﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:07,067
โปรแกรมที่เราจะใช้เขียน

2
00:00:06,211 --> 00:00:06,551

3
00:00:06,219 --> 00:00:06,475

4
00:00:06,220 --> 00:00:06,706

5
00:00:06,224 --> 00:00:06,535

6
00:00:06,228 --> 00:00:06,703

7
00:00:06,231 --> 00:00:06,861

8
00:00:06,813 --> 00:00:08,916
ระบบจัดการฐานข้อมูลนะคะ

9
00:00:08,873 --> 00:00:09,443

10
00:00:09,383 --> 00:00:09,953

11
00:00:09,893 --> 00:00:10,278

12
00:00:10,343 --> 00:00:13,140
จะเป็นโปรแกรมเอาอย่างง่ายก่อนแล้วกันนะคะ

13
00:00:13,093 --> 00:00:13,473

14
00:00:13,673 --> 00:00:15,075
เพราะว่า

15
00:00:15,013 --> 00:00:15,533

16
00:00:15,273 --> 00:00:20,284
coastal เนี่ยก็จะมีโปรแกรมที่ใช้งานร่วมกับมันได้หลายโปรแกรมมาก

17
00:00:20,143 --> 00:00:21,542
นะคะ

18
00:00:21,743 --> 00:00:22,202

19
00:00:21,873 --> 00:00:22,392

20
00:00:22,063 --> 00:00:22,296

21
00:00:22,193 --> 00:00:25,929
จะเป็น mysql หรือว่าเป็น oracle

22
00:00:25,916 --> 00:00:28,672
ใช้ภาษาเดียวกันก็คือภาษา html

23
00:00:28,663 --> 00:00:34,314
คือโปรแกรมในเครื่องเราถ้าไม่ได้ติดตั้งเพิ่มเติมก็จะไม่อยู่แล้วนะคะก็คือโปรแกรม

24
00:00:34,295 --> 00:00:34,525

25
00:00:34,485 --> 00:00:36,271
Microsoft Excel

26
00:00:36,275 --> 00:00:37,158

27
00:00:37,104 --> 00:00:38,961
มันก็จะมีความสามารถ

28
00:00:38,904 --> 00:00:40,426
ที่จะพิมพ์

29
00:00:40,375 --> 00:00:43,277
คำสั่งภาษา SQL ได้ลงไปด้วย

30
00:00:43,385 --> 00:00:44,335
แล้วก็

31
00:00:44,285 --> 00:00:45,733
ในส่วนของตัว

32
00:00:45,754 --> 00:00:46,894
โปรแกรมนี้นี่

33
00:00:46,843 --> 00:00:50,886
หน้าตาก็ทำงานมันจะคล้ายๆกับตัวโปรแกรม Excel

34
00:00:50,754 --> 00:00:52,354
ที่เราเคยใช้งานกันอยู่แล้ว

35
00:00:52,424 --> 00:00:55,686
เก็บข้อมูลในรูปแบบที่เป็นตารางเหมือนกัน

36
00:00:55,685 --> 00:00:55,963

37
00:00:55,944 --> 00:00:57,344
เราก็จะได้

38
00:00:57,355 --> 00:00:57,861

39
00:00:57,614 --> 00:00:59,917
ทำความเข้าใจกับมันง่ายขึ้นนะคะ

40
00:00:59,913 --> 00:01:00,138

41
00:01:00,425 --> 00:01:00,672

42
00:01:00,625 --> 00:01:00,866

43
00:01:01,265 --> 00:01:01,736

44
00:01:01,775 --> 00:01:03,863
โดยตัว Microsoft Excel

45
00:01:04,014 --> 00:01:11,955
ในรูปตัวโปรแกรมมันจะเป็นสีส้มๆนะมันจะเป็นโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์นะคะอันที่เราเคย

46
00:01:11,825 --> 00:01:13,074
วาดรูปไปแล้วว่า

47
00:01:13,045 --> 00:01:15,897
ตารางมันควรจะสัมพันธ์กันอย่างไรนะคะ

48
00:01:15,934 --> 00:01:16,149

49
00:01:16,444 --> 00:01:18,350
โดยที่โปรแกรมนี้นี่

50
00:01:18,365 --> 00:01:20,417
มันก็จะมีความสามารถทั้ง

51
00:01:20,345 --> 00:01:21,871
การจัดการฐานข้อมูล

52
00:01:21,825 --> 00:01:22,082

53
00:01:21,955 --> 00:01:22,236

54
00:01:22,215 --> 00:01:29,705
ก่อสร้างโปรแกรมได้ในตัวเดียวกันก็คือเป็นโปรแกรมที่ค่อนข้างครบสำหรับการทำงานและนำข้อมูลเบื้องต้นนะคะ

55
00:01:29,955 --> 00:01:30,237

56
00:01:30,095 --> 00:01:30,370

57
00:01:30,345 --> 00:01:36,516
มาเลยเหมาะกับพี่จะให้รักษานี่เรียนรู้แล้วก็พัฒนาโปรแกรมมาใช้งานนะคะ

58
00:01:36,364 --> 00:01:36,611

59
00:01:36,554 --> 00:01:38,591
รวมถึงคนที่

60
00:01:38,615 --> 00:01:41,960
อาจจะไม่มีความรู้ในการเขียนโปรแกรมมากนะเนี่ย

61
00:01:41,874 --> 00:01:44,312
เขาก็สามารถใช้โปรแกรมนี้ได้เช่นเดียวกัน

62
00:01:44,305 --> 00:01:44,879
ราคา

63
00:01:45,334 --> 00:01:47,806
เพราะว่ามันก็ไปจัดการมันก็

64
00:01:47,705 --> 00:01:49,044
ถ้าสะดวกแล้วก็

65
00:01:50,014 --> 00:01:50,480

66
00:01:50,394 --> 00:01:50,677

67
00:01:50,524 --> 00:01:50,755

68
00:01:50,655 --> 00:01:52,376
โปรแกรมก็ใช้งานง่าย

69
00:01:52,384 --> 00:01:52,596

70
00:01:52,575 --> 00:01:52,792

71
00:01:52,765 --> 00:01:53,526
คำสั่ง

72
00:01:53,535 --> 00:01:53,763

73
00:01:53,725 --> 00:01:55,385
ไม่เยอะสับสนวุ่นวายมาก

74
00:01:55,334 --> 00:01:55,812

75
00:01:55,584 --> 00:01:56,220
ราคา

76
00:01:56,804 --> 00:01:57,091

77
00:01:57,125 --> 00:01:57,419

78
00:01:57,504 --> 00:02:01,087
หน้าตาตอนสร้างฐานข้อมูลจะเริ่มต้นประมาณนี้นะคะ

79
00:02:00,965 --> 00:02:03,278
เดี๋ยวเราค่อยไปดูในตัวโปรแกรมกัน

80
00:02:03,215 --> 00:02:06,064
มันจะมีส่วนของการทำงานหลักๆอยู่ด้านบน

81
00:02:05,965 --> 00:02:08,053
เราจะเรียกว่าเป็นริบบอน

82
00:02:08,015 --> 00:02:08,956
ข้างบน

83
00:02:09,164 --> 00:02:09,396

84
00:02:09,355 --> 00:02:09,929

85
00:02:09,994 --> 00:02:10,223

86
00:02:10,186 --> 00:02:12,981
ในรูปนี่มันจะเป็นเกี่ยวกับการ

87
00:02:13,015 --> 00:02:15,300
กำหนดโครงสร้างของตาราง

88
00:02:15,386 --> 00:02:16,387

89
00:02:16,595 --> 00:02:17,413
แล้วก็

90
00:02:17,494 --> 00:02:17,985

91
00:02:17,684 --> 00:02:17,916

92
00:02:17,944 --> 00:02:22,222
การกำหนดหน้าจอสำหรับบันทึกข้อมูลหรือแสดงข้อมูลแล้วก็

93
00:02:22,175 --> 00:02:23,382
สามารถทำได้

94
00:02:23,386 --> 00:02:23,606

95
00:02:23,645 --> 00:02:24,973
การสร้างรายงาน

96
00:02:25,244 --> 00:02:26,314
เช่น

97
00:02:26,395 --> 00:02:32,635
มีรายชื่ออยู่ 10 รายชื่อเราอยากให้มันออกมาเป็นรายงานเฉพาะชื่อที่เป็นผู้หญิง

98
00:02:32,544 --> 00:02:33,015

99
00:02:32,804 --> 00:02:35,747
เราก็สามารถสร้างรายงานออกมาได้เหมือนกัน

100
00:02:35,884 --> 00:02:45,884
รวมถึงการสืบค้นการเรียกดูข้อมูลอื่นๆตามเงื่อนไขแล้วก็สามารถทำได้ในส่วนของการสืบค้นเลขดูข้อมูลหนี้เราจะใช้คำสั่ง SQL จะพิมพ์ด้วยตัวเองนะคะ

101
00:02:46,904 --> 00:02:47,178

102
00:02:47,094 --> 00:02:48,346
เราจะไม่ใช้

103
00:02:48,624 --> 00:02:50,283
โปรแกรมสำเร็จรูปทุกอย่าง

104
00:02:50,224 --> 00:02:55,082
จะได้รู้ด้วยว่าเวลาที่เราใช้ภาษา SQL นี่มันทำงานอย่างไรนะคะ

105
00:02:55,165 --> 00:02:55,380

106
00:02:56,255 --> 00:02:56,561

107
00:02:56,764 --> 00:02:57,022

108
00:02:57,275 --> 00:02:59,704
ตารางที่อยู่ใน

109
00:02:59,645 --> 00:02:59,932

110
00:03:00,224 --> 00:03:02,459
โปรแกรม Excel นะคะ

111
00:03:02,465 --> 00:03:03,765
รูปแบบของตารางนี่

112
00:03:04,904 --> 00:03:05,174

113
00:03:05,225 --> 00:03:05,514

114
00:03:05,414 --> 00:03:09,462
ซึ่งมันเป็นมาตรฐานของการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบฐานข้อมูลอยู่แล้วนะคะ

115
00:03:09,584 --> 00:03:09,797

116
00:03:09,964 --> 00:03:13,615
ถ้าเราต้องการจะบันทึกหรือเก็บข้อมูลหนี้

117
00:03:13,614 --> 00:03:17,282
เราก็จะต้องสร้างตารางขึ้นมาก่อนถึงจะใช้งานได้

118
00:03:17,265 --> 00:03:18,337
เหมือน

119
00:03:18,354 --> 00:03:24,083
อธิกรณ์ก่อนที่อาจารย์ให้นักศึกษาลองเปิดโปรแกรมดูนี่มันบนเตียงพิมพ์ลงไปได้เลย

120
00:03:24,115 --> 00:03:26,541
เพราะว่าเรายังไม่มีตาราง

121
00:03:26,625 --> 00:03:27,052

122
00:03:27,004 --> 00:03:27,821
นะคะ

123
00:03:28,474 --> 00:03:30,781
มันจะดูเหมือนกดอะไรไม่ได้เพราะ

124
00:03:30,904 --> 00:03:32,187
เรายังไม่ได้เริ่ม

125
00:03:32,254 --> 00:03:35,217
สร้างตารางเลยนะคะการสร้างตารางในที่นี้

126
00:03:35,144 --> 00:03:39,387
เมื่อคืนการตั้งชื่อแล้วก็กำหนดโครงสร้างของตารางด้วย

127
00:03:39,554 --> 00:03:39,845

128
00:03:39,944 --> 00:03:40,886
นั่นก็คือ

129
00:03:40,904 --> 00:03:42,618
เราก็จะมีค่า

130
00:03:42,634 --> 00:03:43,523

131
00:03:43,594 --> 00:03:47,118
เป็นจะเป็นคอลัมน์ใช่ไหมในเฟสก็เหมือนกัน

132
00:03:47,375 --> 00:03:48,557
เราก็จะกำหนดว่า

133
00:03:48,654 --> 00:03:48,903

134
00:03:48,844 --> 00:03:51,910
หัวคอลัมน์แต่ละคอลัมน์นี่ก็คือฟิวส์นี่แหละ

135
00:03:51,794 --> 00:03:52,355

136
00:03:52,373 --> 00:03:54,151
มันจะมีชื่อว่าอะไรบ้าง

137
00:03:54,354 --> 00:03:55,109
แล้ว

138
00:03:55,064 --> 00:03:55,619

139
00:03:55,955 --> 00:03:58,878
คุณสมบัติของข้อมูลที่ต้องมาจบอะไรนะนี่

140
00:03:59,484 --> 00:03:59,749

141
00:04:00,124 --> 00:04:01,205
มีอะไร

142
00:04:01,274 --> 00:04:01,544

143
00:04:01,404 --> 00:04:02,036

144
00:04:02,104 --> 00:04:02,595

145
00:04:02,553 --> 00:04:04,278
เช่นเป็นตัวหนังสือเท่านั้น

146
00:04:04,474 --> 00:04:06,899
หรือเป็นตัวเลขผสมกับตัวหนังสือ

147
00:04:06,985 --> 00:04:08,849
รับเฉพาะค่าตัวเลข

148
00:04:08,964 --> 00:04:09,457

149
00:04:09,794 --> 00:04:11,859
ค่าตัวเลขจะต้องไม่เกิน 10 ตัว

150
00:04:12,224 --> 00:04:13,493
อะไรก็ว่าไป

151
00:04:13,634 --> 00:04:15,222
รวมถึงต้องกำหนดคีย์หลัก

152
00:04:15,113 --> 00:04:15,608

153
00:04:15,884 --> 00:04:16,509
ราคา

154
00:04:16,654 --> 00:04:16,889

155
00:04:16,843 --> 00:04:18,482
การกำหนดคีย์หลักในหลัก

156
00:04:18,444 --> 00:04:21,472
โปรแกรม Excel กรองๆกดปุ่มเดียวก็เสร็จเลยนะคะ

157
00:04:21,774 --> 00:04:25,562
แล้วก็กำหนดความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ตารางขึ้นไป

158
00:04:25,745 --> 00:04:26,003

159
00:04:26,004 --> 00:04:26,571
ว่า

160
00:04:26,514 --> 00:04:28,107
มันจะเชื่อมต่อกันอย่างไร

161
00:04:28,114 --> 00:04:28,929

162
00:04:30,874 --> 00:04:31,147

163
00:04:31,644 --> 00:04:31,929

164
00:04:31,904 --> 00:04:36,009
ตัวอย่างโครงสร้างของฐานข้อมูลอันนี้เราทุกคนอีกรอบนะคะ

165
00:04:36,383 --> 00:04:36,592

166
00:04:36,824 --> 00:04:39,974
โชว์อยู่ในหน้าจอนี้ก็คือเราจะเรียกว่าตารางนะ

167
00:04:39,844 --> 00:04:40,071

168
00:04:40,354 --> 00:04:40,977

169
00:04:41,123 --> 00:04:41,386

170
00:04:41,445 --> 00:04:42,717
มีแถวมีคอลัมน์

171
00:04:42,723 --> 00:04:42,990

172
00:04:43,174 --> 00:04:43,857

173
00:04:43,944 --> 00:04:44,313

174
00:04:44,514 --> 00:04:47,198
แนวตั้งรถเรียกว่าคอลัมน์

175
00:04:47,144 --> 00:04:49,496
มึงก็คือฟิว

176
00:04:49,453 --> 00:04:49,825

177
00:04:50,665 --> 00:04:50,920

178
00:04:50,924 --> 00:04:54,205
อย่างในตารางนี้จะมีอยู่ 4 ฟิวส์ก็คือ 4 คอลัมน์

179
00:04:54,124 --> 00:04:54,630

180
00:04:54,574 --> 00:04:54,860

181
00:04:54,894 --> 00:04:57,637
มี 3 Records ก็คือ 3 แถวข้อมูล

182
00:04:57,584 --> 00:04:58,220
ราคา

183
00:04:58,224 --> 00:04:59,714
อันนี้เป็นตัวอย่าง

184
00:04:59,763 --> 00:05:00,894
ข้อมูลผู้ป่วย

185
00:05:01,684 --> 00:05:02,298
ราคา

186
00:05:03,293 --> 00:05:03,914
ตรวจ

187
00:05:03,934 --> 00:05:05,058
SNSD

188
00:05:04,954 --> 00:05:06,099
ย่อมาจากรหัส

189
00:05:07,004 --> 00:05:07,365

190
00:05:07,323 --> 00:05:07,803

191
00:05:07,774 --> 00:05:08,461
ป่วย

192
00:05:08,414 --> 00:05:12,678
ordinal Number ต้องมีชื่อมีนามสกุลมีที่อยู่อันนี้เป็น

193
00:05:12,514 --> 00:05:14,550
ตัวอย่างการเก็บข้อมูลอย่างง่าย

194
00:05:15,204 --> 00:05:15,763

195
00:05:15,844 --> 00:05:16,868
ตัวอย่างอย่างง่าย

196
00:05:17,504 --> 00:05:18,849
ส่วนไอ้ตัวโปรแกรม

197
00:05:19,104 --> 00:05:19,548

198
00:05:20,143 --> 00:05:20,512

199
00:05:20,523 --> 00:05:22,450
เราจะสร้างตารางนะคะ

200
00:05:22,824 --> 00:05:23,079

201
00:05:22,954 --> 00:05:23,623

202
00:05:24,104 --> 00:05:25,585
เราจะมากำหนดคุณสมบัติ

203
00:05:25,644 --> 00:05:26,064

204
00:05:26,094 --> 00:05:28,339
ของคอลัมน์แบบเมื่อกี้นี้

205
00:05:28,403 --> 00:05:28,970

206
00:05:28,913 --> 00:05:30,191
เราจะมาดูกำหนด

207
00:05:30,264 --> 00:05:31,080

208
00:05:31,154 --> 00:05:31,670

209
00:05:31,283 --> 00:05:33,001
การตายก็คือการออกแบบ

210
00:05:33,583 --> 00:05:35,566
ว่าจะถามว่ายาในส่วนตรงนี้

211
00:05:35,504 --> 00:05:37,944
อันนี้มันเป็นเมนูภาษาอังกฤษนะคะ

212
00:05:39,034 --> 00:05:39,336

213
00:05:39,424 --> 00:05:40,831
คอลัมน์อะไร

214
00:05:41,213 --> 00:05:41,895
ราคา

215
00:05:42,304 --> 00:05:44,016
ข้อมูลชนิดอะไร

216
00:05:43,964 --> 00:05:44,339

217
00:05:45,574 --> 00:05:45,883

218
00:05:45,824 --> 00:05:48,346
บางทีตัว ID นี้

219
00:05:48,453 --> 00:05:51,059
ถ้าเราไม่ได้กำหนดค่ามันจะเป็นออโต้

220
00:05:51,144 --> 00:05:51,428

221
00:05:51,583 --> 00:05:51,840

222
00:05:51,784 --> 00:05:52,154

223
00:05:52,224 --> 00:05:53,471
จะเพิ่มไปเรื่อยๆ

224
00:05:53,774 --> 00:05:55,415
ตามจำนวนที่เราเพิ่ม

225
00:05:55,303 --> 00:05:56,128
ขึ้นมา

226
00:05:56,073 --> 00:05:57,413
เราสามารถ

227
00:05:57,354 --> 00:05:59,206
ระบุเองก็ได้ค่ะบางทีแล้ว

228
00:05:59,214 --> 00:06:03,463
ไม่อยากได้ตัวเลข 1 2 3 4 5 ไปเรื่อยๆอย่างนี้บางทีก็

229
00:06:03,384 --> 00:06:03,807

230
00:06:04,403 --> 00:06:05,998
น่าจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้ทุกระบบ

231
00:06:06,194 --> 00:06:06,939
นะคะ

232
00:06:06,903 --> 00:06:08,501
ต้องมีตัวหนังสือ

233
00:06:09,145 --> 00:06:09,854
ที่มัน

234
00:06:09,784 --> 00:06:11,280
มีมาผสมกับตัวเลข

235
00:06:11,384 --> 00:06:12,861
รหัสนักศึกษาเรานี่

236
00:06:12,864 --> 00:06:13,090

237
00:06:13,184 --> 00:06:15,952
เข้ามาใหม่เราจะรัน 1 2 3 4 5 ไปเลยไม่ได้

238
00:06:15,803 --> 00:06:16,432
ราคา

239
00:06:16,574 --> 00:06:18,491
มันจะต้องกำหนดเฉพาะ

240
00:06:18,754 --> 00:06:18,989

241
00:06:18,944 --> 00:06:21,039
เช่นขึ้นต้นด้วยปีการศึกษา

242
00:06:21,445 --> 00:06:22,659
รหัสคณะ

243
00:06:22,784 --> 00:06:23,043

244
00:06:23,048 --> 00:06:24,379
รหัส

245
00:06:24,323 --> 00:06:25,486
หลักสูตรแล้วก็

246
00:06:25,544 --> 00:06:27,148
เป็นถึงเลขที่

247
00:06:27,214 --> 00:06:28,431
ว่าเราเลขที่อะไร

248
00:06:28,423 --> 00:06:29,175

249
00:06:29,383 --> 00:06:29,609

250
00:06:29,704 --> 00:06:30,404
ตัวอย่าง

251
00:06:31,564 --> 00:06:32,123

252
00:06:32,843 --> 00:06:37,386
ถ้าเป็นการทำงานในการจัดการตารางจริงๆนี่มันจะไม่ได้มีข้อมูลแค่

253
00:06:37,264 --> 00:06:37,489

254
00:06:37,653 --> 00:06:39,313
นิดเดียวที่เราเคยเห็น

255
00:06:39,444 --> 00:06:39,642

256
00:06:39,634 --> 00:06:41,416
ทางด้านซ้ายนะคะ

257
00:06:41,424 --> 00:06:41,680

258
00:06:41,623 --> 00:06:43,148
เป็นตัวอย่างของ

259
00:06:43,935 --> 00:06:44,945
ตารางทั้งหมด

260
00:06:44,954 --> 00:06:46,093
ที่มันเอามา

261
00:06:46,233 --> 00:06:47,311
เชื่อมโยงกัน

262
00:06:47,514 --> 00:06:47,796

263
00:06:47,704 --> 00:06:49,550
มีไม่ต่ำกว่า 20 ตาราง

264
00:06:49,564 --> 00:06:49,800

265
00:06:50,024 --> 00:06:50,648
นะคะ

266
00:06:50,594 --> 00:06:52,135
มันเป็นระบบงานใหญ่ๆ

267
00:06:52,064 --> 00:06:54,695
รวมถึงการกำหนดด้วยว่า

268
00:06:54,824 --> 00:06:55,040

269
00:06:55,264 --> 00:06:57,276
ข้อมูลแต่ละชนิดที่เข้ามานี่

270
00:06:57,313 --> 00:06:58,657
อย่างเช่น ID

271
00:06:58,983 --> 00:07:02,682
กำหนดให้เป็นตัวเลขให้มันเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆอนุมัติ

272
00:07:02,633 --> 00:07:02,993

273
00:07:03,403 --> 00:07:04,217
สวนเลข

274
00:07:05,063 --> 00:07:05,336

275
00:07:05,323 --> 00:07:06,658
จำตัวผู้ป่วย

276
00:07:07,123 --> 00:07:08,250
เขาจะให้กรอก

277
00:07:08,534 --> 00:07:09,152

278
00:07:09,553 --> 00:07:09,773

279
00:07:09,874 --> 00:07:11,509
แล้วก็จะมีคำอธิบายว่า

280
00:07:11,543 --> 00:07:12,361
ไอ้คำ

281
00:07:12,304 --> 00:07:12,569

282
00:07:12,623 --> 00:07:14,426
คำย่อหรือหัวตารางนี่

283
00:07:15,385 --> 00:07:17,178
ถ้าเป็นภาษาไทยคืออะไร

284
00:07:17,504 --> 00:07:18,382
นะคะ

285
00:07:18,464 --> 00:07:19,087

286
00:07:19,104 --> 00:07:19,731
อย่าง

287
00:07:19,934 --> 00:07:20,550

288
00:07:20,574 --> 00:07:22,883
sn คือเลขบัตรเดิม

289
00:07:22,884 --> 00:07:23,971
ภาพพิมพ์อย่างไร

290
00:07:23,973 --> 00:07:24,265

291
00:07:24,223 --> 00:07:25,941
ไม่ต้องจำเป็นต้องพิมพ์ไหม

292
00:07:25,894 --> 00:07:31,195
ทีแรกจำเป็นต้องพิมพ์นามสกุลเราจะหมดตอนนี้ด้วยนะคำอธิบายนะคะ

