﻿1
00:00:12,307 --> 00:00:16,307
น่ารัก

2
00:00:31,927 --> 00:00:35,927
ความสำคัญของการเขียนนะครับ คุณครูได้อธิบายไปแล้วนะครับ ว่าการเขียน

3
00:00:38,016 --> 00:00:39,460
เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับมนุษย์ทุกคนเลยนะครับ สำคัญมาก ๆ กับ

4
00:00:39,460 --> 00:00:41,439
นักเรียนหูหนวก

5
00:00:41,439 --> 00:00:45,439
ด้วยนะครับ ก็คือ

6
00:00:49,515 --> 00:00:51,130
เวลานักเรียนไปสื่อสารกับคนข้างนอกนักเรียนจะต้องใช้ภาษาเขียนเพราะว่าทุกคนเขาจะไม่รู้ว่าภาษามือของนักเรียนสื่อสาร

7
00:00:51,130 --> 00:00:55,130
เป็นอย่างไรนะครับ

8
00:00:57,030 --> 00:01:01,030
เพราะฉะนั้นนักเรียนจะต้องเขียนยังไงเขียนให้ถูกต้อง

9
00:01:04,361 --> 00:01:08,119
นี่คือความสำคัญของการเขียนนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามด้วยนะ นักเรียนห้ามคุยกันนะครับ

10
00:01:08,119 --> 00:01:12,119
ถ้านักเรียนไม่ดูพี่ล่ามนักเรียนจะไม่เข้าใจนะครับ

11
00:01:20,936 --> 00:01:24,936
เห็นไหมครับ เขาบอกว่าการเขียนเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่ง

12
00:01:33,828 --> 00:01:35,511
ใช่ไหมสมมติว่าสมมตินะสมมติคุณครูไม่เข้าใจภาษามือเลยเนี่ยนักเรียนจะสื่อสารกับคุณครูได้อย่างไรนักเรียนจะพยายามใช้ภาษามือสื่อสารกับคุณครู

13
00:01:35,511 --> 00:01:39,511
ได้ไหม

14
00:01:41,690 --> 00:01:44,220
ไม่ได้เพราะว่าคุณครูไม่รู้จักภาษามือนักเรียนจะต้องทำยังไงครับ

15
00:01:44,220 --> 00:01:48,220
เขียน

16
00:01:52,937 --> 00:01:56,676
นักเรียนจะต้องเขียน เขียนเพื่อสื่อสารกับคุณครู และการเขียนของนักเรียนจะต้องทำอย่างไรเขียนให้ถูกต้องด้วย

17
00:01:56,676 --> 00:01:59,556
เขียนให้ถูกต้อง เพราะถ้านักเรียนสื่อสารผิด

18
00:01:59,556 --> 00:02:03,153
เขียนผิดความหมายอาจจะผิดเพี้ยนไปจาก

19
00:02:03,153 --> 00:02:07,153
สิ่งที่นักเรียนสื่อสารกับคุณครูก็ได้นะครับ

20
00:02:11,679 --> 00:02:15,679
เขาบอกว่าการเขียนเป็นการแสดงออกซึ่งภูมิปัญญาของมนุษย์

21
00:02:19,341 --> 00:02:23,341
ต่อไปการเขียนเป็นเครื่องมือถ่ายทอดมรดกทางสติปัญญา

22
00:02:26,476 --> 00:02:29,590
ข้อต่อไปนะครับ การเขียนเป็นเครื่องมือสื่อ

23
00:02:29,590 --> 00:02:31,499
เป็นเครื่องมือสร้างความสามัคคี

24
00:02:31,499 --> 00:02:33,499
ความเจริญรุ่งเรือง

25
00:02:33,499 --> 00:02:37,499
และที่สำคัญเลย

26
00:02:38,772 --> 00:02:42,772
ในทางตรงกันข้ามการเขียนก็สามารถเป็นการบ่อนทำลายได้เช่นกันนะครับ

27
00:02:48,840 --> 00:02:52,840
จุดมุ่งหมายของการเขียนนะครับ จำแนกได้ดังนี้ ก็คือ 1. การเขียนเพื่อเล่าเรื่อง

28
00:02:59,177 --> 00:03:03,177
กูก็เคยอธิบายนักเรียนฟังแล้วว่าเป็นการเขียนนำเรื่องราวที่สำคัญมาถ่ายทอดเป็นข้อเขียนเช่นการเล่าประวัติ

29
00:03:07,594 --> 00:03:11,594
ครึ่งชั่วโมงที่แล้วใช่ไหมคุณครูให้นักเรียนเขียนประวัติส่วนตัวของนักเรียนและให้มาพูดกับพี่แนะนำได้ไหมครับ

30
00:03:19,104 --> 00:03:23,104
จำได้นะ จำได้นะ แต่มีนักเรียนบางคนที่ไม่ได้มาน้องอายใช่ไหม ยังมีชั่วโมงที่แล้วยังไม่ได้มานะ อ๋อไม่เป็นไร

31
00:03:28,342 --> 00:03:32,342
เดี๋ยววันนี้ตามทันเพื่อนแน่นอนนะครับ ส่วนข้อที่ 2 การเขียนเพื่ออธิบายนะครับ เป็นการเขียนเพื่อชี้แจงอธิบาย

32
00:03:37,186 --> 00:03:41,186
วิธีใช้วิธีทำขั้นตอนการทำเช่นอธิบายการใช้เครื่องมือต่าง ๆ คุณครูก็ได้อธิบายไปแล้วเนาะอันนี้เป็นแค่การทบทวนเฉย ๆ นะครับ

33
00:03:44,647 --> 00:03:46,261
ข้อที่ 3 การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นเป็นการเขียนเพื่อวิเคราะห์วิจารณ์แนะนำและ

34
00:03:46,261 --> 00:03:48,505
แสดงความคิดเห็น

35
00:03:48,505 --> 00:03:50,939
เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะครับ

36
00:03:50,939 --> 00:03:53,070
ข้อที่ 4

37
00:03:53,070 --> 00:03:54,711
การเขียนเพื่อโน้มน้าวใจ

38
00:03:54,711 --> 00:03:58,711
เป็นการเขียน

39
00:04:02,252 --> 00:04:05,816
ที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์ที่จะชักจูงโน้มน้าวใจให้ผู้อ่านยอมรับในสิ่งที่ผู้เขียนเสนอ

40
00:04:05,816 --> 00:04:09,816
ข้อที่ 5 การเขียนเพื่อกิจธุระ

41
00:04:09,987 --> 00:04:13,987
เป็นการเขียนที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง

42
00:04:17,577 --> 00:04:21,577
การเขียนชนิดนี้จะมีรูปแบบการเขียนลักษณะการใช้ภาษาที่แตกต่างกันไปตามประเภทของการเขียนนะครับ

43
00:04:31,997 --> 00:04:32,978
ขอทบทวนอีกหนึ่งเรื่อง ก็คือมารยาทในการเขียนมารยาทในการเขียนในเป็นสิ่งสำคัญเลยนะ ว่านักเรียนจะต้องเขียนอย่างไรนะครับ มาดูข้อที่ 1 เลย

44
00:04:32,978 --> 00:04:34,440
ข้อที่ 1

45
00:04:34,440 --> 00:04:37,702
การเขียน

46
00:04:37,702 --> 00:04:41,702
จะต้องใช้คำสุภาพ ไพเราะ

47
00:04:42,725 --> 00:04:46,725
เลี่ยงคำหยาบไม่ใช้อารมณ์ความรู้สึกส่วนตนหรืออคติ

48
00:04:51,037 --> 00:04:55,037
วิจารณ์ผู้อื่นอย่างปราศจากเหตุผลจนทำให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายและสังคมแตกแยก

49
00:04:56,118 --> 00:05:00,072
ข้อที่ 2 เขียนข้อความหรืองานเขียนที่เป็นจริง

50
00:05:00,072 --> 00:05:04,072
ศึกษาค้นคว้าและได้ตรวจสอบว่าถูกต้องแล้ว

51
00:05:04,521 --> 00:05:08,521
ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเสียก่อนนะ

