--- title: ภาษาไทย 1 (ม.4/1) 140666 subtitle: date: วันพุธที่ 14 มิถุนายน 2566 เวลา 08.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ไปนะครับ ลงบนกระดาษหาข้อสอบที่คุณครูแจกให้ได้เลยนะครับ นักเรียน นักเรียนครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายในการทำข้อสอบให้นักเรียนฟังนะ ในการทำข้อสอบนะ นักเรียนถ้าไม่เข้าใจข้อไหน นักเรียนไม่เข้าใจอะไรอย่างไร ให้นักเรียนยกมือ แล้วมาถามคุณครู แล้วคุณครูก็จะให้สื่อสารกับพี่ล่ามนะครับ ว่านักเรียนไม่เข้าใจคำถามข้อไหน ข้อสอบมีทั้งหมด 10 ข้อ มีด้านหลังของกระดาษด้วยนะครับ มีทั้งหมด 10 ข้อนะ แล้วก็ให้ทำไป ค่อย ๆ ทำไป เดี๋ยวคุณครูจะให้เวลาทำประมาณสัก 20 นาที ในการทำข้อสอบครั้งนี้ ก็จะต้องใช้สมาธินิดหนึ่ง เดี๋ยวอย่างไรถ้าเรียนไม่เข้าใจก็เดินออกมาถามพี่ล่ามได้เลย โอเค ครับผม โอเคนะครับ อย่างนี้ เดี๋ยวคุณครู เดี๋ยวคุณครูจะอ่านให้ฟังทีละข้อ แล้วก็ถ้านักเรียนคิดว่าข้อไหนถูก ให้นักเรียนกาข้อนั้นเลยนะ โอเคนักเรียนนักเรียนจะได้ดูพี่ล่าอธิบายภาษามือให้ด้วยโอเคไหมครับ โอเคไหม โอเค เรามาเริ่มข้อ 1 กันเลย ข้อ 1 การเขียนย่อความหากมีการอ้างถึงบุคคล ควรปฏิบัติอย่างไร คุณครูจะอ่านอีกรอบหนึ่งนะครับ การเขียนย่อความ หากมีการอ้างถึงบุคคลควรปฏิบัติอย่างไร ก ไก่ ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 ข ไข่ ใช้สรรพนามบุรุษที่ 2 ค ควาย ใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 ง งู ใช้สรรพนามบุรุษที่ 4 อีกรอบหนึ่งไหม อ่านอีกรอบนึงนะ การเขียนย่อความหากมีการอ้างถึงบุคคลควรปฏิบัติอย่างไร ก ไก่ ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 ขไข่ ใช้สรรพนามบุรุษที่ 2 ค ควาย ใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 ง งู ใช้สรรพนามบุรุษที่ 4 ถ้านักเรียนได้ข้อที่ถูกแล้วนักเรียนกากบาทลงตรง ก ไก่ ข ไข่ ค ควาย แล้วก็งูที่นักเรียนคิดว่าถูกเลยนะครับ ข้อใดข้อหนึ่งนะ ต่อไปข้อที่ 2 นะครับ ข้อที่ 2 นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ ข้อที่ 2 คำอุปมาอุปไมยข้อเปรียบเทียบตัวเลข สถิติ วัน เดือน ปี เป็นลักษณะของประโยคชนิดใด อ่านคำถามอีกรอบนะครับ คำอุปมาอุปไมย ข้อเปรียบเทียบ ตัวเลข สถิติ วัน เดือน ปี เป็นลักษณะของประโยคชนิดใด ก ไก่ ใจความรอง ข ไข่ ใจความหลัก ค ควาย ใจความพิเศษ ง งู ใจความสำคัญโอเคไหมครับ ข้อนี้โอเคไหม อีกรอบไหม เอาใหม่ไหม โอเคแล้วนะ โอเคแล้วโอเค ข้อที่ 3 รูปแบบการเขียนย่อความที่ถูกต้องมีส่วนประกอบกี่ส่วน รูปแบบการเขียนย่อความที่ถูกต้องมีส่วนประกอบกี่ส่วน ก ไก่ 1 ส่วน ข ไข่ 2 ส่วน ค ควาย 3 ส่วน ง งู 4 ส่วน โอเคไหมครับข้อนี้ โอเค ต่อไปนะครับ ข้อที่ 4 นะ ข้อความใดกล่าวถูกต้องที่สุดข้อความใดกล่าวถูกต้องที่สุด ก ไก่ ข้อความใดเป็นบทร้อยกรองให้คงเดิมไว้ ข ไข่ การเขียนย่อความที่ถูกต้อง ไม่ควรเปลี่ยนสำนวนภาษาของผู้แต่งเรื่องเดิม ค ควาย ขั้นตอนแรกของการเขียนย่อความคือ ผู้ย่อต้องอ่านเรื่องให้จบ 1-2 เที่ยวเพื่อจับประเด็นสำคัญ ง งู การเขียนย่อความควรใช้อักษรย่อในการเขียน เช่น กิโลเมตร ให้ใช้ ก.