293
00:07:31,024 --> 00:07:31,314

294
00:07:32,234 --> 00:07:33,912
ในส่วนของ

295
00:07:34,604 --> 00:07:35,671
ฐานข้อมูล

296
00:07:35,883 --> 00:07:38,425
เราจะเรียกว่าเป็นพจนานุกรมข้อมูล

297
00:07:38,704 --> 00:07:40,072
หรือหน้าตาดี

298
00:07:40,054 --> 00:07:40,936

299
00:07:40,883 --> 00:07:41,126

300
00:07:41,074 --> 00:07:42,221
คือสิ่งที่เราต้องบอก

301
00:07:42,163 --> 00:07:42,398

302
00:07:42,614 --> 00:07:42,865

303
00:07:42,934 --> 00:07:45,922
อย่างสมมุติว่าคุณเป็นโปรแกรมเมอร์คนใหม่มาทำงาน

304
00:07:45,814 --> 00:07:46,630
นะคะ

305
00:07:46,774 --> 00:07:47,004

306
00:07:47,154 --> 00:07:48,185
คำย่อ

307
00:07:48,314 --> 00:07:49,166
GT

308
00:07:49,144 --> 00:07:50,284
แมรี่

309
00:07:50,553 --> 00:07:50,812

310
00:07:51,194 --> 00:07:52,265
คืออะไร

311
00:07:52,794 --> 00:07:54,767
แล้วมาทำงานต่อจากเขา

312
00:07:54,713 --> 00:07:56,309
อธิบายไปว่า

313
00:07:56,584 --> 00:07:57,796
คำศัพท์คำนี้

314
00:07:57,865 --> 00:07:58,153

315
00:07:58,303 --> 00:07:58,545

316
00:07:58,624 --> 00:08:00,408
บันทึกข้อมูลอะไรที่ต้องกรอก

317
00:08:00,483 --> 00:08:00,717

318
00:08:01,953 --> 00:08:02,571
ราคา

319
00:08:03,044 --> 00:08:04,510
สถานภาพสมรส

320
00:08:04,523 --> 00:08:04,777

321
00:08:04,714 --> 00:08:06,263
เขาไม่ได้บอกเราไว้

322
00:08:06,124 --> 00:08:06,548

323
00:08:07,345 --> 00:08:08,350
แต่ก็ต้องมา

324
00:08:08,364 --> 00:08:09,934
หัวใจได้ว่า

325
00:08:10,283 --> 00:08:12,025
สรุปข้อมูลเขาต้องการ

326
00:08:11,954 --> 00:08:12,185

327
00:08:12,083 --> 00:08:13,215
ข้อมูลอะไรกันแน่

328
00:08:13,494 --> 00:08:14,438
เพราะฉะนั้น

329
00:08:14,453 --> 00:08:17,271
การเขียนคำอธิบายก็ค่อนข้างจะเป็นเหมือนกัน

330
00:08:17,203 --> 00:08:19,688
สำหรับการจัดการฐานข้อมูลนะคะ

331
00:08:20,604 --> 00:08:20,831

332
00:08:20,734 --> 00:08:21,104

333
00:08:22,204 --> 00:08:23,259
ส่วนด้านล่าง

334
00:08:23,744 --> 00:08:23,977

335
00:08:24,314 --> 00:08:24,535

336
00:08:24,444 --> 00:08:26,804
เป็นการบอกขนาดของข้อมูล

337
00:08:26,875 --> 00:08:27,086

338
00:08:27,583 --> 00:08:28,281
นะคะ

339
00:08:28,354 --> 00:08:29,250
เช่น

340
00:08:29,444 --> 00:08:29,671

341
00:08:29,633 --> 00:08:30,775
เงินเดือน

342
00:08:31,944 --> 00:08:34,683
เงินเดือนน่าจะไม่มีแค่ 2 หลัก

343
00:08:35,144 --> 00:08:36,828
บางคนเงินเดือนเยอะมั้ง

344
00:08:36,813 --> 00:08:41,403
เงินเดือนน้อยเราก็สามารถกำหนดได้ว่าคนแรกที่สามารถกรอกเข้าไปได้นี่

345
00:08:41,294 --> 00:08:41,587

346
00:08:41,544 --> 00:08:42,700
มากขนาดไหน

347
00:08:42,707 --> 00:08:44,534
เงินเดือนอาจจะยังไม่เห็นภาพ

348
00:08:44,693 --> 00:08:46,731
ถ้าสมมุติว่ามันเป็นคอลัมน์ที่เกี่ยวกับ

349
00:08:46,933 --> 00:08:47,188

350
00:08:47,064 --> 00:08:47,940
ประมาณ

351
00:08:47,893 --> 00:08:48,575
ประเทศ

352
00:08:49,494 --> 00:08:49,730

353
00:08:49,744 --> 00:08:51,372
ไม่ต้องกรอกตัวเลขเยอะ

354
00:08:51,344 --> 00:08:51,980

355
00:08:51,983 --> 00:08:52,501

356
00:08:52,433 --> 00:08:54,662
เลข 67 หลักมันไม่พอแน่นอน

357
00:08:54,624 --> 00:08:55,244
ราคา

358
00:08:55,644 --> 00:08:57,469
เราก็ต้องมากำหนดพรุ่งนี้ด้วยว่า

359
00:08:57,564 --> 00:08:58,863
ข้อมูลที่ใส่ได้

360
00:08:58,784 --> 00:08:58,981

361
00:08:58,904 --> 00:09:00,195
จะเป็นข้อมูล

362
00:09:00,254 --> 00:09:00,558

363
00:09:00,503 --> 00:09:01,660
ขนาดไหน

364
00:09:02,054 --> 00:09:02,292

365
00:09:02,243 --> 00:09:02,928
หรือ

366
00:09:02,885 --> 00:09:06,253
บัตรประชาชนแล้วมันกำหนดไว้ว่าให้กรอกได้แค่ 13 หลัก

367
00:09:06,144 --> 00:09:07,380
เขาก็จะกำหนด

368
00:09:07,494 --> 00:09:09,551
ปกติข้างล่างนี้นะคะ

369
00:09:09,804 --> 00:09:10,241

370
00:09:12,494 --> 00:09:12,921

371
00:09:13,904 --> 00:09:15,038
การสร้างตาราง

372
00:09:15,114 --> 00:09:16,504
โดยใช้มุมมอง

373
00:09:16,653 --> 00:09:17,531
การออกแบบ

374
00:09:17,874 --> 00:09:18,439
ราคา

375
00:09:18,514 --> 00:09:24,459
มันก็จะมีการกำหนดมาว่าชื่อของฟิลด์คือชื่อแต่ละคอลัมน์ควรตั้งชื่ออะไร

376
00:09:24,854 --> 00:09:26,582
ควรจัดให้มีความหมาย

377
00:09:26,583 --> 00:09:28,418
แล้วก็ไม่ยาวจนเกินไป

378
00:09:28,504 --> 00:09:28,735

379
00:09:28,894 --> 00:09:29,828
แล้วก็

380
00:09:30,044 --> 00:09:31,706
ห้ามใช้สัญลักษณ์พิเศษ

381
00:09:31,704 --> 00:09:32,200

382
00:09:32,093 --> 00:09:33,879
พวกเครื่องหมายคำถาม

383
00:09:33,954 --> 00:09:35,346
เครื่องหมาย

384
00:09:35,364 --> 00:09:36,082

385
00:09:36,064 --> 00:09:37,350
อะไรพวกนี้นะคะ

386
00:09:37,664 --> 00:09:37,964

387
00:09:37,984 --> 00:09:39,002
หรือจุดจุดจุด

388
00:09:39,263 --> 00:09:40,469
อันเดอร์สกอร์

389
00:09:40,675 --> 00:09:43,094
ขีดเส้นใต้เราจะไม่ใส่

390
00:09:44,784 --> 00:09:45,913
รวมถึง

391
00:09:46,063 --> 00:09:52,970
ประเภทของข้อมูลนะคะก็คือชนิดของข้อมูลที่จัดเก็บในคอลัมน์หรือฟิวส์นั้น

392
00:09:52,913 --> 00:09:54,369
รหัสสินค้า

393
00:09:55,285 --> 00:09:58,148
มันควรจะเป็นได้ทั้งตัวเลขและตัวอักษรผสมกัน

394
00:09:58,874 --> 00:10:00,020
ราคา

395
00:10:01,054 --> 00:10:01,816
นะคะ

396
00:10:01,884 --> 00:10:03,155
อย่างเดียว

397
00:10:03,224 --> 00:10:03,476

398
00:10:04,183 --> 00:10:05,320
เราไม่พิมพ์

399
00:10:05,593 --> 00:10:09,015
เราจะไม่พิมพ์ถ้ารอแล้วก็ใส่กไก่ 2 ตัว

400
00:10:08,864 --> 00:10:10,275
สูตรเลข 0

401
00:10:10,344 --> 00:10:11,550
ไม่ใช่

402
00:10:11,554 --> 00:10:13,480
500 ก็คือเป็นตัวเลขอย่างเดียว

403
00:10:13,474 --> 00:10:13,837

404
00:10:14,244 --> 00:10:14,512

405
00:10:15,023 --> 00:10:17,855
ส่วนของผมนั้นจะต้องนำไปคำนวณ

406
00:10:19,114 --> 00:10:19,739
นะคะ

407
00:10:20,144 --> 00:10:22,549
จะเป็นข้อมูลคืออะไรเช่นอายุ

408
00:10:23,224 --> 00:10:23,848

409
00:10:23,984 --> 00:10:24,259

410
00:10:24,184 --> 00:10:26,098
เอาวันเดือนปีเกิดไปคำนวณ

411
00:10:25,973 --> 00:10:26,200

412
00:10:26,163 --> 00:10:28,539
จะต้องเป็นตัวเลขหรือเป็นที่

413
00:10:28,404 --> 00:10:28,632

414
00:10:28,663 --> 00:10:29,277

415
00:10:29,685 --> 00:10:29,950

416
00:10:29,874 --> 00:10:33,719
หรืออย่างไรนะคะเราก็ต้องมาพิจารณาข้อมูลพวกนั้นด้วย

417
00:10:33,983 --> 00:10:35,440
อย่างเช่นวันเข้าทำงาน

418
00:10:35,904 --> 00:10:36,110

419
00:10:36,094 --> 00:10:39,391
วันแรกจนถึงปัจจุบันเขาทำงานมาแล้วกี่ปี

420
00:10:39,294 --> 00:10:39,504

421
00:10:39,744 --> 00:10:41,661
ก็จะใช้วันที่ในการคำนวณ

422
00:10:41,734 --> 00:10:42,741
นะคะ

423
00:10:43,014 --> 00:10:43,264

424
00:10:43,204 --> 00:10:47,220
ก็ต้องพิจารณาตรงนี้ด้วยถ้าคุณไม่ได้ไปทำฐานข้อมูลด้วยตัวเอง

425
00:10:47,044 --> 00:10:47,251

426
00:10:49,034 --> 00:10:49,290

427
00:10:49,164 --> 00:10:51,393
ข้อมูลที่เป็นข้อความหรือว่าเธอ

428
00:10:51,274 --> 00:10:51,964

429
00:10:52,364 --> 00:10:54,540
เป็นข้อมูลที่เป็นตัวอักษรตัวเลข

430
00:10:54,474 --> 00:10:54,781

431
00:10:54,734 --> 00:10:56,440
ดูเลขทำไมถึงบอกว่าเป็นเทพ

432
00:10:56,404 --> 00:10:59,186
ถ้ากูเลขที่ไม่ได้ใช้ในการคำนวณเช่น

433
00:10:59,284 --> 00:10:59,568

434
00:10:59,474 --> 00:11:01,329
รหัสนักศึกษาพวกคุณ

435
00:11:01,394 --> 00:11:01,631

436
00:11:01,904 --> 00:11:03,499
เราจะไม่เอามาบวกกัน

437
00:11:03,634 --> 00:11:04,058

438
00:11:04,984 --> 00:11:08,017
ไม่มีผลในการคำนวณนะคะมันเป็นตัวเลขรหัสเฉยๆ

439
00:11:08,254 --> 00:11:09,054
สัญลักษณ์

440
00:11:09,143 --> 00:11:10,158
เครื่องหมาย

441
00:11:10,494 --> 00:11:10,740

442
00:11:10,813 --> 00:11:11,044

443
00:11:11,133 --> 00:11:13,755
บางคนอาจจะจำเป็นที่ต้องใส่สัญลักษณ์

444
00:11:13,824 --> 00:11:14,110

445
00:11:14,784 --> 00:11:16,499
อย่างคำนำหน้าชื่อ

446
00:11:16,584 --> 00:11:16,837

447
00:11:16,774 --> 00:11:17,047

448
00:11:16,964 --> 00:11:17,250

449
00:11:17,094 --> 00:11:18,973
บางคนก็จะพิมพ์นางสาว

450
00:11:19,144 --> 00:11:21,234
บางคนพิมพ์นอน 12

451
00:11:21,705 --> 00:11:23,824
สัญลักษณ์มีเครื่องหมาย

452
00:11:24,014 --> 00:11:24,897
ตัวอักขระ

453
00:11:25,424 --> 00:11:27,141
ที่ผสมกัน

454
00:11:27,144 --> 00:11:27,509

455
00:11:27,724 --> 00:11:28,872
รวมถึงตัวเลข

456
00:11:29,205 --> 00:11:29,463

457
00:11:29,394 --> 00:11:32,106
ตัวเลขนี้ก็จะมีหลายประเภทเหมือนกัน

458
00:11:32,084 --> 00:11:32,295

459
00:11:32,274 --> 00:11:34,724
ปิดข้อมูลที่เป็นตัวเลขอาจจะเป็นจำนวนเงิน

460
00:11:34,704 --> 00:11:34,943

461
00:11:34,964 --> 00:11:35,236

462
00:11:35,344 --> 00:11:35,959

463
00:11:36,054 --> 00:11:37,008
การเก็บเงิน

464
00:11:37,023 --> 00:11:37,269

465
00:11:37,403 --> 00:11:38,609
มีให้เลือกหลายรูปแบบ

466
00:11:39,264 --> 00:11:39,519

467
00:11:39,454 --> 00:11:40,079

468
00:11:40,545 --> 00:11:40,781

469
00:11:40,794 --> 00:11:42,022
ข้อมูลแบบ

470
00:11:42,015 --> 00:11:42,774
ไหน

471
00:11:42,906 --> 00:11:44,956
ข้อมูลที่เราเก็บน่าจะมี

472
00:11:44,894 --> 00:11:45,119

473
00:11:45,284 --> 00:11:46,201
สูงสุด

474
00:11:46,114 --> 00:11:47,767
250

475
00:11:47,714 --> 00:11:50,694
จำนวนเต็มใส่เป็นตัวเลขไม่ได้

476
00:11:51,045 --> 00:11:51,404

477
00:11:51,743 --> 00:11:53,106
integer

478
00:11:53,674 --> 00:11:56,231
ตัวเลขระหว่าง - 3 หมื่นกว่า

479
00:11:56,624 --> 00:11:57,490
YouTube

480
00:11:57,583 --> 00:11:58,762
32000

481
00:11:58,794 --> 00:11:59,677
จำนวนเต็มบวก

482
00:12:00,334 --> 00:12:01,089

483
00:12:01,225 --> 00:12:01,485

484
00:12:01,354 --> 00:12:04,317
บวกเต็มลบไม่มีจุดทศนิยม

485
00:12:04,695 --> 00:12:04,922

486
00:12:04,885 --> 00:12:05,442

487
00:12:06,994 --> 00:12:08,465
รออีกนิด

488
00:12:08,984 --> 00:12:09,731

489
00:12:09,694 --> 00:12:09,964

490
00:12:09,884 --> 00:12:10,826
จากหลักหมื่น

491
00:12:11,104 --> 00:12:11,312

492
00:12:11,295 --> 00:12:11,912

493
00:12:11,934 --> 00:12:12,700

494
00:12:12,634 --> 00:12:12,875

495
00:12:12,764 --> 00:12:13,775
2000000000

496
00:12:13,784 --> 00:12:14,859
อันนี้

497
00:12:15,324 --> 00:12:16,993
การใส่งบประมาณ

498
00:12:17,054 --> 00:12:18,072
เยี่ยมมากๆ

499
00:12:18,784 --> 00:12:20,108
หรือข้อมูล

500
00:12:21,095 --> 00:12:21,328

501
00:12:21,734 --> 00:12:23,901
เงินใดๆก็ตามที่เป็นตัวเลขที่

502
00:12:23,974 --> 00:12:24,207

503
00:12:24,104 --> 00:12:25,042
มากกว่า

504
00:12:25,824 --> 00:12:27,845
ค่า indicator ธรรมดาขึ้นไป

505
00:12:27,754 --> 00:12:27,998

506
00:12:28,073 --> 00:12:28,772
นะคะ

507
00:12:29,224 --> 00:12:30,166
Single

508
00:12:30,764 --> 00:12:32,871
เป็นตัวเลขที่เป็นจุดทศนิยม

509
00:12:32,944 --> 00:12:33,218

510
00:12:33,325 --> 00:12:33,948
ราคา

511
00:12:34,674 --> 00:12:36,684
อาจจะมีค่าไปจนถึงติดลบ

512
00:12:36,985 --> 00:12:37,804
นะคะ

513
00:12:38,324 --> 00:12:40,720
เป็นครั้งสุดท้ายโยมที่เป็นเต็มลบกับเต็มบวก

514
00:12:41,204 --> 00:12:42,011
นะคะ

515
00:12:44,545 --> 00:12:46,518
ต่อมาดับเบิ้ล

516
00:12:46,715 --> 00:12:46,946

517
00:12:46,906 --> 00:12:47,728
ใช้กับ

518
00:12:48,064 --> 00:12:51,292
เลขที่เป็นจุดทศนิยมอย่างเช่นบางทีเราไปซื้อของ

519
00:12:51,465 --> 00:12:55,160
เห็นว่าเขาคำนวณจุดทศนิยมให้เราด้วยแสดงว่า

520
00:12:55,364 --> 00:12:57,745
การเขียนโปรแกรมในการเก็บข้อมูลของเขา

521
00:12:57,734 --> 00:13:00,035
แสดงผลจนถึงจะนิยม

522
00:13:00,304 --> 00:13:00,582

523
00:13:00,424 --> 00:13:02,729
ตำแหน่ง 2 ตำแหน่ง 3 ตำแหน่ง

524
00:13:02,864 --> 00:13:03,811
ว่ากันไป

525
00:13:03,885 --> 00:13:04,139

526
00:13:04,144 --> 00:13:06,889
ส่วนมากถ้าเป็นค่าเงินจั๊ต

527
00:13:06,786 --> 00:13:07,987
นะคะ

528
00:13:08,590 --> 00:13:08,878

529
00:13:08,910 --> 00:13:09,190

530
00:13:09,415 --> 00:13:10,152
ตอบ

531
00:13:10,188 --> 00:13:12,802
ที่เวลา

532
00:13:13,007 --> 00:13:13,228

533
00:13:13,386 --> 00:13:13,670

534
00:13:13,646 --> 00:13:13,996

535
00:13:14,087 --> 00:13:21,401
ว่าจะเป็นการระบุข้อมูลที่เป็นรูปแบบวันที่เป็นผชหรือผญแล้วแต่เราจะระบุก็ได้นะคะ

536
00:13:21,396 --> 00:13:25,774
โดยที่มันอาจจะเป็นระบบเต็มก็คือเป็นวันที่และเวลา

537
00:13:25,686 --> 00:13:25,950

538
00:13:25,888 --> 00:13:27,721
แต่ส่วนมากเราจะใช้แบบ

539
00:13:27,675 --> 00:13:29,515
วันเดือนปีแค่นั้นนะคะ

540
00:13:31,007 --> 00:13:31,280

541
00:13:31,576 --> 00:13:31,936

542
00:13:32,086 --> 00:13:34,858
กลับ Yes No questions นะคะ

543
00:13:34,846 --> 00:13:35,073

544
00:13:35,108 --> 00:13:35,376

545
00:13:35,300 --> 00:13:35,575

546
00:13:35,487 --> 00:13:37,082
ใช่หรือไม่นะคะ

547
00:13:37,346 --> 00:13:43,059
มันจะเป็นคำตอบที่เป็นข้อมูลที่มีตรรกะที่มีอยู่ 2 ข้างก็คือจริงกับเท็จ

548
00:13:43,177 --> 00:13:43,680

549
00:13:43,627 --> 00:13:43,868

550
00:13:43,815 --> 00:13:46,310
เล่นตอนนี้คุณเป็นนักศึกษา

551
00:13:46,377 --> 00:13:49,061
เขาก็จะถามว่าจริงหรือเท็จนะคะ

552
00:13:49,129 --> 00:13:54,948
ถ้าเป็นนักศึกษาอยู่ก็ตอบว่า Yes ก็คือใช่ถ้าเรียนตอบแล้วก็ตอบว่า No นะคะ

553
00:13:55,351 --> 00:13:55,557

554
00:13:55,537 --> 00:13:55,765

555
00:13:55,927 --> 00:13:58,439
กลับ oss นะคะ

556
00:13:58,425 --> 00:14:07,053
ว่าจะเป็นข้อมูลที่ใช้ในการแนบรูปภาพนะคะฐานข้อมูลบางอย่างเขาให้รับแนบรูปภาพด้วยเช่นบางทีรับสมัคร

557
00:14:06,946 --> 00:14:08,600
อาจจะเป็นสมาชิก

558
00:14:08,738 --> 00:14:10,447
หรือสมัครเรียนหนังสือ

559
00:14:10,845 --> 00:14:12,365
หรือสมัครสอบ

560
00:14:12,448 --> 00:14:12,659

561
00:14:12,768 --> 00:14:15,592
เขาก็จะให้เราแนบรูปภาพแนบใบเสร็จ

562
00:14:16,235 --> 00:14:16,473

563
00:14:16,556 --> 00:14:21,996
ถ้าเป็นระบบขายของก็จะเป็นใบเสร็จโอนเงินก็จะแนบรูปภาพมาด้วยนะคะ

564
00:14:22,897 --> 00:14:23,135

565
00:14:23,088 --> 00:14:23,332

566
00:14:23,286 --> 00:14:23,579

567
00:14:23,534 --> 00:14:23,741

568
00:14:24,177 --> 00:14:24,738

569
00:14:24,890 --> 00:14:33,776
ส่วนที่ 3 ก็จะเป็นส่วนของกำหนดค่าเมื่อกี้นี้ที่ครูให้ดูในภาพนะคะก็จะเป็นการบอกขนาดของข้อมูลในภาพที่เราเก็บ

570
00:14:33,977 --> 00:14:35,565
บอกได้เลยนะคะ

571
00:14:35,706 --> 00:14:42,577
รูปแบบของการแสดงผลข้อมูลจะเป็นอย่างไรการป้อนข้อมูลจะเป็นลักษณะไหนเราสามารถกำหนดได้นะคะ

572
00:14:43,204 --> 00:14:43,700

573
00:14:43,846 --> 00:14:48,147
กำหนดการอธิบายข้อมูลเช่นก่อนที่เราจะกรอกข้อมูลลงไปนี่

574
00:14:48,205 --> 00:14:55,146
ในระบบบางอันถ้าเราเมาไปชี้เขาก็จะมีคำอธิบายว่าในช่องนี้ให้กรอกข้อมูลแบบไหน

