ค่ะพร้อมแล้วนะคะขอบคุณที่พี่นะคะที่ ทำ นักเรียนได้เห็นจอแล้วนะคะ ok นะ เดี๋ยวรอร้านแป๊บนึงนะคะ โอเคนะคะพร้อมแล้วนะคะวันนี้รู้สึกว่ามอ6 นี้จะติดปัญหานิดๆนะคะ พร้อมแล้ว อารมณ์เริ่มเรามาเริ่มกันเลยนะคะคุณปิ๊กเหล้าไปแล้วนะสัปดาห์ที่แล้วเราเรียนอะไรกันบ้างสำหรับวันนี้นะคะ สิ่งที่เราจะเรียน ความหมายของสถิตินะคะสถิติคืออะไรสถิติก็หมายถึงวิชาวิชานึงนะคะวิชาเกี่ยวกับ การรวบรวม พอรวบรวมเสร็จแล้วนะคะ นำ มาวิเคราะห์ข้อมูลนะคะ ดูสีแดงนะคะที่ครูปิ๊กบอกแล้วมันหมายถึงวิชาเกี่ยวกับการรวบรวมการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่ออะไรนะคะ เพื่อการหาข้อมูลข้อสรุปเพื่อการหาข้อสรุปเมื่อเราวิเคราะห์แล้วเราก็จะหาข้อสรุป จากข้อมูลที่มีอยู่นะคะเพื่ออธิบายหรือตอบคำถามสิ่งที่เราสนใจ นะคะอันนี้คือความหมายของสถิติสถิติหมายถึงวิชา เกี่ยวกับการรวบรวมและการวิเคราะห์ข้อมูล นะครับเพื่อหาข้อมูลเพื่อหาข้อสรุปจากข้อมูลที่มีอยู่ เพื่ออธิบายนะคะ หรือตอบคำถามสิ่งที่เราสนใจ เมื่อไหร่จะตอบคำถาม จะเอาข้อมูลมาจากไหนนะคะมันอาศัยอยู่ 2 ส่วนด้วยกันนะคะ อาศัยข้อมูลที่เกิดซ้ำๆ อามาแล้วนะข้อมูลที่เกิดซ้ำเมื่อไหร่ที่ข้อมูลมันเกิดซ้ำๆเกิดบ่อยๆ นั่นคือโอกาสความน่าจะเป็นที่เราจะสามารถทำนายอนาคตว่าโอมันต้องเป็นแบบนี้แน่ๆเลยพอถึงตรงนั้นแล้วนะคะ เราจะเก็บข้อมูลโดยอาศัยข้อมูลที่เกิดขึ้นซ้ำๆ นะคะ แล้วก็การวิเคราะห์ การวิเคราะห์จะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆด้วยกันนะคะ ส่วนแรก การวิเคราะห์ ขั้นต้นนะคะจะบอกลักษณะกว้างนะคะไม่ไม่ลงเชิงลึก จะบอกลักษณะกลมกว้างเขาเรียกว่าสถิติเชิงพรรณนา นะคะสถิติเชิงพรรณนานี้เกี่ยวกับการสรุปข้อมูลของแต่ละชุด ที่เราสนใจนะคะ ข้อมูลที่ได้จากด้านการวัดในมันจะออกมาเป็นตัวเลขมันจะออกมาเป็นตัวเลขนะคะจำเอาไว้ว่า ข้อมูลส่วนแรกก็คือวิเคราะห์แบบตรงๆนะคะเรียกว่าสถิติเชิงพรรณนา มันจะออกมาเป็น ตัวเลขนะคะจะออกมาเป็นตัวเลขตัวเลขนั้นมีอะไรบ้าง นะคะดูในช่องสีเหลืองๆนะคะเขาเรียกว่าค่าวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางเมื่อเราเอาข้อมูลมาแล้ว กลางมันคือตรงไหนนะคะข้อมูลที่เราเก็บมา อาจจะมีอยู่ 10 คน 10 ที่เราไปถามมามีอยู่ 10 คนสมมุติมีอยู่ 10 คน ตัวไหนที่เป็นตัวแทนตัวไหนที่เป็นค่ากลางของข้อมูล 10 คนนั้นมันจะออกมาเป็น 3 ค่านะคะก็คือค่าเฉลี่ย ค่าเฉลี่ยแล้วก็คือเอาจำนวนทั้งหมดใน 10 คนนี้มารวมกันนะคะแล้วก็หารด้วย 10 หารด้วยจำนวนคนอันนี้คือค่าเฉลี่ยนะคะอันที่ 2 ค่าไหนที่เป็นค่าวัดเข้าสู่ส่วนกลางค่าที่ 2 คือมัธยฐาน มัธยฐานนะคะถ้าสมมุติว่ามีข้อมูลอยู่ 10 ข้อมูลด้วยกัน ข้อมูลที่เราเก็บมาอยู่ 10 เราจะเอาข้อมูลนั้นมาเรียงนะคะมาเรียงลำดับเลยจาก น้อยไปหามาก เอามาสลับเอามาเลี้ยงใหม่นะคะจากน้อยไปหามาก แล้วไปตัด ข้อมูลที่มากที่สุดน้อยที่ 10 ออกตัดไปเรื่อยๆจนมาอยู่ข้อมูลที่อยู่ตรงกลางนะคะ ข้อมูลไหนที่อยู่ตรงกลางอันนี้ก็คือค่ามัธยฐานจะบอกว่าข้อมูลชุดนี้ ตัวไหนที่เป็นค่ากลางของข้อมูลชุดนี้มีค่ามัธยฐานนะคะส่วนข้อที่ 3 ตัวไหนที่จะวัดได้ฐานนิยม คำว่าฐานนิยมหมายถึงอะไรฐานนิยมมีข้อมูลอยู่ 10 ชุดด้วยกัน ไม่ต้องเอามาเลี้ยงใหม่ไม่ต้องมาเรียน ข้อที่ 2 แต่เราจะมาดูว่าอันไหนที่พบข้อมูลนั้นบ่อยๆ พบบ่อยที่สุด พบบ่อยที่สุดนะคะพบข้อมูลนั้นซ้ำๆ เราจะเรียกค่านั้นเป็นค่ากลางในส่วนของฐานนิยมนะคะอันนี้คือส่วนแรก ชนิกานต์วัดในส่วนที่ 2 หลังจากวัดค่ากลางแล้วค่าที่ 2 คือค่าการกระจาย เมื่อเราได้ข้อมูลมาแล้วอันไหนที่เป็นส่วนกลางแล้วจะมาดูว่า a money จากส่วนกลางนี้ไปเยอะมากน้อยแค่ไหนนะคะมันจะออกมาเวลาเราแสดงผลน่ะมันจะมีอยู่ 4 ชุดด้วยกันที่เราจะได้เรียนนะคะก็คือส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่มันจับคู่กันกับค่าเฉลี่ย ข้างบนนะคะมันจะจับคู่กัน แล้วอีกอันนึงก็คือพิสัยพิสัยมันจะจับคู่กับข้อ 2 ข้างบนนะคะจะคู่กับมัธยฐาน ฐานนิยมส่วนมากเขาจะใช้กันกับการแจกแจงความถี่เพื่อที่จะหาค่าที่กระจายไปเท่าไหร่ นะคะ ส่วนการวัด การนำข้อมูลนะคะนำเสนอข้อมูลโดยภาพแผนภาพแผนภูมิหรือกราฟนั้นก็จะบ่งบอกการกระจายของข้อมูลออก จากส่วนกลางได้เหมือนกัน นะคะอันนี้นะคะการวิเคราะห์ส่วนแรกก็คือเป็นเชิงพรรณนาเป็นของข้อมูลชุดนั้น นะคะมีอยู่ 10 ก็เอามาเอามาหมดเลย 10 10 ข้อมูลชุดนั้นนะคะ ต้องเก็บข้อมูลให้หมดเนาะ ส่วนที่ 2 คืออะไร ส่วนที่สองคือวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากตัวอย่างต่างกันนะคะ ต่างกันนะ อันเนี้ยมันจะเก็บจากตัวอย่างนักเรียนดูนะคะคำของเขาก็คือสถิติเชิงอนุมาน สถิติเชิงอนุมานนะคะ ตัวนี้คือ ในภาพมีคนข้อมูลทั้งหมด คนเยอะมากมีมีคนเป็นร้อยเป็นพัน นะคะ มีคนเป็นร้อยเป็นพันโอ้โหถ้าเราจะเก็บข้อมูล เก็บข้อมูลมาทั้งหมดเลยเป็นไปไม่ได้นะคะคนเยอะมาก กว่าจะใช้เวลาเก็บเสียเวลาอีกใช้เวลานานมากนะคะแล้วก็ใช้งบประมาณเยอะนะคะกว่าเราจะไปสอบถามไปเก็บข้อมูลเนี่ยมันไม่ได้แล้วเขาก็เลย เลือกนะคะ เลือกกลุ่มตัวอย่างที่มาจากข้อมูลทั้งหมด ข้อมูลของคนทั้งหมดเนี่ยเลือกมากลุ่มนึงเขาเรียกว่ากลุ่มตัวอย่างนะคะจากทั้งหมดหรือเลือกมาเป็นกลุ่มตัวอย่าง เพื่อที่จะเอามาหาข้อมูลเหมือนกับข้อแรกเป็นตัวแทนเหมือนกับข้อแรกก็คือหาค่าเฉลี่ยหาค่า อะไรที่อยู่ข้อแรกนะคะหาให้หมดเลย ที่เราแสดงมาแต่ว่ามันจะเป็นตัวแทนของประชากรนะคะ แล้วตัวแทนตัวนี้มันจะต้อง เลือกตัวแทนยังไงล่ะ อันนี้ก็เป็นคำถามนะคะ เราจะเลือก ตัวแทนของข้อมูลทั้งหมดมาอย่างไรมันจะต้องมีวิธีการเลือกเพื่อที่จะได้ข้อมูลนะคะ ที่น่าเชื่อถือ อย่างเช่น ถ้าเราจะไปสอบถามความชอบของนักเรียน ในการรับประทานอาหารนะคะเมนูอาหารของโรงเรียนโสตอุดรเนี่ย นักเรียนชอบเมนูไหนนะคะนักเรียนชอบเมนูไหน ระหว่าง ไก่ย่างส้มตำกับก๋วยเตี๋ยว 2 เมนูนะคะ นักเรียนเรามีตั้งแต่อนุบาลจนถึงม 6 ถูกไหมคะ เด็กๆมีเยอะ มีพระฉันก็เลยตั้งแต่อนุบาลถึงม 6 เพราะฉะนั้นการเลือกตัวแทนของนักเรียนนักเรียนจะเอามาเฉพาะเด็ก ม 6 มา