(อาจารย์เกวลี) มันได้ยินไหมคะ โอเคค่ะ งั้นเดี๋ยววันนี้เริเลยนะคะวันนี้เนื้อหาไม่เยอะนะคะเพราะเดี๋ยวจะทำให้ชั่วโมงจะให้ทำงานในห้องงั้นขอเลยนะวันนี้หวงแม่เราต้องวางแผนก่อนว่าเราจะพัฒนาระบบอะไรนะคะ ทำไมต้องทำ มันมีความจำเป็นกับการทำงานของเราไหมหรืออย่างไรนะคะ หลังจากนั้นมาวิเคราะห์ว่าไอ้ที่ เราวางแผนไปเนี่ยครอบคลุมแล้วหรือยังนะคะ กับการทำงานที่เราต้องการหรือผลลัพธ์ที่เราต้องการเนี่ยจากที่เราวางแผนไว้นี่ครบหรือเปล่าแล้วก็จะมาเช็ค หลังจากนั้นพอเราวิเคราะห์ความถูกต้องทุกอย่างแล้วมันครบรายละเอียดที่เราต้องการเรา ก็มาออกแบบรายละเอียดของระบบว่า ระบบนี้มันจะต้องมีส่วนประกอบอะไรบ้าง ให้สามารถใช้งานระบบนี้ได้บ้าง แต่ละคนใช้งาน การเข้าถึงข้อมูลนี่ มากน้อยต่างกันขนาดไหน อันนี้เป็นพื้นฐานเบื้องต้น หรือในระบบของเราต้องการจะเก็บข้อมูลอะไรบ้าง ต้องมากรอกรายละเอียดให้เขียนรายละเอียด ทั้งระบบมาดูว่า ครบหรือยัง ส่วนนี้ก็ต้องมีการตรวจสอบด้วยว่าสิ่งที่เราวางแผนและวิเคราะห์และการออกแบบสามารถเกิดขึ้นได้จริงไหม หลังจากนั้นพอวิเคราะห์แล้วว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้ เราก็ไปดำเนินการพัฒนาระบบขึ้นมานะคะ ในช่วงนี้ก็จะเป็นการพัฒนา แต่บางคนก็คือพัฒนาไปด้วยทดสอบไปด้วยว่าระบบนี้ มันใช้งานได้จริงแล้วเป็นอย่างไร หรือไม่มีข้อผิดพลาดตรงไหนดำเนินงานแก้ไข ทั้งสร้างใหม่ไปเรื่อย ๆ แล้วก็ปรับปรุงสิ่งที่ทำไปแล้วให้มันสมบูรณ์ที่สุด หลังจากนั้นเราก็จะได้ระบบมา แต่พอได้มาแล้ว มันก็ยังต้องมีในส่วนของการบำรุงรักษานะคะ ว่ามันยังทำงานได้ดีไหมมีข้อผิดพลาดในการทำงานหรือเปล่า อาจจะใส่ข้อมูลราคาสินค้าไปแต่ภาษีผิด ภาษีประเทศไทยคือ 7 เปอร์เซ็นต์ แต่บังเอิญว่าเราพิมพ์ผิดไปพิมพ์เป็นเลข 4 อย่างนี้ ผลการคำนวณมันเลยผิด อันนี้ก็ต้องไปแก้ไขนะคะ ก็เป็นส่วนของการบำรุงรักษา หรือว่ามีข้อมูลที่เราต้องการจะเพิ่ม อย่างเช่นปกติแล้วเก็บแต่เบอร์โทรศัพท์มือถือ อยากได้เบอร์โทรศัพท์บ้านด้วย ก็อยู่ในส่วนของการบำรุงรักษาค่ะ เพราะว่ามันจะเป็นการที่แก้ไขในตัวระบบ ปรับปรุงระบบนั่นเอง ว่าให้เพิ่มเบอร์โทรศัพท์บ้านเข้าไปด้วยอย่างนี้นะคะ ซึ่งจากวัฏจักรการพัฒนาระบบนี่ เราเลยเอามาเป็นตัวตั้งต้นสำหรับการพัฒนาระบบจัดการฐานข้อมูล แต่มันจะมีบางส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นมานะคะ ก็คือในส่วนของการทดสอบแล้วก็ประเมินผลนะคะ เมื่อกี้การพัฒนาระบบเนี่ยเราจะมีอยู่ 5 ขั้นตอน แต่ถ้าเป็นการพัฒนาระบบจัดการฐานข้อมูลหรือพัฒนาฐานข้อมูลนี่ เราจะมี 6 ขั้นตอนนะคะ ซึ่งมันก็จะใกล้ ๆ เคียงกันล่ะ โดยเริ่มต้นของการสร้างฐานข้อมูลขึ้นมานี่ เราต้องมีการศึกษาเบื้องต้นก่อน ว่าข้อมูลที่เราต้องการจะเก็บ เก็บอะไรไปทำไมเก็บมาจากไหน แล้วจะเรียกดูข้อมูลทำอย่างไร อันนี้เป็นการศึกษาเบื้องต้นก่อนว่าที่เราจะทำนี่มันทำได้ไหม ทำได้จริงหรือเปล่า ข้อมูลคืออะไร หลังจากนั้นเราก็เอาสิ่งที่เราศึกษาเบื้องต้นนี่ มาออกแบบฐานข้อมูลเหมือนที่เราวาดไปนะคะ วาดรูป ER ไป คือเริ่มออกแบบและเหมือนตัวอย่างที่จะยกให้คือ ร้านหนังสือ 1 ร้านเก็บข้อมูลอะไรบ้าง คือเริ่มออกแบบแล้วนะคะ เพราะออกแบบได้ปุ๊บตรวจสอบข้อมูลครบทุกอย่างนะคะ เราก็จะมาดำเนินการสร้างฐานข้อมูล เพื่อไปติดตั้งในระบบที่เรามีไว้อยู่แล้วนะคะ หรือถ้ายังไม่มีสร้างขึ้นมานะคะ เพื่อใช้กับฐานข้อมูลที่เรากำลังจัดทำเช่นเดียวกันนะคะ พอสร้างฐานข้อมูลเสร็จเอาไปติดตั้งในระบบแล้ว เราก็ต้องมีการทดสอบและประเมินผลว่าฐานข้อมูลที่เราสร้างมามันใช้งานได้ดีกับระบบที่มีอยู่หรือไม่นะคะ5 ถ้ามันไม่ดี มันไม่ดีตรงไหน มีตรงไหนต้องแก้ไข หรือเปล่าหรือใส่ฐานข้อมูลแล้วแต่เรียกข้อมูลขึ้นมาไม่ได้ เราก็ต้องแก้ปัญหา ว่าทำไมมันไม่ได้ เหมือนถ้าใครเคยใช้ Excel เบอร์โทรศัพท์นำหน้าของเราจะเป็นเลข 0 ใช่ไหมคะ แต่เหมือนกันถ้าเราไม่เปลี่ยนชนิดของข้อมูลเลข 0 เราจะหายไป ทำไม อันนี้ก็เป็นข้อหนึ่งที่เราจะต้องกำหนดรูปแบบของข้อมูลในฐานข้อมูลของเราด้วยนะคะ ว่าให้คอลัมน์นี้เป็นเบอร์โทรศัพท์นะไม่ใช่จำนวนเลขจำนวนจริงใด ๆ หลังจากนั้นพอเราทดสอบประเมินผลเป็นที่พอใจแล้ว เราก็เอาระบบที่ได้ที่มีการผสานกับฐานข้อมูลนี่ เอาไปใช้งานจริงนะคะ พอใช้งานจริงทุกระบบที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จะต้องมีการบำรุงรักษา หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงข้อมูลใด ๆ ก็ตามก็ ต้องมีเหมือนกันคล้าย ๆ กับการพัฒนาระบบนะคะสำหรับการพัฒนาฐานข้อมูลเดี๋ยวอธิบายโดยละเอียด ก็คือในการศึกษาเบื้องต้นเนี่ยมันก็อย่างที่ฉันบอกตอนแรกก็ต้องดูว่าผู้ใช้งานต้องการอะไร ฐานข้อมูลเขาใหญ่ได้เพื่อไปทำอะไร หรือมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นเขาถึงต้องการระบบฐานข้อมูลนะคะ หรืออาจจะเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลให้เป็นระเบียบนะคะ ซึ่งการศึกษาเบื้องต้นนี่ มันจะเป็นแนวทางในการออกแบบต่อไป อย่างน้อยที่เราต้องวิเคราะห์คือ ในองค์กรเราต้องการเก็บข้อมูลขนาดไหน ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันหรือข้อจำกัด ก็คือตอนนี้ข้อมูลเขียนลงในสมุดตลอดเลย หรือเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวนะคะ มันไม่สามารถทำงานร่วมกันได้หลาย ๆ คนจุดมุ่งหมายคือ ถ้าเรามีระบบฐานข้อมูลที่ดี คนทำงานช่วยกันจะได้เพิ่มขึ้น หรืออาจจะเป็นการเรียกดูข้อมูลได้สะดวก สบายขึ้น ขอบเขตของงานคือคนที่สามารถเข้ามาดูข้อมูลได้มีใครบ้างเป็นต้นนะคะ อันนี้คือการศึกษาเบื้องต้นก่อน แล้วก็มาเช็คดูนะคะว่า ข้อที่เราวิเคราะห์ไว้นี่มันครบหรือยัง ถ้าครบแล้วออกแบบ ซึ่งรายละเอียดก็จะเอามาจากขั้นตอนของการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นนั่นล่ะ มาเป็นแนวทางในการออกแบบ 3 ระดับ ระดับแนว คิดระดับภายใน และภายนอกร ะดับตรรกะและพรุ่งนี้นะคะที่เคยเรียนไปแล้วเมื่อต้น