﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:02,153

2
00:00:02,613 --> 00:00:03,047

3
00:00:03,003 --> 00:00:03,281

4
00:00:03,963 --> 00:00:04,736

5
00:00:05,754 --> 00:00:06,190

6
00:00:06,002 --> 00:00:06,237

7
00:00:06,523 --> 00:00:06,972

8
00:00:07,483 --> 00:00:07,928

9
00:00:07,732 --> 00:00:08,159

10
00:00:08,443 --> 00:00:09,177
เกี่ยวข้อง

11
00:00:10,308 --> 00:00:10,779

12
00:00:11,003 --> 00:00:15,940
ของฐานข้อมูลแล้วก็ทฤษฎีเกี่ยวกับแบบจำลองข้อมูลนะคะ

13
00:00:16,073 --> 00:00:16,338

14
00:00:16,265 --> 00:00:18,631
ข้อมูลที่เราใช้อยู่ปัจจุบันนี้

15
00:00:18,636 --> 00:00:21,003
ทุกคนก็จะไม่รู้ว่า

16
00:00:21,002 --> 00:00:21,860
ทำไมต้องเก็บ

17
00:00:22,083 --> 00:00:24,928
เหมือนนักศึกษา 1 คนทำไมต้องถามด้วยล่ะ

18
00:00:24,912 --> 00:00:28,388
ชื่ออะไรนามสกุลอะไรเรียนจบที่ไหนมา

19
00:00:28,883 --> 00:00:29,692
นะคะ

20
00:00:29,704 --> 00:00:30,223

21
00:00:30,154 --> 00:00:30,420

22
00:00:30,274 --> 00:00:31,993
เกรดเฉลี่ยตอนจบม 6

23
00:00:31,945 --> 00:00:33,116
หรือจบ

24
00:00:33,103 --> 00:00:34,244
ไปหาอาชีพ

25
00:00:34,388 --> 00:00:36,156
magnet เคลียร์เท่าไร

26
00:00:36,114 --> 00:00:39,793
เทอมที่แล้วเราเรียนไปกี่วิชานะคะ

27
00:00:39,823 --> 00:00:43,576
ได้คะแนนเท่าไหร่ได้เกรดเท่าไหร่ทำไมต้องเขียนแบบนี้นะคะ

28
00:00:43,993 --> 00:00:44,381

29
00:00:44,438 --> 00:00:48,677
ทุกอย่างก็จะมีเหตุมีผลเพราะว่าข้อมูลทุกรูปแบบนี้

30
00:00:48,593 --> 00:00:49,761
มันก็จะมี

31
00:00:50,014 --> 00:00:50,445

32
00:00:50,593 --> 00:00:50,824

33
00:00:51,294 --> 00:00:55,546
เนื้อหาความสำคัญของชุดข้อมูลนั้นอยู่

34
00:00:55,645 --> 00:00:56,345
นะคะ

35
00:00:56,673 --> 00:00:56,902

36
00:00:57,313 --> 00:00:57,591

37
00:00:57,514 --> 00:01:04,862
โดยที่เราจะเรียกสิ่งนั้นว่าแนวคิดเกี่ยวกับการออกแบบฐานข้อมูลหรือว่าสถาปัตยกรรมของฐานข้อมูล

38
00:01:05,393 --> 00:01:07,435
มันก็จะเป็น

39
00:01:07,506 --> 00:01:07,775

40
00:01:07,693 --> 00:01:08,830
ข้อกำหนด

41
00:01:08,843 --> 00:01:11,020
แล้วก็ข้อตกลงรวมถึง

42
00:01:11,024 --> 00:01:12,173
ขอบเขต

43
00:01:12,113 --> 00:01:14,290
หรืออาจจะเป็นกรอบความคิดนะคะ

44
00:01:14,235 --> 00:01:18,788
ในการบรรยายว่าฐานข้อมูลนั้นๆคุณจะเป็นอย่างไรนะคะ

45
00:01:18,834 --> 00:01:21,975
โครงสร้างก็คือข้อมูลที่เราจะเก็บ

46
00:01:21,913 --> 00:01:23,190
มีอะไรบ้าง

47
00:01:23,454 --> 00:01:27,055
ส่วนประกอบที่เอามาประกอบการจำเป็นระบบฐานข้อมูล

48
00:01:26,912 --> 00:01:28,119
มีอะไร

49
00:01:28,125 --> 00:01:28,746

50
00:01:28,898 --> 00:01:34,231
โดยที่สถาปัตยกรรมฐานข้อมูลนี่มันจะมีส่วนประกอบสำคัญอยู่ 3 ส่วน

51
00:01:34,084 --> 00:01:38,274
ก็คือในส่วนสถาปัตยกรรมของระบบเองนะคะ

52
00:01:38,253 --> 00:01:40,366
แล้วก็ความเป็นอิสระ

53
00:01:40,304 --> 00:01:41,395
ของข้อมูล

54
00:01:41,454 --> 00:01:42,026

55
00:01:42,034 --> 00:01:42,280

56
00:01:42,228 --> 00:01:44,725
เดี๋ยวจะอธิบายว่าแต่มันคืออะไร

57
00:01:44,783 --> 00:01:47,808
ภาษาที่ใช้ในการจัดการฐานข้อมูล

58
00:01:48,113 --> 00:01:48,552

59
00:01:48,372 --> 00:01:51,964
3 อย่างนี้จะต้องทำงานร่วมกัน

60
00:01:52,082 --> 00:01:53,287
โดย

61
00:01:53,493 --> 00:01:53,894

62
00:01:53,684 --> 00:01:53,891

63
00:01:53,943 --> 00:01:56,006
สถาปัตยกรรมฐานข้อมูลนี่

64
00:01:56,063 --> 00:01:56,610

65
00:01:56,573 --> 00:01:58,890
มันจะเป็นเหมือนกับขอบเขต

66
00:01:58,812 --> 00:01:59,194

67
00:01:59,073 --> 00:02:00,681
นะคะกรอบ

68
00:02:00,734 --> 00:02:02,196
ถ้าเป็นภาษา

69
00:02:02,792 --> 00:02:03,240

70
00:02:03,233 --> 00:02:03,532

71
00:02:03,495 --> 00:02:03,903

72
00:02:03,814 --> 00:02:04,067

73
00:02:04,133 --> 00:02:09,218
ทางเชิงวิชาการจะเรียกว่ากรอบที่ใช้ประโยชน์ในการบรรยายว่า

74
00:02:09,193 --> 00:02:09,413

75
00:02:09,313 --> 00:02:12,271
ทำไมเราถึงสร้างฐานข้อมูลแบบนี้

76
00:02:12,277 --> 00:02:12,679

77
00:02:12,593 --> 00:02:14,390
ทำไมเราถึงเก็บข้อมูลแบบนี้

78
00:02:14,633 --> 00:02:14,881

79
00:02:15,214 --> 00:02:19,347
แล้วในฐานข้อมูลนี้เรามีโครงสร้างในการเก็บข้อมูลแบบไหนบ้างนะคะ

80
00:02:19,572 --> 00:02:19,994

81
00:02:19,833 --> 00:02:20,046

82
00:02:20,023 --> 00:02:20,392

83
00:02:20,215 --> 00:02:21,373
ถึงหลักแล้วนี่

84
00:02:21,363 --> 00:02:25,993
โครงสร้างที่ใช้ในการสร้างฐานข้อมูลนี่มันจะมีอยู่ 3 ระดับนะคะ

85
00:02:25,913 --> 00:02:26,166

86
00:02:26,234 --> 00:02:26,468

87
00:02:26,423 --> 00:02:27,522
มีระดับภายนอก

88
00:02:27,512 --> 00:02:27,781

89
00:02:27,712 --> 00:02:31,741
ระดับภายในแล้วก็ระดับแนวคิดเดี๋ยวจะอธิบายไปทีละอย่างทีละอย่าง

90
00:02:31,613 --> 00:02:32,190

91
00:02:32,383 --> 00:02:32,656

92
00:02:34,623 --> 00:02:37,134
ความเป็นอิสระของข้อมูลคืออะไร

93
00:02:37,123 --> 00:02:37,380

94
00:02:37,385 --> 00:02:38,017

95
00:02:38,083 --> 00:02:40,402
ก็คือการที่ผู้ใช้งาน

96
00:02:40,322 --> 00:02:42,753
สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูล

97
00:02:42,692 --> 00:02:47,704
อาจจะเป็นในระดับของการออกแบบฐานข้อมูลหรือระดับ

98
00:02:47,824 --> 00:02:48,224

99
00:02:48,333 --> 00:02:56,377
ถึงขั้นการเก็บข้อมูลแล้วก็ได้โดยที่ถ้าเรามีการเปลี่ยนแปลงฐานข้อมูลหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเก็บข้อมูล

100
00:02:56,853 --> 00:02:57,671
โปรแกรม

101
00:02:57,873 --> 00:02:58,846
ที่ใช้งาน

102
00:02:58,966 --> 00:02:59,371

103
00:02:59,094 --> 00:02:59,532

104
00:02:59,475 --> 00:03:02,186
ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนะคะ

105
00:03:02,114 --> 00:03:02,485

106
00:03:02,303 --> 00:03:02,579

107
00:03:02,753 --> 00:03:07,768
โปรแกรมก็อยู่ส่วนของโปรแกรมข้อมูลก็อยู่ส่วนของข้อมูลจะแยกออกจากกันนะคะ

108
00:03:07,933 --> 00:03:08,220

109
00:03:08,194 --> 00:03:09,153
โดยที่

110
00:03:09,224 --> 00:03:10,271
ผู้ใช้งานนี้

111
00:03:10,245 --> 00:03:12,044
จะมองเห็นแค่ว่า

112
00:03:12,556 --> 00:03:12,771

113
00:03:12,993 --> 00:03:16,613
การเก็บข้อมูลระดับภายนอกก็คือเราเก็บข้อมูลอะไรบ้าง

114
00:03:16,522 --> 00:03:17,282
นะคะ

115
00:03:17,423 --> 00:03:17,682

116
00:03:17,803 --> 00:03:20,291
คนไม่รักคุณอยากเล่น

117
00:03:20,434 --> 00:03:20,758

118
00:03:21,003 --> 00:03:21,628

119
00:03:21,713 --> 00:03:22,034

120
00:03:22,284 --> 00:03:23,687
อยากเล่น facebook

121
00:03:23,955 --> 00:03:24,277

122
00:03:24,275 --> 00:03:25,799
อยากเล่นอินสตาแกรม

123
00:03:26,452 --> 00:03:26,777

124
00:03:26,903 --> 00:03:31,371
เขาก็จะถามว่าคุณชื่ออะไรมีอีเมลหรือเปล่ามีเบอร์โทรศัพท์ไหม

125
00:03:31,765 --> 00:03:32,163

126
00:03:32,155 --> 00:03:34,090
มีรูปโปรไฟล์เป็นรูปอะไร

127
00:03:34,016 --> 00:03:35,157
อันนี้คือ

128
00:03:35,557 --> 00:03:35,748

129
00:03:35,674 --> 00:03:35,878

130
00:03:36,314 --> 00:03:38,244
ข้อมูลระดับภายนอก

131
00:03:38,434 --> 00:03:44,330
ชื่อผู้ใช้งานอย่างเราๆนี่เป็นคนให้ข้อมูลไปแล้วก็เป็นสิ่งที่เราเป็นคนเห็นเองว่า

132
00:03:44,453 --> 00:03:44,853

133
00:03:44,833 --> 00:03:47,741
ข้อมูลที่กรอกลงไปนี่มีข้อมูลอะไรบ้างนะคะ

134
00:03:47,654 --> 00:03:47,973

135
00:03:47,987 --> 00:03:48,866
ถามว่า

136
00:03:49,394 --> 00:03:52,734
เราอยากเปลี่ยนแปลงได้ไหมว่านอกจากรูปภาพนี้

137
00:03:53,103 --> 00:03:53,494

138
00:03:53,233 --> 00:03:54,827
จะให้เขาขอเกี่ยวกับ

139
00:03:55,024 --> 00:03:56,236
อะไรดีล่ะ

140
00:03:56,435 --> 00:03:56,664

141
00:03:57,264 --> 00:03:57,620

142
00:03:57,593 --> 00:03:57,879

143
00:03:58,103 --> 00:03:58,321

144
00:03:58,299 --> 00:04:01,189
สถานะการเรียนบอกเขาว่า

145
00:04:01,303 --> 00:04:01,544

146
00:04:01,554 --> 00:04:02,442
อยากบอก

147
00:04:02,393 --> 00:04:03,596
อยากให้เพิ่ม

148
00:04:03,603 --> 00:04:05,262
เมนูตรงนี้ได้ไหม

149
00:04:05,274 --> 00:04:07,318
ทำไม่ได้นะคะเพราะฉัน

150
00:04:07,194 --> 00:04:09,438
เป็นระดับโครงสร้างปัญหา

151
00:04:09,313 --> 00:04:13,699
แนวคิดประดับภายในซึ่งผู้ใช้งานธรรมดานี้จะแก้ไขไม่ได้นะคะ

