,224 --> 00:18:58,387
ลูกค้าก็จะเกิด

86
00:18:58,387 --> 00:18:58,398
เมื่อเปรียบเทียบกับที่อื่นละบริษัทให้บริการที่ดีกว่า

87
00:18:58,398 --> 00:18:58,429
ให้ลูกค้านี้เข้าถึงง่ายแล้วก็สะดวกสบาย

88
00:18:58,429 --> 00:18:58,762
สินค้า

89
00:18:58,762 --> 00:18:58,767
หรือว่าเป็นมาตรฐานที่

90
00:18:58,767 --> 00:18:58,839
ตัวใหม่ที่เกิดขึ้นนะคะ ก็จะกลับมาใช้สินค้า

91
00:18:58,839 --> 00:18:59,198
แฟนว่าตัวสินค้านั้นนะคะ ทำให้

92
00:18:59,198 --> 00:18:59,350
ยี่ห้อแบรนด์นั้น

93
00:18:59,350 --> 00:18:59,354
ขั้นตอนการทำ

94
00:18:59,354 --> 00:18:59,932
ผลกำไรที่มันมากขึ้น

95
00:18:59,932 --> 00:19:00,198
ถูกนำมาใช้แล้วผลลัพธ์ก็แต่ละบริษัทแต่ละวันก่อนก็ได้ผลลัพธ์ที่มันดียิ่งขึ้น

96
00:19:00,198 --> 00:19:00,308
พม่าตัวอย่างองค์กรที่ 3

97
00:19:00,308 --> 00:19:04,060
มีแต่ไม่ได้มีคนเสียตังค์เองนะคะ

98
00:19:04,060 --> 00:19:08,060
หน่วยงานองค์กรของทนายความ

99
00:19:08,325 --> 00:19:11,891
บางคนอาจจะฟังว่าทนายความนี้มันมี

100
00:19:11,891 --> 00:19:13,371
ส่วนเกี่ยวข้องกับการบริการใช้

101
00:19:13,371 --> 00:19:13,910
มีสารสนเทศ

102
00:19:13,910 --> 00:19:17,910
ทนายความของเราก็คือ

103
00:19:19,931 --> 00:19:23,833
หน่วยงานนึงเนี่ยมันก็ต้องมีการใช้

104
00:19:23,833 --> 00:19:25,769
การติดต่อสื่อสารกับลูกความกับทนาย

105
00:19:25,769 --> 00:19:26,670
อัยการ

106
00:19:26,670 --> 00:19:28,863
แน่นอน

107
00:19:28,863 --> 00:19:31,475
การส่งข้อมูลต่าง ๆ

108
00:19:31,475 --> 00:19:31,650
จะเป็นความลับหรือไม่เป็นความลับ

109
00:19:31,650 --> 00:19:35,650
หรือการใช้อุปกรณ์

110
00:19:39,928 --> 00:19:40,425
สารสนเทศที่อยู่ในองค์กรของเขาเนี่ยต้องมีการให้บริการที่มัน

111
00:19:40,425 --> 00:19:44,425
ครอบคลุม

112
00:19:45,953 --> 00:19:46,588
และของใช้งานตลอด

113
00:19:46,588 --> 00:19:50,588
ตัว

114
00:19:52,306 --> 00:19:52,805
ทนายความของรัฐบาลแคนาดานะคะ

115
00:19:52,805 --> 00:19:56,805
ขอโทษนะคะ จะปิด Enterprise ตัวนี้ก็ทำตัวมาตรฐานตัว

116
00:19:59,895 --> 00:20:03,245
ไปเที่ยวมาใช้นะคะ

117
00:20:03,245 --> 00:20:04,554
โดยทำ Virtual service desk

118
00:20:04,554 --> 00:20:08,554
service desk คือยังไงนะคะ ก็จะเป็นลักษณะการให้บริการกับสารสนเทศ

119
00:20:12,596 --> 00:20:14,190
ซึ่ง

120
00:20:14,190 --> 00:20:16,446
ทนายความ

121
00:20:16,446 --> 00:20:19,105
หรือว่าบุคลากรที่อยู่ใน

122
00:20:19,105 --> 00:20:22,895
บริษัทที่เป็นของทนายความ

123
00:20:22,895 --> 00:20:24,352
ทั้งหมดเป็นอัยการผู้รักษาอะไรก็ตามที่อยู่ใน

124
00:20:24,352 --> 00:20:28,352
บริษัทในองค์กร

125
00:20:44,465 --> 00:21:00,993

126
00:20:38,403 --> 00:20:42,403
support เกี่ยวกับอุปกรณ์สารสนเทศ

127
00:21:04,531 --> 00:21:05,164
อุปกรณ์ที่มันครบครัน

128
00:21:05,164 --> 00:21:06,362
พร้อมใช้งาน

129
00:21:06,362 --> 00:21:10,362
บุคลากรในหน่วยงานต่าง ๆ มาใช้แล้วก็ทำงานได้

130
00:21:11,129 --> 00:21:15,129
ช่วยให้การทำงานของเขาเนี่ยค่อนข้าง

131
00:21:31,154 --> 00:21:35,955

132
00:21:11,250 --> 00:21:15,250
ไม่ติดขัดไม่ว่าจะเป็นการติดต่อประสานงานหรือว่ากันขอข้อมูลต่าง ๆ ก็พอ

133
00:21:59,171 --> 00:21:59,689
มันก็ทำให้

134
00:21:59,689 --> 00:21:59,952
ธุรกิจของเขาเนี่ย

135
00:21:59,952 --> 00:22:00,356
ดำเนินไป

136
00:22:00,356 --> 00:22:02,131
โดยไม่ติดขัดอะไรกันอีก

137
00:22:02,131 --> 00:22:06,131
ไม่ต้อง

138
00:22:06,319 --> 00:22:06,393
ค้นหาการ support

139
00:22:06,393 --> 00:22:06,656
แน่นอน

140
00:22:06,656 --> 00:22:06,764
มีบุคลากรที่เยอะนะคะ

141
00:22:06,764 --> 00:22:07,086
อุปกรณ์ก็ไม่ต้องมีครบ

142
00:22:07,086 --> 00:22:07,445
มันเป็นโต๊ะกลาง

143
00:22:07,445 --> 00:22:07,473
บุคคลก็คือสามารถที่จะเป็นผู้ช่วยก็คือ

144
00:22:07,473 --> 00:22:07,640
ในการ

145
00:22:07,640 --> 00:22:07,887
พยากรณ์อากาศให้หน่อย

146
00:22:07,887 --> 00:22:08,141
เราจะเห็นว่า

147
00:22:08,141 --> 00:22:08,303
เปลี่ยนเข้ามาและอุปกรณ์ครบพร้อมใช้งานตลอด

148
00:22:08,303 --> 00:22:08,326
ว่าจะเป็นหน่วยงานประเภทไหนนะคะ

149
00:22:08,326 --> 00:22:08,365
ว่าจะเป็นหน่วยงานประเภทไหนนะคะ

150
00:22:08,365 --> 00:22:08,407
เธอมันคือนางเอก

151
00:22:08,407 --> 00:22:08,562
ไปหมุนเวียนในองค์กรด้วยนะคะ หรือว่าคนกำไรของบริษัท

