--- title: ฝึก PE กับ Bot ASR ห้องเรียนสกลฯ หลักการและระบบการจัดการฐานข้อมูล อ.เกวลี 10 ม.ค. 66 มาริก subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม 2566 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์เกวลี) เคหะ อย่างนั้นเดี๋ยวเริ่มเลยนะคะ วันนี้จะเป็นบทที่ 8 บทเหลืออีก 2 บท เราก็ได้ธรรมปฏิบัติวันนี้จะเป็นเกี่ยวกับกระบวนการทำงานของฐานข้อมูลเนี่ยมันก็จะมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล มันเป็นการเพิ่มลบแก้ไขเราจะเรียกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงรวมถึงถ้าสมมุติว่าระบบฐานข้อมูลเรามีปัญหาเราจะทำการกู้คืนระบบยังไงหรือจะสำรองข้อมูลยังไงเพื่อป้องกันความเสียหายของข้อมูลนะคะตัวรายการการเปลี่ยนแปลงนี่มันจะมีนิยามอยู่ 3 ยุค ยุคแรก ก็คือไฟล์ที่เราเก็บรายการที่มีการเปลี่ยนแปลงไว้นี่นะคะ จะเก็บไว้ในแฟ้มข้อมูลหลัก ซึ่งจะเป็นการเก็บเป็นแบบเรียงลำดับนะคะ ไฟล์ที่มีการเรียงข้อมูลไว้เรียบร้อยแล้วนะคะ ต่อมาจะเป็นยุคที่ 2 ตอนแรกเราจะเก็บข้อมูลเป็นเหมือนอาจจะเป็นคล้าย ๆ ไฟล์กระดาษ ยุคที่ 2 นี่เราจะเริ่มใช้เป็นพวกนี้สิ HDD เนี่ยเก็บข้อมูล ซึ่งการเก็บข้อมูลในฮาร์ดดิสเนี่ยมันจะไม่เป็นการเก็บข้อมูลแบบเรียงลำดับแล้ว ซึ่งรายการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี่ จะหมายถึงทุก ๆ กิจกรรมที่ทำอยู่บนไฟล์ข้อมูลของเรานะคะ เช่น ตอนเช้า 10:00 น. มีการเพิ่มข้อมูลนะคะ 10:30 น. อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใด ๆก็ตามที่เกิดขึ้นนะคะ อันนี้จะเริ่มเป็นยุคที่ 2 ยุคที่ 3 ซึ่งเป็นยุคปัจจุบันนี้แหละ การเก็บข้อมูลนะคะ การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เกิดขึ้นในระบบจัดการฐานข้อมูลนี่จะอยู่ในรูปแบบของกลุ่มคำสั่งนะคะ โดยใช้ภาษาที่ใช้จัดการฐานข้อมูลระดับตรรกะนะคะ ที่อาจจะมีการยอมให้ละเมิดกฎความคงสภาพของข้อมูลบางกฎได้ หรือกดที่มึงทำความถูกต้องของฐานข้อมูล แต่จะต้องเป็นเกี่ยวข้องกับกฎของการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ นะคะ เราจะต้องใส่ข้อบังคับไว้ว่าข้อมูลเหล่านี้ถ้าสมมติว่าคุณใส่ข้อมูลผิดพลาดจะเป็นอย่างไร ถ้าใส่ข้อมูลถูกต้องระบบจะแจ้งเตือนอย่างไร ซึ่งกฎต่าง ๆ พวกนี้เนี่ยที่อยู่ในฐานข้อมูลถูกบังคับใช้โดยระบบจัดการฐานข้อมูล อันนี้ก็คือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในยุคปัจจุบันเราจะใช้กลุ่มของคำสั่งภาษาที่จัดการฐานข้อมูลนะคะ ซึ่งในวิชานี้เราจะเรียนเกี่ยวกับภาษา SQL เบื้องต้นนะคะ โดยเริ่มแรกนะคะ รายการการเปลี่ยนแปลงนี่ มันอาจจะเกิดขึ้นกับระบบที่ใช้งานคนเดียวนะคะ หรือเป็นระบบที่ใช้งานร่วมกันหลายคน หรืออาจจะเป็นการทำงานที่พร้อม ๆ กันไปนะคะ ซึ่งการทำงานพร้อมกันนี่ก็จะมีอยู่ 2 แบบ ก็คืออาจจะเป็นการทำงานที่มีรายการระดับที่ 1 รายการระดับที่ 2 นะคะ สลับกันทำงานในเวลาเดียวกันสลับกันนะคะ กับอย่างที่ 2 ก็คือจะเป็นการทำงานพร้อม ๆ กันอาจจะมีทั้ง 2 งาน 3 งาน 4 งานว่าไป เป็นงานที่มากกว่า 1 สมมติมีเป็นร้อยงาน เป็นรายงานทุกอย่างจะประมวลผลพร้อมๆกันอันนี้คือการทำงานของรายการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นในฐานข้อมูล อย่างเช่นว่าระบบอาจจะเป็นระบบใบเรียกชื่อนักศึกษา อาจารย์ในมหาลัยมี 300 คน สามารถเข้าใช้ระบบนี้ได้พร้อมกัน อาจจะมีการประมวลผลรายชื่อนักศึกษาได้พร้อม ๆ กัน 300 คนก็ได้นะคะ อันนี้คือการประมวลผลมากกว่า 1 คนนะคะ ในเวลาเดียวกันนี่อาจจะมีสัก 10 คนดูข้อมูลนักศึกษาชุดเดียวกันก็ได้ แต่ถามว่ามันจะทำงานได้ไหม ว่าต้องทำงานได้ ซึ่งการทำงาน 1 คนเดียวกันทำงานหลายคนมันจะมีแนวทางหรือข้อกำหนดประเภทของฐานข้อมูลอีกแบบหนึ่งนะคะ โดยที่จะกำหนดจำนวนของผู้ใช้งานที่สามารถเข้าใช้งานพร้อม ๆ กันได้ อย่างเช่นว่า บางระบบในระบบจัดการฐานข้อมูลเขาจะกำหนดไว้ว่าในเวลานั้นจะต้องมีผู้ใช้งานแค่คนเดียวที่ทำงานอยู่ หรือถ้าเป็นระบบจัดการฐานข้อมูลโดยทั่วไปในโลกของความเป็นจริง ส่วนมากเขาจะให้ผู้ใช้งานนี่สามารถเข้าใช้งานได้พร้อมกันหลาย ๆ คนในเวลาเดียวกัน แต่จะมีการกำหนดสิทธิ์ของผู้ใช้งานแต่ละคนไม่เท่ากัน เข้าใช้งานพร้อมกันก็จริงค่ะ แต่บางคนอาจจะแค่ดูข้อมูลบางคนอาจจะมาลบข้อมูล บางคนอาจจะมาแก้ไขบางส่วน มาเพิ่มข้อมูลเข้าไปได้หลาย ๆ คนน่ะ จะทำงานพร้อม ๆ กันสิทธิ์ในการแก้ไขหรือการเพิ่มเติมใด ๆ ก็ตามนี่ไม่เท่ากัน โดยรายการเปลี่ยนแปลงนี่มันจะเป็นเกี่ยวกับการประมวลผลของโปรแกรมที่ทำงานในเชิงตรรกะ ก็คือเป็นอาจจะคิดว่าข้อมูลนี้จริงหรือเท็จ ข้อมูลนี้ถูกหรือผิดนะคะ โดยรายการเปลี่ยนแปลงนี่จะประกอบไปด้วยการปฏิบัติที่ทั้งหน่วยประมวลผล ทั้งฐานข้อมูลจะมีกระบวนการทำงานหลาย ๆ กระบวนการเกิดขึ้นพร้อมกันนะคะ ซึ่งการทำงานของฐานข้อมูลนี่จะเป็นการกระทำผ่านโปรแกรมประยุกต์ เดี๋ยวอีก 2 สัปดาห์เราจะได้เรียนโดยใช้ภาษาระดับสูง ภาษา SQL ที่เราจะเรียนเราถือว่าเป็นภาษาระดับสูง เพราะเป็นภาษาที่มนุษย์อ่านแล้วเข้าใจใกล้เคียงกับภาษามนุษย์มากที่สุด แต่นักศึกษาต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่าเราจะต้องใช้เป็นภาษาอังกฤษนะคะ เพราะฉะนั้นคุณพิมพ์คำสั่งเป็นภาษาไทยนี่ระบบจะไม่ประมวลผลเลยนะคะ สำหรับ SQL เบื้องต้น โดยรายการเปลี่ยนแปลงทุกรายการจะต้องมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดนะคะ เหมือนคุณไปกดเงินอยู่หน้ามหาลัย จุดเริ่มต้นคืออะไร คือ การวิธีการใส่บัตร ATM เข้าไป หรือตอนนี้ไม่มีใครกดเงินโดยใช้บัตร ATM แล้วจุดเริ่มต้น คือ เข้า Application กดถอนเงินโดยไม่ใช้บัตร ทุกอย่างจะเป็นขั้นตอน ทำตามขั้นตอนไปเรื่อย ๆ ถึงจุดสิ้นสุด คือ คุณได้รับเงินออกจากเครื่อง ATM ซึ่งทุกอย่างจะถูกเก็บไว้ว่าคุณเริ่มกดรหัสเมื่อเวลาเท่าไรนะคะ คุณยืนยันยอดเงินกี่โมงเงิน ออกจากตู้กี่โมง ทุกอย่างจะถูกเก็บไว้นะคะ ถ้าหากว่าในการจัดการฐานข้อมูลนี่ มันจะมีรายการเปลี่ยนแปลงนะคะ ที่อาจจะ User ผู้ใช้งานทั่วไปอาจจะไม่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง หรือนะคะ มีไว้อ่านเฉย ๆ นะคะ ถ้าศัพท์ภาษาอังกฤษเรียกว่า "Read-Only" โอนลี่นะคะเอามาดูอย่างเดียว อย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับฐานข้อมูล เช่น คุณแค่อยากดูยอดเงินปัจจุบันว่ามีเงินเท่าไร ถามว่าคุณจะถอนเงินไหม ไม่ อยากรู้ว่าตอนนี้ฉันมีเงินกี่บาทเราจะเรียกว่ารายการนั้นคือหรือกระบวนการนั้นว่าเป็นการอ่านอย่างเดียว ไม่มีการแก้ไขนะคะ โดยกระบวนการทำงานของข้อมูลนะคะ อย่างเริ่มต้น ก็คือมันจะเรียกข้อมูลขึ้นมาดูก่อนนะคะ เรียกข้อมูลว่าสมมติว่าอยากดูว่าวันนี้เราจะถอนเงิน แต่เราจำไม่ได้ว่าเรามีเงินกี่บาท เราจะต้องทำการเรียกข้อมูลขึ้นมาดูก่อนว่าเงินในบัญชีเรามีเท่าไร หน้าจอมันก็แสดงผลว่าเรามีเงินเท่าไร หลังจากนั้นจะเป็นการเขียน หรือการแก้ไข หรือการลบนะคะ ซึ่งขั้นตอนที่ 3 นี่อยู่ที่ว่าเราจะโอนเงินหรือเราจะถอนเงินนะคะ หรือเราจะไม่ทำอะไรเลยก็ได้นะคะ แต่ทุกอย่างจะต้องมีจุดเริ่มต้นนะคะ อย่างตัวอย่างตัวนี้ ตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงนะคะ อย่างสมมติให้ T นี่ ตัว T นะคะ เป็นรายการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เขาต้องการจะโอนเงินจากบัญชีของ A จำนวน 5,000 บาท ไปยังบัญชี B นะคะ สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรสิ่งที่เกิดขึ้นคือตอนแรกเราจะต้องดูข้อมูลก่อนว่าในบัญชี A ที่เขาบอกว่าเขาจะโอนเงินไปนี่โอน 5,000 ขั้นตอนแรกคือดูก่อนสิว่ามีเงินถึง 5,000 ไหม มีเกินหรือเปล่า พอเช็กยอดเงินเสร็จปุ๊บ เราก็จะมาหักบัญชี เช่น สมมติเขามี 5,000 บาท อย่างนั้นแสดงว่ามีจะยอดเงินพอที่จะโอนไปให้จะทำการลบเงินออก 5,000 ลบไปแล้ว 5,000 ใช่ไหมคะ เพราะว่าเราจะโอนอันสุดท้ายแล้วบัญชี A จะต้องเหลือเงิน 100 บาทใช่ไหมเวลาเราโอนเงินแล้วถอนเงินเขาจะบอกยอดเงินปัจจุบันของเราด้วยอันนี้เป็นเรื่องปกติใช่ไหมคะ หลังจากนั้นเราก็จะมาดูว่า เอ๊ะ เขาจะโอนไปที่บัญชี B ใช่ไหมคะ เราว่ายอดเงินบัญชีดีขึ้นมาดูซิว่ามีเท่าไร บัญชี B จะมีอยู่ 1,000 พอโอนมาอีก 5,000 เราก็ต้องอัพเดทหรือการปรับปรุงข้อมูลบัญชีบี 1,000 ก็จะเพิ่มเป็น 6,000 บาท อันนี้คือรายการเปลี่ยนแปลงของการโอนบัญชี ทุกลำดับขั้นตอนจะต้องมีวันที่เวลากำหนดไว้ทุกการเปลี่ยนแปลงเป็นวินาทีเลยด้วยซ้ำนะคะ พอมันมีการเปลี่ยนแปลงแล้วนี่เราใช้งานไปเรื่อย ๆ ระบบมันอาจจะมีปัญหา มันจะต้องมีการสำรองข้อมูลนะคะ พอเราสำรองข้อมูลไว้ ทำไมเราต้องสำรองข้อมูลนะคะ ถ้ามีข้อมูลสำรองไว้ ถ้าระบบมีปัญหาเราสามารถกู้ข้อมูลกลับคืนมาได้ ทำไมเราถึงจำเป็นต้องกู้คืนข้อมูล เกิดเมื่อกี้นี้เป็นคุณกำลังโอนเงินไฟดับ คุณโอนไปแล้ว 5,000 บาท แล้วไฟดับพอดี เงินคุณออกไปแล้ว แต่บัญชีที่คุณจะโอนให้เงินยังไม่ได้เพราะไฟดับพอดีทำอย่างไร ยังไง ถือว่าระบบล่มมันจะต้องมีการแก้ปัญหาซึ่งเป็นหน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูลระบบจัดการฐานข้อมูลจะต้องรับผิดชอบว่าทุก ๆ การทำงานที่เกิดขึ้นในรายการเปลี่ยนแปลงจะต้องทำเสร็จเรียบร้อย มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงบันทึกข้อมูลถาวร ถ้าโอนไปเงินออกจากบัญชีคุณแต่ปลายทางยังไม่ได้รับถือว่าการทำรายการเปลี่ยนแปลงนั้นยังไม่สมบูรณ์นะคะ โดยที่ระบบจัดการฐานข้อมูลจะไม่อนุญาตให้บางกระบวนการทำงานของรายการเปลี่ยนแปลงนะคะ จะถูกส่งเข้าไปฐานข้อมูลนะคะ เหมือนจะเป็นไปได้ไหมว่ากำลังจะโอนเงิน 5,000 บาท แล้วก็คงจะถอนอีก 3,000 ในเวลาเดียวกัน เป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น กระบวนการทำงานจะต้องเป็นตามรายการที่จะทำอยู่รายการเดียวเท่านั้น จะทั้งถอนทั้งโอนไม่ได้ ต้องเลือกก่อนว่าสรุปคุณจะโอนก่อนหรือคุณจะถอนนะคะ เพราะว่าถ้าบังเอิญว่าคุณปล่อยให้มีการกระทำมากกว่า 2 มากกว่า 1 การกระทำขึ้นมาพร้อมกัน มันจะเอาไปมันจะสามารถไปเกิดปัญหาความไม่ถูกต้องแน่นอนของข้อมูล เช่น เรามีเงิน 5,000 เราจะโอน 5,000 แล้วเราก็จะถอน 3,000 เป็นไปไม่ได้ บางคนมีแอปโทรศัพท์แต่บัตร ATM อยู่กับแม่โอนเงินให้เพื่อน 5,000 บาท มั่นใจว่าจะมี 5,000 แต่แม่กดไปแล้ว 3,000 แล้วก็ยังโอนมันโอนไม่ได้ค่ะ เพราะว่ายอดเงินไม่พอ เพราะฉะนั้น ใครผิด อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้ของระบบจัดการฐานข้อมูลนะคะ ซึ่งปัญหานะคะ การที่ระบบล่มนะคะ มันจะมีอยู่ 3 ประเภท แบบแรก ก็คือรายการเปลี่ยนแปลงผิดพลาด กับปัญหาข้อ 2 เป็นปัญหาที่ระบบข้อ 3 จะเป็นปัญหาที่สิ่งวัตถุที่มาใช้เก็บข้อมูลนะคะ โดยที่ปัญหาที่เกิดระหว่างการประมวลผล บางครั้งอาจจะเกิดกับคอมพิวเตอร์พังนะคะ หรืออาจจะเป็นปัญหาของรายการเปลี่ยนแปลงมัน Error ก็อาจจะเป็นโค้ดโปรแกรมอาจจะมีปัญหานะคะ การเรียกดูข้อมูลอาจจะถูกดักเจอรายการเปลี่ยนแปลงที่มีความผิดปกติ เช่น บอกว่ามีคนโอนเงินมา แต่จริง ๆ แล้วไม่พบรายการข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้ง ๆ ที่โอนไปแล้วแต่ยอดเงินไม่ขึ้นนะคะ รวมถึงกระบวนการควบคุมการประมวลผลพร้อมกันจะทำอย่างไรนะคะ อาจจะมีเกี่ยวกับอุปกรณ์พัง ฮาร์ดดิสพัง บางคนใช้งานนาน ๆ อากาศร้อน คอมพิวเตอร์ก็พังได้เหมือนกันนะคะ เหมือนบางคนเปิดคอมพิวเตอร์ไว้ไม่เคยปิดเลยพอช่วงฤดูร้อนมันร้อนมาก ไอ้ตัวเมนบอร์ดงอความร้อนก็มี รวมถึงอาจจะเกี่ยวกับไฟดับ ไฟไหม้ อุทกภัย หรือภัยธรรมชาติต่าง ๆ ก็อาจเกิดขึ้นได้ ถือว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้การประมวลผลมีปัญหาเช่นเดียวกันนะคะ หรือในการทำงานบางอย่างอาจทำไปสู่... อาจนำไปสู่การล่มของระบบ เช่น คุณใส่ข้อมูลเยอะเกินไป เหมือนเวลาเราเขียนโปรแกรมแล้วมันไม่รู้จบ หรือการที่เอา 0 มหาร เวลาเราเอา 0 มาหารนี่มันจะหาค่าไม่ได้ ตอนที่เราเขียนโปรแกรมระบบล่มรวมถึงตรรกะของการเขียนโปรแกรมอาจจะผิดอย่างไรดี ถ้าคนผมสั้นสมมติจะกลับโปรแกรมคนผมสั้นจะต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น ถามว่าจริงไหม ไม่จริง ผู้ชายผมยาวก็มี ผู้หญิงผมสั้นก็มี อันนี้คือตรรกะผิดพลาดเราจะมากำหนดอย่างนี้เลยไม่ได้ เหมือนเวลาสแกนใบหน้าอย่างนี้แล้วบอกว่าอุ้ยผมสั้นมาต้องเป็นผู้ชายแน่นอน ซึ่งมันไม่จริง หรือ User หรือผู้ใช้งานอาจเป็นการหยุดที่ไม่ถูกต้องระหว่างประมวลผล เช่น กำลังดาวน์โหลดเอกสาร หรือกำลังทำธุรกรรม บางคนกำลังโอนเงินอยู่ แล้วไม่ได้ใช้เน็ตในโทรศัพท์ ใช้เน็ต Wi-Fi มีคนถอดปลั๊กออก การโอนเงินของตอนนั้นของคุณอาจจะมีปัญหาก็ได้ อันนี้ก็คือการทำงานอาจจะมีการผิดพลาดหรือปัญหาเกิดขึ้น อันนี้ก็อธิบายไปแล้วนะ อันนี้เปลี่ยนแปลง ซึ่งด้วยสาเหตุเหล่านี้นี่ เราเลยจำเป็นจะต้องมีทั้งการกู้คืน แล้วก็การสำรองข้อมูลนะคะ โดยการกู้คืนฐานข้อมูลนี่ ก็คือกระบวนการที่ทำให้ฐานข้อมูลของเรานี่กลับสู่สภาวะเดิม ที่สามารถใช้งานได้นะคะ ถ้าขนาดนั้นถ้าไม่มีความขัดข้องหรือข้อผิดพลาดระหว่างการประมวลผลนะคะ ซึ่งการฟื้นสภาพหรือการกู้คืนนี่ มันจะเป็นงานที่ระบบจัดการฐานข้อมูลนี่ย้อนกลับไปยังข้อมูลก่อนที่จะเกิดความเสียหายนะคะ โดยที่ฐานข้อมูลก็เหมือนจะเกิดความขัดข้องและความเสียหายของระบบ ไม่ว่ากรณีใด ๆ มันจะทำให้ข้อมูลนะนี่ไม่ถูกต้องแล้วก็เชื่อถือไม่ได้เราจะต้องย้อนกลับไปนะคะ เพราะฉะนั้น การกู้คืนฐานข้อมูลมันจะเป็นมีวิธีการในการเอาข้อมูลที่ถูกทำลาย หรืออาจจะถูกเปลี่ยนแปลงให้กลับคืนมาอยู่ในสภาพที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือเหมือนเดิมนะคะ ซึ่งอันนี้ก็คือเป็นหน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูลเช่นเดียวกันนะคะ โดยการกู้คืนข้อมูลหรือการฟื้นสภาพนี่เหมือนจะเป็นการทำให้เรามั่นใจว่ารายการที่ทำของเรานี่ถูกยกเลิกไป หรืออาจจะมีความผิดพลาดต่าง ๆ เช่น น่าจะเกิดจากโปรแกรม ระบบมันเสีย ฮาร์ดดิสเสีย ไฟดับ ไฟตกนะคะ สิ่งเหล่านี้จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายของฐานข้อมูล หรือการทำงานอื่น ๆ ที่ทำงานร่วมกันของข้อมูลนั้น ๆ นะคะ โดยรูปแบบของลักษณะของความผิดพลาดนะคะ อันแรกระบบล่ม ซึ่งอันนี้เราก็น่าจะคุ้นเคยกันอยู่ ความขัดข้องจากอุปกรณ์บันทึกข้อมูลนะคะ ฮาร์ดิสก์เสีย SSD เสีย ผิดพลาดของโปรแกรม ภัยธรรมชาติ อย่างเราเป็นเรียนทางคอมพิวเตอร์เราจะต้องไปดูแลคอมพิวเตอร์ แต่ถ้าคุณไม่ดูแลเอาใจใส่ไม่ทำความสะอาดไม่เช็กความพร้อมอุปกรณ์ ไม่เป็นไรหรอก เปิดฝาหลังคอมพิวเตอร์มามีแต่ฝุ่น ถามว่าฝนมันสะสมมาก ๆ สักวันมันจะช็อตแล้วคอมก็จะพัง อันนี้คือความไม่ดูแลเอาใจ ใส่หรือเอาของเข้ามากินในห้อง น้ำหกใส่คอมพิวเตอร์ คอมฯ คุณก็พผ่านเพราะฉะนั้นเดี๋ยวถ้ามีโอกาสที่คุณจะไปดูงานห้องคอมพิวเตอร์เป็นคอมพิวเตอร์ที่สมบูรณ์แบบ เขาจะห้ามของกินทุกชนิด รองเท้าต้องสะอาด ถุงเท้าต้องสะอาด คอมพิวเตอร์บางห้องต้องใส่หมวกคลุมผมไม่ให้ผมร่วงลงไป เพราะบางทีถ้าพัดลมมันพัด แล้วเกิดมันไปช็อตที่ใบพัดของระบบทำความเย็นเสียหายได้หรือรวมถึงการก่อวินาศกรรม ถ้าเราดูหนังหลาย ๆ เรื่องนะคะ จะมีการวางระเบิดห้องคอมพิวเตอร์ไรอย่างนี้ อันนี้ก็เป็นสาเหตุเช่นเดียวกันนะคะ ประเภทของเหตุขัดข้องก็มีอยู่ 3 ลักษณะหลัก ๆ นะคะ อันแรกจะเป็นความขัดข้องของระบบนะคะ เช่น ความขัดข้องของระบบปฏิบัติการนะคะ ทำให้ระบบไม่สามารถทำงานไม่ได้ อาจจะต้องมีการปิด-เปิดเครื่องใหม่ Restart นะคะ ซึ่งจะมีผลกับทุกรายการเปลี่ยนแปลงที่กำลังทำงานอยู่ อาจจะไม่ถึงขั้นทำลายข้อมูลในฐานข้อมูลนะคะ เราจะเรียกการขัดข้องแบบนี้ว่าเป็นการขัดข้องแบบอย่างเบาแล้วกัน ข้อมูลไม่หาย แต่ข้อมูลที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์นี่บางครั้งอาจจะต่อไปครั้งแรกที่มีเรียกการทำงานมันอาจจะช้านะคะ เพราะว่าส่วนมากข้อมูลแล้วจะเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ซึ่งฮาร์ดดิสก์ ไม่มีไฟฟ้าก็สามารถเก็บข้อมูลได้นะคะ ความขัดข้องแบบที่ยังพอรับได้ปิด-เปิดเครื่องใหม่ก็หายนะคะ แต่ถ้าเป็นความขัดข้องของรายการเปลี่ยนแปลงนะคะ ก็จะมีอยู่ 2 ลักษณะ บางครั้งมันจะเป็นความขัดข้องที่อาจจะป้องกันได้จากโปรแกรมที่เราเขียนไว้โปรแกรมที่เราใช้งานโดยมีทั้งภายในภายนอกที่ไม่สามารถแก้ไขได้ อย่างสมมติว่าเป็นความขัดข้องที่สามารถป้องกันได้จากภายในโปรแกรมนะคะ เช่น ถ้าเราจะโอนเงิน สมมติว่าเราอยากโอน 500,000 นะคะ จริง ๆ แล้วมีอยู่ 500 โปรแกรมก็จะเริ่มตรวจสอบความผิดพลาดแล้วว่าแล้วก็แสดงผลว่ายอดเงินของคุณไม่เพียงพอ ต้องยกเลิกรายการนี้ หรือกลับไปแก้ไขจำนวนเงินใหม่ อันนี้คือเราสามารถป้องกันความเสียหายได้นะคะ อันนี้ก็คือมันจะเป็นเกี่ยวกับตรรกะแนวคิดอยู่แล้ว เงินไม่พอจะโอนได้อย่างไร อันนี้เป็นพื้นฐานง่าย ๆ เป็นต้น หรือถ้าไม่สามารถป้องกันได้ เช่น ข้อมูลมันเยอะเกิน อย่างเช่นอยากจะเคยได้ยินข่าวว่ามีแฮกเกอร์พยายามเอาข้อมูล เหมือนพยายามโจมตีเซิร์ฟเวอร์เซิร์ฟเวอร์หนึ่งนะคะ อาจจะเป็นมหาลัยเราก็ได้สามารถทำงานได้พร้อมกันเต็มที่ 500 คน Hacker ใช้ User เป็น 1 ล้านคนมาโจมตี มันจะทำให้ระบบเรานี่ไม่สามารถรับได้ ระบบอัตโนมัติเพราะเรารับได้เต็มที่ 500 แต่คนล้านคนพยายามเข้ามาหรือพยายามกรอกข้อมูลนี่เป็นไปไม่ได้เลย ระบบก็จะพังนะคะ อย่างนี้เป็นต้น อันนี้คือไม่สามารถป้องกันจากโปรแกรมเราได้เลยกลับอย่างหนึ่งกล้องของอุปกรณ์ อาจจะพังหัวอ่านสะเทือนกระทบกัน เหมือนนักศึกษาบางคนชอบใช้โน้ตบุ๊กแล้วปิดพัดลมปิดเครื่องเครื่องก็ยังทำงานอยู่ เวลาคุณขี่มอเตอร์ไซค์ตกหลุม ขึ้นเนินมันสะเทือน อุปกรณ์ที่อยู่ในกระเป๋าเป้เรามันยังทำงานมันก็จะสะเทือนไปด้วย มันก็อาจจะพัง คอมฯ คุณก็จะพัง เพราะบางทีหัวอ่านฮาร์ดดิสก์คุณมันทำงานอยู่ พอมันโดนกระแทก หัวอ่านมันจะเป็นเข็มเล็ก ๆ มันก็พังนะคะ อันนี้ก็ระวังด้วย อันนี้คือความเสียหายของอุปกรณ์ที่ถือว่าเป็นลักษณะที่ค่อนข้างรุนแรง เพราะถ้ามันพังเราแก้ไขไม่ได้ เพราะเหมือนมันหักไปแล้ว มันเสียไปแล้ว ข้อมูลแล้วก็ไม่ได้สำรอง อันนี้ก็คือข้อผิดพลาดจากอุปกรณ์เก็บข้อมูล