ม. เป็นต้น ข้อ 4 ผ่านไหมครับ โอเคไหม ข้อที่ 5 นะครับ เป็นข้อความที่ย่อจากงานเขียนเต็มฉบับมีความยาว 1 ใน 3 ของเรื่องเดิมเป็นความหมายของส่วนใด ในการเขียนย่อความ ข้อที่ 5 ข้อความที่ว่า เป็นข้อความที่ย่อจากงานเขียนเต็มฉบับมีความยาว 1 ใน 3 ของเรื่องเดิม เป็นความหมายของส่วนใดในการเขียนย่อความครับ ก ไก่ ส่วนสรุป ข ไข่ ส่วนเนื้อเรื่อง ค ควาย ส่วนขึ้นต้น ง งู ส่วนนำ ข้อ 5 โอเคไหมครับ นักเรียนมองเห็นพี่ล่ามไหม โอเค ต่อไปข้อที่ 6 หน้าหลังนะครับ หน้าหลังของกระดาษข้อที่ 6 นะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ ดูพี่ล่าม ประโยคใจความสำคัญมักจะอยู่ส่วนใดของข้อความ เดี๋ยวรอพัน ๆ แป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวพี่ล่ามรอสักครู่นะครับ ระหว่างที่รอพัน ๆ นะครับ ระหว่างที่รอนักเรียนไปเข้าห้องน้ำอยู่นะครับ ให้นักเรียนอ่านคร่าว ๆ นะครับ อ่านข้อสอบดูคร่าว ๆ ไปก่อนคุณครู พอนักเรียนไม่เข้าใจคำไหน เดี๋ยวพอคุณครูอ่านไปถึงนักเรียนก็จะได้เข้าใจในตรงนั้นด้วยนะครับ เพราะพี่ล่ามจะใช้ภาษามือในการแปลเป็นภาษามือให้นักเรียนอ่านดูได้เข้าใจ โอเค นักเรียนเริ่มเข้าห้องน้ำกัน อย่างไรเดี๋ยวคุณครูพักสัก 5 5 นาทีนะ ให้ไปเข้าห้องน้ำนะครับ เดี๋ยวพักสัก 5 นาที ให้เข้าห้องน้ำเสร็จก่อน แล้วก็ค่อยมารวมกันตรงนี้นะ โอเค โอเคครับ เดี๋ยวพักสัก 5 นาทีนะครับ พี่ล่าม โอเคนะครับ นักเรียนมาครบแล้ว ต่อไป ข้อที่ 6 นะ ข้อที่ 6 ประโยคใจความสำคัญ มักจะอยู่ส่วนใดของข้อความ ประโยคใจความสำคัญ มักจะอยู่ส่วนใดของข้อความ ก ไก่ ต้นข้อความ ข ไข่ กลางข้อความ ค ควาย ท้ายข้อความ ง งู ทุกข้อที่กล่าวมา ข้อ 6 โอเคนะครับ โอเค ต่อไปข้อที่ 7 ข้อใดเป็นรูปแบบของการเขียนขึ้นต้นย่อความ ข้อใดเป็นรูปแบบของการเขียนขึ้นต้นย่อความ ก ไก่ ย่อความเรื่อง ... จุดจุดจุดของวงเล็บผู้แต่ง ... จากหนังสือ ... ความหมาย นักเรียนดูข้อสอบไปด้วยนะ ข้อ 7 นะ นักเรียนมีคำไหน ที่นักเรียนไม่เข้าใจไหมข้อ 7 น่ะ มีคำไหนที่นักเรียนไม่เข้าใจ มีไหม นักเรียนเข้าใจ ให้คุณครูอ่านถึง ง งู ไหม หรือว่านักเรียนรู้เรื่องแล้ว โอเคนะ โอเค นักเรียนเข้าใจ ข้อที่ 8 นะครับ ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก ไก่ การย่อความเป็นการเรียบเรียงเรื่องราวจากความนึกคิด ของผู้เขียนเรื่องนั้น ๆ ข ไข่ การย่อความเป็นการเขียนย่อเรื่องจากการอ่านหรือฟัง ค ควาย การย่อความหมายถึงการสรุปความ ง งู การย่อความเป็นการเขียนเรื่องตามจินตนาการ ผ่านนะครับ ต่อไปข้อที่ 9 การเขียนย่อความ ข้อความที่ไม่ควรนำมาเขียนยกเว้นข้อใด ก ไก่ ข้อเปรียบเทียบต่าง ๆ ข ไข่ ตัวเลขสถิติที่เป็นรายละเอียด ค ควาย ชื่อบุคคลที่อ้างถึง ง งู ใจความสำคัญของเรื่อง ข้อ 9 ผ่านนะครับ ต่อไปข้อสุดท้ายนะครับ ข้อที่ 10 ข้อความที่เด่นที่สุดในย่อหน้า เป็นแก่นของย่อหน้า เป็นความหมายของข้อใด ข้อความที่เด่นที่สุดในย่อหน้า เป็นแก่นของย่อหน้าเป็นความหมายของข้อใด