152
00:22:08,562 --> 00:22:08,752
ลดการใช้จ่ายในการซัพพอร์ตถึง 40 เปอร์เซ็นต์นะคะ

153
00:22:08,752 --> 00:22:08,768
จากตัวอย่างนี้แล้วก็จะทำให้เห็นว่า

154
00:22:08,768 --> 00:22:09,291
มันอยู่ทุกหน่วยงานนั้นเอง

155
00:22:09,291 --> 00:22:11,316
มีสารสนเทศนะคะ หรือว่าการใช้เกี่ยวกับตัวระบบคอมพิวเตอร์ของเราเนี่ย

156
00:22:11,316 --> 00:22:12,008
ถ้าเรามีการปฏิบัติที่ดี

157
00:22:12,008 --> 00:22:16,008
มีกระบวนการมีขั้นตอนต่าง ๆ

158
00:22:16,412 --> 00:22:16,566
ตอบตามเกณฑ์ที่กำหนด

159
00:22:16,566 --> 00:22:20,566
มาตรฐาน

160
00:22:24,440 --> 00:22:39,122

161
00:22:24,335 --> 00:22:26,175
ไปเที่ยวเนี่ยเขาก็จะมีกรอบกำหนดขั้นตอนว่าทำตามขั้นตอน 1 2 3 4 5 วันนี้นะคะ

162
00:22:26,175 --> 00:22:28,031
ตามเกณฑ์ที่เขากำหนดไว้แล้วเนี่ย

163
00:22:28,031 --> 00:22:32,031
มันจะส่งผลลัพธ์ที่ดี

164
00:22:33,713 --> 00:22:34,768
มีการพิสูจน์มาแล้วรวมถึงมีตัวอย่างมีกรณีศึกษาให้เราได้รู้แต่รู้นั่นเอง

165
00:22:34,768 --> 00:22:38,709
สะดวกสบายแล้วก็ส่งผลให้

166
00:22:38,709 --> 00:22:42,709
ขายบริการหรือว่าเอาตัวมาตรฐานสากลตัวนี้ไปใช้งานเกิดประโยชน์สูงสุดนะคะ

167
00:22:46,387 --> 00:22:50,387
ตอนนี้มาดู

168
00:22:54,228 --> 00:22:58,228
วิวัฒนาการของตัวมาตรฐาน

169
00:23:00,026 --> 00:23:04,026
ไปเที่ยวของเรานะคะ จะมาตรฐานเวอร์ชั่นก่อนหน้ามาเป็น

170
00:23:05,669 --> 00:23:06,859
มาตรฐานที่มันพัฒนาขึ้นจากมาตรฐาน 2 มี 2 มาเป็นมาตรฐาน

171
00:23:06,859 --> 00:23:07,616
มี 3

172
00:23:07,616 --> 00:23:11,616
โดยตัวมาตรฐานมี 3 หรือว่า Version 3 ของเรานะคะ

173
00:23:21,165 --> 00:23:22,743
ก็จะแบ่งออกเป็นตัว

174
00:23:22,743 --> 00:23:23,492
มาตรฐาน

175
00:23:23,492 --> 00:23:25,870
ว่ามันมี

176
00:23:25,870 --> 00:23:26,343
ขั้นตอน

177
00:23:26,343 --> 00:23:30,343
กระบวนการแล้วก็มีรายละเอียดย่อย ๆ มีอะไรบ้าง

178
00:23:31,256 --> 00:23:35,256
เดี๋ยวเรามาดูข้อแตกต่างระหว่าง

179
00:23:42,777 --> 00:23:43,488
มาตรฐานสากลไอทิวนะคะ Version 2 กับ Version 3 นะคะ ว่ามันแตกต่าง

180
00:23:43,488 --> 00:23:47,488
หรือ

181
00:23:49,280 --> 00:23:49,768
มีข้อดีข้อเสียหรือว่ามีการพัฒนาตรงไหนเพิ่มมากขึ้นอีก

182
00:23:49,768 --> 00:23:53,768
ข้อแตกต่างแรกนะคะ ก็คือมีการ

183
00:23:56,116 --> 00:23:56,622
ปรับเปลี่ยนโครงสร้างนะคะ

184
00:23:56,622 --> 00:24:00,428
แต่เดิมที่เน้นแต่กระบวนการนะคะ

185
00:24:00,428 --> 00:24:04,428
วงจรกระบวนการและปรับแต่ง

186
00:24:04,741 --> 00:24:06,272
ให้ตั

187
00:24:06,272 --> 00:24:09,987
วสารสนเทศของเราเนี่ยเข้ากับธุรกิจได้

188
00:24:09,987 --> 00:24:13,987
ก็คือเขาปรับนะคะ ให้ตัวสารสนเทศเนี่ยสามารถที่จะเข้าไปใช้งาน

189
00:24:19,545 --> 00:24:22,575
กับทุกธุรกิจ

190
00:24:22,575 --> 00:24:26,575
เป็นแค่กระบวนการนะคะ ก็คือ

191
00:24:29,056 --> 00:24:32,617
ทั้งกระบวนการแล้วก็

192
00:24:32,617 --> 00:24:32,908
ปรับแต่งให้การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศของเรา

193
00:24:32,908 --> 00:24:36,908
สามารถที่จะ

194
00:24:40,192 --> 00:24:41,138
ไปประยุกต์ใช้งานกับหน่วยงานทุกบริการไ

195
00:24:41,138 --> 00:24:45,138
ด้นั่นเอง หรือมีการให้บริการเชิงปฏิบัติ

196
00:24:46,382 --> 00:24:49,191
อย่างมีประสิทธิภาพ

197
00:24:49,191 --> 00:24:49,599
ที่มาคือ

198
00:24:49,599 --> 00:24:53,599
เลิกงานอย่างที่บอกไปแล้วว่าต้องมีระบบสารสนเทศนะคะ

199
00:24:58,723 --> 00:25:00,225
หน่วยงานบริษัท ให้ว่าเป็นภาครัฐหรือเอกชนก็ต้องมี

200
00:25:00,225 --> 00:25:00,925
ระบบสารสนเทศ

201
00:25:00,925 --> 00:25:03,942
คอมพิวเตอร์นะคะ

202
00:25:03,942 --> 00:25:07,896
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถ

203
00:25:07,896 --> 00:25:11,896
แล้วก็

204
00:25:15,611 --> 00:25:28,051

205
00:25:16,696 --> 00:25:18,188
ส่งข้อมูลระหว่างกันได้ในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยจะเรียกว่า

206
00:25:18,188 --> 00:25:18,625
best practice บอกไปว่า

207
00:25:18,625 --> 00:25:22,625
กระบวนการนะคะ ของตัวมากเขาจะเรียกว่า

208
00:25:25,795 --> 00:25:26,625
best มีกระบวนการขั้นตอนที่มีการ

209
00:25:26,625 --> 00:25:30,625
ตามกระบวนการนี้มาอย่างดีแล้วว่า

210
00:25:34,660 --> 00:25:35,341
ทำตามขั้นตอนนี้แล้วจะได้ผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้นนะคะ

211
00:25:35,341 --> 00:25:39,341
กระบวนการนะคะ ของ

212
00:25:50,469 --> 00:25:52,068
ไอทีเซอร์วิส

213
00:25:52,068 --> 00:25:52,708
แมนเนจเม็นต์ หรือ

214
00:25:52,708 --> 00:25:56,708
การจัดการการให้บริการทางเทคโนโลยีสารสนเทศของเราเนี่ย ก็จะเน้นไปที่ความสะดวก

215
00:26:00,040 --> 00:26:02,378
และลดต้นทุน

216
00:26:02,378 --> 00:26:06,269
เป็นหลัก ๆ ใช้งานง่าย

217
00:26:06,269 --> 00:26:09,368
เอาเป็นง่าย ๆ เลยนะคะ

218
00:26:09,368 --> 00:26:13,368
อ้าว เราจะไปดูหัวข้อหลักของตัว

219
00:26:16,533 --> 00:26:17,915

220
00:26:17,915 --> 00:26:20,400
i t i l

221
00:26:20,400 --> 00:26:24,400
ชั้น 3 หรือว่ามี 3 ของเราเอง

222
00:26:24,528 --> 00:26:28,528
อันแรกนะคะ ก็จะเป็น

223
00:26:31,593 --> 00:26:35,593
หัวใจหลัก

224
00:26:36,253 --> 00:26:37,750
ของตัว i t i l ของเราก็จะเป็น

225
00:26:37,750 --> 00:26:39,771
Service strategy

226
00:26:39,771 --> 00:26:43,215
ก็ตามชื่อมันเลยเนาะ

227
00:26:43,215 --> 00:26:44,899
กลยุทธ์ในการให้บริการ

228
00:26:44,899 --> 00:26:48,899
โดยจะเน้นหลักเกี่ยวกับการจัดการการให้บริการ

229
00:26:51,303 --> 00:26:55,303
บริการยังไงให้มันดีที่สุด

230
00:26:57,155 --> 00:27:01,155
บริการยังไงให้ครบวงจร

231
00:27:04,673 --> 00:27:06,076
บริการยังไงให้กระบวนการของการทำงานในสารสนเทศของเราเนี่ย

232
00:27:06,076 --> 00:27:07,347

233
00:27:07,347 --> 00:27:07,569
คร่องตัว ไม่ติดไม่ขัด

234
00:27:07,569 --> 00:27:11,569
ไม่เสียเวลา ไม่เปลืองทรัพยากร ไม่เปลืองงบประมาณ

235
00:27:12,872 --> 00:27:16,872
เหมือนเวลาเราใช้ระบบคอมพิวเตอร์ครั้งหนึ่งของแต่ละคนเนี่ย

236
00:27:20,664 --> 00:27:21,933
อาจจะมีการเปรียบเทียบ

237
00:27:21,933 --> 00:27:25,933
ใช้แล้ว เปลืองไฟมากไหม

238
00:27:28,233 --> 00:27:29,411
คอมพิวเตอร์ที่มันเปิดมาแล้วไม่ใช้งานนะคะ

239
00:27:29,411 --> 00:27:33,411
ระบบเครือข่ายไม่พร้อมใช้งานนะคะเครื่องไหนที่มันใช้ไป

240
00:27:34,074 --> 00:27:38,074
เครื่องไหนที่มันใช้มากกว่าเครื่องไหนที่มันใช้มากกว่า พวกนี้เป็นต้นทุน

241
00:27:39,996 --> 00:27:43,996
ขั้นตอนการทำงาน 1 2 3 4

242
00:27:46,395 --> 00:27:47,725
คนนึงทำ 1 2 3 ได้ผลลัพธ์งวดนึงนำ 1-6 ได้กดรับ

243
00:27:47,725 --> 00:27:49,372
อันนี้ก็จะเป็น

244
00:27:49,372 --> 00:27:52,137
ข้อที่แตกต่าง

245
00:27:52,137 --> 00:27:56,137
เขาก็จะมีการคิดตามกรอบ

246
00:27:57,993 --> 00:27:58,514
ตามขั้นตอนมาให้แล้ว ทำตามอาการแบบนี้แล้วจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

