สวัสดีค่ะสวัสดีร่างกายด้วยนะคะสำหรับสัปดาห์นี้นะคะเราก็จะมาเรียนตัวมาตรฐานนะคะโมเดลเรามีโมเดลอะไรบ้างนะคะเราก็จะมาดูว่าไปถามตัวไหนทำหน้าที่อะไรนะคะหน่วยงานไหนเป็นคนสร้างขึ้นแล้วใช้กับงานประเภทใดบ้างรวมถึงเราก็จะมาดูอีกว่าอาจจะมีบางโมเดลที่เรายังไม่ได้เรียนลงรายละเอียดลึกเข้าไปนะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูกัน มาดูวัตถุประสงค์นะคะ ที่จะเรียนนะคะ ในครั้งนี้นะคะ ว่ามีอะไรบ้าง อันแรกก็จะมีธรรมาภิบาลนะคะ สารสนเทศนะคะ เกี่ยวกับตัวรูปแบบหรือว่าตัวโครงสร้างของเขาเองว่าธรรมาภิบาลทางด้านสนเทศของเรานี่ จะมีองค์ประกอบอะไรบ้าง สิ่งที่เกี่ยวข้องกรณีที่ทำในรูปแบบอุตสาหกรรม มาตรฐานที่เข้าไปจับกรณีที่มีอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการผลิตนะคะ อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการให้บริการนะคะ ว่าเขามีแนวทางอย่างไรให้แต่ละอุตสาหกรรมผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติทำอะไรได้บ้างนะคะ คราวนี้ก็จะมาดูโมเดลที่สร้างขึ้นรวมถึงอ้างอิงว่ามีบริษัทหน่วยงานองค์กรไหนบ้างที่สร้างขึ้นแล้วได้นำตัวมาตรฐานเหล่านี้ไปใช้ รวมถึงการเลือกใช้งานนะคะ โมเดลต่าง ๆ ว่ามันเหมาะกับงานของเราไหม เหมาะกับองค์กรของเราหรือเปล่า ถัดมาเรามาดูข้อจำกัดของตัวมาตรฐานนะคะ ว่ามาตรฐานที่เราจะใช้ต่าง ๆ นี่ เขาจะมีข้อจำกัดอะไรบ้าง เริ่มแรกมาตรฐานนี่ บางตัวอาจจะไม่ครอบคลุม ก็คือไม่ครบวงจรนะคะ มันจะเป็นมาตรฐานเฉพาะการบัญชี มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจคุณภาพมาตรฐานเกี่ยวกับมีสารสนเทศ ซึ่งมันก็จะไม่ครบตามกระบวนการของการทำงานของแต่ละหน่วยงานหรือแต่ละองค์กรนะคะ เราก็สามารถที่จะจับตัวมาตรฐานตัวไหนที่มันเหมาะกับแผนกเหมาะกับงานนะคะ บวกกับองค์กรของเรามาใช้นะคะ ไม่มีกระบวนการ How to ขั้นตอน รูปแบบโครงสร้าง การเช็กว่าต้องปฏิบัติตามไหน หรือว่าตัวเครื่องมืออาจจะมีข้อจำกัดพวกนี้เข้ามานะคะ รวมถึงตัวโมเดลของเรานี่ บางอันก็จะมีทั้งรูปแบบสามารถยืดหยุ่นนะคะ ยืดหยุ่นได้ไหม สามารถใช้กับโครงการนี้หรือว่ามีการปรับไหนได้หรือไม่ หรือไม่ก็คือปิดไปเลยต้องทำตามกระบวนการนี้ 1 2 3 กลับ Trud diจัดมานะคะ ก็มาดูอีกว่าไปเป็นตามโครงสร้างที่วางไว้ไหมนะคะ องค์ประกอบหลักหรือว่าใจความสำคัญของเรานะคะ กฎหมายนะคะ ความมีวุฒิภาวะหรือว่าเป็นลักษณะของผู้นำแล้วก็วัฒนธรรมนะคะ เราก็ทำการนะคะ รวมนะคะ สิ่งเหล่านี้เข้ามาเพื่อให้เป็นตัวธรรมาภิบาลนะคะ ว่าหน่วยงานของเรานี่ มีวัตถุประสงค์มีจุดมุ่งหมายอย่างไร ทำตามกฎหมายไหม ทำตามกระบวนการแล้วก็เป็นไปตามวัฒนธรรมองค์กรหรือเปล่านะคะ ถัดมาเราก็จะมาดู Maturity Model ของเราก็จะมีทั้งหมดขั้นตอน 5 ขั้นตอนของเรา ตั้งแต่เริ่มต้นจัดการความหมายนะคะ ประกันคุณภาพเราก็มองแล้วก็พัฒนาตัวไหนที่ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขนั่นเอง ก็จะเป็นโหมด 5 ขั้นตอน เริ่มแรก Innitial นะคะ ก็ตั้งแต่ปฏิบัติงานนะคะ แล้วก็ควบคุมการทำงานต่าง ๆ ถัดมาเป็นขั้นตอนที่ 2 นะคะ ก็จะเป็นเกี่ยวกับ Process ขั้นตอนของการทำงานนั่นล่ะ ว่าจะมีการจัดการควบคุมโดยใช้ใช้ทรัพยากรตัวไหนมาจัดการมาดูแลให้มันเหมาะสมโครงการโปรเจกต์นะคะ ที่สร้างขึ้น 3 นะคะ ก็จะเป็นลักษณะของก็คือขั้นตอนเกี่ยวกับการจัดบุคคลให้ตรงกับงานนะคะ การจัดทรัพยากรให้เพียงพอให้ Support ตัวงานนัjนเองแล้วก็อันที่ 4 นะคะ Manage ว่าจะเปลี่ยนกับตัวควบคุมกรณีที่อาจจะประเมินจำนวนคนที่จะใช้ 