﻿1
00:00:03,651 --> 00:00:06,373
นะคะ

2
00:00:06,373 --> 00:00:08,390
ให้พี่ล่ามได้รู้จัก

3
00:00:08,390 --> 00:00:10,647
นักเรียนนะคะ

4
00:00:10,647 --> 00:00:14,647
เชิญทีละคนนะคะ

5
00:00:35,825 --> 00:00:39,477
มองไม่ชัดใช่ไหมคะ

6
00:00:39,477 --> 00:00:43,477
เดี๋ยวนะ

7
00:00:57,176 --> 00:01:01,176
เป็น 2 จอแล้วค่ะ

8
00:01:01,728 --> 00:01:05,728
เอาใหม่ไหมคะ โอเค อันนี้

9
00:01:05,985 --> 00:01:09,985
คนต่อมาค่ะ

10
00:01:15,570 --> 00:01:19,570
ออกมาใกล้ ๆ ลูก พี่มองไม่เห็น

11
00:01:46,484 --> 00:01:50,484
คนนี้น้องแน็กนะคะ

12
00:01:51,629 --> 00:01:54,953
รัชชานนท์ ใน

13
00:01:54,953 --> 00:01:56,135
โนน ร เรือ ใส่ตรง

14
00:01:56,135 --> 00:02:00,135
ข้อมือนะคะ

15
00:03:18,270 --> 00:03:22,270
คนสุดท้าย

16
00:03:23,641 --> 00:03:26,139
น้องปลื้มนะคะ

17
00:03:26,139 --> 00:03:30,139
ปรเมศ นะคะ

18
00:03:44,801 --> 00:03:48,801
ค่ะ ก็เรียบร้อยนะคะ ส่วนพี่เองนะคะ ชื่อครูปิ๊กนะคะ ภาษามือเด็ก ๆ เขาจะเรียกแบบนี้นะคะ ก็ถือร่ม

19
00:03:50,792 --> 00:03:54,375
ถือร่ม กำปั้นเลยค่ะ ถือร่ม ใช่ อันนี้คือชื่อสัญลักษณ์ของครูปิ๊กนะคะ

20
00:03:54,375 --> 00:03:58,375
ไม่ทราบว่าน้องน้องล่าม ภาษามือ ชื่อภาษามืออะไรคะ

21
00:04:10,001 --> 00:04:11,168
เด็ก ๆ จำได้ไหมคะ เด็ก ๆ จำได้แล้วนะ โอเค ต่อไปเราอาจจะได้มีโอกาสนะคะ เจอพี่ล่าม

22
00:04:11,168 --> 00:04:15,168
คนเดิมนะคะ

23
00:04:18,991 --> 00:04:22,991
ก็เดี๋ยวจำภาษามือเอาไว้ เวลาเราจะสื่อสารหรือว่าเด็ก ๆ นะคะ มีคำถามในระหว่างที่เราเรียนนะคะ

24
00:04:24,842 --> 00:04:25,858
ก็สามารถที่จะยกมือขึ้น แล้วก็ออกมาถามพี่ล่ามด้นะคะ

25
00:04:25,858 --> 00:04:29,858
พี่ล่าม

26
00:04:29,888 --> 00:04:33,888
ครูปิ๊กก็จะเป็นคนอธิบาย แล้วพี่

27
00:04:35,286 --> 00:04:39,286
ล่ามจะอธิบายภาษามือให้ลูก ๆ ได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นนะคะ วันนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ

28
00:04:41,135 --> 00:04:43,777
ตอนเช้ามาตื่นมามีใครไม่สบายไหมคะ เจ็บคอมีไหม

29
00:04:43,777 --> 00:04:47,777
เจ็บคอไหม

30
00:04:48,673 --> 00:04:52,673
ไม่มีนะคะ โอเค แสดงว่าแข็งแรงดีมาก

31
00:04:54,402 --> 00:04:58,402
ตอนนี้เพื่อน ๆ เรานะคะ ที่ติด COVID นี่ ถูกแยกตัวออกไปแล้วนะคะ ทุกคน

32
00:05:03,939 --> 00:05:07,939
เพราะฉะนั้น ครูไปฝากนะคะ เราเป็นพี่ให้ดูแลน้อง ๆ ที่หอนอนที่สำคัญที่สุดนะคะ ในเรื่องของการ

33
00:05:10,437 --> 00:05:11,001
ใส่แมสก์ป้องกันตัวเองนะคะ ป้องกันตัวเองอันนี้ใส่แมสตลอดล้างมือบ่อย ๆ

34
00:05:11,001 --> 00:05:14,918
นะคะ

35
00:05:14,918 --> 00:05:18,918
แล้วก็นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

36
00:05:29,357 --> 00:05:31,203
ถ้ารู้สึกไม่สบายนะคะ ถ้ารู้สึกไม่สบายปวดคอไอนะคะ ปวดหัวหรือว่าปวดเมื่อยตามร่างกาย ให้รีบบอกคุณครูนะคะ ให้รีบบอกคุณครู ก็จะได้

37
00:05:31,203 --> 00:05:32,333
พาไปตรวจนะคะ ว่า

38
00:05:32,333 --> 00:05:35,629
เราเป็น

39
00:05:35,629 --> 00:05:38,650
ไม่สบายปกติ หรือว่าเราติดเชื้อนะคะ

40
00:05:38,650 --> 00:05:41,629
เพราะว่าตอนนี้นี่ ระบาดเยอะเลยนะคะ

41
00:05:41,629 --> 00:05:43,170
แล้วมันจะไม่มีอาการนะคะ

42
00:05:43,170 --> 00:05:46,102
ไข้จะไม่สูง

43
00:05:46,102 --> 00:05:50,102
อันนี้เป็นสายพันธุ์ใหม่นะ

44
00:05:54,123 --> 00:05:56,579
เรามาเริ่มเรียนกันเลยนะคะ สำหรับ ม. 5 นั้นหัวข้อที่จะเรียนนะคะ ขอปรับ

45
00:05:56,579 --> 00:06:00,579
สไลด์ขึ้นได้ไหมคะ

46
00:07:41,420 --> 00:07:43,363
ค่ะ ล่ามเห็นสไลด์ไหมคะ

47
00:07:43,363 --> 00:07:47,363
ตอนนี้ล่ามห็นสไลด์ไหมคะ

48
00:07:50,669 --> 00:07:54,669
ที่จอทีวีของนักเรียนปรับเป็น 3 ช่อง แต่ว่ามันไม่ขึ้นสไลด์

49
00:08:35,681 --> 00:08:39,681

50
00:12:16,519 --> 00:12:17,679
มันไม่ขึ้นสไลด์ เป็น 3 ช่อง

51
00:12:17,679 --> 00:12:21,679
PowerPoint น่ะค่ะ

52
00:12:25,105 --> 00:12:29,105
ตอนนี้กำลังทำให้อยู่ใช่ไหมคะ

53
00:12:37,025 --> 00:12:41,025
ไม่ได้ยินเสียงล่ามเลยค่ะ

54
00:12:41,717 --> 00:12:45,717
(ล่าม)  ได้ค่ะ อาจารย์เดี๋ยวให้น้องเขาประสานงานให้นะคะ (อาจารย์เชาวนี) ขอบคุณค่ะ

55
00:16:10,655 --> 00:16:12,465
(ล่าม)  อาจารย์ครับ

56
00:16:12,465 --> 00:16:16,465
สวัสดีครับ

57
00:16:19,308 --> 00:16:22,304
(อาจารย์เชาวนี) สวัสดีค่ะ

58
00:16:22,304 --> 00:16:26,304
(อาจารย์เชาวนี) เสียงไม่ได้ยินเลยค่ะ

59
00:16:28,119 --> 00:16:32,059
รบกวนอาจารย์ขึ้นสไลลด์ให้หน่อยได้ไหมครับ เพราะว่าตอนนี้เราปรับเป็น 3 จอให้แล้วนะครับ

60
00:16:32,059 --> 00:16:34,543
(อาจารย์เชาวนี) ขึ้นไปแล้วค่ะ ตอนนี้ขึ้นสไลด์แล้วก็

61
00:16:34,543 --> 00:16:38,543
เสียบสายเรียบร้อยแล้วค่ะ

62
00:17:34,227 --> 00:17:38,227
ในหน้าจอมอนิเตอร์ของคอมพิวเตอร์ขึ้นแล้วค่ะ แต่ว่าหน้าจอทีวีมันไม่ขึ้น

63
00:17:39,673 --> 00:17:43,673
ทีวีของนักเรียนตอนนี้มันไม่ขึ้น

64
00:17:43,868 --> 00:17:47,868
โอเค ได้แล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

65
00:17:54,031 --> 00:17:58,031
นักเรียนพร้อมแล้ว คนหนึ่งขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำแล้ว เดี๋ยวรอเพื่อนก่อนนะคะ

66
00:18:01,060 --> 00:18:03,775
อันนี้เป็นหัวข้อที่เราจะเรียนนะคะ ในภาคเรียนที่ 1

67
00:18:03,775 --> 00:18:07,775
นักเรียนดูก่อนนะคะ

68
00:18:08,787 --> 00:18:12,787
คำว่า "เลขยกกำลัง" เลขยกกำลังนะคะ

69
00:18:27,351 --> 00:18:31,351
คือ คือเลขยกกำลังนี่ มันจะมีอยู่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของนักเรียนทั่วไปเลยนะคะ คณิตศาสตร์ คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา จะถูกนำมาใช้นะคะ ผ่านการเก็บข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลการแปรผล

70
00:18:32,692 --> 00:18:36,679
แล้วก็นำมาสู่การตัดสินใจนะ ในเรื่องของเลขยกกำลังนะคะ

71
00:18:36,679 --> 00:18:40,679
จะแบ่งเป็น 4 หัวข้อด้วยกัน ที่เราจะได้เรียนนะคะ

72
00:18:40,827 --> 00:18:42,715
หัวข้อแรกนะคะ ก็คือในเรื่องของ

73
00:18:42,715 --> 00:18:43,616
ความหมายของเลขยก

74
00:18:43,616 --> 00:18:46,257
กำลัง

75
00:18:46,257 --> 00:18:50,257
นะคะ นักเรียนจะได้รู้ว่า

76
00:18:52,956 --> 00:18:56,956
เลขยกกำลังเดี๋ยวมันคืออะไรนะคะ มีใครเคยได้เรียนมาแล้วบ้างคะ ในตอน ม. ต้น

77
00:18:59,051 --> 00:19:01,370
จริง ๆ หลักสูตรของมต้นนะคะ ก็จะมีในเรื่องของเลขยกกำลัง

78
00:19:01,370 --> 00:19:04,766
นักเรียนเคยได้เรียนไหมคะ

79
00:19:04,766 --> 00:19:08,766
เคยได้เรียนไหมคะ

80
00:19:17,421 --> 00:19:21,421
ไม่เคยหรือคะ หนิง จริง ๆ เคยเรียนแล้ว เคยเรียนแล้ว แต่ว่าลูกอาจจะลืมนะคะ

81
00:19:23,891 --> 00:19:27,891
ลูก ๆ ก็ต้องลืมแน่ ๆ เลย จริง ๆ มันเรียนแล้วนะคะ เลขยกกำลังตอนอยู่ ม 1 นะคะ

82
00:19:33,232 --> 00:19:36,937
ม. 2 ก็มีนะคะ มันจะค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นมา ในเรื่องของความลึกและก็ความยากในการนำไปใช้

83
00:19:36,937 --> 00:19:40,937
เดี๋ยวไม่เป็นไร เดี๋ยวเราจะมาทบทวนกันนะคะ

84
00:19:47,331 --> 00:19:51,331
ข้อ 2 นะคะ ที่เราจะเรียนเกี่ยวกับเลขยกกำลัง ก็คือคุณสมบัติของเขานะคะ คุณสมบัติของเลขยกกำลังนะคะ