52
00:05:10,511 --> 00:05:14,511
ข้อที่ 3 เขียนให้ถูกต้องตามอักขรวิธี

53
00:05:18,667 --> 00:05:22,667
ใช้สระ พยัญชนะ วรรณยุกต์ให้ถูกต้องใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมกับเนื้อหา

54
00:05:25,290 --> 00:05:27,865
กาละเทศะและสถานะบุคคลคนนี้สำคัญที่สุดเลยนะครับ การเขียนนักเรียนจะต้องเขียนให้ถูก

55
00:05:27,865 --> 00:05:31,865
วิธีโดย

56
00:05:32,454 --> 00:05:34,846
จะต้องมีการใช้สระพยัญชนะและวรรณยุกต์ที่ถูกต้อง

57
00:05:34,846 --> 00:05:37,606
อ๋อถ้าผิดเพี้ยนไป 8 ตัวเดียว

58
00:05:37,606 --> 00:05:40,175
ความหมายก็จะเปลี่ยนไปเลยนะครับ

59
00:05:40,175 --> 00:05:43,399
ข้อที่ 4

60
00:05:43,399 --> 00:05:45,870
เขียนสิ่งที่มีคุณค่าอันก่อให้เกิดความสุข

61
00:05:45,870 --> 00:05:49,356
ให้เกิดความสงบสุข

62
00:05:49,356 --> 00:05:53,356
แก่คนในสังคมและประเทศชาติ

63
00:05:54,401 --> 00:05:57,467
ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศชาตินะครับ

64
00:05:57,467 --> 00:06:00,044
สนับข้อสุดท้ายนะครับ ข้อที่ 5

65
00:06:00,044 --> 00:06:04,044
การไม่คัดลอกงานเขียนของผู้อื่น

66
00:06:11,757 --> 00:06:15,757
โดยอ้างเป็นผลงานของตนเองเมื่อยกข้อความของเขามาแล้วนะครับ นักเรียนจะต้องมีการเขียนอ้างอิงชื่อเขาด้วยนะครับ ในในในสิ่งที่นักเรียนเขียนออกไปนะคะ

67
00:06:19,006 --> 00:06:23,006
ไม่อย่างนั้นจะเป็นการคัดลอกผลงานของเขา จะเป็นการเขียนที่ไม่ถูกต้องนะครับ นักเรียนห้ามเลยนะ

68
00:06:25,589 --> 00:06:29,560
โอเคครับ สำหรับวันนี้คุณครูจะสอนเรื่องการเขียนย่อความ

69
00:06:29,560 --> 00:06:31,670
นักเรียนดูพี่ล่ามนักเรียนอย่าเพิ่งสนใจคนข้างนอกนะครับ

70
00:06:31,670 --> 00:06:35,670
นักเรียนดูพิราบดี ๆ

71
00:06:36,123 --> 00:06:40,123
วันนี้คุณครูสอนเรื่องอะไรวันนี้คุณครูสอนเรื่อง

72
00:06:41,789 --> 00:06:45,789
การเขียนย่อความ

73
00:06:45,997 --> 00:06:46,983
การเขียนย่อความจะเป็นยังไงนะเดี๋ยวเรามาเรียนกัน

74
00:06:46,983 --> 00:06:50,983
ว่า

75
00:06:57,065 --> 00:07:01,065
ชื่ออะไรแปลลำดับแรกเลยคุณครูจะให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนก่อนว่านักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเขียนย่อความมากน้อยเท่าไหร่

76
00:07:01,261 --> 00:07:03,828
เดี๋ยวคุณครูจะแจกข้อสอบให้

77
00:07:03,828 --> 00:07:07,828
แล้วนักเรียน

78
00:07:13,718 --> 00:07:17,718
กาข้อที่ถูกต้องบนข้อสอบเลยนะครับ เดี๋ยวเอาอย่างนี้ เดี๋ยวคุณครูจะแจกข้อสอบให้นักเรียนเสร็จแล้วนะครับ

79
00:07:20,057 --> 00:07:24,057
คุณครูจะอ่านข้อสอบให้ทีละข้อ ข้อสอบมีทั้งหมด 10 ข้อนะครับ

80
00:07:37,045 --> 00:07:38,823
ข้อสอบมีทั้งหมด 10 ข้อเดี๋ยวคุณครูจะอ่านให้นักเรียนฟังทีละข้อแล้วก็แล้วก็มีตัวเลือกให้นักเรียนทั้งหมด 4 ตัวเลือกก็คือกอไก่ขอไข่คอควายแล้วก็โง่ถ้าข้อไหนถูกนักเรียนสามารถกากบาท

81
00:07:38,823 --> 00:07:40,859
ตรงข้อนั้นได้เลยนะครับ

82
00:07:40,859 --> 00:07:44,859
เข้าใจที่คุณครูพูดไหม

83
00:07:52,140 --> 00:07:56,140

84
00:08:00,136 --> 00:08:04,136
ใช่ เห็นไหมครับ มีนักเรียนบางคนเข้าใจนักเรียนคนไหนที่ไม่เข้าใจด้วยเพราะนักเรียนไม่รู้พี่ล่ามไง

85
00:08:21,174 --> 00:08:23,926
นักเรียนมัวสนใจแต่สิ่งรอบข้างอย่างอื่นนักเรียนไม่ดูพี่ล่ามเอาอย่างนี้นะ นักเรียนต้องดูพี่ล่ามนะครับ เวลาคุณครูพูดอ่ะพี่น้ำจะสามารถสื่อสารเป็นภาษามือให้กับนักเรียนได้เข้าใจก็คือคุณครูกำลังจะสื่อสารกับนักเรียนแต่นักเรียนไม่สนใจอย่างนี้นักเรียนก็ไม่สามารถที่จะเข้าใจในสิ่งที่คุณครูสื่อสารได้นะครับ

86
00:08:23,926 --> 00:08:24,999
เอาใหม่นะคุณครูจะอธิบายให้ฟัง

87
00:08:24,999 --> 00:08:28,999
เอาใหม่นะ

88
00:08:36,230 --> 00:08:40,230
ดูพี่หล้าดี ๆ

89
00:08:45,435 --> 00:08:49,435
นกพิราบ BB นะเริ่มนะครับ คุณครูจะแจกข้อสอบให้นักเรียนทำ

90
00:08:51,156 --> 00:08:55,156
ในใบงานที่คุณครูแจกให้ข้อสอบจะมีทั้งหมด 10 ข้อ

91
00:09:00,015 --> 00:09:01,694
มีทั้งหมด 10 ข้อแล้วคุณครูจะอ่านทีละข้อให้นักเรียนฟังแล้วข้อสอบแต่ละข้อจะมีทั้งหมด 4 ตัวเลือก

92
00:09:01,694 --> 00:09:05,694
จะมีก ไก่

93
00:09:06,974 --> 00:09:08,949
ข ไข่ ค ควาย แล้วก็งู งู ถ้านักเรียน

94
00:09:08,949 --> 00:09:12,949
ดูที่พี่ล่ามอธิบาย

95
00:09:14,467 --> 00:09:18,467
เข้าใจแล้วนักเรียนสามารถกากบาทข้อที่ถูกต้อง

96
00:09:19,459 --> 00:09:21,432
ลงไปตรงนั้นได้เลย ในข้อสอบที่คุณครูแจกได้เลย

97
00:09:21,432 --> 00:09:23,807
โอเคไหมครับ

98
00:09:23,807 --> 00:09:27,807
โอเคไหม

99
00:09:28,336 --> 00:09:32,336
OK นักเรียนเข้าใจแล้วเดี๋ยวคุณครูจะแจกข้อสอบ

100
00:10:11,779 --> 00:10:15,779
หานักเรียนดูหน้าจอนะครับ

101
00:10:15,873 --> 00:10:18,924
ดูนะครับ

102
00:10:18,924 --> 00:10:20,168
ฟังที่นั่งอธิบายนะครับ

103
00:10:20,168 --> 00:10:22,608
ก็คือ

104
00:10:22,608 --> 00:10:26,608
คุณครูจะให้นักเรียนน่ะ

105
00:10:27,717 --> 00:10:31,717
มาลงหน้าข้อสอบที่ถูกต้องเลย

106
00:10:56,245 --> 00:11:00,245
ข้อสอบจะมีทั้งหมด 10 ข้อนะครับ

107
00:11:04,751 --> 00:11:08,751
ข้อ 1-5 จะอยู่หน้าแรกอีก 6-10 จะอยู่สวนหน้าข้างหลังนะครับ จะมี 2 หน้านะครับ ข้อสอบจะมี 2 หน้านะ

108
00:11:16,561 --> 00:11:20,157
ให้กาคำตอบที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียวนะครับ เข้าใจไหม

109
00:11:20,157 --> 00:11:24,157
ของกูจะอ่านให้ฟังข้อที่ 1

110
00:11:31,320 --> 00:11:35,320
การเขียนย่อความหากมีการอ้างถึงบุคคลควรปฏิบัติอย่างไร

111
00:11:38,805 --> 00:11:40,190
การเขียนย่อความหากมีการอ้างถึงบุคคลควรปฏิบัติอย่างไร

112
00:11:40,190 --> 00:11:42,693
กไก่

113
00:11:42,693 --> 00:11:46,693
ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1

114
00:11:46,937 --> 00:11:50,937
ข ไข่ ใช้สรรพนามบุรุษที่ 2

115
00:11:51,228 --> 00:11:52,496
ค ควายใช้สรรพนามบุรุษที่ 3

116
00:11:52,496 --> 00:11:55,261
ง งู

117
00:11:55,261 --> 00:11:59,261
ใช้สรรพนามบุรุษที่ 4

118
00:12:37,845 --> 00:12:40,034
นักเรียนทำข้อสอบนักเรียนไม่ต้องกังวลว่านักเรียนจะทำได้ไม่ได้ตรงนี้เป็นข้อสอบก่อนเรียน

119
00:12:40,034 --> 00:12:44,034
เป็นข้อสอบก่อนเรียน

120
00:12:54,354 --> 00:12:58,354
ส่วนนักเรียนเดี๋ยวคุณคะแนนที่ได้ในครั้งนี้คุณครูจะไม่คุณครูจะไม่ซีเรียสตรงนี้นะครับ นักเรียนจะได้น้อย ได้มาก ขึ้นอยู่กับความเข้าใจก่อนหน้านี้ภูมิความรู้นักเรียนมีมากน้อยแค่ไหน

121
00:13:00,703 --> 00:13:02,190
ส่วนคุณครูจะวัดว่านักเรียนได้ ก็คือต่อเมื่อคุณครูสอนเรื่องนี้จบแล้วคุณครูจะให้ทำข้อสอบเดิม

122
00:13:02,190 --> 00:13:06,190
ครั้งหนึ่ง

123
00:13:09,990 --> 00:13:13,860
แล้วคุณครูจะอธิบายในเนื้อเรื่องส่วนข้อไหนไม่เข้าใจอะไรอย่างไรเดี๋ยวก็ค่อยว่ากันใน

124
00:13:13,860 --> 00:13:17,860
คาบเรียนที่คุณครูสอน ในเนื้อเรื่องช่วงคุณครูสอนนะครับ

125
00:13:22,949 --> 00:13:25,668
ข้อ 1 เสร็จแล้วน

126
00:13:25,668 --> 00:13:29,668
ะ ข้อ 1 เสร็จแล้วใช่ไหมครับ

127
00:14:00,942 --> 00:14:04,691
ต่อไปข้อที่ 2 นะครับ

128
00:14:04,691 --> 00:14:07,210
ต่อไปข้อ 2

129
00:14:07,210 --> 00:14:09,075
คำอุปมา อุปไมย

130
00:14:09,075 --> 00:14:10,854
ข้อเปรียบเทียบ

131
00:14:10,854 --> 00:14:14,854
ตัวเลข

132
00:14:16,710 --> 00:14:20,710
สถิติ วัน เดือน ปี เป็นลักษณะของประโยคชนิดใด

133
00:14:22,738 --> 00:14:23,938
ก ไก่ ใจความรอง

134
00:14:23,938 --> 00:14:25,206
ข ไข่

135
00:14:25,206 --> 00:14:29,206
ใจความหลัก

136
00:14:29,572 --> 00:14:32,262
ค ควาย ใจความพิเศษ

137
00:14:32,262 --> 00:14:36,262
ง งู ใจความสำคัญ

138
00:14:50,399 --> 00:14:54,399
ข้อ 3

139
00:14:54,680 --> 00:14:57,897
ข้อที่ 3

140
00:14:57,897 --> 00:15:00,249
รูปแบบการเขียนย่อความที่ถูกต้อง

141
00:15:00,249 --> 00:15:04,249
มีส่วนประกอบกี่ส่วน

142
00:15:10,593 --> 00:15:12,937
กไก่ 1 ส่วน ขไข่ 2 ส่วน คควาย 3 ส่วน

143
00:15:12,937 --> 00:15:16,937
งงู 4 ส่วน

144
00:15:56,767 --> 00:16:00,767
ต่อไปข้อที่ 4 นะครับ

145
00:16:02,454 --> 00:16:06,454
ข้อใดกล่าวถูกต้อง

146
00:16:09,725 --> 00:16:13,725
ก ไก่ ข้อความใด... ข้อความใดเป็นบทร้อยกรองให้คงไว้เดิม

147
00:16:14,494 --> 00:16:18,494
ขไข่

148
00:16:20,429 --> 00:16:24,429
การเขียนย่อความที่ถูกต้องไม่ควรเปลี่ยนสำนวนภาษาของผู้แต่งเรื่องเดิม

149
00:16:26,229 --> 00:16:29,754
ค ควาย

150
00:16:29,754 --> 00:16:31,284
ขั้นตอนแรกของการเขียนย่อความ

151
00:16:31,284 --> 00:16:35,284
คือ ผู้ย่อ

152
00:16:35,636 --> 00:16:39,636
ต้องอ่านเรื่องให้จบ 1-2 เที่ยวเพื่อจับประเด็นสำคัญ

153
00:16:41,727 --> 00:16:45,727
ง งู

154
00:16:50,923 --> 00:16:51,778
การเขียนย่อความควรใช้อักษรย่อในการเขียน เช่น กิโลเมตร ใช้ ก.ม.

155
00:16:51,778 --> 00:16:55,778
เป็นต้น

156
00:17:23,269 --> 00:17:27,269
ต่อไป ข้อที่ 5 นะครับ

157
00:17:33,097 --> 00:17:37,097
เป็นข้อความที่ย่อ

158
00:17:38,313 --> 00:17:42,313
จากงานเขียนเต็มฉบับ มีความยาว 1 ใน 3 ของเรื่องเดิม

159
00:17:47,615 --> 00:17:51,615
ข้อความที่คุณครูอ่าน เป็นความหมายของส่วนใดในการเขียนย่อความ

160
00:17:52,124 --> 00:17:54,809
กไก่

161
00:17:54,809 --> 00:17:58,221
ส่วนสรุป

162
00:17:58,221 --> 00:17:59,813
ข ไข่ ส่วนเนื้อเรื่อง

163
00:17:59,813 --> 00:18:03,813
ค ควาย

164
00:18:04,418 --> 00:18:08,418
ส่วนขึ้นต้น ง งู ส่วนนำ

165
00:18:40,376 --> 00:18:44,376
โอเคครับ มาข้อที่ 6 เลยนะข้อที่ 6 อยู่ด้านหลังนะครับ