ก ไก่ ใจความสำคัญ ข ไข่ ใจความรอง ค ควาย ใจความส่วนขยายข้อความ ง งู ใจความพิเศษ นักเรียนเสร็จแล้วใช่ไหมครับ โอเคไหม ถ้านักเรียนเสร็จแล้วนักเรียนมองพี่ล่ามนะ มองพี่ล่ามนะครับ ดูพี่ล่ามนะ เสร็จแล้วนักเรียนเขียนชื่อ เลขที่ตัวเอง ลงบนข้อสอบที่คุณครูให้ และก็นำไปวางไว้ที่ส่งงานของคุณครูเลยนะครับ เขียนชื่อ นามสกุล ให้ถูกต้องนะครับ ให้อ่านออกด้วยนะ โอเค เสร็จแล้วให้ไปส่งที่โต๊ะได้เลยครับ นักเรียนเมื่อกี้นักเรียนทำข้อสอบเป็นอย่างไรบ้างครับ พอทำได้ไหม พอทำข้อสอบได้ไหม นิดหน่อยหรือ นิดหนึ่ง ไม่เป็นไรนะครับ ข้อสอบที่นักเรียนทำที่ผ่านมาเมื่อกี้นี่เป็นข้อสอบก่อนเรียน นักเรียนจะได้คะแนนเท่าไร คุณครูไม่สนใจ คุณครูจะเปรียบเทียบหลังจากที่นักเรียนเรียนเรื่องการย่อความเสร็จ แล้วนักเรียนจะต้องทำแบบทดสอบหลังเรียน ข้อสอบจะเป็นข้อสอบเดิม ข้อสอบจะเป็นข้อสอบเดิมที่คุณครูเคยให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนไป หลังจากที่เรียนเสียงตรงนี้นักเรียนจะได้ทำข้อสอบอีก 1 รอบ คุณครูจะมาดูว่าคะแนนหลังจากที่นักเรียนได้เรียน เรื่องการย่อความนี่ จบแล้ว คะแนนนักเรียนจะเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน นักเรียนจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเขียนย่อความมากน้อยเพียงใดนะครับ ก่อนอื่นนะครับ นักเรียนนำสมุดขึ้นมา นักเรียนสามารถเขียนสิ่งที่คุณครูสอนลงไปในสมุดได้เลยนะครับ ไว้ได้เลยนะครับ อ่านนะครับ การเขียนย่อความนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายนะครับ นักเรียนจะได้เข้าใจนะครับ การเขียนย่อความนะครับ ประกอบด้วยทักษะสำคัญ 2 ประการ ดังนี้ นักเรียนพยายามดูพี่ล่ามนะ เพราะว่าคุณครูน่ะ ไม่ได้ใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียน พี่ล่ามเท่านั้นนะครับ ที่ใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียนนักเรียน ดูพี่ล่าม นักเรียนไม่คุยกันนะครับ เวลาที่คุณครูสอนให้นักเรียนคุยกัน นั่นหมายถึงว่านักเรียนจะพลาดในสิ่งที่คุณครูสอนเลยนะครับ เพราะว่าสิ่งที่นักเรียนเรียนไปทั้งหมดสุดท้ายแล้วน่ะ มันคุณครูจะมีการสอบกลางภาคสอบปลายภาคเพื่อวัดผลคะแนนของนักเรียน ว่านักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาภาษาไทยมากน้อยเพียงใดนะครับ ถ้านักเรียนได้คะแนนต่ำนะครับ ทำให้เกรดนักเรียนไม่สวยนะ นักเรียนจะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยนักเรียนก็ไม่สามารถที่จะเรียนคณะ หรือสิ่งที่ตัวเองอยากเรียนได้นะครับ การเขียนย่อความ ประกอบไปด้วยทักษะสำคัญ 2 ประการ ดังนี้ นักเรียน นักเรียนอย่าเพิ่งจด นักเรียนอย่าเพิ่งจด ให้นักเรียนดูพี่ล่ามก่อน ส่วนสไลด์ตรงนี้เดี๋ยวคุณครูจะนำเอกสารมาให้นักเรียนอีกทีหนึ่ง นักเรียนอย่าเพิ่งจด เพราะว่าถ้านักเรียนก้มปุ๊บ นักเรียนจะพลาดเลยนะคะ ให้นักเรียนดูพี่ล่ามก่อน อันนี้ คือ สร้างความเข้าใจกับนักเรียนก่อน เพราะว่านักเรียนก้มจด ๆ นักเรียนไม่ได้ดูพี่ล่ามอธิบายเลย เดี๋ยวนักเรียนจะไม่เข้าใจ ให้นักเรียนดูพี่ล่ามอย่างเดียวเลย ดูพี่ล่ามอย่างเดียวเลย โอเค การเขียนย่อความประกอบด้วย ทักษะสำคัญ 2 ประการ ดังนี้ 1. การอ่าน การอ่านเพื่อย่อความเป็นการอ่านแบบสรุปความ หรืออ่านจับใจความสำคัญของเรื่อง ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ 1. อ่านเรื่องที่จะเขียนย่อความทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อให้ทราบ ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ข้อที่ 2 แยกอ่านทำความเข้าใจเรื่องแต่ละย่อหน้าอย่างละเอียด ข้อที่ 3 การจับความคิดหลักหรือประโยคใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้า โดยความคิดหลัก หมายถึง ความรู้ ความคิดที่ผู้เขียนเสนอต่อผู้อ่านในแต่ละย่อหน้า จะต้องมีความคิดหลัก ที่ผู้อ่านสรุปได้เพียงอย่างเดียว ซึ่งมักแสดงด้วยประโยคใจความสำคัญ ซึ่งอยู่ต้นย่อหน้า กลางย่อหน้า หรือท้ายย่อหน้า ส่วนประกอบอื่น ๆ ได้แก่ ประโยคขยายความหรือพลความนะครับ ซึ่งทำหน้าที่ขยายใจความสำคัญ หรือความคิดหลักในย่อหน้าให้ผู้อ่านเข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น รายละเอียดข้อเปรียบเทียบตัวอย่างย่อหน้าบางแบบอาจมีความคิดหลัก แต่ไม่มีประโยคใจความสำคัญ มีแต่ประโยคขยายความเรื่อง ต่อเนื่องกันไป 2. การเขียน การเขียนเพื่อย่อความเป็นการเรียบเรียงสาระสำคัญที่บันทึกไว้จากการอ่าน โดยมีหลักดังนี้ 2.1 ข้อความที่ย่อ ข้อความที่ยอดนั้นข้อที่ 1 มีเฉพาะสาระสำคัญ คือ ความคิดหลัก ส่วนที่เป็นพลความต้องตัดออกทั้งหมด 2. ในกรณีที่สาระสำคัญซ้ำ ๆ กันหลาย ๆ แห่ง เมื่อนำมาเรียบเรียงใหม่ให้กล่าว ให้กล่าวเพียงเฉพาะที่สำคัญนะครับ ข้อที่ 3 ครอบคลุมประเด็นสำคัญของเรื่องได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ถูกต้องตามเรื่องเดิมข้อที่ 4 ข้อความที่เป็นคำพูดอยู่ในเครื่องอัญประกาศ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญให้ตัดออก ข้อที่ 5 ครอบคลุมประเด็นสำคัญของเรื่องได้ครบถ้วนสมบูรณ์ถูกต้องตามเรื่องเดิม เมื่อกี้ผ่านข้อที่ 6 ไปแล้วนะ โอเคนะครับ ข้อความข้อที่ 7 เรียงลำดับอย่างไรก็ได้ให้อ่านเข้าใจ ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับตามเดิม คือ สรุปง่าย ๆ ว่าบทความ หรือข้อความ หรือนิทานเรื่องต่าง ๆ ที่นักเรียนอ่านมาทั้งหมด ให้นักเรียนสรุปเป็นใจความสำคัญ อย่างเช่น คุณครูเคยสอนไปแล้วเมื่อคาบที่ผ่านมา การสรุปใจความสําคัญที่พูดถึงสรุปว่าในเรื่องนั้นว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ นักเรียนจำได้ไหมครับ ที่ครูเคยสอน ต่อไปจะมาพูดถึงในเรื่องของสำนวนภาษานะครับ ในการเขียนย่อความนะครับ ใช้สำนวนภาษาของผู้เขียน โดยเป็นการเรียบเรียงเนื้อความใหม่ ไม่ควรใช้สำนวนภาษาเรื่องเดิม หลีกเลี่ยงการตัดต่อประโยคใจความสำคัญของต้นฉบับนะครับ ข้อ 2 เรียบเรียงเป็นเรื่องเล่า ถ้าจะเอ่ยถึงบุคคลอื่น ให้ใช้ชื่อ หรือใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 ห้ามนะครับ ห้ามใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 