﻿1
00:00:03,208 --> 00:00:07,208
ไปนะครับ

2
00:00:18,527 --> 00:00:21,341
ลงบนกระดาษ

3
00:00:21,341 --> 00:00:25,341
หาข้อสอบที่คุณครูแจกให้ได้เลยนะครับ

4
00:01:01,816 --> 00:01:05,816
นักเรียน นักเรียนครับ

5
00:01:08,458 --> 00:01:12,458
นักเรียนดูพี่ล่ามนะ เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายในการทำข้อสอบให้นักเรียนฟังนะ

6
00:01:18,888 --> 00:01:21,794
ในการทำข้อสอบนะ นักเรียนถ้าไม่เข้าใจข้อไหน นักเรียนไม่เข้าใจ

7
00:01:21,794 --> 00:01:25,794
อะไรอย่างไร ให้นักเรียนยกมือ

8
00:01:28,881 --> 00:01:31,079
แล้วมาถามคุณครู แล้วคุณครูก็จะให้สื่อสารกับพี่ล่ามนะครับ ว่านักเรียนไม่เข้าใจ

9
00:01:31,079 --> 00:01:35,079
คำถามข้อไหน

10
00:01:37,052 --> 00:01:39,419
ข้อสอบมีทั้งหมด 10 ข้อ มี

11
00:01:39,419 --> 00:01:41,906
ด้านหลังของกระดาษด้วยนะครับ

12
00:01:41,906 --> 00:01:45,723
มีทั้งหมด 10 ข้อนะ

13
00:01:45,723 --> 00:01:47,786
แล้วก็ให้ทำไป ค่อย ๆ ทำไป เดี๋ยวคุณครู

14
00:01:47,786 --> 00:01:50,738
จะให้เวลาทำประมาณสัก

15
00:01:50,738 --> 00:01:54,738
20 นาที

16
00:01:56,518 --> 00:02:00,518
ในการทำข้อสอบครั้งนี้ ก็จะต้องใช้สมาธินิดหนึ่ง

17
00:02:01,165 --> 00:02:02,095
เดี๋ยวอย่างไรถ้าเรียนไม่เข้าใจก็เดินออกมาถามพี่ล่ามได้เลย

18
00:02:02,095 --> 00:02:06,095
โอเค ครับผม

19
00:03:41,985 --> 00:03:45,985
โอเคนะครับ อย่างนี้ เดี๋ยวคุณครู เดี๋ยวคุณครูจะอ่าน

20
00:03:47,378 --> 00:03:51,378
ให้ฟังทีละข้อ แล้วก็ถ้านักเรียนคิดว่าข้อไหนถูก ให้นักเรียนกาข้อนั้นเลยนะ

21
00:03:51,746 --> 00:03:52,933
โอเคนักเรียนนักเรียนจะได้ดูพี่ล่าอธิบายภาษามือให้ด้วย

22
00:03:52,933 --> 00:03:56,378
โอเคไหมครับ

23
00:03:56,378 --> 00:03:58,690

24
00:03:58,690 --> 00:04:02,690
โอเคไหม โอเค เรามาเริ่มข้อ 1 กันเลย

25
00:04:05,539 --> 00:04:09,075
ข้อ 1 การเขียนย่อความ

26
00:04:09,075 --> 00:04:10,986
หากมีการอ้างถึงบุคคล

27
00:04:10,986 --> 00:04:14,986
ควรปฏิบัติอย่างไร

28
00:04:21,035 --> 00:04:24,070
คุณครูจะอ่านอีกรอบหนึ่งนะครับ การเขียนย่อความ

29
00:04:24,070 --> 00:04:26,186
หากมีการอ้างถึงบุคคล

30
00:04:26,186 --> 00:04:28,468
ควรปฏิบัติอย่างไร

31
00:04:28,468 --> 00:04:31,612
ก ไก่

32
00:04:31,612 --> 00:04:33,084
ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1

33
00:04:33,084 --> 00:04:36,163
ข ไข่

34
00:04:36,163 --> 00:04:37,953
ใช้สรรพนามบุรุษที่ 2

35
00:04:37,953 --> 00:04:41,106
ค ควาย

36
00:04:41,106 --> 00:04:43,205
ใช้สรรพนามบุรุษที่ 3

37
00:04:43,205 --> 00:04:46,157
ง งู

38
00:04:46,157 --> 00:04:50,157
ใช้สรรพนามบุรุษที่ 4

39
00:04:53,975 --> 00:04:56,792
อีกรอบหนึ่งไหม

40
00:04:56,792 --> 00:05:00,792
อ่านอีกรอบนึงนะ

41
00:05:03,598 --> 00:05:05,633
การเขียนย่อความหากมีการอ้างถึงบุคคล

42
00:05:05,633 --> 00:05:09,633
ควรปฏิบัติอย่างไร

43
00:05:14,594 --> 00:05:17,881
ก ไก่

44
00:05:17,881 --> 00:05:21,881
ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1

45
00:05:25,244 --> 00:05:29,244
ขไข่ ใช้สรรพนามบุรุษที่ 2

46
00:05:30,464 --> 00:05:32,787
ค ควาย ใช้สรรพนามบุรุษที่ 3

47
00:05:32,787 --> 00:05:35,031
ง งู

48
00:05:35,031 --> 00:05:39,031
ใช้สรรพนามบุรุษที่ 4

49
00:05:49,415 --> 00:05:53,415
ถ้านักเรียนได้ข้อที่ถูกแล้วนักเรียนกากบาทลง

50
00:05:55,061 --> 00:05:57,265
ตรง ก ไก่ ข ไข่ ค ควาย แล้วก็งูที่นักเรียนคิดว่าถูกเลยนะครับ

51
00:05:57,265 --> 00:06:01,265
ข้อใดข้อหนึ่งนะ

52
00:06:25,793 --> 00:06:29,793
ต่อไปข้อที่ 2 นะครับ

53
00:06:30,520 --> 00:06:34,520
ข้อที่ 2 นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ

54
00:06:39,606 --> 00:06:43,527
ข้อที่ 2

55
00:06:43,527 --> 00:06:44,749
คำอุปมาอุปไมยข้อเปรียบเทียบ

56
00:06:44,749 --> 00:06:46,332
ตัวเลข

57
00:06:46,332 --> 00:06:48,767
สถิติ

58
00:06:48,767 --> 00:06:51,722
วัน เดือน ปี

59
00:06:51,722 --> 00:06:55,722
เป็นลักษณะของประโยคชนิดใด

60
00:07:05,134 --> 00:07:06,712
อ่านคำถามอีกรอบนะครับ คำอุปมาอุปไมย

61
00:07:06,712 --> 00:07:08,452
ข้อเปรียบเทียบ

62
00:07:08,452 --> 00:07:09,845
ตัวเลข

63
00:07:09,845 --> 00:07:11,193
สถิติ

64
00:07:11,193 --> 00:07:12,343
วัน

65
00:07:12,343 --> 00:07:16,320
เดือน

66
00:07:16,320 --> 00:07:19,776
ปี เป็นลักษณะของประโยคชนิดใด

67
00:07:19,776 --> 00:07:23,224
ก ไก่

68
00:07:23,224 --> 00:07:24,316
ใจความรอง

69
00:07:24,316 --> 00:07:25,925
ข ไข่

70
00:07:25,925 --> 00:07:27,860
ใจความหลัก

71
00:07:27,860 --> 00:07:29,843
ค ควาย

72
00:07:29,843 --> 00:07:31,619
ใจความพิเศษ

73
00:07:31,619 --> 00:07:33,360
ง งู

74
00:07:33,360 --> 00:07:37,360
ใจความสำคัญ

75
00:07:54,075 --> 00:07:58,075
โอเคไหมครับ ข้อนี้โอเคไหม

76
00:07:58,437 --> 00:08:00,833
อีกรอบไหม เอาใหม่ไหม โอเคแล้วนะ โอเคแล้วโอเค

77
00:08:00,833 --> 00:08:04,833
ข้อที่ 3

78
00:08:08,217 --> 00:08:10,584
รูปแบบการเขียนย่อความที่ถูกต้อง

79
00:08:10,584 --> 00:08:14,584
มีส่วนประกอบกี่ส่วน

80
00:08:17,573 --> 00:08:20,188
รูปแบบการเขียนย่อความที่ถูกต้องมีส่วนประกอบกี่ส่วน

