--- title: (ASR + PE v.2 2 คน) SUD ท31101 ภาษาไทย 1 (ม.4/1) คาบที่ 2 นาโน subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน 2566 เวลา 08.41 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์จักรพงศ์) ถ้านักเรียนเข้าใจแล้วเริ่มเขียนได้เลยครับ มีนักเรียนคนไหนไม่เข้าใจอีกไหมครับ มีไหม นักเรียนคนไหนไม่เข้าใจสามารถยกมือ เดินออกมาถามพี่ล่ามได้เลยครับ นักเรียนเขียนมาเลยนะ นักเรียนไม่ต้องกลัวว่านักเรียนจะเขียนผิด นักเรียนเขียนมาเลย เขียนมาให้คุณครูดูเลย เดี๋ยวคุณครูจะดูเองว่านักเรียนเขียนผิดตรงไหน แล้วคุณครูจะบอกเองว่าคำที่ถูกต้องควรเขียนอย่างไรนะครับ นักเรียนไม่ต้องกังวลว่านักเรียนจะเขียนไม่ได้ นักเรียนอยากเขียนอะไรให้คุณครู นักเรียนเขียนมาเลย โอเคนะ โฮเค หานักเรียนเขียนเรียบร้อยแล้วนะ แล้วทีนี้เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนมา มาพูดภาษามือ สิ่งที่นักเรียนเขียนลงในสมุดนะครับ ว่านักเรียนพูด เขียนอะไร สื่อสารอะไรกับคุณครูเดี๋ยวจะ ให้พี่ล่ามแปลภาษามือให้คุณครูฟัง แปลเป็นคำพูด แปลเป็นคำพูดได้ใช่ไหมครับ พูดเสียงเสียงออกมาได้ใช่ไหมครับ โอเคครับ เดี๋ยวครูจะสุ่มนะมึงกูจะสุ่มนักเรียนใช่ ๆ ใช่ครับ ออกมาเลย อยู่หน้ากล้องเลย พูดกับพี่ล่ามนะ (ล่าม) ได้ยินไหมคะ (อาจารย์จักรพงศ์) ได้ยินครับ (ล่าม) โอเค (อาจารย์จักรพงศ์) ไม่ใช่ลูก ไม่ใช่ ให้พูดภาษามือ ให้บอกพี่ล่ามว่านักเรียนเขียนลงในสมุดว่าอะไร เดี๋ยวให้คนอื่นก่อน เดี๋ยวมานี่ก่อน เดี๋ยวให้คนอื่นก่อน (ล่าม) สวัสดีค่ะ ฉันชื่อภาษามือนี้นะคะ เลขที่ 12 ค่ะ เดี๋ยว ๆ นะคะ เกิดวันที่ 12 เดือนธันวาคมค่ะ ปี 2549 ค่ะ บ้านเกิดของดิฉันอยู่ที่ บ้านเกิดของดิฉันนะคะ อยู่ที่อำเภอ พอดี พอดีมองเห็นไม่ค่อยชัดน่ะค่ะคุณครู ใบไม้ สระอิ ง งู ก ไก่ สระอา บึงกาฬค่ะ บ้านเกิดของฉันอยู่ที่บึงกาฬค่ะ ฉันชอบกินผัดหมูค่ะ ครอบครัวของดิฉันนะคะ มี 4 คนค่ะ มีพ่อ แม่ พี่ชาย น้อง ก็คือตัวดิฉันนะคะ หมดแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) โอเคครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณพี่ล่าม ที่ช่วยแปลครับ เดี๋ยวครู... อีกสัก 2 คนดีกว่า อีกสัก 2 คน เอาผู้หญิงแล้ว ผู้ชายบ้างครับ ผู้ชาย 3 คน มีใครจะออกมาพูด โอเค ให้ผู้หญิงก่อน ผู้หญิงขอพูดก่อน เชิญครับ เชิญ (ล่าม) สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อภาษามือนี้นะคะ ดิฉันเกิดวันที่ 7 เดือนตุลาคมค่ะ 2550 ค่ะ บ้านเกิดของนิทานนะคะ อยู่ที่ สเสือ กไก่ ลลิง สกลนครค่ะ ดิฉันเรียนอยู่ที่โสตศึกษาจังหวัดอุดรฯค่ะ ดิฉันชอบกินอะไรคือลูกสีเหลืองน่ะ ท ทหาร ททหาร สระอู ดิฉันชอบทานทุเรียนค่ะ ขอบคุณค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) โอเคครับ เชิญครับ เชิญนั่ง อีกคนหนึ่ง