166
00:18:48,567 --> 00:18:52,567
ข้อที่ 6

167
00:18:53,645 --> 00:18:56,500
ประโยคใจความสำคัญมักจะอยู่ส่วนใดของข้อความ

168
00:18:56,500 --> 00:18:58,618
ก ไก่

169
00:18:58,618 --> 00:18:59,957
ต้นข้อความ

170
00:18:59,957 --> 00:19:01,576
ข ไข่

171
00:19:01,576 --> 00:19:03,362
กลางข้อความ

172
00:19:03,362 --> 00:19:05,091
ค ควาย

173
00:19:05,091 --> 00:19:06,499
ท้ายข้อความ

174
00:19:06,499 --> 00:19:08,293
ง งู

175
00:19:08,293 --> 00:19:12,293
ทุกข้อที่กล่าวมา

176
00:19:42,479 --> 00:19:45,321
ข้อ 6 เสร็จแล้วใช่ไหมครับ

177
00:19:45,321 --> 00:19:49,321
ต่อไปข้อที่ 7

178
00:19:55,848 --> 00:19:59,848
ข้อที่ 7 นะครับ ข้อใดเป็นรูปแบบของการเขียนขึ้นต้นย่อความ

179
00:20:10,876 --> 00:20:13,247
ก ไก่

180
00:20:13,247 --> 00:20:17,108
ย่อความเรื่อง

181
00:20:17,108 --> 00:20:19,984
แล้วก็ของ

182
00:20:19,984 --> 00:20:23,984
วงเล็บผู้แต่ง

183
00:20:24,298 --> 00:20:28,298
จากหนังสืออะไร ความว่าอะไร

184
00:20:29,140 --> 00:20:31,377
ข ไข่

185
00:20:31,377 --> 00:20:32,923
โดย

186
00:20:32,923 --> 00:20:34,591
วงเล็บผู้แต่ง

187
00:20:34,591 --> 00:20:36,865
ใคร

188
00:20:36,865 --> 00:20:38,694
เรื่องอะไร

189
00:20:38,694 --> 00:20:41,122
จากหนังสืออะไร

190
00:20:41,122 --> 00:20:45,122
ความหมายว่าความว่าอะไร

191
00:20:45,731 --> 00:20:49,140
ค ควาย

192
00:20:49,140 --> 00:20:51,445
ย่อความเรื่องอะไร

193
00:20:51,445 --> 00:20:52,965
จากหนังสืออะไร

194
00:20:52,965 --> 00:20:55,524
โดยอะไร

195
00:20:55,524 --> 00:20:59,524
ความหมายว่าอะไร

196
00:21:03,030 --> 00:21:05,534
งงู

197
00:21:05,534 --> 00:21:09,534
ความว่าอะไร

198
00:21:09,561 --> 00:21:11,283
เรื่องอะไร จากหนังสืออะไร

199
00:21:11,283 --> 00:21:12,376
ของผู้แต่ง

200
00:21:12,376 --> 00:21:16,376
อะไร

201
00:21:35,839 --> 00:21:39,839
อัตราไปข้อ 8 นะครับ

202
00:21:43,316 --> 00:21:47,316
ข้อใดกล่าวถูกต้อง

203
00:21:47,933 --> 00:21:51,933
กไก่

204
00:21:54,074 --> 00:21:58,074
การย่อความ เป็นการเรียบเรียงเรื่องราวจากความนึกคิดของผู้เขียนเรื่องนั้น ๆ

205
00:21:58,884 --> 00:22:00,933
ข ไข่

206
00:22:00,933 --> 00:22:04,560
การย่อความ

207
00:22:04,560 --> 00:22:07,731
เป็นการเขียนย่อเรื่องจากการอ่านหรือฟัง

208
00:22:07,731 --> 00:22:11,731
ค ควาย

209
00:22:11,967 --> 00:22:13,878
การย่อความ หมายถึง การสรุปความ

210
00:22:13,878 --> 00:22:15,738
ง งู

211
00:22:15,738 --> 00:22:18,703
การย่อความ

212
00:22:18,703 --> 00:22:22,703
เป็นการเขียนเรื่องตามจินตนาการ

213
00:22:50,872 --> 00:22:54,872
ต่อไปข้อที่ 9 นะครับ

214
00:22:57,521 --> 00:22:59,235
การเขียนย่อความข้อความที่ไม่ควรนำมาเขียน

215
00:22:59,235 --> 00:23:01,279
ยกเว้นข้อใด

216
00:23:01,279 --> 00:23:03,977
ก ไก่

217
00:23:03,977 --> 00:23:05,766
ข้อเปรียบเทียบต่าง ๆ

218
00:23:05,766 --> 00:23:07,136
ข ไข่

219
00:23:07,136 --> 00:23:09,683
ตัวเลข

220
00:23:09,683 --> 00:23:11,929
สถิติที่เป็นรายละเอียด

221
00:23:11,929 --> 00:23:14,297
คควาย

222
00:23:14,297 --> 00:23:18,297
ชื่อบุคคลที่อ้างอิง

223
00:23:19,365 --> 00:23:23,365
งงูใจความสำคัญของเรื่อง

224
00:23:41,097 --> 00:23:45,097
ต่อไป ข้อที่ 10 ข้อสุดท้ายนะครับ ข้อสุดท้าย ข้อ 10

225
00:23:49,603 --> 00:23:52,220
ข้อความที่เด่นที่สุดในย่อหน้า

226
00:23:52,220 --> 00:23:54,207
เป็นแก่นของย่อหน้า

227
00:23:54,207 --> 00:23:58,207
เป็นความหมายของข้อใด

228
00:23:58,233 --> 00:24:00,608
ก ไก่

229
00:24:00,608 --> 00:24:01,823
ใจความสำคัญ

230
00:24:01,823 --> 00:24:03,302
ข ไข่

231
00:24:03,302 --> 00:24:05,097
ใจความรอง

232
00:24:05,097 --> 00:24:08,807
ค ควาย

233
00:24:08,807 --> 00:24:10,214
ใจความขยายส่วนข้อความ

234
00:24:10,214 --> 00:24:11,844
ง งู

235
00:24:11,844 --> 00:24:15,844
ข้อความพิเศษ

236
00:24:33,871 --> 00:24:35,142
ถ้านักเรียนเสร็จแล้วนะครับ นักเรียนเขียนชื่อ นามสกุล เลขที่ ตัวเองนะครับ ลงในกระดาษที่คุณ

237
00:24:35,142 --> 00:24:38,361
ข้อสอบได้เลย

238
00:24:38,361 --> 00:24:42,361
ถ้าเขียนเรียบร้อยแล้วนะครับ

239
00:24:44,581 --> 00:24:48,581
ให้นักเรียนนำไปส่งไว้บนโต๊ะส่งงานของคุณครูได้เลย

240
00:26:17,503 --> 00:26:21,503
อย่างนี้นะครับ ถ้าเกิดว่า เดี๋ยวมีใครจะไปเข้าห้องน้ำไหม

241
00:26:23,487 --> 00:26:25,471
โอเค เดี๋ยวพักสัก 5 นาทีนะครับ เดี๋ยวให้นักเรียนเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่ง

242
00:26:25,471 --> 00:26:27,700
นักเรียนดื่มน้ำมาให้เรียบร้อยนะ

243
00:26:27,700 --> 00:26:30,463
โอเคครับ

244
00:26:30,463 --> 00:26:34,463
เดี๋ยวพักสัก 5 นาทีนะครับ

245
00:37:32,039 --> 00:37:33,152
นักเรียนมาครบแล้วนะ เดี๋ยวเรามารู้ความหมายการเขียนย่อความก่อนนะครับ ว่าการเขียนย่อความเป็นอย่างไร

246
00:37:33,152 --> 00:37:35,330
ส่วนประกอบ

247
00:37:35,330 --> 00:37:38,026
อะไรบ้างนะครับ

248
00:37:38,026 --> 00:37:42,026
การเขียนย่อความนะครับ

249
00:37:43,924 --> 00:37:45,916
การเขียนย่อความ ประกอบด้วยทักษะสำคัญ 2 ประการ ดังนี้

250
00:37:45,916 --> 00:37:49,916
1. การอ่านนะครับ

251
00:37:50,089 --> 00:37:52,256
การอ่านเพื่อย่อความ เป็นการอ่านแบบสรุปความ หรือ

252
00:37:52,256 --> 00:37:55,510
การอ่านจับใจความสำคัญ

253
00:37:55,510 --> 00:37:59,510
ของเรื่องซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

254
00:37:59,825 --> 00:38:03,289
การอ่านที่จะเขียนย่อความทั้งหมด

255
00:38:03,289 --> 00:38:06,659
อย่างละเอียดเพื่อให้ทราบว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับ

256
00:38:06,659 --> 00:38:10,589
ใครทำอะไรที่ไหนเมื่อไรอย่างไร

257
00:38:10,589 --> 00:38:13,962
2. แยกอ่านทำความเข้าใจ

258
00:38:13,962 --> 00:38:16,396
แต่ละย่อหน้าอย่างละเอียดนะครับ

259
00:38:16,396 --> 00:38:20,396
3.