85
00:19:52,948 --> 00:19:54,214
เขาเอาไปทำอะไรได้บ้าง วิธีการ ทำอะไรบ้าง

86
00:19:54,214 --> 00:19:58,214
นะคะ

87
00:19:59,367 --> 00:20:02,234
ข้อ 3 รากที่ n ของจำนวนจริงนะคะ

88
00:20:02,234 --> 00:20:04,537
รากที่ n ของจํานวนจริง

89
00:20:04,537 --> 00:20:08,537

90
00:20:11,875 --> 00:20:15,875
ค่าราก ค่ารูท หรือว่าค่ากรนนะคะ อันนี้เป็นคำศัพท์ที่นักเรียนอาจจะยังไม่ค่อยได้ชินนักนะคะ

91
00:20:17,989 --> 00:20:21,989
แต่คำว่า "ราก" ที่ไหน เดี๋ยวให้สัญลักษณ์ไปนะคะ มันก็จะเชื่อมโยงมาเลขยกกำลัง

92
00:20:25,915 --> 00:20:28,681
รากที่ n นี่ จะเป็นของที่คู่กันนะคะ แต่มันจะเป็นลักษณะของการตรงกันข้ามนะคะ

93
00:20:28,681 --> 00:20:32,681
เหมือนบวกตรงกันข้ามกับลบนะคะ

94
00:20:35,631 --> 00:20:36,065
คูณตรงกันข้ามกับหารนะคะ มันจะคู่กัน อันนี้เลขยกกำลังก็จะตรงกันข้ามกับราก

95
00:20:36,065 --> 00:20:40,065
นะคะ

96
00:20:44,494 --> 00:20:47,770
ทีนี้ข้อที่ 4 นะคะ เราจะเรียนเรื่องเลขยกกำลัง ที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็ม

97
00:20:47,770 --> 00:20:51,770
นะคะ จำนวนเต็มหมายถึงอะไร

98
00:20:51,813 --> 00:20:55,279
จำนวนเต็มแบ่งเป็น 3 หมวดด้วยกัน

99
00:20:55,279 --> 00:20:56,300
นะคะ จำนวนเต็มแบ่งเป็น 3 หมวด ก็คือ

100
00:20:56,300 --> 00:20:58,602
เต็มลบ

101
00:20:58,602 --> 00:21:01,168
เต็มลบ

102
00:21:01,168 --> 00:21:04,952
เต็ม 0

103
00:21:04,952 --> 00:21:08,952
แล้วก็เต็มบวกนะคะ

104
00:21:09,781 --> 00:21:13,781
แบ่งเป็น 3 กลุ่มด้วยกันนะ โอเค

105
00:21:14,655 --> 00:21:18,655
อันนี้คือหัวข้อที่เราจะเรียนกัน ในเรื่องของเลขยกกำลังนะคะ

106
00:21:21,551 --> 00:21:25,526
เห็นภาพไหมคะ

107
00:21:25,526 --> 00:21:29,526
อันนี้อะไร นักเรียนเคยไปไหม

108
00:21:35,885 --> 00:21:36,792
เห็น... เห็นหม้อไหมคะ ใช่ อันนี้เห็นว่าไหม เห็นนะ เคยไปไหมคะ

109
00:21:36,792 --> 00:21:38,261
เคยไปยัง

110
00:21:38,261 --> 00:21:42,261
เคยไปแล้ว

111
00:21:42,651 --> 00:21:44,862
เคยไปมาแล้ว 3 หนุ่มเคยไปไหม

112
00:21:44,862 --> 00:21:46,965
3 คนนี้เคยไปไหม

113
00:21:46,965 --> 00:21:49,916
เคยไปไหมคะ

114
00:21:49,916 --> 00:21:51,713
เคยไปแล้ว

115
00:21:51,713 --> 00:21:55,713
โ

116
00:21:56,402 --> 00:21:59,454
อเค ทุกคนเคยไปบ้านเชียง เพราะว่าเป็นมรดกโลกนะคะ

117
00:21:59,454 --> 00:22:01,766
บ้านเชียงใหม่เกี่ยวข้องกับเลขยกกำลังมีลูก

118
00:22:01,766 --> 00:22:05,766
นักเรียนว่าเกี่ยวไหม

119
00:22:07,299 --> 00:22:09,199
เลขยกกำลังถูกนำมาใช้นะคะ

120
00:22:09,199 --> 00:22:10,869
ในการหา

121
00:22:10,869 --> 00:22:14,869
อายุ

122
00:22:17,550 --> 00:22:21,550
ของหม้อบ้านเชียง ของ

123
00:22:22,149 --> 00:22:23,034
โครงกระดูกที่ขุดพบในบ้านเชียง

124
00:22:23,034 --> 00:22:26,453
นะคะ

125
00:22:26,453 --> 00:22:29,001
ทำให้เราน่ะ รู้ว่า

126
00:22:29,001 --> 00:22:33,001
บ้านเชียง

127
00:22:34,313 --> 00:22:38,313
มันเกิดมาตั้งแต่ยุคไหน พ. ศ. ไหนนะคะ

128
00:22:40,834 --> 00:22:42,645
นานมาแล้วเรายังไม่เกิด ตอนนั้นน่ะ เราไม่รู้นะคะ  แต่มีวิธีการ

129
00:22:42,645 --> 00:22:44,366
ที่จะหา

130
00:22:44,366 --> 00:22:48,366
ช่วงอายุ

131
00:22:50,276 --> 00:22:54,120
ของสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น โดยมีเลขยกกำลัง

132
00:22:54,120 --> 00:22:58,120
มาเป็นส่วนหนึ่งในการคิดนะคะ

133
00:23:10,646 --> 00:23:14,646
เห็นไหมคะ อันนี้คือหม้อบ้านเชียงให้นักเรียนเดา นักเรียนคิดว่าหม้อบ้านเชียงกับโครงกระดูกนี้มีอายุมากี่ปีแล้ว

134
00:23:15,063 --> 00:23:19,063
ประมาณกี่ปีแล้ว ตอนนี้นักเรียนอายุเท่าไรคะ

135
00:23:25,046 --> 00:23:27,736
10 10 เท่าไรคะ ตอนนี้นักเรียนอายุ 17 แล้วบ้านเชียงล่ะบ้านเชียงมีอายุเท่าไร

136
00:23:27,736 --> 00:23:30,436
เดา

137
00:23:30,436 --> 00:23:34,436
ความรู้รอบตัวนะ

138
00:23:35,244 --> 00:23:39,244
อายุของบ้านเชียง

139
00:23:44,412 --> 00:23:47,787
เป็นพัน ๆ ปีเลยนะคะ ย้อนกลับไปเป็นพัน ๆ ปีเลย

140
00:23:47,787 --> 00:23:51,638
บ้านเชียง โครงกระดูกมนุษย์ที่ขุดพบนะคะ

141
00:23:51,638 --> 00:23:55,638
คำขวัญของอุดรฯ อารยธรรม 5,000 ป

142
00:24:00,963 --> 00:24:04,963
ีนะคะ อารยธรรม 5,000 ปี นั่นหมายถึงว่าบ้านเชียงมีอายุ 5,000 ปีขึ้นไปแล้วนะลูกตอนนี้นะคะ

143
00:24:05,377 --> 00:24:07,996
วิธีการวิธีการเข้าทำอย่างไร

144
00:24:07,996 --> 00:24:11,996
เขาทำอย่างไรเขาถึงรู้

145
00:24:12,599 --> 00:24:16,599
โครงกระดูกอันนี้พบที่บ้านเชียง นักเรียนดูข่าว

146
00:24:17,907 --> 00:24:21,205
นักเรียนเคยเห็นข่าวไหมคะ ว่าข่าวอาชญากรรมนะ ที่ตำรวจ

147
00:24:21,205 --> 00:24:23,276
ไปเจอโครงกระดูกนะคะ ที่เขา

148
00:24:23,276 --> 00:24:27,276
ขึ้นมา

149
00:24:27,658 --> 00:24:31,658
คนหายแล้วไปเจอโครงกระดูกขึ้นมา ไม่รู้ว่าเป็นใคร

150
00:24:33,560 --> 00:24:35,129
นะคะ ขเขาก็จะนำสิ่งนั้น นำกระดูกนั้น มาตรวจ มาวิเคราะห์

151
00:24:35,129 --> 00:24:37,828
หานะคะ

152
00:24:37,828 --> 00:24:39,286
หาอะไร หาว่า

153
00:24:39,286 --> 00:24:43,286
กระดูกนั้นน่ะ

154
00:24:45,239 --> 00:24:46,554
มีอายุเท่าไร ประมาณว่าคนนั้นน่ะอายุเท่าไรแล้วนะคะ แล้วเขาตายไปน

155
00:24:46,554 --> 00:24:48,079
ี่ นานหรือยัง

156
00:24:48,079 --> 00:24:52,079
วิธีการนี้ ถูก

157
00:24:52,216 --> 00:24:56,216
นำมาใช้นะคะ ก็คือเลขยกกำลังมาเป็นฐานนะ

158
00:24:59,104 --> 00:25:02,616
แล้วรู้จักไหนคะ

159
00:25:02,616 --> 00:25:06,616
มันก็จะเชื่อมโยงไปสู่วิทยาศาสตร์

160
00:25:09,482 --> 00:25:13,482
นักวิทยาศาสตร์เป็นคนคิดค้นนะคะ บวกกับนักคณิตศาสตร์

161
00:25:14,661 --> 00:25:18,517
คิดค้นวิธีการหาช่วงอายุ โดยใช้

162
00:25:18,517 --> 00:25:22,106
สูตรนะคะ ก็คือคาร์บอน

163
00:25:22,106 --> 00:25:26,106
หลัก ก็คือจะมี ในสิ่งมีชีวิตนี่

164
00:25:28,788 --> 00:25:32,788
ทั่ว ๆ ไป มันจะมีส่วนประกอบของคาร์บอน-14 เป็นสารกัมมันตรังสีนะคะ

165
00:25:33,261 --> 00:25:36,951
อันนี้นักเรียนอาจจะยังไม่เคยเรียนน

166
00:25:36,951 --> 00:25:40,412
ะ เห็นภาพไดโนเสาร์ไหมคะ

167
00:25:40,412 --> 00:25:42,322
เห็นไหม โครงสร้างกระดูกไดโนเสาร์

168
00:25:42,322 --> 00:25:45,701
อันนี้ก็คือ

169
00:25:45,701 --> 00:25:49,701
ตอนนี้ไม่มีแล้วนะ ใช่ไหม ไดโนเสาร์มีไหมตอนนี้

170
00:25:50,493 --> 00:25:52,196
มันตายไปหมดแล้วนะคะ มันสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว แต่เรายังคง

171
00:25:52,196 --> 00:25:56,196
พบโครงกระดูกอยู่

172
00:25:56,371 --> 00:26:00,371
เขาหาอายุของไดโนเสาร์

173
00:26:04,563 --> 00:26:08,319
อย่างไรนะคะ ก็หามาจากสูตรครึ่งชีวิตนะคะ โดยจะมีคาร์บอน-14 นี่ เป็นตัวแปรสำคัญ

174
00:26:08,319 --> 00:26:10,324
ในสิ่งมีชีวิตทุกสิ่งทุกอย่างนะคะ

175
00:26:10,324 --> 00:26:11,544
มันจะมีคาร์บอน-14

176
00:26:11,544 --> 00:26:15,544
เป็นส่วนประกอบ

177
00:26:19,834 --> 00:26:23,834
เมื่อไหร่ที่เราตายลงไป เมื่อสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ตายลงไป มันก็จะย่อยสลาย

