﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,006 --> 00:00:08,006
และก็พ.ศ. ก็คือพ พาน

3
00:00:08,009 --> 00:00:12,009

4
00:00:12,010 --> 00:00:16,010

5
00:00:16,013 --> 00:00:20,013
คือ จุด 6 แล้วก็หมายเลข 2 3 4

6
00:00:20,014 --> 00:00:24,014
ก็จะเป็น ศ ศาลา ก็จะเป็นโค้ด

7
00:00:24,017 --> 00:00:28,017
อีกครั้งหนึ่งนะครับ ในตัวอักษรปกติมีการเว้นวรรค

8
00:00:28,018 --> 00:00:32,018
หลังจุดตัว ศ ศาลาใช่ไหมครับ

9
00:00:32,020 --> 00:00:36,020
ระหว่าง ศ ศาลา กับเลข 2 ในตัวอักษรเบรลล์ก็เช่นเดียวกัน

10
00:00:36,022 --> 00:00:40,022
นะครับ แต่ในตัวอักษรตาดี

11
00:00:40,025 --> 00:00:44,025
ตาดีนี่ ผมขออนุญาตเรียกเป็นตาดี 2566 นี่เป็นอารบิก

12
00:00:44,026 --> 00:00:48,026
นะครับ แต่ที่ผมเฉลยมามันเป็นเลขไทย

13
00:00:48,026 --> 00:00:52,026
จริง ๆ มีความแตกต่างกันตรงที่เลขอาราบิกไม่มี

14
00:00:52,028 --> 00:00:56,028
เครื่องหมายนำเลข สังเกตนะครับ ถ้ามี

15
00:00:56,029 --> 00:01:00,029
นำหน้าเครื่องหมายนำเลขอย่างที่ผมเฉลยนี้จะเป็นเลขไทยทันที แต่

16
00:01:00,032 --> 00:01:04,032
ถ้าเราเอา ุด 6 ออกล่ะ มันจะเป็นเลขอะไร เลขอาราบิก

17
00:01:04,033 --> 00:01:08,033
เหมือนกันไหม เหมือนกัน ก็คือจะเป็นเครื่องหมายนำเลข

18
00:01:08,035 --> 00:01:12,035
ของเครื่องหมายนำเลขนะครับ จะเป็นเครื่องหมาย

19
00:01:12,036 --> 00:01:16,036
4 5 6 อันนี้คือเครื่องหมายนำเลขนะครับ และตามด้วยตัวเลขทันที

20
00:01:16,037 --> 00:01:20,037
เลย ไม่มีการเว้นวรรคนะครับ ถ้าเราเว้นวรรค

21
00:01:20,038 --> 00:01:24,038
จากเครื่องหมายนำเลข หลังเครื่องหมายนำเลขเว้นวรรคปั๊บนี่

22
00:01:24,039 --> 00:01:28,039
ตัวอักษรตัวนั้นไม่ใช่ตัวเลขนะครับนะ

23
00:01:28,041 --> 00:01:32,041
ทุกครั้งที่มีการใช้ตัวเลขต้องมีเครื่องหมายนำเลขนำ

24
00:01:32,043 --> 00:01:36,043
นะครับ ในตัวอักษรปกติ ต่อไป

25
00:01:36,044 --> 00:01:40,044
หลังหมายเลข 6 ใช่ไหมครับ เขาวรรค เราก็วรรคด้วยเช่นเดียวกัน ขึ้นต้นด้วย

26
00:01:40,045 --> 00:01:44,045
ตัว น หนู สระอา ซึ่ง

27
00:01:44,046 --> 00:01:48,046
โค้ด น หนู ก็จะเป็น 1 3 4 5

28
00:01:48,047 --> 00:01:52,047
สระออาก็จุเป็น 1 6 นะครับ

29
00:01:52,048 --> 00:01:56,048
เป็น 1 3 4 5 6 กลายเป็นคำว่า "นาย"

30
00:01:56,049 --> 00:02:00,049
นะครับ ส่วนคำว่า "แดง" ก็จะเป็น

31
00:02:00,050 --> 00:02:04,050
สระแอ โค้ด คือ 1 2 6 นะครับ ด เด็ก

32
00:02:04,050 --> 00:02:08,050
โค้ดก็จะเป็น 1 4 5 แล้วก็จบด้วย

33
00:02:08,052 --> 00:02:12,052
ง งู คือ 1 2 4 5 6 นะครับ รวมกัน ก็เป็นคำว่า "

34
00:02:12,053 --> 00:02:16,053
แดง หลังตัว ง งู นะครับ เป็น

35
00:02:16,054 --> 00:02:20,054
เครื่องหมายคอมมานะครับ คือ จุด 2

36
00:02:20,055 --> 00:02:24,055
คราวที่แล้ว ผมได้ทิ้งว้ให้นัศึกษาทำ

37
00:02:24,057 --> 00:02:28,057
ก็ลองตรวจสอบดูนะครับ ว่าเราทำได้ถูกต้องตามที่เฉลยไว้

38
00:02:28,058 --> 00:02:32,058
หรือไม่นะครับ

39
00:02:32,060 --> 00:02:36,060

40
00:02:36,061 --> 00:02:40,061
ต่อไปนะครับ สำหรับวันนี้ เราจะเริ่มต้น

41
00:02:40,064 --> 00:02:44,064
ในหัวข้อต่อไปนะครับ ในหัวข้อต่อไป เป็น

42
00:02:44,066 --> 00:02:48,066
หัวข้อคราวที่แล้วนะครับ ในเครื่องหมายต่าง ๆ

43
00:02:48,067 --> 00:02:52,067
นะครับ ในหัวข้อที่ 2.3 นะครับ เครื่องหมายวงเล็บนะครับ

44
00:02:52,068 --> 00:02:56,068
เป็นวงเล็บคั่นข้อความนะครับ เราจะใช้

45
00:02:56,070 --> 00:03:00,070
เครื่องหมายวงเล็บเปิด และเครื่องหมายวงเล็บปิด อันเดียวกัน คือ

46
00:03:00,071 --> 00:03:04,071
2 3 5 6 นะครับ

47
00:03:04,072 --> 00:03:08,072
ก่อนที่เราจะมีเครื่องหมายวงเล็บใช่ไหมครับ มันต้องมีวงเล็บเปิดวงเล็บปิ

48
00:03:08,072 --> 00:03:12,072
นะครับ ยกตัวอย่างเช่น เจ้าพระยา

49
00:03:12,074 --> 00:03:16,074
พระคลัง แล้วเขาก็เป็นวงเล็บ หล

50
00:03:16,074 --> 00:03:20,074
ปิดวงเล็บ ลักษณะของการพิมพ์อักษรปกติ

51
00:03:20,076 --> 00:03:24,076
เขามีการเว้นวรรคใช่ไหมครับ หลังคำว่า "คลัง"

52
00:03:24,077 --> 00:03:28,077
ฉะนั้น ในตัวอักษรเบรลล์ของเรา ก็จะ

53
00:03:28,077 --> 00:03:32,077
เว้นวรรค หลังคำว่า "คลัง" เช่นเดียวกัน ซึ่งในวงเล็บ

54
00:03:32,078 --> 00:03:36,078
พิมพ์ตามปกติที่เราได้

55
00:03:36,080 --> 00:03:40,080
เรียนกันมาในช่วงของคราวที่แล้วนะครับ เจ้าพระยาพระคลัง

56
00:03:40,081 --> 00:03:44,081
เป็น จ เอา เจา ไม้โท เจ้า

57
00:03:44,082 --> 00:03:48,082
ย อา ยา พ ร อะ พระ ไม้หักอากาศ ง งู

58
00:03:48,083 --> 00:03:52,083
และก็ใส่วงเล็บ ประมาณนี้นะครับ ใน

59
00:03:52,083 --> 00:03:56,083
หัวข้อเรื่องของวงเล็บ จะใช้วงเล็บแบบที่ทุกครั้ง

60
00:03:56,086 --> 00:04:00,086
ในภาษาไทยนะครับ แล้วแตกต่าง

61
00:04:00,088 --> 00:04:04,088
จากในคณิตศาสตร์อย่างไร วงเล็บของคณิตศาสตร์ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ตอนนี้

62
00:04:04,088 --> 00:04:08,088
เราใช้ในของภาษาไทยเราใช้อันนี้อยู่

63
00:04:08,090 --> 00:04:12,090
นะครับ ในหัวข้อต่อไปครับ หัวข้อที่ 2.4 นะครับ เป็นเครื่องหมาย

64
00:04:12,091 --> 00:04:16,091
อะไรเอ่ย เหมือนเครื่องหมายอะไรครับ

65
00:04:16,091 --> 00:04:20,091
เครื่องหมาย 2 ขีดนะ บุพสัญญา

66
00:04:20,092 --> 00:04:24,092
บุพสัญญา เครื่องหมายนี้

67
00:04:24,094 --> 00:04:28,094
เวลาเราไม่อยากเขียนคำซ้ำ ๆ ในแต่ละบรรทัด

68
00:04:28,095 --> 00:04:32,095
เช่น ซื้อเงาะมา  3 กิโลกรัม

69
00:04:32,099 --> 00:04:36,099
บรรทัดต่อมา ซื้อส้มมา 5 กิโลกรัม คำว่า "กิโลกรัม" เราจะย่อ

70
00:04:36,100 --> 00:04:40,100
เครื่องหมายตัวนี้ ลักษณะของอักษรเบรลล์ ขอควรระวัง

71
00:04:40,102 --> 00:04:44,102
ของอันนี้ ก็คือความตรงกันของ

72
00:04:44,103 --> 00:04:48,103
เซลล์ที่เราจะพิมพ์นะครับ ยกตัวอย่างเช่น

73
00:04:48,104 --> 00:04:52,104
ซื้อเงาะมา 3 กิโลกรัม เห็นไหมครับ

74
00:04:52,105 --> 00:04:56,105
แล้วก็นำเลข แล้วก็เลข 3 กิโลกรัม

75
00:04:56,106 --> 00:05:00,106
กกิโลกลัมก็เป็นกิโลกลัมปกติ

76
00:05:00,107 --> 00:05:04,107
เราต้องการจะย่อนะครับ ซึ่งเราใช้เครื่องหมาบุ

77
00:05:04,108 --> 00:05:08,108
เราจะใช้จุด 5 กับจุด 2 ซึ่งเป็น 2 เซลล์ ไอ้จุดนี้ครับ มันจะ

78
00:05:08,109 --> 00:05:12,109
มาอยู่ตรงกับคำว่า "กิโลกรัม" ในบรรทัด

79
00:05:12,110 --> 00:05:16,110
ก่อนหน้านะครับ สังเกตว่าจุด 2

80
00:05:16,112 --> 00:05:20,112
จุด 5 และ จุด 2 นี่ อยู่ตรงกันใน

81
00:05:20,114 --> 00:05:24,114
"กิโลกรัม" พอดี ในแต่ละบรรทัด เราต้องการให้ข้อความอยู่ตรงไหน

82
00:05:24,115 --> 00:05:28,115
จะต้องพิมพ์ให้มันอยู่ตรงกับข้อความนั้น

83
00:05:28,116 --> 00:05:32,116
ในลักษณะของเครื่องหมายนี้

84
00:05:32,117 --> 00:05:36,117
โอเคนะ

85
00:05:36,118 --> 00:05:40,118
นักศึกษาสงสัย เอ๊ะ ตัวนี้มันไม่ใช่เลข 3 ใช่ไหมครับ

86
00:05:40,120 --> 00:05:44,120
ใช่ไหม ในบรรทัดแรกที่ซื้อเงาะมา 3 กิโลกกรัม หนู

87
00:05:44,121 --> 00:05:48,121
หาเลข 3 ไม่เจอ ทำไมเลข 3 ของอาจารย์เป็นจุด 2 และ

88
00:05:48,122 --> 00:05:52,122
จุด 5 เมืี่อกี้เลข 3 ยังบอกอยู่เลยว่าเป็นจ

89
00:05:52,123 --> 00:05:56,123
กับจุด 4 ใช่ไหมครับ อันนี้ผมยกข้อความจากอันนี้

90
00:05:56,124 --> 00:06:00,124
เป็นสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ลงมา

91
00:06:00,124 --> 00:06:04,124
สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์จะใช้ตัวเลขที่ต่ำลงมาอีกสเตปหนึ่ง อันนี้

92
00:06:04,124 --> 00:06:08,124
ยังไม่ต้องกังวลนะครับ เราสามารถพิมพ์ได้ทั้งเลข

93
00:06:08,125 --> 00:06:12,125
ก็คือ 1 กับ 4 เป็นเลข 3 แล้วก็เลข 5 นี้ ก็เป็น 1 5

94
00:06:12,127 --> 00:06:16,127
นะครับ ไม่ผิดนะครับ ถ้าเราอยู่ใน

95
00:06:16,127 --> 00:06:20,127
วิชาภาษาไทย แต่ข้อความนี้ผมยกมาจากวิชาคณิตศาสตร์

96
00:06:20,130 --> 00:06:24,130
ก็เลยต้องใช้เลขต่ำ โอเคนะครับ

97
00:06:24,134 --> 00:06:28,134
หัวข้อต่อไป

98
00:06:28,137 --> 00:06:32,137
นะครับ จะเป็นหัวข้อที่ 2.5 นะครับ

99
00:06:32,138 --> 00:06:36,138
เครื่องหมายอัญประกาศหรือ ... นะครับ เครื่องหมายนี้

100
00:06:36,140 --> 00:06:40,140
ไม่ใช่จุดจุดจุด ขอโทษ

101
00:06:40,141 --> 00:06:44,141
เครื่องหมายอัญประกาศเป็นเครื่องหมายคำพูด ที่ใส่ขีด

102
00:06:44,143 --> 00:06:48,143
2 ขีด ที่ต่างกันกับเครื่องหมายเมื่อกี้

103
00:06:48,144 --> 00:06:52,144
เครื่องหมายอันเมื่อกี้นี้เครื่องหมายเหมือนกับข้อความ

104
00:06:52,145 --> 00:06:56,145
แต่นี่เป็นเครื่องหมายคำพูด เครื่องหมายคำพู

105
00:06:56,146 --> 00:07:00,146
จะมีลักษณะการเปิดและปิดที่แตกต่างกัน คือ เมื่อเราเปิด

106
00:07:00,147 --> 00:07:04,147
เครื่องหมายคำพูดเราจะใช้โค้ด 1 โค้ด

107
00:07:04,149 --> 00:07:08,149
2 3 6 นะครับ ตอนเปิดใช้ 2 3 6

108
00:07:08,150 --> 00:07:12,150
ตอนปิดล่ะครับ เมื่อจบประโยค

109
00:07:12,151 --> 00:07:16,151
จะปิดด้วย 3 5 6 นะครับ จุด 3 5 6 ยกตัวอย่าง

110
00:07:16,152 --> 00:07:20,152
เช่น แม่พูดว่า แล้วก็เครื่องหมายคำพูด

111
00:07:20,153 --> 00:07:24,153
ใช่ไหมครับ เปิด แม่รักลูกนะ ปิดเครื่องหมายคำพูด

112
00:07:24,156 --> 00:07:28,156
เราก็จะพิมพืเป็น สระแอ ม ม้า

113
00:07:28,157 --> 00:07:32,157
ไม้เอก นะครับ พ พาน สระดู ด เด็ก

114
00:07:32,158 --> 00:07:36,158
ว แหวน ไม้เอก สระอา เป็นคำว่า

115
00:07:36,161 --> 00:07:40,161
"แม่พูดว่า" แล้วเราก็วรรค เพราะในอักษรปกติมีการ

116
00:07:40,163 --> 00:07:44,163
วรรค เราก็วรรคเช่นเดียวกันนะครับ วรรค 1 เซลล์

117
00:07:44,165 --> 00:07:48,165
แล้วก็เปิดเครื่องหมายคำพูดด้วยจุด 236

118
00:07:48,165 --> 00:07:52,165
นะครับ แล้วก็ตามด้วยข้อความด้านใน คือ

119
00:07:52,167 --> 00:07:56,167
แม่รักลูกนะ เมื่อจบคำว่า "นะ" ปิดเครื่องหมาย

120
00:07:56,171 --> 00:08:00,171
อัญประกาศด้วย 3 5 6

121
00:08:00,173 --> 00:08:04,173
อย่างนี้เป็นต้นนะครับ อันนี้จะพูดไปแบบรวดเร็วนิดหนึ่งนะครับ

122
00:08:04,174 --> 00:08:08,174
นะ ต่อไปในหัวข้อ

123
00:08:08,175 --> 00:08:12,175
2.6 เอาล่ะ ขีดเส้นต่ำคำนะครับ

124
00:08:12,176 --> 00:08:16,176
หลาย ๆ คนจะงง ตรงขีดเส้นใต้คำ

125
00:08:16,178 --> 00:08:20,178
ถ้าเราไม่ใช้การพิมพ์อักษรเบรลล์ เราใช้การอย่างให้

126
00:08:20,181 --> 00:08:24,181
บุคคลที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นได้ฟังนี่

127
00:08:24,183 --> 00:08:28,183
จะค่อนข้างวุ่นวายนิดหนึ่ง เรื่องของการขีดเส้นใต้

128
00:08:28,184 --> 00:08:32,184
เช่น ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นนะครับ

129
00:08:32,185 --> 00:08:36,185
ขีดเส้นใต้คำว่า "ไม่รู้" แต่ถ้าเราใช้โค้ดอักษรเบรลล์

130
00:08:36,185 --> 00:08:40,185
คนตาบอดจะอ่านได้เข้าใจมากกว่า เวลาเราอ่านให้ฟัง

131
00:08:40,186 --> 00:08:44,186
นะครับ ในกรณีที่เป็นการขีดเส้นใต้ ๆ ก็พออ่านให้

132
00:08:44,187 --> 00:08:48,187
เข้าใจได้อยู่ แต่ถ้าเป็นขีดเส้นใต้ประโยค

133
00:08:48,189 --> 00:08:52,189
ที่มันยาว ๆ นะครับ ก็จะทำให้เกิดความสับสนได้ ฉะนั้น โค้ดที่เราใช้ขีด