81
00:08:20,188 --> 00:08:21,721
ก ไก่

82
00:08:21,721 --> 00:08:23,592
1 ส่วน

83
00:08:23,592 --> 00:08:24,868
ข ไข่

84
00:08:24,868 --> 00:08:27,627
2 ส่วน

85
00:08:27,627 --> 00:08:29,672
ค ควาย 3 ส่วน

86
00:08:29,672 --> 00:08:33,672
ง งู 4 ส่วน

87
00:08:50,579 --> 00:08:54,579
โอเคไหมครับข้อนี้

88
00:08:58,311 --> 00:09:02,311

89
00:09:10,252 --> 00:09:14,252
โอเค ต่อไปนะครับ ข้อที่ 4 นะ

90
00:09:17,913 --> 00:09:21,913
ข้อความใดกล่าวถูกต้องที่สุด

91
00:09:22,909 --> 00:09:24,941
ข้อความใดกล่าวถูกต้องที่สุด

92
00:09:24,941 --> 00:09:28,941
ก ไก่

93
00:09:31,492 --> 00:09:33,214
ข้อความใดเป็นบทร้อยกรอง

94
00:09:33,214 --> 00:09:35,975
ให้คงเดิมไว้

95
00:09:35,975 --> 00:09:39,430
ข ไข่

96
00:09:39,430 --> 00:09:42,236
การเขียนย่อความที่ถูกต้อง

97
00:09:42,236 --> 00:09:46,236
ไม่ควรเปลี่ยน

98
00:09:46,556 --> 00:09:50,556
สำนวนภาษาของผู้แต่งเรื่องเดิม

99
00:09:58,222 --> 00:10:02,222
ค ควาย ขั้นตอนแรกของการเขียนย่อความ

100
00:10:03,611 --> 00:10:07,611
คือ ผู้ย่อต้องอ่านเรื่องให้จบ 1-2 เที่ยวเพื่อจับประเด็นสำคัญ

101
00:10:15,420 --> 00:10:19,420
ง งู

102
00:10:20,771 --> 00:10:23,266
การเขียนย่อความควรใช้อักษรย่อในการเขียน เช่น

103
00:10:23,266 --> 00:10:24,913
กิโลเมตร ให้ใช้

104
00:10:24,913 --> 00:10:28,913
ก.ม. เป็นต้น

105
00:10:49,607 --> 00:10:51,263
ข้อ 4 ผ่านไหมครับ

106
00:10:51,263 --> 00:10:55,263
โอเคไหม

107
00:11:03,798 --> 00:11:07,798
ข้อที่ 5 นะครับ

108
00:11:19,434 --> 00:11:22,723
เป็นข้อความที่ย่อจากงานเขียนเต็มฉบับ

109
00:11:22,723 --> 00:11:26,723
มีความยาว 1 ใน 3 ของเรื่องเดิม

110
00:11:30,286 --> 00:11:33,074
เป็นความหมายของส่วนใด ในการเขียนย่อความ

111
00:11:33,074 --> 00:11:37,074
ข้อที่ 5

112
00:11:37,183 --> 00:11:39,864
ข้อความที่ว่า เป็นข้อความที่ย่อ

113
00:11:39,864 --> 00:11:43,535
จากงานเขียนเต็มฉบับ

114
00:11:43,535 --> 00:11:47,530
มีความยาว 1 ใน 3 ของเรื่องเดิม

115
00:11:47,530 --> 00:11:51,530
เป็นความหมายของส่วนใดในการเขียนย่อความ

116
00:11:52,090 --> 00:11:53,499
ครับ ก ไก่

117
00:11:53,499 --> 00:11:55,429
ส่วนสรุป

118
00:11:55,429 --> 00:11:57,485
ข ไข่

119
00:11:57,485 --> 00:11:58,950
ส่วนเนื้อเรื่อง

120
00:11:58,950 --> 00:12:00,495
ค ควาย

121
00:12:00,495 --> 00:12:02,664
ส่วนขึ้นต้น

122
00:12:02,664 --> 00:12:06,664
ง งู ส่วนนำ

123
00:12:37,813 --> 00:12:41,813
ข้อ 5 โอเคไหมครับ

124
00:12:48,572 --> 00:12:52,572
นักเรียนมองเห็นพี่ล่ามไหม

125
00:12:57,954 --> 00:13:01,954
โอเค

126
00:13:07,432 --> 00:13:11,432
ต่อไปข้อที่ 6

127
00:13:12,486 --> 00:13:16,486
หน้าหลังนะครับ หน้าหลังของกระดาษข้อที่ 6 นะ

128
00:13:28,762 --> 00:13:32,762
นักเรียนดูพี่ล่ามนะ ดูพี่

129
00:13:35,438 --> 00:13:39,438
ล่าม ประโยคใจความสำคัญมักจะอยู่ส่วนใดของข้อความ

130
00:13:47,826 --> 00:13:51,826
เดี๋ยวรอพัน ๆ แป๊บหนึ่งนะ

131
00:14:02,058 --> 00:14:06,058
เดี๋ยวพี่ล่ามรอสักครู่นะครับ

132
00:14:37,183 --> 00:14:39,940
ระหว่างที่รอพัน ๆ นะครับ ระหว่างที่รอนักเรียนไปเข้าห้องน้ำอยู่นะครับ

133
00:14:39,940 --> 00:14:43,940
ให้นักเรียนอ่าน

134
00:14:44,850 --> 00:14:48,850
คร่าว ๆ นะครับ อ่านข้อสอบดูคร่าว ๆ ไปก่อนคุณครู

135
00:14:50,655 --> 00:14:54,655
พอนักเรียนไม่เข้าใจคำไหน เดี๋ยวพอคุณครูอ่านไปถึงนักเรียนก็

136
00:14:58,668 --> 00:14:59,679
จะได้เข้าใจในตรงนั้นด้วยนะครับ เพราะพี่ล่ามจะใช้ภาษามือในการแปลเป็นภาษามือให้นักเรียนอ่าน

137
00:14:59,679 --> 00:15:03,679
ดูได้เข้าใจ

138
00:16:02,635 --> 00:16:05,381
โอเค นักเรียนเริ่มเข้าห้องน้ำกัน อย่างไรเดี๋ยวคุณครูพักสัก 5

139
00:16:05,381 --> 00:16:09,381
5 นาทีนะ ให้ไปเข้าห้องน้ำนะครับ

140
00:16:10,819 --> 00:16:14,819
เดี๋ยวพักสัก 5 นาที ให้เข้าห้องน้ำเสร็จก่อน แล้วก็ค่อยมารวมกันตรงนี้นะ

141
00:16:16,211 --> 00:16:20,211
โอเค โอเคครับ เดี๋ยวพักสัก 5 นาทีนะครับ พี่ล่าม

142
00:18:20,996 --> 00:18:24,996
โอเคนะครับ นักเรียนมาครบแล้ว

143
00:18:29,087 --> 00:18:33,087
ต่อไป ข้อที่ 6 นะ

144
00:18:33,902 --> 00:18:37,902
ข้อที่ 6

145
00:18:38,718 --> 00:18:42,718
ประโยคใจความสำคัญ มักจะอยู่ส่วนใดของข้อความ

146
00:18:44,553 --> 00:18:48,553
ประโยคใจความสำคัญ มักจะอยู่ส่วนใดของข้อความ

147
00:18:49,959 --> 00:18:53,631
ก ไก่

148
00:18:53,631 --> 00:18:55,300
ต้นข้อความ ข ไข่

149
00:18:55,300 --> 00:18:56,834
กลางข้อความ

150
00:18:56,834 --> 00:18:58,609
ค ควาย

151
00:18:58,609 --> 00:19:00,213
ท้ายข้อความ

152
00:19:00,213 --> 00:19:02,918
ง งู

153
00:19:02,918 --> 00:19:06,918
ทุกข้อที่กล่าวมา

154
00:19:23,458 --> 00:19:27,458
ข้อ 6 โอเคนะครับ

155
00:19:30,954 --> 00:19:34,954
โอเค ต่อไปข้อที่ 7

156
00:19:38,297 --> 00:19:41,157
ข้อใดเป็นรูปแบบของการเขียนขึ้นต้นย่อความ

157
00:19:41,157 --> 00:19:45,157
ข้อใด

158
00:19:45,407 --> 00:19:47,489
เป็นรูปแบบของการเขียนขึ้นต้นย่อความ

159
00:19:47,489 --> 00:19:50,898
ก ไก่

160
00:19:50,898 --> 00:19:52,566
ย่อความเรื่อง ...

161
00:19:52,566 --> 00:19:55,132
จุดจุดจุด

162
00:19:55,132 --> 00:19:57,617
ของ

163
00:19:57,617 --> 00:19:59,611
วงเล็บผู้แต่ง

164
00:19:59,611 --> 00:20:02,170
...

