--- title: (ฝึก Revoice + PE) ห้องเรียนสกลฯ ห้องเรียนสกลฯ มาตรฐานสากลด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัล อ.ธิดารัตน์ วันที่ 26 ม.ค. 2566 ปลา subtitle: date: วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 09.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ สวัสดีล่ามทางไกลด้วยนะคะ ค่ะ สำหรับสัปดาห์นี้นะคะ เราก็จะมาเรียนตัวมาตรฐานนะคะ ว่าโมเดลนะคะ เรามีโมเดลอะไรบ้าง เราก็จะมาดูว่าตัวมาตรฐานตัวไหนทำหน้าที่อะไรนะคะ หน่วยงานไหนเป็นคนสร้างขึ้น แล้วใช้กับงานประเภทไหนบ้างนะคะ รวมถึงแล้วก็จะมาดูอีกว่ามันจะมีบางโมเดลที่เรายังไม่ได้เรียนลงรายละเอียดลึกเข้าไปนะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูกัน มาดูวัตถุประสงค์ที่จะเรียนนะคะ ในครั้งนี้ว่ามีอะไรบ้าง อันแรกก็จะมีธรรมาภิบาลนะคะ ทางสารสนเทศนะคะ เกี่ยวกับตัวรูปแบบหรือว่าตัวโครงสร้างของเขานั่นเอง ว่าธรรมาภิบาลทางสารสนเทศของเรานี่ จะมีองค์ประกอบอะไรบ้าง สิ่งที่เกี่ยวข้อง กรณีที่ทำในรูปแบบอุตสาหกรรม มาตรฐานที่เข้าไปจับ กรณีที่มีอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการผลิตนะคะ อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการให้บริการนะคะ ว่าเขามีแนวทางอย่างไร ให้แต่ละอุตสาหกรรม ผู้บริหารผู้ปฏิบัติ ทำอะไรได้บ้างนะคะ คราวนี้ก็จะมาดูโมเดลที่สร้างขึ้น รวมถึงการอ้างอิงว่ามีบริษัท หน่วยงาน องค์กรไหนบ้างที่สร้างขึ้นนะคะ แล้วได้นำตัวมาตรฐานเหล่านี้ไปใช้ รวมถึงการเลือกใช้งานนะคะ ตัวโมเดลต่าง ๆ ว่ามันเหมาะกับหน่วยงานของเราไหม เหมาะกับองค์กรของเราหรือเปล่านะคะ ถัดมา เรามาดูข้อจำกัดของตัวมาตรฐานนะคะ ว่ามาตรฐานที่เราจะใช้ต่าง ๆ นี่ เขาจะมีข้อจำกัดอะไรบ้าง เริ่มแรกนะคะ ตัวมาตรฐานบางตัวอาจจะไม่ครอบคลุม พูดง่าย ๆ คือ ไม่ครบวงจรนะคะ อาจจะเป็นมาตรฐานเฉพาะการบัญชี มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจคุณภาพ มาตรฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมันก็จะไม่ครบตามกระบวนการการทำงาน ของแต่ละหน่วยงาน หรือแต่ละองค์กร แล้วก็สามารถที่จะยึดตัวมาตรฐานตัวไหนที่มันเหมาะกับแผนก เหมาะกับงานนะคะ เหมาะกับองค์กรของเรามาใช้ ไม่มีกระบวนการนะคะ How to ขั้นตอนนะคะ รูปแบบโครงสร้างนะคะ การเช็กว่าต้องปฏิบัติตามไหน หรือว่าตัวเครื่องมือ อาจจะมีข้อจำกัดพวกนี้เข้ามานะคะ รวมถึงตัวโมเดลของเรานี่ บางอันก็จะมีทั้งรูปแบบ สามารถยืดหยุ่น ยืดหยุ่นได้ไหม ใช้กับโครงการนี้ได้ไหม หรือว่ามีการปรับตัวไหนได้ หรือไม่ยืดหยุ่น ก็คือ fix ไปเลย ก็ต้องทำตามกระบวนการนี้ 1 2 3 นะคะ ก็คือ Flexible กับ Too rigid นั่นเอง ถัดมานะคะ ก็มาดูอีกว่าไปเป็นตามโครงสร้างที่วางไว้ไหมนะคะ ตัวประกอบหลัก หรือว่าใจความสำคัญของเรานะคะ กฎหมายนะคะ ความมีวุฒิภาวะ หรือว่าเป็นลักษณะของผู้นำ แล้วก็วัฒนธรรมนะคะ เราก็จะทำการนะคะ รวมนะคะ สิ่งเหล่านี้เข้ามา เพื่อให้เป็นตัวธรรมาภิบาลนะคะ ว่าแต่ละหน่วยงานของเรานี่ มีวัตถุประสงค์ มีจุดมุ่งหมายอย่างไร ทำตามกฎหมายไหมนะคะ ทำตามกระบวนการนะคะ แล้วก็เป็นไปตามวัฒนธรรมองค์กรหรือเปล่านะคะ ถัดมา เราก็จะมาดู Maturity model ของเรา ก็จะมีทั้งหมด 5 ขั้นตอนมี initial ตั้งแต่เริ่มต้น จัดการ ให้ความหมายนะคะ จัดการคุณภาพ แล้วก็มอง แล้วก็พัฒนานะคะ ตัวไหนที่ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขนั่นเอง ก็จะเป็นทั้งหมด 5 ขั้นตอน เริ่มแรก initial นะคะ ก็ตั้งแต่การปฏิบัติงานนะค แล้วก็ควบคุมการทำงานต่าง ๆ ถัดมา เป็นขั้นตอนที่ 2 นะคะ ก็จะเป็นเกี่ยวกับ process ขั้นตอนการทำงานนั่นแหละ ของการทำงานว่าจะมีการจัดการควบคุมโดยใช้ผู้บริหารนะคะ ใช้ทรัพยากรตัวไหนมาจัดการมาดูแลให้มันเหมาะสม ตัวโครงการ หรือตัวเดมนะคะ ที่สร้างขึ้น 3 นะคะ ดิฟายจะเป็นลักษณะของprocess ก็จะคือขั้นตอนของการจัดบุคคลให้ตรงกับงานการจัดทรัพยากรนะคะ ให้เพียงพอให้ support กับตัวงานนั่นเอง แล้วการที่ 4 Quantitatively Managed ก็จะเป็นกับตัวควบคุมกรณีที่อาจจะประเมินนะคะ จำนวนคนที่จะใช้ในตัวโครงการของเรานี่มากเกินไป เราก็ต้องมีตัวเครื่องมือมาควบคุมว่า มันเกินตัวงบประมาณที่เราจ้างไว้ไหม มันเกินตัวทรัพยากรที่เรามีหรือเปล่า แล้วก็สุดท้าย Optimizing นะคะ สามารถที่จะดำเนินกำหนดโครงการต่อไปได้ไหม หรือกรณีที่ต้องมีการปรับปรุงหรือแก้ไขเพื่อให้ตัวการดำเนินงานของเรานี่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ อันนี้จะเป็นตัวโมเดลหนึ่งที่เข้ามาวัดกระบวนการการทำงานในองค์กรในหน่วยงานของเรานั่นเอง ผัดมาแล้วจะมาดูสิ่งสำคัญ แล้วก็ความจำเป็นนะคะ ในการใช้ framework หรือว่าการอำเภอโมเดลของเรานี่ มาใช้งานนี่ มันต้องมีสิ่งใดบ้าง อันดับแรก แน่นอน ก็คือแผนธุรกิจของเรา ตามหน่วยงานนะคะ ก็ต้องมีการวางแผนธุรกิจ แผนธุรกิจ ถัดมาก็จะเป็นแผนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ จะได้สอดคล้องกับการทำงานขององค์กรของหน่วยงานนะคะ แล้วก็ต้องมี Investment ก็คือพวกทรัพยากรต่าง ๆ ที่เราเอามาใช้นั่นเอง ว่าเรามีทรัพยากรตอนนี้ ณ ปัจจุบันเท่าไร มีเครื่องอุตสาหกรรม เครื่องจักรนะคะ หรือว่าตัวเครื่องมือ หรือว่าเครื่องเกี่ยวกับอุปกรณ์ไอที ที่คอย support จะเท่าไรนะคะ เราก็มาสู่ข้อ 3 ก็คือมีแผนในการนำตัวเทคโนโลยีสารสนเทศ ของเรานี่ ไปปฏิบัติ ไปใช้งาน