152
00:04:14,184 --> 00:04:14,433

153
00:04:14,953 --> 00:04:15,761
โดยที่

154
00:04:16,033 --> 00:04:16,575

155
00:04:16,614 --> 00:04:23,190
เพราะฉะนั้นเนี่ยสมมุติเรามีการเปลี่ยนแปลงฐานข้อมูลแล้วจะเรียกว่าเปลี่ยนข้อมูลในระดับที่ต่ำก็คือข้อมูลส่วนตัวเรานี่แหละ

156
00:04:23,153 --> 00:04:23,712

157
00:04:23,794 --> 00:04:24,004

158
00:04:23,984 --> 00:04:26,369
เปลี่ยนแปลงเฉพาะข้อมูลตัวเองนี่

159
00:04:26,284 --> 00:04:28,795
มันจะไม่กระทบกับคนอื่น

160
00:04:28,713 --> 00:04:32,869
รวมถึงไม่ได้กระทบกับ Facebook ไม่ได้กระทบกับ Instagram

161
00:04:32,754 --> 00:04:32,994

162
00:04:32,883 --> 00:04:35,590
ติดต่อเขายังใช้งานปกติได้หรือไม่

163
00:04:35,514 --> 00:04:39,028
บอกว่าเปลี่ยนแปลงอาจจะเปลี่ยนแปลงรูปโปรไฟล์

164
00:04:38,974 --> 00:04:39,175

165
00:04:39,233 --> 00:04:41,614
ถามว่าโปรแกรมมันจะพังไหม

166
00:04:41,533 --> 00:04:42,102
ไม่

167
00:04:42,623 --> 00:04:43,378
นะคะ

168
00:04:43,393 --> 00:04:45,336
อันนี้คือการเปลี่ยนแปลงระดับ

169
00:04:45,313 --> 00:04:45,633

170
00:04:45,564 --> 00:04:48,720
ต่ำก็คือเป็นการเปลี่ยนแปลงของผู้ใช้งานโดยตรง

171
00:04:48,833 --> 00:04:49,356

172
00:04:54,343 --> 00:04:54,579

173
00:04:54,533 --> 00:04:55,116

174
00:04:55,753 --> 00:04:56,179

175
00:04:56,074 --> 00:04:59,159
ความอิสระของข้อมูลเชิงตรรกะคือ

176
00:04:59,084 --> 00:04:59,323

177
00:04:59,403 --> 00:05:01,322
การเปลี่ยนแปลงมุมมอง

178
00:05:01,454 --> 00:05:01,727

179
00:05:01,714 --> 00:05:02,595
ของ

180
00:05:02,862 --> 00:05:03,999
ผู้ใช้งาน

181
00:05:04,217 --> 00:05:06,003
อย่างเช่นคุณอยากจะ

182
00:05:05,943 --> 00:05:07,817
วันนี้เราอัพรูปไป 4 ลูก

183
00:05:07,794 --> 00:05:08,067

184
00:05:08,754 --> 00:05:09,513
นะคะ

185
00:05:09,523 --> 00:05:09,732

186
00:05:09,714 --> 00:05:10,125

187
00:05:09,913 --> 00:05:12,037
คุณอยากจะสลับตำแหน่ง

188
00:05:11,963 --> 00:05:12,666
นะคะ

189
00:05:13,054 --> 00:05:13,315

190
00:05:13,244 --> 00:05:15,577
ย้ายจากรูปสุดท้ายมาเป็นรูปที่ 1

191
00:05:15,553 --> 00:05:15,802

192
00:05:15,744 --> 00:05:16,632
ถามว่า

193
00:05:16,573 --> 00:05:16,802

194
00:05:16,764 --> 00:05:16,994

195
00:05:16,955 --> 00:05:18,889
โปรแกรมนั้นจะพังไหม

196
00:05:18,944 --> 00:05:20,092
ไม่ผ่านนะคะ

197
00:05:20,164 --> 00:05:21,757
เพราะมันถือว่ามัน

198
00:05:22,029 --> 00:05:25,979
การเปลี่ยนแปลงภายนอกไม่ได้เปลี่ยนแปลงโค้ดโปรแกรม

199
00:05:25,924 --> 00:05:27,197
ไม่ได้บอกให้

200
00:05:27,203 --> 00:05:27,495

201
00:05:28,174 --> 00:05:28,424

202
00:05:28,554 --> 00:05:28,811

203
00:05:28,874 --> 00:05:30,209
ผู้ดูแลระบบ

204
00:05:30,285 --> 00:05:30,527

205
00:05:30,604 --> 00:05:31,182
ลบ

206
00:05:31,245 --> 00:05:31,661

207
00:05:31,754 --> 00:05:33,161
เมนูตรงนี้ออก

208
00:05:33,105 --> 00:05:34,120
ไม่ใช่

209
00:05:34,063 --> 00:05:34,488

210
00:05:34,313 --> 00:05:36,556
นะคะอันนี้ก็คือ

211
00:05:36,633 --> 00:05:40,917
ถ้าผู้ใช้งานอยากเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัวของตัวเอง

212
00:05:40,855 --> 00:05:45,847
ใช้งานได้เลยนะคะไม่กระทบกับคนอื่นไม่กระทบกับระบบโดยรวมนะคะ

213
00:05:45,794 --> 00:05:46,046

214
00:05:45,914 --> 00:05:46,149

215
00:05:46,113 --> 00:05:46,587

216
00:05:46,494 --> 00:05:47,521
รวมถึง

217
00:05:47,454 --> 00:05:47,739

218
00:05:47,712 --> 00:05:50,529
อิสระของข้อมูลเชิงกายภาพนะคะ

219
00:05:51,035 --> 00:05:51,266

220
00:05:51,293 --> 00:05:52,326
ถ้าสมมุติว่า

221
00:05:52,394 --> 00:05:52,601

222
00:05:52,905 --> 00:05:53,850
วันหนึ่ง

223
00:05:53,864 --> 00:05:54,152

224
00:05:54,052 --> 00:05:54,763
Facebook

225
00:05:54,753 --> 00:05:54,955

226
00:05:55,014 --> 00:05:55,280

227
00:05:55,657 --> 00:05:58,298
ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการเก็บข้อมูล

228
00:05:58,273 --> 00:05:58,655

229
00:05:58,666 --> 00:05:59,756
คนใช้งาน

230
00:05:59,814 --> 00:06:00,326

231
00:06:00,323 --> 00:06:05,513
ถามว่าย้ายจากเครื่องหนึ่งไปอีกเครื่องหนึ่งหาว่าเรายังใช้ Facebook ได้ไหม

232
00:06:05,454 --> 00:06:08,147
ใครได้มันไม่กระทบกับเรานะคะ

233
00:06:08,467 --> 00:06:08,685

234
00:06:08,663 --> 00:06:10,579
ถือว่าเป็นโครงสร้างของ

235
00:06:10,774 --> 00:06:14,231
ข้อมูลระดับภายในก็คือผู้ให้บริการ

236
00:06:14,164 --> 00:06:14,610

237
00:06:14,424 --> 00:06:18,351
เขาอาจจะมีการปรับเปลี่ยนย้ายจากเครื่อง a ไปยังเครื่อง B

238
00:06:18,524 --> 00:06:18,954

239
00:06:18,914 --> 00:06:22,568
แต่ผู้ใช้งานก็ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ

240
00:06:22,493 --> 00:06:26,617
รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆอาจจะมีช่วงที่แบบ

241
00:06:26,594 --> 00:06:26,794

242
00:06:26,724 --> 00:06:32,771
รีสตาร์ทเครื่องของตัวเจ้าของเขาบ้างอะไรอย่างนี้นะครับจะถามว่า Facebook เราหายไปไหม

243
00:06:32,674 --> 00:06:34,548
ไม่หายนะคะอันนี้ก็คือ

244
00:06:34,545 --> 00:06:36,650
ตัวอย่างคร่าวๆว่า

245
00:06:36,594 --> 00:06:39,683
เสียงประกาศเป็นอย่างไรซึ่งคุณภาพเป็นอย่างไร

246
00:06:39,723 --> 00:06:39,980

247
00:06:41,843 --> 00:06:42,044

248
00:06:42,164 --> 00:06:42,595

249
00:06:42,616 --> 00:06:44,019
ต่อมา

250
00:06:43,955 --> 00:06:44,154

251
00:06:44,084 --> 00:06:46,966
ภาษาหลักของระบบจัดการฐานข้อมูลนะคะ

252
00:06:47,674 --> 00:06:49,371
ก็จะมีอยู่ 3 ภาษาหลักๆ

253
00:06:49,334 --> 00:06:50,155
นะคะ

254
00:06:50,173 --> 00:06:50,564

255
00:06:50,685 --> 00:06:52,028
อันนี้หมายถึงว่า

256
00:06:52,033 --> 00:06:57,965
ภาษาเชิงโครงสร้างที่ใช้นะคะไม่ได้หมายถึงชื่อภาษาทางโปรแกรม

257
00:06:57,994 --> 00:07:01,196
อันแรกคือภาษาสำหรับนิยามข้อมูล

258
00:07:01,254 --> 00:07:01,880
นะคะ

259
00:07:01,954 --> 00:07:02,375

260
00:07:02,474 --> 00:07:04,532
ว่าจะเป็นภาษาที่ใช้ในการกำหนด

261
00:07:04,454 --> 00:07:05,402
โครงสร้าง

262
00:07:05,354 --> 00:07:05,673

263
00:07:05,677 --> 00:07:05,997

264
00:07:05,925 --> 00:07:07,212
ของฐานข้อมูล

265
00:07:07,724 --> 00:07:11,616
นะคะว่าระดับแนวคิดที่คุณวางแผนไว้ว่าอย่างไร

266
00:07:11,434 --> 00:07:12,770
อย่างเช่น

267
00:07:12,980 --> 00:07:13,229

268
00:07:13,235 --> 00:07:14,252
อาจารย์อาจจะ

269
00:07:14,584 --> 00:07:14,840

270
00:07:15,229 --> 00:07:18,293
ขอบคุณ 1 ทะเบียนปีสูงขึ้นจะต้องได้ทำโปรเจค

271
00:07:18,164 --> 00:07:20,742
อาจจะเขียนโปรแกรมเป็นของตัวเอง

272
00:07:20,985 --> 00:07:21,935
สมมุติว่า

273
00:07:21,944 --> 00:07:22,145

274
00:07:22,073 --> 00:07:24,606
ได้ทำโปรเจคเกี่ยวกับร้านขายหนังสือ

275
00:07:24,574 --> 00:07:24,829

276
00:07:25,344 --> 00:07:28,202
ร้านหนังสือร้านหนึ่งเราจะต้องปิดข้อมูลอะไรบ้าง

277
00:07:28,223 --> 00:07:28,513

278
00:07:28,414 --> 00:07:29,928
ขี้เกียจออกไปให้ได้

279
00:07:30,074 --> 00:07:32,668
นะคะสิ่งนี้เรียกว่าระดับแนวคิด

280
00:07:33,034 --> 00:07:33,259

281
00:07:33,353 --> 00:07:34,438
จะมา

282
00:07:34,374 --> 00:07:35,777
ให้ความหมายว่า

283
00:07:35,787 --> 00:07:36,104

284
00:07:36,034 --> 00:07:36,504

285
00:07:36,358 --> 00:07:38,086
ในฐานข้อมูลของเรานี่

286
00:07:38,666 --> 00:07:38,942

287
00:07:38,925 --> 00:07:41,116
ระหว่างผู้ใช้งานสมาชิก

288
00:07:41,165 --> 00:07:42,441
เจ้าของร้าน

289
00:07:42,764 --> 00:07:43,041

290
00:07:42,895 --> 00:07:46,179
สามารถทำอะไรได้บ้างสิ่งเหล่านี้จะเรียกว่าวิว

291
00:07:46,154 --> 00:07:46,389

292
00:07:46,355 --> 00:07:49,002
ราคาหรือว่ามุมมองของผู้ใช้งานแต่ละคน

293
00:07:48,914 --> 00:07:49,312

294
00:07:49,494 --> 00:07:51,387
เอาง่ายกลางอีกแล้ว

295
00:07:51,415 --> 00:07:51,690

296
00:07:51,603 --> 00:07:52,303
Facebook

297
00:07:52,315 --> 00:07:52,795

298
00:07:52,884 --> 00:07:55,369
Facebook ในหน้าที่คุณดูกับหน้าที่เพื่อนดู

299
00:07:55,266 --> 00:07:55,796

300
00:07:55,775 --> 00:07:56,991
อาจจะไม่เหมือนกัน

301
00:07:57,755 --> 00:08:00,285
ใน Facebook เราสามารถกำหนดได้ว่ารูปนี้

302
00:08:00,315 --> 00:08:00,727

303
00:08:00,634 --> 00:08:02,354
ฉันจะเก็บไว้ดูคนเดียว

304
00:08:02,496 --> 00:08:06,557
หรือรูปนี้จะให้เพื่อนดูได้พรุ่งนี้จะให้

305
00:08:06,535 --> 00:08:07,870
ใครก็ได้มาดู

306
00:08:08,074 --> 00:08:08,351

307
00:08:09,154 --> 00:08:09,449

308
00:08:09,545 --> 00:08:10,686
ไม่ได้ปิดกั้น

309
00:08:10,755 --> 00:08:11,794
อย่างนี้ก็มี

310
00:08:11,854 --> 00:08:16,792
อันนี้คือการกำหนดสถานะของบุคคลในการดูข้อมูลของเรา

