โอเคค่ะ เดี๋ยวเริ่มเลยละกันนะคะ รอบนี้จะเป็นบทที่ 7 ปีใหม่อะไรจะไม่เยอะนะคะ นิดเดียวแล้วก็วันนี้ไม่มีการบ้าน ไม่มีการบ้าน เฉพาะอาทิตย์นี้เท่านั้นนะคะ ถึงให้ปีใหม่งวดนี้นะคะ จะเป็นเกี่ยวกับวิชาคณิตเชิงสัมพันธ์ก็จะเป็นกระบวนการโดยใช้คณิตศาสตร์อย่างง่ายนะคะ ที่เอามาเป็นตัวกระทำในการจัดการฐานข้อมูลของเราด้วยโดยเพชรชนิดเชิงสัมพันธ์หรือว่าเป็นเกี่ยวกับโครงสร้างในการ Query ข้อมูล คือการการข้อมูลของเราจะเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นกับตาราง หรือความสัมพันธ์ที่เราสร้างตารางใหม่ขึ้นมานะคะ มันจะเป็นแบบจำลองของการกระทำต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นข้อมูลในฐานข้อมูลของเรา ซึ่งส่วนมากจะเป็นการกระทำพื้นฐานนะคะ โดยมันจะมีอยู่ 2 กลุ่ม คือแบบดั้งเดิมกับแบบพิเศษ จะเป็นอย่างละ 4 ตัว แบบดั้งเดิมก่อนนะคะ ภาษาอังกฤษก็คือ นะคะ ก็จะเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นกับตาราง หรือความสัมพันธ์โดยอาศัยทฤษฎีของเซต ซึ่งเราเคยเรียนเซตมาแล้วในวิชาคณิตศาสตร์โดยที่ตารางหรือความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นนี่ จะมีการกระทำต้องมีอาชีพเดียวคือในตารางจะต้องมีข้อมูลเกิดขึ้นเช่นตารางนักศึกษาก็จะมีแอตทริบิวต์หรือว่าข้อมูลที่เรามีก็คือบัตรนักศึกษา ชื่อ นามสกุลเป็นต้น การกระทำของกลุ่มที่เป็นแบบดั้งเดิมจะมีอยู่ 4 อย่างมี product มียูเนี่ยนอินเตอร์เซคแล้วก็มีประเด็น วันนี้จะต้องเป็นภาษาอังกฤษเพราะว่าคำสั่งในระบบจัดการฐานข้อมูลก็จะเป็นภาษาอังกฤษประมาณนี้นะคะ อันแรกโปรดักส์นะคะ เป็นการกระทำที่ให้มันแสดงข้อมูลทุก ๆ บรรทัดหรือทุก ๆ เล็กคอร์ดที่เรามีที่สามารถเป็นไปได้ โดยการจับคู่ผลคูณคาร์ทีเซียนนี่ก็เป็นคณิตศาสตร์อย่างง่าย คำสั่งของภาษาที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลจะใช้คำว่า Time T-i-m-e รูปแบบของมันก็คือในกรอบสี่เหลี่ยมนะคะก็คือเกันเดี๋ยวจะมีตัวอย่างให้ดูอย่างเช่นตัวอย่างนะคะ การเขียนให้ดูก่อน เมื่อกี้ a กับ B นี่ ถ้าคำสั่ง product หรือคำสั่งค่าในฐานข้อมูลในระบบจัดการฐานข้อมูล ใช้คำสั่ง Time ก็เอาทุกตัวเป็นไปได้มาคูณกัน x คูณ y ใช่ไหมคะb e x y B x b yf z y คำสั่งนี้จริง ๆ จับคู่ทุกตัวที่เป็นไปได้นะคะ อันนี้จะยังอยู่ยังอีกเหมือนในตัวอย่างค่ะมีตาราง A มีพลังดีสั่งให้มันคุณกานต์ก็คือเป็น a time B ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นทุกตัวที่ a กับ B มันสามารถจับคู่กันได้นะคะ คำสั่งนี้จะง่าย นั่นก็คือ 3 * 3 ได้ 9 ต้องได้ 9 Records 9 แถวนั้นเองถ้าจะเช็คแนวข้อสอบก็ไม่ออกนะนะคะ ยัง ๆ อยู่การ Union อันนี้ก็เป็นทฤษฎีเซตเหมือนกันก็จะเป็นการรวมกันของข้อมูล 2 ตารางหรือว่า 2 รีเลชั่นเพื่อแสดงข้อมูลทุก ๆ เรื่องของเรื่องคือทุก ๆ แถวในรูปแบบของยูเนี่ยนตามทฤษฎีของเซตคำสั่งก็คือยูเนี่ยนนะคะ a Union b คือเอา A กับ Bมารวมกันตัวนี้มีตาราง a กับตาราง B ทฤษฎีเซตของยูเนี่ยนนะคะ จะสังเกตได้ว่าข้อมูลมันมีข้อมูลซ้ำกันข้อมูล s1 ตาราง a ก็มี คก็มีตามทฤษฎียูเนี่ยนนะคะ ถ้ามันซ้ำกันเราก็เอามาแค่ข้อมูลเดียวจะเห็นว่าจากสี Records ก็คือสีแถวข้อมูลนะคะ แต่ว่าอันนี้ ตาก็มีแต่รังบีก็มีมันซ้ำกันเราจะนับเป็นแค่ 1 ข้อมูลเท่านั้นนะคะพอมันเอามายูเนี่ยนกันข้อมูลจาก 4 บรรทัดจะเหลือแค่ 3 บรรทัดเพราะว่า s1 ไม่มีทั้ง 2 ตารางก็คือ a b เลยยูเนี่ยนนะคะ ส่วนที่ทับซ้อนกันก็เอาแค่ข้อมูลเดียวต่อมาอินเตอร์เซกชัน ก็ตามทฤษฎีเซตเหมือนกันค่ะ มันจะเป็นการกระทำเพื่อแสดงข้อมูลของตารางหรือเรกคอร์ ที่ปรากฏอยู่ทั้ง 2 ตารางที่มันทับซ้อนกันนั่นแหละ ในรูปแบบของ intersection ตามทฤษฎีของเซตคำสั่งก็คืออินเตอร์เซคให้ a อินเตอร์เซค b ตัวอย่างตารางเดิมเลยค่ะ A กับ B ข้อมูลไหนที่ทับซ้อนกันคือข้อมูล s1 มันมีทั้ง 2 ตาราง กับกระบี่เราจะแสดงผลเฉพาะตารางที่มันทับซ้อนกันเท่านั้น เพราะฉะนั้น คำสั่ง a อินเตอร์เซค b จะมีผลลัพธ์แค่ Accord เท่านั้นก็คือทฤษฎีของเซตนะคะ ต่อมาก็เป็นการกระทำเพื่อแสดงข้อมูลของแถวนั้น ๆ ที่ปรากฏอยู่ในตารางหนึ่งแปลตาราง 1 ไม่มีนะคะ ก็คืออะไรก็ตามที่อยู่ในตารางนั้น แต่ไม่อยู่กับกี่ตาราง 1 คำสั่งที่ใช้คือคำสั่งไมนัทนะ แปลเป็นภาษาไทยคือเครื่องหมายลบแล้ว นี่ไม่เอาอย่างเช่นที่อยู่ใน a แต่ไม่อยู่ใน B เมื่อคืนเหมือนตัวที่ทำไฮไลท์สีเหลืองไว้ด้วยค่ะให้คำสั่ง A B อะไรที่อยู่ในเอเชียไม่อยู่ใน B อันนี้ไม่ใช่แน่นอนเพราะ s1 มีทั้ง a ทั้ง B เพราะฉะนั้น ไมนัท b ว่าจะเป็น S4 ในทางกลับกันค่ะ b ก็คืออยู่ในบีแต่ไม่อยู่ใน A อยู่ดีๆ S2 s1 ไม่ได้ s1 อยู่ในเองเหมือนกันในทางกลับกันจะเป็นแบบนี้นะคะ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาข้อมูลจากตารางไหนเราจะเอาข้อมูลในวันข้างหน้าถ้าอยู่ใน a ไม่อยู่ใน B จะเป็นแบบนี้ จะเขียนแบบนี้นะคะ แต่ถ้าอยู่ในบีไม่อยู่ใน a ก็จะเขียนขึ้นต้นด้วย B นำหน้าแบบนี้ไม่ใช่ว่าทุกตารางจะชื่อเองกับบีนะคะ แล้วแต่ว่าตารางที่นักศึกษาได้ทำชื่อตารางอะไรอย่างเช่นตาราง Student แล้วก็ไมนัท ก็ได้นะคะ อยู่ในตาราง student แต่ไม่อยู่ในร้าน Address ว่าไปนะคะ ต่อมาจะเป็นตัวดำเนินการแบบพิเศษนะคะ เป็น Special ซึ่งมันจะแตกต่างจากรูปแบบการทำงานของเซตโดยทั่วไปโดยการกระทำของกลุ่มที่จะเป็น Special หรือแบบพิเศษนี่ ไม่จำเป็นจะต้องมีจำนวนแอตทริบิวต์เท่ากัน คิวคืออะไรคือตัวนี้ คอลัมน์นะคะ ถ้าเป็นแบบ Credit analyst นี่คอลัมน์ทั้ง 2 ตาราง 13 ตารางต้องเท่ากัน เท่านั้นถ้าเป็น Special คือคอลัมน์หรือ senior ไม่จำเป็นจะต้องมีจำนวนเท่ากัน ไม่จำเป็นซึ่งคำสั่งพรุ่งนี้นี่ จะถูกเรียกใช้บ่อยเพราะว่าฐานข้อมูลข้อมูลอาจจะมีตารางที่บรรจุอยู่รูปแบบที่แตกต่างกันไปนะคะ โดยถึงแม้มันจะไม่มี Attribute ที่เท่ากันไม่เท่ากัน แต่แอตทริบิวต์ของทั้ง 2 ตารางจะถูกนำมาใช้จะต้องมีเงื่อนไขต้องมีชื่อโดเมนของข้อมูลชื่อเดียวกันชื่อคอลัมน์เดียวกัน อาจจะเป็นชื่อตารางใด ๆ ในตารางนั้นอาจจะมี 10 คอลัมน์ มี 8 คอลัมน์แปลต้องมีสิ่งที่เราจะเอามาดำเนินการเนี่ย ชื่อคอลัมน์จะต้องเหมือนกันนะคะ คำสั่งจะมีอยู่ 4 คำสั่งด้วยกันอันแรกคำสั่ง regedit หรือถ้าในระบบจัดการฐานข้อมูลภาษาที่ใช้ภาษา SQL เราจะใช้คำสั่งเรียกว่า cselect นะคะเดี๋ยวประมาณอีก 2 สัปดาห์ต้องได้พิมพ์ลองทำโค้ดภาษา SQL ดูซึ่งการกระทำเพื่อแสดงข้อมูลในเรคคอร์ด ของตารางนั้น ๆ จะต้องตรงตามเงื่อนไขที่ระบุเงื่อนไขที่ใช้จะใช้คำว่า where เช่น table อันนี้เป็นต้นนะคะ เดี๋ยวตอนที่เราทำโปรแกรมจริง ๆ นักศึกษาจะเห็นภาพได้เข้าใจมากกว่านี้ อันนี้เป็นแค่การเกริ่นก่อนเฉย ๆ ว่าเราจะต้องเจอคำสั่งพิเศษอะไรบ้างในการจัดการฐานข้อมูลตัวอย่างเดิมค่ะตาราง a กับ B ตัวอย่างอาจารย์อาจจะเห็นว่า เอ๊ะ Column มันก็ยังเท่ากันนี่ แต่ก็เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนนะคะ อาจารย์จะเลยจะยังยกตัวอย่างเป็นแบบนี้ก่อนบอกให้คำสั่ง Siri หรือ Racing นะคะ จะต้องมาคู่กับคำว่า where เสมอ อย่างเช่นขึ้นต้นด้วย b ก็คือในตารางดีให้ดูที่เงื่อนไขซิตี้ซิตี้ตรงนี้แปลว่าชื่อเมืองนะคะ ในตาราง B ค่าของ Column City อันไหนที่มีค่าเท่ากับชัยนาท ขอดูหน่อยค่ะ ตาราง b City ชัยนาทนะคะ พอดีว่า City เท่ากับชัยนาท ผลลัพธ์ที่ได้จะต้องแสดงผลลัพธ์ของ TF2 ทั้งหมดนะคะ เงื่อนไขในตาราง b