247
00:27:58,514 --> 00:28:02,514
ถัดมามาดู service Design

248
00:28:08,308 --> 00:28:11,911
ขบวนการนะคะ

249
00:28:11,911 --> 00:28:13,763
ที่รวมทั้ง

250
00:28:13,763 --> 00:28:14,383
การพัฒนากลยุทธ์

251
00:28:14,383 --> 00:28:18,383
และการบริหารจัดการระบบบริการ

252
00:28:22,156 --> 00:28:25,350
มีอะไรบ้าง อันแรก

253
00:28:25,350 --> 00:28:25,836
ความพร้อมให้บริการ

254
00:28:25,836 --> 00:28:29,836
สามารถใช้งานได้ตลอดเลยไหม คอมพิวเตอร์เปิดมา

255
00:28:31,724 --> 00:28:32,268
ล็อกอินได้เลย

256
00:28:32,268 --> 00:28:34,368
หรือเปล่า

257
00:28:34,368 --> 00:28:38,368
คอมพิวเตอร์เปิดมาคีย์บอร์ดใช้งานได้ไหม เมาส์ใช้งานได้ไหม อินเตอร์เน็ตใช้งานได้หรือเปล่า

258
00:28:42,540 --> 00:28:42,968
พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง

259
00:28:42,968 --> 00:28:46,755
บุคลากรที่จะมาใช้งาน

260
00:28:46,755 --> 00:28:50,755
2

261
00:28:50,910 --> 00:28:54,910
. นะคะ

262
00:28:56,780 --> 00:28:57,453
คือความรวดเร็วในการให้บริการ

263
00:28:57,453 --> 00:29:01,453
นั่นเอง ให้บริการรวดเร็วไหม มีประสิทธิภาพหรือเปล่า

264
00:29:03,313 --> 00:29:07,313
พร้อมใช้งานและเปิดมาปุ๊บ

265
00:29:09,891 --> 00:29:12,605
คอมเปิดมาใช้งานได้นะคะ

266
00:29:12,605 --> 00:29:13,462
ส่งข้อมูลระหว่างกันได้หรือเปล่า วันนี้เปิดมาดูซิ

267
00:29:13,462 --> 00:29:17,462
หรือลองใช้งาน

268
00:29:18,343 --> 00:29:19,954
ที่มี อาจจะหมายถึงการให้บริการ

269
00:29:19,954 --> 00:29:21,922
ของบุคลากร

270
00:29:21,922 --> 00:29:23,410
บุคลากร

271
00:29:23,410 --> 00:29:24,556
พร้อมใช้งานไหม

272
00:29:24,556 --> 00:29:25,579
สมมุติว่า

273
00:29:25,579 --> 00:29:29,579
ฝ่ายบัญชีหรือฝ่ายไหนเนี่ยเกิด

274
00:29:33,187 --> 00:29:34,915
มีปัญหาเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ บุคลากร support ทางไอที

275
00:29:34,915 --> 00:29:36,026
พร้อมให้บริการ

276
00:29:36,026 --> 00:29:37,942
หรือเปล่า มันก็ต้องมาดูอีก

277
00:29:37,942 --> 00:29:41,942
สามารถให้บริการต่อเนื่อง

278
00:29:44,973 --> 00:29:48,973
อุปกรณ์ของเราหรือบุคลากรของเราสามารถทำงานได้ตลอด

279
00:29:50,443 --> 00:29:54,443
เหมือนกำลังส่งข้อความ ส่งข้อมูลตลอดนะคะ

280
00:29:57,096 --> 00:29:59,484
ส่งไปเรื่อย ๆ แล้วเกิด

281
00:29:59,484 --> 00:30:01,839
หยุดชะงักระหว่างการทำงานหรือเปล่า

282
00:30:01,839 --> 00:30:03,571
ส่งไปแล้ว

283
00:30:03,571 --> 00:30:03,932
ข้อมูลครบไหม

284
00:30:03,932 --> 00:30:07,932
ความต่อเนื่องหรือไม่ต่อเนื่องหรือเปล่าก็ต้องมาดูอีกนะคะ ว่าบริการที่เราให้ไปดูว่าการใช้บริการของเราเนี่ย

285
00:30:13,756 --> 00:30:14,653
รบกวนหรือเปล่า

286
00:30:14,653 --> 00:30:18,552

287
00:30:18,552 --> 00:30:19,443
secrurity ระบบความปลอดภัย

288
00:30:19,443 --> 00:30:23,443
ส่งไปแล้วข้อมูลครบไหม

289
00:30:26,960 --> 00:30:27,578
ตกหล่นระหว่างทางหรือเปล่า

290
00:30:27,578 --> 00:30:31,578
คู่แข่งคู่ค้าเอาข้อมูลไปหรือเปล่า

291
00:30:32,791 --> 00:30:36,791
ข้อมูลที่เรา login เข้าแต่ละเว็บไซต์วันนี้

292
00:30:37,248 --> 00:30:41,248
เก็บข้อมูลเอาไว้คนอื่นเอาไปหรือเปล่า กำลัง

293
00:30:43,410 --> 00:30:44,370
ชอปปิ้งออนไลน์

294
00:30:44,370 --> 00:30:48,370
ใส่บัตรเครดิต บัตรเดบิต

295
00:30:48,411 --> 00:30:52,411
paypal อะไรก็ว่าไป มีการ

296
00:30:56,471 --> 00:30:56,801
รักษา ของข้อมูลตรงนั้นไหม

297
00:30:56,801 --> 00:31:00,460
คนอื่นสามารถที่จะดึง

298
00:31:00,460 --> 00:31:04,460
บัตรเครดิต

299
00:31:04,618 --> 00:31:07,206
รักษาความปลอดภัย

300
00:31:07,206 --> 00:31:08,791
ก็จะเป็นการสืบเนื่องมานะคะ

301
00:31:08,791 --> 00:31:10,087
เกี่ยวกับการ

302
00:31:10,087 --> 00:31:13,858
ให้บริการ

303
00:31:13,858 --> 00:31:14,355
นั่นเอง ในหน่วยของ service Design ของเรา

304
00:31:14,355 --> 00:31:16,509

305
00:31:16,509 --> 00:31:20,509
ถัดมาเซอร์วิสทรานซิชั่น

306
00:31:21,074 --> 00:31:23,834
ก็

307
00:31:23,834 --> 00:31:27,834
ตัวนี้เน้นตรงผลลับ

308
00:31:29,756 --> 00:31:31,839
ในการบริการที่ดีที่สุด

309
00:31:31,839 --> 00:31:35,839
วันนี้จะไม่ได้ดูถึงกระบวนการจะดูถึงผลลัพธ์

310
00:31:36,654 --> 00:31:37,144
เวลาเรา

311
00:31:37,144 --> 00:31:40,686
ทำเกี่ยวกับ

312
00:31:40,686 --> 00:31:42,331
เขียนโค้ดดิ้ง

313
00:31:42,331 --> 00:31:45,773
เรียนโปรแกรมนี่ไง

314
00:31:45,773 --> 00:31:49,773
ทุกคนก็ต้องมีกระบวนการเขียนโค้ดนิ่งที่ไม่เหมือนกัน

