--- title: ฝึก Revoice + PE ห้องเรียนสกลฯ หลักการและระบบการจัดการฐานข้อมูล อ.เกวลี วันที่ 17 ม.ค. 2566 ตู่ subtitle: date: วันศุกร์ที่ 20 มกราคม 2566 เวลา 10.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ก็อาทิตย์นี้นะคะ จะเป็นโปรแกรมที่เราจะใช้เขียน ระบบจัดการฐานข้อมูลนะคะ ก็จะเป็นโปรแกรม แต่มันก็จะใช้ภาษาเดียวกันก็จะเป็นภาษา SQLซึ่งโปรแกรมในเครื่องเราถ้าไม่ได้ติดตั้งเพิ่มเติมก็จะมีอยู่แล้วนะคะ ก็คือโปรแกรม Microsoft Access นะคะ มันก็มีความสามารถคำสั่งภาษา SQL ลงไปได้ด้วย แล้วก็ในส่วนของตัว โปรแกรมนี้นี่ หน้าตาการทำงานมันจะคล้าย ๆ กับ โปรแกรม Excel ที่เราเคยใช้งานกันอยู่แล้วนะคะ เก็บข้อมูลในรูปแบบที่เป็นตารางเหมือนกัน เราก็จะได้ทำความเข้าใจกับมันมากง่ายขึ้น โดยตัว Microsoft Access นี่นะคะ ในรูปตัวโปรแกรมมันจะเป็นโปรแกรมสีส้มนะมันจะเป็นโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์นะคะ อย่างที่เราเคยได้วาดรูปไปแล้วว่า แต่ละตารางมันควรจะสัมพันธ์กันอย่างไรนะคะ โดยโปรแกรมนี้นี่มันก็จะมีความสามารถทั้ง การจัดการฐานข้อมูล แล้วก็สร้างโปรแกรมได้ในตัวเดียวกัน ก็คือเป็นโปรแกรมที่ค่อนข้างครบ สำหรับการทำงาน ในฐานข้อมูลเบื้องต้นนะคะ มันเลยเหมาะที่จะให้นักศึกษานี้เรียนรู้แล้วก็พัฒนาโปรแกรมมาใช้งานนะคะ รวมถึงคนที่อาจจะไม่มีความรู้ในการเขียนโปรแกรมมากนักนี่ เขาก็สามารถใช้โปรแกรมนี้ได้เช่นเดียวกันเพราะว่ามันต้องวิธีการค่อนข้างสะดวก แล้วก็ตัวโปรแกรมก็ใช้งานง่ายคำสั่งซับซ้อนวุ่นวายมากนะคะ หน้าตาตอนสร้างฐานข้อมูลก็จะเริ่มต้นประมาณนี้นะคะ แต่เดี๋ยวเราค่อยไปดูในโปรแกรมกัน มันจะมีส่วนของการทำงานหลัก ๆ อยู่ด้านบน มาเรียกว่าเป็น Ribbon ข้างบนในรูปนี้มันก็จะเป็นเกี่ยวกับการกำหนดโครงสร้างของตารางนะคะ แล้วก็กำหนดหน้าจอสำหรับบันทึกข้อมูล หรือแสดงข้อมูลเราก็สามารถทำได้ การสร้างรายงาน เช่นสมมติมีรายชื่ออยู่ 10,000 รายชื่อเราอยากให้มันออกมาเป็นรายงานเฉพาะชื่อเป็นผู้หญิงเราก็สามารถสร้างรายงานออกมาได้เหมือนกันรวมถึงการสืบค้น การดูข้อมูลอื่นตามเงื่อนไขแล้วเราก็สามารถทำ ได้ในส่วนของการสืบค้นเรียกดูข้อมูลหนี้เราจะใช้คำสั่ง SQL แล้วจะพิมพ์ด้วยตัวเองนะคะ เราจะไม่ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทุกอย่าง เราจะได้รู้ด้วยว่าเวลาที่เราใช้ภาษา SQL นี่มันทำงานอย่างไรนะคะ โดยตารางที่อยู่ในโปรแกรม Access นะคะ รูปแบบของตารางนี่ จะมาเป็นมาตรฐานการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบฐานข้อมูลอยู่แล้ว ถ้าเราต้องการจดบันทึก