น่ารัก ความสำคัญของการเขียนนะครับคุณครูได้อธิบายไปแล้วนะครับว่าการเขียน เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับมนุษย์ทุกคนเลยนะครับสำคัญมากๆกับ นักเรียนหูหนวก ด้วยนะครับก็คือ เวลานักเรียนไปสื่อสารกับคนข้างนอกนักเรียนจะต้องใช้ภาษาเขียนเพราะว่าทุกคนเขาจะไม่รู้ว่าภาษามือของนักเรียนสื่อสาร เป็นอย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นนักเรียนจะต้องเขียนยังไงเขียนให้ถูกต้อง นี่คือความสำคัญของการเขียนนะครับอ่านนักเรียนดูพิราบด้วยนะนักเรียนห้ามคุยกันนะครับ ถ้านักเรียนไม่ดูพลาดนักเรียนจะไม่เข้าใจนะครับ เห็นไหมครับเขาบอกว่าการเขียนเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่ง ใช่ไหมสมมติว่าสมมตินะสมมติคุณครูไม่เข้าใจภาษามือเลยเนี่ยนักเรียนจะสื่อสารกับคุณครูได้อย่างไรนักเรียนจะพยายามใช้ภาษามือสื่อสารกับคุณครู ได้ไหม ไม่ได้เพราะว่าคุณครูไม่รู้จักภาษามือนักเรียนจะต้องทำยังไงครับ เขียน นักเรียนจะต้องเขียนเขียนเพื่อสื่อสารกับคุณครูและการเขียนของนักเรียนจะต้องทำยังไงเขียนให้ถูกต้องด้วย เขียนให้ถูกต้องเพราะถ้านักเรียนสื่อสารผิด เขียนผิดความหมายอาจจะผิดเพี้ยนไปจาก สิ่งที่นักเรียนสื่อสารกับคุณครูก็ได้นะครับ เขาบอกว่าการเขียนเป็นการแสดงออกซึ่งภูมิปัญญาของมนุษย์ ต่อไปการเขียนเป็นเครื่องมือถ่ายทอดมรดกทางสติปัญญา ข้อต่อไปนะครับการเขียนเป็นเครื่องมือสื่อ เป็นเครื่องมือสร้างความสามัคคี ความเจริญรุ่งเรือง และที่สำคัญเลย ในทางตรงกันข้ามการเขียนก็สามารถเป็นบ่อนทำลายได้เช่นกันนะคะ จุดมุ่งหมายของการเขียนนะครับจำแนกได้ดังนี้ก็คือ 1 การเขียนเพื่อเล่าเรื่อง กูก็เคยอธิบายนักเรียนฟังแล้วว่าเป็นการเขียนนำเรื่องราวที่สำคัญมาถ่ายทอดเป็นข้อเขียนเช่นการเล่าประวัติ ครึ่งชั่วโมงที่แล้วใช่ไหมคุณครูให้นักเรียนเขียนประวัติส่วนตัวของนักเรียนและให้มาพูดกับพี่แนะนำได้ไหมครับ จำได้เนาะจำได้น้อยแต่มีนักเรียนบางคนที่ไม่ได้มาน้องอายใช่ไหมยังมีชั่วโมงที่แล้วยังไม่ได้มานะอ๋อไม่เป็นไร เดี๋ยววันนี้ตามทันเพื่อนแน่นอนนะครับส่วนข้อที่ 2 การเขียนเพื่ออธิบายนะครับเป็นการเขียนเพื่อชี้แจงอธิบาย วิธีใช้วิธีทำขั้นตอนการทำเช่นอธิบายการใช้เครื่องมือต่างๆคุณครูก็ได้อธิบายไปแล้วเนาะอันนี้เป็นแค่การทบทวนเฉยๆนะครับ ข้อที่ 3 การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นเป็นการเขียนเพื่อวิเคราะห์วิจารณ์แนะนำและ แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะครับ ข้อที่ 4 การเขียนเพื่อโน้มน้าวใจ เป็นการเขียน ที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์ที่จะชักจูงโน้มน้าวใจให้ผู้อ่านยอมรับในสิ่งที่ผู้เขียนเสนอ ข้อที่ 5 การเขียนเพื่อกิจธุระ เป็นการเขียนที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง การเขียนชนิดนี้จะมีรูปแบบการเขียนลักษณะการใช้ภาษาที่แตกต่างกันไปตามประเภทของการเขียนนะครับ ขอทบทวนอีกหนึ่งเรื่องก็คือมารยาทในการเขียนมารยาทในการเขียนในเป็นสิ่งสำคัญเลยนะว่านักเรียนจะต้องเขียนอย่างไรนะครับเอามาดูข้อที่ 1 เลย ข้อที่ 1 การเขียน จะต้องใช้คำสุภาพไพเราะ เลี่ยงคำหยาบไม่ใช้อารมณ์ความรู้สึกส่วนตนหรืออคติ วิจารณ์ผู้อื่นอย่างปราศจากเหตุผลจนทำให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายและสังคมแตกแยก ข้อที่ 2 เขียนข้อความหรืองานเขียนที่เป็นจริง ศึกษาค้นคว้าและได้ตรวจสอบว่าถูกต้องแล้ว ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเสียก่อนเนาะ ข้อที่ 3 เขียนให้ถูกต้องตามอักขรวิธี ใช้สระพยัญชนะวรรณยุกต์ให้ถูกต้องใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมกับเนื้อหา กาละเทศะและสถานะบุคคลคนนี้สำคัญที่สุดเลยนะครับการเขียนนักเรียนจะต้องเขียนให้ถูก วิธีโดย จะต้องมีการใช้สระพยัญชนะและวรรณยุกต์ที่ถูกต้อง อ๋อถ้าผิดเพี้ยนไป 8 ตัวเดียว ความหมายก็จะเปลี่ยนไปเลยนะครับ ข้อที่ 4 เขียนสิ่งที่มีคุณค่าอันก่อให้เกิดความสุข ให้เกิดความสงบสุข แกคนในสังคมและประเทศชาติ ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศชาตินะครับ สนับข้อสุดท้ายนะครับข้อที่ 5 การไม่คัดลอกงานเขียนของผู้อื่น โดยอ้างเป็นผลงานของตนเองเมื่อยกข้อความของเขามาแล้วนะครับนักเรียนจะต้องมีการเขียนอ้างอิงชื่อเขาด้วยนะครับในในในสิ่งที่นักเรียนเขียนออกไปนะคะ ไม่งั้นจะเป็นการคัดลอกผลงานของเขาจะเป็นการเขียนที่ไม่ถูกต้องนะครับนักเรียนห้ามเลยนะ ok ครับสำหรับวันนี้คุณครูจะสอนเรื่องการเขียนย่อความ หานักเรียนดูที่ล่ามนักเรียนอย่าเพิ่งสนใจคนข้างนอกนะครับ นักเรียนดูพิราบดีๆ วันนี้คุณครูสอนเรื่องอะไรวันนี้คุณครูสอนเรื่อง การเขียนย่อความ การเขียนย่อความจะเป็นยังไงนะเดี๋ยวเรามาเรียนกัน ว่า ชื่ออะไรแปลลำดับแรกเลยคุณครูจะให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนก่อนว่านักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเขียนย่อความมากน้อยเท่าไหร่ เดี๋ยวคุณครูจะแตกข้อสอบให้ แล้วนักเรียน กาข้อที่ถูกต้องบนข้อสอบเลยนะครับเดี๋ยวเอาอย่างนี้เดี๋ยวคุณครูจะแจกข้อสอบให้นักเรียนเสร็จแล้วนะครับ คุณครูจะอ่านข้อสอบให้ทีละข้อข้อสอบมีทั้งหมด 10 ข้อนะครับ ข้อสอบมีทั้งหมด 10 ข้อเดี๋ยวคุณครูจะอ่านให้นักเรียนฟังทีละข้อแล้วก็แล้วก็มีตัวเลือกให้นักเรียนทั้งหมด 4 ตัวเลือกก็คือกอไก่ขอไข่คอควายแล้วก็โง่ถ้าข้อไหนถูกนักเรียนสามารถกากบาท ข้อนั้นได้เลยนะครับ เข้าใจที่กูพูดไหม ใช่ เห็นไหมครับมีนักเรียนบางคนเข้าใจแม็กเรียนคนหนึ่งที่ไม่เข้าใจด้วยเพราะนักเรียนไม่รู้พี่ล่ามไง