134
00:08:52,191 --> 00:08:56,191
ใต้ เราจะใช้จุด

135
00:08:56,192 --> 00:09:00,192
4 6 แล้วก็ตามด้วย 3 6 เพื่อเป็นการบอกว่า

136
00:09:00,194 --> 00:09:04,194
ตั้งแต่ข้อความดัังต่อไปนี้นะ ข้างหลังนะ

137
00:09:04,195 --> 00:09:08,195
จะเป็นการขีดเส้นใต้นะครับ

138
00:09:08,196 --> 00:09:12,196
เมื่อคนตาบอดอ่านมาถึง

139
00:09:12,197 --> 00:09:16,197
โค้ดนี้แล้วเจอ 4 6 แล้วก็จุด 3 6 นี่

140
00:09:16,198 --> 00:09:20,198
เขาจะเริ่มรู้แล้วว่า ประโยคต่อจากนี้ไป

141
00:09:20,199 --> 00:09:24,199
ที่มีการขีดเส้นใต้นะครับ แล้วก็พิมพ์ตัวนี้นำ

142
00:09:24,200 --> 00:09:28,200
เสร็จ เราก็พิมพ์ข้อความปกติ พิมพ์

143
00:09:28,201 --> 00:09:32,201
ข้อความเสร็จ เมื่อหมดประโยคที่ขีดเส้นใต้

144
00:09:32,202 --> 00:09:36,202
ต้องใช้จด 4 แล้วก็ 1 3

145
00:09:36,203 --> 00:09:40,203
2 เซลล์นะครับ เซลล์ที่ 1 พิมพ์ จุด 1 เซลล์ที่ 2 พิท

146
00:09:40,204 --> 00:09:44,204
1 3 เพื่อเป็นการบอกคนตาบอด ว่า

147
00:09:44,204 --> 00:09:48,204
หมดแล้วนะครับ ประโยคที่มีการขีดเส้นใต้ที่ล

148
00:09:48,208 --> 00:09:52,208
เราเริ่มบอกเขาว่า หลังจากนี้นะเป็นการขีดส้นใต้

149
00:09:52,209 --> 00:09:56,209
แล้วเรา เขาก็จะอ่านข้อความไปเรื่อย ๆ นะครับ จนมาถึงจุด 4

150
00:09:56,209 --> 00:10:00,209
แล้วก็ 1 3 เมื่อมาเจอสัญลักษณนี้

151
00:10:00,210 --> 00:10:04,210
คนตาบอดจะรู้แล้วว่าการขีดเส้นใต้ได้สิ้นสุดแล้ว

152
00:10:04,211 --> 00:10:08,211
ข้อความที่อยู่ตั้งแต่แรกมา

153
00:10:08,213 --> 00:10:12,213
คือ การขีดเส้นใต้ หลังจากนี้ไปไม่มีการขีดเส้นตายแล้ว

154
00:10:12,214 --> 00:10:16,214
เป็นการสิ้นสุดของการขีดเส้นใต้ ยกตัวอย่าง

155
00:10:16,215 --> 00:10:20,215
ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นนะครับ ขีดเส้นใต้คำว่า "

156
00:10:20,216 --> 00:10:24,216
ไม่รู้นะครับ เขาก็จะเริ่มพิมพ์ ทำ

157
00:10:24,219 --> 00:10:28,219
สระเอ ปปลา ไม้ไต่คู้ นหนู วรรค

158
00:10:28,220 --> 00:10:32,220
เลยครับ เห็นไหมครับ ประโยค

159
00:10:32,221 --> 00:10:36,221
หลังจากนี้เป็นการขีดเส้นใต้นะ ไม่รู้ พอจบคำว่า

160
00:10:36,221 --> 00:10:40,221
ไม่รู้ เขาพิมพืบอกจุด 4 3

161
00:10:40,222 --> 00:10:44,222
เป็นการจบประโยคว่าไม่มีการขีดเส้นใตแล้ว

162
00:10:44,223 --> 00:10:48,223
แล้วเขาก็พิมพ์ต่อ ไม่เห็น

163
00:10:48,224 --> 00:10:52,224
โอเคนะครับ ลักษณะของการขีดเส้นใต้จะเป็นประมาณนี้ จะมีการบอก

164
00:10:52,225 --> 00:10:56,225
ก่อนว่า ประโยคต่อจากนี้เป็นการขีเ้สนใจ

165
00:10:56,226 --> 00:11:00,226
และประโยค ก็ได้พิมพ์ประโยคข้อความปกติ

166
00:11:00,227 --> 00:11:04,227
การขีดเส้นใต้ บอกว่า ซึ่ง

167
00:11:04,228 --> 00:11:08,228
โค้ดทั้ง 2 ตัวจะไม่เหมือนกัน จะแตกต่างจากเครื่องหมายวงเล็บ

168
00:11:08,228 --> 00:11:12,228
หรือเครื่องหมายคำพูดที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน

169
00:11:12,230 --> 00:11:16,230
ใช่ไหมครับ เครื่องหมายคำพูดจะใกล้เคียงกันทั้งเปิดและปิดนะครับ จะใช้

170
00:11:16,231 --> 00:11:20,231
โค้ดนะครับ ต่อไป

171
00:11:20,232 --> 00:11:24,232
เครื่องหมายคำถามนะครับ

172
00:11:24,235 --> 00:11:28,235
ใช้เขียนหลังประโยคคำถาม โดยไม่ต้องเว้นวรรค

173
00:11:28,236 --> 00:11:32,236
ยกตัวอย่าง เช่น ข้อความ เครื่องหมายประโยคคำถามไม่มานะครับ

174
00:11:32,237 --> 00:11:36,237
ไปไหนมาจะต้องมีเครื่องหมายคำถาม

175
00:11:36,238 --> 00:11:40,238
เราก็จะพิมพ์เป็นสระไอ ป ปลา สระไอ

176
00:11:40,239 --> 00:11:44,239
น หนู ม ม้า สระอา จะ

177
00:11:44,240 --> 00:11:48,240
สังเกตว่าเครื่องหมายคำถามจะอยู่ข้างหลังคำว่า "มา"

178
00:11:48,242 --> 00:11:52,242
นะครับ สระอานี่ แล้วมีเครื่องหมายคำถาม

179
00:11:52,243 --> 00:11:56,243
แต่มีเครื่องหมายหนึ่งที่เป็นตัวคั่นบอก

180
00:11:56,244 --> 00:12:00,244
ว่าไอ้สัญลักษณ์นี้ คืิเครื่องหมายนะ

181
00:12:00,246 --> 00:12:04,246
นั่นก็คือ จุด 456 เป็นตัวคั่นไว้ก่อน คราวที่แล้วจำได้ไหมครับ

182
00:12:04,247 --> 00:12:08,247
ที่ผมบอกว่ามันจะมีเครื่องหมายบางเครื่องหมายที่

183
00:12:08,249 --> 00:12:12,249
เหมือนพวกไม้เอก ไม้โท เครื่องหมายการันต์อะไรพวกนี้นะครับ

184
00:12:12,249 --> 00:12:16,249
มันจะเหมือนกัน ถ้าเราไปพิมพ์ประโยคยาว ๆ แ

185
00:12:16,251 --> 00:12:20,251
เครื่องหมายเลยน่ะ บางทีผู้อ่านอาจจะเข้าใจผิดว่ามัน

186
00:12:20,252 --> 00:12:24,252
คือ ไม้โท หรือเครื่องหมายอื่นที่

187
00:12:24,253 --> 00:12:28,253
ไม่ใช่เครื่องหมายคำถามนะครับ ฉะนั้น เราจะใช้ 4 5 6 คั่น เพื่อ

188
00:12:28,253 --> 00:12:32,253
บอกให้รูว่า หมดแล้วนะที่เป็นข้อความ

189
00:12:32,255 --> 00:12:36,255
หลังจากสัญลักษณ์ 456 นี้ คือ เครื่องหมาย

190
00:12:36,256 --> 00:12:40,256
นะครับ เราก็จะใช้ตัวนี้แทน

191
00:12:40,257 --> 00:12:44,257
ต่อไปนะครับ 2.8 นะครับ เครื่องหมายอัศเจรีย์

192
00:12:44,258 --> 00:12:48,258
นะครับ เช่น อนิจจา!

193
00:12:48,261 --> 00:12:52,261
อันนี้จะไม่เว้นวรรค สังเกต หลังท้ายประโยคครับ จะมีเครื่องหมาย

194
00:12:52,262 --> 00:12:56,262
อะไรครับ คั่นก่อนที่จะขึ้นเครื่องหมาย

195
00:12:56,263 --> 00:13:00,263
อัศเจรีย์ครับ เครื่องหมายอุทาน จะมี 4 5 6

196
00:13:00,264 --> 00:13:04,264
เป็นตัวคั่นนะครับ ส่วนข้อความเราจะพิมพ์ปกติตาม

197
00:13:04,265 --> 00:13:08,265
ที่เราได้เรียนกันมาในคราวที่แล้วนะครับ

198
00:13:08,265 --> 00:13:12,265

199
00:13:12,267 --> 00:13:16,267
ทันไหม ทันอยู่

200
00:13:16,268 --> 00:13:20,268
นะครับ ไปต่อนะ

201
00:13:20,269 --> 00:13:24,269
อันนี้ตามเอกสารเลยนะครับ ต่อไป 2.9 ครับ ไม้ยมก

202
00:13:24,270 --> 00:13:28,270
ไม่ ใช้แสดงการอ่านคำซ้ำ

203
00:13:28,271 --> 00:13:32,271
นะครับ การพิมพ์เราจะไม่เว้นวรรค และสังเกต

204
00:13:32,272 --> 00:13:36,272
ว่าไม้ยามก แตกต่างจกเครื่องคำถา

205
00:13:36,273 --> 00:13:40,273
และเครื่องหมายอุทาน ตรงที่ไม้ยมกไม่มี

206
00:13:40,288 --> 00:13:44,288
4 5 6 คั่น

207
00:13:44,290 --> 00:13:48,290
ไม่มีนะครับ เช่น คำว่า "อื่น ๆ" นะครับ มี 4 5 6 คั่นไหมครับ

208
00:13:48,291 --> 00:13:52,291
ไม่มีนะครับ อันนี้ไม้ยมกจะเป็นของเขาเอง

209
00:13:52,294 --> 00:13:56,294
นะครับ จะต้องใช้จุด 2 ตามเลย ซึ่งอ่านแล้ว ผู้

210
00:13:56,295 --> 00:14:00,295
ที่มีความบกพร่องทางสายตาอ่านเขาจะเข้าใจอยู่แล้ว

211
00:14:00,296 --> 00:14:04,296
ว่ามันคือไม้ยมกอยู่แล้วนะครับ

212
00:14:04,298 --> 00:14:08,298

213
00:14:08,299 --> 00:14:12,299
เอาล่ะ อันต่อไปครับ เครื่องหมายไปยาลน้อย เช่น

214
00:14:12,300 --> 00:14:16,300
คำว่า "กรุงเทพฯ" อันนี้จะเป็นการย่ออัน

215
00:14:16,301 --> 00:14:20,301
ยาว ๆ นะครับ การพิมพ์เราก็จะไม่เว้นวรรคเช่นเดียวกัน

216
00:14:20,302 --> 00:14:24,302
นะครับ เช่น กรุงเทพฯ สังเกตว่าเราจะพิมพ์

217
00:14:24,303 --> 00:14:28,303
กรุง ปกตินะครับ ก ร อุ ง กรุง

218
00:14:28,304 --> 00:14:32,304
นะครับ แล้วตามด้วยไปยาลน้อย

219
00:14:32,305 --> 00:14:36,305
โค้ดของไปยาลน้อยจะประกอบไปด้วย 2 เซลล์ เซลล์ที่ 1

220
00:14:36,305 --> 00:14:40,305
จะเป็นจุด 5 6 เซลล์ที่ 2

221
00:14:40,307 --> 00:14:44,307
จะเป็น 23 นะครับ เวลาท่องนะครับ 5623

222
00:14:44,308 --> 00:14:48,308
ต้องดูด้วยว่ามันเป็น 2 เซลล์บางคน

223
00:14:48,308 --> 00:14:52,308
ท่องไปแล้ว 5 6 2 3 รวมกันทีเดียวเลยกลายเป็นเครื่องหมายวงเล็บ

224
00:14:52,310 --> 00:14:56,310
นะครับ เพราะว่า 5 6 2 3 ถ้าเราท่อง

225
00:14:56,312 --> 00:15:00,312
กลายเป็นเครื่องหมายวงเล็บนะครับ คล้าย ๆ กันไหมครับ คล้ายกันนะ

226
00:15:00,313 --> 00:15:04,313
สังเกตดี ๆ นะครับ ถ้าใครเขียน

227
00:15:04,314 --> 00:15:08,314
เซลล์ของจุดอักษรเบรลล์ที่มันติดกันจนเกินไป

228
00:15:08,314 --> 00:15:12,314
นะครับ อาจจะทำให้เกิดความสับสนได้ ฉะนั้น ผมบอกแล้ว

229
00:15:12,314 --> 00:15:16,314
เซลล์แต่ละเซลล์ของอักษรเบรลล์นี่

230
00:15:16,315 --> 00:15:20,315
ที่เว้นระยะสักนิดหนึ่งเพื่อให้ดูออก

231
00:15:20,316 --> 00:15:24,316
ว่ามันคนละเซลล์กันนะครับ อย่างไปยาลน้อยนี่

232
00:15:24,316 --> 00:15:28,316
มองดูแล้วเหมือนกับเครื่องหมายวงเล็บ

233
00:15:28,318 --> 00:15:32,318
ต่อไปนะครับ ไปยาลใหญ่นะครับ

234
00:15:32,319 --> 00:15:36,319
ไปรยาลใหญ่ตรงจุด

235
00:15:36,320 --> 00:15:40,320
จุด 1 นะครับ ไปยาลน้อยจะเป็น

236
00:15:40,321 --> 00:15:44,321
5 6 2 3 ต่อไปยาลใหญ่

237
00:15:44,322 --> 00:15:48,322
เป็น 56 แล้วก็สังเกตเหมือนตัวอะไรครับ ล ลิง ไหมครับ

238
00:15:48,323 --> 00:15:52,323
ตัวที่ 2 เป็นเหมือน ล ลิง

239
00:15:52,324 --> 00:15:56,324
โค้ดของ ล ลิง นะ 1 2 3 นะครับ ก็จะเป็นเหมือน

240
00:15:56,325 --> 00:16:00,325
ไปยาลใหญ่นะครับ ฃักษณะการพิมพ์นะครับ

241
00:16:00,326 --> 00:16:04,326
ก็จะมีการวรรคทั้งข้างหน้าและข้างหลัง แตกต่างจากไปยาลน้อย

242
00:16:04,328 --> 00:16:08,328
ตรงที่ไปรยาลน้อยจะไม่วรรค

243
00:16:08,335 --> 00:16:12,335
ไปยาลใหญ่วรรคไหม วรรคนะครับ จะมีการวรรคหน้า

244
00:16:12,336 --> 00:16:16,336
วรรคหลังนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ผลไม้

245
00:16:16,337 --> 00:16:20,337
ของไทยมีมากมาย ได้แก่ มะละกอ กล้วย ส้ม แล้วก็

246
00:16:20,339 --> 00:16:24,339
นะครับ การพิมพ์ก็จะปกติ

247
00:16:24,343 --> 00:16:28,343
ที่เราได้เรียนผ่านมา คือ พิมพ์ผลไม้ของไทยมีมากมาย

248
00:16:28,344 --> 00:16:32,344
นะครับ มะละกอ นะครับ

249
00:16:32,347 --> 00:16:36,347
อันนี้มะละกอนะครับ ผมว่ามันน่าจะตกเองนะครับ

250
00:16:36,350 --> 00:16:40,350
เป็นจุด 1 นะมะละกอนี่ ตามด้วย

251
00:16:40,353 --> 00:16:44,353
กล้วยแล้วก็สม แล้วก็ตามด้วยเครื่องหมายไปยาลใหญ่นะครับ

252
00:16:44,357 --> 00:16:48,357
โดยสรุปก็จะประมาณนี้นะครับ

253
00:16:48,360 --> 00:16:52,360
ทั้ง 11 เรื่อง มีใครยังติดตรงไหนไหมครับ

254
00:16:52,361 --> 00:16:56,361
มีนักศึกษาคนไหนไม่ทันไหม

255
00:16:56,363 --> 00:17:00,363

256
00:17:00,364 --> 00:17:04,364
มีไหมครับ มีใครถามอะไรไหมครับ

257
00:17:04,365 --> 00:17:08,365
เดี๋ยวถึงแต่ไปยาลใหญ่ก่อนนะครับ

258
00:17:08,367 --> 00:17:12,367
ยังนะ ยังไม่มีนะ

259
00:17:12,369 --> 00:17:16,369
เพราะว่ายังไม่ได้ทำงาน พอทำงานแล้วจะเริ่มรู้ว่า

260
00:17:16,370 --> 00:17:20,370
อันนี้น่าจะใช้อย่างไร ต้องวรรคไหม

261
00:17:20,371 --> 00:17:24,371
หรือต้องพิมพ์ติดกันหรืออะไรอย่างไรนะครับ

262
00:17:24,371 --> 00:17:28,371
ต่อไป เครื่องหมายยัติภังค์

263
00:17:28,373 --> 00:17:32,373
หรือเครื่องหมายขีดนะครับ เครื่องหมายขีดแสดง 1-2 1-10

264
00:17:32,374 --> 00:17:36,374
อะไรอย่างนี้ เช่นการประชุมระหว่างวันที่ 31 did

265
00:17:36,375 --> 00:17:40,375
กรกฎาคม ถึง 1 สิงหาคม เวลาเราอ่าน จะอ่านแบบนี้ใช่ไหมครับ

266
00:17:40,376 --> 00:17:44,376
ฉะนั้นการพิมพ์ของเรา... โค้ดของมัน

267
00:17:44,377 --> 00:17:48,377
คือ 3 6 เราอยู่ตรงไหนล่ะ อยู่ตรงไหนเอ่ย

268
00:17:48,379 --> 00:17:52,379
36

269
00:17:52,380 --> 00:17:56,380
อยู่ตรงไหนเอ่ย ดูข้อความปกติ มันสิ้นสุดที่ กรกฎา

270
00:17:56,381 --> 00:18:00,381
คมใช่ไหมครับ เราก็มาดู ก ไก่ อยู่ตรง

271
00:18:00,382 --> 00:18:04,382
คอลัมน์ที่ 1 2 3 อยู่ช่วงท้ายเลยครับ

272
00:18:04,382 --> 00:18:08,382
เห็นไหมครับจะมีตัวเลข 31 เครื่องหมายนำเลข

273
00:18:08,384 --> 00:18:12,384
แล้วก็ 3 แล้วก็ 1 นะครับ แล้วก็ตามด้วยกรกฎาคม

274
00:18:12,385 --> 00:18:16,385
แล้วก็จะมีบรรทัดอักษรเบรลล์

275
00:18:16,386 --> 00:18:20,386
บรรทัดอักษรเบรลล์บรรทัดแรกตัวที่ 3 จากข้างหลัง

276
00:18:20,387 --> 00:18:24,387
ตัวที่ 3 จากข้างหลัง เครื่องหมายตันี้

277
00:18:24,388 --> 00:18:28,388
นะครับ ตัวที่ 3 จากข้างหลังสุดเลย จากบรรทัดแรก

278
00:18:28,390 --> 00:18:32,390
จะมีเครื่องหมายนำเลขแล้วก็เลข 1

279
00:18:32,391 --> 00:18:36,391
เห็นไหมครับ

280
00:18:36,392 --> 00:18:40,392

281
00:18:40,393 --> 00:18:44,393
อันนี้จะไม่มีการวรรคด้านหน้าและวรรคด้านหลัง คือ เราจะพิมพ์ต่อเนื่องกันไปเลย