หรือเก็บข้อมูลนี่ เราก็จะต้องสร้างตารางขึ้นมาก่อนถึงจะใช้งานได้เหมือน อาทิตย์ก่อน ๆ ที่อาจารย์ให้นักศึกษาลองเปิดโปรแกรมดูนี่บางคนพยายามพิมพ์อะไรลงไปไม่ได้เลยเพราะว่าเรายังไม่มีตารางนะคะ มันจะดูเหมือนกดอะไรไม่ได้เพราะเรายังไม่ได้เริ่มสร้างตารางเลยนะคะ การสร้างตารางในที่นี้มันก็คือการตั้งชื่อ แล้วก็กำหนดโครงสร้างของตารางด้วย นั่นก็คือเราก็จะมีค่าใน Excel มันจะเป็นคอลัมน์ Column ใช่ไหมคะ ใน access ก็เหมือนกัน เราก็จะกำหนดว่าหัวคอลัมน์แต่ละคอลัมน์นี่ก็คือฟีลด์นี้่ล่ะนะคะ มันจะมีชื่อว่าอะไรบ้าง แล้วก็คุณสมบัติของข้อมูลที่ต้องบรรจุในนั้นนี่ มีอะไรนะคะ เช่นเป็นตัวหนังสือเท่านั้น หรือเป็นตัวเลขผสมกับตัวหนังสือ หรือรับเฉพาะค่าตัวเลข ถ้าตัวเลขจะต้องไม่เกิน 10 ตัวอะไร ก็ว่าไปรวมถึงต้องกำหนดคีย์หลักนะคะ การกำหนดคีย์หลักในโปรแกรม access นี้ก็ง่าย กดปุ่มเดียวก็เสร็จเลยนะคะ แล้วก็กำหนดความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ตารางขึ้นไป ว่ามันจะเชื่อมต่อกันอย่างไรนะคะ ตัวอย่างโครงสร้างฐานข้อมูลอย่างนี้ เราต้องทนกันอีกรอบนะคะ ที่โชว์อยู่ในหน้าจอตอนนี้ก็คือเราจะเรียกว่าตารางนะ มีแถว มีคอลัมน์นะคะ แนวตั้งเราจะเรียกว่าคอลัมน์ ถ้าสั่งในระบบจัดการฐานข้อมูลคือฟีวด์ อย่างในครั้งนี้จะมีอยู่ 4 ฟีลด์ ก็คือ 4 คอลัมน์นะคะ มี 3 Record ก็คือ 3 แถวข้อมูลนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างข้อมูลผู้ป่วยนะคะ ไอ้ตัว HN นี่ย่อมาจากรหัสผู้ป่วย Hospital Number แล้วก็จะมีชื่อมีนามสกุลมีที่อยู่ อันนี้เป็นตัวอย่างการกรอกข้อมูลอย่างง่ายตัวอย่างอย่างง่าย ตัวไหนตัวโปรแกรม เราจะสร้างตารางนะคะ โดยที่การ เราจะมากำหนดคุณสมบัติของคอลัมน์แบบเมื่อกี้นี้นะคะ เราจะมากำหนดตรงส่วนของการ Design การออกแบบมันก็จะถามว่าอยู่ในส่วนตรงนี้ วันนี้มาเป็นเมนูภาษาอังกฤษนะคะ ว่าชื่อคอลัมน์อะไรนะคะ เก็บข้อมูลชนิดอะไรบางทีตัว ID นี่ ถ้าเราไม่ได้กำหนดค่า Auto มันจะเพิ่มไปเรื่อย ๆ ตามจำนวนที่เราเพิ่มขึ้นมาแต่ถ้าเราสามารถระบุเองก็ได้ค่ะ บางทีเราไม่อยากได้ตัวเลข 1 2 3 4 5 ไปเรื่อย ๆ นี่ บางทีก็มันอาจจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้ทุกระบบนะคะ อาจจะต้องมีตัวหนังสือ ที่มัน มีมาผสมกับตัวเลข อย่างรหัสนักศึกษาเรานี่ เข้ามาใหม่แถว Run 1 2 3 4 5 ไปเลยไม่ได้นะคะ ว่าจะต้องกำหนดเฉพาะขึ้นต้นด้วยปีการศึกษารหัสคณะ ตามมาด้วยรหัสหลักสูตร แล้วค่อยเป็นถึงเลขที่ของเราว่าเลขที่อะไร ตัวอย่าง ถ้าเป็นการทำงานในการจัดการตารางจริง ๆ นี่ มันจะไม่ได้มีข้อมูลแค่นิดเดียวอย่างที่เราเคยเห็น