โดยการออกแบบเชิงแนวคิดนี่เราจะเป็นการพัฒนาแบบจำลองข้อมูลให้ถูกต้องต้องมีความละเอียดเข้าใจข้อมูลองค์กรเป็นอย่างดีสมมติว่าถ้าคุณเป็นโปรแกรมเมอร์คุณก็ต้องรู้ว่าองค์กรของคุณทำอะไรนะคะ ข้อมูลมีอะไรบ้างนะคะ อาจจะเป็นไปฝึกงานแล้วเขาให้ลองออกแบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการพนักงาน เราก็ต้องรู้ว่า ข้อมูลพนักงาน 1 คน มีอะไรบ้างนะคะ แน่นอนเหมือนที่เคยสอน มีรหัสพนักงานรหัสบัตรประชาชนใช่ไหมคะมีชื่อมีนามสกุลมี เบอร์โทรศัพท์มีที่อยู่ปัจจุบันที่อยู่ตามทะเบียนบ้านเรียนจบอะไร มาตอนนี้ตำแหน่งอะไรเงินเดือนเท่าไร คือข้อมูลเบื้องต้นแต่ถ้าเป็นบริษัทใหญ่เขาก็จะทำข้อมูลละเอียดมากว่าที่บ้านทำงานอะไรพ่อแม่อยู่ไหนมีลูกหรือยังเพราะว่าบางองค์กรมีสวัสดิการให้คนในครอบครัวด้วย อันพวกคุณก็ต้องศึกษาด้วยนะ ถ้าคุณไปทำงานที่ไหน ว่แต่ละที่เขา อาจจะไม่ได้เก็บข้อมูลเหมือนกันจะมีเก็บข้อมูลไม่เยอะ หรืออาจจะเก็บข้อมูลนิดเดียว ในฐานข้อมูลจัดเก็บรูปภาพพนักงาน รูปภาพต้องเป็นรูปภาพแบบไหน อันนี้ก็คือสิ่งที่เราต้องออกแบบนะคะ ไม่ใช่ว่าอยากทำอะไรก็ทำไม่ได้นะคะ ต้องดูความต้องการขององค์กรที่เราไปทำงานให้เขาด้วยนะคะ ตั้งแต่การออกแบบนี่เราต้องกำหนดชนิดของข้อมูลที่จะเอาเข้ามา ก็คือชนิดของคอลัมน์แต่ละคอลัมน์ที่เราจะต้องใส่นะคะ มีความสัมพันธ์เป็นอย่างไรบ้าง ตารางพนักงานจะต้องไปเชื่อมโยงกับตารางเงินเดือนไหม ต้องเขียนให้ถูก เพราะตำแหน่งแต่ละตำแหน่ง คนแต่ละคนเงินเดือนไม่เท่ากันนะคะ ในแต่ละตารางจะเก็บข้อมูลอะไรบ้างนะคะ ขอบเขตของข้อมูลในตารางนั้น ๆต้องกำหนดอย่างเหมือนที่ฉันชอบยกตัวอย่างบ่อย ๆ เช่น รหัสบัตรประชาชนต้องเป็นเลข 13 หลักเท่านั้นนะคะ หรือรหัสไปรษณีย์มันก็ควรจะมีแค่ 5 หลักเท่านั้นไม่ควรเกินใช่ไหม อะไรที่เรารู้อยู่แล้วว่าขอบเขตมันเป็นยังไงเราก็สามารถกำหนดได้เผื่อป้องกันความผิดพลาดด้วย บางคนพิมพ์รหัสไปรษณีย์ผิดใส่ 0 เกินไปอย่างนี้ มันก็ผิดข้อมูลที่ได้มาก็จะผิดพลาด ในตารางอะไรเป็นคีย์หลัก ก็คือค่าที่ห้ามซ้ำกันน่ะคืออะไรนะคะ มีการกำหนดความเป็นเอกลักษณ์ของตาราง เป็นตารางทั่วไปหรือตารางเฉพาะ อันนี้ถ้าจำเป็นต้องกำหนดนะคะมีการเขียน ER diagram คือการวาดรูปที่เราเคยวาดไปนะคะว่ารูป ERหลังจากนั้นต้องมานั่งประชุมกันค่ะ ว่าสิ่งที่เราออกแบบกับสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการตรงกันหรือเปล่า มีตรงไหนที่เข้าใจไม่ตรงกันไหมมีอะไรที่ลองออกแบบขาดไปหรือเปล่า หรือมันเกินความจำเป็นตัดออกได้ไหมนะคะ คือสิ่งที่ต้องมาคุยกันไม่ใช่ว่าเราคิดเองทั้งหมดแล้วเราทำเลยสรุปไม่ตรงกันกับที่ผู้ใช้งานต้องการ อันนี้ก็ไม่ได้ และเสียเวลาเปล่า เพราะฉะนั้นควรจะมานั่งคุยกันตั้งแต่เริ่มต้น อันนี้ไม่มีอะไร หลังจากนั้นเขาออกแบบได้นี่ การเลือกโปรแกรมที่จะใช้ในการจัดการข้อมูลนี่ คนออกแบบก็ต้องดูด้วยว่าแต่ละโปรแกรมมันมีข้อจำกัดนะคะ ไม่ใช่ว่าฉันรู้สึกว่าฉันจำชื่อโปรแกรมนี้ได้เลือกเลย เลือกเพราะแค่จำชื่อได้ไหมไม่พอ มันจะต้องดูด้วยว่าไอ้ที่เราเลือกไปนี่ มันสามารถใช้งานได้ดีกับระบบที่เราต้องการจะใช้หรือเปล่านะคะ เพราะว่าถ้าเราเลือกผิด แล้วเรามาใช้งานจริง ๆ อ่ะมันไม่เวิร์ค หรือมันใช้งานไม่ได้นี่ งานเราถือว่าล้มเหลวเลยนะคะเพราะถ้าได้เริ่มทำงานแล้วข้อมูลเริ่มเก็บแล้วจะให้เริ่มใหม่นี่ เสียเวลามาก ๆ นะคะเพราะฉะนั้นรัดกุมตั้งแต่ออกแบบเลยดีที่สุดทั้งการออกแบบทางตรรกะก็จะเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในการเลือกใช้ฐานข้อมูลนะคะ ก็ข้อมูลของเรานี่จะเก็บข้อมูลอย่างไร มีการเชื่อมโยงอะไรบ้าง ทำไมต้องเก็บข้อมูลแบบนี้นะคะ แล้วก็ถ้าจำเป็นจริง ๆ กระบวนการในการเลือกที่เก็บข้อมูลก็สำคัญ คุณจะเก็บข้อมูลอย่างไร เก็บในเครื่อง Server เครื่องเดียว หรือจะมีการสำรองไปไว้ที่อื่น มีการกระจายข้อมูลกันเก็บ แต่ถ้าจำเป็นก็คือสามารถเรียกใช้งานจากที่ไหนก็ได้นะคะ แล้วใครสามารถเรียกใช้งานได้บ้างนะคะ ผู้ใช้งานทั่วไปอาจจะได้แค่ดู แต่ถ้าเป็นผู้ดูแลระบบ หรือระดับหัวหน้างานสามารถแก้ไขข้อมูลได้ด้วยอย่างนี้เป็นต้น อย่างเช่น อาจารย์นี่ก็สามารถดูเกรดนักศึกษาได้ทุกคนเลยนะคะ แต่ฉันเข้าไปแก้ไขเกรดให้คุณไม่ได้นะ อาจารย์ดูได้อย่างเดียวนะคะ อันนี้ก็คือสิ่งที่เราออกแบบได้คนที่แก้ไขได้ คืออะไรก็เป็นเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนถ้าสมมติว่ามีข้อผิดพลาด ก็สามารถท้วงติงได้ แล้วเจ้าหน้าที่เท่านั้ นพี่จะเข้าไปปรับปรุงข้อมูลได้อาจารย์ทำให้ไม่ได้นะคะ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างนะคะ หลังจากนั้นพอเราวิเคราะห์ทุกอย่างเรียบร้อยรัดกุมดีแล้ว เราก็ลงมือสร้างฐานข้อมูลนะคะ เอาโครงร่างที่ได้จากการออกแบบของเรานี่ สร้างข้อมูล... สร้างฐานข้อมูลขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูลจริง หรืออาจจะมีการแปลงข้อมูลในระบบเดิม ให้เข้ากับระบบใหม่ที่เราพัฒนาขึ้นมาก็ได้นะคะ ในข้อมูลเดิมนี่ อาจจะเก็บข้อมูลไม่ได้เก็บในระบบจัดการฐานข้อมูลในล็อคเก็บไว้ใน Excel นะคะ ถามว่าระบบจัดการฐานข้อมูลปัจจุบันเนี่ยมันสามารถนำเข้าข้อมูลที่เป็น Excel เข้าสู่ระบบจัดการฐานข้อมูลได้แล้วนะคะ อันนี้ก็เป็นความสามารถของระบบที่เราเลือกตั้งแต่แรก ว่าไอ้โปรแกรมที่เราใช้งานนี่ มันมีฟังก์ชันนี้ไหม ถามว่าเพื่ออะไรเกิดมันเป็นระบบที่ข้อมูลเดิมเราอยู่ใน Excel ทั้งหมดเลยเป็นแบบเป็นหมื่นเป็นแสนข้อมูล แต่ว่าระบบที่เราเลือกใช้นี่ มันนำเข้าข้อมูลจาก Excel เข้ามาไม่ได้ แล้วมันจะดีกว่าระบบเดิมยังไงนะคะ ในเมื่อมันไม่ได้ทำให้เราทำงานง่ายขึ้นนะคะ หลังจากนั้นนี่ พอมีการพัฒนาฐานข้อมูลหรือปรับปรุงฐานข้อมูลขึ้นมาแล้วนะคะ มันก็จะเป็นขั้นตอนของการติดตั้งระบบนะคะ มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้รูปจัดการฐานข้อมูลอะไรนะคะ มีใครเป็นผู้จัดการฐานข้อมูลหรือว่าเป็น Admin นั่นล่ะ จำนวนพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ต้องการใช้มีขนาดมากน้อยขนาดไหนตารางต่าง ๆ ที่อยู่ในระบบมีกี่ตาราง