เฉพาะมัธยมมาได้ไหม ไม่ได้นะคะไม่ได้เพราะอะไรเพราะว่าพี่มัธยมเนี่ยอาจจะชอบ ไม่เหมือนกันกับน้องๆเพราะฉะนั้นเวลาเราจะหยิบตัวอย่างนะคะ ตัวอย่างออกมาเราจะต้องพระตั้งแต่ เป็นช่วงระดับเนาะเอาน้องอนุบาลมานะคะเอาน้องประถมมาเอาน้องมต้นมาแล้วก็ พี่มอปลายมา จำนวนเท่าไหร่เอามาเท่าๆกัน นะคะ เพื่อที่จะเป็นตัวแทนของนักเรียนทั้งหมด นะคะที่นี้เราก็จะรู้แล้วว่าโอ๋เด็กอนุบาลส่วนใหญ่ ถูกเลือกมาแล้วประถมถูกเลือกมาแล้วมอต้นถูกเลือกมาแล้วมอปลายถูกเลือกมาแล้วอันนี้ก็คือคนที่สามารถ ตอบคำถามว่าคุณชอบ ส้มตำไก่ทอดหรือว่าคุณจะชอบก๋วยเตี๋ยวพอเราได้ข้อมูลมาที่เราไปถามเนี่ยมันสามารถตอบโจทย์ไปว่าคนส่วนมากคนทั้งหมดชอบอะไร นะคะคุณครูหรือว่าฝ่ายโภชนาการจัดเลี้ยงก็จะสามารถที่จะจัดอาหารเมนูนี้ให้นักเรียนได้ ไงคะ จะต่างกันนะ ข้อมูลชุดแรกในการวิเคราะห์ จะเอา มาหมดเลยนะคะไม่อ้างอิงไม่ต้องอ้างอิงพอมาที่ 2 เชิงอนุมานแล้วจะมีการสุ่มตัวอย่างออกมาจากประชากรทั้งหมดนะคะเก็บมาจากตัวอย่างเพื่อที่จะไปอ้างอิงผล ให้ข้อมูลทั้งหมด นะคะ วิธีการในการเลือกตัวแทนนะคะกำหนดการทดลองแล้วจะทดลองยังไงวิธีการอันนี้จะต้องชัดเจนนะคะเดี๋ยวเราจะได้เรียนในช่วงต่อไปนะคะในการเก็บข้อมูล พี่ก็บอกมาแล้วทำไมเราถึงจะต้องใช้สถิติเชิงอนุมาน ทำไมเราจะทำไมเราไม่ทำสถิติเชิงพรรณนาเพราะหนึ่งเลยคนเยอะเสียเวลา ใช้เวลานานมากฟ้องเกี่ยวกับงบประมาณด้วยหรืออาจจะมีเหตุผลอีกเยอะแยะมากมายนะคะที่เข้ามา มันไม่สะดวก มันไม่สะดวกในการเก็บข้อมูลบางทีข้อมูล อาจจะเป็นช่วงเวลานะคะ ช่วงเวลามาเกี่ยวข้อง มันก็จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการเก็บข้อมูลเหตุผลนี้ถึงทำให้เราใช้สถิติเชิงอนุมานเข้ามาช่วยนะคะมีอยู่ 2 แบบด้วยกันเนาะ มีใครสงสัยไหมคะ เข้าใจไหม เข้าใจแล้วนะอันนี้คือสถิตินะคะมีประโยชน์ของสถิติ เยอะมากเลยนะคะดูประโยชน์ของเขา จากที่กูพูดมาประโยชน์เกี่ยวกับการศึกษาถูกนำมาใช้เยอะมาก ถูกนำมาใช้เยอะมากกว่าการศึกษาและนำข้อมูลต่างๆไม่ว่าจะเป็นในด้านของงบประมาณในด้านของการจัดการเรียนการสอนในด้านของการผลิตคุณครู ในด้าน เห็นไหมคะนักเรียนโครงการเรียนฟรี 15 ปีที่รัฐบาลเอามาให้เราช่วยในค่า ค่าเครื่องแต่งกายค่าอุปกรณ์ต่างๆก็จะต้องเก็บข้อมูลกว่าเขาจะบอก แปลว่าอนุบาลต้องใช้เงินเท่านี้ให้เด็กอนุบาลประถมให้ใช้เงินเท่านี้ มัธยมให้ใช้เงินเท่านี้ ทำไมเขาถึงใช้เงินไม่เท่ากัน เพราะมันเกิดจากการเก็บข้อมูลว่าเอ่อถ้า โตหน่อยนะกิจกรรมมันเยอะแล้ววิชาเนี่ยมันจะเข้มข้นขึ้นนะเพราะฉะนั้นรัฐบาลก็เลยจ่ายเงินให้มากกว่า ในระดับ น้อง อันนี้ก็เป็นเหตุผลทุกสิ่งทุกอย่างมันจะเกิดร้อยนัดกันไปหมดเลยนะคะเมื่อไหร่ที่เราใช้สถิติ สิ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง อะไรที่จะนำมาวิเคราะห์นะคะวิเคราะห์อย่างไรเนาะนอกจากการศึกษาแล้วประโยชน์อีกอันนึงของเขาคืออะไรในด้านของการเกษตร เห็นไหมคะ เราใช้เอาไปทำอะไรสถิติ ไปช่วยในด้านเกษตรยังไง พ่อแม่ที่เป็นชาวนาใช่ไหม