นักเรียนมัวสนใจแต่สิ่งรอบข้างอย่างอื่นนักเรียนไม่ดูพี่ลาภเอาอย่างนี้นะนักเรียนต้องดูพี่ล่างนะครับเวลากูพูดอ่ะพี่น้ำจะสามารถสื่อสารเป็นภาษามือให้กับนักเรียนได้เข้าใจก็คือคุณครูกำลังจะสื่อสารกับนักเรียนแต่นักเรียนไม่สนใจอย่างนี้นักเรียนก็ไม่สามารถที่จะเข้าใจในสิ่งที่คุณครูสื่อสารได้นะครับ เอาใหม่นะคุณครูจะอธิบายให้ฟัง เอาใหม่นะ ดูพี่หล้าดีๆ นกพิราบ BB นะเริ่มนะครับคุณครูจะแจกข้อสอบให้นักเรียนทำ ในใบงานที่คุณครูแจกให้ข้อสอบจะมีทั้งหมด 10 ข้อ มีทั้งหมด 10 ข้อแล้วคุณครูจะอ่านทีละข้อให้นักเรียนฟังแล้วข้อสอบแต่ละข้อจะมีทั้งหมด 4 ตัวเลือก จะมีกอไก่ ขอไข่คอควายแล้วก็งูถ้านักเรียน ดูที่พี่ล่ามอธิบาย เข้าใจแล้วนักเรียนสามารถกากบาทข้อที่ถูกต้อง ลงไปตรงนั้นได้เลยในข้อสอบที่คุณครูแจกได้เลย โอเคไหมครับ โอเคไหม OK นักเรียนเข้าใจแล้วเดี๋ยวคุณครูจะแจกข้อสอบ หานักเรียนดูหน้าจอนะครับ ดูนะครับ ฟังที่นั่งอธิบายนะครับ ก็คือ คุณครูจะให้นักเรียนน่ะ มาลงหน้าข้อสอบที่ถูกต้องเลย ข้อสอบจะมีทั้งหมด 10 ข้อนะครับ ข้อ 1-5 จะอยู่หน้าแรกอีก 6-10 จะอยู่สวนหน้าข้างหลังนะครับจะมี 2 หน้านะครับข้อสอบจะมี 2 หน้านะ ให้กาคำตอบที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียวนะคะเข้าใจไหม ของกูจะอ่านให้ฟังข้อที่ 1 การเขียนย่อความหากมีการอ้างถึงบุคคลควรปฏิบัติอย่างไร การเขียนย่อความหากมีการอ้างถึงบุคคลควรปฏิบัติอย่างไร กไก่ ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 ขอไข่ใช้สรรพนามบุรุษที่ 2 คอควายใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 งองู ใช้สรรพนามบุรุษที่ 4 นักเรียนนักเรียนทำข้อสอบนักเรียนไม่ต้องกังวลว่านักเรียนจะทำได้ไม่ได้ตรงนี้เป็นข้อสอบก่อนเรียน เป็นข้อสอบก่อนเรียน ส่วนนักเรียนเดี๋ยวคุณคะแนนที่ได้ในครั้งนี้คุณครูจะไม่คุณครูจะไม่ซีเรียสตรงนี้นะครับนักเรียนจะได้น้อยได้มากขึ้นอยู่กับความเข้าใจก่อนหน้านี้ภูมิความรู้นักเรียนมีมากน้อยแค่ไหน ส่วนคุณครูจังหวัดว่านักเรียนได้ก็คือต่อเมื่อคุณครูสอนเรื่องนี้จบแล้วคุณครูจะให้ทำข้อสอบเดิม ครั้งหนึ่ง แล้วคุณครูจะอธิบายในเนื้อเรื่องส่วนข้อไหนไม่เข้าใจอะไรยังไงเดี๋ยวก็ค่อยว่ากันใน คาบเรียนที่คุณครูสอนเข้าไปในเนื้อเรื่องช่วงกูสอนนะครับ ข้อ 1 เสร็จแล้วเนาะ ข้อ 1 เสร็จแล้วใช่ไหมครับ ต่อไปข้อที่ 2 นะครับ ต่อไปข้อ 2 คำอุปมาอุปไมย ข้อเปรียบเทียบ ตัวเลข สถิติวันเดือนปีเป็นลักษณะของประโยคชนิดใด กไก่ใจความรอง ขอไข่ ใจความหลัก คอควายใจความพิเศษ งองูใจความสำคัญ ข้อ 3 ข้อที่ 3 รูปแบบการเขียนย่อความที่ถูกต้อง มีส่วนประกอบกี่ส่วน กไก่ขไข่ 2 ส่วนคอควาย 3 ส่วน งองู 4 ส่วน ต่อไปข้อที่ 4 นะคะ ข้อใดกล่าวถูกต้อง กไก่ข้อความข้อความใดเป็นบทร้อยกรองให้คงไว้เดิม ขอไข่ การเขียนย่อความที่ถูกต้องไม่ควรเปลี่ยนสำนวนภาษาของผู้แต่งเรื่องเดิม คอควาย ขั้นตอนแรกของการเขียนย่อความ คือผู้ย่อ ต้องอ่านเรื่องให้จบ 1-2 เที่ยวเพื่อจับประเด็นสำคัญ งองู การเขียนย่อความควรใช้อักษรย่อในการเขียนเช่นกิโลเมตรใช้ก.