315
00:31:53,337 --> 00:31:55,744
1 2 3 4 5 6 แต่ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาเนี่ยก็จะเหมือนกันอันนี้ก็จะเป็นเหมือนกัน

316
00:31:55,744 --> 00:31:57,953
เราจะเน้นที่ผลลัพธ์

317
00:31:57,953 --> 00:31:59,545
ของการบริการให้มันดีที่สุด

318
00:31:59,545 --> 00:32:03,545
แต่ของเราเนี่ย เน้นผลรับแล้วก็ต้องมีขั้นตอนที่ดีด้วย

319
00:32:04,823 --> 00:32:08,823
เนื่องจากเรารับมาจาก

320
00:32:09,134 --> 00:32:13,134
เมื่อกี้

321
00:32:13,610 --> 00:32:17,610
ที่เราพร้อมใช้งานให้บริการต่อเนื่องซีเคียวริตี้มาด้วย แล้วคราวนี้ก็

322
00:32:21,633 --> 00:32:22,315
ส่งผลให้เป็นการบริการที่ดี

323
00:32:22,315 --> 00:32:26,315
เราต้องมีอะไรบ้างนะคะ ในการ

324
00:32:27,435 --> 00:32:31,435
ได้ผลลัพธ์ในการให้บริการที่ดี

325
00:32:33,024 --> 00:32:37,024
มีการปรับเปลี่ยนเกี่ยวกับการจัดการไหม ในกรณีที่

326
00:32:38,436 --> 00:32:42,436
สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป บุคลากรเพิ่มขึ้น บุคลากรน้อย ลง

327
00:32:46,417 --> 00:32:47,040
ทรัพยากรในองค์กรมีการปรับเปลี่ยนนะคะ

328
00:32:47,040 --> 00:32:51,040
การจัดการในการ management ตรงนี้ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนไปด้วยตามสภาพแวดล้อม

329
00:32:54,944 --> 00:32:56,542
ตามบุคคล

330
00:32:56,542 --> 00:32:59,195
configuration Management

331
00:32:59,195 --> 00:33:03,195
การ

332
00:33:05,316 --> 00:33:06,581
จัดการเกี่ยวกับข้อมูลต่าง ๆ

333
00:33:06,581 --> 00:33:08,383
เมื่อ

334
00:33:08,383 --> 00:33:10,243
ทรัพยากร

335
00:33:10,243 --> 00:33:13,494
เปลี่ยน บุคลากรเปลี่ยน

336
00:33:13,494 --> 00:33:17,494
ข้อมูลต่าง ๆ ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนด้วยเช่นเดียวกัน

337
00:33:18,977 --> 00:33:20,162
ถัดมานะคะ มันจะเป็น

338
00:33:20,162 --> 00:33:20,800
ความเกี่ยวเนื่อง

339
00:33:20,800 --> 00:33:24,800
เกี่ยวกับข้อมูลที่กล่าวมาเมื่อกี้

340
00:33:27,414 --> 00:33:28,492

341
00:33:28,492 --> 00:33:30,945
การปรับเปลี่ยน

342
00:33:30,945 --> 00:33:33,243
เรื่อง

343
00:33:33,243 --> 00:33:33,993
ทรัพยากรนะคะ

344
00:33:33,993 --> 00:33:37,993
การใส่ข้อมูลนะคะ

345
00:33:39,850 --> 00:33:41,142
ต่าง ๆ ก็ต้องมีการจัดการให้มันเป็นระบบ

346
00:33:41,142 --> 00:33:45,142
มากขึ้นนั่นเอง

347
00:33:48,765 --> 00:33:49,150
ถัดมา service knowledge Management

348
00:33:49,150 --> 00:33:53,150
ลักษณะเหมือนการ จัด

349
00:33:55,868 --> 00:33:56,415
กระบวนการของความรู้ ว่าให้มันเป็นระบบ

350
00:33:56,415 --> 00:33:59,308
การให้บริการนั่นเอง

351
00:33:59,308 --> 00:34:03,308
สมมุติว่ามีกระบวนการมีขั้นตอนที่เราได้ทำการทดลองมาแล้วว่า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

352
00:34:08,149 --> 00:34:10,982
ของ

353
00:34:10,982 --> 00:34:12,516
หน่วยงานหรือแผนกนี้

354
00:34:12,516 --> 00:34:14,066
ทดลองมาเรียบร้อยละ

355
00:34:14,066 --> 00:34:18,066
กรณีที่

356
00:34:19,523 --> 00:34:20,522
มีบุคลากรเข้าใหม่ในฝ่ายเดียวเราต้องการขั้นตอนพวกนี้ไปใช้งาน แล้วก็สามารถที่จะ

357
00:34:20,522 --> 00:34:24,522
แชร์ตัว

358
00:34:24,864 --> 00:34:27,413
นี้ให้กลับมาได้

359
00:34:27,413 --> 00:34:31,413
เขาได้รู้ว่าขั้นตอนที่

360
00:34:33,986 --> 00:34:34,937
เคยใช้งานมาแล้ว ก็เคยทดสอบจะได้ผลลัพธ์ที่มันดีมันมีขั้นตอนอะไรบ้าง ก็ทักมา

361
00:34:34,937 --> 00:34:35,566
ไปใช้งานได้เลย

362
00:34:35,566 --> 00:34:38,892
อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบที่ 2 ของ

