﻿1
00:14:06,914 --> 00:14:07,667
(อาจารย์เชาวนี) ค่ะ พร้อมแล้วนะคะ ขอบคุณที่พี่นะคะ ที่

2
00:14:07,667 --> 00:14:11,667
ทำ

3
00:14:11,912 --> 00:14:14,287
นักเรียนได้เห็นจอแล้วนะคะ โอเคนะ

4
00:14:14,287 --> 00:14:18,287
เดี๋ยวรอล่ามแป๊บหนึ่งนะคะ

5
00:15:34,962 --> 00:15:36,327
โอเคนะคะ พร้อมแล้วนะคะ วันนี้รู้สึกว่าม. 6 นี่จะติดปัญหานิด ๆ นะคะ

6
00:15:36,327 --> 00:15:40,327
พร้อมแล้ว

7
00:15:45,568 --> 00:15:48,566
เรามาเริ่มเรามาเริ่มกันเลยนะคะ ครูปิ๊กเล่าไปแล้วนะสัปดาห์ที่แล้วเราเรียนอะไรกันบ้างสำหรับวันนี้นะคะ

8
00:15:48,566 --> 00:15:52,566
สิ่งที่เราจะเรียน

9
00:15:59,164 --> 00:16:00,856
ความหมายของสถิตินะคะ สถิติคืออะไร สถิติก็หมายถึงวิชาวิชาหนึ่งนะคะ วิชาเกี่ยวกับ

10
00:16:00,856 --> 00:16:04,022
การรวบรวม

11
00:16:04,022 --> 00:16:05,599
พอรวบรวมเสร็จแล้วนะคะ

12
00:16:05,599 --> 00:16:08,545
นำ

13
00:16:08,545 --> 00:16:12,545
มาวิเคราะห์ข้อมูลนะคะ

14
00:16:18,329 --> 00:16:22,329
ดูสีแดงนะคะ ที่ครูปิ๊กบอกแล้วมันหมายถึง วิชาเกี่ยวกับการรวบรวมการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่ออะไรนะคะ

15
00:16:27,448 --> 00:16:31,448
เพื่อการหาข้อมูลข้อสรุปเพื่อการหาข้อสรุป เมื่อเราวิเคราะห์แล้วเราก็จะหาข้อสรุป

16
00:16:35,808 --> 00:16:39,808
จากข้อมูลที่มีอยู่นะคะ เพื่ออธิบายหรือตอบคำถามสิ่งที่เราสนใจ

17
00:16:41,561 --> 00:16:45,561
นะคะ อันนี้คือความหมายของสถิติ สถิติ หมายถึง วิชา

18
00:16:46,349 --> 00:16:50,349
เกี่ยวกับการรวบรวมและการวิเคราะห์ข้อมูล

19
00:16:52,271 --> 00:16:55,255
นะคะ เพื่อหาข้อมูลเพื่อหาข้อสรุปจากข้อมูลที่มีอยู่

20
00:16:55,255 --> 00:16:58,791
เพื่ออธิบายนะคะ

21
00:16:58,791 --> 00:17:02,104
หรือตอบคำถามสิ่งที่เราสนใจ

22
00:17:02,104 --> 00:17:06,104
เมื่อเราจะตอบคำถาม

23
00:17:08,660 --> 00:17:12,496
จะเอาข้อมูลมาจากไหนนะคะ มันอาศัยอยู่ 2 ส่วนด้วยกันนะคะ

24
00:17:12,496 --> 00:17:16,496
อาศัยข้อมูลที่เกิดซ้ำ ๆ มาแล้วนะ

25
00:17:19,655 --> 00:17:23,655
ข้อมูลที่เกิดซ้ำ ๆ เมื่อไรที่ข้อมูลมันเกิดซ้ำ ๆ เกิดบ่อย ๆ

26
00:17:29,309 --> 00:17:33,309
นั่นคือโอกาสความน่าจะเป็นที่เราจะสามารถทำนายอนาคตว่ามันต้องเป็นแบบนี้แน่ ๆ เลยพอถึงตรงนั้นแล้วนะคะ

27
00:17:33,898 --> 00:17:34,708
เราจะเก็บข้อมูลโดยอาศัยข้อมูลที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ

28
00:17:34,708 --> 00:17:36,584
นะคะ

29
00:17:36,584 --> 00:17:40,584
แล้วก็การวิเคราะห์

30
00:17:40,837 --> 00:17:44,837
การวิเคราะห์จะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ด้วยกันนะคะ

31
00:17:46,890 --> 00:17:48,614
ส่วนแรก

32
00:17:48,614 --> 00:17:52,614
เป็นการวิเคราะห์ขั้นต้นนะคะ

33
00:17:54,747 --> 00:17:58,747
จะบอกลักษณะกว้าง ๆ นะคะ ไม่ไม่ลงเชิงลึก

34
00:17:59,921 --> 00:18:03,921
จะบอกลักษณะกว้าง ๆ เขาเรียกว่า "สถิติเชิงพรรณนา

35
00:18:05,966 --> 00:18:08,424
" นะคะ สถิติเชิงพรรณนานี้เกี่ยวกับการสรุปข้อมูลของแต่ละชุด

36
00:18:08,424 --> 00:18:12,424
ที่เราสนใจนะคะ

37
00:18:16,531 --> 00:18:20,531
ข้อมูลที่ได้จากด้านการวัดในมันจะออกมาเป็นตัวเลขมันจะออกมาเป็นตัวเลขนะคะ จำเอาไว้ว่า

38
00:18:23,299 --> 00:18:26,928
ข้อมูลส่วนแรก ก็คือวิเคราะห์แบบตรง ๆ นะคะ เรียกว่า "สถิติเชิงพรรณนา

39
00:18:26,928 --> 00:18:30,928
" มันจะออกมาเป็น

40
00:18:32,138 --> 00:18:36,138
ตัวเลขนะคะ จะออกมาเป็นตัวเลข ตัวเลขนั้นมีอะไรบ้าง

41
00:18:41,025 --> 00:18:45,025
นะคะ ดูในช่องสีเหลือง ๆ นะคะ เขาเรียกว่า "ค่าวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง" เมื่อเราเอาข้อมูลมาแล้ว

42
00:18:46,951 --> 00:18:50,892
กลางมันคือตรงไหนนะคะ ข้อมูลที่เราเก็บมา

43
00:18:50,892 --> 00:18:54,859
อาจจะมีอยู่ 10 คน 10.

44
00:18:54,859 --> 00:18:58,859
.. ที่เราไปหามามีอยู่ 10 คน สมมติมีอยู่ 10 คน

45
00:19:05,373 --> 00:19:09,373
ตัวไหนที่เป็นตัวแทนตัวไหนที่เป็นค่ากลางของข้อมูล 10 คนนั้น มันจะออกมาเป็น 3 ค่านะคะ ก็คือค่าเฉลี่ย

46
00:19:12,668 --> 00:19:16,668
ค่าเฉลี่ยแล้วก็คือเอาจำนวนทั้งหมดใน 10 คนนี้มารวมกันนะคะ แล้วก็หารด้วย 10

47
00:19:21,547 --> 00:19:25,323
หารด้วยจำนวนคนอันนี้คือค่าเฉลี่ยนะคะ อันที่ 2 ค่าไหนที่เป็นค่าวัดเข้าสู่ส่วนกลาง ค่าที่ 2 คือมัธยฐาน

48
00:19:25,323 --> 00:19:26,634
มัธยฐานนะคะ ถ้าสมมติว่ามีข้อมูลอยู่ 10

49
00:19:26,634 --> 00:19:30,634
ข้อมูลด้วยกัน

50
00:19:34,461 --> 00:19:36,299
ข้อมูลที่เราเก็บมาอยู่ 10 เราจะเอาข้อมูลนั้นมาเรียงนะคะ มาเรียงลำดับเลยจาก

51
00:19:36,299 --> 00:19:40,299
น้อยไปหามาก

52
00:19:41,148 --> 00:19:45,148
เอามาสลับเอามาเรียงใหม่นะคะ จากน้อยไปหามาก

53
00:19:45,270 --> 00:19:49,270
แล้วไปตัด

54
00:19:52,722 --> 00:19:56,722
ข้อมูลที่มากที่สุดน้อยที่สุดออกตัดไปเรื่อย ๆ จนมาอยู่ข้อมูลที่อยู่ตรงกลางนะคะ

55
00:19:59,084 --> 00:20:03,084
ข้อมูลไหนที่อยู่ตรงกลางอันนี้ก็คือค่ามัธยฐานจะบอกว่าข้อมูลชุดนี้

56
00:20:08,910 --> 00:20:12,910
ตัวไหนที่เป็นค่ากลางของข้อมูลชุดนี้มีค่ามัธยฐานนะคะ ส่วนข้อที่ 3 ตัวไหนที่จะวัดได้ฐานนิยม