1 ตัวโครงการของเรานี่ มากเกินไป เราก็ต้องมีตัวเครื่องมือมาควบคุมว่ามันเกินตัวงบประมาณที่เราแจ้งไว้ไหม มันเกินตัวทรัพยากรที่เรามีหรือเปล่า และก็สุดท้ายนะคะ Optimizing นะคะ ก็จะสามารถที่จะดำเนินโครงการต่อไปได้ไหม หรือกรณีที่มีการปรับปรุงหรือแก้ไขเพื่อให้ตัวการดำเนินงานของเรานี่ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเอง อันนี้จะเป็นตัวโมเดลหนึ่งที่มาวัดกระบวนการการทำงานในองค์กรในหน่วยงานของเรานั่นเอง ถัดมาเราจะมาดูสิ่งสำคัญแล้วก็ความจำเป็นนะคะ ในการใช้ Framework หรือว่าการนำตัวโมเดลของเรานี่ มาใช้งานนี่ มันต้องมีสิ่งใดบ้างอันดับแรกแน่นอน ก็คือแผนธุรกิจของเรา งานก็ต้องมีการวางแผนธุรกิจ แผนธุรกิจถัดมาก็เป็นแผนทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่มันจะได้สอดคล้องไปการทำงานองค์กรของหน่วยงานแล้วก็ต้องมี Investment ก็คือพวกทรัพยากรต่าง ๆ ที่เรานำมาใช้มีว่าเรามีทรัพยากรตอนนี้ปัจจุบันมีเท่าไร มีเครื่องอุตสาหกรรมเครื่องจักรหรือว่าตัวเครื่องมือหรือว่าเครื่องเกี่ยวกับอุปกรณ์ไอทีที่คอย Support เท่าไร เราก็มาสู่ข้อ 3 ก็คือมีแผนในการนำตัวที่มีสารสนเทศของเรานี่ ไปปฏิบัติไปใช้งานรวมถึงต้องมีแผนต้องการความเสี่ยง ภัยธรรมชาติไปที่จะเกิดขึ้น ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการทำงานทางเทคโนโสารสนเทศก็ส่งผลกระบวนการทางธุรกิจของเรานั่นเอง ถัดมาก็ต้องมีควบคุมแล้วก็มีการวัดเหมือนเราทำงานก็ต้องมีการวัดประสิทธิภาพด้วย Performanceการทำงานทำงานวันหนึ่งนะคะ ปิดงานไปกี่ Job โปรเจกต์ไปได้กี่งาน นักศึกษาก็เหมือนกันเรียนหนังสือไปแต่เทอมเราจะสามารถวัดประสิทธิภาพของแต่ละรายวิชายังไงก็ต้องมีการสอบวัดผลไหมคะ ไปแล้วได้เกรดอะไรเกรดเฉลี่ยเท่าไรเวลาทำงานก็ต้องมีการวัดประสิทธิภาพประสิทธิผลด้วยกรณีที่เราเป็นบริษัทหรือว่าหน่วยงานนะคะ ที่อาจจะเล็งเห็นนะคะ อาจจะใช้หน่วยงานภายนอกมาช่วยสนับสนุน Support ยกตัวอย่าง กรณีที่แปลงพวกบริษัทน่าจะเป็นพวกใกล้ ๆ เราที่รู้จักน่าจะเป็นพวกองค์การโทรศัพท์ พวก True Move Dtac หรือว่าบริษัทที่มี Call Center ต่าง ๆ บริษัทใหญ่ ๆ ที่เขาจะไม่จ้างบุคลากรนะคะ ที่เกี่ยวกับพวก Call Center นี่ทางบริษัทด้านนอกมาให้บริการตรงนี้จะได้สะดวกมากขึ้น จะได้ไม่ต้องมาคอยดูแลนะคะ เกี่ยวกับงบประมาณ ถ้าเรามีบุคลากรก็ต้องมีไม่ว่าจะเป็นค่าประกันสังคมนะคะ อาคารสถานที่ค่าไฟต่าง ๆ ที่มันต้องคอยมารองรับ เราจ้างบริษัทอื่นมาดูแลมันก็จะแปลกตรงนั้นประมาณตรงนี้มากขึ้น หรือกรณีถ้าเป็นหน่วยงานนะคะ ที่มีอุปกรณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศที่ค่อนข้างมีผลิตภัณฑ์ที่ใหม่เนื่องจากจะไม่มีพวกอุปกรณ์ที่มีโปรโมชันนอกมาดูแลนี่ ก็สามารถสร้างองค์กรอื่นมาดูแล จะได้ประหยัดไม่ว่าจะเป็นการส่งบุคลากรไปอบรมนะคะ ส่งเกี่ยวกับการต่อสัญญาณเกี่ยวกับอุปกรณ์ใหม่ พวกนี้ไม่ค่อยจะช่วยประหยัดมากขึ้นมันก็จะเป็นสิ่งสำคัญเกี่ยวกับตัวโมเดลหรือว่าตัว Framework ที่เราเอามาใช้นั่นเอง อันที่ 6 ทะเบียนบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเลือก Framework ตัวนี้แล้วมันสอดคล้องบุคลากรเหล่านี้ การดูแลได้ตามที่โมเดลที่เราวางไว้หรือเปล่าของแต่ละบุคคลด้วยนะคะ รวมถึงการพัฒนานะคะ หรือว่าการปรับปรุงนะคะ ให้ตัวหน่วยงานของเราหรือว่าหน่วยองค์กรของเรานี่ดีขึ้น กรณีที่เราทำตัวมาตรฐานเหล่านี้มาใช้ ถัดมาเราก็จะมาดูสิ่งที่เรามองแล้วเห็นเป็นจุดสำคัญมากที่สุด