363
00:34:38,892 --> 00:34:42,892
service assistance ที่

364
00:34:43,009 --> 00:34:45,109
มาจากตัว service Design

365
00:34:45,109 --> 00:34:49,109
ถัดมา

366
00:34:49,548 --> 00:34:53,548
service Operation นะคะ

367
00:34:56,976 --> 00:35:00,976
ก็จะเป็นกิจกรรมที่

368
00:35:01,415 --> 00:35:01,775
จำเป็นต่อการปฏิบัติการเพื่อบรรลุผลสำเร็จ

369
00:35:01,775 --> 00:35:05,775
ในการดูแลรักษา

370
00:35:11,382 --> 00:35:11,735
การทำงานหรือ

371
00:35:11,735 --> 00:35:15,735
ให้บริการ

372
00:35:19,678 --> 00:35:19,861
คืออะไร พูดง่าย ๆ เรามีขั้นตอนมีกระบวนการ

373
00:35:19,861 --> 00:35:23,861
มีบุคลากร มีทรัพยากรในหน่วยงาน ในองค์กร

374
00:35:28,575 --> 00:35:32,475
บริหารจัดการอย่างไรนะคะ ทำอย่างไรให้ดี

375
00:35:32,475 --> 00:35:33,095
แล้วก็ต้องมีข้อตกลงแล้วก็พันธสัญญา

376
00:35:33,095 --> 00:35:37,095
สมมุตินะคะ เราไปซื้อ

377
00:35:39,696 --> 00:35:40,909
บริการ

378
00:35:40,909 --> 00:35:41,187
ของ

379
00:35:41,187 --> 00:35:45,187
การให้บริการของสารสนเทศของหน่วยงานหนึ่งมา

380
00:35:47,253 --> 00:35:48,141
service Level agreement ก็จะเป็น

381
00:35:48,141 --> 00:35:51,180
ข้อสัญญา

382
00:35:51,180 --> 00:35:51,723
ที่

383
00:35:51,723 --> 00:35:55,723
จะให้บริการลูกค้า ให้ได้มองภาพง่าย

384
00:35:56,282 --> 00:36:00,282
นะ มันก็จะมีหลายหน่วยงาน ในบริษัท ในองค์กรที่เป็นด้านสารสนเทศ เขาจะมี

385
00:36:04,361 --> 00:36:08,212
สัญญาบริการยังไง

386
00:36:08,212 --> 00:36:09,119
เหมือนกรณีที่

387
00:36:09,119 --> 00:36:13,119
อุปกรณ์ที่เราใช้งานอยู่เกิดพังขึ้นมาเนี่ย

388
00:36:17,579 --> 00:36:19,101
มีบุคลากรเข้ามา support

389
00:36:19,101 --> 00:36:20,110
ตามข้อตกลงอะไร

390
00:36:20,110 --> 00:36:24,110
สามารถเข้ามาได้ทั้งหมด 7 วัน

391
00:36:28,798 --> 00:36:29,401
ก็คือ 7 วัน 24 ชั่วโมงไหม ก็จะเป็น 7 * 24 ก็คือ 7 วันที่ 4 ชั่วโมง

392
00:36:29,401 --> 00:36:30,506
หรือ

393
00:36:30,506 --> 00:36:31,461
5 วัน

394
00:36:31,461 --> 00:36:35,375
24 ชั่วโมง

395
00:36:35,375 --> 00:36:39,375
7 วัน 8 ชั่วโมงจะเป็น 7 * 8

396
00:36:39,387 --> 00:36:40,805
ก็แล้วแต่กรณีพันธะสัญญาการให้บริการที่เราตกลงไว้

397
00:36:40,805 --> 00:36:44,805
ตัวพันธสัญญาของเรามันจะมีข้อกำหนดอะไรเพิ่มมาอีก

398
00:36:51,694 --> 00:36:55,694
Accident management กรณีที่เกิด

399
00:36:56,011 --> 00:37:00,011
กรณี

400
00:37:00,040 --> 00:37:00,317
ในการจัดขึ้นมา

401
00:37:00,317 --> 00:37:04,217
สถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

402
00:37:04,217 --> 00:37:06,373
อุปกรณ์พัง

403
00:37:06,373 --> 00:37:07,111
ฝนตก น้ำท่วม

404
00:37:07,111 --> 00:37:10,750
ที่เป็นภัยธรรมชาติเกิดขึ้น

405
00:37:10,750 --> 00:37:14,750
เขาจะมีการจัดการการให้บริการรับประกันอย่างไร

406
00:37:14,929 --> 00:37:18,929
เอาอุปกรณ์มาเปลี่ยนให้ใหม่ไหม หรือมีอุปกรณ์สำรองมาให้ใช้งานหรือเปล่า

407
00:37:22,647 --> 00:37:26,647
ปัญหา

408
00:37:26,832 --> 00:37:30,832
ที่เกิด ถ้าเกิดมีการจัดการอย่างไร

409
00:37:33,488 --> 00:37:34,937
อุปกรณ์ที่เอามาใช้งานแล้วไม่รองรับ

410
00:37:34,937 --> 00:37:38,937
มีปัญหา

411
00:37:41,297 --> 00:37:41,190

412
00:37:37,906 --> 00:37:38,913
เกิดมีปัญหา ไม่เข้ากับอุปกรณ์

413
00:37:38,913 --> 00:37:42,913
ยี่ห้อนี้

414
00:37:44,968 --> 00:37:46,535
หรือว่าไม่ support หรืออุปกรณ์เกิดล้าหลัง แล้วซอฟต์แวร์เกิดมาใหม่ไ

415
00:37:46,535 --> 00:37:50,535
ม่ support กัน ที่จะช่วยแก้ในการจัดการเนี่ย มันจะแก้ได้อย่างไร

416
00:37:53,129 --> 00:37:57,129
ก็จะมีข้อตกลงกันตามที่เราต้องเขียน

417
00:37:58,199 --> 00:37:59,410
ในการ

418
00:37:59,410 --> 00:38:03,410
ใช้บริการ

419
00:38:09,090 --> 00:38:22,471
เห

420
00:38:00,566 --> 00:38:04,566
ล่านี้ request fullfillment

421
00:38:07,989 --> 00:38:11,065

422
00:38:11,065 --> 00:38:12,494
หรื

423
00:38:12,494 --> 00:38:15,683

424
00:38:15,683 --> 00:38:16,187
อ management นะคะ

425
00:38:16,187 --> 00:38:20,187
ความต้องการที่อาจจะมีเพิ่มเติมนะคะ

426
00:38:21,566 --> 00:38:25,566
บริษัทหน่วยงานแต่ละองค์กรที่ต้องมีเงื่อนไขเพิ่มเติมว่าต้องการอะไรเพิ่มมากขึ้นอีก ก็สามารถที่จะ

427
00:38:29,711 --> 00:38:33,711
หรือจัดการในกรณีที่มันมีปัญหาที่มันเพิ่มขึ้น

428
00:38:36,380 --> 00:38:37,279
เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น

