คณะกรรมาธิการ เยาวชนเด็กสตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด่อยโอกาสโอกาส วุฒิสภานะครับ ครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 5 2566 วันนี้เป็นการประชุมนัดพิเศษเนื่องเราได้เชิญหน่วยงานและบุคคลมาร่วมพูดคุยกันภายใต้หัวข้อเมืองอัจฉริยะน่าอยู่นะครับ คำแปลเป็นภาษาไทยอย่าไปจริงจังมากนะครับเพราะว่ามันยังดิ้นได้อยู่เสมอตราบใดที่มีคนแปลไม่ตรงกันนะครับ มันก็คือ มาจากคำว่า Inclusive นะครับ Smart Cities เฉย ๆ ก็ไม่เอา Cities เฉย ๆ ก็ไม่เอา ต้องทั้ง Inclusive แล้วก็ Smart Cities ด้วยนะครับ ครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ก็มันก็จะเกินเลยขึ้นมานะ เพราะว่าในสากลเขาไม่ใช้กัน อันนี้มาเติมกันเอาเองนะ ในระดับโลกก็ยังไม่เห็นคนใช้กันเท่าไร ก็มาเห็นคนใช้กันในกรุงเทพฯ นี่ล่ะ เพราะว่าในเท่าที่ดูเอกสารก็ไม่มีคำนี้นะครับ ใน ครับ ก็เชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาหารือ ในเรื่องนี้ด้วยนะครับ เพราะว่าเราก็ต้องขับเคลื่อน เป็นหนึ่งในหัวข้อข้ามประเด็นของเรานะครับ ทั้งประเด็นเรื่อง AAA กับประเด็นเรื่อง DID ประเด็นทั้ง 2 เรื่องสามารถทำงานร่วมกัน Cross กันดูให้เป็นตัวอย่างนะครับ ISC ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของตัวอย่าง การทำงานข้ามประเด็น มันอาจจะมีอย่างอื่นอีกนะครับ หลังจากนี้ไปแต่ว่าตัวนี้ก็น่าจะเป็นตัวที่หยิบยกขึ้นมา เป็นหัวข้อข้ามประเด็นได้นะครับ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะแจ้งนะครับ ว่าเรื่องไปเชียงรายนี่ เนื่องจากเรามีมติไปแล้ว แล้วคราวที่แล้วนี่ แม้ว่าอนุกรรมการบางท่านจะหยิบยกประเด็นข้อสงสัยอย่างไรก็แล้วแต่นะครับ ผมก็คิดว่า เราควรจะเดินหน้าไปเลย ไม่ควรจะมาลังเลอะไรอีกแล้วนะครับ เพราะว่าผมไม่เชื่อว่าไปในช่วงสมัชชาคนพิการนี่ จะทำอะไรได้ อนุกรรมการ อนุกรรมาธิการหลายท่านเป็นกรรมการสภา รวมทั้งคุณรัตน์ซึ่งเป็นเลขาอนุกรรมาธิการก็จะมีงานเต็มไปหมด คุณอาจจะบอกว่าทำได้ แต่ถึงเวลาแล้วนี่ คุณจะไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยนะครับ เพราะฉะนั้นงานอนุธิการนี่ จะกลายเป็นงานที่ไม่มีความหมายในช่วงนั้น มันแตกต่างจากช่วงสมัชชาคนตาบอดแห่งชาติ ซึ่งเราไม่ได้ต้องไปทำอะไร มันภาระคนละเรื่อง คนละอย่างกันนะครับ อาจจะให้ฝ่ายเลขา หรือเจ้าหน้าที่ไปสังเกตการ ไปแห่งชาติได้ แต่ให้ไปในกิจกรรมน่าจะไม่เหมาะนะครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ เห็นด้วยครับ ว่าพอกลับมาทบทวนนี่ ในงานสมัชชาหลายอย่างจริง ๆ นะครับ พอดีจริง ๆ รบกวนสอบถามนิดหนึ่ง พอดีเมื่อกี้ท่านประธานสอบถามแล้วพี่สว่างว่าในวาระแล้วก็ PowerPoint ปรับเป็นภาษาอังกฤษเป็น Inclusive & Livable ครับ Smart Cities ช่วยอธิบายนิดหนึ่ง (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) Livable เข้าไปในที่เราดูในระหว่างประเทศนี่ มันไม่มีคำนี้ ส่วนใหญ่ก็จะเห็น Inclusive Smart Cities เพราะฉะนั้นหัวข้อนี่ ผมก็เลยสงสัยว่า เรามาบวกกันเองหอย่างไรนะครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) มันเป็นอีกแนวคิดหนึ่งครับ ที่มันน่าจะทำให้เมืองมันน่าอยู่ขึ้นนะครับ เพราะว่าเวลาพูดถึง Inclusive พูดถึง Smart Cities แล้วนี่ บางทีมันเป็นหรือไปเน้นอะไรพวกนั้นมากไป รวมถึงความน่าอยู่ของเมืองเข้าไปด้วย (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) เหมือนทางทีมผู้ว่า กทม. ด้วยใช้คำนี้ทั้งนั้น (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ใช่ครับ มีคำนี้ แล้วก็ที่บางกะปิก้จะใช้คำว่า Livable เข้าไปด้วย (ประธาน) ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวเรายังไม่ตกผลึก เพราะว่าเราก็ต้องแลกเปลี่ยนเอกสารของเรากับทีมด้วย เพราะฉะนั้นถ้า คือผมกลัวมันจะลงเอย เหมือนกับ Smile ของคุณ ของคุณอะไรนะ ธนาธร คือไปคิดคำใหม่ขึ้นมาเลย และหวังว่ามันจะติดตลาด มันไม่ติด เพราะมันไม่มีใครเขาใช้กัน เพราะฉะนั้นก็ คือจริง ๆ จริง ๆ มันก็คิดได้นะครับ แต่ว่าเราก็ต้องดูว่าเราไม่ได้แปลกแยกไปจากที่เขาใช้กันแค่นั้นเองนะครับ ตอนนี้ก็ เราก็คงคุยให้ครอบคลุม คือถ้ามันมี ถ้ามันมีเทคโนโลยีมันก็ต้อง Inclusive ถ้ามันไม่มีเทคโนโลยีมันก็ต้อง Inclusive นะครับ มันจะมีหรือไม่มีเทคโนโลยีมันต้อง Inclusive ที่เราเป็นห่วงก็คือมันไม่ Inclusive ที่เราเป็น ห่วงก็คือมีหรือไม่มีเทคโนโลยีมันก็ต้อง Inclusive (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ขอบคุณท่านประธานมากครับ พอดีเลขาฯ แจ้งมาว่าจะมีผู้ชี้แจงมา 18 หน่วยงานแล้วใช่ไหมครับ ไม่ทราบท่านประธานจะมีแนวทางอย่างไรบ้างครับ (ประธาน) นี่ยังเรื่องแจ้ง เดี๋ยวเราเข้าวาระเราค่อยหารือวิธีการนะครับ ฝ่ายเลขาฯ มีอะไรแจ้งไหมครับ เชิญ (เลขานุการ) ค่ะ ทีนี้ชื่อเมื่อสักครู่ที่หารือกันน่ะค่ะ ตอนนี้ใช้เป็น Inclusive Smart Cities ไปก่อนไหมคะ ในเอกสารที่จะใช้ต่อไปนี้ค่ะ อาจจะได้ใช้เป็นคำเดียวกันไปก่อน เผื่อได้ตกผลึกจะได้ปรับอีกทีได้ไหมคะ ค่ะ ก็สืบเนื่องที่ประชุมวันนี้น่ะค่ะ ที่ประชุมมีการจัดบริการ เพื่อเป็นต้นแบบการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้านะคะ การประชุมที่เข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าค่ะ วันนี้ก็จะมีบริการบริการล่ามภาษามือนะคะ โดยบริการคนหูหน่วยนะคะ คำบรรยายแทนเสียงนะคะ จาก สวทช. ซึ่งทุกท่านสามารถตั้งค่า CC เป็นให้ขึ้นโชว์ภาพและปรับขนาดอะไรได้เลยนะคะ ตามคู่มือที่ส่งให้ทุกท่านแล้วค่ะ และเดี๋ยวช่วงต้นนะคะ ก็อาจจะรบกวนท่านประธานได้นำเสนอว่าเรามีบริการระบบ CC ให้ผู้แทนหน่วยงานในวันนี้ด้วยนะคะ แล้วก็ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) โอเค อันคือต้องแจ้ง ว่าไอ้นี่คือตัวอย่างของ Inclusive นะ เป็น Inclusive Meeting ครับ (เลขานุการ) ค่ะ แล้วก้มีอีกเรื่องหนึ่งนะคะ เป็นหนังสือจากสำนักกรรมการเลือกตั้งค่ะ สืบเนื่องจากสอบถามข้อมูลความคืบหน้าการจัดเกณฑ์และวิธีการอำนวยความสะดวกในการออกเสียงลงคะแนนของคนพิการ ตามมาตรา 92 ค่ะ ตอนนี้ก็ได้มีหนังสือตอบกลับมา ซึ่งได้แจ้งว่าการดำเนินการอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ หรือทุกพลภาพหรือผู้สูงอายุเป็นการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้น สำนักงานกรรมการการเลือกตั้ง ยังสำนักงานคณะกรรมเลือกตั้งของสถานสงเคราะห์ของรัฐที่อยู่ในสังกัดกระทรวง เพื่อสอบถามความพร้อมของสถานที่ และด้านบุคลากรในการจัดในการจัดให้มีที่เลือกตั้งสำหรับคนพิการ ทุกพลภาพและผู้สูงอายุ โดยจากการสำรวจพบว่ามีสถานที่ที่พร้อมจัดเป็นที่เลือกตั้งดังกล่าว 28 แห่งใน 23 จังหวัด รายละเอียดตามสิ่งที่แนบค่ะ ในการดำเนินการจัดที่เลือกตั้งดังกล่าวคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประสานเตรียมงานด้านบุคลากร สถานที่ และวัสดุในเบื้องต้นแล้ว โดยที่ระเบียบคณะกรรมการ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฎรในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปค่ะ อันนี้ตามเอกสารที่ได้ส่งให้ทุกท่านแล้วค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ขออนุญาตเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ ผมว่าคงเแป็นเรื่องสำคัญที่เอาไว้หารือที่หลังครับ เพราะเห็นได้มีแค่พร้อมที่จะให้คนพิการไปใช้เพียง 23 จังหวัด เราถามไปค่อนข้างเฉพาะเจาะจงว่าหลักเกณฑ์ที่ 2 พ.ร.ก. ที่ท่านประธานได้ยกร่างไว้ใช่ไหมครับ เขาก็ไม่ได้ตอบไว้ตรง ก็ไม่แน่ใจหรือมีกฎหมายบังคับไว้หรืออย่างไร (ประธาน) แค่บอกว่าทำแล้วนี่ไม่มีประโยชน์ ต้องบอกว่าทำอย่างไรนะครับ ให้ คงต้องถามกลับไปว่า อธิบายว่าทำอย่างไร ที่ไหนอย่างไรบ้างนะครับ ผมคิดว่าแบบนี้ไม่มีประโยชน์เลย ก็นั่นไงครับ คือทำอย่างไร ขอให้แจ้ง คือถ้าถามว่าทำหรือยังนี่ เขาก็จะตอบว่าทำแล้ว ขอให้บอกขอให้ กรุณาชี้แจงด้วยว่าทำอย่างไรนะครับ ก็ไม่เป็นไร เขาทำแบบนี้ได้ เราก็ทำแบบนี้ได้นะครับ ครับ ที่ประชุมมีท่านใดจะแจ้งอีกไหมครับ เราได้จะรีบไปเรื่อง... (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ขออนุญาตท่านประธานค่ะ เข้าใจว่า 23 จังหวัดน่าจะเป็นพื้นที่สถานสังเคราะห์ และเปิดเป็นหน่วยเลือกตั้งด้วย แต่เห็นด้วยกับคุณรัตน์ค่ะ ให้คุยรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งอย่างที่ท่านประธานว่า ขอบคุณค่ะ (ประธาน) ไม่ต้องคุยแล้วครับ ถามไปเลยว่านี่ เราจะให้เข้าใจว่าอย่างไร ทำอย่างไร แล้วทำไมถึงไม่ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดนะครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) (ประธาน) เขาต้องอธิบายไง เขาต้องอธิบายว่าทำอย่างไรแล้วตามกฎหมายน่ะ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ทำอะไรอย่างไรไปบ้างแล้วใน 77 จังหวัด เอาอย่างนี้นะ ไม่ต้องเชิญมาคุยครับ เสียเวลา ขอบคุณครับ (ประธาน) ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ 2 รับรองวาระการประชุมครับ 2 ครั้งใช่ไหมครับ ทันไหมเอ่ย ไผ่ (เลขานุการ) เสนอที่ประชุมรับรองการประชุมจำนวน 2 ครั้งนะคะ ครั้งที่ 3/2566 ค่ะ เมื่อวันพุธที่ 18 มกราคม 2566 ค่ะ ครั้งนั้นเป็นการเชิญเรื่องการจ้างงานคนพิการ ในหน่วยงานของภาครัฐนะคะ ก็ทั้งหมด 9 หน้าค่ะ อันนี้ เรียนเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณาค่ะ (ประธาน) ครับ ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีอะไรต้องแก้ไข ต้องปรับปรุง ขาด เกินผิดอย่างไรบ้างไหมครับ ถ้าไม่มีก็คนให้พิจารณการประชุมนะครับ ถ้าพบภายหลังก็แจ้งเลขาฯ ได้การทบทวนทุกอย่างที่จะเปลี่ยนแปลงนี่ ก็จะต้องมาทบทวนในที่ประชุมนะครับ ขอบคุณมากครับ ต่อเลยครับ เรียนที่ประชุมพิจารณารับรองบันทึกการประชุม คณะอนุกรรมการการประชุมครั้งที่ 4/2566 เมื่อวันพุธที่ 25 มกราคม 2566 ค่ะ ครั้งที่ 4 ก็เป็นการพิจารณาทบทวนเรื่องจัดทำข้อเสนอเชิญนโยบายการจ้างงานคนพิการของรัฐนะคะ แล้วก็มีการพิจารณาเตรียมการจัดประชุม เพื่อกำหนดแนวทางเมืองอัจฉริยะน่าอยู่และไม่ทิ้งใครนะคะ ในวันนี้ค่ะ แล้วกฌมีวาระที่หารือต้อนรับคณะอาจารย์ และนักศึกษาจากแห่งรัฐเดลาแวร์นะคะ ของสหรัฐอเมริกาค่ะ ก็ทั้งหมด 7 หน้าค่ะ เรียนเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณาค่ะ (ประธาน) เช่นเดียวกันนะครับ ที่ประชุมพบอะไรที่มันขาดเกินผิดไปจากที่เราได้ประชุมกันไปแล้ว มีไหมครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ไม่มีครับ รับรองครับ (ประธาน) ครับ ถ้าไม่มีก็ขอให้ทุกท่านรับรองนะครับ ภายหลังก็แจ้งฝ่ายเลขา และกลับมาทบทวน ขอบคุณมากครับ ก็เรียบร้อยทั้ง 2 ครั้งนะครับ เราจะพูดถึงกรอบวิธีการที่จะดำเนินการในวันนี้ เนื่องจากมีหลายหน่วยงานนะครับ ก็อยากจะหารือนะครับ ว่าวิธีเดิมที่เราใช้ ว่าจะได้ผลหรือเปล่า หรือว่าเราจะให้เฉพาะหน่วยงานหลักเป็นคนนำเสนอ ส่วนหน่วยงานอื่น อาจจะถามความเห็น ถ้าเขามีความเห็นนะครับ คราวนี้ถ้าให้หน่วยงานหลักนำเสนอ แล้วก็หน่วยงานอื่นถ้ามีอะไรจะเสริม หรือเสนอความเห็นนี่ เวลาก็อาจจะลดหลั่นกันไป มันก็อาจจะได้เนื้อหนังหน่อยนะครับ ไม่ทราบว่าเราเห็นเป็นประการใด นะครับ ให้พูดคนละนิดคนหน่อย 18 หน่วยงานนี่ มันไม่ได้อะไรนะครับ ก็ 4 โมง ก็คงไม่ไปถึงไหนนะครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ผมเห็นด้วยกับประการหลังครับ อย่างที่ท่านประธานพูดครับ หลักพูดแล้วที่เหลือก็เสริม (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ผมรัตน์ครับ ท่านประธาน ช่วยหารือพี่สว่างครับ ขอให้พี่สว่างช่วยเลือกนะ หรือช่วยเลือกว่าจังหวะไหนควรจะเป็นหน่วยงานไหนครับ(ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ก็ผมคิดว่าเบื้องต้นนี่นะครับ เอาตัวแทนของกระทรวงมหาดไทยน่าจะเป็นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนะครับ ก็อาจจะให้เขาเป็นตัวหลักนะครับ ก็มีกรมโยธาก็จะเป็นตัวหลักเช่นกัน ของคมนาคมนี่นะครับ อาจจะให้ทางหลวงกับทาางหลวงชนบทนะครับ แล้วก็ของ Digital ก็จะเป็นทาง DEPA ให้ทางหลัก ๆ นะครับ ก็จะเป็น 4 หน่วยงาน พูดก่อนนะครับ ที่อาจจะให้พูดก่อนนะครับ และหลังจากนั้นนี่ค่อยให้หน่วยงานอื่น ๆ ค่อยเสริมขึ้นมานะครับ รวมถึงท่านอื่น ๆ ที่เป็นผู้สังเกตการณ์ด้วยนะครับ ทีนี้ผมก็กำลังจะเสนอว่า พอดีผมมี Presentation กำลังคือตอนแรกผมก็ตั้งใจว่าจะนำเสนอก่อนนะครับ เสร็จแล้วนี่ก็ค่อยให้เป็น Input ให้เขานิดหนึ่ง เพราะบางคนเขาสงสัยเหมือนกัน บางทีเขาอาจจะยังงง ๆ อยู่บ้างนะครับ ก็อาจจะปูพื้นให้เขาก่อน หลังจากนั้นก็ให้เขานำเสนองาน ให้ 4 หน่วยงานนำเสนอผลงานของตัวเอง หลังจากนั้นก็ให้หน่วยงานอื่นเสริมขึ้นมาครับ (ประธาน) ผมจะกล่าวนำแค่ 5 นาทีนะครับ แล้วก็จะให้คุณสว่างนำเสนอ คุณสว่างต้องการเวลานำเสนอกี่นาทีครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) 20 นาที (ประธาน) 20 นาทีเลยหรือ ก็คือถ้า 20 มันจะยาว คือคนอื่นเขาจะมารอฟังเราเยอะไง คือถ้าสามารถ Condent ให้เหลือสัก 10 นะครับ แล้วก็ข้ามเรื่องที่เอาไว้กล่าวเสริมภายหลังก็ได้ อะไรอย่างนี้ คือเอาหัวใจสำคัญไปก่อน ก็ 10 นาที แล้วหลังจากนั้นเราก็จะเชิญ 4 หน่วยงาน หน่วยงานละ หน่วยงานละ 10 นะครับ แล้วหลังจากนั้นเราก็เปิด Floor ให้หน่วยงานอื่น ได้เสริมได้แสดงความเห็นกันนะครับ ดีไหมครับ เพราะว่าถ้าไม่อย่างนั้นนี่ มันจะกระจายไม่รู้จักจุดจบเลยนะครับ นะครับ สิ่งที่ผมจะถาม ก็ให้หน่วยงานทั้ง 4 นี่ คือเรากำหนดให้เขาไปเตรียมหัวข้อกันมาแล้วใช่ไหมครับ แต่ละหน่วยงานนี่ หรือว่าให้เขามาฟรีเลย วันนี้ เราประสานเขาในทำนองไหนครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ฝ่ายเลขาฯ ขออนุญาตให้ข้อมูลได้ไหมคะ หน่วยงานที่เราเชิญมาน่ะค่ะ รวมแล้วน่ะค่ะ ทั้งสังเกตการณ์แล้วรวมทั้งหมด 18 หน่วยงาน 1. ก็คือมหาดไทย ก็จะประกอบไปด้วยมหาดไทย มีท่านรองปลัดเข้าด้วย แล้วกรมส่งเสริมท้องถิ่นและผังเมืองนี่ กระทรวงคมนาคมแล้วก็รวมถึงกรมทางหลวง แล้วก็กรมทางหลวงชนบทค่ะ แล้วก็อีกกลุ่มหนึ่ง คือ สมาคม อบต. สันนิบาตเทศบาล แล้วก็อบจ. วันนี้ก็จะมีผู้แทนมา DEPA ก็จะเป็นผู้แทนจาก DEPA เศรษฐกิจดิจิทัลนะคะ อันนี้มีผู้แทนที่ Smart City (ประธาน) เอาคุณสว่าง 10 กระทรวงมหาดไทย ก็เอาไป 15 แล้วเราก็เขาแบ่งกันเอง แค่ไกด์ว่าบริหารจัดการเวลาใน 15 นาทีนี่ ทั้งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทั้งกรมโยธา แล้วท่านรองปลัดเอง ก็เอาไปภายใน 15 นาทีนี้เลย แล้วกระทรวงคมนาคมก็เอาไป 15 นาทีนะครับ กระทรวงดิจิทัลเนื่องจากมาหน่วยงานเดียวก็อาจจะ 10 นาทีนะครับ หรือจะให้เท่ากัน (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ก็ 10 นาทีก็น่าจะโอเคนะ (ประธาน) ใช่ ๆ เขาภาค เขาเป็นท้องถิ่นเลย ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราก็ให้เขา สมาคมละ 5 นาทีได้นะครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) แล้วก็มี... (ประธาน) เขาไม่จำเป็นต้องพูดทั้งหมดนะ เขาอาจจะพูดแค่ 2 นาที แล้วรอฟังก็ไม่ว่ากันนะครับ (เลขานุการ) แล้วก็มี พม. นะคะ ก็จะมี 2 กรมกรมผู้สูงอายุ มีท่านรองอธิบดีบุษยา ใจสว่าง แล้วก็มี พก. เป็นท่าน ณัฐอรค่ะ (ประธาน) เหล่านี้ก็ให้กรมละ 5 นาทีไป (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) เข้าใจว่าร่วมเชิญร่วมสังเกตการณ์ก็มีอาจารย์ อาจารย์จาก NIDA (ประธาน) หรือว่าเหลือจาก 4 หน่วยงาน เมื่อสักครู่นี่ 3 กระทรวงเมื่อสักครู่นี่ ก็ให้ 1 ราย 3 นาที (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ก็มีสภาคนพิการ T4A สำนักงาน สสส.