﻿1
00:00:05,045 --> 00:00:09,045
เราจะต้องมีข้อความ เสียง ภาพนิ่ง

2
00:00:11,305 --> 00:00:15,305
ภาพเคลื่อนไหว ภาพ 2 มิติ 3 มิติ

3
00:00:18,783 --> 00:00:22,783
สอบลง อยากให้ทำงานเยอะ ๆ ก็เลยเพิ่ม

4
00:00:27,841 --> 00:00:31,841
คะแนนทั้งเข้าห้องเรียน มีคะแนนให้

5
00:00:35,134 --> 00:00:38,993
การบ้านแบบฝึกหัด รายงานนี่ ลดน้อยลง

6
00:00:38,993 --> 00:00:42,815
นะ เกรดเหมือนเดิมนะคะ A B+ ไปเรื่อย ๆ ตาม

7
00:00:42,815 --> 00:00:46,815
ปกติของเรานะคะ เรียนปี 2 แล้ว น่าจะเข้าใจระบบเกรดแล้ว

8
00:00:53,496 --> 00:00:55,383
ในวิชานี้ก็จะมีตั้งแต่สื่อดิจิทัล

9
00:00:55,383 --> 00:00:56,037
เป็นอย่างไร การออกแบบสื่อดิจิทัล

10
00:00:56,037 --> 00:01:00,037
เราต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง นะคะ การออกแบบตัวอักษร

11
00:01:02,226 --> 00:01:06,226
กราฟิก หรือออกแบบกราฟิกต่าง ๆ จะต้องทำอย่างไร

12
00:01:08,983 --> 00:01:10,561
โลโก้เหมือนเวลาใครมีร้านขายของ

13
00:01:10,561 --> 00:01:14,561
เหมือนโลโก้แป๊บซี่ โลโกโค้ก โลโก้

14
00:01:14,710 --> 00:01:15,409
โรบินสัน เขาออกแบบอย่างไร เขาใช้แนวคิดอย่างไร

15
00:01:15,409 --> 00:01:19,409
นะคะ บางคนนีี่ หารายได้พิเศษ ทำโลโก้ได้

16
00:01:26,656 --> 00:01:26,751
นะคะ มีการออกแบบตัวการ์ตูน 2 มิติ 3 มิติ

17
00:01:26,751 --> 00:01:30,277
หรือการออกแบบ อาจจะไม่ใช่ตัวการ์ตูนก็ได้ค่ะ

18
00:01:30,277 --> 00:01:32,497
เป็นสิ่งของหรือวัตถุใด ๆ ก็ตามนะ มีการสร้าง

19
00:01:32,497 --> 00:01:36,497
แอนิเมชัน อาจจะมีการออกแบบสื่อดิจิทัลต่าง ๆ

20
00:01:41,607 --> 00:01:42,918
บางอย่างที่อาจจะไม่ใช่ E-book หรือโปสเตอร์นำเสนอ

21
00:01:42,918 --> 00:01:46,583
โฆษณาต่าง ๆ นะคะ มีการตัดต่อวิดีโอ

22
00:01:46,583 --> 00:01:50,583
ใส่ซับไตเติล เหมือนเวลาไ

23
00:01:58,666 --> 00:01:58,987
เขาทำอย่างไรนะคะ รวมถึงการสร้างโมชัน

24
00:01:58,987 --> 00:02:02,987
กราฟิกภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ มีวิธีการทำอย่างไรบ้าง

25
00:02:03,124 --> 00:02:06,723
นะคะ ก็วิชานี้ก็จะเป็นประมาณนี้นะคะ

26
00:02:06,723 --> 00:02:10,723
เดี๋ยววันนี้ เดี๋ยวเรา

27
00:02:16,408 --> 00:02:20,408
เริ่มบทแรกเลยนะคะ บทแรกเลยมันก็จะไม่ยาก มันจะเป็นการแนะนำว่าสื่อดิจิทัลที่เราจะเรียน

28
00:02:22,344 --> 00:02:24,895
นี่ มันคืออะไรนะคะ ไอ้คำว่า

29
00:02:24,895 --> 00:02:28,895
"ดิจิทัล" นี่มันเป็นภาษาลาติน เป็นภาษาทางยุโรป

30
00:02:29,610 --> 00:02:33,610
นะคะ แปลว่า "นิ้ว" แปลว่านิ้วมือ

31
00:02:35,599 --> 00:02:36,714
คือ สิ่งที่เกิดขึ้นจากการใช้นิ้วมือเราสร้างขึ้นมา

32
00:02:36,714 --> 00:02:40,714
นะ ซึ่งคำว่า "ดิจิทัล" นี่ มันนิยมใช้

33
00:02:44,340 --> 00:02:48,340
มากที่สุดทั้งระบบการคำนวณ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ

34
00:02:48,887 --> 00:02:52,595
นะคะ รวมถึงการแปลงข้อมูลนะคะ อย่างเช่น ตัวหนังสือที่เรามีนี่ เหมือนที่เราเเรียน

35
00:02:52,595 --> 00:02:56,595
วิชาคณิตศาสตร์ที่อาจารย์เคยสอนไป ทุกอย่างที่เป็นตัวอักษ

36
00:03:02,687 --> 00:03:05,678
เป็นตัวเลขนะคะ เสียงก็แปลงเป็นตัวเลข ภาพ ภาพเคลื่อนไหวก็จะถูกแปลงเป็นตัวเลข

37
00:03:05,678 --> 00:03:07,426
เพื่อเก็บเข้าในคอมพิวเตอร์ได้นะคะ ตัวเลขก็มีแค่

38
00:03:07,426 --> 00:03:10,723
2 ตัว 0 กับ 1 นะ

39
00:03:10,723 --> 00:03:14,723
โดยไอ้ตัวสื่อดิจิทัล

40
00:03:17,072 --> 00:03:20,217
นี่ มันเป็นนวัตกรรมที่สร้างขึ้นมาแทนกับ

41
00:03:20,217 --> 00:03:24,217
สื่อเดิมนะคะ โดยที่เมื่อก่อนนี้เราจะโฆษณาอะไร

42
00:03:25,220 --> 00:03:29,220
สักอย่างนี่ เราต้องโฆษณาผ่านทีวี หรือว่าหนัง

43
00:03:33,469 --> 00:03:37,469
ราคามันก็แพง พอเราทำสื่อดิจิทัลเองได้นี่ พวกโปสเตอร์ต่าง ๆ ที่เราติดประชาสัมพันธ์อะไรพวกนี้

44
00:03:39,368 --> 00:03:43,368
มันก็จะราคาถูกลง แล้วก็คุณภาพ ไฟล์รูปภาพก็ยังชัดเจนเหมือนเดิมนะคะ

45
00:03:45,670 --> 00:03:47,841
ใครก็สามารถพัฒนาสื่อดิจิทัลได้นะคะ

46
00:03:47,841 --> 00:03:51,841
ซึ่งตรงกันข้ามกันกับสื่อ Analog แบบเดิม

47
00:03:56,206 --> 00:04:00,206
จะต้องประชาสัมพันธ์ผ่านหนังสือพิมพ์เท่านั้น อ่านออนไลน์ก็ไม่ได้นะคะ เวลาจะค้นข้อมูลทีหนึ่ง

48
00:04:06,709 --> 00:04:10,709
ต้องเปิดหนังสือเป็นเล่ม ๆ เยอะ ๆ นี่กว่าจะหาข้อมูลเจอ มันเป็นข้อมูลที่อยู่บนคอมพิวเตอร์นี่ เราสามารถค้นหาได้

49
00:04:13,489 --> 00:04:17,489
รวดเร็วขึ้นนะคะ ซึ่งปัจจุบันในการสร้างสื่อดิจิทัลนี่ ก็จะใช้โปรแกรม

50
00:04:22,713 --> 00:04:25,495
นะคะ ที่ติดตั้งอยู่บนคอมพิวเตอร์เรานี่ล่ะ โดยมีการเปลี่ยนแปลงขข้อมูลที่ได้มาเป็น

