จากผู้ส่งไปยังผู้รับนั่นเองนะคะเราก็จะมาดูว่าตัวกลางตัวนี้นี่มันจะมีประเภทอะไรบ้าง แล้วแยกเป็นประเภทไหนบ้างนะคะ อาจจะเป็นสิ่งที่นักศึกษาใช้งานกันอยู่แล้วณปัจจุบันใกล้ตัวนะคะ เดี๋ยวเราก็มาจำแนกประเภทแล้วก็ตีกรอบว่าแต่ละประเภทนี้เขาจัดอยู่ในตัวมาตรฐานอะไรนั่นเองนะคะ จากรูปภาพนะคะอย่างที่บอกไป การสื่อสารนะคะเหมือนอาจารย์พูดหน้าห้องกับนักเรียนนะคะก็จะเป็นผู้ส่งสาร ก็ปลายทางก็จะเป็นนักศึกษาทุกคนเช่นเดียวกันการสื่อสารในตัวระบบคอมพิวเตอร์นะคะก็จะมีผู้ส่งและผู้รับนั่นเองนะคะ sender กับ Receiver นะคะ แน่นอนนะคะการใช้การสื่อสารนะคะ ในคอมพิวเตอร์ก็ต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ถูกไหมคะเหมือนเวลาเรา ใช้คอมพิวเตอร์อาจจะทำการบ้านหรือว่าส่ง Facebook คุยกับเพื่อนนี่ มันจะต้องมีคอมพิวเตอร์ เดินทางกลับคอมพิวเตอร์ปลายทางที่จะส่งข้อมูลห่างกันดังนั้นคอมพิวเตอร์นะคะของผู้ส่งก็จะอยู่ฝั่งที่ผู้ส่งและผู้รับดังนั้นสายที่ใช้ในการสื่อสารอย่างสมุดในห้องแลปตัวนี้นะคะ สายที่อยู่ในห้องคอมก็คือสายแลนที่อยู่ในหลังคอม สายสีขาวนั่นเองคราวนี้สื่อกลางนะคะก็คือทรานสคริปชั่นมีเดีย ก็จะเป็นสายหรืออากาศที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างกันนะคะ เราจะมาดูว่า เดี๋ยวเขาพูดไปเมื่อกี้ลืม ตามชื่อตัวกลางสื่อสารแล้วก็ physical layer จากที่เรียนไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วจะมีตัว OSI layer นะคะกับ tcp IP นะคะ ก็จะมีชั้นที่ล่างสุดก็คือ ชั้น physical ก็คือมองภาพได้จับต้องได้นะคะ ก็ใช้ทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ก็คือชั้นที่เอาสายแลนเสียบข้างหลังนะคะ ก็จะเรียกเป็น physical layer ในการเสียบแล้วก็ส่งข้อมูลนั่นเองนะคะ สายสื่อสารมาตรฐานของเรานะคะอันนี้ก็จะเป็นหลักๆก่อนนะคะ ณปัจจุบันอาจจะมีการเพิ่มเติมของตัวฟังก์ชันนะคะ ของตัวสายสื่อสารขึ้นมานะคะก็จะมีทั้งหมด 4 อันที่อาจารย์นำมายกตัวอย่างแล้วก็น้ำมาสอนในครั้งนี้ ก็จะมีมาตรฐานเป็นเบส มาตรฐาน I Triple T 802.4 มาตรฐาน ieee 802.5 มาตรฐาน fddi นะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูแต่ละตัวแต่ละมาตรฐานนะคะว่ามันมีคุณลักษณะที่ แตกต่างกันอย่างไรบ้างนั่นเองนะคะ เราจะมาดูมาตรฐาน I Triple E ตัวแรกของเรานะคะ 802.3 นะคะ จะเป็นการส่งข้อมูลสื่อสารนะคะทั่วไปของตัวอินเทอร์เน็ตนั่นเองนะคะ โดยจะแบ่งเป็นย่อยๆตามนี้ พูดง่ายๆมันจะมีตัวอักษรด้านหน้านะคะเพื่อแบ่งเป็นประเภทแล้วก็ตัวเลขหรือว่าตัวลูกศรด้านหลังนะคะ แบ่งเฉพาะรายละเอียดลงไปอีกอย่างตัวแรกนะคะ kendrick นะคะ หรือว่าตัว Original 802.3 นะคะ ว่าจะเป็นการสื่อสารของอินเทอร์เน็ตทั่วไปนะคะ ถัดมาอันที่ 2 เล่นเบสหรือว่า shipment หรือว่าอันที่ 3 tentacle อันที่ 41 และอันสุดท้าย kendrick หรือตัวบอร์ดแบรนด์นะคะอันนี้เราจะไม่ได้ลงลึกไปทั้งหมด เราจะเลือกมาแค่ บางตัวมาตรฐานนะคะ เพื่อระบบแต่ละตัวที่มันใกล้ตัวแล้วก็คิดว่านักศึกษาน่าจะได้ใช้งานนะคะในชีวิตจริง มากที่สุดนั่นเองนะคะ เดี๋ยวเรามาดูตารางนะคะของตารางสายมาตรฐานเน้นเบสของเรานะคะ ดูง่ายๆนะคะของเรานี่ จะมีสายที่เราใช้งาน ส่วนมากก็จะเป็นถ้าในห้องแลปก็จะเป็นสายแลนถูกไหมคะ ในการสื่อสารสีขาวๆของเราใส่แว่นก็จะแบ่งประเภทอีก ว่าเป็นร้านแบบไหน มีสายที่มันคลุมในการป้องกัน การรบกวนกันของสัญญาหรือเปล่าแล้วก็มีสายโคแอกเชียลนะคะ 2 แบบนะคะตรงนี้นะคะ แล้วก็แบบบิดเกลียวแล้วก็ไม่ปิดเลี้ยวอีกมันก็จะแยกเฉพาะของใส่ลงไปอีกว่ามีเฉพาะประเภทอะไรนะคะ อันนี้จะเป็นลักษณะประเภทตารางให้มาดูความเปรียบเทียบนะคะ ว่าแต่มีสายโคแอกเชียล แล้วที่ต่างกันก็คือจะเป็นเทคนิคการส่ง อันนี้มันจะแยกประเภทลงไปอีกนะคะ ว่ากรณีเราส่งนี่ส่งเป็นแบบวิธีไหนใช้ความถี่ นะคะ ใช้ค่าความถี่ไหมหรือว่าเป็นช่วงเวลาใหม่นะคะอัตราความเร็วอยู่ที่เท่าไร แล้วก็ระยะทางนะคะสูงสุดที่สามารถส่งตัวข้อมูลไปได้โดยไม่ต้องใช้ตัว กระจายสัญญาณหรือว่าตัวเพิ่มสัญญาณขึ้นใหม่อีกรอบหนึ่งอันนี้จะเป็นตารางคร่าวๆให้ดูอีกรอบนึงนะคะ ละเอียดก็คือเราต้องเรียนตั้งแต่เทคนิคการส่งสัญญาณของแต่ละตัว แล้วก็มาดูประเภทอีกนะคะอันนี้จะเป็น ตารางสรุปรวมให้ดูแล้วกันนะคะเดี๋ยวให้นักศึกษาไปจำเอานะคะ ว่าตัวไหนที่ให้นะคะ ระยะทางสูงสุดนะคะ เอาสังเกตง่ายๆนะคะใส่แรงกับโคแอ็กเซียลเ****วจะให้การส่งสัญญาณที่ระยะทางที่ใกล้กว่านะคะ เราจะมาดูตารางตรงนี้ได้อยู่ที่ 3,000 กิโลเมตร อัตราความเร็วนะคะ 10 เมกะบิตเปอร์เซ็นต์ ในการส่งข้อมูล นะคะแล้วก็จะมีตัว รูปแบบการส่ง เป็น bpsk นะคะ มันก็จะแยกประเภทลงไปอีกนะคะยกตัวอย่างประเภทมาให้ดูเบื้องต้นก่อน ถัดมานะคะ มาตรฐาน ieee 802.4 นะคะเป็นมาตรฐานแบบ Token Bus