ผอ. สำนักเกล้าเข้าร่วมนะคะ (ประธาน) ผมถามว่าคนละ 3 นาที หรือ 5 นาที ได้แค่นั้นน่ะ จาก 3 กระทรวงนี้ 3 กระทรวงนี้ให้กระทรวงละ 15 นาทีไปเลยก็ได้ ถ้า DEPA เขาใช้แค่ นาทีก็ดี ที่เหลือก็ 3 นาที หรือ 5 นาทีต่อหน่วยงาน (เลขานุการ) กระทรวงหลักก็คือ 15 นาที กระทรวงอื่น ๆ ก็ 3-5 นาทีนะคะ (ประธาน) ครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ค่ะ แล้วก็หนังสือที่ให้ไป ก็เป็นประเด็นที่คุณสว่างได้นำเสนอ เกี่ยวกับข้อเสนอที่ ที่เราจะให้ไว้ข้อแรก ก็คือกระทรวงมหาดไทย คนเป็นเจ้าภาพหลักร่วมกับกระทรวง พม. น่ะค่ะ โครงการ 1 ทางเท้า 1 ทางข้ามปลอดภัยค่ะ แล้วก็เรื่องการตั้งมหาดไทย ควรตั้งเพื่อพัฒนาเมืองเพื่อคนทั้งมวลในทุกจังหวัดและคนท้องถิ่นก็คือให้ อบต. ออกเทศบัญญัติหรือก่อตั้งกลไกเพื่อการพัฒนาเพื่อคนทั้งมวลได้เสนอเป็นตุ๊กตาได้ทำการบ้านที่จะเกี่ยวข้องกับส่วนไหนได้บ้างอย่างนี้น่ะค่ะ (ประธาน) ครับ โอเค ก็ไม่เป็นไร อันนั้นให้เราอาจจะนำเสนอข้อเสนอตอนท้ายสุดนะครับ หรือว่าเราจะนำเสนอตอนที่คุณสว่าง Present เลยก็ได้นะ เสนอไปเลยครับ ไม่ต้องเกรง... ใครเอ็ดกันอีกไหมครับ เราจะได้ลุยเลย สวัสดีครับ ครับ สวัสดีครับ อาจารย์ครับ ขอบพระคุณครับ ขอบคุณอาจารย์นะครับ (ประธาน) ครับ ถ้าตกลงตามนี้แล้วนะครับ ขอคนอื่นขอต้อนรับท่านอาจารย์จาก NIDA นะครับ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์นะครับ ที่ให้ความกรุณาให้เกียรติกับคณะกรรมมาธิการกิจการคนพิการของเรานะครับ วันนี้เราได้ทั้งในห้องนี้แล้วก็ออนไลน์ผ่าน Zoom นะครับ ก็เชิญผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาได้เลยนะครับ ได้ครับ พร้อมแล้วก็แจ้งด้วยครับ ครับ ขอต้อนรับทุกท่านนะครับ จากทุกหน่วยงาน เข้าสู่การประชุมคณะอนุธรรมาธิการอนุการกิจการเด็ก เยาวชน สตรีผู้สูงอายุ และคนพิการ ผู้ด้อยโอกาสวันนี้เป็นการประชุมนัดพิเศษนะครับ ที่เราได้รับเกียรติจากหลายท่าน หลายหน่วยงาน 18 หน่วยงานเพื่อมาพูดคุยกันในหัวข้อ เมืองอัจฉริยะน่าอยู่เพื่อคนทั้งมวล หรือ Inclusive Smart Cities นะครับ ชื่อภาษาไทยยังไม่นิ่งนะครับ ก็แปลกันไปตามบริบทของแต่ละงาน ก็ยังไม่ต้องไปจริงจังอะไรมากมายนะครับ อันนี้เราก็ใช้ภาษาพื้น ๆ ทั่วไป ในที่ใช้กันในระหว่างประเทศนะครับ ก็ผมขออนุญาตนำเรียนเล็กน้อยนะครับ มลเทียล บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา และคณะอนุกรรมาธิการนะครับ วันนี้เป็นการประชุมแบบผสมผสาน คือมีพวกเราในห้องนี้ อยู่จำนวนหนึ่ง แล้วมีผู้ที่เข้าร่วมประชุมผ่าน ZOOM นะครับ ประชุมออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom นะครับ นอกจากจะเป็นการประชุมผสมผสานแล้วนี่ เรายังให้ความสำคัญกับการประชุมที่เข้าถึงได้สะดวก หรือ Accessible Meeting นะครับ โดยเราได้จัดให้มีบริการล่ามภาษามือ และบริการคำบรรยายแแทนเสียงนะครับ คำบรรยายแทนเสียงก็คือเป็นบริการ Captions ซึ่งบริการนี้นี่เป็น Live Captioning นะครับ อาจจะมีดีเลย์บ้างนิดหน่อย แต่ว่าก็เป็นการพยายาม การประชุมแบบความผสมผสานผ่าน Zoom ทำให้การจัดบริการลักษณะนี้นี่ทำได้ง่ายขึ้นนะครับ ทำได้ง่ายขึ้นครับ ก็หวังว่าจะเป็นรูปแบบการจัดการประชุม ที่แพร่หลายต่อไปในอนาคต เพื่อให้มีความแพร่หลาย ซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายนี่ เสามารถเข้าถึงได้สะดวกนะครับ ตามหลักการเข้าถึงด้วยความสะดวกถ้วนหน้า หรือ Accessibility for all นะครับ การประชุมในหัวข้อที่ผมได้เรียนไปนี้ ก็เป็น 1 ในซีรีส์ที่คณะอนุกรรมธิการได้สนใจศึกษานะครับ เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายนะครับ เสนอต่อฝ่ายบริหาร ซึ่งขณะนี้มีข้อประเด็นอยู่ 5 ประเด็นหลัก นะครับ เป็นข้อประเด็นที่ปรากฎอยู่ในแผนปฏิรูปประเทศ ซึ่งอย่างเป็นทางการนี่ ได้เสร็จสิ้นลงแล้วนะครับ ก็คือเรื่องของการขึ้นทะเบียนคนพิการ และการจัดทำฐานข้อมูลคนพิการนะครับ ด้านคนพิการนะครับ อันนั้นอยู่ใน Big Log นะครับ อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องของพัฒนากองทุนและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ อีกเรื่องหนึ่งซึ่งจะเป็นหัวข้อที่เกี่ยวข้องโดยกตรงกับสิ่งที่เราจะพูดในวันนี้ ก็คือจัดการจัดสภาพแวดล้อมสาธารณะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ หรือที่เราใช้สโลแกนตามหลักการ Accessibility for All ว่าเข้าถึงสะดวกโดยถ้วนหน้านะครับ นอกจากนี้เรายังมีประเด็กเพิ่มเติมจากแผนการปฏิรูปประเทศอีก 2 ประเด็น สาระสำคัญนะครับ อันที่ 4 นะครับ ก็คือการพัฒนากระแสหลักที่ควบคลุม หรือผนวกรวมคนเข้าไปด้วย หรือ Disibility Development DID เรื่อง 5 ก็คือการส่งเสริมการจ้างงานภาครัฐ การจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงานของรัฐนั่นเอง เรื่องที่ 5 นี่ เป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของคณะอนุกรรมาธิการมานานแล้ว เรามีกฎหมาย แต่กฎหมายนี่บังคับใช้ได้ผลในภาคเอกชน แต่ภาครัฐนี่ไม่ค่อยไม่ค่อยได้ผล เราจึงต้องพยายามหาหนทางที่จะกฎหมายนั้นนี่ เป็นจริงขึ้นมาได้นะครับ หัวข้อ Inclusive & Smart Cities นี่เป็นหัวข้อข้ามประเด็น เป็นหัวข้อที่นำเอาเรื่องเข้าถึงโดยสะดวก โดยถ้วนหน้ากับการพัฒนากระแสหลัก ที่รวมถึงถึงครอบคลุมถึงคนพิการด้วยนี่ หรือ DID นี่นะครับ มา Cross กัน มันมาเป็นประเด็นมา Cross มาข้ามกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็น Accessibility for allหรือ Disibility Inclusive DevelopmentDisi ก็สามารถจะใช้อธิบายเมืองอัจฉริยะน่าอยู่เพื่อคนทั้งมวลได้ทั้งสิ้นนะครับ ก่อนที่จะรับฟัง ข้อคิดความเห็นการนำเสนอจากหน่วยงานที่ได้เชิญมาเข้าร่วมวันนี้ทั้ง 18 หน่วยงานในวันนี้ทั้ง 18 หน่วยงานนะครับ ผมก็จะขอให้อนุกรรมาธิการ ซึ่งดูแลประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง แล้วก้เป้นผู้ประสานงาน เสนอแนวคิดแล้วก็เตรียมทำการบ้านมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ เป็นผู้นำเสนอโดยใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีในเบื้องต้นนี้นะครับ คือ คุณสว่าง ศรีสม คุณสว่างก็จะนำเสนอภาพรวมของงานนี้ หลังจากนั้นผมจะขอเชิญผู้แทน จากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งทราบว่าท่านรองปลัดฯ ได้ให้เกียรติกับคณะเรา และมีผู้แทนจากกรมฯ นะครับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมโยธาและผังเมืองนะครับ แล้วก็จะมีกระทรวงคมนาคม และยังมีกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท แล้วก็ สนข. นะครับ แล้วก็มีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจการพัฒนาเพื่อเศรษฐกิจ เพื่อสังคมก็มีนะครับ 3 กระทรวงนี่ เราจะขอเรียนเชิญท่านกระทรวงละ 15 นาทีนะ ท่านบริหารจัดการภายในเองได้เลยนะครับ แล้วก้ถัดจากนั้นไปนะครับ ก็จะมีหน่วยงานอื่น ๆ ที่มาร่วมทั้งสังเกตการณ์ ทั้งเป็นหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมนี่ ขอเชิญท่านได้ให้ความเห็นหรือมีข้อเสนอแนะ หรือแชร์ประสบการณ์นี่ หน่วยงานละ 3-5 นาทีนะครับ หน่วยงานละ 3-5 นาทีครับ ก็ขอเชิญคุณสว่างนำเสนอก่อนเลยครับ ขอบพระคุณมากครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ สว่าง ศรีสมนะครับ ก็วันนี้ผมจะขอนำเสนอนะครับ เรื่องของแนวคิดนะครับ 1.อัจฉริยะเพื่อคนทั้งมวล หรือเมืองอัจฉริยะที่ไม่ทิ้งใครนะครับ Inclusive & Smart City นะครับ เดี๋ยวขออนุญาตแชร์สไลด์แป๊บหนึ่งนะครับ ขึ้นแล้วนะครับ มันไม่ขยาย เดี๋ยวสักครู่หนึ่ง โอเคครับผม โอเคขยายแล้วนะครับ ก็นะครับ หัวข้อที่เราจะมาคุยกันวันนี้นะครับ อย่างที่ท่านประธานพูดไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ เรื่องชื่อนี่ เราอาจจะไม่ลงตัวกันนะครับ ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษนะครับ มันก็มีการใช้คำท่ค่อนข้างหลากหลายนะครับ แต่โดย Concept เราก็จะมาดูทำเมืองนะครับ ที่ไม่ทิ้งใครนะครับ ครอบคลุมถึงคนทุกคนนะครับ วันนี้นะครับ จะจุดประสงค์ที่เชิญทุกท่านมาในวันนี้ เราก็คงจะมาหารือนะครับ แล้วก็ให้ข้อคิดเห็นนะครับ ขอเสนอแนะ ต่อประเด็นนะครับ เมือง Inclusive Cities นะครับ ทีนี้สิ่งที่เราคาดหวังวันนี้นะครับ อันที่ 1 หน่วยงานที่มาวันนี้ครับ ผมก็เชื่อว่าหลาย ๆ หน่วยงานก็จะเห็นความสำคัญ ของหน่วยงาน ของการพัฒนาเมืองให้ทุกคนคิดครอบคลุมถึงคนทุกคนไม่ทิ้งใครนี่นะครับ ในระดับที่แตกต่างกันนะครับ วันนี้หลังจากการนำเสนอในวันนี้ ท่านจะเห็นความสำคัญในเรื่องนี้มากขึ้น รวมถึงเราอยากจะเห็นแนวทางที่จะผลักดัน ในเชิงของนโยบายหรือว่ากลไกลนะครับ แล้วก็ระดับชาติและระดับท้องถิ่นนะครับ แล้วก็โครงการนำร่อง จะมาดูสามเป็นไปได้เหล่านี้ครับ รวมถึงที่เรามีส่วนร่วมที่จะร่วมกันทำงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมแล้วก็ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ นะครับ ทีนี้ ถ้าเราจะมาดูเรื่องของนิยามนะครับ นะ ในเว็บไซต์ของ Asian bank นะครับ หรือว่าธนาคารแห่งเอเชีย ได้มีการนิยามเมืองของเรื่องของคำว่า Smart Cities เอาไว้นะครับ ซึ่งผมขอเอานิยามนี้มาใช้นะครับ ในการอธิบายก่อนแล้วกันนะครับ มันจะมีอยู่ด้วยกัน 5 ประเด็นหลัก ๆ นะครับ อันที่ 1 นะครับ คือประชาชนต้องมาก่อนนะครับ อันนี้นิยามที่ 1 ของเขานะครับ เพราะฉะนั้น เมืองนิยามหรือว่า People first city นะครับ อันที่ 2 เรื่องของความต้องการนะครับ ว่าการพัฒนาเป็นไปตามความต้องการนะครับ ของประชาชนมากน้อยแค่ไหนนะครับ 3. นะครับ ก็จะดูเรื่องของคุณภาพชีวิตนะครับ การพัฒนาเมืองอัจฉริยะนี่นะครับ ก็จะต้องไปยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชขนนะครับ ทำให้เขาได้ทำตามสิ่งที่ปรานารถได้ทำให้เขาทำตามความฝันของเขาได้นะครับ แล้วก็เรื่องที่ 4 นะครับ จะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีนะครับ ที่จะต้องเป็นวิธีการนะครับ คือเทคโนโลยีควรจะถูกมองเป็นวิธีการที่จะทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีนะครับ แต่ไม่ใช่เป็นสิ่งที่เราจะต้องไป Focus จนมากจนเกินไปนะครับ จนลืมถึงคุณภาพชีวิตของผู้คนนะครับ แล้วก็ข้อสุดท้ายนะครับ การให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางนั่นเองนะครับ แล้วก็ทั้งหมดนี้นะครับ ก็ต้องทำด้วยแนวคิดที่ Inclusive นะครับ ก็คือไม่ทิ้งใคร ครอบคลุมถึงคนทุกคนนะครับ ทีนี้ถ้ามาดูในเรื่องของการบริหารจัดการเมืองนะครับ ท่านที่ทำงานเรื่องของการพัฒนาเมืองนี่ ก็จะทราบว่ามันก็จะมี layer ที่สำคัญอยู่ 2 Layer ก็คือ Layer ของโครงสร้างพื้นฐาน กับเรื่องของบริการทีนี้ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานนะครับ ก็จะมีโครงสร้างพื้นฐานปฐมภูมินะครับ จะเป็นพวก ถนน ขนส่ง พลังงานคมนาคม แล้วก้พื้นที่สีเขียว แล้วก้พื่นที่ฐานทุติยภูมิ ด้านการศึกษา โภชนาการ วัฒนธรรมอะไรต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ อันนี้ก็จะเป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานของเมือง การบริหารการจัดการเมืองนะครับ แล้วก็เป็นระบบเมืองนะครับ แล้วก็ทั้งหมดก็จะทำภายใต้กรอบที่ว่าจะทำให้ยั่งยืนทำให้มีความสามารถในการฟื้นกลับไวนะครับ มีประสิทธิภาพรวมถึงผลลัพธ์ที่ออกมาก็เป็นคุณภาพชีวิตของคนเมืองนะครับ เสน่ห์ของคนเมือง แล้วก็ความสามารถในการแข่งขันของเมืองนะครับ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ต้องมีแนวคิดของพัฒนาที่ไม่ทิ้งใคร ครอบคลุมทุกคนด้วยนะครับ ทีนี้ความท้าทายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมืองนี่นะครับ ก็จะมีทั้งหมด 5 ด้านนะครับ ก็จะมีเรื่องประชากรนะครับ เรื่องของเศรษฐกิจสังคม เรื่องของสภาพแวดล้อม เรื่องการเงินนะครับ ซึ่งทั้งหมดนี้นะครับ เราก็จริง ๆ พวกนี้ก็จะเป็นทฤษฎีทั่วไปนะครับ แต่ว่าผมจะเอามิติของความเป็น Inclusive นะครับ หรือความเป็น inclusion เข้ามาด้วย ส่วนมิติหลักของระบบโครงสร้างพื้นฐานของเมืองนะครับ มันก็จะมีอยู่ด้วยกัน 5 ด้าน อย่างที่กล่าวไปเมื่อกี้นี้นะครับ ก็จะมีเทคโนโลยี มีเศรษฐกิจ มีกฎหมาย มีสังคม มีสภาพแวดล้อมดนะครับ ผมขอเขยิบมาที่ เจาะมาที่แค่เรื่องของมิติทางด้านสังคมเป็นหลักนะครับ ก็อย่างที่ทุกท่านทราบนะครับ เมืองนี่นะครับ มันก็จะมี 2 เลเยอร์นะครับ ก็คือชั้นโครงสร้างพื้นฐานนะครับ กับชั้นโครงสร้างพื้น ก็จะมีบริการนะครับ พวกเรานี่ก็จะเป็นผู้บริโภคนะครับ ถ้าออกแบบโครงสร้างพื้นฐานแล้วก็โครงสร้างของเมืองนี่นะครับ ทำให้ Inclusive คำนึงถึงทุกคนไม่ทิ้งใครนะครับ มันจะเป็นด้านบวกนะครับ ต่อคุณภาพชีวิตของพลเมืองนะครับ แต่ถ้าเราออกแบบนะครับ ให้เป็นแบบ Exclusive ก็คือการกีดกันนะครับ ไม่ครอบคลุมถึงทุกคนนี่นะครับ มันก็จะก่อให้เกิดด้านลบนะครับ ที่เกิดจาการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทุกคนไม่สามารถเข้าถึงได้นะครับ ส่วนของเมืองอัจฉริยะนะครับ ที่หลาย ๆ คนทราบ มันจะมีอีกเลเยอร์หนึ่งเกิดขึ้น ก็คือเลเยอร์ข้อมูล กับระบบดิจิทัล ที่จะอยู่ระหว่างบริการกับโครงสร้างพื้นฐานของเมืองนะครับ ซึ่งตัวข้อมูลนี่ ก็จะเป็นการเก็บข้อมูลนะครับ จากโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ระบบ AI Internet Of Things ต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ที่จะเก็บเป็นข้อมูลออกมา แล้วเอาข้อมูลที่เก็บมาบริการประชาชน ให้ประชาชนเข้าถึงได้ หรืออาจจะพัฒนาเป็น Application ต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้นนะครับ แต่ว่าทั้งหมดนี้นะครับ ทั้ง 3 เลเยอร์นี่นะครับ มันก็จะมีเรื่องของการออกแบบ ที่เข้าถึงคนทุกคนไม่ทิ้งใครไว้ด้วยนะครับ ทีนี้ผมขออนุญาตเอามาให้ดูสภาพปัญหาเมืองในปัจจุบัน ที่เราอาจจะคุ้นชินนะครับ กับสภาพปัญหาเมืองนะครับ ซึ่งก็จะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ เช่น ฟุตพาททางเท้านะครับ ก็จะมีสิ่งกีดขวางอะไรต่าง ๆ นะครับ เหล่านี้มากมายนะครับ หรือบางหน่วยงาน บางจังหวัด ก็จะมีเทศบาลนครนะครับ ที่เป็นผู้ดูแลนะครับ ผมเอาภาพตัวอย่างของเทศบาลจังหวัดนครรราชสีมาให้ดูนะครับ ที่จะมีภาพรถเข็นของผู้ชายก็ไปเจอตู้ไฟฟ้านะครับ ขนาดใหญ่ตั้งบนทางเท้านะครับ ซึ่งเข้าใจว่านำเอาสายไฟลงดินนะครับ แล้วจะเอาตู้แบบนี้ ซึ่งไปตั้งอยู่บนทางสัญจรของประชาชน ที่ให้ไม่สามารถที่จะผ่านไปได้นะครับ แล้วก็มีภาพตัวอย่างของถนนรัตนาธิเบศร์นะครับ เรื่องของทางเท้าอะไรต่าง ๆ ก็จะมีสิ่งกีดขวางนะครับ อันนี้ก็จะเป็นความรับผิดชอบของกรมทางหลวง แล้วก้รวมถึงถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรีนะครับ อันนี้ก็จะอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท ก็จะมีสภาพที่มีลักษณะที่คล้าย ๆ กันนะครับ อันนี้ก็จะเห็นว่าในตัวของโครงสร้างพื้นฐานหลาย ๆ อย่างยังไม่ได้ออกแบบให้ Inclusive นะครับ ให้ทุกคนใช้งานได้มากเพียงพอ มันก็จะเกิดปัญหาแบบนี้ หวังว่าจะได้รับฟังทุกท่าน ว่าได้มีการดำเนินการในเรื่องใดไปบ้างนะครับ เพราะว่ามีหลาย ๆ หน่วยงานก็มีการดำเนินการไปบ้างแล้วนะครับ และในอนาคตนะครับ มันจะมีแนวทางพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างไรนะครับ ทีนี้มาดูในเรื่องของ ผมขออนุญาตสรุปในประเด็นปัญหาสำคัญนะครับ อีกครั้งหนึ่งนะครับ ก่อนจะพูดถึงข้อเสนอแนะนะครับ ว่าที่ผ่านมาเราจะปัญหาอะไรครับ ถึงไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนนะครับ เรื่องนี้ได้อย่างจริงจังทั่วประเทศ อย่างที่ 1 เราขาดกลไกลการมีส่วนร่วมนะ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว ในแต่ละหน่วยงาน แต่ละกระทรวงนี่ จะมีกลไกการขับเคลื่อนงาน มีนโยบายที่พัฒนาเมืองการสร้างพื้นฐานนะครับ แต่อาจจะยังมีการส่วนร่วมของประชาชนทุกกลุ่มอย่างเช่น กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการจักรยาน เด็กเล็กอะไรอย่างนี้นะครับ ก็ยังไม่ได้มีส่วนร่วมในกลไกที่แต่ละกระทรวงมีอยู่นะครับ ต่อมานะครับ จะเป็นเรื่องของกลไกลและต่อมาก็จะเป็นเรื่องของเมืองอัจฉริยะนะครับ ซึ่งเข้าใจว่าทาง DEPA ก็ทำอยู่หลาย ๆ จังหวัดก็อาจจะต้องดูว่ามีการพูดถึงการเป็น Inclusive นะครับ การที่ครอบคลุมกับคนทุกคนด้วยไหมนะครับ เพราะว่าบริการของ Smart Cities นี่นะครับ ก็จะช่วยให้คนต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้นะครับ รวมถึงคนพิการนะครับ ต่อมาข้อที่ 3 เป็นการขาดความรู้ ทักษะ ความเข้าใจ ของผู้นำเมืองของผู้บริหารเมือง ของผู้พัฒนาเมืองอาจจะยังไม่เข้าใจเรื่องแนวคิด Inclusive Development ครอบคลุมไม่ทิ้งใคร หรือบางท่านอาจจะที่จะเชื่อมโยงแนวคิดกับงานของตัวเองwfh งานที่ทำอยู่อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับคนพิการนะครับ หรือสิ่งที่ทำอยู่ใน... เช่น ในหลาย ๆ ท้องถิ่นนี่ เวลาพูดถึงเรื่องของงาน เช่น คนพิการนี่ การเข้าถึงเบี้ยคนพิการต่าง ๆ เหล่านี้ แต่อาจจะยังไม่ได้มองถึงเรื่องการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานนะครับ ในเมืองที่เท่าเทียม ในพื้นฐานที่เท่าเทียมกับคนทั่วไปนะครับ แล้วก็ ประเด็นที่ 4 นะครับ เรามีนโยบายมีกฎหมายมีอะไรต่าง ๆ แต่อาจจะยังไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ ขาดความต่อเนื่อง ขาดความต้องการหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงภาคประชาชน และผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย มันก็เลยยังไม่เกิดผลปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมนะครับ ทีนี้ในส่วนของข้อเสนอแนะนะครับ ก็ในส่วนของหน่วยงานนะครับ ที่เราอยากจะให้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเรื่องของ Inclusive Smart City นะครับ 1 เราอยากให้กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพแล้วกันนะครับ ซึ่งหน่วยงานที่อยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทยก็จะที่มีศักยภาพที่จะทำเรื่องนี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร พัทยา ส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ นะครับ กระทรวง พม.