178
00:26:25,362 --> 00:26:29,362
ลงไปเป็นช่วงเวลาเขาจะคำนวณหาว่าคาร์บอน-14

179
00:26:29,752 --> 00:26:31,267
หายสลายไปครึ่งหนึ่งนี่ ใช้เวลาเท่าไร

180
00:26:31,267 --> 00:26:34,049
มันก็เลย

181
00:26:34,049 --> 00:26:38,049
เป็นคำตอบของ ว่า อ๋อ

182
00:26:40,281 --> 00:26:43,534
ไดโนเสาร์นี่ มันเกิดเมื่อยุคไหน พ.ศ. ไหนนะคะ บ้านเชียง

183
00:26:43,534 --> 00:26:47,534
แบ่งเป็นยุคต่าง ๆ ได้ทั้งหมดอยู่ 3 ยุคนี่

184
00:26:51,615 --> 00:26:55,615
วัฒนธรรมหม้อลายต่าง ๆ นะคะ หรือว่าสัมฤทธิ์ต่าง ๆ ที่เขาใช้นี่ อยู่ในยุคไหน

185
00:26:57,014 --> 00:27:01,014
เขาก็เลยสามารถแบ่งกลุ่มนะคะ แบ่งหมวดของช่วงอายุได้

186
00:27:08,326 --> 00:27:12,326
เห็นไหมคะ อันนี้คือสูตร สูตรค่าครึ่งชีวิตนะคะ

187
00:27:18,081 --> 00:27:22,081
เดี๋ยวนักเรียนคงจะได้เรียนในวิชาวิทยาศาสตร์ แต่เราจะได้ใช้เลขยกกำลังนี่ มาเป็นฐานในการคำนวณ

188
00:27:25,114 --> 00:27:29,114
เพราะฉะนั้น ถ้านักเรียนตั้งใจเรียนวิชาคณิตศาสตร์ นักเรียนก็จะใช้ความรู้นี้ไป

189
00:27:35,058 --> 00:27:39,058
เรียนต่อในวิชาวิทยาศาสตร์ได้ แล้วก็สามารถคำนวณสิ่งนี้ได้นะคะ อันนี้คือที่เขานำมาใช้นะคะ

190
00:27:41,852 --> 00:27:45,852
สิ่งที่เขานำเลขยกกำลังไปใช้ในชีวิตประจำวันของเรา นอกจากนี้มีอะไรบ้าง

191
00:27:52,077 --> 00:27:56,077
นักเรียนจำภาพได้ไหมคะ ภาพเด็ก ๆ อันนี้ คือภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9

192
00:27:57,813 --> 00:27:59,662
ในหลวงกับการออม ตอนนี้ใครมีเงินเยอะแล้ว ใครมีเงินเก็บบ้าง

193
00:27:59,662 --> 00:28:03,662
นักเรียนมีเงินเก็บไหม

194
00:28:05,085 --> 00:28:08,960
มีไหมคะ มีเงินเก็บ มีใครมีสตางค์ไปฝากธนาคารบ้าง ยกมือขึ้น

195
00:28:08,960 --> 00:28:11,461
มีไหมคะ

196
00:28:11,461 --> 00:28:13,196
หนิงมีหรือไม่มี

197
00:28:13,196 --> 00:28:17,196
มี

198
00:28:22,483 --> 00:28:26,483
แสดงว่าเป็นคนที่เก็บออมนะคะ เป็นคนที่เก็บออก ก็ฝากนักเรียนเอาไว้ว่า นิสัยของการรักการออมนะคะ

199
00:28:30,307 --> 00:28:33,763
เก็บไว้วันละเล็ก วันละน้อยนะคะ ทีนี้ดูนะ ขนาดในหลวงนะคะ ในหลวงนี่

200
00:28:33,763 --> 00:28:36,282
ตอนที่เด็ก ๆ นะคะ

201
00:28:36,282 --> 00:28:39,986
ในหลวงรอยากได้จักรยาน

202
00:28:39,986 --> 00:28:43,986
อยากได้จักรยาน แล้วทำอย่างไร

203
00:28:52,164 --> 00:28:54,783
เพราะว่าเห็นเพื่อน ๆ น่ะ มีจักรยานตัวเองเป็นเด็กก็เลยอยากได้นะคะ แต่ว่าสมเด็จย่า สมเด็จย่า ก็คือแม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 นะคะ

204
00:28:54,783 --> 00:28:58,783
ท่านบอกว่าอะไร

205
00:28:59,330 --> 00:29:03,330
ถ้าลูกอยากได้จักรยาน ลูกจะต้องเก็บค่าขนมไว้สิ

206
00:29:03,955 --> 00:29:06,745
นะคะ ให้เก็บค่าขนมที่สมเด็จย่านี่ เอาให้ในหลวง

207
00:29:06,745 --> 00:29:08,290
เก็บ แล้วก็หยอดกระปุกนะคะ

208
00:29:08,290 --> 00:29:12,290
วันละเหรียญ

209
00:29:16,669 --> 00:29:19,892
เมื่อได้มากเท่าไรนะคะ ได้ครบแล้วค่อยเอาไปซื้อจักรยาน อันนี้ก็คือเป็นการฝึก

210
00:29:19,892 --> 00:29:20,713
การสอนให้เรารู้จักการเก็บออม

211
00:29:20,713 --> 00:29:22,389
นะคะ

212
00:29:22,389 --> 00:29:23,720
เมื่อไหร่ที่เรามี

213
00:29:23,720 --> 00:29:27,720
การออม

214
00:29:28,541 --> 00:29:31,114
เราสามารถวางแผนอนาคตของเราไว้ได้นะคะ

215
00:29:31,114 --> 00:29:35,114
ดูภาพขวามือ

216
00:29:35,746 --> 00:29:39,746
ตอนนี้ถ้าสมมตินักเรียนนะคะ เรียนจบไปแล้ว ทำงาน

217
00:29:42,148 --> 00:29:46,148
ครูปิ๊กอยากให้ลูก ๆ นะคะ ตอนนี้เรายังไม่มีค่าใช้จ่ายเยอะ

218
00:29:47,159 --> 00:29:51,159
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราจบออกไป แล้วเราก็ได้เลี้ยงดูตัวเองนี่

219
00:29:52,582 --> 00:29:54,656
มีเงินเดือนปุ๊บนะคะ ให้แบ่งเงินของเราออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน

220
00:29:54,656 --> 00:29:58,656
นะคะ วิธีการออมนะ

221
00:30:01,041 --> 00:30:03,197
เงิน 2 ส่วนนี้ แบ่งไปออม 25 เปอร์เซ็นต์ มีเงิน 100 บาท

222
00:30:03,197 --> 00:30:07,197
สมมตินะคะ มีเงิน 100 บาท

223
00:30:07,945 --> 00:30:08,949
25 บาท นักเรียนเก็บเอาไว้ ออมเอาไว้

224
00:30:08,949 --> 00:30:11,330
นะคะ

225
00:30:11,330 --> 00:30:12,407
ออมในลักษณะไหน

226
00:30:12,407 --> 00:30:16,407
อาจจะ

227
00:30:18,803 --> 00:30:22,803
เอาไปฝากธนาคารนะคะ เอาไปฝากธนาคาร หรือทำประกันชีวิต

228
00:30:24,476 --> 00:30:28,476
นะคะ หรือว่าเอาไปลงทุนซื้อทองก็ได้นะคะ

229
00:30:33,261 --> 00:30:37,261
แล้วอีก 75 บาท เอาไปไหน 75 บาท เราก็เอาไปใช้ในชีวิตประจำวันของเรานะคะ

230
00:30:40,332 --> 00:30:43,685
ไม่ว่าจะเป็นค่าบ้านถ้าสมมติเรายังออกผ่อนบ้านอยู่ เป็นบ้านเช่าหรือนี้นะคะ หรือว่าเรามีรถ

231
00:30:43,685 --> 00:30:47,685
เราก็เอาไปใช้จ่ายในการผ่อนรถนะคะ

232
00:30:50,344 --> 00:30:53,246
ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร หรือว่าของใช้ส่วนตัวของเรา ทุกอย่าง

233
00:30:53,246 --> 00:30:57,246
ภายใน 75 บาทนี้

234
00:31:00,615 --> 00:31:03,691
คิดเป็นเปอร์เซ็นต์นะคะ ถ้าเราได้เงินเดือน 1,000 บาท นั่นหมายถึง 250 ก็ถูกเก็บเอาไว้

235
00:31:03,691 --> 00:31:07,691
750 ถูกนำมาใช้

236
00:31:10,633 --> 00:31:14,060
โอเคไหม อันนี้คือการออม เราออมไปเพื่ออะไร แล้วเลขยกกำลังมีส่วนอย่างไรลูก

237
00:31:14,060 --> 00:31:18,043
มีส่วนในการเข้ามาสู่การออมอย่างไร

238
00:31:18,043 --> 00:31:19,757
อันนี้เป็นชีวิตประจำวันนะคะ ที่เราสามารถ

239
00:31:19,757 --> 00:31:23,757
นำมาใช้ได้

240
00:31:24,554 --> 00:31:28,554
นักเรียนเคยเอาเงินไปฝากธนาคารไหมคะ

241
00:31:29,042 --> 00:31:31,787
ธนาคารจริง ๆ นะคะ ธนาคารจริง ๆ กรุงไทย

242
00:31:31,787 --> 00:31:35,787
ไทยพาณิชย์นะคะ

243
00:31:37,458 --> 00:31:39,672
พวกนี้ เวลาไปฝากธนาคารเห็นไหมคะ เราฝากปุ๊บ

244
00:31:39,672 --> 00:31:41,392
ใน ป. 1

245
00:31:41,392 --> 00:31:45,392
ป. 2

246
00:31:47,380 --> 00:31:49,074
ป. 3 และถ้าเราเก็บออมไปเรื่อย ๆ พอเราจบ ป. 6 ในตัวอย่าง

247
00:31:49,074 --> 00:31:51,330
มีเงินเท่าไรคะ

248
00:31:51,330 --> 00:31:55,330
46,000 บาท

249
00:31:56,036 --> 00:31:57,863
นะคะ 45,000 บาทเลย อันนี้เราเก็บนะคะ

250
00:31:57,863 --> 00:32:01,863
เก็บวันละ 20 บาท

251
00:32:02,024 --> 00:32:06,024
แต่ต้องมีวินัย พอขาอยู่ป. 6

252
00:32:06,495 --> 00:32:09,835
ปุ๊บ ก็ไปฝากธนาคาร เขาได้เงิน 46,000 บาทนักเรียน

253
00:32:09,835 --> 00:32:10,528
ทำไมได้เยอะจังเลยนะคะ

254
00:32:10,528 --> 00:32:14,528
เ

255
00:32:15,224 --> 00:32:19,224
ราเก็บแค่ 20 บาทเอง ตอนนี้นักเรียนใช้ตังค์วันละเท่าไรคะ

256
00:32:24,052 --> 00:32:28,052
40 20 โอเค เพราะอะไร เพราะว่าโรงเรียนเลี้ยงเราใช่ไหม ข้าวนะคะ

257
00:32:28,728 --> 00:32:32,728
เช้า เที่ยง เย็น ถูกไหมลูก เราไม่จำเป็นจะต้องไปซื้อเลยข้าว

258
00:32:36,216 --> 00:32:36,987
เพราะว่าโรงเรียนเราก็เลี้ยงอยู่แล้ว คุณพ่อคุณแม่ให้สตางค์มาให้ใช้จ่ายวันละ 40 บาท สมมตินะคะ