575
00:14:56,916 --> 00:14:57,496

576
00:14:57,488 --> 00:14:58,816
ถ้าเราบอกให้

577
00:14:58,969 --> 00:15:01,695
ต่อบัตรประชาชนถ้าเอาเม้าส์ไปชี้

578
00:15:01,967 --> 00:15:03,968
เขาก็จะบอกว่าให้กรอกเลขจำนวน

579
00:15:03,967 --> 00:15:05,244
อาบน้ำเป็นต้น

580
00:15:05,247 --> 00:15:06,053
นะคะ

581
00:15:07,097 --> 00:15:07,341

582
00:15:07,546 --> 00:15:07,977

583
00:15:07,996 --> 00:15:09,838
การจะมีกำหนดค่า

584
00:15:09,977 --> 00:15:10,793
ต้น

585
00:15:10,805 --> 00:15:11,069

586
00:15:11,125 --> 00:15:12,857
เช่นเขาบอกเขา

587
00:15:12,806 --> 00:15:13,942
ถามวันเกิด

588
00:15:15,045 --> 00:15:15,397

589
00:15:15,615 --> 00:15:17,554
วันเกิดเขาวันที่ 1 มกราคม

590
00:15:17,607 --> 00:15:23,909
ปี 2000 อะไรก็ว่าไปนะคะก็จะเป็นค่าเริ่มต้นถ้าคุณไม่ได้เปิดวันนั้นคุณก็เปลี่ยนค่าอื่น

591
00:15:24,775 --> 00:15:26,948
หรืออาจจะเป็นบริจาคนะคะ

592
00:15:27,467 --> 00:15:27,896

593
00:15:28,176 --> 00:15:30,494
ค่าเริ่มต้นอาจจะเป็น 10 บาท

594
00:15:30,606 --> 00:15:33,164
คุณอาจจะเปลี่ยนค่าก็ได้นะคะ

595
00:15:33,365 --> 00:15:33,600

596
00:15:34,065 --> 00:15:34,299

597
00:15:34,835 --> 00:15:37,082
การกำหนดเงื่อนไขของข้า

598
00:15:37,087 --> 00:15:37,892

599
00:15:38,366 --> 00:15:38,648

600
00:15:39,576 --> 00:15:42,579
เช่นเงินเดือนนะคะจะต้องเป็นบวกเสมอ

601
00:15:42,525 --> 00:15:45,105
จะบอกว่าเขาถามเงินเดือนเท่าไหร่

602
00:15:45,025 --> 00:15:51,340
บอกว่าติดลบ 5,000 บาทคือยังไม่ได้ทำงานเลยเป็นหนี้ไปเรื่อยๆมันก็ไม่ใช่

603
00:15:51,617 --> 00:15:51,906

604
00:15:53,042 --> 00:15:59,126
ต้องฆ่ามันฆ่าก็ต้องเป็นห่วงเสมอเช่นอายุจะต้องเป็นจำนวนเต็มบวกเต็มลบไม่ได้

605
00:15:59,045 --> 00:15:59,742

606
00:16:00,264 --> 00:16:00,644

607
00:16:01,487 --> 00:16:01,760

608
00:16:01,747 --> 00:16:02,557
นะคะ

609
00:16:02,767 --> 00:16:08,393
การกำหนดข้อมูลที่แสดงหากไม่ตรงตามเงื่อนไขเงื่อนไขอายุเป็นลบ 20

610
00:16:09,305 --> 00:16:09,558

611
00:16:10,715 --> 00:16:11,082

612
00:16:11,036 --> 00:16:11,318

613
00:16:11,226 --> 00:16:16,135
มันก็จะมีคำสั่งแจ้งเตือนขึ้นมาว่าให้ใส่ข้อมูลที่เป็นค่าบวกเท่านั้น

614
00:16:16,345 --> 00:16:17,044
นะคะ

615
00:16:16,995 --> 00:16:17,226

616
00:16:18,147 --> 00:16:22,924
ก็จะเป็นแบบนี้เราสามารถกำหนดรวมถึงข้อมูลที่

617
00:16:22,944 --> 00:16:23,191

618
00:16:23,135 --> 00:16:23,372

619
00:16:23,718 --> 00:16:24,086

620
00:16:24,097 --> 00:16:25,453
จำเป็นต้องออก

621
00:16:25,385 --> 00:16:26,866
เว้นว่างไม่ได้

622
00:16:26,796 --> 00:16:27,003

623
00:16:27,686 --> 00:16:34,762
เลขบัตรประชาชนคุณจะบอกว่าไม่มีเลขบัตรประชาชนเป็นไปไม่ได้นะคะเพราะฉะนั้นต้องกรอกทุกครั้ง

624
00:16:36,085 --> 00:16:43,607
หรืออาจจะเป็นแบบฟอร์มให้สมัครใดๆก็ตามไอ้เลขบัตรประชาชนที่จะเป็นข้อมูลที่จำเป็นที่จะต้องกรอกเสมอนะคะ

625
00:16:43,444 --> 00:16:44,913
วางไม่ได้

626
00:16:45,946 --> 00:16:46,324

627
00:16:46,266 --> 00:16:46,504

628
00:16:46,715 --> 00:16:47,163

629
00:16:47,163 --> 00:16:48,640
การกำหนดค่าคีย์หลัก

630
00:16:48,827 --> 00:16:49,105

631
00:16:48,956 --> 00:16:49,974
นะคะ

632
00:16:49,986 --> 00:16:50,404

633
00:16:50,687 --> 00:16:50,929

634
00:16:51,264 --> 00:16:52,718
ทำได้ไงบ้าง

635
00:16:52,735 --> 00:16:56,611
ถ้าทำในโปรแกรมก็คือคุณจะเลือกค่าไหนให้เป็นคีย์หลัก

636
00:16:56,445 --> 00:16:56,804

637
00:16:56,835 --> 00:16:58,265
นิกกี้

638
00:16:58,636 --> 00:17:03,164
คอลัมน์นั้นๆหรือฟิวส์นั้นๆให้กดไอ้ตัวรูปกุญแจ

639
00:17:03,177 --> 00:17:05,134
กุญแจจะหมายถึงที่รัก

640
00:17:05,097 --> 00:17:05,302

641
00:17:05,415 --> 00:17:07,725
หรือ Primary Key นั่นแหละนะคะ

642
00:17:08,046 --> 00:17:08,310

643
00:17:08,245 --> 00:17:09,775
ให้เลือกแล้วก็กด

644
00:17:09,774 --> 00:17:12,083
มันก็จะการแป้ง

645
00:17:13,234 --> 00:17:16,947
ในระบบเลยว่าค่านี้มีค่า

646
00:17:17,204 --> 00:17:17,574

647
00:17:17,785 --> 00:17:20,094
ที่หลักของตารางนี้นะคะ

648
00:17:21,244 --> 00:17:21,549

649
00:17:22,264 --> 00:17:22,519

650
00:17:22,523 --> 00:17:28,028
กับความสัมพันธ์มันจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ตารางขึ้นไป

651
00:17:28,484 --> 00:17:28,732

652
00:17:28,734 --> 00:17:36,460
เราจะมีการพิจารณาเรื่องครีมของแต่ละตารางที่มันจะอ้างอื่นที่หลักของอีกตารางหนึ่งนะคะ

653
00:17:37,384 --> 00:17:47,307
อันนี้เราก็เราจะลองทำในโปรแกรมว่าจะอ้างอิงอย่างไรนะคะในตัวโปรแกรมนี่มันก็จะง่ายมากถามมันก็จะมีตัวให้เรากดได้เลย

654
00:17:47,193 --> 00:17:49,372
ตามลูกศรสีแดงชี้นะคะ

655
00:17:49,754 --> 00:17:50,016

656
00:17:51,164 --> 00:17:53,974
โปรแกรมค่อนข้างสำเร็จรูปเลยนะคะ

657
00:17:53,973 --> 00:17:54,198

658
00:17:54,234 --> 00:17:54,455

659
00:17:54,933 --> 00:17:55,164

660
00:17:55,194 --> 00:17:55,419

661
00:17:55,643 --> 00:17:59,838
ว่าเราจะสร้างคีย์หลักอย่างไรอันไหนจะเป็นความสัมพันธ์นะคะ

662
00:18:00,253 --> 00:18:04,968
ที่เราจะทำสิ่งเหล่านี้ได้เราต้องรู้แล้วว่าตารางที่เราสร้าง

663
00:18:04,873 --> 00:18:13,177
สัมพันธ์กันอย่างไรเพราะว่าเราเคยว่าง er-diagram มาแล้วก็คือเหมือนตัวอย่างที่อาจารย์ให้ทำงานหนัก

664
00:18:13,394 --> 00:18:13,614

665
00:18:13,843 --> 00:18:19,163
ผู้แต่งหนังสือกับร้านหนังสือเขาคงมีความสัมพันธ์กันอย่างไรนะคะ

666
00:18:19,404 --> 00:18:19,659

667
00:18:20,314 --> 00:18:21,712
อย่างเช่นตัวอย่าง

668
00:18:21,723 --> 00:18:21,940

669
00:18:22,163 --> 00:18:27,809
ถ้าเราสร้างความสัมพันธ์ได้แล้วมันจะเป็นแบบนี้ค่ะมันจะมีการเต้นของ 2 ตาราง

670
00:18:28,834 --> 00:18:29,323

671
00:18:29,535 --> 00:18:32,686
ไม่ดูเลยว่าตารางตารางนี้

672
00:18:33,763 --> 00:18:35,530
เขามีความสัมพันธ์กัน

673
00:18:35,613 --> 00:18:35,990

674
00:18:37,034 --> 00:18:38,678
อย่างตารางนี้ค่ะ

675
00:18:39,013 --> 00:18:39,246

676
00:18:39,204 --> 00:18:39,653

677
00:18:39,654 --> 00:18:42,527
ของตารางนี้มีความสัมพันธ์กันแบบ

678
00:18:42,473 --> 00:18:44,206
1 กลับบ้านกว่า 1

679
00:18:44,263 --> 00:18:44,498

680
00:18:44,454 --> 00:18:44,764

681
00:18:45,804 --> 00:18:52,438
อย่างที่อาจารย์เคยบอกว่าในแต่ละโปรแกรมหรือในแต่ละนักหรือสัญลักษณ์เครื่องหมาย

682
00:18:53,113 --> 00:18:55,156
เขาอาจจะไม่ได้ใช้ตัวเอง

683
00:18:55,284 --> 00:18:56,867
เหมือนที่อาจารย์สอน

684
00:18:57,273 --> 00:19:00,091
แต่มันเป็นความหมายเดียวกันคือ

685
00:19:00,154 --> 00:19:00,932
มานี่

686
00:19:01,183 --> 00:19:02,060

687
00:19:02,274 --> 00:19:05,944
หนึ่งมีความสัมพันธ์มากกว่า 1 กับอะไรนะคะ

688
00:19:07,134 --> 00:19:11,315
เพราะฉะนั้นเราอ่านของเล่มก็เขียนแบบนี้นะคะ

689
00:19:12,523 --> 00:19:12,799

690
00:19:12,713 --> 00:19:13,006

691
00:19:13,092 --> 00:19:21,523
ให้เราเข้าใจว่ามันมีความหมายเดียวกันแต่ต่างกันที่สัญลักษณ์เฉยๆถ้ามันเป็นความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่งนะคะแบบหนึ่ง

692
00:19:21,683 --> 00:19:21,908

693
00:19:22,383 --> 00:19:28,883
รูปแบบมันจะไม่เห็นกำหนดไว้เลยบอกให้รู้ด้วยตัวเองว่ามันเป็นความสัมพันธ์แบบไหนนะคะ

694
00:19:29,813 --> 00:19:32,323
นี่ one two one one to many

695
00:19:34,682 --> 00:19:35,427
นะคะ

696
00:19:36,354 --> 00:19:38,701
ข้อพิจารณาในการสร้างฐานข้อมูล

697
00:19:38,913 --> 00:19:44,300
เราต้องรู้ว่าเราจะสร้างฐานข้อมูลมาทำงานเกี่ยวกับระบบอะไร

698
00:19:45,064 --> 00:19:45,809
นะคะ

699
00:19:46,343 --> 00:19:50,329
ตัวอย่างก็คือร้านเช่าหนังสือร้านขายหนังสือ

700
00:19:50,322 --> 00:19:53,648
ในร้านขายหนังสือต้องมีตารางอะไรบ้างนะคะ

701
00:19:53,643 --> 00:19:53,947

702
00:19:53,904 --> 00:19:58,735
มันอาจจะไม่มีแค่ 3 ตัวอะไรที่อาจารย์ยกตัวอย่างมามากกว่านั้น

703
00:19:58,844 --> 00:19:59,217

704
00:19:59,223 --> 00:20:03,518
คุณจะเช่าหรือคุณจะขายหรือคุณจะมีระบบสมาชิกใหม่นะคะ

705
00:20:03,963 --> 00:20:06,773
รวมถึงรายละเอียดในตาราง

706
00:20:07,232 --> 00:20:09,162
ข้อมูลจะต้องเก็บอะไรบ้าง

707
00:20:10,113 --> 00:20:11,187
เครื่องไหน

708
00:20:12,093 --> 00:20:12,298

709
00:20:12,733 --> 00:20:13,018

710
00:20:13,123 --> 00:20:14,257
มันจะพัง

711
00:20:14,462 --> 00:20:15,862
ไฟตกหรือ

712
00:20:16,903 --> 00:20:17,157

713
00:20:17,093 --> 00:20:17,341

714
00:20:17,603 --> 00:20:18,611
ต่อไป

715
00:20:18,763 --> 00:20:19,535
ก็ต้องดู

716
00:20:19,463 --> 00:20:20,869
ในตาราง

717
00:20:21,443 --> 00:20:22,814
อะไรคือคีย์หลัก

718
00:20:22,922 --> 00:20:23,189

719
00:20:24,404 --> 00:20:31,685
ก็คือค่าที่ห้ามซ้ำกันนั่นเองอันนี้เราจำได้นะความสัมพันธ์ของตารางข้อมูลความสัมพันธ์แบบไหนนะคะ

720
00:20:33,683 --> 00:20:34,241

721
00:20:34,203 --> 00:20:37,602
มีค่าที่ต้องประมวลผลหรือมีการคำนวณไหม

722
00:20:38,163 --> 00:20:38,397

723
00:20:38,363 --> 00:20:40,200
เช่นอายุสมาชิก

724
00:20:41,373 --> 00:20:43,276
หรือวันเข้าทำงาน

725
00:20:43,482 --> 00:20:48,164
ทำงานมาแล้วกี่ปีเพื่อพิจารณาเงินเดือนอะไรก็ว่าไปนะคะ

726
00:20:48,482 --> 00:20:48,724

727
00:20:48,683 --> 00:20:48,923

728
00:20:49,003 --> 00:20:49,370

729
00:20:49,322 --> 00:20:54,506
การแสดงผลของทางหน้าจอเป็นอย่างไรสามารถปริ้นออกมาได้ไหม

730
00:20:54,563 --> 00:20:56,280
ข้อมูลเบื้องต้น

731
00:20:57,522 --> 00:21:01,651
พี่จะใส่ใส่แล้วเป็นอย่างไรเอาไปใส่ระบบงานอะไร

732
00:21:02,193 --> 00:21:02,407

733
00:21:03,213 --> 00:21:05,852
ไปผนวกแล้วไม่มีปัญหาใหม่นะคะ

734
00:21:05,844 --> 00:21:06,055

735
00:21:06,292 --> 00:21:09,060
อันนี้คือข้อพิจารณาในการสร้างคอม

736
00:21:08,983 --> 00:21:11,027
ฐานข้อมูลขึ้นมา

737
00:21:11,033 --> 00:21:12,565
ในระบบเล็กๆ

738
00:21:12,443 --> 00:21:14,608
ต้องพิจารณาเช่นเดียวกันนะคะ

739
00:21:15,072 --> 00:21:15,638

740
00:21:15,583 --> 00:21:15,796

741
00:21:15,713 --> 00:21:16,012

742
00:21:16,092 --> 00:21:16,324

743
00:21:17,373 --> 00:21:17,674

744
00:21:17,823 --> 00:21:18,082

745
00:21:17,953 --> 00:21:26,045
กลับก่อนที่เราจะเรียนในตัวโปรแกรมเราต้องรู้จักคำสั่งที่เราสั่งสั่งให้ฐานข้อมูลมาทำงานก่อนนะคะ

746
00:21:26,472 --> 00:21:30,312
ภาษาที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลอย่างที่บอกค่ะ

747
00:21:30,642 --> 00:21:33,190
ฐานข้อมูล SQL

748
00:21:35,503 --> 00:21:35,727

749
00:21:35,763 --> 00:21:36,310

750
00:21:36,723 --> 00:21:37,143

751
00:21:37,172 --> 00:21:44,486
เรียนภาษา SQL นะคะมันก็จะเป็นเรียนรู้คำสั่งพื้นฐานสำหรับการสร้างโครงสร้างของฐานข้อมูล

752
00:21:44,403 --> 00:21:51,980
คำสั่งในการเรียกดูข้อมูลคำสั่งสำหรับการปรับปรุงข้อมูลเพิ่มลบแก้ไขอันนี้เราต้องทราบนะคะ

753
00:21:52,353 --> 00:21:52,602

754
00:21:52,603 --> 00:21:52,810

755
00:21:53,322 --> 00:21:59,217
ซึ่งภาษา SQL เป็นภาษาทางด้านฐานข้อมูลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนะคะ

756
00:21:59,273 --> 00:21:59,531

757
00:21:59,784 --> 00:22:00,025

758
00:22:00,483 --> 00:22:01,112

759
00:22:01,062 --> 00:22:05,748
ชุดคำสั่งที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลและข้อมูลในฐานข้อมูลนะคะ

760
00:22:07,402 --> 00:22:07,645

761
00:22:07,662 --> 00:22:07,966

762
00:22:07,982 --> 00:22:08,405

763
00:22:08,493 --> 00:22:12,675
กลุ่มคำสั่งของภาษา SQL จะมีอยู่ 3 กลุ่มคำสั่ง

764
00:22:12,722 --> 00:22:16,687
คำถามแรกก็คือคำสั่งที่ใช้สำหรับการสร้างข้อมูล

765
00:22:16,695 --> 00:22:17,121

766
00:22:17,082 --> 00:22:19,968
กำหนดโครงสร้างฐานข้อมูลด้วยนะคะ

767
00:22:20,352 --> 00:22:22,385
โครงสร้างฐานตาราง

768
00:22:22,522 --> 00:22:28,573
กลุ่มที่ 2 จะเป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้สำหรับเพิ่มลบเปลี่ยนแปลงข้อมูลก็คือเป็นการเปลี่ยน

769
00:22:28,422 --> 00:22:30,383
ลงข้อมูลนั่นเองนะคะ

770
00:22:30,282 --> 00:22:30,831

771
00:22:30,792 --> 00:22:35,368
กลุ่มที่ 3 จะเป็นไฟล์สำหรับการสร้างแล้วก็กำหนดโครงสร้างให้กับ

772
00:22:35,284 --> 00:22:36,028
นะคะ

773
00:22:37,322 --> 00:22:37,545

774
00:22:38,222 --> 00:22:43,538
วันนี้เป็นภาษาที่ไม่ได้ใช้แค่นิยามสำหรับข้อมูลเป็นการสร้างด้วยนะคะ

775
00:22:44,312 --> 00:22:44,544

776
00:22:45,332 --> 00:22:48,760
อยากในสไลด์อาจารย์ในวันนี้นี่ถ้าเราเห็น

777
00:22:49,432 --> 00:22:51,094
ทรงกระบอกแบบนี้นี่

778
00:22:51,744 --> 00:22:55,136
ถ้าในหนังสือในทางสากลนี่

779
00:22:56,162 --> 00:22:56,440

780
00:22:56,483 --> 00:23:06,483
เขาจะรับรู้ได้เลยว่าถ้าเราใส่รูปทรงกระบอกแบบนี้ในสัญลักษณ์ใดๆที่เป็นโครงสร้างทางคอมพิวเตอร์ที่เขาจะเรียกว่าอันนี้คือฐานข้อมูลนะคะ

781
00:23:08,651 --> 00:23:10,042
ส่วนข้อมูลผลลัพธ์

782
00:23:10,321 --> 00:23:10,610

783
00:23:10,641 --> 00:23:14,744
ถ้าเป็นรูปภาพแบบนี้แสดงว่าเป็นการแสดงผลรายงานนะคะ

784
00:23:14,992 --> 00:23:24,992
อันนี้ก็เวลาคุณไปอ่านหนังสือเจอหนังสือเล่มอื่นแล้วเขาเขียนแบบนี้นี่ก็ให้เข้าใจว่าก่อนที่จะออกสารข้อมูลใช้คำสั่งเพื่อเรียกดูรายงานออกมา

785
00:23:25,502 --> 00:23:25,705

786
00:23:25,632 --> 00:23:25,867

787
00:23:26,011 --> 00:23:28,441
รับผลรายงานเป็นอย่างไรนะคะ

788
00:23:29,922 --> 00:23:30,173

789
00:23:30,562 --> 00:23:30,816

790
00:23:31,002 --> 00:23:31,286

791
00:23:31,452 --> 00:23:36,105
อันนี้เป็นโครงสร้างคำสั่งภาษา SQL สำหรับการสืบค้นนะคะ

792
00:23:36,072 --> 00:23:41,847
คำสั่งที่ใช้ในการสืบค้นคำสั่งที่ใช้บ่อยที่สุดก็คือคำสั่ง Select

793
00:23:42,222 --> 00:23:43,552
ตัวนี้นะคะ

794
00:23:43,562 --> 00:23:45,793
e l e c T นะคะ

795
00:23:45,682 --> 00:23:45,950

796
00:23:46,511 --> 00:23:46,850

797
00:23:46,962 --> 00:23:47,190

798
00:23:47,212 --> 00:23:51,416
นักศึกษาบางคนเวลาพิมพ์ทำไมคนรับไม่ได้เหมือนเพื่อน

799
00:23:51,323 --> 00:23:52,448
บางทีพิมพ์ผิด

800
00:23:52,921 --> 00:23:53,611
นะคะ

801
00:23:54,263 --> 00:23:57,790
บางครั้งก็จะตกใจไม่ต้องตกใจ

802
00:23:59,391 --> 00:24:04,611
ภาพผลลัพธ์มันไม่ออกมาเรามานั่งได้ดูก่อนว่าเราพิมพ์อะไรผิดไปหรือเปล่านะคะ

803
00:24:04,642 --> 00:24:06,625
เริ่มสัญลักษณ์อะไรไหม

804
00:24:06,633 --> 00:24:08,607
ทำอะไรหรือเปล่านะคะ

805
00:24:09,002 --> 00:24:09,281

806
00:24:09,192 --> 00:24:10,326
ขอเช็คด้วย

807
00:24:12,133 --> 00:24:15,320
ส่วนมากคำสั่งพื้นฐานจะขึ้นต้นด้วย Select

808
00:24:15,792 --> 00:24:21,164
แล้วจะตามไปอีกรอบนะคะพี่เล็กก็คือเราจะแสดงผลข้อมูลอะไร

809
00:24:21,172 --> 00:24:22,635
อย่างที่บอกนะคะ

810
00:24:23,482 --> 00:24:26,284
ต้องพยายามภาษาอังกฤษนิดนึงนะคะ

811
00:24:26,422 --> 00:24:28,140
เพราะว่ามันจำเป็นนะคะ

812
00:24:28,532 --> 00:24:32,699
ปลอมก็คือเราจะเลือกข้อมูลจากตารางไหนนะคะ

813
00:24:33,341 --> 00:24:34,146
where

814
00:24:34,303 --> 00:24:38,336
หมายถึงว่ามีเงื่อนไขในการค้นหาว่าอย่างไรบ้าง

815
00:24:39,173 --> 00:24:40,316
Group by

816
00:24:40,711 --> 00:24:40,944

817
00:24:41,602 --> 00:24:45,241
ข้อมูลจะถูกรวมเป็นข้อมูลเดียวกันหรือไม่นะคะ

818
00:24:45,962 --> 00:24:47,872
มีเงื่อนไขอะไรอีกไหม

819
00:24:47,952 --> 00:24:52,617
รวมถึงการจัดเรียงอย่างไรนะคะเดี๋ยวจะมีตัวอย่างคำสั่งให้ดู