311
00:08:16,655 --> 00:08:21,434
นะคะเราจะกำหนดตั้งแต่การกำหนดโครงสร้างของฐานข้อมูลเลยว่า

312
00:08:21,787 --> 00:08:23,408
ผู้ใช้งานแต่ละคนดู

313
00:08:23,708 --> 00:08:23,953

314
00:08:24,275 --> 00:08:25,801
ข้อมูลส่วนไหนได้บ้าง

315
00:08:25,944 --> 00:08:26,598
นะคะ

316
00:08:26,586 --> 00:08:26,814

317
00:08:27,674 --> 00:08:28,088

318
00:08:28,195 --> 00:08:30,942
ออกมาเป็นภาษาในการจัดการข้อมูล

319
00:08:30,876 --> 00:08:32,697
มันจะเป็นภาษาเชิง

320
00:08:32,604 --> 00:08:33,753
programming

321
00:08:34,016 --> 00:08:37,446
ซึ่งสำหรับการจัดการข้อมูลภายในฐานข้อมูลนะคะ

322
00:08:37,415 --> 00:08:37,679

323
00:08:37,604 --> 00:08:37,860

324
00:08:38,375 --> 00:08:40,763
ก็จะเป็นตั้งแต่การค้นหาข้อมูล

325
00:08:40,745 --> 00:08:42,013
การเพิ่มการลบ

326
00:08:41,954 --> 00:08:42,177

327
00:08:42,217 --> 00:08:44,396
แก้ไขข้อมูลในฐานข้อมูล

328
00:08:45,675 --> 00:08:46,375
นะคะ

329
00:08:46,514 --> 00:08:46,705

330
00:08:46,634 --> 00:08:47,596
อันนี้ก็

331
00:08:47,595 --> 00:08:49,610
จะสามารถทำได้ตามสิทธิ์

332
00:08:49,775 --> 00:08:49,999

333
00:08:49,965 --> 00:08:50,259

334
00:08:50,154 --> 00:08:51,708
ของผู้ใช้งานแต่ละคน

335
00:08:52,334 --> 00:08:52,760

336
00:08:52,986 --> 00:08:54,331
คนค้นหาได้

337
00:08:54,394 --> 00:08:55,947
เธอไม่ได้

338
00:08:56,055 --> 00:08:56,289

339
00:08:56,244 --> 00:08:57,651
บางคนเพิ่มได้

340
00:08:57,714 --> 00:08:58,540
ห้ามลบ

341
00:08:58,616 --> 00:08:58,815

342
00:08:58,748 --> 00:09:00,532
นะคะอันนี้ก็

343
00:09:00,540 --> 00:09:01,873
เป็นคำสั่ง

344
00:09:01,824 --> 00:09:02,176

345
00:09:02,145 --> 00:09:03,954
ที่ใช้ภายในฐานข้อมูล

346
00:09:04,065 --> 00:09:05,156
ต่อมา

347
00:09:05,155 --> 00:09:06,867
เป็นภาษาควบคุม

348
00:09:06,816 --> 00:09:07,103

349
00:09:07,004 --> 00:09:07,632

350
00:09:07,584 --> 00:09:07,813

351
00:09:07,835 --> 00:09:08,048

352
00:09:08,155 --> 00:09:09,386
มันจะเป็นภาษา

353
00:09:09,386 --> 00:09:12,971
ที่เอาไว้สำหรับการควบคุมความถูกต้องของข้อมูล

354
00:09:13,605 --> 00:09:14,750
เช่นอะไรบ้าง

355
00:09:14,825 --> 00:09:15,228

356
00:09:15,014 --> 00:09:17,646
อย่างเช่นอาจารย์ให้คุณกรอกชื่อ

357
00:09:17,645 --> 00:09:17,881

358
00:09:18,095 --> 00:09:18,670

359
00:09:18,675 --> 00:09:19,630
บอกชื่อ

360
00:09:19,564 --> 00:09:20,072

361
00:09:20,076 --> 00:09:22,954
แต่ว่านักศึกษาบางคนลืมเปลี่ยนภาษา

362
00:09:22,954 --> 00:09:24,101
หรือ

363
00:09:24,045 --> 00:09:27,460
ลืมเปลี่ยนปุ่มหรือเปิดปุ่มตัวเลขไว้

364
00:09:27,385 --> 00:09:27,798

365
00:09:27,895 --> 00:09:28,122

366
00:09:29,235 --> 00:09:29,461

367
00:09:29,365 --> 00:09:30,058
นะคะ

368
00:09:30,006 --> 00:09:32,378
กลายเป็นว่าคิดขึ้นเองเป็นตัวเลข

369
00:09:32,376 --> 00:09:32,603

370
00:09:32,565 --> 00:09:38,110
ภาษาระดับควบคุมก็คือมันจะเป็นการตรวจสอบว่าข้อมูลที่นักศึกษาใส่มา

371
00:09:38,785 --> 00:09:39,008

372
00:09:39,035 --> 00:09:40,130
ถูกหรือผิด

373
00:09:40,315 --> 00:09:41,747
เช่นอาจารย์กำหนดให้

374
00:09:41,666 --> 00:09:43,702
ล็อคหน้าจอตัวหนังสือเท่านั้น

375
00:09:44,295 --> 00:09:46,262
ใส่ตัวเลขไม่ได้นะคะ

376
00:09:46,405 --> 00:09:46,623

377
00:09:46,667 --> 00:09:49,294
การเกิดภาวะพร้อมกันอย่างเช่น

378
00:09:50,446 --> 00:09:50,758

379
00:09:50,704 --> 00:09:51,211

380
00:09:51,216 --> 00:09:52,549
จองตั๋วคอนเสิร์ต

381
00:09:52,555 --> 00:09:53,254

382
00:09:53,195 --> 00:09:53,426

383
00:09:53,326 --> 00:09:54,855
ดังมาก

384
00:09:54,926 --> 00:09:55,191

385
00:09:55,115 --> 00:09:57,963
เข้ามาจองพร้อมกันสัก 50 คน

386
00:09:57,878 --> 00:09:59,928
เราจะมีการจัดการ

387
00:09:59,870 --> 00:10:00,170

388
00:10:00,567 --> 00:10:02,748
คน 50 คนอย่างไร

389
00:10:03,316 --> 00:10:03,601

390
00:10:03,576 --> 00:10:10,362
คะให้สามารถทำงานได้อันนี้คือการเกิดภาวะพร้อมกันก็คือเข้ามาใช้งานระบบพร้อมกันทั้งหมด

391
00:10:13,505 --> 00:10:13,709

392
00:10:13,635 --> 00:10:14,033

393
00:10:13,957 --> 00:10:19,318
สถาปัตยกรรมฐานข้อมูลนี่มันก็จะมีการศึกษาทั้งโครงสร้างองค์ประกอบหลักของระบบ

394
00:10:19,206 --> 00:10:19,930

395
00:10:20,106 --> 00:10:20,534

396
00:10:20,296 --> 00:10:20,923

397
00:10:21,196 --> 00:10:22,472
ทางฐานข้อมูล

398
00:10:22,595 --> 00:10:25,928
หน้าที่ของแต่ละองค์ประกอบแต่ละคนแต่ละผู้ใช้งาน

399
00:10:25,940 --> 00:10:26,507

400
00:10:26,448 --> 00:10:28,754
รวมถึงการเขียน

401
00:10:28,756 --> 00:10:31,819
โปรแกรมเครื่องสื่อสารแล้วก็ติดต่อกับส่วนอื่นๆ

402
00:10:32,346 --> 00:10:32,974
นะคะ

403
00:10:33,116 --> 00:10:36,858
ในระบบฐานข้อมูลอาจจะไม่ได้มีแค่โปรแกรมเดียวที่ทำงาน

404
00:10:36,695 --> 00:10:37,265

405
00:10:37,335 --> 00:10:39,121
อาทิตย์ที่แล้วเคยบอกแล้วว่า

406
00:10:39,645 --> 00:10:44,883
ระบบบัญชีระบบบุคคลระบบการเงินก็ใช้ฐานข้อมูลร่วมกันนะคะ

407
00:10:45,276 --> 00:10:45,528

408
00:10:45,595 --> 00:10:46,936
โดยที่ถ้าสมมุติว่า

409
00:10:47,136 --> 00:10:49,174
พูดง่ายและมีการเปลี่ยน

410
00:10:49,064 --> 00:10:51,875
โปรแกรมนะคะโครงสร้างฐานข้อมูล

411
00:10:51,815 --> 00:10:52,631
ยังอยู่

412
00:10:52,906 --> 00:10:53,531

413
00:10:53,545 --> 00:10:53,768

414
00:10:53,675 --> 00:10:54,060

415
00:10:54,000 --> 00:10:55,356
จะไม่หายไปไหน

416
00:10:55,916 --> 00:10:56,121

417
00:10:56,116 --> 00:11:00,183
เพราะเราเปลี่ยนแค่ตัวโปรแกรมแล้วไม่ได้เปลี่ยนทั้งโครงสร้างนะคะ

418
00:11:00,015 --> 00:11:03,968
ถ้าสมมุติว่าเปลี่ยนโปรแกรมใหม่มันก็จะมีการเชื่อมต่อที่ทำให้

419
00:11:03,927 --> 00:11:04,208

420
00:11:04,118 --> 00:11:05,753
ข้อมูลไม่สามารถทำงานได้

421
00:11:05,846 --> 00:11:06,475
นะคะ

422
00:11:06,426 --> 00:11:06,955

423
00:11:06,996 --> 00:11:07,559

424
00:11:09,816 --> 00:11:10,231

425
00:11:10,645 --> 00:11:10,914

426
00:11:10,908 --> 00:11:11,156

427
00:11:11,157 --> 00:11:18,407
โดยระบบฐานข้อมูลนี่มันก็จะเป็นการเอาข้อมูลที่มีอยู่ในองค์กรหรือข้อมูลที่เราต้องการจะเพิ่มเติมนะคะ

428
00:11:18,276 --> 00:11:21,521
ไม่มีความเกี่ยวข้องกันมารวมไว้ในที่เดียวกันนะคะ

429
00:11:22,187 --> 00:11:24,048
ผู้ใช้งานฐานข้อมูลหนี้

430
00:11:23,982 --> 00:11:24,256

431
00:11:24,166 --> 00:11:25,106
จะมอง

432
00:11:25,066 --> 00:11:26,956
มุมมอง rov

433
00:11:26,916 --> 00:11:27,305

434
00:11:27,235 --> 00:11:28,722
ที่แตกต่างกันไปตามสิทธิ์

435
00:11:28,596 --> 00:11:28,809

436
00:11:28,715 --> 00:11:30,333
ของการใช้งานนะคะ

437
00:11:30,316 --> 00:11:30,531

438
00:11:31,726 --> 00:11:31,954

439
00:11:31,916 --> 00:11:32,943
โดยที่

440
00:11:32,946 --> 00:11:33,180

441
00:11:33,459 --> 00:11:35,596
ผู้ใช้งานนี้ไม่จำเป็นต้องรู้ว่า

442
00:11:35,506 --> 00:11:42,456
ถ้าสมมุติว่าคุณเป็นผู้ใช้งานทั่วไปเขาจะเป็นจะต้องรู้ไหมว่าโปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมอย่างไร