ม ต้น ต่อไปข้อที่ 5 นะครับ เป็นข้อความที่ย่อ จากงานเขียนเต็มฉบับมีความยาว 1 ใน 3 ของเรื่องเดิม ข้อความที่คุณครูอ่านเป็นความหมายของส่วนใดในการเขียนย่อความ กไก่ ส่วนสรุป ขอไข่ส่วนเนื้อเรื่อง คอควาย ส่วนขึ้นต้นงองูส่วนนำ โอเคครับมาข้อที่ 6 เลยนะข้อที่ 6 อยู่ด้านหลังนะครับ ข้อที่ 6 ประโยคใจความสำคัญมักจะอยู่ส่วนใดของข้อความ กไก่ ต้นข้อความ ขอไข่ กลางข้อความ คอควาย ขายข้อความ งองู ทุกข้อที่กล่าวมา ของเสร็จแล้วใช่ไหมครับ ต่อไปข้อที่ 7 ข้อที่ 7 นะครับข้อใดเป็นรูปแบบของการเขียนขึ้นต้นย่อความ กไก่ ย่อความเรื่อง แล้วก็ของ วงเล็บผู้แต่ง จากหนังสืออะไรความว่าอะไร ขอไข่ โดย วงเล็บผู้แต่ง ใคร เรื่องอะไร จากหนังสืออะไร ความหมายว่าความว่าอะไร คอควาย ย่อความเรื่องอะไร จากหนังสืออะไร โดยอะไร ความหมายว่าอะไร งองู ความว่าอะไร เรื่องอะไรจากหนังสืออะไร ของผู้แต่ง อะไร อัตราไปข้อ 8 นะครับ ข้อใดกล่าวถูกต้อง กไก่ การย่อความเป็นการเรียบเรียงเรื่องราวจากความนึกคิดของผู้เขียนเรื่องนั้นๆ ขอไข่ การย่อความ การเขียนย่อเรื่องจากการอ่านหรือฟัง คอควาย การย่อความหมายถึงการสรุปความ งองู การย่อความ การเขียนเรื่องตามจินตนาการ อ่านต่อไปข้อที่ 9 นะครับ การเขียนย่อความข้อความที่ไม่ควรนำมาเขียน ยกเว้นข้อใด กไก่ ข้อเปรียบเทียบต่างๆ ขอไข่ ตัวเลข สถิติที่เป็นรายละเอียด คอควาย ชื่อบุคคลที่อ้างอิง งองูใจความสำคัญของเรื่อง อันดับในข้อที่ 10 ข้อสุดท้ายนะครับข้อสุดท้ายข้อ 10 ข้อความที่เด่นที่สุดในย่อหน้า เป็นแก่นของย่อหน้า เป็นความหมายของข้อใด กไก่ ใจความสำคัญ ขอไข่ ใจความรอง คอควาย ในความขยายส่วนข้อความ งองู แต่ความพิเศษ ถ้านักเรียนเสร็จแล้วนะครับนักเรียนเขียนชื่อนามสกุลเลขที่ตัวเองนะครับลงในกระดาษที่คุณ ข้อสอบได้เลย ถ้าเขียนเรียบร้อยแล้วนะครับ ให้นักเรียนนำไปส่งไว้บนโต๊ะส่งงานของคุณครูได้เลย อย่างนี้นะคะถ้าเกิดว่าเดี๋ยวมีใครจะไปเข้าห้องน้ำไหม OK เดี๋ยวพักสัก 5 นาทีนะครับเดี๋ยวให้นักเรียนเข้าห้องน้ำแป๊บนึง นักเรียนดื่มน้ำให้เรียบร้อยนะ ok ครับ พักสัก 5 นาทีนะครับ นักเรียนมาครบแล้วเนาะอาเดียวมากเรามารู้ความหมายการเขียนย่อความก่อนนะครับว่าการเขียนย่อความเป็นยังไง ส่วนประกอบ อะไรบ้างนะครับ การเขียนย่อความนะครับ การเขียนย่อความประกอบด้วยทักษะสำคัญ 2 ประการดังนี้ 1 การอ่านนะครับ การอ่านเพื่อย่อความเป็นการอ่านแบบสรุปความ การอ่านจับใจความสำคัญ ของเรื่องซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ การอ่านที่จะเขียนย่อความทั้งหมด อย่างละเอียดเพื่อให้ทราบว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ใครทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่อย่างไร 2 แยกอ่านทำความเข้าใจ แต่ละย่อหน้าอย่างละเอียดนะครับ 3 กับความคิดหลักหรือประโยคใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้าโดยความคิดหลัก หมายถึง ความรู้ความคิดที่ผู้เขียนเสนอต่อผู้อ่านในแต่ละย่อหน้าจะต้องมีความคิดหนักที่ผู้อ่านสรุปได้เพียงอย่างเดียว ซึ่งมัก แสดงด้วยประโยคใจความสำคัญ ซึ่งอยู่ต้นย่อหน้ากลางย่อหน้า นิทานย่อหน้า ของส่วนประกอบกันเองนะครับ ได้แก่ประโยคขยายความหรือคนละความนะครับซึ่งทำหน้าที่ขยายใจความสำคัญ มีความคิดหลักในแต่ละย่อหน้าให้ผู้อ่านเข้าใจแจ่มแจ้ง ชัดเจนยิ่งขึ้นเช่นรายละเอียดข้อเปรียบเทียบ ตัวอย่างย่อหน้าบางแบบอาจมีความคิดหลัก แต่ไม่มีประโยคใจความสำคัญ มีแต่ ขยายความเรื่องต่อเนื่องกันไปนะครับ 2 การเขียนการเขียนเพื่อย่อความเป็นการเรียบเรียงสาระสำคัญ บันทึกไว้จากการอ่าน โดยมีหลักดังนี้ 2.1 ข้อความที่ยอดนะครับข้อความที่ย่อมี 1 มีเฉพาะสาระสำคัญหรือความคิดหลัก ส่วนที่เป็นคนละความต้องตัดออกทั้งหมดนะครับ 2 ในกรณีที่สาระสำคัญซ้ำๆกันหลายๆแห่งนะครับเมื่อนำมาเรียบเรียงใหม่ ให้กล่าวเฉพาะไอ้ที่สำคัญก็พอนะครับ 3 ให้ครอบคลุมประเด็นสำคัญเรื่องให้ครบถ้วนสมบูรณ์ถูกต้องตามเรื่องเดิม ข้อที่ 4 ข้อความที่เป็นคำพูดอยู่ในเครื่องหมายอัญประกาศ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญให้ตัดออกนะคะ หรือถ้าเป็นประเด็นสำคัญให้ให้สรุป สั้นๆก็พอ ราคาข้อสุดท้ายข้อความที่ยอดเรียงลำดับอย่างใดเดี๋ยวเขาขออภัยนะคะข้อความที่ย่อ เรียงลำดับอย่างไรก็ได้ให้อ่านเข้าใจง่ายไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับตามเรื่องเดิมนะครับก็คือพูดง่ายๆว่านักเรียนสามารถเอา เนื้อความของที่นักเรียนเข้าใจสามารถสื่อสารได้มาเรียบเรียงใหม่ ไม่จำเป็นว่าต้องให้เป็นตาม เขาคงเดิม สิ่งที่สำคัญอีกหนึ่งก็คือสำนวนภาษานะครับ 1 ใช้สำนวนภาษาของผู้เขียน โดยเป็นการเรียบเรียงเนื้อความใหม่ ไม่ควรใช้สำนวนภาษาเรื่องเดิมและหลีกเลี่ยงการตัดต่อประโยค ใจความสำคัญของต้นฉบับ 2 เรียบเรียงเป็นเรื่องเล่า ถ้าจะเอ่ยถึงบุคคลอื่นให้ใช้ชื่อ หรือสรรพนามบุรุษที่ 3 ห้ามใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 และ 2 ในย่อหน้า 3 สำนวนภาษาหรือคำยากคำยาว ในเรื่องเดิมให้เปลี่ยนมาใช้คำธรรมดาแทนนะครับ ข้อที่ 4 ไม่จำเป็นต้องใช้อักษรย่อในข้อความที่ย่อนอกจาก ชื่อเดิมจะยาวมาก และอักษรย่อนั้นเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายเช่น กทมอย่างนี้ครับ ข้อที่ 5 ถ้าเรื่องเดิมเป็นร้อยกรอง