820
00:24:53,524 --> 00:24:56,332
อาทิตย์นี้ดูตัวอย่างคำสั่งไปก่อนนะคะ

821
00:24:57,362 --> 00:24:57,922

822
00:24:58,072 --> 00:25:00,488
อันนี้เป็นตัวอย่างของข้อมูลนะคะ

823
00:25:00,692 --> 00:25:02,580
อะไรหลังกลับไป

824
00:25:03,132 --> 00:25:07,497
เราจะดูคล้ายๆแบบนี้เหมือนกันมีตารางอยู่ 2 ตารางนะคะ

825
00:25:07,741 --> 00:25:10,129
ตารางแรกเป็นตารางหนังสือ

826
00:25:10,562 --> 00:25:11,050

827
00:25:10,691 --> 00:25:13,961
ตารางที่ 2 เป็นตารางสำนักพิมพ์นะคะ

828
00:25:14,342 --> 00:25:14,557

829
00:25:15,171 --> 00:25:20,136
ตารางแรกก็จะมีรหัสหนังสือชื่อหนังสือรหัสสำนักพิมพ์

830
00:25:20,302 --> 00:25:21,368
ราคา

831
00:25:21,711 --> 00:25:22,645
นะคะ

832
00:25:23,561 --> 00:25:29,336
ตารางที่ 2 จะเป็นตารางสำนักพิมพ์มีรหัสสำนักพิมพ์แล้วก็ชื่อสำนักพิมพ์นะคะ

833
00:25:29,723 --> 00:25:33,483
คำสั่งแสดงผลมุมบนขวาตรงนี้นะคะ

834
00:25:33,622 --> 00:25:37,527
ส่วนผลลัพธ์ที่ได้ในภาษา SQL จะอยู่ด้านล่างนะคะ

835
00:25:38,561 --> 00:25:38,974

836
00:25:39,072 --> 00:25:40,002
ตัวอย่าง

837
00:25:40,351 --> 00:25:40,583

838
00:25:41,502 --> 00:25:46,447
คำสั่งในการปลูกค้นข้อมูล 1 ตารางคำสั่งที่ง่ายที่สุดคือ Siri

839
00:25:46,881 --> 00:25:47,773
ปลอม

840
00:25:48,231 --> 00:25:48,910
นะคะ

841
00:25:49,252 --> 00:25:49,514

842
00:25:49,640 --> 00:25:49,864

843
00:25:49,963 --> 00:25:53,917
เวลาอ่านคำสั่งเราก็จะดูตรงนี้นะคะตรงนี้

844
00:25:55,211 --> 00:25:58,395
ขึ้นต้นคำสั่งว่าอะไรอยู่ตรงนี้นะคะ

845
00:25:59,962 --> 00:26:00,243

846
00:26:00,661 --> 00:26:00,928

847
00:26:00,981 --> 00:26:03,799
ตัวอย่างการสืบค้นจาก 1 ตารางนะคะ

848
00:26:03,992 --> 00:26:05,197
ดอกจัน

849
00:26:05,911 --> 00:26:07,359
หมายถึงว่าเอา

850
00:26:07,322 --> 00:26:08,911
คอลัมน์

851
00:26:08,863 --> 00:26:09,103

852
00:26:09,051 --> 00:26:09,274

853
00:26:10,782 --> 00:26:11,143

854
00:26:11,422 --> 00:26:11,697

855
00:26:11,681 --> 00:26:16,669
เราจะสามารถรู้ได้ว่าเราจะเอาข้อมูลเฉพาะคอลัมน์ไหน

856
00:26:17,005 --> 00:26:17,249

857
00:26:18,342 --> 00:26:18,598

858
00:26:18,515 --> 00:26:19,074

859
00:26:20,244 --> 00:26:20,493

860
00:26:20,433 --> 00:26:21,383
ราคา

861
00:26:21,464 --> 00:26:22,018

862
00:26:22,103 --> 00:26:23,553
ตัวอย่างเช่นตัวนี้

863
00:26:23,633 --> 00:26:23,846

864
00:26:24,083 --> 00:26:25,221
นะคะ

865
00:26:26,143 --> 00:26:28,192
ให้แสดงผลข้อมูลทุกแถว

866
00:26:28,254 --> 00:26:29,335
และทุกคอลัมน์

867
00:26:30,970 --> 00:26:32,748
คำสั่งก็คือ Siri

868
00:26:32,863 --> 00:26:33,133

869
00:26:33,054 --> 00:26:33,428

870
00:26:34,344 --> 00:26:36,470
อาจจะเป็นสตาร์นะคะ

871
00:26:36,714 --> 00:26:38,465
select Start From book

872
00:26:38,373 --> 00:26:38,733

873
00:26:38,825 --> 00:26:41,618
คือเอาข้อมูลทุกแถวทุกคอลัมน์

874
00:26:41,514 --> 00:26:42,618
จากตาราง book

875
00:26:43,693 --> 00:26:48,325
ผลลัพธ์ที่ได้ก็แสดงผลข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในตารางบุ๊คนั่นเอง

876
00:26:48,554 --> 00:26:48,930

877
00:26:49,073 --> 00:26:49,698

878
00:26:49,643 --> 00:26:50,147

879
00:26:50,293 --> 00:26:51,682
ถามว่าคำสั่งนี้

880
00:26:51,634 --> 00:26:51,917

881
00:26:51,834 --> 00:26:52,076

882
00:26:52,404 --> 00:26:53,606
ใครสั่ง

883
00:26:53,873 --> 00:26:54,137

884
00:26:54,453 --> 00:26:54,704

885
00:26:54,643 --> 00:26:58,107
บางครั้งอาจจะเป็นคนที่ดูแลฐานข้อมูล

886
00:26:58,103 --> 00:26:59,314
หรือผู้ใช้งาน

887
00:26:59,583 --> 00:27:02,081
ต้องการจะเรียกดูข้อมูลในลักษณะนี้

888
00:27:02,072 --> 00:27:02,318

889
00:27:02,523 --> 00:27:02,789

890
00:27:02,715 --> 00:27:06,896
คำสั่งที่เกิดขึ้นที่สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานก็คือ Siri ปลอม

891
00:27:06,883 --> 00:27:07,172

892
00:27:07,273 --> 00:27:07,769

893
00:27:08,744 --> 00:27:11,884
อันนี้คือ Siri stocker คือเอาทุกแถวทุกคอลัมน์

894
00:27:11,753 --> 00:27:12,188

895
00:27:12,323 --> 00:27:16,379
ถ้าเราไม่เอาทุกแถวทุกคอลัมน์ล่ะเรากำหนดได้ไหมกำหนดได้ค่ะ

896
00:27:16,234 --> 00:27:16,485

897
00:27:16,433 --> 00:27:17,513
คำสั่งต่อมา

898
00:27:17,904 --> 00:27:18,275

899
00:27:18,864 --> 00:27:19,115

900
00:27:19,053 --> 00:27:19,360

901
00:27:19,374 --> 00:27:20,224
Siri

902
00:27:20,145 --> 00:27:20,958
ก็คือเลือด

903
00:27:21,293 --> 00:27:21,555

904
00:27:21,484 --> 00:27:21,744

905
00:27:21,934 --> 00:27:23,522
ชื่อกับราคา

906
00:27:23,543 --> 00:27:23,777

907
00:27:23,673 --> 00:27:23,929

908
00:27:24,824 --> 00:27:25,835
จากตาราง book

909
00:27:26,033 --> 00:27:26,312

910
00:27:26,744 --> 00:27:27,012

911
00:27:27,314 --> 00:27:29,291
ผลลัพธ์ที่ได้จากคำสั่งนี้

912
00:27:29,434 --> 00:27:31,431
ก็จะแสดงผลเฉพาะชื่อ

913
00:27:31,614 --> 00:27:31,840

914
00:27:32,314 --> 00:27:32,546

915
00:27:32,763 --> 00:27:34,624
ราคาของหนังสือเท่านั้น

916
00:27:35,003 --> 00:27:35,271

917
00:27:35,194 --> 00:27:35,414

918
00:27:35,454 --> 00:27:35,682

919
00:27:35,714 --> 00:27:35,970

920
00:27:35,903 --> 00:27:36,189

921
00:27:36,284 --> 00:27:36,524

922
00:27:36,602 --> 00:27:36,822

923
00:27:36,994 --> 00:27:38,770
เพราะว่าอย่างที่อาจารย์เคยบอก

924
00:27:38,714 --> 00:27:38,976

925
00:27:39,304 --> 00:27:41,807
ผู้ใช้งานแต่ละคนไม่เหมือนกัน

926
00:27:42,374 --> 00:27:44,060
เพราะความอยากดูข้อมูลทั้งหมด

927
00:27:44,293 --> 00:27:46,349
ความอยากดูข้อมูลแค่ 2 อย่าง

928
00:27:46,794 --> 00:27:48,714
สามารถทำได้ไหมทำได้ค่ะ

929
00:27:49,614 --> 00:27:51,392
ดูข้อมูลอย่างเดียวก็ทำได้

930
00:27:51,344 --> 00:27:52,970
เราต้องบอกให้ดู

931
00:27:54,474 --> 00:27:57,406
อยากได้ข้อมูลจากตารางไหนคอลัมน์อะไรระบุ

932
00:27:57,624 --> 00:28:00,883
ระบบจัดการฐานข้อมูลก็จะดึงข้อมูลมาให้เราดูนะคะ

933
00:28:01,014 --> 00:28:01,242

934
00:28:01,714 --> 00:28:02,013

935
00:28:01,913 --> 00:28:02,600
ประมาณ

936
00:28:04,094 --> 00:28:06,237
ถ้าเป็นการสืบค้นแบบมีเงื่อนไขล่ะ

937
00:28:06,974 --> 00:28:08,704
ไม่เอาคอลัมน์มันไม่พอ

938
00:28:08,764 --> 00:28:10,232
เราอยากเพิ่มเงื่อนไข

939
00:28:10,174 --> 00:28:10,462

940
00:28:10,494 --> 00:28:12,267
คำสั่งที่ใช้ในการ

941
00:28:12,163 --> 00:28:13,905
กินไข่ก็คือคำสั่ง where

942
00:28:14,214 --> 00:28:14,912

943
00:28:16,073 --> 00:28:16,290

944
00:28:16,713 --> 00:28:19,977
ว่าจะเปลี่ยนซิมเล็กผมว่าระดับลงมานะคะ

945
00:28:20,494 --> 00:28:20,715

946
00:28:22,413 --> 00:28:24,073
อาจจะมีเงื่อนไข

947
00:28:24,394 --> 00:28:26,376
อาจจะเป็นเงื่อนไขในการเปรียบเทียบ

948
00:28:26,954 --> 00:28:29,408
เปรียบเทียบนะครับดูสัญลักษณ์ทางนี้

949
00:28:29,914 --> 00:28:31,560
มันจะเป็นมากกว่า

950
00:28:32,534 --> 00:28:33,148
ราคา

951
00:28:33,234 --> 00:28:33,492

952
00:28:33,433 --> 00:28:34,628
มากกว่าเท่ากับ

953
00:28:34,644 --> 00:28:35,585
น้อยกว่า

954
00:28:36,244 --> 00:28:36,949
ราคา

955
00:28:37,274 --> 00:28:37,558

956
00:28:37,534 --> 00:28:38,338
พวกนี้

957
00:28:39,394 --> 00:28:42,708
น้อยกว่าเท่ากับน้อยกว่าเท่ากับอันนี้ไม่เท่ากลับนะคะ

958
00:28:43,744 --> 00:28:44,173

959
00:28:44,514 --> 00:28:45,791
อันนี้เป็นเท่ากับ

960
00:28:46,504 --> 00:28:48,610
กว่ากว่าอย่างนี้นะคะ

961
00:28:49,124 --> 00:28:50,998
เดี๋ยวจะทำตัวขั้นให้ทีหลัง

962
00:28:50,983 --> 00:28:51,208

963
00:28:52,133 --> 00:28:53,408
หรือการรวบรวม

964
00:28:53,484 --> 00:28:53,867

965
00:28:55,854 --> 00:28:59,079
และหรือคล้ายกับวิชาคณิตศาสตร์ที่เราเรียนไปแล้ว

966
00:28:59,244 --> 00:29:01,547
การปฏิเสธเช่นไม่เอา

967
00:29:01,494 --> 00:29:01,764

968
00:29:01,944 --> 00:29:03,909
นักศึกษาชายอย่างนี้

969
00:29:04,694 --> 00:29:05,709
ตรวจสอบค่า

970
00:29:05,974 --> 00:29:07,304
ของข้อมูลว่าง

971
00:29:07,384 --> 00:29:07,661

972
00:29:10,145 --> 00:29:11,628
ให้มันดูสิว่า

973
00:29:11,675 --> 00:29:13,540
ข้อมูลตัวไหนมีช่องว่าง

974
00:29:13,594 --> 00:29:15,082
ข้อมูลตัวไหนหายไป

975
00:29:16,034 --> 00:29:17,236
ตรวจสอบเป็นช่วง

976
00:29:17,504 --> 00:29:20,437
เช่นช่วงอายุระหว่าง 15 ถึง 18 ปี

977
00:29:21,414 --> 00:29:22,029

978
00:29:22,755 --> 00:29:22,973

979
00:29:23,015 --> 00:29:23,302

980
00:29:24,294 --> 00:29:26,512
รายชื่อใครมีชื่อจอจาน

981
00:29:27,694 --> 00:29:29,563
ชื่อใครมีสระเอ

982
00:29:31,274 --> 00:29:32,605
ตรวจสอบข้อความ

983
00:29:32,814 --> 00:29:33,518
ราคา

984
00:29:34,294 --> 00:29:36,729
ในข้อความนั้นมีคำว่านาย

985
00:29:37,553 --> 00:29:37,783

986
00:29:38,834 --> 00:29:42,496
ก็มีคนที่มีคำขึ้นต้นว่านายทั้งหมดก็ว่าไปนะคะ

987
00:29:42,554 --> 00:29:42,869

988
00:29:43,394 --> 00:29:45,954
มันจะมีการเปรียบเทียบเงื่อนไขด้วยนะคะ

989
00:29:45,955 --> 00:29:47,901
อธิบายไปแล้วนะคะ

990
00:29:47,994 --> 00:29:48,230

991
00:29:48,444 --> 00:29:50,023
กลับมากกว่าน้อยกว่า

992
00:29:50,504 --> 00:29:53,248
มากกว่าเท่ากับน้อยกว่าเท่ากับไม่เท่ากับนะ

993
00:29:53,894 --> 00:29:55,033
อย่างตัวอย่าง

994
00:29:55,945 --> 00:29:57,716
ค้นหาแบบมีเงื่อนไข

995
00:29:57,735 --> 00:29:57,992

996
00:29:59,085 --> 00:30:00,354
นะคะ

997
00:30:01,394 --> 00:30:04,431
คนแรกก็คือให้เอามาแสดงผลเฉพาะชื่อ

998
00:30:05,036 --> 00:30:06,053
กลับราคา

999
00:30:07,284 --> 00:30:08,317
จากตาราง

1000
00:30:09,015 --> 00:30:11,685
โดยที่มีเงื่อนไขคือราคา

1001
00:30:11,764 --> 00:30:12,003

1002
00:30:12,024 --> 00:30:13,481
น้อยกว่า 1,000

1003
00:30:15,558 --> 00:30:16,824
เงื่อนไขแรกคือ

1004
00:30:16,764 --> 00:30:18,344
แสดงผลเฉพาะชื่อ

1005
00:30:19,004 --> 00:30:20,275
ปรับราคานะคะ

1006
00:30:22,335 --> 00:30:24,060
ขายต่อมาคือ

1007
00:30:24,075 --> 00:30:26,669
ราคาน้อยกว่า 1000 มาดูที่ราคาค่ะ

1008
00:30:26,565 --> 00:30:26,870

1009
00:30:26,825 --> 00:30:28,328
อันนี้น้อยกว่า 10 อัน

1010
00:30:28,235 --> 00:30:28,449

1011
00:30:28,425 --> 00:30:29,885
อันนี้น้อยกว่า 1000

1012
00:30:29,955 --> 00:30:30,231

1013
00:30:30,274 --> 00:30:31,491
น้อยกว่า 1000

1014
00:30:32,655 --> 00:30:32,890

1015
00:30:32,915 --> 00:30:34,573
1000 แสดงผลไหมคะ

1016
00:30:34,579 --> 00:30:35,590
ไม่แสดงผล

1017
00:30:36,435 --> 00:30:39,263
1950 แสดงผลใดไม่แสดงผล

1018
00:30:39,504 --> 00:30:41,669
เพราะฉะนั้นก่อนที่มันจะแสดงผล

1019
00:30:42,135 --> 00:30:42,423

1020
00:30:44,115 --> 00:30:45,912
มีอยู่ 5 แถวนะคะ

1021
00:30:46,555 --> 00:30:50,658
มันจะเลือกแสดงผลแค่ชื่อกับราคาเท่านั้นอันนี้คือคำสั่ง

1022
00:30:51,294 --> 00:30:53,207
ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นตัวนี้

1023
00:30:53,155 --> 00:30:53,783
นะคะ

1024
00:30:55,195 --> 00:30:59,194
วันนี้เดี๋ยวเราจะลองทำสัปดาห์หน้าอันนี้อาจารย์ให้ดูภาพก่อนนะคะ

1025
00:31:02,375 --> 00:31:04,076
ตอนนี้เงื่อนไขเหมือนเดิมค่ะ

1026
00:31:03,974 --> 00:31:05,312
ต่างกันที่ว่า

1027
00:31:06,675 --> 00:31:10,403
คำสั่งเปรียบเทียบเป็นน้อยกว่าเท่ากับ 10 แสดงว่า

1028
00:31:10,834 --> 00:31:12,598
เหรียญที่มีราคา 1000

1029
00:31:12,884 --> 00:31:14,801
มันก็จะเอามาแสดงผลด้วย

1030
00:31:15,515 --> 00:31:17,979
เพราะฉะนั้นต้องดูคำสั่งเปรียบเทียบดีๆ

1031
00:31:17,945 --> 00:31:18,563
ว่า

1032
00:31:18,965 --> 00:31:20,174
เขาเอาน้อยกว่า

1033
00:31:20,115 --> 00:31:21,338
น้อยกว่าเท่ากับ

1034
00:31:22,684 --> 00:31:23,381
ราคา

1035
00:31:23,965 --> 00:31:26,007
บางทีเราค้นหาสินค้า

1036
00:31:25,954 --> 00:31:27,472
เว็บขายของออนไลน์

1037
00:31:27,995 --> 00:31:29,925
เอาให้มันจัดเรียงตามราคา

1038
00:31:29,924 --> 00:31:30,232

1039
00:31:31,394 --> 00:31:33,236
คำสั่งนี่ล่ะค่ะ

1040
00:31:33,384 --> 00:31:36,022
การจัดเรียงว่าเราอยากได้สินค้า

1041
00:31:36,076 --> 00:31:37,252
อากาศที่หนาวที่สุด

1042
00:31:37,235 --> 00:31:38,257
ปัญหามากที่สุด

1043
00:31:38,196 --> 00:31:39,460
ไม่เกิน 2,000

1044
00:31:39,475 --> 00:31:39,748

1045
00:31:40,365 --> 00:31:43,334
เขาก็จะจัดอย่างมาให้ใช้คำสั่งนี้ล่ะค่ะ

1046
00:31:43,245 --> 00:31:47,092
ที่มาดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลมาแสดงผลให้เรา

1047
00:31:47,035 --> 00:31:47,588

1048
00:31:47,995 --> 00:31:51,459
ก็เราเป็นแค่ผู้ใช้งานเราไม่รู้ว่าข้างในมันน่ะ

1049
00:31:51,385 --> 00:31:52,909
เขาเขียนอย่างไร

1050
00:31:53,116 --> 00:31:54,581
วันนี้เรารู้แล้วนะคะ

1051
00:31:55,745 --> 00:31:57,198
คำสั่งคอมพิวเตอร์

1052
00:31:57,345 --> 00:31:58,885
สั่งมันว่าอย่างไร

1053
00:32:00,546 --> 00:32:01,426
ตอบมา

1054
00:32:01,435 --> 00:32:01,708

1055
00:32:02,855 --> 00:32:03,136

1056
00:32:03,434 --> 00:32:04,628
เป็นคำสั่งเดิม

1057
00:32:04,715 --> 00:32:06,101
เปลี่ยนเงื่อนไข

1058
00:32:07,276 --> 00:32:08,027

1059
00:32:08,165 --> 00:32:12,923
ให้ราคาไม่เท่ากับ 1,000 บาทเพราะฉะนั้นก็จะแสดงผลหนังสือทุกเล่ม

1060
00:32:14,315 --> 00:32:17,491
ยกเว้นเล่มที่มีราคา 1,000 จะไม่แสดงผล

1061
00:32:17,905 --> 00:32:18,180

1062
00:32:18,485 --> 00:32:20,675
ดูดีๆนะคะเงื่อนไขตรงนี้เอง

1063
00:32:20,986 --> 00:32:22,834
ต่างกันแค่ตรงนี้เองนิดเดียว

1064
00:32:23,224 --> 00:32:25,575
สมมุติว่าในข้อสอบอาจารย์ถามว่า

1065
00:32:25,525 --> 00:32:25,790

1066
00:32:25,715 --> 00:32:28,226
ผลลัพธ์ที่ได้จากคำสั่งนี้แสดงผลอย่างไร

1067
00:32:28,155 --> 00:32:30,386
นักศึกษาก็ต้องเขียนออกมา

1068
00:32:30,596 --> 00:32:31,792
อาจารย์ดูได้

1069
00:32:32,065 --> 00:32:33,412
จากคำสั่งนี้

1070
00:32:33,985 --> 00:32:34,752
ราคา

1071
00:32:35,395 --> 00:32:37,758
ผลลัพธ์ที่ได้ควรจะเป็นอย่างไร

1072
00:32:39,115 --> 00:32:40,917
อันนี้ไม่มีค่าเงื่อนไขเดียว

1073
00:32:41,035 --> 00:32:41,267

1074
00:32:42,315 --> 00:32:44,526
ถ้ามันมีงานหลายขายล่ะ

1075
00:32:45,005 --> 00:32:45,224

1076
00:32:46,735 --> 00:32:48,994
สามารถทำได้หลายเงื่อนไขไหม

1077
00:32:49,035 --> 00:32:49,916
ได้นะคะ

1078
00:32:49,875 --> 00:32:50,094

1079
00:32:51,226 --> 00:32:53,008
มีงานเพิ่มขึ้น

1080
00:32:52,955 --> 00:32:54,647
and หรือ On

1081
00:32:54,555 --> 00:32:54,844

1082
00:32:54,745 --> 00:32:55,371

1083
00:32:55,635 --> 00:32:57,618
คือเป็นไปตามเงื่อนไขทั้งหมด

1084
00:32:58,645 --> 00:32:59,794
พอก็คือ

1085
00:33:00,515 --> 00:33:02,748
เป็นไปตามเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง

1086
00:33:02,945 --> 00:33:03,629
นะคะ

1087
00:33:04,866 --> 00:33:05,104

1088
00:33:05,566 --> 00:33:06,590
อย่างตัวนี้

1089
00:33:07,435 --> 00:33:09,875
คำสั่งลัดดูก่อนเลยอย่างแรกเป็นออ

1090
00:33:10,185 --> 00:33:10,874

1091
00:33:12,295 --> 00:33:15,578
ไอ้เรื่องแสดงผลข้อมูลเฉพาะชื่อกับราคา

1092
00:33:15,635 --> 00:33:16,777
ตารางบอล

1093
00:33:16,786 --> 00:33:18,098

1094
00:33:18,126 --> 00:33:18,386

1095
00:33:18,386 --> 00:33:18,667

1096
00:33:18,895 --> 00:33:19,471

1097
00:33:20,116 --> 00:33:20,402

1098
00:33:21,196 --> 00:33:23,958
ราคามากกว่า 500 หรือรหัสสำนักพิมพ์

1099
00:33:23,956 --> 00:33:25,039
น้อยกว่า 12

1100
00:33:26,715 --> 00:33:26,979

1101
00:33:27,357 --> 00:33:27,723

1102
00:33:28,315 --> 00:33:28,742

1103
00:33:28,826 --> 00:33:29,969
ก็มาดูนะคะ

1104
00:33:30,295 --> 00:33:31,106

1105
00:33:31,705 --> 00:33:33,174
ราคามากกว่า 500

1106
00:33:34,396 --> 00:33:35,999
มีอยู่ 2 เล่มตัวนี้

1107
00:33:36,836 --> 00:33:37,840
นะคะ

1108
00:33:37,916 --> 00:33:38,164

1109
00:33:38,876 --> 00:33:39,083

1110
00:33:40,106 --> 00:33:40,387

1111
00:33:40,935 --> 00:33:45,303
แล้วก็รหัสหรือรหัสสำนัก M น้อยกว่า 12 อย่างนี้นะคะ