จังหวัดข้อมูลอะไรที่มีข้อมูลว่าชัยนาท เราต้องยกมาทั้งหมดมาแสดงผล ต่อมาเป็นโปรเจกต์นะคะ ก็จะเป็นการเลือกข้อมูลทุก ๆ แถว โดยเลือกมาเพียงแค่บางคอลัมน์ อาจารย์อยากดูแค่รหัสนักศึกษากับชื่อ ก็แสดงผลแค่ชื่อกับรหัสนักศึกษา โดยที่ในตารางข้อมูลศึกษาอาจจะมีคอลัมน์ประมาณ 20 คอลัมน์ แปลอาจารย์อยากดูแค่ 2 คอลัมน์นี้เท่านั้น เราจะใช้คำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการเรียกดูข้อมูลคือมันจะเป็นคำสั่งเกี่ยวกับการทำโปรเจกต์นั่นเอง รูปแบบคำสั่งก็จะขึ้นต้นด้วยชื่อตารางแล้วตามด้วยเงื่อนไข ตารางเดิมค่ะ ตารางเดิม คำสั่ง A ในวงเล็บ Sname กับ Age นะคะก็คืออธิบายคือเอาข้อมูลในตาราง a เท่านั้นอยู่ใน Column name และคอลัมน์ผลลัพธ์ที่ได้ แสดงผลแค่นี้จากตอนแรกมันมีแค่ 14 คอลัมน์ใช่ไหมคะ 1 2 3 อาจารย์ให้แสดงผลแค่ Sname เท่านั้น นี่คือการทํางานของคําสั่ง project เผื่อจะมีเป็นร้อยคนละมาจากไหน จะเรียกดูแค่คอลัมน์ที่น่าสนใจจะใช้คำสั่ง project นะคะ เดี๋ยวภาษาโปรแกรมยังมีอีกเยอะค่ะ นี่แค่ตัวอย่างคร่าว ๆ ว่านะ อย่างเช่นผลลัพธ์ทำไมมันโชว์แค่รหัส s1 คำสั่งที่จะต้องใช้คืออะไร เงื่อนไขของคำสั่งคือดูในตาราง B นะคะ โดยค่าของคอลัมน์ City มีค่าเท่ากับ Bangkok แล้วให้แสดงผลเฉพาะf Sharp เท่านั้นกูอยากรู้แค่รหัสมีเมืองที่อยู่ในเมืองกรุงเทพฯนะคะก็ส่งแค่ s1 เท่านั้นจากเมื่อก่อนนี้เรียกว่า Where City กลับ Bangkok ปกติแล้วมันแสดงข้อมูลทุก ๆ คนใช่ไหมคะ แต่ถ้าตามกำหนดให้มาแสดงแค่คอลัมน์ใดคอลัมน์หนึ่งเท่านั้น ก็สามารถทำได้ความสามารถของคำสั่ง project ต่อมาคำสั่งจอยค่ะ จะเป็นการกระทำเพื่อแสดงข้อมูลที่เป็นไปได้ทั้งหมดซึ่งเกิดจากการเชื่อมโยงข้อมูลของ 2 ตารางขึ้นไป โดยที่กำหนดค่าคอลัมน์หรือว่าอาทิตย์อยู่ที่เหมือนกันอาจจะเป็นคอลัมน์เดียวหรือมากกว่าก็ได้นะคะ แต่ที่สำคัญคือคอลัมน์จะต้องชื่อเหมือนกันโดเมนของข้อมูลต้องเท่ากันคำสั่งก็คือ A B มาดูตัวอย่างกัน จอยนะคะ จะคล้าย ๆ กับยูเนี่ยนนะคะ แต่เงื่อนไขคือจะต้องมีโดเมนหรือว่า Column ที่เท่ากัน ถึงจะจอยได้นะคะ อย่างตัวนี้มี 2 คอลัมน์มี 2 คอลัมน์ รายการข้อมูลที่ซับซ้อนกันอยู่ในรูปแบบคล้าย ๆ กับคำสั่งอยู่เนี่ยนะคะ เช่นตัวนี้คำสั่งจอยมีอะไรที่เหมือนกัน City ใช่ไหมคะ A จอย B 6 คอลัมน์นะคะ City เหมือนกันแต่เนื่องจากที่มีคำว่า City เหมือนกันเนี่ย ันจะต้องดูพิจารณาในเรคคอร์ดของรหัสด้วย