57
00:20:14,772 --> 00:20:17,267
คำว่า "ฐานนิยม" หมายถึงอะไรฐานนิยมมีข้อมูลอยู่ 10 ชุดด้วยกัน

58
00:20:17,267 --> 00:20:21,267
ไม่ต้องเอามาเรียงใหม่ไม่ต้องมาเรีย

59
00:20:23,128 --> 00:20:24,724
ง ข้อที่ 2 แต่เราจะมาดูว่าอันไหนที่พบข้อมูลนั้นบ่อย ๆ

60
00:20:24,724 --> 00:20:28,622
พบบ่อยที่สุด

61
00:20:28,622 --> 00:20:32,622
พบบ่อยที่สุดนะคะ พบข้อมูลนั้นซ้ำ ๆ

62
00:20:35,833 --> 00:20:38,084
เราจะเรียกค่านั้นเป็น "ค่ากลาง" ในส่วนของฐานนิยมนะคะ อันนี้คือส่วนแรก

63
00:20:38,084 --> 00:20:42,084
ชนิดวัดในส่วนที่ 2

64
00:20:42,812 --> 00:20:46,812
หลังจากวัดค่ากลางแล้วค่าที่ 2 คือค่าการกระจาย

65
00:20:48,773 --> 00:20:49,622
เมื่อเราได้ข้อมูลมาแล้วอันไหนที่เป็นส่วนกลางแล้วจะมาดูว่ากระจายจากส่วนกลางไ

66
00:20:49,622 --> 00:20:53,622

67
00:21:01,831 --> 00:21:05,741
ปเยอะมากน้อยแค่ไหนนะคะ มันจะออกมาเวลาเราแสดงผลน่ะมันจะมีอยู่ 4 ชุดด้วยกัน ที่เราจะได้เรียนนะคะ ก็คือส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

68
00:21:05,741 --> 00:21:08,635
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่มันจับคู่กันกับค่าเฉลี่ย

69
00:21:08,635 --> 00:21:12,635
ข้างบนนะคะ มันจะจับคู่กัน

70
00:21:17,142 --> 00:21:21,142
แล้วอีกอันหนึ่ง ก็คือพิสัย พิสัยมันจะจับคู่กับข้อ 2 ข้างบนนะคะ จะคู่กับมัธยฐาน

71
00:21:24,663 --> 00:21:25,390
ฐานนิยมส่วนมากเขาจะใช้กันกับการแจกแจงความถี่เพื่อที่จะหาค่าที่กระจายไปเท่าไร

72
00:21:25,390 --> 00:21:28,217
นะคะ

73
00:21:28,217 --> 00:21:32,217
ส่วนการวัด

74
00:21:36,330 --> 00:21:38,221
การนำข้อมูลนะคะ นำเสนอข้อมูลโดยภาพแผนภาพแผนภูมิหรือกราฟนั้นก็จะบ่งบอกการกระจายของข้อมูลออก

75
00:21:38,221 --> 00:21:42,221
จากส่วนกลางได้เหมือนกัน

76
00:21:45,287 --> 00:21:49,287
นะคะ อันนี้นะคะ การวิเคราะห์ส่วนแรกก็คือเป็นเชิงพรรณนาเป็นของข้อมูลชุดนั้น

77
00:21:50,095 --> 00:21:52,041
นะคะ มีอยู่ 10 ก็เอามาเอามาหมดเลย 10 10

78
00:21:52,041 --> 00:21:55,205
ข้อมูลชุดนั้นนะคะ

79
00:21:55,205 --> 00:21:59,205
ต้องเก็บข้อมูลให้หมดนะ

80
00:22:00,628 --> 00:22:04,628
ทีนี้ส่วนที่ 2 คืออะไร

81
00:22:07,373 --> 00:22:08,507
ส่วนที่ 2 คือวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากตัวอย่าง ต่างกันนะคะ

82
00:22:08,507 --> 00:22:12,507
ต่างกันนะ

83
00:22:16,498 --> 00:22:19,467
อันนี้มันจะเก็บจากตัวอย่างนักเรียนดูนะคะ คำของเขาก็คือสถิติเชิงอนุมาน

84
00:22:19,467 --> 00:22:21,650
สถิติเชิงอนุมานนะคะ

85
00:22:21,650 --> 00:22:24,210
ตัวนี้คือ

86
00:22:24,210 --> 00:22:28,210
ในภาพมีคนข้อมูลทั้งหมด

87
00:22:28,443 --> 00:22:29,454
คนเยอะมากมีมีคนเป็นร้อยเป็นพัน

88
00:22:29,454 --> 00:22:33,437
นะคะ

89
00:22:33,437 --> 00:22:37,437
มีคนเป็นร้อยเป็นพัน ถ้าเราจะเก็บข้อมูล

90
00:22:38,566 --> 00:22:42,566
เก็บข้อมูลมาทั้งหมดเลยเป็นไปไม่ได้นะคะ คนเยอะมาก

91
00:22:51,938 --> 00:22:53,429
กว่าจะใช้เวลาเก็บเสียเวลาอีกใช้เวลานานมากนะคะ แล้วก็ใช้งบประมาณเยอะนะคะ กว่าเราจะไปสอบถามไปเก็บข้อมูลนี่ มันไม่ได้แล้วเขาก็เลย

92
00:22:53,429 --> 00:22:57,128
เลือกนะคะ

93
00:22:57,128 --> 00:23:01,128
เลือกกลุ่มตัวอย่างที่มาจากข้อมูลทั้งหมด

94
00:23:05,480 --> 00:23:09,480
ข้อมูลของคนทั้งหมดนี่ เลือกมากลุ่มหนึ่งเขาเรียกว่ากลุ่มตัวอย่างนะคะ จากทั้งหมดหรือเลือกมาเป็นกลุ่มตัวอย่าง

95
00:23:14,018 --> 00:23:18,018
เพื่อที่จะเอามาหาข้อมูลเหมือนกับข้อแรกเป็นตัวแทนเหมือนกับข้อแรก ก็คือหาค่าเฉลี่ยหาค่า

96
00:23:18,226 --> 00:23:22,226
อะไรที่อยู่ข้อแรกนะคะ หาให้หมดเลย

97
00:23:23,681 --> 00:23:27,681
นะ ที่เราแสดงมาแต่ว่ามันจะเป็นตัวแทนของประชากรนะคะ

98
00:23:27,830 --> 00:23:29,870
และตัวแทนตัวนี้มันจะต้อง

99
00:23:29,870 --> 00:23:33,334
เลือกตัวแทนอย่างไรล่ะ

100
00:23:33,334 --> 00:23:34,563
อันนี้ก็เป็นคำถามนะคะ

101
00:23:34,563 --> 00:23:38,563
เราจะเลือก

102
00:23:41,666 --> 00:23:43,440
ตัวแทนของข้อมูลทั้งหมดมาอย่างไรมันจะต้องมีวิธีการเลือกเพื่อที่จะได้ข้อมูลนะคะ

103
00:23:43,440 --> 00:23:44,865
ที่น่าเชื่อถือ

104
00:23:44,865 --> 00:23:48,865
อย่างเช่น

105
00:23:49,411 --> 00:23:53,411
ถ้าเราจะไปสอบถามความชอบของนักเรียน

106
00:23:54,894 --> 00:23:58,894
ในการรับประทานอาหารนะคะ เมนูอาหารของโรงเรียนโสตอุดรนี่

107
00:23:59,603 --> 00:24:02,151
นักเรียนชอบเมนูไหนนะคะ นักเรียนชอบเมนูไหน

108
00:24:02,151 --> 00:24:05,167
ระหว่าง

109
00:24:05,167 --> 00:24:08,502
ไก่ย่างส้มตำกับก๋วยเตี๋ยว

110
00:24:08,502 --> 00:24:12,502
มี 2 เมนูนะคะ

111
00:24:12,608 --> 00:24:14,334
นักเรียนเรามีตั้งแต่อนุบาลจนถึง ม. 6 ถูกไหมคะ

112
00:24:14,334 --> 00:24:18,334
เด็ก ๆ มีเยอะ

113
00:24:22,980 --> 00:24:24,391
มีคละชั้นกันเลยตั้งแต่อนุบาลถึง ม. 6 เพราะฉะนั้น การเลือกตัวแทนของนักเรียน นักเรียนจะเอามาเฉพาะเด็ก

114
00:24:24,391 --> 00:24:26,183
ม. 6 มา

115
00:24:26,183 --> 00:24:30,183
เฉพาะมัธยมมาได้ไหม

116
00:24:33,730 --> 00:24:37,730
ไม่ได้นะคะ ไม่ได้เพราะอะไรเพราะว่าพี่มัธยมนี่ อาจจะชอบ

117
00:24:39,251 --> 00:24:42,787
ไม่เหมือนกันกับน้อง ๆ เพราะฉะนั้น เวลาเราจะหยิบตัวอย่างนะคะ