1112
00:33:45,355 --> 00:33:45,598

1113
00:33:46,246 --> 00:33:47,279
อย่างนี้

1114
00:33:47,915 --> 00:33:48,669
ช่วงนี้

1115
00:33:48,756 --> 00:33:48,979

1116
00:33:49,077 --> 00:33:50,592
เพราะฉะนั้นจะแสดงผล

1117
00:33:50,865 --> 00:33:51,093

1118
00:33:51,435 --> 00:33:52,382
ฮาเร็ม

1119
00:33:52,596 --> 00:33:52,817

1120
00:33:53,996 --> 00:33:54,221

1121
00:33:54,196 --> 00:33:54,811
ราคา

1122
00:33:55,725 --> 00:33:57,129
ถามว่าทำไมอันนี้

1123
00:33:57,525 --> 00:33:59,516
มันราคาไม่เกิน 500 นี่

1124
00:33:59,445 --> 00:34:00,833
ทำไมมันยังปวดอยู่

1125
00:34:00,796 --> 00:34:01,010

1126
00:34:01,046 --> 00:34:01,796

1127
00:34:01,876 --> 00:34:04,207
รหัสสำนักพิมพ์มันน้อยกว่า 12

1128
00:34:05,156 --> 00:34:05,426

1129
00:34:05,665 --> 00:34:06,607
มันก็เลย

1130
00:34:06,556 --> 00:34:07,823
แสดงผลด้วยนะคะ

1131
00:34:07,775 --> 00:34:08,658
เป็น 5 เล่ม

1132
00:34:09,246 --> 00:34:09,540

1133
00:34:09,827 --> 00:34:11,738
แตกต่างจากตัวอย่างต่อมา

1134
00:34:12,196 --> 00:34:12,951

1135
00:34:13,605 --> 00:34:14,622

1136
00:34:15,077 --> 00:34:16,747
มันมีเงิน

1137
00:34:16,616 --> 00:34:16,841

1138
00:34:16,805 --> 00:34:17,069

1139
00:34:17,066 --> 00:34:19,337
จะต้องดูทั้งเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อ

1140
00:34:19,306 --> 00:34:19,922
ราคา

1141
00:34:20,006 --> 00:34:20,248

1142
00:34:20,586 --> 00:34:23,152
อันนี้คือมันมีเงื่อนไข 2 ข้อก็จริง

1143
00:34:23,086 --> 00:34:23,356

1144
00:34:23,855 --> 00:34:26,060
แบบนั้นสามารถเป็นได้ทั้ง 2 ข้อ

1145
00:34:26,097 --> 00:34:28,014
ที่มันสามารถเลือกได้นะคะ

1146
00:34:28,527 --> 00:34:29,351
อันนี้

1147
00:34:29,686 --> 00:34:30,386

1148
00:34:30,326 --> 00:34:33,044
เข้าตามเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อเป้เท่านั้น

1149
00:34:33,077 --> 00:34:33,706
ราคา

1150
00:34:35,126 --> 00:34:35,359

1151
00:34:35,446 --> 00:34:36,651
เงื่อนไขก็คือ

1152
00:34:36,985 --> 00:34:38,005
ให้ราคา

1153
00:34:38,656 --> 00:34:40,348
กว่าเท่ากับ 500

1154
00:34:40,896 --> 00:34:41,847
ราคา

1155
00:34:41,796 --> 00:34:42,161

1156
00:34:42,236 --> 00:34:42,503

1157
00:34:42,756 --> 00:34:45,361
กว่าเท่ากับ 1000 นั่นเองก็คือเป็นช่วง

1158
00:34:45,376 --> 00:34:45,658

1159
00:34:45,835 --> 00:34:47,478
จะมีเล่มนี้ 500

1160
00:34:48,907 --> 00:34:49,153

1161
00:34:49,546 --> 00:34:50,785
เล่มนี้ 1000

1162
00:34:50,957 --> 00:34:52,418
มาเล่นอีกได้ไหม

1163
00:34:52,296 --> 00:34:54,665
ไม่ได้เพราะมันเกิน 1000

1164
00:34:55,057 --> 00:34:56,838
ไม่มีได้ไหมไม่ได้

1165
00:34:57,296 --> 00:34:58,653
มันน้อยกว่า 500

1166
00:34:58,636 --> 00:35:02,777
เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ที่ได้ก็จะมีอยู่ 2 เล่มเท่านั้นตามเงื่อนไข

1167
00:35:03,126 --> 00:35:03,741
ราคา

1168
00:35:04,596 --> 00:35:06,443
ไม่มีเงื่อนไขมากกว่านี้ไหม

1169
00:35:06,397 --> 00:35:07,276
ไม่ได้ค่ะ

1170
00:35:08,566 --> 00:35:10,142
ได้ทั้งแอนและคอ

1171
00:35:11,077 --> 00:35:11,834

1172
00:35:13,186 --> 00:35:13,424

1173
00:35:13,637 --> 00:35:17,888
อันไหนเป็นแอนก็คือต้องทำตามเงื่อนไขนั้นอย่างเดียวเท่านั้น

1174
00:35:18,237 --> 00:35:18,554

1175
00:35:18,566 --> 00:35:19,127

1176
00:35:19,397 --> 00:35:20,407
ราคา

1177
00:35:21,196 --> 00:35:23,625
เท่ากับ 500 มีเล่มไหนบ้าง

1178
00:35:24,457 --> 00:35:25,659
มีเล่มนี้

1179
00:35:26,956 --> 00:35:27,667
ราคา

1180
00:35:27,666 --> 00:35:28,336

1181
00:35:28,306 --> 00:35:29,244
มีเล่มนี้

1182
00:35:31,376 --> 00:35:32,100

1183
00:35:32,336 --> 00:35:32,619

1184
00:35:33,935 --> 00:35:37,134
Serpico รหัสสำนักพิมพ์เท่ากับ 4

1185
00:35:37,147 --> 00:35:37,370

1186
00:35:37,787 --> 00:35:39,463
กับ 4 มีรุ่นไหนบ้าง

1187
00:35:39,636 --> 00:35:42,326
มีเล่มนี้ค่ะมีเล่มนี้มีเล่มนี้

1188
00:35:44,126 --> 00:35:44,387

1189
00:35:44,896 --> 00:35:47,222
ทำไมถึงเอาเพราะมันเป็นคำสั่งออ

1190
00:35:49,637 --> 00:35:52,002
ก็คือสามารถยอมรับได้เลยนะคะ

1191
00:35:52,906 --> 00:35:54,439
แสดงผลมา 5 เล่ม

1192
00:35:54,827 --> 00:35:55,254

1193
00:35:55,467 --> 00:35:56,369
อันนี้เป็นเพื่อน

1194
00:35:56,486 --> 00:35:56,713

1195
00:35:56,676 --> 00:35:57,055

1196
00:35:58,217 --> 00:35:58,456

1197
00:35:58,597 --> 00:35:58,868

1198
00:35:59,178 --> 00:36:02,136
มันเขียนให้มันสั้นกว่านี้อยู่เดี๋ยวดูไป

1199
00:36:02,126 --> 00:36:03,649
มีอีกหลายตัวอย่างนะคะ

1200
00:36:03,596 --> 00:36:04,034

1201
00:36:03,797 --> 00:36:04,039

1202
00:36:03,987 --> 00:36:04,437

1203
00:36:04,176 --> 00:36:04,445

1204
00:36:04,367 --> 00:36:04,868

1205
00:36:04,556 --> 00:36:06,928
ตอบมาเป็นเงื่อนไขในการปฏิเสธ

1206
00:36:07,436 --> 00:36:08,593
ก็คือไม่เอา

1207
00:36:09,177 --> 00:36:09,468

1208
00:36:09,815 --> 00:36:11,345
ก็คือคำสั่ง not

1209
00:36:11,926 --> 00:36:12,435

1210
00:36:12,187 --> 00:36:12,428

1211
00:36:12,437 --> 00:36:12,662

1212
00:36:12,649 --> 00:36:12,925

1213
00:36:12,826 --> 00:36:13,109

1214
00:36:13,016 --> 00:36:13,285

1215
00:36:13,397 --> 00:36:14,921
อย่างเช่นคำสั่งนี้

1216
00:36:14,996 --> 00:36:15,243

1217
00:36:15,127 --> 00:36:16,398
เงื่อนไขคือ

1218
00:36:16,417 --> 00:36:16,854

1219
00:36:16,928 --> 00:36:17,805
ไม่เอา

1220
00:36:17,828 --> 00:36:18,255

1221
00:36:18,147 --> 00:36:18,428

1222
00:36:18,597 --> 00:36:21,144
รหัสสำนักพิมพ์ที่มีค่าเท่ากับ 4

1223
00:36:21,477 --> 00:36:22,992
อันนี้ตัดไป

1224
00:36:22,947 --> 00:36:24,672
ตัดไปตัดไป

1225
00:36:24,677 --> 00:36:26,596
เพราะฉะนั้นแสดงผลที่เหลือ

1226
00:36:26,798 --> 00:36:27,015

1227
00:36:27,308 --> 00:36:29,147
อันนี้คือเงื่อนไขง่ายๆ

1228
00:36:29,098 --> 00:36:30,299
อย่างเช่น

1229
00:36:31,397 --> 00:36:33,196
เราหาซื้อของออนไลน์

1230
00:36:33,197 --> 00:36:33,480

1231
00:36:33,398 --> 00:36:33,643

1232
00:36:33,718 --> 00:36:37,049
ไม่อยากได้สีแดงเราก็เลยบอกว่าไม่เอาสีแดง

1233
00:36:37,487 --> 00:36:37,692

1234
00:36:37,747 --> 00:36:37,951

1235
00:36:37,998 --> 00:36:38,422

1236
00:36:38,318 --> 00:36:40,028
มันก็แสดงผล

1237
00:36:39,988 --> 00:36:41,263
ที่เหลือมาให้

1238
00:36:41,719 --> 00:36:41,940

1239
00:36:41,848 --> 00:36:42,109

1240
00:36:43,068 --> 00:36:45,304
การผ่าค่าว่าง

1241
00:36:45,237 --> 00:36:45,468

1242
00:36:45,368 --> 00:36:48,120
หลักฐานไม่มีค่าในข้อมูลนั้นๆ

1243
00:36:48,958 --> 00:36:51,261
จะลองดูสิว่าในราคานี้

1244
00:36:51,197 --> 00:36:51,468

1245
00:36:52,158 --> 00:36:55,046
ในส่วนของราคามีอะไรเป็นค่าว่างบ้าง

1246
00:36:55,358 --> 00:36:55,555

1247
00:36:56,388 --> 00:36:58,536
งานตัวนี้เป็นว่าค่าว่างนะคะ

1248
00:36:58,698 --> 00:36:59,141

1249
00:36:59,017 --> 00:37:00,867
ก็จะมีอยู่แค่เล่มเดียว

1250
00:37:01,068 --> 00:37:03,562
ที่ไม่มีข้อมูลสำนักพิมพ์

1251
00:37:03,758 --> 00:37:06,125
ไม่มีข้อมูลราคามีอยู่เล่มเดียว

1252
00:37:06,128 --> 00:37:06,354

1253
00:37:06,709 --> 00:37:08,116
อันนี้เอาไว้เช็คว่า

1254
00:37:08,368 --> 00:37:11,307
ข้อมูลเรามีข้อมูลอะไรหายไปหรือเปล่า

1255
00:37:11,324 --> 00:37:11,540

1256
00:37:11,509 --> 00:37:11,741

1257
00:37:11,759 --> 00:37:14,794
ก็สามารถให้คอมพิวเตอร์มาเช็คให้เราได้นะคะ

1258
00:37:16,249 --> 00:37:16,464

1259
00:37:16,509 --> 00:37:17,842
มาทางกลับกัน

1260
00:37:17,919 --> 00:37:18,396

1261
00:37:18,169 --> 00:37:19,825
ให้มันเช็คว่า

1262
00:37:19,769 --> 00:37:19,990

1263
00:37:19,959 --> 00:37:22,789
มีข้อมูลอะไรบ้างที่ไม่ใช่ค่าว่าง

1264
00:37:22,718 --> 00:37:23,140

1265
00:37:23,109 --> 00:37:24,199
ก็ใช้คำสั่ง

1266
00:37:24,319 --> 00:37:26,684
ที่ใกล้เคียงกันแค่นั้นเองนะคะ

1267
00:37:26,689 --> 00:37:26,928

1268
00:37:26,819 --> 00:37:27,196

1269
00:37:27,203 --> 00:37:28,592
เพราะฉะนั้นภาษาอังกฤษ

1270
00:37:28,799 --> 00:37:29,005

1271
00:37:29,058 --> 00:37:30,338
ค่อนข้างง่ายค่ะ

1272
00:37:30,278 --> 00:37:33,241
เป็นคำง่ายๆพยายามลองแปลดู

1273
00:37:33,609 --> 00:37:33,849

1274
00:37:34,440 --> 00:37:36,658
คำศัพท์ก็ไม่ใช่คำตอบที่

1275
00:37:36,620 --> 00:37:36,937

1276
00:37:36,750 --> 00:37:37,832
ตอนอะไรมาก

1277
00:37:37,910 --> 00:37:40,141
ที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูล

1278
00:37:40,150 --> 00:37:40,652

1279
00:37:40,661 --> 00:37:42,772
ที่เราใช้ and ใช้ออยนะคะ

1280
00:37:42,900 --> 00:37:43,414

1281
00:37:43,409 --> 00:37:44,993
ค่อนข้างยาว

1282
00:37:45,720 --> 00:37:45,960

1283
00:37:46,040 --> 00:37:46,302

1284
00:37:46,490 --> 00:37:46,739

1285
00:37:46,680 --> 00:37:49,682
เราจะเปลี่ยนใหม่เป็นคำสั่ง Between

1286
00:37:49,690 --> 00:37:50,388

1287
00:37:50,400 --> 00:37:50,908

1288
00:37:50,590 --> 00:37:51,149

1289
00:37:51,101 --> 00:37:51,715

1290
00:37:52,001 --> 00:37:53,194
เมื่อคืนระหว่าง

1291
00:37:53,470 --> 00:37:55,186
เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่นะคะ

1292
00:37:55,520 --> 00:37:55,817

1293
00:37:55,780 --> 00:37:56,046

1294
00:37:56,041 --> 00:37:56,520

1295
00:37:56,161 --> 00:37:56,399

1296
00:37:56,740 --> 00:37:59,479
เทียบกันดูนะคะถ้าเราใช้คำสั่งนี้

1297
00:37:59,750 --> 00:38:00,429

1298
00:38:00,390 --> 00:38:01,454
นะคะ

1299
00:38:01,921 --> 00:38:02,142

1300
00:38:02,180 --> 00:38:02,425

1301
00:38:02,439 --> 00:38:02,685

1302
00:38:02,760 --> 00:38:05,830
ให้แสดงผลคอลัมน์นะคะที่มีค่าระหว่าง

1303
00:38:05,901 --> 00:38:07,166
10-20

1304
00:38:07,963 --> 00:38:09,433
เราพิมพ์แค่นี้เอง

1305
00:38:10,001 --> 00:38:11,325
นะคะ

1306
00:38:11,280 --> 00:38:11,642

1307
00:38:11,600 --> 00:38:11,977

1308
00:38:12,691 --> 00:38:13,193

1309
00:38:13,200 --> 00:38:17,781
แต่ถ้าเราจำคำสั่ง Between แอดไม่ได้เราต้องพิมพ์ยาวมากอย่างนี้นะคะ

1310
00:38:17,680 --> 00:38:18,111

1311
00:38:18,130 --> 00:38:19,475
คำสั่งตัวนี้

1312
00:38:19,800 --> 00:38:21,018
มันเลยทำให้เรา

1313
00:38:21,021 --> 00:38:21,280

1314
00:38:21,401 --> 00:38:23,836
ทำงานได้เร็วขึ้นพิมพ์น้อยลง

1315
00:38:24,091 --> 00:38:24,718
นะคะ

1316
00:38:24,802 --> 00:38:25,078

1317
00:38:25,312 --> 00:38:25,612

1318
00:38:25,561 --> 00:38:26,767
อย่างเช่นตัวนี้

1319
00:38:27,561 --> 00:38:28,432
นะคะ

1320
00:38:29,282 --> 00:38:30,797
เงื่อนไขคือ

1321
00:38:31,012 --> 00:38:31,236

1322
00:38:31,271 --> 00:38:31,698

1323
00:38:32,482 --> 00:38:32,768

1324
00:38:33,381 --> 00:38:33,653

1325
00:38:33,571 --> 00:38:33,848

1326
00:38:33,762 --> 00:38:34,028

1327
00:38:33,962 --> 00:38:37,479
ไปเลือกชื่อ 17 กับราคามาโดยมีเงื่อนไขคือ

1328
00:38:37,291 --> 00:38:40,165
ราคาอยู่ในระหว่าง 500-1000

1329
00:38:40,171 --> 00:38:40,666

1330
00:38:40,681 --> 00:38:42,018
ก็มีกี่เล่มคะ

1331
00:38:43,512 --> 00:38:43,761

1332
00:38:43,642 --> 00:38:43,861

1333
00:38:43,892 --> 00:38:45,217
มีอยู่ 2 เล่ม

1334
00:38:45,242 --> 00:38:46,182
500

1335
00:38:46,322 --> 00:38:47,404
1,000

1336
00:38:47,801 --> 00:38:48,014

1337
00:38:48,121 --> 00:38:48,357

1338
00:38:48,312 --> 00:38:48,542

1339
00:38:48,633 --> 00:38:50,438
พิมพ์สั้นลงเยอะเลยนะคะ

1340
00:38:50,801 --> 00:38:51,269

1341
00:38:51,121 --> 00:38:51,405

1342
00:38:51,572 --> 00:38:53,316
พิมพ์สั้นลงเยอะเลย

1343
00:38:53,762 --> 00:38:54,196

1344
00:38:54,721 --> 00:38:55,092

1345
00:38:55,042 --> 00:38:55,273

1346
00:38:55,231 --> 00:38:55,459

1347
00:38:55,552 --> 00:38:55,830

1348
00:38:55,743 --> 00:38:57,148
กับเงื่อนไขต่อมา

1349
00:38:57,152 --> 00:38:57,647

1350
00:38:57,342 --> 00:38:58,432

1351
00:38:58,493 --> 00:38:58,734

1352
00:38:58,882 --> 00:38:59,103

1353
00:38:59,453 --> 00:39:02,914
ราคาไม่อยู่ในช่วงระหว่าง 500 ถึง 1000

1354
00:39:04,323 --> 00:39:04,597

1355
00:39:04,597 --> 00:39:04,895

1356
00:39:04,903 --> 00:39:06,989
มีอะไร 500 ตัดออก

1357
00:39:07,142 --> 00:39:07,401

1358
00:39:07,653 --> 00:39:08,796
1000 ตัดออก

1359
00:39:10,483 --> 00:39:10,725

1360
00:39:10,733 --> 00:39:11,159

1361
00:39:11,183 --> 00:39:13,157
เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ที่ได้

1362
00:39:13,483 --> 00:39:15,146
ก็จะมีอยู่ทุกเล่มเลย

1363
00:39:15,082 --> 00:39:15,323

1364
00:39:15,212 --> 00:39:18,372
ยกเว้นเล่มที่ราคา 500 กับ 1,000

1365
00:39:19,192 --> 00:39:19,469

1366
00:39:19,963 --> 00:39:20,771
นะคะ

1367
00:39:22,975 --> 00:39:23,240

1368
00:39:23,294 --> 00:39:27,274
หรือเราอาจจะค้นหาข้อมูลตามค่าที่เราต้องการ

1369
00:39:27,519 --> 00:39:27,793

1370
00:39:28,224 --> 00:39:28,977
นะคะ

1371
00:39:29,054 --> 00:39:30,911
เราจะใช้คำสั่ง

1372
00:39:30,854 --> 00:39:33,861
เงื่อนไขเพิ่มเติมก็คือ in

1373
00:39:33,924 --> 00:39:35,583
i n ตัวนี้

1374
00:39:36,234 --> 00:39:37,763
i n ตัวนี้

1375
00:39:39,244 --> 00:39:39,519

1376
00:39:39,694 --> 00:39:40,077

1377
00:39:40,145 --> 00:39:42,755
เช่นข้อมูลที่เราต้องการก็คือ

1378
00:39:42,705 --> 00:39:44,297
อาจจะมีตัวเลข

1379
00:39:44,757 --> 00:39:46,921
ให้หาตัวเลขที่

1380
00:39:47,196 --> 00:39:47,470

1381
00:39:48,024 --> 00:39:49,987
ระหว่าง 1-10

1382
00:39:50,717 --> 00:39:50,985

1383
00:39:51,224 --> 00:39:51,502

1384
00:39:51,544 --> 00:39:51,773

1385
00:39:51,794 --> 00:39:52,551

1386
00:39:52,565 --> 00:39:58,426
ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็น 13579 อันนี้เราคาดและจำนวนคี่ระหว่าง 1 ถึง 7

