--- title: ฝึก PE กับ Bot โดยใช้ log ASR (ห้อง ) หลักการและระบบการจัดการฐานข้อมูล อ.เกวลี วันที่ 20 ธ.ค. 2565 ปลา subtitle: date: วันอังคารที่ 27 ธันวาคม 2565 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ล่ามได้ยินไหมคะ โอเคค่ะ อย่างนั้นเดี๋ยววันนี้เลิกเลยนะคะวันนี้เนื้อหาไม่เยอะนะคะเพราะเดี๋ยวจะทำให้ชั่วโมงจะให้ทำงานในห้อง งั้นขเลยนะ วันนี้หัวข้อ เราต้องวางแผนก่อนว่าเราจะพัฒนาระบบอะไรนะคะ ทำไมต้องทำมันมีความจำเป็นกับการทำงานของเราไหมหรืออย่างไรนะคะ หลังจากนั้นมาวิเคราะห์ว่าไอ้ที่เราวางแผนไปนี่ ครอบคลุมแล้วหรือยังนะคะ กับการทำงานที่เราต้องการหรือผลลัพธ์ที่เราต้องการนี่ จากที่เราวางแผนไว้นี่ ครบหรือเปล่าแล้วก็จะมาเช็ก หลังจากนั้นพอเราวิเคราะห์ความถูกต้องทุกอย่างแล้วมันคบรายละเอียดที่เราต้องการเราก็มาออกแบบรายละเอียดของระบบว่าระบบนี้มันจะต้องมีส่วนประกอบอะไรบ้างให้สามารถใช้งานระบบนี้ได้บ้าง แต่ละคนใช้งานการเข้าถึงข้อมูลนี่มากน้อยต่างกันขนาดไหนนะคะ อันนี้เป็นพื้นฐานเบื้องต้น หรือในระบบของเราต้องการจะเก็บข้อมูลใดบ้างนะคะ ต้องมากรอกรายละเอียด ให้เขียนรายละเอียดทั้งระบบ มาดูว่าครบหรือยังส่วนนี้ ก็ต้องมีการตรวจสอบด้วยว่าสิ่งที่เราวางแผนและวิเคราะห์และการออกแบบนี่ มันสามารถเกิดขึ้นได้จริงไหมนะคะ หลังจากนั้นวิเคราะห์แล้วว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้ เราก็ไปดำเนินการพัฒนาระบบขึ้นมานะคะ ในช่วงนี้ก็จะเป็นการพัฒนานะคะ แต่บางคนก็คือพัฒนาไปด้วยทดสอบไปด้วย ว่าระบบนี้มันใช้งานได้จริงแล้วเป็นอย่างไร ไม่มีข้อผิดพลาดตรงไหน ดำเนินงานแก้ไขทั้งสร้างใหม่ไปเรื่อย ๆ แล้วก็ปรับปรุงสิ่งที่ทำไปแล้ว ให้มันสมบูรณ์ที่สุดหลังจากนั้นเราก็จะได้ระบบมา แต่พอได้มาแล้วมันก็ยังต้องมีในส่วนของการบำรุงรักษานะคะ ว่ามันยังทำงานได้ดีไหม มีข้อผิดพลาดในการทำงานหรือเปล่า อาจจะใส่ข้อมูลราคาสินค้าไป แต่ภาษีผิด ภาษีประเทศไทยคือ 7 เปอร์เซ็นต์แต่บังเอิญว่าเราพิมพ์ผิด ไปพิมพ์เป็นเลข 4 อย่างนี้ ผลการคำนวณมันเลยผิด อันนี้ก็ต้องไปแก้ไขนะคะ ก็เป็นส่วนของการบำรุงรักษา หรือว่ามีข้อมูลที่เราต้องการจะเพิ่ม เช่น ปกติแล้วเก็บกับเบอร์โทรศัพท์มือถือ อยากได้เบอร์โทรศัพท์บ้านด้วย อยู่ในส่วนของการบำรุงรักษาค่ะ เพราะว่ามันจะเป็นการที่แก้ไขในตัวระบบปรับปรุงระบบไม่ดี หาว่าให้เพิ่มเบอร์โทรศัพท์บ้านเข้าไปด้วยอย่างนี้นะคะ ซึ่งจากวัฏจักรการพัฒนาระบบนี่ เราเลยเอามาเป็นตัวตั้งต้นสำหรับการพัฒนาระบบจัดการฐานข้อมูล แต่มันจะมีบางส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นมานะคะ ก็คือในส่วนของการทดสอบแล้วก็ประเมินผลนะคะ เมื่อกี้การพัฒนาระบบนี่ เราจะมีอยู่ 5 ขั้นตอน แต่ถ้าเป็นการพัฒนาระบบจัดการฐานข้อมูลหรือพัฒนาฐานข้อมูลนี่ เราจะมี 6 ขั้นตอน ซึ่งมันก็จะใกล้ ๆ เคียงกันแหละ โดยเริ่มต้นของการสร้างฐานข้อมูลขึ้นมานี่ เราต้องมีการศึกษาเบื้องต้นก่อนว่าข้อมูลที่เราต้องการจะเก็บ เราเก็บอะไร