118
00:24:42,787 --> 00:24:46,787
ตัวอย่างออกมาเราจะต้องคละตั้งแต่

119
00:24:50,149 --> 00:24:51,740
เป็นช่วงระดับนะ เอาน้องอนุบาลมานะคะ เอาน้องประถมมาเอาน้องม. ต้นมาแล้วก็

120
00:24:51,740 --> 00:24:54,893
พี่ม. ปลายมา

121
00:24:54,893 --> 00:24:55,705
จำนวนเท่าไรเอามาเท่า ๆ กัน

122
00:24:55,705 --> 00:24:59,705
นะคะ

123
00:25:00,272 --> 00:25:04,272
เพื่อที่จะเป็นตัวแทนของนักเรียนทั้งหมด

124
00:25:04,637 --> 00:25:08,637
นะคะ ทีนี้เราก็จะรู้แล้วว่าเด็กอนุบาลส่วนใหญ่

125
00:25:12,705 --> 00:25:15,341
ถูกเลือกมาแล้ว ประถมถูกเลือกมาแล้ว ม.ต้นถูกเลือกมาแล้ว ม.ปลายถูกเลือกมาแล้ว อันนี้ก็คือคนที่สามารถ

126
00:25:15,341 --> 00:25:19,341
ตอบคำถามว่าคุณชอบ

127
00:25:27,600 --> 00:25:31,600
ส้มตำไก่ทอดหรือว่าคุณจะชอบก๋วยเตี๋ยว พอเราได้ข้อมูลมาที่เราไปถามนี่ มันสามารถตอบโจทย์ไปว่าคนส่วนมากคนทั้งหมดชอบอะไร

128
00:25:35,511 --> 00:25:36,577
นะคะ คุณครูหรือว่าฝ่ายโภชนาการจัดเลี้ยงก็จะสามารถที่จะจัดอาหารเมนูนี้ให้นักเรียนได้

129
00:25:36,577 --> 00:25:37,930
ไงคะ

130
00:25:37,930 --> 00:25:40,477
จะต่างกันนะ

131
00:25:40,477 --> 00:25:42,208
ข้อมูลชุดแรกในการวิเคราะห์

132
00:25:42,208 --> 00:25:46,208
จะเอา

133
00:25:57,215 --> 00:25:58,553
มาหมดเลยนะคะ ไม่อ้างอิงไม่ต้องอ้างอิงผลมาที่ 2 เชิงอนุมานแล้วจะมีการสุ่มตัวอย่างออกมาจากประชากรทั้งหมดนะคะ เก็บมาจากตัวอย่างเพื่อที่จะไปอ้างอิงผล

134
00:25:58,553 --> 00:25:59,437
ให้ข้อมูลทั้งหมด

135
00:25:59,437 --> 00:26:03,437
นะคะ

136
00:26:14,147 --> 00:26:18,147
วิธีการในการเลือกตัวแทนนะคะ กำหนดการทดลองแล้วจะทดลองอย่างไรวิธีการอันนี้จะต้องชัดเจนนะคะ เดี๋ยวเราจะได้เรียนในช่วงต่อไปนะคะ ในการเก็บข้อมูล

137
00:26:20,426 --> 00:26:24,426
ที่ก็บอกมาแล้วทำไมเราถึงจะต้องใช้สถิติเชิงอนุมาน

138
00:26:26,172 --> 00:26:30,172
ทำไมเราจะทำไมเราไม่ทำสถิติเชิงพรรณนาเพราะ 1. เลยคนเยอะเสียเวลา

139
00:26:33,771 --> 00:26:34,937
ใช้เวลานานมากฟ้องเกี่ยวกับงบประมาณด้วยหรืออาจจะมีเหตุผลอีกเยอะแยะมากมายนะคะ ที่เข้ามา

140
00:26:34,937 --> 00:26:38,937
มันไม่สะดวก

141
00:26:39,106 --> 00:26:41,221
มันไม่สะดวกในการเก็บข้อมูล บางทีข้อมูล

142
00:26:41,221 --> 00:26:44,234
อาจจะเป็นช่วงเวลานะคะ

143
00:26:44,234 --> 00:26:48,234
ช่วงเวลามาเกี่ยวข้อง

144
00:26:55,595 --> 00:26:58,068
มันก็จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการเก็บข้อมูล เหตุผลนี้ถึงทำให้เราใช้สถิติเชิงอนุมานเข้ามาช่วยนะคะ มีอยู่ 2 แบบด้วยกันนะ

145
00:26:58,068 --> 00:26:59,168
มีใครสงสัยไหมคะ

146
00:26:59,168 --> 00:27:03,168
เข้าใจไหม

147
00:27:06,558 --> 00:27:09,354
เข้าใจแล้วนะ อันนี้คือสถิตินะคะ มีประโยชน์ของสถิติ

148
00:27:09,354 --> 00:27:13,354
เยอะมากเลยนะคะ ดูประโยชน์ของเขา

149
00:27:15,390 --> 00:27:19,390
จากที่ครูปิ๊กพูดมาประโยชน์เกี่ยวกับการศึกษาถูกนำมาใช้เยอะมาก

150
00:27:27,860 --> 00:27:28,517
ถูกนำมาใช้เยอะมากกว่าการศึกษาและนำข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของงบประมาณในด้านของการจัดการเรียนการสอน ในด้านของการผลิตคุณครู

151
00:27:28,517 --> 00:27:31,259
ในด้าน

152
00:27:31,259 --> 00:27:35,259
เห็นไหมคะ นักเรียนโครงการเรียนฟรี

153
00:27:35,723 --> 00:27:39,723
15 ปี ที่รัฐบาลเอามาให้เราช่วยในค่า

154
00:27:41,610 --> 00:27:45,610
ค่าเครื่องแต่งกายค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็จะต้องเก็บข้อมูลกว่าเขาจะบอก

155
00:27:47,929 --> 00:27:49,962
แปลว่าอนุบาลต้องใช้เงินเท่านี้ ให้เด็กอนุบาลประถมให้ใช้เงินเท่านี้

156
00:27:49,962 --> 00:27:52,276
มัธยมให้ใช้เงินเท่านี้

157
00:27:52,276 --> 00:27:55,740
ทำไมเขาถึงใช้เงินไม่เท่ากัน

158
00:27:55,740 --> 00:27:59,740
เพราะมันเกิดจากการเก็บข้อมูลว่าถ้า

159
00:28:03,180 --> 00:28:03,730
โตหน่อยนะ กิจกรรมมันเยอะแล้ววิชานี่มันจะเข้มข้นขึ้นนะ เพราะฉะนั้น รัฐบาลก็เลยจ่ายเงินให้มากกว่า

160
00:28:03,730 --> 00:28:05,219
ในระดับ

161
00:28:05,219 --> 00:28:09,219
น้อง

162
00:28:12,631 --> 00:28:16,482
อันนี้ก็เป็นเหตุผลทุกสิ่งทุกอย่างมันจะเกิดร้อยละกันไปหมดเลยนะคะ เมื่อไรที่เราใช้สถิติ

163
00:28:16,482 --> 00:28:20,482
สิ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง

164
00:28:26,585 --> 00:28:27,355
อะไรที่จะนำมาวิเคราะห์นะคะ วิเคราะห์อย่างไรนะ นอกจากการศึกษาแล้วประโยชน์อีกอันหนึ่งของเขาคืออะไร ในด้านของการเกษตร

165
00:28:27,355 --> 00:28:31,355
เห็นไหมคะ

166
00:28:31,862 --> 00:28:34,643
เราใช้เอาไปทำอะไรสถิติ

167
00:28:34,643 --> 00:28:37,261
ไปช่วยในด้านเกษตรอ

168
00:28:37,261 --> 00:28:38,838
ย่างไรพ่อแม่ที่เป็นชาวนาใช่ไหม

169
00:28:38,838 --> 00:28:41,928
รู้เลยว่า

170
00:28:41,928 --> 00:28:44,078
ขายข้าวกี่ตันได้เงินเท่าไร

171
00:28:44,078 --> 00:28:48,078
แล้ว

172
00:28:51,053 --> 00:28:52,033
เราจะซื้อปุ๋ยอย่างไร ปุ๋ยราคาเท่าไรนะคะ อันนี้ก็เป็นการเก็บข้อมูล

173
00:28:52,033 --> 00:28:56,018
เพื่อที่จะ

174
00:28:56,018 --> 00:28:58,973
ดูว่าช่วงไหนที่เราจะต้องปลูก

175
00:28:58,973 --> 00:29:00,757
ช่วงไหนที่เราจะใช้เงินเยอะ

176
00:29:00,757 --> 00:29:03,039
มันก็จะถูกนำมาวางแผน

177
00:29:03,039 --> 00:29:05,369
ได้พัฒนานะคะ

178
00:29:05,369 --> 00:29:06,193
ในด้านของก

179
00:29:06,193 --> 00:29:09,025
ารผลิต

180
00:29:09,025 --> 00:29:13,025
ก็เหมือนกันนะคะ ประโยชน์ในด้านการผลิต

181
00:29:13,812 --> 00:29:17,723
เวลาเราจะผลิตบริษัทรถยนต์ ผลิตรถยนต์ออกมา

182
00:29:17,723 --> 00:29:21,723
ต้องเก็บข้อมูลว่ารถรุ่นนี้

183
00:29:24,161 --> 00:29:27,007
รถรุ่นนี้มีใครบ้างที่ใช้กลุ่มไหนที่ใช้ เราจะผลิตได้กี่คัน