443
00:11:42,295 --> 00:11:42,528

444
00:11:42,996 --> 00:11:43,278

445
00:11:43,210 --> 00:11:45,577
โปรแกรมเมอร์ใช้วิธีอะไรในการแสดงภาพ

446
00:11:45,570 --> 00:11:45,873

447
00:11:45,957 --> 00:11:46,219

448
00:11:46,206 --> 00:11:49,237
โปรแกรมเมอร์ทำอย่างไรให้เราดู YouTube ได้

449
00:11:49,347 --> 00:11:51,027
อันนี้ไม่จำเป็นต้องรู้

450
00:11:52,286 --> 00:11:52,913

451
00:11:52,996 --> 00:11:54,285
โดยที่

452
00:11:54,276 --> 00:11:54,659

453
00:11:54,481 --> 00:12:00,643
ของสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถก็รายละเอียดไว้ได้แต่ถามว่าให้แสดงออกมาได้ไหมแสดงได้

454
00:12:01,066 --> 00:12:02,224
User

455
00:12:02,226 --> 00:12:04,031
ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องรู้

456
00:12:04,017 --> 00:12:04,370

457
00:12:04,206 --> 00:12:06,099
เพราะฉะนั้นซ่อนไว้ได้

458
00:12:06,386 --> 00:12:06,960
นะคะ

459
00:12:06,956 --> 00:12:07,157

460
00:12:07,087 --> 00:12:08,492
ยกเว้นบางอย่างนี้

461
00:12:08,756 --> 00:12:11,524
ให้เป็นภาษาโปรแกรมนี้รวมเวลาใช้ Google

462
00:12:11,386 --> 00:12:11,635

463
00:12:11,956 --> 00:12:12,179

464
00:12:12,219 --> 00:12:13,987
Chrome หาข้อมูล

465
00:12:14,078 --> 00:12:14,396

466
00:12:14,396 --> 00:12:16,337
มันสามารถดูได้ว่า

467
00:12:16,317 --> 00:12:17,809
โค้ดโปรแกรมที่

468
00:12:17,986 --> 00:12:19,679
พูดด้วยแล้วผมเขียนไว้นี่

469
00:12:19,586 --> 00:12:21,130
นึกว่าอย่างไรบ้าง

470
00:12:21,059 --> 00:12:22,468
ก็ดูได้นะคะ

471
00:12:22,787 --> 00:12:23,032

472
00:12:22,916 --> 00:12:23,733
จะถามว่า

473
00:12:24,638 --> 00:12:28,896
พ่อแม่เราจะอยากรู้ไหมว่า Google เขียนโปรแกรมอย่างไร

474
00:12:28,877 --> 00:12:30,705
ของใหม่ไม่จำเป็นต้องเปิด

475
00:12:30,597 --> 00:12:32,031
เปิดดูจะถามว่า

476
00:12:32,006 --> 00:12:34,804
อยู่นั่นไหมเปิดดูได้นะคะ

477
00:12:35,026 --> 00:12:35,313

478
00:12:36,946 --> 00:12:37,332

479
00:12:37,587 --> 00:12:38,027

480
00:12:37,967 --> 00:12:43,836
โดยสถาปัตยกรรมฐานข้อมูลนี้มีอยู่ 300 บาทนะคะเหมือนที่พูดไปตอนต้นก็คือ

481
00:12:43,739 --> 00:12:43,976

482
00:12:44,057 --> 00:12:48,426
มีระดับภายนอกระดับแนวคิดแล้วก็ระดับภายในนะคะมี 3 ระดับ

483
00:12:48,667 --> 00:12:48,914

484
00:12:48,857 --> 00:12:50,659
มันเป็นภาพแบบนี้

485
00:12:50,717 --> 00:12:51,355
นะคะ

486
00:12:52,066 --> 00:12:52,323

487
00:12:52,836 --> 00:12:53,087

488
00:12:53,086 --> 00:12:54,429
เดี๋ยวขีดเส้นให้ดู

489
00:12:54,436 --> 00:12:54,678

490
00:12:54,628 --> 00:12:54,901

491
00:12:56,928 --> 00:12:57,245

492
00:12:57,187 --> 00:12:58,327
ระดับภายนอก

493
00:12:58,798 --> 00:12:59,423
ราคา

494
00:13:00,458 --> 00:13:01,929
เดี๋ยวเติมเส้นแบบนี้

495
00:13:01,867 --> 00:13:02,141

496
00:13:02,058 --> 00:13:02,281

497
00:13:02,320 --> 00:13:07,729
ระดับภายนอกก็คือหากเราอาจจะมีผู้ใช้งาน 1 คน 2 คน

498
00:13:07,319 --> 00:13:08,403
หลายคน

499
00:13:08,396 --> 00:13:10,127
คนอาจจะใช้ระบบ

500
00:13:10,256 --> 00:13:11,284
เดียวกัน

501
00:13:11,917 --> 00:13:13,711
หน้าจอที่ดูอยู่

502
00:13:13,777 --> 00:13:14,923
ไม่เหมือนกันก็ได้

503
00:13:15,256 --> 00:13:18,407
คะไม่ใช่นักศึกษาเข้าไปใช้ระบบ

504
00:13:18,517 --> 00:13:18,748

505
00:13:19,357 --> 00:13:19,560

506
00:13:19,607 --> 00:13:19,822

507
00:13:19,736 --> 00:13:20,147

508
00:13:19,926 --> 00:13:20,816
ทะเบียน

509
00:13:21,147 --> 00:13:21,382

510
00:13:21,276 --> 00:13:21,544

511
00:13:21,526 --> 00:13:21,911

512
00:13:21,787 --> 00:13:22,068

513
00:13:22,166 --> 00:13:23,526
คนหนึ่งดูเกรด

514
00:13:23,517 --> 00:13:23,752

515
00:13:23,718 --> 00:13:23,929

516
00:13:24,039 --> 00:13:24,257

517
00:13:24,228 --> 00:13:25,249
คนที่ 2

518
00:13:25,246 --> 00:13:27,778
ซิมไม่ลงทะเบียน

519
00:13:27,808 --> 00:13:28,380

520
00:13:28,317 --> 00:13:31,345
คนที่ 3 อาจจะค้นหาคำอธิบายรายวิชา

521
00:13:31,527 --> 00:13:31,936

522
00:13:31,717 --> 00:13:36,441
ว่าเขาใช้โปรแกรมเดียวกันไหมหรือเพียงกันใหม่ใช่ระบบเดียวกัน

523
00:13:36,328 --> 00:13:36,585

524
00:13:36,777 --> 00:13:38,700
เขาอาจจะทำงานไม่เหมือนกันก็ได้

525
00:13:38,759 --> 00:13:39,462
นะคะ

526
00:13:39,397 --> 00:13:42,847
คุณอยากดูตรงไหนก็ได้อยากจะดูเหมือนกันก็ได้

527
00:13:42,737 --> 00:13:44,786
แต่จะต้องเป็นข้อมูลของตัวเอง

528
00:13:45,617 --> 00:13:46,749
อย่างเช่น

529
00:13:46,837 --> 00:13:47,487
เกรด

530
00:13:47,408 --> 00:13:50,983
คุณจะดูของเพื่อนไม่ได้เพราะแต่ละคนมีสิทธิ์ของตัวเองเท่านั้น

531
00:13:51,257 --> 00:13:52,395

532
00:13:52,537 --> 00:13:56,369
ไปละเมิดความเป็นส่วนตัวของของคนอื่นไม่ได้

533
00:13:56,322 --> 00:13:57,133

534
00:13:57,857 --> 00:14:00,462
นครินทร์ก็มันจะมีกฎหมายอยู่

535
00:14:00,477 --> 00:14:01,820
เวลาเราจะ

536
00:14:02,077 --> 00:14:04,255
ดูข้อมูลใครหรือ

537
00:14:04,267 --> 00:14:07,419
รูปถ่ายหรือนิ่มถึงใคร

538
00:14:07,277 --> 00:14:07,625

539
00:14:07,848 --> 00:14:08,134

540
00:14:08,245 --> 00:14:09,763
กฎหมายกำหนดนะคะ

541
00:14:10,219 --> 00:14:10,625

542
00:14:10,798 --> 00:14:11,811
ต่อมา

543
00:14:11,947 --> 00:14:13,619
ในระดับแนวคิด

544
00:14:13,937 --> 00:14:14,139

545
00:14:14,257 --> 00:14:14,478

546
00:14:14,448 --> 00:14:15,498
จะดูแลว่า

547
00:14:15,477 --> 00:14:15,740

548
00:14:15,597 --> 00:14:18,236
โครงสร้างฐานข้อมูลให้เราออกแบบไว้

549
00:14:18,547 --> 00:14:20,011
สำหรับการทำงาน

550
00:14:20,277 --> 00:14:21,786
มันจะเป็นเหมือนตัวที่

551
00:14:22,079 --> 00:14:26,124
ผู้จัดการว่าเซอร์หรือผู้ใช้งานแต่ละคนนี่เรียก

552
00:14:26,037 --> 00:14:32,010
ข้อมูลอะไรขึ้นไปดูเป็นตัวจัดการหลังจากนั้นก็จะทำหน้าที่เชื่อมต่อกับระบบ

553
00:14:32,258 --> 00:14:33,393
ภายใน

554
00:14:33,597 --> 00:14:33,833

555
00:14:33,858 --> 00:14:36,137
ดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลไปแสดงผล

556
00:14:36,288 --> 00:14:36,549

557
00:14:36,678 --> 00:14:37,239

558
00:14:37,389 --> 00:14:42,700
การทำงานจะมีส่วนหลักๆ 3 ส่วนดังนี้นะคะพี่ถ้าเราใช้งานกันแปลว่า

559
00:14:42,569 --> 00:14:43,060

560
00:14:43,019 --> 00:14:44,580
User จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ

561
00:14:44,487 --> 00:14:44,848

562
00:14:44,678 --> 00:14:44,946

563
00:14:44,878 --> 00:14:45,587
แนวคิด

564
00:14:45,517 --> 00:14:47,760
ระดับแนวพระภายในไหม

565
00:14:47,699 --> 00:14:49,261
ไม่จำเป็น

566
00:14:49,297 --> 00:14:53,109
เขาจะดูแต่เฉพาะข้อมูลที่น่าสนใจ

567
00:14:53,268 --> 00:14:55,217
ระดับภายนอกเท่านั้นนะคะ

568
00:14:56,088 --> 00:14:56,370

569
00:14:56,409 --> 00:14:59,183
เหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องแยกเป็น 3 ระดับ

570
00:14:59,158 --> 00:14:59,570

571
00:14:59,418 --> 00:15:02,056
แยกจากกันทำไมไม่รวมกันไว้

572
00:15:02,118 --> 00:15:02,691
นะคะ

573
00:15:03,079 --> 00:15:04,682
อันแรกก็คือ

574
00:15:04,678 --> 00:15:04,951

575
00:15:04,868 --> 00:15:05,087

576
00:15:05,188 --> 00:15:06,427
แต่ละคนนี่

577
00:15:06,398 --> 00:15:08,344
อาจจะเข้าถึงข้อมูลเป็นตัวเดียวกันได้

578
00:15:08,258 --> 00:15:08,919

579
00:15:08,959 --> 00:15:09,597

580
00:15:09,669 --> 00:15:09,947

581
00:15:10,319 --> 00:15:12,247
อาจจะเรียกดูผลเหมือนกัน

582
00:15:12,169 --> 00:15:12,490

583
00:15:12,428 --> 00:15:15,892
เหมือนคนอย่างที่บอกค่ะเข้าไปใช้ระบบทะเบียน

584
00:15:15,819 --> 00:15:17,043
คนหนึ่งดูเกรด

585
00:15:17,098 --> 00:15:17,334

586
00:15:17,358 --> 00:15:19,034
คนหนึ่งดูลงทะเบียน

587
00:15:18,959 --> 00:15:23,267
ค้นหาคำอธิบายรายวิชาหน้าตาแตกต่างกัน

588
00:15:23,248 --> 00:15:23,671

589
00:15:23,570 --> 00:15:23,887

590
00:15:23,959 --> 00:15:24,766
แต่ก็

591
00:15:24,720 --> 00:15:26,250
ใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน

592
00:15:26,331 --> 00:15:26,950
นะคะ

593
00:15:27,928 --> 00:15:28,155

594
00:15:28,248 --> 00:15:30,981
ผู้ใช้งานจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลโดยตรงได้

595
00:15:30,997 --> 00:15:32,036
ก็คือคุณจำ

596
00:15:32,029 --> 00:15:32,848
ไม่สามารถ

597
00:15:34,009 --> 00:15:34,283

598
00:15:34,399 --> 00:15:35,625
คิมหรือ

599
00:15:35,752 --> 00:15:35,993

600
00:15:35,878 --> 00:15:37,143
เรียกใช้

601
00:15:37,348 --> 00:15:37,619

602
00:15:37,859 --> 00:15:38,130

603
00:15:38,179 --> 00:15:42,388
ข้อมูลศึกษาข้อมูลได้โดยตรงจะต้องผ่านระบบจัดการฐานข้อมูลเท่านั้น

604
00:15:42,279 --> 00:15:42,987
นะคะ

605
00:15:43,689 --> 00:15:43,900

606
00:15:43,951 --> 00:15:44,160

607
00:15:44,458 --> 00:15:50,318
Admin นะคะไม่ทันข้อมูลก็คือผู้บริหารฐานข้อมูลอะไรวะ database Admin

608
00:15:50,218 --> 00:15:50,430

609
00:15:50,479 --> 00:15:52,242
ระยองก็คือ B A

610
00:15:52,530 --> 00:15:52,773

611
00:15:53,170 --> 00:15:53,435

612
00:15:53,429 --> 00:15:53,775

613
00:15:53,809 --> 00:15:56,121
สามารถแก้ไขโครงสร้างของฐานข้อมูลได้

614
00:15:56,179 --> 00:15:56,377

615
00:15:56,628 --> 00:15:56,927

616
00:15:56,819 --> 00:15:57,053

617
00:15:56,949 --> 00:15:57,272

618
00:15:57,268 --> 00:15:59,849
เข้าไปดูข้อมูลที่ทุกอย่างไม่ได้นะคะ

619
00:15:59,839 --> 00:16:00,225

620
00:16:00,278 --> 00:16:01,101

621
00:16:01,118 --> 00:16:04,077
ต้องไม่สร้างผลกระทบให้กับผู้ใช้งาน

622
00:16:04,570 --> 00:16:06,287
ก็คือตอนนี้คุณอาจจะ

623
00:16:06,490 --> 00:16:06,776

624
00:16:07,070 --> 00:16:08,028
ปรับปรุง

625
00:16:07,967 --> 00:16:10,872
เปลี่ยนแปลงฐานข้อมูลอยู่ผู้ใช้งานก็ยัง

626
00:16:10,979 --> 00:16:11,202

627
00:16:11,239 --> 00:16:13,471
สามารถทำงานได้ปกติ

628
00:16:13,409 --> 00:16:13,630

629
00:16:13,989 --> 00:16:15,852
โครงสร้างระดับคะแนนฐานข้อมูล

630
00:16:16,239 --> 00:16:16,513

631
00:16:16,430 --> 00:16:17,129
นะคะ

632
00:16:17,519 --> 00:16:20,988
จะไม่ได้รับผลกระทบถ้าคุณมีการเปลี่ยนแปลงโปรแกรม

633
00:16:20,970 --> 00:16:21,238

634
00:16:21,230 --> 00:16:24,066
ไปอยู่ในลักษณะของเส้นกายภาพ

635
00:16:24,561 --> 00:16:25,314
นะคะ

636
00:16:25,270 --> 00:16:26,954
จะเปลี่ยนโปรแกรม

637
00:16:26,869 --> 00:16:29,599
เปลี่ยนจากโปรแกรม a8 ใช้โปรแกรม B

638
00:16:29,560 --> 00:16:32,277
ข้อมูลจะต้องไม่หายไปไหนอันนี้คือเหตุผล

639
00:16:32,120 --> 00:16:32,694
นะคะ

640
00:16:32,698 --> 00:16:32,971

641
00:16:32,960 --> 00:16:34,235
ที่ 30 นี้

642
00:16:34,238 --> 00:16:36,315
เราจำเป็นจะต้องแยกออกจากกัน

643
00:16:36,279 --> 00:16:36,920
ราคา

644
00:16:38,779 --> 00:16:39,078

645
00:16:40,902 --> 00:16:41,161

646
00:16:41,412 --> 00:16:41,634

647
00:16:41,604 --> 00:16:42,815
มาดูรายละเอียด

648
00:16:42,818 --> 00:16:43,108

649
00:16:43,839 --> 00:16:44,108

650
00:16:44,160 --> 00:16:44,487

651
00:16:44,480 --> 00:16:46,841
เพิ่มเติมนะคะสำหรับระดับภายใน

652
00:16:46,852 --> 00:16:47,391

653
00:16:47,561 --> 00:16:48,197

654
00:16:48,269 --> 00:16:53,991
เป็นระดับที่จัดเก็บข้อมูลอยู่ในลักษณะโครงสร้างที่ออกแบบมาแล้วนะคะ

655
00:16:53,900 --> 00:16:54,168

656
00:16:54,029 --> 00:16:56,260
ถ้าเราเก็บข้อมูลได้ดี

657
00:16:56,980 --> 00:16:57,267

658
00:16:57,239 --> 00:16:59,308
ก็จะมีผลต่อความเร็ว

659
00:16:59,479 --> 00:17:01,745
กล้องประสิทธิภาพในการเรียกใช้ข้อมูล

660
00:17:01,719 --> 00:17:02,420
นะคะ

661
00:17:02,359 --> 00:17:02,632

662
00:17:02,550 --> 00:17:02,775

663
00:17:02,799 --> 00:17:04,192
ระดับภายในนี่

664
00:17:04,150 --> 00:17:05,900
มันก็จะเป็นการ

665
00:17:05,950 --> 00:17:07,092
ดูว่า

666
00:17:07,230 --> 00:17:10,115
เรามีการสำรองข้อมูลหรือเปล่า

667
00:17:10,110 --> 00:17:11,710
เก็บข้อมูลอย่างไร

668
00:17:12,280 --> 00:17:13,107
นะคะ

669
00:17:13,319 --> 00:17:13,536

670
00:17:13,639 --> 00:17:15,426
ส่วนมากข้อมูล

671
00:17:16,319 --> 00:17:16,585

672
00:17:16,520 --> 00:17:17,935
ฐานข้อมูลหนี้

673
00:17:18,371 --> 00:17:18,590

674
00:17:18,629 --> 00:17:18,867

675
00:17:18,820 --> 00:17:21,263
ปิดข้อมูลอยู่ในฮาร์ดดิสก็ได้

676
00:17:21,129 --> 00:17:23,496
การทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ

677
00:17:23,440 --> 00:17:23,876

678
00:17:23,819 --> 00:17:25,994
สามารถอ่านเขียนข้อมูลได้

679
00:17:25,930 --> 00:17:27,916
ร่วมกับระบบปฏิบัติการด้วย

680
00:17:28,040 --> 00:17:28,321

681
00:17:28,246 --> 00:17:29,328
ถึงบอกว่า

682
00:17:29,720 --> 00:17:30,129

683
00:17:30,039 --> 00:17:31,830
การจัดเก็บข้อมูลที่ดี

684
00:17:31,890 --> 00:17:32,117

685
00:17:32,080 --> 00:17:32,305

686
00:17:32,280 --> 00:17:36,539
จัดการความเร็วและประสิทธิภาพในการเข้าถึงข้อมูลนะคะ

687
00:17:36,499 --> 00:17:36,889

688
00:17:36,951 --> 00:17:37,336

689
00:17:37,469 --> 00:17:37,732

690
00:17:37,601 --> 00:17:38,354

691
00:17:38,299 --> 00:17:41,265
เก็บข้อมูล j7 ว่าทำใหม่

692
00:17:43,041 --> 00:17:43,302

693
00:17:43,230 --> 00:17:45,163
เราต้องยิงระดับต่ำ

694
00:17:45,080 --> 00:17:46,427
รหัสนักศึกษาด้วย

695
00:17:46,761 --> 00:17:46,982

696
00:17:47,271 --> 00:17:48,495
เอา 207

697
00:17:48,551 --> 00:17:51,019
ขึ้นก่อน 20 ได้ไหม

698
00:17:51,110 --> 00:17:51,731
ได้

699
00:17:51,749 --> 00:17:52,006

700
00:17:51,939 --> 00:17:54,581
จะถามว่าเวลาเราค้นหาข้อมูล

701
00:17:54,700 --> 00:17:58,074
ถ้าเราเรียงตามลำดับให้หน่อยมาค้นหาข้อมูลเร็วกว่า

702
00:17:58,031 --> 00:18:03,408
เราก็มาตกลงกันไว้ว่าเราจะเรียงลำดับนักศึกษาในห้องนี้อย่างไร

703
00:18:04,119 --> 00:18:04,317

704
00:18:04,311 --> 00:18:05,138
อย่างเช่น

705
00:18:05,270 --> 00:18:05,507

706
00:18:05,460 --> 00:18:10,362
ซึ่งมาตรฐานทั่วไปก็จะเรียงตามรหัสนักศึกษาจากน้อยไปมากใช่ไหมคะ

707
00:18:10,461 --> 00:18:10,823

708
00:18:10,841 --> 00:18:12,660
ถ้าเราไม่มีรหัสนักศึกษาล่ะ

709
00:18:13,920 --> 00:18:14,160

710
00:18:14,171 --> 00:18:15,398
โดยหลักทั่วไป

711
00:18:15,449 --> 00:18:15,698

712
00:18:15,581 --> 00:18:15,882

713
00:18:15,960 --> 00:18:18,152
จะเรียงตามกอไก่ถึงฮอนกฮูก

714
00:18:18,925 --> 00:18:19,735
ใช่ไหม

715
00:18:19,940 --> 00:18:22,064
แต่ว่าเราทำข้อตกลงอย่างไร

716
00:18:21,801 --> 00:18:23,807
หรือบางข้อมูลก็บอกว่า

717
00:18:23,721 --> 00:18:24,991
ตามอายุ

718
00:18:24,933 --> 00:18:26,207
อายุมากขึ้นก่อน

719
00:18:27,241 --> 00:18:27,453

720
00:18:28,080 --> 00:18:31,465
หรืออะไรอีกล่ะเพศชายขึ้นก่อนหญิงตามมา

721
00:18:31,340 --> 00:18:31,854

722
00:18:31,922 --> 00:18:33,701
คนเกิดวันอาทิตย์ขึ้นก่อน

723
00:18:33,710 --> 00:18:33,938

724
00:18:33,961 --> 00:18:34,236

725
00:18:34,090 --> 00:18:34,289

726
00:18:34,800 --> 00:18:35,018

727
00:18:35,830 --> 00:18:36,068

728
00:18:36,151 --> 00:18:36,418

729
00:18:36,401 --> 00:18:36,639

730
00:18:36,722 --> 00:18:37,018

731
00:18:37,041 --> 00:18:37,289

732
00:18:37,241 --> 00:18:38,846
แล้วแต่โครงสร้างที่เรากำหนดไว้

733
00:18:38,771 --> 00:18:42,736
ทำไมเพื่อนมันหาข้อมูลได้เร็วเพราะเรารู้แล้วว่า

734
00:18:42,610 --> 00:18:44,177
เกณฑ์การจัดเรียง

735
00:18:44,220 --> 00:18:47,504
ข้อมูลคืออะไรเพราะว่าข้อมูลที่ติดอยู่ใน

736
00:18:47,421 --> 00:18:48,375
ฮาร์ดดิสก์

737
00:18:48,441 --> 00:18:48,747

738
00:18:49,080 --> 00:18:49,358

739
00:18:49,282 --> 00:18:51,792
มันไม่เรียง 1 2 3 4 5 ให้เรานะคะ

740
00:18:51,651 --> 00:18:51,922

741
00:18:51,783 --> 00:18:52,026

742
00:18:51,910 --> 00:18:52,231

743
00:18:52,162 --> 00:18:53,227
จะเก็บแบบ

744
00:18:53,121 --> 00:18:54,338
จัดกระจาย

745
00:18:55,300 --> 00:18:55,493

746
00:18:55,431 --> 00:19:00,374
อยู่ตรงไหนก็ได้ที่มันมีพื้นที่ว่างแต่มันจะใช้เลขแทนตำแหน่ง