282
00:18:44,397 --> 00:18:48,397
นะครับ ต่อไป

283
00:18:48,398 --> 00:18:52,398
เครื่องหมายเท่ากับครับ เครื่องหมายเท่ากับนี้จะมีการ

284
00:18:52,399 --> 00:18:56,399
วรรคทั้งด้านหน้า และวรรคด้านหลัง

285
00:18:56,399 --> 00:19:00,399
ยกตัวอย่างเช่น คำว่า ฎ

286
00:19:00,400 --> 00:19:04,400
เท่ากับ

287
00:19:04,401 --> 00:19:08,401
แล้วก็รับประทานนะครับ ตามนี้นะครับ เครื่องหมาย

288
00:19:08,401 --> 00:19:12,401
เท่กับจะวรรคหน้ารรคหลังนะ

289
00:19:12,402 --> 00:19:16,402

290
00:19:16,403 --> 00:19:20,403
ติ๊ก ๆ ไว้ครับ ต่อไปเครื่องหมาย

291
00:19:20,406 --> 00:19:24,406
อะไรนี่ ช่วยผมอ่านหน่อยครับ เราเรียกว่าเครื่องหมายอะไรนี่

292
00:19:24,416 --> 00:19:28,416
จุดแล้วก็มีคอมม่า

293
00:19:28,417 --> 00:19:32,417
เครื่องหมายอัตภาพนะครับ

294
00:19:32,418 --> 00:19:36,418
ใช้คั่นประโยคหลาย ๆ ประโยค เราก็จะ

295
00:19:36,419 --> 00:19:40,419
ขึ้นอยู่กับรูปแบบของการพิมพ์นะครับ

296
00:19:40,420 --> 00:19:44,420
ต่อไป เครื่องหมายทับ

297
00:19:44,421 --> 00:19:48,421
เครื่องหมายทับนะครับ ใช้คั่นตัวเลขหรือข้อความ เช่น

298
00:19:48,421 --> 00:19:52,421
บ้านเลขที่ 64/9 เราก็จะพิมพ์เป็น

299
00:19:52,423 --> 00:19:56,423
บ ใบไม้ ไม้โท สระอา น หนู

300
00:19:56,424 --> 00:20:00,424
ข ไข่ นะครับ ท ทหาร ระอี ไม้เอก

301
00:20:00,425 --> 00:20:04,425
นี่คือบ้านเลขที่

302
00:20:04,426 --> 00:20:08,426
ก็จะเป็น

303
00:20:08,427 --> 00:20:12,427
นะครับ ก็จะเป็น

304
00:20:12,431 --> 00:20:16,431
นะครับ จะมีการลักษณะเครื่องหมาย

305
00:20:16,432 --> 00:20:20,432
ที่วรรคไหมครับ ไม่ได้วรรคนะครับ ดู นักศึกษาดูอันสุดท้ายนะครับ

306
00:20:20,432 --> 00:20:24,432
นำเลขแล้วก็จะเป็น 6 4

307
00:20:24,434 --> 00:20:28,434
นะครับ สิ่งที่คั่นเครื่องหมายทับ ก็คือ

308
00:20:28,441 --> 00:20:32,441
4 5 6 เห็นไหมครับ

309
00:20:32,442 --> 00:20:36,442

310
00:20:36,443 --> 00:20:40,443
นะครับ ก็จะมี

311
00:20:40,444 --> 00:20:44,444
4 5 6 คั่นก่อนจะขึ้นเครื่องหมายทับนะครับ แล้วก็ตามด้วยเลข 9

312
00:20:44,444 --> 00:20:48,444
นะครับ หรือใช้คั่นข้อความนะครับ

313
00:20:48,446 --> 00:20:52,446
ถ้าเป็นคั่นตัวเลข จะไม่มีการวรรค จะเป็น 456 คั่น

314
00:20:52,447 --> 00:20:56,447
นะครับ จะมีการวรรคด้านหน้ากับวรรคด้านหลัง

315
00:20:56,448 --> 00:21:00,448
เช่น ชื่อ นามสกุล นะครับ จะมีการวรรค

316
00:21:00,449 --> 00:21:04,449
หลังคำว่าชื่อ มีกรวรรค 1 เซลล์

317
00:21:04,450 --> 00:21:08,450
แต่ยังใช้ 456 คั่นอยู่เหมือนเดิมนะครับ

318
00:21:08,451 --> 00:21:12,451
และก็วรรค อันนี้ไม่แน่ใจว่านักศึกษา

319
00:21:12,452 --> 00:21:16,452
ทันไหม ไม่ทันยกมือได้นะ นะครับ

320
00:21:16,454 --> 00:21:20,454
แล้วก้นามสกุล เป็นข้อความของคำว่า

321
00:21:20,455 --> 00:21:24,455
นามสกุล

322
00:21:24,456 --> 00:21:28,456

323
00:21:28,457 --> 00:21:32,457
และอันที่ 2.6 นะครับ 2.16

324
00:21:32,458 --> 00:21:36,458
เครื่องหมายไข่ปลา หรือเส้นประ

325
00:21:36,459 --> 00:21:40,459
เป็นเหมือนกับข้อความที่เขาเอาไว้ตอนที่นักศึกษาจะเจอ

326
00:21:40,460 --> 00:21:44,460
แบบฝึกหัดที่เป็นข้อความ

327
00:21:44,462 --> 00:21:48,462
แล้วก็เว้นวรรค ... ไว้เติมคำลงในช่องว่าง

328
00:21:48,463 --> 00:21:52,463
เราจะใช้โค้ดจุด 6 ไปเรื่อย ๆ

329
00:21:52,463 --> 00:21:56,463
ตามความเหมาะสมนะครับ เราอาจจะไม่ได้จุดเพียงแค่ 3 จุด เท่านี้ อาจจุ

330
00:21:56,463 --> 00:22:00,463
6 ยาว ๆ ไปก็ได้ เพื่อแสดงออกว่า

331
00:22:00,465 --> 00:22:04,465
ข้อความน่ะมันอาจจะยาวหรือสั้นนะครับ เช่น จากที่ผม

332
00:22:04,466 --> 00:22:08,466
ได้ เคยได้ลอพิมพ์มานะครับ บางแบบฝึกหัด

333
00:22:08,466 --> 00:22:12,466
บางอาจารย์บางท่าน อาจจะเอื้ออำนวยความกว้างของ

334
00:22:12,468 --> 00:22:16,468
ข้อความที่จะต้องเติมใช่ไหมครับ พิมพ์มาเช่น

335
00:22:16,469 --> 00:22:20,469
เครื่องหมายทับใช้คั่นตัวเลข

336
00:22:20,470 --> 00:22:24,470
หรือ.......นะครับ

337
00:22:24,471 --> 00:22:28,471
ข้อความที่ยาวพอสมควร ไอ้ตัวเครื่องหมายไข่ปลา หรือเส้นประของเรา

338
00:22:28,474 --> 00:22:32,474
นี่ อาจจะใช้จุด 6 ที่ยาวพอสมควร เพื่อ

339
00:22:32,476 --> 00:22:36,476
ให้บุคคลที่มีความบกพร่องทางสายตานี่ได้รู้ว่า

340
00:22:36,477 --> 00:22:40,477
ข้อความนี้ มันน่าจะยาวนะ เพื่อให้มันเหมือน

341
00:22:40,478 --> 00:22:44,478
ตัวต้นฉบับนะครับ ไม่ใช่ว่าเราจุดแค่ 3 จุด

342
00:22:44,479 --> 00:22:48,479
มันก็ มันก็เป็นข้อความที่

343
00:22:48,480 --> 00:22:52,480
ไม่ได้ถอดออกมาจากต้นฉบับที่อาจารย์สื่อว่า

344
00:22:52,481 --> 00:22:56,481
ก็อาจจะจุด 6 สั้น ๆ นิดหนึ่ง

345
00:22:56,484 --> 00:23:00,484
เราก็จุด 6 ไว้ยาว ๆ สักหน่อย เพื่อให้คนตาบอดเดาได้ว่า

346
00:23:00,485 --> 00:23:04,485
มันยาวหรือมันสั้นตามการสื่อ

347
00:23:04,487 --> 00:23:08,487
ความหมายของอาจารย์ที่เขาพิมพ์เอกสารขึ้นมานะครับ

348
00:23:08,488 --> 00:23:12,488
เราจะใช้ประมาณนี้นะครับ

349
00:23:12,489 --> 00:23:16,489
เอาล่ะ เครื่องหมายจุดครับ จุดที่ใช้กับเวลา อย่างเช่น

350
00:23:16,490 --> 00:23:20,490
10.30 เครื่องหมายจุดนี้

351
00:23:20,491 --> 00:23:24,491
เราจะไม่ได้ใช้โค้ดเดียวกัน

352
00:23:24,492 --> 00:23:28,492
กับที่เป็นจุดที่เป็นจุดข้อความ

353
00:23:28,493 --> 00:23:32,493
จุดนั้น เป็นจุดที่เหมือนแสดงว่าข้อความสิ้นสุดลง

354
00:23:32,495 --> 00:23:36,495
เป็นจุดที่บอกว่าเวลา

355
00:23:36,496 --> 00:23:40,496
10.30 น. ก็คือ 10 นาฬิกา 30 นาที

356
00:23:40,497 --> 00:23:44,497
เชื่อมข้อควมเข้าหากัน ฉะนั้น จุดจะใช้โค้ด

357
00:23:44,498 --> 00:23:48,498
25 นะครับ ตัวนี้ใช้เชื่อมแบบนี้นะครับ นะ

358
00:23:48,499 --> 00:23:52,499
เครื่องหมายแสดงตัวหนา ตัวหน้านี่จะมี

359
00:23:52,500 --> 00:23:56,500
ตัวเริ่มต้นและตัวสิ้นสุด เพราะว่าถ้าเราเริ่มต้น

360
00:23:56,501 --> 00:24:00,501
ไว้แล้ว แล้วไม่แสดงจุดสิ้นสุดนี่ ตัวข้อความ

361
00:24:00,503 --> 00:24:04,503
ทั้งข้อความ ก็จะเป็นตัวหนานะครับ ยกตัวอย่าง เช่น

362
00:24:04,505 --> 00:24:08,505
ถ้าเราไปพิมพ์คำว่า "เขียน"

363
00:24:08,506 --> 00:24:12,506
ข้อความที่พิมพ์ด้วยตัวหน้า คำว่า "ข้อความด้วยตัวหนา

364
00:24:12,507 --> 00:24:16,507
ใช้จุด  46 แล้วก็จุด 3

365
00:24:16,508 --> 00:24:20,508
เป็นตัวเปิดว่าข้อความนี้ หลังจากนี้ไปนะ

366
00:24:20,508 --> 00:24:24,508
เป็นตัวหนา เมื่อจบข้อความที่เป็น

367
00:24:24,510 --> 00:24:28,510
ตัวหนาแล้วเราก็จะต้องปิดข้อความเพื่อให้รู้ว่าหลังจากนี้

368
00:24:28,511 --> 00:24:32,511
ไม่ใช่ตัวหนาแล้วนะ ก็จะปิดด้วย

369
00:24:32,512 --> 00:24:36,512
สัญลักษณ์จุด 6 แล้วก็จุด 1 กับ 3 เป็น 2 เซลล์

370
00:24:36,515 --> 00:24:40,515
ลักษณะนี้จะเป็นการแสดงตัวหนา

371
00:24:40,518 --> 00:24:44,518
คล้าย ๆ กับตัวที่ขีดเส้นใต้นะครับ ก็จะมีตัวเปิดไว้ว่า

372
00:24:44,519 --> 00:24:48,519
เป็นการขีดเส้นใต้นะ แล้วก็จะมีตัวปืิดว่า

373
00:24:48,520 --> 00:24:52,520
หลังการขีดเส้นใต้สิ้นสุดลงแล้ว อันนี้ก็เช่นเดียวกัน

374
00:24:52,521 --> 00:24:56,521
ก็จะเป็นการเปิดว่าใช้จุด

375
00:24:56,523 --> 00:25:00,523
4 6 กับจุด 3 บอกว่าหลังจากนี้

376
00:25:00,524 --> 00:25:04,524
หลังจากสัญลักษณ์นี้นะ จะเป็นตัวหนานะ

377
00:25:04,525 --> 00:25:08,525
แล้วก็ใช้จุด 6 และ 1 3 เป็นตัวบอกว่า

378
00:25:08,527 --> 00:25:12,527
ข้อความตัวหนาสิ้นสุดลงแล้ว หลังจากตัวนี้

379
00:25:12,530 --> 00:25:16,530
ไม่ใช่ตัวหนาแล้วนะ อย่างนี้นะครับ เป็นการบอกตัวหนา ต่อไปตัวเอียง

380
00:25:16,531 --> 00:25:20,531
ตัวเอียงก้เช่นเดียวกันครับ ก็จะมีตัวเปิดก่อนว่า

381
00:25:20,532 --> 00:25:24,532
ข้อความหลังจากสัญลักษณ์นี้ แสดงถึงตัว

382
00:25:24,535 --> 00:25:28,535
ที่มันเอียงนะครับ ตัวอักษรเอียง

383
00:25:28,537 --> 00:25:32,537
และข้อความหลังจากสัญลักษณ์นี้ไม่เอียงแล้ว

384
00:25:32,538 --> 00:25:36,538
ก็คือเปิดตัวเอียงใช้ 4 6

385
00:25:36,539 --> 00:25:40,539
26 2 เซลล์นะครับ 46 26 เป็นการบอก

386
00:25:40,540 --> 00:25:44,540
ว่าหลังจากสัญลักษณ์นี้

387
00:25:44,543 --> 00:25:48,543
ข้อความทั้งหมดจะเป็นตัวเอียงนะครับ

388
00:25:48,545 --> 00:25:52,545
และเมื่อคนตาบอดอ่านสัญลักษณ์

389
00:25:52,549 --> 00:25:56,549
3 5 แล้วก็ 1 3

390
00:25:56,553 --> 00:26:00,553
เขาเจอสัญลักษณ์นี้ จะเป็นการบอกว่า

391
00:26:00,554 --> 00:26:04,554
หลังจากนี้ไม่เอียงแล้ว เป็นการจบการเป็นตัวเอียง

392
00:26:04,557 --> 00:26:08,557
นะครับ ตัวหนา ตัวเอียงนะครับ

393
00:26:08,559 --> 00:26:12,559
ลักษณะของมันก็จะมีการเปิดและปิดที่แตกต่างกัน

394
00:26:12,560 --> 00:26:16,560
เอาล่ะ การเขียนตัวเลขในภาษาไทยก็จะมี

395
00:26:16,563 --> 00:26:20,563
2 แบบ ก็คือตัวเลขอารบิกแล้วก็ตัวเลขไทย ตัว

396
00:26:20,564 --> 00:26:24,564
อารบิกกับไทยเป็นโค้ด

397
00:26:24,565 --> 00:26:28,565
ที่คล้าย ๆ กัน นั่นก็คืออาราบิกนะครับ เลข 0

398
00:26:28,566 --> 00:26:32,566
เลข สังเกตว่าจะมีโค้ดเดียวกันหมดเลยครับ เราจะเรียก

399
00:26:32,567 --> 00:26:36,567
มันว่าเครื่องหมายนำเลขนะครับ เครื่องหมายนำเลขจะเป็นจุด

400
00:26:36,569 --> 00:26:40,569
3 4 5 6 เราเรียกมันว่าเครื่องหมายนำเลข

401
00:26:40,570 --> 00:26:44,570
นะครับ เป็นตัวบอกว่าหลังจากฉันนี่

402
00:26:44,571 --> 00:26:48,571
หลังจากสัญลักษณ์นี้มีคือตัวเลข

403
00:26:48,572 --> 00:26:52,572
นะครับ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันจบตัวเลข

404
00:26:52,573 --> 00:26:56,573
ก็คือการวรรคนะครับ เมื่อเราเว้นวรรค

405
00:26:56,576 --> 00:27:00,576
หรือเราวรรค 1 เซลล์นี่ จะเป็นการสิ้นสุดเครื่องหมายนำเลขโดยอัตโนมัติ

406
00:27:00,577 --> 00:27:04,577
นะครับ สำหรับเลขอารบิกจะมีเครื่องหมายนำเล

407
00:27:04,578 --> 00:27:08,578
แล้วก็ตามด้วยโค้ดของตัวเลขนะครับ สังเกตว่า

408
00:27:08,579 --> 00:27:12,579
ตัว A เลข 2 จะเหมือนตัว B g

409
00:27:12,580 --> 00:27:16,580
ในอักษรภาษาอังกฤษ ซึ่งเราจะยังไม่ได้เจอนะครับ

410
00:27:16,581 --> 00:27:20,581
เลข 5 จะเป็นตัว D เลข 6 จะเป็นตัว E

411
00:27:20,583 --> 00:27:24,583
ตัว G นะครับ เลข 8 ตัว H เลข 9 ตัว

412
00:27:24,585 --> 00:27:28,585
นะครับ แล้วเลข 0 ล่ะ ก็ตัว

413
00:27:28,588 --> 00:27:32,588
ก็จะเรียงกันไปอย่างนี้นะครับ เลข 0-9 ส่วนตัวเลข

414
00:27:32,588 --> 00:27:36,588
ไทยนะครับ เพิ่มเติมตัวเลขไทยขึ้นมา เราจะ

415
00:27:36,590 --> 00:27:40,590
เพิ่มจุด 6 หน้าเครื่องหมายนำเลขแค่นี้นะครับ เพิ่มจุด 6 หน้าเครื่องหมายนำเลข

416
00:27:40,591 --> 00:27:44,591
จุด 6 หน้าเครื่องหมายนำเลข จะบอก

417
00:27:44,592 --> 00:27:48,592
ส่วนอันอื่น ๆ เหมือนกันนะครับ ก็จะเป็นเลข 012345

418
00:27:48,593 --> 00:27:52,593
6 7 8 9 เหมือนกันนะครับ เลขไทยกับเลขอารบิก

419
00:27:52,597 --> 00:27:56,597
ต่างกันตรงที่มีจุด 6 นำเป็นเลขไทย

420
00:27:56,598 --> 00:28:00,598
ถ้าไม่มีเป็นเลขอารบิก

421
00:28:00,599 --> 00:28:04,599
แค่นี้นะครับ เพิ่มเติมให้นะครับ สำหรับ

422
00:28:04,599 --> 00:28:08,599
เลขอารบิกนะครับ ที่เราเห็นอยู่ในหน้ากระดานตอนนี้นะครับ

423
00:28:08,600 --> 00:28:12,600
เป็นเลขอารบิกที่เราเรียกมันว่า "เลขสูง"

424
00:28:12,601 --> 00:28:16,601
นะครับ เราเรียกมันว่าเลขสูง ส่วน

425
00:28:16,604 --> 00:28:20,604
เลขที่ใช้ในคณิตศาสตร์เราจะไม่ได้ใช้ตัวเลขชุดนี้ จะใช้อีกชุดหนึ่ง

426
00:28:20,605 --> 00:28:24,605
ซึ่งจะมีรูปที่เหมือนกัน

427
00:28:24,606 --> 00:28:28,606
จะมีรูปเหมือนกันเลย เพียงแต่ว่าจุดแตกต่างกัน มันจะลดหลั่น

428
00:28:28,606 --> 00:28:32,606
กันลงมานะครับ ต่อไป

429
00:28:32,606 --> 00:28:36,606
การเขียน ยกตัวอย่างนะครับ เลข 1 เห็นไหมครับ เราเขียนเลข 1 เครื่องหมาย

430
00:28:36,607 --> 00:28:40,607
นำเลข แล้วก็ตามด้วยสัญลักษณ์ของเลข 1

431
00:28:40,608 --> 00:28:44,608
นะครับ เลข 10 ล่ะ ก็นำเลข แล้วก็เลข 1 กับเลข

432
00:28:44,609 --> 00:28:48,609
0 ไม่มีการเว้นวรรค สังเกตว่าไ่มีการเว้นวรรรค

433
00:28:48,610 --> 00:28:52,610
แสดงว่าสัญลักษณ์ทั้งหมดเลยที่อยู่หลังเครื่องหมายนำเลข

434
00:28:52,612 --> 00:28:56,612
ตัวเลขนะครับ 100 ล่ะ ก็จะเป็น

435
00:28:56,613 --> 00:29:00,613
นำเลขแล้วก็เลข 1 เลข 0 เลข 0

436
00:29:00,618 --> 00:29:04,618
เราก็จะอ่านว่า 100 หรือ 1-3

437
00:29:04,622 --> 00:29:08,622
1-3 เห็นไหมครับ เราก็จะเป็นนำเลข เลข 1

438
00:29:08,623 --> 00:29:12,623
แล้วก็เครื่องหมาย 3 6 แสดงออก

439
00:29:12,624 --> 00:29:16,624
ถึงนะครับ แล้วก็เลข 3 ไม่มีการเว้นวรรคเห็นไหมครับ เป็นลักษณะแบบนี้

440
00:29:16,625 --> 00:29:20,625
แล้วถ้ามันเป้นเลขไทยล่ะนักึกษาครับ เราเตื

441
00:29:20,627 --> 00:29:24,627
ด้านหน้า จุด 6 ครับ ถูกต้องครับ

442
00:29:24,628 --> 00:29:28,628
เข้าไปด้านหน้ากลายเป็นเลขไทยเลย 6 ไม่มี

443
00:29:28,629 --> 00:29:32,629
รูปแบบอื่นเลยครับ จะมีการเพิ่มเติมแค่นี้ลงไป

444
00:29:32,630 --> 00:29:36,630
นะครับ เอาล่ะ ทีนี้ผมจะให้นักศึกษาได้ลอง

445
00:29:36,631 --> 00:29:40,631
ได้ลองนะครับ ลองเขียนอักษรเบรลล์

446
00:29:40,632 --> 00:29:44,632
ในแบบฝึกทักษะนะครับ เราจะฝึกทักษะ

447
00:29:44,634 --> 00:29:48,634
ผมได้แจกกระดาษที่เป็นจุดอักษรเบรลล์ให้นักศึกษา

448
00:29:48,635 --> 00:29:52,635
ได้ลองเขียนง่าย ๆ นะครับ จะได้ไ่ลายต

449
00:29:52,638 --> 00:29:56,638
จนเกินไปนะครับ จากข้อความที่ให้ไปนะครับ

450
00:29:56,638 --> 00:30:00,638
อันแรก การทำงานของนักศึกษา

451
00:30:00,640 --> 00:30:04,640
ต้องดี พวกเราลองเขียนดูสิครับ ว่าอักษรเบรลล์

452
00:30:04,640 --> 00:30:08,640
ประโยคนี้เป็นอย่างไร ตัวเลขไม่ต้องเขียนก็ได้นะครับ

453
00:30:08,643 --> 00:30:12,643
เลข 1 เลข 2 นี่ ไม่ต้องเขียนก็ได้ครับ เดี๋ยวลองดูว่าข้อที่ 1

454
00:30:12,644 --> 00:30:16,644
พวกเราลองเขียนเป็นอักษรเบรลล์ดูก่อนนะครับ

455
00:30:16,645 --> 00:30:20,645
ว่าเป็นอย่างไร เดี๋ยวผมมีเฉลยให้ดูนะครับ ให้ลองเขียน

456
00:30:20,646 --> 00:30:24,646
ดูก่อน ให้เวลาสัก 5 นาทีนะครับ

457
00:30:24,647 --> 00:30:28,647

458
00:30:28,649 --> 00:30:32,649

459
00:30:32,650 --> 00:30:36,650

460
00:30:36,652 --> 00:30:40,652

461
00:30:40,654 --> 00:30:44,654

462
00:30:44,657 --> 00:30:48,657

463
00:30:48,658 --> 00:30:52,658

464
00:30:52,660 --> 00:30:56,660

465
00:30:56,662 --> 00:31:00,662

466
00:31:00,663 --> 00:31:04,663

467
00:31:04,667 --> 00:31:08,667

468
00:31:08,668 --> 00:31:12,668

469
00:31:12,670 --> 00:31:16,670

470
00:31:16,671 --> 00:31:20,671

471
00:31:20,673 --> 00:31:24,673

472
00:31:24,675 --> 00:31:28,675

473
00:31:28,678 --> 00:31:32,678

474
00:31:32,679 --> 00:31:36,679

475
00:31:36,681 --> 00:31:40,681

476
00:31:40,683 --> 00:31:44,683

477
00:31:44,686 --> 00:31:48,686

478
00:31:48,688 --> 00:31:52,688

479
00:31:52,689 --> 00:31:56,689

480
00:31:56,691 --> 00:32:00,691

481
00:32:00,693 --> 00:32:04,693

482
00:32:04,694 --> 00:32:08,694

483
00:32:08,696 --> 00:32:12,696

484
00:32:12,698 --> 00:32:16,698

485
00:32:16,701 --> 00:32:20,701

486
00:32:20,703 --> 00:32:24,703

487
00:32:24,706 --> 00:32:28,706

488
00:32:28,707 --> 00:32:32,707
เพื่อความสะดวกนะครับ

489
00:32:32,708 --> 00:32:36,708
สังเกตว่าผมพยายามเขียนเป็นเซลล์ ๆ เป็นจุด

490
00:32:36,713 --> 00:32:40,713
เป็นแยก ๆ ไว้ให้แล้ว เราก็

491
00:32:40,718 --> 00:32:44,718
เขียนตัวอักษรลงไปก่อน ใต้ตัวโค้ดอักษรเบรลล์นะครับ

492
00:32:44,719 --> 00:32:48,719
ใต้ตัวที่ว่าง ๆ ไว้ อย่างเช่น เซลล์แรก

493
00:32:48,719 --> 00:32:52,719
ก ไก่ ใช่ไหมครับ เซลล์ที่ 2 ก็เป็นสระอา

494
00:32:52,721 --> 00:32:56,721
เราเขียนตัวอักษรตัวก่อน แล้วเรา

495
00:32:56,722 --> 00:33:00,722
มาฝนดูว่า ก ไก่ มันคือโค้ดอะไร 1 2 4 5

496
00:33:00,723 --> 00:33:04,723
อย่างนี้เป็นต้น จะได้ไม่ต้องพลิกไปพลิกมาว่าตัวอักษร

497
00:33:04,724 --> 00:33:08,724
มันคืออะไรนะครับ มีใครเสร็จ

498
00:33:08,725 --> 00:33:12,725
ข้อที่ 1 แล้วหรือยัง เดี๋ยว

499
00:33:12,726 --> 00:33:16,726
ให้สักครู่นะครับ ให้เวลาอีกสักครู่

500
00:33:16,728 --> 00:33:20,728

501
00:33:20,730 --> 00:33:24,730

502
00:33:24,731 --> 00:33:28,731

503
00:33:28,735 --> 00:33:32,735

504
00:33:32,737 --> 00:33:36,737

505
00:33:36,743 --> 00:33:40,743

506
00:33:40,745 --> 00:33:44,745

507
00:33:44,746 --> 00:33:48,746

508
00:33:48,748 --> 00:33:52,748

509
00:33:52,749 --> 00:33:56,749

510
00:33:56,752 --> 00:34:00,752

511
00:34:00,754 --> 00:34:04,754

512
00:34:04,759 --> 00:34:08,759

513
00:34:08,764 --> 00:34:12,764

514
00:34:12,768 --> 00:34:16,768

515
00:34:16,769 --> 00:34:20,769

516
00:34:20,771 --> 00:34:24,771

517
00:34:24,773 --> 00:34:28,773

518
00:34:28,775 --> 00:34:32,775

519
00:34:32,776 --> 00:34:36,776

520
00:34:36,778 --> 00:34:40,778

521
00:34:40,779 --> 00:34:44,779

522
00:34:44,781 --> 00:34:48,781

523
00:34:48,782 --> 00:34:52,782

524
00:34:52,784 --> 00:34:56,784

525
00:34:56,785 --> 00:35:00,785
พยายามแยกเป็นตัว ทีละตัว ทีละตัว เหมือนที่

526
00:35:00,787 --> 00:35:04,787
เรากดแป้นพิมพ์ใน

527
00:35:04,789 --> 00:35:08,789
Microsoft word นะครับ เวลาเราพิมพ์ใน Microsoft word

528
00:35:08,790 --> 00:35:12,790
พิมพ์ทีละตัว ทีละตัวใช่ไหมครับ สมมติว่าเรายัง

529
00:35:12,791 --> 00:35:16,791
พิมพ์ดีดไม่เก่งนี่ เราจะจิ้มดีดนี่ เราจะพิมพ์ทีละตัว

530
00:35:16,793 --> 00:35:20,793
เช่น การทำงาน เราก็พิมพ์ ก ไก่ ก่อน ต่อ

531
00:35:20,794 --> 00:35:24,794
ไก็จะเป็น ก ไก่ ลำดับต่อไปสระอา แล้ว

532
00:35:24,795 --> 00:35:28,795
ก็จะเป็น ร เรือนะครับ ในการพิมพ์อักษรเบรลล์

533
00:35:28,796 --> 00:35:32,796
ก็เช่นเดียวกันนะครับ ก ไก่ สระ ร เรือ จะเป็นโค้ดของ ก ไก่

534
00:35:32,796 --> 00:35:36,796
ก็คือ 1 2 4 5 สระอาก็จะเป็น

535
00:35:36,798 --> 00:35:40,798
1 6 อย่างนี้ครับ ร เรือ ก็จะเป็น 1 2 3 5 อย่างนี้

536
00:35:40,799 --> 00:35:44,799
นะครับ เราก็จะค่อย ๆ แกะไปทีละตัว

537
00:35:44,799 --> 00:35:48,799
ทีละตัวนะครับ ตอนนี้เราศึกษาเรื่องของจุด

538
00:35:48,799 --> 00:35:52,799
ให้คล่องก่อนว่าแต่ละตัวอักษร

539
00:35:52,801 --> 00:35:56,801
จะมีจุดเป็นจุดแบบใดนะครับ เมื่อเรา

540
00:35:56,801 --> 00:36:00,801
เริ่มจำจุดได้แล้ว เราจะมาเข้าสุ่โหมดของการพิมพ์

541
00:36:00,803 --> 00:36:04,803
ที่เป็นจุดนูน ๆ เหมือนอักษรเบรลล์จริง ๆ ตอนนี้เรา

542
00:36:04,805 --> 00:36:08,805
ใช้เรื่องของการฝนเป็นจุดทึบ

543
00:36:08,806 --> 00:36:12,806
นะครับ เป็นจุดทึบเพื่อให้ดูออกก่อนว่า ก ไก่ ข ไข่

544
00:36:12,807 --> 00:36:16,807
ง งู เป็นอย่างไรนะครับ

545
00:36:16,808 --> 00:36:20,808

546
00:36:20,809 --> 00:36:24,809

547
00:36:24,811 --> 00:36:28,811

548
00:36:28,815 --> 00:36:32,815

549
00:36:32,816 --> 00:36:36,816

550
00:36:36,819 --> 00:36:40,819

551
00:36:40,822 --> 00:36:44,822

552
00:36:44,823 --> 00:36:48,823

553
00:36:48,825 --> 00:36:52,825

554
00:36:52,826 --> 00:36:56,826

555
00:36:56,828 --> 00:37:00,828

556
00:37:00,831 --> 00:37:04,831

557
00:37:04,832 --> 00:37:08,832

558
00:37:08,833 --> 00:37:12,833

559
00:37:12,836 --> 00:37:16,836

560
00:37:16,838 --> 00:37:20,838

561
00:37:20,841 --> 00:37:24,841

562
00:37:24,842 --> 00:37:28,842

563
00:37:28,845 --> 00:37:32,845

564
00:37:32,847 --> 00:37:36,847
เสร็จหรือยังครับ ใกล้เสร็จยัง

565
00:37:36,861 --> 00:37:40,861
ใกล้แล้วนะ เดี๋ยวอีกสักครู่นะครับ

566
00:37:40,861 --> 00:37:44,861
เอาข้อแรกก่อนนะ อย่าเพิ่งไปทำข้อ 2 นะ

567
00:37:44,863 --> 00:37:48,827

568
00:37:48,867 --> 00:37:52,867

569
00:37:52,870 --> 00:37:56,870

570
00:37:56,872 --> 00:38:00,872

571
00:38:00,872 --> 00:38:04,872

572
00:38:04,876 --> 00:38:08,876

573
00:38:08,881 --> 00:38:12,881

574
00:38:12,882 --> 00:38:16,882

575
00:38:16,886 --> 00:38:20,886

576
00:38:20,888 --> 00:38:24,888

577
00:38:24,889 --> 00:38:28,889

578
00:38:28,891 --> 00:38:32,891

579
00:38:32,893 --> 00:38:36,893

580
00:38:36,895 --> 00:38:40,895

581
00:38:40,897 --> 00:38:44,897

582
00:38:44,901 --> 00:38:48,901

583
00:38:48,905 --> 00:38:52,905

584
00:38:52,909 --> 00:38:56,909

585
00:38:56,911 --> 00:39:00,911

586
00:39:00,912 --> 00:39:04,912

587
00:39:04,913 --> 00:39:08,913

588
00:39:08,915 --> 00:39:12,915

589
00:39:12,916 --> 00:39:16,916

590
00:39:16,918 --> 00:39:20,918

591
00:39:20,918 --> 00:39:24,918

592
00:39:24,920 --> 00:39:28,920

593
00:39:28,922 --> 00:39:32,922

594
00:39:32,928 --> 00:39:36,928

595
00:39:36,931 --> 00:39:40,931

596
00:39:40,931 --> 00:39:44,931

597
00:39:44,937 --> 00:39:48,937
เอานะ

598
00:39:48,940 --> 00:39:52,940
เฉลยนะ เฉลยนะครับ

599
00:39:52,941 --> 00:39:56,941
ในข้อที่ 1 อันนี้ผมไม่ได้พิมพ์เลขข้อมาให้ ทุกคนดูเลขข้อ

600
00:39:56,942 --> 00:40:00,942
ด้วยกันนะครับ นี่เฉลยนะครับ

601
00:40:00,943 --> 00:40:04,943
การศึกษา การทำงาน พิมพ์ก็จะพิมพ์เป็น ก ไก่ 1 2

602
00:40:04,944 --> 00:40:08,944
4 5 สระอา 1 6

603
00:40:08,945 --> 00:40:12,945
นะครับ ร เรือ 1 2 3 5 ก็คือการ

604
00:40:12,948 --> 00:40:16,948
ทำก็คือ ท สระอำ ทำ ก็จะเป็น

605
00:40:16,947 --> 00:40:20,947
2 3 4 5 6 นะครับ เป็น ท ทหาร

606
00:40:20,949 --> 00:40:24,949
สระอำ ก็จะเป็น 1 2 4 5 6

607
00:40:24,952 --> 00:40:28,952
จะเป็นโค้ดของทำ และงาน แยกเป็นตัว ๆ

608
00:40:28,952 --> 00:40:32,952
ไป จะง่ายกว่านะครับ ก็จะเป็น

609
00:40:32,953 --> 00:40:36,953
12456 เป็น ง งู นะครับ สระอาก็เหมือนเดิม

610
00:40:36,954 --> 00:40:40,954
1 6 นะครับ แล้วก็ น หนูเป็น 1 3

611
00:40:40,955 --> 00:40:44,955
4 5 นะครับ ก็จะจบคำว่า "งาน" ได้แล้วครับ

612
00:40:44,956 --> 00:40:48,956
การทำงาน ต่อไป เราก็จะพิมพืของนักศึกษา

613
00:40:48,969 --> 00:40:52,969
ก็จะเป็น ข ไข่ 13 ออ่าง 135

614
00:40:52,971 --> 00:40:56,971
นะครับ ง งู 1 2

615
00:40:56,972 --> 00:41:00,972
4 5 6 นะครับ ก็จะจบคำว่า "ของ" นักศึกษา

616
00:41:00,973 --> 00:41:04,973
ก็ น หนุ ไม้หันอากาศ ก ไก่ ก็จะเป็น

617
00:41:04,975 --> 00:41:08,975
1345 นะครับ ไม้กหันอากาศ โค้ด ก็จะเป็น 1245

618
00:41:08,976 --> 00:41:12,976
5 นะครับ แล้วก็ ก ไก่

619
00:41:12,976 --> 00:41:16,976
ก็จะเป็น 1 2 4 5 นะครับ ถ้าจะให้ดีนะครับ นักศึกษา

620
00:41:16,978 --> 00:41:20,978
เขียน ตัวอักษรปกติก่อน

621
00:41:20,980 --> 00:41:24,980
จะด้านล่างหรือด้านบนของโค้ดอักษรเบรลล์ไว้ก่อนก็ได้

622
00:41:24,981 --> 00:41:28,981
ที่ผมทำไว้เป็น 6 จุด ที่ให้เราว่าง ๆ ไว้

623
00:41:28,983 --> 00:41:32,983
แล้วค่อยมาฝนตัวโค้ดของจริง ๆ ของมันนะครับ เรา

624
00:41:32,983 --> 00:41:36,983
ถึงไหนแล้ว เราถึง ณ ใช่ไหมครับ

625
00:41:36,985 --> 00:41:40,985
ศศาลานะครับ ก็จะนำด้วยจุด 6 ก็จะนำด้วย 234

626
00:41:40,986 --> 00:41:44,986
นะครับ ก็จะเป็น ศ ศาลา สระอึ

627
00:41:45,001 --> 00:41:49,001
ก็จะเป็น 2 4 6 นะครับ จะเป็น

628
00:41:49,002 --> 00:41:53,002
สระอึ แล้วก็ตามด้วย ก ไก่ 1245

629
00:41:53,003 --> 00:41:57,003
สามารถตรวจสอบได้บนกระดานเลยนะครับ สำหรับคนที่ทำเสร็จแล้ว

630
00:41:57,004 --> 00:42:01,004
อันนี้จะมีการพิมพ์ ลักษณะของการพิมพ์

631
00:42:01,008 --> 00:42:05,008
จะไม่ค่อยเจอตัวที่เป็นตัวรวบยอดนะครับ จะเป็นการ

632
00:42:05,009 --> 00:42:09,009
พิมพืที่ พิมพืแล้วเรียงตาม

633
00:42:09,009 --> 00:42:13,009
เรียงตามตัวอักษรไปเลยนะครับ มีใครลืม

634
00:42:13,013 --> 00:42:17,013
ก ไก่ ไปไหม

635
00:42:17,015 --> 00:42:21,015

636
00:42:21,016 --> 00:42:25,016
ตรวจสอบ ไหนของใครถูกทั้งประโยคเลยครับ

637
00:42:25,017 --> 00:42:29,017
ยกมือให้ผมดูหน่อยนะครับ ยังไม่มี

638
00:42:29,019 --> 00:42:33,019
ยังไม่เสร็จ หรือยังไม่มีครับ น่าจะยัง...