นะครับ ไม่ว่าจะเป็น พก. สค. ดย. ผส. นะครับ ขออนุญาตไปไว ๆ แล้วกันนะครับ เพราะว่ามีเวลาจำกัด กระทรวงคมนาคมก็จะรวมถึง... จริง ๆ แล้วก็ทำงานร่วมกับกระทรวงคมนาคมมาหลายหน่วยงานนะครับ ต่อมามีโอกาสได้ทำงานกับกรมทางชนบทค่อนข้างน้อยนะครับ ครั้งนี้ก็ได้เชิญมาด้วยนะครับ ต่อมากระทรวงดิจิทัลนะครับ ก็ของการเข้าถึงนะครับ ข้อมูลข่าวสารและ Smart Cities ด้วยนะครับ แล้วก็หน่วยงานหนึ่งสามาคมที่จะดูแลเทศบาล อบต.ต่าง ๆ นะครับ ก็จะมีอยู่ทั้งหมดอยู่ 5 กลุ่มด้วยกันนะครับ ข้อเสนออันที่ 1 นะครับ ก็จะเป็นแผนบูรณาการเมืองที่ไม่ทิ้งใคร เมืองที่ครอบคลุม เมือง Inclusive Smart Ci โดนใช้ถนนที่สมบูรณ์นะครับ ซึ่งท่านที่ทำงานด้านการพัฒนาเมืองน่าจะพอเข้าใจว่า Complete Street นี่ ความต้องการของทุกคน ไม่ใช่เพียงรถยนต์อย่างเดียว 2. นะครับ การตั้งคณะกรรมการนะครับ Inclusive Cities นะครับ อันนี้อาจจะได้ไอเดียมาจากหลาย ๆ ประเทศนะครับ ที่เขาใช้การขับเคลื่อนด้วยการพัฒนาประจำท้องถิ่นอย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่นนะครับ อย่างเช่น กทม. ก็เพิ่งตั้งเมื่อไม่นานนี้นะครับ ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ในประเทศไทยผมไม่แน่ใจว่าควรจะตั้งขึ้นมาใหม่ หรือว่าจะใช้คณะในโครงสร้างเดิมได้ไหมนะครับ การบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการนะครับ ซึ่งอันนี้นะครับ ถ้าสามารถที่จะขับเคลื่อนเรื่องของ Inclusive & Smart Cities ได้ด้วยนะครับ อันนี้จะทำในส่วนนี้ได้นะครับ อีกอันหนึ่งนะครับ ที่มีคณะกรรมการแล้วนะครับ ที่ให้คณะกรรมการทำงานอย่างต่อเนื่องมีการออกเทศบัญญัติหรือกฎหมายท้องถิ่นด้วยนะครับ แล้วก็ข้อที่ 3 จะเป็นเรื่องของเมืองอัจฉริยะนะครับ ที่ควรจะต้องมีบริการนะครับ ที่เกิดจากโครงสร้างพื้นฐานของเมืองนี่นะครับ มาให้บริการในรูปแบบที่เข้าถึงได้นะครับ เช่น ผมยกตัวอย่างแอปพลิเคชัน Viabus ใช้งานในเรื่องการวางแผนการใช้รถเมนะครับ แต่ว่าตัว App ก็ยังไม่ผ่านมาตรฐาน Web Content Accessibility เหล่านี้เป็นต้นนะครับ หรือว่าการเอา Smart Cities มาทำเทคโนโลยีให้กับเช่นคนพิการ คนตาบอด ที่มันอาจจะเป็นประโยชน์ที่เขาจะเดินทางในเมืองได้สะดวกยิ่งขึ้น สมมตินะครับ การทำ Smart Corssing นะครับ การข้ามถนนอัจฉริยะนะครับ ข้อเสนอแนะที่ 4 นะครับ จะเป็นเรื่องของพื้นที่นำร่องนะครับ ซึ่งอยากจะหารือกับทุกท่านด้วยว่ามีความเป็นไปได้มากแค่ไหนนะครับ ก็คือโครงการนำร่อง 1 จังหวัด 1 ทางก้าวกว้าง ปลอดภัยนะครับ อันนี้ก็จะเป็นก้าวแรกของเราไปสู่ Complate Street ในอนาคตนะครับ เน้นนะครับ การเดินหรือ walk ability เรื่องของการใช้จักรยาน การใช้ขนส่งสาธารณะนะครับ ที่อัจฉริยะนี่นะครับ ทางคณะอนุกรรมาธิการเราพูดคุยเรื่องนี้อยู่นะครับ เราจะพูดถึงระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่จะเอามาใช้ในการที่จะทำให้มันปลอดภัยขึ้นนะครับ ไฟสัญญาคนข้ามนะครับ ไฟสัญญาณคนข้าม ตัวเลขนับเวลาถอยหลังสัญญาณเสียงนะครับ ที่จะต้องบอกได้ว่าตอนนี้จะต้องรอ หรือเป็นช่วงที่ข้ามได้ หรือหมดเวลาแล้ว สัญญาณแสงก็เช่นเดียวกันช่วงนี้เป็นช่วงรอ ช่วงข้าม หรือหมดเวลาแล้ว หรือในบางประเทศการมีระบบให้ผู้ใช้สามารถขอเวลาเพิ่มในข้ามถนนได้ด้วยเฉพาะคนที่จำเป็นจะต้องการเวลาเพิ่ม คงได้มีการหารือกันต่อไปนะครับ เรื่องข้อที่ 5 นะครับ เป็นการพัฒนาศักยภาพหน่วยงานนะครับ ให้มีทักษะ ให้มีศักยภาพของความคิดการพัฒนาที่ไม่ทิ้งใครนะครับ เพราะว่าหลาย ๆ หน่วยงานในท้องถิ่น ผู้บริหารเมืองในท้องถิ่นอย่าละเลยเรื่องนี้ไปนะครับ ข้อที่ 6 ก็จะกล่าวถึงกระทรวงคมนาคมอีกครั้งหนึ่งเพราะว่าทางกระทรวงก็มีแผนพัฒนาแม่บทความสะดวกด้วยคมนาคมด้านพ.ศ. 2564 ถึง 2580 นะครับ ซึ่งได้อ่านรายละเอียดแล้วนะครับ ก็จะเห็นว่ามีการปรับปรุงระบบคมนาคมทุกระบบ ทุกขนาด ซึ่งอยากทราบความเคลื่อนไหวนะครับ ว่าแค่ไหนนะครับ แล้วก็มีผลเป็นอย่างไรบ้างนะครับ หรือว่ามีติดขัดอะไรตรงไหนบ้างนะครับ สุดท้ายแล้วนะครับ ก็เอาภาพ 2 ภาพมาให้ดูนะครับ ภาพที่ 1 นะครับ เป็นภาพของเมืองนะครับ มีทั้งถนนมีทั้งมีทั้งเลนให้ทำนะครับ เลนบนทางเท้าให้คนเดินกว้าง ๆ นะครับ ซึ่งอันนี้ในบ้านเราไม่ค่อยมีให้ดูเท่าไรนะครับ ส่วนภาพที่ 2 เอามาเปรียบเทียบกันนะครับ เป็นถนนวิภาวดี ซึ่งมีรถติดมากมายนะครับ ทั้งถนนมีแต่รถ เราอยากได้เมืองแบบไหนนะครับ แล้วเรากำลังพัฒนาเมืองของเราไปทางไหนนะครับ ก็อยากจะฝากถามจากหน่วยงานแต่ละหน่วยงานที่มาในวันนี้นะครับ ว่าทิศทางในหน่วยงานของเรา มองการพัฒนาเมืองของเราให้รถยนต์อย่างเดียวหรือว่าเราจะเอามีการลดพื้นที่ถนนแล้วเอามาทำประโยชน์อย่างอื่นนะครับ เพื่อที่จะคำนึงถึงการใช้งานของคนทุกคนมากขึ้นนะครับ ก็จบการนำเสนอครับ ขอบพระคุณครับ (ประธาน) ครับ ขอบคุณคุณสว่างนะครับ ก็อันนี้เป็นภาพรวม แล้วก็เป็นสิ่งที่เราคิดว่าไม่ไกลเกินเอื้อมนะครับ เพราะว่าเราใช้สิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลกนะครับ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นรอบบ้านเรานะครับ เทคโนโลยีก็ไม่ได้เป็นเทคโนโลยีที่ไกลเกินเอื้อม มีใช้กันอยู่ทั่วไปแล้ว ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเชิงนโยบาย การตัดสินใจเชิงบริหารมากกว่า อันนี้ล่ะที่เป็นประเด็นปัญหาที่เราคิดว่าน่ากังวลในบ้านเรานะครับ ก็ขออนุญาตเชิญหน่วยงานที่ผมได้เรียนไปแล้วเมื่อข้างต้นนะครับ ว่าเราจะขอให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องโดยตรงนะครับ อันนี้เราถือว่าเกี่ยวข้องโดยตรงนะครับ 3 กระทรวงนะครับ ก็จะขออนุญาตเริ่มที่กระทรวงมหาดไทยก่อนนะครับ อาจจะขอรบกวนท่าน 15 นาทีเบื้องต้นนะครับ แล้วถ้าเรามีเรื่องที่จะต้องเพิ่มเติม มีการแลกเปลี่ยนกันเราก็จะสามารถจะทำได้นะครับ เชิญท่านรอง ท่านจะเริ่มก่อนเลยไหมครับ เชิญครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) เรียนท่านประธานอนุกรรมาธิการนะครับ ท่านมลเฑียร บุญตัน และผู้เข้าร่วมประชุมที่เคารพครับ กระทรวงมหาดไทยขออนุญาตเรียนเป็น 4 ประเด็นนะครับ พร้อมกับข้อมูลที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ประเด็นที่ 1 ข้อเสนอเรื่องกระทรวงมหาดไทควรเป็นเจ้าภาพหลัก ในการพัฒนาและส่งเสริมเมืองเพื่อคนทั้งมวลร่วมประเทศกับกระทรวงและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ความเห็นของกระทรวงมหาดไทยก็สามารถที่จะดำเนินการได้นะครับ เนื่องจากกลไลการบริหารจัดการภูมิภาคเป็นประธานคณะทำงานหากมีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาดำเนินการ อย่างไรก็ตามก็จะต้องชัดเจนในเรื่องของกฎกติกา รวมทั้งกรอบการดำเนินงานเรื่องดั่งกล่าวที่ได้ทำงานร่วมกันทั้งนี้กระทรวงมหาดไทย หากที่ประชุมเห็นความชอบกับกระทรวงคมนาคม และกระทรวงพัฒนาสงคมและความมั่นคงของมนุษย์ และภาคส่วนต่าง ๆ ต่อไปนะครับ ประเด็นที่ 2 กระทรวงมหาดไทยควรจัดโครงการ 1 เท้ากว้าง 1 ทางเท้าข้ามความปลอดภัยเพื่อคนทั้งมวล ระยะเวลา 1 ปี แล้วแต่ความเหมาะสม อันนี่กระทรวงมหาดไทยมีความเห็นว่า สามารถร่วมดำเนินการกับทุกภาคส่วนได้นะครับ ซึ่งกลไกก็น่าจะอยู่ในเรื่องของคณะกรรมการและอุบัติภัยทางถนน ซึ่งมีระดับชาติและระดับจังหวัด หากที่ประชุมมีข้อแนะนำหรือข้อสังเกตที่จะนำไปสู่การปฏิบัติ กระทรวงมหาดไทยก็จะมอบให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสานการปฏิบัติต่อไปนะครับ ประเด็นที่ 3 กระทรวงมหาดไทยควรตั้งคณะกรรมด้านการพัฒนาเมืองเพื่อคนทั้งมวลในทุกจังหวัด หรือในระดับท้องถิ่นเพื่อที่ทำแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อันนี้ก็กระทรวงมหาดไทยก็คิดว่าสามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างชัดเจน หรือมีแผนปฏิบัติ หรือมีองค์ความรู้ที่จะถ่ายทอดสู่ท้องถิ่นได้แล้วนี่ กระทรวงมหาดไทยก็จะได้ส่งซึ่งได้เชิญมาร่วมประชุมวันนี้นำไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่ต่อไปนะครับ ประเด็นที่ 4 องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นควรพิจารณาให้ท้องถิ่น ออกเทศบัญญัติ หรือกลไกทางด้านพัฒนาเพื่อคนทั้งมวลการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญนะครับ เพราะว่าประเด็นดังกล่าวนี่ เป็นอำนาจหน้าที่ในการจัดทำบริการสาธารณะแก่พี่น้องประชาชน ส่วนรูปแบบเป็นอย่างไรแล้วนี่ ก็จะส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อำนวยการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้พิจารณาต่อไป เนื่องจากการออกเทศบัญญัตินั้นจะต้องได้รับการยินยอมท้องถิ่นนะครับ ซึ่งจะต้องการนำสู่การพิจารณาของสภาฯ นั้นก็จะอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดการปฏิบัติดังกล่าว โดยสรุปก็คือ 4 ประเด็นที่กระทรวงมหาดไทยได้รับโจทย์มานั้นนี่ พร้อมที่จะดำเนินการครับ ขาดแต่อย่างเดียวว่า องค์ความรู้ก็ดี ความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ทำอย่างไรจะระดมมาบริหารจัดการร่วมกันเพื่อให้กระทรวงมหาดไทย สามารถที่จะขับเคลื่อนงานดังกล่าวในพื้นที่ได้ตามที่คณะอนุกรรมการ ได้ตั้งข้อสังเกตและก็ให้คำแนะนำไว้ครับ กระทรวงมหาดไทยขออนุญาตจบการนำเสนอครับ (ประธาน) ขอบพระคุณท่านรองปลัดฯ เลยครับ ก็หน่วยงานในกระทรวงมหาดไทยทั้ง 2 หน่วยงานเลยนะครับ เชิญเลยครับ ท่านสามารถใช้เวลาจนครบ 15 นาทีได้เลยครับ แล้วก็ขอเพิ่มอีก 2 หน่วยงานนะครับ จะมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แล้วก็สมาคมทั้ง 3 สมาคมนะครับ ก็คือสมาคม อบต. สมาคม อบจ. แล้วก็สมาคมสันนิบาตเทศบาลนะครับ ทั้ง 3 หน่วยงานรวมกันก็ 15 นาทีเช่นกันนะครับ เชิญ ทั้ง 2 หน่วยงาน ของมหาดไทยครับ มีประเด็นตามที่ได้พูดคุยกันมาในส่วนที่ท่านรับผิดชอบอยู่ไหมครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ค่ะ ขออนุญาตเรียนท่านประธาน อนุกรรมาธิการกิจการคนพิการในคณะกรรมพัฒนาสังคมค่ะ ดิฉัน ผู้อำนวยการพัฒนางานท้องถิ่นค่ะ ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นค่ะ ขออนุญาตเพิ่มเติมเสริมในท่านรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องของการดำเนินงานการปกครองท้องถิ่นในเรื่องดังกล่าวนะคะ เรื่องของการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการนะคะ เพื่อที่จะเสริมในเรื่องของสภาพแวดล้อมด้านกายภาพ แล้วก็ในสถานที่สาธารณะที่อำนวยความสะดวกให้กับคนพิการนะคะ ซึ่งสอดคล้องกับ Smart Cities นะคะ ในช่วงเวลาที่ผ่านมานะคะ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้มีการส่งเสริมให้การปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลนะคะ เทศบาลมีพื้นที่ของตนเองนี่ ได้ดำเนินการนะคะ จัดทำเรื่องของทางลาด ห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ รวมถึงป้ายแล้วก็สัญญาแสดงสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงที่จอดรถนะคะ สำหรับคนพิการแล้วก็ศูนย์บริการข้อมูลนะคะ เหล่านี้นะคะ เป็นตัวอย่างเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการนะคะ จำนวนของจำนวนปกครองส่วนท้องถิ่นนะคะ ที่ได้ดำเนินการ อย่างเช่น เรื่องของทางลาดนะคะ ประมาณ 5,052 แห่งนะคะ นับเป็นร้อยละ 65 นะคะ จากองค์การปกครองท้องถิ่นทั้งหมด 7,772 แห่งนะคะ ซึ่งเรามีการเก็บข้อมูลนะคะ และมีการประเมินประสิทธิภาพขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นปีที่ 2 นะคะ ในเรื่องของการจัดบริการสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับผู้พิการนะคะ นอกจากนี้ค่ะ ในเรื่องของข้อบัญญัติ เทศบัญญัติก็ได้มีการส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะคะ สามารถดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นนะคะ เพื่อที่จะจัดทำโครงการแผนงาน เพื่อที่จะทำสิ่งสาธารณะประโยชน์สิ่งสาธประโยชน์ที่ สิ่งผู้สูงอายุแล้วก็คนพิการเ พื่อเพิ่มเติมส่วนที่เป็นพื้นที่สาธารณะเหล่านี้นะคะ เพิ่มเติมแล้วก็ดึงมาเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปีของแต่ละปีนะคะ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่กรมได้มีการดำเนินการ รวมในเรื่องของการประเมินของท้องถิ่นค่ะ ก็มีหัวข้อหนึ่งในเรื่องของการขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์ ไปยังเอกชนที่อยู่ในพื้นที่ปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยนะคะ ว่าให้ขอความร่วมมือ จัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่นะคะ ของเอกชนด้วยนะคะ เพื่อให้พื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันดำเนินการค่ะ ก็ขออนุญาตเสริมในเรื่องของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และยินดีที่จะในส่วนที่ทางอนุกรรมการ และกรรมาธิการได้เสนอแนะค่ะ ขอบพระคุณค่ะ (ประธาน) ครับ ขอบพระคุณมากนะครับ ท่าน ผ.อ. ครับ ก็ส่วนใหญ่เราคุ้นชิน ก็คือการกำหนดนโยบายกิจกรรมโครงการแบบเฉพาะเจาะจงซึ่งก็ถือว่ามีคุณูปการอย่างสูงนะครับ ต่อผู้พิการอย่างไรก็ตามครับ ในโลกที่ทุกอย่างมันเหมือนจะต้องหลอมรวมนะครับ ครอบคลุม บูรณาการเข้าด้วยกันนี่ เพื่อประโยชน์ในระยะยาวก็ดี เพื่อสังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันก็ดีนี่ ก็อยากจะให้ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนี่ ได้ลองหันมามองในแง่ของการพัฒนาที่ครอบคลุมนะครับ แล้วก็ผนวกรวมความต้องการของคนพิการนี่ Build in เข้าไปในการพัฒนาเมืองกระแสหลักนะครับ มันจะเห็นภาพของความเชื่อมโยง มันจะเห็นภาพของความของเข้าถึง โดยสะดวกถ้วนหน้าขึ้นนะครับ สังคมก็จะเป็นสังคมที่น่าอยู่นะครับ ขอบคุณมากครับ เชิญท่าน... เชิญทางกรม เชิญคณะกรรมาธิการและผังเมืองครับ เชิญผู้แทนจากกรมโยธาธิการและผังเมืองครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ สวัสดีครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) กราบเรียนท่านคณะกรรมการ และกรรมาธิการ กระผมผู้อำนวยการกรมโยธาธิการ และผังเมืองครับ นำเรียนในเรื่องของภารกิจของกรมนะครับ ก็จะมีในเรื่องของภารกิจงานด้านอาคารนะครับ ซึ่งการติดตามการบังคับใช้กฏหมายและอาคารครับ ก็คือ พ.ร.บ ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งปัจจุบันเราก็ได้ออกกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการ ผู้ทุพพลภาพ และคนชรา ฉบับที่ 2 ปี 2564 ก็เป็นงานสงวนการให้การอำนวยความสะดวกผู้พิการ และผู้ทุกคลภาพและคนพิการครับ ก็การจัดออกแบบข้อกำหนดให้สอดคล้องกับภาคปัจจุบันมากที่สุดครับ แล้วก็ในการนี้ครับ ในการที่สงวนในเรื่องของการพัฒนาเมืองเราจะสู่ในการออกแบบอาคารจะปรับในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกและคนพิการครับ ก็จะยินดีรับข้อคิดเห็นของท่านสภาอนุกรรมาธิการและท่านกรรมาธิการ ในที่ประชุมครับ เพื่อจะนำไปพัฒนาให้เหมาะสมที่สุดครับ ขอบคุณครับ (ประธาน) ขอบคุณครับ จริง ๆ กฏกระทรวงที่เพิ่งออกไปล่าสุดนี่ เราก็พยายามเสนอว่าให้ขยายขอบเขตไปมากกว่าอาคารนะครับ แทนที่จะเป็นในอาคาร ก็คือพยายามที่จะส่งผลไปถึงบริเวณรอบ ๆ ด้วย แต่ก็ข้อจำกัดของกฎหมายแม่นะครับ มันก็ทำให้เราทำได้ไม่มากนัก ผมอยากจะเชื้อเชิญในกรมโยธาธิการและผังเมือง เราลองมองอีกมุมหนึ่ง็คือ Build in ไว้ในผังเมืองเลย แทนที่จะมองเฉพาะจิ๊กซอ ก็คืออาคารเป็นหลัง ๆ ถ้า Accessibility นี่ การเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้านี่ เป็นส่วนหนึ่งของผังเมืองนี่ มันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่แยกไม่ออกจากการพัฒนาเมืองโดยรวมนะครับ อันนี้ถ้าเราช่วยกัน เราก็จะได้มุ่งไปในทางที่คิดว่าเป็นประโยชน์ครับต่อไป แม้ว่าในตอนนี้กฎหมายในเรื่องผังเมือง อาจจะยังไม่ได้กล่าวอย่างชัดแจ้ง แต่ผมเชื่อแน่ว่าต่อไปในอนาคตเรื่องนี้ก็ต้องมาอย่างแน่นอนครับ หนีไม่พ้น เหมือนเรื่องสิ่งแวดล้อมนะครับ เรื่อง accessibility จะควบคู่ไปกับเรื่องสิ่งแวดล้อมนะครับ ขอบพระคุณมากนะครับ เชิญทางมหาดไทยครบแล้วนะครับ ทางมหาดไทย ขอบพระคุณครับ ท่านใช้เวลาได้เหมาะสมมากนะครับ เชิญกระทรวงคมนาคมครับ ท่านมีเวลา 15 นาทีโดยรวมครับ ขอบพระคุณมากครับ ขอบคุณครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ สวัสดีครับ เรียนท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการคนพิการครับ กระผม เรืองศักดิ์ รองสม สนข. แทนท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยครับ วันนี้ยินดีมากนะครับ ที่ได้มาร่วมในการพูดคุย และมาให้ข้อมูลในส่วนของคมนาคม ก็คิดว่าในส่วนของคมนาคมนี่ ได้ดำเนินการตามกรอบยุทธศาสตร์ของคมนาคมนะครับ คือ 1. เรื่องประสิทธิภาพ สิ่งแวดล้อม แล้วก็การรักษาความปลอดภัย อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ เสาร์ที่ 3 ของ กรอบ ทางคมนาคมของระเบียบ เพราะฉะนั้นทางโดยเฉพาะทุกหน่วยงาน ร่วมอำนวยการโดยเฉพาะทาง สนข. และสำนักงานปลัดฯ สนข.ได้ดำเนินการมาหลายเรื่องรวมกับท่านปลัดก็ช่วยกันดู บางเรื่องอาจจะมีการซ้ำซ้อนกันบ้าง แต่ว่าจุดประสงค์หลักของทั้ง 2 หน่วย ก็คือพยายามให้คนพิการ ไม่ใช่คนพิการนะครับ ทางคมนาคมบอกว่า Transport for all พยายามที่จะเข้าถึงระบบคมนาคมขนส่งได้ จริง ๆ แล้วไม่ว่าใครเข้าถึงนะครับ มันจะเป็นประโยชน์ต่อคมนาคม ทำให้โครงสร้างของคมนาคมนี่ มีความคุ้มทุนมากขึ้น ฉะนั้นจุดประสงค์หลักของเราก็คือทุกคนมีส่วน เพื่อโครงสร้างต่าง ๆ ของเรานี่ สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ขอเรียนว่าทางคมนาคมนะครับ ได้พยายามผลักดันตามที่ท่านสว่างได้พูดไว้ในข้อสุดท้ายเรื่องที่จะผลักดันแผนได้ดำเนินการจัดทำแผนมาประมาณสักปีกว่าแล้ว 1 ปี 2 ปีแล้ว และนำเสนอคณะกรรมการส่งเสริมพัฒนาคนพิการแห่งชาติ ในเรื่องของการจัดทำแผนของคมนาคมด้านคนพิการ ซึ่งทางคณะกรรมการได้รับทราบไปแล้ว และก็ได้มีการนำเสนอไปยังสังกัดอื่นในกลุ่มย่อยของคนพิการแห่งชาติไปด้วย ซึ่งในส่วนนั้น ทางเราก็ได้นำแผนจัดการต่าง ๆ ของเรานี่ เสนอของภายในคมนาคมไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมการทางพิเศษ หรือ รฟม. เราก็ได้พิจารณา เราก็ได้หารือกันรอบสองรอบแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนที่เราทำหนังสือไปทางทุกหน่วยงาน เพื่อให้เห็นชอบกับแผน จะได้เป็นการเห็นชอบร่วมกันที่จะได้ดำเนินการตามแผนที่อนาคต เมื่อทุกหน่วยงานเสนอกลับมา ท่าน เพิ่งวันสองวันนี่ครับ ทุกหน่วยงานยอมรับแผนทุกอย่างมา เราก็จะนำแผนนี้ นำเรียนท่านปลัดกระทรวงคมนาคม และเรียนเสนอท่านรัฐมนตรี เป็นแผนระดับ 3 เป็นแผนปฏิบัติแผนระดับ 3 เพื่อที่จะให้หน่วยงานและคมนาคมดำเนินการตามแผน ซึ่งนี่ก็คือเป็นเรื่องแผนที่จะเป็น Comitment ช่วยให้ดำเนินการสำหรับคนพิการ จริง ๆ ขอเรียนว่านอกจากแผนนี้แล้วนะครับ คมนาคมนี่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน มีการศึกษาเรื่อง Accessibility ก็เข้าสู่สถานีขนส่ง หรือการมีมาตรฐานสำหรับรถยนต์สาธาร รถสาธารณะต่าง ๆ ให้คนพิการสามารถมาเข้าถึงได้ ขอเรียนว่ากรมโยธาธิการนี่ ได้ปรับปรุงกฎกระทรวงของทางเรื่องของอาคาร ทางคมนาคมก็มีเรื่องของกระทรวงคมนาคมเอง ที่ได้ประกาศไปหลายปีแล้ว เราก็เห็นว่าเพื่อให้เกิดความสอดคล้อง ทางกระทรวงคมนาคมก็ได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา มีท่านดร.จุฬา ท่านผู้ตรวจราชการ เมื่อไม่กี่วัน ก็สรุปสุดท้ายแล้วว่า รับความเห็นของหน่วยงานทุกหน่วยงานภายในคมนาคมที่จะปรับแผนต่าง ๆ นี่ให้มันสอดคล้องกับกระทรวงมหาดไทย แล้วก็จะได้ประกาศกฏกระทรวงออกมาเพื่อจะให้ทันสมัย ไม่ให้ขัดกับกระทรวงมหาดไทยและพยายามจะปรับให้มันเข้ากับการกระทำปัจจุบัน อีกไม่นานซึ่งก็จะมีการดำเนินการกฎกระทรวงฉบับที่ 2 ที่จะประกาศใช้ออกมา ซึ่งจะเป็นแผนแม่บท เป็นแผนผังที่ทุกคนสามารถที่จะเอาไปใช้ดำเนินการได้ รวมถึงหน่วยงานอื่นนอกจากกระทรวงคมนาคม ทางมหาดไทยหรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นนี่ สามารถนำเอารูปแบบของการเข้าถึงในสถานีในการนำไปใช้กับหน่วยงานของตนเองได้ครับ ในส่วนนี้ขอเรียนให้ทราบเป็นเบื้องต้นก่อนครับ ขอบคุณมากครับ (ประธาน) ครับ ขอบคุณมากนะครับ ท่านผู้แทนจาก สนข. ครับ เชิญอีก 2 หน่วยงานเลยครับ ในคมนาคมครับ เชิญครับ เชิญกรมทางหลวง แล้วก็กรมทางหลวงชนบท ท่านไหน ท่านไหนจะพูดก่อนครับ เชิญครับ ไม่ทราบว่าตัวแทนจากกรมทางหลวง... (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ กรมทางหลวงครับ ไม่ทราบว่าตัวแทนจากกรมทางหลวง...กรมทางหลวงครับ เรียนท่านประธานไปแล้ว ทางกรมทางหลวงเราก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม รวมทั้งหน่วยงานในคมนาคมทุกหน่วยงานก็ได้มีการร่วมมือกันเป็นอย่างดีครับ อย่างเช่น ในเขตชุมชนปัจจุบันนี่ กรมทางกลวงเราก็ได้เพิ่มทางลาดสำหรับคนพิการในทางเท้า รวมทั้งเรามีแบบที่พร้อมที่จะปฏิบัติ รวมถึงสะพานลอยคนเดินข้ามนี่ เราก็มีแบบสำหรับคนพิการเรียบร้อยหมดแล้วนะครับ ถ้าเกิดทางเรามี... ถ้ามีนโยบายเกี่ยวกับเมืองอัจฉริยะนี่ กรมทางหลวงก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือนะครับ ครับ เบื้องต้นประมาณนี้นะครับ (ประธาน) จริง ๆ มันคงมีประเด็นที่จะอยู่ในรายละเอียดกันพอสมควรนะครับ แต่ว่าก็เดี๋ยวท่านใช้เวลายังไม่ครบ อยู่ตอนแลกเปลี่ยนก็อาจจะมีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดในบริบทอื่น ๆ ด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ เชิญทางกรมทางหลวงชนบทครับ เชิญครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) สวัสดีครับ เรียนท่านประธานและคณะอนุกรรมาธิการคนพิกรในคณะกรรมาธิการ การคมนาคมสัมคมครับ กรมทางหลวงชนบทนะครับ ก็คือในส่วนของการทำงานของกรมทางหลวงชนบทนะครับ ปัจจุบันกรมทางหลวงชนบทในความสำคัญกับการบริการเพื่อประชาชนนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีผู้สูงอายุครับ ที่มีการจัดทำทางเท้าทางข้ามนะครับ ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนะครับ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2564 นะครับ ในด้านการส่งเสริมผังเมืองและการท่องเที่ยว ก.บ.จ. ก็มีแผนที่จะปรับปรุงพัฒนาถนน เพื่อที่จะสนับสนุนชุมชน แล้วก็ผู้พิการให้เข้าไปในแหล่งท่องเที่ยวได้นะครับโดย ณ ปัจจุบันนี้กรมทางหลวงชนบทได้มีการปรับปรุงถนนวิถีที่เราจะนำร่องทำที่จังหวัดหนองคายและนครพนมครับ แล้วก็ท้ายนี้นะครับ กรมทางหลวงชนบทพร้อมที่จะรับฟังข้อคิดเห็นนะครับ แล้วก็ให้ความร่วมมือกับ ทุกคณะกรรมาธิการกิจกรรมคนพิการ เมืองครับ กรมทางหลวงชนบทมีข้อมูลรายงานเพียงเท่านี้ก่อนครับ (ประธาน) ครับ ขอบคุณครับ ดูแล้วจะเป็นความเห็นในทางบวกทั้งสิ้นนะครับ ก็เป็นสิ่งที่น่ายินดีครับ เพราะว่าโครงการที่คุณสว่างได้นำเสนอไปนี่ ก็น่าจะมีความเป็นไปได้นะครับ ถ้าในกรณีที่ทุกฝ่ายได้ให้ความสนใจแล้วก็ยินดีที่จะเข้ามามีส่วนร่วมนะครับ ต่อไปเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนะครับ วันนี้เข้าใจว่าน่าจะเป็น DEPA มานะครับ เชิญเลยครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ค่ะ กราบสวัสดีท่านประธาน ท่านอนุกรรมาธิการ กิจการคนพิการ คณะกรรมาธิการเพื่อสังคมเด็กและเยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ และคนพิการสำหรับ DEPA นะครับ จะให้ภาพรวมของ DEPA นะคะ DEPA มีบทบาทเมืองอัจฉริยะค่ะ บทบาทแรกเราเป็นเลขาฯ ของเมืองอัจฉริยะ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเลขาของคณะกรรมการชาติ ที่คอยเขาเรียกรับรองแผนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของแต่ละจังหวัด แต่เมืองแต่ละพื้นที่อันนี้คือบทบาทในการส่งเสริมให้ทุกเมืองในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ชัดเจน ส่วนอีกบทบาทหนึ่งของ DEPA นี่ก็คือบทบาทเชิงปฏิบัตินะคะ ก็จะมีหน่วยหนึ่ง ในยุทธศาสตร์ของ DEPA เองนี่ นอกจากจะส่งเสริมด้านมิติของเศรษฐกิจแล้วนี่ เรายังส่งเสริมมิติเชิงสังคมด้วย ในเชิงสังคมนี่ เราก็จะเน้นกลุ่มเปราะบาง ซึ่งหมายถึงตั้งแต่เด็ก แล้วก็คนพิการ แล้วก็ผู้สูงอายุนะคะ ซึ่งจะเป็น Unit ที่มีการปฏิบัติการนำร่อง หรือโครงการที่ไปจุดประกาย แล้วถ้ามัน work นี่ก็จะทำให้ภาคเอกชน จะเอาไปใช้ต่อนะคะ อันนี้ใน 2 บทบาทนี่ที่ DEPA จะช่วยได้ ในมิติของเรื่องการส่งเสริมการเข้าถึงเมืองที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้นะคะ จริง ๆ แล้วนี่ในการทำแผนเมืองอัจฉริยะ การก็จะมีความคาดหวังหรือเงื่อนไขที่แผนควรจะกล่าวถึงโดยกรรมการคิดว่าการที่แผนที่ทำมานี่มันต้องตอบโจทย์คนทุกกลุ่มในเมือง กรรมการก็จะมีกำหนดเขาเรียกเหมือนเกณฑ์นะคะ ว่าถ้าเมืองคุณจะพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะนี่ คุณต้องมองให้ครบในทุกมิตินะคะ และก็มิติของเรื่องของผู้สูงอายุ หรือคนพิการนี่ ก็จะอยู่ในหมวดของ Smart living นี่จะต้องดูแลทุกคน ก็จะมีในมุมนั้นหรือแม้แต่ในมุมของการเดินทางหรือ Mobility ค่ะ มันจะหมายถึงเรื่องการเดินทางที่สะดวก ทั้งยานพาหนะ แล้วก็การเดินทางในเมืองนะคะ เพราะฉะนั้นในบทบาทที่เราทำหน้าทีเป็นกรรมการเราสามารถเขาเรียกส่งเสริมเมืองที่กำลังจะทำแผน Smart Cities นี่ ให้เอาหัวข้อเรื่องการทำให้เมืองนี่เข้าถึงได้ทุกกลุ่มทุกเพศทุกวัยเข้าไปในแผนเข้าไปด้วย เป็นการส่งเสริมให้มันมีเงื่อนไขข้อนี้ อยู่ในการทำแผนทุกครั้ง นี่ก็เป็นบทบาทหนึ่งนะคะ ส่วนอีกส่วนหนึ่งนี่ ก็เป็นส่วนของอีกฝ่ายหนึ่งนะคะ ที่บอกว่าเรานี่ มีหน่วยงานของเราเล็ก ๆ ที่ดูแลมิติของกลุ่มเปราะบางนะคะ ซึ่งหน่วยงานนี้นี่ ผอ.สุชนานี่ จะมาเล่าให้ฟังนะคะ ว่าเมื่อเราส่งเสริมนี่ เรามีโครงการอะไรบ้าง เราทำบริการอะไรบ้าง เพื่อมาช่วยดูแลคนในกลุ่มนี้ แล้วก็ผลในเบื้องต้นเป็นอย่างไร แล้วก็แนวทางในการที่เราจะส่งเสริม ในการนำเอาเทคโนโลยีนี่ ให้คนพิการสามารถเข้าถึงหรือมีชีวิตสุขสบายในเมือง หรือว่ามีโอกาสทางเศรษฐกิจเท่าเทียมกับคนอื่นนี่ เป็นรูปแบบไหนบ้าง แต่โดยสรุปโดยรวมนี่ว่า DEPA นี่เป็นเลขาแล้วก็เป็นคนที่คอย Promote คอยชี้แนวคอยส่งเสริมให้เมืองนี่คิดถึงประเด็นสำคัญ ๆ ตอนพัฒนเมือง เราใส่ไปในแผนอยู่แล้ว คิดว่าบทบาทภายในเมืองนี่ ก็จะส่งเสริมแล้วก็ฝังประเด็นพวกนี้ในแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะได้อยู่แล้วค่ะ ขอให้ภาพรวมนี้ แล้วก็ขอเรียนเชิญ ผอ. สุชาดา นะคะ อาจจะมาให้รายละเอียดว่าในเชิงปฏิบัติน่ะ DEPA เอาไปเสริมอะไรในส่วนนี้บ้างนะคะ ขอบคุณค่ะ (ประธาน) ครับ ขอบคุณมากนะครับ ผมนึกขึ้นมาได้ว่าตอนที่เราเขียน พ.ร.บ. การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมปี 2560 นี่ ได้บรรจุเรื่องของการออกแบบที่เป็นสากลเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ในมาตรา 41 มาตรา 41(7) ถ้าผมจำมาตราไม่ผิดนะครับ ก็หวังว่าบทบัญญัติในกฏหมายฉบับดังกล่าวนี่ จะยังอยู่ในใจของ DEPA แล้วก็น่าจะอยู่ในใจของคณะกรรมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะนะครับ เชิญท่าน ผ.อ.ต่อไปเลยครับ เชิญครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ขอเสริมนิดหนึ่งค่ะ ในส่วน Universal Design จริง ๆ อยู่ใน Smart Living เราส่งเสริมให้เมืองเขาเป็นเมืองอัจฉริยะนี่ มันไม่ได้อัจฉริยะเพราะใช้เทคโนโลยี แต่อัจฉริยะเพราะออกแบบให้ทุกคนเข้าถึงได้เหมือนกันค่ะ ก็เลยยืนยันท่านว่าแนวคิดนี้ยังอยู่ควบคู่กับกรรมการและยังเสริมตลอดเวลา เวลามีเขาเขียนแผนเข้ามามันก็เป็น Check list ค่ะ ขอบคุณค่ะ เชิญ ผอ. สุชาดา ค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ค่ะ ขอบพระคุณ ผ.อ. อรฉัตรค่ะ ค่ะ ร่วมประชุมทุกท่านนะคะ ในส่วนของ Smart Cities น่ะค่ะ Smart People เพื่อเป็นหนึ่ง ก็เป็นส่วนหนึ่งของเมืองจะเป็น Smart Cities ได้นะคะ ทางฝ่ายของดิฉัน ก็คือส่งเสริมและสนับสนุนคุณภาพชีวิตและความมั่นคง จริง ๆ มีการทำงานร่วมกับหลาย ๆ ภาคหน่วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาคประชาสังคมหรือว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยค่ะ ในการที่จะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยส่งเสริมการจ้างงานในผู้พิการให้มีมากขึ้นนะคะ โดยโครงการที่ทำนี่ เป็นโครงการที่หลาย ๆ ท่าน ในที่ประชุมได้รู้จักแล้ว ก็คือการที่ให้ผู้พิการสามารถจัดทำข้อมูล AI ได้นะคะ ก็ผู้พิการสามารถเข้าผ่านแพลตฟอร์มแล้วก็เข้าไปในเทคโนโลยี AI ในการแท็กภาคหรือแท็กเสียงน่ะค่ะ โดยผู้พิการได้รับค่าจ้างผ่านมาตรา 33 รวมถึงยังมีความเป็นเจ้าของของงานงานที่ผู้พิการได้ tag AI นั้นด้วยนะคะ นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องของการพัฒนาทักษะ ดิจิทัลพื้นฐาน เพื่อนำซึ่งที่ผ่านมาทาง DEPA ได้ทำไปแล้ว 3 ปีนะคะ นำไปสู่การจ้างงานของคนพิการประมาณ 1,400 คน ค่ะ จริง ๆ ตอนนี้นี่ก็มีอีก 1 มาตรการที่มีการได้ประกาศไปแล้วใน เรื่องของ Web Asscesbility ที่ประธานบอกก็คือตอนนี้อยู่ในช่วงของการ Review ข้อมูลของหน่วยงานที่สมัครมานะคะ เพื่อที่จะได้ให้ ผู้ที่รับโครงการนี้ไปนี่ สามารถทำเว็บไซต์ที่เป็น Web Accessibility ที่ให้ผู้พิการเข้าถึงได้เท่าเทียมกันค่ะ ขออนุญาตรายงานประมาณเท่านี้ก่อนค่ะ ขอบคุณค่ะ (ประธาน) ครับ ขอบคุณครับ ก็มีมิติของการจ้างงาน มีมิติของการเข้าไปส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานด้านเทคโนโลยี แต่จริง ๆ อยากให้ท่านมองในเรื่องของ Universal D esign ก็ดีก็ดี เทคโนโลยีก็ดี เป็นเรื่องของกระแสหลักนะครับ ไม่ใช่เรื่องเฉพาะเจาะจงเท่านั้นนะครับ หมายความว่าเราจะพัฒนา เราจะเอาเทคโนโลยีอะไร มาใช้ทำอะไรก็แล้วแต่นี่ ก็อยากจะให้คำนึงถึงการเข้าถึงนี่ ตั้งแต่ระดับการออกแบบ ไม่ คือหมายถึงออกแบบเทคโนโลยีนั้นด้วยเลยนะครับ ออกแบบบริการนั้นได้เลยนะครับ มันก็จะได้ไม่เป็นการสิ้นเปลืองนะครับ เราพูดกันเล่น ๆ สนุก ๆ ว่าเราไม่อยากเป็นคนที่ 101 แต่เราเป็นคน 1 ใน 100 มากกว่าเป็นคนที่ 101 นะครับ ก็อันนี้ ฝรั่งทำได้เราก็ต้องทำได้ ในเมื่อฝรั่งทำได้แล้วก็ร่ำรวยมหาศาลแต่เราก็ได้แต่ยืนดูเขาแล้วก็ทึ่งสิ่งที่ฝรั่งทำนะครับ ก็หวังว่าทาง DEPA เองก็สนใจนะครับ ว่าจริง ๆ ถ้าเมืองอัจฉริยะนี่ มันมีคนพิการเป็นส่วนหนึ่งนี่ คนพิการนี่เป็นส่วนหนึ่งที่แยกไม่ออก เทคโนโลยีของเราก็จะมีความน่าสนใจด้วยนะครับ ไม่ใช่เทคโนโลยีเฉพาะ แต่เป็นเทคโนโลยีที่ทุกคนใช้ประโยชน์ได้ด้วย เข้าถึงได้ด้วยใช้ประโยชน์ได้ด้วย เข้าถึงได้ด้วย ครับ ขอบคุณมากนะครับ จริง ๆ ท่านยังมีเวลาเหลือนะครับ ท่านยังกลับมาอีกได้ ถ้ามีกาแลกเปลี่ยนกันนะครับ จะขอเชิญทางกระทรวง พม. ครับ ท่านมีเวลา 15 นาทีเช่นกัน แต่ว่าท่านจะใช้ไม่ถึงก็ไม่เป็นไรเนะครับ เชิญ กรมกิจการผู้สูงอายุ และก็กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการครับ เชิญครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ค่ะ สวัสดีค่ะ ดิฉัน รองอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุค่ะ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ขอขอบคุณท่านกรรมการนะคะ ที่ให้โอกาสกรมกิจการผู้สูงอายุนะคะ ที่ให้มามีส่วนร่วมในการให้ความเห็นในครั้งนี้นะคะ ซึ่งดิฉันมีคิดว่าในเรื่อง Smart Cities นะคะ จากทางท่านคณะอนุกรรมาธิการได้กำหนดมานะคะ ในส่วนของการมีส่วนร่วมน่ะ กรมกิจการผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุนะคะ ในฐานะที่ดูแลผู้วสูงอายุ ก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือในเรื่องของ ในเรื่องของการทำการพัฒนาเมืองนะคะ ให้เป็น Smart Cities ซึ่งก็มีความเห็นอย่างหนึ่งนะคะ ว่า การพัฒนา Smart Cities นี่ ต้องเกิดจากความต้องการที่แท้จริงของประชาชน แล้วก็ชุมชนนั้น ๆ นะคะ สำคัญสุด ก็คือ Smart Community นะคะ ที่จะเป็นจุดสำคัญยิ่งเลยที่จะทำให้ความเป็นเมืองนั้นเกิดขึ้นจริง ตามความต้องการที่แท้จริงของประชาชนนะคะ ซึ่งในจุดนี้มองว่าท้องถิ่นนะคะ มีบทบาทสำคัญแล้วก็เป็นพระเอกอย่างยิ่งนะคะ ในเรื่องของการพัฒนาเมือง ให้เกิดขึ้นจริงได้ แต่อย่างไรก็ตามนะคะ ข้อมูลต่าง ๆ นี่ ก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน สำหรับการพัฒนาเมืองความเป็นเมืองให้ smart ภายใต้เทคโนโลยีที่ทันสมัยนะคะ ซึ่งมีความเห็นว่าปัจจุบันนี้ ในเรื่องของข้อมูล หรือระบบข้อมูลต่าง ๆ นี่ มันยังขาดความเชื่อมโยง และก็นำมาวิเคราะห์ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง ในการพัฒนาเมืองน้อยนะคะ ก็จะเห็นตัวอย่างหลาย ๆ ตัวอย่างที่เป็นเรื่องของ Smart Cities ที่ได้มีการดำเนินการไปบ้างแล้วนี่ แต่ว่ามันมีปัญหาในเรื่องของข้อมูลที่ขาดความเชื่องโยงกันนะคะ มันทำให้ไม่ประสบความสำเร็จนะคะ และก็ในเรื่องที่คิดน่าจะมีความสำคัญนะคะ อีกประเด็นหนึ่งก็เกี่ยวกับเรื่องของ... เรื่องของข้อมูลได้พูดไปแล้วนะคะ ในเรื่องของความต้องการของประชาชนนะคะ ก็ได้นำเรียนไปแล้วว่าถ้าผู้สูงอายุนะคะ หรือคนพิการนี่ ได้รับ... ได้มีส่วนร่วมนะคะ ในการตัดสิน ในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการดำรงชีวิตน่ะนะคะ ที่เรียกว่า Smart Living เขาก็จะได้ Smart Cities ที่สอดคล้องกับความต้องการนะคะ ซึ่งจริง ๆ แล้วนี่ ในเรื่องของการที่จะอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุ หรือคนพิการ หรือคนทั้งมวลนี่ได้สามารถเข้าถึงบริการสาธารณะได้โดยไร้รอยต่อนี่ น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่อยากจะให้หน่วยงานนะคะ ท้องถิ่นหรือว่า รวมถึงกรุงเทพมหานครนี่ด้วยนะคะ ได้เห็นสำคัญเพราะว่าจากที่เห็นปัญหานะคะ การเคลื่อนที่หรือการเคลื่อนย้ายของประชาชนจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เพื่อไปใช้บริการสาธารณะ หรือไปในสถานที่ต่าง ๆ นี่ มันมีปัญหาอย่างที่ทางท่านคณะอนุกรรมาธิการได้เสนอภาพไปแล้วส่วนหนึ่งนะคะ ตรงนั้นนี่ คิดว่ามันมีประเด็นส่วนหนึ่งที่จะต้องกลับมาดู และก็คิดในเรื่องของการเข้าถึงบริการสาธารณะต่าง ๆ อย่างไร้รอยต่อให้มากขึ้นนะคะ ซึ่งอาจจะมองว่าเรื่องของถนนมันอาจจะไม่ใช่ประเด็นเดียว หรือประเด็นสำคัญที่สุด อาจจะมีเรื่องอื่น ๆ อีกนะคะ ที่ทำให้เกิดช่องว่าง ของการเข้าไม่ถึงบริการ หรือเข้าไม่ถึงสถานที่สาธารณะนะคะ อันนี้ก็อยากจะเน้น 3 จุดนะคะ ท่านที่คิดว่าน่าจะมีความสำคัญค่ะ ค่ะ ในเบื้องต้นขออนุญาตนำเสนอประมาณนี้ค่ะท่าน ขอบพระคุณค่ะ (ประธาน) ขอบคุณท่านรองอธิบดีมากเลยนะครับ จริง ๆ การพัฒนาทุกอย่าง ก็ควรจะเป็น People People Centrick อย่างที่ท่านพยายามนำเสนอนะครับ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้สูงอายุก็ดี ผู้พิการก็ดีนี่ และกลุ่มผู้เปราะบางต่าง ๆ ก็ดี ก็มักจะอยู่ขอบนอกในกระแสของการพัฒนาทุกชนิดทีนี้เนื่องจากว่าเศรษฐกิจมันมีแนวโน้มว่าสังคมเมืองนี่ มันจะโตขึ้นมากนะ อันนั้นเราจึงใช้เรื่องการพัฒนาเมืองนี่ล่ะครับ เป็นต้นแบบในการผลักดัน การพัฒนาที่ครอบคลุมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังนะครับ เชิญท่านผู้แทนจากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการครับ เชิญครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) สวัสดีค่ะ ท่านประธานค่ะ แล้วก็ท่านอนุกรรมการ ดิฉันนะคะ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนะคะ ในส่วนประเด็นของ หารือ ในทั้ง 4 ข้อนี้ พร้อมรับแล้วก็ หรือว่าทำงานร่วมกันของเครือข่ายนะคะ ก็ทาง พก. ก็ยินดีที่จะสนับสนุนนะคะ โดยตามหลักนะคะ พก. ก็จะกรมที่จะดูแลในเรื่อง ที่จะส่งเสริมให้คนพิการนี่ เข้าถึงในเรื่องของสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการที่จะส่งเสริมให้คนพิการทุกประเภทความพิการนะคะ ที่จะเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะนะคะ ซึ่งอันนี้ก็กำหนดไว้ในแห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการปี 2556 นะคะ และที่แก้ไขเพิ่มเติมนะคะ ซึ่งในการขับเคลื่อนการดำเนินงานที่ผ่านมานะคะ ทางกรม พก. นี่ ใช้กลไกในเรื่องของคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และจะมีหน่วยงานนะคะ ระดับกระทรวงที่เกี่ยวข้องนะคะ เข้ามามีส่วนร่วมในการกรรมการกำหนดนโยบายต่าง ๆ ด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนะคะ นอกจากนั้นยังมีกลไกในของผ่านคณะอนุกรรมการส่งเสริมการจัดสภาพแวดล้อม และระบบการส่งเสริมการขนส่งสาธารณะเพื่อการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า อันนี้ก็จะเป็นคณะอนุกรรมการที่แต่งตั้งโดยบอร์ดชาติ ก็จะเป็นคณะอนุกรรมการที่ดูแลในเรื่องของการจัด เรื่องของการส่งเสริมการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกนะคะ นอกจากนั้น พก. นี่ ก็ยังมีเรื่องของแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ฉบับที่ 5 นะคะ ก็จะมียุทธศาสตร์ที่ 4 ที่พูดถึงเรื่องการสร้างสภาพแวดล้อมแ ละบริการสาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงได้ และใช้ประโยชน์ได้นะคะ อันนี้ก็จะเป็นแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ที่ดูแลในเรื่องการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในยุทธศาสตร์ที่ 4 เพื่อให้คนพิการนี่ เข้าถึงแล้วก็ใช้ประโยชน์ได้นะคะ ซึ่งจะมีการคล้องกันในเรื่องของการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDG นะคะ ดังนั้นในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดสภาพแวดล้อมและบริการที่ทุกคนเข้าถึงได้ และใช้ประโยชน์แบบถ้วนหน้านะคะ ก็ในปี 2563-2565 นี่ พก. ได้ร่วมกับเครือข่าย ก็ได้เข้าร่วมกับองค์กรต่าง ๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรคนพิการ มีโครงการที่สำคัญ ๆ ทีเ่ห็นโดยชัดเจนแล้วก็เป็นประโยชน์ต่อคนพิการ และก็คนทั้งมวลนะคะ จะยกตัวอย่างนะคะ เช่น โครงการฐานข้อมูลและช่องทางสิ่งอำนวยความสะดวกนะคะ ตามแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกรายนะคะ โดยการใช้ IT เข้ามาเกี่ยวข้องกันโดยผ่านการแฟลตฟอร์มนะคะ การขึ้นทะเบียนสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ และผู้สูงอายุนะคะ โดยผ่าน Line Chat Bot นะคะ ซึ่งผ่านในกิจกรรมเมืองใจดีเที่ยวทุกวัย ภายใต้แนวคิดเจอแจ้งแจ่มแจ๋วนะคะ ที่เอื้อสำหรับ คนทุกวัยคนทุกมวลนะคะ ที่เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อันนี้เราก็สามารถที่จะมีสถานที่ที่อำนวยความสะดวกถึง 5,000 รายการนะคะ ทั่วประเทศนะคะ อันที่ 2 ก็จะเป็นโครงการมอบป้ายสัญลักษณ์นะคะ สถานที่ ที่เป็นมิตรสำหรับคนพิการ และคนทุกคนนะคะ ที่เข้าถึงเรื่องทำเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกนะคะ โดยมีเป้าหมายดำเนินการใน 77 จังหวัดนะคะ 5,000 แห่ง ซึ่งเราก็ดำเนินการใน 77 จังหวัด แต่ก็สามารถที่จะมอบป้ายสัญลักษณ์ที่เป็นมิตรสำหรับคนที่เป็นคนพิการ และทุกคนนะคะ ได้ 1,326 แห่ง อันนี้เราก็กำลังดำเนินการจะเพิ่มขยายให้มันมีจำนวนมากขึ้น โครงการที่ 3 คือการจัดระดับสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ หรือการจัด Ranking นะคะ ที่จัดให้หน่วยงานสถานที่ที่จัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการนะคะ 7 ประเภทความพิการที่ทำครบนะคะ มีการยกระดับเป็นระดับต่าง ๆ ถึง 7 ระดับนะคะ แล้วก็สถานที่ 71 ประเภทนะคะ ยกตัวอย่างเช่น สถานีบริการน้ำมัน หน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชนนะคะ สวนสาธารณะ สถานที่ท่องเที่ยว ขนส่งสาธารณะ ศาสนสถานที่ท่องเที่ยวอันนี้ตัวอย่างนะคะ สถานบันการศึกษา โรงแรม สรรพสินค้า โรงแรมสถานที่เราก็ทำ สามารถที่จะจัดลำดับ จัดได้ประมาณนะคะ 729 แห่ง อันนี้ก็ทำได้เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นสถานที่ที่เอื้อสำหรับคนพิการ และคนทั้งมวลนะคะ ที่จะเข้าไปใช้สถานที่เหล่านี้นะคะ อันที่ 4 คือการสำรวจการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานสำหรับคนพิการในท่าอากาศยาน ก็สำรวจอยู่เพื่อให้ท่าอากาศยานทุกที่มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อสำหรับคนพิการและคนทั้งมวล ก็จะเห็นว่าผลงานนี้นะคะ เป็นระบบเครือข่ายนะคะ ให้เกิดความร่วมมือกันดังนั้น 4 ประเด็นที่ทางท่านเสนอมานี่ ก็ พก. ก็ยินดีที่จะทำงานร่วมกันกับเครือข่าย โดยเฉพาะมหาดไทยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ (ประธาน) ก็คงเป็นทั้งมหาดไทย คมนาคม ทั้ง DES แล้วก็หน่วยงานอื่นด้วยนะครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ค่ะ ทุกเครือข่ายค่ะ ท่านค่ะ (ประธาน) ขอบคุณครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านมี Data ด้านคนพิการนี่ ก็น่าจะต้องให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาเมืองนะครับ ตอนนี้ก็ถึงคิวของสมาคมทั้ง 3 สมาคมเลยนะครับ ไม่ทราบว่าสมาคมไหนจะเริ่มก่อนนะครับ ที่เกี่ยวกับ อบท. ทั้งหมดเลย เชิญครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ เรียนท่านประธาน และคณะอนุกรรมาธิการนะครับ ผมสุภสรรค์ หนูสวัสดิ์ รองสมาคมสันนิบาตแห่งประเทศไทย ครับ สวัสดีครับ จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ใช้เรื่องใหม่ นะครับ เป็นเรื่องที่ได้มีการวางรากฐาน ถ้าผมจำไม่ผิดนี่ ตั้งแต่ผมเป็นนายกเทศมนตรีอยู่ 10 เมื่อประมาณกว่าปีที่แล้ว ก็เป็นการเริ่มวางในเรื่องของการที่จะต้องดูแลอย่างครอบคลุมนะครับ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยนะครับ และก็กรม สภ. ซึ่งเราได้ดำเนินการร่วมกันในเรื่องนี้อยู่แล้ว พร้อมทั้งกระทรวง ทบวง กรมทั้งหลายที่มีส่วนเกี่ยวข้องตามที่หน่วยงานได้รายงานต่อท่านประธานไปแล้วเบื้องต้นนี่ ในส่วนของมหาดไทยนี่ ทั้ง กพ. เอง ทั้งกรมโยธาธิการและผังเมือง ทั้ง สถ. อันนี้ยังรวมไปถึงสมาคมของเอกชน เช่น สมาคมเกี่ยวกับเรื่องสถาปนิกนะครับ เพราะมันเกี่ยวกับเรื่องสถาปนิกที่ทางกระทรวงไปเเทศบาลแห่งประเทศไทยนี่ โดยเฉพาะเทศบาล ถ้าเราจะเห็นได้ว่ามาสู่ยุคนี้เป็นยุคดิจิทัลแล้วนะ ในเรื่องของการที่เราทำเรื่อง Smart Cities เมืองอัจฉริยะ ทั้งหลายนี้ เข้าไปเกี่ยวโยงหมดเลย เพราะฉะนั้นนี่ สมาชิกวุฒิสมาชิกได้อันนี้ ก็เท่ากับว่าเป็นการกระตุ้น แล้วก็ดูเสียว่ามันไปได้ถึงไหนนะครับ อันนี้อย่างท้องถิ่นเรานี่นะครับ หลังจากที่ได้มีการเริ่มต้นแล้ว ณ บัดนั้นที่ผมได้นำเรียนเบื้องต้นนี่ เราก็เข้ามาสู่กระบวนการในเรื่องการที่จะมาดูเรื่องของแบบก่อสร้าง โดยเฉพาะอาคารสาธารณะทั้งหลายนะครับ จะต้องมีสิ่งเหล่านี้พ่วงเข้าไป เพราะว่าสิ่งที่ก็คือว่าผู้มาใช้บริการอาคารสาธารณะก็ดีสวนสาธารณะก็ดี ถนนหนทางก็ดีนะครับ เราก็เริ่มทำ ท่านเคยได้ยินไหมครับ ที่ว่าเราเคยทำทางลาดนะครับ ทางลาดที่จะต้องใช้วีลแชร์นะ แล้วก็เคยมีเรื่องตลก ๆ ขึ้นมา ว่าทำทาางลาดนี่ จริง ๆ แล้วมันก็ลาดไม่เกินสัก 30 องศานะ ถึงจะได้ลาดขึ้นไปได้นะ แต่บางที่มีข้อจำกัดแล้วก็อาจจะมีความเข้าใจผิดว่า เมื่อก็ต้องทำน่ะนะ ลาดเกือบเลย 45 องศาเลยน่ะ เคยได้ยินใช่ไหม เรื่องนี้ นั่นน่ะ เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า ท้องถิ่นเรานี่ก็พยายาม แต่บางทีความเข้าใจ หรืออะไรทั้งหลายนี่ ก็ต้องเรียนต่อท่านประธานว่า สำหรับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นอาจจะท้ง อบต.อบจ ด้วยในเรื่องของอาคารสาธารณะ ในเรื่องของการจะจัดสิ่งเหล่านี้ ไปดำเนินการที่จะต้องให้ได้รับการบริการจากพี่น้องประชาชน และโดยเฉพาะคนพิการ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเหล่านี้เท่านั้นนะครับ คนพิการมีหลายรูปแบบนะ มีหลายประเภทประเภท พิการทางสายตานะครับ พิการทางหู หรือพิการทางร่างกาย อวัยวะอะไรทั้งหลายนี่นะครับ ก็เป็นสิ่งที่จะต้องมาขับเคลื่อนร่วมกันนะครับ หน่วยงานที่จะเป็นผู้ดูแลในเรื่องของสวัสดิการ หรือ พม. น่ะ พม. ตอนเป็นนายกก็เป็นกรรมการระดับจังหวัดอยู่ พม. ที่จะต้องดูแล พิจารณากองทุนบ้างอะไรบ้าง ส่วนสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วนะครับ แต่ว่าสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือยัง ผมอยากจะเรียนว่ายังไม่ทั้งหมด เพราะมันอยู่ในบริบทที่เมืองเหล่านั้น จะเป็นเมืองหลัก เมืองรอง หรือยังจะมีสภาพเป็นชนบทอยู่ อย่างมากอยู่นี่นะครับ อันนี้ก็ต้องขอเรียนว่าต้องยืนยันว่าเราเองที่เป็นเมืองหลักนะครับ ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวนะครับ ที่เป็นเมืองท่องเที่ยว ผู้บริหารท้องถิ่นทั้งหลายนี่ก็ตระหนักในเรื่องนี้ แล้วในขณะเดียวกันนี่ เทศบาลเองนี่ หรือองค์กรท้องถิ่นเองนี่ ก็มีการเข้าสู่กระบวนการเข้าสู่ท้องถิ่น ที่เป็นเขาเรียกว่าเมืองที่จะทำให้เป็น Good Practice หรือเมืองตัวอย่างที่ดี ส่งเข้าประกวด สิ่งเหล่านี้เป็น... เขาเรียกว่าเป็นตัวชี้วัดครับ เป็นตัวชี้วัดในการที่จะผ่านเกณฑ์หรือไม่ ในการที่จะอะไรหรือไม่ อันนี้ที่จะเป็นองค์ประกอบที่ไปกระตุ้นให้แต่ละเมืองนั้นนี่ พยายามที่จะจัดสิ่งเหล่านี้เข้าไปให้ครบถ้วนสมบูรณ์นะครับ เพราะฉะนั้นนี่ กระทรวงมหาดไทย กรม สถ. เราก็พยายามที่จะผลักดัน พยายามที่จะให้เกิดสิ่งเหล่านี้ให้มันครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะฉะนั้น เราไม่ได้ทำโดยเพียงลำพังนะครับ มีหน่วยงาน กระทรวง ถบวง กรมที่เกี่ยวข้องต้อง ที่จะต้องทำให้มันเป็นสากลไง เพราะว่านักท่องเที่ยวเรามาจากต่างประเทศไง นักท่องเที่ยวเรามาจากต่างประเทศเราก็จะเห็นว่าพัฒนาทุกส่วนนะ เห็นไหมว่ารถเมล์เห็นไหมจะมีสะพาน สไลด์ อะไรต่ออะไรเข้ามานี่ อันนี้ก็ขอเรียนท่านประธานเบื้องต้นว่าเทศบาล โดยเฉพาะส่วนท้องถิ่นนี่ตระหนักแล้วก็พยายามที่จะให้เข้าสู่เป้าหมายที่สมบูรณ์ เพื่อเป็นการบริการพี่น้องประชาชนที่เป็นคนของเราเอง และทั้งเป็นนักท่องเที่ยวด้วยครับ เบื้องต้นก็ขอรายงานท่านประธานแค่นี้ก่อนครับ (ประธาน) ครับ ขอบคุณท่านมากครับ ท่านเลขาธิการก็ท่านได้เล่าวิวัฒนาการตั้งแต่ท่านยังดำรงตำแหน่งนะครับ นายกเทศมนตรีก็ถือว่าท่านมีประสบการณ์ตรงนะครับ เพียงแต่ว่าขณะนี้นี่ แนวโน้มที่เราพยายามจะส่งเสริมให้มองภาพรวมนี่ มันสูงขึ้น เพราะว่าถ้ามองภาพเฉพาะเจาะจงนี่ ทำเท่าไรก็ไม่เคยคุ้มทุนนะครับ เมื่อมันไม่คุ้มทุนนี่ ผู้บริหารมักจะมีข้อคำถามอยู่เรื่อยว่า มันตอบโจทย์ประชาชนกี่คนนะครับ แต่ถ้าเรามองในแง่ของความสะดวกในภาพรวม ที่ผนวกรวมหรือครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเหล่านี้เข้าไปด้วยนี่ ทำเท่าไรก็คุ้มนะครับ เพราะเงินทองก็ไหลมาเทมา นักท่องเที่ยวก็มีความสะดวกปลอดภัย ประชาชนในพื้นที่ก็มีความสุขด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ จะมีผู้แทนสมาคมอีก 2 สมาคมเชิญครับ ท่าน (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ขออนุญาตนะครับ เรียนท่านประธานอนุกรรมการ กรรมาธิการนะครับ ผมชาตรี สีสรรค์ เป็นหัวหน้าสมาคมบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทยนะครับ แต่ได้รับจากท่านองค์การบริหารส่วนจังหวัดประเทศไทย เข้าร่วมประชุมในวันนี้นะครับ ทางสมาคมบริการส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทยนี่ ได้เห็นความส่งเสริมของการบริหารจัดหารเมืองอัจฉริยะน่าอยู่และไม่ทิ้งใครนะครับ เป็นอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าทางแต่เดิมมาผมก็เคยอยู่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนะครับ เป็นปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่จังหวัดนนทบุรีนะครับ ก็ได้ดำเนินการในเรื่องนี้ มาบางส่วนแล้วเกี่ยวกับเรื่องตัวอาคาร นะครับ ทำทางทำทางลาด ทางชัน ห้องน้ำผู้พิการอะไรนี่ เราก็ได้ดำเนินการมา แต่ในส่วนของเราเขยิบออกมาในซีกของถนน ถนนหนทางทางเท้าอะไรต่าง ๆ นี่ ผมคิดว่าขยายออกมาก็ดีเป็นอย่างยิ่งนะครับ ก็ยินดีที่จะให้การสนับสนุน แต่ส่วนที่จะให้การสนับสนุนได้เพียงใดนี่นะ ก็จะต้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะทำในเรื่องของภูมิสถาปัตย์ Universal Design นี่นะครับ ก็ต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และโดยอย่างยิ่งกระทรวงมหาดไทยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนี่ จะต้องส่งเสริมท้องถิ่นในการ ที่จะปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องนะครับ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นฝ่ายควบคุม ฝ่ายตรวจสอบนี่ ดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเต็มที่นะครับ ตอนนี้ ในเมื่อมาพูดวันนี้แล้วนี่ ผมก็อยากจะพูดเลยไ ปให้อีกนิดหนึ่งเลยนะครับ ว่าคือในการปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องคนพิการนี่ คนพิการก็มีอยู่หลายประเภทนะครับ เพราะว่ามีคนพิการนี่ ที่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องในการเห็น การได้ยิน ในการสื่อสารในเรื่องของจิต อารมณ์ พฤติกรรม ปัญญานะครับ มีออร์ทิสติก คนใบ้อะไรนี่ เยอะแยะไปหมดนะครับ เราก็ต้องให้ความสำคัญกับคนพิการหลาย ๆ ด้าน ซึ่งในส่วนของผมเองนี่ ผมก็ยึดถือในแนวทางเรื่องของพระราชบัญญัติส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนพิการปีพุทธศักราช 2550 นะครับ เพราะว่าเป็นแนวทางที่ออกมาโดยกระทรวง พม. นะครับ ซึ่งทางกรมส่งเสริมผู้พัฒนาชีวิตนี่ ก็เป็น Regulator ตามพระราชบัญญัตินี้นะครับ คือผมมีข้อสังเกตอยู่นิดหนึ่งนะครับ อย่างเช่น สมัยที่ผมเป็นปลัดอบจ" นนทบุรี ผมก็สนใจในเรื่องของรถวีลแชร์รถอะไรนี่นะครับ บางทีนี่เราไปประสานงานกับทาง พมจ. นะครับ ทาง พมจ. ก็บอกว่ารถวีลแชร์นี่ไม่ได้อยู่ในการดูแลของกรมส่งเสริมแลและส่งเสริมคนพิการนะครับ เพราะว่าเขาไปอยู่กับกรมอนามัย กรมสาธารณสุขนะครับ เพราะตอนเราจะทำเรื่องรถวีลแชร์ขึ้นมานี่ เราก็ทำไปด้วยความยากลำบากเลยเพราะว่าทาง สตง. ก็บอกว่า ต้องได้รับการถ่ายโอนภารกิจมาจากหน่วยงานต้นสังกัดก่อน หาหน่วยงานเจ้าภาพไม่เจอเลยนะครับ อันนี้นะครับ ซึ่งส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นหน้าที่ผมว่านะเป็นหน้าที่ของ กรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ น่าจะ Revice พ.ร.