เป็นการสื่อสาร อยู่ 3 แบบ แบรนด์นะคะ saraban แล้วก็สาย Fiber Optic เราเรียนเครือข่ายมาแล้วการเชื่อมต่อพวกบาสพวกลิงน่าจะได้เรียนมาแล้วนะคุ้นๆไหม หรือว่าคืนอาจารย์ไปหมดแล้ว แล้วก็สายแลนมันก็จะคุ้นๆนะคะ แบรนด์เป็นสายโคแอกเชียล ไม่แน่ใจว่าในแลปตัวเครือข่ายเราได้มีได้ดูสายโคแอกซ์กันหรือเปล่า ได้ดูไหม เรียนออนไลน์โอเคโอเคไม่เป็นอะไรเดี๋ยวจะมีในสไลด์ให้ดูนะคะ จะมีการส่งสัญญาณที่แตกต่างกัน พูดง่ายๆไม่ว่าจะเป็นสายแลนสายโคแอกซ์หรือสายไฟเบอร์นี่เขาสามารถที่จะมี การส่งสัญญาณที่ อัตราความเร็วที่แตกต่างกันได้ตามอุปกรณ์ที่รับและส่งด้วยเช่นเดียวกันนะคะ แล้วก็ช่องทางแบนด์วิดท์นะคะ bandwidth ก็คือช่องทางที่สามารถจะส่งข้อมูลไป เข้าใจคำว่าแฟนปิดอยู่นะ ป้าง เหมือนขนุนเหมือนกันเวลาเราขึ้นถนนไปปลายทางนี่ bandwidth ก็คือความกว้างของถนน ที่เราจะส่ง ข้อมูลไป เหมือนรถขี่ได้กี่คันมันกว้างเยอะขนาดไหนในการส่งข้อมูล ไม่งงนะ งงให้ถามนะคะ ผัดมาแบรนด์นะคะ ก็คือเป็นแบรนด์ ก็คือเป็นข้างบนช่องทางเดียวนะคะ มีช่องทางเดียวต่อ 1 สาย เหมือนถนนน่ะมีเส้นเดียวรถสามารถขับได้แค่คันเดียว เหมือนขับอยู่ในซอย ไม่งงนะ ราคาสายจะถูกลงเพราะความกว้างมันก็ bandwidth ก็จะน้อยลงนะคะ แล้วก็สามารถเลือกอัตราความเร็วได้ ว่าจะขี่เหมือนเราขับรถ ส่งที่อัตราความเร็วเท่าไร อันนี้ก็จะส่งที่อัตราความเร็วที่เราเลือกได้นั่นเองว่าส่งที่ความเร็วเท่าไรนั่นเอง อันที่ 3 ก็จะเป็น Fiber Optic นะคะ พี่เอามานะคะใช้นะคะแทน 2 ตัวนี้นะคะ อัตราความเร็วแล้วก็จะเห็นว่า Fiber จะมีอัตราความเร็วที่มันสูงขึ้นนะคะ มันก็จะเป็นสายแลนโคแอกเชียล ก็ไฟเบอร์นะคะ ตามคุณภาพของตัวสายส่ง แล้วก็สามารถใช้กับแลน ในเครือข่าย อันนี้ข้ามไปก่อนแล้วกัน Passive กับ Active Star อันนี้ใช้ได้ตัวเครือข่ายเราได้นั่งเองนะคะ โอเค Token bus ของเราก็จะมี 3 แบบนะคะ หรือถ้าเรามาทำเป็นตารางสรุป อันนี้เป็นตัว Access อันนี้เป็น Fiber Optic อย่างที่บอกไปไฟเบอร์จะให้อัตราความเร็วที่ในการส่งที่ค่อนข้างสูงที่สุด นะคะ แต่ว่าข้อดีข้อเสียของแต่ละร้านก็จะแตกต่างกันไปนะคะเดี๋ยวเราจะมาพูดแยกแต่ละประเภทอีกว่าโคแอกเชียล ข้อดีอะไรข้อเสียอะไรไฟเบอร์ออฟติกข้อดีอะไรข้อเสียอะไรนั่นเองนะคะ อันนี้ก็คือเทคนิคการส่งสัญญาณปกติโคแอ็กเซียลจะมีค่าความต้านทานอยู่ที่ 75 โอห์ม ค่าความต้านทานคืออะไรในกรณีที่เราใช้สายส่งที่เป็นทองแดง เหมือนสายไฟมีค่าความต้านทานส่งไม่ว่าจะเป็นพวกเสียงนะคะ หรือว่าถ้าเป็นสายไฟก็คือกระแสไฟฟ้าจะมีค่าความต้านทานนะคะ ที่สามารถที่จะคำนวณก็จะมีคำนวณค่าอีกว่ากี่โอมแล้วจะส่งได้เท่าไรนะคะ คราวนี้เทคนิคในการส่งสัญญาณนะคะก็จะมีหลายแบบ am ก็จะเป็นแอมพลิจูด modulation นะคะ เผานะคะหรือว่าจะเป็น Frenzy อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบการส่งสัญญาณอีกนะคะ อันนี้เราเรียนเป็นภาพรวมนะไม่ได้เรียนเป็นรายละเอียดลงลึกของเทคนิคการส่งสัญญาณ อาจารย์จะขอไม่ลงรายละเอียด ละเอียดทั้งหมดนะคะแต่จะมีชื่อส่งสัญญาณเทคนิค Broadband คาริเบทแล้วก็ไฟเบอร์ออฟติคนะคะ แล้วก็จะเป็นอัตราความเร็วที่สามารถส่งได้นะคะ นั่นเองก็จะเห็นว่าตัวไฟเบอร์จะดีที่สุดนั่นเองนะคะ ระยะทางนะคะถ้าเป็นไฟเบอร์ออฟติกนะคะที่ความเร็วนะคะ มากที่สุดดีกว่าจะได้มาตรฐานที่สูงที่สุด แต่คราวนี้ตรงนี้มันไม่ได้ปรับแก้นะคะ ถัดมา ถามได้นะอันไหนงง ถัดมาเป็นมาตรฐาน ieee 802.5 นะคะ 802.5 ก็จะเป็นสายคู่เกลียว ตามชื่อนะคะใส่คู่เกลียวแบบมีชิว 2 ลักษณะ ก็คือสามารถส่งที่อัตราความเร็วที่ 1 แล้วก็ 4 เมกะบิตเปอร์เซ็นต์ เป็นแลนแล้วก็โทเค็นริง ถ้าเป็นบาส ก็คือเป็นสายแล้วก็อุปกรณ์ เสียบเข้าไปในตัวสวิตช์หรือครับหรือ Router นะ บัสไม่งงนะ ถ้าเป็นลิงก็คืออุปกรณ์ทุกตัวต้องต่อเชื่อมกัน เวลาถ้าอันไหนร่มจะล่มทั้งระบบ คุ้นๆนะคุ้นๆนะไม่คุ้นถามได้นะ อีกมาตรฐานหนึ่งที่เรามาใช้ก็คือจะเป็นมาตรฐานของ ibm ibm ก็จะเป็นพวกบริษัทนะคะ ที่ผลิตเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในระบบเครือข่ายด้วยต่างๆโทรคมนาคมนะคะ สายสื่อสารของเขาก็จะมีเรื่อง 2 แบบก็คือ แบบไม่มีชิวแล้วก็แบบมีชิวแล้วก็อัตราความเร็วในการส่งข้อมูล ด้วยเช่นเดียวกันนะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูตารางถัดมานะคะที่ใช้ เปรียบเทียบ อันนี้ก็เป็น 80 2.5 นะคะคู่มีเกลียว แล้วก็ของตัว ibm ก็จะเป็นแบบมีเกลียวแล้วก็ไม่มีเกลียว บางคนจะสงสัยว่าสายส่งสัญญาณ ทำไมมีทั้งแบบ คู่บิดเกลียวแล้วก็คู่ไม่มีเกลียว กรณีที่มันมีตีเกลียวกันเพื่อลดสัญญาณรบกวนนะคะ ปกติเวลาส่งสัญญาณข้อมูลนี่ มันก็จะเป็นสายที่มันคู่ขนานกันไปเรื่อยๆนะคะ ถ้ามีการคู่ตีเกลียวขึ้นมาก็จะช่วยลดสัญญาณรบกวนระหว่างช่องสัญญาณที่อยู่ข้างๆนั่นเองนะคะในการส่งข้อมูล อันนี้ก็จะเป็นเทคนิคนะคะแล้วก็จะเป็นอัตราความเร็ว แล้วก็จำนวน repeater จำนวน repeater ก็คือกรณีเราส่งสัญญาณข้อมูลนี่ เข้ามานะคะ แล้วสัญญาณข้อมูลเราสามารถส่งได้ที่ระยะทางเท่าไรนะคะ มองภาพง่ายๆ เวลาเราส่งให้มองภาพง่ายที่สุดถ้าเราน่าจะเข้าใจก็คือองค์การโทรศัพท์ถูกไหมคะ ว่าจะมีชุมสายทุกที่ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็เหมือนกัน ก็จะมีจุดพักสัญญาณเช่นเดียวกันนะคะ ไม่ว่าจะเป็น TOT ทรีบอร์ดแบนด์นะคะ Cat Telecom อะไรต่างๆที่จะมีชุมสายในการกระจายสัญญาณเช่นเดียวกัน ว่าเราส่งสัญญาณระดับนี้แล้วต้องมีตู้พักกระจายสัญญาณที่จุดไหน เพื่อจะทำการทวนสัญญาณเพื่อให้สัญญาณมัน ชัดเจนแล้วก็ส่งไปยังปลายทางได้ครบข้อมูล ที่จับผู้สูงนั่นเองนะคะ อันนี้ไม่ได้ระบุตัว repeater เข้ามานะคะ ในระยะทางอันนี้ก็เป็นจำนวน repeater ที่สูงสุดนะคะ ที่เราสามารถส่งนะคะอัตราความเร็วแล้วก็ที่จะทวนสัญญานะคะ ให้ถึงปลายทางได้นั่นเองนะคะ ถัดมา ตัวที่ 3 ของเรามาตรฐาน fddi นะคะ ตามชื่อก็จะเป็น ไฟเบอร์ 14 นิ้ว Data Interface นะคะก็จะเป็นโปรโตคอลนะคะของตัวแทนนะคะ ก็คือร้องเรียน Network ของเรานะคะแบบ Token Ring มีอัตราการส่งข้อมูลที่ 100 นะคะ เมกะบิตเปอร์เซ็นต์ มันก็จะเยอะกว่าเมื่อกี้ถูกไหม อันนี้ก็จะเพิ่มขึ้นนะเป็น 100 นะคะ เราก็มาดูตาราง อัตราความเร็วมาจะเพิ่มขึ้นนะคะ แต่เทคนิคสัญญาในการส่งมาจะต่างไป fdi ก็จากชื่อตัวเองก็จะยอมมาจากไฟเบอร์ Fiber ก็จะส่งสัญญาณได้ระยะ ไกลกว่าแล้วก็สัญญาณดีกว่านะคะ repeater แล้วก็ระยะทางระหว่าง repeater นะคะทุก 200 เมตรก็จะมีตัว repeater เพื่อทวนสัญญาณเพื่อให้สัญญาณชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเอง งงกันไหม ถ้าเงียบๆอาจารย์ถือว่าเข้าใจนะ ถ้าไม่เข้าใจยกมือถามได้นะคะ คราวนี้เราจะมาดูประเภทตัวกลางสื่อสาร ประเภทของมันก็จะมีแบบไวน์ ก็คือมีสาย Violet ก็คือไม่มีสายนะตามชื่อเลย ก็จะมีสายแบบไหนบ้างทวิสแพร์ก็คือพันคู่ตีเกลียวสายไฟเบอร์ออฟติก แล้วก็ Free Space Free Space ก็พวกอากาศที่เราส่งสัญญาณไปหากัน พวก WiFi นะคะ หรือว่าใช้สัญญาณดาวเทียมนะคะแอ๊นหน้าต่างๆ ตัวอยู่ประเภทนี้เป็นอันตราย นะคะ เรามาดูต่อ สายสื่อสารนะคะแบบใช้สายนะคะ ที่มีท่อนำ ท่อนำก็คือมีอุปกรณ์ เหมือนเรามีถนนเดินทางไปนะคะ ก็จะมีการเชื่อมอุปกรณ์นะคะจากต้นทางไปยังปลายทาง อุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกอุปกรณ์หนึ่งนะคะ โดยมีทวิตแพร โคแอกเชียลแล้วก็ไฟเบอร์ออฟติก แล้วก็จะเป็นสามัญที่พูดไปอยู่ฝั่งขวาที่เป็นรายนะคะเดี๋ยวมาดูอันแรกของเรานะคะที่มีสายส่งของอุปกรณ์ ตัวใส่คู่พันเกลียวนะคะ อย่างเหมือนสายแลนสำรอกแกะออกมาจะเห็นว่ามันจะตีเกลียวคู่กัน Network น่าจะได้เรียนแล้ว อันนี้อาจารย์เขาน่าจะสอน insulator ก็คือเป็นอุปกรณ์ที่เป็นฉนวนหุ้ม ของตัวใส่ทองแดงที่อยู่แต่ละคู่นั่นเองนะคะ เดี๋ยวเรามาดูต่อนะ สายคู่ตีเกลียวจะมี 2 อัน utp กับ stp you ก็คือ unshield S ก็คือ Chill สิวก็คือไม่มีตัวเขาเรียก ตัวหุ้มอีกรอบหนึ่งเพื่อช่วยลดสัญญาณลดทอนนะคะ stp ก็จะมีสายตัวหุ้มตรงนี้อีกอันหนึ่ง พรุ่งนี้นะคะลักษณะก็จะต่างกัน สาย Lan ของเราก็จะเป็นส่วนมากก็จะเป็น utp ธรรมดาที่อยู่ในห้องแลปนะคะ ธรรมชาติอุปกรณ์ที่ต้องการส่งข้อมูลแล้วก็ไม่มีสัญญาณรบกวนนะคะ ถ้าต้องการบอกว่ามีตัว เฉดดิ้งหรือว่ามีตัวป้องกันสัญญาณรบกวนนะคะก็คือตัว stp ของเรา อันนี้ก็จะเป็นลักษณะของสายแลน ที่เราเห็นใช้ทั่วไปจะเป็นตัวนี้ นะคะ เข้าสายน่าจะเรียนมาแล้วนะ โอเคเรียนมาแล้ว แปลว่า จะรู้เข้าสายคู่ไหนเป็นต่อตรงต่อครอสถูกนะสลับสายกันอย่างไรสีอะไรอันนี้เป็นคิวแล้วก็ unshield มันก็จะเป็นเหมือนพลอยนะ ป้องกันไว้อีกรอบนึง แต่ว่าทั่วไปที่เราใช้นะไม่ค่อยเห็นนะคะ ว่าจะใช้กับอุปกรณ์ ที่เฉพาะนิดหนึ่งแล้วก็ราคาก็จะเพิ่มขึ้นอันไหนที่มันมีคุณภาพดีกว่า แน่นอนราคาก็จะสูงขึ้น ประสิทธิภาพก็จะดียิ่งขึ้นตามไปด้วยนั่นเองนะคะ ไม่ไป อันนี้ก็จะเป็นสายนะคะ คู่ตีเกลียวของเรานะคะ โดยจะมีทั้งหมด 4 คู่นะ ข่าวฟ้าฟ้าขาวส้มๆขาวเขียวขาวน้ำตาลน้ำตาลนะคะ ก็ตามตัวย่อตัวนี้นะคะก็จะสามารถส่งข้อมูลได้ในทางที่ไม่ค่อยไกลเท่าไร จะเห็นว่าตามอุปกรณ์ตามห้องที่ระยะทางที่ไม่ค่อยไกล ถัดมา อันนี้ก็พูดไปแล้วนะ 4 คู่ 8 เส้น คราวนี้นะคะถ้าเราจะมาพูดถึง การกำหนดปลายสายก็คือกรณีที่เราต้องการต่ออุปกรณ์ 2 อุปกรณ์อาจจะเป็นคอมกับสวิตช์นะคะคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์นี่เราจะใช้การต่อสายในรูปแบบไหนนะคะ มันจะมีอยู่ 2 รูปแบบ t568a กับ t568b 2 ลักษณะนะคะเดี๋ยวมาดูรูปแบบแรกของเรานะคะ ต่อตรง ตามชื่อตรงๆเลย ไม่ได้คอสกันนะ ก็จะเป็น 5:00 น 68 