747
00:19:01,642 --> 00:19:01,834

748
00:19:01,771 --> 00:19:02,654
อย่างเช่น

749
00:19:02,602 --> 00:19:03,561
สินสมุทร

750
00:19:03,500 --> 00:19:04,067

751
00:19:04,010 --> 00:19:04,577

752
00:19:04,650 --> 00:19:05,163

753
00:19:05,162 --> 00:19:05,370

754
00:19:05,362 --> 00:19:08,486
อาจารย์กำหนดให้เป็น 0 1

755
00:19:08,692 --> 00:19:10,199
01

756
00:19:10,160 --> 00:19:11,573
เก็บตรงไหนก็ได้

757
00:19:11,513 --> 00:19:11,797

758
00:19:11,832 --> 00:19:14,238
แต่ถ้าสมมุติอาจารย์ไม่ใส่ 01 ล่ะ

759
00:19:14,073 --> 00:19:15,339
แปลคำว่าสินสมุทร

760
00:19:15,353 --> 00:19:15,648

761
00:19:16,191 --> 00:19:16,540

762
00:19:16,510 --> 00:19:18,789
มันจะหาค้นหาข้อมูลเร็วขึ้นไหม

763
00:19:18,811 --> 00:19:19,069

764
00:19:19,261 --> 00:19:19,572

765
00:19:20,162 --> 00:19:20,461

766
00:19:20,353 --> 00:19:22,112
มาแทนด้วยตัวเลขแทนตามลำดับ

767
00:19:22,012 --> 00:19:27,162
เหมือนจะเข้าจากค้นหาข้อมูลได้เร็วขึ้นมาอาจารย์เรียงลำดับรหัสนักศึกษาจากน้อยไปหามาก

768
00:19:27,271 --> 00:19:27,562

769
00:19:27,591 --> 00:19:30,222
เวลาเช็คชื่ออาจารย์ก็เช็คได้เร็วขึ้นว่า

770
00:19:30,152 --> 00:19:31,544
ขาดคนไหนหายไป

771
00:19:31,562 --> 00:19:33,170
อาจารย์บางห้อง

772
00:19:33,292 --> 00:19:33,998
พรุ่งนี้

773
00:19:33,930 --> 00:19:34,291

774
00:19:34,323 --> 00:19:35,359
ศึกษาไม่เยอะ

775
00:19:35,211 --> 00:19:35,460

776
00:19:35,471 --> 00:19:36,692
มันก็ง่าย

777
00:19:36,751 --> 00:19:37,042

778
00:19:37,072 --> 00:19:40,061
แต่บางวิชาอาจารย์สอน 50

779
00:19:40,601 --> 00:19:44,293
60 คนขึ้นไปจะไม่ได้จะไม่ไหวนะคะ

780
00:19:44,182 --> 00:19:44,540

781
00:19:44,311 --> 00:19:44,699

782
00:19:44,632 --> 00:19:45,457
การเรียงลำดับ

783
00:19:45,592 --> 00:19:45,836

784
00:19:45,971 --> 00:19:49,499
อยากไปหามากก็ทำให้อาจารย์เช็คได้ง่ายขึ้นว่า

785
00:19:49,821 --> 00:19:50,718
ใครมา

786
00:19:50,651 --> 00:19:51,610
ไข่ขาว

787
00:19:51,613 --> 00:19:52,199

788
00:19:52,572 --> 00:19:52,892

789
00:19:52,831 --> 00:19:54,755
เพราะฉะนั้นอีกอย่างหนึ่งก็คือ

790
00:19:54,682 --> 00:19:55,959
เวลาเรา

791
00:19:56,875 --> 00:19:58,154
ทำ

792
00:19:58,283 --> 00:19:59,801
กิจกรรมใดๆก็ตาม

793
00:19:59,632 --> 00:20:03,214
ทำไมเวลามาส่องกระจกก็ได้ค่ะคุณครู

794
00:20:03,522 --> 00:20:05,704
ทำไมเขาถึงไม่เรียงลำดับตามคะแนน

795
00:20:05,711 --> 00:20:05,982

796
00:20:05,901 --> 00:20:06,530
เพราะ

797
00:20:06,992 --> 00:20:08,214
มันก็จะมีข้อ

798
00:20:08,462 --> 00:20:09,599
สังเกต

799
00:20:09,611 --> 00:20:11,536
ข้อสงสัยเกิดขึ้น

800
00:20:11,533 --> 00:20:11,811

801
00:20:11,662 --> 00:20:14,417
เขาก็เลยตัดปัญหาด้วยการเรียงลำดับตาม

802
00:20:14,684 --> 00:20:14,909

803
00:20:14,932 --> 00:20:15,184

804
00:20:15,322 --> 00:20:16,277
เลขที่สมัคร

805
00:20:17,562 --> 00:20:17,860

806
00:20:18,131 --> 00:20:20,900
ให้มันค้นหาข้อมูลของผู้สมัครคนนั้นง่ายๆ

807
00:20:20,881 --> 00:20:21,106

808
00:20:21,011 --> 00:20:21,272

809
00:20:21,332 --> 00:20:23,929
แล้วก็ประกาศผลได้ก็ง่ายนะคะ

810
00:20:23,902 --> 00:20:24,111

811
00:20:24,221 --> 00:20:25,166
แปลว่า

812
00:20:25,181 --> 00:20:26,327
แต่ก็แล้วแต่

813
00:20:26,276 --> 00:20:26,917
ค่า

814
00:20:27,104 --> 00:20:31,627
ผู้ดูแลระบบก็อยากดูข้อมูลตรงไหนก็แล้วแต่สิ่งที่เขาจะเรียกขึ้นมาดู

815
00:20:31,721 --> 00:20:31,941

816
00:20:31,842 --> 00:20:32,412

817
00:20:32,802 --> 00:20:34,214
อันนี้คือระดับ

818
00:20:35,432 --> 00:20:36,523
ภายใน

819
00:20:37,411 --> 00:20:37,646

820
00:20:37,672 --> 00:20:37,968

821
00:20:38,062 --> 00:20:39,868
ออกมางานระดับแนวคิด

822
00:20:40,042 --> 00:20:40,287

823
00:20:40,623 --> 00:20:40,842

824
00:20:40,813 --> 00:20:41,124

825
00:20:41,134 --> 00:20:43,785
น่าจะเป็นโครงสร้างของฐานข้อมูลโดยรวม

826
00:20:43,692 --> 00:20:45,360
เราต้องดูว่า

827
00:20:45,292 --> 00:20:48,202
เราจะเก็บข้อมูลอะไรในฐานข้อมูลของเรา

828
00:20:48,313 --> 00:20:48,526

829
00:20:48,443 --> 00:20:52,750
แต่ละข้อมูลมีส่วนอะไรที่มีความสัมพันธ์กันเกี่ยวข้องกันบ้าง

830
00:20:52,663 --> 00:20:52,896

831
00:20:52,982 --> 00:20:53,258

832
00:20:53,241 --> 00:20:53,876
นะคะ

833
00:20:54,913 --> 00:20:56,761
โดยการกระทำ

834
00:20:56,836 --> 00:20:57,103

835
00:20:56,962 --> 00:20:57,348

836
00:20:57,153 --> 00:20:57,404

837
00:20:57,406 --> 00:20:59,504
อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นกับแนวคิด

838
00:20:59,713 --> 00:20:59,960

839
00:20:59,842 --> 00:21:00,533
นะคะ

840
00:21:00,921 --> 00:21:01,434

841
00:21:01,444 --> 00:21:04,162
จะทำอยู่บนโครงสร้างฐานข้อมูลที่กำหนดเวลาเท่านั้น

842
00:21:05,161 --> 00:21:05,886

843
00:21:06,053 --> 00:21:06,510

844
00:21:06,443 --> 00:21:07,585
ในระดับแนวคิด

845
00:21:07,972 --> 00:21:08,232

846
00:21:08,233 --> 00:21:10,151
จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างนะคะ

847
00:21:10,214 --> 00:21:10,429

848
00:21:11,054 --> 00:21:11,282

849
00:21:11,373 --> 00:21:12,258
อย่างเช่น

850
00:21:12,592 --> 00:21:12,838

851
00:21:12,982 --> 00:21:13,482

852
00:21:13,362 --> 00:21:15,239
จำนวน assist

853
00:21:15,283 --> 00:21:16,436
depa คือ

854
00:21:17,322 --> 00:21:17,537

855
00:21:18,282 --> 00:21:19,484
ส่วนของคอลัมน์

856
00:21:19,514 --> 00:21:20,526

857
00:21:20,472 --> 00:21:20,798

858
00:21:21,432 --> 00:21:21,940

859
00:21:22,132 --> 00:21:24,957
อย่างเช่นนักศึกษา 1 คนจะมีทั้งหมด

860
00:21:25,333 --> 00:21:25,597

861
00:21:25,594 --> 00:21:25,851

862
00:21:25,723 --> 00:21:27,507
gnp ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

863
00:21:27,642 --> 00:21:28,359
นะคะ

864
00:21:28,541 --> 00:21:28,826

865
00:21:28,923 --> 00:21:29,817
ก็จะมี

866
00:21:29,884 --> 00:21:31,050
Beauty ของ

867
00:21:31,423 --> 00:21:31,687

868
00:21:31,742 --> 00:21:32,066

869
00:21:32,123 --> 00:21:33,530
อาจารย์

870
00:21:33,982 --> 00:21:36,311
นะคะเป็นคอลัมน์อาจารย์

871
00:21:36,232 --> 00:21:36,991
ไม่ใช่สิ

872
00:21:36,933 --> 00:21:38,599
ตารางของอาจารย์

873
00:21:38,606 --> 00:21:40,067
ตารางนักศึกษา

874
00:21:40,074 --> 00:21:41,791
ตารางรายวิชา

875
00:21:41,731 --> 00:21:43,332
มาเกี่ยวข้องกัน

876
00:21:43,403 --> 00:21:43,832

877
00:21:43,723 --> 00:21:44,883
1 ตาราง

878
00:21:45,074 --> 00:21:46,028
กรอบ

879
00:21:45,971 --> 00:21:47,979
ไปด้วย SCB คือตัวนี้นะคะ

880
00:21:48,523 --> 00:21:49,487
คอลัมน์

881
00:21:50,763 --> 00:21:51,220

882
00:21:50,963 --> 00:21:51,236

883
00:21:51,154 --> 00:21:53,510
นักศึกษา 1 คนจะมีกี่อาทิตย์

884
00:21:54,110 --> 00:21:54,349

885
00:21:54,232 --> 00:21:56,879
อาจารย์จะไม่ง่ายเลยจะมีประมาณ

886
00:21:57,435 --> 00:21:59,523
จะมี 3 คอลัมน์

887
00:21:59,413 --> 00:21:59,673

888
00:21:59,603 --> 00:22:00,773
3h รีวิว

889
00:22:01,343 --> 00:22:01,581

890
00:22:01,474 --> 00:22:01,746

891
00:22:01,923 --> 00:22:04,425
คอลัมน์ที่ 1 รหัสนักศึกษา

892
00:22:04,803 --> 00:22:05,125

893
00:22:05,182 --> 00:22:07,326
คอลัมน์ที่ 2 ชื่อนามสกุล

894
00:22:07,233 --> 00:22:09,700
ขอรับพี่สาวอาจจะเป็นที่อยู่

895
00:22:09,483 --> 00:22:11,654
หรือเบอร์โทรศัพท์หรือชื่อเล่น

896
00:22:11,724 --> 00:22:11,960

897
00:22:11,844 --> 00:22:12,601
ก็ได้

898
00:22:13,123 --> 00:22:13,356

899
00:22:13,323 --> 00:22:14,091
นะคะ

900
00:22:14,022 --> 00:22:14,468

901
00:22:14,214 --> 00:22:14,612

902
00:22:14,663 --> 00:22:20,407
แต่ละตารางคืนแต่ละปีจะต้องมีความสัมพันธ์ระหว่างการแสดงว่า relationship

903
00:22:20,684 --> 00:22:21,392
นะคะ

904
00:22:22,034 --> 00:22:26,750
เช่นทำไมตารางอาจารย์จัดตารางนักศึกษานอกมีความสัมพันธ์กันเช่น

905
00:22:26,714 --> 00:22:26,928

906
00:22:26,964 --> 00:22:28,306
อาจารย์สอนวิชานี้

907
00:22:28,314 --> 00:22:29,635
ลงทะเบียน

908
00:22:29,592 --> 00:22:31,130
มีของทุกคนมีไหม

909
00:22:31,126 --> 00:22:31,825
มี

910
00:22:34,014 --> 00:22:36,393
แล้วลงทะเบียนวิชานี้มีชื่ออาจารย์ไหม

911
00:22:36,384 --> 00:22:37,012
มี

912
00:22:37,923 --> 00:22:41,772
อาจารย์ก็สามารถดูได้เหมือนกันว่าวิชานี้ใครลงทะเบียนเรียนบ้าง

913
00:22:41,644 --> 00:22:45,609
เพราะฉะนั้นอาจารย์กับนักศึกษาต้องมีความเกี่ยวข้องกันอย่างน้อย 3 ตาราง

914
00:22:45,994 --> 00:22:48,760
คือตารางอาจารย์ก็คือเก็บข้อมูลอาจารย์

915
00:22:49,003 --> 00:22:51,396
นักศึกษาก็จะเก็บข้อมูลนักศึกษา

916
00:22:52,205 --> 00:22:54,530
อลังการโรงเรียนก็น่าจะรู้แล้วว่า

917
00:22:54,513 --> 00:22:57,307
อาจารย์สมชายมากนักศึกษาลง

918
00:22:57,134 --> 00:23:00,785
วิชาอะไรบ้างนะคะก็เป็นคนสำคัญแบบง่ายๆ

919
00:23:01,113 --> 00:23:01,682

920
00:23:02,323 --> 00:23:02,600

921
00:23:03,354 --> 00:23:03,823

922
00:23:03,604 --> 00:23:04,969
อันนี้ก็จะเหมือนกัน

923
00:23:05,203 --> 00:23:05,817

924
00:23:06,044 --> 00:23:06,289

925
00:23:06,244 --> 00:23:06,625

926
00:23:06,624 --> 00:23:09,969
ภายนอกจะเป็นส่วนที่ผู้ใช้งาน

927
00:23:10,014 --> 00:23:11,997
เรียกดูข้อมูลนะคะ

928
00:23:12,004 --> 00:23:12,253

929
00:23:12,124 --> 00:23:12,351

930
00:23:12,446 --> 00:23:15,546
จะดูข้อมูลเหมือนกันหรือต่างกันก็ได้

931
00:23:15,724 --> 00:23:16,292

932
00:23:17,325 --> 00:23:18,857
ที่ตัดข้อมูลที่สามารถ

933
00:23:18,795 --> 00:23:19,369

934
00:23:19,367 --> 00:23:19,645

935
00:23:19,625 --> 00:23:21,549
มอง

936
00:23:22,125 --> 00:23:22,397

937
00:23:22,644 --> 00:23:24,591
เขาล้างภายนอกได้

938
00:23:24,494 --> 00:23:24,818

939
00:23:24,753 --> 00:23:26,028
หลากหลายรูปแบบ

940
00:23:26,036 --> 00:23:26,923
แล้วแต่

941
00:23:26,866 --> 00:23:28,402
อย่างเช่นตัวอย่างนี้

942
00:23:28,333 --> 00:23:29,498

943
00:23:29,484 --> 00:23:30,392
3 คน

944
00:23:30,714 --> 00:23:34,372
นะครับเรียกดูข้อมูลในฐานข้อมูลเดียวกัน

945
00:23:34,164 --> 00:23:34,515

946
00:23:34,387 --> 00:23:34,711

947
00:23:34,614 --> 00:23:37,050
อาจจะเป็นคนละตาราง

948
00:23:37,114 --> 00:23:39,782
เพราะว่าหนึ่งในฐานข้อมูล

949
00:23:39,804 --> 00:23:43,155
1 ฐานข้อมูลที่อาจจะมีตารางได้เยอะมากนะคะ

950
00:23:43,134 --> 00:23:45,386
แต่ทุกตารางจะต้องมีความสัมพันธ์กัน

951
00:23:46,476 --> 00:23:47,630
อย่าง you Sir

952
00:23:47,565 --> 00:23:49,344
หรือผู้ใช้งานกดที่เอ

953
00:23:49,415 --> 00:23:49,696

954
00:23:49,925 --> 00:23:50,181

955
00:23:50,124 --> 00:23:53,215
อาจจะเครียดดูแค่ชื่อกับเบอร์โทรศัพท์เท่านั้น

956
00:23:53,254 --> 00:23:53,582

957
00:23:53,515 --> 00:23:54,144
ก็ได้

958
00:23:55,444 --> 00:23:56,079
นะคะ

959
00:23:56,334 --> 00:23:56,591

960
00:23:56,594 --> 00:23:56,867

961
00:23:56,784 --> 00:23:57,034

962
00:23:56,974 --> 00:23:58,015
User

963
00:23:57,934 --> 00:24:00,164
ผู้ใช้งานคนที่ดี

964
00:24:00,244 --> 00:24:00,465

965
00:24:00,495 --> 00:24:02,494
อาจจะขอดูข้อมูล

966
00:24:02,416 --> 00:24:03,053
รหัส

967
00:24:03,065 --> 00:24:04,098
นักศึกษา

968
00:24:04,086 --> 00:24:04,548

969
00:24:04,475 --> 00:24:06,327
ชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์

970
00:24:06,395 --> 00:24:06,671

971
00:24:06,585 --> 00:24:07,286

972
00:24:07,287 --> 00:24:07,698

973
00:24:07,864 --> 00:24:08,631
แล้วแต่

974
00:24:09,596 --> 00:24:10,291

975
00:24:12,165 --> 00:24:12,427

976
00:24:12,544 --> 00:24:12,773

977
00:24:12,734 --> 00:24:13,952
คนที่ 4

978
00:24:13,955 --> 00:24:16,420
อาจจะไม่อยากดูข้อมูลของทุกคน

979
00:24:16,324 --> 00:24:16,594

980
00:24:16,645 --> 00:24:16,923

981
00:24:17,026 --> 00:24:18,254
ก็อยากรู้ว่า

982
00:24:18,364 --> 00:24:20,495
มีวิชาอะไรเปิดสอนบ้าง

983
00:24:21,126 --> 00:24:21,360

984
00:24:21,384 --> 00:24:24,989
รหัสวิชาอะไรวิชาอะไรมีกี่หน่วยกิต

985
00:24:25,096 --> 00:24:25,330

986
00:24:25,225 --> 00:24:25,922

987
00:24:26,445 --> 00:24:28,017
ข้อมูลเดียวกัน

988
00:24:27,925 --> 00:24:28,171

989
00:24:28,115 --> 00:24:28,499

990
00:24:28,434 --> 00:24:29,257
แต่แค่

991
00:24:29,324 --> 00:24:31,770
เอาจากคนละตารางแค่นั้นเอง

992
00:24:31,695 --> 00:24:32,433
นะคะ

993
00:24:39,006 --> 00:24:39,285

994
00:24:39,256 --> 00:24:41,170
ประโยชน์ของ

995
00:24:41,305 --> 00:24:45,907
สถาปัตยกรรมทั้ง 3 ระดับระดับภายในระดับภายนอกแล้วก็แนวคิด

996
00:24:45,795 --> 00:24:46,035

997
00:24:45,986 --> 00:24:46,400

998
00:24:46,305 --> 00:24:47,123
แน่นอน

999
00:24:47,076 --> 00:24:47,295

1000
00:24:47,266 --> 00:24:47,477

1001
00:24:47,526 --> 00:24:50,416
มองของผู้ใช้งานแต่ละคนก็สามารถ

1002
00:24:50,787 --> 00:24:51,007

1003
00:24:51,048 --> 00:24:51,332

1004
00:24:51,427 --> 00:24:53,032
ทำงานได้โดยอิสระ

1005
00:24:53,170 --> 00:24:54,306
แยกจากกัน

1006
00:24:54,245 --> 00:24:54,882

1007
00:24:54,887 --> 00:24:55,112

1008
00:24:56,295 --> 00:24:57,454
จะมีการ

1009
00:24:57,768 --> 00:24:57,997

1010
00:24:58,214 --> 00:24:58,458

1011
00:24:58,605 --> 00:24:58,927

1012
00:24:58,856 --> 00:25:00,074
นำข้อมูล

1013
00:25:00,006 --> 00:25:01,633
ตารางมารวมกัน

1014
00:25:01,555 --> 00:25:01,873

1015
00:25:01,806 --> 00:25:02,520

1016
00:25:02,707 --> 00:25:03,031

1017
00:25:02,896 --> 00:25:04,612
เพื่อให้

1018
00:25:04,686 --> 00:25:05,078

1019
00:25:05,005 --> 00:25:08,228
สามารถครอบคลุมในการเรียกดูข้อมูลได้

1020
00:25:09,566 --> 00:25:10,972
อาจจะมองคนละ

1021
00:25:10,906 --> 00:25:11,160

1022
00:25:11,356 --> 00:25:14,802
มุมกันแต่ใช้ฐานข้อมูลด้วยกันได้

1023
00:25:14,936 --> 00:25:15,349

1024
00:25:15,256 --> 00:25:15,962
แล้วก็

1025
00:25:16,156 --> 00:25:16,398

1026
00:25:16,285 --> 00:25:16,495

1027
00:25:16,476 --> 00:25:16,762

1028
00:25:16,675 --> 00:25:20,509
ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องรู้ว่าข้อมูลที่ถูกเก็บไว้นี่

1029
00:25:20,387 --> 00:25:22,244
ตำแหน่งไหนของฮาร์ดดิสก์

1030
00:25:25,005 --> 00:25:26,717
รู้แค่ว่าฉัน

1031
00:25:26,727 --> 00:25:32,207
อยากเ***คือข้อมูลทั้งหมดได้ก็ต้องดูได้นะคะแอดมินจะเป็นคนดูแลเองว่า

1032
00:25:32,166 --> 00:25:33,431
ข้อมูลที่เราเก็บ

1033
00:25:33,535 --> 00:25:34,520
เก็บไว้นี่

1034
00:25:34,485 --> 00:25:34,882

1035
00:25:34,927 --> 00:25:37,364
ณัฐกิจอยู่ตรงไหนแล้วก็เป็นคนที่

1036
00:25:37,296 --> 00:25:37,711

1037
00:25:37,615 --> 00:25:38,837
ข้อมูลแน่นๆ

1038
00:25:38,766 --> 00:25:39,793
เข้ามา

1039
00:25:39,987 --> 00:25:41,715
ให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้

1040
00:25:42,107 --> 00:25:42,806

1041
00:25:45,305 --> 00:25:45,587

1042
00:25:45,626 --> 00:25:48,935
อะไรอยู่ข้อต่อไปก็คือความอิสระของข้อมูลอย่างที่บอกก็คือ

1043
00:25:48,826 --> 00:25:49,332

1044
00:25:49,276 --> 00:25:52,870
ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงฐานข้อมูลหรือมีการเปลี่ยนแปลงโปรแกรม

1045
00:25:52,866 --> 00:25:53,765
อยากจะต้อง

1046
00:25:53,696 --> 00:25:53,977

1047
00:25:54,276 --> 00:25:55,843
ไม่ถูกไม่รับผลกระทบ

1048
00:25:56,066 --> 00:25:56,281

1049
00:25:56,327 --> 00:25:57,409
หางาน

1050
00:25:57,347 --> 00:25:57,601

1051
00:25:57,536 --> 00:26:03,437
น้องยังสามารถเก็บได้หรือโปรแกรมเปลี่ยนต้องทำงานได้ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลนะคะ

1052
00:26:03,305 --> 00:26:03,666

1053
00:26:03,626 --> 00:26:04,515
ไม่ใช่ว่า

1054
00:26:05,298 --> 00:26:05,585

1055
00:26:05,486 --> 00:26:07,355
มีคนหนึ่งเปลี่ยนนามสกุล

1056
00:26:08,367 --> 00:26:08,742

1057
00:26:08,688 --> 00:26:12,543
ข้อมูลทางมหาวิทยาลัยผิดพลาดหมดเลยแบบนี้ไม่ได้

1058
00:26:12,526 --> 00:26:13,097

1059
00:26:13,236 --> 00:26:13,787

1060
00:26:13,807 --> 00:26:15,612
หรือบางคนเพิ่มที่อยู่

1061
00:26:15,546 --> 00:26:15,863

1062
00:26:15,996 --> 00:26:19,712
กลายเป็นว่าที่อยู่เหมือนกันทักมาพี่อะไรอย่างนี้ก็ไม่ได้นะคะ

1063
00:26:19,578 --> 00:26:21,706
อิสระจากกัน

1064
00:26:21,686 --> 00:26:22,073

1065
00:26:23,114 --> 00:26:23,344

1066
00:26:24,766 --> 00:26:25,019

1067
00:26:25,348 --> 00:26:25,575

1068
00:26:25,478 --> 00:26:25,909

1069
00:26:25,726 --> 00:26:26,175

1070
00:26:25,857 --> 00:26:26,094

1071
00:26:25,986 --> 00:26:30,945
อาจารย์จะใช้หาข้อมูล Microsoft Access มันมีคดีบางคน