เก็บไปทำไม เก็บมาจากไหน แล้วจะเรียกดูข้อมูลทำยอย่างไร อันนี้เป็นการศึกษาเบื้องต้นก่อนว่าที่เราจะทำนี่ มันทำได้ไหมทำได้จริงหรือเปล่า ข้อมูลคืออะไรหลังจากนั้น เราก็เอาสิ่งที่เราศึกษาเบื้องต้นนี่ มาออกแบบฐานข้อมูลเหมือนที่เราวาดไปนะคะวาดรูป ER ไปคือเริ่มออกแบบและเหมือนตัวอย่างที่จะยกให้คือร้านหนังสือ 1 านเก็บข้อมูลอะไรบ้างคือเริ่มออกแบบแล้วนะคะ เพราะออกแบบได้ปุ๊บตรวจสอบข้อมูลครบทุกอย่างนะคะ เราก็จะมาดำเนินการสร้างฐานข้อมูลเพื่อไปติดตั้งในระบบที่เรามีไว้อยู่แล้วนะคะ หรือถ้ายังไม่มีก็สร้างขึ้นมานะคะ เพื่อใช้กับฐานข้อมูลที่เรากำลังทำเช่นเดียวกันนะคะ พอสร้างฐานข้อมูลเสร็จเอาไปติดตั้งในระบบแล้ว เราก็ต้องมีการทดสอบและประเมินผลว่าฐานข้อมูลที่เราสร้างมา มันใช้งานได้ดีกับระบบที่มีอยู่หรือไม่นะคะ ถ้ามันไม่ดี มันไม่ดีตรงไหน มีตรงไหนต้องแก้ไขหรือเปล่า หรือใส่ฐานข้อมูลแล้วแต่เรียกข้อมูลขึ้นมาไม่ได้ เราก็ต้องแก้ปัญหา ว่าทำไมมันไม่ได้ เหมือนถ้าใครเคยใช้ Excel เบอร์โทรศัพท์นำหน้าของเราจะเป็นเลข 0 ใช่ไหมคะ แต่เหมือน Excel เหมือนกันถ้าเราไม่เปลี่ยนชนิดของข้อมูลเลข 0 เราจะหายไป ทำไมอันนี้ก็เป็นข้อหนึ่งที่เราจะต้องกำหนดรูปแบบ ของข้อมูลในฐานข้อมูลของเราด้วยนะคะ ว่าให้คอลัมน์นี้เบอร์โทรศัพท์นะ ไม่ใช่จำนวนเลขจำนวนจริงใด ๆ หลังจากนั้น พอเราทดสอบประเมินผลเป็นที่พอใจแล้ว เราก็เอาระบบที่ได้ที่มีการผสานกับฐานข้อมูลนี่ เอาไปใช้งานจริง พอใช้งานจริงทุกระบบที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จะต้องมีการบำรุงรักษาหรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงข้อมูลอะไรก็ตาม ก็ต้องมีเหมือนกันคล้าย ๆ กับการพัฒนาระบบนะคะ สำหรับการพัฒนาฐานข้อมูล แต่เดี๋ยวอธิบายโดยละเอียด ก็คือในการศึกษาเบื้องต้นนี่ มันก็อย่างที่ฉันบอกตอนแรกก็ต้องดูว่ากูใช้งานต้องการอะไร ฐานข้อมูลเขาใหญ่ได้เพื่อไปทำอะไรหรือมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นเขาถึงต้องการระบบฐานข้อมูล หรืออาจจะเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลให้เป็นระเบียบ ซึ่งการศึกษาเบื้องต้นนี่ มันจะเป็นแนวทางในการออกแบบต่อไป อย่างน้อยที่เราต้องวิเคราะห์ คือ ในองค์กรเราต้องการเก็บข้อมูลขนาดไหนนะคะ ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หรือข้อจำกัด ก็คือตอนนี้ข้อมูลเขียนลงในสมุดตลอดเลย หรือเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวนะคะ มันไม่สามารถทำงานร่วมกันได้หลาย ๆ คน จุดมุ่งหมายคือถ้าเรามีระบบฐานข้อมูลที่ดี คนทำงานช่วยกันจะได้เพิ่มขึ้น หรืออาจจะเป็นการเรียกดูข้อมูลได้สะดวกสบายขึ้นนะคะ ขอบเขตของงานคือคนที่สามารถเข้ามาดูข้อมูลได้มีใครบ้างเป็นต้นนะคะ อันนี้คือการศึกษาเบื้องต้นก่อน แล้วก็มาเช็กดูนะคะ ว่าข้อที่เราวิเคราะห์ไว้นี่ มันครบ หรือยังถ้าครบแล้วออกแบบซึ่งรายละเอียดก็จะมาจากขั้นตอน ของการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นนั่นแหละมาเป็นแนวทางในการออกแบบ 3 ระดับ ระดับแนวคิด ระดับภายใน และภายนอก ระดับตรรกะ และพวกนี้นะคะที่เคยเรียนไปแล้วเมื่อต้น โดยการออกแบบเชิงแนวคิดเนี่ยเราจะเป็นการพัฒนาแบบจำลองข้อมูลให้ถูกต้องต้องมีความละเอียด เข้าใจข้อมูลองค์กรเป็นอย่างดี สมมุติว่าถ้าคุณเป็นโปรแกรมเมอร์ คุณก็ต้องรู้ว่าองค์กรของคุณทำอะไรนะคะ ข้อมูลมีอะไรบ้างนะคะ อาจจะเป็นไปฝึกงาน แล้วเขาให้ลองออกแบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการพนักงาน เราก็ต้องรู้ว่าข้อมูลพนักงาน 1 คน มีอะไรบ้างนะคะ แน่นอนเหมือนที่อาจารย์เคยสอนพนักงานรหัสบัตรประชาชน ใช่ไหมคะ มีชื่อมีนามสกุล มีเบอร์โทรศัพท์ มีที่อยู่ปัจจุบัน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน เรียนจบอะไรมาตอนนี้ตำแหน่งอะไร เงินเดือน เท่าไร นี่คือข้อมูลเบื้องต้นแต่ถ้าเป็นบริษัทใหญ่เขาก็จะทำข้อมูลละเอียดมากว่าที่บ้านทำงานอะไรพ่อแม่อยู่ไหนมีลูกหรือยัง เพราะว่าบางองค์กรมีสวัสดิการ ให้คนในครอบครัวด้วยพวกคุณก็ต้องศึกษาด้วยนะ ถ้าคุณไปทำงานที่ไหน แต่ละที่เขาอาจจะไม่ได้เก็บข้อมูลเหมือนกัน จะมีเก็บข้อมูลไม่เยอะ หรืออาจจะเก็บข้อมูลนิดเดียว ในฐานข้อมูลจัดเก็บรูปภาพพนักงาน รูปภาพต้องเป็นรูปภาพแบบไหน อันนี้ก็คือสิ่งที่เราต้องออกแบบ ไม่ใช่ว่าทำอะไรก็ทำ ไม่ได้นะคะ ต้องดูความต้องการขององค์กรที่เราไปทำงานให้เขาด้วยนะคะ การออกแบบนี่ เราต้องกำหนดชนิดของข้อมูลที่จะเอาเข้ามา ก็คือชนิดของคอลัมน์แต่ละคอลัมน์ ที่เราจะต้องใส่นะคะ มีความสัมพันธ์เป็นอย่างไรบ้าง ตารางพนักงานจะต้องไปเชื่อมโยงกับตารางเงินเดือนไหม ต้องเขียนให้ถูก เพราะตำแหน่งแต่ละตำแหน่งคนแต่ละคนเงินเดือนไม่เท่ากันนะคะในแต่ละตารางเก็บข้อมูลอะไรบ้าง ขอบเขตของข้อมูลในตารางนั้น ๆ ต้องกำหนดยังไงเหมือนที่ชอบยกตัวอย่างบ่อย ๆ เช่นรหัสบัตรประชาชนต้องเป็นเลข 13 หลักเท่านั้นนะคะ หรือรหัสไปรษณีย์มันก็ควรจะมีแค่ 5 หลักเท่านั้น คุณเกิดใช่ไหมอะไรที่เรารู้อยู่แล้วว่าขอบเขตมันเป็นอย่างไร เราก็สามารถกำหนดได้เพื่อป้องกันความผิดพลาดด้วยบางคนพิมพ์รหัสไปรษณีย์ผิดใส่ 0 เกินไป มันก็ผิดข้อมูลที่ได้มาก็จะผิดพลาด ในตารางอะไรเป็นคีย์หลัก คือ ค่าที่ห้ามซ้ำกันน่ะ คืออะไรนะคะ มีการกำหนดความเป็นเอกลักษณ์ ส่งตารางตารางทั่วไปหรือตารางเฉพาะ อันนี้ถ้าจำเป็นต้องกำหนดนะคะ มีการเขียน ER diagram คือการวาดรูปที่เราเคยวาดไปนะคะ ว่ารูป ER หลังจากนั้นต้องมานั่งประชุมกันค่ะ ว่าสิ่งที่เราออกแบบ กับสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการ ตรงกันหรือเปล่า มีตรงไหนที่เข้าใจไม่ตรงกันไหม มีอะไรที่ลองออกแบบขาดไป หรือเปล่าหรือมันเกินความจำเป็นออกได้ไหมนะคะ คือสิ่งที่ต้องมาคุยกันไม่ใช่ว่าเราคิดเองทั้งหมด แล้วเราทำเลย สรุปไม่ตรงกันกับที่ผู้ใช้งานต้องการ ก็ไม่ได้และ เสียเวลาเปล่า เพราะฉะนั้น ควรจะมานั่งคุยกันตั้งแต่เริ่มต้น อันนี้ไม่มีอะไร หลังจากนั้นเขาออกแบบได้นี่ การเลือกโปรแกรมที่จะใช้ในการจัดการข้อมูลนี่ คนออกแบบก็ต้องดูด้วยว่าแต่ละโปรแกรมมันมีข้อจำกัดนะคะ ไม่ใช่ว่า ฉันรู้สึกว่าฉันจำชื่อโปรแกรมนี้ได้ เลือกเลยเลือกเขาแค่จำชื่อได้ไหม ไม่ เพราะมันจะต้องดูด้วยว่าไอ้ที่เราเลือกไปนี่ มันสามารถใช้งานได้ดีกับระบบที่เราต้องการจะใช้หรือเปล่านะคะ เพราะว่าถ้าเราเลือกผิดแล้วเรามาใช้งานจริง ๆ มันไม่เวิร์คหรือมันใช้งานไม่ได้นี่ งานเราถือว่าล้มเหลวเลยนะคะ ไทันได้เริ่มทำงานแล้วข้อมูลเริ่มเก็บแล้วจะให้เริ่มใหม่เนี่ยเสียเวลามาก ๆ นะคะ เพราะฉะนั้น รัดกุมตั้งแต่ออกแบบเลยดีที่สุด ทั้งการออกแบบทางตรรกะ ก็จะเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในการเลือกใช้ฐานข้อมูลนะคะ ก็ข้อมูลของเรานี่ จะเก็บข้อมูลยังไงมีการเชื่อมโยงอะไรบ้าง ทำไมต้องเก็บข้อมูลแบบนี้นะคะ แล้วก็ถ้าเป็นจริง ๆ กระบวนการในการเลือกที่เก็บข้อมูลก็สำคัญ คุณจะเก็บข้อมูลอย่างไร เก็บในเครื่อง Server เครื่องเดียว หรือจะมีการสำรองไปไว้ที่อื่น มีการกระจายข้อมูลเก็บ แต่ถ้าจำเป็นก็คือสามารถเรียกใช้งานจากที่ไหนก็ได้ แล้วใครสามารถเรียกใช้งานได้บ้างนะคะ ผู้ใช้งานทั่วไปอาจจะได้แค่ดู แต่ถ้าเป็นผู้ดูแลระบบ หรือระดับหัวหน้างาน สามารถแก้ไขข้อมูลได้ด้วยอย่างนี้ เป็นต้น อาจารย์นี่ ก็สามารถดูเกรดนักศึกษาได้ทุกคนเลย แต่อาจารย์ไม่สามารถเข้าไปแก้ไขเกรดให้คุณไม่ได้นะ การดูได้อย่างเดียวนะคะ ก็คือสิ่งที่เราออกแบบได้คนที่แก้ไขได้คืออะไรก็เป็นเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียน ถ้าสมมุติว่านึกว่าไม่มีข้อผิดพลาดก็สามารถท้วงติงได้แล้วเจ้าหน้าที่เท่านั้นพี่จะเข้าไปปรับปรุงข้อมูลได้อาจารย์ทำให้ไม่ได้นะคะ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างนะคะ หลังจากนั้นพอเราวิเคราะห์ทุกอย่างเรียบร้อยรัดกุมดีแล้ว เราก็ลงมือสร้างฐานข้อมูลเอาโครงร่างที่ได้จากการออกแบบของเรานี่ สร้างข้อมูลสร้างฐานข้อมูลขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูลจริง หรืออาจจะมีการแปลงข้อมูลในระบบเดิมให้เข้ากับระบบใหม่ ที่เราพัฒนาขึ้นมาก็ได้นะคะ ในข้อมูลเดิมนี่ อาจจะเก็บข้อมูลไม่ได้เก็บในระบบจัดการฐานข้อมูลในล็อกเก็บไว้ใน Excel นะคะ ไปถามว่าระบบจัดการฐานข้อมูลปัจจุบันนี่ มันสามารถนำเข้าข้อมูลที่เป็น Excel เข้าสู่ระบบจัดการฐานข้อมูลได้แล้วนะคะ อันนี้ก็ความสามารถของระบบที่เราเลือกตั้งแต่แรก ว่าไอ้โปรแกรมที่เราใช้งานนี่ มันมีฟังก์ชันนี้ไหม ถามว่าเพื่ออะไรเกิดมันเป็นระบบที่ข้อมูลเดิมเราอยู่ใน Excel ทั้งหมดเลย เป็นแบบเป็นหมื่นเป็นแสนข้อมูล ระบบที่เราเลือกใช้นี่ นำเข้าข้อมูลจาก Excel เข้ามาไม่ได้ แล้วมันจะดีกว่าระบบเดิมอย่างไรนะคะ ในเมื่อมันไม่ได้ทำให้เราทำงานง่ายขึ้น หลังจากนั้นนี่ พอมีการพัฒนาฐานข้อมูลหรือปรับปรุงฐานข้อมูลขึ้นมาแล้วนะคะ ขั้นตอนของการติดตั้งระบบนะคะ มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้รูปจัดการฐานข้อมูลอะไร มีใครเป็นผู้จัดการฐานข้อมูล หรือว่าเป็น Admin นั่นแหละ จำนวนพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ต้องการใช้มีขนาดมากน้อยขนาดไหน ตารางต่าง ๆ ที่อยู่ในระบบ มีกี่ตารางมีตารางอะไรบ้างนะคะ อันนี้คือการติดตั้งใช้จริง เดี๋ยวพอเราสอบมิดเทอมเสร็จนะคะ ช่วงหลังปีใหม่ อาจารย์จะเริ่มพาทำภาษาที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลอย่างง่าย ๆ นะคะ พาทำพิมพ์เอง ลองดูสิว่าวิธีการเรียกใช้ฐานข้อมูลอย่างง่าย ๆ มันเป็นอย่างไรนะคะ พอเราติดตั้งเสร็จปุ๊บมันก็ต้องมีการทดสอบหาข้อผิดพลาดนะคะ หาข้อผิดพลาดทั้งประเมินความสามารถของระบบ ที่เราเพื่อดูซิว่ามันรองรับความต้องการของเราจริง ๆ หรือเปล่าถูกต้องไหม ครบถ้วนดีไหมนะคะ ถ้ามันไม่ครบเราจะทำอย่างไร หรือบางอย่างมันไม่จำเป็นนี่ เราอาจจะไม่ได้ไปให้ User ใช้งานก็ได้ อาจจะเป็นเฉพาะผู้ดูแลระบบใช้งานฟังก์ชันนั้นคนเดียวก็พออย่างนี่้นะคะ ก็การทำงานเหล่านี้จะต้องเตรียมคู่มือเตรียมข้อมูลทดสอบไว้ล่วงหน้าด้วย เปิดเวลาถ้าสมมุติว่าเราจบไปนี่ เราพัฒนาโปรแกรมใด ๆ ขึ้นมาก็ตามเราจะต้องทำคู่มือการใช้งานด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้น คนมาใช้งานระบบเราไม่เข้าใจ งง ว่าอ้าว ทำไมคุณตั้งชื่อตารางแบบนี้ล่ะ ทำไมตั้งชื่อคอลัมน์แบบนี้ไอ้ตัวนี้แปลว่าอะไร แล้วจะกดตัวไหนเพื่อบันทึกข้อมูล หรือถ้าต้องการแก้ไขข้อมูลต้องกดตรงไหน เราต้องเตรียมข้อมูลไว้ให้เขาด้วย เพื่อใช้ในการทดสอบนะคะ หรืออาจจะเป็นตัวอย่างข้อมูลเพื่อลงมาพิมพ์เข้าไปในรูปดูซว่ามันสามารถบันทึกได้ไหมถูกต้องหรือเปล่า กับสิ่งที่เราต้องการให้มันเป็นนะคะ ไม่ใช่ว่าอาจารย์พิมพ์ข้อมูลเข้าไปเยอะมาก สรุปอยากดูข้อมูลไม่ได้ มันก็ไม่มีประโยชน์ ก็ต้องมีการทดสอบก่อนขอทดสอบ แล้วเป็นที่น่าพอใจเราก็เอาไปติดตั้งใช้งานจริง พอติดตั้งแล้ว มันก็ยังต้องมีการประเมินผลเหมือนกัน ว่าเราติดตั้งไปใช้จริงแล้วให้การทำงานที่ดี เหมือนตอนที่ทดสอบหรือเปล่า ตอนทดสอบใช้งานได้แต่พอมาทำงานจริง โอ้โห ข้อมูลเข้ามาทีละหมื่นละแสนข้อมูลต่อวัน สรุประบบรับไม่ได้ ไม่ทัน ถอดความก็เจ๊ง รอล่ามแป๊บนึง OK ต่อค่ะ หลังจากนั้นนะคะ เมื่อเราทำงานไปแล้วนี่ ก็เหมือนที่บอกนะคก็ต้องมีการบำรุงรักษาการปรับปรุงพรทำงานไปแล้วนี่ Admin นะคะ หรือว่าผู้จัดการฐานข้อมูลเขาจะต้องมีการเตรียมตัวบำรุงรักษาฐานข้อมูล ไม่ใช่ว่าใช้ไปแล้วก็ไปดูเลยทั้งต้องป้องกันระบบ ไม่ว่าถ้าสมมุติว่ามีปัญหาเกิดขึ้นเรามีการสำรองข้อมูลไว้หรือเปล่า แล้วตารางในการสำรองข้อมูลจัดทำไว้บ่อยขนาดไหน แล้วแต่ระบบนะคะ บางคนถ้าเป็นระบบที่สำคัญมาก ๆ เขาจะต้องสำรองข้อมูลทุกวันนะคะ หรือถ้าระบบมีปัญหาข้อมูลที่สำรองไว้ สามารถกู้คืนได้ภายในระยะเวลาเท่าไรนะคะ เหมือนว่าสมมุติวันนี้อาจจะมีภัยธรรมชาตินะคะ เป็นธนาคารแห่งหนึ่งสำนักงานใหญ่ภัยธรรมชาติ ถ้าสมมติข้อมูลเขาหาย เป็นไปไม่ได้เหรอคะ เงินลูกค้าไม่รู้จะกี่บาทจะบอกว่าอ้นไม่รู้ค่ะว่าตอนนี้คุณมีเงินเท่าไหรเพราะเมื่อคืนมีภัยธรรมชาติข้อมูลหายคำตอบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นข้อมูลทุกอย่างจะต้องถูกเรียกนำมาใช้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างเช่นองค์กรใหญ่ ๆ เขาจะมีการซ้อมเลยนะคะ ว่าซ้อมสำรองข้อมูลแล้ว คุณสามารถกู้คืนข้อมูลขึ้นมาได้เร็วที่สุดเท่าไร บางคนซ้อมทุก ๆ 1 เดือนเลยด้วยซ้ำ เพราะว่าข้อมูลบางอย่างมันสำคัญมาก ๆ นะคะ รวมถึงว่าถ้าระบบแล้วใช้ไปนี่ มันมีการเพิ่มตารางไหม เผื่อจะมีคอลัมน์เพิ่มเติมที่เพิ่มเข้ามาสามารถทำได้หรือเปล่าสิ่งเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นการบำรุงรักษาปรับปรุงฐานข้อมูล เช่นเดียวกันโดยที่หัวข้อที่ 21 ที่สนุกที่ 34เ ป็นการแปลงแผนภาพ ER นะคะ รูปภาพที่เราเคยวาดให้มาเป็น Relation หรือว่าให้เป็นตารางมันเป็นอะไรที่ง่ายมาก เพราะมันจะเริ่มต้นจากชื่อตารางก่อน ชื่อหน่วยตารางใด ๆ นะคะหรือรูปภาพใด ๆ เนี่ย มันสามารถเอามาแปลงเป็นตารางได้ 1 ตารางทันทีตารางคืออะไรหัวข้อตารางเหมือนที่เราเคยทำไปแล้วขอตารางคือจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบนี้ใช่ไหมแล้วก็ ER จำได้นะ เป็นรูปอย่างนี้เนาะ แล้วก็มีวงรีวงรีมีแบบนี้เราคิดว่าไปแล้วนะคะ ไปแล้วนะคะ ว่าไปแล้วอันนี้น่าจะจำได้ว่า ER คืออะไรทำไมอาจารย์พูดถึง โดยนะคะการแปลงจากตารางเอนทิตี้ปกตินะคะ ชื่อตารางกับชื่อ Entity คือตัวเดียวกัน ชื่อคอลัมน์ก็คือใช้ App ที่อยู่ในเองโดยอันนี้คือ 1 ตารางนะคะ มองเป็น 1 ตาราง เช่นตัวอย่าง อันนี้ส่วนบนตรงนี้ เราเคยวาดแล้วใช่ไหมคะ อะไรคือชื่อตารางชื่อตารางมาจากชื่อในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตัวนี้คุณก็ชื่อตรงนี้บอกว่าอันนี้คือชื่อตาราง student นะ ชื่อตารางนักเรียนนะ แล้วในตารางนักเรียนเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เราก็เอาข้อมูลที่อยู่ในวงรีทุกอันนี้ค่ะ ใส่เป็นคอลัมน์ตารางแค่นั้นเอง คือทำง่ายมาก ถ้าจำได้แต่ในตารางอย่าลืมนะคะ ในรูปมีขีดเส้นใต้ตารางก็ต้องขีดเส้นใต้ พอเอาตารางมาเขียนเป็นความสัมพันธ์ เราก็จะเอากรอบออกนะคะ เอากรอบออก โดยชื่อตารางจะอยู่หน้าสุด หลังจากนั้น คอลัมน์ในตารางทั้งหมด จะอยู่ในวงเล็บอันไหน ที่เป็นคีย์หลักที่ขีดเส้นใต้อย่าลืมขีดด้วยนะคะ อย่าลืมขีดด้วยนะ แค่นี้เองในการแปลงรูปภาพให้มันเป็นความสัมพันธ์ ถ้าใครยังไม่แม่น คุณทำเป็นตารางก่อนก็ได้แต่จริง ๆ แล้วดูจากรูปนี่ เราก็มาเขียนแบบนี้ได้เลยง่ายมาก ซึ่งในหนังสือบางเล่ม ไอ้ตัวงานออกแบบนี่ เขาอาจจะเป็นรูปภาพ หรือเขาอาจจะเขียนเป็นความสัมพันธ์แค่บรรทัดเดียวแบบนี้ ความหมายเดียวกันนะคะ อยู่ที่ว่าเขาจะอยากนำเสนอในรูปแบบอะไรตัวหนังสืออย่างเดียว หรือว่าออกมาเป็นภาพให้เห็นง่าย ๆ แล้วแต่เลย ตารางนี้ก็เหมือนกันหลักการทำงานเดียวกันค่ะ อะไรที่อยู่ในกรอบตัวนี้ ก็คือชื่อตารางเอาไว้ข้างหน้า สิ่งที่อยู่ใน Attribute ก็คือเป็นรูปวงรีตัวนี้เอามาใส่ในวงเล็บนะคะ แต่ส่วนมากเวลาสอบนักศึกษาจะจำไม่ได้เขาว่ามันทำอย่างไรให้มันที่มันง่ายมากนะคะ ซึ่งอาทิตย์หน้าสอบ อาทิตย์หน้าสอบนะคะ เดี๋ยวอาจารย์จะนัดข้อสอบ ถึงวันนี้นะคะข้อสอบที่จะออกตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้เลยนะคะ รูปนี้ออกสอบแน่ ๆ จำไม่ได้เพราะมันง่ายมาก แต่ถ้ารูปนั้นนะคะ แผนภาพนะเนี่ย มันมีส่วนของ ตารางอ่อนแอนะคะ ก็คือ weekend ดี้สัญลักษณ์ของ vsd คือเป็นสี่เหลี่ยมซ้อนกัน 2 วง หลักการคือ ถ้ามันปีส่วนของผที่มีความอ่อนแอนี่เราจะเอาคีย์หลักของอีกตารางหนึ่งที่มันมีความสำคัญด้วยมาใส่นะคะ เช่นรูปนี้เห็นไหมคำว่ามันจะมีสี่เหลี่ยมซ้อนกัน 2 อัน ตรงข้างล่างถ้าสมมุติว่าเราจะมาแปลงเป็นความสัมพันธ์ อันนี้คือคีย์หลักของตารางที่มีค่าอ่อนแอ หลักการคือให้เอาคีย์หลัก ของอีกตารางหนึ่งที่มันมีความสัมพันธ์ ด้วยมาใส่ผลลัพธ์ที่ได้จากตารางอ่อนแอตัวนี้สังเกตไหมคะ ว่าจริง ๆ มันจะมีแค่ 2 อาทิตย์ใช่ไหมคะ ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ปกครองนักเรียนข้อมูลผู้ปกครอง นักเรียนมาแปลงเป็นความ เป็นตาราง เราจะต้องเอาส่วนของรหัสนักเรียนมาด้วยนะคะ เวลาเขียนก็เพิ่มคีย์หลัก ของตารางที่ผ่านมาก็คือมีรหัสนักเรียนเข้ามาเพิ่มแค่นั้นเอง อันนี้คือสำหรับตารางที่มีความอ่อนแอก็คือการต้องไปพึ่งค่าของตารางอื่นนั่นเองนะคะ อันนี้ก็ไม่ยากถ้าจำได้นะคะ ไม่ยากเลย ต่อมา การแปลงแผนภาพนะคะ ให้เป็นความสัมพันธ์มันจะมีอยู่ 3 รูปแบบนะคะ แบบหนึ่งต่อหนึ่ง แบบ 1 แบบกลุ่มต่อกลุ่มอันนี้เรารู้อยู่แล้วนะคะอันนี้เราเคยเรียนมาแล้วโดยการแทนความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่งนี่ ก็คือชื่อของตารางเรารู้อยู่แล้วใช่ไหมคะ ก็จะมาตั้งและความสำคัญก็วาดง่าย ๆ นะคะ โดยการเพิ่มคีย์หลัก คีย์หลักก็คือตัวที่มันขีดเส้นใต้อ่ะค่ะ ของอีกตารางหนึ่งที่เรามีความสำคัญกัน เพื่อให้มันสามารถเชื่อมโยงกันได้ นี้คือง่ายมาก ลูกนะคะที่หลักก็คือตัวขีดเส้นใต้ ของนักเรียนตารางนี้นะคะ ของบัณฑิตในเองของบัณฑิตนะคะ จบการศึกษาก็จะมีรหัสนักศึกษาเขาทำวิทยานิพนธ์เรื่องอะไร ก็จะมีรหัสวิทยานิพนธ์ตารางนี้เห็นไหมคะ ว่ามันมีความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง มีเลข 1 กำกับ ถ้าแบบ 1 ต่อ 1จะต้องเอาคีย์หลักเลือกตารางใด ตารางหนึ่งก็พอ มาใส่สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือสมมุติว่าเราจะเลือกนะคะ อย่างตัวนี้สมมุติว่าอาจารย์จะเอาคีย์หลักของตารางวิทยานิพนธ์ไปใส่ให้กับตารางนักเรียนก็ได้ ก็ได้หรือเอารหัสนักศึกษามาใส่ในตารางวิทยานิพนธ์ก็ได้ อันนี้เฉพาะความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่งเท่านั้น เลือกตัวใดตัวหนึ่งก็ได้ ที่มีความสัมพันธ์กัน แต่ถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่ม 1 ต่อกลุ่มนะ เราจะเอาคีย์หลักก็คือตัวขีดเส้นใต้ ที่มีความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเท่านั้น ไปใส่ในฝั่งที่มีความสัมพันธ์เป็นกลุ่มเห็นรูปนี้นะคะ รูปนี้นะ ความสัมพันธ์เป็นหนึ่งจะอยู่ฝั่งนี้นะคะ มีความสัมพันธ์เป็นกลุ่มเห็นด้วยตัว M เราจะเอาตัวขีดเส้นใต้ก็คือคีย์หลัก ของตารางที่มีความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเท่านั้น ไปเพิ่มลงในตารางที่มีความสัมพันธ์เป็นกลุ่มนะคะ นั้นก็คือ... เห็นไหมคะ ฝั่งนี้ ความสัมพันธ์เป็นกลุ่มใช่ไหมคะ คือตัวขีดเส้นใต้เขามีอันนี้ตัวเดียว เราก็จะเอาของตารางตารางหนึ่ง มาเพิ่มให้ซึ่งตารางนี้มีความสำคัญเป็นหนึ่งมาเพิ่มให้อันนี้ คือความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่มอันนี้ก็ยังไม่ยาก แต่ถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่มนะคะ โดยความสัมพันธ์นี่ บางทีมันอาจจะมีข้อมูลที่เกิดขึ้นของมันเองนะคะ ข้อมูลที่เกิดขึ้น ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาปัญหามันอยู่ตรงนี้ ตรงที่สร้างกรอบสีแดง ในความสัมพันธ์ของกลุ่มกับกลุ่มนี่ มันอาจจะมีข้อมูลที่เพิ่มเติมขึ้นมานะคะ ในกรณีนี้เราก็จะสร้างความสัมพันธ์ขึ้นมาใหม่เลยนะคะ วิธีการคือเอาคีย์หลักของทั้ง 2 ความสัมพันธ์ มาสร้างใหม่ให้กับความสัมพันธ์ตรงนี้นะะค เอา 2 อันนี้มาใส่เพิ่มทั้งสองฝั่งเลย เอาจากตาราง 2 ตารางนี่ มาเพิ่มให้กับความสัมพันธ์ใหม่เลย ก็จะกลายเป็นแบบนี้ค่ะ อันนี้คือตารางที่เกิดขึ้นใหม่ สำหรับความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่ม มันจะเอาข้อมูลรหัสนักเรียน แล้วก็รหัสตารางเรียนวิชานะคะ มาเพิ่มจากทั้งสองฝั่งเลย เมื่อก่อนคือเราต้องเลือกจากฝั่งใดฝั่งหนึ่งเท่านั้นใช่ไหมคะ ถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่ม เราจะเอามาจากเราจะเอาคีย์หลักมาจากความสัมพันธ์ที่เป็นฝั่งหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าเป็นกลุ่มต่อกลุ่มเราจะเอาคีย์หลักมาจากทั้ง 2 ตาราง ที่มีความสัมพันธ์กันสร้างตารางใหม่ อันนี้คือเด่นของแต่ละการแปลงตารางให้มันเป็นความสัมพันธ์นะคะ วิธีการทำเรารู้แล้วเดี๋ยวจะให้ลองทำเองสัก 1 ข้อนะคะ ในห้อง เดี๋ยวอาจารย์จะเดินดูนะคะ ทำเลยทำเองเอาแค่ 1 รูปในนี้มีกี่ตารางมี 1 ตาราง 2 ตาราง 3 ตาราง ซึ่งในความสัมพันธ์ของรูปนี้ มีความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่ม กลับแบบกลุ่มต่อกลุ่มลองดูสิ ว่าทำได้ไหมนะคะ ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจะมีอยู่ 2 ความสัมพันธ์ ลองดูสิว่าจากตัวอย่างที่อาจารย์ให้ เข้าใจหรือเปล่าเอาอย่างแรกเลย แปลง ER ให้เป็นตาราง ให้ได้ก่อน ลองดูสิว่าจำได้ไหมที่รักสอนขอบคุณแปลงตารางได้ ปุ๊บ คุณถึงค่อยมาเชื่อมโยงความสัมพันธ์ดูแล้วกันว่าแต่ละตารางที่คุณทำออกมาได้เนี่ยมันเชื่อมโยงกับตราอื่นเป็นอย่างไร ขั้นตอนแรกเปลี่ยนจากรูปขอเป็นตารางได้ ค่อยมาดูความสัมพันธ์นะคะ ลองทำดู ทำเองนะคะทำเองเดี๋ยวจะเดินดู กระดาษมีอยู่แล้ว ทำเลย ล่ามคะวันนี้ก็ประมาณนี้ล่ะค่ะ เนื้อหาจะมีแค่นี้ เดี๋ยวจะให้ทำงานห้องค่ะ นนี้ขอบคุณมากนะคะขอบคุณล่ามด้วยนะคะขอบคุณมากค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]