1387
00:40:00,063 --> 00:40:00,493

1388
00:40:00,445 --> 00:40:03,917
ชื่อคนที่ขึ้นชื่อด้วยสเสือมม้า

1389
00:40:05,764 --> 00:40:06,014

1390
00:40:06,155 --> 00:40:07,922
มีอะไรบ้าง

1391
00:40:08,193 --> 00:40:08,442

1392
00:40:08,715 --> 00:40:10,495
สมชายสมพงษ์สมศักดิ์

1393
00:40:10,245 --> 00:40:14,357
อะไรก็ว่าไปสมมุติได้ฐานข้อมูลตัวอย่างก็คือ

1394
00:40:14,415 --> 00:40:17,740
เงื่อนไขให้แสดงชื่อหนังสือกับราคา

1395
00:40:17,937 --> 00:40:18,171

1396
00:40:18,125 --> 00:40:18,372

1397
00:40:18,315 --> 00:40:20,804
ที่ราคาหนังสือนิดนะคะ

1398
00:40:24,084 --> 00:40:24,295

1399
00:40:24,274 --> 00:40:25,871
มีค่าส่ง 150 บาท

1400
00:40:26,075 --> 00:40:26,350

1401
00:40:26,264 --> 00:40:28,246

1402
00:40:28,445 --> 00:40:29,340
1000

1403
00:40:30,499 --> 00:40:33,131
เล่นในบ้านมี 250 มีไหม

1404
00:40:32,996 --> 00:40:35,070
1 เล่ม 500 มีไหม

1405
00:40:34,977 --> 00:40:36,709
500 มี 1 เล่ม

1406
00:40:36,719 --> 00:40:37,651

1407
00:40:37,999 --> 00:40:38,232

1408
00:40:38,187 --> 00:40:40,367
750 มีไหมไม่มี

1409
00:40:41,125 --> 00:40:43,236
สุพรรณมีไหม

1410
00:40:43,946 --> 00:40:44,380

1411
00:40:45,356 --> 00:40:47,375
เพราะฉะนั้นแสดงผล 3 เล่ม

1412
00:40:48,368 --> 00:40:51,204
ถามว่าเราค้นหาไม่เจอแล้วมันเกิดอะไรขึ้นไหม

1413
00:40:51,318 --> 00:40:52,738
ไม่เจอก็คือไม่เจอ

1414
00:40:52,725 --> 00:40:52,982

1415
00:40:52,917 --> 00:40:56,432
ข้อมูลมาแล้วไม่มี 750

1416
00:40:56,377 --> 00:40:57,391
แค่นั้นเอง

1417
00:40:57,915 --> 00:40:58,111

1418
00:40:58,035 --> 00:40:58,298

1419
00:40:58,556 --> 00:40:59,310
นะคะ

1420
00:41:02,916 --> 00:41:03,285

1421
00:41:03,236 --> 00:41:06,557
หรือการค้นหาหนังสือที่ราคา

1422
00:41:07,136 --> 00:41:09,834
ไม่อยู่ในราคาที่ 250

1423
00:41:09,895 --> 00:41:10,158

1424
00:41:10,086 --> 00:41:10,904

1425
00:41:10,857 --> 00:41:11,345

1426
00:41:11,496 --> 00:41:14,131
250 บาทออกไปไม่เอา

1427
00:41:14,636 --> 00:41:14,892

1428
00:41:14,961 --> 00:41:15,175

1429
00:41:15,076 --> 00:41:15,449

1430
00:41:15,397 --> 00:41:17,060
500 เอาไหมไม่เอา

1431
00:41:17,458 --> 00:41:17,688

1432
00:41:17,780 --> 00:41:19,243
150 ไม่มี

1433
00:41:19,246 --> 00:41:19,468

1434
00:41:19,696 --> 00:41:20,777
1000

1435
00:41:20,976 --> 00:41:22,289
ที่ตัดออก

1436
00:41:23,277 --> 00:41:23,485

1437
00:41:23,855 --> 00:41:24,094

1438
00:41:24,046 --> 00:41:24,278

1439
00:41:24,307 --> 00:41:26,137
ชั้นหนังสือเล่มที่มีเหรอ

1440
00:41:26,107 --> 00:41:27,768
ก็เขาบอกว่าไม่เอา

1441
00:41:27,768 --> 00:41:31,727
ซื้อ 250 แม่เอา 500 แมว 750 ไม่เอา 1000

1442
00:41:31,676 --> 00:41:32,094

1443
00:41:32,056 --> 00:41:34,292
ค่าที่เหลือ

1444
00:41:34,366 --> 00:41:37,190
แค่นั้นเองก็คือการตัดออกนั่นแหละค่ะ

1445
00:41:39,240 --> 00:41:39,471

1446
00:41:39,806 --> 00:41:42,787
อันนี้ประกันระบุราคามาแล้ว

1447
00:41:42,756 --> 00:41:43,039

1448
00:41:42,958 --> 00:41:45,093
เราจะระบุเป็นข้อความนะคะ

1449
00:41:46,086 --> 00:41:47,674
ตัวอักษรก็ได้

1450
00:41:48,006 --> 00:41:49,921
คำสั่ง in

1451
00:41:49,878 --> 00:41:50,180

1452
00:41:50,126 --> 00:41:52,182
คราวนี้จะเป็นอย่างไร

1453
00:41:52,116 --> 00:41:52,322

1454
00:41:53,078 --> 00:41:55,131
Like เหมือนกดไลค์เนี่ย

1455
00:41:55,059 --> 00:41:55,267

1456
00:41:58,007 --> 00:41:58,251

1457
00:41:58,520 --> 00:42:01,462
ก็จะเป็นการค้นหาส่งข้อความ

1458
00:42:01,398 --> 00:42:01,701

1459
00:42:01,655 --> 00:42:03,088

1460
00:42:03,069 --> 00:42:04,591
ชื่อเต็มของเขา

1461
00:42:04,918 --> 00:42:06,916
อาจจะเป็นส่วนของชื่อก็ได้

1462
00:42:08,127 --> 00:42:08,362

1463
00:42:08,580 --> 00:42:12,663
จำชื่อเขาไม่ได้เขาชื่อสมพงษ์อะไรแบบนี้

1464
00:42:13,059 --> 00:42:14,794
ส่วนของคำ

1465
00:42:14,727 --> 00:42:16,127
ชื่อว่าผมโกง

1466
00:42:16,267 --> 00:42:18,768
จำคำที่ขึ้นต้นเขาไม่ได้

1467
00:42:18,696 --> 00:42:21,639
ส่วนก็สามารถค้นหาได้เหมือนกัน

1468
00:42:23,057 --> 00:42:23,308

1469
00:42:23,317 --> 00:42:23,995

1470
00:42:23,957 --> 00:42:26,812
เป็นบางคนอาจจะพิมพ์คำว่า Microsoft

1471
00:42:27,029 --> 00:42:28,300
เหมือนจะไม่ได้

1472
00:42:28,307 --> 00:42:28,574

1473
00:42:28,557 --> 00:42:31,703
ค้นหาได้เหมือนกันเป็นบางส่วนของข้อความนะคะ

1474
00:42:31,837 --> 00:42:32,072

1475
00:42:32,407 --> 00:42:32,661

1476
00:42:32,670 --> 00:42:35,024
โดยที่

1477
00:42:35,997 --> 00:42:36,422

1478
00:42:36,567 --> 00:42:38,645
ค้นหาสูตรของข้อความใด

1479
00:42:39,327 --> 00:42:41,153
ที่ไม่จำกัดตัวอักษร

1480
00:42:41,119 --> 00:42:41,545

1481
00:42:41,702 --> 00:42:46,127
เราจะใช้เป็นตัวไปเซ็นหรือว่าตัวสไตล์เป็นดอกจันตรงนี้ก็ได้

1482
00:42:45,919 --> 00:42:47,403
มีตัวอย่างให้ดู

1483
00:42:48,876 --> 00:42:51,231
หรือไปส่งของข้อความใด

1484
00:42:51,177 --> 00:42:53,090
ที่มีขนาดแค่ 1 ตัวอักษร

1485
00:42:53,740 --> 00:42:54,025

1486
00:42:53,998 --> 00:42:55,927
อันเดอร์สกอร์

1487
00:42:56,121 --> 00:42:57,631
เครื่องหมายความ

1488
00:42:58,097 --> 00:42:59,662
ถ้าในส่วนของ

1489
00:42:59,566 --> 00:43:01,036
โปรแกรม Microsoft Excel

1490
00:43:01,168 --> 00:43:01,781

1491
00:43:02,636 --> 00:43:04,560
เราใช้เป็นเครื่องหมายคำถาม

1492
00:43:04,889 --> 00:43:05,124

1493
00:43:05,597 --> 00:43:05,827

1494
00:43:06,877 --> 00:43:07,091

1495
00:43:06,997 --> 00:43:07,275

1496
00:43:07,197 --> 00:43:07,479

1497
00:43:07,450 --> 00:43:08,464
วงเล็บ

1498
00:43:09,116 --> 00:43:10,884
แบบนี้

1499
00:43:11,737 --> 00:43:14,579
ก็คือให้ตัวอักษรในๆที่ปรากฏในช่อง

1500
00:43:14,627 --> 00:43:14,876

1501
00:43:15,717 --> 00:43:15,970

1502
00:43:16,419 --> 00:43:18,350
ต้องเป็นตัวอักษรนั้นเท่านั้น

1503
00:43:20,589 --> 00:43:20,829

1504
00:43:20,908 --> 00:43:22,689
ถ้ามีเครื่องหมายตกใจ

1505
00:43:23,468 --> 00:43:24,798

1506
00:43:24,999 --> 00:43:26,996
เอาตัวอักษรนั้นนะคะ

1507
00:43:27,818 --> 00:43:28,074

1508
00:43:28,138 --> 00:43:30,145
ช่วงตัวอักษรก็ได้

1509
00:43:30,388 --> 00:43:33,098
มันจะไม่เห็นภาพนะคะ

1510
00:43:35,698 --> 00:43:37,559
เช่นเงื่อนไขคือ

1511
00:43:38,201 --> 00:43:38,500

1512
00:43:39,227 --> 00:43:39,521

1513
00:43:39,610 --> 00:43:43,843
ค้นหาชื่อหนังสือและตารางที่ชื่อหนังสือ

1514
00:43:44,407 --> 00:43:44,781

1515
00:43:44,737 --> 00:43:45,436

1516
00:43:46,338 --> 00:43:46,640

1517
00:43:46,717 --> 00:43:47,874
ตัวเอง

1518
00:43:48,199 --> 00:43:49,919
อะไรก็ได้

1519
00:43:51,516 --> 00:43:51,781

1520
00:43:51,909 --> 00:43:54,790
ไปเชียงใหม่เลยจนตอนนี้ขึ้นต้นๆ

1521
00:43:54,597 --> 00:43:57,292
นาฏศิลป์ๆกันด้วยอะไรบ้าง

1522
00:43:57,158 --> 00:44:00,456
ในตารางเราดูสิคะขึ้นต้นด้วยตัว n

1523
00:44:00,428 --> 00:44:01,514
ชื่อ

1524
00:44:01,718 --> 00:44:02,796
มี 2 ชื่อ

1525
00:44:02,928 --> 00:44:04,610
เพราะฉะนั้นแสดงผล 2 อัน

1526
00:44:04,981 --> 00:44:05,282

1527
00:44:05,239 --> 00:44:06,373
ต้นด้วยตัวเอง

1528
00:44:06,707 --> 00:44:07,334
นะคะ

1529
00:44:08,502 --> 00:44:11,140
อันอื่นไม่ได้ขึ้นต้นด้วย N แล้ว

1530
00:44:14,327 --> 00:44:16,924
เงื่อนไขต่อมาหาชื่อหนังสือ

1531
00:44:17,539 --> 00:44:17,823

1532
00:44:17,857 --> 00:44:18,092

1533
00:44:18,239 --> 00:44:22,069
ที่ขึ้นต้นด้วยอะไรก็ได้ลงท้ายด้วยอะไรก็ได้

1534
00:44:22,018 --> 00:44:24,387
แต่ในชื่อนั้นมีตัว C

1535
00:44:25,283 --> 00:44:28,938
ขึ้นต้นด้วยอะไรก็ได้ค่ะลงท้ายอะไรก็ได้

1536
00:44:28,880 --> 00:44:29,571
นะคะ

1537
00:44:31,239 --> 00:44:34,917
ในคำนั้นน่ะต้องมีตัว C

1538
00:44:36,310 --> 00:44:38,180
อันแรกชื่อแรกมีไหมคะ

1539
00:44:39,319 --> 00:44:40,340
ที่ 2

1540
00:44:40,277 --> 00:44:41,347

1541
00:44:42,518 --> 00:44:42,802

1542
00:44:42,907 --> 00:44:47,695
ขึ้นไขขึ้นต้นด้วยอะไรก็ได้ลงท้ายด้วยอะไรก็ได้แต่

1543
00:44:47,580 --> 00:44:47,868

1544
00:44:47,838 --> 00:44:50,415
นักสืบต่อมามีไหมมีตัว C

1545
00:44:50,598 --> 00:44:51,409
มี

1546
00:44:51,430 --> 00:44:53,216
ตัวนี้ก็มีนะคะ

1547
00:44:53,598 --> 00:44:53,875

1548
00:44:54,879 --> 00:44:55,091

1549
00:44:55,141 --> 00:45:00,346
วันนี้ถามว่าเสื้ออย่างไรขึ้นต้นด้วยอะไรก็ได้ก็ได้

1550
00:45:00,329 --> 00:45:00,591

1551
00:45:00,458 --> 00:45:02,059
ขอให้มีตัว C เป็นประกอบ

1552
00:45:02,378 --> 00:45:05,704
ฉะนั้นก็จะมีหนังสืออยู่ 4 เล่มนะคะ 4 เล่ม

1553
00:45:08,150 --> 00:45:09,674
อันนี้คือผลลัพธ์

1554
00:45:10,448 --> 00:45:10,755

1555
00:45:10,771 --> 00:45:14,920
จะมาที่นี่อาจารย์อยากค้นหาชื่อนักศึกษา

1556
00:45:15,318 --> 00:45:16,222
นะคะ

1557
00:45:16,670 --> 00:45:19,590
เขาไม่ได้จำได้แค่มีคำว่า

1558
00:45:19,871 --> 00:45:21,391
คนอะไรสักอย่าง

1559
00:45:24,738 --> 00:45:27,935
ฐานข้อมูลก็สามารถค้นหาให้เราได้เช่นเดียวกันนะคะ

1560
00:45:30,633 --> 00:45:30,997

1561
00:45:31,139 --> 00:45:33,193

1562
00:45:33,319 --> 00:45:35,446
แมวมีเครื่องหมายคำถาม

1563
00:45:35,497 --> 00:45:36,899

1564
00:45:37,159 --> 00:45:37,405

1565
00:45:37,550 --> 00:45:40,137
คำขวัญตัวนี้หมายความว่าอะไร

1566
00:45:40,118 --> 00:45:40,379

1567
00:45:40,440 --> 00:45:41,374

1568
00:45:41,780 --> 00:45:42,056

1569
00:45:42,550 --> 00:45:42,971

1570
00:45:42,929 --> 00:45:45,729
1 ตัวอักษรเท่านั้นเป็น 1 ตัว

1571
00:45:46,392 --> 00:45:48,780
มีตัวใกล้

1572
00:45:48,829 --> 00:45:49,271

1573
00:45:49,197 --> 00:45:49,644

1574
00:45:49,720 --> 00:45:49,957

1575
00:45:50,170 --> 00:45:51,770
ดูเงื่อนไขกันเลย

1576
00:45:52,413 --> 00:45:53,612
ถามว่า

1577
00:45:54,334 --> 00:45:54,567

1578
00:45:54,520 --> 00:45:55,946
ในหนังสือเล่มนี้

1579
00:45:55,938 --> 00:45:56,358

1580
00:45:56,319 --> 00:45:57,197
ได้ไหม

1581
00:45:57,919 --> 00:45:58,990
ไม่ได้

1582
00:45:58,949 --> 00:45:59,387

1583
00:45:59,399 --> 00:46:00,969
ตรงก่อนนะตัวเอง

1584
00:46:01,379 --> 00:46:03,450
ดูก่อนนะ 5 ตัว

1585
00:46:03,679 --> 00:46:03,887

1586
00:46:03,879 --> 00:46:05,240
ชื่อผิดเงื่อนไข

1587
00:46:05,680 --> 00:46:07,167
เครื่องหมายคำถาม

1588
00:46:08,041 --> 00:46:08,478

1589
00:46:08,429 --> 00:46:11,573
กำลังตัวเองจะต้องมีแค่ 1 ตัวเท่านั้น

1590
00:46:11,690 --> 00:46:12,316
นะคะ

1591
00:46:13,171 --> 00:46:14,830
เล่มนี้ล่ะ

1592
00:46:14,839 --> 00:46:15,782

1593
00:46:15,864 --> 00:46:18,918
ก่อนหน้านี้มีหนังสือเยอะเลยก็ไม่ได้

1594
00:46:19,889 --> 00:46:21,300
รุ่นนี้ได้ไหม

1595
00:46:21,629 --> 00:46:22,050

1596
00:46:22,519 --> 00:46:26,467
สอนตามหลังได้ทุกทีได้

1597
00:46:27,640 --> 00:46:29,311
ตอนนี้ไม่มีนะคะ

1598
00:46:29,569 --> 00:46:30,792
เล่มนี้ก็ไม่ได้

1599
00:46:31,302 --> 00:46:32,349
เล่นไม่ได้

1600
00:46:32,518 --> 00:46:34,204
ขึ้นต้นด้วยตัว E

1601
00:46:34,184 --> 00:46:35,461
1 ตัว

1602
00:46:35,400 --> 00:46:35,829

1603
00:46:35,779 --> 00:46:37,315
อีแค่นั้น

1604
00:46:37,770 --> 00:46:38,006

1605
00:46:38,219 --> 00:46:41,247
เขาจะนัดวันนี้จะซื้อแค่ 2 เล่มนี้ก็ไม่ได้

1606
00:46:42,122 --> 00:46:42,333

1607
00:46:43,600 --> 00:46:44,145

1608
00:46:44,239 --> 00:46:48,014
กดหน้าตัวเองมีตัวหนังสือมากกว่า 1 ตัวผิดเงื่อนไข

1609
00:46:48,078 --> 00:46:48,348

1610
00:46:48,980 --> 00:46:49,199

1611
00:46:49,112 --> 00:46:49,414

1612
00:46:49,618 --> 00:46:49,903

1613
00:46:49,878 --> 00:46:50,102

1614
00:46:50,449 --> 00:46:51,843
เงื่อนไขต่อมา

1615
00:46:52,760 --> 00:46:53,036

1616
00:46:53,849 --> 00:46:55,951
มันขายว่าให้ชื่อหนังสือ

1617
00:46:55,903 --> 00:46:56,173

1618
00:46:56,279 --> 00:46:57,747
ขึ้นต้นด้วยตัวเอง

1619
00:46:57,881 --> 00:46:58,956
หรือตัวโอ

1620
00:47:00,384 --> 00:47:02,436
ตามหลังด้วยอะไรก็ได้

1621
00:47:03,780 --> 00:47:04,160

1622
00:47:04,099 --> 00:47:04,802
ราคา

1623
00:47:05,440 --> 00:47:05,728

1624
00:47:05,643 --> 00:47:05,996

1625
00:47:05,961 --> 00:47:07,535
น่าจะมีอยู่ 4 เล่ม

1626
00:47:07,490 --> 00:47:09,918
เล่นที่ขึ้นต้นด้วยตัวเองได้

1627
00:47:10,000 --> 00:47:10,294

1628
00:47:10,250 --> 00:47:10,541

1629
00:47:10,570 --> 00:47:10,836

1630
00:47:11,339 --> 00:47:14,082
โอไหม

1631
00:47:13,963 --> 00:47:15,784
ก็แสดงสื่อ 3 เล่ม

1632
00:47:16,402 --> 00:47:16,705

1633
00:47:16,651 --> 00:47:17,260

1634
00:47:17,880 --> 00:47:19,485
แผนที่ไปตามเงื่อนไข

1635
00:47:19,479 --> 00:47:21,924
เดี๋ยวอาทิตย์หน้าทุกคนจะต้องไปทำเอง

1636
00:47:22,039 --> 00:47:23,819
คนสร้าง

1637
00:47:24,400 --> 00:47:28,097
แล้วก็อาจจะกำหนดว่าให้คุณลองพิมพ์เงื่อนไขตามนี้ดูซิ

1638
00:47:27,932 --> 00:47:28,157

1639
00:47:28,189 --> 00:47:30,454
ให้แสดงผลตามที่จะกำหนด

1640
00:47:30,359 --> 00:47:32,703
คุณก็ต้องพิมพ์คำสั่งที่ถูก

1641
00:47:33,761 --> 00:47:36,455
สัปดาห์หน้าอาจารย์จะบอกว่า

1642
00:47:36,583 --> 00:47:37,793
แสดงผล

1643
00:47:38,310 --> 00:47:38,665

1644
00:47:39,082 --> 00:47:42,552
ขึ้นต้นด้วยสเสือกับตัวอ่าง

1645
00:47:43,371 --> 00:47:43,663

1646
00:47:44,271 --> 00:47:45,347
อาทิตย์หน้า

1647
00:47:45,420 --> 00:47:48,329
เขาทำได้เพราะอาทิตย์นี้มีตัวอย่างแล้ว

1648
00:47:51,190 --> 00:47:52,712
เงื่อนไขต่อมา

1649
00:47:53,359 --> 00:47:53,864

1650
00:47:55,410 --> 00:47:56,588

1651
00:47:56,629 --> 00:47:57,190

1652
00:47:57,202 --> 00:47:57,451

1653
00:47:57,651 --> 00:47:59,166
ตามหลังด้วยอะไรก็

1654
00:47:59,840 --> 00:48:01,267
เล่มเลย

1655
00:48:01,240 --> 00:48:01,991

1656
00:48:01,949 --> 00:48:04,437
เล่มนี้เล่มนี้เล่มนี้เล่มนี้

1657
00:48:05,983 --> 00:48:06,205

1658
00:48:06,240 --> 00:48:07,445
แค่นี้เอง

1659
00:48:08,362 --> 00:48:08,992

1660
00:48:09,569 --> 00:48:10,318

1661
00:48:10,279 --> 00:48:11,228
ต่อมา

1662
00:48:11,298 --> 00:48:11,508

1663
00:48:11,489 --> 00:48:13,862
เริ่มเป็นการปรับปรุงฐานข้อมูล

1664
00:48:13,802 --> 00:48:14,079

1665
00:48:14,369 --> 00:48:14,989

1666
00:48:15,208 --> 00:48:19,376
จะเป็นการกำจัดข้อมูลที่อาจจะมีการซ้ำกันเกิดขึ้น

1667
00:48:19,308 --> 00:48:21,539
ก็คือรายการซ้ำนะคะ

1668
00:48:22,001 --> 00:48:23,655
มี 2 คำสั่ง

1669
00:48:25,082 --> 00:48:25,302

1670
00:48:25,518 --> 00:48:26,875
ก็จะมีการ

1671
00:48:27,119 --> 00:48:27,366

1672
00:48:27,381 --> 00:48:29,357
ใช้คำสั่งที่อาจจะ

1673
00:48:30,129 --> 00:48:32,158
กำจัดข้อมูลซ้ำให้เหลือ

1674
00:48:32,119 --> 00:48:33,326
รายการเดียว

1675
00:48:34,173 --> 00:48:34,398

1676
00:48:34,300 --> 00:48:34,536

1677
00:48:34,620 --> 00:48:37,034
โดยใช้การกำหนดค่าต่างๆเป็นเกณฑ์

1678
00:48:39,099 --> 00:48:42,599
คำสั่งถ้าจะมาเป็นดิสทิ้งตัวนี้

1679
00:48:42,952 --> 00:48:44,276
ลบทิ้งแถว

1680
00:48:45,961 --> 00:48:48,084
เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันนะคะ

1681
00:48:53,449 --> 00:48:53,815

1682
00:48:53,841 --> 00:48:56,810
คำสั่งก็คือให้เรื่อยๆ

1683
00:48:56,789 --> 00:48:57,208

1684
00:48:57,171 --> 00:48:58,755
กำจัดชื่อซ้ำ

1685
00:48:58,901 --> 00:48:59,151

1686
00:48:59,090 --> 00:49:00,242
ชื่อที่ซ้ำ

1687
00:49:00,371 --> 00:49:00,651

1688
00:49:00,629 --> 00:49:01,316
นะคะ

1689
00:49:02,101 --> 00:49:02,316

1690
00:49:02,229 --> 00:49:04,401
จัดตาราง Student

1691
00:49:05,181 --> 00:49:07,293
ดูในตาราง

1692
00:49:07,420 --> 00:49:08,877
ในช่องชื่อ

1693
00:49:09,601 --> 00:49:09,952

1694
00:49:09,919 --> 00:49:10,677
นะคะ

1695
00:49:10,941 --> 00:49:11,390

1696
00:49:12,160 --> 00:49:13,567
โดยเฉพาะชื่อนะ

1697
00:49:13,893 --> 00:49:14,097

1698
00:49:14,720 --> 00:49:16,243
อันไหนชื่อซ้ำ

1699
00:49:16,709 --> 00:49:16,999

1700
00:49:16,960 --> 00:49:18,296
มีซ้ำ 1 คน

1701
00:49:18,441 --> 00:49:18,805

1702
00:49:18,759 --> 00:49:20,217
ก็คือชื่อแดง

1703
00:49:21,258 --> 00:49:21,814

1704
00:49:21,839 --> 00:49:22,384

1705
00:49:22,540 --> 00:49:23,800
เพราะฉะนั้น

1706
00:49:24,908 --> 00:49:25,136

1707
00:49:26,442 --> 00:49:26,671

1708
00:49:27,527 --> 00:49:27,757

1709
00:49:27,848 --> 00:49:32,203
การแสดงผลก็จะเป็นแค่ 3 ชื่อที่เหลือเพราะว่าแดงมีซ้ำ 3 คน