อย่างด้านซ้ายนะคะ เป็นตัวอย่างของตารางทั้งหมดที่มันเอามาเชื่อมโยงกัน มีไม่ต่ำกว่า 20 ตารางถ้ามันเป็นระบบงานใหญ่ ๆ รวมถึงการกำหนดด้วยว่า ข้อมูลแต่ละชนิดที่เข้ามานี่ อย่างเช่น ID เขากำหนดให้เป็นตัวเลขให้มัน เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ อัตโนมัติ ส่วนเลขประจำตัวผู้ป่วยเขาจะให้กรอกนะคะ แล้วก็จะมีคำอธิบายที่ว่า ไอ้คำ คำย่อหรือหัวตารางนี่ ถ้าเป็นภาษาไทยน่ะ คืออะไรนะคะ อย่าง OHN ก็คือเลขบัตรเดิม จำเป็นต้องพิมพ์ไหม ชื่อแรกจำเป็นต้องพิมพ์นามสกุลเราจะกำหนดวันนี้ไว้ในคำอธิบายนะคะ ถ้าในส่วนของฐานข้อมูล เราจะเรียกว่าเป็นพจนานุกรมข้อมูลหรือ Data Dictionary ก็คือสิ่งที่เราต้องบอก คุณจะเป็นโปรแกรมเมอร์คนใหม่มาทำงานนะคะ เห็นคำย่อ PtMarry คืออะไร ถ้ามาทำงานต่อจากเขา และเขาไม่เขียนอธิบายว่าคำศัพท์คำนี้ มันคือข้อมูลอะไรที่ต้องกรอกนะคะ นั่คือสถานภาพสมรส ไม่ได้บอกเราไว้เราก็ต้องมากว่าจะทำความเข้าใจว่าสรุปข้อมูลนี้ ต้องการสรุปอะไรกันแน่ กันก็ค่อนข้างจะเป็นเหมือนกันสำหรับการจัดการฐานข้อมูลนะคะ ส่วนด้านล่าง จะเป็นการบอกขนาดของข้อมูลนะคะ เช่น จำนวนเงินเดือน เงินเดือนน่าจะไม่มีแค่ 2 หลัก บางคนเงินเดือนเยอะ บางคนเงินเดือนน้อย เราก็สามารถกำหนดได้ว่า ตัวเลขที่สามารถกรอกเข้าไปได้นี่ มากขนาดไหน เงินเดือนอาจจะยังไม่เห็นภาพ ถ้าสมมติว่ามันเป็นคอลัมน์ที่เกี่ยวกับงบประมาณประเทศ ที่ต้องกรอกตัวเลขเยอะ ๆ นะคะ เลข 6- 7 มันไม่พอแน่นอนนะคะ เราก็ต้องมากำหนดตรงนี้ด้วยว่าข้อมูลที่ใส่ได้ควรจะเป็นข้อมูลขนาดไหน หรือว่าบัตรประชาชนมากำหนดหรือว่าให้กรอกแค่ 13 หลัก กำหนด Properpies ที่ข้างล่างนี้นะคะ โดยใช้มุมมองของการออกแบบนะคะ ก็จะมีกำหนดชื่อของฟีลด์ก็คือชื่อแต่ละคอลัมน์คุณตั้งชื่ออะไร คงจะไม่มีความหมาย แล้วก็ไม่ยากจนเกินไป แล้วก็ห้ามใช้สัญลักษณ์พิเศษคำถามเครื่องหมาย เครื่องหมาย # อะไรพรุ่งนี้นะคะ หรือ... หรือ _ ขีดเส้นใต้เราจะไม่ใส่รวมถึงประเภทของข้อมูลนะคะ ก็คือชนิดของข้อมูลที่จะตำหนิในกรณี ฟีลด์ ฟีลด์ เช็ครหัสสินค้า ก็ตัวอักษรผสมกันส่วนนะคะ ตัวเลขอย่างเดียว เราไม่พิมพ์เราจะไม่พิมพ์ให้เราไปแล้วก็ใส่ ก ไก่ 2 ตัวแทนเลขบนไม่ใช่นะคะ เพราะฉะนั้น 500 ก็คือเป็นตัวเลขอย่างเดียวกับถ้าสมมติข้อมูลนั้น ๆ จะต้องนำไปคำนวณนะคะ ควรจะเป็นข้อมูลชนิดอะไร เช่นอายุนะคะ คือเอาวันปีเกิดไปคำนวณมันจะเป็นตัวเลขหรือวันที่หรืออย่างไรเราก็ต้องมาพิจารณาข้อมูลพวกนั้นด้วย อย่างเช่น วันเข้าทำงานวันแรกจนถึงปัจจุบัน เขาทำงานมาแล้วกี่ปี ก็จะใช้วันที่ในการคำนวณนะคะ เราก็ต้องพิจารณาตรงนี้ด้วย ถ้าสมมติว่าคุณได้ไปทำฐานข้อมูลตัวเอง ข้อมูลที่เป็นข้อความหรือว่า Text นะคะ ข้อมูลที่เป็นตัวอักษรตัวเลขตัวเลขมาถึงถ้าตัวเลขที่ไม่ได้ใช้ในการคำนวณ เช่น นักศึกษา มาบวกกัน มันไม่มีผลในการคำนวณนะคะ มันเป็นตัวเลขรหัสเฉยสัญลักษณ์เครื่องหมาย บางคนอาจจะจำเป็นที่ต้องใส่สัญลักษณ์ อย่างคำนำหน้าชื่อบางคนก็จะพิมพ์นางสาว บางคนพิมพ์ น.ส. มันก็จะมีสัญลักษณ์มีเครื่องหมายมีตัวอักขระ ที่ผสมกันรวมถึงตัวเลขก็ตัวเล็กนี่ก็จะมีหลายประเภทเหมือนกัน ว่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นตัวเลขอาจจะเป็นจำนวนเงินการเก็บเงิน ก็มีให้เลือกหลายรูปแบบนะคะ ถ้าเราเลือกข้อมูลเป็น Byte ข้อมูลที่เราจะเก็บได้จะมีแค่ 0-255 เท่านั้น แล้วก็เป็นจำนวนเต็มแต่เป็นทศนิยมไม่ได้นะคะ ข้อมูลที่เป็น integer เป็นค่าตัวเลขระหว่าง - 30,000 กว่าจะถึง 3เป็นจำนวนเต็มบวกเป็นเต็มบวกเต็มลบไม่มีจุดทศนิยมถ้าเป็น long integer เมื่อกี้จากหลักหมื่น มันจะกลายเป็นประมาณ 2000 ล้าน อันนี้เหมาะกับการใส่งบประมาณที่เยอะมาก ๆ หรือข้อมูลเงินใด ๆ ก็ตามที่เป็นตัวเลขที่มากกว่า ค่า integer ธรรมดาทั่วไปนะคะ Single เป็นตัวเลขที่มีจุดทศนิยมนะคะ อาจจะมีค่าเป็นจนถึงติดลบ เป็นทั้งทศนิยมที่เป็นเต็มลบกับเต็มบวกนะคะ ต่อมา Double จะใช้กับตัวเลขที่เป็นจุดทศนิยมอย่างเช่น ตอนที่เราไปซื้อของแล้วจะเห็นว่าเขากำหนดเป็นจุดทศนิยมให้เราด้วยแสดงว่าเขียนโปรแกรมในการเก็บข้อมูลของเขาเขาแสดงผมจะถึงทศนิยม 1 ตำแหน่ง 2 ตำแหน่ง 3 ตำแหน่ง ก็ว่ากันไป แต่ส่วนมากถ้าเป็นค่าเงินเราจะใช้แค่ 2 ตำแหน่งนะคะ ต่อมาวันที่ เวลา ก็จะเป็นรูปแบบที่เป็นข้อมูลตัวเลขแล้วแต่เราจะระบุก็ได้ราคาโดยที่มันอาจจะเป็นเต็มก็คือจะมีทั้งวันที่และเวลาแต่ส่วนมากถ้าเราใช้แบบวันเดือนปีแค่นั้นนะคะ กับ Yes No questions นะคะ ใช่หรือไม่ มันจะเป็นคำตอบสำหรับข้อมูลที่เป็นตรรกะมันมี 2 ค่าก็คือจริงกับเท็จ เช่นตอนนี้คุณเป็นนักศึกษา เขาจะถามว่า จริงหรือเท็จ ถ้าเป็นยังเป็นนักศึกษาอยู่กับก็ตอบก็คือใช่ จบแล้วกำลังจะตอบว่า No นะคะ O l e object ราคาก็จะเป็นข้อมูลที่เอาไว้ในการแนบรูปภาพนะคะ ฐานข้อมูลบางอย่างเขาให้เอาแนบรูปภาพเช็ครับ สมัครอาจจะเป็นสมาชิกหรือสมัครเรียนหนังสือ หรือสมัครสอบ เขาก็จะให้เราแนบรูปภาพแนบใบเสร็จ ถ้าเป็นระบบขายของก็แบบใบเสร็จโอนเงิน ก็แนบรูปภาพมาด้วยนะคะ ส่วนที่ 3 จะเป็นส่วนของกำหนดค่า เหมือนที่อาจารย์ให้ดูเมื่อกี้นี้ในภาพนะคะ ก็จะเป็นการบอกขนาดของข้อมูลที่เก็บเรากำหนดได้เลย แล้วก็รูปแบบการแสดงผลข้อมูลจะเป็นอย่างไร การป้อนข้อมูลจะเป็นลักษณะไหน