มันก็จะเป็นลักษณะคล้าย ๆ กับตัวเมื่อกี้นั่นเองนะคะ หลัก ๆ ก็จะเป็นลักษณะของตัวธรรมาภิบาลทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ มีการจัดการเกี่ยวกับตัวโครงการนะคะ มีการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นระบบหรือว่าตัวซอฟต์แวร์ที่นำมาใช้ทำให้ระบบงานนั้นดีขึ้น ซื้อซอฟต์แวร์มาตัวนี้การทำงานก็ดีขึ้น คุณภาพงานที่ดีขึ้นรวมถึงความปลอดภัยของอุปกรณ์หรือข้อมูลต่าง ๆ นะคะ การให้บริการรวมถึงโครงสร้างภายในองค์กรเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศก็มั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้นนั่นเอง หรือเกี่ยวกับการบริหารจัดการเกี่ยวกับ HR ก็คือบุคลากรภายในองค์กรนะคะ Performance การทำงาน ข้อตกลงต่าง ๆ ที่ทำระหว่างหน่วยงานกับองค์กร Outsource render ก็เมื่อกี้ก็กลับไปแล้วก็มีที่จ้างบุคลากรด้านนอกนะคะ ที่เข้ามาช่วยงานของเรา รวมถึงที่สำคัญตัวหนึ่ง ก็คือเสียงที่มาจากลูกค้า หรือว่าผู้ใช้บริการว่าลูกค้ามีความมั่นใจยิ่งขึ้นไหม กรณีที่หน่วยงานของเรามีมาตรฐานรองรับมีการให้บริการที่ดียิ่งขึ้นให้เกิดความพึงพอใจที่เป็นเสียงตอบกลับมาหน่วยงานหรือองค์กรของเรานั่นเอง ถัดมาเราจะมาดูที่ผ่านทางทวิสารสนเทศนะคะ มันจะมีตัวโมเดลตัวไหนบ้าง ตัวนี้ตัวแรกของเราก็จะเป็นครูก็ได้กล่าวไปแล้ว COBIT ก็ผู้ที่ทำการออกตรวจสถานีมาวัดสะแกiตัวก็เป็นของเราก็หลัก ๆ ก็จะไปโฟกัสตรงที่รางวัลการสารสนเทศนะคะ ช่วยมาสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูงนะคะ เกี่ยวกับตัวของเราเทคโนโลยีสารสนเทศของเรานะคะ สำหรับบุคลากรที่เข้าใจหรือว่ามีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับตัวมาตรฐานกรมเรียกว่า SISA กับ CISM2 ตัวนี้ฉันมาโมเดลตัวถัดมานะคะ ว่าจะเรียกว่า COSO วันนี้ก็จะเป็นนะคะ หน่วยงานเกี่ยวกับบัญชีการบัญชีได้แน่นอน ก็จะเกี่ยวกับพวกเงิน ๆ ทอง ๆ ที่เขาสร้างขึ้นไว้ดูแลเกี่ยวกับการจัดการรายรับรายจ่ายหน่วยงานขององค์กรนะคะ ว่าตัวเงินนะคะ หรือว่าพวกหลักบัญชีสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องโปร่งใสไหมนะคะ มีตัวข้อมูลนะคะ เงินเข้าเงินออกอย่างไรนะคะ อันนี้จะเป็นมาตรฐานตัวหนึ่งที่ต้องมาดูแลนะคะ เนื่องจากเงินก็คือเป็นทรัพยากรที่สำคัญภายในหน่วยงานของเรานะคะ ถ้าไม่มีตัวเงินลงทุนตรงนี้ก็ไม่สามารถที่จะบริหารหรือว่าจัดการได้นั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นหน่วยงานนะคะ ที่เกี่ยวกับตัวมาตรฐานโซ่ของเรานะคะ เป็น American Account Associate ถ้าเป็นพวกของอเมริกาที่เกี่ยวกับการบัญชีนะคะ ตัวนี้ก็น่าจะเป็นเกี่ยวกับหน่วยงานนะคะ ที่ให้การันตีเกี่ยวกับใบ Certificate เกี่ยวกับการบัญชีที่มารองรับเกี่ยวกับตัวมาตรฐานตัวนี้เช่นเดียวกัน ตัวมาตรฐานของ COSO นะคะ ก็จะมีอยู่ 5 Component แต่อันนี้จะเพิ่มเข้ามาอีกตัวหนึ่งนะคะ ลมแรงดูแลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คือการใช้จ่ายง่าย ๆ คือการบริหารเงินนะคะ ในแต่ละแผนกแต่ละฝ่ายที่อยู่ในตัวองค์กรของเราความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น กรณีซึ่งมีโปรเจกต์อะไรที่มันมีปัญหาต้องใช้เงินเข้ามาเพิ่มไหม มันจะทำให้ส่งผลกระทบกับตัวองค์กรไหม หรือว่าหน่วยงานอื่นหรือเปล่า มาช่วยควบคุมกิจกรรม สมมติเราตรวจสอบกระบวนการการใช้เงินของแต่ละโครงการว่าให้ถูกต้องตามตัวเงินงบประมาณที่วางเอาไว้ไม่ให้เกิน ก็ได้ทำให้ไม่ส่งผลกระทบกับรวมถึงการทำงานภาพรวมขององค์กรด้วย