259
00:32:36,987 --> 00:32:39,452
สมมติ

260
00:32:39,452 --> 00:32:40,521
พ่อแม่ให้สตางค์ค่าขนมมา

261
00:32:40,521 --> 00:32:44,521
ลูก ๆ ก็

262
00:32:48,817 --> 00:32:52,817
ถ้าถ้าหิวขนมปุ๊บก็แบ่งหน่อยซื้อขนม 20 บาทนะคะ อีก 20 บาท ลูกก็ไปหยอดกระปุกเอาไว้

263
00:32:54,163 --> 00:32:58,163
นะคะ หยอดกระปุกเอาไว้ แล้วก็เก็บเป็นเดือนไปฝากธนาคารนะคะ

264
00:32:59,196 --> 00:33:03,196
พอฝากปุ๊บ นักเรียนฝากประจำ นักเรียน

265
00:33:05,000 --> 00:33:08,458
เคยได้ยินไหม น่าจะยังไม่เคยได้ยินนะคะ เพราะมันเป็นสิ่งที่ไกลตัวลูกอยู่

266
00:33:08,458 --> 00:33:11,585
เมื่อไหร่ที่ลูกทำงาน แล้วก็เก็บเงินไปฝากนะคะ

267
00:33:11,585 --> 00:33:14,552
มันจะมีคำว่า "

268
00:33:14,552 --> 00:33:18,552
จำนวนเงินเมื่อทบต้น" นะคะ

269
00:33:19,530 --> 00:33:22,801
หมายถึง เอาไปฝากธนาคารแล้วไม่ถอน มันมีดอกเบี้ย ถูกไหม

270
00:33:22,801 --> 00:33:26,801
ดอกเบี้ยนี่ มันก็จะไปเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ

271
00:33:28,859 --> 00:33:30,951
วันนี้จะใช้เลขยกกำลังมาเป็นทำให้เราสามารถวางแผนนะคะ ว่า

272
00:33:30,951 --> 00:33:32,101
ฉันจบ

273
00:33:32,101 --> 00:33:36,101

274
00:33:37,159 --> 00:33:41,159
นะคะ อายุ 18 นะ ถ้านักเรียนไปทำงาน

275
00:33:42,493 --> 00:33:46,493
นะคะ สมมตินะ ไม่เรียนต่อนักเรียนไปทำงานค่าแรงขั้นต่ำเท่าไหร่

276
00:33:48,159 --> 00:33:52,159
แล้วนักเรียนก็จะใช้ แล้วเอาไปฝากธนาคาร ถ้านักเรียนอยากได้รถ

277
00:33:54,881 --> 00:33:58,232
ได้บ้าน นักเรียนก็วางแผนในการซื้อได้เลย แต่ต้องมาออมก่อนนะคะ

278
00:33:58,232 --> 00:34:00,599
ปีไหน นักเรียนสามารถคำนวณจากสูตรได้เลย

279
00:34:00,599 --> 00:34:04,599
อันนี้เป็นการวางแผนนะ

280
00:34:18,640 --> 00:34:20,007
ก่อนที่จะมาเริ่มเรียนสิ่งที่เป็นพื้นฐาน พื้นฐานของเลขยกกำลัง นักเรียนจะต้องรู้ก่อน ในเรื่องของการคูณ วันนี้ครูปิ๊กจะมาทบทวนนะคะ ทบทวนความรู้เดิมของนักเรียน

281
00:34:20,007 --> 00:34:24,007
ถามว่า

282
00:34:25,667 --> 00:34:29,437
การคูณจำนวนใด ๆ กับ 0 นะคะ อันนี้ง่ายมากเลย

283
00:34:29,437 --> 00:34:33,437
อะไรก็ตาม ตัวเลขที่อะไร ตัวเลข

284
00:34:36,236 --> 00:34:38,785
ทุกตัวเลขนะเอามาคูณกับ 0 อย่างเช่น 3 x 0

285
00:34:38,785 --> 00:34:42,785
3 x 0

286
00:34:44,103 --> 00:34:48,103
ถึงแม้ว่าเราจะสลับที่กันเปลี่ยนเป็น 0 x 3 นะคะ ความหมายม

287
00:34:49,619 --> 00:34:53,619
ความหมายมันเหมือนกัน ก็คือ 3 เท่าของ 0

288
00:34:54,530 --> 00:34:58,530
นะคะ 3 เท่าของ 0 หมายถึงเอา 0 มาบวกกัน 3 ครั้ง

289
00:34:59,739 --> 00:35:03,739
3 x 0 หมายถึงเอา 0 มาบวกกัน 3 ครั้ง

290
00:35:08,908 --> 00:35:10,551
การคูณกับการบวกจะเชื่อมโยงกัน การคูณบอกถึงบวกจำนวนเท่านะคะ

291
00:35:10,551 --> 00:35:13,191
เป็นเท่าตัว

292
00:35:13,191 --> 00:35:16,714
ความหมายมันจะต่างกันนะคะ

293
00:35:16,714 --> 00:35:19,882
ศูนย์บวกกัน 3 ครั้ง ได้เท่าไร คะ

294
00:35:19,882 --> 00:35:21,954
0 บวกกัน 3 ครั้ง ได้เท่าไ

295
00:35:21,954 --> 00:35:24,480
ร เท่าไร

296
00:35:24,480 --> 00:35:28,480
0 บวกกัน 3 ครั้ง

297
00:35:29,225 --> 00:35:33,225
0 บวกกัน 3 ครั้งได้ 0 นะคะ

298
00:35:34,150 --> 00:35:37,230
ถูกต้อง 0 บวกกันกี่ครั้งก็ตาม

299
00:35:37,230 --> 00:35:41,230
ก็เท่ากับ 0 เหมือนเดิม

300
00:35:41,448 --> 00:35:42,912
เพราะฉะนั้น 0 นะคะ เอามาคูณกับอะไรก็ตาม

301
00:35:42,912 --> 00:35:46,912
คู

302
00:35:51,208 --> 00:35:53,420
ณกับ 100 คูณกับ 100 0 x 100 ก็เท่ากับ 0 เท่าเดิม 0 คูณกับ 1,000 ก็เท่ากับ

303
00:35:53,420 --> 00:35:55,344
0 เท่าเดิมนะคะ

304
00:35:55,344 --> 00:35:59,344
โอเคไหม

305
00:36:00,356 --> 00:36:04,356
โอเคนะ จำได้ไหมคะ จำได้ไหม

306
00:36:08,539 --> 00:36:09,411
ให้จำเอาไว้เลย สำคัญมากนะคะ จำนวนใด ๆ ก็ตาม คูณกับ 0 เท่ากับ 0

307
00:36:09,411 --> 00:36:13,411
นะคะ

308
00:36:15,610 --> 00:36:19,610
ไม่มีคำตอบอื่นเลยนะคะ มีตัวเดียวเท่านั้น คำตอบ คือ 0 นะคะ

309
00:36:19,657 --> 00:36:23,657
ทีนี้ ข้อที่ 2 ของการคูณ

310
00:36:27,302 --> 00:36:30,567
การคูณจำนวนใด ๆ กับ 1 เมื่อกี้ 0 นะ ตอนนี้คุณกับ 1

311
00:36:30,567 --> 00:36:33,074
3 x1 ได้เท่าไร

312
00:36:33,074 --> 00:36:37,074
3 x 1 ได้เท่าไรคะ

313
00:36:39,873 --> 00:36:41,984
ได้ 3 เห็นไหมคะ แม้ว่าจะสลับที่กันก็ตาม 3 x 1

314
00:36:41,984 --> 00:36:43,588
จะเท่ากับ 1 คูณ 3

315
00:36:43,588 --> 00:36:47,588
สลับที่การคูณ

316
00:36:48,088 --> 00:36:52,088
สัญลักษณ์ ดูสัญลักษณ์นะคะ ความหมายเหมือนกัน

317
00:36:52,655 --> 00:36:56,655
3 x 1 ก็คือเอา 1 มาบวกกัน 3 ครั้ง ก็เท่ากับ 3

318
00:36:57,626 --> 00:36:58,692
แต่ถ้า 1 x 3 ก็คือมี 3 อยู่ตัวเดียว ก็คือ 3 เหมือนเดิม

319
00:36:58,692 --> 00:37:00,114
เพราะฉะนั้น

320
00:37:00,114 --> 00:37:04,114
จะสรุปได้ไหมคะ

321
00:37:05,129 --> 00:37:07,033
จำนวนใด ๆ ก็ตามนะคะ จำนวนใด ๆ ก็ตาม

322
00:37:07,033 --> 00:37:11,033
เมื่อคูณกับ 1

323
00:37:13,250 --> 00:37:15,414
คำตอบ ก็คือเท่ากับจำนวนนั้นเองนะคะ อย่างเช่น

324
00:37:15,414 --> 00:37:16,760
3 x 1

325
00:37:16,760 --> 00:37:19,730
เท่ากับ 3

326
00:37:19,730 --> 00:37:23,730
10 x 1 = 10

327
00:37:27,659 --> 00:37:29,763
100 x 1 ก็เท่ากับ 100

328
00:37:29,763 --> 00:37:33,763
เข้าใจนะคะ

329
00:37:33,863 --> 00:37:35,145
สงสัยไหม เข้าใจไหมคะ

330
00:37:35,145 --> 00:37:39,145
เข้าใจไหม

331
00:37:39,656 --> 00:37:43,656
เข้าใจนะ โอเค ผ่านนะคะ

332
00:37:48,136 --> 00:37:52,136
ทบทวนไป 2 อย่างแล้วนะคะ 1 ก็คือคูณกับ 0 2 ก็คือคูณกับ 1 นะคะ คำตอบจะต่างกันให้นักเรียน

333
00:37:59,055 --> 00:38:02,212
ตามคอนเซ็ปนี้เอาไว้นะคะ สำคัญเกี่ยวกับการคูณไม่ต้องไปหาคำตอบเลยง่ายมากอะไรก็ตามคุณกับหนึ่งก็จะเท่ากับตัวของเขาเอง

334
00:38:02,212 --> 00:38:06,212
แต่ถ้าอะไรก็ตามคูณกับ 0 เท่ากับ 0 ไปเลยนะคะ

335
00:38:12,540 --> 00:38:16,540
อันที่ 3 ที่นักเรียนจะพบบ่อยมากในสัญลักษณ์เวลาเจอเวลาอ่านหนังสือ หรือว่าเวลาทำแบบฝึกหัด

336
00:38:16,674 --> 00:38:20,674
การบวก การลบสัญลักษณ์มีอย่างเดียว

337
00:38:25,477 --> 00:38:26,531
แล้วรู้เลยถ้าบวก ก็ใส่สัญลักษณ์การบวก ถ้าลบก็ใส่สัญลักษณ์การลบ แต่การคูณนะคะ

338
00:38:26,531 --> 00:38:28,320
เครื่องหมายน

339
00:38:28,320 --> 00:38:32,320
ี่ ใช้ได้เยอะมากเลย

340
00:38:33,945 --> 00:38:36,620
แต่ความหมายเหมือนกัน อันแรกนะคะ ถ้าสมมติเราให้

341
00:38:36,620 --> 00:38:39,026
จำนวน = a กับ B นะคะ

342
00:38:39,026 --> 00:38:43,026
เวลาคูณสัญลักษณ์อันที่ 1

343
00:38:43,747 --> 00:38:45,159
ใช้สัญลักษณ์เลย a x b นะคะ สัญลักษณ์อันที่ 1

344
00:38:45,159 --> 00:38:47,470
a x

345
00:38:47,470 --> 00:38:49,470
b แต่ตัวที่ 2

346
00:38:49,470 --> 00:38:53,470
เขาใส่วงเล็บ

347
00:38:57,014 --> 00:39:01,014
เครื่องหมายคูณไม่มีนะคะ แต่ใช้วงเล็บแทน ความหมายคือการคูณเหมือนกัน