639
00:42:33,020 --> 00:42:37,020
เขียนตกนะครับ เป็นบางตัว โอเคนะครับ ตก

640
00:42:37,020 --> 00:42:41,020
กี่ตัวใครพิมพ์ตก 1 ตัวยกมือ

641
00:42:41,022 --> 00:42:45,022
มี 1 คน ตก 1 ตัว 2 ตัวครับ ตกไป 2 ตัว

642
00:42:45,024 --> 00:42:49,024
3 3 โอ้โห

643
00:42:49,026 --> 00:42:53,026
1 คำเลยนะครับ อย่าไปตกคำเพี้ยน ๆ นะครับ ตกคำ

644
00:42:53,026 --> 00:42:57,026
ที่อ่านแล้วยังพอเดาความหมายได้

645
00:42:57,028 --> 00:43:01,028
ผู้พิการทางสายตายังพอจะเดาข้อความได้นะครับ

646
00:43:01,030 --> 00:43:05,030
นะ แต่ถ้าตกมาเกินไปเขาก็เดาข้อความไม่ออก

647
00:43:05,031 --> 00:43:09,031
นะครับ หรือคำที่เป็นคำเฉพาะ

648
00:43:09,032 --> 00:43:13,032
ที่มันตัวอักษรที่มันไม่ควรตก เราก้อย่าฝห้มันตก

649
00:43:13,034 --> 00:43:17,034
นะครับ เราก็ต้องเช็กดูดี ๆ นิดหนึ่งนะครับ

650
00:43:17,035 --> 00:43:21,035
เพราะว่าบางคำนี่

651
00:43:21,036 --> 00:43:25,036
ถ้าตัวอักษรหายไป 1 ตัวนี้ความหมายเปลี่ยน ในภาษาไทย

652
00:43:25,037 --> 00:43:29,037
เอาล่ะ พวกเรามาลองข้อที่ 2 ข้อที่ 2

653
00:43:29,038 --> 00:43:33,038
เพิ่มสัญลักษณ์ขึ้นมานะครับ จากข้อที่ 1 นี่

654
00:43:33,040 --> 00:43:37,040
เป็นการพิมพ์ข้อความคล้าย ๆ กับ

655
00:43:37,042 --> 00:43:41,042
การพิมพ์ตัวอักษรปกตินะครับ ก็คือเหมือนเราพิมพ์ดีดปกติเลย เราจะ

656
00:43:41,042 --> 00:43:45,042
เรียง ๆ ไปนะครับ แต่ข้อที่ 2 เพิ่ม

657
00:43:45,044 --> 00:43:49,044
สัญลักษณ์ที่เป็นจุดนะครับ มีการเว้นวรรค มี

658
00:43:49,045 --> 00:43:53,045
ตัวเลขไทยเข้ามานะครับ พวกเราลองดูสิครับ

659
00:43:53,046 --> 00:43:57,046
อักษรเบรลล์ของข้อที่ 2 นี่ลักษณะหน้าตามันเป็นอย่างไร

660
00:43:57,048 --> 00:44:01,048
ถ้าพวกเราลองฝึกฝนดูจากกระดาษ

661
00:44:01,049 --> 00:44:05,049
ที่ผมแจกให้นะครับ เลขข้อไม่ต้องเขียนก็ได้นะครับ ขึ้น

662
00:44:05,051 --> 00:44:09,051
ได้เลยนะครับ ลองดูนะครับ ให้เวลาสัก

663
00:44:09,053 --> 00:44:13,053
5-10 นาทีนะครับ

664
00:44:13,054 --> 00:44:17,054
สำหรับใครที่ยังจำโค้ดไม่ได้ไม่เป็นนะครับ

665
00:44:17,055 --> 00:44:21,055
เปิดดูในเอกสารอักษรเบรลล์เบื้องต้นนะครับ มีโค้ดไว้ให้

666
00:44:21,057 --> 00:44:25,057
ดูโค้ดตามนี้ สำหรับวิธีการง่าย ๆ

667
00:44:25,058 --> 00:44:29,058
ของเรา คือ เราเริ่มเขียนเป็นอักษรตาดีก่อน

668
00:44:29,058 --> 00:44:33,058
ด้านล่างนะครับ ว่าเราจะพิมพ์ตัวไหนบ้าง

669
00:44:33,060 --> 00:44:37,060
เช่น เราจะพิมพ์ พพาน เราจะพิมพ์จุด ให้เขียน

670
00:44:37,061 --> 00:44:41,061
จุดไว้นะครับ แล้วก็ ศ ศาลา

671
00:44:41,062 --> 00:44:45,062
ศ ศาลา มีกี่เซลล์ มี 2 เซลล์ เราก็เว้นไว้ก่อน

672
00:44:45,063 --> 00:44:49,063
ศ ศาลา นะครับ ก็คือเขียนไว้ก่อน ว่าเราจะพิมพ์โค้ด

673
00:44:49,064 --> 00:44:53,064
ตัวไหนบ้างนะครับ เสร็จแล้ว เราค่อยมาเปิดดูในโค้ดว่า

674
00:44:53,066 --> 00:44:57,066
มีจุดใดบางแล้วเรามาฝนดูนะครับ

675
00:44:57,067 --> 00:45:01,067
จะเป็นการง่ายกว่านะครับ ที่เรามาฝนโค้ดและ

676
00:45:01,071 --> 00:45:05,071
มาดุข้อความนะครับ ถ้าเราดูข้อความบางที

677
00:45:05,076 --> 00:45:09,076
อาจจะทำให้คำ หรือตัวสะกดบางอันหายไปนะครับ

678
00:45:09,078 --> 00:45:13,078

679
00:45:13,081 --> 00:45:17,081
นักศึกษาลองทำข้อที่ 2 ดูนะครับ

680
00:45:17,082 --> 00:45:21,082

681
00:45:21,083 --> 00:45:25,083

682
00:45:25,084 --> 00:45:29,084

683
00:45:29,086 --> 00:45:33,086

684
00:45:33,089 --> 00:45:37,089

685
00:45:37,091 --> 00:45:41,091

686
00:45:41,094 --> 00:45:45,094

687
00:45:45,096 --> 00:45:49,096

688
00:45:49,098 --> 00:45:53,098

689
00:45:53,099 --> 00:45:57,099

690
00:45:57,102 --> 00:46:01,102

691
00:46:01,103 --> 00:46:05,103

692
00:46:05,105 --> 00:46:09,105

693
00:46:09,106 --> 00:46:13,106

694
00:46:13,107 --> 00:46:17,107

695
00:46:17,109 --> 00:46:21,109

696
00:46:21,113 --> 00:46:25,113

697
00:46:25,117 --> 00:46:29,117

698
00:46:29,119 --> 00:46:33,119

699
00:46:33,120 --> 00:46:37,120

700
00:46:37,124 --> 00:46:41,124

701
00:46:41,126 --> 00:46:45,126

702
00:46:45,127 --> 00:46:49,127

703
00:46:49,128 --> 00:46:53,128

704
00:46:53,130 --> 00:46:57,130

705
00:46:57,133 --> 00:47:01,133

706
00:47:01,136 --> 00:47:05,136

707
00:47:05,138 --> 00:47:09,138

708
00:47:09,141 --> 00:47:13,141

709
00:47:13,144 --> 00:47:17,144

710
00:47:17,146 --> 00:47:21,146

711
00:47:21,147 --> 00:47:25,147
หลังจากที่เดินดูนักศึกษาบางส่วนนะครับ ตอนนี้

712
00:47:25,149 --> 00:47:29,149
มีบางคนที่จับทางถูกแล้ว

713
00:47:29,151 --> 00:47:33,151
ก็คือเราพยายามเขียนตัวอักษรที่เป็นอักษรปกติก่อน แยกคำ

714
00:47:33,155 --> 00:47:37,155
มันออมา เช่น คำว่า "เลือก"

715
00:47:37,158 --> 00:47:41,158
เลือกปกตินะครับ ถ้าเป็นปกติเราจะสระแอ ล ลิง

716
00:47:41,159 --> 00:47:45,159
สระอือ อ อ่าง ก ไก่ ใช่ไหมครับ อต่ใน

717
00:47:45,160 --> 00:47:49,160
ลลิง สระเอือ กไก่ ใช่ไหมครับ ดังนั้น เรามาตัด

718
00:47:49,161 --> 00:47:53,161
เป็นล ลิง แล้วเราก็สระเอือ

719
00:47:53,162 --> 00:47:57,162
แล้วเราก็ค่อยมาเขียน ก ไก่ เพื่อเวลาเราอ่านโค้ดเราจะได้เอาโค้ด

720
00:47:57,163 --> 00:48:01,163
ไปใส่ให้ตรงกับที่เราเขีียนแกตินะครับ

721
00:48:01,164 --> 00:48:05,164
จะได้ทำงาน จะได้สะดวกขึ้นนะครับ

722
00:48:05,164 --> 00:48:09,164
เดี๋ยวอีกสักครู่นะครับ เดี๋ยวจะขึ้นเฉลยให้ดู

723
00:48:09,164 --> 00:48:13,164
ว่าข้อที่ 2 เฉลยอย่างไร

724
00:48:13,166 --> 00:48:17,166

725
00:48:17,168 --> 00:48:21,168

726
00:48:21,169 --> 00:48:25,169

727
00:48:25,170 --> 00:48:29,170

728
00:48:29,174 --> 00:48:33,174

729
00:48:33,175 --> 00:48:37,175

730
00:48:37,177 --> 00:48:41,177

731
00:48:41,181 --> 00:48:45,181

732
00:48:45,184 --> 00:48:49,184

733
00:48:49,185 --> 00:48:53,185

734
00:48:53,188 --> 00:48:57,188

735
00:48:57,189 --> 00:49:01,189

736
00:49:01,190 --> 00:49:05,190

737
00:49:05,191 --> 00:49:09,191

738
00:49:09,193 --> 00:49:13,193

739
00:49:13,194 --> 00:49:17,194

740
00:49:17,197 --> 00:49:21,197

741
00:49:21,198 --> 00:49:25,198

742
00:49:25,200 --> 00:49:29,200

743
00:49:29,202 --> 00:49:33,202

744
00:49:33,205 --> 00:49:37,205

745
00:49:37,208 --> 00:49:41,208

746
00:49:41,209 --> 00:49:45,209

747
00:49:45,211 --> 00:49:49,211

748
00:49:49,212 --> 00:49:53,212

749
00:49:53,214 --> 00:49:57,214

750
00:49:57,217 --> 00:50:01,217

751
00:50:01,221 --> 00:50:05,221

752
00:50:05,223 --> 00:50:09,223

753
00:50:09,225 --> 00:50:13,225

754
00:50:13,227 --> 00:50:17,227

755
00:50:17,228 --> 00:50:21,228

756
00:50:21,231 --> 00:50:25,231

757
00:50:25,232 --> 00:50:29,232

758
00:50:29,234 --> 00:50:33,234

759
00:50:33,240 --> 00:50:37,240

760
00:50:37,245 --> 00:50:41,245

761
00:50:41,250 --> 00:50:45,250

762
00:50:45,252 --> 00:50:49,252

763
00:50:49,253 --> 00:50:53,253

764
00:50:53,256 --> 00:50:57,256

765
00:50:57,259 --> 00:51:01,259

766
00:51:01,261 --> 00:51:05,261

767
00:51:05,266 --> 00:51:09,266

768
00:51:09,267 --> 00:51:13,267

769
00:51:13,269 --> 00:51:17,269

770
00:51:17,272 --> 00:51:21,272
ก็เป็นครั้งที่ 2 ที่เรา

771
00:51:21,272 --> 00:51:25,272
มาเจอกัน ฉะนั้น การจำโค้ดก็อาจจะยังจำไม่ได้

772
00:51:25,275 --> 00:51:29,275
เพราะว่าพึ่งเคยได้เจอกัน แะนั้น นักศึกษา

773
00:51:29,278 --> 00:51:33,278
ไม่เป็นอะไรนะครับ ตอนนี้ก็เปิดดูโค้ดอักษรเบรลล์

774
00:51:33,280 --> 00:51:37,280
จากเอกสารที่ให้ไปนะครับ ก็จะมี

775
00:51:37,283 --> 00:51:41,283
โค้ด ก ไก่ ถึง ฮ นกฮูก โค้ดที่เป็นตัวสะกด

776
00:51:41,284 --> 00:51:45,284
เป็นสระนะครับ ต่าง ๆ ที่อยู่ในชีต

777
00:51:45,285 --> 00:51:49,285
นะครับ แล้วก็การใช้เครื่องหมายต่าง ๆ นะครับ ที่

778
00:51:49,286 --> 00:51:53,286
อยู่ใน sheet ที่ผมได้นำมาในครั้งนี้

779
00:51:53,288 --> 00:51:57,288
ก็ดูระมัดระวัง บางเครื่องหมายนะครับ เช่น เครื่องหมาย

780
00:51:57,289 --> 00:52:01,289
จุดนะครับ บางอันไม่จำเป็น

781
00:52:01,290 --> 00:52:05,290
ต้องใช้ 456 นำนะครับ เช่น พ.ศ. หรือ ส.ส. อะไร

782
00:52:05,291 --> 00:52:09,291
อย่างนี้เป็นต้นนะครับ เราก็พิมพ์จุดลงไปได้เลย

783
00:52:09,291 --> 00:52:13,291
นะครับ ไม่ต้องใช้ 4 5 6 นำนะครับ

784
00:52:13,293 --> 00:52:17,293
แต่ถ้าจบประโยคมีจุดข้างหลัง

785
00:52:17,293 --> 00:52:21,293
อันนี้ต้องใช้ 456 นำนะครับ แต่ในข้อที่ 2 นี้

786
00:52:21,295 --> 00:52:25,295
ที่เป็นบอกว่าเป็นจบประโยค

787
00:52:25,296 --> 00:52:29,296
พิมพ์เครื่องหมายจุดขึ้นมานะครับ เท่าที่

788
00:52:29,306 --> 00:52:33,306
เดินดูเมื่อสักครู่นะครับ ก้ไปได้บางส่วนแล้ว

789
00:52:33,307 --> 00:52:37,307
เดี๋ยวอีกสักครู่นะครับ เดี๋ยวขึ้นเฉลยให้ดูนะครับ

790
00:52:37,308 --> 00:52:41,308

791
00:52:41,311 --> 00:52:45,311

792
00:52:45,315 --> 00:52:49,315

793
00:52:49,318 --> 00:52:53,318

794
00:52:53,320 --> 00:52:57,320

795
00:52:57,322 --> 00:53:01,322

796
00:53:01,324 --> 00:53:05,324

797
00:53:05,327 --> 00:53:09,327

798
00:53:09,330 --> 00:53:13,330

799
00:53:13,331 --> 00:53:17,331

800
00:53:17,333 --> 00:53:21,333

801
00:53:21,334 --> 00:53:25,334

802
00:53:25,338 --> 00:53:29,338

803
00:53:29,342 --> 00:53:33,342

804
00:53:33,346 --> 00:53:37,346

805
00:53:37,350 --> 00:53:41,350

806
00:53:41,354 --> 00:53:45,354

807
00:53:45,359 --> 00:53:49,359

808
00:53:49,362 --> 00:53:53,362

809
00:53:53,364 --> 00:53:57,364

810
00:53:57,367 --> 00:54:01,367

811
00:54:01,371 --> 00:54:05,371

812
00:54:05,373 --> 00:54:09,373

813
00:54:09,375 --> 00:54:13,375

814
00:54:13,377 --> 00:54:17,377

815
00:54:17,380 --> 00:54:21,380

816
00:54:21,381 --> 00:54:25,381

817
00:54:25,383 --> 00:54:29,383

818
00:54:29,385 --> 00:54:33,385

819
00:54:33,387 --> 00:54:37,387

820
00:54:37,388 --> 00:54:41,388

821
00:54:41,389 --> 00:54:45,389

822
00:54:45,390 --> 00:54:49,390

823
00:54:49,392 --> 00:54:53,392

824
00:54:53,395 --> 00:54:57,395

825
00:54:57,398 --> 00:55:01,398

826
00:55:01,402 --> 00:55:05,402

827
00:55:05,404 --> 00:55:09,404

828
00:55:09,410 --> 00:55:13,410
มี

829
00:55:13,412 --> 00:55:17,412
เพื่อนนักศึกษาถามมานะครับ ในรูปประโยคนี่

830
00:55:17,415 --> 00:55:21,415
มันมีการวรรคเรา...

831
00:55:21,416 --> 00:55:25,416
เวลาเราพิมพ์อักษรเบรลล์หรือเขียนโค้ดอักษรเบรลล์ก็ต้องมีการ

832
00:55:25,417 --> 00:55:29,417
วรรค เว้นวรรคเช่นเดียวกัน เช่น

833
00:55:29,419 --> 00:55:33,419
พ.ศ. แล้วก็ . ใช่ไหมครับ มันมีการวรรคอีก 1 ช่อง

834
00:55:33,421 --> 00:55:37,421
นะครับ ฉะนั้นในตัวโค้ดของอักษรเบรลล์เราต้อง

835
00:55:37,422 --> 00:55:41,422
วรรคเช่นเดียวกันนะครับ แล้วก็หลังเลข 6 นะครับ 2566

836
00:55:41,423 --> 00:55:45,423
เลข 6กับคำว่า "มี" มันวรรคอย่ 1

837
00:55:45,424 --> 00:55:49,424
ฉะนั้น ในอักษรเบรลล์เราก็ต้องวรรคเช่นเดียวกันนะครับ แล้วก็

838
00:55:49,424 --> 00:55:53,424
ก็ช่วงของคำว่า "ส.ส."

839
00:55:53,425 --> 00:55:57,425
ที่อยู่หลังคำว่า "เลือกตั้ง" อันนี้เขาวรรค ในอักษรเบรลล์

840
00:55:57,426 --> 00:56:01,426
เราก็ต้องวรรค 1 ช่องเช่นเดี

841
00:56:01,428 --> 00:56:05,428
เขาวรรค เราก็วรรค คือ พูดง่าย ๆ นะครับ ข้อความที่เป็น

842
00:56:05,428 --> 00:56:09,428
อักษรปกตินี่ มีการวรรค มีการเว้นวรรค

843
00:56:09,430 --> 00:56:13,430
เราก็จะพิมพ์อักษรเบรลล์เว้นวรรคเช่นเดียวกันนะครับ

844
00:56:13,438 --> 00:56:17,438

845
00:56:17,440 --> 00:56:21,440

846
00:56:21,441 --> 00:56:25,441

847
00:56:25,444 --> 00:56:29,444

848
00:56:29,446 --> 00:56:33,446

849
00:56:33,446 --> 00:56:37,446

850
00:56:37,449 --> 00:56:41,449

851
00:56:41,451 --> 00:56:45,451

852
00:56:45,453 --> 00:56:49,453

853
00:56:49,457 --> 00:56:53,457

854
00:56:53,459 --> 00:56:57,459

855
00:56:57,460 --> 00:57:01,460

856
00:57:01,461 --> 00:57:05,461

857
00:57:05,462 --> 00:57:09,462

858
00:57:09,463 --> 00:57:13,463

859
00:57:13,468 --> 00:57:17,468

860
00:57:17,470 --> 00:57:21,470

861
00:57:21,472 --> 00:57:25,472

862
00:57:25,474 --> 00:57:29,474

863
00:57:29,477 --> 00:57:33,477

864
00:57:33,478 --> 00:57:37,478

865
00:57:37,480 --> 00:57:41,480

866
00:57:41,481 --> 00:57:45,481

867
00:57:45,486 --> 00:57:49,486

868
00:57:49,488 --> 00:57:53,488

869
00:57:53,490 --> 00:57:57,490

870
00:57:57,493 --> 00:58:01,493

871
00:58:01,494 --> 00:58:05,494

872
00:58:05,496 --> 00:58:09,496

873
00:58:09,498 --> 00:58:13,498

874
00:58:13,499 --> 00:58:17,499

875
00:58:17,501 --> 00:58:21,501

876
00:58:21,503 --> 00:58:25,503
เอานะ ผมเฉลยนะ

877
00:58:25,506 --> 00:58:29,506
ตามเฉลยนะครับ พวกเรา

878
00:58:29,509 --> 00:58:33,509
มาดูเฉลยกันนะครับ สำหรับข้อหมายเลข 2

879
00:58:33,510 --> 00:58:37,510
ข้อหมายเลข 2 ผมไม่ได้เขียนเลขข้อนะ ผมขึ้น พ.ศ. เลย

880
00:58:37,513 --> 00:58:41,513
ก็จะพิมพ์เป็น พ พาน แล้วก้จุดเลย

881
00:58:41,515 --> 00:58:45,515
ไม่มี 456 เป็นตัวคั่นนะครับ 456 เอาไว้ใช้เวลาที่

882
00:58:45,516 --> 00:58:49,516
จบประโยคนะครับ ก็จะเป็น พ พาน จุด

883
00:58:49,517 --> 00:58:53,517
ศ ศาลา แล้วก็จุดเลยนะครับ แล้วก็เว้นวรรคเห็นไหมครับ

884
00:58:53,518 --> 00:58:57,518
ตัวอักษรปกติ เขาเว้นวรรค

885
00:58:57,518 --> 00:59:01,518
เราก็เว้นวรรคนะครับ แล้วก็ตามด้วยเลขไทย ก็จะมีจุด

886
00:59:01,519 --> 00:59:05,519
ก่อนเครื่องหมายนำเลขนะครับ ก็จะเป็นจุด 6 นำ

887
00:59:05,521 --> 00:59:09,521
แล้วก็ตามด้วยเลข 2566 แล้วก็วรรค

888
00:59:09,522 --> 00:59:13,522
ด้านหลังอีกครั้งหนึ่ง เพราะในอักษรปกติก็มี

889
00:59:13,524 --> 00:59:17,524
การวรรคนะครับ แล้วเราก็พิมพ์ข้อความต่อไป ม อี

890
00:59:17,525 --> 00:59:21,525
มี ก อา รอ การ

891
00:59:21,525 --> 00:59:25,525
คำว่า "เลือก" คำว่า "เลือก" นี้มีความเฉพาะ เราต้องพิมพ์

892
00:59:25,525 --> 00:59:29,525
ล สระเอือ แล้วก้ ก ไก่

893
00:59:29,526 --> 00:59:33,526
แล้วเราก็พิมพ์เป็น ล ลิง แล้วก็โค้ดของสระเอือ แล้วก็ตาม

894
00:59:33,527 --> 00:59:37,527
ด้วยตัว ก ไก่ นะครับ

895
00:59:37,529 --> 00:59:41,529
คำว่า "ตั้ง" เราพิมพ์เหมือนอักษรปกติเลย ต ไม้หันอากาศ

896
00:59:41,532 --> 00:59:45,532
ไม้โท แล้วก็ ง งู หลังคำว่า ตั้ง

897
00:59:45,533 --> 00:59:49,533
เขามีการวรรค ฉะนั้น เราก็เลยมีการวรรค

898
00:59:49,534 --> 00:59:53,534
จุด ส เสือ จุด หลัง

899
00:59:53,535 --> 00:59:57,535
ส เสือ จุดนี่มีการวรรคอีกแล้ว

900
00:59:57,535 --> 01:00:01,535
นะครับ แล้วก้ตามด้วยคำว่า "ต้องทำหน้าที่ทุกคน"

901
01:00:01,539 --> 01:00:05,539
อันนี้เราจะพิมพ์ตามตัวอักษร จะไม่มีการผสมคำ

902
01:00:05,540 --> 01:00:09,540
หรือมีโค้ดอะไรนอกเหนือจากนั้น มี ต เต่า

903
01:00:09,542 --> 01:00:13,542
อ อ่าง ง งู ท ทหาร สระอำ

904
01:00:13,543 --> 01:00:17,543
ไม้โท สระอา ตามที่เรามองเห็นเลย

905
01:00:17,544 --> 01:00:21,544
นักศึกษาลองดูนะครับ มีใครที่ถูกตรงเลยไหมครับ 100 เปอร์เซ็นต์

906
01:00:21,546 --> 01:00:25,546
เลย มีแล้ว 1 คนนะครับ เริ่ม...

907
01:00:25,554 --> 01:00:29,554
เริ่ม 2 ข้อเริ่มถูกแล้วนะครับ ตอนนี้

908
01:00:29,555 --> 01:00:33,555
ก็หลาย ๆ คน เริ่มจะจับทางถูกแล้ว

909
01:00:33,556 --> 01:00:37,556
เรื่องของการพิมพ์อักษอักษรเบรลล์นะครับ ตอนนี้เราศึกษา

910
01:00:37,557 --> 01:00:41,557
เรื่องของตัวโค้ดมันก่อนเดี๋ยวเรา

911
01:00:41,558 --> 01:00:45,558
ค่อยไปลงในรายละเอียดเรื่องของการพิมพ์จุดนูนขึ้นมา

912
01:00:45,559 --> 01:00:49,559
นะครับ

913
01:00:49,560 --> 01:00:53,560

914
01:00:53,561 --> 01:00:57,561
ดูเฉลยเสร็จหรือยังครับ

915
01:00:57,564 --> 01:01:01,564
ยัง เดี๋ยว

916
01:01:01,565 --> 01:01:05,565
ผมให้ดูเฉลยสักครู่นะครับ เพราะว่าหน้าจอ

917
01:01:05,567 --> 01:01:09,567
ค่อนข้างจะเล็กสักนิดหนึ่ง แล้วก็อาจจะดูได้ยากหน่อยนะครับ

918
01:01:09,567 --> 01:01:13,567
เดี๋ยวให้เวลานักศึกษาสักครู่นะครับ

919
01:01:13,569 --> 01:01:17,569

920
01:01:17,570 --> 01:01:21,570

921
01:01:21,572 --> 01:01:25,572

922
01:01:25,575 --> 01:01:29,575

923
01:01:29,576 --> 01:01:33,576

924
01:01:33,578 --> 01:01:37,578

925
01:01:37,580 --> 01:01:41,580

926
01:01:41,581 --> 01:01:45,581

927
01:01:45,583 --> 01:01:49,583

928
01:01:49,585 --> 01:01:53,585

929
01:01:53,587 --> 01:01:57,587

930
01:01:57,589 --> 01:02:01,589

931
01:02:01,595 --> 01:02:05,595

932
01:02:05,598 --> 01:02:09,598
เดี่ญวในสัปดาหืต่อไป หรือครั้งต่ิ

933
01:02:09,602 --> 01:02:13,602
นักศึกษาก็จะได้ทำใบงานในลักษณะแบบนี้

934
01:02:13,605 --> 01:02:17,605
มากขึ้นนะครับ เพื่อเป็นการเพิ่มทักษะในการ

935
01:02:17,607 --> 01:02:21,607
จำเรื่องของโค้ดของอักษรเบรลล์นะครับ ถ้ามีการฝึกฝนที่มากพอ

936
01:02:21,610 --> 01:02:25,610
ก้จะทำให้จำได้ง่ายขึ้น แล้วก็ทำให้

937
01:02:25,612 --> 01:02:29,612
มีความรวดเร็วในการแปลนะครับ จากอักษรปกติเป็น

938
01:02:29,614 --> 01:02:33,614
อักษรเบรลล์ได้รวดเร็วขึ้นนะครับ

939
01:02:33,615 --> 01:02:37,615

940
01:02:37,621 --> 01:02:41,621

941
01:02:41,622 --> 01:02:45,622

942
01:02:45,626 --> 01:02:49,626
เรียบร้อยนะครับ

943
01:02:49,629 --> 01:02:53,629
ข้อนี้เฉลยเสร็จแล้วนะ ทุกคนลอกเสร็จแล้ว ดูจากเฉลยเสร็จแล้ว

944
01:02:53,633 --> 01:02:57,633
ต่อไปนะครับ ลองอีกสัก 2 ข้อ

945
01:02:57,650 --> 01:03:01,650
นะครับ ก่อนที่เราจะได้มาสรุปกันว่า อักษรเบรลล์ภาษาไทย

946
01:03:01,651 --> 01:03:05,651
มาดูในข้อที่ 3 ครับ การ

947
01:03:05,652 --> 01:03:09,652
ปฏิบัติงานทุกครั้งต้องทำให้สุด ๆ อันนี้

948
01:03:09,652 --> 01:03:13,652
เอ๊ะ เราจะพิมพ์อย่างไรนะครับ อันนี้มีการวร

949
01:03:13,654 --> 01:03:17,654
มีนะ เราจะมีการวรรค ในข้อความ ในทั้งประโยคมีวรรค

950
01:03:17,655 --> 01:03:21,655
ไหมครับ ไม่มีวรรคเลยนะครับ แต่

951
01:03:21,656 --> 01:03:25,656
มันมีเครื่องหมายอยู่เครื่องหมายหนึ่งที่เป็นเครื่องหมายอะไรครับ

952
01:03:25,658 --> 01:03:29,658
เครื่องหมายไม้อะไรนี่ ไม้ยมกนี่

953
01:03:29,658 --> 01:03:33,658
วรรคไหม เราต้องวรรคไหมครับ

954
01:03:33,660 --> 01:03:37,660
ลองพิมพ์ดูนะครับ เดี๋ยวผมให้เวลา

955
01:03:37,661 --> 01:03:41,661
สัก 10 นาที ในการพิมพ์โค้ดอักษรเบรลล์ในข้อที่ 3

956
01:03:41,662 --> 01:03:45,662
นะครับ

957
01:03:45,664 --> 01:03:49,664
ผมเพิ่มตัวอักษรที่มันยากขึ้นนะครับ คือ ฏ ปฏัก

958
01:03:49,665 --> 01:03:53,665
เพิ่มเรื่องของสระอิ เพิ่มเรื่องของไม้โท

959
01:03:53,668 --> 01:03:57,668
เพิ่มขึ้นมาให้นะครับ

960
01:03:57,669 --> 01:04:01,669

961
01:04:01,670 --> 01:04:05,670

962
01:04:05,671 --> 01:04:09,671

963
01:04:09,672 --> 01:04:13,672

964
01:04:13,674 --> 01:04:17,674

965
01:04:17,675 --> 01:04:21,675

966
01:04:21,676 --> 01:04:25,676

967
01:04:25,677 --> 01:04:29,677

968
01:04:29,681 --> 01:04:33,681

969
01:04:33,682 --> 01:04:37,682

970
01:04:37,683 --> 01:04:41,683

971
01:04:41,684 --> 01:04:45,684

972
01:04:45,686 --> 01:04:49,686

973
01:04:49,689 --> 01:04:53,689

974
01:04:53,691 --> 01:04:57,691

975
01:04:57,693 --> 01:05:01,693

976
01:05:01,696 --> 01:05:05,696

977
01:05:05,699 --> 01:05:09,699

978
01:05:09,701 --> 01:05:13,701

979
01:05:13,703 --> 01:05:17,703

980
01:05:17,704 --> 01:05:21,704

981
01:05:21,708 --> 01:05:25,708

982
01:05:25,709 --> 01:05:29,709

983
01:05:29,712 --> 01:05:33,712

984
01:05:33,714 --> 01:05:37,714

985
01:05:37,716 --> 01:05:41,716

986
01:05:41,718 --> 01:05:45,718
เท่าที่เดินดูนะครับ นักศึกษา

987
01:05:45,721 --> 01:05:49,721
เริ่มมีความคล่องนะครับ ในการเขียน

988
01:05:49,722 --> 01:05:53,722
อักษรเบรลล์นะครับ เพราะว่าเริ่มจะจำได้แล้ว ว่

989
01:05:53,723 --> 01:05:57,723
มีสัญลักษณ์อย่างไร ก็แสดงความ

990
01:05:57,724 --> 01:06:01,724
ยินดีด้วยนะครับ ยิ่งจำได้ดีเท่าไร

991
01:06:01,726 --> 01:06:05,726
สามารถแปลเป็นอักษรเบรลล์ได้รวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น

992
01:06:05,726 --> 01:06:09,726
ถ้าเรามัวแต่หาดค้ดอยู่นี่ บางทีอาจ

993
01:06:09,726 --> 01:06:13,726
จะเสียเวลากับการเปิดโค้ดดูว่าตัวนี้มี

994
01:06:13,727 --> 01:06:17,727
สัญลักษณ์อย่างไร แต่ไม่เป็นไรครับ

995
01:06:17,728 --> 01:06:21,728
นักศึกษามีการเรียนรู้ที่รวดเร็วมาก เพราะว่าเราเพิ่งเจอกันแค่

996
01:06:21,729 --> 01:06:25,729
2 ครั้งอยุ่เลย แล้วก้ยังไม่ได้ผ่าน

997
01:06:25,730 --> 01:06:29,730
การทำแบบฝึกหัดที่มากพอนะครับ ก็ถือว่า

998
01:06:29,730 --> 01:06:33,730
เก่งแล้วครับ ทำได้ขนาดนี้ พยายาม

999
01:06:33,730 --> 01:06:37,730
ไม่ยากกว่าที่คิดนะครับ

1000
01:06:37,732 --> 01:06:41,732

1001
01:06:41,733 --> 01:06:45,733

1002
01:06:45,735 --> 01:06:49,735

1003
01:06:49,738 --> 01:06:53,738

1004
01:06:53,741 --> 01:06:57,741

1005
01:06:57,743 --> 01:07:01,743

1006
01:07:01,747 --> 01:07:05,747

1007
01:07:05,750 --> 01:07:09,750

1008
01:07:09,751 --> 01:07:13,751

1009
01:07:13,755 --> 01:07:17,755

1010
01:07:17,758 --> 01:07:21,758
ตอนนี้เท่าที่ดู

1011
01:07:21,762 --> 01:07:25,762
นักศึกษาที่มีความบกพร่องทางการได้ยินเริ่มจำทำได้

1012
01:07:25,765 --> 01:07:29,765
ถูกต้องแล้วนะครับ ก็เริ่มจะจับทางสัญลักษณ์อักษรเบรลล์

1013
01:07:29,772 --> 01:07:33,772
นะครับ แต่ก็อาจจะช้านิดหนึ่ง แต่ก็

1014
01:07:33,773 --> 01:07:37,773
ถือว่าเก่งแล้วนะครับ ที่ยัง

1015
01:07:37,775 --> 01:07:41,775
เข้าใจว่าจะต้องทำอย่างไรนะครับ ถือว่าเก่งนะครับ

1016
01:07:41,776 --> 01:07:45,776

1017
01:07:45,777 --> 01:07:49,777

1018
01:07:49,779 --> 01:07:53,779

1019
01:07:53,780 --> 01:07:57,780

1020
01:07:57,781 --> 01:08:01,781

1021
01:08:01,784 --> 01:08:05,784

1022
01:08:05,786 --> 01:08:09,786

1023
01:08:09,790 --> 01:08:13,790

1024
01:08:13,793 --> 01:08:17,793

1025
01:08:17,795 --> 01:08:21,795

1026
01:08:21,798 --> 01:08:25,798

1027
01:08:25,800 --> 01:08:29,800

1028
01:08:29,802 --> 01:08:33,802

1029
01:08:33,805 --> 01:08:37,805

1030
01:08:37,807 --> 01:08:41,807

1031
01:08:41,809 --> 01:08:45,809

1032
01:08:45,811 --> 01:08:49,811

1033
01:08:49,813 --> 01:08:53,813

1034
01:08:53,816 --> 01:08:57,816

1035
01:08:57,818 --> 01:09:01,818

1036
01:09:01,821 --> 01:09:05,821
เรียบร้อยหรือยังครับ

1037
01:09:05,823 --> 01:09:09,823
ในข้อที่ 3 สั้น ๆ ไม่ยาว

1038
01:09:09,825 --> 01:09:13,825

1039
01:09:13,825 --> 01:09:17,825

1040
01:09:17,828 --> 01:09:21,828

1041
01:09:21,829 --> 01:09:25,829

1042
01:09:25,832 --> 01:09:29,832
ผมเฉลยเลยนะ ผมเฉลย

1043
01:09:29,834 --> 01:09:33,834
นะครับ การปฏิบัติงานทุกครั้งต้องทำให้สุด ๆ

1044
01:09:33,836 --> 01:09:37,836
จะมายากตรงคำว่า "สุด ๆ " ตรงนี้

1045
01:09:37,837 --> 01:09:41,837
ของเราจะไม่มีการเว้นวรรค เราจะใช้โค้ดจุด 2

1046
01:09:41,837 --> 01:09:45,837
ที่เป็นโค้ดของเครื่องหมายไม้มยก พิมพ์

1047
01:09:45,837 --> 01:09:49,837
ข้อความลงไปเลยนะครับ ก็คือการพิมพ์ปกติของ

1048
01:09:49,839 --> 01:09:53,839
อักษรเบรลล์ก้คือ เหมือนกับที่เราพิมพืตาดี

1049
01:09:53,840 --> 01:09:57,840
ใน Microsoft word

1050
01:09:57,840 --> 01:10:01,840
นะครับ ป ปลา ฏ ปฏัก สระอิ

1051
01:10:01,841 --> 01:10:05,841
บ ใบไม้ ไม้หันอากาศ สระอิ อันนี้พิมพ์ตามปกติ

1052
01:10:05,842 --> 01:10:09,842
เลยนะครับ แล้วก้ ง งู สระอา น หนู

1053
01:10:09,843 --> 01:10:13,843
อักษรเบรลล์ เราจะใช้ งงู สระอา นหนู เช่นเดียวกันนะครับ