รู้เลยว่า ขายข้าวกี่ตันได้เงินเท่าไหร่ แล้ว เราจะซื้อปุ๋ยยังไงปุ๋ยราคาเท่าไหร่นะคะอันนี้ก็เป็นการเก็บข้อมูล เพื่อที่จะ ดูว่าช่วงไหนที่เราจะต้องปลูก ช่วงไหนที่เราจะใช้เงินเยอะ ก็จะถูกนำมาวางแผน ได้พัฒนานะคะ ในด้านของกัน ผลิต ก็เหมือนกันนะคะประโยชน์ในด้านการผลิต เวลาเราจะผลิตบริษัทรถยนต์ผลิตรถยนต์ออกมา ต้องเก็บข้อมูลว่ารถรุ่นนี้ รถรุ่นนี้มีใครบ้างที่ฉายกลุ่มไหนที่ใช้เราจะผลิตได้กี่คัน ถึงจะพอดีไม่ใช่ว่า ผลิตออกมาปีก่อนๆ รถรุ่นนี้แหละผลิตออกมาแล้วเหลือเต็มเลยขายไม่ได้ นะคะอันนี้ก็ไม่ใช่มันถูกนำมาใช้ประโยชน์เยอะมากเลยนะคะสถิติ อันต่อมาเอามาควบคุมคุณภาพ จะต้องมีเกณฑ์จำได้ไหมคะสถานการณ์ที่คุณติ๊กเล่ามาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว การควบคุมคุณภาพของสินค้าต่างๆ ถูกนำสถิติเข้ามาใช้ ในด้านของผู้บริโภคก็เหมือนกันก็คือเราที่เราไปซื้อของต่างๆนะคะ ตอนนี้เวลาเราจะไปซื้อของเราต้องดูก่อนใช่ไหมคะว่าเปรียบเทียบ ร้านไหน ร้านไหนที่ราคาถูกคุณภาพดีแล้วก็ไปซื้อ นะ นี่คือการประโยชน์ของสถิตินะคะการพยากรณ์ก็เหมือนกับในเรื่องของฝน พยากรณ์ภูมิอากาศนะคะว่าเป็นยังไง แล้วก็ชีวิตประจำวันของเราชีวิตประจำวันของเรานี้สำคัญนะคะไม่ต้องไปเกี่ยวกับใครฝากให้นักเรียนนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของเราสิ่งสำคัญก็คือ การใช้จ่ายนะคะ ของเราเองเราจะใช้สถิติเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันเรายังไง ลองนะคะทำบันทึก รายรับรายจ่ายของตัวเองนะคะ ของตัวเองว่าตัวเองเนี่ย 1 วัน 1 วันได้เราใช้เงินทำอะไรได้บ้าง เราใช้เงินของเราซื้ออะไร ถ้าเราทำบันทึก ไว้ทุกวันทุกวันนะคะเราจะรู้ว่าสิ่งที่เราใช้ไปนั้น มีประโยชน์ไหม อันไหนที่เราใช้บ่อยๆแล้วมันไม่มีประโยชน์ นะคะเราก็สามารถที่จะตัดส่วนนั้นออกไปได้ อันนี้ก็คือสิ่งที่เอามาใช้ในชีวิตประจำวันของเรานั้นประโยชน์ของเขาก็มีอีกเยอะแยะมากมายนะคะสำหรับสถิติ ฉะนั้นคณิตศาสตร์เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเราที่เราสามารถ นำไปใช้ได้ บูรณาการได้หมด ทุกศาสตร์ทุกสาขาที่เข้ามาเกี่ยวข้องนะคะบางที่เรียนคณิตศาสตร์แต่ต้องไปคำนวณในวิชาวิทยาศาสตร์ ก็มีนะคะ ศิลปะบางทีเวลาเราเรียนมปลายคณิตศาสตร์ก็ได้เข้าไปอยู่ในศิลปะ เพราะอะไรอย่างเช่นการวาดภาพ การวาดภาพปุ๊ก วาดให้เหมือนจริงวาดภาพทางพฤกษศาสตร์การเหมือนจริง อันไหนใหญ่เราจะต้องย่อลงมาให้อยู่ในกระดาษได้เพราะฉะนั้นมาตราส่วนก็เข้ามามีส่วนสำคัญเพราะฉะนั้นคณิตศาสตร์ อยู่รอบตัวเราทุกวิชานะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างจากการวิเคราะห์นโยบาย นักเรียนดูนะในด้านของการศึกษา หลับใหญ่เลยก็คือรัฐบาล อ่านดูข้างบนนะคะ รัฐบาล ข้อมูลที่จะต้องเก็บมีอะไรบ้าง อย่าลืมนะสถิติเกี่ยวข้องกับอะไรวิชาที่ว่าด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลนะคะเพราะฉะนั้นข้อมูลที่เกี่ยวกับการศึกษามีใครบ้างล่ะ 1 