อีกคนนึงมีไหมมีไหมขออาสาสมัครหน่อยครับ ขออาสาสมัครหน่อย เชิญครับ เชิญครับ (ล่าม) สวัสดีครับ ชื่อภาษามือนี้นะครับ ผมเป็น มีลูก ผมเป็นคน ครอบครัวผมมีพี่น้อง 5 เอ้ย มีทั้งหมด 5 คน แล้วก็มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน มีพี่ ตัวผม แล้วก็น้องครับ บ้านเกิดของผม บ้านเกิดของผมอยู่ที่จังหวัดอุดรธานีครับ ผมชอบกินหมูกะทะครับ แล้วก็ต้มเลือดหมูครับ แล้วก็ชอบทานเนื้อวัวครับ หมดแล้วครับ ขอบคุณครับ (อาจารย์จักรพงศ์) โอเคครับ นักเรียนครับ นักเรียนรู้ไหมว่าสิ่งที่นักเรียนเขียนลงในสมุด สื่อสารกับคุณครู มันอาจจะไม่ได้ตรงกันกับพี่นักเรียนพูดกับพี่ล่าม เนื่องจากนักเรียนมีทักษะการเขียน ที่ยัง เขาเรียกว่าอะไร ที่ยังไม่ดีพอ เดี๋ยวคุณครูจะสอนทักษะการเขียนนักเรียน ในการเขียนที่ถูกต้อง เผื่อนักเรียนเขียน เผื่อนักเรียนเดินทางไปที่ไหนอย่างนี้ นักเรียนจะสามารถ นักเรียนจะสามารถเขียนสื่อสารคนอื่น ๆ ให้เข้าใจได้นะครับ มีคนไหนฟังไม่ทันไหม มีคนไหนยังไม่เข้าใจที่คุณครูพูดไหมครับ เข้าใจใช่ไหม นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนไม่ต้องดูคุณครูพูดนะ คุณครูจะพูดเฉย ๆ ส่วนพี่ล่ามจะใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียนนะครับ ก็คือสิ่งที่คุณครูให้นักเรียนเขียนลงในสมุดนี่ ถ้านักเรียนเรียนจบไป แล้วไปทำงาน หรือไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนแล้ว นักเรียนจะสามารถสื่อสารกับคนที่ไม่รู้จักภาษามือได้อย่างไร นักเรียนก็ต้องเขียน ใช่ไหมครับ ถ้านักเรียนเขียนแล้ว นักเรียนจะเขียนอย่างไรให้กับหลาย ๆ คนเข้าใจในสิ่งที่นักเรียนอยากจะสื่อสารกับคนอื่น ก่อนอื่นเลย เดี๋ยว เมื่อกี้คุณครูให้นักเรียนทำใบงานไปแล้ว เดี๋ยวเราจะมารู้จักความหมายของการเขียนนะครับ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเขียนเลยนักเรียน การเขียนเป็นการสื่อสาร ด้วยอักษร ถ่ายทอดความรู้ ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก ประสบการณ์ของผู้เขียนไปสู่ผู้อ่านนะครับ ทักษะการเขียน เป็นทักษะที่เป็นทั้งศิลป์และศาสตร์ กล่าวคือ การเขียนต้องใช้ภาษาที่ไพเราะ ปราณีต สื่อได้ทางอารมณ์ความคิด ความรู้ ต้องใช้ศิลปะที่กล่าวว่า ที่กล่าวว่าเป็นศาสตร์นั้น ก็เพราะว่าการเขียนทุกชนิดจะต้องประกอบด้วยความรู้ หลักการ และวิธีการนะครับ ต่อไปเรามาดูความสำคัญของการเขียนบ้างนะครับ เรียนรู้หรือเปล่าว่าความสำคัญของการเขียน น่ะ มันสำคัญอย่างไร ก็อย่างที่คุณครูเคยพูดกับนักเรียนคร่าว ๆ ไว้แล้วว่า สมมติว่าถ้านักเรียนจบ ม. 6 ไป นักเรียนไปทำงานที่อื่น หรือนักเรียนไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว เวลานักเรียนจะสื่อสารกับคนที่ไม่รู้จักภาษามือ นักเรียนจะต้องเขียนสื่อสาร นี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลย ว่านักเรียนจะต้องเขียนให้ถูกต้อง นักเรียนจะต้องรู้ว่าคำที่นักเรียนจะสื่อสารนี่ มันเขียนอย่างไร เขียนถูกหรือเปล่า สะกดตัวอักษรพยัญชนะ วรรณยุกต์ ตัวสะกดทุกอย่างถูกต้องไหม ถ้านักเรียนเขียนผิดนิดเดียว นก็จะเป็นความหมายอื่นแล้ว และนักเรียนก็จะไม่สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้เลย นอกจากคนที่ใช้ภาษามือด้วยกันเอง อย่างเช่น คุณครูเอง คุณครูยังไม่รู้จักภาษามือ ครูไม่รู้เลยว่านักเรียนจะสื่อสารอะไรกับครู คุณครูรู้แค่เล็ก ๆ น้อย ๆ นิดหน่อย แต่นักเรียนพอจะสื่อสารกับคุณครูเป็นประโยคยาว ๆ เป็นความหมายยาว ๆ นักเรียนไม่สามารถสื่อสารกับคุณครูได้ และอีกอย่าง นักเรียนก็ไม่สามารถที่จะเขียนสื่อสารกับคุณครูได้เช่นกัน เพราะว่านักเรียนยังไม่รู้ว่าคำศัพท์ หรือสิ่งที่นักเรียนจะสื่อสารมันเขียนว่าอะไร อย่างเช่น เมื่อกี้มีนักเรียน 1 คน เข้ามาถามคุณครูว่าจังหวัดสกลนครเขียนอย่างไร ซึ่งคุณครูก็ให้นักเรียนเขียนให้ดูก่อน ว่านักเรียนน่ะ เขียน... เขียนอย่างไร ซึ่งก็สลับพยัญชนะกัน นี่เป็นการเขียนที่นักเรียนยังขาดทักษะการเขียนที่ถูกต้องอยู่ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวชั่วโมงการเขียนของคุณครู ก็จะใช้เวลาการสอนตรงนี้มากหน่อย วันนี้เราก็จะมารู้เกี่ยวกับความหมายและความสำคัญของการเขียน แล้วก็จุดมุ่งหมาย มารยาทการเขียนไปก่อน เดี๋ยวในคาบชั่วโมงหน้าคุณครูจะมาสอนเจาะจง ว่าการเขียนมีกี่รูปแบบ แล้วก็แต่ละรูปแบบจะต้องเขียนอย่างไร เพื่อที่จะให้นักเรียนได้เขียนสื่อสาร กับหลาย ๆ คน ที่ไม่รู้จักภาษามือได้เข้าใจ ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ พี่ น้อง ของนักเรียนที่อยู่ตามบ้าน ที่อยู่ที่บ้านของนักเรียนเอง บางทีคุณพ่อคุณแม่ของนักเรียนก็ยังไม่รู้จักภาษามือ ว่านักเรียนจะสื่อสารอย่างไร นักเรียนก็ต้องเขียน เขียนสื่อสารกับคุณพ่อ คุณแม่ ให้เข้าใจ โอเคไหมครับ สิ่งที่คุณครูพูดนักเรียนเข้าใจนะ ถ้านักเรียนเข้าใจแล้ว เดี๋ยวมีใครอยากจะไปเข้าห้องน้ำไหมครับ ตอนนี้ เดี๋ยวคุณครูจะเบรกให้ สัก 10 นาที โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวคุณครูเบรกให้นักเรียน 10 นาที ไปเข้าห้องน้ำนะ แล้วก็เหมือนนักเรียนจะไปดื่มน้ำเดี๋ยวขอพักสัก 10 นาทีนะคะ พี่ล่าม โอเคครับ โอเคนะ เดี๋ยวเรา เดี๋ยวเรามาต่อกันด้วยความสำคัญของการเขียนนะ นักเรียน เวลาคุณครูพูดนักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ นักเรียนดูพี่ล่าม นักเรียนไม่ต้องดูครูนะ เพราะว่าพี่ล่ามจะสื่อสารด้วยภาษามือให้นักเรียนเข้าใจ เพราะว่าครูจะจับไมค์ ครูจะไม่ได้ใช้ภาษามือให้นักเรียนเลย โอเคนะครับ ความสำคัญของการเขียนนะครับ การเขียนมีความสำคัญสำหรับมนุษย์เพลงโลกมนุษย์ในปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว การเขียนก็ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งสามารถสรุปความสำคัญของการเขียนได้ดังนี้ 1. การเขียนเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่ง 2. การเขียนเป็นการแสดงออกซึ่งภูมิปัญญาของมนุษย์ 3. การเขียนเป็นเครื่องมือถ่ายทอดมรดกทางสติปัญญา 4. การเขียนเป็นเครื่องมือสร้างความสามัคคี และความเจริญรุ่งเรือง ในทางตรงกันข้าม การเขียนเป็นเครื่องบ่อนทำลายได้เช่นกันนะครับ ถ้านักเรียนถ้านักเรียนเขียนสื่อสารในทางที่ดี มันก็เกิดเรื่องดี ๆ กับตัวนักเรียนเอง แต่ถ้าเมื่อไหร่ เวลานักเรียนไปเขียน เขียนด่าคนนู้น เขียนด่าคนนี้ มันจะทำให้เกิดผลเสียกับตัวนักเรียนเองนะครับ ต่อมานะครับ เป็นจุดมุ่งหมายของการเขียนนะ จุดมุ่งหมายของการเขียนนะครับ การเขียนจะบรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่นั้น สิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง คือ การเขียนต้องมีจุดมุ่งหมาย ซึ่งจำ... ซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้ 1. การเขียนเพื่อการเล่าเรื่อง ก็คือเป็นการนำเรื่องราวที่สำคัญมาถ่ายทอดเป็น... เป็นข้อเขียนเ ช่น การเขียนเล่าประวัติ ที่คุณครูให้นักเรียนเขียนประวัติส่วนตัวของนักเรียนเองนะครับ ว่านักเรียนเกิดวันที่เท่าไร นักเรียนชอบกินอะไร นักเรียนไม่ชอบกินอะไร แล้วก็บ้านนักเรียนอยู่ที่ไหน นักเรียนเป็นคนจังหวัดอะไร ให้นักเรียน นักเรียนก็เขียนรายละเอียด แล้วก็มาสื่อสารเป็นภาษามือให้กับพี่ล่าม เพื่อที่จะพี่ล่ามจะแปลให้คุณครูฟังเมื่อที่ผ่านมาเมื่อกี้เอง นี่แหละ ก็คือการเขียนเล่าประวัติของนักเรียนเอง ส่วนนักเรียนจะเขียนถูกต้องหรือไม่ถูกต้องนั้น คุณครูไม่.. . ไม่สนใจตรงนั้น เพราะว่ามันขึ้นอยู่ที่ว่านักเรียนตั้งใจที่จะเขียนสื่อสารให้กับคุณครูมากน้อยแค่ไหน คุณครูไม่... คุณครูไม่สนใจว่านักเรียนจะเขียนมาให้ครูว่า คำมันจะสลับกัน คำจะมัน ๆ มันจะแบบไม่ถูกต้อง เดี๋ยวเรื่องนั้นเดี๋ยวคุณครูค่อย ๆ สอนนักเรียนไป เดี๋ยวนักเรียนก็จะได้เอง นักเรียนไม่ต้องกลัวนะครับ นักเรียนไม่ต้องกลัวที่นักเรียนจะเขียนสื่อสารออกมา นักเรียนไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะอ่านไม่เข้าใจ นักเรียนไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะไม่รู้เรื่อง นักเรียนเขียนออกมาเลยครับ เขียนออกมาเลย อยากสื่อสารอะไร นักเรียนเขียนออกมา แล้วถ้านักเรียนไม่มั่นใจ นักเรียนเขียนถูกหรือเขียนผิด ให้นักเรียนมาถามคุณครูได้ คุณครูยินดีพร้อมตอบนักเรียนได้ตลอดเวลา ไม่ว่านักเรียนจะเจอคุณครูอยู่ตรงไหน อยู่ในโรงเรียน นักเรียนเขียน แล้วนักเรียนเอาไปถามคุณครูได้ตลอดเวลาเลยนะครับ คุณครูยินดีที่จะช่วยเหลือนักเรียน อย่างเช่น นักเรียนการสื่อสารกับคนนี้ นักเรียนเขียนมาปุ๊บอย่างนี้ นักเรียนไม่มั่นใจว่านักเรียนสะกดคำถูกหรือผิด นักเรียนมาถามคุณครูได้เลย คุณครูพร้อมที่จะแนะนำ พร้อมที่จะบอกนักเรียนว่าสิ่งที่ถูกต้องคืออะไร นักเรียนไม่ต้องอาย นักเรียนไม่ต้องอายนะครับ นี่ไม่ใช่จุดบกพร่องของตัวนักเรียน การศึกษาสามารถเรียนรู้กันไปเรื่อย ๆ ครับ สำหรับข้อที่ 2 เป็นการเขียนเพื่ออธิบาย เป็นการเขียนเพื่อชี้แจง อธิบายวิธีใช้ วิธีทำ ขั้นตอนการทำ เช่น อธิบายการใช้เครื่องมือต่าง ๆ หรือเป็นการทำอาหาร นักเรียนเคยดูรายการทำอาหารไหมครับ รายการทำอาหาร เขาจะเขียนอธิบายขั้นตอน วิธีทำ หรือไม่ นักเรียนเคยซื้อ เคยซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไหม มาม่า นักเรียน นักเรียนเคยซื้อมาม่ามาไหมครับ มาม่านะ ในซองมาม่า นักเรียนเคยอ่านไหม นักเรียนเคยอ่านไหม มันจะมีวิธี วิธีเรียกว่าอะไร วิธีปรุง วิธีประกอบอาหารของของมาม่าน่ะ ต้องทำอย่างไรน่ะ อันดับแรกฉีกซอง อันดับที่ 2 ทำอะไรต้มน้ำหรือไงครับ ก็คือมันจะเป็นการเขียนอธิบายให้ละเอียดว่าหนึ่ง ทำอะไร 2 ทำอย่างไรอะไรประมาณนี้ครับผม ข้อที่ 3 นะครับ การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็น การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นนี่ เป็นการเขียนเพื่อวิเคราะห์ วิจารณ์ แนะนำ หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก็อย่างเช่นนะครับ ก็คุณครูอาจจะให้หัวข้อนักเรียน เขียนแสดงความคิดเห็น ว่าการนอนดึกจะทำให้จะทำให้หน้าตาไม่สดใส แล้วนี่ก็คือหัวข้อนะ แล้วก็นักเรียนจะแสดงความคิดเห็นเขียนเขียนแสดงความคิดเห็นมาว่าการนอนดึกนี่ มันเป็นสาเหตุอะไรทำให้หน้าตาของเราถึงไม่สดใส เกิดจากอะไรอะไรประมาณนี้ครับ ก็คือเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องที่คุณครูให้นักเรียนเข้าใจไหมครับ เข้าใจไหมนักเรียนเข้าใจที่คุณครูพูดไหมครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนไม่ต้องดูคุณครูนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ โอเคไหม โอเคไหม เข้าใจเนะ โอเค ต่อมา ข้อที่ 4 นะ ข้อที่ 4 การเขียนเพื่อโน้มน้าวใจ เขียนอย่างไรเพื่อโน้มน้าวใจ ก็คือเขียนโดยมีจุดประสงค์ที่จะชักจูงโน้มน้าวใจผู้อ่าน ยอมรับในสิ่งที่ผู้เขียนเสนอ พูดถ้า... ถ้าพูดถึงภาษาพูด ก็คือสื่อสารด้วยโฆษณาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ใบปลิว ที่เขาเขียนว่า วันนี้ลดราคาสินค้า 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นอย่างไรครับ นักเรียนอยากซื้อไหม ลด 50 เปอร์เซ็นต์ จาก 100 บาท ขายอยู่ 50 บาท อย่างนี้ มีเวลาแค่วันนี้วันสุดท้ายแล้วนะ ซึ่งนักเรียนอยากจะได้สินค้านั้นอยู่แล้ว ด้วยคนปกติอยาก อยากจะซื้อสินค้าที่มันลดราคาอยู่แล้ว จากราคาเต็ม