ให้ย่อความเป็นร้อยแก้ว นักเรียนเข้าใจคำว่าร้อยแก้วกับร้อยกรองไหมครับ เข้าใจไหมร้อยกรองก็คือเป็นบทประพันธ์เป็นงานเขียนในลักษณะที่เป็นกลอน เป็นคำประพันธ์ในลักษณะต่างๆนักเรียนรู้จักคำว่ากลอนไหม ตอนที่มันมีเป็นคำคล้องจองกันนะครับ เวลานักเรียนอ่านหนังสือเป็นคำคล้องจองกัน เรียกว่ากลอน แต่ถ้าเป็นร้อยแก้วธรรมดาจะเป็นงานเขียนปกติเหมือนนักเรียนเปิดอ่านหนังสือทั่วไปเป็นบทความเป็นความเรียงต่างๆเขาเรียกว่าร้อยแก้วนะครับ ข้อที่ 6 นะครับใช้สำนวนภาษาที่คงไว้ ลีลาน้ำเสียงให้เหมือนเดิมเช่นความรู้สึก รู้สึกอะไรงานเขียนเขาพยายามจะบอกว่าให้รู้สึกสะเทือนใจนักเรียนก็ต้องคง ความรู้สึกตรงนั้นเอาไว้นะครับ ความยาวของย่อความนะคะสรุปง่ายๆกูจะสรุปให้ฟังว่าความยาวของย่อความจะเป็นยังไงก็คือ นักเรียน จะอ่านเนื้อเรื่องของบทความนั้นๆไม่ว่ามันจะยาวแค่ไหนก็ช่าง สมมุติว่ามันมีความยาว 1 หน้ากระดาษ นักเรียนย่อความนักเรียนสามารถย่อให้ได้ 10 บรรทัดก็ได้นะครับ ย่อความย่อสรุปใจความสำคัญสรุปคือมีใครทำอะไรที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ ครับผมนี่เป็น ความหมายของย่อความและลักษณะการเขียนเป็นยังไงต่อไปเรามาดูรูปแบบการเขียนย่อความนะครับ รูปแบบการเขียนย่อความก็คือ 1 การเขียนการย่อนิทานนิยายพงศาวดาร เป็นยังไง เวลานักเดี๋ยวคุณครูจะยกตัวอย่างให้ดูนะครับว่าเขาเขียนย่อ นิทานยังไงย่อความยังไงเดี๋ยวคุณครูจะเอาบทความให้นักเรียนอ่านให้นักเรียนฟังแล้วก็ จะมาบอกว่าเขาเวลาข้อความออกมาเขาจะย่อ แม่น้อยแค่ไหน หานักเรียนดูพิราบนะครับดูพิราบนะดูพิราบ เรื่องเลี้ยงโคขุนแบบครบวงจร ประสบความสำเร็จไปหมด คุณเรวัตวัชราธรเป็นเกษตรกรที่ประกอบอาชีพด้านการผลิต มันสําปะหลังเป็น 10 ปี ผลที่ได้คือ แต่แรก หัวมันใหญ่เท่าต้นขา 50 ปีต่อมาเหลือขนาดเท่าหัวแม่มือ เพราะคุณภาพดินเร็วลงไม่หลงเหลือความอุดมสมบูรณ์ พร้อมที่จะเป็นดินทรายได้อีกต่อไปในอนาคต จากนั้นหันมาเลี้ยงโคนม เพราะจะได้ปลูกหญ้า เพื่อเป็นการรักษาหน้าดินและจะได้มงคลมาเป็นปุ๋ย เรียกให้ดินกลับมาอุดมสมบูรณ์ได้อีกครั้งหนึ่ง สำหรับการเลี้ยงโคขุน เป็นครูที่รับซื้อมาจากเกษตรกรแถบนครสวรรค์ ลพบุรี ชัยนาท พิษณุโลก สุโขทัย ประดิษฐ์ พระโคในแถบภาคเหนือตอนล่างภาคกลางตอนบน จะเลี้ยงโคค่อนข้างดีมีคุณภาพ ส่วนมูลโคที่ได้จากโคแต่ละตัววันละ 18 กิโลกรัมนั้น จัดส่งให้ทางบริษัท เพื่อนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ มีทั้งชนิดเป็นผงและอัดเม็ด แล้วแต่จะนำไปใช้กับอะไรเช่น กับสวนกับนากับอ้อย ซึ่งปุ๋ยแต่ละสูตรมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน นับว่าเป็นความสำเร็จ ที่ได้มาด้วยความขยันขันแข็ง มีความพากเพียรและมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ บทความนี้ได้มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับที่ 5 กุมภาพันธ์พศ 2559 นะครับนักเรียนที่นี้มาดู มาดูบ้า บทความที่ที่คุณครูได้อ่านให้นักเรียน ฟัง ที่ล่ามภาษามือให้นักเรียนเข้าใจแล้วเนาะมาดูว่า เวลาเขาย่อความน่ะเขาจะเยอะได้น้อยแค่ไหน แล้วจะเข้าใจได้มากน้อยแค่ไหนนะเดี๋ยวมาดูนะครับ เขายอมความเขาจะเขียนว่า ย่อเรื่อง จุดจุดจุด เรื่องอะไรเรื่องเมื่อกี้เรื่องที่อ่านก็คือเลี้ยงโคขุนแบบครบวงจร ประสบ ความสำเร็จไปหมด จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550 นะครับความว่า คุณเรวัตวัชราธร เกษตรกรที่ประกอบอาชีพด้านการผลิตมันสำปะหลัง มาเป็นเวลานาน เห็นว่ามันสำปะหลังมีขนาดเล็กลง เพราะคุณภาพดินเร็วลงจึงหันมาเลี้ยงโคขุนแทน การปลูกมัน ซึ่งการปลูกหญ้าเลี้ยงโคเป็นการรักษาหน้าดินและได้วงกลมมาเป็นปุ๋ยซึ่งจะทำให้ ดินเกิดความอุดมสมบูรณ์กลับมาอีกครั้ง และได้นำวงครูที่ได้จาก โคขุนแต่ละตัววันละ 18 กิโลกรัมเนี่ย ไปทำปุ๋ยอินทรีย์ สามารถนำไปใช้กับสวน และห้อย เป็นความสำเร็จที่ได้ ด้วยความขยันขันแข็งมีความเพียรพยายามและมุ่งมานะ มุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำแม่ทัพว่าเวลาเขาย่อความ ออกมา สรุปง่ายๆก็คือ เขาจะมีประเด็นสำคัญเลยก็คือ 1 คำว่าใคร 2 ทำอะไร 3 ที่ไหน 4 อย่างไร ใครครับเมื่อกี้ใคร ในเนื้อเรื่องกล่าวถึงใครกล่าวถึงคุณเรวัต วัชราธร ทำอะไร เขาทำอะไรครับเขา เกษตรกรใช่ไหมเป็นเกษตรกรเคยปลูกมันสำปะหลัง เคยปลูกมันสำปะหลังที่นี้การปลูกมันสำปะหลังของเขา ปรากฏว่าเขาเคยปลูกมานานแล้วแต่อยู่ดีๆผลผลิตของเขา น้อยลงทำให้ ทำให้ไงคะ ทำให้เขาเปลี่ยนอาชีพ ปลูกมันสำปะหลังเป็น เลี้ยงโคใช่ไหมเลี้ยงโคนมใช่ไหม เลี้ยงโคนม ใช่แล้วทีนี้การเลี้ยงโคนมของเขาก็จะมีการปลูกหญ้า ปลูกหญ้า เพื่อปรับหน้าดินแล้วก็ถ้าทำให้ดินดินที่เขาเคยปลูกมันสำปะหลังที่ว่ามันเคยแย่น่ะ ให้มันดีขึ้นแล้วทีนี้ โคนมของเขาอ่ะแต่ละตัวจะมีมูลออกมา อาจจะมีมวลนะครับมูลโคขุนแต่ละตัววันละ 18 กิโลกรัม แล้วทีนี้ โคตรงนี้ ทำเป็น ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยอินทรีย์เนี่ยสามารถใช้กับนากับไร่อ้อยกับนาข้าวกับสวนผักอะไรต่างๆ ได้สำเร็จเลยเป็นเพราะว่า เขามีความ ขยันมุ่งมั่นมานะอดทน กับสิ่งที่เขาทำแม่ค้าเป็นการ สรุป ความสั้นๆออกมาด้วยความที่เราเข้าใจนะที่เราเข้าใจในเรื่องที่เราอ่าน เป็นการสรุปว่าใครทำอะไรที่ไหนอย่างไรเมื่อไรเหมือนกับสิ่งที่คุณครูเคยสอนนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องการอ่านจับใจความสำคัญนั่นแหละค่ะ ก็คือนักเรียนเข้าใจแต่ว่าตรงนี้เป็นการเขียน การนำออกมาเขียนเพื่อให้ สื่อสารความเข้าใจออกมาเป็นการเขียนย่อความ แล้วคุณครูจะหาเรื่องให้นักเรียน