--- title: มาตรฐานสากลด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม 2566 เวลา 12.50 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์ธิดารัตน์) สวัวสดีล่ามทางไกลด้วยนะคะเขาได้ยินไหม พี่เขาได้ยินไหม สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ ล่ามได้ยินเสียงไหมคะ ค่ะสวัสดีค่ะ ได้ยินไหมคะ (อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ ล่ามได้ยินไหมค่ะ (ล่าม) ได้ยินแล้วค่ะ สวัสดีค่ะ สวัสดีล่ามทางไกลด้วยนะคะ (ล่าม) สวัสดีค่ะ (อาจารย์ธิดารัตน์) โอเคนะคะ วันนี้เราก็จะมาเรียนบทที่ 7 ของเรานะคะ ต่อเนื่องนะคะ จากตัวมาตรฐานตัวที่แล้วของเรานะคะ คราวนี้เราจะมาเรียนมาตรฐานตัวถัดมานะคะ ที่จะพูดถึงธรรมาพิบารนะคะ ก็คือ IT Governance ของเรานั่นเองนะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูว่าตัวมาตรฐานตัวนี้นี่มันมีความหมายว่าอย่างไรนะคะ มีประโยชน์นะคะที่มีตัวมาตรฐานตัวนี้และเกิดประโยชน์อย่างไรแล้วก็เราจะมีกระบวนการนะคะ การวางแผนตัวธรรมาภิบาลขององค์กร ธรรมาภิบาลของตัวระบบสารสนเทศ หรือ ITIT นะคะ ที่อยู่ในองค์กรของเรา และจะมีความเกี่ยวเนื่องนะคะ เชื่อมโยงกันอย่างไรบ้างนั่นเอง โอเคนะคะ เดี๋ยวเราจะมาเริ่มกัน หัวข้อที่เราจะเรียนนะคะ 7 นะคะ จะมีอะไรบ้างนะคะ ความเป็นมาของตัวธรรมาภิบาลของ IT นะคะ แล้วก็องค์กรนะคะ ธรรมาธิบาล ภิบาลของตัวสารสนเทศ ธรรมาภิบาลขององค์กรของเรานะคะ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นของตัวธรรมาภิบาลของสารสนเทศ แล้วก็เครื่องวัดหรือว่าจะมาวัดของตัวธรรมาภิบาลมันจะมีอะไรบ้าง ก็จะเรียกว่าตัว Balanced score card เดี๋ยวเราจะมาเรียนรู้ถึงรายละเอียดแต่ละหัวข้อไปพร้อม ๆ กันนะคะ เริ่มมาจากตัวธรรมมาภิบาลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ ก็คือเป็นความรับผิดชอบของผู้บริการพูดง่าย ๆ แหละ ผู้บริหารที่คอยดูนะคะ ภาพรวมขององค์กรของเรา เขาจะบริหารอย่างไรนะคะ ให้หน่วยงานหรือองค์กรของเขานี่ มีธรรมาภิบาล ธรรมาภิบาลคืออะไรนะคะ การที่จะมอบนโยบายนะคะ การดูภาพรวมขององค์กรให้องค์กรของเรานี่ปฏิบัติงานในทางที่ถูกต้องเหมาะสมรวมถึงการทำให้องค์กรของเรานี่เติบโตไปด้วยนั่นเองนะคะ โยมันจะมีอะไรบ้างโครงสร้าง แน่นอนเราจะดูโครงสร้างขององค์กร กระบวนการ Process ของเรานะคะ และต้องมั่นใจว่าหน่วยงานที่จะมา Support ด้านสารสนเทศของเรานี่สามารถที่จะดูแล และคงสภาพนะคะ ของการให้บริการทางสารสนเทศของตัวองค์กรหรือว่าลูกค้าได้เป็นอย่างดีหรือเปล่า ซึ่งต้องตามแผนกลยุทธ์หรือว่าเป้าหมายขององค์กร อย่างหน่วยงานองค์กรจของเราตั้งเป้าหมายไว้อะไร ตั้งแผนนโยบายขององค์กรว่าอย่างไร สารสนเทศ ผู้บริหารที่อยู่ในด้านสารสนเทศก็ต้องทำให้ตรงกับตัวเป้าหมายที่ตั้งไว้นั่นเองนะคะ โดยตัว IT Governance ก็จะมีตัวองค์กรนะคะ ที่สร้างขึ้นในปี 2003 เดี๋ยวเราจะมาดูภาพรวมที่เราจะมาพูดถึงนะคะ ว่ามันมีอะไรบ้าง ภาพรวมอย่างที่บอกไปว่าหน่วยงาน บริษัท องค์กร ก็ต้องมีผู้บริหาร เราก็จะมาดูตั้งแต่บอร์ดบริหาร บอร์ดบริหารคืออะไร ก็คือผู้บริหารระดับสุงของเรา แล้วกด้ไล่ลงมาก็จะเป็น ผู้จัดการ Executive management ก็คือผู้จัดการที่รองลงมานะคะ ในการรับนโยบายจากผู้บริหารสูงสุด เขาจะบริหารจัดการองค์กรอย่างไรนะคะ รวมถึงโครงสร้าง Framework นะคะ Model แล้วก็ roadmap นะคะ ว่าโครงสร้างองค์กรแบบไหน วางแผนระยะยาว-ระยะสั้นกี่ปีนะคะ และเป้าหมายขององค์กรคืออะไร พูดง่าย ๆ ก็คือการที่จะพัฒนาหรือว่าบริหารองค์กรนี่ให้มันดี ส่วนหนึ่งก็ต้องมีเกี่ยวกับตัวระบบสารสนเทศเขามา Support หรือสนับสนุน รวมถึงเราต้องมีการวางแผนด้วย ว่าองค์กรจะมีการพัฒนาของหน่วยงานนี่เพิ่มขึ้นในทิศทางไหนแล้วก็ได้ผลกำไรหรือว่าการเติบโตของบริษัทหรือองค์กรเพิ่มขึ้นหรือว่าดีขึ้นอย่างไรนั่นเองนะคะ ถัดมามาดูเกี่ยวกับหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับพวกผู้บริหารบ้างนะคะ เริ่มแรกก็ต้องมีการวางแผนขององค์กรแล้ว Enterprise plan ว่าองค์กรของเรานี่ เป้ปนองค์กรแบไหนขนาดเล็กขนาดใหญ่เป็นการให้บริการไหมหรือว่าเป็นการขายสินค้านะคะ ก็ต้องมาดูอีกว่าเป็นองค์กรแบบไหน มีแผนที่จะทำให้องค์กรนี่ พัฒนาขึ้น มีการขยายสาขาไหม มีการปรับปรุง หรือว่ามี Engineering ปรับโครงสร้างขององค์กรหรือเปล่า จะเพิ่ม ขยายบุคลากรขึ้นไหม ส่วนแผนกตรงไหนบ้างหรือเปล่า นี่ก็จะเป็นลักษณะวางแผนขององค์กรOwnership การมองว่าบริษัทหรือว่าองค์กรของเรานี่ประดุจเป็นเหมือน เราเป้นเจ้าของบริษัทคิดว่าหน่วยงานหรือว่าบริษัทของเรานเป็นเหมือนสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา ดังนั้น เราก็เลือกคัดสรรวิธีหรือว่าการปฏิบัติที่ดีที่สุดให้กับหน่วยงานหรือว่าองค์กรของเรานั่นเอง Objectiveก็คือวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ขององค์กรคืออะไร สมมติวางแผนไว้แล้วจะขยายสาขา ขยายกี่สาขา มีงบประมาณ มีบุคลากร มีอะไรที่ต้องเพิ่มขึ้นต่าง ๆ หรือต้องการตั้งว่าปีหน้านี่ จะเพิ่มผลกำไรของหน่วยงาน ขององค์กรกี่เปอร์เซ็นต์ 15 20 30 ก็แล้วแต่หรือทำอย่างไรก็ให้ใช้ตัวทรัพยากรณ์หรือว่าเงินลงทุนนี่ให้มันน้อยที่สุด ก็แล้วแต่ว่าเป้าหมายนะคะ ที่องค์กรนี่ เขาตั้งไว้ Resource ก็คือทรัพยากรให้หน่วยงานของเรา ไม่ว่าจะเป็น