429
00:38:37,279 --> 00:38:41,279
เราจะมีข้อตกลงหรือว่าเป็นพันธสัญญาตรงไหนที่จะ

430
00:38:46,352 --> 00:38:47,192
เป็นแผนสำรองที่ไว้แก้ ปัญหาถ้าเกิดปัญหาแบบนี้เราต้องทำอย่างไร

431
00:38:47,192 --> 00:38:51,192
โอเคนะก็จะเป็น service Operation นะคะ

432
00:38:54,237 --> 00:38:58,237
การให้บริการที่มี

433
00:39:00,643 --> 00:39:02,354
ข้อตกลง แล้วก็คงทำพันธสัญญา

434
00:39:02,354 --> 00:39:02,515
เรานี้เข้ามาการันตี

435
00:39:02,515 --> 00:39:04,558
หรือว่าเป็น

436
00:39:04,558 --> 00:39:08,558
กุญแจหลักของ

437
00:39:09,824 --> 00:39:12,734
service Operation ก็จะมีทั้งหมด

438
00:39:12,734 --> 00:39:13,602
ตรงนี้นะคะ ที่พูดไปแล้ว

439
00:39:13,602 --> 00:39:17,602

440
00:39:19,927 --> 00:39:23,864
ถัดมา Continue

441
00:39:23,864 --> 00:39:24,496
Service improvement นั่นเอง

442
00:39:24,496 --> 00:39:28,496
คราวนี้เนี่ย เราก็ต้องมีการ

443
00:39:30,471 --> 00:39:34,471
ปรับปรุงการให้บริการ

444
00:39:35,862 --> 00:39:36,179
ทำยังไงจากที่มันดีอยู่แล้ว หรือ

445
00:39:36,179 --> 00:39:37,690
รักษา

446
00:39:37,690 --> 00:39:40,274
คุณภาพให้มันดีต่อ ๆ ไปนะคะ

447
00:39:40,274 --> 00:39:44,274
ความต่อเนื่องนั่นเองนะคะ

448
00:39:46,728 --> 00:39:47,466
เราจะมีอะไรบ้าง

449
00:39:47,466 --> 00:39:51,466
service Report

450
00:39:52,989 --> 00:39:53,489
Service

451
00:39:53,489 --> 00:39:57,089
service Report คืออะไร

452
00:39:57,089 --> 00:40:01,089
เหมือน

453
00:40:01,196 --> 00:40:02,449
เป็นการรายงานกระบวนการทำงาน

454
00:40:02,449 --> 00:40:06,449
หน่วยงานองค์กรของเรานะคะ

455
00:40:08,071 --> 00:40:12,071
วิธีการใช้งานเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต

456
00:40:12,548 --> 00:40:14,923
ต้องมาดูเช็กสถานะอุปกรณ์นะคะ

457
00:40:14,923 --> 00:40:17,080
อุปกรณ์สมมุติ Server

458
00:40:17,080 --> 00:40:21,052
ที่เราเก็บข้อมูลเกี่ยวกับ

459
00:40:21,052 --> 00:40:21,289
account ของนักเรียนนักศึกษาที่เข้าไปใช้งานเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต

460
00:40:21,289 --> 00:40:25,289
30 วันแล้วก็เปลี่ยนที่เราบันทึกไว้

461
00:40:26,164 --> 00:40:30,164
ก็จะมี ว่าตัวหลักตัวนี้ทำงานได้ปกติมานะคะ มีการ Backup ไว้หรือเปล่า

462
00:40:33,255 --> 00:40:37,255
ฝันว่า

463
00:40:39,261 --> 00:40:43,261
Service manuals

464
00:40:46,286 --> 00:40:46,471
การให้บริการเกี่ยวกับพวกเครื่องมือเป็นพวกเครื่องมือเนาะ การให้บริการเครื่องมือพวกนี้เนี่ย

465
00:40:46,471 --> 00:40:50,471
มีการ

466
00:40:51,099 --> 00:40:53,283
ให้บริการเครื่องมืออะไรบ้าง

467
00:40:53,283 --> 00:40:54,166
นะคะ ของตัวอุปกรณ์

468
00:40:54,166 --> 00:40:58,166
ถัดมา service Level management มีแต่การให้บริการทั้งนั้นเลย

469
00:41:07,651 --> 00:41:11,651
นะคะ service level management ก็คือ

470
00:41:12,495 --> 00:41:13,454
การจัดลำดับ

471
00:41:13,454 --> 00:41:17,454
นั่นเอง Level

472
00:41:17,627 --> 00:41:18,444
การให้บริการของเรา

473
00:41:18,444 --> 00:41:22,444
นะคะ ว่ากระบวนการขั้นตอนนี้ มันต้องอยู่ใน

474
00:41:25,709 --> 00:41:29,709
ระดับไหน

475
00:41:30,185 --> 00:41:30,730
ระดับ 1 ระดับ 2 ระดับ 3

476
00:41:30,730 --> 00:41:34,730
ต้องมี

477
00:41:34,782 --> 00:41:38,782
อุปกรณ์ มีบุคลากรอะไร ที่ต้อง

478
00:41:39,684 --> 00:41:40,612
ให้บริการ พูดง่าย ๆ คือ

479
00:41:40,612 --> 00:41:44,452
มันซีเรียสมากไหม มัน cricitพ่อมากไหม

480
00:41:44,452 --> 00:41:47,757
อะไร

481
00:41:47,757 --> 00:41:48,427
ลำดับตามความสำคัญ

482
00:41:48,427 --> 00:41:52,427
อันนี้คือทำยังไงให้การบริการเนี่ย

483
00:41:55,854 --> 00:41:58,541
ที่มันมีคุณภาพอยู่แล้วเนี่ยคงที่อยู่

484
00:41:58,541 --> 00:41:59,448
สีดีก็ให้มันดีขึ้นมากขึ้น

485
00:41:59,448 --> 00:42:03,448
เรียบร้อย

486
00:42:08,128 --> 00:42:12,128
เอาเป็นว่าตัวมาตรฐาน

487
00:42:15,060 --> 00:42:15,569
itil เนี่ยเอาแบบง่าย ๆ ก็คือ

488
00:42:15,569 --> 00:42:19,569
เป็นกระบวนการการปฏิบัติงานทำยังไงให้มันเป็นการปฏิบัติงานที่ดีที่สุด