นักเรียนแน่นอน นักเรียนจะต้องเกี่ยวข้องกับการศึกษาแน่นอนเราจะต้องเก็บข้อมูลของนักเรียนนะคะ 2 บุคลากรทางการศึกษา คุณครู เราจะต้องเก็บ ครูเป็นคนสอนเกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรงนะคะ 3 การผลิตหรือว่าพัฒนาคุณครูอันนี้บัณฑิตที่จบใหม่ นะคะราชภัฏ ในระดับปริญญาตรีนะคะมหาลัยต่างๆที่ผลิตคุณครูออกมา เกี่ยวข้องจะผลิตสาขาอะไรนะคะที่มีความต้องการ ที่การศึกษาขาดแคลน มหาลัยจะต้อง จะต้องผลิตให้ตรงสายนะคะมีการพัฒนาคุณครูก็ต้อง เป็นครูแล้วจบมาทำงานแล้วก็ต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง อันนี้ก็เกี่ยวข้องกับการศึกษาอันนี้คือเก็บข้อมูลทั้งหมดเลย นะคะ ข้อต่อมาสถานศึกษาเกี่ยวไหมการจัดการศึกษาโรงเรียนก็เกี่ยวนะคะ โรงเรียนอีกก็เกี่ยวสำคัญมาก เราจะวางแผนยังไง มีห้องเรียนกี่ห้องนะคะมีห้อง คอมพิวเตอร์ไหมห้องสมุดไหมห้องปฏิบัติการต่างๆสถานศึกษาจะต้องมีเพราะฉะนั้นเราจะต้องเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์นะคะ และ ที่สำคัญคือค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษา ทั้งหมดนี้จะถูกนำมา นำข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลทั้งหมดนะคะจะถูกนำมาวิเคราะห์ วิเคราะห์โดยใช้อะไรวิเคราะห์โดยใช้สถิติ อย่างเนี้ย มันเยอะมากเลยลูกข้อมูลมันเยอะมากเพราะฉะนั้นมันจะเข้ามาสู่สถิติเชิงอนุมานนะคะเราไม่สามารถที่จะไปเก็บ มาทั้งหมดได้ถูกไหมในประเทศไทยมีนักเรียนกี่คนเยอะมาก เพราะฉะนั้นเขาก็เลยสุ่มเอาตัวอย่างนะคะเอาข้อมูลแค่เป็นตัวอย่างมาใช้ในการวิเคราะห์ ทั้งหมดเลยเพราะเป็นภาพใหญ่ นะคะ OK แล้วหลังจากนั้นเวลาเราวิเคราะห์ข้อมูลเสร็จปุ๊บ รัฐบาล รัฐบาลก็จะนำข้อมูลนั้นมากำหนดนโยบายทางการศึกษามักวางแผนนะคะมากระจายโอกาส เพื่อให้การศึกษาของประเทศไทยเนี่ย พัฒนาแล้วก็มีคุณภาพมากขึ้น อันนี้เป็นตัวอย่างในด้านของการจัดการศึกษานะคะการเก็บข้อมูลมีข้อมูลจากส่วนไหนบ้างวิเคราะห์อย่างไรและนำไปใช้อะไรนะคะ ในด้านของพยากรณ์บ้างเมื่อกี้ที่คุยกันตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วน้องพยากรณ์ที่สำคัญมาก อันนี้ก็ เป็นหน่วยงานนะคะกรมอุตุนิยมวิทยาที่มาดูแลเรื่องการพยากรณ์เห็นไหมคะ เขาเก็บข้อมูลตั้งแต่อดีต ตั้งแต่ดีดนานมาแล้ว จนถึงปัจจุบัน เอาข้อมูลนั้น มาวิเคราะห์ มาวิเคราะห์แล้วสามารถพยากรณ์ได้เลยทำนายแล้วทำนายได้ตรงด้วย ดีไหมคะ นักเรียนนักเรียนจำได้ไหมมีครั้งไหนที่เขาทำนายไม่ได้แม้กระทั่ง ที่สึนามิแม้กระทั่งเรื่องของแผ่นดินไหว แม้กระทั่ง ภูเขาไฟระเบิดนะคะ เขาสามารถวิเคราะห์ว่าเขาจะมีการเก็บข้อมูล เก็บข้อมูลต่างๆมาแล้วก็ เอามา ทำนายโดยใช้สถิติโดยใช้วิธีการวิเคราะห์นะคะ จะได้ผลออกมานำไปใช้ในการตัดสินใจได้ ในชีวิตประจำวันครูบิ๊กบอกแล้วเนาะในด้านของนักเรียนเองนะคะหรือว่าคุณพ่อคุณแม่ในครอบครัวของเรานะคะ ที่สำคัญก็คืออยากให้บันทึกรายรับรายจ่าย เพื่อที่จะนำมาวิเคราะห์พฤติกรรม ของตัวเอง พิธีกรรมการใช้จ่ายนะคะของตัวเองว่า