Hardware บุคลากรต่าง ๆ ที่อยู่ภายในองค์กรของเรา จะจัดสรรอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองคืกร สมมติได้ผลผลิตที่ที่เท่ากันอาจจะใช้บุคลากรที่น้อยลง ใช้วัตถุดิบที่น้อยลงอย่างนี้ ก็จะเป็นการใช้ทรัพยากรที่ค่อนข้างจะคุ้มค่านั่นเอง กฎหมายแน่นอนทุกบริษัท ทุกหน่วยงานทุกองค์กรต้องอยู่ภายใต้กฎหมายนะคะ ถัดมาผู้ถือหุ้นก็เปรียบคล้าย ๆ กับผู้ที่เป็นเจ้าของนะคะ ของบริษัทด้วยเช่นเดียวกันนะคะ ก็คือมีส่วนแบ่งผลกำไรนะคะ จากผลประกอบการของหน่วยงานขององค์กร การเงิน เงินที่ไหลแล้วก็หมุนเวียนในองค์กรของเรามีเท่าไรนะคะ มีการวางแผนอย่างไร อันนี้ก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องแน่นอนภายในองค์กรของเรา ความเสี่ยงแล้วก็ความอยู่รอด องค์กรของเรานะคะ สร้างขึ้นไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหน ทำอย่างไรให้ไม่ถูกปิดกิจการนะคะ เพราะว่าหลายบริษัท หลายหน่วยงาน หลายองค์กรหลังโควิดมานี่ อย่างรูปแบบของการท่องเที่ยวก็จะเห็นว่าบริษัทหรือว่าองค์กรต่าง ๆ ก็ถูกทะยอยปิดนะคะ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้คาดคิดอาจจะเป็นจากสิ่งแวดล้อม โรคระบาด น้ำท่วม ไฟไหท้นะคะ หรือการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีต่าง ๆ เพิ่มขึ้นมา เหล่านี้ล้วนเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในองค์กรของเรา เราก็ต้องมีวิธีการอย่างไรทำให้บริษัทหรือว่าหน่วยงานของเราอยู่รอดนั่นเองนะคะ ต้องมีแผนรับมือ แผน 1 แผน 2 แผน 3 ว่าจะมีวิธีแก้ไขหรือป้องกันอย่างไรนะคะ อันนี้จะเป็นหน้าที่รับผิดชอบหลัก ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือทำอย่างไรที่จะอุ่มชูแล้วพาให้หน่วยงานหรือว่าหน่วยขิงของเรานี่คงอยู่หรือว่าอยู่รอด การเติบโตของบริษัท ก็จะเป็นเป้าหมายในลักษณะของผลกำไรที่เกิดขึ้นนั่นเองนะคะ ถัดมา มาถึงเกี่ยวกับธรรมาภิบาลทางด้านขององค์หรือทางด้านธุรกิจของเราอะไรบ้างที่สามารถควบคุมนะคะ กำหนดทิศทางได้บ้างนะคะ ก็จะมีการวางแผน ก้เหมือนการวางแผนองค์รวมขององคืกรกระบวนการทำงาน ขั้นตอนที่ทำนะคะ มีส่วนไหน แผนกไหนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วผู้บริหารสามารถที่จะติดตามผลนะคะ ดูได้ทุกกระบวนการหรือเปล่า นวัตกรรมใหม่ ๆ นะคะ ปกติแล้วนะคะ ถ้าหน่วยงานหรือว่าบริษัทที่ไม่ได้สร้างผลงานก็จะส่งผลให้ตัวบริษัทหรือว่าตัวองค์กรของเรานี่ไม่เป็นที่ ที่นิยมพูดง่าย ๆ นะคะก็คือไม่มีสิ่งนะคะ รูปแบบใหม่ ๆ มาให้ลูกค้าหรือว่าผู้ใช้บริการนี่เกิดความสนใจนั่นเอง เป็นส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กรของเรานะคะ ทรัพย์สินทางปัญญานะคะ การจดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในหน่วยงานองค์กรของเรา ส่งผลให้บริษัทของเรานี่เกิดความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น บุคลากรบุคคลนะคะ เราจะมีบุคลากรจำนวนเท่าไร แผนกไหนบ้าง หรือว่าจะลดจำนวนบุคลากรหรือว่าแผนกตัวไหนบ้างที่อาจจะไม่ได้ส่งผลนะคะ กระทบต่อการดำเนินงานขององค์กรหรือเพ่ิมบุคลากรในกรณีที่บริษัทหรือองค์กรของเราเกิดการขยายหรือการเติบโตมานั่นเองนะคะ ถัดมา คราวนี้เมื่อกี้เป็น Bussiness นะคะ อันนี้ก้จะเป็น IT Governance ขึ้นมา หรือเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ หรือธรรมภิบาลสารสนเทศของเรานั่นเองนะคะ อันนั้นเป็นมองภาพธุรกิจแล้ว อันนี้ก็ใกล้ตัวกับเรา ของเราเกี่ยวกับสารสนเทศมากขึ้น วางแผนนะคะ เกี่ยวกับหนย่วยงาน แผนกของเราสารสนเทศก็ต้องทั้งครอบคลุมทั้งบริษัทถูกไหม ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์นะคะ การสื่อสารต่าง ๆ ซึ่งแผนกนี้ก็ต้องดูแลแล้วให้บริการให้มันครบถ้วนนั่นเอง เริ่มมาก็จะเป็นตัวลักษณะ Business Governance นะคะ ก็จะเป็นแผนทางเทคโนโลยีสารสนเทศของเรานั่นเอง แผนว่าเราจะมีการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อให้มารองรับการทำงานขององค์กรของเราไหม หรือจะซื้ออุปกรณ์ Hardware Software ตัวไหนเข้ามาเพิ่มผลผลิตให้กับหน่วยงานหรือว่าองค์กรของเราหรือเปล่า ก็ต้องวางแผน ถูกไหมคะ แผนก IT ก็ต้องมีการวางแผนทำอะไร 1 2 3 เมื่อวางแผนแล้ว ก็ต้องทำตามแผนที่วางไว้คราวนี้เราก็ต้องมาดู IT assets แล้วก็ Resource อุปกรณ์เกี่ยวกับสารสนเทศนะคะ หรือทรัพยากรนั่นเองนะคะ ว่าทรัพยากรองค์กรของเราเป็นอย่างไร Hardware Software ต้องอัปเดตหรือเปล่า ต้องซื้อเพิ่มไหม หรือมีเทคโนโลยีตัวไหนที่มันเพิ่มขึ้นมาใหม่ อันนี้ก็ต้องมีพัฒนา คือมันก็ต้องปรับเปลี่ยนตามยุคตามสมัยแล้วก็ Check ความต้องการของลูกค้าด้วยนั่นเองนะคะ Demand management นะคะ ความต้องการที่เกิดขึ้น อาจจะเป็น User แผนกขาย มีความต้องการอยากได้รูปแบบที่สามารถเช็กตัวสินค้าหรือว่าเช็กตัว Report ของ Stock สินค้าเพื่อมาดูเกี่ยวกับฝ่ายขาย ย้อนหลังไป มีการขายได้กี่เปอร์เซ็นต์อะไรอย่างนี้ แผนกไอทีหรือว่าผู้ดูแลเกี่ยวกับสารสนเทศตรงนี้ก็ต้องสามารถที่จะจัดการตัวพัฒนาเกี่ยวกับตัวซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อมารองรับแต่ละแผนกได้นั่นเอง Support แต่ละแผนกที่ใช้ให้ครบถ้วนนั่นเองนะคะ Project Management นะคะ เนื่องจาดกแผนกสารสนเทศ มันก็เหมือนฝ่ายหนึ่งนะคะ ที่อยู่ในองค์กรของเรานะคะ Project management ของเราก็คือมันจะต้องมีโครงการของเราว่าจะทำอะไร สมมติฮาร์แวร์ในหน่วยงานองค์กรของเรานี ค่อนข้างเก่า อาจจะมีการจัดซื้อเข้ามา ถัดมาทำอะไร ซื้อมาแล้วก็ต้องลง Software หรือจะเพิ่มบุคลากรไหม บุคลากรไม่เพียงพอ หรือว่าไม่มีทักษะด้านอุปกรณ์ที่เพิ่มาใหม่ มันก็จะเป็น โปรเจกต์ที่มี 1 2 3 Pmanagement ก็ต้องควบคุมที่เกิดขึ้น จัดลำดับความสำคัญด้วยว่าโครงการไหนสำคัญ 1 2 3 ต้องเกิดอันไหนก่อนนะคะ ถัดมา ความเสี่ยง Demand management ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในการทำให้ Performance ก็คือสมรรถนะการทำงานลดลง ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวกับตัวสารสนเทศของเรา ว่าความเสี่ยงตัวไหนที่จะเกิด กระบวนการตัวไหนที่ทำงานที่ส่งผลให้กระบวนการทำงานหลักขององค์กรนี่เกิดผิดพลาดหรือว่าช้าลงนั่นเองนะคะ มันก็ต้องดูความเสี่ยงอีก ฮาร์ดแวหรือเปล่า หรืออุปกรณ์ถ้าเกิดภัยธรรมชาติเกิดขึ้น ความเสี่ยงมันเกิดขึ้นมาได้หลากหลาย หรือว่าเกิดมาจากคู่แข่งนะคะ ที่อาจจะ ไม่ว่าจะเป็นการส่งพวก การ Hack ข้อมูลอะไรต่าง ๆ เราก็ต้องมีวิธีการรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นภายในองค์กรนะคะ ซึ่งการจัดการแล้วก็วางแผนเกี่ยวกับผุ้ดูแลระบบสารสนเทศก็ต้องรับมือตรงนี้ด้วยนะคะ เพื่ออะไร เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลทางเทคโนโลยีสารสนเทศนั่นเองนะคะ คราวนี้จะมาดู 10 หัวข้อนะคะ เกี่ยวกับผู้บริหารนะคะ ที่ได้รับเป็นคำชื่นชมว่าเป็นผู้บริหารที่ดีนะคะ เราก็ไปรับการรีวิวมา ไปถามข้อสรุปมาว่าเขาเป็นผู้บริหารที่ดีนี่เขาต้องมี อะไรบ้างนั่นเองนะคะ ก็จะเป็น 10 หัวข้อจากตัวนิตยสารที่เขาไปโพลหรือไปสอบถามมานั่นเองนะคะ โดยผู้บริหารเกี่ยวกับสารสนเทศสนเทศหรือว่า CIO Shipนะคะ ก็จะมี 10 หัวข้อ อันที่ 1 ก็จะเป็นลักษณะกลยุทธ์ กลยุทธ์ขององค์กร การวางแผนนั่นล่ะ ธุรกิจของเรากลยุทธ์ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กลยุทธ์ทางด้านธุรกิจ แล้วก็ธรรมาภิบาลของเรา พวกนี้มันจะไปแบ รูปแบที่จะควบคู่กัน เรามีกลยุทธ์วางแผนไว้แล้วแบบนี้นะคะ ระบบสารสนเทศก็ต้องเชื่อมโยงเพื่อ Support ให้ตัวกลยุทธ์ของเราเกิดประสบความสำเร็จนั่นเอง อันที่ 2 ความต้องการของธุรกิจ ธุรกิจของเรามีความต้องการแบบไหน ให้บริการลูกค้า หรือขายอุปกรณ์ขายสินค้า มีความต้องการอย่างไร มีความให้บริการลูกค้าที่ดี มีผลตอบรับที่รวดเร็วหรือผลิตสินค้าที่เป็นตัวสินค้าใหม่ ๆ มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ก็แล้วแต่ความต้องการของผู้บริโภค พูดง่้าย ๆ นั่นเองถัดมาข้อ 3 นะคะ ก็จะเป้น Reliability & scalability of infrastructure & service ก็จะเป็นลักษณะการน่าชื่อถือการยืดหยุ่นแล้วก็การมองภาพองค์รวมแล้วก็การให้บริการของเราว่าการเป็นผู้บริหารนี่ ก็ต้องมีความน่าชื่อถือนะคะ กำหนดโครงการหรือกำหนด Project อะไรขึ้นมาว่าจะวางแผนว่าจะสำเร็จภายในกี่เดือน กี่ปี แล้วพร้อมใช่งานได้เลยหรือเปล่า อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของแผนกรวมถึงภาพลักษณ์ขององค์กรด้วยเช่นเดียวกัน Innovation นวัตกรรมที่เกิดขึ้น เราเอาตัวนวัตกรรมอะไรมาใช้กับหน่วงงานกับองค์กรของเรานะคะ กับตัวซอฟต์แวร์ใหม่ ๆ ที่ถูกผลิตขึ้นมารองรับกับการให้บริการลูกค้า หรือนวัตกรรมที่มาใช้ในการผลิตสินค้า แล้วช่วยลไหม ช่วยลดทรัพยากรบุคคลก็คือใช้คนที่น้อยลง เราไม่ต้องจ้างคนเยอะ ดังนั้น เงินที่ใช้ในการผลิตสินค้าตรงนี้ก็จะลดลง เมื่อลดลงผลกำไรก็จะมากขึ้นก็คือต้นทุนก็จะน้อยลงนั่นเองนะคะ ถัดมาข้อ 5 Deal with executive & board นะคะ ก็จะเป็นลักษณะการดูแลบริหารนะคะ เกี่ยวกับผู้บริหารระดับสูงนะคะ แล้วก็พวกคณะกรรมการ ผู้จัดการต่าง ๆ ก็ต้องไปควบคู่กัน ก็คือผู้บริหารระดับสูงนะคะ ก้รับตัวนโยบาลหรือวางแผนกลยุทธ์ต่าง ๆ เข้ามา ผู้จัดการนะคะ แต่ละแผนกนะคะ ระดับสูงก็จะรับแผนพวกนี้มาแล้วก็จัดการนะคะ ตามแผนกก็คือสั่งนโยบาลนี้ว่าแผนกไหนควรจะทำอะไรบ้างนะคะ ตามตัวโครงการหรือว่าแผนที่วางไว้นั่นเองนะคะ ถัดมาข้อ 6 นะคะตัวเงินลงทุนพูดง่าย ๆ Cost, budget แล้วก็ resource นะคะ พูดง่าย ๆ ทรัพยากรของเรา เงินลงทุนของเรานี่ต้องใช้อย่างไร ให้เกิดประโยชน์ที่สุด คคุ้มค่าที่สุดนะคะ ตามแผนตัวงบประมาณที่สร้างขึ้นหรือจัดวางไว้นะคะ ใช้แล้วเกิดความคุ้มค่า คุ้มทุนมาดที่สุดนั่นเอง ข้อที่ 7เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เราจะนำมาใช้ในหน่วยงานองค์กรของเรา ใช้แล้วเกิดประโยชน์ไหม ใช้แล้วดีอย่างไรนั่นเองนะคะ Recruiting, trainingก็จะเป็นในกรณีที่หน่วยงานหรือว่าองค์กรของเราฝ่ายไอทีนี่ สมมติถ้ามองในรูปแบบฝ่าย IT เราจะเข้าใจยิ่งขึ้นนะ กร สมมติมีซอฟตืแวร์ตัวใหม่เกิดขึ้น พนักงานในหน่วยงานของเรานี่ ไม่มีความรู้หรือเป็นซอฟต์แวร์ที่เกิดขึ้นใหม่นะคะ ดังนั้น เราต้องมีการจัดจ้างนะคะ ก็คือรับสมัครบุคลากรเข้ามาใหม่ไหม หรือต้องการบุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะทางของ Hardware หรือ Software ที่มันเกิดขึ้นมาใหม่เพื่อมาดูแลอุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์มันก็ต้องมีการ Recrutiing รวมถึงกรณี สมมติมั่นใจว่าบุคลากรของเราและก็ส่งไปเทรน ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยหรือว่าต่างประเทศเมื่อเขากลับมาแล้วเขาจะได้มาสอนงานหรือว่ามาดูแลตัวฮาร์ดแวร์ ซอฟตร์แวร๋ที่เราเขามาใหม่ได้นั่นเอง เพื่อจะเกิดประโยชน์เกี่ยวกับหน่วยงานของเรานั่นเองนะคะ ข้อ 8 ต่อมาข้อ 9 Project management ก็คือเกี่ยวกับการจัดการตัวโครงการนั่นเอง อย่างที่บอกไปว่าในหน่วยงานก้จะมีโครงการที่ค่อนข้างหลากหลาย เพราะฉะนั้นผู้บริหารก็ต้องดูลำดับความสำคัญ ลำดับความเป็นไปได้แล้วก็ผลประโยชน์ที่มันเกิดขึ้นจากตัวโครงการต่าง ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือเรียงลำดับความสำคัญที่เหมาะสมนะคะ ตามที่ผู้บริหารมองภาพรวม และที่จะเกิดประโยนช์ต่อองค์Knowledge ความรู้ ความรู้ที่จะเกิดขึ้นมาในหน่วยงาน หรือว่าองคืกรของเรา อย่างที่บอกไปลักษณะเทคโนโลยีใหม่ ๆ นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะนำมาใช้นะคะ กับหน่วยงานกับองค์กรของเราแล้วเกิดประโยชน์นั่นเอง อันนี้ก็ต้องเหมือนมองว่าเทคโนโลยีเทรนที่เกิดขึ้น เขามีอะไรบ้าง แล้วเอามาใช้แล้วมันเหมาะสมกับหน่วยงานหรือว่าองค์กรของเราหรือเปล่าแล้วจะเกิดประโยชน์อย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ อันนั้นก็จะเป็น 10 หัวข้อหลัก ๆ ของผู้บริหาร CIO เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เป็นผู้บริหารสูงสุดเกี่ยวกับไอทีนั่นเองที่เราจะมาดูว่ามันต้องมี 10 หัวข้อนี้นะ มันจะเกิดธรรมาภิบาลก็คือกระบวนการสารสนและค่อนข้างดีนั่นเองนะคะ ถัดมา มาพูดถึงกลยุทธ์นะคะ ที่เขามองภาพเกี่ยวกับตัวเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ ว่าทำแล้วถูกต้องตามนี้หรือเปล่านั่นเอง ข้ออันแรก ก็คือ Inline with business vision ใช่ไหม ก็จะเป็นลักษณะการมองว่ามุมมองเกี่ยวกับธุรกิจนี่ในการทำมานี่ มันจะประสบความสำเร็จในมุมมองด้านไหนบ้างระคะ เหมือนแผนธุรกิจที่น่ะค่ะ ภายในองค์กรของเรามันจะเกิดประโยชน์จริงหรือเปล่า แน่นอนว่าการวางแผนธุรกิจนี่มันก็ต้องมีการเปรียบเทียบ ก็คือการนำเอาข้อมูลทั้งภายในองค์กรข้อมูลของนอกองค์กรนี่มารวมกัน ตัวมุมมองของธุรกิจที่เราจะวางแผน ไม่ว่าจะเป็นแผนกลยุทธ์หรือว่าแผนระยะยาวขององค์กรของเรานี่ มันจะเกิดความเป็นไปได้ หรือผลกระทบอะไรหรือเปล่า คราวนี้เราจะมาวางในกรณีที่วางแผนระยะยาวนะคะ Long term view roadmap แผนระยะยาวของเราอาจจะเป็น 3 ปี 5 ปี 3 ปีมีการเพิ่มผลกำไรกี่เปอร์เซ็นต์ หรือ 5 ปีเราจะมีการเพิ่มสาขากี่สาขา หรือ 3 ปี เราจะมีการขยายฐานการผลิคต ผลิตตัวอาจจะเป็นสินค้าวัตถุดิบของเราจะเพิ่มขึ้นไหมหรือว่ามีตัวนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เราจะสร้างขึ้นอะไรบ้างนั่นเองนะคะ และสุดท้ายสิ่งที่ทุกองค์กรคาดหวังไว้ก้คือผลกำไรนะคะ Benefit ของเรานั่นเองนะคะ ว่าจะได้ผลกำไรมากน้อยแค่ไหน ผลกำไรนี่ บางทีอาจจะไม่ได้มองภาพเป็นแค่ในรูปแบบของตัวเงิน อาจจะเป็นผลกำไรที่กลัยมาสร้างชื่อเสียงให้กับองค์กรหรือผลกำไรแล้วทำให้ช่วยประหยัดเวลาต่าง ๆ นะคะ มันก็จะมีผลกำไรเกิดขึ้น ในหลากหลายรูปแบบนะคะ ถัดมาเราจะมาดูวัตถุประสงค์ของตัวธรรมาภิบาลเทคโนโลยีสารสนเทศของเรานะคะ อันแรกเลยก็คือลักษณะการจัดวาง พูดง่าย ๆ คือ การให้แผนกเทคโนโลยีสารสนเทศของเรานี่มาช่วยทำให้ธุรกิจ หรือว่า User ก็คือผู้ใช้ อาจจะเป็นพนักงานแต่ละแผนกก็ได้ที่ได้รับบริการจากแผนกสารสนเทศ เขาจะมีการดูแลและก็ให้บริการที่ดีอย่างไร พูดง่าย ๆ นะคะ บริหารความต้องการของผู้ใช้ ผู้ใช้ในที่นี้อาจจะเป็นพนักงานแต่ละแผนกมีการประเมินไหม ประเมินโครงการ ดูความสำคัญ เงินทุนแล้วก้ติดตามผลนะคะ ก็คือประเมินว่าสมมติเขาต้องการสมมติแผนกฝ่ายผลิตต้องการตัว Report ตัวหนึ่งที่ แสดงถึงผลลัพธ์การทำงานของสายพานการผลิตของตัวเครื่องจักร วัตถุดิบมากน้อยจากเดิมเท่าไรนะคะ ให้เราสรุปออกมาเป็น Report อันนี้เราก็จะมาดูการประเมินผลว่ามันมีความเป้นไปได้ไหม ที่เราจะเขียนซอฟต์แวร์ที่จะมา Support นะคะ ตัวกระบวนการทำงานของตัวเครื่องจักรพวกนี้ออกมาเป็นตัว Report มันต้องใช้เงินเท่าไร แล้วก็สามารถติดตามผลดูการใช้งานนะคะในระยะยาวว่าใช้แล้วเกิดประโยชน์จริงไหม แล้วสามารถที่จะเอามาเป็น Report เพื่อให้ผู้บริหารดูว่าเกิดประโยชน์เพื่อจะสามารถสรุปว่าเราใช้เทคโนโลยีตัวนี้แล้วดูแล้วว่า ตัว Report นี้ สร้างผลประโยชน์ให้กับองค์กรของเรานั่นเองนะคะ มันก็จะเป็นขั้นตอนกระบวนการนั่นล่ะ เช็กขั้นตอนของตัว Project ตัวโครงการของเราเป็นไปได้ไหมนะคะ ใช้เงินเท่าไร แล้วก็ผลการทำงานที่มันต่อเนื่องไปว่าเกิดประโยชน์จริงหรือเปล่าการใช้ทรัพยากรและทรัพย์สินนะคะ ใช้คุ้มค่าไหม ใช้แล้วเกิดประโยชน์จริงหรือเปล่าใช้ Software ตัวนี้กับ Software ตัวเก่าที่มีแบรนด์หรือว่ายี่ห้อเกิดใหม่แล้วมันวื้อมาแล้วมันรองรับวอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ องค์กรของเราหรือไม่นะคะ ก็ต้องมาเช็กกันอีกกำหนดความรับผิดชอบแล้วก็การตัดสินใจนะคะ อย่างที่บอกแต่ละแผนกแต่ละฝ่ายก็จะมีหัวหน้า แต่ละระดับ ก็จะระดับ ระดับกลาง ระดับกลาง ระดับล่าง และก็ระดับปฏิบัติงานของธุรกิจแล้วก็หน่วยงานองค์กรทั่วไปนะคะ ดังนั้น ผู้บริหารด้านเทคโนโลยีสารสนเทศก็ต้องจัดวางนะคะ บุคลากรแต่ละบุคคลแต่ละงาน แต่ละแผนก รวมถึงใครที่มันเหมาะสมกับงานมากที่สุด