--- title: ฝึก Revoice + PE (ห้องเรียนสกลฯ ) หลักการและระบบการจัดการฐานข้อมูล อ.เกวลี 20 ธ.ค. 2565 subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม 2565 เวลา 14.55 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) รำได้ยินไหมคะ โอเคค่ะอย่างนั้นเดี๋ยววันนี้นะคะวันนี้ลูกค้าไม่เยอะนะคะเพราะเดี๋ยวให้ทักชั่วโมงจะให้ทำงานในห้อง อย่างนั้นสอนเลยนะ วันนี้นะคะเราจะมีอยู่ 3 เรื่องนะคะ มี เกี่ยวกับ ประจักษ์การพัฒนาก็คือ sdlc นะคะ เรามาประยุกต์ใช้งานฐานข้อมูลมันก็จะเป็นการพัฒนาระบบจัดการฐานข้อมูลก็คือ dlc รวมถึงที่ดินเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนนะคะแล้วก็จะเอาลูกที่เราเคยวาดไว้นี่นะคะ รูป ER นะคะ เป็นให้ลูกในรูปแบบของความสัมพันธ์หรือว่าแรงจะเป็นในรูปแบบของตารางจะทำอย่างไรล่ะคะ เดี๋ยววันนี้เราจะมาเรียนกันแค่นี้นะคะ การพัฒนาระบบ sdlc ภาษาอังกฤษก็คือ Life Cycle นั่นเองจะเป็นการพัฒนาระบบ มันจะสิ่งที่เรียกเราได้มาจาก ระบบสารสนเทศต่างร่วมกันอันนี้ พื้นฐานก่อนนะคะ ว่า ทำไมเราถึงต้องมาพัฒนาระบบจัดการฐานข้อมูลซึ่งมันจะ เป็นระบบที่ ปรับปรุงนะคะ มาจาก วัฏจักรการพัฒนาระบบ นั่นแหละครับ โดย การพัฒนาระบบนี่เราจะมีอยู่ 5 ระยะ ราคา อันนี้คือเป็นมาตรฐาน สมมุติเราเรียนไปนี่และเรา เขียนโปรแกรมขึ้นมาสักงานหนึ่งหรือเราถูกจ้างให้เขียนโปรแกรมให้ หรือเราต้องการ ไปจ้าง หรือเราต้องการจะพัฒนาโลกเองก็ได้นะคะ ขั้นตอนมาตรฐาน โครงการพัฒนาระบบ มีอยู่ 5 ระยะ ระยะแรกเราต้องวางแผนก่อนว่า เราจะพัฒนาระบบอะไร ทำไมต้องทำ มันมีความจำเป็นกับการทำงานของเราไหม หรืออย่างไรนะคะหลังจากนั้นมาวิเคราะห์ว่าไอ้ที่เราวางแผนไปนี่ มันครอบคลุมแล้วหรือยังนะคะ การทำงานที่เราต้องการผลลัพธ์ที่เราต้องการนี่ จากที่เราวางแผนไว้นี่มันครบหรือเปล่า เราก็จำ มาจากนั้นพอเราวิเคราะห์ ความถูกต้องทุกอย่างแล้วมันครบ ทุกรายละเอียดที่เราต้องการ เราก็มาออกแบบรายละเอียดของระบบว่าระบบนี้ มันจะต้องมีส่วนประกอบอะไรบ้าง ใครสามารถ งานระบบนี้ได้บ้าง ราคา แต่ละคนใช้งาน ความการเข้าถึงข้อมูล มากน้อยต่างกันขนาดไหน อันนี้เป็นพื้นฐานเบื้องต้น หรือในระบบของเราต้องการจะเก็บข้อมูลอะไรบ้าง นะคะ ต้องมา กรอกรายละเอียดหรือเขียนรายละเอียดทั้งระบบ มาดูว่า มันครบหรือยังนะคะงวดนี้ การตรวจสอบว่า สิ่งที่เราวางแผนวิเคราะห์และการออกแบบนี้ สามารถเกิดขึ้นได้จริงไหม นะคะ หลังจากนั้นออกวิเคราะห์แล้วว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้ เราก็ไปดำเนินการพัฒนาระบบขึ้นมา ราคา ในช่วงนี้ เป็นการพัฒนา ราคา บางคนก็คือพัฒนาไปด้วย ทดสอบไปด้วยว่าระบบนี้ใช้งานได้จริงแล้วเป็นอย่างไร มันมีข้อผิดพลาดตรงไหน ก็ดำเนิน การแก้ไขทั้งสร้างใหม่ไปเรื่อยๆแล้วก็ปรุง สิ่งที่ทำไปแล้วให้มันสมบูรณ์ที่สุด หลังจากนั้น เราก็จะได้ระบบมา พอได้มาแล้ว มันก็ยังต้องมีในส่วนของการบำรุงรักษา เขาว่ามันจะทำงานได้ดีไหม มีข้อผิดพลาดในการทำงานหรือเปล่า หรืออาจจะ ใส่ข้อมูลราคาสินค้าไป แบบภาษีผิด ภาษีประเทศไทยคือ 7 เปอร์เซ็นต์แต่บังเอิญว่าเราพิมพ์ผิดจะพิมพ์เป็นเลข 4 