51
00:04:25,495 --> 00:04:27,173
0 กับ 1 นะคะ เหมือนที่อาจารย์เคยแจ้งไว้

52
00:04:27,173 --> 00:04:31,173
แล้วก็... ขึ้นไหม

53
00:04:33,907 --> 00:04:37,907
สไลด์ไม่ขึ้นแล้ว ไม่เป็นไร พูดต่อ

54
00:04:38,198 --> 00:04:42,198
ให้นักศึกษา นักศึกษาดูจาก

55
00:04:44,137 --> 00:04:48,137
สไลด์ในกลุ่ม Facebook ก็ได้นะ เข้าหรือยัง

56
00:04:54,365 --> 00:04:55,597
น่าจะเข้าแล้ว เดี๋ยวอาจารย์ดูแจ้งเตือนก่อน

57
00:04:55,597 --> 00:04:57,154
ยังไม่มีใครเข้าเลยหรือเปล่า

58
00:04:57,154 --> 00:05:01,154
เข้าแล้วใช่ไหม

59
00:05:03,700 --> 00:05:07,700
คนน้อยแท้ล่ะ

60
00:05:08,038 --> 00:05:12,038

61
00:05:14,162 --> 00:05:17,578
ไหนดูสิ

62
00:05:17,578 --> 00:05:21,578
เปิด ๆ

63
00:05:22,504 --> 00:05:26,504
เขาต้องใช้ Anydesk

64
00:05:27,899 --> 00:05:31,899
ด้วยหรือเปล่า ทำไม Anydesk มันขึ้น

65
00:05:32,258 --> 00:05:36,258
อุ๋ยบอกน้องเปิดสไลด์ในเฟซบุ๊กดูก็ได้

66
00:05:44,355 --> 00:05:48,355
รอ เอ๊ะ ทำไมคนมันยังดู

67
00:05:51,453 --> 00:05:55,453
น้อย ๆ

68
00:05:56,193 --> 00:06:00,193
ไม่เป็นไร

69
00:06:07,234 --> 00:06:11,234
เดี๋ยวสไลด์ไม่ขึ้น...

70
00:06:34,765 --> 00:06:38,765
กดอนุญาต AnyDesk

71
00:06:46,772 --> 00:06:50,772
Accept Accept

72
00:09:04,933 --> 00:09:08,933
โอเคค่ะ ล่าม

73
00:09:09,049 --> 00:09:13,049
ได้ยินนะคะ ล่าม

74
00:09:15,231 --> 00:09:19,231
ยังนิ่งอยู่

75
00:09:30,862 --> 00:09:34,862
ล่ามได้ยินไหมคะ ไม่ได้ยิน

76
00:10:18,893 --> 00:10:20,242
ล่ามได้ยินไหมคะ

77
00:10:20,242 --> 00:10:24,242
อย่างนั้น เดี๋ยวเริ่มต่อเลยนะ โดย

78
00:10:26,346 --> 00:10:29,455
การแสดงข้อมูลนะคะ ไอ้พวกสื่อดิจิทัลนี่

79
00:10:29,455 --> 00:10:33,455
คอมพิวเตอร์ เราใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลักอยู่แล้ว มันจะ

80
00:10:34,757 --> 00:10:36,994
แปลงข้อมูลที่ได้ทั้งภาพ เสียง ตัวอักษรนี่ เป็นเลขฐาน 2

81
00:10:36,994 --> 00:10:40,314
นะคะ พวกสื่อพวกนี้นี่ มันจะ

82
00:10:40,314 --> 00:10:42,511
สามารถอ้างอิงแล้วก็แจกจ่ายผ่านเครื่องที่

83
00:10:42,511 --> 00:10:46,511
สามารถประมวลผลข้อมูลดิจิทัลได้นะคะ

84
00:10:47,140 --> 00:10:51,140
ส่วนมากนี่ สื่อดิจิทัลนี่มันจะทำประโยชน์ให้เราเยอะมาก