ดูอีกเรื่องนึงนะครับเดี๋ยวคุณครูจะให้ใบงานนักเรียน นักเรียนนักเรียนดูดีๆนะเดี๋ยว คุณครูจะอ่านเนื้อเรื่องนี้ให้นักเรียน วางแล้วก็ให้นักเรียนสรุป ใจความสำคัญของเรื่องออกมานะครับ เรื่องเป็นเรื่องสารคดี ภูมิปัญญาไทยนะ พูดอย่างนี้เดี๋ยวคุณคุยกับพี่บายนักเรียนฟังก่อนคุณครูจะให้นักเรียน ฟังในสิ่งที่คุณครูพูดแล้วให้นักเรียนเขียน เขียนสรุป เขียนย่อความว่านักเรียน อ่านนักเรียนฟังแล้วนักเรียนรู้สึกยังไง หานักเรียนดูพี่ลาภนะคะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ มองพลาดนะเดี๋ยวคุณครูคุณครูจะให้ที่ล่ามแปลเป็นภาษามือให้นักเรียนฟังนะเสร็จแล้วนักเรียน ให้นักเรียนเขียนสรุปสั้นๆให้คุณครูว่าเรื่องที่คุณครูอ่านไปนั้นน่ะใครทำอะไรที่ไหนอย่างไร ให้นักเรียน ทำทำงานแรงงานนะครับ โอเคนักเรียนดูพิราบนะ สารคดีเรื่องภูมิปัญญาไทย ภูมิปัญญาไทยคือความรู้ความสามารถ และสติปัญญาในการแก้ไขปัญหา ในการดำรงชีวิต และการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ โดยใช้ความรู้ความสามารถความชำนาญหรือทักษะที่บรรพบุรุษ ของไทย ได้คิดค้นสั่งสม ปรับปรุงสืบทอดต่อๆกันมาจนถึงปัจจุบัน ภูมิปัญญาแบ่งออกได้ 3 ระดับคือ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาธรรมชาติหรือ ภูมิปัญญาไทย และภูมิปัญญาสากลหรือภูมิปัญญาโลก ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นภูมิปัญญาที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรมท้องถิ่นหรือวัฒนธรรมพื้นบ้าน ภูมิปัญญาที่คนในท้องถิ่น ใช้ในการพัฒนาสังคม และการดำรงชีวิตของตนเอง โดยอาศัยการสืบทอดกันมาจากบรรพชนในอดีต ภูมิปัญญาชาติหรือภูมิปัญญาไทย คือรูปแบบ วิธีการ และความชำนาญที่คนในชาติใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการพัฒนาสังคมเศรษฐกิจ และการเมืองร่วมกัน มีการจัดกลุ่มเป็นหมวดหมู่ อย่างเป็นระบบ มีแนวคิดกระบวนการและกิจกรรมตลอด การคิดปรับปรุงและพัฒนาอย่างเป็นกระบวนการ ย่อหน้าสุดท้ายแล้วนะภูมิปัญญาสากล หรือภูมิปัญญาโลก คือภูมิปัญญานานาชาติที่ประเทศต่างๆ ได้จดทะเบียนสงวนสิทธิ์ ไว้ตามกฎหมายนานาชาติ ที่นี้นะครับเรื่องที่คุณครู อ่านให้นักเรียนฟังเนี่ยเป็นสารคดีเกี่ยวกับภูมิปัญญา ให้นักเรียนเขียน ในสิ่งที่นักเรียนเข้าใจ พิราบสื่อสารภาษามือกับนักเรียนเข้าใจให้นักเรียนเขียนลงในกระดาษว่านักเรียนเข้าใจเรื่องอะไรบ้าง คุณครูจะให้นักเรียนเขียนเวลา 15 นาทีนะคะ ให้นักเรียนเขียน ครับผม อ่านถ้านักเรียนเสร็จแล้วนะครับนักเรียนส่งงานที่โต๊ะคุณครูได้เลยสำหรับวันนี้นะครับเดี๋ยวคุณครูก็ จบการสอนเพียงเท่านี้ก่อนนะถึงเวลาพักเที่ยงของนักเรียนแล้วเดี๋ยวนักเรียนลงไปกินข้าวนะครับ ขอขอบคุณพี่นาถนะครับ น้ำสลัดวันนี้ สวัสดีครับ