260
00:38:24,081 --> 00:38:25,293
จับความคิดหลัก หรือประโยคใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้า โดยความคิดหลัก

261
00:38:25,293 --> 00:38:29,293
นี่ หมายถึง

262
00:38:34,323 --> 00:38:34,975
ความรู้ ความคิด ที่ผู้เขียนเสนอต่อผู้อ่านในแต่ละย่อหน้า จะต้องมีความคิดหนักที่ผู้อ่านสรุปได้เพียงอย่างเดียว

263
00:38:34,975 --> 00:38:38,055
ซึ่งมัก

264
00:38:38,055 --> 00:38:42,055
แสดงด้วยประโยคใจความสำคัญ

265
00:38:42,350 --> 00:38:44,274
ซึ่งอยู่ต้นย่อหน้า กลางย่อหน้า

266
00:38:44,274 --> 00:38:46,780
หรือทางย่อหน้า

267
00:38:46,780 --> 00:38:50,780
ของส่วนประกอบกันเองนะครับ

268
00:38:53,750 --> 00:38:57,750
ได้แก่ ประโยคขยายความหรือคนละความนะครับ ซึ่งทำหน้าที่ขยายใจความสำคัญ

269
00:38:58,190 --> 00:39:02,190
หรือความคิดหลักในแต่ละย่อหน้าให้ผู้อ่านเข้าใจแจ่มแจ้ง

270
00:39:02,781 --> 00:39:06,312
ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น รายละเอียด ข้อเปรียบเทียบ

271
00:39:06,312 --> 00:39:08,944
ตัวอย่างย่อหน้าบางแบบอาจมีความคิดหลัก

272
00:39:08,944 --> 00:39:10,040
แต่ไม่มีประโยคใจความสำคัญ

273
00:39:10,040 --> 00:39:13,054
มีแต่

274
00:39:13,054 --> 00:39:17,054
ขยายความเรื่องต่อเนื่องกันไปนะครับ

275
00:39:20,089 --> 00:39:23,105
2. การเขียนการเขียนเพื่อย่อความเป็นการเรียบเรียงสาระสำคัญ

276
00:39:23,105 --> 00:39:24,889
บันทึกไว้จากการอ่าน

277
00:39:24,889 --> 00:39:28,889
โดยมีหลักดังนี้

278
00:39:34,363 --> 00:39:38,350
2.1 ข้อความที่ย่อนะครับ ข้อความที่ย่อมี 1. มีเฉพาะสาระสำคัญหรือความคิดหลัก

279
00:39:38,350 --> 00:39:40,572
ส่วนที่เป็นพลความต้องตัดออกทั้งหมดนะครับ

280
00:39:40,572 --> 00:39:44,572
2.

281
00:39:47,752 --> 00:39:51,752
ในกรณีที่สาระสำคัญซ้ำ ๆ กันหลาย ๆ แห่งนะครับ เมื่อนำมาเรียบเรียงใหม่

282
00:39:55,124 --> 00:39:56,526
ให้กล่าวเฉพาะไอ้ที่สำคัญก็พอนะ ครับ

283
00:39:56,526 --> 00:40:00,526
3.

284
00:40:06,869 --> 00:40:09,791
ให้ครอบคลุมประเด็นสำคัญเรื่องให้ครบถ้วน สมบูรณ์ ถูกต้องตามเรื่องเดิม

285
00:40:09,791 --> 00:40:13,371
ข้อที่ 4

286
00:40:13,371 --> 00:40:16,328
ข้อความที่เป็นคำพูดอยู่ในเครื่องหมายอัญประกาศ

287
00:40:16,328 --> 00:40:20,328
ไม่ใช่ประเด็นสำคัญให้ตัดออกนะครับ

288
00:40:27,790 --> 00:40:30,351
หรือถ้าเป็นประเด็นสำคัญให้สรุป

289
00:40:30,351 --> 00:40:34,351
สั้น ๆ ก็พอ

290
00:40:41,725 --> 00:40:45,725
นะครับ ข้อสุดท้ายข้อความที่ยอดเรียงลำดับอย่างใดเดี๋ยวเขาขออภัยนะครับ ข้อความที่ย่อ

291
00:40:51,879 --> 00:40:55,879
เรียงลำดับอย่างไรก็ได้ ให้อ่านเข้าใจง่าย ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับตามเรื่องเดิมนะครับ ก็คือพูดง่าย ๆ ก็นักเรียนสามารถเอา

292
00:40:56,319 --> 00:40:59,060
เนื้อความของที่นักเรียนเข้าใจสามารถสื่อสารได้มาเรียบเรียงใหม่

293
00:40:59,060 --> 00:41:01,549
ไม่จำเป็นว่าต้องให้เป็นตาม

294
00:41:01,549 --> 00:41:05,549
เค้าโครงเดิม

295
00:41:09,956 --> 00:41:13,151
สิ่งที่สำคัญอีกหนึ่ง ก็คือสำนวนภาษานะครับ

296
00:41:13,151 --> 00:41:15,707
1. ใช้สำนวนภาษาของผู้เขียน

297
00:41:15,707 --> 00:41:19,707
โดยเป็นการเรียบเรียงเนื้อความใหม่

298
00:41:21,300 --> 00:41:23,346
ไม่ควรใช้สำนวนภาษาเรื่องเดิมและหลีกเลี่ยงการตัดต่อประโยค

299
00:41:23,346 --> 00:41:27,346
ใจความสำคัญของต้นฉบับ

300
00:41:27,637 --> 00:41:31,637
2. เรียบเรียงเป็นเรื่องเล่า

301
00:41:31,778 --> 00:41:34,230
ถ้าจะเอ่ยถึงบุคคลอื่น ให้ใช้ชื่อ

302
00:41:34,230 --> 00:41:38,230
หรือสรรพนามบุรุษที่ 3

303
00:41:38,340 --> 00:41:42,340
ห้ามใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 และ 2 ในย่อหน้า

304
00:41:46,162 --> 00:41:49,857
3.  สำนวนภาษา หรือคำยาก คำยาว

305
00:41:49,857 --> 00:41:53,857
ในเรื่องเดิมให้เปลี่ยนมาใช้คำธรรมดาแทนนะครับ

306
00:41:57,629 --> 00:42:00,226
ข้อที่ 4 ไม่จำเป็นต้องใช้อักษรย่อในข้อความที่ย่อนอกจาก

307
00:42:00,226 --> 00:42:04,226
ชื่อเดิมจะยาวมาก

308
00:42:04,466 --> 00:42:06,189
และอักษรย่อนั้นเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย เช่น

309
00:42:06,189 --> 00:42:10,189
กทม. อย่างนี้ครับ

310
00:42:11,068 --> 00:42:15,050
ข้อที่ 5 ถ้าเรื่องเดิมเป็นร้อยกรอง

311
00:42:15,050 --> 00:42:18,128
ให้ย่อความเป็นร้อยแก้ว

312
00:42:18,128 --> 00:42:22,128
นั กเรียนเข้าใจคำว่า "ร้อยแก้ว" กับ "ร้อยกรอง" ไหมครับ

313
00:42:26,676 --> 00:42:30,676
เข้าใจไหม ร้อยกรอง ก็คือเป็นบทประพันธ์ เป็นงานเขียนในลักษณะที่เป็นกลอน

314
00:42:31,534 --> 00:42:35,534
เป็นคำประพันธ์ในลักษณะต่าง ๆ นักเรียนรู้จักคำว่า "กลอน" ไหม

315
00:42:36,950 --> 00:42:40,547
กลอนที่มันมีเป็นคำคล้องจองกันนะครับ

316
00:42:40,547 --> 00:42:42,205
เวลานักเรียนอ่านหนังสือเป็นคำคล้องจองกัน

317
00:42:42,205 --> 00:42:46,205
เรียกว่า "กลอน"

318
00:42:52,707 --> 00:42:56,707
แต่ถ้าเป็นร้อยแก้วธรรมดาจะเป็นงานเขียนปกติเหมือนนักเรียนเปิดอ่านหนังสือทั่วไปเป็นบทความเป็นความเรียงต่าง ๆ เขาเรียกว่า "ร้อยแก้ว" นะครับ

319
00:42:59,881 --> 00:43:03,460
ข้อที่ 6 นะครับ ใช้สำนวนภาษาที่คงไว้

320
00:43:03,460 --> 00:43:07,460
ลีลา น้ำเสียงให้เหมือนเดิม เช่น ความรู้สึก

321
00:43:10,204 --> 00:43:12,420
รู้สึกอะไร งานเขียนเขาพยายามจะบอกว่าให้รู้สึกสะเทือนใจ นักเรียนก็ต้องคง

322
00:43:12,420 --> 00:43:16,420
ความรู้สึกตรงนั้นเอาไว้นะครับ

323
00:43:23,910 --> 00:43:24,982
ความยาวของย่อความนะครับ สรุปง่าย ๆ คุณครููจะสรุปให้ฟังว่าความยาวของย่อความจะเป็นอย่างไร ก็คือ

324
00:43:24,982 --> 00:43:28,982
นักเรียน

325
00:43:31,929 --> 00:43:34,856
จะอ่านเนื้อเรื่องของบทความนั้น ๆ ไม่ว่ามันจะยาวแค่ไหนก็ช่าง

326
00:43:34,856 --> 00:43:38,856
สมมติว่ามันมีความยาว 1 หน้ากระดาษ

327
00:43:38,866 --> 00:43:41,522
นักเรียนย่อความ นักเรียนสามารถย่อให้ได้

328
00:43:41,522 --> 00:43:45,522
10 บรรทัด ก็ได้นะครับ

329
00:43:50,471 --> 00:43:51,950
ย่อความ ย่อสรุปใจความสำคัญ สรุป คือ มีใคร ทำอะไร ที่ไหน

330
00:43:51,950 --> 00:43:54,649
อย่างไร

331
00:43:54,649 --> 00:43:58,649
แล้วก็เมื่อไหร่

332
00:44:00,859 --> 00:44:04,859
ครับผม นี่เป็น...

333
00:44:10,383 --> 00:44:13,426
ความหมายของย่อความและลักษณะการเขียนเป็นอย่างไร ต่อไป เรามาดูรูปแบบการเขียนย่อความนะครับ

334
00:44:13,426 --> 00:44:14,509
รูปแบบการเขียนย่อความ ก็คือ

335
00:44:14,509 --> 00:44:18,509
1.

336
00:44:19,259 --> 00:44:20,966
การเขียนการย่อนิทาน นิยายพงศาวดาร

337
00:44:20,966 --> 00:44:24,966
เป็นอย่างไร

338
00:44:28,393 --> 00:44:32,393
เวลาเดี๋ยวคุณครูจะยกตัวอย่างให้ดูนะครับ ว่าเขาเขียนย่อ

339
00:44:36,830 --> 00:44:40,830
นิทานอย่างไรย่อความอย่างไรเดี๋ยวคุณครูจะเอาบทความให้นักเรียนอ่านให้นักเรียนฟังแล้วก็

340
00:44:41,244 --> 00:44:42,901
จะมาบอกว่าเขาเวลาข้อความออกมาเขาจะย่อ

341
00:44:42,901 --> 00:44:46,901
แม่น้อยแค่ไหน

342
00:45:07,382 --> 00:45:11,382
หานักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ ดูพี่ล่ามนะ ดู

343
00:45:15,626 --> 00:45:18,186
พี่ล่าม เรื่อง เลี้ยงโคขุนแบบครบวงจร

344
00:45:18,186 --> 00:45:22,186
ประสบความสำเร็จไปหมด

345
00:45:27,557 --> 00:45:29,384
คุณเรวัต วัชราธร เป็นเกษตรกรที่ประกอบอาชีพด้านการผลิต

346
00:45:29,384 --> 00:45:30,667
มันสําปะหลังเป็น

347
00:45:30,667 --> 00:45:33,370
10 ปี

348
00:45:33,370 --> 00:45:35,210
ผลที่ได้คือ

349
00:45:35,210 --> 00:45:38,809
ปีแรก

350
00:45:38,809 --> 00:45:42,809
หัวมันใหญ่เท่าต้นขา

351
00:45:43,015 --> 00:45:47,015
50 ปีต่อมาเหลือขนาดเท่าหัวแม่มือ

352
00:45:48,909 --> 00:45:52,909
เพราะคุณภาพดินลดลงไม่หลงเหลือความอุดมสมบูรณ์

353
00:45:53,938 --> 00:45:57,330
พร้อมที่จะเป็นดินทรายได้อีกต่อไปในอนาคต

354
00:45:57,330 --> 00:45:59,573
จากนั้น หันมาเลี้ยงโคนม

355
00:45:59,573 --> 00:46:03,573
เพราะจะได้ปลูกหญ้า

356
00:46:04,998 --> 00:46:08,998
เพื่อเป็นการรักษาหน้าดิน และจะได้มูลโคมาเป็นปุ๋ย

357
00:46:09,021 --> 00:46:11,606
เรียกให้ดินกลับมาอุดมสมบูรณ์ได้อีกครั้งหนึ่ง

358
00:46:11,606 --> 00:46:15,606
สำหรับการเลี้ยงโคขุน

359
00:46:16,628 --> 00:46:17,753
เป็นโคที่รับซื้อมาจากเกษตรกรแถบนครสวรรค์

360
00:46:17,753 --> 00:46:18,960
ลพบุรี

361
00:46:18,960 --> 00:46:20,373
ชัยนาท

362
00:46:20,373 --> 00:46:21,790
พิษณุโลก

363
00:46:21,790 --> 00:46:23,526
สุโขทัย

364
00:46:23,526 --> 00:46:27,526
ตาก อุต

365
00:46:28,986 --> 00:46:31,928
รดิษถ์ พระโคในแถบภาคเหนือตอนล่างภาคกลางตอนบน

366
00:46:31,928 --> 00:46:35,928
จะเลี้ยงโคค่อนข้างดีมีคุณภาพ

367
00:46:43,581 --> 00:46:46,717
ส่วนมูลโคที่ได้จากโคแต่ละตัววันละ 18 กิโลกรัมนั้น

368
00:46:46,717 --> 00:46:49,083
จัดส่งให้ทางบริษัท

369
00:46:49,083 --> 00:46:52,410
เพื่อนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์

370
00:46:52,410 --> 00:46:56,015
มีทั้งชนิดเป็นผง และอัดเม็ด

371
00:46:56,015 --> 00:46:59,594
แล้วแต่จะนำไปใช้กับอะไร เช่น

372
00:46:59,594 --> 00:47:03,544
กับสวน กับนา กับอ้อย

373
00:47:03,544 --> 00:47:05,608
ซึ่งปุ๋ยแต่ละสูตรมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน

374
00:47:05,608 --> 00:47:09,142
นับว่าเป็นความสำเร็จ

375
00:47:09,142 --> 00:47:12,539
ที่ได้มาด้วยความขยันขันแข็ง

376
00:47:12,539 --> 00:47:16,539
มีความพากเพียรและมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ

377
00:47:22,264 --> 00:47:26,264
บทความนี้ได้มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

378
00:47:29,305 --> 00:47:30,597
ฉบับที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 นะครับ นักเรียนทีนี้มาดู

379
00:47:30,597 --> 00:47:34,597
มาด

380
00:47:34,909 --> 00:47:35,837
ูว่าบทความที่ที่คุณครูได้อ่านให้นักเรียน

381
00:47:35,837 --> 00:47:39,837
ฟัง

382
00:47:40,979 --> 00:47:44,916
แล้วก็พี่ล่ามภาษามือให้นักเรียนเข้าใจแล้วนะ มาดูว่า

383
00:47:44,916 --> 00:47:48,916
เวลาเขาย่อความน่ะเขาจะเยอะได้น้อยแค่ไหน

384
00:47:48,998 --> 00:47:51,110
แล้วจะเข้าใจได้มากน้อยแค่ไหนนะ เดี๋ยวมาดูนะครับ

385
00:47:51,110 --> 00:47:53,452
เขาย่อความเขาจะเขียนว่า

386
00:47:53,452 --> 00:47:56,344
ย่อเรื่อง...