และ 2 ในย่อความ ข้อที่ 3 สำนวนภาษาหรือคำยาก คำยาว ในเรื่องเดิม ให้เปลี่ยนมาใช้คำธรรมดาแทนนะครับ ข้อที่ 4 ไม่จำเป็นต้องใช้อักษรย่อ นักเรียนเห็นข้อสอบที่ผ่านมาไหมครับ ที่ว่ามีอักษรย่อด้วย ข้อนี้สำคัญเลย ไม่จำเป็นต้องใช้อักษรย่อนะครับ ในข้อความที่ย่อ นอกจากชื่อเดิมจะยาวมาก เช่น อักษรย่อนั้นเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย เช่น กทม. รสช. รพท. และ ทททอย่างนี้ครับ ข้อที่ 5 ถ้าเรื่องเดิมเป็นร้อยกรองให้ย่อความเป็นร้อยแก้วนะครับ นักเรียนเข้าใจคำว่า "ร้อยกรอง" กับ "ร้อยแก้ว" ไหมครับ เข้าใจไหม เข้าใจคำว่า "ร้อยกรอง" กับ "ร้อยแก้ว" ใช่ไหมครับ ร้อยกรอง ก็คือเป็นบทกลอนบทประพันธ์ ส่วนร้อยแก้ว คือ งานเขียนความเรียงปกติ ข้อที่ 6 นะครับ ใช้สำนวนภาษาที่คงไว้ลีลาหรือน้ำเสียงให้เหมือนเดิม เช่น ความรู้สึกสะเทือนใจ ต่อไป ความยาวของย่อความ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนไม่คุยกันนะ นักเรียนดูพี่ล่าม เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายให้ฟัง ความยาวของย่อความนี่ ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว ว่าจะมีสัดส่วนเท่าไรจากเรื่องเดิม ก็คือพูดง่าย ๆ ก็คือให้นักเรียนย่อมาให้เข้าใจ ว่าในเรื่องที่นักเรียนไปอ่านมาน่ะ มีใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ ให้ครบถ้วนเนื้อเรื่องนั้น แค่นั้นล่ะครับ ก็คือการย่อความ ที่นี้เรามาดูเรามาดูรูปแบบการเขียนย่อความกันนะครับ รูปแบบที่ 1 นะครับ เป็นการย่อนิทาน นิยาย พงศาวดาร ให้บอกประเภทชื่อเรื่อง ผู้แต่ง ที่มาของเรื่อง เท่าที่ทราบ เช่น เวลานักเรียนจะย่อนิทานนะครับ สมมติว่ามีนิทาน 1 เรื่องให้นักเรียนอ่าน นักเรียนอ่านมาทั้งหมด นิทานทั้งหมดมี... มี 1 หน้ากระดาษ มีอยู่ 1 หน้ากระดาษ นักเรียนไปอ่านมา 1 หน้ากระดาษแล้ว นักเรียนจะต้องมาย่อความ โดยที่นักเรียนจะย่อความนักเรียนต้องมีหัวข้อนะครับ เขียนดังนี้ ก็คือย่อนิทานเรื่อง... เรื่องอะไรที่นักเรียนอ่านมา เรียนก็เขียน ย่อนิทานเรื่อง สมมติว่านักเรียน สมมติว่านักเรียนไปอ่านลูกหมู 3 ตัว นักเรียนก็เขียน ว่าย่อนิทานเรื่องลูกหมู 3 ตัวของ ของนี่คือใครเป็นผู้แต่ง ใครเป็นผู้เขียน เรื่องนี้นักเรียนเขียนชื่อเขาลงมาตรงนี้จากไหน นักเรียนไปหาข้อความนี้มาจากไหนนักเรียนก็เขียน ลงบนตรงข้อ... ในจากตรงนี้ไปนะครับ ส่วนความว่าตรงนี้นักเรียนก็เล่ามาเลยครับ ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน ใครทำอะไรที่ไหน ทำเมื่อไหร่ แล้วจะทำอย่างไร มีผลทำให้อย่างไรเกิดขึ้น ลูกหมู 3 ตัว คุณครูยกตัวอย่างลูกหมู 3 ตัวนะ ความว่าตรงนี้ ก็คือเล่าถึงเหตุการณ์ที่แม่หมู มีลูกหมู 3 ตัว มีพี่ มีน้องคนกลาง แล้วก็มีน้องสุดท้อง แยกออกไปสร้างบ้าน เอาไปสร้างบ้านคนหนึ่งสร้างบ้านด้วยฟาง คนหนึ่งสร้างบ้านด้วยไม้ อีกคนสร้างบ้านด้วยอิฐด้วยปูน อธิบายมาว่าบ้านแบบไหนแข็งแรง หมาป่าไม่ได้มาทำร้ายได้อะไรประมาณนี้ครับ แล้วก็ผลสุดท้ายนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอะไรประมาณนั้น