เพราะฉะนั้นถ้ามันเกินมามันเกินแล้วต้องทำข้อมูลซ้ำให้เกิดขึ้นอันนี้ก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการทำงานคือเติมข้อมูลเข้าไปนะคะ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้ในทุก ๆ Records นะคะ มีค่า Attribute ก็คือที่เท่ากันเดี๋ยวนี้เราจะไปดูอีกทีหนึ่งนะคะ ในตอนที่เราทำโปรแกรมเลยตอบมาจะเป็นการแสดงข้อมูลจาก 2 Relation โดยที่รีเลชั่นหรือว่าทั้งสองตารางนี่มีแอตทริบิวต์หรือรอบมีคอลัมน์เนี่ยอย่างน้อย 1 คอลัมน์ที่เหมือนกันกดรับจากคอลัมน์นะคะ จากตารางที่มีจำนวนมากกว่านี่ จะถูกจับคู่คอลัมน์หนึ่ง ที่มีคอลัมน์ของตารางที่มีคอลัมน์น้อยกว่า คำสั่งรูปแบบก็คือ a b y by B มันจะเป็นคล้าย ๆ กับการหารนะคะ การเป็นตัวหารนะคะ จะต้องเป็นสับเซตของตัวตั้ง ก็คือในตัวตั้งมี a ไหม มี มี B ไหม มี มี C ไหม มี รับทุกตัวคือตัวที่แมทกับตัวหารอะไรบ้างที่อยู่ใน A X Y Z มีมีแค่ X C มีแค่ x เพราะฉะนั้น สิ่งที่เอา ABC หารได้ครบทุกตัวมีแค่ตัวเดียว ก็คือตรงตามเงื่อนไขทั้งหมด น่าจะมีการตั้งเงื่อนไขมาแล้วมีแค่ X ตัวเดียวเท่านั้นที่เข้าตรงทุกเงื่อนไข 3 เงื่อนไขที่เราต้องตั้งไว้ อันนี้จะใช้ตอนที่เราค้นหาข้อมูล อย่างเช่นอาจารย์อยากได้กระเป๋าสีแดงมี 6 ล้อลาก เงื่อนไขกระเป๋าสีแดง 6 ล้ออาจจะมีผลลัพธ์ที่ตรงตามเงื่อนไข ที่อาจารย์ต้องการแค่อย่างเดียวเท่านั้นเป็นต้น ราคาเป็นต้นตัวอย่างข้อมูลในตาราง A มีข้อมูลตามนี้ตารางดีมีคอลัมน์เดียวคือตัวนี้ P2 ให้ a d y B B ก็คือมีข้อมูล P2 อยู่ในชุดข้อมูลอะไรบ้างของ A P2 อันนี้ P2 เพราะฉะนั้น ผลลัพธ์ที่ได้จะมีแค่สองเรคคอร์ดเท่านั้นที่มี P2 อยู่ด้วย อันนี้ ก็จะยังตรงตามเงื่อนไขเพิ่มอีก P1 P2 P3 ปี 6S2 มีแค่นี้มีแค่นี้มีส่ง S4 มีแค่นี้ไม่ตรงมีที่ตรงแค่ s1 เท่านั้น ที่เอาบีทุกตัวหารไม่ลงตัว I คือหลักการนะคะ การหารนั่นแหละ ต้องหาลงตัวนะคะ วันนี้จะประมาณนี้ เพราะว่าเดี๋ยวอาจจะให้เช็กโปรแกรมค่ะ เนื้อหาจะมีแค่นี้เดี๋ยวจะเช็กในห้องแลปว่าโปรแกรมที่จะใช้สมบูรณ์หรือเปล่าก็วันนี้ก็น่าจะจะประมาณนี้ค่ะเพราะเดี๋ยวจะให้เช็คโปรแกรมในห้องเรียนนะคะ นิดนึงเพราะว่าหลังปีใหม่ขอเช็คโปรแกรมก่อนสัปดาห์หน้าอาจจะเริ่มใช้โปรแกรมอาทิตย์นี้ก็เลยเดี๋ยว เท่านี้เดี๋ยวเรามาเช็กดูว่าห้องเรียนเราใช้โปรแกรมได้หรือเปล่านะคะ วันนี้ก็ขอบคุณล่ามกับขอบคุณค่ะ ความด้วยนะคะประมาณนี้ค่ะเพราะว่าเดี๋ยวเช็คห้องแลปก่อน ขอบคุณมากค่ะ