เราสามารถกำหนดได้นะคะ กำหนดคำอธิบายข้อมูล เช่น ก่อนที่เราจะกรอกข้อมูลไปนี่ ในระบบบางอันถ้าเราเอาเม้าส์ไปชี้เขาก็จะมีคำอธิบายว่าในช่องนี้ ให้กรอกข้อมูลแบบไหน ถ้าเราบอกว่าให้กรอกรหัสบัตรประชาชนพอเราเม้าส์ปุ๊บเขาก็บอกว่าให้กรอกเลขจำนวน 13 หลักเป็นต้นนะคะ กับอาจจะมีค่าเริ่มต้นเขาถามวันเกิด ส่วนมากวันเกิดค่าเริ่มต้นของเขาก็คือจะเป็นวันที่ 1 มกราคมปี 2000 อะไรก็ว่าไปนะคะ เพื่อเป็นค่าเริ่มต้นถ้าคุณไม่ได้กดวันนั้นคุณก็เป็นค่าอื่น หรืออาจจะเป็นเงินบริจาคนะคะ ค่าเริ่มต้นอาจจะเป็น 10 บาท คุณอาจจะไปเปลี่ยนค่าก็ได้นะคะ การกำหนดเงื่อนไขของค่านะคะ เช่น เงินเดือน จะต้องบวกเสมอบวกว่าถามเงินเดือนเท่าไรถึงจะบอกว่าติดลบ 5,000 บาท คือไม่ได้ทำงานแล้วเป็นหนี้ไปเรื่อย ๆ มันก็ไม่ใช่นะคะ ถ้าบังคับจะต้องเป็นบวกเสมอ เช่น อายุ ต้องเป็นจำนวนเต็มบวกเต็มลบไม่ได้นะคะ กับการกำหนดข้อความที่แสดงหักจากข้อมูลไม่ตรงตามเงื่อนไข เช่น ใส่อายุเป็น -20 มันก็จะมีคำสั่งแจ้งเตือนขึ้นมาว่า ให้ใส่ข้อมูลที่เป็นค่าบวกเท่านั้นนะคะ ก็จะเป็นแบบนี้เราสามารถกำหนดได้รวมถึงข้อมูลที่จำเป็นต้องกรอก จะเว้นว่างไม่ได้ เช่นเ ลขบัตรประชาชน จะบอกคุณไม่มีเลขบัตรประชาชนเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องกรอกทุกครั้งหรืออาจจะเป็นแบบฟอร์มให้สมัครใด ๆ ก็ตาม หมายเลขบัตรประชาชนนี้จะเป็นข้อมูลที่จำเป็นจะต้องกรอกเสมอนะคะ จะปล่อยว่างไม่ได้ การกำหนดค่าคีย์หลักนะคะ ก็ทำได้ง่ายมาก ถ้าในโปรแกรมก็คือคุณจะเลือกค่าไหนให้เป็นคีย์หลัก คลิกที่คอลัมน์นั้น ๆ แล้วก็กดไอ้ตัวรูปกุญแจ กุญแจจะหมายถึงทคีย์หลัหรือว่าใครมาลิขิตนี่แหละให้เลือกแล้วก็กดมันก็จะเป็นการแจ้งในระบบเลยว่าไอ้ค่าคีย์หลักคือค่าทีหลังของตารางนี้นะคะ ความสัมพันธ์มันจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ตารางขึ้นไป โดยที่ 5 เราจะมีการพิจารณาเลื่อนคีย์หลักออกของแต่ละตาราง ที่มันจะอ้างถึงมีหลักของอีกตารางหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเราจะลองทำในตัวโปรแกรม มันจะอ้างอิงกันอย่างไรนะคะ ในตัวโปรแกรมนี้มันก็จะง่ายมากค่ะ มันก็จะมีตัวให้เรากดได้เลยตามลูกศรสีแดงชี้นะคะ เป็นโปรแกรมค่อนข้างสำเร็จรูปเลยนะคะ ว่าเราจะสร้างทีมอย่างไร อันไหนจะเป็นความสัมพันธ์นะคะ เราจะทำสิ่งเหล่านี้ได้เราต้องรู้แล้วว่า ตารางที่เราสร้างหนี้สัมพันธ์กันอย่างไรเพราะว่าเราเคยวาด ER diagram มาแล้ว คือเหมือนตัวอย่างที่อาจารย์ให้ทำร้านหนังสือ ว่าผู้แต่งหนังสือ กับหนังสือเขาควรจะมีความสัมพันธ์กันอย่างไรนะคะ อย่างเช่นตัวอย่าง