165
00:20:02,170 --> 00:20:06,170
จากหนังสือ

166
00:20:10,380 --> 00:20:14,380
... ความหมาย นักเรียนดูข้อสอบไปด้วยนะ ข้อ 7 นะ

167
00:20:14,975 --> 00:20:18,975
นักเรียนมีคำไหน ที่นักเรียนไม่เข้าใจไหมข้อ 7 น่ะ

168
00:20:23,825 --> 00:20:27,282
มีคำไหนที่นักเรียนไม่เข้าใจ

169
00:20:27,282 --> 00:20:31,282
มีไหม

170
00:20:35,310 --> 00:20:39,310
นักเรียนเข้าใจ

171
00:20:40,595 --> 00:20:44,595
ให้คุณครูอ่านถึง ง งู ไหม หรือว่านักเรียนรู้เรื่องแล้ว

172
00:20:51,612 --> 00:20:55,612
โอเคนะ โอเค นักเรียนเข้าใจ ข้อที่ 8 นะครับ

173
00:21:04,176 --> 00:21:06,421
ข้อใดกล่าวถูกต้อง

174
00:21:06,421 --> 00:21:08,288
ก ไก่

175
00:21:08,288 --> 00:21:12,017
การย่อความ

176
00:21:12,017 --> 00:21:16,017
เป็นการเรียบเรียงเรื่องราว

177
00:21:16,245 --> 00:21:20,245
จากความนึกคิด ของผู้เขียนเรื่องนั้น ๆ

178
00:21:24,293 --> 00:21:25,777
ข ไข่

179
00:21:25,777 --> 00:21:29,521
การย่อความ

180
00:21:29,521 --> 00:21:33,521
เป็นการเขียนย่อเรื่องจากการอ่านหรือฟัง

181
00:21:34,862 --> 00:21:37,174
ค ควาย การย่อความ

182
00:21:37,174 --> 00:21:39,873
หมายถึงการสรุปความ

183
00:21:39,873 --> 00:21:43,873
ง งู

184
00:21:44,133 --> 00:21:48,133
การย่อความเป็นการเขียนเรื่องตามจินตนาการ

185
00:22:03,916 --> 00:22:07,916
ผ่านนะครับ

186
00:22:08,760 --> 00:22:12,760
ต่อไปข้อที่ 9

187
00:22:22,461 --> 00:22:25,480
การเขียนย่อความ

188
00:22:25,480 --> 00:22:28,417
ข้อความที่ไม่ควรนำมาเขียน

189
00:22:28,417 --> 00:22:32,417
ยกเว้นข้อใด

190
00:22:33,614 --> 00:22:37,614
ก ไก่ ข้อเปรียบเทียบต่าง ๆ

191
00:22:38,496 --> 00:22:42,018
ข ไข่ ตัวเลขสถิติที่เป็นรายละเอียด

192
00:22:42,018 --> 00:22:43,610
ค ควาย ชื่อบุคคลที่อ้างถึง

193
00:22:43,610 --> 00:22:45,665
ง งู

194
00:22:45,665 --> 00:22:49,665
ใจความสำคัญของเรื่อง

195
00:22:57,451 --> 00:23:01,451
ข้อ 9 ผ่านนะครับ

196
00:23:14,528 --> 00:23:18,528
ต่อไปข้อสุดท้ายนะครับ ข้อที่ 10

197
00:23:23,649 --> 00:23:27,620
ข้อความที่เด่นที่สุดในย่อหน้า

198
00:23:27,620 --> 00:23:31,620
เป็นแก่นของย่อหน้า เป็นความหมายของข้อใด

199
00:23:32,555 --> 00:23:35,125
ข้อความที่เด่นที่สุดในย่อหน้า

200
00:23:35,125 --> 00:23:37,488
เป็นแก่นของย่อหน้า

201
00:23:37,488 --> 00:23:41,018
เป็นความหมายของข้อใด

202
00:23:41,018 --> 00:23:43,374
ก ไก่

203
00:23:43,374 --> 00:23:44,975
ใจความสำคัญ

204
00:23:44,975 --> 00:23:46,782
ข ไข่

205
00:23:46,782 --> 00:23:48,439
ใจความรอง

206
00:23:48,439 --> 00:23:52,286
ค ควาย

207
00:23:52,286 --> 00:23:56,265
ใจความส่วนขยายข้อความ

208
00:23:56,265 --> 00:24:00,265
ง งู ใจความพิเศษ

209
00:24:27,587 --> 00:24:29,699
นักเรียนเสร็จแล้วใช่ไหมครับ

210
00:24:29,699 --> 00:24:33,699
โอเคไหม

211
00:24:46,946 --> 00:24:49,883
ถ้านักเรียนเสร็จแล้วนักเรียนมองพี่ล่ามนะ

212
00:24:49,883 --> 00:24:53,883
มองพี่ล่ามนะครับ

213
00:25:00,406 --> 00:25:04,406
ดูพี่ล่ามนะ เสร็จแล้วนักเรียนเขียนชื่อ เลขที่ตัวเอง

214
00:25:05,109 --> 00:25:07,757
ลงบนข้อสอบที่คุณครูให้ และก็นำไปวางไว้ที่

215
00:25:07,757 --> 00:25:11,757
ส่งงานของคุณครูเลยนะครับ

216
00:25:12,301 --> 00:25:15,429
เขียนชื่อ นามสกุล ให้ถูกต้องนะครับ ให้อ่านออกด้วยนะ

217
00:25:15,429 --> 00:25:19,429

218
00:25:19,674 --> 00:25:23,674
โอเค เสร็จแล้วให้ไปส่งที่โต๊ะได้เลยครับ

219
00:27:05,552 --> 00:27:07,736
นักเรียนเมื่อกี้นักเรียนทำข้อสอบเป็นอย่างไรบ้างครับ

220
00:27:07,736 --> 00:27:11,575
พอทำได้ไหม

221
00:27:11,575 --> 00:27:15,425
พอทำข้อสอบได้ไหม

222
00:27:15,425 --> 00:27:19,425
นิดหน่อยหรือ นิดหนึ่ง

223
00:27:22,830 --> 00:27:26,441
ไม่เป็นไรนะครับ ข้อสอบที่นักเรียนทำที่ผ่านมาเมื่อกี้นี่เป็นข้อสอบก่อนเรียน

224
00:27:26,441 --> 00:27:29,451
นักเรียนจะได้คะแนนเท่าไร คุณครูไม่สนใจ

225
00:27:29,451 --> 00:27:33,451
คุณครูจะเปรียบเทียบ

226
00:27:35,060 --> 00:27:38,552
หลังจากที่นักเรียนเรียนเรื่องการย่อความเสร็จ แล้วนักเรียนจะต้องทำแบบทดสอบ

227
00:27:38,552 --> 00:27:40,722
หลังเรียน

228
00:27:40,722 --> 00:27:44,722
ข้อสอบจะเป็นข้อสอบเดิม

229
00:27:51,088 --> 00:27:52,631
ข้อสอบจะเป็นข้อสอบเดิมที่คุณครูเคยให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนไป หลังจากที่เรียนเสียงตรงนี้นักเรียนจะได้ทำ

230
00:27:52,631 --> 00:27:55,728
ข้อสอบอีก 1 รอบ

231
00:27:55,728 --> 00:27:59,243
คุณครูจะมาดูว่า

232
00:27:59,243 --> 00:28:00,330
คะแนนหลังจากที่นักเรียน

233
00:28:00,330 --> 00:28:04,330
ได้เรียน

234
00:28:05,340 --> 00:28:06,537
เรื่องการย่อความนี่ จบแล้ว คะแนนนักเรียนจะ

235
00:28:06,537 --> 00:28:10,537
เพิ่มขึ้น

236
00:28:16,138 --> 00:28:19,747
มากน้อยแค่ไหน นักเรียนจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเขียนย่อความมากน้อยเพียงใดนะครับ

237
00:28:19,747 --> 00:28:23,067
ก่อนอื่นนะครับ

238
00:28:23,067 --> 00:28:27,067
นักเรียนนำสมุดขึ้นมา

239
00:28:28,449 --> 00:28:32,043
นักเรียนสามารถเขียน

240
00:28:32,043 --> 00:28:36,043
สิ่งที่คุณครูสอน

241
00:28:36,642 --> 00:28:40,642
ลงไปในสมุดได้เลยนะครับ ไว้ได้เลยนะครับ

242
00:28:40,904 --> 00:28:44,904
อ่านนะครับ การเขียนย่อความนะครับ

243
00:28:46,677 --> 00:28:50,677
นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายนะครับ นักเรียนจะได้เข้าใจนะครับ

244
00:28:57,349 --> 00:29:01,349
การเขียนย่อความนะครับ

245
00:29:01,371 --> 00:29:03,935
ประกอบด้วยทักษะสำคัญ 2 ประการ

246
00:29:03,935 --> 00:29:07,935
ดังนี้

247
00:29:16,476 --> 00:29:20,476
นักเรียนพยายามดูพี่ล่ามนะ เพราะว่าคุณครูน่ะ

248
00:29:26,303 --> 00:29:30,303
ไม่ได้ใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียน พี่ล่ามเท่านั้นนะครับ ที่ใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียนนักเรียน ดูพี่ล่าม นักเรียนไม่คุยกันนะครับ

249
00:29:32,882 --> 00:29:36,882
เวลาที่คุณครูสอนให้นักเรียนคุยกัน นั่นหมายถึงว่านักเรียนจะพลาดในสิ่งที่คุณครูสอนเลยนะครับ

250
00:29:53,714 --> 00:29:56,135
เพราะว่าสิ่งที่นักเรียนเรียนไปทั้งหมดสุดท้ายแล้วน่ะ มันคุณครูจะมีการสอบกลางภาคสอบปลายภาคเพื่อวัดผลคะแนนของนักเรียน ว่านักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ

251
00:29:56,135 --> 00:29:59,184
วิชาภาษาไทยมากน้อยเพียงใดนะครับ

252
00:29:59,184 --> 00:30:03,184
ถ้านักเรียนได้คะแนนต่ำนะครับ

253
00:30:05,142 --> 00:30:09,142
ทำให้เกรดนักเรียนไม่สวยนะ

254
00:30:10,010 --> 00:30:14,010
นักเรียนจะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยนักเรียนก็

255
00:30:16,355 --> 00:30:20,355
ไม่สามารถที่จะเรียนคณะ หรือสิ่งที่ตัวเองอยากเรียนได้นะครับ