คือ รวม ๆ กันไป โอเคไหมครับ นักเรียนโอเคไหม นักเรียนเข้าใจไหมครับ นักเรียนเข้าใจไหม นักเรียนมีข้อสงสัย นักเรียนเดินออกมาถามพี่ล่ามได้เลยนิทาน นิทานครับ (ล่าม) เดี๋ยวสักครู่นะคะ พอดีภาพมันดีเลย์น่ะค่ะ ต้องรอนิดหนึ่งนะคะ อาจารย์ได้ยินใช่ไหมคะ (อาจารย์จักรพงศ์) ได้ยินครับ (ล่าม) ให้น้องทำได้เลยนะคะ (อาจารย์จักรพงศ์) นักเรียนถามพี่ล่ามได้เลย (ล่าม) ตอนนี้ภาพกระตุกนะคะ เลยเห็นภาพน้องค้างอยู่น่ะค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) โอเคครับ (ล่าม) เลย... เลยดูภาษามือไม่ได้เลยค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) ตอนนี้สัญญาณไม่ค่อยดีใช่ไหมครับ (ล่าม) ใช่ค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) ย่อนิทานเรื่องหรือครับ นักเรียนชี้คำว่า "ย่อนิทานเรื่อง" คืออะไรหรือ (ล่าม) เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) โอเคครับ โอเคเราพักกัน ดื่มน้ำสักครู่นะ เพราะว่าตอนนี้คุณครูก็คอแห้งเหมือนกัน โอเค พักดื่มน้ำสัก 5 นาทีนะครับ เดี๋ยวเรามาเจอกันที่ห้องนี้อีกทีหนึ่ง เดี๋ยวซัก 5 นาทีครับ พี่ล่ามครับ (ล่าม) ได้ค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) โอเคนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ ดูพี่ล่ามนะ ดูพี่ล่าม โอเค เดี๋ยวคุณครูจะยกตัวอย่างนะครับ ยกตัวอย่างนิทาน นิทาน 1 เรื่อง คุณครูจะอ่านให้นักเรียนฟัง แล้วก็นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายภาษามือนะครับ เลี้ยงโคขุนแบบครบวงจร ประสบความสำเร็จไปหมด คุณเรวัต วัชราธร เป็นเกษตรกรที่ประกอบอาชีพทางด้านการผลิตมันสําปะหลังเป็น 10 ปี ผลที่ได้ คือ แต่แรกเริ่มหัวมันใหญ่เท่าต้นขา พอ 10 ปีต่อมา เหลือขนาดเท่าหัวแม่มือ เพราะคุณภาพดิน... เพราะคุณภาพดินเลวลง ไม่หลงเหลือความอุดมสมบูรณ์ พร้อมที่จะเป็นดินทรายได้อีก ต่อไปในอนาคตจากนั้นหันมาเลี้ยงโคนม เพราะจะได้ปลูกหญ้า เพื่อเป็นการรักษาหน้าดิน และจะได้หมดมาเป็นปุ๋ย เรียกให้ดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง สำหรับการเลี้ยงโคขุน เป็นโคที่รับซื้อมาจากเกษตรกรแถบนครสวรรค์ ลพบุรี ชัยนาท พิษณุโลก สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ เพราะโคนแถบภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน จะเลี้ยงโคค่อนข้างดี มีคุณภาพ ในส่วนมูลโค ที่ได้จากโคแต่ละตัว วันละ 18 กิโลกรัมนั้น จัดส่งให้ทางบริษัท เพื่อนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ มีทั้งชนิดเป็นผงและอัดเม็ด แล้วแต่จะนำไปใช้กับอะไร เช่น กับสวน กับนา กับอ้อย ซึ่งปุ๋ยแต่ละสูตรมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน นับว่าเป็นความสำเร็จที่ได้มาด้วยความขยันขันแข็ง มีความพากเพียรและมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ นักเรียนมาดูนะครับ ในสิ่งที่คุณครูอ่านนั้นเวลาเขาย่อข้อความ เขาย่อความอย่างไรนะครับ นักเรียนเห็นในจอทีวีนะครับ ย่อเรื่อง เลี้ยงโคขุนแบบครบวงจร