387
00:47:56,344 --> 00:48:00,344

388
00:48:02,285 --> 00:48:03,705
เรื่องอะไร เรื่องเมื่อกี้เรื่องที่อ่าน ก็คือเลี้ยงโคขุนแบบครบวงจร

389
00:48:03,705 --> 00:48:05,891
ประสบ

390
00:48:05,891 --> 00:48:09,891
ความสำเร็จไปหมด

391
00:48:10,194 --> 00:48:14,194
จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

392
00:48:21,081 --> 00:48:24,097
วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550 นะครับ ความว่า

393
00:48:24,097 --> 00:48:28,097
คุณเรวัต วัชราธร

394
00:48:28,257 --> 00:48:29,972
เกษตรกรที่ประกอบอาชีพด้านการผลิตมันสำปะหลัง

395
00:48:29,972 --> 00:48:33,189
มาเป็นเวลานาน

396
00:48:33,189 --> 00:48:37,189
เห็นว่ามันสำปะหลังมีขนาดเล็กลง

397
00:48:37,756 --> 00:48:38,823
เพราะคุณภาพดินเร็วลงจึงหันมาเลี้ยงโคขุนแทน

398
00:48:38,823 --> 00:48:42,823
การปลูกมัน

399
00:48:46,852 --> 00:48:50,168
ซึ่งการปลูกหญ้าเลี้ยงโคเป็นการรักษาหน้าดินและได้มูลโคมาเป็นปุ๋ยซึ่งจะทำให้

400
00:48:50,168 --> 00:48:52,752
ดินเกิดความอุดมสมบูรณ์กลับมาอีกครั้ง

401
00:48:52,752 --> 00:48:56,058
และได้นำมูลโคที่ได้จาก

402
00:48:56,058 --> 00:48:58,111
โคขุนแต่ละตัว วันละ 18 กิโลกรัมนี่

403
00:48:58,111 --> 00:49:01,118
ไปทำปุ๋ยอินทรีย์

404
00:49:01,118 --> 00:49:03,414
สามารถนำไปใช้กับสวน

405
00:49:03,414 --> 00:49:05,554
และอ

406
00:49:05,554 --> 00:49:09,554
้อย เป็นความสำเร็จที่ได้

407
00:49:11,248 --> 00:49:15,248
ด้วยความขยันขันแข็ง มีความเพียรพยายาม และมุ่งมานะ

408
00:49:16,911 --> 00:49:17,972
มุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ นี่่ครับ ว่าเวลาเขาย่อความ

409
00:49:17,972 --> 00:49:19,882
ออกมา

410
00:49:19,882 --> 00:49:22,965
สรุปง่าย ๆ ก็คือ

411
00:49:22,965 --> 00:49:25,205
เขาจะมีประเด็นสำคัญเลย ก็คือ 1

412
00:49:25,205 --> 00:49:27,446
. คำว่า "ใคร

413
00:49:27,446 --> 00:49:31,446
" 2. ทำอะไร

414
00:49:32,002 --> 00:49:34,562
3. ที่ไหน 4. อย่างไร

415
00:49:34,562 --> 00:49:38,562
ใครครับ เมื่อกี้ใคร

416
00:49:39,559 --> 00:49:41,926
ในเนื้อเรื่องกล่าวถึงใครกล่าวถึงคุณเรวัต

417
00:49:41,926 --> 00:49:44,667
วัชราธร

418
00:49:44,667 --> 00:49:47,312
ทำอะไร

419
00:49:47,312 --> 00:49:51,312
เขาทำอะไรครับ เขา

420
00:49:53,015 --> 00:49:57,015
เกษตรกรใช่ไหม เป็นเกษตรกร เคยปลูกมันสำปะหลัง

421
00:49:58,545 --> 00:50:02,545
เคยปลูกมันสำปะหลัง ทีนี้ การปลูกมันสำปะหลังของเขา

422
00:50:04,090 --> 00:50:05,881
ปรากฏว่าเขาเคยปลูกมานานแล้ว แต่อยู่ดี ๆ ผลผลิตของเขา

423
00:50:05,881 --> 00:50:07,549
น้อยลงทำให้

424
00:50:07,549 --> 00:50:11,271
ทำให้อย่างไรค

425
00:50:11,271 --> 00:50:13,259
รับ ทำให้เขาเปลี่ยนอาชีพ

426
00:50:13,259 --> 00:50:17,259
จากปลูกมันสำปะหลังเป็น

427
00:50:18,445 --> 00:50:21,508
เลี้ยงโคใช่ไหม เลี้ยงโคนมใช่ไหม

428
00:50:21,508 --> 00:50:25,508
เลี้ยงโคนม

429
00:50:28,601 --> 00:50:30,094
ใช่แล้วทีนี้การเลี้ยงโคนมของเขาก็จะมีการปลูกหญ้า

430
00:50:30,094 --> 00:50:34,094
ปลูกหญ้า

431
00:50:36,629 --> 00:50:39,708
เพื่อปรับหน้าดิน แล้วก็ทำให้ดินดินที่เขาเคยปลูกมันสำปะหลังที่ว่ามันเคยแย่น่ะ

432
00:50:39,708 --> 00:50:43,708
ให้มันดีขึ้น แล้วทีนี้

433
00:50:44,737 --> 00:50:48,737
โคนมของเขาน่ะ แต่ละตัวจะมีมูลโคออกมา

434
00:50:52,365 --> 00:50:53,300
ตัว จะมีมวลนะครับ มูลโคขุน แต่ละ ตัววันละ 18 กิโลกรัม

435
00:50:53,300 --> 00:50:54,962
แล้วทีนี้

436
00:50:54,962 --> 00:50:57,201
มูลโคตรงนี้

437
00:50:57,201 --> 00:51:01,201
มาทำเป็น

438
00:51:07,550 --> 00:51:09,846
ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยอินทรีย์นี่ สามารถใช้กับนากับไร่อ้อยกับนาข้าวกับสวนผักอะไรต่าง ๆ

439
00:51:09,846 --> 00:51:11,097
ได้สำเร็จเลยเป็นเพราะว่า

440
00:51:11,097 --> 00:51:13,914
เขามีความ

441
00:51:13,914 --> 00:51:17,249
ขยันมุ่งมั่นมานะอดทน

442
00:51:17,249 --> 00:51:18,077
กับสิ่งที่เขาทำ นี่ครับ เป็นการ

443
00:51:18,077 --> 00:51:22,077
สรุป

444
00:51:24,248 --> 00:51:28,248
ความสั้น ๆ ออกมา ด้วยความที่เราเข้าใจ ที่เราเข้าใจในเรื่องที่เราอ่าน

445
00:51:34,639 --> 00:51:38,639
เป็นการสรุปว่าใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ เหมือนกับสิ่งที่คุณครูเคยสอนนักเรียน เกี่ยวกับเรื่องการอ่านจับใจความสำคัญนั่นแหละครับ

446
00:51:39,024 --> 00:51:43,009
ก็คือนักเรียนเข้าใจ แต่ว่าตรงนี้เป็นการเขียน

447
00:51:43,009 --> 00:51:46,773
เป็นการนำออกมาเขียนเพื่อให้

448
00:51:46,773 --> 00:51:50,773
สื่อสารความเข้าใจออกมาเป็นการเขียนย่อความ

449
00:52:20,477 --> 00:52:24,477
เดี๋ยวคุณครูจะหาเรื่องให้นักเรียน

450
00:52:25,984 --> 00:52:29,984
ดูอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เดี๋ยวคุณครูจะให้ใบงานนักเรียน