256
00:30:28,623 --> 00:30:32,623
การเขียนย่อความ

257
00:30:39,021 --> 00:30:43,021
ประกอบไปด้วยทักษะสำคัญ 2 ประการ ดังนี้

258
00:30:43,043 --> 00:30:47,043
นักเรียน นักเรียนอย่าเพิ่งจด

259
00:30:50,915 --> 00:30:52,779
นักเรียนอย่าเพิ่งจด ให้นักเรียนดูพี่ล่ามก่อน ส่วนสไลด์ตรงนี้เดี๋ยวคุณครูจะ

260
00:30:52,779 --> 00:30:53,682
นำเอกสารมาให้นักเรียน

261
00:30:53,682 --> 00:30:57,682
อีกทีหนึ่ง

262
00:30:57,709 --> 00:30:59,625
นักเรียนอย่าเพิ่งจด เพราะว่าถ้านักเรียนก้มปุ๊บ นักเรียนจะพลาดเลยนะคะ

263
00:30:59,625 --> 00:31:03,625
ให้นักเรียนดูพี่ล่ามก่อน

264
00:31:06,950 --> 00:31:10,950
อันนี้ คือ สร้างความเข้าใจกับนักเรียนก่อน เพราะว่านักเรียนก้มจด ๆ นักเรียนไม่ได้ดูพี่ล่ามอธิบายเลย

265
00:31:11,508 --> 00:31:13,891
เดี๋ยวนักเรียนจะไม่เข้าใจ ให้นักเรียนดูพี่ล่ามอย่างเดียวเลย

266
00:31:13,891 --> 00:31:17,814
ดูพี่ล่ามอย่างเดียวเลย

267
00:31:17,814 --> 00:31:21,814
โ

268
00:31:23,474 --> 00:31:27,474
อเค การเขียนย่อความ

269
00:31:28,620 --> 00:31:30,383
ประกอบด้วย ทักษะสำคัญ 2 ประการ ดังนี้

270
00:31:30,383 --> 00:31:31,659
1

271
00:31:31,659 --> 00:31:35,659
. การอ่าน

272
00:31:38,553 --> 00:31:41,092
การอ่านเพื่อย่อความเป็นการอ่านแบบสรุปความ หรือ

273
00:31:41,092 --> 00:31:43,322
อ่านจับใจความสำคัญของเรื่อง

274
00:31:43,322 --> 00:31:47,322
ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

275
00:31:49,334 --> 00:31:53,334
1.

276
00:31:55,572 --> 00:31:58,705
อ่านเรื่องที่จะเขียนย่อความทั้งหมดอย่างละเอียด

277
00:31:58,705 --> 00:31:59,646
เพื่อให้ทราบ ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับ

278
00:31:59,646 --> 00:32:01,263
ใคร

279
00:32:01,263 --> 00:32:02,355
ทำอะไร

280
00:32:02,355 --> 00:32:04,905
ที่ไหน

281
00:32:04,905 --> 00:32:07,942
เมื่อไหร่ อย่างไร

282
00:32:07,942 --> 00:32:10,558
ข้อที่ 2

283
00:32:10,558 --> 00:32:13,368
แยกอ่านทำความเข้าใจ

284
00:32:13,368 --> 00:32:17,368
เรื่องแต่ละย่อหน้าอย่างละเอียด

285
00:32:19,658 --> 00:32:23,658
ข้อที่ 3

286
00:32:26,934 --> 00:32:30,400
การจับความคิดหลักหรือประโยคใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้า

287
00:32:30,400 --> 00:32:34,400
โดยความคิดหลัก หมายถึง

288
00:32:35,356 --> 00:32:37,710
ความรู้ ความคิดที่ผู้เขียนเสนอต่อผู้อ่าน

289
00:32:37,710 --> 00:32:41,710
ในแต่ละย่อหน้า

290
00:32:42,085 --> 00:32:46,085
จะต้องมีความคิดหลัก ที่ผู้อ่านสรุปได้เพียงอย่างเดียว

291
00:32:46,174 --> 00:32:47,248
ซึ่งมักแสดงด้วยประโยคใจความสำคัญ

292
00:32:47,248 --> 00:32:49,228
ซึ่งอยู่

293
00:32:49,228 --> 00:32:52,654
ต้นย่อหน้า

294
00:32:52,654 --> 00:32:56,654
กลางย่อหน้า หรือท้ายย่อหน้า

295
00:32:57,957 --> 00:32:59,167
ส่วนประกอบอื่น ๆ ได้แก่

296
00:32:59,167 --> 00:33:01,025
ประโยค

297
00:33:01,025 --> 00:33:04,378
ขยาย

298
00:33:04,378 --> 00:33:08,378
ความหรือพลความนะครับ

299
00:33:08,462 --> 00:33:12,462
ซึ่งทำหน้าที่ขยายใจความสำคัญ

300
00:33:16,175 --> 00:33:17,875
หรือความคิดหลักในย่อหน้าให้ผู้อ่านเข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจนยิ่งขึ้น

301
00:33:17,875 --> 00:33:21,875
เช่น

302
00:33:24,050 --> 00:33:27,060
รายละเอียดข้อเปรียบเทียบตัวอย่างย่อหน้าบางแบบอาจมีความคิดหลัก

303
00:33:27,060 --> 00:33:30,883
แต่ไม่มีประโยคใจความสำคัญ

304
00:33:30,883 --> 00:33:34,883
มีแต่ประโยคขยายความเรื่อง ต่อเนื่องกันไป

305
00:33:37,284 --> 00:33:41,284
2. การเขียน

306
00:33:43,234 --> 00:33:46,778
การเขียนเพื่อย่อความ

307
00:33:46,778 --> 00:33:49,409
เป็นการเรียบเรียงสาระสำคัญที่บันทึกไว้

308
00:33:49,409 --> 00:33:53,409
จากการอ่าน โดยมีหลักดังนี้

309
00:33:59,100 --> 00:34:02,221
2.1 ข้อความที่ย่อ ข้อความที่ยอดนั้น

310
00:34:02,221 --> 00:34:04,447
ข้อที่ 1 มีเฉพาะสาระสำคัญ

311
00:34:04,447 --> 00:34:06,767
คือ ความคิดหลัก

312
00:34:06,767 --> 00:34:09,246
ส่วนที่เป็นพลความ

313
00:34:09,246 --> 00:34:11,100
ต้องตัดออกทั้งหมด

314
00:34:11,100 --> 00:34:15,100
2

315
00:34:15,169 --> 00:34:17,532
. ในกรณีที่สาระสำคัญซ้ำ ๆ กันหลาย ๆ แห่ง

316
00:34:17,532 --> 00:34:20,347
เมื่อนำมาเรียบเรียงใหม่

317
00:34:20,347 --> 00:34:24,347
ให้กล่าว

318
00:34:32,471 --> 00:34:36,289
ให้กล่าวเพียงเฉพาะที่สำคัญนะครับ

319
00:34:36,289 --> 00:34:40,289
ข้อที่ 3

320
00:34:43,299 --> 00:34:46,405
ครอบคลุมประเด็นสำคัญของเรื่องได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ถูกต้องตามเรื่องเดิม

321
00:34:46,405 --> 00:34:50,405
ข้อที่ 4

322
00:34:51,726 --> 00:34:54,616
ข้อความที่เป็นคำพูดอยู่ในเครื่องอัญประกาศ

323
00:34:54,616 --> 00:34:58,616
ไม่ใช่ประเด็นสำคัญให้ตัดออก

324
00:34:59,219 --> 00:35:03,219
ข้อที่ 5

325
00:35:06,891 --> 00:35:10,891
ครอบคลุมประเด็นสำคัญของเรื่องได้ครบถ้วนสมบูรณ์ถูกต้องตามเรื่องเดิม

326
00:35:20,865 --> 00:35:22,342
เมื่อกี้ผ่านข้อที่ 6 ไปแล้วนะ โอเคนะครับ

327
00:35:22,342 --> 00:35:26,342
ข้อความข้อที่ 7

328
00:35:27,884 --> 00:35:31,644
เรียงลำดับอย่างไรก็ได้ให้อ่านเข้าใจ ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับตามเดิม

329
00:35:31,644 --> 00:35:35,644
คือ สรุปง่าย ๆ ว่า

330
00:35:38,649 --> 00:35:42,649
บทความ หรือข้อความ หรือนิทานเรื่องต่าง ๆ ที่นักเรียนอ่านมาทั้งหมด ให้นักเรียนสรุป

331
00:35:43,723 --> 00:35:45,099
เป็นใจความสำคัญ อย่างเช่น คุณครูเคยสอนไปแล้วเมื่อ

332
00:35:45,099 --> 00:35:49,099
คาบที่ผ่านมา

333
00:35:50,864 --> 00:35:53,807
การสรุปใจความสําคัญที่พูดถึงสรุปว่าในเรื่องนั้นว่าใคร

334
00:35:53,807 --> 00:35:57,807
ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่