การสื่อสารนะคะ เกี่ยวกับการส่งข้อมูลต่าง ๆ นะคะ และ Monitoring ก็คือการเฝ้าดูการทำงานภายในองค์กรของเรานะคะ ว่าปฏิบัติตามขั้นตอนของหน่วยงานที่ได้วางไว้หรือเปล่าอันนี้ก็จะครบขั้นตอนทั้งหมดของเรา ถัดมาโมเดลถัดมาของเรา IT investment Management ก็จะเป็นการจัดการจะเป็นเกี่ยวกับตัว Account เกี่ยวกับพวกเงิน ๆ ทอง ๆ อยู่เหมือนเดิม ก็จะเป็นการจัดการนะคะ ไม่ให้เกิดเกิดตัวของเสียของเสียคืออะไร กรณีที่มีการจัดการเกี่ยวกับทรัพยากรใช้อย่างไรให้มันคุ้มค่าใช้อย่างไรไม่ให้เกิดของที่เหลือในการผลิตไม่ให้เกิดของเสียปริมาณ 100 ชิ้น ก็ต้องให้ตายได้ 100 ชิ้นโดยมีการเลือกแล้วก็ได้ให้ลำดับความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ พูดง่าย ๆ คือ ตัวไหนต้องทำก่อนก็ให้เริ่มทำก่อน Project สำคัญเริ่มก่อน Project ไหนที่ไม่สำคัญก็เริ่มชตอนไหนที่สามารถรอได้ขั้นตอนไหนที่ไม่สามารถรอได้ ก็ทำตามความสัมพันธ์เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบหรือว่าตัวที่ส่งผลต่อทรัพยากรที่เราใช้ในองค์กรของเรานั่นเองก็จะเป็นตัวมาตรฐาน ITIM ของเรา ถัดมาเราก็จะมาดู ITIM นะคะ ก็จะมีทั้งหมด 5 Step ของเรา Step ที่ 1 มีการเฝ้าระหว่างเกี่ยวกับ Investment การจัดการเกี่ยวกับเทคนิคนะคะ ว่าตัวไหนว่าในการทำงานของเรานี่ ที่จะส่งผลกระทบกับตัวอื่น ๆ บ้างนะคะ ขั้นตอนที่ 2 นะคะ ทำการนะคะ Repeatable ก็คือควบคุมกรณีที่เจอปัญหาเกี่ยวกับปัญหาที่จะสร้างจะเกิดเกี่ยวกับผลกระทบกับโปรเจกต์นะคะ แก้ปัญหาตัวนั้น อันที่ 3 พัฒนา พัฒนาเกี่ยวกับพวกเครื่องมือต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาของเรา Improve ก็คือปรับปรุงนะคะ ปรับปรุงให้ตัวขั้นตอนการทำงานของเรานี่ มีรูปแบบที่ดีขึ้นแล้วก็อันที่ 5 ของเรานะคะ Outcume น่าจะเป็นเกี่ยวกับ ก็คือตัวที่เราได้ออกมานี่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ตามที่ตัว Input เนี่ยเข้าไปหรือเปล่าก็จะเป็นหลัก ๆ ทั้งหมด 5 ขั้นตอน ถัดมาจะพูดถึงตัวโมเดลตัวตัดมา TMOOK Project Management Book แน่นอนเล่เขาจะเป็นลักษณะของการจัดการโปรเจกต์เกี่ยวกับหนังสือที่ให้ความรู้ตัวนี้ก็จะเป็นลักษณะเหมือนแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ที่ใช้ในการจัดการขั้นตอนซึ่ง มีคนได้ถูกนำไปใช้ผ่านการทดสอบแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดี อ้างอิงของจากบริษัทจากหน่วยงานอื่นที่ได้นำเอาตัวโมเดลตัวนี้ก็ไปใช้แล้วได้เกิดผลลัพธ์ที่ดีนั่นเองมันก็จะเป็นเกี่ยวกับ Project Management ก็คือแต่ละองค์กรนะคะ ได้มารวมตัวกันตั้งเป็นสมาคมขึ้นมานะคะ โดยแต่มีทั้งหมด 5 Process 5 องค์ความรู้ ก็จะจัดการเกี่ยวกับพวก Project Management นั่นล่ะ ตัว Project Management ก็คือการควบคุมจัดการกับโครงการทำยังไงให้ตัวโครงการของเราทำงานตามระยะเวลาที่กำหนดงานที่ดีไม่เปลืองงบประมาณไม่เปลืองทรัพยากรของเรากว่าที่ตั้งไว้ก็ได้ปกคลุมให้เกิดปัญหาให้เกิดการล่าช้า ถัดมาอันนี้ก็จะเป็นตัวกราฟเที่ให้เห็นเกี่ยวกับการใช้ตัว Framework หรือว่าตัวโมเดลขึ้นมา ถ้าเราเอาตัวโมเดลเข้ามาเป็นตัวแบบอย่างที่เรามีหนังสือที่องค์ความรู้นะคะ ที่ว่ามีแบบแผนมาให้ว่าเราปฏิบัติตามนี้แล้วมันจะส่งผลลัพธ์ที่ดีขึ้นนะคะ ก็จะเห็นว่ามันมีความเพิ่มขึ้นของ Maturity ก็คือตัวโครงการหรือว่าโปรเจกต์ของเรานี่ ก็จะดำเนินการไปทางที่ดีไม่ต้องเสียเงินก็เสียเงินทรัพยากร ทำให้ตัวโครงการดำเนินต่อไปนะคะ ถัดมาโมเดล