อย่างนี้ ผลการคำนวณมันเลยผิดอันนี้ก็ต้องไปแก้ไขนะคะ ในส่วนของการบำรุงรักษา หรือว่า ข้อมูลที่เราต้องการจะเพิ่ม อย่างเช่น ปกติเราเก็บจากเบอร์โทรศัพท์มือถือ นะคะ เราอยากได้เบอร์โทรศัพท์บ้านด้วย อยู่ในส่วนของการบำรุงรักษาค่ะเพราะว่ามันจะเป็นการที่แก้ไขในระบบ ระบบนั้นเองนะคะว่าให้เพิ่มเบอร์โทรศัพท์บ้านเข้าไปด้วยอย่างนี้ ซึ่ง จากวัฏจักรการพัฒนาระบบนี่เราเลย เอาเป็นตัวตั้งต้นสำหรับการพัฒนา ระบบจัดการฐานข้อมูล แต่มันจะมีบางส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นมา นะคะ คือในส่วนของ การทดสอบแล้วก็ประเมินผลนะคะ เมื่อกี้การพัฒนาระบบนี้เราจะมีอยู่ 5 ขั้นตอน แต่ถ้าเป็นการพัฒนาระบบจัดการฐานข้อมูลหรือพัฒนาฐานข้อมูลหนี้แล้วจะมีอยู่ 6 ขั้นตอน ซึ่งมันก็จะใกล้ๆเคียงกันล่ะ นะคะโดยเริ่มต้นของการ สร้างฐานข้อมูลขึ้นมานี่เราต้องมีการศึกษาเบื้องต้นก่อนว่า ข้อมูลที่เราต้องการจะเก็บ เราจะเก็บอะไร ไปทำไม เก็บมาจากไหน ราคา แล้วจะเรียกดูข้อมูลทำอย่างไรนะคะ อันนี้เป็นการศึกษาเบื้องต้นก่อนว่า ที่เราจะทำนี่ มันทำได้ไหมทำได้จริงหรือเปล่า ข้อมูลคืออะไร หลังจากนั้น เราก็เอาสิ่งที่เราศึกษาเบื้องต้นนี่ มาออกแบบฐานข้อมูลเหมือนที่เราวาดไปนั่นแหละค่ะ เราวาดรูป ER ไปนั่นคือเริ่มออกแบบแล้วว่าเอ๊ะ เหมือนตัวอย่างที่อาจารย์ทุกอย่างให้ร้านหนังสือ 1 ล้าน จะเก็บข้อมูลอะไรบ้าง อันนี้คือเริ่มออกแบบแล้วนะคะ ออกแบบได้ปุ๊บ ตรวจสอบข้อมูลครบทุกอย่างนะคะ บอกว่าจะมาดำเนินการสร้างฐานข้อมูลเพื่อติดตั้งในระบบ ที่เรา มีไว้อยู่แล้ว ถ้ายังไม่ดี สร้างขึ้นมานะคะเพื่อใช้กับฐานข้อมูล ชื่ออะไร กำลังจะทำเช่นเดียวกัน ขอสร้างฐานข้อมูลเสร็จ เอาไปติดตั้งในระบบแล้วเราก็ต้องมีการทดสอบแล้วก็ประมวลผลว่า ฐานข้อมูลที่เรา สร้างมา มันใช้งานได้ดีกับระบบที่มีอยู่หรือไม่นะคะ มันไม่ดี มันไม่ดีตรงไหน มีตรงไหนที่แก้ไขหรือเปล่านะคะ หรือ ไก่ผ่านข้อมูลแล้วแต่เรียกข้อมูลขึ้นมาไม่ได้ เราก็ต้องแก้ปัญหา ว่าทำไมมันไม่ได้ เหมือน ถ้าใครเคยใช้ Excel เบอร์โทรศัพท์นำหน้าของเราจะเป็นเลข 0 ใช่ไหมคะแต่เหมือน Excel เหมือนกันถ้าเราไม่เปลี่ยนชนิดของข้อมูลและศูนย์แล้วจะหายไป ทำไม อันนี้ก็เป็นข้อ 1 ที่เราจะต้อง กำหนด รูปแบบของข้อมูล ฐานข้อมูลของเราด้วยนะคะว่าให้คอลัมนี้ เบอร์โทรศัพท์นะ ไม่ใช่จำนวนเลข จำนวนจริงใดๆนะคะหลังจากนั้นพอเราทดสอบประมวลผลเป็นที่พอใจแล้วเราก็เอาระบบที่ได้ มีการประสานของฐานข้อมูลหนี้เอาไปใช้งานจริง พอใช้งานจริงทุกระบบที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จะต้องมีการบำรุงรักษา ปรับปรุงแก้ไขข้อมูล แต่ก็ตามก็ต้องมีเหมือนกัน อันนี้เขาจะ คล้ายๆกับการพัฒนาระบบ นะคะสำหรับการพัฒนาฐานข้อมูล เดี๋ยวจะ อธิบายโดยละเอียด ก็คือ การศึกษาเบื้องต้นนี่ มันก็อย่างที่อาจารย์บอกตอนแรก ต้องดูว่าผู้ใช้งานต้องการอะไร ฐานข้อมูลเขา เพื่อไปทำอะไรหรือมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นเขาถึงต้องการ ระบบฐานข้อมูลนะคะ หรืออาจจะ เกี่ยวกับ การเก็บข้อมูลให้เป็นระเบียบ ราคา ซึ่งการศึกษาเบื้องต้นนี่ มันจะเป็นแนวทางในการออกแบบต่อไป