ประสบความสำเร็จไปหมด จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550 ความว่า คุณเรวัต วัชราธร เกษตรกรที่ประกอบอาชีพ ทางด้านการผลิตมันสำปะหลัง มาเป็นเวลานาน เห็นว่ามันสำปะหลังมีขนาดเล็กลง เพราะคุณภาพดีเลวลง จึงหันมาเลี้ยงโคขุนแทนการปลูกมัน ซึ่งการปลูกหญ้าเลี้ยงโคเป็นการรักษาหน้าดิน และได้มูลโคมาเป็นปุ๋ย ซึ่งจะทำให้ดินเกิดความอุดมสมบูรณ์กลับมาอีกครั้ง และได้นำมูลโค ที่ได้จากการจากโคขุนแต่ละตัววันละ 18 กิโลกรัม ไปทำปุ๋ยอินทรีย์ สามารถนำไปใช้กับสวน นา และ อ้อย เป็นความสำเร็จที่ได้ด้วยความขยันขันแข็ง มีความเพียรพยายามและมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ นักเรียนเห็นไหมครับ ว่าบทความที่ยาว ๆ เมื่อข้างต้นที่คุณครูอ่านให้นักเรียนฟังนั้น เวลาเขาย่อความออกมา เขาจะย่อได้นิดหนึ่ง แต่คำว่า "นิดหนึ่ง" ในที่นี้ หมายถึงว่าจะครอบคลุมไปด้วยสิ่งหนึ่ง สิ่งเนื้อหาใจความสำคัญต่าง ๆ ที่เขาพูดถึง แม้ว่าจะเป็นใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร นักเรียนดูนะครับ ว่าในข้อความที่ว่าใคร ใครนั่นคือใครครับ ก็คือคุณเรวัต วัชราธร เกษตรกรคนนี้ครับ ทำอะไร ก็คือประกอบอาชีพด้านการผลิตมันสำปะหลังเป็นเวลานาน เกิดอะไรขึ้น เพราะว่าเขาปลูกมันมาแล้วน่ะเป็นเวลานาน ทำให้จากหัวที่มันใหญ่ ๆ กลายเป็นหัวเล็ก และทำให้ทำไมครับ ทำให้ผลผลิตน้อยลง และทีนี้มันเกิดจากอะไร เกิดจากคุณภาพดิน คุณภาพดินไม่ดี แล้วที่จะต้องแก้ปัญหาอย่างไร เขาแก้ปัญหาโดยที่ว่าเขาก็เลยเลี้ยงโคขุนแทน พอเลี้ยงโคขุน ทีนี้เกิดผลดีขึ้นกับตัวเขาไหม การเลี้ยงโคเขาต้องปลูกหญ้าด้วยเพื่อปรับหน้าดินใช่ไหมครับ ให้ดินมันดีขึ้น พอทีนี้พอเลี้ยงโคแต่ละตัว โคแต่ละตัวก็จะมีมูลโคออกมา แล้วเขาก็นำมูลโคนี้ไปทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ สามารถใช้ได้กับสวนกับนากับอ้อย ทำเป็นปุ๋ยต่าง ๆ และสิ่งที่เขาทำออกมาเป็นอย่างไรครับ ประสบผลสำเร็จด้วยความที่เขาเป็นคนขยันขันแข็ง และมีความเพียรมุ่งมั่นกับสิ่งที่เขาทำนี่ครับ เป็นการย่อความ อาทิตย์นี้เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนลองเขียนย่อความจากเรื่องที่คุณครูจะอ่านให้ฟัง ให้นักเรียนเขียนนะครับ นักเรียนดูพี่ล่างดี ๆ นะเดี๋ยว พี่ล่ามจะอธิบายเรื่องที่คุณครูจะอ่านให้นักเรียนฟัง นิทานต่อไปนี้แล้วให้นักเรียนเขียนลงในสมุด แล้วก็ส่งคุณครู ฟังที่คุณครู ดูที่พี่ล่าม แล้วสร้างความเข้าใจกันก่อน นักเรียนเข้าใจที่คุณครูพูดไหมเมื่อกี้ เดี๋ยวคุณครูจะอ่านนิทานเรื่องนี้ให้นักเรียนฟัง แล้วก็นักเรียนคนที่ฟังไม่ได้ยิน นักเรียนก็ดูพี่ล่ามนะครับ ดูที่ล่ามไปด้วย พี่ล่ามจะแปลเป็นภาษามือให้นักเรียนได้เข้าใจ แล้วทีนี้พอจบ พอคุณครูอ่านจบ พี่ล่ามใช้ภาษามืออธิบายให้นักเรียนเข้าใจเสร็จแล้ว ให้นักเรียนเขียนย่อความจากเรื่องที่นักเรียนได้ดูน่ะ ได้ข้าใจลงในสมุด นักเรียนเข้าใจไหมครับ เข้าใจนะ โอเคเดี๋ยวคุณครูจะอ่านให้นักเรียนฟังนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนักเรียนไม่ต้องมองครูนะ ดูพี่ล่ามอย่างเดียวเลย เรื่องที่ 1 นิทานอีสป เรื่อง ลูกกบอยากมีเพื่อน มีลูกกบตัวหนึ่งอยากมีเพื่อนเอาไว้เล่นด้วย อากาศสดชื่นดีจริง แต่มันเหงาจังเลย แต่มันเหงาจังเลย ไม่มีเพื่อนเลย ออกไปหาเพื่อนดีกว่า ลูกกบพูด ลูกกบพบแต่เต่า ก็ดีใจจะผูกมิตรกับเต่า ลูกกบจึงพูดกับเต่าด้วยความอ่อนโยน ว่าพี่เต๋าจ๋าฉันขอเป็นเพื่อนเล่นกับพี่เต๋าด้วยคนนะจ๊ะ เต่ามองลูกกบอย่างแปลกใจ และไม่พอใจที่เห็นรูปร่างของกบน่าเกลียด จึงตอบว่า ไม่ได้ ฉันไม่เป็นเพื่อนกับเจ้าหรอก ดูรูปร่างเจ้า ช่างน่าเกลียดน่าชัง ออกไปห่าง ๆ ฉันนะ ฉันไม่เป็นเพื่อนกับเจ้า ฮือ ๆ ดูสิพี่เต่า ไม่ยอมเป็นเพื่อนกับลูกกบเลย ฮือ ๆ ลูกกบร้อง ร้องไห้เสียใจ ขณะที่ลูกกบกำลังร้องไห้ก็เหลือบเห็นปลากำลังว่ายน้ำอยู่ นั่น น้ำปลากำลังว่ายน้ำ แหมน่าสนุกจังเลย เดี๋ยวเราไปเล่นน้ำกับปลาดีกว่า ลูกกบจึงว่ายน้ำไปหาปลา และเข้าไปพูดกับปลาว่า ปลาน้อยจ๋า เธอว่ายน้ำเก่งจังเลย ให้ฉันเล่นกับเธอด้วยนะ ปลามองลูกกบอย่างน่าสงสัย อุ๊ย นี่ตัวอะไรรูปร่างน่าเกลียดเสียจริง ตัวก็ดำปิ๊ดปี๋ ไม่สวยเลย ฉันเป็นกบนะ เธอไม่รู้จักหรือ ฉันอยากเป็นเพื่อนกับเธอนะ ฉันไม่ชอบหรือ ดูสิรูปร่างน่าเกลียดจังเลย อย่ามายุ่งกับฉัน ไปห่าง ๆ ปลาแสดงอาการไม่สนใจลูกกบ ลูกกบเสียใจมาก ทำไมฉันช่างโชคร้ายจัง ไม่มีใครเป็นเพื่อนกับฉันเลย ลูกกบร้องไห้ ทันใดนั้นคางคกตัวหนึ่งกระโดดออกมาจากกอหญ้า คางคกสงสารลูกกบมาก เพราะยืนมองดูลูกกบนานแล้ว พอเห็นลูกกบร้องไห้จึงกระโดดมาใกล้ ๆ พูดปลอบโยน ว่าอย่าร้องไห้เลย นิ่งเสียเถิด ฉันจะเป็นเพื่อนเธอเอง เอ๊ะ นั่นใคร ใครจะเป็นเพื่อนกับฉัน ลูกกบเงยหน้าถามทันที คางคกตอบว่า ฉันเอง ฉันคือทางคก ฉันสงสารเธอ เธอจะคบฉันเป็นเพื่อนหรือเปล่าจ๊ะ แหม ฉันดีใจจังเลย ฉันอยากมีเพื่อน ฉันจะเป็นเพื่อนกับเธอนะคางคก เราจะไปเที่ยวด้วยกัน ฉันมีความสุขจังเลย ลูกกบพูด ฉันก็ดีใจต่อไปนี้เราเป็นเพื่อนกันนะ ฉันจะช่วยเธอทำงาน เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ที่ก็คือมาจากนิทานอีสป ของพงษ์จันทร์ อยู่เป็นสุข พ.ศ. 2559 หน้า 34 ทีนี้นะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายไปแล้วคุณครูจะให้นักเรียนเขียนว่านักเรียนเข้าใจอย่างไรก่อน คุณครูยังไม่ให้รูปแบบที่ถูกต้องกับนักเรียนหรอก แต่จะให้นักเรียนอธิบายในสิ่งที่พี่ล่ามอธิบายให้นักเรียนฟังน่ะ เขียนลงในสมุดของนักเรียน ว่านักเรียนเข้าใจเนื้อเรื่องนี้ ให้นักเรียนบอก ว่าใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ก็พอ เขียนให้คุณครู คุณครูจะให้เวลาเขียน 10 นาที แล้วก็นักเรียนเข้าใจไหม เข้าใจไหม เข้าใจ โอเค เดี๋ยวตอนนี้ก็เหลือเวลาอีก 10 นาทีนะ จะหมดเวลาพอดี เดี๋ยวอย่างไรให้นักเรียนเขียนเลยนะครับ เขียนในสิ่งที่คุณครูพูดให้ฟังแล้ว พี่ล่ามอธิบายภาษามือให้ฟัง นักเรียนเข้าใจอย่างไร นักเรียนเขียนลงในสมุดเลยนะครับ สำหรับวันนี้ก็คุณครูก็ยุติการสอนเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ [สิ้นสุดการถอดความ]