PMM Project Management Maturity Model ก็จะเป็นรูปแบบของการจัดการแต่เอาตัวที่ Model นะคะ ด้านหน้านี่ มารวมกับการจัดการโครงการเพื่อจะได้เป็นแผนที่มีทั้งตัวเครื่องมือและก็มีปกคู่มือการทำงานนะคะ เพื่อจะส่งผลให้ตัวโครงการของเรานี่ บรรลุความสำเร็จแล้วก็อาจจะเกิดผลกำไรที่มันมากขึ้น ไม่ต้องเสียตัวทรัพยากร พูดง่าย ๆ เหมือนมี Road Map มีตัว Guidelineเข้ามาชี้ ถัดมาตัว Print Print แล้วจะเป็นตัวโมเดลที่จัดการเกี่ยวกับสารสนเทศในประเทศ ของอเมริกาอันนี้ก็จะเป็นลักษณะของคนเขียนก็คือหน่วยงานของ alkylation GTAOffice of ก็ไปไหนอันนี้ก็จะเป็นลักษณะเหมือนของเมจิกจะไปดูงานนะคะ ก็จะเป็นหน่วยงานเดียวกันที่ดูแลเกี่ยวกับพวกสารสนเทศนะคะ มีการพัฒนา มีการวิจัยนะคะ เพื่อให้เกิดตัวเครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อจะนำไปประยุกต์ใช้กับหน่วยงานกับองค์กรอื่น ๆ ได้นะคะ จัดการเกี่ยวกับพวกอุปกรณ์สารสนเทศแล้วก็รูปแบบของการสื่อสารนั่นเอง อันนี้เป็นการนะคะ ดูความสามารถของการการจัดการดูแลนะคะ ของตัวโมเดลโดยมหาวิทยาลัย Anugy Melon ก็สร้างขึ้นจะมีลักษณะเกี่ยวกับพัฒนา System Software พัฒนาขึ้นมาว่าโครงการนี้เอาไว้ตรงนี้นี่ ช่วยไป Support การทำงานในการทำงานที่ดีขึ้น ลดการทำงานของบุคลากรลดลง ช่วยทำให้ระยะเวลาในการทำงานที่สั้นลง รวมถึงไม่สูญเสียทรัพยากรไป ก็จะเป็นรูปแบบการคิดค้นแล้วก็พัฒนามา ถัดมาโมเดล ISO 9001 ผู้เขียนก็จะเป็นบริษัท Motorola และ GE นะคะ ที่ทำงานร่วมกัน ก็คือพัฒนามาตรฐานพูดง่าย ๆ คือเขานำมาใช้ก่อนแล้วก็พัฒนาจนถูกเรียกว่าตัว ISO 9001 ก็จะเป็นรูปแบบของการจัดการเกี่ยวกับนโยบายทำงานภายในองค์กรของเรา ลักษณะของความปลอดภัยแล้วก็คุณภาพ ถัดมามาดู 8 คุณสมบัติเบื้องต้นของตัวมาตรฐาน ISO 9001-2000 นะคะ เริ่มต้นจากลูกค้า แน่นอนเราก็อยากใช้ตัวโมเดลเพื่อผลลัพธ์ที่ดีองค์กรแล้วมีผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้ใช้บริการของเรานั่นเอง ก็คือ Customer ว่าจะเป็นผู้ใช้บริการหรือว่าผู้ชผลิตภัณฑ์ Shipเป็นผู้นำนะคะ บุคลากรกระบวนการระบบภายในมีการพัฒนามีการตัดสินใจที่อยู่ในฐานความจริง ก็คือ ณ ตอนนั้นนะคะ เรามีข้อมูล ณ ปัจจุบันเพื่อจะได้ตัดสินใจได้ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงการเพิ่ม-ลดบุคลากรต่าง ๆ แล้วก็สามารถที่จะจัดการเกี่ยวกับ Supplier ก็คือบริษัทหรือหน่วยงานองค์กรที่เราไปติดต่อด้วยนั่นเองนะคะ ถัดมาเราจะดูโมเดล Sigma น่าจะเป็น Motorola นะคะ แล้วก็คิดแล้วก็พัฒนาขึ้นมา ตัวนี้นะคะ นำมาใช้เพื่อลดปัญหาการทำงานนะคะ แล้วก็ไม่เกิดพวกของเสียหรือว่าไลน์ผลิตที่ผลิตของเสียหรือว่าปฏิบัติจะผลิตซอฟต์แวร์ที่ไม่ถูกต้องก็จะลดปัญหาของเสียเหล่านี้ออกไป แน่นอนเพื่อทำให้ตัวกระบวนการทำงานนี่ดียิ่งขึ้นนั่นเอง ถัดมาโมเดล ISO 17799 แล้วก็ ISO 27001 อันนี้ก็จะพูดไปแล้วในสัปดาห์ต้น ๆ นะคะ เกี่ยวกับพวก IT Security ว่าตัวความปลอดภัยในเทคโนโลยีสารสนเทศต้องจัดการแล้วก็ดูแลอย่างไรเวลาภายในองค์กรมีข้อมูลนะคะ บุคคลภายนอกไม่สามารถที่จะเข้ามาดูข้อมูลของเราภายในองค์กรได้หรือไม่ หรือกรณีที่เรานำข้อมูลออกไปมีวิธีป้องกันอย่างไร พวกความปลอดภัยเกี่ยวกับข้อมูลก็สำคัญ หรือกรณีนักศึกษาใช้หาอะไรนี่ วันนี้อาจจะมีการใช้เกี่ยวกับธุรกรรมออนไลน์เราจะป้องกันอย่างไรไม่ให้ Username ของเรานี่ หรือว่าการโหลดข้อมูลนะคะ ที่เป็นส่วนตัวของเราไป ตัวนี้ก็จะเป็นตัวโมเดลที่เข้ามาช่วยกำกับแล้วก็ดูแล