ถ้าเราสร้างความสัมพันธ์ได้ แล้วมันจะเป็นแบบนี้ค่ะ มันจะมีการโยงเส้นของ 2 ตาราง ให้ดูเลยว่าตารางนี้ กับตารางนี้ เขามีความสัมพันธ์กัน อย่างตารางนี้ค่ะ 2 ตารางนี้ มีความสัมพันธ์ 1 กับมากกว่า 1 อย่างจะบอกว่าในแต่ละโปรแกรมหรือในแต่ละหนังสือถึงจะเครื่องหมาย เขาอาจจะไม่ได้ใช้ตัว M เหมือนที่อาจารย์สอน มันเป็นความหมายเดียวกันคือ one to many ก็คือหนึ่งมีความสัมพันธ์มากกว่า 1 กับอะไรนะคะ เพราะฉะนั้น เราอ่านเราอ่านหนังสือบางเล่มก็จะเขียนแบบนี้นะคะ ให้เราเข้าใจว่ามันมีความหมายเดียวกันแต่แค่มันต่างกันที่สัญลักษณ์เฉย ๆ ถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่งนะคะ 1 ต่อ 1 บางรูปแบบนี้มันจะไม่เขียนกำหนดไว้เลย ขอให้รู้ด้วยตัวเองว่า เป็นความสัมพันธ์แบบไหนนะคะ one to one one to many นะคะ ข้อพิจารณาในการสร้างฐานข้อมูล เราต้องรู้ว่าเราจะสร้างฐานข้อมูลเพื่อมาทำงานเกี่ยวกับระบบอะไรนะคะ เหมือนในตัวอย่างก็คือร้านเช่าหนังสือ ร้านขายหนังสือในร้านขายหนังสือต้องมีตารางอะไรบ้าง นะคะ อาจจะไม่มีแค่ตลาด 3 ตัวอย่าง 3 ตารางกิจกรรมทุกอย่างอาจจะมีมากกว่านั้นคุณจะเช่าหรือคุณจะขาย หรือคุณจะมีระบบสมาชิกไหม รวมถึง รายละเอียดในตารางข้อมูลจะต้องเก็บอะไรบ้าง เครื่องไหน ไฟตกหรือ ต่อไปก็ต้องดูว่าในตาราง อะไรคือคีย์หลัก ก็คือค่าค่าที่สำคัญนั่นเอง อันนี้เราจำได้นะความสามารถของตารางข้อมูลความสัมพันธ์แบบไหนนะคะ มีค่าที่ต้องมาประมวลผลในการคำนวณไหมนะคะ เช่น อายุสมาชิก หรือวันเข้าทำงาน ทำงานมาแล้วกี่ปี เพื่อพิจารณาเงินเดือนเพื่ออะไรก็ว่าไปนะคะ การแสดงผลทางหน้าจอเป็นอย่างไร สามารถพรินต์ออกมาเป็นรายงานได้ไหมนะคะ ข้อมูลเบื้องต้นพี่จะใส่ใส่แล้วเป็นอย่างไร เอาไปใช้กับระบบงานอะไร เอาไปผนวกแล้วมันมีปัญหาไหมนะคะ อันนี้คือข้อพิจารณาในการสร้างฐานข้อมูลขึ้นมาสักระบบหนึ่ง ขนาดเด็กเล็กก็ยังต้องพิจารณาตามนี้เช่นเดียวกันนะคะ กับก่อนที่เราจะเรียนในตัวโปรแกรม เราต้องมารู้จักคำสั่งที่เราจะสั่งให้จากข้อมูลมาทำงานก่อนนะคะ ภาษาที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลอย่างที่บอกค่ะ เป็นภาษา SQL นะคะ Structure Query language ตัวนี้นะคะ เรียนภาษา SQL นะคะ มันก็เป็นรูปคำสั่งพื้นฐาน สำหรับสร้างโครงสร้างฐานข้อมูล ข่าวสารในการเรียกดูคู่ข้อมูลคำสั่งสำหรับการปรับปรุงข้อมูลเพิ่มลบแก้ไขอันนี้เราต้องทราบนะคะ ฝึกภาษา SQL นี่เป็นภาษาทางด้านฐานข้อมูลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนะคะ เป็นชุดคำสั่งที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลแล้วก็เพิ่มข้อมูลในฐานข้อมูลนะคะ กลุ่มคำสั่งของภาษา SQL จะเป็นจะมี 3 คำสั่ง 3 กลุ่มคำสั่งตั้งแต่แรกจะเป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการสร้างฐานข้อมูลกำหนดโครงสร้างฐานข้อมูลด้วยค่ะ กำหนดโครงสร้างของตารางที่ 2 จะเป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้สำหรับ เพิ่ม ลบ เปลี่ยนแปลงข้อมูล ก็คือเป็นการปรับปรุงข้อมูลนั่นเองนะคะ ส่วนกลุ่มที่ 3 จะเป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้สำหรับสร้างแล้วก็กำหนดโครงสร้างกับตารางนะคะ อันนี้ก็จะเป็นภาษาที่ไม่ได้แค่สำหรับนิยามข้อมูลเป็นการสร้างด้วยนะคะ อย่างในสไลด์อาจารย์วันนี้นี่ถ้าเราเห็น ส่งกระเป๋าแบบนี้นี่ ถ้าในหนังสือหรือว่าในทางเพลงสากลนี่ เขาจะรับรู้ได้เลยว่าถ้าเราใส่รูปทรงกระบอกแบบนี้ในสัญลักษณ์ใด ๆ ก็ตามที่เป็นโครงสร้างทางคอมพิวเตอร์นี่ จะรู้เลยว่าอันนี้คือฐานข้อมูลนะคะ ส่วนข้อมูลผลลัพธ์ รูปภาพแบบนี้ก็ แสดงว่าเป็นการแสดงผลรายงานนะคะ อันนี้ก็เวลาคุณไม่อ่านหนังสือดูหนังสือเล่มอื่น แล้วเขาเขียนแบบนี้นี่ ให้เข้าใจว่าก่อนที่จะฐานข้อมูลให้ใช้คำสั่งเพื่อเรียกดูรายงานออกมาผลลัพธ์ของรายงานเป็นอย่างไรนะคะ อันนี้เป็นโครงสร้างคำสั่งภาษา SQL สำหรับการสืบค้นนะคะ คำสั่งที่ใช้ในการสืบค้นคำสั่งที่ ใช้บ่อยที่สุดก็คือคำสั่ง Select ตัวนี้ s-e-l-e-c-t- นะคะ นักศึกษาคนบอกว่าพิมพ์ทำไมผลลัพธ์ไม่ได้เหมือนเพื่อนบางทีพิมพ์ผิดนะคะ บางครั้งก็จะตกใจไม่ต้องตกใจถ้าผลลัพธ์มันออกมาเรามานั่งไล่ดูก่อนว่าเราพิมพ์อะไรผิดไปหรือเปล่านะคะ อย่าลืมสัญลักษณ์อะไรไหมทำอะไรหรือเปล่าคะ ก็เช็กด้วย ส่วนมากคำสั่งพื้นฐานจะขึ้นต้นด้วย select ตามมาด้วยฟอร์มทีแรกก็คือเราจะเลือกว่าเราจะแสดงผลข้อมูลอะไรอย่างที่บอกนะคะ ต้องพยายามภาษาอังกฤษนิดหนึ่งเพราะว่ามันจำเป็นนะคะ FROM ก็คือจะเลือกจากตารางไหน Where หมายถึงว่ามีเงื่อนไขในการค้นหาว่าอย่างไรบ้าง Group by ข้อมูลจะถูกรวมเป็นข้อมูลเดียวกันหรือไม่นะคะ มีเงื่อนไขอะไรอีกไหม รวมถึงการจัดเรียงอย่างไรคะ เดี๋ยวจะมีตัวอย่างคำสั่งให้ดู อาทิตย์นี้ตัวอย่างคำสั่งไปก่อนนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างคำของข้อมูลนะคะ สไลด์อันนี้ไปเราจะดูคล้าย ๆ อันนี้เหมือนกันมีตารางอยู่ 2 ตารางนะคะ หลังแรกเป็นตารางหนังสือครั้งที่ 2 จะเป็นตารางสำนักพิมพ์นะคะ ตารางแรกจะมีรหัสหนังสือ ชื่อหนังสือ รหัสสำนักพิมพ์ ราคานะคะ อันที่ 2 เป็นตารางสำนักพิมพ์ สำนักพิมพ์แล้วก็ชื่อสำนักพิมพ์นะคะ คำสั่งจะแสดงผลมุมขวาตรงนี้นะคะ คำสั่งภาษา html ก็จะอยู่ด้านล่างนะคะ ตัวอย่าง