348
00:39:06,320 --> 00:39:09,718
ใส่วงเล็บทั้งสอง หรือใส่วงเล็บตัวใดตัวฟนึ่งนะคะ

349
00:39:09,718 --> 00:39:12,061
อาจจะใส่ b ก็ได้ วงเล็บไม่ต้องใส่

350
00:39:12,061 --> 00:39:14,503
หมายถึงการคูณเหมือนกัน

351
00:39:14,503 --> 00:39:16,059
หรือใส่วงเล็บ A

352
00:39:16,059 --> 00:39:18,343
b ไม่ใส่วงเล็บ

353
00:39:18,343 --> 00:39:22,117
หมายถึง การคูณเหมือนกัน

354
00:39:22,117 --> 00:39:26,117
เข้าใจนะคะ หรือตัวสุดท้าย

355
00:39:31,081 --> 00:39:33,397
ไม่ต้องใส่อะไรเลย ถ้าเห็นสัญลักษณ์แบบนี้ที่มันอยู่ชิดกัน a กับ b จับมาชิดกันนะคะ

356
00:39:33,397 --> 00:39:34,619
หมายถึงการคูณ

357
00:39:34,619 --> 00:39:37,371
เข้าใจนะ

358
00:39:37,371 --> 00:39:41,371
เข้าใจนะคะ โอเค

359
00:39:43,881 --> 00:39:46,473
มีอยู่ 3 เรื่องนะคะ ที่ครูปิ๊กฝากเอาไว้ 10 ก็คือการคูณกับ 0 นะ

360
00:39:46,473 --> 00:39:50,473
2. การคูณกับ 1

361
00:39:53,664 --> 00:39:56,399
3. ก็คือสัญลักษณ์เกี่ยวกับการคูณนะคะ ถ้านักเรียนเห็นสัญลักษณ์แบบนี้ ให้นักเรียนเข้าใจว่า

362
00:39:56,399 --> 00:40:00,399
มันหมายถึงการคูณนะคะ

363
00:40:01,259 --> 00:40:05,259
เรามาทบทวนกันหน่อย

364
00:40:05,650 --> 00:40:09,145
จำนวนการคูณนะคะ ข้อที่ 1

365
00:40:09,145 --> 00:40:13,145
ข้อที่ 1 เลยนะ 0 x 0 ได้เท่าไร

366
00:40:21,972 --> 00:40:25,972
บอกไปแล้วนะ กฎข้อที่ 1 เก่งมากนะคะ 0 x 0 = 0 ข้อที่ 2 ง่ายมากเลยนะคะ น้องประถมยังเรียนได้เลย

367
00:40:27,479 --> 00:40:31,394
ข้อ 2 นะคะ 2  1 x 1 ได้เท่าไหร่คะ

368
00:40:31,394 --> 00:40:35,394
เยี่ยมนะคะ ได้เท่ากับ 1 นะคะ

369
00:40:37,384 --> 00:40:41,384
1 นี่ คูณอะไรก็ตามจะเท่ากับตัวของมันเองนะ อันนี้มันคูณกับ 1 เพราะฉะนั้น ก็คื

370
00:40:41,921 --> 00:40:44,250
อเท่ากับ 1 นะคะ 2 x 2 ได้เท่าไหร่

371
00:40:44,250 --> 00:40:48,250
2 x 2

372
00:40:48,703 --> 00:40:52,703
ตอบถูกอยู่คนเดียว 2 x  2 เป็นเท่าไร

373
00:40:54,960 --> 00:40:56,034
2 x 2 ดูดี ๆ นะคะ 2 x 2 x 2 คือ 2 มาบวกกัน

374
00:40:56,034 --> 00:40:57,641
2 ครั้ง

375
00:40:57,641 --> 00:41:01,641
เพราะฉะนั้น ได้เท่าไร

376
00:41:05,327 --> 00:41:06,792
4 นะคะ ใครตอบถูกบ้างสินะคะ คำตอบถูกตอบได้นะคะ

377
00:41:06,792 --> 00:41:10,792
นะคะ

378
00:41:16,401 --> 00:41:17,893
นักเรียนจำ Concept ให้ได้นะ สัญลักษณ์การคูณ 2 x 2  ก็คือเอา 2 มาบวกกัน 2 ครั้งนะคะ

379
00:41:17,893 --> 00:41:21,097
ทีนี้ 3 ล่ะค่ะ

380
00:41:21,097 --> 00:41:22,367
3 x 3 ข้อ 4 ได้เท่าไร

381
00:41:22,367 --> 00:41:25,523

382
00:41:25,523 --> 00:41:29,523
ตอบถูกหมดแล้ว

383
00:41:34,532 --> 00:41:36,532
ได้ 9 นะคะ พี่หนิงไม่ใช่ 6 นะ มันไม่ใช่บวกถ้าบวกถูกนะคะ 3 + 3

384
00:41:36,532 --> 00:41:40,463
= 6 น่ะถูก

385
00:41:40,463 --> 00:41:42,149
แต่ถ้าเป็นการคูณ ก็คือ 3 x 2 ถูกไหม

386
00:41:42,149 --> 00:41:44,623
3 x 2

387
00:41:44,623 --> 00:41:45,547
3 มาบวกกัน 2 ครั้ง

388
00:41:45,547 --> 00:41:49,547
แต่อันนี้

389
00:41:54,508 --> 00:41:57,077
ครูปิ๊กให้สัญลักษณ์ 3 x 3 นั่นหมายถึง 3 x 3 x 3... 3 + 3 + 3 + 3 นะคะ

390
00:41:57,077 --> 00:42:01,077
โอเคไหม

391
00:42:03,721 --> 00:42:06,126
3 บวกกัน 3 ครั้ง ก็เท่ากับ 9 คือคำตอบนะคะ ทีนี้มาดู

392
00:42:06,126 --> 00:42:07,537
จำนวนเพิ่มการคูณ

393
00:42:07,537 --> 00:42:09,897
จำนวนเดิม

394
00:42:09,897 --> 00:42:11,106
แต่เพิ่มจำนวนเข้าไป

395
00:42:11,106 --> 00:42:15,106
นะคะ

396
00:42:15,122 --> 00:42:18,832
0 จากข้อที่ 1 มีอยู่ 2 ตัว

397
00:42:18,832 --> 00:42:20,739
ข้อที่ 5 คือ เพิ่ม 0 มาอีก 1 ตัว

398
00:42:20,739 --> 00:42:24,739
คำตอบคืออะไร

399
00:42:29,572 --> 00:42:33,572
คำตอบ ก็คือ 0 ถูกต้องเก่งมาก ไม่ว่าจะเพิ่มมากี่ตัวก็ตาม คูณกันก็เท่ากับ 0 เหมือนเดิมนะคะ

400
00:42:34,504 --> 00:42:38,504
ข้อที่ 6 ข้อที่ 6 นะคะ

401
00:42:45,640 --> 00:42:49,640
ข้อ 2 เรามี 1 คูณกันอยู่ 2 ตัว ใช่ไหม ทีนี้เราเพิ่มมาเพิ่ม 1 มาอีก 1 ตัวนะคะ 1 * 1 * 1 คำตอบคือ

402
00:42:50,154 --> 00:42:52,876
เก่งมากนะคะ ตอบได้ดีมากเลยหนิง

403
00:42:52,876 --> 00:42:56,692
ถูกนะคะ

404
00:42:56,692 --> 00:43:00,059
เพิ่มมา 1 ตัว ก็คือ 1 เหมือนเดิม ทีนี้ข้อ 7

405
00:43:00,059 --> 00:43:01,333
2 x 2 x 2

406
00:43:01,333 --> 00:43:05,333
เป็นเท่าไร

407
00:43:08,717 --> 00:43:12,717
มีคนตอบถูก 8 นะคะ 8 ถูกต้องนะคะ

408
00:43:16,222 --> 00:43:20,222
ไม่ใช่ 2 + 2 + นะลูก 2 x 2 ความหมายจะต่างกันนะคะ สัญลักษณ์การคูณ

409
00:43:20,369 --> 00:43:21,690
2 x 2 ได้ 4  4

410
00:43:21,690 --> 00:43:24,492

411
00:43:24,492 --> 00:43:28,492
มาคูณ 2 ก็เท่ากับ 8 นะคะ

412
00:43:30,668 --> 00:43:34,435
อันนี้คือคำตอบ ข้อสุดท้ายแล้ว ทบทวนในเรื่องของการคูณนะคะ

413
00:43:34,435 --> 00:43:37,431
ข้อ 8  3 x 3 x 3

414
00:43:37,431 --> 00:43:39,907
ได้เท่าไร

415
00:43:39,907 --> 00:43:43,907

416
00:43:44,072 --> 00:43:48,072
18  27

417
00:43:49,064 --> 00:43:50,536
ดูดี ๆ ดูดี ๆ  มีคนตอบอันนี้เท่าไร

418
00:43:50,536 --> 00:43:54,536
18

419
00:43:55,932 --> 00:43:56,561
อันนี้ 18 ลอกเขาแน่เลย อันนี้ 18 ผู้ชาย 18 ทั้งแถบเลย

420
00:43:56,561 --> 00:44:00,561
เท่าไรลูก

421
00:44:04,805 --> 00:44:06,681
9 โอเค ยัง  Concept ยังไม่ได้ พี่แน็ก 27

422
00:44:06,681 --> 00:44:10,304
18

423
00:44:10,304 --> 00:44:14,304
ลูกปลาเท่าไรลูก ลูกบาศก์เท่าไหร่

424
00:44:16,847 --> 00:44:20,847
14 คำตอบหลักหลายมากเลยสงสัยตัวเลขมันจะยากมากเลยนะได้ 3 x 3

425
00:44:22,267 --> 00:44:26,267
3 นะคะ ดูนะคะ 3 x 3 เท่ากับเท่าไร

426
00:44:29,303 --> 00:44:31,795
คะ 3 x 3 ได้ 9 โอเค 3 x 3 ได้ 9

427
00:44:31,795 --> 00:44:35,795
หลังจากนั้นเอา 9 มาบวก

428
00:44:37,620 --> 00:44:41,401
เอามาคูณ 3 นะคะ 9 9 9 เอามารวมกันเป็นเท่าไร

429
00:44:41,401 --> 00:44:45,401
20 เท่าไรคะ

430
00:44:50,089 --> 00:44:54,089
นับดี ๆ นะ ไม่ใช่ 28 นะคะ

431
00:44:55,338 --> 00:44:59,338
คำตอบที่ถูก ทุกคนปรบมือนะคะ ให้

432
00:45:04,132 --> 00:45:05,685
รัชชานนท์ตอบถูกอยู่คนเดียวนะลูก นะ โอเคเก่งมาก เพื่อน ๆ นะคะ ดูดี ๆ ก่อนที่จะตอบคุณครูนะคะ

433
00:45:05,685 --> 00:45:09,685
คำตอบคือ 27

434
00:45:15,439 --> 00:45:19,439
ถูกแล้วนะคะ 27 ถูกแล้ว เดี๋ยวอันนี้ครูปิ๊กจะทำเป็นแบบฝึกหัด แล้วให้นักเรียนลองไปทบทวนความรู้เดิมนะคะ ของนักเรียน

435
00:45:21,495 --> 00:45:25,495
ฝึกเยอะ ๆ แล้วนักเรียนก็จะเกิดความเข้าใจนะคะ คณิตศาสตร์เราต้องฝึกนะคะ