1710
00:49:32,211 --> 00:49:32,564

1711
00:49:32,528 --> 00:49:35,215
เราจะตัดให้เหลือแค่ 1 แรงเท่านั้น

1712
00:49:36,438 --> 00:49:37,386
นะคะ

1713
00:49:38,168 --> 00:49:43,972
ข้อมูลอย่างอื่นเราไม่สนใจหรอกนะแค่อยากรู้ว่าคนที่ชื่อซ้ำกันนี่ตัดชื่อออกนะคะ

1714
00:49:44,253 --> 00:49:45,593
อันนี้คือคำสั่ง

1715
00:49:47,779 --> 00:49:48,044

1716
00:49:48,229 --> 00:49:48,453

1717
00:49:48,358 --> 00:49:48,581

1718
00:49:48,611 --> 00:49:50,829
กลับให้ตัดข้อมูลทิ้งทั้งแถว

1719
00:49:51,678 --> 00:49:51,923

1720
00:49:52,128 --> 00:49:52,491

1721
00:49:52,449 --> 00:49:53,271
นะคะ

1722
00:49:53,218 --> 00:49:53,423

1723
00:49:53,409 --> 00:49:53,670

1724
00:49:53,999 --> 00:49:55,398
ตอนนี้

1725
00:49:55,340 --> 00:49:55,603

1726
00:49:55,597 --> 00:49:57,302
ถ้ามันสำคัญจริงๆ

1727
00:49:57,257 --> 00:49:58,075

1728
00:49:58,028 --> 00:49:58,841
ศึกษาศาสตร์

1729
00:49:58,917 --> 00:49:59,424

1730
00:49:59,630 --> 00:50:03,341
คนชื่อเดือนสำคัญก็จริงนะคะแต่นามสกุลนี่

1731
00:50:03,732 --> 00:50:04,760
ไม่สำคัญ

1732
00:50:05,331 --> 00:50:06,604
จะมีอันนี้

1733
00:50:06,610 --> 00:50:06,896

1734
00:50:07,887 --> 00:50:08,087

1735
00:50:08,148 --> 00:50:10,193
ซ้ำทั้งชื่อทั้งนามสกุล

1736
00:50:10,589 --> 00:50:12,365
ถ้าใช้คำสั่งนี้นะคะ

1737
00:50:12,438 --> 00:50:12,692

1738
00:50:12,760 --> 00:50:13,024

1739
00:50:13,080 --> 00:50:13,349

1740
00:50:13,280 --> 00:50:13,561

1741
00:50:13,527 --> 00:50:13,745

1742
00:50:13,788 --> 00:50:13,999

1743
00:50:13,919 --> 00:50:16,661
มันจะตัดข้อมูลที่ซ้ำกันทั้งแถว

1744
00:50:16,919 --> 00:50:17,443

1745
00:50:18,718 --> 00:50:18,969

1746
00:50:19,168 --> 00:50:19,544

1747
00:50:19,488 --> 00:50:20,241
นะคะ

1748
00:50:20,958 --> 00:50:21,313

1749
00:50:21,406 --> 00:50:24,804
อันนี้ก็คือเดี๋ยวเราไปดูในโปรแกรมจริงๆดีกว่า

1750
00:50:24,799 --> 00:50:25,484
นะคะ

1751
00:50:25,639 --> 00:50:26,009

1752
00:50:26,080 --> 00:50:26,319

1753
00:50:26,537 --> 00:50:27,018

1754
00:50:27,047 --> 00:50:27,280

1755
00:50:27,309 --> 00:50:31,803
อันนี้ตัวอย่างมันอาจจะดูไม่เห็นภาพไม่ชัดมันจะดูน้อยไป

1756
00:50:31,848 --> 00:50:32,100

1757
00:50:32,167 --> 00:50:34,543
เดี๋ยวอาทิตย์หน้าเราได้ทำของจริงนี่

1758
00:50:34,478 --> 00:50:36,513
เราจะได้ทำเยอะกว่านี้

1759
00:50:36,466 --> 00:50:37,159
นะคะ

1760
00:50:37,998 --> 00:50:38,256

1761
00:50:38,838 --> 00:50:39,266

1762
00:50:39,277 --> 00:50:39,561

1763
00:50:39,478 --> 00:50:39,778

1764
00:50:39,726 --> 00:50:40,485

1765
00:50:40,438 --> 00:50:42,816
การเรียงลำดับข้อมูลนะคะ

1766
00:50:43,449 --> 00:50:43,887

1767
00:50:44,476 --> 00:50:44,741

1768
00:50:44,799 --> 00:50:47,030
คำสั่ง Order by

1769
00:50:47,288 --> 00:50:47,527

1770
00:50:47,478 --> 00:50:47,700

1771
00:50:48,059 --> 00:50:48,305

1772
00:50:48,438 --> 00:50:49,777
คือการเรียงลำดับ

1773
00:50:49,717 --> 00:50:50,724
นะคะ

1774
00:50:51,009 --> 00:50:54,873
ก็คือเพื่อแสดงผลข้อมูลทั้งหมดจากตาราง book

1775
00:50:55,431 --> 00:50:55,794

1776
00:50:55,751 --> 00:50:56,039

1777
00:50:55,938 --> 00:50:57,266
โดยให้เรียงลำดับ

1778
00:50:57,476 --> 00:51:00,504
จำราคาถ้าเราไม่สั่งเพิ่มเติม

1779
00:51:00,427 --> 00:51:00,700

1780
00:51:00,556 --> 00:51:00,925

1781
00:51:00,878 --> 00:51:01,114

1782
00:51:01,518 --> 00:51:04,259
มันจะเป็นการเรียงจากน้อยไปหามาก

1783
00:51:04,456 --> 00:51:04,682

1784
00:51:04,648 --> 00:51:04,881

1785
00:51:05,035 --> 00:51:05,254

1786
00:51:05,606 --> 00:51:06,478
นะคะ

1787
00:51:06,886 --> 00:51:07,461

1788
00:51:07,476 --> 00:51:10,464
คำสั่งนี้ก็คือ Order by Price ก็คือ

1789
00:51:10,548 --> 00:51:14,807
เรียงลำดับจากราคาจากน้อยไปหามากก็จะเรียนขับใหม่

1790
00:51:14,766 --> 00:51:16,553
สับเปลี่ยนลำดับ

1791
00:51:16,567 --> 00:51:20,480
ที่เราสั่งอ่ะถ้าเกิดเราอยากเรียนจากมากไปหาน้อย

1792
00:51:20,796 --> 00:51:21,079

1793
00:51:20,986 --> 00:51:23,481
เราจะต้องระบุเพิ่มด้วยว่า

1794
00:51:23,477 --> 00:51:25,484
DSC ตัวนี้

1795
00:51:25,477 --> 00:51:25,736

1796
00:51:25,918 --> 00:51:26,180

1797
00:51:26,116 --> 00:51:26,518

1798
00:51:26,365 --> 00:51:26,612

1799
00:51:26,816 --> 00:51:28,538
มันจะมาถึงกัน

1800
00:51:28,477 --> 00:51:32,917
เรียงลำดับราคาก็จริงใจเรียนจากราคามากไปหาน้อย

1801
00:51:34,376 --> 00:51:34,795

1802
00:51:34,885 --> 00:51:35,169

1803
00:51:35,147 --> 00:51:36,419
ต้องบอกด้วย

1804
00:51:36,356 --> 00:51:39,862
หมดเวลาใช้เว็บในการซื้อของออนไลน์เหมือนกัน

1805
00:51:39,754 --> 00:51:40,025

1806
00:51:40,005 --> 00:51:42,005
ไส้ในของโปรแกรมมัน

1807
00:51:41,935 --> 00:51:42,141

1808
00:51:42,199 --> 00:51:44,353
ก็คือคำสั่งที่เราเรียนวันนี้

1809
00:51:44,437 --> 00:51:45,185
นะคะ

1810
00:51:45,196 --> 00:51:45,456

1811
00:51:45,515 --> 00:51:45,740

1812
00:51:45,776 --> 00:51:50,324
นักศึกษาที่ไม่เข้าใจเพราะต่อไปเราจะไม่เป็นแค่ผู้ใช้งานแล้ว

1813
00:51:50,716 --> 00:51:53,527
เราอาจจะได้เป็นผู้ดูแลระบบด้วยนะ

1814
00:51:54,676 --> 00:51:54,933

1815
00:51:55,065 --> 00:51:55,293

1816
00:51:55,764 --> 00:51:56,199

1817
00:51:56,155 --> 00:51:56,386

1818
00:51:56,476 --> 00:51:56,697

1819
00:51:56,606 --> 00:51:56,837

1820
00:51:56,928 --> 00:51:57,153

1821
00:51:57,185 --> 00:51:57,440

1822
00:51:57,378 --> 00:52:00,757
กลับกันก็จะมีฟังก์ชันคำนวณคณิตศาสตร์

1823
00:52:00,705 --> 00:52:00,936

1824
00:52:00,958 --> 00:52:01,201

1825
00:52:01,610 --> 00:52:06,473
เกิดในการจัดการฐานข้อมูลด้วยอาจจะเป็นฟังก์ชันสำหรับการบวกการ

1826
00:52:06,346 --> 00:52:08,852
นับการหาค่าเฉลี่ยนะคะ

1827
00:52:09,098 --> 00:52:10,347
ไอ้เอง

1828
00:52:10,246 --> 00:52:11,313
อีตัวจริง

1829
00:52:11,205 --> 00:52:11,436

1830
00:52:11,467 --> 00:52:12,892
Everest

1831
00:52:12,879 --> 00:52:13,098

1832
00:52:13,077 --> 00:52:14,995
คือการหาค่าเฉลี่ย

1833
00:52:15,826 --> 00:52:16,065

1834
00:52:16,014 --> 00:52:20,295
หาค่ามากที่สุดอันนี้เป็นประสาทอย่างง่าย

1835
00:52:20,307 --> 00:52:22,547
ไม่ต้องเอามาใช้ด้วยนะคะ

1836
00:52:22,555 --> 00:52:23,494
เช่น

1837
00:52:23,635 --> 00:52:23,891

1838
00:52:24,214 --> 00:52:24,701

1839
00:52:24,796 --> 00:52:25,665
ให้

1840
00:52:25,684 --> 00:52:26,820
รวม

1841
00:52:27,285 --> 00:52:27,544

1842
00:52:28,054 --> 00:52:29,647
ราคาทั้งหมด

1843
00:52:30,045 --> 00:52:30,309

1844
00:52:30,236 --> 00:52:30,482

1845
00:52:30,436 --> 00:52:31,646

1846
00:52:31,664 --> 00:52:34,015
ใหม่หรือว่า

1847
00:52:34,154 --> 00:52:34,372

1848
00:52:34,354 --> 00:52:35,697
some Price

1849
00:52:35,634 --> 00:52:36,645
ตัวนี้

1850
00:52:37,235 --> 00:52:39,338
นะคะให้รวม

1851
00:52:39,734 --> 00:52:40,998
ราคาทั้งหมด

1852
00:52:41,144 --> 00:52:41,564

1853
00:52:41,525 --> 00:52:43,242
ใส่ในคอลัมน์ใหม่

1854
00:52:43,314 --> 00:52:43,576

1855
00:52:43,514 --> 00:52:45,113
ราคาฟิวส์ใหม่

1856
00:52:45,184 --> 00:52:46,521
จากตาราง book

1857
00:52:46,714 --> 00:52:47,013

1858
00:52:46,974 --> 00:52:47,180

1859
00:52:47,235 --> 00:52:52,505
เพราะฉะนั้นผลลัพธ์จากคำสั่งนี้ก็คือเอายอดรวมราคาหนังสือทั้งหมดมาบวกกัน

1860
00:52:53,313 --> 00:52:55,612
ให้เราได้ผลลัพธ์ตัวนี้

1861
00:52:55,625 --> 00:52:56,379
นะคะ

1862
00:52:56,453 --> 00:52:56,700

1863
00:52:56,966 --> 00:52:57,210

1864
00:52:57,284 --> 00:52:57,556

1865
00:52:57,474 --> 00:52:59,172
ก็ไม่ยาก

1866
00:52:59,144 --> 00:52:59,449

1867
00:52:59,525 --> 00:53:02,602
ถ้าเราจำคำสั่งได้ไม่ยากเลย

1868
00:53:02,544 --> 00:53:04,342
มีบวกแล้วก็ต้องมี

1869
00:53:04,394 --> 00:53:04,959

1870
00:53:06,193 --> 00:53:08,025
ให้นับ

1871
00:53:08,364 --> 00:53:09,316
จำนวน

1872
00:53:09,394 --> 00:53:09,768

1873
00:53:09,843 --> 00:53:10,851
จาก

1874
00:53:11,894 --> 00:53:14,623
รหัสหนังสือทั้งหมด

1875
00:53:15,283 --> 00:53:15,713

1876
00:53:15,674 --> 00:53:17,385
จากตาราง book

1877
00:53:17,534 --> 00:53:17,948

1878
00:53:17,984 --> 00:53:19,188
โดยให้ชื่อ

1879
00:53:19,263 --> 00:53:21,360
คอลัมน์ใหม่ชื่อว่า

1880
00:53:21,313 --> 00:53:22,325
เขา book

1881
00:53:23,034 --> 00:53:25,463
ก็คือให้นับจำนวน

1882
00:53:25,473 --> 00:53:31,308
Facebook ID ก็คือจำนวนทั้งสื่อทั้งหมดมีกี่เล่มก็นับมาได้ 7 เล่ม

1883
00:53:31,814 --> 00:53:34,633
อันนี้คือมันง่ายมันมอง

1884
00:53:34,635 --> 00:53:38,613
เรามองด้วยสายตาเราก็รู้แต่ถ้าข้อมูลมันเยอะกว่านี้ล่ะ

1885
00:53:39,435 --> 00:53:39,702

1886
00:53:39,633 --> 00:53:39,911

1887
00:53:39,884 --> 00:53:46,211
แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าจะมีหนังสือกี่เล่มสมมุติว่าให้คุณดูแล

1888
00:53:46,553 --> 00:53:50,658
ทั้งหมดของมหาลัยมันไม่สามารถยืนดูที่หน้าประตู

1889
00:53:50,594 --> 00:53:51,344
แล้วเรา

1890
00:53:51,614 --> 00:53:55,151
เมียซื้อกี่เล่มนะคะมันก็ต้องบวกจากฐานข้อมูล

1891
00:53:54,943 --> 00:53:57,960
แล้วสมมุติว่าเราไปฝึกงานแล้ว

1892
00:53:58,153 --> 00:53:58,447

1893
00:53:58,473 --> 00:53:59,340
มี

1894
00:53:59,433 --> 00:53:59,717

1895
00:53:59,624 --> 00:53:59,867

1896
00:54:00,264 --> 00:54:00,493

1897
00:54:01,284 --> 00:54:01,585

1898
00:54:01,544 --> 00:54:03,006
ที่ถามว่า

1899
00:54:03,013 --> 00:54:08,498
ไอ้เด็กฝึกงานไปดูซิว่ามีหนังสือกี่เล่มคุณจะไปเดินนับไม่ใช่

1900
00:54:08,783 --> 00:54:09,001

1901
00:54:09,034 --> 00:54:09,292

1902
00:54:09,292 --> 00:54:12,104
เราสามารถสั่งได้จากฐานข้อมูลเลย

1903
00:54:12,174 --> 00:54:13,521
ว่าวันนี้

1904
00:54:13,454 --> 00:54:15,759
ในห้องสมุดมีหนังสือกี่เล่ม

1905
00:54:16,084 --> 00:54:16,840
นะคะ

1906
00:54:17,234 --> 00:54:17,519

1907
00:54:17,433 --> 00:54:22,648
หรือในอนาคตคุณจะได้ฝึกงานแน่นอนเขาจะบอกว่าเด็กฝึกงานไปนับซิ

1908
00:54:22,553 --> 00:54:24,535
ของในโกดังมีกี่ชิ้น

1909
00:54:24,473 --> 00:54:26,089
คุณจะไปนั่งนับหรอ

1910
00:54:27,484 --> 00:54:33,593
นะคะมันก็สามารถมีวิธีการสั่งสารข้อมูลนี่แหละครับดู

1911
00:54:33,763 --> 00:54:38,521
สินค้าเรามีกี่อย่างคุณจะไปนั่งนับมันไม่ได้หรอกค่ะในชีวิตจริงนะคะ

1912
00:54:38,834 --> 00:54:39,083

1913
00:54:39,344 --> 00:54:39,571

1914
00:54:39,533 --> 00:54:39,817

1915
00:54:40,113 --> 00:54:40,380

1916
00:54:40,433 --> 00:54:40,674

1917
00:54:41,454 --> 00:54:41,760

1918
00:54:41,773 --> 00:54:47,857
คำสั่งนี้ก็ค่อนข้างจำเป็นนะคะสำหรับใช้ในการฝึกงานหรือว่าทำงานในอนาคตนะ

1919
00:54:48,243 --> 00:54:48,516

1920
00:54:48,563 --> 00:54:48,846

1921
00:54:49,463 --> 00:54:51,241
หรือการหาค่าเฉลี่ย

1922
00:54:51,443 --> 00:54:51,641

1923
00:54:51,633 --> 00:54:52,648
นะคะ

1924
00:54:52,663 --> 00:54:56,779
จะเป็นการหาค่าเฉลี่ยของราคาของสินค้าทั้งหมด

1925
00:54:56,763 --> 00:54:57,143

1926
00:54:57,154 --> 00:55:01,115
โดยให้ตั้งชื่อใหม่ชื่อว่า avg

1927
00:55:01,053 --> 00:55:04,972
ขายหรือว่า average Price เป็นค่าเฉลี่ยแสดงว่าเป็น

1928
00:55:05,054 --> 00:55:07,067
เล่มนี้มีค่าเฉลี่ย

1929
00:55:07,334 --> 00:55:08,990
ต่อเล่นประมาณ

1930
00:55:09,443 --> 00:55:11,551
140 2.14 ตรงนี้

1931
00:55:11,633 --> 00:55:11,885

1932
00:55:12,273 --> 00:55:15,070
มีใครต้องการต้องการข้อมูลจากเรา

1933
00:55:15,023 --> 00:55:18,590
เราก็สามารถให้เขาดูได้ต่อมาเขาถามว่า

1934
00:55:19,433 --> 00:55:21,671
หนังสือที่ถูกที่สุดในร้าน

1935
00:55:21,814 --> 00:55:22,105

1936
00:55:22,133 --> 00:55:23,082
เท่าไร

1937
00:55:23,793 --> 00:55:24,020

1938
00:55:23,923 --> 00:55:26,679
คุณจะไปเดินหาก็ไม่ใช่

1939
00:55:26,613 --> 00:55:29,476
เอาแค่สั่งให้ฐานข้อมูลแสดงผลซิว่า

1940
00:55:29,373 --> 00:55:29,662

1941
00:55:29,633 --> 00:55:31,544
ราคาสินค้าที่ถูกที่สุด

1942
00:55:31,872 --> 00:55:32,112

1943
00:55:32,064 --> 00:55:33,517
นะคะโดย

1944
00:55:33,794 --> 00:55:34,343

1945
00:55:34,754 --> 00:55:37,982
กำหนดใส่ในใหม่ที่ถูกที่สุดในตอนนี้

1946
00:55:37,762 --> 00:55:40,334
มองด้วยสายตาเราก็ทราบล่ะ

1947
00:55:40,454 --> 00:55:40,715

1948
00:55:40,583 --> 00:55:47,013
แต่อย่างที่อาจารย์บอกสินค้าเรามีเป็นหมื่นเป็นแสนชิ้น x จะมานั่งไล่ดู

1949
00:55:47,054 --> 00:55:48,256
เสียเวลาค่ะ

1950
00:55:48,523 --> 00:55:48,726

1951
00:55:48,783 --> 00:55:50,701
ฐานข้อมูลจัดการได้

1952
00:55:50,647 --> 00:55:53,256
ให้มันค้นหาให้คุณเลย

1953
00:55:53,333 --> 00:55:55,828
ไม่เกิน 1 นาทีคุณรู้แน่นอนนะคะ

1954
00:55:56,273 --> 00:55:56,501

1955
00:55:56,533 --> 00:55:56,812

1956
00:55:56,793 --> 00:55:57,002

1957
00:55:57,113 --> 00:55:57,379

1958
00:55:58,325 --> 00:55:58,631

1959
00:55:58,964 --> 00:55:59,232

1960
00:55:59,153 --> 00:55:59,521

1961
00:55:59,473 --> 00:55:59,735

1962
00:55:59,603 --> 00:56:02,166
หาราคาน้อยที่สุดแล้วอันนี้

1963
00:56:02,304 --> 00:56:06,254
เป็น MB นะคะก็ดูราคามากที่สุดได้เช่นเดียวกัน

1964
00:56:06,914 --> 00:56:07,198

1965
00:56:07,233 --> 00:56:07,470

1966
00:56:07,613 --> 00:56:09,978
ออกมาเป็นการรวมกลุ่มข้อมูล

1967
00:56:10,504 --> 00:56:11,024

1968
00:56:10,884 --> 00:56:11,816
นะคะ

1969
00:56:11,783 --> 00:56:12,030

1970
00:56:12,033 --> 00:56:13,249
เป็นการรวม

1971
00:56:13,382 --> 00:56:14,705
ตามเงื่อนไข

1972
00:56:14,662 --> 00:56:15,223

1973
00:56:15,173 --> 00:56:15,405

1974
00:56:15,553 --> 00:56:19,972
ในเงื่อนไขตัวอย่างก็คือคำสั่ง Group by นะคะในการ

1975
00:56:19,913 --> 00:56:21,433
รวมกันของเงื่อนไข

1976
00:56:21,773 --> 00:56:21,988

1977
00:56:21,902 --> 00:56:22,594
เช่น

1978
00:56:22,673 --> 00:56:22,901

1979
00:56:22,993 --> 00:56:23,271

1980
00:56:23,633 --> 00:56:24,898
ให้

1981
00:56:25,683 --> 00:56:25,902

1982
00:56:26,263 --> 00:56:28,748
ดูช่องนี้นะคะรหัส

1983
00:56:28,692 --> 00:56:30,021
สำนักพิมพ์

1984
00:56:30,353 --> 00:56:30,563

1985
00:56:30,673 --> 00:56:30,929

1986
00:56:31,064 --> 00:56:32,772
รวมราคาออกมา

1987
00:56:33,954 --> 00:56:34,894
นะคะ

1988
00:56:37,023 --> 00:56:42,985
รวมราคาออกมาโดยที่ให้รวมเป็นตามเลขสำนักพิมพ์

1989
00:56:44,074 --> 00:56:44,439

1990
00:56:44,393 --> 00:56:44,613

1991
00:56:44,713 --> 00:56:47,646
คำสั่งก็คือสำนักพิมพ์นี้

1992
00:56:47,593 --> 00:56:54,367
อาทิตย์บ่ายเป็นง่ายๆนะคะสำนักพิมพ์นี้มีหนังสือกี่เล่มรวมแล้วมูลค่าเท่าไร