คำสั่งในการสืบค้นข้อมูล 1 ตารางคำสั่งที่ง่ายที่สุดก็คือ SELECT FROM นะคะ เวลาคำสั่งเราจะดูตรงนี้นะคะ เป็นคำสั่งว่าอะไร ดูตรงนี้นะคะ ตัวอย่างการสืบค้นจาก 1 ตารางนะคะ * หมายถึงว่าเอาข้อมูลทุก ๆ คอลัมน์ หรือเราจะสามารถระบุได้ว่าถ้าเราจะเอาข้อมูลเฉพาะ คอลัมน์ไหนตารางอะไรนะคะ ตัวอย่างเช่น ตัวนี้นะคะ ให้แสดงผลข้อมูลทุกแถว และทุกคอลัมน์ คำสั่งก็คือ SELECT เครื่องหมาย * จะเป็น Star นะคะ SELECT * from books ก็คือเอาข้อมูลทุกแถวทุกคอลัมน์จากตาราง book ผลลัพธ์ที่ได้ก็แสดงผลข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในตาราง Books นั่นเองนะคะ ถามว่าคำสั่งนี้ใครสั่ง บางครั้งอาจจะเป็นคนที่ดูแลฐานข้อมูล หรือผู้ใช้งานต้องการเรียกดูข้อมูลในลักษณะนี้ คำสั่งที่เกิดขึ้นที่สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานก็คือ select form นะคะ อันนี้คือ select * ก็คือเอาทุกแถว ทุกคอลัมน์ และถ้า คอลัมน์ล่ะกำหนดได้ไหม กำหนดได้ค่ะ เอามาทีแรกก็คือเลือก ชื่อ ราคา ตาราง book ผลลัพธ์ที่ได้จากคำสั่งนี้ก็จะแสดงผลเฉพาะชื่อ ราคาของหนังสือเท่านั้น เพราะว่าอย่างที่อาจารย์เคยบอก มุมของผู้ใช้งานแต่ละคนนั้น บางคนอยากดูข้อมูลทั้งหมด อยากรู้ข้อมูลแค่ 2 อย่างสามารถทำได้ไหม ได้ค่ะ ข้อมูลเดี๋ยวก็ทำได้เราต้องบอกให้ถูกว่าคุณอยากดูข้อมูลจากตารางไหนคอลัมน์อะไร ระบบจัดการฐานข้อมูลมันก็จะดึงข้อมูลมาให้เราดู ต่อมาเป็นการสืบค้นแบบมีเงื่อนไขล่ะเอาคอลัมน์มันไม่พอแล้ว เราอยากเพิ่มเงื่อนไขคำสั่งที่ในการใช้ในการเพิ่มไข่ก็คือคำสั่ง where นะคะ บางทีก็จะเป็น select from Where ลงมานะคะ โดยอาจจะมีเงื่อนไข อาจจะเป็นเงื่อนไขในการเปรียบเทียบ เวลาเปรียบเทียบนะคะ ดูสัญลักษณ์ตรงนี้ มันจะเป็นมากกว่า นะคะ มากกว่าเท่ากับน้อยกว่านะคะ ตรงนี้น้อยกว่าเท่ากับ มากกว่าเท่ากับ อันนี้ไม่เท่ากับนะคะ อันนี้เป็นเท่ากับมากกว่าน้อยกว่าอย่างนี้นะคะ เดี๋ยวจะทำตัวขั้นให้ทีหลัง หรือการรวบรวม เป็นและ เป็นหรือคล้าย ๆ กับวิชาคณิตศาสตร์ที่เราเคยเรียนแล้ว เป็นการปฏิเสธเช่น ไม่เอาข้อมูลนักศึกษาชายอะไรอย่างนี้ ตรวจสอบค่าของข้อมูลว่าให้มัน ตรวจดูสิว่าข้อมูลตรงไหนมีช่องว่าง ข้อมูลตรงไหนหายไป ตรวจสอบเป็นช่วงเช่น ช่วงอายุระหว่าง 15 - 18 ปี หรือในชื่อใครมีชื่อมี จจาน หรือในชื่อใครมีสระเอ ตรวจสอบข้อความนะคะ เช่น ในข้อความนั้นมีคำว่า "นาย" ก็เอาคนที่คำมีคำขึ้นต้นด้วยคำว่า "นาย" ทั้งหมดนะคะ มันจะมีการเปรียบเทียบเงื่อนไขด้วยค่ะ อันนี้อาจารย์อธิบายไปแล้วนะคะ เท่ากับมากกว่า น้อยกลับ น้อยกว่าเท่ากับ น้อยกว่าเท่ากับไม่เท่ากับนะคะ