436
00:45:27,019 --> 00:45:30,796
ทีนี้มาเริ่มเรียนในเรื่องของเลขยกกำลังกันดีกว่านะคะ

437
00:45:30,796 --> 00:45:34,796
ความหมายของเลขยกกำลัง

438
00:45:38,332 --> 00:45:41,066
มันหมายถึงอะไรเลขยกกำลังที่เราพูดกันบ่อย ๆ ดูสัญลักษณ์นะคะ สัญลักษณ์

439
00:45:41,066 --> 00:45:43,615
ของเลขยกกำลัง ก็คือ

440
00:45:43,615 --> 00:45:47,615
a ยกกำลัง n

441
00:45:54,386 --> 00:45:55,988
a ยกกำลัง n สัญลักษณ์ของเขาจะใช้ a เล็กนะคะ ตัว a เล็ก เสร็จแล้วอยู่เยื้องขวาข้างบนนะคะ

442
00:45:55,988 --> 00:45:59,127
ใช้สัญลักษณ์ N

443
00:45:59,127 --> 00:46:00,936
นักเรียนเป็นนักเรียนจะเขียนนะคะ

444
00:46:00,936 --> 00:46:04,936
มันจะเยื้องไปขวา

445
00:46:09,375 --> 00:46:11,433
ห้ามนักเรียนเขียนตรงตัวของ a นะคะ ไม่ใช่ยกกำลัง n และ n มาอยู่บนหัวของ a ยังไม่เอานะคะ ฃหรือว่า

446
00:46:11,433 --> 00:46:15,433
เไปทางซ้ายไม่เอา

447
00:46:17,380 --> 00:46:18,065
ให้อยู่ถูกตำแหน่ง ก็คือเลยืไปขวามือของ A แต่อยู่ข้างบน A

448
00:46:18,065 --> 00:46:22,065
นะคะ

449
00:46:22,111 --> 00:46:26,111
อันนี้จำเอาไว้นะคะ มันหมายถึงอะไร

450
00:46:27,115 --> 00:46:31,115
เมื่อ a เป็นจำนวนจริงนะคะ จำนวนจริงใด ๆ

451
00:46:32,581 --> 00:46:36,581
แล้ว n เป็นจำนวนเต็มบวกนะคะ จำนวนเต็มบวกหมายถึงอะไร

452
00:46:36,946 --> 00:46:40,255
n ก็คือ 1 2 3 4 5

453
00:46:40,255 --> 00:46:43,123
ไปเรื่อย ๆ อันนี้คือจำนวนเต็มบวกนะคะ

454
00:46:43,123 --> 00:46:44,861
เลขยกกำลัง

455
00:46:44,861 --> 00:46:47,482
จะมี a

456
00:46:47,482 --> 00:46:51,205
เป็นฐานนะคะ ชื่อ

457
00:46:51,205 --> 00:46:55,205
ชื่อของ a น ี่เขาเรียกว่าฐาน

458
00:46:56,451 --> 00:46:58,560
ฐานนะคะ ก็คือฐานแล้ว n

459
00:46:58,560 --> 00:46:59,573
เป็นเลขชี้กำลัง

460
00:46:59,573 --> 00:47:03,573
นะคะ

461
00:47:04,054 --> 00:47:08,054
n เป็นเลขชี้กำลัง เป็นตัวบ่งบอกว่า

462
00:47:09,088 --> 00:47:13,088
มี a กี่ตัวนะ ที่เอามาคูณกันนะคะ

463
00:47:15,197 --> 00:47:17,708
เวลาอ่านนะคะ เวลาอ่านสัญลักษณ์ เขาอ่านว่า a ยกกำลัง

464
00:47:17,708 --> 00:47:21,708
n เวลาอ่านนะคะ

465
00:47:24,716 --> 00:47:28,716
ถ้าหูดี ถ้าหูดีเวลาเขาพูดก็จะเห็นสัญลักษณ์และบอกว่า a ยกกำลัง n

466
00:47:29,831 --> 00:47:33,831
แต่สำหรับเราเราใช้ Sign นะคะ เราใช้สัญลักษณ์แทนไปเลยนะคะ

467
00:47:36,355 --> 00:47:40,355
แต่ว่าขอให้นักเรียนรู้ว่าตัว a ที่อยู่ข้างล่างนี ่เป็นฐาน

468
00:47:42,393 --> 00:47:44,429
ที่อยู่ข้างบนเป็นเลขชี้กำลังนะคะ จำคำนี้ให้ได้นะคะ

469
00:47:44,429 --> 00:47:45,768
เลขยกกำลัง

470
00:47:45,768 --> 00:47:49,768
ฐาน

471
00:47:52,386 --> 00:47:53,323
เลขชี้กำลังนะคะ คำ 3 คำนี้ นักเรียนจะต้องไปจำ แล้วก็ไปเขียนไปสะกด

472
00:47:53,323 --> 00:47:54,166
ให้ขึ้นใจ

473
00:47:54,166 --> 00:47:58,166
นะคะ

474
00:47:58,724 --> 00:48:01,717
ทีนี้มาดูกัน

475
00:48:01,717 --> 00:48:05,717
ตัวอย่าง

476
00:48:09,718 --> 00:48:13,449
เห็นไหมคะ ตัวอย่างในใบงาน 3 ยกกำลัง 5

477
00:48:13,449 --> 00:48:16,551
เห็นไหม เวลาเขียน เวลาอ่านนะคะ

478
00:48:16,551 --> 00:48:19,656
เลข 3 มาก่อน เพราะมันอยู่ข้างหน้า

479
00:48:19,656 --> 00:48:23,656
แล้วเขียนคำว่า "ยกกำลัง"

480
00:48:25,375 --> 00:48:28,090
เลข 5 อยู่ข้างหลัง เอาเลข 5 ลงมาต่อเลยนะคะ

481
00:48:28,090 --> 00:48:30,569
จากตัวนี้อันไหนเป็นฐาน

482
00:48:30,569 --> 00:48:32,167
สัญลักษณ์อันไหนเป็นฐานคะ

483
00:48:32,167 --> 00:48:34,153
อันไหนคือ

484
00:48:34,153 --> 00:48:36,830
a เลข 3 หรือเลข 5

485
00:48:36,830 --> 00:48:40,830
เลข 3 หรือเลข 5

486
00:48:46,342 --> 00:48:50,342
3 เห็นไหมคะ a a อยู่ตรงนี้ a เป็นฐาน

487
00:48:59,184 --> 00:49:03,184
ใช่

488
00:49:04,262 --> 00:49:08,262
ๆ เราเปลี่ยนจำนวนนะคะ เลขตัวสัญลักษณ์ a นี่

489
00:49:08,572 --> 00:49:10,328
เป็นจำนวนใด ๆ ก็ได้ เป็นจำนวนใด ๆ ก็ได้

490
00:49:10,328 --> 00:49:12,448
เปลี่ยนได้เลย

491
00:49:12,448 --> 00:49:16,448
อันนี้เปลี่ยนเป็น 3

492
00:49:17,134 --> 00:49:20,566
ข้อนี้เปลี่ยนเป็นเลข 2 ข้อนี้เปลี่ยนเป็น -4

493
00:49:20,566 --> 00:49:21,399
a เปลี่ยนเป็นเลขจำนวนใด ๆ ก็ได้

494
00:49:21,399 --> 00:49:23,844
นะคะ

495
00:49:23,844 --> 00:49:27,157
เปลี่ยนได้เลย ตาม

496
00:49:27,157 --> 00:49:28,079
... ตามโจทย์ หรือว่าตามสิ่งที่เขาให้มา

497
00:49:28,079 --> 00:49:31,421
แต่ว่า

498
00:49:31,421 --> 00:49:35,421
n ล่ะคะ

499
00:49:36,337 --> 00:49:39,976
a เป็นฐาน n ก็เปลี่ยนได้

500
00:49:39,976 --> 00:49:42,883
n เปลี่ยนจำนวนได้ตามสบายเลย แต่

501
00:49:42,883 --> 00:49:45,880
มีข้อยกเว้น ที่ครูปิ๊กบอกว่า

502
00:49:45,880 --> 00:49:49,226
n จะต้องเท่ากับจำนวนเต็มบวก

503
00:49:49,226 --> 00:49:53,226
เตนะคะ เท่านั้น

504
00:49:54,713 --> 00:49:57,412
ต้องเป็นหนึ่งเป็น2 เป็นสามเป็นสี่ขึ้นไปเรื่อย ๆ

505
00:49:57,412 --> 00:50:01,412
แต่เขาไม่นิยมเขียน

506
00:50:03,646 --> 00:50:06,521
ถ้าเป็นยกกำลัง 1 นะคะ เขาจะไม่เขียน ให้เข้าใจ ก็คือแค่

507
00:50:06,521 --> 00:50:10,521
3 เลข 3 ตัวเดียว

508
00:50:17,479 --> 00:50:20,891
หมายถึง 3 ยกกำลัง 1 นะคะ ถ้าเป็นนี่ ก็จะไม่เขียนเลขยกเลขชี้กำลังลงไป แต่ถ้าเริ่มจาก 2 นะ เขาถึงจะเขียน

509
00:50:20,891 --> 00:50:23,992
2 ยกกำลัง 2 ยกกำลัง  3 ยกกำลัง 4 ไปเรื่อย ๆ

510
00:50:23,992 --> 00:50:25,668
อย่างตัวนี้นะคะ 3

511
00:50:25,668 --> 00:50:27,780
ยกกำลัง 5

512
00:50:27,780 --> 00:50:29,144
ตัวฐานคือตัว n

513
00:50:29,144 --> 00:50:31,834

514
00:50:31,834 --> 00:50:34,061
คำตอบของข้อนี้ก็คืออะไรคะ

515
00:50:34,061 --> 00:50:37,750
เลขอะไรเลข 3 หรือเลข 5

516
00:50:37,750 --> 00:50:38,675
เลข 3 หรือเลข 5 เป็นฐานนะ

517
00:50:38,675 --> 00:50:40,151
ฐาน

518
00:50:40,151 --> 00:50:42,451
ฐาน

519
00:50:42,451 --> 00:50:46,451
อันไหนคือ

520
00:50:50,237 --> 00:50:51,550
เท่าไน ฐาน คือ 3 ตอนนี้ครูปิ๊กถาม คือ A คือ ฐานตัวไหนเป็นฐาน

521
00:50:51,550 --> 00:50:54,203
ตัวไหนเป็นฐ

522
00:50:54,203 --> 00:50:55,606
าน A

523
00:50:55,606 --> 00:50:59,606
ตัวไหนเป็น A

524
00:51:00,395 --> 00:51:04,395
เลข 3 นะคะ คือ 3 3

525
00:51:07,423 --> 00:51:11,423
เก็บไว้ก่อนเลข 5 เก็บไว้ก่อนเพราะว่าครูปิ๊กจะไม่ถามนะคะ ตอนนี้ คือ ให้ไปจับว่า

526
00:51:13,554 --> 00:51:17,554
ฐานคืออะไรนะคะ จาก 3 ยกกำลัง  5  ฐานของเขาก็คือเลข 3 เพราะฉะนั้น

527
00:51:19,226 --> 00:51:19,987
คำตอบที่เราจะเอาลงมาใส่ช่องตัวนี้ก็คือเลข 3

528
00:51:19,987 --> 00:51:23,987
นะคะ

529
00:51:26,370 --> 00:51:30,060
เลขชี้กำลังมาถึงช่องนี้เลขชี้กำลังอยู่บนขวาใช่ไหมคะ

530
00:51:30,060 --> 00:51:31,714
อยู่บนด้านขวามือ เพราะฉะนั้น ตัวนี้คือเลขอะไรคะ