184
00:29:27,007 --> 00:29:28,733
ถึงจะพอดี ไม่ใช่ว่า

185
00:29:28,733 --> 00:29:32,659
ผลิตออกมาปีก่อน ๆ

186
00:29:32,659 --> 00:29:36,659
รถรุ่นนี้ล่ะ ผลิตออกมาแล้วเหลือเต็มเลยขายไม่ได้

187
00:29:38,506 --> 00:29:42,227
นะคะ อันนี้ก็ไม่ใช่มันถูกนำมาใช้ประโยชน์เยอะมากเลยนะคะ สถิติ

188
00:29:42,227 --> 00:29:46,227
อันต่อมาเอามาควบคุมคุณภาพ

189
00:29:48,719 --> 00:29:52,242
จะต้องมีเกณฑ์จำได้ไหมคะ สถานการณ์ที่ครูปิ๊กเล่ามาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

190
00:29:52,242 --> 00:29:56,242
การควบคุมคุณภาพของสินค้าต่าง ๆ

191
00:29:57,006 --> 00:30:01,006
ถูกนำสถิติเข้ามาใช้

192
00:30:04,256 --> 00:30:08,256
ในด้านของผู้บริโภคก็เหมือนกัน ก็คือเราที่เราไปซื้อของต่าง ๆ นะคะ

193
00:30:09,179 --> 00:30:10,315
ตอนนี้เวลาเราจะไปซื้อของเราต้องดูก่อนใช่ไหมคะ ว่าเปรียบเทียบ

194
00:30:10,315 --> 00:30:14,315
ร้านไหน

195
00:30:15,392 --> 00:30:16,651
ร้านไหนที่ราคาถูก คุณภาพดี เราก็ไปซื้อ

196
00:30:16,651 --> 00:30:20,651
นะ

197
00:30:24,118 --> 00:30:28,118
นี่คือการประโยชน์ของสถิตินะคะ การพยากรณ์ก็เหมือนกับในเรื่องของฝน

198
00:30:28,903 --> 00:30:32,903
พยากรณ์ภูมิอากาศนะคะ ว่าเป็นอย่างไร

199
00:30:41,501 --> 00:30:43,174
แล้วก็ชีวิตประจำวันของเรา ชีวิตประจำวันของเรานี่สำคัญนะคะ ไม่ต้องไปเกี่ยวกับใครฝากให้นักเรียนนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของเราสิ่งสำคัญ ก็คือ

200
00:30:43,174 --> 00:30:47,174
การใช้จ่ายนะคะ

201
00:30:48,197 --> 00:30:51,513
ของเราเองเราจะใช้สถิติเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันเราอ

202
00:30:51,513 --> 00:30:54,314
ย่างไรลองนะคะ ทำบันทึก

203
00:30:54,314 --> 00:30:57,496
รายรับรายจ่ายของตัวเองนะคะ

204
00:30:57,496 --> 00:31:00,391
ของตัวเองว่าตัวเองนี่ 1 วัน

205
00:31:00,391 --> 00:31:02,583
1 วันได้เราใช้เงินทำอะไรได้บ้าง

206
00:31:02,583 --> 00:31:04,435
เราใช้เงินของเราซื้ออะไร

207
00:31:04,435 --> 00:31:08,435
ถ้าเราทำบันทึก

208
00:31:10,620 --> 00:31:12,070
ไว้ทุกวันทุกวันนะคะ เราจะรู้ว่าสิ่งที่เราใช้ไปนั้น

209
00:31:12,070 --> 00:31:15,724
มีประโยชน์ไหม

210
00:31:15,724 --> 00:31:19,724
อันไหนที่เราใช้บ่อย ๆ แล้วมันไม่มีประโยชน์นะคะ

211
00:31:19,981 --> 00:31:23,981
เราก็สามารถที่จะตัดส่วนนั้นออกไปได้

212
00:31:29,331 --> 00:31:33,331
อันนี้ก็คือสิ่งที่เอามาใช้ในชีวิตประจำวันของเรานั้นประโยชน์ของเขาก็มีอีกเยอะแยะมากมายนะคะ สำหรับสถิติ

213
00:31:34,953 --> 00:31:36,867
ฉะนั้น คณิตศาสตร์เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเราที่เราสามารถ

214
00:31:36,867 --> 00:31:38,521
นำไปใช้ได้

215
00:31:38,521 --> 00:31:42,521
บูรณาการได้หมด

216
00:31:46,503 --> 00:31:47,815
ทุกศาสตร์ทุกสาขาที่เข้ามาเกี่ยวข้องนะคะ บางที่เรียนคณิตศาสตร์แต่ต้องไปคำนวณในวิชาวิทยาศาสตร์

217
00:31:47,815 --> 00:31:51,815
ก็มีนะคะ

218
00:31:53,812 --> 00:31:56,920
ศิลปะบางทีเวลาเราเรียน ม.ปลาย คณิตศาสตร์ก็ได้เข้าไปอยู่ในศิลปะ

219
00:31:56,920 --> 00:31:59,267
เพราะอะไรอย่าง เช่น การวาดภาพ

220
00:31:59,267 --> 00:32:03,267
การวาดภาพปุ๊ก

221
00:32:04,155 --> 00:32:08,155
วาดให้เหมือนจริงวาดภาพทางคณิตศาสตร์การเหมือนจริง

222
00:32:12,329 --> 00:32:15,554
อันไหนใหญ่เราจะต้องย่อลงมาให้อยู่ในกระดาษได้ เพราะฉะนั้น มาตราส่วนก็เข้ามามีส่วนสำคัญ เพราะฉะนั้น คณิตศาสตร์

223
00:32:15,554 --> 00:32:19,554
อยู่รอบตัวเราทุกวิชานะคะ

224
00:32:23,192 --> 00:32:25,958
อันนี้เป็นตัวอย่างจากการวิเคราะห์นโยบาย

225
00:32:25,958 --> 00:32:29,006
นักเรียนดูนะในด้านของการศึกษา

226
00:32:29,006 --> 00:32:31,188
หลักใหญ่เลย ก็คือรัฐบาล

227
00:32:31,188 --> 00:32:32,382
ดูข้างบนนะคะ

228
00:32:32,382 --> 00:32:36,382
รัฐบาล

229
00:32:36,952 --> 00:32:40,952
ข้อมูลที่จะต้องเก็บมีอะไรบ้าง

230
00:32:47,032 --> 00:32:50,590
อย่าลืมนะ สถิติเกี่ยวข้องกับอะไรวิชาที่ว่าด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลนะคะ เพราะฉะนั้น ข้อมูลที่เกี่ยวกับการศึกษามีอะไรบ้างล่ะ

231
00:32:50,590 --> 00:32:54,590
1. นักเรียนแน่นอน

232
00:32:59,218 --> 00:33:00,648
นักเรียนจะต้องเกี่ยวข้องกับการศึกษาแน่นอนเราจะต้องเก็บข้อมูลของนักเรียนนะคะ 2. บุคลากรทางการศึกษา

233
00:33:00,648 --> 00:33:02,059
คุณครู

234
00:33:02,059 --> 00:33:06,059
เราจะต้องเก็บ

235
00:33:06,700 --> 00:33:10,700
ครูเป็นคนสอนเกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรงนะคะ

236
00:33:12,181 --> 00:33:13,973
3. การผลิตหรือว่าพัฒนาคุณครู อันนี้บัณฑิตที่จบใหม่

237
00:33:13,973 --> 00:33:17,973
นะคะ ราชภัฏ

238
00:33:20,259 --> 00:33:24,259
ในระดับปริญญาตรีนะคะ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ผลิตคุณครูออกมา

239
00:33:25,420 --> 00:33:28,545
เกี่ยวข้องจะผลิตสาขาอะไรนะคะ ที่มีความต้องการ

240
00:33:28,545 --> 00:33:29,990
ที่การศึกษาขาดแคลน

241
00:33:29,990 --> 00:33:33,990
มหาวิทยาลัยจะต้อง

242
00:33:35,717 --> 00:33:39,705
จะต้องผลิตให้ตรงสายนะคะ มีการพัฒนาคุณครูก็ต้อง

243
00:33:39,705 --> 00:33:43,705
เป็นครูแล้วจบมาทำงานแล้วก็ต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

244
00:33:44,119 --> 00:33:45,220
อันนี้ก็เกี่ยวข้องกับการศึกษาอันนี้คือเก็บข้อมูลทั้งหมดเลย

245
00:33:45,220 --> 00:33:49,220
นะคะ

246
00:33:52,138 --> 00:33:54,468
ข้อต่อมาสถานศึกษาเกี่ยวไหม การจัดการศึกษาโรงเรียนก็เกี่ยวนะคะ

247
00:33:54,468 --> 00:33:56,865
โรงเรียนอีกก็เกี่ยวสำคัญมาก

248
00:33:56,865 --> 00:34:00,627
เราจะวางแผนอย่างไร

249
00:34:00,627 --> 00:34:04,627
เราจะมีห้องเรียนกี่ห้องนะคะ มีห้อง

250
00:34:10,561 --> 00:34:11,299
คอมพิวเตอร์ไหมห้องสมุดไหมห้องปฏิบัติการต่าง ๆ สถานศึกษาจะต้องมี เพราะฉะนั้น เราจะต้องเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์นะคะ

251
00:34:11,299 --> 00:34:13,550
และ

252
00:34:13,550 --> 00:34:16,751
ที่สำคัญคือค่าใช้จ่าย

253
00:34:16,751 --> 00:34:19,957
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษา

254
00:34:19,957 --> 00:34:23,957
ทั้งหมดนี้จะถูกนำมา

255
00:34:24,466 --> 00:34:28,466
นำข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลทั้งหมดนะคะ จะถูกนำมาวิเคราะห์

256
00:34:29,453 --> 00:34:30,660
วิเคราะห์โดยใช้อะไร วิเคราะห์โดยใช้สถิติ

257
00:34:30,660 --> 00:34:34,660
อย่างนี้

258
00:34:39,414 --> 00:34:43,414
มันเยอะมากเลยลูก ข้อมูลมันเยอะมาก เพราะฉะนั้น มันจะเข้ามาสู่สถิติเชิงอนุมานนะคะ เราไม่สามารถที่จะไปเก็บ

259
00:34:44,336 --> 00:34:48,336
มาทั้งหมดได้ถูกไหม ในประเทศไทยมีนักเรียนกี่คนเยอะมาก

260
00:34:51,232 --> 00:34:53,738
เพราะฉะนั้น เขาก็เลยสุ่มเอาตัวอย่างนะคะ เอาข้อมูลแค่เป็นตัวอย่างมาใช้ในการวิเคราะห์

261
00:34:53,738 --> 00:34:54,800
ทั้งหมดเลย เพราะเป็นภาพใหญ่

262
00:34:54,800 --> 00:34:56,141
นะคะ

263
00:34:56,141 --> 00:34:59,440
โ

264
00:34:59,440 --> 00:35:01,146
อเคแล้วหลังจากนั้นเวลาเราวิเคราะห์ข้อมูลเสร็จปุ๊บ

265
00:35:01,146 --> 00:35:05,146
รัฐบาล

266
00:35:11,636 --> 00:35:14,409
รัฐบาลก็จะนำข้อมูลนั้นมากำหนดนโยบายทางการศึกษา มาวางแผนนะคะ มากระจายโอกาส

267
00:35:14,409 --> 00:35:16,918
เพื่อให้การศึกษาของประเทศไทยนี่

268
00:35:16,918 --> 00:35:20,918
พัฒนาแล้วก็มีคุณภาพมากขึ้น

269
00:35:28,160 --> 00:35:32,160
อันนี้เป็นตัวอย่างในด้านของการจัดการศึกษานะคะ การเก็บข้อมูลมีข้อมูลจากส่วนไหนบ้างวิเคราะห์อย่างไรและนำไปใช้อะไรนะคะ

270
00:35:37,564 --> 00:35:38,754
ในด้านของพยากรณ์บ้าง เมื่อกี้ที่คุยกันตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วนะ พยากรณ์ที่สำคัญมาก

271
00:35:38,754 --> 00:35:42,754
อันนี้ก็

272
00:35:45,013 --> 00:35:47,278
เป็นหน่วยงานนะคะ กรมอุตุนิยมวิทยาที่มาดูแลเรื่องการพยากรณ์เห็นไหมคะ

273
00:35:47,278 --> 00:35:49,451
เขาเก็บข้อมูลตั้งแต่อดีต

274
00:35:49,451 --> 00:35:51,695
ตั้งแต่อดีตนานมาแล้ว

275
00:35:51,695 --> 00:35:53,540
จนถึงปัจจุบัน

276
00:35:53,540 --> 00:35:55,085
เอาข้อมูลนั้น

277
00:35:55,085 --> 00:35:59,085
มาวิเคราะห์

278
00:36:01,091 --> 00:36:02,321
นะคะ เอามาวิเคราะห์แล้วสามารถพยากรณ์ได้เลยทำนายแล้วทำนายได้ตรงด้วย

279
00:36:02,321 --> 00:36:06,321
มีไหมคะ

280
00:36:08,306 --> 00:36:11,757
นักเรียนนักเรียนจำได้ไหม มีครั้งไหนที่เขาทำนายไม่ได้แม้กระทั่ง

281
00:36:11,757 --> 00:36:13,095
ที่สึนามิแม้กระทั่งเรื่องของแผ่นดินไหว

282
00:36:13,095 --> 00:36:14,959
แม้กระทั่ง

283
00:36:14,959 --> 00:36:18,959
ภูเขาไฟระเบิดนะคะ

284
00:36:19,420 --> 00:36:22,572
นี่เขาสามารถวิเคราะห์ว่าเขาจะมีการเก็บข้อมูล

285
00:36:22,572 --> 00:36:23,659
เก็บข้อมูลต่าง ๆ มาแล้วก็

286
00:36:23,659 --> 00:36:27,659
เอามา

287
00:36:29,113 --> 00:36:33,113
ทำนายโดยใช้สถิติโดยใช้วิธีการวิเคราะห์นะคะ

288
00:36:33,608 --> 00:36:37,608
ก็จะได้ผลออกมานำไปใช้ในการตัดสินใจได้

289
00:36:45,707 --> 00:36:49,355
ในชีวิตประจำวันครูปิ๊กบอกแล้วนะในด้านของนักเรียนเองนะคะ หรือว่าคุณพ่อ คุณแม่ในครอบครัวของเรานะคะ

290
00:36:49,355 --> 00:36:52,156
ที่สำคัญ ก็คืออยากให้บันทึกรายรับรายจ่าย

291
00:36:52,156 --> 00:36:53,635
เพื่อที่จะนำมาวิเคราะห์พฤติกรรม

292
00:36:53,635 --> 00:36:57,380
ของตัวเอง

293
00:36:57,380 --> 00:37:00,039
วิธีการใช้จ่ายนะคะ ของตัวเองว่า

294
00:37:00,039 --> 00:37:04,039
ใช้จ่ายมีประโยชน์หรือเปล่า

295
00:37:04,396 --> 00:37:05,742
อันไหนที่มีประโยชน์เราก็โอเคแล้วก็ยังใช้จ่ายได้อยู่

296
00:37:05,742 --> 00:37:09,742
แต่ถ้าอันไหน

297
00:37:11,470 --> 00:37:15,470
มันไม่มีประโยชน์นะคะ เราก็สามารถปรับวิธีการใช้จ่ายได้

298
00:37:16,020 --> 00:37:18,968
ควบคุมค่าใช้จ่ายได้อันนี้จะเป็นประโยชน์กับนักเรียนเอง

299
00:37:18,968 --> 00:37:20,545
จะเป็นประโยชน์กับนักเรียนเอง

300
00:37:20,545 --> 00:37:24,545
โอเคไหมเข้าใจนะ

301
00:37:29,995 --> 00:37:33,995
ทีนี้มาดูแหล่งของข้อมูลทางสถิตินะคะ

302
00:37:38,845 --> 00:37:40,929
แหล่งข้อมูลทางสถิติแบ่งเป็น 2 ข้อด้วยกัน มาจาก 2 แหล่ง เมื่อกี้การวิเคราะห์นะลูก

303
00:37:40,929 --> 00:37:42,648
เมื่อกี้การวิเคราะห์ผ่านไปแล้วนะ

304
00:37:42,648 --> 00:37:46,648
การวิเคราะห์แบ่งเป็น

305
00:37:46,943 --> 00:37:50,943
เชิงพรรณนากับเชิงอนุมานนะคะ

306
00:37:52,384 --> 00:37:55,278
เชิงพรรณนาเก็บมาจาก

307
00:37:55,278 --> 00:37:59,278
ข้อมูลทั้งหมดเอามาวิเคราะห์

308
00:38:03,011 --> 00:38:07,011
แต่เชิงอนุมานเลือกจากกลุ่มตัวอย่างมาวิเคราะห์เพื่อที่จะเป็นตัวแทนแล้วก็ไปตอบโจทย์ของ

309
00:38:09,976 --> 00:38:11,874
ที่เราอ้างอิงมานะคะ อันนี้ผ่านไปแล้วนะ การวิเคราะห์ทีนี้เรามาดูแหล่งที่มาของข้อมูล