335
00:35:57,818 --> 00:36:01,818
นักเรียนจำได้ไหมครับ ที่ครูเคยสอน

336
00:36:07,784 --> 00:36:11,784
ต่อไปจะมาพูดถึงในเรื่องของสำนวนภาษานะครับ

337
00:36:15,671 --> 00:36:18,719
ในการเขียนย่อความนะครับ ใช้สำนวนภาษาของผู้เขียน โดยเป็นการเรียบเรียงเนื้อความใหม่

338
00:36:18,719 --> 00:36:22,719
ไม่ควรใช้สำนวนภาษาเรื่องเดิม

339
00:36:23,554 --> 00:36:27,554
หลีกเลี่ยงการตัดต่อประโยคใจความสำคัญของต้นฉบับนะครับ

340
00:36:29,098 --> 00:36:33,098
ข้อ 2

341
00:36:35,528 --> 00:36:38,585
เรียบเรียงเป็นเรื่องเล่า ถ้าจะเอ่ยถึงบุคคลอื่น ให้ใช้ชื่อ

342
00:36:38,585 --> 00:36:42,585
หรือใช้สรรพนามบุรุษที่ 3

343
00:36:43,591 --> 00:36:47,591
ห้ามนะครับ ห้ามใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 และ 2 ในย่อความ

344
00:36:52,309 --> 00:36:55,899
ข้อที่ 3 สำนวนภาษาหรือคำยาก คำยาว

345
00:36:55,899 --> 00:36:59,899
ในเรื่องเดิม ให้เปลี่ยนมาใช้คำธรรมดาแทนนะครับ

346
00:37:00,999 --> 00:37:04,999
ข้อที่ 4

347
00:37:06,588 --> 00:37:10,588
ไม่จำเป็นต้องใช้อักษรย่อ

348
00:37:12,019 --> 00:37:16,019
นักเรียนเห็นข้อสอบที่ผ่านมาไหมครับ ที่ว่ามีอักษรย่อด้วย

349
00:37:17,479 --> 00:37:21,479
ข้อนี้สำคัญเลย ไม่จำเป็นต้องใช้อักษรย่อนะครับ

350
00:37:23,048 --> 00:37:27,048
ในข้อความที่ย่อ นอกจากชื่อเดิมจะยาวมาก เช่น

351
00:37:27,860 --> 00:37:30,533
อักษรย่อนั้นเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย เช่น กทม

352
00:37:30,533 --> 00:37:33,734
.

353
00:37:33,734 --> 00:37:37,734
รสช. รพท. และ ทททอย่างนี้ครับ

354
00:37:38,474 --> 00:37:41,622
ข้อที่ 5

355
00:37:41,622 --> 00:37:45,240
ถ้าเรื่องเดิมเป็นร้อยกรอง

356
00:37:45,240 --> 00:37:48,415
ให้ย่อความเป็นร้อยแก้วนะครับ

357
00:37:48,415 --> 00:37:51,155
นักเรียนเข้าใจคำว่า "ร้อยกรอง" กับ "ร้อยแก้ว" ไหมครับ

358
00:37:51,155 --> 00:37:55,155
เข้าใจไหม

359
00:37:55,469 --> 00:37:59,469
เข้าใจคำว่า "ร้อยกรอง" กับ "ร้อยแก้ว" ใช่ไหมครับ

360
00:38:03,550 --> 00:38:06,101
ร้อยกรอง ก็คือเป็นบทกลอนบทประพันธ์

361
00:38:06,101 --> 00:38:08,767
ส่วนร้อยแก้ว คือ งานเขียน

362
00:38:08,767 --> 00:38:12,767
ความเรียงปกติ

363
00:38:16,080 --> 00:38:20,080
ข้อที่ 6 นะครับ

364
00:38:22,149 --> 00:38:23,570
ใช้สำนวนภาษาที่คงไว้ลีลาหรือน้ำเสียงให้เหมือนเดิม เช่น ความรู้สึก

365
00:38:23,570 --> 00:38:27,570
สะเทือนใจ

366
00:38:33,070 --> 00:38:36,962
ต่อไป ความยาวของย่อความ

367
00:38:36,962 --> 00:38:40,962
นักเรียนดูพี่ล่ามนะ

368
00:38:41,469 --> 00:38:45,469
นักเรียนไม่คุยกันนะ นักเรียนดูพี่ล่าม เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายให้ฟัง

369
00:38:46,780 --> 00:38:49,723
ความยาวของย่อความนี่ ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว ว่า

370
00:38:49,723 --> 00:38:53,723
จะมีสัดส่วนเท่าไรจากเรื่องเดิม

371
00:38:54,774 --> 00:38:58,774
ก็คือพูดง่าย ๆ ก็คือให้นักเรียน

372
00:38:59,595 --> 00:39:01,821
ย่อมาให้เข้าใจ ว่าในเรื่องที่นักเรียน

373
00:39:01,821 --> 00:39:05,821
ไปอ่านมาน่ะ

374
00:39:06,900 --> 00:39:08,424
มีใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ ให้ครบถ้วน

375
00:39:08,424 --> 00:39:12,424
เนื้อเรื่องนั้น

376
00:39:13,041 --> 00:39:17,041
แค่นั้นล่ะครับ ก็คือการย่อความ

377
00:39:21,854 --> 00:39:25,854
ที่นี้เรามาดูเรามาดูรูปแบบการเขียนย่อความกันนะครับ

378
00:39:30,935 --> 00:39:34,935
รูปแบบที่ 1 นะครับ เป็นการย่อนิทาน นิยาย พงศาวดาร

379
00:39:35,701 --> 00:39:39,417
ให้บอกประเภทชื่อเรื่อง ผู้แต่ง ที่มาของเรื่อง

380
00:39:39,417 --> 00:39:43,417
เท่าที่ทราบ เช่น

381
00:39:44,237 --> 00:39:47,641
เวลานักเรียนจะย่อนิทานนะครับ สมมติว่า

382
00:39:47,641 --> 00:39:51,641
มีนิทาน 1 เรื่องให้นักเรียนอ่าน

383
00:39:52,787 --> 00:39:54,730
นักเรียนอ่านมาทั้งหมด นิทานทั้งหมดมี... มี 1 หน้ากระดาษ

384
00:39:54,730 --> 00:39:58,730
มีอยู่ 1 หน้ากระดาษ

385
00:40:02,849 --> 00:40:04,621
นักเรียนไปอ่านมา 1 หน้ากระดาษแล้ว นักเรียนจะต้องมาย่อความ โดยที่นักเรียนจะย่อความนักเรียนต้องมีหัวข้อนะครับ

386
00:40:04,621 --> 00:40:07,410
เขียนดังนี้ ก็คือ

387
00:40:07,410 --> 00:40:11,364
ย่อนิทานเรื่อง...

388
00:40:11,364 --> 00:40:15,364
เรื่องอะไรที่นักเรียนอ่านมา เรียนก็เขียน

389
00:40:16,083 --> 00:40:20,083
ย่อนิทานเรื่อง สมมติว่านักเรียน สมมติ

390
00:40:22,291 --> 00:40:24,917
ว่านักเรียนไปอ่านลูกหมู 3 ตัว นักเรียนก็เขียน ว่าย่อนิทานเรื่อง

391
00:40:24,917 --> 00:40:28,917
ลูกหมู 3 ตัวของ

392
00:40:30,420 --> 00:40:34,420
ของนี่คือใครเป็นผู้แต่ง ใครเป็นผู้เขียน เรื่องนี้นักเรียนเขียนชื่อเขาลงมาตรงนี้

393
00:40:36,192 --> 00:40:40,192
จากไหน นักเรียนไปหาข้อความนี้มาจากไหนนักเรียนก็เขียน

394
00:40:42,761 --> 00:40:45,305
ลงบนตรงข้อ... ในจากตรงนี้ไปนะครับ ส่วนความว่าตรงนี้

395
00:40:45,305 --> 00:40:49,161
นักเรียนก็เล่ามาเลยครับ ว่า

396
00:40:49,161 --> 00:40:52,510
เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน ใครทำอะไรที่ไหน

397
00:40:52,510 --> 00:40:54,637
ทำเมื่อไหร่ แล้วจะทำอย่างไร

398
00:40:54,637 --> 00:40:58,637
มีผลทำให้อย่างไรเกิดขึ้น

399
00:40:59,915 --> 00:41:03,915
ลูกหมู 3 ตัว คุณครูยกตัวอย่างลูกหมู 3 ตัวนะ

400
00:41:10,759 --> 00:41:13,470
ความว่าตรงนี้ ก็คือเล่าถึงเหตุการณ์ที่แม่หมู มีลูกหมู 3 ตัว มีพี่ มีน้อง

401
00:41:13,470 --> 00:41:16,664
คนกลาง แล้วก็มีน้องสุดท้อง

402
00:41:16,664 --> 00:41:20,483
แยกออกไปสร้างบ้าน

403
00:41:20,483 --> 00:41:24,483
เอาไปสร้างบ้านคนหนึ่งสร้างบ้านด้วย

404
00:41:25,612 --> 00:41:29,612
ฟาง คนหนึ่งสร้างบ้านด้วยไม้ อีกคนสร้างบ้านด้วยอิฐด้วยปูน

405
00:41:34,160 --> 00:41:38,077
อธิบายมาว่าบ้านแบบไหนแข็งแรง หมาป่าไม่ได้มาทำร้ายได้อะไรประมาณนี้ครับ แล้วก็