489
00:42:21,821 --> 00:42:25,821
ทำยังไง 12 สามารถทำขั้นตอนนี้ดีไหม

490
00:42:27,058 --> 00:42:28,183
บริการยังไง

491
00:42:28,183 --> 00:42:32,183
มีสัญญา พันธสัญญาอะไร ข้อกำหนดไหน

492
00:42:35,728 --> 00:42:35,908
อันไหนที่มันเคยดีอยู่แล้ว ก็ทำให้มันดียิ่งขึ้น

493
00:42:35,908 --> 00:42:39,908
หรืออันไหนที่มันดีอยู่แล้วก็ต้องคงสภาพให้มันดีตลอดไป

494
00:42:41,441 --> 00:42:45,441
ขั้นตอนที่ทำให้มันดีนะเองนะคะ อันนี้จะเป็นพูดคร่าว ๆ เดี๋ยวรอบหน้าอาจจะมี

495
00:42:51,367 --> 00:42:52,294
ตัวโครงสร้างที่เป็นรูปภาพ

496
00:42:52,294 --> 00:42:56,294
จะได้รู้ว่า

497
00:42:58,061 --> 00:43:01,000
กรณีถ้ามันมีเหตุการณ์แบบนี้นะคะ มันสามารถเข้าตัว

498
00:43:01,000 --> 00:43:01,452
process ขั้นตอนหรือว่ากระบวนการไหนได้บ้าง

499
00:43:01,452 --> 00:43:05,452
เราจะได้เข้าใจว่า

500
00:43:09,966 --> 00:43:10,690
หน่วยงานแต่ละที่ แต่ละองค์กรก็จะมีการให้บริการที่แตกต่างกันนะคะ

501
00:43:10,690 --> 00:43:14,690
อันนี้ก็จะเป็นแบบฝึกหัดท้ายบทนะคะ

502
00:43:23,393 --> 00:43:23,750
ที่เป็นการทบทวนเกี่ยวกับตัวมาตรฐาน

503
00:43:23,750 --> 00:43:26,785
ของเรานั่นเองนะคะ ว่า

504
00:43:26,785 --> 00:43:30,785
มันมายังไงมีขั้นตอนไหนบ้างอันนี้ถือว่าเป็น

505
00:43:31,571 --> 00:43:35,571
ส่วนเล็ก ๆ ของตัวมาตรฐาน

506
00:43:37,623 --> 00:43:38,551
ที่ยกตัวอย่างแล้วก็สรุปให้

507
00:43:38,551 --> 00:43:41,901
เข้าใจ

508
00:43:41,901 --> 00:43:43,544
เราก็มองข้าม

509
00:43:43,544 --> 00:43:43,743
ทั้ง ๆ ที่สุด

510
00:43:43,743 --> 00:43:47,743
เดี๋ยวสัปดาห์หน้านะคะ อาจจะมีการเพิ่มเติมนะคะ

511
00:43:51,243 --> 00:43:51,452
เพราะว่าตัวมาตรฐาน

512
00:43:51,452 --> 00:43:54,518
ไปที่ ก็จะมี

513
00:43:54,518 --> 00:43:58,518
อะไรตัน

514
00:44:02,155 --> 00:44:03,219
มีตัวมาตรฐานตัวนี้ น่าจะเป็นหนังสือเล่มนึงนะคะ แต่ตัวมาตรฐานเนี่ยมันจะค่อนข้าง

515
00:44:03,219 --> 00:44:07,219
อันนี้น่าจะเป็นแนวทางเพื่อให้เข้าใจนะ เรามีหลายมาตรฐานเนี่ย เราก็ต้องเข้าใจพื้นฐานก่อนนะคะ ค่ะ

516
00:44:11,354 --> 00:44:15,354
อ๋อ อาทิตย์หน้าจะเป็น

517
00:44:26,845 --> 00:44:29,505
สอบ  ห๊ ๆ ๆ

518
00:44:29,505 --> 00:44:33,505
อาทิตย์หน้าเดี๋ยวจะมีสอบนะคะ เดี๋ย

519
00:44:36,924 --> 00:44:37,359
วอาจารย์ ใช่ค่ะ

520
00:44:37,359 --> 00:44:41,359
อาทิตย์หน้า

521
00:44:41,765 --> 00:44:45,765
น

522
00:44:48,222 --> 00:44:52,038
แล้วจะไป น่าจะเป็น

523
00:44:52,038 --> 00:44:53,499
ดูก่อนว่าจะมีข้อเขียนไหม เอาแบบจะยาก ปัญหาเป็นข้อเขียน

524
00:44:53,499 --> 00:44:56,185
ไหม

525
00:44:56,185 --> 00:45:00,185
เดี๋ยวจะแจ้งอีกรอบนึงนะ ว่าเป็นยังไงนะคะ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าจะ

526
00:45:01,323 --> 00:45:05,323
จะไปไหน จะไปไหน

527
00:45:10,372 --> 00:45:14,372
วันศุกร์ 30

528
00:45:38,391 --> 00:45:42,391
เราจะตอบก่อนไหมล่ะหรือจะสอบ

529
00:46:06,966 --> 00:46:10,966
หรอว่ากูบ่นหรอ

530
00:46:13,192 --> 00:46:17,192
ว่างกันทุกคนหรอ กลับ กลับกันมาหรือยัง

531
00:46:25,934 --> 00:46:26,269
วันจันทร์

532
00:46:26,269 --> 00:46:30,269
OK

533
00:46:30,880 --> 00:46:34,880
งั้นก็

534
00:46:35,870 --> 00:46:39,870
เป็นวันจันทร์ก็ได้เนาะ ถ้างั้นหรือจะเป็น

535
00:46:39,900 --> 00:46:43,900
จันทร์เช้า วันจันทร์วันหยุดชดเชยป่ะ

536
00:46:48,770 --> 00:46:51,448
วันหยุดอีกนะ

537
00:46:51,448 --> 00:46:55,448
ก็เดี๋ยวทำไป ท้ายบท เดี๋ยวค่อยนัดกันเนาะงั้นขอบคุณ

538
00:47:20,808 --> 00:47:24,808
ที่ล่ามเลยนะคะ เดี๋ยว

539
00:47:28,555 --> 00:47:29,239
น้อง ๆ ก่อนค่ะ ขอบคุณค่ะ

540
00:47:29,239 --> 00:47:33,239