310
00:38:11,874 --> 00:38:15,832
เราจะไปเก็บมาจากไหน

311
00:38:15,832 --> 00:38:18,709
คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องและชื่อของเขาน

312
00:38:18,709 --> 00:38:21,279
่ะ เรียกว่าอย่างไรนะคะ มีอยู่ 2 แหล่งที่เราเก็บ

313
00:38:21,279 --> 00:38:24,350
แหล่งแรก ก็คือปฐมภูมิ

314
00:38:24,350 --> 00:38:26,855
ปฐมภูมิ หมายถึง

315
00:38:26,855 --> 00:38:29,876
แหล่งกำเนิดของข้อมูลนะคะ

316
00:38:29,876 --> 00:38:33,876
เก็บรวบรวมข้อมูลโดยตรง

317
00:38:35,306 --> 00:38:37,031
นี่ก็คือเรานี่ล่ะ ไปถามโดยตรงเลยไม่ต้องผ่านใครเลย

318
00:38:37,031 --> 00:38:39,630
เป็นข้อมูลที่

319
00:38:39,630 --> 00:38:43,629
เราเก็บเองนะคะ เราเก็บเอง

320
00:38:43,629 --> 00:38:47,250
อย่างเช่น

321
00:38:47,250 --> 00:38:51,250
ครูปิ๊กอยากรู้ว่านักเรียนในห้องนี้

322
00:38:53,065 --> 00:38:57,065
น้ำหนักเท่าไร ส่วนสูงเท่าไรเด็ก ๆ มีอยู่แค่

323
00:38:59,492 --> 00:39:01,957
9 คนนะคะ นักเรียนมีทั้งหมด 9 คน ครูปิ๊กสามารถที่จะเก็บข้อมูลได้เลย

324
00:39:01,957 --> 00:39:05,957
สามารถที่จะถามได้เลยแล้วก็

325
00:39:07,745 --> 00:39:11,579
เก็บบันทึกข้อมูลได้เลย อันนี้เขาเรียกว่า "แหล่งปฐมภูมิ" นะ แหล่งปฐมภูมิ

326
00:39:11,579 --> 00:39:13,857
เก็บเองได้โดยตรงเลยนะคะ อันที่ 2

327
00:39:13,857 --> 00:39:17,857
แหล่งทุติยภูมิ

328
00:39:19,959 --> 00:39:22,479
ทุติยภูมิ ก็คือข้อมูลที่เราไม่ได้เก็บเองนะคะ มี

329
00:39:22,479 --> 00:39:26,479
ผู้อื่นจะเก็บแล้วนะคะ

330
00:39:27,860 --> 00:39:28,413
ทำข้อมูลเอาไว้แล้วเราแค่ไปขอไปหยิบมาใช้เท่านั้นเอง

331
00:39:28,413 --> 00:39:30,457
นะคะ

332
00:39:30,457 --> 00:39:34,110
เราไม่ได้ทำเอง

333
00:39:34,110 --> 00:39:38,110
โอเคนะ ทีนี้เรามาดูตัวอย่าง

334
00:39:39,945 --> 00:39:43,945
ตัวอย่างตอนนี้นะคะ

335
00:39:47,176 --> 00:39:50,727
ที่ครูปิ๊กบอกครูปิ๊กว่าเด็กอายุเท่าไรแต่ละคนทุกคนก็จะตอบครูปิ๊ก มา

336
00:39:50,727 --> 00:39:52,937
ตอบมาทั้งหมดก็จะบันทึก

337
00:39:52,937 --> 00:39:54,231
อันนี้ก็คือทุติยภูมิ

338
00:39:54,231 --> 00:39:55,821
โเคนะ

339
00:39:55,821 --> 00:39:59,821
ปีนี้

340
00:40:01,616 --> 00:40:03,183
ไม่ใช่เมื่อกี้เป็นปฐมภูมินะคะ ที่ 2 แหล่งทุติยภูมิ

341
00:40:03,183 --> 00:40:07,183
อะไรบ้าง

342
00:40:10,908 --> 00:40:13,270
อย่างเช่น ข้อมูลตัวนี้เป็นตัวอย่างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเมื่อปี พ.ศ. 2565 นะ เมื่อปีที่แล้ว

343
00:40:13,270 --> 00:40:15,563
ตัวนี้ใครเป็นคนวิเคราะห์

344
00:40:15,563 --> 00:40:19,563
โรงเรียนใช่ไหมคะ

345
00:40:21,437 --> 00:40:25,437
งานวัดผลเขาวิเคราะห์ออกมาแล้วก็เก็บข้อมูลออกมาแล้วแล้วก็วิเคราะห์ออกมาว่า

346
00:40:26,772 --> 00:40:29,161
พัฒนาการของเด็กปฐมวัยของโรงเรียนเรานี่

347
00:40:29,161 --> 00:40:32,291
ด้านอะไรด้านร่างกาย

348
00:40:32,291 --> 00:40:36,291
เด็กมีพัฒนาการร้อยละเท่าไร

349
00:40:36,463 --> 00:40:38,691
อันนี้คือข้อมูลที่มันมีแล้วเนาะแล้วก็อันนี้ผลสัมฤทธิ์

350
00:40:38,691 --> 00:40:42,691
ของเด็กประถม

351
00:40:44,285 --> 00:40:47,741
วิชาต่าง ๆ อันนี้คือแหล่งทุติยภูมิและสามารถเอาข้อมูลนี้

352
00:40:47,741 --> 00:40:49,510
ไปใช้ประโยชน์ได้ เราไม่ได้ถามเองนะคะ

353
00:40:49,510 --> 00:40:53,510
เราไม่ได้ถามเอง

354
00:40:58,255 --> 00:41:00,864
การเก็บข้อมูลเก็บได้จากส่วนไหนบ้างมีอยู่ 4 ส่วนด้วยกัน

355
00:41:00,864 --> 00:41:03,108
วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลนะคะ

356
00:41:03,108 --> 00:41:05,780
1. เก็บจากทะเบียนประวัติ

357
00:41:05,780 --> 00:41:07,378
อันนี้แน่นอน

358
00:41:07,378 --> 00:41:11,378
เราไม่ได้

359
00:41:11,683 --> 00:41:15,683
ทำอยู่แล้วเราแค่ไปเอามา เพราะฉะนั้น

360
00:41:16,378 --> 00:41:20,378
จะเป็นการวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนาหรืออนุมานคะ ข้อแรก

361
00:41:23,096 --> 00:41:26,021
น้องเบนซ์ น้องเบนซ์ตอบให้ครูชื่นใจหน่อย ข้อแรกนี่

362
00:41:26,021 --> 00:41:30,021
ทะเบียนประวัติเราไม่ได้เก็บเอง

363
00:41:32,138 --> 00:41:34,160
เราไม่ได้เก็บข้อมูลเองมันจะเป็นเชิงพรรณนาหรือเชิงอนุมาน

364
00:41:34,160 --> 00:41:38,160
จากแหล่งไหน

365
00:41:40,204 --> 00:41:43,327
2 ประเด็นนะ ไม่ใช่เอาใหม่นะคะ

366
00:41:43,327 --> 00:41:45,384
แหล่งที่เก็บข้อมูล

367
00:41:45,384 --> 00:41:47,436
แหล่งที่เก็บข้อมูล

368
00:41:47,436 --> 00:41:49,860
ที่มี 2 แหล่งนะ

369
00:41:49,860 --> 00:41:51,392
ปฐมภูมิกับทุติยภูมิ

370
00:41:51,392 --> 00:41:55,392
ข้อที่ 1

371
00:41:56,291 --> 00:42:00,291
การเก็บข้อมูลจากทะเบียนประวัติ อันนี้จะเป็นอันที่ 1 หรืออันที่ 2

372
00:42:08,064 --> 00:42:12,058
ตัวนี้อยู่ในทะเบียนประวัติ

373
00:42:12,058 --> 00:42:14,709
เราไม่ได้ไปเก็บเอง เราไม่ใช่คนถามเอง เพราะฉะนั้น

374
00:42:14,709 --> 00:42:16,382
เพราะฉะนั้น มันจะอยู่ใน

375
00:42:16,382 --> 00:42:19,480
แหล่ง

376
00:42:19,480 --> 00:42:22,799
ทุติยภูมิ ก็คือแหล่งที่ 2 นะคะ

377
00:42:22,799 --> 00:42:24,644
ถ้าเราอยากได้ประวัติของใครสักคน

378
00:42:24,644 --> 00:42:28,644
คนที่เก็บคือ

379
00:42:29,834 --> 00:42:33,834
พวกสํามะโนครัวพวกนี้นะคะ ก็คือทะเบียนราษฎร์อะไรต่าง ๆ แล้วก็ไปขอเขา