406
00:41:38,077 --> 00:41:40,080
ผลสุดท้ายนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอะไรประมาณนั้น

407
00:41:40,080 --> 00:41:43,575
คือ รวม ๆ กันไป

408
00:41:43,575 --> 00:41:47,177
โอเคไหมครับ

409
00:41:47,177 --> 00:41:48,829
นักเรียนโอเคไหม นักเรียนเข้าใจไหมครับ

410
00:41:48,829 --> 00:41:52,829
นักเรียนเข้าใจไหม

411
00:42:01,697 --> 00:42:05,697
นักเรียนมีข้อสงสัย นักเรียนเดินออกมาถามพี่ล่ามได้เลย

412
00:42:25,158 --> 00:42:27,870
นิทาน

413
00:42:27,870 --> 00:42:31,835
นิทานครับ

414
00:42:31,835 --> 00:42:33,960
(ล่าม) เดี๋ยวสักครู่นะคะ พอดีภาพมันดีเลย์น่ะค่ะ

415
00:42:33,960 --> 00:42:37,960
ต้องรอนิดหนึ่งนะคะ

416
00:42:39,750 --> 00:42:43,750
อาจารย์ได้ยินใช่ไหมคะ (อาจารย์จักรพงศ์) ได้ยินครับ

417
00:42:44,968 --> 00:42:48,968
(ล่าม) ให้น้องทำได้เลยนะคะ

418
00:43:11,608 --> 00:43:15,608
(อาจารย์จักรพงศ์) นักเรียนถามพี่ล่ามได้เลย

419
00:43:26,516 --> 00:43:28,966
(ล่าม) ตอนนี้ภาพกระตุกนะคะ เลยเห็นภาพน้องค้างอยู่น่ะค่ะ

420
00:43:28,966 --> 00:43:32,966
(อาจารย์จักรพงศ์) โอเคครับ

421
00:43:34,086 --> 00:43:38,086
(ล่าม) เลย... เลยดูภาษามือไม่ได้เลยค่ะ(อาจารย์จักรพงศ์) ตอนนี้

422
00:43:38,235 --> 00:43:39,469
สัญญาณไม่ค่อยดีใช่ไหมครับ

423
00:43:39,469 --> 00:43:43,469
(ล่าม) ใช่ค่ะ

424
00:43:55,645 --> 00:43:59,645
(อาจารย์จักรพงศ์) ย่อนิทานเรื่องหรือครับ นักเรียนชี้คำว่า "ย่อนิทานเรื่อง

425
00:44:00,284 --> 00:44:04,284
" คืออะไรหรือ

426
00:44:39,483 --> 00:44:41,529
(ล่าม) เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ

427
00:44:41,529 --> 00:44:45,529
(อาจารย์จักรพงศ์) โอเคครับ

428
00:44:46,758 --> 00:44:50,362
โอเคเราพักกัน ดื่มน้ำสักครู่นะ

429
00:44:50,362 --> 00:44:54,362
เพราะว่าตอนนี้คุณครูก็คอแห้งเหมือนกัน

430
00:44:55,926 --> 00:44:58,977
โอเค พักดื่มน้ำสัก 5 นาทีนะครับ เดี๋ยวเรามาเจอกันที่ห้องนี้อีก

431
00:44:58,977 --> 00:45:00,428
ทีหนึ่ง เดี๋ยวซัก 5 นาทีครับ พี่ล่ามครับ

432
00:45:00,428 --> 00:45:04,428
(ล่าม) ได้ค่ะ

433
00:58:00,198 --> 00:58:04,198
(อาจารย์จักรพงศ์) โอเคนะครับ

434
00:58:13,164 --> 00:58:16,728
นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ

435
00:58:16,728 --> 00:58:20,728
ดูพี่ล่ามนะ ดูพี่ล่าม

436
00:58:23,749 --> 00:58:27,749
โอเค เดี๋ยวคุณครูจะยกตัวอย่างนะครับ ยกตัวอย่างนิทาน นิทาน 1 เรื่อง

437
00:58:31,934 --> 00:58:35,934
คุณครูจะอ่านให้นักเรียนฟัง แล้วก็นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายภาษามือนะครับ

438
00:58:45,235 --> 00:58:49,235
เลี้ยงโคขุนแบบครบวงจร ประสบความสำเร็จไปหมด

439
00:58:51,680 --> 00:58:55,604
คุณเรวัต

440
00:58:55,604 --> 00:58:58,420
วัชราธร เป็นเกษตรกรที่ประกอบ

441
00:58:58,420 --> 00:59:02,420
อาชีพทางด้านการผลิต

442
00:59:03,752 --> 00:59:05,402
มันสําปะหลังเป็น 10 ปี ผลที่ได้ คือ

443
00:59:05,402 --> 00:59:07,778
แต่แรกเริ่ม

444
00:59:07,778 --> 00:59:11,778
หัวมันใหญ่เท่าต้นขา

445
00:59:12,359 --> 00:59:14,894
พอ 10 ปีต่อมา เหลือขนาดเท่าหัวแม่มือ

446
00:59:14,894 --> 00:59:18,894
เพราะคุณภาพดิน

447
00:59:22,402 --> 00:59:26,402
... เพราะคุณภาพดินเลวลง ไม่หลงเหลือความอุดมสมบูรณ์

448
00:59:26,619 --> 00:59:30,619
พร้อมที่จะเป็นดินทรายได้อีก ต่อไปในอนาคต

449
00:59:36,321 --> 00:59:37,624
จากนั้นหันมาเลี้ยงโคนม เพราะจะได้ปลูกหญ้า เพื่อเป็นการรักษาหน้าดิน และจะได้หมด

450
00:59:37,624 --> 00:59:41,624
มาเป็นปุ๋ย

451
00:59:41,855 --> 00:59:45,185
เรียกให้ดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง

452
00:59:45,185 --> 00:59:46,845
สำหรับการเลี้ยงโคขุน

453
00:59:46,845 --> 00:59:50,845
เป็นโคที่

454
00:59:53,679 --> 00:59:54,856
รับซื้อมาจากเกษตรกรแถบนครสวรรค์ ลพบุรี ชัยนาท

455
00:59:54,856 --> 00:59:56,903
พิษณุโลก

456
00:59:56,903 --> 00:59:59,272
สุโขทัย

457
00:59:59,272 --> 01:00:03,272
ตาก อุตรดิตถ์

458
01:00:04,561 --> 01:00:05,808
เพราะโคนแถบภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน

459
01:00:05,808 --> 01:00:09,141
จะเลี้ยง

460
01:00:09,141 --> 01:00:13,141
โคค่อนข้างดี มีคุณภาพ

461
01:00:14,632 --> 01:00:18,632
ในส่วนมูลโค

462
01:00:22,491 --> 01:00:24,968
ที่ได้จากโคแต่ละตัว วันละ 18 กิโลกรัมนั้น จัดส่งให้ทางบริษัท

463
01:00:24,968 --> 01:00:28,687
เพื่อนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์

464
01:00:28,687 --> 01:00:32,687
มีทั้งชนิดเป็นผงและอัดเม็ด

465
01:00:33,288 --> 01:00:35,721
แล้วแต่จะนำไปใช้กับอะไร เช่น

466
01:00:35,721 --> 01:00:37,068
กับสวน กับนา

467
01:00:37,068 --> 01:00:41,068
กับอ้อย

468
01:00:41,241 --> 01:00:44,700
ซึ่งปุ๋ยแต่ละสูตรมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน

469
01:00:44,700 --> 01:00:47,064
นับว่าเป็นความสำเร็จที่ได้มา

470
01:00:47,064 --> 01:00:50,310
ด้วยความขยันขันแข็ง

471
01:00:50,310 --> 01:00:54,310
มีความพากเพียรและมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ

472
01:01:03,841 --> 01:01:07,841
นักเรียนมาดูนะครับ ในสิ่งที่คุณครูอ่านนั้นเวลาเขาย่อข้อความ เขาย่อความอย่างไรนะครับ นักเรียนเห็นในจอทีวีนะครับ

473
01:01:09,392 --> 01:01:11,853
ย่อเรื่อง เลี้ยงโคขุนแบบครบวงจร

474
01:01:11,853 --> 01:01:15,853
ประสบความสำเร็จไปหมด

475
01:01:18,648 --> 01:01:22,648
จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

476
01:01:22,696 --> 01:01:26,696
วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550

477
01:01:30,786 --> 01:01:33,979
ความว่า คุณเรวัต วัชราธร เกษตรกรที่ประกอบอาชีพ

478
01:01:33,979 --> 01:01:37,979
ทางด้านการผลิตมันสำปะหลัง

479
01:01:39,351 --> 01:01:43,351
มาเป็นเวลานาน เห็นว่ามันสำปะหลังมีขนาดเล็กลง

480
01:01:44,887 --> 01:01:48,887
เพราะคุณภาพดีเลวลง จึงหันมาเลี้ยงโคขุนแทนการปลูกมัน

481
01:01:49,351 --> 01:01:52,286
ซึ่งการปลูกหญ้าเลี้ยงโคเป็นการรักษาหน้าดิน

482
01:01:52,286 --> 01:01:56,286
และได้มูลโคมาเป็นปุ๋ย

483
01:01:56,392 --> 01:01:59,763
ซึ่งจะทำให้ดินเกิดความอุดมสมบูรณ์กลับมาอีกครั้ง

484
01:01:59,763 --> 01:02:00,919
และได้นำมูลโค ที่ได้จากการ

485
01:02:00,919 --> 01:02:04,596
จาก

486
01:02:04,596 --> 01:02:06,579
โคขุนแต่ละตัววันละ 18 กิโลกรัม

487
01:02:06,579 --> 01:02:09,064
ไปทำปุ๋ยอินทรีย์

488
01:02:09,064 --> 01:02:10,099
สามารถนำไปใช้กับสวน

489
01:02:10,099 --> 01:02:11,370
นา

490
01:02:11,370 --> 01:02:15,370
และ อ้อย

491
01:02:15,625 --> 01:02:19,462
เป็นความสำเร็จที่ได้ด้วยความขยันขันแข็ง

492
01:02:19,462 --> 01:02:23,229
มีความเพียรพยายามและมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ

493
01:02:23,229 --> 01:02:25,789
นักเรียนเห็นไหมครับ ว่าบทความที่

494
01:02:25,789 --> 01:02:28,406
ยาว ๆ เมื่อข้างต้นที่คุณครู

495
01:02:28,406 --> 01:02:31,618
อ่านให้นักเรียนฟังนั้น

496
01:02:31,618 --> 01:02:32,900
เวลาเขาย่อความออกมา

497
01:02:32,900 --> 01:02:35,836
เขาจะย่อ

498
01:02:35,836 --> 01:02:39,836
ได้นิดหนึ่ง แต่

499
01:02:41,251 --> 01:02:42,440
คำว่า "นิดหนึ่ง" ในที่นี้ หมายถึงว่าจะครอบคลุม

500
01:02:42,440 --> 01:02:46,440
ไปด้วย

501
01:02:49,273 --> 01:02:51,532
สิ่งหนึ่ง สิ่งเนื้อหาใจความสำคัญต่าง ๆ ที่เขาพูดถึง แม้ว่าจะเป็นใคร

502
01:02:51,532 --> 01:02:53,783
ทำอะไร ที่ไหน

503
01:02:53,783 --> 01:02:56,089
เมื่อไหร่ อย่างไร

504
01:02:56,089 --> 01:02:59,951
นักเรียนดูนะครับ ว่า

505
01:02:59,951 --> 01:03:01,483
ในข้อความที่ว่าใคร ใครนั่นคือใครครับ

506
01:03:01,483 --> 01:03:05,348
ก็คือคุณเรวัต

507
01:03:05,348 --> 01:03:06,907
วัชราธร เกษตรกรคนนี้ครับ

508
01:03:06,907 --> 01:03:08,202
ทำอะไร

509
01:03:08,202 --> 01:03:12,202
ก็คือ

510
01:03:12,309 --> 01:03:14,153
ประกอบอาชีพด้านการผลิตมันสำปะหลังเป็นเวลานาน

511
01:03:14,153 --> 01:03:16,206
เกิดอะไรขึ้น

512
01:03:16,206 --> 01:03:19,913
เพราะว่า

513
01:03:19,913 --> 01:03:23,796
เขาปลูกมันมาแล้วน่ะเป็นเวลานาน ทำให้

514
01:03:23,796 --> 01:03:27,796
จากหัวที่มันใหญ่ ๆ กลายเป็นหัวเล็ก และทำให้ทำไมครับ

515
01:03:31,760 --> 01:03:35,760
ทำให้ผลผลิตน้อยลง และทีนี้มันเกิดจากอะไร เกิดจากคุณภาพดิน

516
01:03:41,050 --> 01:03:43,639
คุณภาพดินไม่ดี แล้วที่จะต้องแก้ปัญหาอย่างไร เขาแก้ปัญหาโดยที่ว่าเขาก็เลยเลี้ยงโคขุนแทน

517
01:03:43,639 --> 01:03:47,639
พอเลี้ยงโคขุน ทีนี้

518
01:03:54,513 --> 01:03:57,013
เกิดผลดีขึ้นกับตัวเขาไหม การเลี้ยงโคเขาต้องปลูกหญ้าด้วยเพื่อปรับหน้าดินใช่ไหมครับ ให้ดินมันดีขึ้น

519
01:03:57,013 --> 01:03:59,429
พอทีนี้พอเลี้ยงโคแต่ละตัว

520
01:03:59,429 --> 01:04:03,429
โคแต่ละตัวก็จะมีมูลโ

521
01:04:03,796 --> 01:04:05,461
คออกมา แล้วเขาก็นำมูลโคนี้ไปทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์

522
01:04:05,461 --> 01:04:07,319
สามารถใช้ได้กับ

523
01:04:07,319 --> 01:04:08,803
สวนกับนา

524
01:04:08,803 --> 01:04:12,803
กับอ้อย

525
01:04:20,399 --> 01:04:22,257
ทำเป็นปุ๋ยต่าง ๆ และสิ่งที่เขาทำออกมาเป็นอย่างไรครับ ประสบผลสำเร็จด้วยความที่เขาเป็นคนขยันขันแข็ง และมีความเพียรมุ่งมั่นกับสิ่งที่เขาทำ

526
01:04:22,257 --> 01:04:26,257
นี่ครับ เป็นการย่อความ

527
01:04:28,923 --> 01:04:31,406
อาทิตย์นี้

528
01:04:31,406 --> 01:04:35,406
เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียน

529
01:04:46,840 --> 01:04:47,792
ลองเขียนย่อความจากเรื่องที่คุณครูจะอ่านให้ฟัง ให้นักเรียนเขียนนะครับ นักเรียนดูพี่ล่างดี ๆ นะเดี๋ยว พี่ล่ามจะอธิบายเรื่องที่คุณครูจะอ่านให้นักเรียนฟัง นิทานต่อไปนี้แล้วให้นักเรียน

530
01:04:47,792 --> 01:04:48,774
เขียน

531
01:04:48,774 --> 01:04:52,115
ลงในสมุด

532
01:04:52,115 --> 01:04:56,115
แล้วก็ส่งคุณครู

533
01:04:57,754 --> 01:05:01,754
ฟังที่คุณครู

534
01:05:02,049 --> 01:05:06,049
ดูที่พี่ล่าม

535
01:05:17,521 --> 01:05:21,521
แล้วสร้างความเข้าใจกันก่อน นักเรียนเข้าใจที่คุณครูพูดไหมเมื่อกี้

536
01:05:26,064 --> 01:05:28,416
เดี๋ยวคุณครูจะอ่านนิทานเรื่องนี้ให้นักเรียนฟัง

537
01:05:28,416 --> 01:05:32,416
แล้วก็นักเรียน

538
01:05:34,662 --> 01:05:38,176
คนที่ฟังไม่ได้ยิน นักเรียนก็ดูพี่ล่ามนะครับ ดูที่ล่ามไปด้วย พี่ล่ามจะ

539
01:05:38,176 --> 01:05:40,409
แปลเป็นภาษามือให้นักเรียนได้เข้าใจ

540
01:05:40,409 --> 01:05:43,780
แล้วทีนี้พอจบ

541
01:05:43,780 --> 01:05:46,054
พอคุณครูอ่านจบ พี่ล่ามใช้ภาษามือ

542
01:05:46,054 --> 01:05:48,728
อธิบายให้นักเรียนเข้าใจเสร็จแล้ว

543
01:05:48,728 --> 01:05:50,918
ให้นักเรียนเขียนย่อความ

544
01:05:50,918 --> 01:05:54,245
จากเรื่องที่นักเรียนได้ดูน่ะ

545
01:05:54,245 --> 01:05:58,245
ได้ข้าใจลงในสมุด

546
01:05:58,603 --> 01:06:02,603
นักเรียนเข้าใจไหมครับ

547
01:06:06,309 --> 01:06:10,309
เข้าใจนะ โอเคเดี๋ยวคุณครูจะอ่านให้นักเรียนฟังนะ

548
01:06:11,678 --> 01:06:15,678
นักเรียนดูพี่ล่ามนักเรียนไม่ต้องมองครูนะ ดูพี่ล่ามอย่างเดียวเลย