บ. คุณภาพชีวิตคนพิการนี่ ภารกิจงานอะไรต่าง ๆ นี่เราควรทำอย่างไร อาจจะมีการทำ MOU หรืออะไรสักอย่าง เพราะปัจจุบันนี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวีลแชร์นี่ เขาพัฒนาได้มากกว่าวีลแชร์แล้ว ก็คือมีหัวลากเข็น รถวีลแชร์คนพิการนี่ สามารถใส่ไฟฟ้านะครับ ให้คนพิการไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้นนะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่กรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการนี่ น่าจะดูแลให้ลึกไปกว่านี้ เพราะท้องถิ่นนี่เขาอยากจะทำงานช่วยเหลือประชาชน เราให้ความสะดวกในเรื่องของการทำอารยสถาปัต อารยสถาปัต ภูมิสถาปัตนี่นะครับ คนพิการนี่ ไปไหนมาไหนไม่สะดวกนี่ ก็มีความลำบากเช่น นะครับ ผมยกตัวอย่างอีกอันหนึ่งก็ได้ครับ คนพิการทางสายตาครับ ซึ่งน้องที่เป็นไอดอลที่ดังมาก ๆ นะครับ ก็คือน้องทราย ที่มีหมาลูเธอร์ ดังเมื่อประมาณ 3-4 ปีก่อนนี่นะครับ อันนี้บรรจุอยู่ใน พ.ร.บ. ส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ ตั้งแต่ปี 2550 ว่าน้องทรายนี่ มาเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ไม่สามารถขึ้นบนรถไฟฟ้าได้ นะครับ น้องทรายก็ต้องมีความดิ้นรนนะครับ ในการที่จะช่วยเหลือตัวเองนะครับ ที่จะอย่างไรถึงจะสามารถที่จะขึ้นรถไฟฟ้าได้ เขาดิ้นรนจนถึงที่สุด แล้วท้ายที่สุดนี่ แม้กระทั่ง Central ได้ให้อนุญาตให้น้องทราย ลูเธอร์ สามารถเข้าไปได้เป็นไปได้นี่ พ.ร.บ. นี่ออกมาตั้งแต่ปี 2550 แล้วหน่วยงานที่เป็น Regulator นี่ ต้องทำอย่างไรถึงจะทำให้คนพิการทางสายตานี่ เข้าไปในส่วนที่ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ หรือตามห้างสรรพสินค้าค้าต่าง ๆ นี่ เข้าไปได้แล้วนี่ ก็คือเป็นไปได้ไหม ทางสุนัขตำรวจ สุนัขทหารอะไรนี่ ที่เขามีหน่วยงานนี่นะครับ ประสานงานเข้าไปว่าจะมีการสอนได้ไหม สอนแล้วทางกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนี่ ก็ออกใบอนุญาตอะไรต่าง ๆ นี่ หรือไม่ก็ให้ท้องถิ่นนี่เข้าไปดำเนินการได้เพียงไรนี่ อันนี้ก็จะเป็นประโยชน์นะครับ กับคนพิการในทุก ๆ ด้านนี้เลย ผมยังไม่ได้พูดถึงคนพิการประเภทอื่นอีกนะ เพราะว่าจะยืดยาวมากเลย ถ้าเป็นไปได้นี่ ทางวุฒิสภานะครับ หรือ พม. หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องนี่...หรือจะ...เราทำตาม..แล้ว... (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) เสียหายไปค่ะ ขออนุญาตกดไมค์ใหม่นะคะ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ก็ที่ผมพูดมานี่ ก็อยากจะให้มันเลยออกไปนิดหนึ่งนะครับ ว่าคนพิการนี่ มีหลายประเภท มีหลายมิติที่เราต้องช่วยเหลือนะครับ ในเมื่อเรามี พ.ร.บ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการออกมาแล้วนี่ เราก็ควรที่จะใชประโยนช์ได้ในทุก ๆ ด้านนะครับ (ประธาน) ขอบคุณครับ เผอิญเราสโคปหัวข้อในวันนี้นี่เป็นเรื่องของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่เพื่อคนทั้งมวล คนพิการก็เป็นเพียงกลุ่มประชากรกลุ่มหนึ่งที่จะอยู่ในระบบนิวเวศน์ดังกล่าวนะครับ ส่วนกรมการกิจกรรมเฉพาะเจาะจงเรื่องคนพิการนี่ เราก็มีการพูดคุยกันอยู่ตลอดอยู่แล้วนะครับ ก็คงจะโฟกัสในเรื่องของการมองทั้งระบบนิเวศน์นะครับ ของเมืองนะครับ ว่าจะทำอย่างไรให้คนพิการนี่เป็นส่วนหนึ่งนะครับ ส่วนสำคัญเท่านั้นเองนะครับ แล้วจริง ๆ วันนี้เราก็ไม่ได้ตั้งหัวข้อเป็นการพัฒนาเมืองเพื่อคนพิการด้วยซ้ำไปนะครับ ก็ขอบคุณท่านมากนะครับ ที่ท่านได้แสดงความห่วงใยในประเด็นเหล่านี้ มันเป็นเรื่องยากนะครับ มันเป็นเรื่องยากที่เราจะหลุดออกจากกรอบเรื่องเฉพาะเจาะจง แต่เราก็ใช้ความพยายามนะครับ เพราะเรามองว่าการพัฒนากระแสหลักที่ครอบคลุมถึงประชาชนทุกกลุ่มนี่ล่ะ มันเป็นคำตอบที่ทั้งคุ้มค่าคุ้มราคา และก็มองสังคมในระยะยาว ในขณะที่การกำหนดแผนงานกิจกรรมโครงการเฉพาะเจาะจงไปในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนี่ มันก็... ในอนาคต ก็จะเป็นตัวเสริมมากกว่าตัวหลักนะครับ เพราะเหตุว่างบประมาณก็ดี บุคลากรก็ดี หรือแม้กระทั่งความเป็นจริงในชีวิตก็ดีนี่ คนไม่สามารถที่จะเอาคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากระจุกอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง คนเหล่านี้ก็อยู่ปะปนอยู่ในชุมชนนะครับ ถ้าชุมชนดี ระบบนิเวศน์ดีนะครับ คนเหล่านี้ก็อยู่อย่างมีความสุขนะครับ ถ้าชุมชนไม่ต้อนรับขับสู้ ต่อให้ไปสร้างหมู่บ้านพิเศษนะครับ ก็จะไม่ต่างอะไรกับ OASIS กลางทะเลทรายนะครับ ครับ ก็ขอบคุณนะครับ ขอบคุณท่านมากนะครับ เชิญท่านผู้แทนจากสมาคม อบต. เชิญครับ(ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ ๆ เชิญท่านประธานครับผม ผู้อำนวยการสำนักสมาคม อบต. แห่งประเทศไทยครับ จริง ๆ ก็จากที่ฟังมาก็เห็นด้วยกับหลักการทุกอย่างนะครับ โดยเฉพาะอย่างเช่นที่ทางเทศบาลได้นำเสนอไป เราในส่วนของเทศบาลกับของอบต. กับเทศบาลก็คงไม่ต่างกัน ในส่วนของ อบต. อาจจะมีในพื้นที่จำนวนมากถึง 5,000 กว่าแห่งนี่ ก็อาจจะมีส่วนพื้นที่ชนบท แต่ในส่วนของชุมชนเมืองนี่นะครับ เราเองก็พยายามที่จะอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นของผู้พิการหรือว่าประชาชนทั่วไปนี่นะครับ เพื่อให้มีความทันสมัยมากขึ้น เราก็ได้นำในส่วนของเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อที่จะเอามาใช้สำหรับในชุมชนบริการในส่วนของบริการสาธารณะนะครับ ก็เห็นด้วยทุกประการ และก็ยินดีที่จะสนับสนุนในภารกิจต่าง ๆ ครับ ท่านครับ (ประธาน) เสียงหลุดไปนะครับท่าน (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) สรุปเลยไหมครับ พอดีอยู่ในรถ ในส่วนขององค์... สมาคม อบต.นะครับ เราเองก็เห็นด้วยทุกอย่างนะครับ ที่ตั้งแต่ประชุมมานะครับ โดยเฉพาะเทศบาลกับอ.บ.ต อาจจะมีพื้นที่ที่ใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะขององค์กรบริหารส่วนตำบลนี่ ก็มีมากถึง 5,000 กว่าแห่ง แล้วก็ไอ้อีกส่วนใหญ่ก็จะเป็นในส่วนของพื้นที่ชนบทนะครับ แต่เราเองนี่เป็นสมาคมนี่ครับ เวลาเราประชุมใหญ่กันนี่ เราก็จะมีการหยิบยกในเรื่องของประเด็นในเรื่องของเมืองอัจฉริยะนี่ ซึ่งตอนนี้มันก็เป็นนโยบายแล้วก็เป็น Trend ของโลกด้วยนะครับ ก็ยินดีที่จะดำเนินการและร่วมกันทุกภาคส่วนครับ ของสมาคมและ อบต. ทั่วประเทศครับ (ประธาน) ครับ ขอบคุณครับ ก็ผ่านไปนะครับ ทั้ง 3 สมาคมของท้องถิ่นนะครับ ก็มีทั้งประสบการณ์ มีทั้งมุมมอง มีทั้งความตั้งใจ ก็ขอบคุณทุกท่านด้วยนะครับ มีท่านผู้แทนจาก สสส. นะครับ ซึ่งก็สนใจโครงการสนับสนุนโครงการการพัฒนาในลักษณะนี้นะครับ ท่านก็อาจจะมี Insight ที่จะมาแบ่งปันเชิญเลยครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ขอบคุณท่านประธานครับ นายแพทย์อนุชา ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นกรรมการกำกับแผนซึ่งที่จะดูแลในเรื่องของ Universal Design นะครับ มี 3 ประเด็นครับ ที่จะเสริม ประเด็นที่ 1 คือ กรณีที่จะเสริมแผนบูรณาการกันนี่ แล้วผมสนับสนุนให้ สสส. เป็น 1 ในองค์กรที่จะเข้าไปร่วมในกิจกรรมนี้นะครับ เพราะกลไลของการหนุนเสริมของ สสส. นี่ ได้มีการใส่ใจเรื่องนี้ แล้วเป็นเรื่องใหญ่ที่ สสส. ร้อนใจมาโดยตลอด ด้วยสัมพันธ์กับ 2 ประเด็นถัดไปครับ ประเด็นที่ 2 ในเรื่องของการทำ Inclusive Cities นี่ อยากให้การสนับสนุนนั้น ไม่ได้เกินกว่าคนพิการนะครับ ความหมาย คือ คนที่ลำบากในการที่จะไม่ทิ้งใครไปข้างหลังนี่ ตีความไปถึงผู้สูงอายุ แล้วก็อย่างยิ่งนะครับ ผมเป็นหมอกระดูกนี่นะครับ คนไข้หลังผ่าตัดทั้งหลายนี่นะครับ ต้องการในระยะของการฟื้นตัวนี่ ต้องการการดูแล การเคลื่อนไหวหรือการเดินทางที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังเหมือนกัน เราสามารถดึงเอาเรื่องเหล่านี้ไปอยู่ในเรื่องเดียวกันได้ Inclusive Cities กว้างขวางขึ้นครับ ประเด็นที่ 3 ของ Universal Design ซึ่งหมายถึง Smart Cities นั้นนะครับ ถ้าได้มีการมองเชื่อมโยงไปถึง Smart cities นั่นนะครับ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึง Smart Cities Smart Citieesมี 6 Smart 1 ใน 6 Smart ก็คือ Safty City นะครับ เรื่องนี้เรื่องใหญ่ไม่ว่าจะเป็นคนพิการ ผู้สูงอายุ หรือคนที่เดินทางยากลำบากนี่นะครับ บางจังหวะ แม้แต่ลงจากทางฟุตพาทนี่นะครับ เพื่อแค่จะอ้อมผ่านสี่แยก แต่ไม่ได้เตรียมการให้ผู้ที่ลำบากเหล่านั้นไปได้สะดวกนะครับ เขาเดินมาอ้อมที่ถนนก็เกิดปรากฏการณ์ เกิดรถชนสามารถยึดเอา Universal Design เข้าไปใน Smart Cities ในลักษณะของ Safety ได้ด้วยครับ ขอบคุณครับ (ประธาน) ขอบคุณคุณหมอมากนะครับ อันนี้ก็เป็นความตั้งใจของคณะอนุกรรมการอยู่แล้วครับ ว่าเราที่จะนำเอาคำว่า Inclution หรือว่า Inclusive นี่ไปไกลกว่าความพิการนะครับ คนพิการก็เป็นเพียงหนึ่งกลุ่มเป้าหมายภายใต้คำว่า "inclusive" อยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ได้ Focus เฉพาะคนพิการในวันนี้นะครับ เราถึงมองว่าการพัฒาเมืองที่ว่านี่ ไม่ว่าจะมี Smart หรือไม่มี Smart ก็ตาม ซึ่งผมว่าตอนนี้ทุกคนก็อยากจะ Smart หมดมันจะต้อง Inclusive มันจะต้องครอบคลุมคนทุกกลุ่ม คนพิการหรือผู้สูงวัยอาจจะเป็น Indecator ที่ดีนะครับ ของ inclusion นะครับ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของ Inclustion อย่างแน่นอน นะครับ หลายท่านอาจจะเป็นห่วงเป็นใยก็ต้องขอบคุณนะครับที่ท่านคิดถึงคนพิการ แต่ว่าเราอยากจะให้คนพิการเป็นเพียงหนึ่งในตัวชี้วัด อาจจะเป็นตัวชี้วัดขั้น Extream นะครับ แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดเราไม่อยากจะให้หยุดอยู่แค่การพัฒนาเมืองเพื่อคนพิการนะครับ มันจะแคบ แล้วก็ทำอย่างไรก็ไม่มีทางคุ้มครับ แต่ถ้าทำแบบนั้นนะครับ เพื่อทุกคนนี่ โดยมีคนพิการเป็นส่วนหนึ่งที่แยกไม่ออกนี่ อันนี้ทำเท่าไรก็คุ้มครับ นะครับ ขอบคุณมากครับ คุณหมอครับ อาจารย์ซึ่งอยู่กับเราอยู่แล้วนะครับ เชิญอาจารย์ได้เลยครับ(ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) กราบสวัสดีท่านประธารมลเฑียลนะครับ แล้วก็ที่ประชุมทางออนไลน์นะครับ ผมญัฐพงศ์ นพเกศ ครับ จาก NIDA จากนะครับ ต้องกราบขอบพระคุณอย่างสูงนะครับ ที่ให้โอกาสนี้ซึ่งเป็นโอกาสที่สำคัญมากนะครับ ในมุมมองของผมนะครับ ผมคิดว่าประเทศที่เจริญแล้วนี่ คือประเทศที่มีนโยบายการลงทุน และการกำกับดูแลภาคเอกชน ให้พัฒนาอย่างครอบคลุมคนทุกคนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมตามหลักสิทธิมนุษยชนนะครับ ไม่ใช่ประเทศที่ร่ำรวย หรือประเทศที่มีสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนเท่านั้นนะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่ 1 ที่ผมอยากจะพูดถึงนะครับ เรื่องที่ 2 จริง ๆ ต้องขออนุญาตท่านประธานทำให้ผมนึกถึงท่านวริยะ นามศิริพงษ์พันธ์ อย่างมากนะครับ ที่ให้ความท่านวิริยะอยู่กับเราออนไลน์อยู่ขณะนี้ครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ สวัสดีครับ เปิดเสียงดังไปหน่อย (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ ท่านเป็นท่านแรก ๆ เลยที่ผ่านเลยที่ผ่าน อาจารย์สุทิน นพเกศ ที่ทำให้ผมเข้าใจ ได้ผ่าน Insight ตรงนี้มากครับ ครับ ท่านกรุณาใช้คำว่า build in ซึ่งผมคิดว่าที่...(ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) เสียงหายไปเลยหรือ(เลขานุการ) ตอนนี้ได้ยินเสียงอยู่ค่ะ เดี๋ยวรอสักครู่นะคะ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ขอโทษที (ประธาน) เชิญอาจารย์ณัฐพงศ์ต่อเลยครับ ผมเผอิญผมรู้จักอาจารย์สุทิน เป็นอย่างดีเพราะว่าทำงานกับท่านตั้งแต่ปี 2540 ครับ รู้จักท่านดีครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ขอบพระคุณครับ คำนี้ก็ค่อนข้างสำคัญครับ กระผมก็ได้รับการปลูกฝังว่าอย่ามองนะครับใครคนใดคนหนึ่งเป็นการเฉพาะนะครับ อย่าคิดว่าคุณมาทำอะไรอย่างหนึ่งเพื่อผู้พิการนะครับ จริง ๆ แล้วคุณต้องทำเพื่อคนทุกคน แล้วก็พวกเราก็เป็นหนึ่งในนั้นอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้น อย่ามาสร้างอุปสรรคในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เป็นหลักการกลางที่สำคัญที่สุดนะครับ สำหรับเรื่อง inclusive smart cities คุณสว่างอย่างสูงนะครับ มันตรงกับที่ผมศึกษามาครึ่งชีวิตนะครับ Inclusive Smart Cities หรือเมืองอัจฉริยะที่ครอบคลุมคนทุกคนนะครับ อันนี้เป็นเป้าหมายหรือ what ที่เราคุยกันอยู่ ต่อมา why นะครับ ทำไมเราต้องมีสิ่งนี้สามารถเข้าถึงนะครับ ทั้งพื้นที่และข้อมูลนะครับ สาธารณะได้อย่างไร้รอยต่อ ทั่วถึงและเท่าเทียม ผมขออนุญาตย้ำเข้าถึงทั้งพื้นที่และ Space และ Digital World นะครับ ซึ่งโลก ณ ตอนนี้มันเกือบจะไม่มีอันไหนชนะอันไหน มันมีความสำคัญทั้ง physical Accessibility 2 อย่างนี้คือเส้นเลือดใหญ่คือ เส้นเลือดใหญ่ของเมือง ถ้า 2 อันนี้พิการเมืองก็พิการนะครับ ทั้งระบบ อันนี้คืออันนี้คือ why ทำไม inclusive smart citiies ที่ครอบคลุมทำไมถึงสำคัญ เพราะว่าคือเส้นเลือดใหญ่ของเมืองนะครับ อันที่ 3 นะครับ เรื่องของ How นะครับ อันนี้ทำอย่างไรทำให้เกิดเมืองต้นแบบหรือประเทศต้นแบบของประเทศนะครับ ประเด็นที่ 1 นี่เป็นประเด็นของ Policy Law and Regulation นโยบายและกฎระเบียบ อันนี้ผมว่าเป็นสิ่งที่ต้องขับเคลื่อนซึ่งวันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เรากำลังขับเคลื่อนนะครับ อันที่ 2 ก็คือเรื่องของการออกแบบก่อสร้างและบำรุงรักษานะครับ ซึ่งวันนี้มีหลายกระทรวงนะครับ หลายส่วนงานเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ปกติจะขาดกการทำแบบครบวงจร ขอให้คำว่า การออกแบบการก่อสร้างและการบำรุงรักษานะครับ Plan Build and maintenance นะครับ ซึ่งอันนี้ต้องครบลูปนะครับ นี่คือมิติที่ 2 ส่วนมิติที่ 3 นี่ เป็นเรื่องของการ monitoring and kknowledge sharing ะครับ หรือการกำกับติดตามผลลัพธ์และส่งต่อความรู้นะครับ เพื่อให้เกิดการครบลูปดังนั้น การพัฒนาเมืองต้นแบบต้องการ 3 เรื่องนะครับ 1. คือมิติของ polucy law Plan Build and Mantenance ก็คือการทำให้เกิดขึ้นจริง อันที่ 3 ก็คือการติดตามและก็ขยายผลแล้วก็ถอดองค์ความรู้เป็นความรู้เพื่อกระจายไปทั่วประเทศนะครับ ผมได้พูด 3 ประการแล้ว คือ what why แล้วก็ how นะครับ อันสุดท้ายว่าน่าจะสำคัญไม่แพ้กันก็คือ แล้วใครจะเป็นคนทำตัวนี้ขึ้นมานะครับ แล้วก็ Where ผมคิดว่า 1. นี่ ผมคิดว่าคณะอนุกรรมการชุดนี้เป็น center หลักที่สำคัญมากนะครับ อันนี้ที่ 2 นี่ ผมคิดว่าสมาคมที่เกี่ยวข้อง เอาเป็นสภาดีกว่านะครับ ก็จะมีสภาสถาปนิกแห่งประเทศไทย และสภาวิศวกร 2 สภานี้น่าจะเป็น player ที่สำคัญ รวมถึงอีกสภาหนึ่งแต่เขายังไม่ตั้งสภานะครับ เป็นเรื่องของการผังเมือง ก็กระจัดกระจายผังเมืองแต่ว่าสภาสถาปนิกนี่ก็สามารถที่จะ Include นะครับ สมาคมด้านวิชาชีพการออกแบบเข้ามาได้นะครับ อันนี้ผมคิดว่าวิชาชีพนี่สำคัญนะครับ อันที่ 2 ผมคิดว่าสามารถที่จะ include สภาสถาปนิกนี่ได้เลยนะครับ NIDA คงเป็นองค์ประกอบหนึ่งด้านการศึกษา ที่ร่วมในเชิงนโยบายได้ เรายังมีอีกส่วนของสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องในนโยบายได้นะครับ ที่ 3 นะครับ Player ที่ 3 คุณสว่างเองผมเองนี่เราก็พยายามประสานมือกันนะครับ และผมพยายามสร้างสิ่งที่เรียกว่า cities co-create platfromมี กลุ่ม ที่ทำในเรื่องของสวนสาธารณะมี Ableaction ซึ่งพัฒนาคลองลาดพร้าวนี่ แล้วก็ผมเอง ทีมของ NIDA บางปะกิ ซึ่งพัฒนาตัว skylink ซึ่งก็เป็นอีกอันหนึ่งที่แก้ปัญหา Inaccesible 3 จุดรวมกับเรือ 1 จุดนะครับ ซึ่งก็รวมกับก่อสร้างของกรุงเทพมหานครอยู่นะครับ คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปีนี้นะครับ อันสุดท้ายเป็นข้อเสนอ ซึ่งคุณสว่างอาจจะเรียนหารือในที่ประชุมนะครับ คือในเรื่องของ Bangkok Sandbox นะครับ Bangkok Sandbox จุดที่เราอาจจะไม่ได้หยุดที่ Bangkok หรือกรุงเทพฯเท่านั้นนะครับ กรุงเทพ ปริมณฑลเป็นหนึ่ง แล้วก็หัวเมืองใหญ่ ๆ นี่นะครับ อาจจะเลือกเป็นเครื่อข่ายก็ได้แต่ผมคิดว่าการยกระดับที่กรุงเทพฯ นี่ซึ่งเรามีเครือข่ายพอสมควร และมีการทำงานของการทำงานของกรุงเทพแล้ว อาจจะเป็น sandbox เริ่มต้นได้ดี ก็เลยอยากจะขอให้คุณสว่างเบื้องต้นได้ดี อาจจะให้คุณสว่างของกรุงเทพฯ เพิ่มเติมอีกสักนิดหนึ่งนะครับ (ประธาน) ครับ คุณสว่างจะเข้ามาแทรกตรงนี้เลย หรือว่าอาจารย์จะต่อครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ได้ครับ ขอบพระคุณครับ ผมคิดว่าผู้ว่าราชการฯ ชุดปัจจุบันนะครับ แล้วข้าราชการนี่ เริ่มเข้าใจการพัฒนาเมืองสูงนะครับ ผมคิดว่าอย่างนี้ครับ เร็ว ๆ นี้นะครับ มันมีการขับเคลื่อนสวน 15 นาที โดยการที่ไม่ออกแบบให้ หรือโดยไม่ระดมทุนภาคเอกชนมาทำให้เท่านั้น ใช้งบประมาณไม่มากนะครับ เข้าไปทำ training workshop ให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธานะครับ ได้แก่เจ้าหน้าที่ฝ่าย โยธาฯสิ่งแวดล้อมฝ่ายรักษานะครับ ก็คือฝ่ายที่ออกแบบฝ่ายที่จะต้องดูแลรักษาต้นไม้ของชุมชน ให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้นี่ ได้มีองค์ความรู้ในการจัดสวนขนาดเล็กนะครับ แล้วใช้สมาคมวิชาชีพนี่เป็น