ใครถนัดทางด้านนี้ก็ต้องดูแลเกี่ยวกับโครงการนี้ หรือว่ามีความถนัดด้านไหนก็ต้องดูเกี่ยวกับอีกโครงการหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าตัวผู้บริหาร CIO ของเรานะคะ บุคลากรที่อยู่ภายใต้นี่ ก็มีหลากหลายความสามารถที่เป็นผู้เชี่ยวชาญแต่ละรูปแบบนั่นเอง ดังนั้นก้ต้องจัดงานพร้อมกับความสามารถด้วยนะคะ ให้ตรงกับงานและก็ตรงกับคน ก็จะได้เกิดประโยชน์ที่สูงสุดนะคะ ถัดมา เราได้ดำเนินแผนตามโปรเจกต์ตามตัว Project หรือว่าตัวโครงการที่ได้วางไว้แล้วงานที่เรากำหนดไว้สมมติทำ 1 เดือนนะคะ ส่งมอบตามระยะเวลาที่กำหนดไหม งบประมาณที่ได้ไม่เกิด spec ก้คืออุปกรณ์ทีร่เราใช้ไม่เกินเงินไม่เกินเวลาไม่เกินของได้ครบอะไรประมาณนี้นะคะ บริหารความเสี่ยงภัยและความเปลี่ยนแปลงนะคะ มีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น เรามีแผนทีรองรับหรือเปล่ากรณีที่ Project ของเราถ้าเกิดมีปัญหา ตัว Database เกิดหาย มี Database ตัวอื่นที่สำรองไว้ไหม กรณีถ้ามีน้ำท่วม ไฟไหม้ ข้อมูล Database ของบริษัทหรือว่าองค์กรของเรานี่มีการทำสำรองของตัว Database ไว้ที่ Database Center ของที่อื่นไหม ของสาขาอทื่นไหม มันก็ต้เพื่อจะได้เก็บของมูลตรงนี้ มันก็ต้องมีแผนสำรองความเสี่ยงแล้วก็ความปลอดภัยพวกนี้ค่ะ ถัดมา ปรับปรุงประสิทธิภาพ กฎระเบียบ priority นะคะก็คือวุฒิภาวะต่าง ๆ นะ การทำ Outsource พูดง่าย ๆ ก็คือเราจะปรับปรุงอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพที่สุดนะคะ ตามกฎของหน่วงงานขององค์กรแล้วก็ตามกระบวนการขั้นตอนนะคะ เราจะมีการพัฒนาบุคคลไหม พัฒนาอุปกรณ์ไหมนะคะ รวมถึงเรามีการจ้าง outsource outsource คืออะไร บุคลากร หน่วยงานที่เข้ามาช่วยดูแล สมมติอาจารย์จะเปิดบริษัทเป็นเกี่ยวกับพวกผลิตภัณฑ์ความงาม เราก็จะมี Call center ไว้ตอบกรณีที่ให้บริการเกี่ยวกับสารสนเทศนี่ อาจารย์ไม่อยากจต้างขึ้นมา ไม่อยากเสียเงินจ้าง เราก็ไปจ้าง Outsource Outsource เกี่ยวกับระบบไอทีตรงนี้มันก็จะช่วยลดอะไรบ้าง ลดการจ้างบุคลากร การดูแลเขานะคะ สถานที่หลายอย่างนะคะ ก็ต้องดูว่าธุรกิจที่เราจะทำเป็นแบบไหนแล้วก็มีงบประมาณแบบไหน แล้วก็เรามีความพึงพอใจที่ต้องการจะบริหารหรือว่าบริการแบบไหน ใหเราไม่อยากไปจ้างความเสี่ยง เอาเงินไปจ้างคนให้มันเพิ่มขึ้น ต้องดูแล มีประกันสังคม โน่นนี่นั่นต้องมี ออฟฟิศมีให้เขาเพิ่มมากขึ้นก้ต้องมาดุอีกนะคะ บริหารลูกค้าเรามีลูกค้ากี่รายนะคะ พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำ ๆ กับเรา หรือว่ามีการพึงพอใจเกี่ยวกับการหรือว่าความพึงพอใจเกี่ยวกับอุปกรณ์สินค้าที่เราผลิตขึ้น ดังนั้น เราจะดูแลและให้บริการกับเขาอย่างไร ให้เขานี่ไม่เปลี่ยนใจไปใช้บริการอื่น หรือว่าไปซื้อผลิตภัณฑ์อื่น ขององค์กรอื่นอันนี้ก็ต้องเป็นการวางแผน สมมติเปิด... เก็บไว้ อยากไปเปิดบัญชีกับธนาคารกรุงไทย กรุงเทพ SCB นู่นนี่นั่น สมมติอาจารย์เคยมีบัญชีของกรุงไทย เราไปเห็นว่าดอกเบี้ยของธนาคารอื่น อาจจะเป็นธนาคารสงเคราะ์หรือ ธกส ดังนั้นแน่นอนผู้บริโภคหรือว่า User นี่ก็ต้องการผลกำไรที่มากขึ้น อาจารย์จึงไปกรุงไทย เอาเงินไปฝากที่ธนาคารสงเคราะห์ การบริหารลุกค้า เราจะทำอย่างไรให้ลุกค้ายังใชการบริการของเรา ถ้าเป็นรูปแบบไอทีให้ Respond การใช้งานนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตข้อมูลนะคะ หรือการใช้งานเวลาเราเข้าหน้าอินเตอร์เฟMobile banking ต่าง ๆ ใช้งานง่าย มีความพึงพอใจที่การใช้งานของตัวระบบนี่เข้ามาเกี่ยว กับก็จะ Support ตัวระบบสารสนเทศ มันก็จะเกี่ยวกันไปนั่นเองนะคะ ดังนั้นก็จะเป็นการบริหารลุกค่านั่นเองถัดมา Think globally ,act locally นะคะ คือ การมองภาพรวมนะคะ ให้มันเป็นลักษณธของโกลบอลก็คือ มองให้กว้างมากยิ่งขึ้นนะคะแล้วก็เวลาเราลงมือนะคะ เราก็ต้องเอามาประยุกต์ใช้กับหน่วยงานและองค์กรของเรา ให้มันสอดคล้องกันนั่นเองนะคะ ถัดมาสนับสนุนนวัตกรรมแน่นอนเวลาบริษัท หน่วยงาน องค์กรที่มันมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ถูกไหม เราเห็นว่าบริษัทนี้มีซอฟต์แวร์ทำนั่นนู่นนี่ได้ ก็น่าสนใจมากยิ่งขึ้นนั่นเอง ความต้องการที่จะไปใช้งานบริการก็จะถุกดึงดูดให้เราไปใช้บริการ หรือาสินค้าเหล่านี้มายิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ คราวนี้เราจะมาดู Case Study ที่หน่วยงานที่ได้ผลกำไรจากตัวองค์กรของเรา Benefit to Enterprises ของเรานะคะ มันก็จะมีอะไรบ้าง อันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างที่จะ... นานมาแล้ว แต่จะเอามายกตัวอย่างให้ดูนะคะ Lower cost ก็คือประหยัดงบประมาณ อาจจะเป็นในการผลิตนะคะ ขั้นตอนต่าง ๆ GM GM Genaral Motor น่าจะรู้จักกันอยู่นะ ผลิตรถยนต์ต่าง ๆ โน่นนี่นั่น ก็เอารูปแบบของธรรมาภิบาลของสารสนเทศมาใช้ทำให้กระบวนการทำงานนี่เป็นขั้นเป็นตอน รวมถึงสร้างผลกำไรเพิ่มมากขึ้นนะคะ Better control นะคะ ควบคุม จัดการการทำงานมากยิ่งขึ้น ผู้บริหารก็มาดูได้ ขั้นตอนนี้มีถึงอย่างไร มีสรุปรายงานนะ มีผลหรือปัญหาตรงไหนก็จะควบคุมแล้วก้ดูแลได้นะคะ อันนี้ก็จะเป็น Prodถัดมา Better working relationship with customer นะคะ ก็จะเป็นลักษณะการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้านั่นเองนะคะ อาจจะเป็นการให้บริการที่ดี หรือว่าการพร้อมที่จะให้ Support มาตรงนี้บริการหลังการขายนี่สามารถที่จะตอบคำถามหรือมีการันตีว่าสินค้าที่คุณซื้อไปสามารถมาปรับเปลี่ยนเอามาคืนได้ เอามาเคลมได้ หรือว่าซ่อมให้ฟรีอะไรประมาณนี้ ก็จะทำให้เกิดความพึงพอใจกับลูกค้าแล้วก็ลูกค้าก็ยังอยู่กับเราตลอดไปนะคะ ตอนนี้ Nortel ก็ไม่มีแล้ว จะเป็นแบรนด์ของบริษัทถ้าสมัยก่อนสังเกตเกี่ยวกับนักศึกษาน่าจะดูเกี่ยวกับฟุตบอลพวกบริษัทถ้าเป็นบริษัทใหญ่ ๆ เขาจะมีสปอนเซอร์ตามขอบสนามก็จะมีแบรนด์พวกนี้เข้าไปอยู่ฃลักษณะ Band ที่ค่อนข้างใหญ่มีการใช้ผลิตภัณฑ์เกือบทั่วโลกนั่นเองนะคะ แต่ก่อนก็จะมี Notrel นะคะ บริษัทของแคนาดาที่ทำเกี่ยวกับโทรคมนาคม ก็นะคะ โอเคหรือถ้าเคยดูหนังฝรั่งพวกที่อยู่ในอะไรนะ ทำเนียบขาว ก็จะเป็นแบรนด์โทรศัพท์ปรเหมือนประมาณเขา Fix เป็นค่านิยมว่าถ้าบริษัทใหญ่ ๆ ต้องใช้กำหนดสเปกมาเป็นฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ โทรศัพท์ปรพะเภทนีนะคะ เรามาดูตัวอย่างถัดมามีอะไรอีก มีของ Cigna Cigna ก็จะเป็นพวกประกันภัยต่าง ๆ นะคะ ดู workinการทำงานนะคะ ของบริษัทประกันภัยให้บริการลูกค้าไหมนะคะ ลูกค้ามีผลตอบรับอย่างไรนะคะ GE Alignment นะคะ GE Alignment (GE)J&J Johnson and Johnson Customer เป็นอย่างไร เราก้จะเห็นว่าแบรนด์เหล่านี้ยังคงอยู่ และก็มีการใช้งานแล้วก็มีผู้บริโภคที่ใช้อยู่ค่อนข้างเยอะ IBM เราก็น่าจะเคยเห็นอยู่ ก้ยังคงตลาดเกี่ยวฮาร์ดแวรื วอฟตืแวรก็ยังอยู่ ณ จนถึงปัจจุบัน Rebrand อะไรไปต่าง ๆ เขาก็ยังอยู่พวกเซิร์ฟเวอร์ใหญ่ ๆ หรือตัวโน้ตบุ๊ก ต่าง ๆ คราวนี้จะมาดูหน่วงงานที่ไม่ได้เอาตัวธรรมาภิบาลทางเทคโนโลยีสารสนเทศของเราก็จะเป็นตามนี้ มีบริษัทอะไรบ้าง มีของ Nike นพคนะคะ ก็ไม่เอาตัว supply Chain เดี๋ยว Supply chain น่าจะได้เรียนกันอยู่นะ กระบวนการเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานนะคะ ของตัว Nike นะคะ ไม่ได้มาดูปฏิบัติงาน กระบวนการธรรมภิบาลมาใช้งานนะคะ ก็ทำให้การสูญเสียเกี่ยวกับกระบวนการทำงานเกี่ยวกับตัวลักษณะตัวประมาณจำนวนเงินปนระมาณนี้นะคะ หรือจะเป็ยช็อกที่เราน่าจะเคยกินกันอยู่ ในท้องตลาดSeven TOP อะไรต่าง ๆ ก็ตอนแรกว่าจะเอา SAP SAP ก็เป็นตัวระบบเะซิร์ฟเวอรืเข้ามาใช้งาน แต่ไม่สามารใช้งานได้ ประสบความสำเร็จดังนั้น เมื่อไม่ประสบความสำเร็จ ผลเสียก็จะเกิดตามขึ้นมานั่นเองนะคะ ก็คือ Install SAP ใช้ไม่ได้ Whirlpool Whirlpoolไม่แน่ใจว่ายังมีอุปกรณ์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นหรือเปล่านะคะ อันนี้ก็จะเป็น Supply chain management เช่นเดียวกัน ก็คือไม่ได้เอากระบวนการพวกนี้มาใช้งาน ส่งให้เกิดผลเสีย ผลกระทบรวมถึงแน่นอนขาดทุนก็จะติดตามมานั่นเองหรือกรณีของรถไฟของอเมริกา 2 อัน Union Pacific นะคะ การที่เราจะ Mreb รวม 2 ธุริกธุรกิจเข้ามานะคะ แน่นอนบางทีแต่ละที่นี่เขาก็จะมีอุปกรณ์ตัวฮาร์ดแวร์ที่ซื้อไม่เหมือนกันถูกไหมคะ ดังนั้น เมื่อเขามาเมิร์ชรวมกันแล้วไม่ได้ดุพื้นฐานของอุปกรณ์ของแต่ละบริษัทการที่จะทำให้ Software มารวมันก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน ดังนั้น เมื่อเขามา Merge รวมกัน 2 บริษัทขึ้นมา ก็ทำให้ไม่สามารถที่จะดุรางรถไฟที่มันเคลื่อนที่ได้ ก็ทำให้รางรถไฟช่วงหนึ่งนี่ ไม่สามารถที่จะให้บริการได้นะคะ ฮาร์ดแวร์แต่ละที่ก็ไม่เหมือนกันนะ อยากจะดูว่าไม่ต้องไปดูไกล เหมือนห้องเรียนของเรามีทั้งหลากหลายรูปแบบ อาจจะมีทั้ง iOS หรือตัวทั่วไปถูกไหมคะ การที่ใช้ Software 2 อัน Support ดูด้วยว่ามันรองรับไหมอุปกรณณ์ฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ กับตัวซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นด้วยตัวบุคคลหรือว่าซอฟต์แวร์ที่ซื้อบริษัทนอกกถัดมามันก็จะทำให้เราไม่สามารถแสดงผลกำไรเกี่ยวกับด้านเทคโนโลยีสารสนเทศได้ พูดง่าย ๆ มันไม่มีกระบวนการ ไม่มีขั้นตอนเข้ามาจัดกระบวนการทำงาน ก็ส่งผลเสียนะคะ วันี้เราจะฟังดุเกี่ยวกับทางธุรกิจค่อนข้างเยอะจริง ๆ แล้วมันก็จะเกี่ยวกับแต่ว่าในเมื่อเรามองในมุมมองที่มันใหญ่ขึ้นมันก็ค่อนข้างเป็นธุรกิจที่มันมากขึ้นนั่นเองนะคะ คราวนี้เราจะมาดูว่าตัวธรรมาภิบาลของเรานี่มันจะมีความสำคัญตรงไหนบ้างนะคะ อันนแรกนะคะ ความสัมพันธืของเงินลงทุนว่าเงินลงทุนที่เราใช้ของหน่วยงาน ขององค์กรของเรานี่ มันจะไปส่งผล ในการจัดการของตัวธรรมาธิบาลของตัวอด้วยไหม ธรรมมาภิบาลของเทคโนโลยีสารสนเทศด้วยหรือเปล่านะคะ มันก็จะเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันมานะคะ ข้อมูลข่าวสารนะคะ Marketing policy ก็เป็นนโยบาลเกี่ยวกับธุรกิจมันจะมี First mover กับ Follower นะ 2 อัน ถ้าเราทำธุรกิจ ถ้าเราต้องการเป้นผู้นำที่ผลิตตัวสินค้าหรือว่าบริการขึ้นมาก่อน ดังนั้น เราก็ต้องสร้างนวัตกรรมสิ่งที่ดีที่สุด สิ่งที่บริษัทคู่แข่งยังไม่มี สิ่งที่ลูกค้าควาต้องการ อันนี้ต้องทำแล้วก้รักษาให้ได้ เป็นผู้นำนะ สมมติเราเป็นผู้ตามมองง่าย ๆ เหมือนพวกสินค้าเดี๋ยวนี้ประเทศจีนจะเป็นลักษณะที่จะสะดวก ไม่ต้องเป็นผู้คิดใหม่ แต่เขาไผลิตสินค้าที่มันใกล้เคียง ต้นทุนถูกกว่า และมองภาพไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ มือถือถูกไหม บางรุ่นบางยี่ห้อหน้าจาแบบเหมือนกันเลย แต่แตกต่างกัน แต่มองกลาย ๆ แล้วคุณสมบัติมันก็จะคล้าย ๆ กัน