อย่างน้อยที่เราต้องวิเคราะห์ก็คือ ในองค์กรเรา ต้องการเก็บข้อมูลขนาดไหน ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันหรือข้อจำกัดก็คือ ตอนนี้ข้อมูลเขียนในสมุดตลอดเลยหรือเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว นะคะ มันไม่สามารถทำงานร่วมกันได้หลายๆคนจุดมุ่งหมายคือ มีระบบฐานข้อมูลที่ดีควรทำงานช่วยกันจะได้เพิ่มขึ้น อาจจะเป็นการเรียกดูข้อมูลได้ สะดวกสบายขึ้น ขอบเขตของงานคือคนที่สามารถเข้ามาดูข้อมูลได้มีใครบ้างเป็นต้นนะคะอันนี้คือการศึกษาเบื้องต้นก่อน แล้วก็มาเช็คดูนะคะว่า ข้อที่เราวิเคราะห์ไว้นี่ มันครบหรือยังถ้าครบแล้ว นะคะ ออกแบบ เรื่องรายละเอียด ก็จะเอามาจากขั้นตอนของการศึกษาข้อมูลเบื้องต้น มาเป็นแนวทางในการออกแบบ 3 ระดับนะคะ ระดับแนวคิด ระดับภายในและระดับน้ำ ภายนอกระดับตรรกะอะไรพวกนี้ที่เรียนแล้วในบท เบื้องต้น การออกแบบเชิงแนวคิดนี่เราจะเป็นการพัฒนาแบบจำลองข้อมูลให้ถูกต้อง ต้องตีความละเอียด เข้าใจข้อมูลองค์กรเป็นอย่างดี สมมุติว่า ถ้าคุณเป็นโปรแกรมเมอร์คุณก็ต้องรู้ว่าองค์กรควรทำอะไรนะคะ ข้อมูลมีอะไรบ้าง ราคา น่าจะเป็นไปฝึกงาน แล้วเขาให้เราออกแบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการพนักงาน เราก็ต้องรู้ว่า ข้อมูลพนักงาน 1 คน มีอะไรบ้าง ราคา แน่นอนวันที่อาจารย์เคยสอน มีรหัสพนักงาน รหัสบัตรประชาชนนะคะ มีชื่อ นามสกุลมีเบอร์โทรศัพท์ มีที่อยู่ปัจจุบัน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน เรียนจบอะไรมา ตอนนี้ตำแหน่งอะไร เงินเดือนเท่าไหร่ อันนี้คือข้อมูลเบื้องต้น แต่ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ๆ เขาก็จะถามข้อมูลละเอียดว่ามากกว่าที่บ้านทำงานอะไร พ่อไม่อยู่ไหน มีลูกหรือยัง เพราะว่าบางองค์กรมีสวัสดิการให้คนในครอบครัวด้วยอันนี้พวกคุณก็ต้องศึกษาด้วยนะ ถ้าคุณไปทำงานที่ไหน ว่าแต่ละที่ เขาอาจจะไม่ได้เก็บข้อมูลเหมือนกัน จะมีเก็บข้อมูลไม่เยอะ และเก็บข้อมูลนิดเดียวนะคะ ในฐานข้อมูลอาจจะเก็บรูปภาพพนักงาน รูปภาพนี้เป็นรูปภาพแบบไหน อันนี้ก็คือสิ่งที่เราต้องออกแบบ นะคะ ไม่ใช่ว่า อยากทำอะไรก็ทำไม่ได้นะคะต้องดู ความต้องการขององค์กรที่เราไปทำงานให้เขาด้วย ตั้งแต่การออกแบบนี้ เราก็ กำหนดชนิดของข้อมูลที่จะเอาเข้ามา ข้อมูลของคอลัมน์ของ เราจะใส่นะคะมีความสัมพันธ์เป็นอย่างไรบ้าง ตารางพนักงานจะต้องไปเชื่อมโยงกับตารางเงินเดือนใหม่นะคะ ต้องเขียนให้ถูก ขอตำแหน่งแต่ละตำแหน่ง คนแต่ละคนเงินเดือนไม่เท่ากันนะคะ ในแต่ละตารางจะเก็บข้อมูลอะไรบ้าง นะคะ ขอเพลงของข้อมูลในตลาดนั้นต้องกำหนดอย่างไร เหมือนที่อาจารย์ชอบยกตัวอย่างไปบ่อยรหัสบัตรประชาชน ต้องเป็นเลข 13 หลักเท่านั้น อย่างนี้ รหัสไปรษณีย์ มันก็ควรมีแค่ 5 หลักเท่านั้น ไม่ควรเกิน ใช่ไหม อะไรที่เรารู้อยู่แล้วว่าเขาเขียนมันเป็นอย่างไร เราก็สามารถกำหนดได้นะครับ เพื่อป้องกันความผิดพลาดด้วยบางคนพิมพ์รหัส ไปรษณีย์ผิด ไปศูนย์เกินไปอย่างนี้ มันก็ผิด ข้อมูลที่ได้มาก็จะผิดพลาด ในตาราง อะไรเป็นขี้เหล้า ก็คือค่าที่ห้ามซ้ำกันคืออะไร มีการกำหนด ความเป็นเอกลักษณ์ ของตาราง