Center ในการดึงนักวิชาการและสถาปนิกอาสา จิตอาสา มาเป็น coaching ให้ไม่ได้ใช้ทุนเยอะ แต่ว่าเป็น Knowledge Sharing แล้วใช้การประกวดแบบนี่ 51 แบบนี่ แต่ว่าทำทีละโซน โซนหนึ่งนี่ อาจจะมี 6 เขต 7 เขต โซนใหญ่สุดอาจจะมี 10 เขตนะครับ กรุงเทพนี่แบ่งเป็น 6 โซน ไล่ทำไปอาจจะเป็น Zoneไปนะครับ จบแล้วนี่ก็แต่ละเจ้าหน้าที่นี่ก็จะไป Ice Breaking กันเอง คือ กรุงเทพฯคือต่างฝ่ายต่างทำแต่หน้าที่ตัวเองแต่ถ้ามีโจทย์เชิงฝ่าย เชิง area เป็นตัวต้น เป็นตัวกระตุกนี่ ทำให้เจ้าหน้าที่ ที่อยู่รวมกลุ่มกันนี่สามารถที่รวมกันและคิดแบบสวนละ 15 นาทีออกมานะครับ นอกจากแบบก็จะถอดเป็นงบประมาณจริงนะครับ ในงบประมาณจริงนี่ กรุงเทพมหานครจะเริ่มไปสู่การสร้างจริงนะครับ โดยความร่วมมือระหว่างสถาปนิกที่มาจากวงวิชาชีพนะครับ สถาปนิกที่เป็นเจ้าหน้าที่ของเขตเองนะครับ แล้วเริ่มดำเนินการอย่างนี้นะครับ ผลลัพธ์จะได้สวน 15 นาที สวนละ 1 เขตเป็นสวนต้นแบบซึ่งเกิดจากคนในของกรุงเทพมหานครเอง ตรงนี้ผมว่า Step ต่อไปนี่ถ้าเกิดว่าเรื่องของเพื่อเราจะพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ครอบคลุมคนทุกคน 1 เขต 1 ย่าน เราก็สามารถจะทำกระบวนการลักษณะนี้นะครับ โดยใช้วิชาชีพสถาปนิกผังเมือง สถาปนิกจราจรนะครับ เป็นโคชให้ แล้วก็เอาสำนักงานจราจรขนส่งนะครับ สำนักโยธาฯ สำนักสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่ หา Area ที่เหมาะสม และก็เริ่มออกแบบที่ในเชิงงบประมาณ ฝ่ายพัฒนาชุมชนก็สอบถามความต้องการของประชาชนโดยทั่วไป โดยดึงคนพิการทุกระบบนะครับ เข้าไปเป็น user เรียกว่าเราเป็นเจ้าของบ้านเราก็ให้ข้อมูลว่าเราต้องการอยากได้บ้านแบบไหนแล้วเจ้าหน้าที่เขตซึ่งมีหน้าที่ออกแบบและกำหนดงบประมาณ และท้ายที่สุดเขาต้องบำรุงรักษานี่ เขาก็ออกแบบเลยแล้วเราก็ coach นะครับ ตรงนี้จะทำให้เกิด sandbox คือพื้นที่ต้นแบบขึ้นมา 1 เขต ก็ 1 พื้นที่ เราอาจจะจำกัดพื้นที่แคบ พื้นที่ละ 1 ตารางกิโลเมตร ต้นแบบอย่างนี้ก็ได้นะครับ ฉะนั้นกล่าวโดยสรุปผมได้กล่าวไปทั้งหมด 4 ประเด็นนะครับสรุปนะครับ ผมขออนุญาตว่าผมสรุปไป 4 ประเด็นว่าเมืองอัจฉริยะคืออะไร นะครับ เมืองอัจฉริยะที่ครอบคลุมคนทุกคนนะครับ อันที่ 2 ทำไมเราต้องมี อันที่ 3 นี่ แล้วมันจะมีองค์ประกอบอะไรบ้าง อันที่ 4 ใครคือผู้ที่จะมาร่วมทำสิ่งนี้ขึ้นมา ส่วนสุดท้ายนี่นะครับ ก็คือพื้นที่ที่เราจะปฏิบัติการให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นก้าวแรกนี่ เกิดได้อย่างไรครับ ขออนุญาตขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ขอบคุณมากครับ จริง ๆ ข้อเสนอของอาจารย์ น่าสนใจอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าตอนที่คณะอนุกรรมาธิการเราพูดคุยกันนอกรอบก่อนหน้านี้นี่ เราก็คุยใน 2 มิติ ก็คือมิติของ inclusive smart cities แบบองค์รวมหมายถึง อาจจะกำหนด Target Area ขึ้นนะครับ หรือกำหนดเฉพาะ แล้วก็ทำ ทำนี่แหละครับ เมืองอัจฉริยะที่ครอบคุลมหรือรวมถึงคนทุกคนนี่ล่ะนะครับ อาจจะเอากรุงเทพฯ หรือเมืองบางเมืองในบางภูมิภาคเป็นต้นแบบอย่างที่อาจารย์ว่านี่แหละครับ เสร็จแล้วเราก็ไปมองออกแบบหนึ่ง ก็คือทำเฉพาะเรื่องแต่ว่าเป็นสัญลักษณ์ของการก้าวไปสู่เมืองอัจฉริยะ เพื่อคนทั้งมวลหรือครอบคลุมคนทุกกลุ่มนี่ มันก็เลยจะเป็น 2 Approve ที่ทำคู่กันอันหนึ่งก็มองภาพรวมทั้งหมดแต่กำหนดเป็นพื้นที่เฉพาะ อีกอันหนึ่งก็ทำมันทั้งประเทศนั่นล่ะ 77 จังหวัดคุณสว่างก็เลยไปคิดทางเท้ากว้าง ทางข้ามปลอดภัย จังหวัดละ 1 จุดนะครับ คือเป็นสัญลักษณ์ว่าต่อไปมั นจะมีเมืองที่น่าอยู่ที่ครอบคลุมที่น่าอยู่สำหรับทุกคนนี่ อยู่มีเป็นเชิงสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นในแต่ละจังหวัดนี่ ควรจะมีสัก 1 จุดนะครับ ก็คือทางเท้ากว้าง ทางข้ามปลอดภัยนี่ จังหวัดละ 1 จุด ส่วนพัฒนาในทุกมิติ ก็ต้องจะหาเมืองหรือจะหาจุดที่เป็นจุดทดสอบ ทดลองเป็น Pilot เป็นจุดเริ่มต้น โดยมองทุกมิติของการพัฒนาเมือง ผมคิดว่าข้อเสนอทั้ง 2 อย่างที่ว่ามานี้ ก็เป็นที่น่าสนใจแล้วเราก็เคยมีการพูดคุยกันนะครับ ขอบคุณท่านอาจารย์มากเลยนะครับ ตอนนี้ จะเปิด เปิด floor เลยไหมครับ เรามีเวลาอีกสัก 40 กว่านาที เราจะเสร็จไม่เกิน 4 โมงนะครับ ผมว่าเราทำเวลาได้ค่อนข้างดี ก็จะเปิดโอกาสให้ท่านที่ยังไม่ได้แสดงความเห็น หรือท่านที่มีความเห็นเพิ่มเติมนะครับ ได้นำเสนอความเห็น ได้ความเห็นได้ท่านละ 3-5 นาทีนะครับ ถ้ามีเรื่องพูดน้อย ท่านก็ 3 นาทีจบนะครับ ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าท่านมีประเด็นเยอะ เราก็เปิดให้ถึง 5 นาทีนะครับ เอาหลวม ๆ แบบนี้ครับ 3-5 นาทีครับ เชิญท่านใดอาสาจะนำเสนอก่อนนะครับ หรือคุณสว่างจะต่อจากที่ท่านนำเสนอเมื่อสักครู่เล็กน้อยไหมครับ ก่อนที่เราจะเปิด Floor ต่อ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ได้ครับ อาจจะเป็นการเล่านะครับ ความคืบหน้าที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครแล้วกันนะครับ ก็ตอนนี้ทางกรุงเทพมหานครก็ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการนะครับ 5 ด้าน 5 ดีนะครับ ซึ่ง 1 ในคณะอนุกรรมการนั้นก็จะมีเรื่องของโครงการ โครงสร้างเดินทางดี ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่คล้าย ๆ กับที่ผมได้นำเสนอไปช่วงแรกว่าอยากให้แต่ละจังหวัดนี่นะครับ มีคณะกรรมการ หรือว่าคณะทำงาน หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าเป็นกลไกนะครับ ที่เป็นกิจลักษณะที่จะขับเคลื่อนนี้ได้นะครับ ในพื้นที่ของตนเองนะครับ ตอนนี้ก็เริ่มขึ้นที่กรุงเทพมหานครแล้วนะครับ แล้วก็มีคนพิการจากหลากหลายประเภทนะครับ แล้วก็รวมถึงจากภาคอื่น ๆ เข้าไปมีส่วนร่วมนะครับ มีจะการพัฒนาพื้นที่เมือง มีนโยบาย มีแนวทางที่จะพัฒนาพื้นที่เมืองของกรุงเทพฯ นี้นะครับ ให้เป็นเมืองต้นแบบ แล้วก็คำนึงถึงไม่ทิ้งใคร คำนึงถึงทุกคนนี่นะครับ อยู่ในนั้นแล้วก็มีหลายความคิดที่จะพัฒนาทางท้าวนะครับ ในย่าน CDBเขตเมืองแหล่งเขาเรียกว่าอะไรย่านเศรษฐกิจสำคัญของเมืองนะครับ หรือการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบนะครับ ในหลาย ๆ พื้นที่ อย่างเช่นในบางกะปิก็ได้เริ่มมีการดำเนินการขึ้นมาบ้างแล้ว ก็จะมีการขยายไปสู่เมืองอื่น ๆ นะครับ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งที่อยากให้ทำพื้นที่ย่านอนุสาวรีย์นะครับ ตั้งแต่ย่าน 3 เหลี่ยมดินแดงจนถึงแยกเจสดุทิส แถว ๆ มก.ก็เป็นพื้นที่ที่น่าสนใจ ที่จะเป็นตัวอย่างย่านที่เป็น Inclusive Cities นะครับ อันนี้ก็อยู่ในระหว่างที่พวกเราพูดคุยหารือ แล้วก็ทำแผนในการที่จะขับเคลื่อนในการที่จะพัฒนาเมืองนะครับ ก็อยากจะให้กำลังใจในจังหวัดต่าง ๆ แล้วกันนะครับ ว่าเป็นสิ่งที่ทำได้นะครับ แล้วก็ถ้าเรามีคณะกรรมการ มันก็จะช่วยให้การขับเคลื่อนเป็นกิจลักษณะ หรือว่ามากขึ้น มากกว่าที่จะปล่อยให้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งผมเองก็สังเกตเห็นเองในหลาย ๆ จังหวัด บางทีผู้บริหารสนใจก็ทำ ถ้าผู้บริหารไม่สนใจก็ไม่ทำ ถ้าเราปล่อยเป็นแบบนี้นะครับ มันจะไม่เกิดแน่นอนนะครับ แต่ถ้ามันมีมีนโยบายชัดเจนจากกระทรวงนะครับ มีกลไลขับเคลื่อนงานอย่างชัดเจนลงไปนี่ มันก็จะมีอย่างที่หลาย ๆ ประเทศที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาเมืองมาก่อนเรานะครับ (ประธาน) ครับ ขอบคุณครับ เมื่อสักครู่ตอนคณะกรรมการกระทรวง DES พูดถึงคณะกรรมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ผมก็คิดว่าเป็นคณะกรรมการที่น่าสนใจนะครับ จริง ๆ ถ้าให้โอกาสพวกเราได้เข้าไปมีส่วนร่วมนะครับ ก็น่าจะเป็นประโยชน์นะครับ ทาง...เชิญทางผู้แทนจาก สนข. เชิญครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ จาก สนข. นะครับ พอดีเมื่อตอนช่วงต้นนะครับ ได้เล่าไปถึงว่าคมนาคมทำอะไรบ้าง แล้วก็ตอบคำถามอาจารย์สว่างไปว่า ครับว่าแผนตรงไหน จะเข้าถึงประเด็นของเมืองอัจฉริยะ แล้วก็ที่ทางคมนาคมทางหลวงทำอยู่ จริง ๆ คมนาคมมีโอกาสในการเริ่มต้นเรื่องเมืองอัจฉริยะนี่ มันมี 3 ภาคส่วน เรื่องของกระทรวง DES กระทรวงพลังงาน และ คมนาคมที่เข้าไปดูแล้วก็จะมี Network ของอาเซียน ทาง 3 หน่วยก็ได้เสนอเงิน...DES ก็ภูเก็ต ทางพลังงานก็อัมตนคร ทางคมนาคมก็คือกรุงเทพฯ ก็คือบริเวณสถานีกลางบางซื่อกินพื้นที่ประมาณ 2,500 กว่าไร่ ในบริเวณบางซื่อนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ ในส่วนของ Smart Cities ของกระทรวงคมนาคมนี่ กระทรวงคมนาคมได้มอบพื้นที่โครงการรถไฟนะครับ คิดว่าน่าจะพัฒนาง่ายหน่อย ก็มอบพื้นที่นี้ให้ทาง SRPA บริษัทของบริหารทรัพย์สินของการรถไฟนี่ กำลังดำเนินการ แล้วก็มีการหารือพูดคุยกัน โดยการช่วยเหลือพูดถึงเรื่องของการพัฒนาด้านต่าง ๆ มีการทำเรื่องของก็คืออารมณ์ความคิดของคนว่าจะเอาอะไรเข้าไปใส่ในนี้บ้าง แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการเข้าถึงง่าย พูดถึง Smart Cities คือ exclusive abilities ในเรื่องของต้นแบบ ของคมนาคมด้าน Transport ก็เป็นเรื่องของเทคโนโลยี ส่วนของพลังงานก็เป็นเรื่องของพลังงานที่อมตะนคร การคมนาคมก็จะเอาเรื่องนี้ เอาเรื่องของการเข้าถึงของไม่ว่าจะเป็นทุกภาคส่วน เข้าไปในอยู่ในตัว Smart Cities ของคมนาคม อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือเรื่องของ POD การ คมนาคมได้มีการศึกษากำหนดเราจะสแกนพื้นที่ของสถานีรถไฟทั้งหมดความเร็วสูงหรือว่าอะไรอย่างก็ได้มา 177 เมือง แล้วก็พอสแกนเข้ามาอีก ก็เหลือ 8 เมืองเป็น Concept เบื้องต้นไปให้แต่ละเมือง สุดท้ายที่จะผลักดันจริง ๆ ก็คือเมืองพัทยาก็มีความร่วมมือกับพัทยาแล้วก็ อบต. หนองหรือ ไม่ใช่ อบต. นะครับ พูดผิด เทศบาลเมืองหนองปรือแล้วก็ทางอยุธยาแล้วก็เทศบาล แล้วก็ทางขอนแก่น ซึ่งในส่วนของ 3 เมืองนี้ ผมเห็นว่า ทางพัทยานี่ ได้หารือกันแล้ว ปรากฏว่าทาง DEC นะครับ ก็คือสำนักงานนโยบายเขตพิเศษภาคตะวันออกนี่ เนื่องจากเขาได้ดำเนินการโครงการ ครอบคลุมพื้นที่ก็คือเรื่อง High Speed นะครับ มักกะสันบางซื่อไปจนกระทั่งถึงพัทยาแล้วก็ประกาศเป็นพื้นที่พัฒนาพิเศษ ก็จะมีกฏหมายที่เขาดำเนินการอยู่ ก็จะเป็นคนดำเนินการตรงนั้นร่วมกับเมืองพัทยาแล้วก็เทศบาลหนองปรือ ซึ่งเราได้มีการพัฒนา มีการออกแบบ คือหลักการ POD เรื่องของการมีอยู่ 4 เรื่อง คือเรื่องของ useเ รื่องของการเชื่อมต่อ Link Gate อำนวยความสะดวกในการจัดอำนวยสิ่งความสะดวกผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะ เรื่องพื้นที่โล่ง เรื่องสีเขียว หลายประการ รวมทั้งความหลากหลายของคนที่มาใช้บริการ ซึ่งเราจะใช้ในเรื่องของการ Digital Design การออกแบบ เพราะฉะนั้น Concept ที่ให้ไปก็คือสิ่งที่เอาเข้ามาครับ ก็คือเมืองพัทยา ส่วนขอนแก่นก็ไปคุยหารือขอนแก่นแล้วก็สุดท้าย ทาง อบจ. จะเป็นการนำก็คือเรื่องของท้องถิ่นที่จะเข้ามาบริการก็คงต้องผลักดันในเรื่องต้องมีการเข้าถึงส่วนหนึ่งพื้นที่รถไฟการเข้าถึงสถานีเข้าอย่างไร POD พยายามที่จะไม่ให้มีรั้ว พยายามที่ทุกคนนี่ เจอคอนโด รั้วคอนโดนี่ เราออกแบบแล้วก็พยายามที่จะไม่มีรั้ว แล้วก็สามารถ link ไปได้นี่ก็จะทำให้สะดวกในการเข้าถึง ก็จะทำทางเท้าทางอะไรนี่ ที่จะเข้าสถานีนี่ให้สะดวกมากที่สุด การดำเนินการขอนแก่น ส่วนอยุธยา ก็อันนี้อยุธยาเราก็ไปคุยแล้ว สุดท้าย สรุปมาเป็นกรมโยธาธิการและผังเมืองที่รับในส่วนนี้ไป ตอนนี้ยังไม่ได้คุยในเรื่องเรื่องของ POD กับกรมโยธานี่ สนข. POD คุยมาหลายรอบแล้ว เพราะฉะนั้น คิดว่าจะดำเนินการที่ทางกรมโยธาเป็นคนดำเนินการ เพรษฉะนั้นทาง สนข. ก็เนื่องจากเราก็คือเรื่องของ Transport ก็จึงฝากฝัง3 พื้นที่ในดวงในให้ท่าน กลุ่มของทางผู้พิการแล้วก็กลุ่มอื่นช่วยสนับสนุนโครงการในโครงการนี้ ถ้าเกิดดำเนินการก็เข้าไปช่วยดูแลว่าเรื่องการเข้าถึงได้สะดวกง่ายแล้วก็ปลอดภัย ตามสโลแกนของคมนาคมที่สะดวก ปลอดภัย เข้าถึงง่าย มีความราคาสมเหตุสมผล สามารถที่จะใช้บริการได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องกรณีเว็บไซต์อาจนอกเรื่องหน่อย วันก่อนที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมแห่งชาติ ที่ประชุมได้พูดถึงเรื่องเว็บไซต์นี่ ทางคมนาคมก็จะได้ช่วยได้ผลัดก็คือเราร่วมกับ สวทช. แล้วก็หน่วยงานอื่น ๆ มหาวิทยาลัย... นะครับ ผลักดันก็คือตอนนี้เราให้ทุกหน่วยทำหน้าเว็บไซต์ที่ทำให้คนพิการเข้าถึง 2 หน้า อย่างละ 2 หน้า ก็มาดูมาตรฐานว่าเป็น มาตรฐาน A ,AA , AAA ก็ส่งเข้ามาแล้วรู้สึกว่าต่อไปเราพยายามที่จะทำส่วนหน้าเว็บไหน ที่คนพิการต้องเข้าเยอะ อาจจะไปทำตรงนั้น ที่พัฒนาปรับปรุงด้วยปรับปรุงไปเรื่อย ๆ ผมก็พยายามผลักดัน เพื่อจะทำให้ทางคมนาคมนี่ สามารถที่จะให้คนพิการเข้าถึงเว็บไซต์เราได้สะดวกครับเมื่อครู่ทาง พก. พูดถึงส่งเสริมสภาพแวดล้อมขอเรียนว่าคณะกรรมการชุดนั้นสำคัญ เพราะว่าชุดอื่นไม่มีกรรมการมีผู้แทนคมนาคมเป็นรองประธานคณะกรรมการ ซึ่งจะผลักดันในเรื่องของการให้บรรจุความสำเร็จต่อไปครับ ขอบพระคุณมากครับ (ประธาน) ขอบพระคุณมากครับ เป็นข่าวดีทั้งหมดเลยนะครับ มีเรื่องเดียวที่ต้องทำความเข้าใจกับท่าน ก็คือเว็บ คือถ้ามันเป็นเว็บที่เข้าถึงได้โดยคนทุกกลุ่มนี่ จะเป็น A , AA , AAA เรายินดีนะครับ แต่อย่าไปทำเว็บพิเศษเลยครับ มันมีความพยายามจะทำเว็บพิเศษ ในทศวรรต 1990 มีแต่ text only สุดท้าย Web Text Only นี่ตายหมดครับ มันไม่มีใครไปอัปเดต เพราะว่าทุกคนก็แค่อัปเดตเว็บกระแสหลักนี่ ก็จะตายอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องทำให้เว็บกระแสหลักที่แต่ละหน่วยงานมีอยู่นี่ มันเข้าถึงได้โดยทุกคนให้ เข้าถึงได้เป็นหลักUniversal design Inclusive Development เพราะฉะนั้นไม่ต้องมีความจำเป็นต้องไปทำเว็บพิเศษ ทำไปก็ตายอยู่ดีนะครับ อะไรก็ตามที่เฉพาะเจาะจง มันไม่ยั่งยืนนะครับ เพราะว่าคนก็จะเหนื่อยล้าแล้วก็หมดกำลังใจที่จะอัปเดตนะครับ ก็ทำอย่างไรก็ได้นะครับ ให้เว็บที่เรามีอยู่ในแต่ละหน่วยงานเข้าถึงได้สะดวก ซึ่งในทางเทคโนโลยีมันทำได้อยู่แล้ว ซึ่งการตัดสินใจเชิงนโนบายต่างหากที่เป็นอุปสรรคนะครับ เชิญท่านอื่นต่อเลยครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ขออนุญาตคณะกรรมการนิดหนึ่ง Web เดิมนะครับ ทุกหน่วยงานใช้ Web เดิมหมด ขอความอนุเคราะห์จาก สวทช. เข้ามาช่วยเหลือว่าเข้ามาตรวจสอบว่าตัวนี้มันอยู่ใน Error ระดับไหน หรือว่าอยู่ในขั้น... แนะนำอะไรพวกนี้ แล้วแนะนำว่าคุณจะแก้ไขอย่างไร ซึ่งทุกหน่วยของคมนาคมช่วยกันมา แล้วก็หารือ 2-3 รอบ แล้วก็ลองให้คนพิการเข้ามาใช้มือลูบ แล้วฟังเสียงดู ผมว่าก็ดี โอเค ก็ดี ก็เลยว่าน่าจะเป็นเรื่องที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคตครับ ขอบคุณครับ (ประธาน) ตราบใดที่มันเป็นเว็บธรรมดาที่ทุกคนเข้าถึงได้มันดี แต่ถ้ามันเป็นเว็บพิเศษนี่ มันทำไปเท่าไรก็เหนื่อยเปล่า แล้วก็ตายแน่ ๆ นะครับ ขอบคุณครับ ก็เชิญท่านอื่นต่อเลยนะครับ มีหน่วยงานที่มาร่วมสังเกตการณ์นะครับ ที่ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็น มีไหมครับ อันนี้ วันนี้เป็นวันเริ่มต้นนะครับ เราจะนำเอาการนำเสนอ การแลกเปลี่ยน การแสดงความคิดเห็นทั้งหมดนี่ มาประมวลแล้วก็คงจะเดินหน้าไป สู่กิจกรรมโครงการต่าง ๆ ที่คิดว่าหน่วยงานที่มีอยู่ในใจอยู่แล้ว หรือพร้อมที่จะดำเนินการนะครับ เราก็จะผลักดันเรื่องนี้ไปด้วยกันนะครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านประธานครับ (ประธาน) เชิญท่านวิริยะ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ผมว่าต้องพยายามตอกย้ำแล้วก็ปลูกฝังความคิด ความเชื่อที่ท่านประธานตอกย้ำอยู่เสมอนะครับ ก็คือไอ้ UID (ประธาน) DID (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) DID ผมว่าอันนี้ถ้ามันซึมซับเข้าไปในทุกองค์กร แล้วมันก็คงมีทำเพื่อทุกคนไปในทุกเรื่องนะครับ ไม่มาเน้นเรื่องเฉพาะคนพิการผมว่าอันนี้จะดีมากเลย ถ้าปรัชญาความคิดนี้มันเริ่มปลูกฝั่งเข้าไปในหน่วยงานต่าง ๆ ผมว่าคงมีประโยชน์อย่างมากนะครับ คือจะได้เลิกคิดว่าทำเพื่อคนพิการสักที คิดว่าทำเพื่อทุกคน แล้วเราเป็นประเทศกำลัง เป็นแหล่งท่องเที่ยว แล้วก็คนนิยมนะครับ เมื่อเราทำประเทศเราเป็นประเทศสำหรับทุกคนนี่ มันก็จะรองรับใครก็ได้ที่อยากมาเที่ยวเมืองไทยได้อย่างสบาย (ประธาน) ครับ ขอบพระคุณครับ อาจารย์ครับ ก็วันนี้เราก็กำลังทำอยู่ เรากำลังโปรโมทกระแสหลักที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่มทุกคน คนพิการอาจจะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัด ที่ Exteam แต่ว่าเราไม่ขอเป็นกลุ่มเดียวนะครับ ที่จะได้รับประโยชน์จากการขับเคลื่อนครั้งนี้ เราอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนากระแสหลักโดยรวมนะครับ ขอบคุณมากครับ อาจารย์ครับ มีท่านอื่นอีกไหมครับ มีตัวแทนจากหน่วยงานอื่นอีกไหมครับ UNDP มีผู้สังเกตการณ์ด้วยนะครับ จะพูดสักหน่อยไหมครับ เชิญครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ค่ะ กราบเรียนท่านประธานอนุกรรมการผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านค่ะ ณิชาการ จาก UNDP ค่ะ องค์การพัฒนาแห่งสหประชาชาติค่ะ ก่อนอื่นก็คือขอขอบคุณมากเลย ที่ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมในครั้งนี้ค่ะ จากการสังเกตการณ์ก็เห็นว่ามีหลายประเด็นที่ตรงสอดคล้องกับทางแผนงานกับของทาง UNDP เมื่อปีที่แล้ว เราก็มีร่างแผนการทำงานโดยที่จะโฟกัสอยู่ที่... ก็คือจะสนับสนุนเรื่องสิทธิที่เท่าเทียมคนพิการ ด้านที่ 2 ก็คือเรื่องการจ้างงานคนพิการค่ะ แล้วก็การผนวกรวมประเด็นคนพิการกับประเด็นพัฒนากระแสหลัก กับประเด็นตอนต้นที่ท่านประธานได้พูดเบื้องต้น ในเรื่องของการจ้างงานในภาครัฐ มีสัดส่วนการจ้างงานตามโควตาให้มีก็คืออยู่ในความสนใจของ UNDP จากผู้เข้าร่วมประชุม แล้วก็สามารถเชิญผู้เข้าร่วมมาจากของทุกกระทรวงคิดว่าก็จะมีประเด็นที่หรือทำงานร่วมกันต่อค่ะ ส่วนในแง่ที่การ build in เรื่อง inclusive ในภาคต่าง ๆ เราก็คือจะมีกฎหลักของแล้วก็มีพาร์ทเนอร์กับหลายองค์กร ก็คือจะเริ่มเน้นที่การพัฒนาทักษะความสามารถเกี่ยวกับด้านคนพิการก็มีคุยกับ partner ต่าง ๆ ว่าจะมีการอบรมในปีนี้ค่ะ ประมาณนี้ค่ะ (ประธาน) ขอบคุณครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ก็รอที่จะเข้ามือกันต่อค่ะ (ประธาน) ก็จริง ๆ มันก็ไก่ กับ ไข่นะครับ การพัฒนาระบบนิเวศให้รองรับให้ต้อนรับขับสู่ ให้เป็นมิตรกับคนทุกคนรวมถึงคนพิการด้วย แล้วก็การเสริมพลังให้กับคนพิการนะครับ 2 อย่างนี่ มันขาดเรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่ได้ นะครับ เพียงแต่ว่าถ้าเราเสริมพลังปัจเจกบุคคลเข้าไปแล้วนี่ แต่อยู่ในสังคมที่ไม่เป็นมิตร ไม่ต้อนรับขับสู่นี่ ทำให้ตายอย่างใดก็ไม่มีวันประสบความสำเร็จนะครับ เราต้องทำ 2 อย่างควบคู่กันไป ขจัดอุปสรรค์ในโลกของความเป็นจริงให้ได้มากที่สุด แล้วก็เสริมพลังให้กับปัจเจกบุคคล ให้กับกลุ่มบุคคล เพื่อให้ 2 อย่างนี่ มาพบกันครึ่งทาง (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย)ครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านประธานครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ผมขอเสริมเรื่องหนึ่งครับ UNDP ช่วยได้ไหมครับ คือ เทรนด์พวกเราเพื่อให้มาเป็นโค้ช เทรนคนอื่นต่อ เพื่อมันจะได้ขยายงานตรงนี้ครับ เพื่อขยายไปได้เร็วน่ะ (ประธาน) จริง ๆ หัวข้อที่ UNDP สนใจก็คือเทรนบุคลากรให้ไปเผยแผ่ให้มันเป็น ในด้านของ DID Disibilityเพราะว่าคนมักจะมองว่าคนพิการนี่จะเรียกร้องแต่เฉพาะเรื่อของตัวเองเป็นหลักนะครับ แต่ถ้าคนพิการมีบทบาทสำคัญในเรื่องของการรณรงค์ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ครอบคลุมนะครับ คนทุกคนนี่ คนพิการเองก็จะเป็น Condiputor มีบทบาทในการสร้างสังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันได้นะครับผม ว่าบทบาทในเชิงบวกถ้า UNDP สนใจทางคณะอนุกรรมการของเราก็ดี หรือองค์กรภาคประชาสังคมก็ดีนี่ น่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้นะครับ ในลักษณะ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) เราก็ยินดีมากด้วย (ประธาน) เพราะว่า DID นี่เป็นหัวข้อการพัฒนานี้ทั้งทศวรรษนี้นะครับ เริ่มจาก 2023-2032 ในเอเชียแปซิฟิก แม้ว่าจะเป็นทศวรรต ของเอเชียแปซิฟิก ผมคิด UNDP กับ ก็อยู่ในองค์การสหประชาชาติเช่นเดียวกัน แล้วก็ DID นี่ก็เป็น เป้าหมายการพัฒนาทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกอยู่แล้วนะครับ DID ก็เป็นตัวหนึ่งของ ID disabilities inclusive oก็เป็นหนึ่งตัวอย่างของDevelopment นั่นเองครับ มีท่านใดอีกไหมครับ ที่จะพูดในเรื่องของการพัฒนาเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองอั ของคนทุกคนนะครับ มีอีกไหมครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ขออนุญาตเสริมของ UNDP นิดหนึ่งครับ พอดีว่าเมื่อวานได้มีโอกาสได้คุยกับคุยกับทาง UNDP ก็ทำงานกับหน่วยงานท้องถิ่นหลายหน่วยงานแล้วก็มีการอบรมการทำ Capacity buildingหน่วยงานท้องถิ่นนะครับ ทราบว่ามีทำงานร่วมกับทางสภาคมสันนิบาตทางท้องถิ่นนี่อยู่เป็นประจำนะครับ ผมก็คิดว่าอันนี้ก็จะตรงกับข้อเสนอหนึ่งของเราก็คือเรื่องของการให้ตรงกับความสามารถให้กับเมือง ผู้นำเมือง ผู้บริหารเมืองถึงแนวคิดการพัฒนาเพื่อคนทั้งมวลนะครับ ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อการที่ผู้นำกลับไปทำนโยบายพัฒนาเมืองให้สอดคล้องกับแนวคิดต่อไป (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) แต่อย่างที่ท่านประธานเสนอ ก็เป็นอีกกลไกหนึ่ง ก็จะช่วยกันขับเคลื่อนน่ะ มันก็จะทำให้การขยายผล หรือความอยากทำ หรือพลังอะไรต่าง มันจะมากขึ้น (ประธาน) เมืองไทยนี่ มันเกือบจะเรียกว่าถูกบังคับให้รีบทำด้วยความจำเป็นให้ต้องรีบทำ เวลาเราเหลือน้อย เพราะเรากำลังก้าวเข้าสู่สังยังต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวเข้าประเทศ และเราก็คือ เราอยู่ในชัยภูมิที่ได้เปรียบประเทศอื่นเพราะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมนะครับ แล้วก็เนื่องจากความขัดแย้งมหาอำนาจที่เป็นมิตรกับทุกฝ่ายนะครับ เพราะฉะนั้นหนทางเดียวที่เราจะอยู่ได้ ก็คือเราจะต้องสร้างระบบนิเวศภายในประเทศของเรานี่ ให้เป็นระบบนิเวศน์ที่เป็นมิตรต้อนรับคนทุกคน คนทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ร่วมกันให้ได้ ถ้าเราเป็นประเทศแห่งการเหลื่อมล้ำ เป็นอุปสรรคเยอะ ๆ นะครับ การพึ่งพาการท่องเที่ยวก็ดี การสร้างสังคมสูงวัยที่ดีก็ดีนี่ หรือแม้กระทั่งหวังพึ่งการท่องเที่ยวที่ดีนี่ มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลยนะครับ ฉะนั้นเรากำลังถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องทำในทำนองนี้ เราไม่มีทางเลือกอื่นนะครับ เราจะเที่ยวแบบฉาบฉวยมาครั้งเดียวแล้วจบ ขอให้ได้โกยเงิน 1 ครั้งก็พอนะครับ ไม่ได้นะครับ เราหวังที่จะให้คนเหล่านั้นกลับมาอีกบ่อย ๆ นะครับ อยู่นาน ๆ จ่ายเยอะ ๆ แล้วก็กลับมาบ่อย ๆ มากกว่านะครับ ขอบคุณทุกท่านนะครับ ก็อนุกรรมาธิการมีท่านใดอยากจะเสริม ทั้งอยู่ที่นี่และออนไลน์ มีไหมครับ ครับ ก็หลายท่านก็อาจจะล้าแล้วนะครับ เกือบ 2 ชั่วโมงครึ่ง (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) คือท่านประธานผมขอนิดหนึ่ง ก็คือว่าทำอย่างไรจะขยายความคิดของท่านประธานให้มันกว้างขว้าง ให้มันรวดเร็ว ผมว่าอันนี้มันสำคัญมากเลยนะ ทำให้คนไทยเข้าใจเรื่องไอ้ DID นี่ (ประธาน) ครับ ก็ก่อนอื่นเขาต้องยอมรับหลักการ ID ก่อน อาจารย์ ถ้ายอมรับ ID ก็คือ Inclusive Development ก็ DID ก็เป็นส่วนหนึ่งของ ID นะครับ ก็ถ้าทุกคนยอมรับหลักการการพัฒนาที่ครอบคลุมนะครับ หรือการพัฒนาเพื่อคนทั้งมวลได้นะครับ การพัฒนาที่ครอบคลุมคนพิการ การพัฒนาที่ผนวกรวมคนพิการเข้าไปด้วย ก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ครับอาจารย์ครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ทำอย่างไรจะรณรงค์เรื่องพวกนี้ให้เกิดความเข้าใจแพร่หลายในคนไทยนะครับ มันสำคัญมากเลยนะ ทุกคนได้ประโยชน์หมดไม่มีใครเสียเลย (ประธาน) ครับ ขอบพระคุณอาจารย์ครับ ที่เป็นกำลังใจ และก็ช่วยสนับสนุนพวกเรามาโดยตลอดครับ มีท่านใดอีกไหมครับ ถ้าไม่มีนะครับ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณทุกท่านจากทุกหน่วยงานนะครับ ที่ได้ให้เกียรติกับคณะอนุกรรมาธิการ วันนี้ก็เป็นโอกาสที่ดี ที่เราจะหยิบเอาหลักการที่เราพยายามจะ Promote พยายามรณรงค์มาหลายปีนะครับ ขึ้นมาหาจุดที่ลงตัวโดยการกำหนดทิศทางที่เป็นรูปธรรม นะครับ การพัฒนาเมืองนะครับ เป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หลีกเลี่ยงไม่ได้นะครับ แม้ว่าหลายท่านอยากจะหนีไปอยู่ชนบทก็ตามนะครับ แต่ความเป็นเมืองนี่มันไปทุกที่ ถ้าเราสามารถคิดก่อน ก้าวไปก่อนนะครับ ไม่รอตั้งรับนะครับ เราก็จะมีเมืองที่น่าอยู่ เราก็จะมีเมืองที่ทุกคนอยู่เย็นเป็นสุข หรืออยู่ดีมีสุขร่วมกันได้นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านอีกรอบหนึ่งครับ เราคงจะได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้มีการติดต่อ และก็เชิญท่านทั้งหลายนี่เข้าร่วมประชุมหารือเป็นระยะ ๆ ต่อไปนะครับ ก็ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอสวัสดีทุกท่านครับ ขอขอบคุณครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ขอบคุณค่ะ (ประธาน) ท่านอนุกรรมาธิการเรายังอยู่ต่ออีกประมาณสักไม่เกิน 10 นาทีครับ เราจะ Wrap Up สำหรับวาระที่เหลือในวันนี้นะครับ เชิญฝ่ายเลขาต่อเลยครับ (เลขานุการ) ค่ะ ก็วาระที่เหลือนะคะ ก็จะเป็นการนัดประชุมครั้งต่อไปค่ะ เป็นวันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 ก็ครั้งต่อไปก็อาจจะใช้เวลาในการพิจารณาเรื่องการลงพื้นที่ ที่เชียงรายค่ะ ที่เราจะไปติดตามเรื่องรถไฟทางคู่นะคะ แล้วก็รวมถึงศูนย์บริการของวาวีที่เชียงรายค่ะ และเดี๋ยวครั้งหน้าฝ่ายเลขาจะเอาร่างกำหนดการให้ ทุกท่านนะคะ เดินทาง 23-24 กุมภาพันธ์นะคะ ว่าท่านไหนสะดวกไปร่วมบ้างนะคะ (ประธาน) ครับ ก็คือสัปดาห์นี่เนื่องจากมีการประชุมร่วมกับรัฐสภา แต่ผมเชื่อว่าอย่างไรก็เชื่อว่า ไม่ได้ประชุมก่อน 10 โมงอย่างแน่นอน นะครับ ก็เป็นคงหลัง 10 โมงนะครับ องค์ประชุมจะครบหรือไม่ก็ไม่ทราบ แล้วก็ตอนบ่ายเนื่องจากว่าผมจะต้องร่วมกับคณะไปเข้าเฝ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ นะครับ ก็จะขอนัดเป็น 9 โมงตรงนะครับ ทาง Zoom นะ เพื่อไม่เป็นการรบกวนทุกท่าน เป็น electronic ล้วนนะครับ เป็น Electronic ล้วนนะครับ แล้วก็ผมก็ไม่ห่วงนะครับ ว่าถ้าองค์ประชุมครบเมื่อไร ผมก็เข้าได้ ไม่มีปัญหานะครับ เราจะขอประชุม 9 โมงตรงนะครับ ถ้าไม่จำเป็นผมไม่อยากเปลี่ยนเวลานะครับ เพราะผมคิดว่าการเปลี่ยนเวลาเป็นอุปสรรค์สำหรับทุกคนนะครับ แต่ขอแจ้งล่วงหน้าไว้ 1 สัปดาห์เลยนะครับ ว่าสัปดาห์หน้านี่ เราจำเป็นต้องประชุมตอน 9 โมงเช้านะครับ แต่เพื่อเป็นการสะดวกสำหรับทุกท่าน ก็จะเป็นการประชุมที่เป็น Electronic 100 เปอร์เซ็นต์นะครับ เนื่องจากที่เชียงราย ว่ามันมีจังหวะนะครับ แล้วก็การดีเลย์ออกไปนี่ ก็ทำให้เสียโอกาสเพราะว่าการสร่างทางรถไฟทางคู่นี่ เริ่มต้นแล้วนะครับ แล้วก็การไปตอนหลังนี่ ตอนที่เขาทำอะไรไปหมดแล้วนี่ มันจะเสียโอกาสนะครับ แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง ก็คือเดือนพฤษภาคมนี่ สมาคมผู้พิการทุกประเทศจะมีสมัชชาที่นั่น การที่เราไปร่วมตีฆ้องร้องป่าว นำเสนอประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคนพิการนี่ อย่างต่อเนื่องนี่ ก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นได้นะครับ แล้วก็การขึ้นดอยช่วงฤดูฝนก็คงไม่สะดวกเท่าไรนะครับ เพราะฉะนั้นการติดตามเคสที่ดอยวาวีนี่ น่าจะเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่สุดนะครับ ก็เรามีเวลาแค่ 2 วันนะครับ เราก็จะใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่คุยกันไว้คร่าว ๆ ก็คือจะเราจะไปที่จุดนะครับ ที่มีการก่อสร้างทางรถไฟหรือสถานีรถไฟ เพื่อเป็นการไปรณรงค์เชิงสัญลักษณ์นะครับ ก็คุณสว่างก็จะทำหน้าที่ประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ ทั้งภาคประชาสังคมแล้วก็ทางผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการก่อสร้างด้วยนะครับ เรามีสัญญาใจแล้วก็มีคำแถลงจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ว่าโครงการใหม่นี่ จะเป็นชานชาลาสูงทุกสถานีนะครับ เราต้องการความมั่นใจตั้งแต่เริ่มแรกนะครับ เราไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรอีกแล้วนะครับ คือจริง ๆ การเข้าถึงโดยสะดวกนี่ ไม่ได้มีแต่ชานชาลาแต่ถ้าเราสามารถรณรงค์ชานชาลาสูงได้ทุกสถานีนี่ มันจะเป็นการก้าวกระโดด มันจะเป็นการก้าวกระโดดเชิงสัญลักษณ์นะครับ เพราะว่าทางรถไฟสายนั้นนี่ จะเป็นสายที่สนับสนุนการท่องเที่ยวทางธรรมชาติเชิงอนุรักษ์ แล้วก็เชื่อมโยงพหุวัฒนธรรม จะมีจุดเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าที่เชียงขอมที่มีขนาดใหญ่มาก เพราะฉะนั้นจะมีเศรษฐกิจสังคมวัฒนธรรมอยู่ที่นั่นนะครับ ผู้พิการจะต้องไม่ตกเทรนนี้ ถ้าเราสามารถปักธง ปักหมุดนะครับ เอาเรื่องนี้นำหน้าเลยว่าชานชลาสูงสัก 160 เซนติเมตร ทุกสถานนี่ เด่นชัย เชียงราย เชียงของนี่ ก็ได้ชื่อว่าเราผลักดันเรื่องAAA ได้ใน 1 เรื่องในอย่างน้อยนะครับ ก็หวังว่าเราจะใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ในเรื่องนั้น (ประธาน) ครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ท่านประธานก็เติมอีก ท่านประธานจะมีเรื่องที่ 2 ผมก็แทรกอีกเรื่องหนึ่ง ว่าไอ้ DID ไปพูดให้ทางนั้นเข้าใจน่ะ ให้เขาทำเป็นต้นแบบ (ประธาน) นี่ล่ะครับ อาจารย์ครับ เราไม่ได้ไปในนามอำนวยความสะดวกเพื่อคนพิการเราจะไปในนาม DID ครับ บอกว่าเกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายนะครับ ทำให้การเดินเข้า-ออกตัวรถไฟปลอดภัยสำหรับทุกคน ผู้โดยสารเข้าง่าย ออกง่าย (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) แต่ผมหมายถึงว่าบอกกับเทศบาลด้วยหรือเจ้าเมืองน่ะ ว่าคุณทำเมืองคุณด้วยได้ไหม (ประธาน) ครับเดี๋ยวลองดูว่าเราอาจจะเชิญท้องถิ่นเข้ามาร่วมด้วยในวันนนะครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ผมว่าก็จะดีมากเลย (ประธาน) ก็จะมีวาวี ซึ่งก็เป็นท้องถิ่นครับ อาจารย์ ดอยวาวี ที่มีอัตลักษณ์ เพราะเห็นว่า ไม่ได้เป็นเป็นศูนย์บริการในชุมชนทั่วไป แต่เป็นศูนย์บริการในชุมชนพหุวัฒนธรรมของวัฒนธรรมที่หลากหลาย อยู่ในพื้นที่สูงมีความท้ายทายเชิงเศรษฐกิจ แวดล้อมวัฒนธรภาษานะครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) แต่ถ้าเราได้เมืองเชียงขอมด้วยมันก็จะดีไง (ประธาน) ก็อยากได้ครับ อาจารย์แต่อาจจะต้องไปอีกทริปหนึ่ง พฤษภาคม ผมรับรองว่าจะพาอาจารย์ไปเชียงของหลังวันที่ 11 แล้วนะครับ ครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ผมว่าถ้าเราได้เชียงขอม กรุงเทพฯนี่ เป็นต้น เป็น Sandbox เรื่อง DID ได้นี่ ผมว่าจะมีประโยชน์มากเลย (ประธาน) ครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับอาจารย์ครับ ก็ นอกจากนั้นนี่มีรถไฟ แล้วก็มีวาวี แล้วก็ ม.แม่ฟ้าหลวง ซึ่งเราเคยไปเยือน 2 รอบแล้วนะครับ แล้วท่านก็นำเสนองานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ นี้ เราอยากจะไปครั้งที่ 3 นี่ เราจะเน้นเรื่อง DID อย่างที่อาจารย์ว่านี่หรือครับ ประเด็น 5 ประเด็นของเรานี่ ไปทาบกับงานที่เขาทำ เมื่อก่อนเราปล่อยให้เขาทำ เราฟังเรื่องอะไรก็ได้ที่เขาทำ แต่เราไปชวนเขาคุยเรื่องว่า งานวิจัยของเขานี่มันจะสอดคล้องกับ 5 ประเด็นหลักของเราได้หรือไม่นะครับ เชิงสัญลักษณ์อีกเช่นกันนะครับ ก็ถ้ามีเวลาก็จะได้ทั้ง 3 จุดนะครับ อย่างน้อยที่สุดเราจะได้ 2 เรื่อง ก็คือ รถไฟ และวาวีนะครับ แม่ฟ้าหลวงก็ฝ่ายเลขาฯ ก็กำลังประสานอยู่นะครับ แล้วก็วาวีนี่ ถ้าเขาดำเนินไปได้ด้วยดีเราก็อาจจะเชิญมาเป็นตัวอย่างในสมัชชาในเดือนพฤษภาคมร่วมกับทริปด้วย เป็นศูนย์บริการที่มีลักษณะพิเศษ เป็นมีพื้นที่ยากลำบากนะครับ พหุวัฒนธรรมข้ามภาษาและวัฒนธรรมนะครับ ครับ ก็สัปดาห์หน้าขอเป็น 9 โมงตรงนะครับ ทุกท่านต้องขอประทานอภัยด้วยนะครับ ไม่อยากทำอย่างนี้บ่อย แต่ก็ด้วยความำเป็นจริง ๆ ครับ ขอบคุณทุกท่าน รบกวนเท่านั่นล่ะครับ ปิดประชุมครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) อย่าลืมแจ้งเลขาฯ อาจารย์ด้วยนะ (เลขานุการ) แจ้งไว้ให้แล้วค่ะอาจารย์ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) โอเค ขอบคุณมากครับ ผมได้หมดครับ (เลขานุการ) เดี๋ยวหนูดูในอาจารย์เครือวรรณไปได้ไหมคะ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) เขาแจ้งคุณหรือยัง (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง)ใช่ไหมคะ (เลขานุการ) พฤหัสบดีที่ 23-24 ค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ตอนนี้ไปได้แล้วค่ะ ทางศรีธัญญาเขาย้ายไปเดือนมีนาคม (เลขานุการ) อ๋อ ได้ค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) แล้วทางผมน่ะ เขาแจ้งคุณไปว่าไปได้หรือเปล่า หรือว่าติดอะไร (เลขานุการ) ให้ลงวันไว้ค่ะ อาจารย์ติดอะไรไหมคะ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ผมไม่รู้จะต้องถามตู่ไง (เลขานุการ) ก็ยังไม่มีงานอะไรนะคะ (เลขานุการ) อาจารย์วันทนีย์ไปได้ไหมคะ เดี๋ยวค่อยประสานอีกทีก็ได้ค่ะ ค่ะ ขอบคุณนะคะ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) สวัสดีครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมหญิง) ปิดแล้วนะ