B การเข้าสาย 2 ฝั่งจากสีเดียวกันนะคะเริ่มจากขาวส้มส้มเขียวขาวส้มส้มขาวเขียวน้ำเงิน ขาวน้ำเงินเขียวขาวน้ำตาลน้ำตาลนะคะ อันนี้ก็จะเป็นสายที่ต่อสูงหัว 2 อัน 2 ฝั่งเหมือนกันนะคะสีเหมือนกันทั้งสองฝั่ง อันนี้ก็คือการต่อตรง ขาวส้มส้มขาวเขียวน้ำเงิน ขาวน้ำเงินเขียวขาวน้ำตาลน้ำตาลจะเหมือนกันทั้งสองฝั่ง โอเคนะ พื้นฐานต่อสายทั้งสองฝั่งต้องทำได้เคยเรียนคอมจำได้ท่องได้ต่อตรง OK ทำได้ใช่ไหมต่อได้ต้องเทสแล้วมันผ่านเลยใช่ไหม OK แปลว่าให้เขียนใส่ตรงใส่ Cross ไล่ได้ไล่ถูกโอเค จัดมา ถัดมาเมื่อกี้ก็คือสายตรงก็คือการต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไปยังสวิตช์ เราเตอร์ต่างๆนะคะ สองฝั่งจะเข้าสายลักษณะเดียวกัน ไล่ลำดับสีเหมือนกันนะคะ อุปกรณ์ที่ใช้ในการต่อก็จะเป็นพวกทัพกับคอมพิวเตอร์ก็คืออุปกรณ์ที่มันต่างกันนะคะ สวิตซ์คอมพิวเตอร์ Router คอมพิวเตอร์หรือจะเป็นสวิตซ์ก็ได้เช่นเดียวกันนะคะ เหมือนในห้องแลปนะก็จะมีคอมกับ switch Switch Switch อยู่ตรงนี้ใช่ไหมคะ แล้วก็ต่อลากสายเข้าหากัน แต่ละพอร์ตแต่ละไอพี ถัดมา สายไฟ เมื่อกี้จากขาวส้มๆก็จะเลื่อนขึ้นมาเราจะสลับ 3 ตัวแรก และพอร์ตตัวลำดับสุดท้ายก็คือตัวที่ 6 มี 1 2 3 แล้วก็มีตัวที่ 6 ที่สลับสีนะคะ พี่จะเป็นข่าวส้มใช่ไหมคะอันนี้ก็จะเป็นขาวเขียวเขียว ขาวส้มส้มขาวน้ำเงิน ขาวน้ำเงินส้มขาวน้ำตาลน้ำตาลฝั่งเดิมก็จะเป็นเหมือนเดิม สองฝั่งจะไม่เหมือนกันนะคะในการเข้าหัว ก็จะเป็นลักษณะแบบนี้ ตัวนี้จะแทนด้วย 568 a ค่าสีที่ขึ้นด้วยขาวส้มก็จะเป็นค่า 68 B โอเคนะโอเค อุปกรณ์นะคะในการเชื่อมต่อของเรานะคะของสาย Cross นะคะก็คือลักษณะ ก็เหมือนต่ออุปกรณ์กับอุปกรณ์หากันจับง่ายๆเลย อยากฮับกับฮับ กับ Switch กับ Switch หรือ Switch กับคอมพิวเตอร์หรือคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์นั่นเอง ก็สามารถที่จะโอนผ่านคอมพิวเตอร์หากันในกรณีที่เราใช้กรณีไหน สมมุติ ที่เราจะโอนข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ไปสู่คอมพิวเตอร์แล้วเราไม่มี wireless Wireless ผ่านระบบเครือข่ายพังรอบสามารถใช้สายเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ 2 อัน โอนย้ายข้อมูลระหว่างกันได้นั่นเองนะคะ ok นะใส่คลอส อันนี้ เดี๋ยวผ่านแล้วกันนะมันละเอียดเกินไปนะคะมันจะเยอะ อันนี้ก็จะบอกลักษณะของประเภทของ utp