531
00:51:31,714 --> 00:51:33,899
เลข 5

532
00:51:33,899 --> 00:51:35,947
โอเค เข้าใจไหมคะ

533
00:51:35,947 --> 00:51:39,159
เข้าใจแล้วนะ

534
00:51:39,159 --> 00:51:41,632
อันนี้เลขฐาน คือ 3

535
00:51:41,632 --> 00:51:45,457
ชี้กำลัง คือ 5 นะคะ

536
00:51:45,457 --> 00:51:49,457
ทีนี้ดูข้อที่ 2 ตัวอย่างข้อที่ 2

537
00:51:52,030 --> 00:51:53,629
เวลาเราเขียน เราจะเขียนเป็นอย่างไร เดี๋ยวให้ออกมาเขียนทีละคนนะคะ

538
00:51:53,629 --> 00:51:57,629
หน้ากระดานเลยนะลูก

539
00:52:00,547 --> 00:52:04,547
ใครก่อน ใครก่อน

540
00:52:04,686 --> 00:52:08,686
ครูปิ๊กจะเลือกหรือว่านักเรียนจะสมัครใจ ใครก่อน

541
00:52:28,310 --> 00:52:32,203
ใครจะเอามา พี่ปลื้มเอามาก่อน เพราะว่าอยู่ใกล้นะคะ

542
00:52:32,203 --> 00:52:33,660
2 ยกกำลัง 6 นะคะ อ่านว่าอย่างไร

543
00:52:33,660 --> 00:52:37,660
เขียนให้ถูกนะคะ

544
00:52:38,173 --> 00:52:42,173
เพื่อน ๆ ช่วยครูปิ๊กดูด้วยนะคะ ว่าปลื้มทำถูกหรือเปล่า

545
00:52:57,513 --> 00:53:01,513
ถูกไหมคะ

546
00:53:16,119 --> 00:53:20,119
ถูกไหมคะ เพื่อน ๆ ปลื้มถูกไหม เก่งมากนะคะ ปลื้มทำถูกนะคะ ปลื้มเขียนว่าอะไร 2 ยกกำลัง 6 เลขฐานคือเลข 2 เลขชี้กำลังคือเลข 6 นะคะ เก่งมากให้พี่ปลื้มเลือกว่าจะให้ใครออกมาต่อ

547
00:53:24,878 --> 00:53:26,902
ปลื้มเลือกเลย จะให้ใครคะลูก

548
00:53:26,902 --> 00:53:30,902
เลือกเลย

549
00:53:32,884 --> 00:53:36,884
คุณลูกปลานะคะ เชิญค่ะ

550
00:53:37,618 --> 00:53:41,618
เป็นผู้โชคดีนะคะ เพื่อนเลือดออกมา โอเค ลูกปลามาเขียน

551
00:53:55,347 --> 00:53:56,896
ง่ายไหมคะ ง่ายไหม

552
00:53:56,896 --> 00:54:00,146
ง่ายไหม

553
00:54:00,146 --> 00:54:04,146
ง่ายไหมลูก ง่ายนะคะ

554
00:55:17,304 --> 00:55:19,775
4 หรือ -4 ลูก เลขฐานดูดี ๆ นะ ช่วยเพื่อนนะคะ

555
00:55:19,775 --> 00:55:21,541
เพื่อนเขียนเลข 4 ถูกไหม

556
00:55:21,541 --> 00:55:25,168
โจทย์เขาให้มาเป็นลบ

557
00:55:25,168 --> 00:55:29,168
เพราะฉะนั้น นักเรียนสังเกตดี ๆ นะคะ

558
00:55:30,542 --> 00:55:34,242
นักเรียนจะต้องนำลบน่ะ ข้างหน้ามาใส่ด้วย ในเลขฐานนะคะ

559
00:55:34,242 --> 00:55:38,242
ห้ามลืมนะคะ ห้ามลืม

560
00:55:38,416 --> 00:55:41,805
เอามาให้หมดนะคะ เอามาให้หมด

561
00:55:41,805 --> 00:55:45,238
ที่อยู่ในวงเล็บเป็น -4 เพราะฉะนั้น

562
00:55:45,238 --> 00:55:48,816
ฐานมันก็คือ -4 ไม่ใช่เลข 4 นะคะ

563
00:55:48,816 --> 00:55:52,347
ไม่ได้ห้ามลืม ห้ามลืมนะคะ

564
00:55:52,347 --> 00:55:56,347
เลขยกกำลังเท่าไร ลูกเลขชี้กำลังเท่าไหร่คะ

565
00:56:07,276 --> 00:56:11,276

566
00:56:13,679 --> 00:56:17,679
เข้าใจแล้ว ลูกปลาเข้าใจแล้ว แต่หน้ายังงง ๆ อยู่นะคะ

567
00:56:17,952 --> 00:56:21,928
เดี๋ยวให้เพื่อน ๆ อธิบายให้ลูกปลาเข้าใจนะคะ ตอนที่ทำแบบฝ

568
00:56:21,928 --> 00:56:23,637
ึกคนเดียวนี่ ลูกปลาอาจจะยังงงอยู่เน

569
00:56:23,637 --> 00:56:26,266
ะ ข้อต่อไปใครคะ

570
00:56:26,266 --> 00:56:28,178
ให้เลือกนะคะ

571
00:56:28,178 --> 00:56:32,178
ให้น้องลูกปลาเป็นคนเลือก

572
00:56:37,450 --> 00:56:40,168
มาค่ะ คุณรัชชานนท์นะคะ เห็นไหมคะ

573
00:56:40,168 --> 00:56:44,168
a a ฐานเปลี่ยนแล้วนะลูก

574
00:56:45,154 --> 00:56:46,904
a ตอนนี้เป็นเศษส่วนนะ เป็นเศษส่วน  a เป็นอะไรก็ได้นะ

575
00:56:46,904 --> 00:56:48,961
จำนวนเต็มก็ได้ เป็น

576
00:56:48,961 --> 00:56:52,961
จำนวนเต็มลบก็ได้นะคะ

577
00:56:54,316 --> 00:56:57,272
หรือว่าเป็นเศษส่วน เป็นจุดทศนิยมอะไรต่าง ๆ เยอะแยะได้หมดเลย

578
00:56:57,272 --> 00:57:01,272
แต่ว่าเลขชี้กำลังข้างบน n นี่

579
00:57:01,658 --> 00:57:05,658
ห้ามนะคะ จะต้องเป็นจำนวนเต็มบวกเท่านั้น

580
00:57:11,203 --> 00:57:15,203
โห เข้ามาเร็ว ไปเร็วนะคะ เก่งมากนะคะ

581
00:57:16,477 --> 00:57:19,704
ใคร ๆ ๆ เชิญค่ะ เชิญ

582
00:57:19,704 --> 00:57:20,707
เพื่อนเลือกมาแล้วเพราะฉะนั้น ลูก ๆ จะต้อง

583
00:57:20,707 --> 00:57:24,707
ออกมานะคะ

584
00:57:25,790 --> 00:57:28,320
อันนี้เป็นจุดทศนิยม

585
00:57:28,320 --> 00:57:30,461
ครูปิ๊กบอกไปแล้วนะ

586
00:57:30,461 --> 00:57:34,461
ครูปิ๊กอธิบายไปแล้วว่า

587
00:57:35,412 --> 00:57:39,375
ถ้ามันไม่มีเลขชี้กำลังอยู่ข้างบน หมายถึงเลขชี้กำลังเป็นเท่าไ

588
00:57:39,375 --> 00:57:42,593
ร ที่ครูปิ๊กบอก

589
00:57:42,593 --> 00:57:43,522
ดู พี่ล่ามาด้วยนะลูก

590
00:57:43,522 --> 00:57:47,522
ดูด้วย

591
00:57:47,682 --> 00:57:49,875
ครูถามว่า 0.5

592
00:57:49,875 --> 00:57:51,711
ข้างบนมันมีเลขชี้กำลังไหม

593
00:57:51,711 --> 00:57:55,220
เราได้เขียนจำนวนอะไรไหม

594
00:57:55,220 --> 00:57:57,426
มันว่างอยู่ใช่ไหม มันว่าง มันไม่มีเลย

595
00:57:57,426 --> 00:58:00,320
เพราะฉะนั้น ความหมาย

596
00:58:00,320 --> 00:58:02,297
ของข้อนี้ เลขฐาน คือ

597
00:58:02,297 --> 00:58:05,633
0.5

598
00:58:05,633 --> 00:58:07,134
แต่เลขยกกำลังคือเลขอะไร

599
00:58:07,134 --> 00:58:09,342
ครูปิ๊กบอกแล้วนะ

600
00:58:09,342 --> 00:58:11,460
มันหมายถึงเลขอะไร

601
00:58:11,460 --> 00:58:13,885
ไม่ใช่

602
00:58:13,885 --> 00:58:16,263
ไม่ใช่

603
00:58:16,263 --> 00:58:19,993
จำเอาไว้

604
00:58:19,993 --> 00:58:21,191
เลขชี้กำลังนะคะ เลขชี้กำลัง

605
00:58:21,191 --> 00:58:24,085
จำนวน

606
00:58:24,085 --> 00:58:26,642
เต็มบวก คือ เริ่มจาก 1

607
00:58:26,642 --> 00:58:28,373
2 3 4

608
00:58:28,373 --> 00:58:29,579
ไปเรื่อย ๆ

609
00:58:29,579 --> 00:58:32,989
นะคะ

610
00:58:32,989 --> 00:58:34,191
แ

611
00:58:34,191 --> 00:58:35,540

612
00:58:35,540 --> 00:58:37,985
ต่ แต่ ถ้า

613
00:58:37,985 --> 00:58:40,880
ยกกำลัง 1 เมื่อไหร่ปุ๊บ

614
00:58:40,880 --> 00:58:44,880
เขาไม่ได้เขียนข้างบน

615
00:58:44,894 --> 00:58:48,300
เขาจะว่าง ๆ เอาไว้นะคะ นั่นหมายถึง

616
00:58:48,300 --> 00:58:52,300
0.5 ยกกำลังเท่าไร

617
00:58:53,509 --> 00:58:55,825
ยกกำลัง 1 นั่นเองนะคะ ตัวนี้ เลขชี้กำลังเขา คือ เลข 1

618
00:58:55,825 --> 00:58:57,687
แต่ว่าเขาจะไม่เขียนกันนะ

619
00:58:57,687 --> 00:59:01,410
ไปเขาจะไม่เขียน

620
00:59:01,410 --> 00:59:03,212
พอมองปุ๊บ ก็จะเข้าใจเลยว่าอันนี้คือยกกำลีง1

621
00:59:03,212 --> 00:59:04,243
ก็คือ 0.5

622
00:59:04,243 --> 00:59:08,243

623
00:59:10,415 --> 00:59:14,415
คูณ... มันมีอยู่ตัวเดียวนะคะ ยกกำลัง 1 ก็คือไม่เขียนไม่ได้ เขียนเลขชี้กำลัง

624
00:59:42,925 --> 00:59:46,925
เพื่อนถูกไหมคะ เพื่อนเขียนถูกไหม ถูกนะคะ

625
00:59:47,190 --> 00:59:51,190
ฝาก... ฝากไว้นะ ฝากเอาไว้

626
00:59:52,105 --> 00:59:53,442
นักเรียนจะต้องทำความเข้าใจกับเขานะ ต่อไปใครที่ยังไม่ได้ทำ