380
00:42:35,913 --> 00:42:39,913
ทางราชการเขาจะไม่ให้กันง่าย ๆ นะคะ เราจะต้องมีระเบียบวิธีที่จะไปขอเขามา

381
00:42:41,610 --> 00:42:44,710
เพื่ออะไร เพราะฉะนั้น แหล่งข้อมูลตัวนี้ก็คือแหล่งที่ 2 นะคะ แหล่งทุติยภูมิ

382
00:42:44,710 --> 00:42:48,710
ในขณะที่ข้อมูลที่ได้จาก

383
00:42:49,653 --> 00:42:51,729
การสำรวจนะคะ การสำรวจอันนี้เราสามารถที่จะไปดูเอง

384
00:42:51,729 --> 00:42:54,742
สำรวจเอง

385
00:42:54,742 --> 00:42:58,742
นะคะ อย่างเช่น

386
00:43:00,625 --> 00:43:02,491
ในอาคารเรียนของเรา เราอยากรู้ว่าหลอดไฟที่มันเสีย

387
00:43:02,491 --> 00:43:06,175
มีกี่หลอด

388
00:43:06,175 --> 00:43:09,621
เราก็ไปเดิน ๆ ๆ แล้วก็สำรวจเอง

389
00:43:09,621 --> 00:43:10,437
สำรวจเองอันนี้แสดงว่าเป็น

390
00:43:10,437 --> 00:43:13,825
แบ่ง

391
00:43:13,825 --> 00:43:15,949
ปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ

392
00:43:15,949 --> 00:43:16,983
ที่เราเก็บเอง

393
00:43:16,983 --> 00:43:20,983
ช่วยตัวเอง

394
00:43:25,659 --> 00:43:26,908
เอาใหม่นะ เอาใหม่นะเดี๋ยวครูปิ๊กจะทวน

395
00:43:26,908 --> 00:43:30,908
นักเรียนดูนะ

396
00:43:36,998 --> 00:43:40,998
เห็นไหมคะ ปฐมภูมิ ปฐมภูมิ ก็คือไปเดินเก็บเอง

397
00:43:41,486 --> 00:43:44,484
เดินเก็บเองเลยเรานี่ล่ะ ไปทำเองไปเก็บเอง

398
00:43:44,484 --> 00:43:48,209
สำนักปฐมอันแรก

399
00:43:48,209 --> 00:43:50,133
ปฐมภูมิ เราไปเก็บข้อมูลเองเลยนะคะ

400
00:43:50,133 --> 00:43:53,747
อันที่ 2

401
00:43:53,747 --> 00:43:56,448
มีคนอื่นเก็บไว้แล้วข้อมูลนี้

402
00:43:56,448 --> 00:43:59,793
ทุติยภูมินะคะ

403
00:43:59,793 --> 00:44:02,658
เขาเก็บมาไว้ให้แล้วเราไม่ได้ไปเก็บเอง

404
00:44:02,658 --> 00:44:06,658
โอเคนะ

405
00:44:07,043 --> 00:44:11,043
มีแค่ 2 แหล่ง ทีนี้ครูปิ๊กถาม

406
00:44:12,574 --> 00:44:14,127
เมื่อกี้ตอบไปแล้วนะคะ บอกไปแล้วว่าข้อที่ 1 ทะเบียนประวัตินี่

407
00:44:14,127 --> 00:44:18,127
เราไม่ได้ไปเก็บเอง

408
00:44:23,753 --> 00:44:25,458
เพราะมีคนที่เขาเก็บให้อยู่แล้วสำมะโนครัวพวกนี้นะคะ ข้อมูลต่าง ๆ แฟ้มประวัติเราเป็นคนเก็บเองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น

409
00:44:25,458 --> 00:44:26,742
ก็เลยอยู่ใน

410
00:44:26,742 --> 00:44:30,742
แหล่ง

411
00:44:31,003 --> 00:44:35,003
ทุติยภูมินะคะ ข้อแรกการสำรวจ

412
00:44:35,928 --> 00:44:39,928
การสำรวจเดินไปเก็บเองอย่างเช่น หลอดไฟที่ไปสำรวจอาคาร

413
00:44:40,337 --> 00:44:44,337
หลอดไหนที่มันเสียมีกี่มีกี่หลอดนะคะ มีกี่หลอด

414
00:44:45,758 --> 00:44:46,825
จากการสำรวจเราไปเก็บเอง เพราะฉะนั้น จะอยู่ในข้อไหน

415
00:44:46,825 --> 00:44:47,681
หรือ 2

416
00:44:47,681 --> 00:44:49,221
หรือ 1

417
00:44:49,221 --> 00:44:50,973

418
00:44:50,973 --> 00:44:53,978
โอเค เยี่ยมนะคะ ก็คือ 1

419
00:44:53,978 --> 00:44:57,978
นั่นเองการทดลอง

420
00:45:00,779 --> 00:45:01,845
เราทดลองเองเราทำแลปแล้วทำอย่างเช่น ที่ลูกทำ

421
00:45:01,845 --> 00:45:05,845
Kidbright ติดต่อ

422
00:45:07,922 --> 00:45:08,377
สัญญาณป้องกันน้ำท่วมอะไรของโลกที่สัญญาณที่เด็ก ๆ เขาทำกันนะ

423
00:45:08,377 --> 00:45:12,377
เด็ก ๆ

424
00:45:12,902 --> 00:45:15,758
ทำการทดลองเองเพราะฉะนั้น ข้อมูลตัวนี้จะอยู่ 1 หรือ 2

425
00:45:15,758 --> 00:45:19,758
ทำเองจะอยู่ 1 หรือ 2

426
00:45:22,663 --> 00:45:25,866
1 นะคะ เราทำเอง เพราะฉะนั้น ก็คือ 1 นั่นเอง

427
00:45:25,866 --> 00:45:27,216
ข้อที่ 4 สังเกต

428
00:45:27,216 --> 00:45:30,407
การสังเกต

429
00:45:30,407 --> 00:45:32,897
อย่างเช่น เราไปดู

430
00:45:32,897 --> 00:45:35,564
เราไปสังเกตเราไปนั่งดูแล้ว

431
00:45:35,564 --> 00:45:39,564
ตอนเช้า ๆ

432
00:45:39,857 --> 00:45:42,659
จะมีน้องแอบมาเล่นตรง

433
00:45:42,659 --> 00:45:46,659
ที่มันอันตรายหรือเปล่า หลังจากทานข้าวเสร็จ

434
00:45:47,639 --> 00:45:51,639
การสังเกตเราไปดูเองเราไปนั่งดูเอง เพราะฉะนั้น อยู่ใน 1 หรือ 2 คะ

435
00:45:56,064 --> 00:45:58,806
1 นะคะ โอเคแสดงว่านักเรียนเข้าใจนะ

436
00:45:58,806 --> 00:46:02,806
เข้าใจทุกคนไหมเข้าใจนะ

437
00:46:07,343 --> 00:46:09,389
เข้าใจนะคะ มีง่ายมากคือเก็บเองแล้วก็ไปเอาจากคนอื่นมาที่เขาเก็บแล้วเท่านั้นเองนะคะ อันนี้

438
00:46:09,389 --> 00:46:13,389
ชื่อเขาจะเรียกต่างกัน

439
00:46:19,844 --> 00:46:23,844
ทีนี้มาสู่การนำเสนอข้อมูลนะคะ เมื่อกี้การเก็บข้อมูล

440
00:46:24,434 --> 00:46:26,923
อยู่ 4 วิธีนะคะ ที่เก็บข้อมูลเรียบร้อยไปแล้ว

441
00:46:26,923 --> 00:46:27,941
วันนี้มาสู่การนำเสนอข้อมูล

442
00:46:27,941 --> 00:46:29,869
มีอะไรบ้าง

443
00:46:29,869 --> 00:46:32,650
1. นำเสนอ

444
00:46:32,650 --> 00:46:34,485
ง่ายไหม อันนี้ครูปิ๊กทำเป็นตาราง

445
00:46:34,485 --> 00:46:38,485
นักเรียนดู

446
00:46:38,997 --> 00:46:41,471
ดูมันง่ายไหมคะ อันนี้แสดงจำนวนบุคลากร

447
00:46:41,471 --> 00:46:44,318
ของโรงเรียนเรานี่

448
00:46:44,318 --> 00:46:47,210
ล่ะ ดูง่ายไหมว่ามันมีกี่คน

449
00:46:47,210 --> 00:46:49,620
ครูปิ๊กถามว่าบุคลากรทั้งหมดมีกี่คน

450
00:46:49,620 --> 00:46:50,758
เราสามารถไปดูตรงช่องไหน

451
00:46:50,758 --> 00:46:54,758
ตอบได้ค่ะ

452
00:46:55,394 --> 00:46:59,394
มีกี่คนบุคลากรทั้งหมดมีกี่คน

453
00:47:05,927 --> 00:47:08,979
ทั้งหมดเลยไม่ต้องแยกรวมทั้งหมดถูกนะคะ 80 คน ในสไลด์