ใช้จ่ายมีประโยชน์หรือเปล่า อันไหนที่มีประโยชน์เราก็โอเคแล้วก็ยังใช้จ่ายได้อยู่ แต่ถ้าอันไหน มันไม่มีประโยชน์นะคะเราก็สามารถปรับวิธีการใช้จ่ายได้ ควบคุมค่าใช้จ่ายได้อันนี้จะเป็นประโยชน์กับนักเรียนเอง จะเป็นประโยชน์กับนักเรียนเอง โอเคไหมเข้าใจนะ ที่นี้มาดูแหล่งของข้อมูลทางสถิตินะคะ แหล่งข้อมูลทางสถิติแบ่งเป็น 2 ข้อด้วยกันมาจาก 2 แหล่งเมื่อกี้การวิเคราะห์นะลูก เมื่อกี้การวิเคราะห์ผ่านไปแล้วนะ การวิเคราะห์แบ่งเป็น เชิงพรรณนากับเชิงอนุมานนะคะ เชิงพรรณนาเก็บมาจาก ข้อมูลทั้งหมดเอามาวิเคราะห์ แต่เชิงอนุมานเลือกจากกลุ่มตัวอย่างมาวิเคราะห์เพื่อที่จะเป็นตัวแทนแล้วก็ไม่ตอบโจทย์ของ ที่เราอ้างอิงมานะคะอันนี้ผ่านไปแล้วนะการวิเคราะห์ทีนี้เรามาดูแหล่งที่มาของข้อมูล แล้วจะไปเก็บมาจากไหน คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องและชื่อของเขาอ่ะ เรียกว่าอย่างไรนะคะมีอยู่ 2 แหล่งที่เราเก็บ แหล่งแรกก็คือปฐมภูมิ ปฐมภูมิหมายถึง แหล่งกำเนิดของข้อมูลนะคะ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยตรง นี่ก็คือเรานี่แหละไปถามโดยตรงเลยไม่ต้องผ่านใครเลย เป็นข้อมูลที่ เราเก็บเองนะคะเราเก็บเอง อย่างเช่น ครูบิ๊กอยากอยากรู้ว่านักเรียนในห้องนี้ น้ำหนักเท่าไหร่ส่วนสูงเท่าไหร่เด็กๆมีอยู่แค่ 9 คนนะคะนักเรียนมีทั้งหมด 9 คนครูบิ๊กสามารถที่จะเก็บข้อมูลได้เลย สามารถที่จะถามได้เลยแล้วก็ เก็บบันทึกข้อมูลได้เลยอันนี้เขาเรียกว่าแหล่งปฐมภูมิและแหล่งปฐมภูมิ เจ็บเองได้โดยตรงเลยนะคะอันที่ 2 แหล่งทุติยภูมิ ทุติยภูมิก็คือข้อมูลที่เราไม่ได้เก็บเองนะคะมีผู้ ผู้อื่นจะเก็บแล้วนะคะ ทำข้อมูลเอาไว้แล้วเราแค่ไปขอไปหยิบมาใช้เท่านั้นเอง นะคะ เราไม่ได้ทำเอง ทีนี้เรามาดูตัวอย่าง ตัวอย่างตอนนี้นะคะ ที่กูปิดบอกกูถามกูถามว่าเด็กอายุเท่าไหร่แต่ละคนทุกคนก็จะตอบคุณติ๊กมา ตอบตอบตอบมาทั้งหมดก็จะบันทึก อันนี้ก็คือทุติยภูมิ เคนะ ปีนี้ ไม่ใช่เมื่อกี้เป็นปฐมภูมินะคะที่ 2 แหล่งทุติยภูมิ อะไรบ้าง อย่างเช่นข้อมูลตัวนี้เป็นตัวอย่างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเมื่อปีพศ. 2565 นะเมื่อปีที่แล้ว ตัวนี้ใครเป็นคนวิเคราะห์ โรงเรียนใช่ไหมคะ งานวัดผลเขาวิเคราะห์ออกมาแล้วก็เก็บข้อมูลออกมาแล้วแล้วก็วิเคราะห์ออกมาว่า พัฒนาการของเด็กปฐมวัยของโรงเรียนเราเนี่ย ด้านอะไรด้านร่างกาย เด็กมีพัฒนาการร้อยละเท่าไหร่ อันนี้คือข้อมูลที่มันมีแล้วเนาะแล้วก็อันนี้ผลสัมฤทธิ์ ของเด็กประถม วิชาต่างๆอันนี้คือแหล่งทุติยภูมิและสามารถเอาข้อมูลนี้ ไปใช้ประโยชน์ได้เราไม่ได้ถามเองนะคะ เราไม่ได้ถามเอง การเก็บข้อมูลเก็บได้จากส่วนไหนบ้างมีอยู่ 4 ส่วนด้วยกัน วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลนะคะ 1 จากทะเบียนประวัติ อันนี้แน่นอน เราไม่ได้ ก็ถามไปอยู่แล้วเราแค่ไปเอามาเพราะฉะนั้น จะเป็นการวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนาหรืออนุมานคะข้อแรก น้องเบนซ์น้องเบนซ์ตอบให้กูชื่นใจหน่อยข้อแรกเนี่ย ทะเบียนประวัติเราไม่ได้เก็บเอง เราไม่ได้เก็บข้อมูลเองมันจะเป็นเชิงพรรณนาหรือเชิงอนุมาน จากแหล่งไหน 2 ประเด็นนะไม่ใช่เอาใหม่นะคะ แหล่งที่เก็บข้อมูล แหล่งที่เก็บข้อมูล ที่มี 2 แรงนะ ปฐมภูมิกับทุติยภูมิ ข้อที่ 1 การเก็บข้อมูลจากทะเบียนประวัติอันนี้จะเป็นอันที่ 1 อันที่ 2 ตัวนี้อยู่ในทะเบียนประวัติ เราไม่ได้ไปเก็บเองแล้วไม่ใช่คนถามเองเพราะฉะนั้น เพราะฉะนั้นมันจะอยู่ใน แหล่ง ทุติยภูมิก็คือแหล่งที่ 2 นะคะ ถ้าอยากได้ประวัติของใครสักคน คนที่เจ็บคือ สํามะโนครัวพรุ่งนี้นะคะก็คือทะเบียนราษฎร์อะไรต่างๆแล้วก็ไปขอเขา ทางราชการเขาจะไม่ให้กันง่ายๆนะคะเราจะต้องมีระเบียบวิธีที่จะไปขอเขามา เพื่ออะไรเพราะฉะนั้นแหล่งข้อมูลตัวนี้ก็คือแหล่งที่ 2 นะคะแหล่งทุติยภูมิ ในขณะที่ข้อมูลที่ได้จาก การสำรวจนะคะการสำรวจอันนี้เราสามารถที่จะไปดูเอง สำรวจเอง อย่างเช่น ในราคาเดิมของเราเราอยากรู้ว่าหลอดไฟที่มันเสีย มีกี่หลอด แล้วก็ไปเดินเดินเดินแล้วก็สำรวจเอง สำรวจเองอันนี้แสดงว่าเป็น แบ่ง ปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ ที่เราเก็บเอง ช่วยตัวเอง เอาใหม่นะเอาใหม่นะเดี๋ยวกูไปจะทวน นักเรียนดูนะ เห็นไหมคะปฐมภูมิปฐมภูมิก็คือไปเดินเก็บเอง เดินเก็บเองเลยเรานี่แหละไปทำเองไปเก็บเอง สำนักปฐมอันแรก ปฐมภูมิเราไปเก็บข้อมูลเองเลยนะคะ อันที่ 2 มีคนอื่นเก็บไว้แล้วข้อมูลนี้ พุทธภูมินะคะ เขาเก็บมาไว้ให้แล้วเราไม่ได้ไปเก็บเอง เคนะ มีแค่ 2 แหล่งชายที่นี้กู Big ถาม เมื่อกี้ตอบไปแล้วนะคะบอกไปแล้วว่าข้อที่ 1 ทะเบียนประวัติเนี่ย เราไม่ได้ไปเก็บเอง เพราะมีคนที่เขาเก็บให้อยู่แล้วสำมะโนครัวพรุ่งนี้นะคะข้อมูลต่างๆแฟ้มประวัติเราเป็นคนเก็บเองอยู่แล้วเพราะฉะนั้น ก็เลยอยู่ใน แหล่ง ทุติยภูมินะคะข้อแรกการสำรวจ การสำรวจเดินไปเก็บเองอย่างเช่นหลอดไฟที่ไปสำรวจอาคาร หลอดไหนที่มันเสียมีกี่มีกี่หลอดนะคะมีกี่หลอด จากการสำรวจเราไปเก็บเองเพราะฉะนั้นจะอยู่ในข้อไหน หรือ 2 1 OK เยี่ยมนะคะก็คือ 1 งั้นเองการทดลอง เราทดลองเองเราทำแลปแล้วทำอย่างเช่นที่ลูกทำคิดไบร์ท ติดต่อ สัญญาณป้องกันน้ำท่วมอะไรของโลกที่สัญญาณที่เด็กๆเขาทำกันเนาะ เด็กๆ ทำการทดลองเองเพราะฉะนั้นข้อมูลตัวนี้จะอยู่ 1 หรือ 2 ทำเองจะอยู่ 1 หรือ 2 1 นะคะเราทำเองเพราะฉะนั้นก็คือหนึ่งนั่นเอง ข้อที่ 4 สังเกต การสังเกต อย่างเช่นเราไปดู เราไปสังเกตเราไปนั่งดูแล้ว ตอนเช้าๆ จะมีน้องแอบมาเล่นตรง ที่มันอันตรายหรือเปล่าหลังจากทานข้าวเสร็จ การสังเกตเราไปดูเองเราไปนั่งดูเองเพราะฉะนั้นอยู่ใน 1 หรือ 2 คะ 1 นะคะโอเคแสดงว่านักเรียนเข้าใจนะ เข้าใจทุกคนไหมเข้าใจนะ เข้าใจนะคะมีง่ายมากคือเก็บเองแล้วก็ไปเอาจากคนอื่นมาที่เขาเก็บแล้วเท่านั้นเองนะคะอันนี้ ชื่อเขาจะเรียกต่างกัน ที่นี่มาสู่การนำเสนอข้อมูลนะคะเมื่อกี้การเก็บข้อมูล อยู่ 4 วิธีนะคะที่เก็บข้อมูลเรียบร้อยไปแล้ว วันนี้มาสู่การนำเสนอข้อมูล มีอะไรบ้าง 1 นำเสนอ ได้ไหมอันนี้ครูบิ๊กทำเป็นตาราง นักเรียนดู ดูมันง่ายไหมคะอันนี้แสดงจำนวนบุคลากร ของโรงเรียนเรานี่แหละ ดูง่ายไหมว่ามันมีกี่คน ครูบิ๊กถามว่าบุคลากรทั้งหมดมีกี่คน เราสามารถไปดูตรงช่องไหน ตอบได้ค่ะ มีกี่คนบุคลากรทั้งหมดมีกี่คน ทั้งหมดเลยไม่ต้องแยกรวมทั้งหมดถูกนะคะ 80 คนในสไลด์ ถ้ามันเป็นตารางปุ๊บโอเคง่ายมาก รวมเท่าไหร่ 80 สามารถตอบได้ทันที ถาม ผู้บริหารนะคะผู้บริหาร ผอ. มีกี่คน มีคนเดียวเห็นไหมคะตาราง เวลาเรานำเสนอข้อมูลมันจะทำให้เกิดความชัดเจนขึ้นง่ายขึ้นในการ เอาข้อมูลนั้นมาใช้นะคะ แบบแรกในการนำเสนอข้อมูลนะผ่านนะคะต่อไป เป็นภาพค่ะ เมื่อกี้เป็นตารางก็ง่ายนะเป็นภาพง่ายกว่าอีกนะคะดูแล้วเข้าใจเลย ดูแล้วเข้าใจเลยอาจจะเป็นแผนภาพ นะคะ เป็นกราฟ เป็นกราฟ ปลาก็มีหลายอย่างแผนภาพวงกลม เป็นกราฟแท่ง กราฟเส้นนะคะ อันนี้เป็นแผนภาพแผนภูมิวงกลมนะคะ ออกมาเป็นเปอร์เซ็น อันไหนที่เยอะเข้าใจเลยว่าช่วงไหนที่มีปริมาณเยอะอันไหนที่น้อยสามารถตอบได้เลย นี่คือการนำเสนอข้อมูล เด็กๆม 6 จะต้องได้เรียนทั้งหมดเลยหนึ่งก็คือ การการออกแบบนะคะออกแบบเครื่องมือที่จะไปเก็บข้อมูลอันไหนล่ะ แล้วก็ นำไปสู่การเก็บข้อมูลนะคะเพราะเราเก็บข้อมูลมาแล้วเราจะไปสู่ การวิเคราะห์เด็กๆจะวิเคราะห์แล้วก็ งานชิ้นสุดท้ายพอวิเคราะห์เสร็จ เอามาออกแบบจะนำเสนอข้อมูลแบบไหนนะคะแล้วแต่เด็กๆเลยว่าจะเป็นตารางหรือเปล่าข้อมูลมันเหมาะสมไหม หรือว่าจะเอามาเป็นแผ่นภาพนะคะ ลูกๆก็สามารถเอามาทำได้อันนี้ก็คือ ได้เรียนรู้แล้วก็ฝึกนำไปใช้นะคะ วันนี้ข้อมูลครูบิ๊กสอนมีเท่านี้ แต่ นักเรียนจะต้องไปฝึกต่อไปนะคะไปฝึกต่อไปทีละเล็กทีละน้อยนะคะ นี่ใคร สงสัยไหม ตั้งแต่เรียนมาสำคัญวันนี้เราเรียนเรื่องอะไรบ้าง 1 เรื่องอะไรคะ วันนี้เราเรียนเรื่องความหมายนะคะของสถิติเลยหัวข้อความหมายของสติ เป็นหัวข้อใหญ่เลยของวันนี้นะคะ มันหมายถึงอะไรนะคะเด็กๆ บันทึกข้อมูลตัวนี้ลงไปที่สมุดของตัวเองนะคะอันนี้สำคัญวันนี้ให้นักเรียนบันทึกลงไปตอนนี้เลยนะคะ ความหมายของสถิติหน้านี้ บันทึกลงไปเลยนะคะตอนนี้ถูกต้อง นักเรียนคะมองครูปีก่อน วันนี้หมดเวลาแล้วนะคะ วันนี้หมดเวลาแล้วพี่ถามหน่อยว่านักเรียนเข้าใจที่กูไปสอนวันนี้ไหมความหมายของสถิติคืออะไรนักเรียนเข้าใจไหมคะแล้วก็ การวิเคราะห์ ข้อมูลแบ่งเป็น 2 ส่วนอันนี้แบ่งเป็นข้อมูลเชิงอนุมานกับข้อมูลเชิงพรรณนาอันนี้เข้าใจนะคะ 2 อันนะคะแล้วก็แหล่งข้อมูล นะคะแหล่งข้อมูลที่เราไปเก็บ อยู่ 44 หัวข้อนะคะอันนี้นักเรียนต้อง จำแล้วก็เดี๋ยวบันทึกอีกทีนึงเนาะ พี่ทวนนิดนึงนะคะ เข้าใจหมดไหม หรือว่ามีใครยังสงสัยอยู่ไหมคะ เข้าใจนะถ้ากูไปออกข้อสอบมาแล้วตอบได้ไหม ระบบพิกัดกระสอบมาตอบได้ไหมให้ตัวอย่างมานะคะแล้วก็ถามนักเรียนว่าอันไหนเป็นข้อมูลเชิงสถิติอันไหนเป็นข้อมูลเชิงอนุมาน นักเรียนตอบได้นะ จับหัวข้อจับประเด็นให้ถูกนะคะ ง่ายมากเลย วันนี้หมดเวลาแล้วนะคะเดี๋ยวเราเจอกันอาทิตย์ ปลายสัปดาห์หน้านะคะหัวหน้าเชิญค่ะ หัวหน้าห้อง จ้าขอบคุณล่ามนะคะขอบคุณมากค่ะ