549
01:06:20,954 --> 01:06:22,301
เรื่องที่ 1

550
01:06:22,301 --> 01:06:23,835
นิทานอีสป

551
01:06:23,835 --> 01:06:27,118
เรื่อง

552
01:06:27,118 --> 01:06:31,118
ลูกกบอยากมีเพื่อน

553
01:06:35,908 --> 01:06:39,852
มีลูกกบตัวหนึ่งอยากมีเพื่อนเอาไว้เล่นด้วย

554
01:06:39,852 --> 01:06:43,335
อากาศสดชื่นดีจริง แต่มันเหงาจังเลย

555
01:06:43,335 --> 01:06:45,494
แต่มันเหงาจังเลย ไม่มีเพื่อนเลย

556
01:06:45,494 --> 01:06:47,044
ออกไปหาเพื่อนดีกว่า

557
01:06:47,044 --> 01:06:51,044
ลูกกบพูด

558
01:06:53,399 --> 01:06:57,399
ลูกกบพบแต่เต่า ก็ดีใจจะผูกมิตรกับเต่า

559
01:06:59,152 --> 01:07:00,805
ลูกกบจึงพูดกับเต่าด้วยความอ่อนโยน ว่า

560
01:07:00,805 --> 01:07:04,659
พี่เต๋าจ๋า

561
01:07:04,659 --> 01:07:08,426
ฉันขอเป็นเพื่อนเล่นกับพี่เต๋าด้วยคนนะจ๊ะ

562
01:07:08,426 --> 01:07:12,426
เต่ามองลูกกบอย่างแปลกใจ

563
01:07:12,675 --> 01:07:14,184
และไม่พอใจที่เห็นรูปร่างของกบน่าเกลียด

564
01:07:14,184 --> 01:07:15,647
จึงตอบว่า

565
01:07:15,647 --> 01:07:19,192
ไม่ได้

566
01:07:19,192 --> 01:07:21,759
ฉันไม่เป็นเพื่อนกับเจ้าหรอก

567
01:07:21,759 --> 01:07:25,759
ดูรูปร่างเจ้า

568
01:07:27,939 --> 01:07:31,163
ช่างน่าเกลียดน่าชัง ออกไปห่าง ๆ ฉันนะ

569
01:07:31,163 --> 01:07:35,163
ฉันไม่เป็นเพื่อนกับเจ้า

570
01:07:40,861 --> 01:07:43,728
ฮือ ๆ  ดูสิพี่เต่า ไม่ยอมเป็นเพื่อนกับลูกกบเลย ฮือ ๆ ลูกกบร้อง

571
01:07:43,728 --> 01:07:47,189
ร้องไห้เสียใจ

572
01:07:47,189 --> 01:07:51,189
ขณะที่ลูกกบกำลังร้องไห้

573
01:07:51,611 --> 01:07:55,611
ก็เหลือบเห็นปลากำลังว่ายน้ำอยู่

574
01:07:56,812 --> 01:08:00,812
นั่น น้ำปลากำลังว่ายน้ำ

575
01:08:01,867 --> 01:08:05,712
แหมน่าสนุกจังเลย เดี๋ยวเราไปเล่นน้ำกับปลาดีกว่า

576
01:08:05,712 --> 01:08:07,496
ลูกกบจึงว่ายน้ำไปหาปลา

577
01:08:07,496 --> 01:08:09,362
และเข้าไป

578
01:08:09,362 --> 01:08:13,362
พูดกับปลาว่า

579
01:08:13,778 --> 01:08:16,336
ปลาน้อยจ๋า เธอว่ายน้ำเก่งจังเลย

580
01:08:16,336 --> 01:08:19,479
ให้ฉันเล่นกับเธอด้วยนะ

581
01:08:19,479 --> 01:08:21,597
ปลามองลูกกบ

582
01:08:21,597 --> 01:08:25,597
อย่างน่าสงสัย

583
01:08:26,569 --> 01:08:28,304
อุ๊ย นี่ตัวอะไรรูปร่างน่าเกลียด

584
01:08:28,304 --> 01:08:29,846
เสียจริง ตัวก็ดำปิ๊ดปี๋

585
01:08:29,846 --> 01:08:31,317
ไม่สวยเลย

586
01:08:31,317 --> 01:08:35,317

587
01:08:37,086 --> 01:08:41,061
ฉันเป็นกบนะ เธอไม่รู้จักหรือ

588
01:08:41,061 --> 01:08:44,843
ฉันอยากเป็นเพื่อนกับเธอนะ

589
01:08:44,843 --> 01:08:48,302
ฉันไม่ชอบ

590
01:08:48,302 --> 01:08:50,549
หรือ ดูสิรูปร่างน่าเกลียดจังเลย

591
01:08:50,549 --> 01:08:53,818
อย่ามายุ่งกับฉัน ไปห่าง ๆ

592
01:08:53,818 --> 01:08:55,998
ปลาแสดงอาการไม่สนใจลูกกบ

593
01:08:55,998 --> 01:08:59,998
ลูกกบเสียใจมาก

594
01:09:00,024 --> 01:09:02,976
ทำไมฉันช่างโชคร้ายจัง

595
01:09:02,976 --> 01:09:05,978
ไม่มีใครเป็นเพื่อนกับฉันเลย

596
01:09:05,978 --> 01:09:09,978
ลูกกบร้องไห้

597
01:09:12,975 --> 01:09:16,428
ทันใดนั้นคางคกตัวหนึ่งกระโดดออกมาจากกอหญ้า

598
01:09:16,428 --> 01:09:20,428
คางคกสงสารลูกกบมาก

599
01:09:21,769 --> 01:09:25,769
เพราะยืนมองดูลูกกบนานแล้ว

600
01:09:28,964 --> 01:09:32,050
พอเห็นลูกกบร้องไห้จึงกระโดดมาใกล้ ๆ พูดปลอบโยน ว่า

601
01:09:32,050 --> 01:09:34,040
อย่าร้องไห้เลย

602
01:09:34,040 --> 01:09:36,591
นิ่งเสียเถิด

603
01:09:36,591 --> 01:09:40,591
ฉันจะเป็นเพื่อนเธอเอง

604
01:09:40,652 --> 01:09:43,135
เอ๊ะ นั่นใคร

605
01:09:43,135 --> 01:09:46,018
ใครจะเป็นเพื่อนกับฉัน

606
01:09:46,018 --> 01:09:48,321
ลูกกบเงยหน้า

607
01:09:48,321 --> 01:09:51,082
ถามทันที

608
01:09:51,082 --> 01:09:55,082
คางคกตอบว่า ฉันเอง

609
01:09:55,132 --> 01:09:58,131
ฉันคือทางคก ฉันสงสารเธอ

610
01:09:58,131 --> 01:10:02,131
เธอจะคบฉันเป็นเพื่อนหรือเปล่าจ๊ะ

611
01:10:03,701 --> 01:10:07,606
แหม ฉันดีใจจังเลย ฉันอยากมีเพื่อน

612
01:10:07,606 --> 01:10:10,339
ฉันจะเป็นเพื่อนกับเธอนะคางคก

613
01:10:10,339 --> 01:10:13,966
เราจะไปเที่ยวด้วยกัน

614
01:10:13,966 --> 01:10:17,084
ฉันมีความสุขจังเลย ลูกกบพูด

615
01:10:17,084 --> 01:10:21,084
ฉันก็ดีใจ

616
01:10:23,645 --> 01:10:26,185
ต่อไปนี้เราเป็นเพื่อนกันนะ ฉันจะช่วยเธอทำงาน

617
01:10:26,185 --> 01:10:30,185
เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

618
01:10:30,295 --> 01:10:32,526
ที่ก็คือมาจากนิทานอีสป

619
01:10:32,526 --> 01:10:36,526
ของพงษ์จันทร์

620
01:10:36,662 --> 01:10:40,662
อยู่เป็นสุข พ.ศ. 2559 หน้า 34

621
01:11:00,694 --> 01:11:04,694
ทีนี้นะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายไปแล้ว

622
01:11:10,289 --> 01:11:14,289
คุณครูจะให้นักเรียนเขียนว่านักเรียนเข้าใจอย่างไรก่อน คุณครูยังไม่ให้รูปแบบที่ถูกต้องกับนักเรียนหรอก แต่จะให้นักเรียน

623
01:11:15,613 --> 01:11:18,914
อธิบายในสิ่งที่พี่ล่ามอธิบายให้นักเรียนฟังน่ะ เขียนลงในสมุดของนักเรียน

624
01:11:18,914 --> 01:11:22,914
ว่านักเรียนเข้าใจเนื้อเรื่องนี้

625
01:11:23,103 --> 01:11:24,919
ให้นักเรียนบอก ว่าใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ก็พอ

626
01:11:24,919 --> 01:11:27,644
เขียนให้คุณครู

627
01:11:27,644 --> 01:11:30,634
คุณครูจะให้เวลาเขียน

628
01:11:30,634 --> 01:11:32,890
10 นาที

629
01:11:32,890 --> 01:11:36,890
แล้วก็

630
01:11:38,324 --> 01:11:39,992
นักเรียนเข้าใจไหม

631
01:11:39,992 --> 01:11:43,992
เข้าใจไหม

632
01:11:44,945 --> 01:11:48,945
เข้าใจ โอเค เดี๋ยว

633
01:11:56,994 --> 01:12:00,994
ตอนนี้ก็เหลือเวลาอีก 10 นาทีนะ จะหมดเวลาพอดี เดี๋ยวอย่างไรให้นักเรียนเขียนเลยนะครับ เขียนในสิ่งที่คุณครู

634
01:12:02,834 --> 01:12:05,164
พูดให้ฟังแล้ว พี่ล่ามอธิบายภาษามือให้ฟัง นักเรียนเข้าใจอย่างไร นักเรียนเขียนลงในสมุดเลยนะครับ

635
01:12:05,164 --> 01:12:09,164
สำหรับวันนี้

636
01:12:11,120 --> 01:12:15,120
ก็คุณครูก็ยุติการสอนเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ [สิ้นสุดการถอดความ]