รวมถึงต้องมีแผนป้องกันความเสี่ยง ภัยธรรมชาตินะคะ ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อกันทำงานกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ และก็ส่งผลต่อกระบวนการธุรกิจของเรานั่นเอง นะคะ ถัดมา ก็ต้องมีการควบคุมแล้วก็มีการวัด เหมือนเราทำงานต้องมีการวัดประสิทธิภาพด้วย Performance อย่างทำงานวันหนึ่ง เสร็จงานไปกี่จ๊อบ ปิด proโปรเจคไปได้กี่คันเหมือนนักศึกษาเหมือนกันเรียนหนังสือไปแต่ละเทอมเราจะสามารถวัดประสิทธิภาพของแต่ละรายวิชาอย่างไรก็ต้องมีการสอบวัดผลถูกไหมคะ เรียบร้อยแล้วได้เกรดอะไรเกรดอะไร เกรดเฉลี่ยเท่าไร เช่นเดียวกัน การทำงานก็เหมือนกันก็ต้องมีการวัดประสิทธิภาพประสิทธิผลด้วยนะคะ ถัดมา Vendor กับ Outsourcing กรณีที่เราเป็นบริษัทหรือว่าหน่วยงานพี่อาจจะเล็งเห็นนะคะ ว่าอาจจะใช้หน่วยงานภายนอก support นะคะ ยกตัวอย่าง กรณีที่เป็นพวกบริษัท นะคะ อาจจะ เป็นพวกเอาใกล้ ๆ เรา ที่รู้จัก อาจจะเป็นพวกองค์กรโทรศัพท์พวก TrueMove พวก Dtac นะคะ หรือว่าบริษัทที่มี Call Center ต่าง ๆ บริษัทใหญ่ ๆ บางทีเขาจะไม่จ้างบุคลากรนะคะ ที่เกี่ยวกับพวก Call Center น ี่มาใช้ในหน่วยงาน พูดง่าย ๆ ก็คือเจ้าบริษัทด้านนอกนะคะ ก็ให้บริการตรงนี้ จะได้สะดวกมากขึ้น ไม่ต้องคอยดูแลเกี่ยวกับเงินงบประมาณ พูดง่าย ๆ ถ้าเรามีบุคลากร ก็ต้องมี ไม่ว่าจะเป็นค่าประกันสังคมนะคะ ค่าอาคารสถาน ที่ค่าไฟ ค่าอะไรต่าง ๆ ที่มันต้องมารับ ค่าเช่าพื้นที่ต่าง ๆ ถ้าเราหน้าบริษัทอื่นมาดูแล มันก็จะขยับตัวก็ประมาณตรงนี้มากขึ้น หรือกรณีถ้าเป็นหน่วยงานที่มีอุปกรณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศที่ค่อนข้างมี ผลิตภัณฑ์ที่ใหม่นะคะ เนื่องจากจะไม่มีพวกบุคลากร Professional มาดูแลนี่ ก็สามารถจ้างองค์กรอื่นมาดูแล จะได้ประหยัด ไม่ว่าจะเป็นการส่งบุคลากรไปอบรมนะคะ ส่งเกี่ยวกับการต่อสัญญาณ เกี่ยวกับการต่ออุปกรณ์ใหม่ พวกนี้ก็จะช่วยประหยัดมากยิ่งขึ้นนะคะ มันก็จะเป็นสิ่งรวมโมเดลหรือว่าตัว framework ที่เราเอามาใช้นั่นเอง อันที่ 6 ก็จะเป็นบุคลากรแทนเทคโนโลยีสารสนเทศ เลือก framework ตัวนี้แล้วมันสอดคล้อง บุคลากรเหล่านี้ จัดการ ดูแลได้ ตามที่ตัวโมเดลที่เราวางไว้หรือเปล่า รู้จักศักยภาพของแต่ละบุคคลด้วยนั่นเอง รวมถึงการพัฒนาหรือว่าการปรับปรุงนะคะ ให้ตัวหน่วยงานของเรา หรือว่าหน่วยองค์กรของเรานี่ดีขึ้นไปด้วย กรณีที่เรานำตัวมาตรฐานเหล่านี้มาใช้ ถัดมา เราก็จะมาดูสิ่งที่เรามองและเห็น เป็นจุดสำคัญมากที่สุด มันก็จะเป็นลักษณะคล้าย ๆ กับตัวเมื่อกี้นั่นเองนะคะ หลัก ๆ ก็จะเป็นลักษณะของธรรมาภิบาลทางเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ มีการจัดการเกี่ยวกับตัวโครงการ นะคะ มีการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นระบบหรือว่าตัวซอฟต์แวร์ที่นำมาใช ้ทำให้ระบบงานนั่นดี ซื้อซอฟแวร์มาตัวนี้ การทำงานก็ดีขึ้นนะคะ คุณภาพงานที่ดีขึ้น รวมถึงความปลอดภัยของอุปกรณ์ หรือข้อมูลต่าง ๆ นะคะ การให้บริการ รวมถึงโครงสร้างภายในองค์กร เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็มั่นคง ปลอดภัยยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ หรือเกี่ยวกับการบริหารจัดการเกี่ยวกับHR ก็คืออุปกรณ์บุคลากรภายในองค์กรนะคะ Performance การทำงานนะคะ ข้อตกลงต่าง ๆ นะคะ ที่ทำระหว่างหน่วยงานกับองค์กรนะคะ เอาซอยเบนเดอร์เมื่อกี้ก็กลับไปแล้วไม่มีที่สร้างบุคลากรด้านนอกที่เข้ามาช่วย supportหน่วยงานของเรารวมถึงสิ่งที่สำคัญอีกตัวหนึ่งก็คือ เสียงที่มาจากลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ วาดลูกค้ามีความมั่นใจยิ่งขึ้นบ้างไหมในกรณีที่หน่วยงานของเรามีมาตรฐาน รองรับตรงนี้มีการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น ทำให้เกิดความพึงพอใจที่เป็นเสียงตอบกลับมาให้กับหน่วยงานอุงค์กรของเรานั่นเอง ถัดมา เราจะมาดูธรรมาภิบาลทางเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ ว่ามันจะมีตัวโมเดลตัวไหนบ้างนะคะ วันนี้ตัวแรกของเราก็จะเป็น cobitนะคะ ตัวนี้ก็ได้กล่าวไปแล้วในเบื้องต้นก่อนนะคะ ก็พูดที่ออกทำตัวออกมาตรฐานเบื้องต้นตัวนี้มาก็คือ ITGI นะคะ ตัวผลิตของเราเราจะไปโฟกัสที่กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศแม่ไปสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูงนะคะ เกี่ยวกับตัวเทคโนโลยีสารสนเทศของเรานะคะ สำหรับบุคลากรที่เข้าใจหรือว่ามีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับมาตรฐาน COBIT ว่าจะได้ Certificate ที่เรียกว่าซีซ่ากับ GIS นะคะ 2 ตัวนี้จัดมาโมเดลตัวถัดมาก็จะเรียกว่า COSO COSO นะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นหน่วยงานเกี่ยวกับการบัญชี การบัญชีแน่นอน ก็จะเป็นกับพวกเงินเงินทองทอง ที่เขาสร้างขึ้นไว้ดูแลเกี่ยวกับการจัดการรายรับรายจ่าย หน่วยงานขององค์กรนะคะ ว่าตัวเงินนะคะ หรือว่าพวกบัญชีต่าง ๆ นี่ สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง โปร่งใสไหม นะคะ มีตัวข้อมูลนะคะะเงินออกอย่างไรนะคะ อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานตัวหนึ่งที่ต้องมาดูแล เนื่องจากเงินก็คือทรัพยากรที่สำคัญภายในหน่วยงานของเรานะคะ ถ้ามีตัวเงินลงทุนตรงนี้ ก็ไม่สามารถที่จะบริหารหรือว่าจัดการนัทได้นั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นหน่วยงานนะคะ ที่ใช้กเกี่ยวกับตัวมาตรฐานโคโซ่ของเรานะคะ เป็น American account Aeccosiate นะคะ ก็จะเป็นของพวกอเมริกาที่เกี่ยวกับการบัญชีนะคะ ตัวนี้นะคะ ก็จะเป็นเกี่ยวกับหน่วยงานนะคะ ที่ให้กระติกเกี่ยวกับใบ certificate เกี่ยวกับบัญชีนะคะ ที่รองรับเกี่ยวกับตัวมาตรฐานตัวนี้เช่นเดียวกัน ตัวมาตรฐานของ COSO นะคะ ก็จะมีอยู่ 5 component หรือว่า 5 อัน แต่อันนี้จะเพิ่มเข้ามาอีกอันหนึ่ง เริ่มแรกจากการควบคุมดูแลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ก็คือการใช้จ่าย พูดง่าย ๆ ก็คือการบริหารเงินนะคะ ในแต่ละแผนก ในแต่ละฝ่าย ที่อยู่ในตัวองค์กรของเรานะคะ ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น กรณีซึ่งมี Project อะไร ที่ไม่มีปัญหาต้องใช้เงินเข้ามาเพิ่มไหมนะคะ มันจะทำให้ส่งผลกระทบองค์กรใหม่หรือว่าหน่วยงานอื่นหรือเปล่า มาช่วยควบคุมกิจกรรม สมมติเราตรวจสอบกระบวนการการใช้เงิน ของแต่ละโครงการ ว่าต้องใช้ตามงบประมาณที่วางเอาไว้ไม่ให้เกินนะคะ แล้วก็จะทำให้ไม่ส่งผลกระทบกับ Project อื่น รวมถึงการทำงานของภาพรวมขององค์กรด้วย การสื่อสารนะคะ เกี่ยวกับการส่งข้อมูลต่าง ๆ นะคะ และ Mornitering ก็คือการเข้าสู่การทำงานภายในองค์กรของเรานะคะ ว่าปฏิบัติตามขั้นตอนนะคะ ของหน่วยงาน ที่ได้วางไว้หรือเปล่านั่นเอง อันนี้ก็จะครบทั้งหมด 5 อย่างของเรา ถัดมาโมเดลถัดมาของเรา ITIM เม้นต์ก็จะเป็นการจัดการaccount เหมือนกันนะคะ เที่ยวกับพวกเงินทอง ๆ อยู่เหมือนเดิมนะคะ จะเป็นการจัดการนะคะ ไม่ให้เกิด พูดง่าย ๆ เกิดดตัวของเสีย ของเสียคืออะไร กรณีที่มีการจัดการเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากร ใช้อย่างไรให้มันคุ้มค่า ใช้อย่างไรไม่ให้เกิดของที่เหลือ ในการในการผลิต ไม่ให้เกิดของเสีย ผลิตมา 100 ชิ้น ก็ต้องใช้ได้ 100 ชิ้น นะคะ โดย มีการเลือก แล้วก็ให้ลำดับความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ พูดง่าย ๆ ก็คือวันไหนสิ่งไหนต้องทำก่อนเรื่องทำก่อน project ไหนสำคัญ Project ไหนไม่ที่ไม่สำคัญก็เริ่มที่หลังขั้นตอนไหนที่ 3ที่สามารถลดได้ขั้นตอนไหนที่ไม่สามารถรอได้ก็ทำตามความสำคัญเพื่อไม่ให้เกิดกระทบกับตัวผลเสียที่ตามมา ที่ส่งผลต่อตัวทรัพยากรที่เราใช้ของเรานั่นเอง อันนี้ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน ITIM ของเรานั่นเอง ถัดมาเราก็จะมาดู ITIM นะคะ ก็จะมีทั้งหมด 5 สเต็ปของเรา สเต็ปที่ 1 นะคะ มีการเฝ้าระวังเกี่ยวกับ Investment การจัดการเกี่ยวกับเทคนิคนะคะ ว่าตัวไหนนะคะ ในการทำงานของเรานี่ ที่จะส่งผลกระทบต่อตัวอื่น ๆ บ้าง ขั้นตอนที่ 2 นะคะ ทำการนะคะ repeatable ก็คือควบคุมกรณีที่เราเจอปัญหา เกี่ยวกับปัญหาที่จะสร้าง ที่จะเกิดผลกระทบเกี่ยวกับ Project ของเรา เราก็จะแก้ปัญหาตัวนั้น อันที่ 3 พัฒนา พัฒนาเกี่ยวกับพวกเครื่องมือต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาของเรา Improve ก็คือปรับปรุง ให้ตัวขั้นตอนการทำงานของเรานี่ มีรูปแบบที่ดีขึ้น แล้วก็วันที่ 5 ของเรานะคะ ก็จะเป็นเกี่ยวกับ Out come ก็คือตัวผลลัพธ์นะคะ ที่เราได้ออกมานี่ จะเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ตามตัวที่ input นี้เข้าไปหรือเปล่า ก็จะเป็นหลัก ๆ 5 ขั้นตอน ถัดมา ก็จะพูดถึงตัวโมเดลตัวถัดมา นะคะ pmbok Project management Book of knowledge นะคะ ก็จะเป็นลักษณะของการจัดการ projectนะคะ เกี่ยวกับหนังสือที่ให้ความรู้ อันนี้ก็จะเป็นลักษณะเหมือนแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ ที่ใช้ในการจัดการขั้นตอน ซึ่งมีคนได้ถูกนำไปใช้ ผ่านการทดสอบแล้ว ได้ผลลัพธ์ที่ดี มีอ้างอิงจากบริษัท จากหน่วยงานของงานอื่น ที่ได้นำเอาตัวโมเดลตัวนี้ไปใช้แล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีนั่นเอง มันก็จะเป็นเกี่ยวกับ Project management นะคะ ก็คือแต่ละองค์กรนะคะ ได้มารวมตัวกันนะคะ ตั้งเป็นสมาคมขึ้นมา โดยจะมีทั้งหมด 5 process 9 องค์ความรู้ ก็จัดการเกี่ยวกับ Project management นั่นแหละนะคะ ตัว Project Management คืออย่างไร ก็คือการควบคุมเกี่ยวกับตัวโครงการทำอย่างไรให้ตัวโครงการของเราทำงานตามระยะเวลาที่กำหนด ใช้งบประมาณที่ดี ไม่เปลืองงบประมาณ ไม่เปลืองทรัพยากร หรือใช้น้อยกว่าตัวงบประมาณที่ตั้งไว้ก็ได้ ต้องควบคุมไม่ให้เกิดปัญหา ให้เกิดความล่าช้านะคะ ถัดมา อันนี้ก็จะเป็นตัวกราฟนะคะ ที่ให้เห็นเกี่ยวกับการใช้ตัวFramework หรือว่าตัวโมเดลขึ้นมา ถ้าเราเอาตัวโมเดลขึ้นมาเป็นตัวแบบอย่างที่เรามีองค์ความรู้นะคะ ที่มีแบบแผนมาให้ปฏิบัติตามนี้ แล้วมันจะส่งผลที่ดีขึ้นนะคะ ก็จะเห็นว่ามันมีความเพิ่มขึ้นของ Maturity ก็คือตัวโครงการหรือว่าตัว Project ของเรานี่ ก็จะดำเนินการไปในทิศทางที่ดี ไม่ต้องเสียเงินก็ประมาณไม่ต้อง เสียเงินทรัพยากร ทำให้ตัวโครงการดำการดำเนินต่อไป ถัดมาโมเดล PMMM Project management Maturity model ว่าจะเป็นรูปแบบการจัดการเอาตัว Maturity model มารวมกับการจัดการเพื่อจะได้เป็นแผนที่มีตัวเครื่องมือ แล้วตัวคู่มือการทำงานนะคะ เพื่อจะส่งให้ตัวโครงการของเรานี่บรรลุผลสำเร็จแล้วก็อาจจะเกิดผลกำไรที่มันมากขึ้นนะคะ ไม่ต้องเสียตัวทรัพยากร พูดง่าย ๆ เหมือนมี Road Map มีตัว Guide ไกล ๆ เข้าบัญชีถัดมาลิ้นก็จะเป็นตัวโมเดลที่เกี่ยวกับการจัดการสารสนเทศนะคะ ในประเทศนะคะ อันนี้ก็จะเป็นลักษณะของอเมริกานะคะ คนเขียนนะคะ ก็คือหน่วยงานของCentral computer Vision หรือว่า cgaหรือว่าออฟฟิศ commercialsอันนี้ก็จะเป็นลักษณะเหมือนของ nectec ที่เราจะไปดูงานว่าจะเป็นหน่วยงานเดียวกันที่ดูแลเกี่ยวกับพวกสารสนเทศนะคะ มีการพัฒน า มีการวิจัยนะคะ เพื่อให้เกิดตัวเครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อจะนำไปประยุกต์ใช้กับหน่วยงาน กับองค์กรอื่น ๆ ได้นะคะ จัดการเกี่ยวกับพวกอุปกรณ์สารสนเทศ และรูปแบบของการสื่อสารนั่นเอง อันนี้ เป็นการนะคะ ดู ความสามารถของการจัดการ ดูแลนะคะ ของตัวโมเดล โดยมหาวิทยาลัยนะคะ Energy Malon สร้างขึ้นนะคะ จะมีลักษณะเกี่ยวกับการพัฒนา System and Software พัฒนาขึ้นมาว่า โครงการนี้ ซอฟแวร์ตัวนี้นี่ช่วยไป support การทำงาน ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้นนะคะ ลดการทำงานของบุคลากรลดลง ช่วยทำให้ระยะเวลาในการทำงานที่สั้นลง รวมถึงไม่สูญเสียทรัพยากรไป ก็จะเป็นรูปแบบการคิดค้นพัฒนามา ถัดมา โมเดล ISO 9001 ผู้เขียนก็จะเป็นบริษัท Motorola และ GE ที่ทำงานร่วมกัน ที่ทำงานร่วมกัน ขนาดตัวมาตรฐานคุณง่ายคือเขานำมาใช้ก่อนและพัฒนาจนถูกเรียกว่าตัว ISO 9001 มันจะเป็นรูปแบบการจัดการเกี่ยวกับนโยบายการทำงานภายในองค์กรของเรา เกี่ยวกับลักษณะของความปลอดภัย แล้วก็คุณภาพ ถัดมา มาดู 8 คุณสมบัติเบื้องต้น ของตัวมาตรฐาน ISO 9001 2000 นะคะ เริ่มต้นจาก ลูกค้า แน่นอน เราก็อยากใช้ตัวโมเดลนะคะ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีต่อองค์กร แล้วมีผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้ใช้บริการของเรานั่นเอง ก็คือ Customer ถูกไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้บริการหรือผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ leadership เป็นผู้นำนะคะ บุคลากรนะคะ กระบวนการ ระบบภายใน มีการพัฒนานะคะ มีการตัดสินใจ ที่อยู่ในฐานความจริง ก็คือ ณ ตอนนั้นนะคะ เรามีข้อมูล ณ ปัจจุบัน เพื่อที่เราจะตัดสินใจได้ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงการ เพิ่ม ลด บุคลากรต่าง ๆ แล้วก็สามารถที่จะจัดการเกี่ยวกับ supplier ก็คือ บริษัทหรือว่าหน่วยงานองค์กรที่เอาไปติดต่อด้วยนั่นเองนะคะ ฉันมาแล้วจะมาดูโมเดล Sigma ก็จะเป็น Motorola นะคะ แล้วก็ GE ที่ได้คิดแล้วก็พัฒนาขึ้นมา ตัวนี้นะคะ นำมาใช้เพื่อลดปัญหาการทำงานนะคะ แล้วก็ไม่เกิดพวกของเสียหรือว่าไลน์ผลิตที่ผลิตของเสีย หรือว่าการปฏิบัติอาจจะผลิตซอฟต์แวร์ที่ไม่ถูกต้องนะคะ ลดปัญหาพวกของเสียเหล่านี้ออกไปก็ แน่นอนว่าจะทำให้ตัวกระบวนการทำงานของเรานี่ ดียิ่งขึ้นนั่นเอง ถัดมา โมเดล