1072
00:26:30,859 --> 00:26:31,123

1073
00:26:31,437 --> 00:26:32,763
อยากเปลี่ยนไปใช้

1074
00:26:33,167 --> 00:26:33,509

1075
00:26:33,486 --> 00:26:34,946
โปรแกรมอื่นได้ไหม

1076
00:26:34,886 --> 00:26:35,125

1077
00:26:35,087 --> 00:26:35,543

1078
00:26:35,528 --> 00:26:37,837
เปลี่ยนได้นะคะไม่ใช่ว่า

1079
00:26:37,897 --> 00:26:39,941
ใช้โปรแกรมเดียวไปตลอด

1080
00:26:40,658 --> 00:26:41,736
ไม่ได้

1081
00:26:41,807 --> 00:26:42,030

1082
00:26:42,008 --> 00:26:44,593
ถ้าสมมุติมีโปรแกรมที่ดีกว่าและอยากเรียน

1083
00:26:44,497 --> 00:26:45,730
รับเปลี่ยนได้

1084
00:26:45,846 --> 00:26:47,141
พี่ข้อมูลแล้วไม่หาย

1085
00:26:47,127 --> 00:26:47,826

1086
00:26:48,026 --> 00:26:50,019
มีความเป็นอิสระของข้อมูล

1087
00:26:56,168 --> 00:26:57,393
อันนี้พูดไปแล้วนะคะ

1088
00:27:00,068 --> 00:27:00,347

1089
00:27:00,196 --> 00:27:00,409

1090
00:27:00,328 --> 00:27:01,600
อันนี้พูดไปแล้วนะ

1091
00:27:03,207 --> 00:27:03,487

1092
00:27:03,408 --> 00:27:04,169
เดี๋ยวนะ

1093
00:27:04,426 --> 00:27:04,910

1094
00:27:05,897 --> 00:27:06,335

1095
00:27:06,287 --> 00:27:07,722
หญิงอันนี้พูดไปแล้ว

1096
00:27:07,627 --> 00:27:08,575
ตอบมา

1097
00:27:08,647 --> 00:27:10,362
แบบจำลองข้อมูล

1098
00:27:10,508 --> 00:27:10,899

1099
00:27:10,826 --> 00:27:11,532
นะคะ

1100
00:27:12,177 --> 00:27:12,766

1101
00:27:13,267 --> 00:27:13,488

1102
00:27:13,587 --> 00:27:20,477
แบบจำลองข้อมูลนี่มันก็จะเป็นแบบจำลองที่ใช้สำหรับการอธิบายแล้วก็การจัดการข้อมูล

1103
00:27:20,377 --> 00:27:20,731

1104
00:27:20,698 --> 00:27:20,921

1105
00:27:20,888 --> 00:27:21,554
รู้จัก

1106
00:27:21,406 --> 00:27:22,934
เกิดขึ้นในฐานข้อมูล

1107
00:27:23,127 --> 00:27:25,370
ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล

1108
00:27:25,308 --> 00:27:26,528
สาระตาราง

1109
00:27:26,648 --> 00:27:28,070
เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง

1110
00:27:28,388 --> 00:27:28,617

1111
00:27:28,576 --> 00:27:28,787

1112
00:27:28,707 --> 00:27:29,596
ข้อบังคับ

1113
00:27:29,728 --> 00:27:30,118

1114
00:27:30,118 --> 00:27:30,815

1115
00:27:30,817 --> 00:27:31,008

1116
00:27:30,947 --> 00:27:36,469
ระบบที่จะมีการเพิ่มลบเปลี่ยนแปลงแก้ไขใดๆจะต้องมีกฎเกณฑ์และ

1117
00:27:36,329 --> 00:27:36,605

1118
00:27:36,528 --> 00:27:36,772

1119
00:27:36,647 --> 00:27:37,607
เป็นไงบ้าง

1120
00:27:37,547 --> 00:27:38,365
นะคะ

1121
00:27:38,317 --> 00:27:38,642

1122
00:27:38,568 --> 00:27:40,820
ทั้งนี้ก็เพื่อใช้สำหรับการ

1123
00:27:41,329 --> 00:27:41,532

1124
00:27:41,448 --> 00:27:41,668

1125
00:27:41,578 --> 00:27:42,719
ข้อตกลง

1126
00:27:42,728 --> 00:27:45,719
สื่อสารระหว่างคนออกแบบฐานข้อมูล

1127
00:27:45,688 --> 00:27:46,123

1128
00:27:46,257 --> 00:27:46,525

1129
00:27:46,577 --> 00:27:48,875
คนที่ใช้งานฐานข้อมูลให้เจ้า

1130
00:27:48,757 --> 00:27:50,674
เข้าใจตรงกันนะคะ

1131
00:27:51,058 --> 00:27:51,374

1132
00:27:51,448 --> 00:27:56,142
ถ้าเรามีระบบนี้คุณสามารถทำอะไรได้บ้างทำอะไรไม่ได้

1133
00:27:56,127 --> 00:27:57,486
ดูข้อมูลแบบไหน

1134
00:27:57,788 --> 00:28:00,822
ข้อมูลอย่างไรทำแบบไหนถึงจะบันทึกข้อมูลได้

1135
00:28:01,828 --> 00:28:02,029

1136
00:28:02,277 --> 00:28:03,812
ถ้าอยากลบ

1137
00:28:03,878 --> 00:28:05,589
รหัสนักศึกษาออกได้ไหม

1138
00:28:05,607 --> 00:28:08,917
เป็นนักศึกษาแต่ไม่มีรหัสนักศึกษาได้ไหมไม่ได้

1139
00:28:09,328 --> 00:28:10,613
เข้าใจตรงกัน

1140
00:28:10,668 --> 00:28:11,245

1141
00:28:15,149 --> 00:28:15,403

1142
00:28:15,278 --> 00:28:15,529

1143
00:28:15,468 --> 00:28:15,780

1144
00:28:15,791 --> 00:28:18,362
อันแรกนะคะแบบ

1145
00:28:18,358 --> 00:28:21,358
ข้อมูลนี้จะมีอยู่ 2 ประเภทประเภทแรกก็คือ

1146
00:28:21,238 --> 00:28:21,662

1147
00:28:22,007 --> 00:28:24,554
เป็นแบบฟอร์มที่ใช้การบรรยาย

1148
00:28:24,890 --> 00:28:25,288

1149
00:28:25,528 --> 00:28:25,746

1150
00:28:25,658 --> 00:28:29,274
นะคะบรรยายโดยรวมทั้งหมดของระบบว่า

1151
00:28:29,948 --> 00:28:31,403
มีอะไรบ้าง

1152
00:28:31,490 --> 00:28:32,508
ราคา

1153
00:28:32,448 --> 00:28:32,690

1154
00:28:32,641 --> 00:28:32,952

1155
00:28:32,889 --> 00:28:33,143

1156
00:28:33,018 --> 00:28:35,462
ซึ่งจะนำเสนอในลักษณะของการ

1157
00:28:35,398 --> 00:28:36,352
วาดภาพ

1158
00:28:37,248 --> 00:28:37,655

1159
00:28:37,448 --> 00:28:40,393
โดยที่ไม่หาข้อมูลฐานข้อมูลนี้

1160
00:28:41,290 --> 00:28:42,317
หมายถึง

1161
00:28:43,018 --> 00:28:43,273

1162
00:28:43,210 --> 00:28:43,451

1163
00:28:43,789 --> 00:28:44,023

1164
00:28:44,049 --> 00:28:48,906
เก็บตารางกี่ตารางนะคะก็คือเอ็งนี่แหละ

1165
00:28:48,398 --> 00:28:48,622

1166
00:28:48,590 --> 00:28:48,807

1167
00:28:48,909 --> 00:28:49,193

1168
00:28:49,809 --> 00:28:52,457
กลับแต่ละตารางมีความสำคัญอะไรบ้าง

1169
00:28:52,628 --> 00:28:52,899

1170
00:28:52,888 --> 00:28:54,165
เราจะต้องวาดรูป

1171
00:28:54,289 --> 00:28:54,685

1172
00:28:54,609 --> 00:28:55,382
ตรงเส้น

1173
00:28:55,958 --> 00:28:56,197

1174
00:28:56,408 --> 00:28:57,428
ขีดเส้นใต้

1175
00:28:58,718 --> 00:28:59,112

1176
00:28:59,098 --> 00:28:59,976
ตีกรอบ

1177
00:28:59,999 --> 00:29:00,250

1178
00:29:00,189 --> 00:29:00,649

1179
00:29:00,379 --> 00:29:01,531
วันนี้จะเป็น

1180
00:29:01,530 --> 00:29:01,961

1181
00:29:01,919 --> 00:29:04,801
ในครั้งถัดไปจะเป็นการวาดรูป

1182
00:29:04,859 --> 00:29:05,679
เดี๋ยว

1183
00:29:05,629 --> 00:29:05,922

1184
00:29:06,139 --> 00:29:09,033
ถ้าวันไหนจะวาดรูปอาจารย์จะให้ถือกระดาษ

1185
00:29:08,968 --> 00:29:10,646
A4 มาด้วย

1186
00:29:11,080 --> 00:29:11,703

1187
00:29:11,660 --> 00:29:14,536
ถ้าใครเคยเรียนสมัยมัธยม

1188
00:29:14,478 --> 00:29:15,614
วาดมายแมพ

1189
00:29:15,950 --> 00:29:16,178

1190
00:29:16,208 --> 00:29:17,091
แผนภาพ

1191
00:29:17,809 --> 00:29:18,048

1192
00:29:18,059 --> 00:29:18,830
การวาด

1193
00:29:19,208 --> 00:29:21,910
ในฐานข้อมูลก็จะไม่ค่อยต่างกันค่ะ

1194
00:29:21,899 --> 00:29:26,171
สัญลักษณ์แต่ละสัญลักษณ์ที่เอามาใช้ในการเป็นรูปของเรา

1195
00:29:26,390 --> 00:29:27,479
มีความหมาย

1196
00:29:27,538 --> 00:29:30,383
ไม่ใช่บอกว่าอยากใส่วงรี

1197
00:29:30,290 --> 00:29:30,533

1198
00:29:30,548 --> 00:29:33,703
อยากไข่สี่เหลี่ยมอยากได้สามเหลี่ยมในวงกลม

1199
00:29:33,570 --> 00:29:33,825

1200
00:29:34,009 --> 00:29:34,210

1201
00:29:34,268 --> 00:29:36,869
นึกอยากใส่อะไรก็ใส่ไม่ได้นะคะ

1202
00:29:36,769 --> 00:29:37,985
จะมีกฏอยู่

1203
00:29:38,559 --> 00:29:38,837

1204
00:29:39,079 --> 00:29:40,412
โดยการว่าแบบ

1205
00:29:40,289 --> 00:29:41,056

1206
00:29:40,997 --> 00:29:42,796
การสร้างแบบจำลองแบบนี้นี่

1207
00:29:42,729 --> 00:29:43,055

1208
00:29:42,978 --> 00:29:44,066
จะนำเสนอ

1209
00:29:44,069 --> 00:29:44,517

1210
00:29:44,449 --> 00:29:44,649

1211
00:29:44,579 --> 00:29:48,006
ให้เกิดความเข้าใจตรงกันระหว่างคนออกแบบกับคนใช้งาน

1212
00:29:48,049 --> 00:29:48,321

1213
00:29:48,369 --> 00:29:48,649

1214
00:29:48,749 --> 00:29:50,685
ให้เห็นภาพคร่าวๆว่า

1215
00:29:50,669 --> 00:29:52,761
ระบบที่เรากำลังจะทำขึ้นมานี่

1216
00:29:52,727 --> 00:29:52,960

1217
00:29:52,908 --> 00:29:53,168

1218
00:29:53,173 --> 00:29:54,384
การทำงานอย่างไร

1219
00:29:54,382 --> 00:29:55,005

1220
00:29:55,209 --> 00:29:55,430

1221
00:29:55,478 --> 00:29:58,253
แบบไหนใช้คู่มืออะไรได้บ้างนะคะ

1222
00:30:00,978 --> 00:30:01,231

1223
00:30:01,238 --> 00:30:05,487
ออกมาจะเป็นแบบจำลองที่ใช้เพื่ออธิบายโครงสร้างของฐานข้อมูล

1224
00:30:05,736 --> 00:30:06,493
ราคา

1225
00:30:06,559 --> 00:30:06,819

1226
00:30:06,690 --> 00:30:06,899

1227
00:30:06,879 --> 00:30:07,091

1228
00:30:07,199 --> 00:30:09,635
คุณสมบัติของแบบจำลองข้อมูลที่มี

1229
00:30:09,569 --> 00:30:10,095

1230
00:30:10,209 --> 00:30:10,438

1231
00:30:10,719 --> 00:30:11,128

1232
00:30:10,969 --> 00:30:11,200

1233
00:30:11,290 --> 00:30:11,506

1234
00:30:11,549 --> 00:30:11,772

1235
00:30:13,669 --> 00:30:13,945

1236
00:30:14,312 --> 00:30:14,598

1237
00:30:14,950 --> 00:30:15,350

1238
00:30:15,330 --> 00:30:15,538

1239
00:30:15,910 --> 00:30:16,183

1240
00:30:16,362 --> 00:30:17,050

1241
00:30:17,002 --> 00:30:17,229