1054
01:10:13,844 --> 01:10:17,844
ท ทหาร สระอุ ก ไก่

1055
01:10:17,845 --> 01:10:21,845
แล้วก็ ก ไก่ นะครับ ก็จะประมาณนี้

1056
01:10:21,845 --> 01:10:25,845
นะครับ ก็ปฏิบัติงาน ไม่ยาก

1057
01:10:25,848 --> 01:10:29,848
นะครับ ในช้อที่ 4

1058
01:10:29,849 --> 01:10:33,849
ในข้อที่ 4 นักศึกษา ผมลองรวม

1059
01:10:33,850 --> 01:10:37,850
กันหมดเลยนะครับ ในเรื่องของเครื่องหมายทับ ตัวเลข เครื่องหมายจุด

1060
01:10:37,852 --> 01:10:41,852
การวรรคนะครับ บ้านเลขที่ 2/

1061
01:10:41,852 --> 01:10:45,852
2/144 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

1062
01:10:45,853 --> 01:10:49,853
ก่อนที่จะพิมพ์เลข 2 มีการวรรค์ เพราะฉะนั้นอักษรเบรลล์

1063
01:10:49,855 --> 01:10:53,855
ของเราก็ต้องวรรคนะครับ ไอ้เครื่องหมายทับวรรคไหม

1064
01:10:53,855 --> 01:10:57,855
ในข้อจำกัดของการใช้ นักศึกษา

1065
01:10:57,855 --> 01:11:01,855
ลองเปิดดูดี ๆ นะครับ ถ้าเขาบอกว่าไม่วรรค

1066
01:11:01,855 --> 01:11:05,855
ถ้ามันเป็นเครื่องหมายไม่วรรคก็คือไม่วรรค

1067
01:11:05,856 --> 01:11:09,856
แต่ถ้ามันเป็นในตัวอักษรปกติที่เป็นภาษาไทย

1068
01:11:09,856 --> 01:11:13,856
เขาจะต้องวรรคหรือไม่ ลองเช็กดูนะครับ

1069
01:11:13,857 --> 01:11:17,857
แล้วก็ ในตัวการพิมพ์ปกติเขามีการวรรค อย่าลืมนะครับ

1070
01:11:17,858 --> 01:11:21,858
อักษรเบรลล์เราก็จะวรรคเช่นเดียวกัน อักษ

1071
01:11:21,858 --> 01:11:25,858
ลองดูนะครับ ให้เวลา 10 นาทีแล้วกันนะครับ ในการ

1072
01:11:25,859 --> 01:11:29,859
เขียนดค้ดในข้อที่ 4 นะครับ

1073
01:11:29,862 --> 01:11:33,862

1074
01:11:33,862 --> 01:11:37,862

1075
01:11:37,863 --> 01:11:41,863

1076
01:11:41,865 --> 01:11:45,865

1077
01:11:45,868 --> 01:11:49,868

1078
01:11:49,872 --> 01:11:53,872

1079
01:11:53,874 --> 01:11:57,874

1080
01:11:57,875 --> 01:12:01,875

1081
01:12:01,878 --> 01:12:05,878

1082
01:12:05,879 --> 01:12:09,879

1083
01:12:09,881 --> 01:12:13,881

1084
01:12:13,884 --> 01:12:17,884

1085
01:12:17,887 --> 01:12:21,887
ในที่นี้ ไหนใคร

1086
01:12:21,889 --> 01:12:25,889
ยังไม่ได้บ้างครับ ยังมีความสับสน

1087
01:12:25,890 --> 01:12:29,890
เรื่องของการพิมพ์โค้ดอักษรเบรลล์ครับ ว่าเรายังเรียงตัวไม่ถูก

1088
01:12:29,891 --> 01:12:33,891
หรือว่าต้องเอาตัวไหนก่อน มีไหมครับ

1089
01:12:33,892 --> 01:12:37,892
ไม่มีนะครับ หรือใครมีปัญหาเรื่องของการจำโค้ดครับ

1090
01:12:37,894 --> 01:12:41,894
ยังจำไม่ได้ค่ะ ยังจำได้แต่ ฮ นกฮูก

1091
01:12:41,896 --> 01:12:45,896
มีทุกคนเหมือนกันนะครับ เราค่อย ๆ ไป

1092
01:12:45,897 --> 01:12:49,897
พร้อมกันก็ได้นะครับ ในข้อที่ 4 ตัวแรกที่เราต้องพิมพ์

1093
01:12:49,898 --> 01:12:53,898
โค้ดของ บใบไม้ คือ 1236

1094
01:12:53,899 --> 01:12:57,899
ฝนตรงจุดไป ตำแหน่งตรง 1 3 6 ครับ

1095
01:12:57,900 --> 01:13:01,900
แล้วก็ไม้โท ไม้โท คือ จุด 2 5 6

1096
01:13:01,901 --> 01:13:05,901
นะครับ ไม้โท

1097
01:13:05,902 --> 01:13:09,902
สระอา 1 6 นะครับ พิมพ์ต่อเลย

1098
01:13:09,903 --> 01:13:13,903
ต่อไป น หนู 1

1099
01:13:13,904 --> 01:13:17,904
3 4 5 ใช่ไหม

1100
01:13:17,904 --> 01:13:21,904
1345 นะครับ

1101
01:13:21,906 --> 01:13:25,906
ได้แล้ว คำว่า "บ้าน" นะครับ ต่อไป เลขที่ จะเป็น

1102
01:13:25,907 --> 01:13:29,907
สระเอ ล ลิง ข ไข่ ใช่ไหมครับ โค้ดของสระเอ

1103
01:13:29,908 --> 01:13:33,908
คือ 1 2 4

1104
01:13:33,909 --> 01:13:37,909
ล ลิง ล่ะ 123

1105
01:13:37,910 --> 01:13:41,910
โค้ด 123 นะครับ ขไข่ 1

1106
01:13:41,912 --> 01:13:45,912
3 ตอนนี้ผมถึง ข ไข่แล้วนะ

1107
01:13:45,912 --> 01:13:49,912
ได้บ้านเลขแล้วนะ ต่อไปคำว่า "ที่" ครับ

1108
01:13:49,916 --> 01:13:53,916
คำว่า "ที่"เวลาเราพิมพ์ เราจพพิมพ์ ท หลทหาร สระ

1109
01:13:53,917 --> 01:13:57,917
ใช่ไหมครับ โค้ด ททหาร คือ 2 3

1110
01:13:57,918 --> 01:14:01,918
4 5 6 เราก็ฝนตรงช่อง 2 3 4 5 6

1111
01:14:01,919 --> 01:14:05,919
ตรงช่อง 2 3 4 5 6 ไปครับ เป็น ท ทหาร สระอี

1112
01:14:05,920 --> 01:14:09,920
คือ 23

1113
01:14:09,921 --> 01:14:13,921
แล้วจบคำว่า "ที่" ด้วยไม้เอก ไม้เอก

1114
01:14:13,922 --> 01:14:17,922
คือจุด 3 5 หรือเปล่าครับ

1115
01:14:17,922 --> 01:14:21,922
3 5

1116
01:14:21,924 --> 01:14:25,924
นะ เสร็จแล้วครับ บ้านเลขที่

1117
01:14:25,927 --> 01:14:29,927
เราจะต่อประโยคต่อไป คือ 2/144 แต่ว่า

1118
01:14:29,928 --> 01:14:33,928
ในตัวอักษรปกติเป็นการวรรคใช่ไหมครับ

1119
01:14:33,929 --> 01:14:37,929
ฉะนั้น เราจะเว้นวรรค 1 เซลล์หรือ 1 ช่องไว้เลยนะครับ เราจะไม่พิมพ์

1120
01:14:37,930 --> 01:14:41,930
ตัวอักษรอะไรเข้าไป หรือพิมพือักษรใด ๆ เข้าไป

1121
01:14:41,931 --> 01:14:45,931
เราจะวรรค 1 ช่อง หรือ 1 เซลล์นะครับ แล้วก็มาเริ่มในเซลล์

1122
01:14:45,933 --> 01:14:49,933
ถัดมา เซลล์ถัดมามันคือเลขไทย

1123
01:14:49,935 --> 01:14:53,935
ซึ่งเป็นเลข 2 ฉะนั้น โค้ดเลขไทยเราจะใช้

1124
01:14:53,937 --> 01:14:57,937
จุด 6 นำก่อน ฉะนั้นเราจะพิมพ์จุด 6

1125
01:14:57,939 --> 01:15:01,939
แล้วตามด้วยเครื่องหมายนำเลข เครื่องหมายนำเลข คือ 3 4

1126
01:15:01,940 --> 01:15:05,940
5 6

1127
01:15:05,941 --> 01:15:09,941
ถึงเครื่องหมายนำเลขหรือยังครับ

1128
01:15:09,942 --> 01:15:13,942
หรือเลยผมไปแล้ว ได้เครื่องหมายนำเลขแล้ว ก็ตาม

1129
01:15:13,943 --> 01:15:17,943
เลข 2 คือ จุด 12 จะเป็นเลข 2

1130
01:15:17,944 --> 01:15:21,944
นะครับ แล้วเครื่องหมายทับล่ะ เครื่องหมายทับเราจะใช้

1131
01:15:21,946 --> 01:15:25,946
โค้ดอะไรแสดงเครื่องหมายทับครับ

1132
01:15:25,947 --> 01:15:29,947
จุดอะไรครับ

1133
01:15:29,948 --> 01:15:33,948
ใช้ 456 ด้วยหรือ เครื่องหมายทับ

1134
01:15:33,949 --> 01:15:37,949
ถ้าเป็นที่เป็นตัวเลขอยู่แล้ว

1135
01:15:37,950 --> 01:15:41,950
เราจะไม่ใช้ 4 5 6 นำ เราจะนำด้วยโค้ด 3 4

1136
01:15:41,952 --> 01:15:45,952
เลยนะครับ

1137
01:15:45,953 --> 01:15:49,953

1138
01:15:49,955 --> 01:15:53,955

1139
01:15:53,957 --> 01:15:57,957

1140
01:15:57,959 --> 01:16:01,959
ขออภัย

1141
01:16:01,960 --> 01:16:05,960
ใช้ 456 นำก็ได้นะครับ ใช้ 456 จ้ะ ใช้ 465

1142
01:16:05,962 --> 01:16:09,962
นำ

1143
01:16:09,963 --> 01:16:13,963

1144
01:16:13,964 --> 01:16:17,964
อันนี้ผมติดมาจากนักเรียนที่ผมสอน

1145
01:16:17,965 --> 01:16:21,965
ใน... โรงเรียนนะครับ เพราะผมคุยกับนักเรียน

1146
01:16:21,966 --> 01:16:25,966
ว่าผมอยากประหยัดกระดาษ แล้วผมขอใช้

1147
01:16:25,968 --> 01:16:29,968
4 6 เลยได้ไหมนะครับ นักเรียนก็บอกได้ ผมเข้าใจอยู่

1148
01:16:29,969 --> 01:16:33,969
แต่ว่ามันได้เฉพาะ

1149
01:16:33,970 --> 01:16:37,970
บางข้อความนะครับ แต่ส่วนใหญ่แล้ว ไม่เกิดความขัดข้อง

1150
01:16:37,971 --> 01:16:41,971
ที่จะทำให้ความหมายผิดหรือเพี้ยนไปนะครับ

1151
01:16:41,972 --> 01:16:45,972
เราสามารถที่จะตกลงกับคนตาบอดได้ แต่

1152
01:16:45,975 --> 01:16:49,975
ด้วยความเป็นสากล ช้ 456 นำจะดีที่

1153
01:16:49,978 --> 01:16:53,978
นะครับ ใครมาอ่าน ก็จะได้เข้าใจเช่นเดียวกัน

1154
01:16:53,979 --> 01:16:57,979
นะครับ พอ 4 5 6 นำเสร็จ

1155
01:16:57,981 --> 01:17:01,981
เราก็ตามด้วยหมายเลข 1 วรรคไหม ไม่วรรคครับ

1156
01:17:01,982 --> 01:17:05,982
จุด 1 หมายเลข 1 คือจุด 1

1157
01:17:05,982 --> 01:17:09,982
แล้วก็ตามด้วยเลข 4 คือ จุด 1

1158
01:17:09,984 --> 01:17:13,984
4 5

1159
01:17:13,985 --> 01:17:17,985

1160
01:17:17,987 --> 01:17:21,987
แล้วก้เลข 4 ตัวหนึ่ง คือ 145

1161
01:17:21,991 --> 01:17:25,991
แล้วก็วรรค คราวนี้ไม่ต้องมีเครื่องหมายปิดใด ๆ ทั้งสิ้น วรรค

1162
01:17:25,992 --> 01:17:29,992
ด้วยตัว ต เต่า แล้วก็จุด ตัว ต เต่า

1163
01:17:29,994 --> 01:17:33,994
โค้ดมันว่าอย่างไรครับ ต เต่า จุด 1 2

1164
01:17:33,995 --> 01:17:37,995
56 นะครับแล้วก็ตามด้วยจุด

1165
01:17:37,997 --> 01:17:41,997
คือ 2 5 6 นะครับ

1166
01:17:41,998 --> 01:17:45,998
ตอนนี้ผมถึง ต เต่า จุดแล้ว

1167
01:17:45,999 --> 01:17:49,999
แล้วก็

1168
01:17:50,001 --> 01:17:54,001
วรรค ถูกต้องครับ แล้วก็ตามด้วยไม้ม้ส

1169
01:17:54,002 --> 01:17:58,002
นักศึกษาลองต่อเองนะครับ

1170
01:17:58,004 --> 01:18:02,004

1171
01:18:02,005 --> 01:18:05,958

1172
01:18:06,006 --> 01:18:10,006

1173
01:18:10,010 --> 01:18:14,010

1174
01:18:14,014 --> 01:18:18,014

1175
01:18:18,016 --> 01:18:22,016

1176
01:18:22,019 --> 01:18:26,019

1177
01:18:26,021 --> 01:18:30,021

1178
01:18:30,024 --> 01:18:34,024

1179
01:18:34,025 --> 01:18:38,025

1180
01:18:38,028 --> 01:18:42,028

1181
01:18:42,029 --> 01:18:46,029

1182
01:18:46,030 --> 01:18:50,030

1183
01:18:50,031 --> 01:18:54,031

1184
01:18:54,033 --> 01:18:58,033

1185
01:18:58,036 --> 01:19:02,036

1186
01:19:02,037 --> 01:19:06,037

1187
01:19:06,039 --> 01:19:10,039

1188
01:19:10,040 --> 01:19:14,040

1189
01:19:14,042 --> 01:19:18,042
เฉลย

1190
01:19:18,045 --> 01:19:22,045
เฉลยให้ดูนะครับ ก็จะมีเฉลยตามนี้

1191
01:19:22,046 --> 01:19:26,046
นะครับ ก็จะเป็นบ้านเลขที่ แล้วก็วรรคตามด้วยจุด 2

1192
01:19:26,047 --> 01:19:30,047
456 แล้วก้เครื่องหมายทับ เห็นไหมครับ

1193
01:19:30,048 --> 01:19:34,048
อันนี้โปรแกรมมันน่าจะขึ้นให้ผมอัตโนมัติ

1194
01:19:34,049 --> 01:19:38,049
ตัวในตำแหน่งหลังเครื่องหมายทับ

1195
01:19:38,053 --> 01:19:42,053
ไม่ต้องพิมพ์นะครับ ตำแหน่งนี้นะ

1196
01:19:42,054 --> 01:19:46,054

1197
01:19:46,055 --> 01:19:50,055

1198
01:19:50,077 --> 01:19:54,077

1199
01:19:54,079 --> 01:19:58,079

1200
01:19:58,082 --> 01:20:02,082

1201
01:20:02,084 --> 01:20:06,084

1202
01:20:06,088 --> 01:20:10,088
ในประโยคนี้จะมีจุดผิด

1203
01:20:10,092 --> 01:20:14,092
คือ ตรงหมายเลข 1 นะครับ 2 ทับ 1 4 4

1204
01:20:14,093 --> 01:20:18,093
เห็นไหมครับ หมายเลข 1 นี่ มีเครื่องหมายนำเลขมาอีก

1205
01:20:18,095 --> 01:20:22,095
ผมว่าน่าจะเกิดจากโปรแกรมมันเด้นขึ้นมาให้เอง จริง ๆ แล้ว

1206
01:20:22,096 --> 01:20:26,096
จะไม่มีนะครับ จุด 6 และเครื่องหมายนำเลข

1207
01:20:26,097 --> 01:20:30,097
หน้าเลข 1 นี่ไม่มี เราจะตามด้วยเลข 1 นะครับ

1208
01:20:30,099 --> 01:20:34,099
เราจะใช้การนำเลขเพียงครั้งเดีย

1209
01:20:34,100 --> 01:20:38,100
เราจะใช้การนำเลขเพียงครั้งเดียวตั้งแต่แรก

1210
01:20:38,105 --> 01:20:42,105
การวรรค ฉะนั้นเราก็จะยังไม่นำเลข

1211
01:20:42,106 --> 01:20:46,106
จะมีอยู่ 1 ตำแหน่งที่ผิดนะครับ

1212
01:20:46,107 --> 01:20:50,107
ที่เหลือก็ตามนี้

1213
01:20:50,109 --> 01:20:54,109
โอเคนะครับ สำหรับในหน่วยที่ 2

1214
01:20:54,109 --> 01:20:58,109
นะครับ เรื่องของอักษรเบรลล์ไทย

1215
01:20:58,111 --> 01:21:02,111
นักศึกษาต้องการจะฝึกฝนเพิ่มเติมนะครับ ในตัวเอกสาร

1216
01:21:02,112 --> 01:21:06,112
ที่ผมให้ไปนะครับ จะ

1217
01:21:06,113 --> 01:21:10,113
เป็นโค้ดอักษรเบรลล์ไทย แล้วก็ในตัวชีตที่ผมให้เพิ่มใน

1218
01:21:10,115 --> 01:21:14,115
วันนี้ ที่เป็นจุดว่าง ๆ นะครับ เพื่อที่

1219
01:21:14,116 --> 01:21:18,116
จะให้นักศึกษาได้ไปฝึกฝน ใครเขียนครบ 2 แผ่นบ้างแล้วครับ

1220
01:21:18,117 --> 01:21:22,117
ครบ 2 แผ่นไปเลย มีไหม

1221
01:21:22,118 --> 01:21:26,118
จะได้ให้เพิ่มอีก 1 แผ่นครับ เอาไว้ไปเป็นสำเนา เพื่อเอาไปถ่ายเอกสาร

1222
01:21:26,122 --> 01:21:30,122
เดินมารับได้เลยครับ เอาไว้ถ่ายเอกสาร เอาไว้ฝึกเขียน

1223
01:21:30,123 --> 01:21:34,123
นะครับ เกี่ยวกับโค้ดอักษรเบรลล์ เราอาจจะกำหนด

1224
01:21:34,125 --> 01:21:38,125
คำขึ้นมาเองนะครับ เสร็จแล้วก็...

1225
01:21:38,125 --> 01:21:42,125
เสร็จแล้วก็ลองเอาอันนี้นะครับ ไปถ่ายเอกสาร เพื่อเอาไว้ฝึก

1226
01:21:42,128 --> 01:21:46,128
เขียนโค้ดอักษรเบรลล์ จะได้ไม่ต้อง

1227
01:21:46,129 --> 01:21:50,129
ตาลายกับการเขียนจุดแล้วก็เขียนขีดนะครับ

1228
01:21:50,130 --> 01:21:54,130
จะทำให้เราสามารถจดจำโค้ดได้มากยิ่งขึ้น

1229
01:21:54,131 --> 01:21:58,131
นะครับ สำหรับโค้ดอักษรเบรลล์นะครับ ไม่ยากกว่าที่คิด

1230
01:21:58,132 --> 01:22:02,132
นะครับ ก็คือสรุปได้ง่าย ๆ ก็คือการพิมพ์อักษรเบรลล์

1231
01:22:02,133 --> 01:22:06,133
ภาษาไทยนะครับ จะมีลักษณะใกล้เคียง

1232
01:22:06,136 --> 01:22:10,136
กันกับการพิมพ์ตัวอักษรปกติ

1233
01:22:10,137 --> 01:22:14,137
นะครับ ในการพิมพ์ Mocrosoft word ในเรื่อง

1234
01:22:14,139 --> 01:22:18,139
ของการปฏิบัติงาน

1235
01:22:18,140 --> 01:22:22,140
เราพิมพ์ตัวอักษรใดก่อน อักษรเบรลล์เราก็จะใช้โค้ด

1236
01:22:22,142 --> 01:22:26,142
ตัวนั้นก่อนเช่นเดียวกันนะครับ อาจจะมี

1237
01:22:26,143 --> 01:22:30,143
บางตัวหรือบางคำที่อักษรเบรลล์มีความแตกต่างจาก

1238
01:22:30,145 --> 01:22:34,145
การพิมพ์ปกติ เช่น คำว่า ตัว

1239
01:22:34,146 --> 01:22:38,146
เทอญ สระเออ การเดิน อย่างนี้เป็นต้น

1240
01:22:38,148 --> 01:22:42,148
นะครับ เช่นคำว่า "เดิน" นี่ ในการพิมพ์

1241
01:22:42,149 --> 01:22:46,149
ตัวอักษรปกติ เราจะพิมพ์เป็น สระเอ ดเด็ก สระดิ

1242
01:22:46,149 --> 01:22:50,149
ถ้าคำว่า เดิน แต่ในอักษรเบรลล์นะครับ

1243
01:22:50,150 --> 01:22:54,150
เราจะพิมพ์เป็น ด สระเออ น

1244
01:22:54,153 --> 01:22:58,153
ใช้สระเออแทน จะไม่มีสระเอ

1245
01:22:58,154 --> 01:23:02,154
แล้วก็

1246
01:23:02,155 --> 01:23:06,155
ตัวเลขนะครับ ตัวเลขที่

1247
01:23:06,156 --> 01:23:10,156
เป็นเลขอารบิกกับเลขไทยนะครับ จะใช้ตัวเลข

1248
01:23:10,157 --> 01:23:14,157
ที่เป็นเลขสูงนะครับ ซึ่ง

1249
01:23:14,158 --> 01:23:18,158
ได้นำเสนอให้นักศึกษาได้ดูไปแล้ว ส่วนตัวเลข

1250
01:23:18,161 --> 01:23:22,161
ทางคณิตศาสตร์ก็จะเป็นอีก

1251
01:23:22,162 --> 01:23:26,162
ตัวเลขหนึ่งอีกระบบตัวเลขหนึ่ง ซึ่งนักศึกษาจะได้ศึกษาใน

1252
01:23:26,164 --> 01:23:30,164
หน่วยต่อไปนะครับ

1253
01:23:30,164 --> 01:23:34,164
แล้วก็ในการพิมพ์ตัวหนังสือ

1254
01:23:34,165 --> 01:23:38,165
ที่เป็นหนังสือ หรือ

1255
01:23:38,166 --> 01:23:42,166
ชีตเอกสารในการนำไปใช้สอนคนตาบอด หรือ

1256
01:23:42,167 --> 01:23:46,167
พิมพืเอกสารข้อความให้คนตาบอดนะครับ ก็จะ

1257
01:23:46,167 --> 01:23:50,167
มีลักษณะคล้าย ๆ กันกับที่เราพิมพ์ Microsoft word

1258
01:23:50,169 --> 01:23:54,169
นั่นเองนะครับ จะมีข้อแตกต่าง

1259
01:23:54,170 --> 01:23:58,170
ตรงที่การเขียนอักษรเบรลล์นะครับ

1260
01:23:58,171 --> 01:24:02,171
การพิมพ์อักษรเบรลล์จะมีการท่องโค้ดมา

1261
01:24:02,174 --> 01:24:06,174
ตามที่ผมได้สอนมาในครั้งนี้ แต่การเขียนอักษร

1262
01:24:06,175 --> 01:24:10,175
เบรลล์ ฟังดี ๆ นะครับ การเขียน

1263
01:24:10,175 --> 01:24:14,175
จะแตกต่างกับการพิมพ์ตรง

1264
01:24:14,178 --> 01:24:18,178
ที่เราจะเขียนอักษรเบรลล์จะเป็นการใช้

1265
01:24:18,179 --> 01:24:22,179
ตัว Slate Stylus นะครับ ที่มันเป็นเหมือน

1266
01:24:22,180 --> 01:24:26,180
แผ่นสีเขียว สีเทาที่ผมพูด

1267
01:24:26,181 --> 01:24:30,181
ในเนื้อหาในหน่วยที่ 1 นะครับ Slate Stylus นี่จะเป็นการ

1268
01:24:30,182 --> 01:24:34,182
กลับด้านของกระดาษ ทำให้

1269
01:24:34,183 --> 01:24:38,183
การเขียนอักษรเบรลล์จะต้องทำการเขียน

1270
01:24:38,184 --> 01:24:42,184
ย้อนกลับนั่นก็คือ

1271
01:24:42,185 --> 01:24:46,185
จุดนะครับ จากที่เราท่องเป็น จุด 1 จุด 2 จุด 3 จุด 4

1272
01:24:46,187 --> 01:24:50,187
จุด 5 จุด 6 ก็จะทำการย้อนกลั

1273
01:24:50,189 --> 01:24:54,189
ก็จะกลายเป็นจุดหมายเลข 4 แทน จุดหมายเลข จะกาลยเป็

1274
01:24:54,189 --> 01:24:58,189
จุดหมายเลข 5 จุดหมายเลข 3 จะกลายเป็นจุด

1275
01:24:58,191 --> 01:25:02,191
หมายเลข 6 จุดหมายเลข 4 จะกลายเป็นจุดหมายเลข 1

1276
01:25:02,193 --> 01:25:06,193
จะกลายเป็นหมายเลข 2 แล้วจุดหมายเลข 6 0tgxH

1277
01:25:06,193 --> 01:25:10,193
หมาย 3 ถ้าเป็นการเขียนนะครับจะมีการกลับทาง

1278
01:25:10,194 --> 01:25:14,194
เพราะว่าการเขียนอักษรเบรลล์เป็นการกดลงไป

1279
01:25:14,195 --> 01:25:18,195
นะครับ เวลาอ่านเราจะกลับด้าน ทำให้เวลาเราท่อง

1280
01:25:18,195 --> 01:25:22,195
เหมือนที่เราเคยทำเกี่ยวกับการพิมพ์

1281
01:25:22,197 --> 01:25:26,197
มันจะคนละความหมาย มันจะเป็นคนละตัวกัน ฉะนั้น การเขียน

1282
01:25:26,198 --> 01:25:30,198
กับการพิมพ์จะใช้รูปแบบที่แตกต่างกัน

1283
01:25:30,199 --> 01:25:34,199
ก็คือสลับด้านกันนะครับ เดี๋ยวในหน่วยถัดไปนักศึกษาจะ

1284
01:25:34,201 --> 01:25:38,201
ลองเขียนอักษรเบรลล์นะครับ แล้วก็ได้พิมพ์

1285
01:25:38,202 --> 01:25:42,202
อักษรเบรลล์นะครับ ก็สรุปสำหรับเนื้อหานี้

1286
01:25:42,203 --> 01:25:46,203
ก็จะมีเนื้อหาประมาณนี้ นักศึกษาคนใด

1287
01:25:46,206 --> 01:25:50,206
ข้อความหรือมีเรื่องที่จะถามเกี่ยวกับอักษรเบรลล์

1288
01:25:50,207 --> 01:25:54,207
ภาษาไทยไหมครับ

1289
01:25:54,208 --> 01:25:58,208

1290
01:25:58,209 --> 01:26:02,209
มีไหม

1291
01:26:02,212 --> 01:26:06,212

1292
01:26:06,213 --> 01:26:10,213
ถามได้นะครับ ถามได้ ถามเข้าไปนะครับ

1293
01:26:10,217 --> 01:26:14,217
เดี๋ยวผมดูจากโค้ด โค้ด เดี๋ยวเราแปลให้

1294
01:26:14,218 --> 01:26:18,218
ครับ

1295
01:26:18,219 --> 01:26:22,219
นักศึกษาทางหูมีถามอะไรไหมครับ

1296
01:26:22,220 --> 01:26:26,220
ไม่มีนะครับ

1297
01:26:26,221 --> 01:26:30,221
นักศึกษาทางหูยังจับทางยังไม่ได้เท่าไรนะครับ

1298
01:26:30,222 --> 01:26:34,222
อาจจะยังไม่เจอ

1299
01:26:34,224 --> 01:26:38,224
กับปัญหาในการพิมพ์อักษรเบรลล์มากนัก เพราะถ้าเจอ

1300
01:26:38,225 --> 01:26:42,225
แบบฝึกหัดที่เป็นการพิมพ์นิทาน

1301
01:26:42,225 --> 01:26:46,225
หรือพิมพ์ที่มันเป็นบทความนะครับ นักศึกษาก็อาจจะได้เจอ

1302
01:26:46,227 --> 01:26:50,227
ข้อความที่มันมีความแตกต่างจากเนื้อหาที่

1303
01:26:50,229 --> 01:26:54,229
เจอในหน่วยหาบทเรียนนี้ ถ้ามีปัญหาหรือสงสัย

1304
01:26:54,230 --> 01:26:58,230
นะครับ ว่าข้อความนี้ควรพิมพ์อย่างไร

1305
01:26:58,230 --> 01:27:02,230
หรือข้อความนี้มันน่าจะเป็นอย่างไรนะครับ สามารถสอบถาม

1306
01:27:02,231 --> 01:27:06,231
กับทางท่านอาจารย์ผู้สอนได้

1307
01:27:06,232 --> 01:27:10,232
หรือใช้ ใช้นะครับ อันนี้ผมพูดเรื่องโปรแกรมแปล

1308
01:27:10,233 --> 01:27:14,233
อักษรเบรลล์เบื้องต้นนะครับ ก็จะมี

1309
01:27:14,235 --> 01:27:18,235
หน่วยงานที่มีโปรแกรมเกี่ยวกับการแปลอักษรเบรลล์ไว้ให้

1310
01:27:18,235 --> 01:27:22,235
แต่อาจจะเป็นเพียงแค่ Demo ที่นักศักษา

1311
01:27:22,237 --> 01:27:26,237
สามารถมาใช้ได้เพียง 30 นาที หรือใช้ได้เพียง

1312
01:27:26,237 --> 01:27:30,237
ระยะเวลาที่ไม่ได้นานนัก

1313
01:27:30,238 --> 01:27:34,238
แต่ตัวโปรแกรมสามารถใช้แปลได้ ซึ่งตัวโปรแกรมที่ผมพูดถึง

1314
01:27:34,241 --> 01:27:38,241
นี้เป็นโปรแกรมที่พัฒนาโดยคนไทย สามารถโหลด

1315
01:27:38,242 --> 01:27:42,242
เอามาลองใช้ได้ฟรี เราเรียกมันว่าโปรแกรม "TBT"

1316
01:27:42,243 --> 01:27:46,243
T T thailAnd sign

1317
01:27:46,243 --> 01:27:50,243
นะครับ TBT นะครับ จะเป็นโปรแกรมที่

1318
01:27:50,244 --> 01:27:54,244
ไว้ใช้แปลอักษรเบรลล์จากข้อความปกติ เป็น

1319
01:27:54,246 --> 01:27:58,246
ข้อความปกติที่เป็นอักษรปกติที่เราเห็นนี่ล่ะครับ เอาเข้าโปรแกรม

1320
01:27:58,247 --> 01:28:02,247
แล้วเราก็แปลออกมาเป็นอักษรเบรลล์เลย

1321
01:28:02,248 --> 01:28:06,248
โดยที่เราไม่ต้องมาจำเลยครับ ว่าโค้ดอะไรว่าอย่างไร

1322
01:28:06,251 --> 01:28:10,251
เราแค่เอา ก็อปข้อความเอา

1323
01:28:10,252 --> 01:28:14,252
ไปวางในตัวโปรแกรม เสร็จแล้วเรากดแปลปั๊บ มันจะแปลเป็นอักษรเบรลล์

1324
01:28:14,253 --> 01:28:18,253
ให้ทันทีนะครับ แต่ประสิทธิภาพของมัน

1325
01:28:18,255 --> 01:28:22,255
ก็จะไม่ได้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ อาจจะ 99 เปอร์เซ็นต์ อาจจะมี

1326
01:28:22,256 --> 01:28:26,256
บางตัวที่อาจจะเกิดความผิดพลาด ขนาดภาษาไ

1327
01:28:26,257 --> 01:28:30,257
ขณะผมพิมพ์มายังผิดเลย มีเครื่องหมายนำเลข เพราะฉะนั้น

1328
01:28:30,260 --> 01:28:34,260
ก็จะมีบางอันที่มันใช้ไม่ได้นะครับ และโปรแกรม

1329
01:28:34,262 --> 01:28:38,262
อีกอันหนึ่งนะครับ เป็นภาษาอังฏ ปฏ

1330
01:28:38,263 --> 01:28:42,263
อันนี้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ อันนี้จะเป็น

1331
01:28:42,263 --> 01:28:46,263
for Windows นะครับ อันนี้เป็นโปรแกรมที่เสียเงิน

1332
01:28:46,265 --> 01:28:50,265
ซึ่งเราสามารถโหลดมาใช้ฟรีได้ไหม

1333
01:28:50,266 --> 01:28:54,266
ได้ มันจะมี DEMO ให้เราได้ใช้

1334
01:28:54,267 --> 01:28:58,267
หรือ 30 นาทีผมจำไม่ได้ ผมไม่เคยได้ใช้ Demo

1335
01:28:58,268 --> 01:29:02,268
นะครับ ก็ที่มีอยู่ที่โรงเรียนนี้ใช้ของ

1336
01:29:02,268 --> 01:29:06,268
ตัวที่เป็นของซื้อลิขสิทธิ์

1337
01:29:06,270 --> 01:29:10,270
ก็ใช้ได้ตลอดนะครับ ตัวนี้จะเป็นโปรแกรมที่ก๊อบฯ ข้อความ

1338
01:29:10,271 --> 01:29:14,271
ภาษาอังกฤษ หรือพิมพ์ภาษาอังกฤษ

1339
01:29:14,271 --> 01:29:18,271
แล้วกดแปลนี่ โปรแกรมจะแปลให้ได้เลย 100 เปอร์เซ็นต์

1340
01:29:18,272 --> 01:29:22,272
นะครับ ไม่มีจุดผิดพลาดเลย อันนี้

1341
01:29:22,273 --> 01:29:26,273
พัฒนาโดยต่างประเทศนะครับ ก็จะมีความละเอียด

1342
01:29:26,273 --> 01:29:30,273
ค่อนข้างสูงมากนะครับ ก็

1343
01:29:30,275 --> 01:29:34,275
สำหรับการบรรยายในวันนี้นะครับ ก็คงจะจบแต่เพียงเท่านี้ นักศึกษา

1344
01:29:34,276 --> 01:29:38,276
ท่านอื่นมีอะไรจะถามในช่วงสุดท้ายไหมครับ

1345
01:29:38,277 --> 01:29:42,277
มีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีก็

1346
01:29:42,278 --> 01:29:46,278
จบการบรรยายแต่เพียงเท่านี้ครับ สวัสดีครับ

1347
01:29:46,279 --> 01:29:50,279

1348
01:29:50,280 --> 01:29:54,280

1349
01:29:54,282 --> 01:29:58,282
[สิ้นสุดการถอดความ]

1350
01:29:58,284 --> 01:30:02,284

1351
01:30:02,285 --> 01:30:06,285

1352
01:30:06,286 --> 01:30:10,286

1353
01:30:10,291 --> 01:30:14,291

1354
01:30:14,295 --> 01:30:18,295

1355
01:30:18,297 --> 01:30:22,297

1356
01:30:22,298 --> 01:30:26,298

1357
01:30:26,302 --> 01:30:30,302

1358
01:30:30,306 --> 01:30:34,306

1359
01:30:34,310 --> 01:30:38,310

1360
01:30:38,312 --> 01:30:42,312

1361
01:30:42,314 --> 01:30:46,314

1362
01:30:46,316 --> 01:30:49,317