ลดมาเหลืออยู่ครึ่งหนึ่งอย่างนี้ ครูเชื่อได้เลยว่า ถ้าเกิดว่าร้านสหกรณ์โรงเรียนของเรา ขายขนมจากราคาปกติ วันนี้ลดราคาทุก ๆ อย่างเลย ขนมทุกชนิดลดราคา 50 เปอร์เซ็นต์ จาก ถุงละ 20 บาทเหลือถุงละ 10 บาท อย่างนี้ ครูเชื่อได้เลยว่าขนมสหกรณ์จะหมดเกลี้ยงเลย ใช่ไหม ใช่ไหม เพราะว่าเราชอบกินขนมมาก นะครับ ต่อไปข้อที่ 5 นะ ข้อที่ 5 การเขียนเพื่อธุรกิจ เพื่อกิจธุระ คุณครูพูดผิดนะครับ การเขียนเพื่อกิจธุระ เป็นการเขียนที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง การเขียนชนิดนี้ จะมีรูปแบบการเขียนลักษณะการใช้ภาษาที่แตกต่างกันไปตามประเภทของการเขียนนะ ต่อไปนะครับ เราจะมาเรียนรู้เรื่องมารยาทในการเขียน นักเรียนจะเขียนอย่างไร เขียนไม่ให้กระทบต่อบุคคลอื่น เพื่อ เพื่อไม่ให้บุคคลอื่นเสียความรู้สึก ในสิ่งที่นักเรียนเขียนสื่อสารในตรงนั้นไป ว่าเขาจะได้ให้ เวลานักเรียนเขียนอะไรอย่างนี้ นักเรียนให้เขียนให้มันมีถ้อยคำที่สุภาพ หลีกเลี่ยงคำหยาบนะครับ ข้อที่ 1 ก็คือใช้ถ้อยคำสุภาพ ไพเราะ หลีกเลี่ยงคำหยาบ ไม่ใช้อารมณ์ ความรู้สึกส่วนตน หรืออคติ อคติ ก็คือสิ่งที่นักเรียนรู้สึกไม่ดี อย่างเช่น นักเรียนจะเขียน เขียนข้อความ สื่อความในใจถึงถึงครู นักเรียน ซึ่งนักเรียนไม่ชอบคุณครูเลย นักเรียนมีอคติ รู้สึกไม่ดีกับคุณครู เวลานักเรียนเขียนอะไรมาให้กับคุณครูน่ะ นักเรียนจะต้องลบอคติทุกอย่าง ลบความรู้สึกที่ไม่ดีกับคุณครู แล้วเขียนออกมาให้ดีที่สุด ไม่ว่านักเรียนจะไปเขียนกับเพื่อน เขียนจดหมายไปถึงเพื่อนอย่างนี้ นักเรียนจะเขียนจดหมายด่าเพื่อนได้ไหม ไม่ได้นะครับ ไม่สุภาพนะครับ การเขียนจะต้องมีถ้อยคำที่สุภาพ นักเรียนจะเขียนแบบไม่สุภาพไม่ได้ แล้วก็การเขียนอีกอย่างหนึ่ง นะครับ มัน ซึ่งมันคุณครูจะบอกว่าการเขียน กับการสื่อสารด้วยภาษามือของนักเรียนน่ะ บางที การเขียน ผู้อ่าน ผู้อ่านอาจจะไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกอารมณ์ของเวลาที่นักเรียนจะเขียนสื่อสารไป สู้ สู้กับที่นักเรียนสื่อสารภาษามือไม่ได้ เพราะว่าการสื่อสารภาษามือ เรา เราจะใช้ เราจะใช้ท่าทางประกอบ เราจะทำให้ผู้ดูภาษามือสื่อสารพี่พี่รับสารภาษามือของนักเรียนน่ะจ ะเข้าใจดีกว่าการที่นักเรียนสื่อสารด้วยการเขียน นักเรียน เพราะฉะนั้นนักเรียนจะต้องใช้ถ้อยคำในการเขียนที่สุภาพ หลีกเลี่ยงคำหยาบนะครับ ข้อที่ 2 เขียนข้อความหรืองานเขียนที่เป็นจริง ได้ศึกษา ค้นคว้า และตรวจสอบว่าถูกต้องแล้ว ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเสียก่อน อย่างเช่น ถ้านักเรียนจะเขียนเรื่องราวของ ของเพื่อน ไม่เอาเพื่อนลแล้ว คุณครูจะยกตัวอย่าง คุณครูจะยกตัวอย่างนะครับ ว่าสมมติว่านักเรียนจะเขียนบทความ จะเขียนข้อความนี่ จะเขียน จะเขียน จะเขียนประวัติของคุณครู บอกบอกเพื่อนว่าคุณครูชื่อจักรพงศ์นะ บ้านอยู่ที่นี่ ที่นี่ คุณครูชอบกินนี้นี่ ๆ นักเรียนก่อนที่จะเขียนข้อมูลคุณครู นักเรียนจะต้องให้คุณครูอ่านก่อน หรือรับรู้ก่อนเนนะ ว่านักเรียนเขียนสื่อสารอะไรเกี่ยวกับคุณครู เพื่อที่จะให้คุณครูดูก่อนว่าสิ่งที่นักเรียนเขียนไปนั้นถูกต้องหรือไม่ นักเรียนเขียนผิดบิดเบือนความจริงหรือเปล่า ประมาณนั้นนะครับ ต่อไปข้อที่ 3 นะครับ เขียนให้ถูกต้องตามอักขระวิธี ใช้สระ พยัญชนะ และวรรณยุกต์ให้ถูกต้อง ใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมกับเนื้อหา กาลเทศะ และสถานะบุคคล ข้อนี้สำคัญมาก ๆ เลย ที่คุณครูพูดนั่นแหละครับ ที่ว่านักเรียนจะต้องเขียนอย่างไร เขียนให้ถูกต้อง การที่นักเรียนจะเขียนให้ถูกต้อง นักเรียนจะต้องไม่ต้องกลัว นักเรียนจะต้องลบคำว่า "กลัว" ออกจากนักเรียนไป นักเรียนให้กล้าที่จะเขียนออกมา นักเรียนไม่ต้องกลัวว่านักเรียนจะเขียนผิด ถ้านักเรียนกลัว นักเรียนไม่มั่นใจ นักเรียนมาถามคุณครูคุณครูทุกคนสามารถแนะนำให้นักเรียนได้หมดเลยว่ า จะเขียนอย่างไรให้ถูกต้องตามอักขรวิธี ไม่ใช่ว่าพยัญชนะอยู่ตรงนี้ สระอยู่ตรงอีกทางหนึ่ง ตัวสะกดอยู่อีกทางหนึ่ง มันไม่สามารถที่จะอ่านเป็นคำได้อย่างนี้ครับ นักเรียนถามคุณครูได้เลย คุณครูทุกคนพร้อมที่จะแนะนำนักเรียน ข้อที่ 4 นะครับ เขียนสิ่งที่มีคุณค่า อันก่อให้เกิดความสุข ให้เกิดความสงบสุขแก่คนในสังคม และประเทศชาติ ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ ที่มีต่อการพัฒนาประเทศชาตินะครับ ต่อไป ข้อสุดท้าย ข้อที่ 5 ก็คือการไม่คัดลอกงานเขียนของผู้อื่น โดยอ้างว่าเป็นผลงานของตัวเอง เมื่อยกข้อความหรืองานเขียนของคนอื่นมาประกอบ จะต้องให้เกียรติเจ้าของงานด้วย โดยการเขียนอ้างอิงที่มาของเรื่อง และชื่อผู้เขียนทุกครั้ง อย่างเช่นนักเรียนจะเอาผลงานของคุณครู มาพูดถึงในงานเขียนของนักเรียน นักเรียนจะต้องอ้างชื่อคุณครูด้วย ว่าชื่อเรื่องคนนี่ ชื่อเรื่อง การเป็นเด็กดี ผู้เขียนเรื่องนี้ คือ คุณครูจักรพงศ์ อย่างนี้ นักเรียนจะต้องอ้างอิงชื่อครูเสมอ เพราะว่าเนื่องจากเรื่องที่การเป็นเด็กดีนี่ คุณครูเป็นคนเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เวลานักเรียนจะอ้างอิง หรือพูดถึงเรื่องนี้ นักเรียนจะต้องให้เกียรติผูเขียนด้วย นั่นก็คือคุณครูเอง โอเคครับ โอเค วันนี้เรามาเรียนเรื่องความหมายของการเขียน เราเข้าใจความหมายของการเขียนเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวในชั่วโมงหน้านะครับ เดี๋ยวคุณครู เดี๋ยวคนเราจะมาทบทวนการเขียนเล็กน้อย แล้วก็จะมาเจาะจงประเภทของการเขียน แล้วก็เดี๋ยวจะมีใบงานให้นักเรียนทำในชั่วโมงหน้า สำหรับวันนี้ คุณครูก็จบการสอนเพียงเท่านี้ ขอบคุณพี่ล่ามมาก ๆ นะครับ ครับ ขอบคุณครับ เดี๋ยวมีต่ออีกทีตอน 10 โมงนะครับ 10 โมงครึ่งครับ 10:30 น