454
00:47:08,979 --> 00:47:12,111
ถ้ามันเป็นตารางปุ๊บโอเคง่ายมาก

455
00:47:12,111 --> 00:47:15,349
รวมเท่าไร 80 สามารถตอบได้ทันที

456
00:47:15,349 --> 00:47:19,266
ถาม

457
00:47:19,266 --> 00:47:21,377
ผู้บริหารนะคะ ผู้บริหาร

458
00:47:21,377 --> 00:47:25,377
ผอ. มีกี่คน

459
00:47:25,561 --> 00:47:29,561
มีคนเดียวเห็นไหมคะ ตาราง

460
00:47:32,116 --> 00:47:34,454
เวลาเรานำเสนอข้อมูลมันจะทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น ง่ายขึ้นในการ

461
00:47:34,454 --> 00:47:38,454
เอาข้อมูลนั้นมาใช้นะคะ

462
00:47:40,220 --> 00:47:43,034
แบบแรกในการนำเสนอข้อมูลนะ ผ่านนะคะ ต่อไป

463
00:47:43,034 --> 00:47:47,034
เป็นภาพค่ะ

464
00:47:52,600 --> 00:47:55,669
เมื่อกี้เป็นตารางก็ง่ายนะ เป็นภาพง่ายกว่าอีกนะคะ ดูแล้วเข้าใจเลย

465
00:47:55,669 --> 00:47:56,729
ดูแล้วเข้าใจเลย อาจจะเป็นแผนภาพ

466
00:47:56,729 --> 00:47:57,958
นะคะ

467
00:47:57,958 --> 00:47:59,743
เป็นกราฟ

468
00:47:59,743 --> 00:48:03,073
เป็นกราฟ

469
00:48:03,073 --> 00:48:05,324
กราฟก็มีหลายอย่าง แผนภาพวงกลม

470
00:48:05,324 --> 00:48:07,247
เป็นกราฟแท่ง

471
00:48:07,247 --> 00:48:11,247
กราฟเส้นนะคะ

472
00:48:11,624 --> 00:48:13,710
อันนี้เป็นแผนภาพ แผนภูมิวงกลมนะคะ

473
00:48:13,710 --> 00:48:17,710
ออกมาเป็นเปอร์เซ็น

474
00:48:21,180 --> 00:48:24,391
ต์ อันไหนที่เยอะเข้าใจเลยว่าช่วงไหนที่มีปริมาณเยอะอันไหนที่น้อยสามารถตอบได้เลย

475
00:48:24,391 --> 00:48:28,391
นี่คือการนำเสนอข้อมูล

476
00:48:28,550 --> 00:48:32,550
เด็ก ๆ ม. 6 จะต้องได้เรียนทั้งหมดเลย 1. ก็คือ

477
00:48:34,399 --> 00:48:35,751
การการออกแบบนะคะ ออกแบบเครื่องมือที่จะไปเก็บข้อมูลอันไหนล่ะ

478
00:48:35,751 --> 00:48:39,751
แล้วก็

479
00:48:40,977 --> 00:48:43,466
นำไปสู่การเก็บข้อมูลนะคะ พอเราเก็บข้อมูลมาแล้ว เราจะไปสู่

480
00:48:43,466 --> 00:48:46,451
การวิเคราะห์เด็ก ๆ จะวิเคราะห์แล้วก็

481
00:48:46,451 --> 00:48:50,451
งานชิ้นสุดท้ายพอวิเคราะห์เสร็จ

482
00:48:54,386 --> 00:48:56,557
เอามาออกแบบจะนำเสนอข้อมูลแบบไหนนะคะ แล้วแต่เด็ก ๆ เลยว่าจะเป็นตารางหรือเปล่า ข้อมูลมันเหมาะสมไหม

483
00:48:56,557 --> 00:48:59,919
หรือว่าจะเอามาเป็นแผ่นภาพนะคะ

484
00:48:59,919 --> 00:49:02,996
ลูก ๆ ก็สามารถเอามาทำได้ อันนี้ก็คือ

485
00:49:02,996 --> 00:49:06,996
ได้เรียนรู้แล้วก็ฝึกนำไปใช้นะคะ

486
00:49:07,413 --> 00:49:08,224
วันนี้ข้อมูลครูปิ๊กสอนมีเท่านี้

487
00:49:08,224 --> 00:49:12,224
แต่

488
00:49:13,751 --> 00:49:17,341
นักเรียนจะต้องไปฝึกต่อไปนะคะ ไปฝึกต่อไปทีละเล็กทีละน้อยนะคะ

489
00:49:17,341 --> 00:49:19,827
มีใคร

490
00:49:19,827 --> 00:49:23,827
สงสัยไหม

491
00:49:24,216 --> 00:49:28,216
ตั้งแต่เรียนมา สำคัญวันนี้เราเรียนเรื่องอะไรบ้าง

492
00:49:29,882 --> 00:49:32,445
1.

493
00:49:32,445 --> 00:49:36,445
เรื่องอะไรคะ

494
00:49:42,046 --> 00:49:45,525
วันนี้เราเรียนเรื่องความหมายนะคะ ของสถิติเลย หัวข้อความหมายของสติ

495
00:49:45,525 --> 00:49:49,525
เป็นหัวข้อใหญ่เลยของวันนี้นะคะ

496
00:49:50,843 --> 00:49:54,843
มันหมายถึงอะไรนะคะ เด็ก ๆ

497
00:49:58,873 --> 00:50:01,745
บันทึกข้อมูลตัวนี้ลงไปที่สมุดของตัวเองนะคะ อันนี้สำคัญวันนี้ให้นักเรียนบันทึกลงไปตอนนี้เลยนะคะ

498
00:50:01,745 --> 00:50:04,996
ความหมายของสถิติหน้านี้

499
00:50:04,996 --> 00:50:08,996
บันทึกลงไปเลยนะคะ ตอนนี้ถูกต้อง

500
01:10:04,786 --> 01:10:07,175
นักเรียนคะ มองครูปิ๊กก่อน

501
01:10:07,175 --> 01:10:11,175
วันนี้หมดเวลาแล้วนะคะ

502
01:10:17,326 --> 01:10:18,440
วันนี้หมดเวลาแล้วครูปิ๊กถามหน่อยว่านักเรียนเข้าใจที่ครูไปสอนวันนี้ไหมความหมายของสถิติคืออะไร นักเรียนเข้าใจไหมคะ แล้วก็

503
01:10:18,440 --> 01:10:22,440
การวิเคราะห์

504
01:10:27,021 --> 01:10:31,021
ข้อมูลแบ่งเป็น 2 ส่วนอันนี้แบ่งเป็นข้อมูลเชิงอนุมานกับข้อมูลเชิงพรรณนาอันนี้เข้าใจนะคะ

505
01:10:31,024 --> 01:10:33,535
2 อันนะคะ แล้วก็แหล่งข้อมูล

506
01:10:33,535 --> 01:10:37,535
นะคะ แหล่งข้อมูลที่เราไปเก็บ

507
01:10:37,877 --> 01:10:41,718
มีอยู่ 4 หัวข้อนะคะ อันนี้นักเรียนต้อง

508
01:10:41,718 --> 01:10:43,986
จำแล้วก็เดี๋ยวบันทึกอีกทีหนึ่งนะ

509
01:10:43,986 --> 01:10:45,921
ที่ทวนนิดหนึ่งนะคะ

510
01:10:45,921 --> 01:10:48,939
เข้าใจหมดไหม

511
01:10:48,939 --> 01:10:52,939
หรือว่ามีใครยังสงสัยอยู่ไหมคะ

512
01:10:53,811 --> 01:10:57,811
เข้าใจนะถ้าครูปิ๊กออกข้อสอบมาแล้วตอบได้ไหม

513
01:11:03,702 --> 01:11:05,272
ระบบออกข้อสอบมาตอบได้ไหม ให้ตัวอย่างมานะคะ แล้วก็ถามนักเรียนว่าอันไหนเป็นข้อมูลเชิงสถิติอันไหนเป็นข้อมูลเชิงอนุมาน

514
01:11:05,272 --> 01:11:08,100
นักเรียนตอบได้นะ

515
01:11:08,100 --> 01:11:09,749
จับหัวข้อจับประเด็นให้ถูกนะคะ

516
01:11:09,749 --> 01:11:13,347
ง่ายมากเลย

517
01:11:13,347 --> 01:11:16,757
วันนี้หมดเวลาแล้วนะคะ เดี๋ยวเราเจอกันอาทิตย์

518
01:11:16,757 --> 01:11:17,828
ปลายสัปดาห์หน้านะคะ หัวหน้าเชิญค่ะ

519
01:11:17,828 --> 01:11:21,828
หัวหน้าห้อง

520
01:11:32,371 --> 01:11:36,371
ค่ะ ขอบคุณล่ามนะคะ ขอบคุณมากค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]