มีตารางอะไรบ้าง อันนี้คือการติดตั้งใช้จริง เดี๋ยวพอเราสอบ mid-term เสร็จนะคะ ช่วงหลังปีใหม่อาจารย์จะเริ่มพาทำภาษาที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลอย่างง่าย ๆ นะคะ มาทำพิมพ์เองลองดูซิว่าวิธีการเรียกใช้ฐานข้อมูลอย่างง่ายหน่อยมันเป็นอย่างไรนะคะ พอเราติดตั้งเสร็จปุ๊บ มันก็ต้องมีการทดสอบหาข้อผิดพลาดนะคะ ทั้งหาข้อผิดพลาด ทั้งประเมินความสามารถของระบบที่เราเอามาใช้นะคะ เพื่อดูสิว่ามันรองรับความต้องการของเราจริง ๆ หรือเปล่าถูกต้องไหม ครบถ้วนดีไหมนะคะ ถ้ามันไม่ครบเราจะทำอย่างไร หรือบางอย่างมันไม่จำเป็นนี่ เราอาจจะไม่ได้ไปให้ User ใช้งานก็ได้ อาจจะเป็นเฉพาะผู้ดูแลระบบใช้งานฟังก์ชันนั้นคนเดียวก็พอ อะไรอย่างนี้นะคะ ก็การทำงานเหล่านี้จะต้องเตรียมคู่มือเตรียมข้อมูลทดสอบไว้ล่วงหน้าด้วยนะคะ เหมือนเวลาถ้าสมมติว่าเราจบไปเนี่ยเราพัฒนาโปรแกรมใด ๆ ขึ้นมาก็ตามเราจะต้องทำคู่มือการใช้งานด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นคนมาใช้งานระบบเรา ไม่เข้าใจงงว่า อ้าวทำไมคุณตั้งชื่อตารางแบบนี้ล่ะทำไมตั้งชื่อคอลัมน์แบบนี้ ไอ้ตัวนี้แปลว่าอะไร แล้วจะกดตัวไหนเพื่อบันทึกข้อมูล หรือถ้าต้องการแก้ไขข้อมูลต้องกดตรงไหนนะคะ เราต้องเตรียมข้อมูลไว้ให้เขาด้วย เพื่อใช้ในการทดสอบนะคะ หรืออาจจะเป็นตัวอย่างข้อมูลเพื่อลงมาพิมพ์เข้าไปในรูปดูซิว่ามันสามารถบันทึกได้ไหมถูกต้องหรือเปล่ากับสิ่งที่เราต้องการให้มันเป็นนะคะ ไม่ใช่ว่าอาจารย์พิมพ์ข้อมูลเข้าไปเยอะมาก สรุปเรียกดูข้อมูลไม่ได้ มันก็ไม่มีประโยชน์ มันก็ต้องมีการทดสอบก่อน พอทดสอบแล้วเป็นที่น่าพอใจเราก็เอาไปติดตั้งใช้งานจริงข้อติดตั้งแล้วมันก็ยังต้องมีการประเมินผลเหมือนกัน ว่าเราติดตั้งไปใช้จริงแล้ว มันให้การทำงานที่ดี เหมือนตอนที่ทดสอบหรือเปล่า หรือตอนทดสอบใช้งานได้แต่พอมาทำงานจริงโอ้โหข้อมูลเข้ามา ทีละหมื่นละแสนข้อมูลต่อวันสรุประบบรับไม่ได้ ไม่ทันนะคะ ถอดความก็เจ๊ง รอล่ามแป๊บหนึ่ง โอเค ต่อค่ะ ถ้าเราทำงานไปแล้วนี่ ก็เหมือนที่บอกราคาก็ต้องมีการบำรุงรักษาทำงานไปแล้วนี่ Admin นะคะหรือว่าผู้จัดการฐานข้อมูลเขาจะต้องมีการเตรียมตัวบำรุงรักษาฐานข้อมูลไม่ใช่ว่าใช้ไปแล้วก็ไปดูเลยทั้งต้องป้องกันระบบไม่ว่าถ้าสมมติว่ามีปัญหาเกิดขึ้น เรามีการสำรองข้อมูลไว้หรือเปล่าแล้วตารางในการสำรองข้อมูลนี่ จัดทำไว้บ่อยขนาดไหน แล้วแต่ระบบนะคะ บางคนถ้าเป็นระบบที่สำคัญมาก ๆ เขาจะต้องสำรองข้อมูลทุกวันนะคะ หรือถ้าระบบมีปัญหานะคะ ข้อมูลที่สำรองไว้สามารถกู้คืนได้ ภายในระยะเวลาเท่าไรนะคะ เหมือนว่าสมมติวันนี้อาจจะมีภัยธรรมชาตินะคะเป็นธนาคารแห่งหนึ่งสำนักงานใหญ่ ภัยธรรมชาติ ถ้าสมมติข้อมูลเขาหายเป็นไปไม่ได้คะ เงินลูกค้าไม่รู้จะกี่บาทจะบอกว่าอ้นไม่รู้ค่ะว่าตอนนี้คุณมีเงินเท่าไร เพราะเมื่อคืนมีภัยธรรมชาติข้อมูลหายคำตอบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นข้อมูลทุกอย่างจะต้องถูกเรียกนำมาใช้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้นะคะ อันนี้อย่างเช่นองค์กรใหญ่ ๆ เขาจะมีการซ้อมเลยนะคะ ว่าซ้อมสำรองข้อมูลแล้วคุณสามารถกู้คืนข้อมูลขึ้นมาได้เร็วที่สุดเท่าไร นซ้อมทุก ๆ 1 เดือนเลยด้วยซ้ำเพราะว่าข้อมูลบางอย่างมันสำคัญมาก ๆ นะคะ รวมถึงว่าถ้าระบบแล้วใช้ไปนี่ มันมีการเพิ่มตารางไหมเ ผื่อจะมีคอลัมน์เพิ่มเติมที่เพิ่มเข้ามา สามารถทำได้หรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นการบำรุงรักษาปรับปรุงฐานข้อมูลเช่นเดียวกัน โดยที่หัวข้อที่ 2อย่างที่อาจารย์บอกหัวข้อที่ 3 สิที่สนุกที่ 34เป็นการแปลงแผนภาพ ER นะคะรูปภาพที่เราเคยวาดให้มาเป็นรีเลชั่นหรือว่าให้เป็นตารางมันเป็นอะไรที่ง่ายมากเพราะมันจะเริ่มต้นจากชื่อตารางก่อนชื่อ Entity หน่วยตารางใด ๆ นะคะหรือรูปภาพใด ๆ นี่ มันสามารถเอามาแปลงเป็นตารางได้ 1 ตารางทันทีตารางคืออะไรหัวข้อตารางเหมือนที่เราเคยทำไปแล้วขอตารางคือจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบนี้ใช่ไหม แล้วก็ ER มีจำได้นะเป็นรูปอย่างนี้เนาะแล้วก็มีวงรีวงรีมีแบบนี้เราคิดว่าไปแล้วนะคะไม่ไปแล้วนะคะ ว่าไปแล้วอันนี้น่าจะจำได้ว่า ER คืออะไร ทำไมอาจารย์พูดถึง โดยนะคะ การแปลงจากนะคะ จากตาราง Entity ปกตินะคะชื่อตารางกับชื่อ Attribute คือตัวเดียวกันชื่อคอลัมน์ก็คือใช้ Attribute ที่อยู่ในเองโดยอันนี้คือ 1 ตารางนะคะมองเป็น 1 ตารางเช็ดตัวอย่างส่วนบนตรงนี้ เราเคยวาดแล้วใช่ไหมคะ อะไรคือชื่อตารางชื่อตารางมาจากชื่อในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าตัวนี้แค่นั้นเอง คุณก็ชื่อตรงนี้บอกว่าอันนี้คือชื่อตาราง student นะชื่อตารางนักเรียนนะ นะคะ แล้วในตารางนักเรียนเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เราก็เอาข้อมูลที่อยู่ในวงรีทุกอันนี้ค่ะ มาใส่เป็นคอลัมน์ตาราง แค่นั้นเอง ข้อสอบคือทำง่ายมากถ้าจำได้ แต่ในตารางอย่าลืมนะคะในรูปมีขีดเส้นใต้ ตารางก็ต้องขีดเส้นใต้ พอเอาตารางมาเขียนเป็นความสัมพันธ์ เราก็จะเอากรอบออกนะคะ เอากรอบออก โดยชื่อตารางจะอยู่หน้าสุดนะคะ หลังจากนั้น คอลัมน์ในตารางทั้งหมด จะอยู่ในวงเล็บนะคะ อันไหนที่เป็นคีย์หลักที่ขีดเส้นใต้ อย่าลืมขีดด้วยนะคะ อย่าลืมขีดด้วยนะ แค่นี้เอง ในการแปลงรูปภาพให้มันเป็นความสัมพันธ์ถ้าใครยังไม่แม่น คุณทำเป็นตารางก่อนก็ได้แต่จริง ๆ แล้วดูจากรูปนี่เราก็มาเขียนแบบนี้ได้เลยง่ายมาก ซึ่งในหนังสือบางเล่ม ไอ้ตัวการออกแบบนี่เขาอาจจะเป็นรูปภาพ หรือเขาอาจจะเขียนเป็นความสัมพันธ์แค่บรรทัดเดียวแบบนี้ ความหมายเดียวกันนะคะ อยู่ที่ว่าเขาจะอยากนำเสนอในรูปแบบอะไร เป้นตัวหนังสืออย่างเดียว หรือว่าออกมาเป็นภาพให้เห็นง่าย ๆ แล้วแต่เลย ตารางนี้ก็เหมือนกัน หลักการทำงานเดียวกันค่ะ อะไรที่อยู่ในกรอบตัวนี้ก็คือชื่อตารางเอาไว้ข้างหน้า สิ่งที่อยู่ในตารางก็คือเป็นรูปวงรีตัวนี้เอามาใส่ในวงเล็บนะคะแต่ส่วนมากเวลาสอบนักศึกษาจะจำไม่ได้ เขาว่ามันทำยังไงให้มันที่มันง่ายมากนะคะ ซึ่งอาทิตย์หน้าสอบอาทิตย์หน้าสอบนะคะ เดี๋ยวอาจารย์จะนัดข้อสอบวันนี้นะคะ ข้อสอบที่จะออกตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้เลยนะคะรูปนี้ออกสอบแน่ ๆ จำให้ได้ เพราะมันง่ายมาก แต่ถ้ารูปนั้นนะคะ แผนภาพนะนี่มันมีส่วนของกำลังอ่อนแอนะคะก็คือ weak Entity สัญลักษณ์ของ weak Entity คือเป็นสี่เหลี่ยมซ้อนกัน 2 วงหลักการคือมันปีส่วนของผ้าที่มีความอ่อนแอนี่เราจะเอาคีย์หลักของอีกตารางหนึ่งที่มันมีความสำคัญด้วยมาใส่นะคะ เช่นรูปนี้ เห็นไหมคำว่ามันจะมีสี่เหลี่ยมซ้อนกัน 2 อันตรงข้างล่างนะคะถ้าสมมติว่า เราจะมาแปลงเป็นความสัมพันธ์ อันนี้คือคีย์หลักของตารางที่มีค่าอ่อนแอ หลักการคือให้เอาคีย์หลักของอีกตารางหนึ่งที่มันมีความสัมพันธ์ด้วยมาใส่ผลลัพธ์ที่ได้จากตารางอ่อนแอตัวนี้สังเกตไหมคะว่าจริง ๆ มันจะมีแค่ 2 Attribute ใช่ไหมคะ ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ปกครองนักเรียน ข้อมูลผู้ปกครองนักเรียน ถ้าเรามาแปลงเป็นความเป็นตาราง เราจะต้องเอาส่วนของรหัสนักเรียนมาด้วยนะคะ เวลาเขียนก็เพิ่มีคีย์หลักของตารางที่ผ่านมาก็คือมีรหัสนักเรียนเข้ามาเพิ่มแค่นั้นเอง อันนี้คือสำหรับตารางที่มีความอ่อนแอก็คือการต้องไปพึ่งค่าของตารางอื่นนั้นเองนะคะ อันนี้ก็ไม่ยาก ถ้าจำได้นะคะ ไม่ยากเลย ต่อมาการแปลงแผนภาพนะคะ ให้เป็นความสัมพันธ์มันจะมีอยู่ 3 รูปแบบนะคะแบบหนึ่งต่อหนึ่งแบบหนึ่งต่อกลุ่ม แบบกลุ่มต่อกลุ่ม อันนี้เรารู้อยู่แล้วนะคะ อันนี้เราเคยเรียนมาแล้ว โดยการแทนความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่งนี่ ก็คือชื่อของตารางเรารู้อยู่แล้วใช่ไหมคะ ก็จะมาตั้งและความสำคัญก็วาดง่าย ๆ นะคะโดยการเพิ่มคีย์หลัก คีย์หลักก็คือตัวที่มันขีดเส้นใต้น่ะค่ะ ของอีกตารางหนึ่งที่เรามีความสำคัญกันเพื่อให้มันสามารถเชื่อมโยงกันได้นี้คือง่ายมากจากรูปนะคะ คีย์หลักก็คือตัวขีดเส้นใต้ของนักเรียนตารางนี้นะคะของบัณฑิตในเองของบัณฑิตนะคะ ที่จบการศึกษาก็จะมีรหัสนักศึกษา เขาทำวิทยานิพนธ์เรื่องอะไร ก็จะมีรหัสวิทยานิพนธ์ โดยตารางนี้เห็นไหมคะ ว่ามันมีความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง มีเลข 1 กำกับ ถ้าแบบ 1 ต่อ 1 จะต้องเอาคีย์หลักนะคะ เลือกทางใดทางหนึ่งก็พอนะคะมาใส่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือสมมติว่าเราจะเลือกคีย์นะคะอย่างตัวนี้สมมติว่าอาจารย์จะเอาคีย์หลักของตารางวิทยานิพนธ์ ไปใส่ให้กับตารางนักเรียนก็ได้นะคะ ก็ได้ หรือเอารหัสนักศึกษามาใส่ในตารางวิทยานิพนธ์ก็ได้ อันนี้เฉพาะความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่งเท่านั้นนะคะ ที่เลือกตัวใดตัวหนึ่งก็ได้ ที่มีความสัมพันธ์กัน แต่ถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่มนะคะ หนึ่งต่อกลุ่มนะเราจะเอาคีย์หลักก็คือตัวขีดเส้นใต้ที่มีความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเท่านั้นไปใส่ในฝั่งที่มีความสัมพันธ์เป็นกลุ่ม อย่างเช่นรูปนี้นะคะรูปนี้นะความสัมพันธ์เป็นหนึ่งจะอยู่ฝั่งนี้นะคะ อันนี้ความสัมพันธ์เป็นกลุ่มเห็นด้วยตัว M เราจะเอาตัวขีดเส้นใต้ก็คือคีย์หลัก ของตารางที่มีความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเท่านั้น ไปเพิ่มลงในตารางที่มีความสัมพันธ์เป็นกลุ่มนะคะ นั่นก็คือเห็นไหมคะ ฝั่งนี้ความสัมพันธ์เป็นกลุ่มใช่ไหมคะ คือตัวขีดเส้นใต้เขามีตัวนี้ตัวเดียวเราก็จะเอาของตารางตารางหนึ่งมาเพิ่มให้ซึ่งตารางนี้มีความสำคัญเป็นหนึ่ง มาเพิ่มให้อันนี้คือความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่มนะคะ อันนี้ก็ยังไม่ยาก แต่ถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่มนะคะโดยความสัมพันธ์นี่ บางทีมันอาจจะมีข้อมูลที่เกิดขึ้นของมันเองนะคะ ข้อมูลที่เกิดขึ้น ซึ่งวิธีการแก้ปัญหา ปัญหามันอยู่ตรงนี้ อยู่ในกรอบสีแดง ในความสัมพันธ์ของกลุ่มกับกลุ่มนี่ มันอาจจะมีข้อมูลที่เพิ่มเติมขึ้นมานะคะ ในกรณีนี้นะคะ เราก็จะสร้างความสัมพันธ์ขึ้นมาใหม่เลยนะคะวิธีการคือเอาคีย์หลักของทั้ง 2 ความสัมพันธ์ มาสร้างใหม่ให้กับความสัมพันธ์ตรงนี้นะคะ เอา 2 อันนี้มาใส่เพิ่มทั้งสองฝั่งเลยนะคะ เอาจากตาราง 2 ตารางนี่มาเพิ่มให้กับความสัมพันธ์ใหม่เลย ก็จะกลายเป็นแบบนี้ค่ะ อันนี้คือตารางที่เกิดขึ้นใหม่ สำหรับความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่ม มันจะเอาข้อมูลรหัสนักเรียน แล้วก็รหัสตารางเรียน วิชา มาเพิ่มจากทั้งสองฝั่งเลย เมื่อก่อนคือเราต้องเลือกจากฝั่งใดฝั่งหนึ่งเท่านั้นใช่ไหมคะ ถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่ม เราจะเอามาจาก เราจะเอาคีย์หลังมาจากความสัมพันธ์ที่เป็นฝั่งหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าเป็นกลุ่มต่อกลุ่มเราจะเอาคีย์หลักมาจากทั้ง 2 ตารางที่มีความสัมพันธ์กัน มาสร้างตารางใหม่ อันนี้คือจุดเด่นของแต่ละการแปลงตารางให้มันเป็นความสัมพันธ์นะคะ วิธีการทำเรารู้แล้วเดี๋ยวจะให้ลองทำเอง สัก 1 ข้อนะคะ ในห้อง เดี๋ยวฉันจะเดินดูนะคะ ทำเลย ทำเองนะคะ เอาแค่ 1 รูป รูปนี้ก็พอ รูปนี้มีกี่ตารางมี 1 ตาราง 2 ตาราง 3 ตารางซึ่งในความสัมพันธ์ของรูปนี้มีความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่ม กับแบบกลุ่มต่อกลุ่มลองดูสิว่าทำได้ไหมนะคะ ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจะมีอยู่ 2 ความสัมพันธ์ลองดูสิว่า จากตัวอย่างที่อาจารย์ให้ได้ก่อน เข้าใจหรือเปล่าเอาอย่างแรกเลยแปลง ER ให้เป็นตารางให้ได้ก่อน ลองดูสิว่าทำได้ไหมที่รกสอนขอบคุณแปลงตารางได้ปุ๊บคุณถึงค่อยมาเชื่อมโยงความสัมพันธ์ดูแล้วกันว่าแต่ละตารางที่คุณทำออกมาได้เนี่ยมันเชื่อมโยงกับตราอื่นเป็นอย่างไร ขั้นตอนแรกเปลี่ยนจากรูปขอเป็นตารางได้ค่อยมาดูความสัมพันธ์นะคะ ลองทำดู ทำเองนะคะ ทำเองเดี๋ยวจะเดินดู กระดาษมีอยู่แล้วทำเลยร้านคะ วันนี้ก็ประมาณนี้ล่ะค่ะ เนื้อหาจะมีแค่นี้เดี๋ยวจะให้ทำงานห้องค่ะ วันนี้ขอบคุณมากนะคะขอบคุณล่ามด้วยนะคะขอบคุณมากค่ะ[สิ้นสุดการถอดความ]