ตารางทั่วไปหรือตารางเฉพาะ อันนี้ถ้าจำเป็นต้องกำหนด ราคา มีการเขียน ER diagram ก็คือการวาดรูปที่เราวาดไปวาดรูป ER หลังจากนั้น ต้องมานั่งประชุมกันค่ะ สิ่งที่เราออกแบบ สิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการ ตรงกันหรือเปล่า มีตรงไหนที่เข้าใจไม่ตรงกันไหม มีอะไร ที่เราออกแบบขาดไปหรือเปล่า หรือ มันเกินความจำเป็น ตัดออกได้ไหม นะคะ อันนี้คือสิ่งที่ต้องมาคุยกันไม่ใช่ว่าเราคิดเองทั้งหมด แล้วเราทำเลย สรุปไม่ตรงกันกับที่ผู้ใช้งานต้องการอันนี้ก็ไม่ได้แล้ว เสียเวลาเปล่านะคะ เพราะฉะนั้น กว่าจะมานั่งคุยกันแต่เริ่มต้นนะคะ อันนี้ไม่มีอะไร หลังจากนั้น ออกแบบแล้วนี่ การเลือกโปรแกรมที่จะใช้ในการจัดการข้อมูล คนออกแบบ ก็ต้องดูด้วยว่า ได้รับโปรแกรม มันมีข้อจำกัด นะคะ ใช่ว่า รู้สึก ฉันจำชื่อโปรแกรมนี้ได้ เลือกเลย เลือกเพราะจำชื่อได้มันไม่พอ มันจะต้องดูด้วยว่า ไปที่เราเลือกไปนี่ มันสามารถใช้งานได้ดี ระบบที่เราต้องการจะใช้หรือเปล่านะคะ เพราะว่าถ้าเราเลือกผิด เดี๋ยวเราเอามาใช้งานจริงๆนี่ ไม่เวิร์ค มันใช้งานไม่ได้นี่ งานเราถือว่าล้มเหลวเลยนะคะ เพราะว่าได้เริ่มทำงานแล้ว ข้อมูลเริ่มเก็บแล้วแล้วให้เริ่มใหม่นี่ เสียเวลามากๆนะคะ เพราะฉะนั้น รัตภูมิ ตั้งแต่ออกแบบเลยดีที่สุดนะคะ หลักการออกแบบทางตรรกะก็จะเกี่ยวกับ การตัดสินใจในการเลือกใช้ฐานข้อมูลนะคะ ข้อมูลของเรานี่ เก็บข้อมูลอย่างไร ในการเชื่อมโยงอะไรบ้าง ทำไมต้องเก็บข้อมูลแบบนี้นะคะ แล้วก็ ถ้าจำเป็นจริงๆ กระบวนการในการ เลือกที่เก็บข้อมูลก็สำคัญ คุณจะเก็บข้อมูลอย่างไร เก็บในเครื่อง Server เครื่องเดียว หรือจะมีการสำรองไปไว้ที่อื่น วิธีการกระจายข้อมูลการเก็บ แต่ถ้าจำเป็นก็คือสามารถ เรียกใช้งานจากที่ไหนก็ได้นะคะ แล้วใครสามารถเรียกใช้งานได้บ้างนะคะ ผู้ใช้งานทั่วไปอาจจะได้แค่ดู ถ้าเป็นผู้ดูแลระบบ ในระดับหัวหน้างาน สามารถแก้ไขข้อมูลได้ด้วยอย่างนี้นะคะเป็นต้น อยากใช้หนี้ อะไรทุกคนเลย แก้ไขเกจ พูดไม่ได้นะ อาจารย์ดูได้อย่างเดียว นะคะ อันนี้ ก็คือสิ่งที่ เราออกแบบได้ คนที่แก้ไขได้คืออะไร เป็นเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนราษฎร์สมมุติว่า มันมีข้อผิดพลาด ก็สามารถท้วงติงได้ แล้วเจ้าหน้าที่เท่านั้นนะคะ พี่จะเข้าไปปรับปรุงข้อมูลได้อาจารย์ทำให้ไม่ได้นะคะ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างนะคะ หลังจากนั้น พอเราวิเคราะห์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วล่ะกลมเรียบร้อยแล้วเราก็ลงมือ สร้างฐานข้อมูลนะคะ เอาโครงร่างที่ได้จากการออกแบบของเรานี่ สร้างฐานข้อมูลขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูลจริง ราคา อาจจะมีการแปลงข้อมูลในระบบเดิม ให้เข้ากับระบบใหม่ที่เราพัฒนาขึ้นมาก็ได้นะคะ ข้อมูลเดิมนี่อาจจะเก็บข้อมูลไม่ได้เก็บในระบบ จัดการฐานข้อมูลอะไรหรอ เก็บใน Excel นะคะ จะถามว่าระบบจัดการฐานข้อมูลในปัจจุบันมาสามารถนำเข้าข้อมูลที่เป็น Excel เข้าสู่ระบบจัดการฐานข้อมูลได้แล้วนะคะ อันนี้ก็เป็นความสามารถของระบบที่เราเลือกตั้งแต่แรก ว่าไอ้โปรแกรมที่เราจะใช้งานนี่มันมีฟังก์ชันนี้ไหม