ก็คืออันชิวก็คือสายที่เราใช้เมื่อกี้นี้ค่ะ ถัดมาอันนี้เคยเข้าสายแล้วน่าจะรู้ rj45 นะคะตัวผู้ตัวเมียนะคะ ตัวเมียตัวผู้ของเรานะคะ เราจะเห็นพวก ทองแดงนะคะ ที่เชื่อมมานะคะ เข้ากับตัวหัว เพื่อให้อุปกรณ์กับตัวสายส่งสัญญาณสามารถที่จะเชื่อมต่อเข้าหากันได้นั่นเองนะคะ ฉันมาจากมาพูดถึงประสิทธิภาพนะคะของสายัณห์ชิวของเราหรือว่า utp ของเรานะคะ ตัวนี้นะคะเขาจะเห็นว่า mashiro M Dimension ความถี่นะคะที่ใช้นะคะ มีความถี่เยอะนะคะมันก็สามารถที่จะส่งระยะทางนะคะตัวข้อมูลได้เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง อันนี้เป็นดูภาพรวมคร่าวๆแล้วกันนะคะ เมื่อกี้ไปที่สายทองแดงอันแรกของเราแล้วนะคะ ใส่คลอสของเราใส่ตรงของเรานะคะ ถัดมาจะเป็นสายโคแอกเชียล โคแอกเชียลข้างในจะเป็นทองแดงเหมือนกันเหมือนตัวสายแลนก็เป็นทองแดงเหมือนกันรวมถึงสายไฟบ้านเราก็เป็นทองแดงเหมือนกัน ความต้านทานก็มีเหมือนกัน เป็นอุปกรณ์สื่อสารหรือว่าส่ง พวกกระแสไฟฟ้านะคะ มันก็จะดูจากวัสดุนั่นแหละนะคะ เวลาคำนวณพวกค่าต้านทานนะคะพวกวงต่างๆจะดูตัวภายในที่ใช้ในการส่งสัญญาณ โคแอกเชียลนะคะ ก็จะเป็นอุปกรณ์ตัวที่ 2 ที่ใช้ในการส่งสัญญาณในรูปแบบมีสายของเรานะคะ ด้านในสุด จะเป็นทองแดงนะคะ อินเนอร์คอนดักเตอร์ แล้วก็เป็น insulator ก็คือตัวปกคลุมต่างๆมันจะมีทั้งพลาสติกนะคะ แล้วก็มีเหล็กสานนะคะเป็นแบบพวกทองแดงนะคะศาลอีกรอบหนึ่ง แล้วก็มีพลาสติกหุ้มอีกรอบหนึ่งแล้วก็จะมีท่อในการส่งอีกรอบหนึ่งนะคะ เดี๋ยวเรามาดูรูปภาพจริงดีกว่าบางคนอาจจะมองภาพไม่ชัดเจนนะ ลักษณะแบบนี้นะคะ การเข้าสายก็จะยากกว่าการเข้าสายแบบ rj 45 นะคะ อุปกรณ์หัวต่อชิ้นก็จะแพงกว่า rj-45 ตามลำดับนะ อันไหนที่มันคุณภาพในการส่งค่อนข้างเยอะนะคะ การเข้าสายก็คือจะเริ่มตั้งแต่การทำการตรงนี้นะคะ จะมีหัวทองแดงเข้ามาให้เราย้ำใสก่อนนะคะ แล้วก็เอาตัวคอนเนคเป็น bnc หรือว่าแล้วแต่ประเภทนะคะของตัวสายโคแอกซ์ เข้าสายอีกรอบนะคะ แล้วก็ทำการปิดป้องกันในกรณีที่อาจจะมีพวกความชื้นหรืออะไรเข้ามา เขาจะมีพลาสติกที่ไว้ทำการครอบคลุมอีกรอบหนึ่งเขาเรียกท่อหดนะคะ ในการที่จะคุมตัวหัวต่อให้ยึด ติดกับตัวสายนี่ให้มันคงพูดง่ายๆนะคะ มันก็จะมีแบบของนะคะทิน พริก ก็คือผอมแล้วก็หนาขึ้นนั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นลักษณะของตัวขนาดที่บอกที่ 4 Min แล้วก็ 10 บาทนั่นเอง