451
00:52:30,736 --> 00:52:34,335
นักเรียน นักเรียนดูดี ๆ นะ เดี๋ยว

452
00:52:34,335 --> 00:52:37,399
คุณครูจะอ่านเนื้อเรื่องนี้ให้นักเรียน

453
00:52:37,399 --> 00:52:41,399
ฟัง แล้วก็ให้นักเรียนสรุป

454
00:52:43,032 --> 00:52:47,032
ใจความสำคัญของเรื่องออกมานะครับ

455
00:52:50,648 --> 00:52:53,013
เรื่องเป็นเรื่องสารคดี

456
00:52:53,013 --> 00:52:57,013
ภูมิปัญญาไทยนะ

457
00:52:58,508 --> 00:53:02,508
คืออย่างนี้เดี๋ยวคุณครูกับพี่ล่ามนักเรียนฟังก่อนคุณครูจะให้นักเรียน

458
00:53:04,642 --> 00:53:07,235
ฟังในสิ่งที่คุณครูพูดแล้วให้นักเรียนเขียน

459
00:53:07,235 --> 00:53:11,235
เขียนสรุป

460
00:53:11,340 --> 00:53:15,340
เขียนย่อความว่านักเรียน

461
00:53:15,650 --> 00:53:19,650
อ่านนักเรียนฟังแล้วนักเรียนรู้สึกอย่างไร

462
00:53:43,006 --> 00:53:47,006
นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ

463
00:53:56,115 --> 00:54:00,115
นักเรียนดูพี่ล่ามนะ

464
00:54:07,166 --> 00:54:11,166
นักเรียนมองพี่ล่ามนะ เดี๋ยวคุณครูคุณครูจะให้ที่ล่ามแปลเป็นภาษามือให้นักเรียนฟังนะ เสร็จแล้วนักเรียน

465
00:54:14,626 --> 00:54:16,040
ให้นักเรียนเขียนสรุปสั้น ๆ ให้คุณครูว่า เรื่องที่คุณครูอ่านไปนั้นน่ะใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร

466
00:54:16,040 --> 00:54:18,730
เดี๋ยวให้นักเรียน

467
00:54:18,730 --> 00:54:21,342
ทำในใบงานนะครับ

468
00:54:21,342 --> 00:54:25,342
โอเคนักเรียนดูพี่ล่ามนะ

469
00:54:29,038 --> 00:54:32,831
สารคดีเรื่องภูมิปัญญาไทย

470
00:54:32,831 --> 00:54:36,099
ภูมิปัญญาไทย คือ ความรู้ความสามารถ

471
00:54:36,099 --> 00:54:37,879
และสติปัญญาในการแก้ไขปัญหา

472
00:54:37,879 --> 00:54:41,411
ในการดำรงชีวิต

473
00:54:41,411 --> 00:54:45,411
และการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ

474
00:54:48,079 --> 00:54:49,405
โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ หรือทักษะที่บรรพบุรุษ

475
00:54:49,405 --> 00:54:51,679
ของไทย

476
00:54:51,679 --> 00:54:55,679
ได้คิดค้น สั่งสม

477
00:54:55,955 --> 00:54:59,955
ปรับปรุง สืบทอดต่อ ๆ กันมาจนถึงปัจจุบัน

478
00:55:02,551 --> 00:55:04,146
ภูมิปัญญาแบ่งออกได้ 3 ระดับ คือ

479
00:55:04,146 --> 00:55:07,742
ภูมิปัญญาท้องถิ่น

480
00:55:07,742 --> 00:55:09,209
ภูมิปัญญาธรรมชาติ หรือ

481
00:55:09,209 --> 00:55:13,209
ภูมิปัญญาไทย

482
00:55:14,144 --> 00:55:18,144
และภูมิปัญญาสากล หรือภูมิปัญญาโลก

483
00:55:28,505 --> 00:55:31,829
ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นภูมิปัญญาที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรมท้องถิ่น หรือวัฒนธรรมพื้นบ้าน

484
00:55:31,829 --> 00:55:34,639
ภูมิปัญญาที่คนในท้องถิ่น

485
00:55:34,639 --> 00:55:37,650
ใช้ในการพัฒนาสังคม

486
00:55:37,650 --> 00:55:41,650
และการดำรงชีวิตของตนเอง

487
00:55:42,018 --> 00:55:46,018
โดยอาศัยการสืบทอดกันมาจากบรรพชนในอดีต

488
00:55:52,205 --> 00:55:55,650
ภูมิปัญญาชาติหรือภูมิปัญญาไทย

489
00:55:55,650 --> 00:55:57,063
คือ รูปแบบ

490
00:55:57,063 --> 00:56:01,063
วิธีการ

491
00:56:04,657 --> 00:56:07,639
และความชำนาญที่คนในชาติใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ

492
00:56:07,639 --> 00:56:10,451
และการเมืองร่วมกัน

493
00:56:10,451 --> 00:56:11,994
มีการจัดกลุ่มเป็นหมวดหมู่

494
00:56:11,994 --> 00:56:15,994
อย่างเป็นระบบ

495
00:56:16,612 --> 00:56:20,612
มีแนวคิดกระบวนการและกิจกรรมตลอด

496
00:56:21,318 --> 00:56:25,318
การคิดปรับปรุงและพัฒนาอย่างเป็นกระบวนการ

497
00:56:26,533 --> 00:56:28,387
ย่อหน้าสุดท้ายแล้วนะ ภูมิปัญญาสากล

498
00:56:28,387 --> 00:56:31,842
หรือภูมิปัญญาโลก

499
00:56:31,842 --> 00:56:33,906
คือภูมิปัญญานานาชาติที่ประเทศต่าง ๆ

500
00:56:33,906 --> 00:56:36,084
ได้จดทะเบียนสงวนสิทธิ์

501
00:56:36,084 --> 00:56:40,084
ไว้ตามกฎหมายนานาชาติ

502
00:56:43,198 --> 00:56:47,116
ที่นี้นะครับ เรื่องที่คุณครู

503
00:56:47,116 --> 00:56:49,592
อ่านให้นักเรียนฟังเนี่ยเป็นสารคดีเกี่ยวกับภูมิปัญญา

504
00:56:49,592 --> 00:56:51,794
ให้นักเรียนเขียน

505
00:56:51,794 --> 00:56:55,794
ในสิ่งที่นักเรียนเข้าใจ

506
00:56:57,637 --> 00:57:01,637
ที่พี่ล่ามสื่อสารภาษามือกับนักเรียนเข้าใจให้นักเรียนเขียนลงในกระดาษว่านักเรียนเข้าใจเรื่องอะไรบ้าง

507
00:57:02,773 --> 00:57:04,711
คุณครูจะให้นักเรียนเขียนเวลา 15 นาทีนะครับ

508
00:57:04,711 --> 00:57:06,387
ให้นักเรียนเขียน

509
00:57:06,387 --> 00:57:10,387
ครับผม

510
01:11:27,340 --> 01:11:31,340
ถ้านักเรียนเสร็จแล้วนะครับ นักเรียนส่งงานที่โต๊ะคุณครูได้เลย สำหรับวันนี้นะครับ เดี๋ยวคุณครูก็

511
01:11:32,847 --> 01:11:35,691
จบการสอนเพียงเท่านี้ก่อนนะ ถึงเวลาพักเที่ยงของนักเรียนแล้ว เดี๋ยวนักเรียนลงไปกินข้าวนะครับ

512
01:11:35,691 --> 01:11:39,691
ขอขอบคุณพี่ล่ามนะครับ

513
01:11:40,977 --> 01:11:42,932
ครับสำหรับวันนี้

514
01:11:42,932 --> 01:11:46,932
สวัสดีครับ [สิ้นสุดการถอดความ]