ความจำเป็นของการกู้คืนข้อมูลก็แน่นอนค่ะ อยู่ที่ว่าเราจะสำรองข้อมูลกับอะไร ใส่ฮาร์ดดิสก์ไว้ไหม หรือใส่ USB ไว้ อัปโหลดขึ้นบน Google Drive หรือมันคราวด์ก็ว่าไป ซึ่งประเภทของที่เก็บข้อมูลสำรองจะมีอยู่ 3 แบบนะคะ 3 แบบ อันนี้ถ้านับเป็นอุปกรณ์นะที่จับต้องได้ อันแรกเป็นอุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลได้ต่อเมื่อมีไฟฟ้านะคะ ในกรณีที่ไม่มีไฟฟ้าข้อมูลพวกนี้จะหายไป สิ่งเหล่านี้ก็คือ Ram เราเรียนประกอบคอมฯ มาแล้ว Ram จะเป็นการ์ดแผ่นเล็ก ๆ นะคะ น่าจะเป็นพื้นที่สำหรับสำรองข้อมูลตอนที่คอมพิวเตอร์ทำงานอยู่ถ้าเราปิดปุ๊บ ข้อมูลในนั้นจะหายไปนะคะ กับอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้า ก็คือฮาร์ดดิส ซึ่งอุปกรณ์ประเภทนี้นี่มักจะเกิดปัญหา ก็คือฮาร์ดดิสก์พัง หัวอ่านมันหักหรือตัวดิสก์เป็นรอยนะคะ เพราะฉะนั้นก็ต้องระวังด้วยกลับการต่อมาเป็น Stable ก็คืออันนี้จะเป็นค่อนข้างโบราณ ไม่ต้องอาศัยกระแสไฟฟ้า ส่วนมากจะมาใช้ในการสำรองข้อมูลมากกว่าลักษณะเป็นเทปแม่เหล็ก เพราะราคาค่อนข้างถูก แต่การเรียกดูข้อมูลมันจะช้านะคะ แต่ว่าส่วนมากเขาเลยใช้เป็นที่เก็บข้อมูล ไม่ได้เอามาประมวลผลทุกวันนะคะ ก็ถามว่านิยมใช้ไหม ก็ไม่ค่ะ เพราะว่าตอนนี้เขาก็ใช้ฮาร์ดดิสก์เป็นหมด อย่างน้อยนะคะ ต่อมาก็เป็นความผิดพลาดมีอยู่ 4 ประเภทนะคะ อันแรกก็คือความผิดพลาดตรรกะนะคะ ก็บางทีก็เกิดความผิดพลาดตั้งแต่ตอนเราที่เขียนโปรแกรมมันผิด เช่น ไม่ยอมทำงานเพราะว่าบัตรประชาชนคุณกำหนดไว้เป็น 15 หลัก ความจริงมีแค่ 13 พอออกไม่ครบระบบทำงานไม่ได้ ผู้ใช้งานกรอกถูกแล้ว 13 ตัว แต่ระบบบอกว่ามันต้อง... มันหายไป 2 ตัว อันนี้คือตรรกะมันผิด โปรแกรมบัญชีเราเขียนผิดนะคะ ก็ถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างหนึ่ง หรือว่านามสกุลกรอกเป็นตัวเลขไม่ได้แต่บังเอิญคุณไม่ได้ปิดความผิดพลาดตรงนี้ มีคนมาปั่นมาป่วนระบบคุณ แล้วเขาใช้นามสกุลเป็นตัวเลข ระบบยอมให้เซฟหรือยอมให้บันทึกข้อมูลสรุปคุณก็ได้ข้อมูลขยะเข้ามาทำให้เปลืองการประมวลผลข้อมูลอีกนะคะ กับความผิดพลาดของระบบนะคะ เช่น ปัญหาการจัดลำดับงานผิดพลาด แล้วมันเลยเกิดปัญหาระบบหยุดการทำงานของมันเอง ล็อกไม่ให้คุณทำงานนะคะ แบบนี้ รวมถึงความผิดพลาดของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล เช่น เหมือนนี้ไฟไม่สม่ำเสมอไฟตกบ่อย ข้อมูลหายบ่อยนะคะ อันนี้ก็เป็นปัญหา เพราะฉะนั้น ในห้องนี้เมื่อก่อนเราเลยมีอุปกรณ์สำรองไฟอุปกรณ์สำรองไฟใช้ไปนาน ๆ ไฟตกบ่อยก็พังเหมือนกันนะคะ อันนี้ก็เป็นความผิดพลาดของระบบ รวมถึงความผิดพลาดของระบบอุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลนะคะ เช่น ปัญหาบางทีฮาร์ดดิสก์ของเรานี่พอเราอย่างที่ท่านบอก พวกคุณไม่ได้ปิดเครื่องนี่มันทำงานตลอด แล้วหัวเข็มมือที่มันสะเทือน ไอ้ตัวหน้าจานแม่เหล็กที่เก็บข้อมูลของเรานี่มันเลยเป็นรอยขูดขีดเป็นรอย เหมือนสมัยเด็ก ๆ ทุกคนดูแผ่นซีดีค่ะ แผ่นซีดีเป็นรอยหนังในแผ่นซีดีเรานี่ก็จะดูแล้วมันก็จะกระตุก อาจจะดูไม่ได้เลย เพราะว่าเราเก็บรักษาไม่ดี อันนี้ก็เหมือนกันนะคะ เพราะฉะนั้น การใช้อุปกรณ์ใด ๆ ที่เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์นี่ มันค่อนข้างมีราคา แล้วก็มีความสำคัญ อาจจะมีข้อมูลสำคัญอย่างนั้น เราก็ต้องช่วยกันรักษาด้วยนะคะ การกู้ข้อมูลจากอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้านะคะ มีอยู่ 3 แบบ แบบแรกก็เป็นการกู้ข้อมูลที่อาศัยข้อมูลที่เก็บจาก... เขาจะเรียกว่า "รายการเปลี่ยนแปลง" อย่างนี้ สมมติว่าเหมือนเวลาเราไปเซ็นชื่อ หรือการเก็บข้อมูลว่าวันนี้คุณมาเรียนกี่โมง กลับบ้านกี่โมงนะคะ มันก็มีการเก็บไว้ เป็นลำดับรายการ เป็นหมายเลขการเปลี่ยนแปลง มีการกระทำอะไรบ้าง ชื่อตารางมาจากไหน เปลี่ยนแปลงข้อมูลอะไรนะคะ ลักษณะของการเก็บข้อมูลเป็นตารางแบบนี้ เช่น สมมติ 10.12 น. เริ่มทำงานนะคะ นาทีต่อมามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลของพนักงาน ลำดับที่เท่าไรนะคะ ข้อมูลเดิมลำดับที่ 1 เปลี่ยนเป็นลำดับที่ 8 แบบนี้เป็นต้นนะคะ อันนี้คือเขาจะรู้เลยว่าทุก ๆ กี่นาทีมีข้อมูลอะไรเกิดขึ้นบ้าง มีรายการเปลี่ยนแปลงใดบ้าง อย่างเช่น รายการไปที่ 1 แปลงที่ 2 แปลงที่ 3 สังเกตว่าทุกการเปลี่ยนแปลงจะเริ่มต้นที่จุดสตาร์ทเหมือนกัน ต้องมีการเริ่มทำงาน อย่างเหมือนรายการเปลี่ยนแปลงที่ 1 เห็นไหมคะ เริ่มต้นเมื่อ 10:12 น. สถานะ Commit ก็คือยอมรับการเปลี่ยนแปลง ตอน 10:18 น. ก็คือเราทำงานในการแก้ไขข้อมูลนี่ใช้เวลา 6 นาที มันจะเก็บทุกอย่างที่เกิดขึ้นใน 6 นาทีนั้นนะคะ อย่างเช่น Start นะคะ เช็กสถานะ ก็คือ Start ก็คือรายการจะเริ่มต้นทำงานนะคะ commit ก็คือทำงานเสร็จอัพเดท ก็คือรายการถูกบันทึกแล้วแล้วก็ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงค่าสถานะหลัก ๆ จะมีอยู่ 3 สถานะนะคะ การเก็บข้อมูลเป็นประเภท ก็คือเป็นการเก็บการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั่นเอง การกู้คืนใน... เกิดจากเหตุขัดข้องแบบความผิดพลาดของระบบ เราจะมีจุดที่เป็นเหมือนจุดตรวจสอบนะคะ ถ้าสมมติว่าทำงานแล้วยังไม่ถึงจุดตรวจสอบ แล้วถ้าระบบล่ม เราจะเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด แต่ถ้าการทำงานของเราเลยจุดตรวจสอบแล้ว แล้วระบบจึงล่ม เราจะเริ่มการทำงานใหม่ที่จุดตรวจสอบนั้นนะคะ ก็คือไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด จะเริ่มตรงจุดที่เรามาร์กไว้ หรือเราตั้งธงไว้นั่นเองนะคะ เดี๋ยววันนี้ค่อยอธิบายเพราะว่าเป็นตัวเลขเยอะเนาะ แบบนี้ล่ะค่ะ อย่างเช่น อันนี้ค่ะจุด Check point ถามว่าตัวกระบวนการทำงานที่ 1 ที่ 1 เริ่มต้นตรงนี้ถึงตรงนี้ถามว่ามันทำงานเสร็จไหม ทำงานเสร็จเรียบร้อยนะคะ T1 ไม่มีปัญหาอะไร T2 2 ทำงานผ่านจุดตรวจสอบที่ 1 เสร็จเรียบร้อยก่อนถึงจุดที่ระบบจะล่มถามว่าที่ 2 ทำงานเสร็จไหม T2 ทำงานเสร็จนะคะ T3 ทำเริ่มทำงานตรงนี้ผ่านจุดตรวจสอบทำงานจนถึงผิดพลาดถามว่า T3 จะเริ่มทำงานที่ไหนเริ่มตรงนี้นะคะ จะเริ่มตรงที่จุดตรวจสอบตรงนี้ T4 เริ่มทำงานตรงนี้เสร็จตรงนี้ ไม่อยู่ในจุดตรวจสอบก็จริง แต่เราก็นับว่าเขาทำงานเสร็จเรียบร้อยนะคะ ส่วน T5 ทำงานหลังจากตรวจสอบ แล้วทำไม่เสร็จ T5 จะทำอย่างไร T5 ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด อันนี้คือการทำงานของจุดตรวจสอบ จะเห็นได้ว่าถ้าคุณทำงานผ่านจุดตรวจสอบก็จริง แต่ถ้าระบบมันทำงานเสร็จก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าการทำงานมีปัญหาแล้วผ่านจุดตรวจสอบแล้วเราจะไม่เริ่มใหม่ทั้งหมด เราจะเริ่มต้นแค่ตรงที่จุดตรวจสอบนะคะ อันนี้เป็นแบบการกู้คืนข้อมูลแบบใช้จุดตรวจสอบ กับการกู้คืนแบบทำคล้าย ๆ กับว่าเป็นสำเนาข้อมูลนะคะ ก็ส่วนมากตัวนี้การกู้คืนตัวนี้จะใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลเยอะพอสมควร เพราะไม่ว่าจะมีการกระทำใด ๆ เกิดขึ้นในระบบของเรา มันจะทำสำเนาซ้ำไว้ด้วยเสมอ เหมือนกับเงานะคะ เขาเรียกว่าเหมือนเราเดินไปก็จะมีเงาติดตัวเราไปด้วย เราเดินซ้ายเงาไปทางซ้าย เราเดินขวาก็เป็นเงาทางขวา เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเกิดการกระทำใดขึ้นจะมีสำเนาไว้ด้วยเสมอนะคะ อันนี้เป็นการทำแบบ Shadow paging นะคะ ต่อมาเป็นการกู้ข้อมูลจากการสำรองข้อมูลที่ไม่ใช้ไฟฟ้า ส่วนมากก็จะเป็นอุปกรณ์ที่เป็นฮาร์ดดิสก์หรือว่าเทปแม่เหล็กนะคะ แต่แบบนี้นี่เราจะไม่ทำสำเนาตลอดเวลา เราจะมีการกำหนดช่วงเวลาในการสำรองข้อมูล เช่นทุก ๆ 1 เดือน 2 เดือน 3 เดือนว่าไป แต่ถ้าเป็นข้อมูลปริมาณมากนะคะ อย่างในธนาคารนี่เขาจำเป็นต้องสำรองข้อมูลแทบจะตลอดเวลาเลย พอเขามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ มันจะพลาดไม่ได้ วันนี้จะทำงานได้พรุ่งนี้อาจจะไปไม่ห้องเก็บข้อมูลหรือเปล่าก็ไม่รู้ โดยการกู้คืนข้อมูลแบบนี้นี่ถ้าเป็นองค์กรขนาดใหญ่ เขาจะต้องมีการซ้อมด้วย ว่าถ้าเกิดวันนี้นี่ระบบเราล่ม 2 ทุ่ม พรุ่งนี้ต้องทำงานจะทำอย่างไร ถ้าใครที่ทำงานเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ทั้งหมดจะต้องมาซ้อม อาจจะเป็นธนาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง พรุ่งนี้ต้องทำงานเหมือนเดิม เงินต้องอยู่เหมือนเดิม ต้องกู้คืนระบบให้ได้ภายใน 6 ชั่วโมง จากข้อมูลทั้งหมดนะคะ จะต้องมีการซ้อมด้วย เช่น สมมติว่าคุณมีข้อมูลที่เก็บไว้มันจะเป็นฮาร์ดดิสก์ประมาณเป็นพัน ๆ ฮาร์ดดิส เป็นพัน ๆ ลูก คุณจะเรียกข้อมูลกลับคืนมาอย่างไร ให้เสร็จภายในพรุ่งนี้เช้าเขาต้องสอนนะคะ บางทีถ้าเป็นคนที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์และเฝ้า Server บางทีต้องมานอนเฝ้าห้องด้วยซ้ำเขา ก็จะห้ามของกินห้ามสูบบุหรี่ ห้อง Server ก็จะหนาวมาก อาจจะต้องนอนในนั้นบางคนมีถุงนอนด้วยซ้ำ เพื่อเฝ้าอุปกรณ์เก็บข้อมูลนะคะ การกู้ข้อมูลจะเป็นการโอนข้อมูลจากอุปกรณ์เก็บข้อมูลทั้งหมดกลับมา แล้วก็จะเอารายการเปลี่ยนแปลงที่มีการเก็บ Log ไฟล์ การเก็บเวลาการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่ทำงานสมบูรณ์นะคะ ก็จะมาบันทึกไว้ในระบบที่เรากู้คืนมาใหม่ทั้งหมด ก็คือเหมือนกับถ้ามันมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเราก็จะก๊อปฯ มันมาทั้งหมดนะคะ วันนี้ก็จะประมาณนี้ เพราะว่าเราจะไม่เน้นว่าพวกคุณจะต้องสำรองข้อมูลเองทั้งหมดนะ อันนี้ให้รู้ไว้มันจะเป็นฐานข้อมูลขั้นสูง ซึ่งจะเรียนในปีที่สูงกว่านี้นะคะ เป็นวิชาเฉพาะทาง แต่ว่าภาษา SQL นี่ทุกคนต้องได้เรียนนะคะ อาทิตย์หน้าจะเป็นตัวอย่างคำสั่งภาษา SQL นะคะ ที่ทุกคนจะต้องจำแล้วก็ทำให้ได้นะคะ ว่าแต่ละคำสั่งมันมีความสำคัญอย่างไร กระบวนการทำงานเราจะเขียนเขียนโปรแกรมอย่างไร ในการเรียกดูข้อมูลใครยังใช้โปรแกรมไม่เป็นเดี๋ยวอาทิตย์หน้าอาจารย์จะพาดูว่าแต่ละคำสั่งมันต้องทำงานอย่างไร ถ้าเราจะเรียกดูข้อมูลเราจะต้องใช้คำสั่งอะไรนะคะ ถ้าจะเพิ่มข้อมูลใช้คำสั่งอะไร แก้ไขข้อมูล ลบข้อมูลต้องทำอย่างไร แต่ก็ต้องเข้าใจด้วยว่าเราจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักนะคะ เพราะฉะนั้น พยายามจำแล้วก็พิมพ์ให้ถูก หรือแปลความหมายมันได้ยิ่งดีว่าคำศัพท์คำนี้ถ้าเป็นภาษาไทยมันคืออะไร ทำไมเราถึงเลือกใช้คำนี้นะคะ เหมือนเวลาสมมติว่าต่อไปปี 3 ไปฝึกงาน เขาถามว่ารู้จักฐานข้อมูลไหม รู้จักคำสั่งนี้หรือเปล่านะคะ เราจะได้ตอบเขาได้ว่าอย่างน้อยเรารู้ว่าคำสั่งนี้มันทำงานอย่างไรนะคะ วันนี้ไม่มีการบ้านนะคะ เพราะว่าต้องขออนุญาตไปประชุมตอนบ่าย 2 พอดี วันนี้ก็ประมาณนี้ค่ะ แต่ว่าอาทิตย์หน้านะคะเตรียมดี ๆ ท่องศัพท์ภาษาอังกฤษกันนะคะ วันนี้ก็ขอบคุณล่าม แล้วก็ขอบคุณถอดความด้วยนะคะ ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