1993
00:56:54,833 --> 00:56:55,639
นะคะ

1994
00:56:55,914 --> 00:56:57,939
อย่างเช่นสำนักพิมพ์

1995
00:56:57,964 --> 00:56:58,231

1996
00:56:58,162 --> 00:56:59,427
หมายเลข 4

1997
00:56:59,893 --> 00:57:00,085

1998
00:57:00,024 --> 00:57:00,306

1999
00:57:00,212 --> 00:57:02,055
มีหนังสืออยู่ 3 เล่ม

2000
00:57:02,453 --> 00:57:02,754

2001
00:57:03,033 --> 00:57:03,230

2002
00:57:03,223 --> 00:57:04,935
มันก็จะรวมให้ว่า

2003
00:57:05,073 --> 00:57:06,271
มูลค่า

2004
00:57:06,233 --> 00:57:08,392
หนังสือของสำนักพิมพ์นี้

2005
00:57:08,473 --> 00:57:09,866
ราคาเท่านี้

2006
00:57:09,823 --> 00:57:14,260
สำนักพิมพ์ที่ 5 มีหนังสือกี่เล่มก็รวมมา

2007
00:57:14,233 --> 00:57:15,000
จะมี

2008
00:57:14,953 --> 00:57:16,313
เล่มเดียวก็ลงมาเป็น

2009
00:57:16,232 --> 00:57:17,949
สำนักพิมพ์ที่ 12

2010
00:57:17,955 --> 00:57:19,035
มี 3 เล่ม

2011
00:57:19,044 --> 00:57:22,883
รวมราคามาทั้งหมดได้เท่านี้อันนี้คือคำสั่ง

2012
00:57:23,023 --> 00:57:24,916
ควายก็คือจัดกลุ่ม

2013
00:57:24,813 --> 00:57:25,951
ออกมานั่นเอง

2014
00:57:26,413 --> 00:57:26,655

2015
00:57:27,243 --> 00:57:28,256
จัดกลุ่ม

2016
00:57:28,463 --> 00:57:29,404
ข้อมูล

2017
00:57:29,354 --> 00:57:30,235
เช่น

2018
00:57:30,313 --> 00:57:30,554

2019
00:57:30,513 --> 00:57:31,589
นักศึกษา

2020
00:57:31,674 --> 00:57:34,711
ปี 3 ชายรวมแล้วมีกี่คน

2021
00:57:34,674 --> 00:57:34,959

2022
00:57:34,804 --> 00:57:40,535
อาจารย์รวมโดยทั้งคณะหรือทั้งมหาวิทยาลัยแล้วแต่เรากำหนดเงื่อนไขนะคะ

2023
00:57:41,274 --> 00:57:41,507

2024
00:57:42,363 --> 00:57:42,632

2025
00:57:43,263 --> 00:57:43,530

2026
00:57:43,514 --> 00:57:44,497
บะหมี่

2027
00:57:44,542 --> 00:57:45,673
เงื่อนไข

2028
00:57:45,633 --> 00:57:50,638
นอกเหนือจากที่เรากำหนดกลุ่มเป็น

2029
00:57:50,564 --> 00:57:51,962
รหัสสำนักพิมพ์

2030
00:57:52,033 --> 00:57:53,688
ถ้ามีสะท้อน

2031
00:57:53,833 --> 00:57:58,043
เงื่อนไขเข้าไปอีกเราจะเพิ่มเป็นคำสั่ง Having ตรงนี้

2032
00:57:58,194 --> 00:58:00,547
เงื่อนไขเดียวมันไม่พอนะคะ

2033
00:58:01,003 --> 00:58:02,908
เมื่อกี้นี้นะคะ

2034
00:58:02,864 --> 00:58:08,566
เราเพิ่มเข้าไปอีกให้เป็นรหัสสำนักพิมพ์ที่มีค่ามากกว่าเท่ากับ 5

2035
00:58:08,694 --> 00:58:12,560
มันก็จะตัดสำนักพิมพ์ที่ 4 เข้าไปเหลือแค่ 2 สำนักพิมพ์

2036
00:58:12,793 --> 00:58:13,148

2037
00:58:13,113 --> 00:58:14,121
แล้วแต่

2038
00:58:14,073 --> 00:58:23,022
เราจะเพิ่มเงื่อนไขอะไรเข้าไปอีกนะคะเพราะอย่างที่บอกมุมมองการดูข้อมูลของผู้ใช้งานแต่ละคนไม่เหมือนกันแล้วแต่ว่า

2039
00:58:23,114 --> 00:58:27,579
เขาจะอยากดูข้อมูลแบบไหนอยากได้รายงานแบบไหนนะคะ

2040
00:58:27,523 --> 00:58:30,982
ระบบจัดการฐานข้อมูลก็สามารถจัดการได้ทั้งหมด

2041
00:58:30,993 --> 00:58:31,619
นะคะ

2042
00:58:32,463 --> 00:58:32,706

2043
00:58:32,713 --> 00:58:32,991

2044
00:58:32,973 --> 00:58:33,226

2045
00:58:33,232 --> 00:58:38,585
เอามาจะเป็นส่วนของคำสั่งในการปรับปรุงฐานข้อมูลก็คือเป็นการเพิ่ม

2046
00:58:38,613 --> 00:58:38,864

2047
00:58:38,872 --> 00:58:41,022
เพิ่มแก้ไขข้อมูล

2048
00:58:41,233 --> 00:58:46,562
เพิ่มข้อมูลเราจะใช้คำสั่ง insert into แล้วก็ใส่แวลู

2049
00:58:46,493 --> 00:58:46,736

2050
00:58:46,683 --> 00:58:49,232
รูปแบบคำสั่งจะเป็นอย่างนี้นะคะ

2051
00:58:49,503 --> 00:58:49,734

2052
00:58:50,143 --> 00:58:50,395

2053
00:58:50,713 --> 00:58:50,964

2054
00:58:51,354 --> 00:58:51,593

2055
00:58:51,993 --> 00:58:52,220

2056
00:58:52,254 --> 00:58:52,487

2057
00:58:52,513 --> 00:58:52,748

2058
00:58:52,703 --> 00:58:52,909

2059
00:58:52,904 --> 00:58:53,185

2060
00:58:53,222 --> 00:58:54,689
เช่นตัวอย่าง

2061
00:58:55,080 --> 00:58:55,324

2062
00:58:55,204 --> 00:58:55,430

2063
00:58:55,522 --> 00:58:58,591
ข้อมูลเดิมจะอยู่ข้างบนด้านซ้าย

2064
00:58:59,043 --> 00:58:59,290

2065
00:58:59,433 --> 00:59:00,753
คำสั่งที่เพิ่ม

2066
00:59:00,833 --> 00:59:05,938
ก็คืออันนี้ก็คือยังไม่ระบุคอลัมน์นะคะให้ใส่คอลัมน์ไหน

2067
00:59:05,774 --> 00:59:07,102
แต่ถ้า

2068
00:59:07,503 --> 00:59:07,871

2069
00:59:07,954 --> 00:59:08,197

2070
00:59:08,073 --> 00:59:17,896
เราพิมพ์แบบนี้แสดงว่าเรารู้แล้วว่าข้อมูลที่เราจะใส่มันจะเรียงลำดับตามนี้นะคะถ้าคุณสลับตำแหน่งมันจะไปสนใจ

2071
00:59:17,753 --> 00:59:18,270

2072
00:59:18,274 --> 00:59:18,551

2073
00:59:18,393 --> 00:59:18,661

2074
00:59:18,523 --> 00:59:21,025
คำผิดคำถูกไม่รู้นะคะ

2075
00:59:21,662 --> 00:59:21,887

2076
00:59:21,794 --> 00:59:29,959
คำสั่งก็คือ insert into ตัวนี้นะคะให้ใส่ข้อมูลลงไปในตาราง Book ซึ่งมีค่าดังนี้

2077
00:59:29,992 --> 00:59:31,325
1009

2078
00:59:31,273 --> 00:59:34,339
SQL 520

2079
00:59:34,924 --> 00:59:36,520
ผลลัพธ์ที่

2080
00:59:36,463 --> 00:59:39,212
น่าจะอยู่ล่างสุดทำไมมันใส่

2081
00:59:39,214 --> 00:59:41,735
หมอลำถูกต้องเพราะคำสั่ง

2082
00:59:41,904 --> 00:59:42,140

2083
00:59:42,103 --> 00:59:48,524
ให้ใส่ข้อมูลนี่มันเลี้ยงมาถูกต้องอยู่แล้วแต่ถ้าคุณสลับตำแหน่งผิด

2084
00:59:49,273 --> 00:59:49,580

2085
00:59:49,844 --> 00:59:50,219

2086
00:59:50,163 --> 00:59:53,162
ใส่ 520 มาอยู่ตรงนี้แทนนี่

2087
00:59:53,563 --> 00:59:53,804

2088
00:59:53,823 --> 01:00:02,125
มันก็จะกลายเป็นบุฟเฟ่ต์ ID 520 นะคะแต่นี้ที่มันใส่ถูกเพราะว่าเราเรียงลำดับตามคอลัมน์ถูกต้องแค่นั้นเอง

2089
01:00:01,953 --> 01:00:03,279
ต่อมา

2090
01:00:03,304 --> 01:00:03,605

2091
01:00:03,553 --> 01:00:04,754
เพื่อความชัวร์

2092
01:00:04,773 --> 01:00:05,007

2093
01:00:05,413 --> 01:00:05,676

2094
01:00:05,733 --> 01:00:06,355
เรา

2095
01:00:06,504 --> 01:00:14,156
ระบุชื่อของไปด้วยก็ได้นะคะข้อมูล 10 10 10 ให้อยู่ในเลขใดดีนะ

2096
01:00:14,124 --> 01:00:16,238
ชื่อหนังสือ vb

2097
01:00:16,184 --> 01:00:22,527
รหัสสำนักพิมพ์คือ 5 ราคาคือ 250 ข้อมูลจะมาต่อท้ายด้านล่างตรงนี้

2098
01:00:22,393 --> 01:00:24,431
อันนี้ก็เพื่อป้องกันว่า

2099
01:00:24,384 --> 01:00:26,931
เราจะใส่ข้อมูลผิดคอลัมน์หรือเปล่า

2100
01:00:26,814 --> 01:00:27,398
ราคา

2101
01:00:27,714 --> 01:00:27,929

2102
01:00:27,903 --> 01:00:28,341

2103
01:00:28,093 --> 01:00:31,984
อันนี้คือการเพิ่มข้อมูลนะคะง่ายมากคำสั่งมีแค่นี้

2104
01:00:32,073 --> 01:00:33,412
เปิดอินโทร

2105
01:00:33,354 --> 01:00:33,605

2106
01:00:33,795 --> 01:00:35,499
สำหรับการเพิ่มข้อมูล

2107
01:00:35,914 --> 01:00:36,189

2108
01:00:36,164 --> 01:00:38,618
ต่อมาจะเป็นคำสั่งในการ

2109
01:00:38,984 --> 01:00:39,210

2110
01:00:39,233 --> 01:00:39,735

2111
01:00:39,563 --> 01:00:39,788

2112
01:00:39,824 --> 01:00:43,042
ส่งข้อมูลหรือแก้ไขข้อมูลนะคะ

2113
01:00:42,953 --> 01:00:45,990
จะใช้คำสั่ง Update

2114
01:00:45,903 --> 01:00:46,847
Set

2115
01:00:46,924 --> 01:00:47,178

2116
01:00:47,634 --> 01:00:51,350
ถ้ามีเงื่อนไขก็สามารถใส่เงื่อนไขเพิ่มได้นะคะ

2117
01:00:51,994 --> 01:00:53,949
รูปแบบคำสั่ง

2118
01:00:54,674 --> 01:00:54,901

2119
01:00:54,873 --> 01:00:58,664
อัพเดทก็คือปรับปรุงข้อมูลในตารางบุ๊ก

2120
01:00:58,523 --> 01:01:00,836
ให้มีค่าคือ

2121
01:01:00,764 --> 01:01:02,606
ให้ราคาทั้งหมด

2122
01:01:02,684 --> 01:01:05,238
เพิ่มเข้าไปอีก 50 บาท

2123
01:01:07,683 --> 01:01:07,958

2124
01:01:07,873 --> 01:01:08,161

2125
01:01:08,513 --> 01:01:08,795

2126
01:01:08,643 --> 01:01:09,067

2127
01:01:09,793 --> 01:01:15,851
พอพิมพ์ตัวนี้ปุ๊บราคาหนังสือจะเพิ่มขึ้นจากเดิม 50 บาท

2128
01:01:15,824 --> 01:01:17,025
ทุกเล่ม

2129
01:01:16,974 --> 01:01:18,493
เหมือนตัวนี้ค่ะ

2130
01:01:18,444 --> 01:01:22,424
จากเดิมตัวนี้ไม่มีราคาหนังสือก็จะมีแล้ว 50 บาท

2131
01:01:22,803 --> 01:01:23,044

2132
01:01:24,154 --> 01:01:24,405

2133
01:01:24,854 --> 01:01:29,438
อันนี้คือง่ายมากถ้าสมมุติข้อมูลเรามีแค่นี้นี่

2134
01:01:29,344 --> 01:01:33,063
น้องพิมที่ร้านก็ได้ครับแต่ถ้าสมมุติเราเป็น

2135
01:01:33,504 --> 01:01:35,412
มีของประมาณ 10 ชิ้น

2136
01:01:35,553 --> 01:01:41,452
เขาบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดีขอขึ้นราคาคุณจะมานั่งพิมพ์ใหม่ทุกอันเมื่อไหร่จะเสร็จ

2137
01:01:41,833 --> 01:01:42,094

2138
01:01:41,953 --> 01:01:42,189

2139
01:01:42,273 --> 01:01:42,536

2140
01:01:42,913 --> 01:01:43,159

2141
01:01:43,043 --> 01:01:43,465

2142
01:01:43,494 --> 01:01:47,024
เพิ่มขึ้นชิ้นละ 10 บาทมีของอยู่แสนชิ้น

2143
01:01:47,594 --> 01:01:47,854

2144
01:01:47,724 --> 01:01:48,410

2145
01:01:48,433 --> 01:01:50,275
นั่งพิมพ์ไปแสนครั้ง

2146
01:01:50,283 --> 01:01:51,983
แต่ถ้าเรารู้จัก

2147
01:01:51,954 --> 01:01:56,700
คำสั่งในระบบจัดการฐานข้อมูลพิมพ์แค่ 2 บรรทัดมันเสร็จหมดเลย

2148
01:01:56,694 --> 01:01:56,996

2149
01:01:56,954 --> 01:01:57,632
นะคะ

2150
01:01:57,713 --> 01:01:58,093

2151
01:01:58,034 --> 01:01:58,403

2152
01:01:58,484 --> 01:02:04,987
นี่คือการปรับปรุงฐานข้อมูลอันนี้ก็คือประโยชน์หนึ่งของฐานข้อมูลนะคะ

2153
01:02:04,954 --> 01:02:05,228

2154
01:02:05,084 --> 01:02:05,569

2155
01:02:05,273 --> 01:02:10,857
ถ้าเราไม่มีศาลมีคำสั่งต่อไปนี้เราต้องมาพิมพ์ใหม่เหนื่อยมากๆนะคะ

2156
01:02:11,114 --> 01:02:11,378

2157
01:02:11,304 --> 01:02:11,798

2158
01:02:11,494 --> 01:02:12,819
อันนี้คือประโยชน์

2159
01:02:12,774 --> 01:02:13,251

2160
01:02:13,034 --> 01:02:14,482
เรารู้คำสั่ง

2161
01:02:14,753 --> 01:02:15,027

2162
01:02:15,013 --> 01:02:15,759
นะคะ

2163
01:02:16,293 --> 01:02:16,553

2164
01:02:16,424 --> 01:02:16,770

2165
01:02:16,804 --> 01:02:17,028

2166
01:02:17,064 --> 01:02:18,848
มีเงื่อนไขเพิ่มเติม

2167
01:02:20,393 --> 01:02:20,913

2168
01:02:20,524 --> 01:02:25,399
เงื่อนไขเพิ่มเติมนะคะให้ปรับปรุงราง book

2169
01:02:25,324 --> 01:02:25,541

2170
01:02:25,514 --> 01:02:29,865
ให้เงื่อนไขคือเศรษฐกิจมันดีแล้วของมันถูก

2171
01:02:30,393 --> 01:02:33,415
ให้สินค้าลง 50 บาท

2172
01:02:33,335 --> 01:02:34,409
เฉพาะ

2173
01:02:34,364 --> 01:02:37,497
รหัสสำนักพิมพ์ 12 เท่านั้น

2174
01:02:38,784 --> 01:02:40,874
เฉพาะบางบริษัท

2175
01:02:41,024 --> 01:02:43,007
ก็ว่าไปอย่างเช่น

2176
01:02:43,087 --> 01:02:49,821
วันนี้สินค้าราคาลงเฉพาะบริษัทนี้เราก็สามารถเปลี่ยนแปลงราคาลงได้พิมพ์เพิ่มอีก 1 บรรทัด

2177
01:02:49,924 --> 01:02:50,741
นะคะ

2178
01:02:50,764 --> 01:02:51,637
ถามว่า

2179
01:02:51,664 --> 01:02:52,416
แล้ว

2180
01:02:52,685 --> 01:02:53,172

2181
01:02:53,202 --> 01:03:01,869
สินค้าในบริษัทฯจะเปลี่ยนไหมไม่เปลี่ยนนะคะเพราะเรากำหนดเงื่อนไขว่าเฉพาะสำนักพิมพ์ 12 เท่านั้นที่ลดราคาลง 50 บาท

2182
01:03:02,744 --> 01:03:03,203

2183
01:03:03,064 --> 01:03:03,563

2184
01:03:03,444 --> 01:03:03,818

2185
01:03:04,404 --> 01:03:04,633

2186
01:03:04,593 --> 01:03:06,056
ตัวนี้นะคะ

2187
01:03:07,674 --> 01:03:10,163
คำสั่งลบง่ายๆค่ะ

2188
01:03:10,174 --> 01:03:11,687
delete from

2189
01:03:13,054 --> 01:03:13,303

2190
01:03:13,244 --> 01:03:23,244
ก็ตามนี้เลยนะคะให้ลบข้อมูลจากตาราง Book โดยมีเงื่อนไขให้ลบเฉพาะ Book ID ที่มีค่า 10 10 จากจะมีตัวนี้เราก็ลบออก

2191
01:03:25,994 --> 01:03:27,976
ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นแบบนี้

2192
01:03:28,114 --> 01:03:29,113
อันนี้

2193
01:03:29,134 --> 01:03:29,512

2194
01:03:29,514 --> 01:03:32,788
คือคำสั่งอย่างง่ายที่เราจะเรียนในสัปดาห์หน้า

2195
01:03:33,364 --> 01:03:34,114
นะคะ

2196
01:03:34,194 --> 01:03:34,485

2197
01:03:34,454 --> 01:03:34,683

2198
01:03:34,775 --> 01:03:38,119
เดี๋ยวอาทิตย์หน้าตาอาจารย์จะเตรียมข้อมูลมา

2199
01:03:38,104 --> 01:03:38,536

2200
01:03:38,484 --> 01:03:42,719
ให้นักศึกษาเพิ่มฐานข้อมูลเองพิมพ์เอง

2201
01:03:42,844 --> 01:03:44,102
นะคะ

2202
01:03:44,194 --> 01:03:46,606
ตั้งค่าคีย์หลักเอง

2203
01:03:46,624 --> 01:03:48,724
กรอกข้อมูลเองทั้งหมด

2204
01:03:48,804 --> 01:03:50,460
ลองลบข้อมูล

2205
01:03:50,535 --> 01:03:53,913
ลองดึงข้อมูลเป็นรายงานออกมาด้วยตัวเอง

2206
01:03:54,184 --> 01:03:54,982
นะคะ

2207
01:03:55,015 --> 01:03:55,364

2208
01:03:55,393 --> 01:03:57,176
สัปดาห์นี้จะให้น้อง

2209
01:03:57,134 --> 01:03:58,526
ทบทวนว่า

2210
01:03:58,474 --> 01:03:58,749

2211
01:03:58,674 --> 01:04:02,531
คำสั่งที่จะใช้ select delete from

2212
01:04:02,514 --> 01:04:03,597
update set

2213
01:04:03,664 --> 01:04:04,121

2214
01:04:03,855 --> 01:04:06,546
insert into อะไรก็ว่าไป

2215
01:04:06,744 --> 01:04:07,000

2216
01:04:06,935 --> 01:04:08,893
มันจะเป็นอย่างไรบ้างนะคะ

2217
01:04:09,494 --> 01:04:10,625
อาทิตย์หน้า

2218
01:04:10,584 --> 01:04:10,938

2219
01:04:10,964 --> 01:04:14,049
เอานิ้วมือมาให้พร้อมเพราะเราต้องพิมพ์เอง

2220
01:04:13,984 --> 01:04:15,839
เครื่องใครเครื่องมันนะคะ

2221
01:04:15,965 --> 01:04:16,218

2222
01:04:16,285 --> 01:04:16,528

2223
01:04:16,544 --> 01:04:18,001
เครื่องใส่เครื่องมัน

2224
01:04:17,955 --> 01:04:20,116
ใครพิมพ์ภาษาอังกฤษไม่ค่อยคล่อง

2225
01:04:20,064 --> 01:04:20,678

2226
01:04:20,634 --> 01:04:20,903

2227
01:04:20,964 --> 01:04:22,185
จะได้คล่องนี่แหละ

2228
01:04:22,374 --> 01:04:23,826
อาทิตย์หน้านะคะ

2229
01:04:23,845 --> 01:04:25,234
หัดพิมพ์บ่อยๆ

2230
01:04:25,704 --> 01:04:27,095
เพราะว่า

2231
01:04:27,043 --> 01:04:31,866
การพิมพ์คำสั่ง SQL ที่สุดแล้วสำหรับการเขียนโปรแกรมนะคะ

2232
01:04:32,235 --> 01:04:33,565
อาทิตย์นี้ก็จะ

2233
01:04:33,515 --> 01:04:36,764
ประมาณนี้นะคะเดี๋ยวเราอาทิตย์หน้า

2234
01:04:36,714 --> 01:04:40,123
ออกมาให้เร็วหน่อยเพราะว่าเราจะเป็นปฏิบัติ

2235
01:04:40,315 --> 01:04:41,119
นะคะ

2236
01:04:41,975 --> 01:04:42,204

2237
01:04:42,164 --> 01:04:42,856

2238
01:04:42,805 --> 01:04:46,674
ขอบคุณละกันขอบคุณถอดความนะคะวันนี้ก็ประมาณนี้ค่ะ

2239
01:04:46,717 --> 01:04:46,970

2240
01:04:46,975 --> 01:04:47,202

2241
01:04:47,165 --> 01:04:48,042
โอเคค่ะ

2242
01:04:48,315 --> 01:04:48,589

2243
01:04:48,444 --> 01:04:49,762
ขอบคุณมากนะคะ

2244
01:04:54,214 --> 01:04:54,454

2245
01:04:55,305 --> 01:04:55,761

2246
01:04:56,584 --> 01:04:56,799

2247
01:05:01,834 --> 01:05:02,136

2248
01:05:02,676 --> 01:05:02,925

2249
01:05:02,925 --> 01:05:03,198

2250
01:05:07,025 --> 01:05:07,245

2251
01:05:09,714 --> 01:05:09,969

2252
01:05:10,354 --> 01:05:12,708

2253
01:05:12,856 --> 01:05:13,115

2254
01:05:13,046 --> 01:05:13,314

2255
01:05:13,435 --> 01:05:14,183

2256
01:05:14,198 --> 01:05:14,461

2257
01:05:15,098 --> 01:05:15,321

2258
01:05:16,507 --> 01:05:16,826

2259
01:05:16,955 --> 01:05:17,373

2260
01:05:17,597 --> 01:05:17,946

2261
01:05:18,235 --> 01:05:18,553

2262
01:05:18,685 --> 01:05:19,180

2263
01:05:19,907 --> 01:05:20,276

2264
01:05:20,227 --> 01:05:20,505

2265
01:05:20,606 --> 01:05:21,120

2266
01:05:21,056 --> 01:05:21,274

2267
01:05:22,016 --> 01:05:22,506

2268
01:05:22,976 --> 01:05:23,354

2269
01:05:23,296 --> 01:05:23,813

2270
01:05:23,806 --> 01:05:24,060

2271
01:05:24,575 --> 01:05:24,820

2272
01:05:25,856 --> 01:05:26,542

2273
01:05:26,508 --> 01:05:26,706

2274
01:05:27,657 --> 01:05:27,887

2275
01:05:29,638 --> 01:05:30,135

2276
01:05:30,087 --> 01:05:30,286

2277
01:05:30,277 --> 01:05:30,642

2278
01:05:31,436 --> 01:05:31,659

2279
01:05:31,876 --> 01:05:32,250

2280
01:05:32,267 --> 01:05:32,497

2281
01:05:33,926 --> 01:05:34,374

2282
01:05:34,636 --> 01:05:34,911

2283
01:05:35,216 --> 01:05:36,020

2284
01:05:37,396 --> 01:05:37,673

2285
01:05:38,155 --> 01:05:38,430

2286
01:05:38,736 --> 01:05:39,113

2287
01:05:39,247 --> 01:05:39,474