ตัวมาตรฐาน 1799 นะคะ ก็จะใช้ตัวโมเดล Do Check ก็คือมีการวางแผนลงมือปฏิบัติดูการทำงานแล้วก็ปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นนั่นเอง เขาจะเป็นกระบวนการแล้วก็เป็นการทำงานของกระบวนการหรือว่ากระบวนการอยากรู้ทั่วไปโดยจะมีทั้งหมดนะคะณ ก็คือจะมีเป็นหัวข้อที่สำคัญเกี่ยวกับตัว Security ป้องกันเกี่ยวกับความปลอดภัยทางเทคสารสนเทศเนี่ยเดี๋ยวสัปดาห์ถัดไปเราจะมาดูกันแต่ละหัวข้อแล้วก็ให้ลองไปหาข้อมูลนะคะ เดี๋ยวบางทีนะจะให้ไปหาตามหน่วยงานนะคะ เพื่อจะได้เข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับตัวมาตรฐานว่าเขามีวิธีการป้องกันและมีขั้นตอนอย่างไรฉันนั่นเอง ถัดมา ISO 20000 นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นเกี่ยวกับ IT Service Management เราให้บริการเกี่ยวกับมีสารสนเทศจะต้องมีการให้บริการอย่างไรบ้างตามหัวข้อไหน ที่จะถือว่าเป็นการให้บริการที่ดีให้บริการแล้วลูกค้าความพึงพอใจให้บริการในระยะเวลาที่ลูกค้าไม่ช้าเกินไป ทำแล้วตอบโจทย์ลูกค้า ไม่มีการบ่นนะคะ กรณีที่ให้บริการไปแล้วนะคะ พูดง่าย ๆ คือทำอย่างไรให้ลูกค้าพอใจมากที่สุดนั่นเองนะคะ โดยก็จะมีหน่วยงานนะคะ ไอทีเซอร์วิส forum ที่เป็นผู้สร้างมาตรฐานตัวนี้โดยหน้าที่หลัก ๆ นะคะ หรือหัวข้อหลัก ๆ พอจะมีอะไรบ้าง อันที่หนึ่งอย่างที่บอกไปแล้วให้บริการทางเทคนิคสารสนเทศนี่ มันต้องมีอะไรบ้าง Service Management ในการจัดการการให้บริการต้องมีระดับ ระดับไหน ระดับ 1 ระดับ 2 ระดับ 3 งานที่รับมานี่มีปัญหาเป็นทั่วไปไหม หรือว่าต้องเร่ง เร่งรีบ เร่งพัฒนา เร่งทำ หรือว่าที่สุดมันก็ต้องมี Delivery นะคะ ตามความสำคัญจัดมา Delivery กรณีที่ต้องไปให้บริการเราต้องให้บริการอย่างไรรวดเร็วทันใจพร้อมใช้งานหรือเปล่าความสำคัญกับ Supplier กรณีนายจ้าง Supplier ข้างนอกมาเราต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดี การจัดการปัญหาเวลามีปัญหาขึ้นมาในตัวระบบของเรา เรามีวิธีแก้ปัญหาอย่างไรวิธีที่ 1 วิธีที่ 2 วิธีที่ 3 วิธีที่ไหนดีที่สุดที่ไหนที่ประหยัดสุดที่ไหนที่รวดเร็วที่สุดอันนี้ก็แล้วแต่หน้างานว่าเราต้องใช้ที่ไหนที่มันจะแล้วก็สุดท้าย Control and Release ก็คือมีการก็คือพัฒนา Config ไหม แก้ไขหรือเปล่าหรือไม่ต้องปรับแก้ เพื่อปรับแก้ตามที่ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการร้องขอนั่นเองนะคะ ถัดมา ITILL ไปเที่ยวหรือว่า i-t-l-l ของเราก็พูดไปแล้วเนาะเป็นของ ITA ให้บริการเกี่ยวกับไ IT service Management การให้บริการก็จะมีสิทธิ์ขั้นตอนมีพูดไปแล้วเดี๋ยวเราค่อยกลับไปดูตัวสไลด์พูดถึงรายละเอียดถม่า TCM ว่าจะเป็นลักษณะของเอาไปใช้กับบุคลากรของเรา Competency นะคะ ที่มหาวิทยาลัยนะคะ เกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์เอามาใช้หน่วยงานเกี่ยวกับองค์กรของเราการทำงานขององค์กรของเรานี่b ดียิ่งขึ้นนั่นเอง คือเราก็จะฟังเกี่ยวกับตัวโมเดลไปด้วยนะคะ ว่าไม่มีโมเดลไหนมันจะมีบางโมเดลที่อาจจะยังไม่ได้เรียนรายละเอียดเจาะลึกนะคะ ก็จะได้รู้ว่ามีโมเดลไหนในโมเลสากลของเรานี่ ยกตัวมาตรฐานตัวไหนมาใช้กันบ้างนะนั่นเอง ถัดมาตัว Balanced scorecard จะมาวัดความสำเร็จของการทำงานขององค์กรของเราว่าเราทำงานแบบนี้ของเราทำไรแบบนี้ไหม ศีลธรรมงานทางผลสัมฤทธิ์ผลลัพธ์ของเรานี่ ก็จะมีเครื่องมือแล้วก็จะเป็นหน่วยงานที่พัฒนาตัวมาตรฐานของเราขึ้นมานะคะ ฉันมามาตรฐานเราเยอะมากเท่านี้เราจะมาดูเกี่ยวกับ Outsourcing กับตัว