เราต้องมองว่าธุรกิจของเรานี่จะเป็นแบบไหน เป็นผู้นำก็ต้องเป็นผู้นำ แต่เป็นผู้ตามก็ต้องเป็นผู้ตามที่ดีกว่า เป็นผู้นำก็ต้องนำหลาย ๆ บริษัท รวมถึงการคิดนวัตกรรมที่เกิดขึ้นใหม่ด้วยนั่นเองนะคะ ถัดมาผลกระทบที่เกิดขึ้นถ้านำตัวgovernance มาใช้สำหรับองค์ก็ที่นำไปใช้ และองค์กรที่ไม่ได้นำไปใช้ มองภาพรวมแล้วมันก็อาจจะถ้าเรามีตัวกรอบตัวขั้นตอนของตัวธรรมธิบาลมาใช้นะคะ มันก้จะเกิดประโชนะคะ กฏหมาย เกี่ยวกับอะไร เราต้องมีกฎหมายรองรับ ท้ายที่สุดเรทำมาดีทุกอย่าง เมื่ออยู่ภายใต้กฎหายก็จบ บริษัทก็ถูกปิดไปนะคะ ความปลอดภัยข้อมูลนะคะ ความปลอดภัยต่าง ๆ ของอุปกรณ์ความปลอดภัยของบุคลากร Audit requirement ก็คือเวลาเราทำงานหรือว่าบริษัทองค์กรก็จะมีผู้มาตรวจถูกไหมคะ ว่าเราทำดีไหม ทำถูกตามขั้นตอนไหม หรืออย่างที่บอกว่าเราต้องทำภายใต้กฎหมาย สมมติมาตรวจเกี่ยวกับการเงินกระบวนการการเงินเราถูกต้อง ไม่มียักยอก ไม่มีเข้านอกออกใน หรือว่าตัวระบบสารสนเทศของเรามีการไปฮั้วะ เฮ้อะอะไร พวกนี้ด้วยนั่นเองนะคะ ถัดมานะคะ เราจะมาพุดถึงใจความสำคัญของ Framework แล้วก็ตัว Model ของเรานะคะลักษณะก็จะเป็นคล้าย ๆ กับตัวที่เราพูดของธุรกิจ ธรรมาภิบาลธุรกิจ ธรรมาภิบาลเกี่ยวกับสารสนเทสนะคะ ก็จะมีลักษณะคล้าย ๆ กันก็จะมีการวางแผน แล้วแผนทางด้านไอทีก็ต้องไปสอดคล้องกับแผนของหน่วยงานหรือว่าขององค์กรด้วย สมมติแผนตั้งเต้าว่าอยากให้ธุรกิจของเราทีผไอทีทำอย่างไร มี Software ไป Support ดูรูปแบบรายงาน สรุปผลได้เร็วขึ้น มีความต้องการของแผนกไหน เพื่อจะทำให้กระบวนการทำงานเร็วขึ้น อันนี้ก้ต้องเป็นผู้บริหารทางด้านไอทีก็ต้องมาดูแลอีก เอาไปปฏิบัติเกิดความเสี่ยงขึ้นไหม ทำได้จริง รวดเร็วตามที่วางแผนไหวไหม Project จบไหม ความเสี่ยงอะไรที่เกิดขึ้นมีอะไร ต้องมีแผน 1 แผน 2แผน 3 มารองรับประสิทธิภาพการควบคุมตัววัด แต่ประสิทธิภาพดีไหม 100 เปอร์เซ็นต์ 90-80 ก็ว่าไป Vendor & Outsourcing อย่างที่บอกไป อันไหนที่ประเมินแล้ว คุ้มทุนกับไม่คุ้มทุน พัฒนา Software เองง่ายไหม ประหยัดเวลาหรือเปล่า ประหยัดเงินไหม หรือว่าไปจ้าง Vendor ข้างนอกจะสะดวกกว่าไหม เงินลงทุนน้อยกว่าหรือเปล่าว่าอันไหนมันคุ้มทุนกว่ากันพูดง่าย ๆ บุคลากรทางด้านไอที กระบวนการพัฒนาต่าง ๆ นะคะ เรามีอุปกรณ์เท่าไร จำนวนเท่าไร ประเภทไหนแเท่าไร มีความสามารถประเภทไหนบ้างนะคะ เราก็ต้องมาดูประเมินอีกแต่ละแผนกแต่ละองค์กรของเรา คราวยี้เราจะมาดูเกี่ยวกับเกี่ยวกับสารสนเทศของเรา รวมถึงตัวธรรมาภิบาลของตัวเทคโนโลยีสารสนเทศของผู้บริหารนั่นเองนะคะ ก็จะมีการอนุมัติแผนดปรเจกต์วางไว้แล้ว ลำดับตามความสำคัญ 1 2 3 ที่ 1 ก็ต้องปฏิบัติก่อนนะคะ สนับสนุนอย่างที่บอกไป อันที่ 1 สำคัญ มันก็จะได้ไปพัฒนา ความต้องการของผู้ใช้แล้วก็บริการในองค์กรของเรานะคะ ดูประสิทธิภาพแล้วก็ทำให้เกิดตัวธรรมาภิบาลเทคโนโลยีสารสนเทศเกิดขึ้นในองค์กรของเรา ยกตัวอย่าง สมมติอาจารย์จะสร้างร้านแฮบเบอร์เกอร์ขึ้นมา 1 ร้าน มีการคิดโครงการคร่าว ๆ ขึ้นมา เริ่มต้นเราจะสร้างก็คือ เราต้องมีเมนู เมนูในร้านของเราจะมีอะไร ขึ้นมาธุรกิจหนึ่งนี่ มันต้องมีอะไรบ้าง มีเมนู มีสถานที่ ดูสิสิ่งแวดล้อมนี่เราเอามาขายในเมืองนอกเมือง เรามาขาย เปิดแล้ว จะประสบความสหรือเปล่า พนักงาน พ่อครัวต่าง ๆ นี่เรามี Support ไหม สูตรอาหารของเราทำแล้วมันจะอร่อยกว่าชาวบ้านเขาหรือเปล่า เปิดขายแล้ว จะมีคนมาซื้อไหม ดูสิ่งแวดล้กลุ่มผู้บริโภคของเรา ในมอไหมหรือว่านอกมอหรือว่าในเมือง เขาจะกินอาหารประเภทไหน เขาอาจจะชอบข้าวเหนียวส้มตำ เราไปเปิดเบอร์เกอร์ข้าง ๆ นี่ อาจจะไม่มีคนมาซื้อด้วยถูกไหมคะ ดังนั้นต้องมาดูคำตอบอีก เราเอาไปใช้แล้วนี่ ตัวเทคโนโลยีสารสนเทศนี่ มา support นี่ มันจะเกิดประดยชสมมติถ้าเราพูดง่าย ๆ ถ้าเราซื้อ เฟรนไชน์มาของเบอร์เกอร์ สมมติเป็น Mos Burger ถ้าจะเอามาเปิดที่บ้านเรานี่ มันต้องมีอะไรบ้าง ทำเลนะคะ พ่อครัว เขาจะยกมาทั้งเฟรนไชน์ไหม ไปซื้อสูตรเขามาแล้วมันจะเกิดประโยชน์ไหม แล้วคราวนี้มันจะมีระบบสารสนเทศมา Support หรือเปล่า มีระบบสั่งออร์เดอร์เป็นบนแท้บเลต บน Tablet บน Smart Phone ไหมทำให้ตัวกรณีเวลาเราทำผลิตเบอร์เกอร์ขึ้นมาตามออร์เดอร์ต่าง ๆ มันก็จะลดระยะเวลาทำงาน ถึงห้องครัวนะคะ เบอร์เกอร์ก็จะผลิตเร็วขึ้น ดังนั้น ลูกค้าก็จะไม่รอนาน หรือลูกค้าอยากสั่งเองนะคะ บางแบรนด์สินค้าอื่น ๆ อย่างพวก MK ที่มันเป็นออนไลนที่เราต้องการอย่างสั่งขนมหวาน สั่งพวกเป็นอาหารจานเดียวมันก็จะสั่งออเดอร์ได้มันก็จะรวดเร็ว หลาย ๆ อย่างลดปริมาณบริกรหรือคนที่มารับออร์เดอร์ไม่เยอะ ตัวนี้ตัวระบบก็จะรองรับความต้องการของลูกค้าได้มันก็จะมีสิ่งที่มา Support หลาย ๆ ด้านว่าเราจะเอาระบบสารสนเทศมาจัดการเกี่ยวกับตัวโครงการที่จะจัดตจั้งขึ้นได้อย่างไรนะคะในกรณีที่เป็นโครงการที่ค่อนข้างสำคัญขึ้นมานี่เราจะมาดูอะไรบ้าง Supply chain management Project committeeองค์ภาพรวมขององค์กรล่ะ มติของคณะกรรมการผู้บริหารนั่นเอง นั่นเอง Marketing การตลาดของเราพูดง่าย ๆ มันก็ต้องมีผลกำไร สมมติว่าจะมีโปรเจกต์ใหญ่ขึ้นมาสักสาขาหนึ่งของเรานี่ เงินเงินลงทุนเป็นเท่าไร มียอดขายที่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งเราต้องมาเพิ่มนะคะ อันนี้มันก็จะสอดคล้องกันมาเรื่อย ๆ รวมถึงเรามีระบบสารสนเทศตัวไหนที่มารองรับหรือเปล่านะคะ เราก็จะดูเป็น Focus grouWorking Committee ก็คือผู้บริหาต่าง ๆ คราวนี้นะคะ เราจะมาดูธรรมาภิบาลสารสนเทศ กับเครื่องมือทีมาไปเราทำไปแล้วนี่ มันถูกต้องตามที่วางแผนแล้วมีเครื่องมือมาจับไหมว่าเราทำไปแล้วมันถูกหรือเปล่า เราอาจจะไม่รู้ว่ากระบวนการเกี่ยวกับสารสนเทศ ที่เราทำไปแล้วมันโอเคไหม มันเกิดประโยชน์จริงหรือเปล่า เราจะมาดูอันแรกของเราเกี่ยวกับธุรกิจ Business อันที่ 1 Finance บวกรายได้ผลกำไร เลยมาดูสิ ทำไปแล้วเงินนี่เพิ่มขึ้นไง อันนี้ก็จะเป็นพวกงบประมาณ NPV น่าจะคุ้น ๆ นะ น่าจะเคยเห็นพวก อะไรนะ เงินรายได้ของสหประชาชาติ หรือประเทศชาติ หรือถ้าเป็นหน่วยงานขององค์กรก็จะลดระดับลงมา ลูกค้า เรามีผลิตภัณฑืใหม่ไหม หรือเปล่า มีทรัพย์สินทางปัญญา หรือตัวสินค้าที่มันเกิดก่อนเพื่อนนี่มีอะไรบ้าง กระบวนการทางธุรกิจของเรานะคะ พวกฝ่ายขาย การตลาดนะคะ พวกการดำเนินงานนะคะ HR พวกฝ่ายบุคคล Enginerring โรงงาน ลูก้าบริการ การให้บริการทางลูกค้า นะคะ ต่าง ๆ หรือการเติบโต อาจจะเป็นการพัฒนาบุคลากรอย่างที่บอกไป การอบรม การเบุคลากรของเรานี่มีความสามารถที่ค่อนข้องเก่งขึ้นอย่างที่บอกไปนะ ปกติแล้วพวกฝ่าย IT นะคะ ที่เป็น Support ต่าง ๆ ต้องมีการไปอบรมอยู่เรื่อย ๆ เนื่องจากเราจะเห็นว่าเทเกิดขึ้นและอาจจะเป็น Software หรือพวก Windows มากขึ้นง่าย ๆ เลยนะคะ มือถือเรายังมีอัปเดตซอฟต์แวร์ ดังนั้น อุปกรณ์สารสนเทศภายในองค์กรก็ต้องมีการอัปเดต ตัวเทคโนโลยีใหม้่ ๆ เกิดขึ้นมาหน่วยงานและก็องค์กร เราอยู่ในองค์กรเราก็ต้อง Active ก็ต้องพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ความสามารถที่จะบริหารให้บริการองค์กรของเรานั่นเองนะคะ หรือMonitering ก็จะมีดูกระบวนการของบุคลากร หรือว่ากระบวนการทำงา่นขององค์กรว่าเป็รน process หรือ Job กรณีที่ต้องการเปลี่ยนแผนกต้องการเปลี่ยนแผนก ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ ๆ นี่ เขาสามารถที่จะปรับเปลี่ยนแผนกได้ สมมติอาจารย์ทำงานฝ่าย Enginerring แล้ว อยากหาความรู้ทางด้านแอื่น อาจจะเป้น เพราะว่าเรามีความรู้อยู่แล้ว จะเป็น Sell ก็ย้ายไปตรงฝั่ง Sell ได้ หรือจะเป็นเป็น Pre Sales อยากจะเป็น Post Sales ก้ได้นะคะ หรือจะย้ายไปเป็นตัว เป็นฝ่าย ให้บริการลูกค้า แผนกตอบรับอะไรก็ว่ากันไป คือมันสามารถที่จะ Rotate ได้ คุณต้องมีความสามารถที่จะให้บริการนะคะ ในแต่ละแผนกนั้นด้วยนะคะ ไม่ใช่ย้ายไปแล้วทำไม่ได้ อันนี้ก็ไม่ได้เหมือนกันเมื่อกี้พูดถึง Bussiness Balanced score card ธรรมาภิบาลของเรานะคะ นะคะ ลักษณะก็จะคล้าย ๆ กันเลยนะคะ แต่ว่าตัวไอทีนี่มันก็จะมีรูปแบบของเงินงบประมาณ แน่นอน ค่าอุปกรณ์นะคะ ค่าปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ Renovate ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ Project Management กระบวนการจัดการเกี่ยวกับการจัดการต่าง ๆ ขั้นตอนนะคะ SLA ก็จะเป็นการเป็นสัญญาการให้บริการ Service Aggrement ข้อตกลงว่าเราจะให้บริการกับลูกค้าแบบไหน ให้... คือ โทรมาแล้วสามารถไปทำงานได้ 24 ชั่วโมงไหม นะคะ 8 โมง ถึง 6 โมงเย็น7 วัน ก็แล้วแต่ว่าข้อตกลงต่าง ๆ นะคะ แล้วก็จะมีการพัฒนารบุคลากรเช่นเดียวกันนะคะ คราวนี้สำหรับใครที่ต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปในเว็บไซต์ www.itgi.org เข้าไปดุข้อมูลเพิ่มเติมได้ เพราะบางทีอาจารย์ก็อาจจะให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน นั่นเองนะคะ ก็จะบอกแหล่งที่มงที่มา มีกระบวนการอะไรที่มันเกิดขึ้น อย่างที่บอกไปธรรมาธิบาลนี่ ต้องมีทุกบริษัท ทในองค์กรนะคะ จะได้เกิดประโยชน์นั่นเองอันนี้ก็จะเป็นคำถามท้ายบทนะคะ แจ่ธรรมาธิบาลในองค์กรของเรานี่เป็น เล็กใหญ่ หรือว่าเป็นแบบไม่ได้มีลูกน้องลูกจ้างเลยอันนี้เราก็จัดการดูแลได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องมีกระบวนการ Process อะไร อันนี้ก็จะเป็นท้ายบท 5 ข้อนะคะ เรื่องนี้ก็จะเป็นลักษณะ ที่เป็นธุรกิจหรือเปล่านะคะ มันก็จะสอดคล้องกันไปหมด ธุรกิจมันก็ต้องมี IT มันจะสอดคล้องกับธุรกิจนะคะ มันก้เป็นเงินนะ จะเป้นแผนกฌทพเทศได้มันก็ต้องมีเงินงบประมาณถูกไหมคะ เราจะทำอย่างไรให้มันเกิดประโยชน์ที่สุดนั่นเองแล้วก็ทำอย่างไรหรือว่าสินค้าที่ดีนะคะ กับผู้ใช้บริการหรือว่าหน่วยงานของเรานั่นเอง ทุกึคนกำลังตื่นนะคะจากการฟัง ใครมีคำถามอะไรไหมตรงนี้ อาจารย์มีแนบที่มันเป็น PDF เป็น Word เพราะบางทีนี่ สไลด์ก็จะมีแค่หัวข้อนะ สามารถกลับไปอ่านย้อนหลังได้ ก็จะเป็นลักษณะที่อาจารย์พูดนั่นล่ะนะคะ ใครมีคำถามอะไรเพิ่มเติมไหมคะ เป็นอย่างไรวันนี้ ฟังแล้วีรู้สึกการเรียนไอทีไหม Marketing ธุรกิจเลยสายธุรกิจ มันก็ต้องมี IT ของเรา เราเห็นนะ มันก็ต้องมีระบบสารสนเทศทุกหน่วยงาน ทุกองค์กรอยู่แล้ว เราก็ต้อเกี่ยวอยู่กับทุกที่ยังไม่มีคำถามนะ เสร็จแล้วก็เอามาส่งเลย ใครที่เสร็จแล้วก็ เขียนชื่อ รหัสแล้วก็เอามาส่งนะคะ วันนี้ไม่ได้สอบ เดี๋ยวค่อยไปสอบ ตามอาจารย์ไปสอบที่ห้องก็ได้ โอเค เดี๋ยวอาจารย์จะเช็กชื่อนะคะ อย่างนั้นก็ขอบคุณล่ามทางไกลด้วนนะคะโอเค โอเคได้ครับ เจอกันสัปดาห์หน้าแล้วกันนะคะ (นักศึกษาชาย) ทำความเคารพ (อาจารย์ธิดารัตน์) เช็กชื่อก่อน ใจเย็น ใจเย็น (อาจารย์ธิดารัตน์) ส่งมาด้านหลังโอเคได้