ถามว่าเพื่ออะไร มันเป็นระบบที่ส่งข้อมูลเดิมเราอยู่ที่ Excel ทั้งหมดเลย เป็นหมื่นเป็นแสนข้อมูล แต่ระบบที่เราเลือกใช้หนี้ มันเอานำเข้าข้อมูล จาก Excel เข้ามาไม่ได้นี่ แล้วมันจะดีกว่าระบบเดิมอย่างไรนะคะ ในเมื่อมันทำให้มันไม่ได้ทำให้เราทำงานง่ายขึ้นนะคะ หลังจากนั้นนี่ พ่อมีการพัฒนาฐานข้อมูลหรือปรับปรุงฐานข้อมูลขึ้นมาแล้วนะคะ มันก็จะเป็นขั้นตอนของการติดตั้งระบบนะคะ ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้ระบบ จัดการฐานข้อมูลอะไรนะคะ มีใครเป็นผู้จัดการฐานข้อมูลหรือว่าเป็น Admin นั่นแหละ จำนวนพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลที่ต้องการใช้ มีขนาดมากน้อยมากขนาดไหนตารางที่ อยู่ในระบบมีกี่ตารางเมตรตารางอะไรบ้างนะคะ อันนี้คือการติดตั้ง ใช้จริง เดี๋ยวพอเราสอบมิดเทอมเสร็จ นะคะ ช่วงหลังปีใหม่ อาจารย์จะเริ่มพาทำ ภาษาที่ใช้ในการ จัดการข้อมูลอย่างง่ายนะคะมาทำพิมพ์เอง ลองดูสิว่า วิธีการเลือกใช้ฐานข้อมูลอย่างง่ายมันเป็นอย่างไรนะคะ พอเราติดตั้งเสร็จปุ๊บ มันก็จะต้องมีการทดสอบค่ะหาข้อผิดพลาด การหาข้อผิดพลาดทางประเมินความสามารถของระบบ ที่เราเอามาใช้ นะคะ ดูซิว่า มารองรับความต้องการของเราจริงๆหรือเปล่า ถูกต้องไหมครบถ้วนดีไหมนะคะ ถ้ามันไม่ครบ เราจะทำอย่างไร หรือ บางอย่างมันไม่จำเป็นนี่ เราอาจจะไม่ต้องให้ User ใช้งานก็ได้ น่าจะเป็นเฉพาะผู้ดูแลระบบใช้งานฟังก์ชันนั้นคนเดียวก็พออะไรอย่างนี้นะคะ ก็การทำงานเหล่านี้ ต้องเตรียมคู่มือ ข้อมูลทดสอบไว้ล่วงหน้าด้วย นะคะ เวลาทอดสมมุติว่า เราจบไปนี่ เราพัฒนาโปรแกรมใดๆขึ้นมาก็ตาม เราจะต้องทำคู่มือการใช้งานด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้น กดมาใช้งานระบบเรา ไม่เข้าใจ งง ทำไมคนตั้งชื่อตารางแบบนี้ล่ะ ทำไมตั้งชื่อคอลัมน์แบบนี้ ไอ้ตัวนี้แปลว่าอะไร แล้วจะกดตัวไหน เพื่อบันทึกข้อมูล นะคะ ถ้าต้องการแก้ไขข้อมูลต้องกดตรงไหน นะคะ เราต้องเตรียม เพื่อใช้ในการทดสอบนะคะ หรืออาจจะเป็นตัวอย่างข้อมูลเพื่อ ลองพิมพ์เข้าไปในรูปดูซิว่ามันสามารถบันทึกได้ไหม นะคะ ถูกต้องหรือเปล่ากับสิ่งที่เราต้องการให้มันเป็น ไม่ใช่ว่าอาจารย์พิมพ์ข้อมูลเข้าไปเยอะมาก สรุปเรียกดูข้อมูลไม่ได้ มันก็ไม่มีประโยชน์นะคะ มันก็ต้องมีการทดสอบก่อน ทดสอบแล้วเป็นที่น่าพอใจ แล้วก็เอาไปติดตั้งใช้งานจริง พอติดตั้งแล้วมันก็ยังต้องมีการประเมินผลเหมือนกันว่า พอเราติดตั้งไปใช้จริงแล้ว มันให้การทำงานที่ดีเหมือนตอนที่ทดสอบหรือเปล่า หรือพอตรวจสอบใช้งานได้แต่พอไปทำงานจริง ข้อมูลเข้ามาทีละ หมื่นละแสนข้อมูลต่อวัน สรุประบบรับไม่ได้ไม่ทัน นะคะ ถอดความก็เจ๊ง รอร่างแป๊บหนึ่ง โอเคต่อค่ะ หลังจากนั้นนะคะถ้าเราทำงานไปแล้วนี่ก็เหมือนที่บอก ก็ต้องมีการบำรุงรักษาการปรับปรุง พอทำงานเป็นแล้วนี่แอดมินนะคะหรือว่าผู้จัดการฐานข้อมูลหนี้เขาจะต้องมีการเตรียมตัวฐานข้อมูลไม่ใช่ว่าใช้ไปแล้วก็ไม่ได้กลับมาดูเลย ทั้งต้อง ป้องกันระบบด้วยว่า ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น เรามีการสำรองข้อมูลไว้หรือเปล่า แล้วตารางในการสำรองข้อมูลนี่ จะทำไว้บ่อยขนาดไหน แล้วแต่ระบบนะคะ บางคนถ้าเป็นระบบที่สำคัญมากๆเขาจะต้องสำรองข้อมูลทุกวัน หรือถ้าระบบมีปัญหา นะคะ ข้อมูลที่สำรองไว้ให้สามารถกู้คืนได้ ภายในระยะเวลาเท่าไร นะคะ เหมือนว่าสมมุติวันนี้อาจจะมีการ ภัยธรรมชาติ ธนาคารแห่งหนึ่งสำนักงานใหญ่ ภัยธรรมชาติ ถ้าสมมุติว่าข้อมูลเขาหาย มันเป็นไปไม่ได้เลยนะคะเงินลูกค้า ไม่รู้ว่าจะกี่บาท จะบอกว่าไม่รู้ค่ะว่าคุณมีเงินเท่าไหร่เพราะเมื่อคืนมีภัยธรรมชาติข้อมูลหายคำตอบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นนะคะ ข้อมูลทุกอย่าง จะต้องเกิด ขึ้นมาใช้ อันนี้อย่างเช่นองค์กรใหญ่ๆเขาจะมีการซ้อมเลยนะคะซ้อมสำรองข้อมูลแล้วคุณสามารถกู้คืนข้อมูลคืนมาได้เร็วที่สุดเท่าไหร่ บาร์โค้ดซองทุกๆ 1 เดือนหรือเลขซ้ำ ขอข้อมูลบางอย่างมันสำคัญมากๆ ถึงว่าถ้าระบบเราใช้ไปนี่ มันมีแต่รังไหมหรืออาจจะมีคอลัมน์เพิ่มเติมที่เพิ่มเข้ามาสามารถทำได้หรือเปล่าสิ่งเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นการ อักษะ ปรับปรุงฐานข้อมูลเช่นเดียวกัน โดยที่หัวข้อที่ 2 หัวข้อที่ 30 เป็นการแปลงแผนภาพ VR รูปภาพที่เราเคยวาดนี่ ให้มาเป็นรีเลชั่นหรือว่าให้มาเป็นตารางนี่ มันเป็นอะไรที่ง่ายมาก เพราะมันจะเริ่มจากชื่อตารางก่อนก็คือชื่อเอนทิตี้ บอยตารางใดนะคะหรือรูปภาพใดๆ มันสามารถเอามาแปลงเป็นตารางได้ 1 ตารางทันทีนะคะ ตารางคืออะไรหัวข้อตารางเหมือนที่เราเคยทำไปแล้ว หัวข้อตารางคือจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบนี้ใช่ไหม แล้วก็ ER จำได้นะมันเป็นรูปแบบนี้นะ แล้วก็มีวงรีวงรีแบบนี้ เราเคยวาดไปแล้ว ว่าไปแล้วนะคะว่าไปแล้ว อันนี้น่าจะจำได้ว่า hdr คืออะไรทำไมอาจารย์พูดถึง โดยนะคะ การแปลงนะคะจัดตารางเอนทิตี้ปกตินะคะ ชื่อตารางกับชื่อเอนทิตี้คือตัวเดียวกันชื่อคอลัมน์ก็คือชื่อแอตทริบิวต์นั่นเอง โดยอันนี้คือ 1 ตารางมองเป็น 1 ตาราง เช่นตัวอย่าง อันนี้สวดมนต์ตอนนี้เราเคยวาดไปแล้วใช่ไหมคะ อะไรคือชื่อตารางชื่อตารางมาจาก ชื่อในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าตรงนี้แค่นั้นเอง คุณก็เอาชื่อตรงนี้ เขาบอกว่าเป็นชื่อตาราง student นะชื่อตารางนักเรียนนะ แล้วในตารางนักเรียนเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เราก็เอาข้อมูลที่อยู่ในวงรีทุกอันนี้ค่ะมาใส่เป็นคอลัมน์ตารางเดียวกัน แค่นั้นเอง ออกข้อสอบคือทำง่ายมากถ้าจำได้ แต่ในตารางอย่าลืมนะคะ ในรูปมีขีดเส้นใต้ ตารางก็ต้องขีดเส้นใต้ พอเอาตารางมาเขียนเป็นความสัมพันธ์ เราก็จะเอากรอบออกนะคะเอากรอบออก หนูชื่อตารางจะอยู่หน้าสุด นะคะ หลังจากนั้น คอลัมน์ในตารางทั้งหมดจะอยู่ในวงเล็บ นะคะ อันไหนที่เป็นคีย์หลักที่ขีดเส้นใต้อย่าลืมขี่ด้วยนะคะ อย่าลืมขี่ด้วยนะ แค่นี้เองในการแปลงรูปภาพให้เป็นความสัมพันธ์ถ้าใครยังไม่แม่น คุณทำเป็นตารางก่อนก็ได้แต่ความจริงแล้วดูจากรูปนี่เราก็เอามาเขียนแบบนี้ได้เลยง่ายมากนะคะ ซึ่งในหนังสือบางเล่ม ไอ้ตัวงานออกแบบนี้เขาอาจจะเป็นรูปภาพเขาอาจจะเขียนเป็นความสัมพันธ์แค่บรรทัดเดียวแบบนี้ความหมายเดียวกันนะคะ อยู่ที่ว่าเขาจะอยากนำเสนอในข้อ พูดอะไร หรือว่าออกมาเป็นภาพให้เห็นง่ายๆ แล้วแต่เลยนะคะ ทางนี้ก็เหมือนกัน หลักการทำงานเดียวกันค่ะ อะไรที่อยู่ในกรอบตัวนี้ก็คือชื่อตารางเอาไว้ข้างหน้า หลังจากนั้นสิ่งที่อยู่ในอาชีพก็คือเป็นรูปวงรีตัวนี้ก็มาใส่ในวงเล็บแค่นั้นเอง ส่วนมากเวลาสอบนักศึกษาจะจำไม่ได้ ราคาว่ามาทำอย่างไร ที่มันง่ายมาก ซึ่งอาทิตย์หน้าสอบ อาทิตย์หน้าสอบนะคะเดี๋ยวอาจารย์จะนัดอีกที วัดสอบน่าจะสอบถึงวันนี้นะคะข้อสอบที่จะออกตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้เลย นะคะ ซึ่งรูปนี่ ข้อสอบแน่ๆจำให้ได้ เพราะมันง่ายมาก แต่ถ้ารูปนั้นนะคะแผนภาพนั้นนี่มันมีส่วนของตารางอ่อนแอ True Visions สัญญา สัญลักษณ์ของ weekend City ก็คือเป็นสี่เหลี่ยมซ้อนกัน 2 วง หลักการคือถ้า มันเป็นส่วนของค่าความอ่อนแอนี่เราจะเอา ที่หลักของอิสลามหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ด้วยนะใส นะคะ เส้นรูปนี้ เห็นไหมคะว่ามันจะมีสี่เหลี่ยมซ้อนกัน 2 อันข้างล่าง ถ้าสมมุติว่า เราจะมาแปลงเป็นความสัมพันธ์ อันนี้คือคีย์หลักของตารางที่มีค่าอ่อนแอ หลักการคือ ให้เอาคีย์หลักของอิสลาม 1 ที่มันมีความสัมพันธ์ด้วยมาใส่ นะคะ ผลลัพธ์ที่ได้จากการอ่านในตอนนี้สังเกตไหมว่าจริงๆแล้วมันจะมีแค่ 2 SCB ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ปกครองนักเรียน นะคะ ข้อมูลผู้ปกครองนักเรียน ถ้าเรามาแปลงเป็นความเป็นตาราง เราจะต้องเอาส่วนของ รหัสนักเรียนมาด้วย เวลาเขียนก็เพิ่ม คีย์หลักของตารางที่ผ่านมาก็คือมีรหัสนักเรียนเข้ามาเพิ่มแค่นั้นเอง อันนี้คือสำหรับตารางที่มีความอ่อนแอ ต้องไปพึ่งข้าจะล้างอื่นนั่นเอง นะคะอันนี้ก็ไม่ยาก พระจำได้นะคะ อยากเลย ต่อมาการแปลแผนภาพ ไม่เป็นความสัมพันธ์ มันจะมีอยู่ 3 รูปแบบนะคะแบบหนึ่งต่อหนึ่งกับแบบหนึ่งต่อกลุ่ม แบบกลุ่มต่อกลุ่ม อันนี้เขาเราเคยเรียนมาแล้ว โดย การแทนความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่งอยู่นี่นะคะ ก็คือชื่อของ ตารางนี่เรารู้อยู่แล้วใช่ไหมคะ ว่าจะมาตั้งนานแล้วความสัมพันธ์ก็ วาดง่ายๆนะคะ โดยการเพิ่ม ทีหลัง คีย์หลักก็คือตัวที่มันขีดเส้นใต้นะคะ ของอีกตารางหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กันมาใส่ เพื่อให้มันสามารถเชื่อมโยงกันได้ อันนี้คือง่ายมาก จากรูปนะคะ คีย์หลัก ก็คือตัวขีดเส้นใต้ของนักเรียนตารางนี้ ของดิบ เพลงบัณฑิต ที่จบการศึกษาก็จะมีรหัส นักศึกษา เขาทำวิทยานิพนธ์เรื่องอะไร นะคะ ก็จะมีรหัสวิทยานิพนธ์โดยตารางนี้นะคะ มันมีความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง มีเลข 1 กำกับ ภาพแบบหนึ่งต่อหนึ่ง จะต้อง เอาคีย์หลักนะคะ เลือกทางใดทางหนึ่งก็พอนะคะ มาใส่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือสมมุติว่า เราจะ เลือก She นะคะ สั่งตัวนี้ อาจารย์จะเอาคีย์หลักของตารางวิทยานิพนธ์ไปใส่ ให้กับตารางนักเรียนก็ได้ นะคะ หรือเอารหัสนักศึกษา มอเตอร์ไซค์ ตารางวิทยานิพนธ์ก็ได้อันนี้เฉพาะความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่งเท่านั้นนะคะ ที่เลือกตัวใดตัวหนึ่งก็ได้นะคะ ที่มีความสัมพันธ์กัน แต่ถ้า เป็นความสัม พันแบบหนึ่งต่อกลุ่ม นะคะ แบบหนึ่งต่อกลุ่มนะคะเราจะเอาคีย์หลักก็คือตัวขีดเส้นใต้ จากฝั่งที่มีความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเท่านั้น ไปใส่ในฝั่งที่ มีความสัมพันธ์เป็นกลุ่ม อย่างเช่นรูปนี้นะคะ รูปนี้นะ ความสัมพันธ์เป็นหนึ่งจะอยู่ฝั่งนี้นะคะ อันนี้ความสัมพันธ์เป็นกลุ่ม แทนด้วยตัว M นะคะ เราจะเอา ตัวขีดเส้นใต้ก็คือคีย์หลัก ของตารางที่มีความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเท่านั้น ไปเพิ่มลงในตารางที่มีความสัมพันธ์ กลุ่ม นะคะ นั่นก็คือ เห็นไหมคะ ฝั่งนี้ ความสัมพันธ์ เป็นกลุ่มใช่ไหมคะ ตัวครีม คือตัวขีดเส้นใต้เขา ที่มีตัวนี้ตัวเดียวเราก็จะเอาของตารางอีกครั้งหนึ่ง หาเพิ่มให้ซึ่งตารางนี้มีความสัมพันธ์เป็นหนึ่ง มาเพิ่มให้ อันนี้คือความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่ม นะคะ วันนี้ก็ยังไม่ยาก แต่ถ้า เป็นความสัมพันธ์แบบ กลุ่มต่อกลุ่ม นะคะ โดย ความสัมพันธ์นี้ มันอาจจะมีข้อมูลที่เกิด ขึ้นของมันเอง นะคะ ข้อมูลที่เกิดขึ้น ซึ่งวิธีการแก้ปัญหา ปัญหามันจะอยู่ตรงนี้ ตรงที่อาจารย์กรอบสีแดง ความสัมพันธ์ของกลุ่มต่อกลุ่มนี้มันอาจจะมีข้อมูลที่เพิ่มเติมขึ้นมา ราคา ในกรณีนี้ นะคะ เราก็จะสร้างความสัมพันธ์ ขึ้นมาใหม่เลยนะคะ โดยวิธีการคือ เอา คีย์หลัก ของทั้ง 2 ความสัมพันธ์ มาสร้างใหม่ให้กับ ความสัมพันธ์ตรงนี้นะคะ ของ 2 อันนี้มาใส่เพิ่ม ทั้งสองฝั่งเลย เอาจากตาราง 2 ตารางนี้ มาเพิ่มให้กับความสัมพันธ์ใหม่เลย นะคะ มันจะกลายเป็นแบบนี้ค่ะ อันนี้คือตารางที่เกิดขึ้นใหม่ สำหรับ ตาราง แบบกลุ่มต่อกลุ่มนะคะ มันจะเอาข้อมูลรหัสนักเรียน แล้วก็รหัสตารางเรียนวิชา มาเพิ่ม จากทั้งสองฝั่งเลยเมื่อก่อนคือเราต้องเลือกจากฝั่งใดฝั่งหนึ่งเท่านั้น ราคาถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่มเราจะเอามาจาก ออเจ้าคีย์หลักมาจาก ฝั่งหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าเป็นกลุ่มต่อกลุ่ม เราจะเอาทีหลัง ทั้ง 2 ตารางที่มีความสัมพันธ์กันมาสร้างตารางใหม่ อันนี้คือจุดเด่นของ แต่ละ การแปลงตารางให้มาเป็นความ สัมพันธ์ วิธีการทำ เรารู้แล้ว เดี๋ยวจะให้ลองทำเอง 1 ข้อ นะคะ ในห้อง เดี๋ยวอาจารย์จะเดินดูนะคะ ทำเลยทำเอง นะคะ เอาแค่ 1 ลูก รูปนี้ก็พอ รูปนี้มีกี่ตาราง มี 1 ตาราง 2 ตาราง 3 ตารางซึ่ง ในความสัมพันธ์ของรูปนี้ มีความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่ม กลับแบบกลุ่มต่อกลุ่ม ลองดูซิว่า จะ ทำได้ไหม นะคะ ความสัมพันธ์ที่เกิด จะมีอยู่ 2 ความสัมพันธ์นะ ลองดูสิว่า จากตัวอย่างที่อาจารย์ให้เข้าใจหรือเปล่าเอาอย่างแรกเลย PR ให้เป็น ตารางให้ได้ก่อน ลองดูซิว่าจำได้ไหมที่อาจารย์สอน ขอบคุณแปลงตารางได้ปุ๊บ คุณถึงได้มาเชื่อมโยงความสัมพันธ์ดูว่า แต่ละตารางที่คุณทำออกมาได้นี่ มันเชื่อมโยงกับตารางอื่นนี่ เป็นอย่างไรนะคะ ขั้นตอนแรก เปลี่ยนจากรูปภาพ ให้เป็นตาราง พอเป็นตารางได้ค่อยมาดูความสัมพันธ์ นะคะ ลองทำดู ทำเองนะคะทำเองเดี๋ยวอาจารย์จะเดินดู กระดาษมีอยู่แล้ว นะ โอเคค่ะทำเลย ล่ามคะ วันนี้ก็ประมาณนี้ค่ะเนื้อหาก็จะมีแค่นี้เดี๋ยวจะให้ทำงานห้องวันนี้ ขอบคุณมากนะคะขอบคุณมากค่ะขอบคุณค่ะ