Render ที่เราไปจ้างหน่วยงานข้างนอกมาช่วยบริหารจัดการ ก็จะมีตัวมาตรฐานนี้ขึ้นมาคราวนี้ BOOK Book of Knowledge เขาจะมีวิธีการว่าทำอย่างไรที่จะจัดการดูแลกรณีที่เรากังวาลจะเป็น Vendor หรือว่า Outsourcing บริษัทข้างนอกเราอาจจะจ้างบริษัท Call Center ให้บริการเกี่ยวกับการบริการของลูกค้าหรือเราจ้างบริษัทข้างนอกมาดูแลเกี่ยวกับตัวระบบสารสนเทศกรณีที่เราไม่มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะอันนี้ก็สามารถทำได้แล้วเราจะทำอย่างไรให้หน่วยงานหรืออง เกิดความมั่นใจแล้วเชื่อใจแล้วก็ทำงานด้วยกันเราส่งผลให้ตัวหน่วยงานของเรานี่ทำงานได้อย่างราบรื่นไม่มีปัญหานะคะ กรณีนะคะ ที่มีใบรองรับ Certificate รองรับเกี่ยวกับตัว Outsourcing หรือว่าหน่วยงานภายนอกของเรา p o pหน่วยงานนี้ได้รับรับรองนะคะ เชื่อใจได้ว่าเขามีกระบวนการดูแลจัดการภายในองค์กรของเขานี่ ป็นอย่างนี้นี่เอง ถัดมาก็จะเป็นเกี่ยวกับตัว OUtเหมือนเดิมนะคะ แต่ว่าตอนนี้ก็จะเป็น CM อีกตัวหรือว่าตัวโมเดลซึ่งตัว ESCM นี่ ก็จะแบ่งเป็น 2 อันเป็นการให้บริการ Service Provider กับ CL ก็คือ customerเป็น 2 ส่วนในกรณีที่ให้บริการแล้วก็ให้บริการลูกค้าว่าเขาจะมีกระบวนการขั้นตอนอย่างไรปฏิบัติแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดี โดยนะคะ เขาก็จะมีลักษณะเป็นคู่มือนะคะ เกี่ยวกับองค์ความรู้ที่จะให้บริการนะคะ การทำงานตรงนี้หากว่ามีรูปข้อปฏิบัติกำหนดตรงไหนที่เราต้องปฏิบัติ อย่างตัวนี้นะคะ ก็จะมีหน่วยงานนะคะ ที่ดูแลเกี่ยวกับตัว Outsource ของเรา Association of swords ดูแลเกี่ยวกับงานที่เราติดต่องานที่เราประสานงานด้วเอง ถัดมาจะเป็นโมเดลเกี่ยวกับการมองจากเสียงรับของลูกค้า ก็คือเราจะมองจากผู้ใช้บริการนะคะ ว่าลูกค้ามีความต้องการอย่างไร ความต้องการของลูกค้าจะเป็นหลักว่าเสียงตอบรับตอบกลับการให้บริการหรือว่าความต้องการที่ลูกค้าอยากได้จากการให้บริการของเรา หรืออยากได้จากผลิตภัณฑ์ของเรานั่นเอง ก็จะเป็นโมเดล BOC คราวนี้เราจะมาดูเกี่ยวกับกฎหมายกันบ้างนะคะ ก็จะใช้เกี่ยวกับพวกผู้บริหาร เป็นผู้บริหารระดับสูงมององค์ภาพรวมขององค์กรแล้ว ว่าเวลาเขาทำงานนี่ ของเรานี่ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายกระบวนการการทำงานขั้นตอนของแต่ละบุคคลก็ต้องกฎหมายเช่นเดียวกัน เขาก็จะเอาตัวมาตรฐานตัวนี้มาจับเช่นเดียวกันนะคะ หรือที่เรียกว่า "SOX" อันนี้เป็นกับกฎหมายนะคะ ผู้เขียนก็จะเป็นอเมริกานะคะ ที่จัดตั้งตัวมาตรฐานตัวนี้เกี่ยวกับกฎหมายขึ้นมา อันนี้ขอข้ามแล้วกัน จะจบแล้ว อีกโมเดลถัดมาที่เกี่ยวกับกฎหมายก็จะมี AS 8000 แล้วก็ AS 8015 อันนี้จะเป็นของประเทศออสเตรเลียที่ทำการพัฒนาขึ้นมานะคะ ก็จะไปดูเกี่ยวกับตัว Goverment ก็คือของรัฐบาลทั้งหมดและก็อีกตัวหนึ่งนะคะ น่าจะเป็นเกี่ยวกับ ICT หรือว่าตัวสารสนเทศของเรานะคะ แบ่งเป็น 2 ตัวเอามาจัดการดูแลเกี่ยวกับกระบวนการทำงานมีสารสนเทศกระบวนการทำงานทั้งหมดของรัฐบาลว่าอยู่ภายใต้ตัวกฎหมายหรือไม่นั่นเองนะคะ ถัดมาโมเดล FGA น่าจะเคยคุ้น ๆ หรือเปล่า น่าจะเคยคุ้นจะเป็นลักษณะเกี่ยวกับอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมตัวไหนที่เราจะนำตัวมาตรฐานมาใช้บ้าง เป็นอุตสาหกรรมเกี่ยวกับของอุปโภคบริโภคหรือเปล่า หรือว่าการให้บริการแล้วก็ต้องไปดูอีกว่าจะเป็นของอุปโภคได้ไหมนะคะ มีมาตรฐานสิ่งแวดล้อมมาตรฐานความสะอาดอะไร เกี่ยวกับยาหรือเปล่า มันก็ต้องมีมาตรฐานต่าง ๆ มารองรับ แล้วก็อยู่ภายใต้กฎหมายกำหนดผลิตออกมาแล้วไม่เป็นมลพิษกับสิ่งแวดล้อม ฮาร์ดดิสก์อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไม่ส่งของเสียไปในอากาศหรือไม่ส่งของเสียลงไปในแม่น้ำ มันก็ต้องมีตัวมาตรฐานต่าง ๆ มารองรับนั่นเองนี่ก็จะเป็นตัวเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่สามารถเข้าไปดูนะคะ เกี่ยวกับตัวมาตรฐานต่าง ๆ ที่จะเข้ามาซึ่งก็จะเป็นมาตรฐานที่จะยกตัวอย่างก็จะมีมาตรฐานหลายตัวเลยที่เราได้เรียนก็ยกมาเพื่อจะได้รู้จักหรือคุ้นชื่อกันบ้างนะคะ ต่อไปอาจจะได้ใช้งาน คราวนี้สำหรับตัวมาตรฐานเราก็จะทราบตัวมาตรฐานไปแล้วสำหรับสัปดาห์หน้า สัปดาห์หน้าหน้าก็จะหยุดจะไปดูงานข้ามไปอีก 1 สัปดาห์นะคะ กำลังคิดว่าเดี๋ยวจะให้ทำตัวมาตรฐานนะคะ เดี๋ยวอาจจะเป็นแบ่งเป็นกลุ่มเราจะได้เข้าใจ เห็นอาจารย์พูดมาหลายสัปดาห์เหลือเกิน พูดไปอาจจะไม่ค่อยเข้าใจ มันเป็นเหมือนทฤษฎีถ้าเราไม่ลงมือปฏิบัติเอง เราจะไม่รู้ว่าการขั้นตอนการทำงานจริง ๆ เป็นอไรเนื่องจากเราเรียนเกี่ยวกับสารสนเทศเนอะเดี๋ยวอาจารย์จะให้เลือกเป็นมาตรฐานที่เกี่ยวกับสารสนเทศซึ่งได้จากเข้าใจง่ายที่สุด เราก็จะได้ดูขั้นตอนจะเอาตัวอย่างให้ดูอ่ะกรณีศึกษารวมถึงกรณีที่เราต้องลงมือทำเองนี่ เราจะทำอย่างไร สำหรับถ้าได้ลงไปขอข้อมูลจริงตามหน่วยงาน เดี๋ยวเจอกันขอคิดก่อนว่าเราจะได้ลงไปจริงไหม เพราะว่าเรามีหลายโรงเรียนนะเราก็อาจจะมีวิธีไหนเดี๋ยวสัปดาห์ถัดไปเดี๋ยวก็จะเอาตัวอย่างมาให้ดูรวมถึงกระบวนการเขียนแล้วก็ปฏิบัติเกี่ยวกับการเช็ดตัวมาตรฐานต่าง ๆ นี่ เขามีเบื้องต้นอย่างไรก็จะมีขั้นตอนที่ค่อนข้างเยอะ แต่ว่าเอามาบางส่วนแต่บางส่วนก็เยอะแล้วนะ เดี๋ยวเราจะมาดูกัน วันนี้เราก็จะรู้ถึงตัวมาตรฐานที่ค่อนข้างเยอะมากเลยนะคะ บางตัวอาจารย์ก็อาจจะไม่ละเอียดรวมถึงบางตัวก็อาจจะไม่ได้ใช้ หน่วยงานก็สามารถที่จะหยิบยกมาตรฐานตามมาตรฐานขององค์กรรวมถึงขนาดขององค์กรด้วยนั่นเอง วันนี้น่าจะมีคำถามท้ายบททั้งหมด 2 ข้อ ก็จะมีข้อจำกัด กรณีที่เราจะเอามาใช้ว่าโมเดลนี้มันจะเหมาะกับหน่วยงานกับองค์กรของเราหรือเปล่านี่ มีข้อจำกัดอะไรบ้างมี Model ไหนที่เราสนใจวันนี้เอาไปใช้กับอะไรได้บ้างวันนี้จะค่อนข้างมีศัพท์เยอะมากเรื่องเยอะจริง ๆ เหมือนเดิมก็มีเอกสารที่เป็นตัวอธิบายตัว PowerPoint ไว้แล้วนะ เป็นเอกสารแนบก็สามารถกลับไปอ่านได้ควาไฟล์ตัวนี้มันก็จะไม่มีคำอธิบายอะไรนะคะ ในตัวสไลด์รวมไฟล์ PDF เป็น Word นะคะ สามารถที่จะไปย้อนหลังมันจะเข้าใจนะคะ ตัวมาตรฐานมากยิ่งขึ้นวันนี้น่าจะมึน ๆ กันหน่อยนะ มีคำถามอะไรไหมคะ เยอะมากเลยตอนแรกว่าจะสอนในตัวรวมวันนี้ก่อนก็กลัวจะงงก็เลยเอาไว้เดี๋ยวสัปดาห์ถัดไปเดี๋ยว เราได้มาลองดูของจริงกันและเราจะได้เข้าใจวันนี้ที่เรียนมาก็ได้เหมือนเชิงธุรกิจนิดหนึ่งฃ แต่ที่จริงมันก็ธุรกิจมันก็รวมอยู่กับตัวสารสนเทศหน่วยงานของเรารวมถึงการทำงานของเราด้วยนั่นเองนะคะ มันไปด้วยกัน ถ้า IT เราไม่ดีหน่วยงานเราก็จะไม่ได้ไปด้วยนั่นเอง ถามอะไรเพิ่มเติมไหม สำหรับเรื่องเดี๋ยวจะขึ้นให้จริง ๆ แล้วจะไม่ลืมลืมอะไรสัปดาห์และตรวจเรียบร้อยแล้วค่ะ เช็กแล้วจะมาแจ้งว่าที่ยังไม่ได้ทำบทไหนลืมบทไหนนะ จะได้มาแจ้งเพิ่มเติมได้ จะถามอะไรเพิ่มเติมไหมคะ โอเค อย่างนั้นก็ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ เดี๋ยวก็ส่งให้ท้ายบทแล้วก็เจอกันสัปดาห์ถัดไป คำถามก็ค่อยมาเพิ่มเติมกับอาจารย์นะคะ อันนี้มันจะเชิงทฤษฎีหน่อยเดี๋ยวสัปดาห์หน้าเราจะได้ลงมือทำอธิบาย อาทิตย์หน้ายังไม่ให้ค่ะ หยุดเลยเช็คชื่อก่อน -