627
00:59:53,442 --> 00:59:54,620
2 คนใช่ไหมคะ

628
00:59:54,620 --> 00:59:57,369
เลือกใครลูก

629
00:59:57,369 --> 01:00:01,369
3 เหลืออยู่ 3 คน เลือกใคร

630
01:00:01,474 --> 01:00:05,012
เร็ว ๆ เร็ว ๆ เดี๋ยวเวลาหมด

631
01:00:05,012 --> 01:00:09,012
เลือก ๆ ๆ เลือกใครล

632
01:00:15,060 --> 01:00:17,073
ูก เลือกใคร เชิญค่ะคุณหนิง เชิญค่ะ คนเก่ง อันนี้ยากไหม เพราะเป็นเศษส่วน แล้วก็ติดลบด้วยนะคะ

633
01:00:17,073 --> 01:00:18,063

634
01:00:18,063 --> 01:00:19,769
-4

635
01:00:19,769 --> 01:00:22,662
ส่วน 3

636
01:00:22,662 --> 01:00:26,662
ยกกำลัง 6

637
01:00:29,745 --> 01:00:32,901
ง่ายนะคะ ถ้าเราเข้าใจ Concept นะคะ มีแค่เป็นตัว a กับตัว n

638
01:00:32,901 --> 01:00:34,633
a ก็อยู่ข้างล่าง เอ็งก็อยู่ข้างบน

639
01:00:34,633 --> 01:00:38,633
แค่นั้นเองนะคะ

640
01:00:41,430 --> 01:00:45,430
เขียนให้ครบนะคะ ลบก็เอามาให้ครบ

641
01:01:47,321 --> 01:01:49,561
ถูกไหม เพื่อนทำถูกไหม ถูกนะคะ

642
01:01:49,561 --> 01:01:52,403
นักเรียน ง่ายมากเลย ถ้านักเรียนจับ

643
01:01:52,403 --> 01:01:55,421
... จับประเด็นได้ถูกนะคะ

644
01:01:55,421 --> 01:01:59,421
ข้อสุดท้ายแล้ว เลข...

645
01:02:01,262 --> 01:02:03,870
เลข 0 นะ 0 ยกกำลัง 3 นะคะ  0 ยกกำลัง 8

646
01:02:03,870 --> 01:02:06,446
เลขฐาน

647
01:02:06,446 --> 01:02:09,473
ให้ใคร ให้พี่เต

648
01:02:09,473 --> 01:02:12,034
ให้พี่เตนะคะ

649
01:02:12,034 --> 01:02:16,034
พี่บอกไม่ต้องเสียใจนะคะ

650
01:03:44,829 --> 01:03:48,829
ถูกต้องนะคะ 0 ยกกำลัง 8 นะคะ ปรบมือให้เพื่อนด้วยนะคะ

651
01:03:50,071 --> 01:03:54,071
นักเรียนจับประเด็นได้ไหมคะ

652
01:03:56,180 --> 01:03:57,253
อันนี้ง่ายมากเลย เลขฐาน ก็คือใช้สัญลักษณ์ a อยู่ข้างล่าง

653
01:03:57,253 --> 01:04:01,253
เลข

654
01:04:04,846 --> 01:04:06,933
ชี้กำลังอยู่ข้างบน สัญลักษณ์คือ n นะคะ เวลาเขียน เวลาอ่าน

655
01:04:06,933 --> 01:04:10,933
คำนะคะ

656
01:04:15,275 --> 01:04:17,451
เรียงตามนี้เลย ง่ายมาก ไม่ว่าเราจะเปลี่ยนข้างหน้า ข้างล่างนะคะ ตัว n เป็นจำนวนใด ๆ ก็ตาม

657
01:04:17,451 --> 01:04:21,451
ก็สามารถยกตัวนั้นมาได้เลย

658
01:04:24,711 --> 01:04:28,711
แต่ข้างหลัง n หมายถึงจำนวนเต็มบวก 1 2 3 4 5 ไปเรื่อย ๆ

659
01:04:30,522 --> 01:04:31,653
จะไม่มีติดลบ ไม่มี 1 ส่วน 3 อะไรต่าง ๆ นะ ให้... ให้เป็นจำนวนเต็ม

660
01:04:31,653 --> 01:04:34,748
นะคะ

661
01:04:34,748 --> 01:04:38,748
เข้าใจไหมคะ โอเคไหม

662
01:04:39,965 --> 01:04:43,733
โอเค มีใครสงสัย ถามไหมลูก ถามไหมคะ

663
01:04:43,733 --> 01:04:46,052
ไม่มี ทีนี่มาดู

664
01:04:46,052 --> 01:04:47,943
ครูปิ๊กจะให้ทำ

665
01:04:47,943 --> 01:04:51,943
แบบฝึกนะคะ

666
01:04:55,742 --> 01:04:59,742
ทีนี้ครูปิ๊กเพิ่มขึ้นมา ใบงานนี้ให้นักเรียนทำเองนะคะ มีทั้งหมดอยู่ 10 ข้อด้วยกัน

667
01:05:01,625 --> 01:05:05,625
10 ข้อด้วยกันนะคะ ให้นักเรียนคิดเองเลย เลขยกกำลัง

668
01:05:05,795 --> 01:05:06,836
ให้คิดเป็นของตัวเองนะคะ เอาตัวเลขไหนมาก็ได้

669
01:05:06,836 --> 01:05:10,836
แต่มี

670
01:05:11,504 --> 01:05:12,714
กดอยู่ที่ครูปิ๊กบอกนะคะ ว่าเลขชี้กำลังข้างบนตัว n นี่

671
01:05:12,714 --> 01:05:14,946
ไม่เป็น

672
01:05:14,946 --> 01:05:18,018
เลขอื่นนะ ต้องเป็นเลข

673
01:05:18,018 --> 01:05:22,018
ตั้งแต่เต็มบวก 1

674
01:05:24,004 --> 01:05:25,537
ไปเรื่อย ๆ นะคะ 1 2 3 4 5 ขึ้นไปเรื่อย ๆ ให้นักเรียนเขียนนะคะ

675
01:05:25,537 --> 01:05:29,537
เลขยกกำลัง

676
01:05:30,112 --> 01:05:34,112
แล้วก็เขียนอ่านว่าอะไรนะคะ ดังตัวอย่างเลย อย่างเช่น

677
01:05:34,150 --> 01:05:38,150
ตัวอย่างในนี้ 2 ยกกำลัง 3

678
01:05:38,593 --> 01:05:39,440
เขาก็จะเขียนเลข 2 นะคะ แล้วก็คำว่า "ยกกำลัง

679
01:05:39,440 --> 01:05:43,440
3

680
01:05:44,714 --> 01:05:48,714
" เลขฐาน ฐาน ก็คือ a ก็คือเลข 2 นะคะ

681
01:05:49,825 --> 01:05:53,825
เลขชี้กำลัง n ก็คือ 3 แล้ว

682
01:05:55,402 --> 01:05:56,409
แทนจำนวนอะไร แทนจำนวนอะไร ให้เอาเลขฐานนะคะ

683
01:05:56,409 --> 01:05:59,386
2

684
01:05:59,386 --> 01:06:03,386
ดูนะ ฐานก็คือเลข 2

685
01:06:03,777 --> 01:06:07,777
2 คูณกันกี่ครั้ง 3 ครั้ง ตามเลขชี้กำลัง

686
01:06:09,080 --> 01:06:10,319
นักเรียนก็เอา 2 x 2 x 2  ได้อยู่ 3 ครั้งนะคะ

687
01:06:10,319 --> 01:06:11,917
อันนี้คือจบ

688
01:06:11,917 --> 01:06:15,917
ข้อนี้

689
01:06:18,702 --> 01:06:21,657
ข้อที่ 1 นักเรียนตามสบายเลย จะไม่เหมือนกันนะลูก บางคนอาจจะเป็น 5 ยกกำลัง 4

690
01:06:21,657 --> 01:06:24,030
-5 ยกกำลัง 2

691
01:06:24,030 --> 01:06:28,007
แต่นักเรียนจะต้องอ่าน

692
01:06:28,007 --> 01:06:30,766
เขียนคำอ่านว่าฐานเลขชี้กำลัง

693
01:06:30,766 --> 01:06:31,980
เขียนจำนวนให้ถูกต้องนะคะ

694
01:06:31,980 --> 01:06:33,309
เข้าใจนะ

695
01:06:33,309 --> 01:06:37,309
สงสัยไหมคะ

696
01:06:39,681 --> 01:06:43,681
มีใครสงสัยไหม ถ้าไม่สงสัย ครูปิ๊กจะให้ทำใบงานนะคะ

697
01:07:41,503 --> 01:07:43,577
นักเรียนทำเลยนะคะ ทำตอนนี้มีทั้งหมด 10 ข้อนะคะ

698
01:07:43,577 --> 01:07:45,390
อันนี้คะแนนเต็ม

699
01:07:45,390 --> 01:07:49,390
10 คะแนนนะคะ

700
01:08:03,066 --> 01:08:06,484
ถ้าใครสงสัยอะไรถามได้นะคะ

701
01:08:06,484 --> 01:08:09,348
ทำให้เสร็จ เรามีเวลาทำอยู่ ตอนนี้

702
01:08:09,348 --> 01:08:13,348
เหลือเวลาอีก

703
01:08:14,050 --> 01:08:18,050
12 นาที ประมาณ 12 นาที นักเรียนทำให้เสร็จนะคะ ตั้งใจทำเลยค่ะ

704
01:20:28,848 --> 01:20:32,582
ค่ะ ก็มีนักเรียนบางคนที่ทำเสร็จแล้วนะคะ

705
01:20:32,582 --> 01:20:36,582
นักเรียนที่ทำเสร็จแล้ว ให้บันทึก

706
01:20:37,858 --> 01:20:41,641
ความหมายนะคะ ของเลขยกกำลังที่อยู่ในหน้าจอสไลด์

707
01:20:41,641 --> 01:20:45,641
ตัวนี้ให้บันทึกเขียนลงไปในสมุดนะคะ

708
01:20:49,436 --> 01:20:52,259
ใครที่ทำใบงานเรียบร้อยแล้วนะคะ ให้บันทึกความหมายของเลขยกกำลังตัวนี้

709
01:20:52,259 --> 01:20:56,259
ลงไปในสมุดให้เรียบร้อยนะคะ

710
01:20:59,228 --> 01:21:03,228
ใช่

711
01:21:03,993 --> 01:21:07,993
อันนี้เสร็จแล้ว ทำใบงานให้เสร็จก่อนนะคะ

712
01:21:26,595 --> 01:21:29,700
นักเรียนคะ เนื่องจากเราขอชั่วโมงล่ามถึง 10 โมง เพราะฉะนั้น

713
01:21:29,700 --> 01:21:33,700
วันนี้เราขอบคุณพี่ล่ามก่อนนะคะ

714
01:21:41,648 --> 01:21:44,971
หมดเวลาแล้วนะคะ พร้อม ๆ กันลูก ใครเป็นหัวหน้าห้อง สะกิดเพื่อนหน่อย ตอนนี้ตั้งใจทำใบงานมากเลยนะคะ

715
01:21:44,971 --> 01:21:48,971
สะกิดเพื่อน ขอบคุณพี่ล่ามก่อนนะคะ

716
01:21:55,379 --> 01:21:59,379
ขอบคุณมากนะคะ เจอกันอาทิตย์ต่อไปค่ะ

717
01:22:00,610 --> 01:22:04,610
(ล่าม)  อาจารย์คะ

718
01:22:08,392 --> 01:22:10,985
(อาจารย์) ว่าไงคะ

719
01:22:10,985 --> 01:22:14,501
คาบของ ม. 6 ค่ะ

720
01:22:14,501 --> 01:22:18,501
10:30 น. ค่ะ ใช่ค่ะ

721
01:22:18,882 --> 01:22:22,882
ค่ะขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณค่ะ