85
00:10:54,347 --> 00:10:58,347
มากกว่าแบบที่เป็นอนาล็อกแบบเดิม ที่เป็นบนกระดาษ

86
00:11:02,259 --> 00:11:04,269
เท่านั้นนะคะ ซึ่งสื่อดิจิทัลในปัจจุบันนี่ ซึ่งอย่างที่ทราบ

87
00:11:04,269 --> 00:11:04,587
นะคะ มันสามารถเผยแพร่ผ่านทาง

88
00:11:04,587 --> 00:11:08,587
โทรศัพท์มือถือก็ได้ คอมพิวเตอร์ก็ได้ เผยแพร่ทาง

89
00:11:10,761 --> 00:11:14,761
เสียงก็ได้ วิิดีโอก็ได้นะคะ ทั้งแอปพลิเคชัน

90
00:11:18,470 --> 00:11:21,619
ต่าง ๆ ก็สามารถเข้าถึงสื่อดิจิทัลได้เหมือนกัน หรือแม้กระทั่งการอ่านหนังสือพิมพ์ เมื่อก่อน

91
00:11:21,619 --> 00:11:25,619
เราจะต้องอ่านโดยการจับกระดาษใช่ไหมคะ เดี๋ยวนี้มันสามารถอ่านบนโทรศัพท์

92
00:11:29,389 --> 00:11:31,761
หรือบนคอมพิวเตอร์ได้อยู่แล้วนะคะ ซึ่ง

93
00:11:31,761 --> 00:11:35,761
ในอดีตประเภทที่ถื่อว่าเป็นสื่อดิจิทัลที่ล้ำยุค

94
00:11:36,811 --> 00:11:40,811
เมื่อก่อนนะคะ เดี๋ยวขออนุญาตสักครู่นะคะ

95
00:12:04,118 --> 00:12:06,275
โอเคค่ะ ในอดีต

96
00:12:06,275 --> 00:12:10,275
สิ่งที่ถือว่าเป็นสื่อดิจิทัลอย่างแรกนะคะ

97
00:12:13,107 --> 00:12:17,107
จะมีอยู่ 4 ชนิดนะคะ ที่เมื่อก่อนก็ถือว่าล้ำสมัยมากแล้ว

98
00:12:21,980 --> 00:12:22,025
นะคะ อันแรก เป็น CD สำหรับการ

99
00:12:22,025 --> 00:12:26,025
ฝึกสอนหรือฝึนฝนนะคะ ลักษณะ

100
00:12:26,115 --> 00:12:30,115
ของสื่อดิจิทัลแบบนี้นี่มันจะเป็น CD

101
00:12:30,858 --> 00:12:34,858
สอนในการใช้โปรแกรม เช่น เมื่อก่อน

102
00:12:37,444 --> 00:12:40,256
การจะเรียนหรืออบรมใด ๆ ก็ตามนี่ เขาไม่มีคอร์ส

103
00:12:40,256 --> 00:12:41,701
อบรม เขาจะให้ CD มาแผ่นหนึ่ง มาเปิดดู

104
00:12:41,701 --> 00:12:44,965
วิธีการใช้งาน CD ในแผ่นนั้น ๆ

105
00:12:44,965 --> 00:12:48,965
ว่าเทคนิกต่าง ๆ เขาจะทำอย่างไร ไม่มีวิทยากร

106
00:12:54,362 --> 00:12:58,362
มาอบรมหรือเราสามารถดูผ่าน Youtube ได้ เมื่อก่อน CD

107
00:12:58,700 --> 00:12:59,643
เทรนนิ่ง หรือ CD ที่ใช้ในการฝึกสอนเรานี่ มันจะครอบคลุมถึงการสอนเรื่องต่าง ๆ

108
00:12:59,643 --> 00:13:03,643
อาจะเป็นทั้งการสาธิตโปรแกรม การใช้งาน

109
00:13:09,162 --> 00:13:11,331
หรือการแนะนำสินค้าก็ได้ ซึ่งการแนะนำสินค้าเราจะเรียก

110
00:13:11,331 --> 00:13:14,141
อีกอย่างหนึ่งว่า เป็น CD Presentation

111
00:13:14,141 --> 00:13:15,689
ก็เป็นการสร้างสื่อที่นำเสนอข้อมูลต่าง ๆ

112
00:13:15,689 --> 00:13:19,689
เช่น นำเสนอข้อมูลในที่ประชุม นำเสนอบริษัท

113
00:13:26,236 --> 00:13:26,574
นำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์นะคะ หรืออาจจะเป็น

114
00:13:26,574 --> 00:13:29,996
ข้อมูลบริษัทในลักษณะที่บอกว่า

115
00:13:29,996 --> 00:13:32,421
ใครเป็นผู้บริหาร ลักษณะ

116
00:13:32,421 --> 00:13:36,421
องค์กรเป็นอย่างไร เมื่อก่อนเขาจะแจก CD ให้เลยค่ะ

117
00:13:42,982 --> 00:13:46,580
เอา CD ไปดูนะคะ รวมถึง VCD DVD ยุคก่อนหน้านี้นะคะ เวลาเราจะดูข้อมูลใด ๆ

118
00:13:46,580 --> 00:13:50,580
ก็ตาม ดูหนัง ฟังเพลงนะคะ เราก็จะ

119
00:13:54,906 --> 00:13:58,906
ดูในสื่อดิจิทัลในลักษณะที่เป็นลักษณะ CD DVD

120
00:13:58,982 --> 00:13:59,079
นะคะ ก็คือเป็นการที่เอาคลิป

121
00:13:59,079 --> 00:14:03,079
หนังหลาย ๆ ส่วนมาต่อกันจนเป็นหนัง

122
00:14:05,949 --> 00:14:09,949
1 เรื่อง ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะคะ หนัง CD เรื่องหนึ่ง

123
00:14:14,991 --> 00:14:18,447
เราสามารถเลือกตอนดูได้ เราจะเลือกดูช่วงไหน เขาจะแยกเป็นตอน ๆ ไป ไม่เหมือนปัจจุบัน

124
00:14:18,447 --> 00:14:21,829
ดูออนไลน์ อยากดูในช่วงนาทีไหนก็ได้ วินาทีไหนก็ได้

125
00:14:21,829 --> 00:14:25,829
อยากหยุดตรงไหนก็ได้ ซึ่ง CD ก็จะมีข้อจำกัด ถ้า

126
00:14:30,998 --> 00:14:34,998
ทำแผ่นเป็นรอยเราก็ดูไม่ได้นะคะ กับสื่อดิจิทัลอีกประเภทหนึ่งก็คือ E-book กับ

127
00:14:38,153 --> 00:14:40,395
E-Document นะคะ จะเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์

128
00:14:40,395 --> 00:14:44,395
นะคะ ก็จะเป็นการแปลงไฟล์เอกสารต่าง ๆ ให้เป็น

129
00:14:44,707 --> 00:14:47,811
หน้าเว็บไซต์ เว็บเพจ หรือเป็นไฟล์ PDF นะคะ

130
00:14:47,811 --> 00:14:51,811
ซึ่งเมื่อก่อนนี่ มันก็จะมีโปรแกรมสำหรับการสร้าง E-Book โดยเฉพาะ ปัจจุบัน

131
00:14:56,328 --> 00:15:00,328
ก็มีแต่ว่า ไม่ค่อยเป็นที่นิยมแล้วนะคะ

132
00:15:00,481 --> 00:15:02,763
มันก็จะมีโปรแกรมสำเร็จรูปที่ง่าย ๆ เกิดขึ้นมาก

133
00:15:02,763 --> 00:15:05,944
แต่สื่อดิจิทัลในปัจจุบัน เราจะแบ่งเป็น

134
00:15:05,944 --> 00:15:06,052
3 ประเภทนะคะ ส่วนมาก

135
00:15:06,052 --> 00:15:10,052
ทำไมถึงแบ่งอย่างนี้ เพราะเจ้าของธุรกิจ

136
00:15:16,378 --> 00:15:20,378
ทุกวันนี้นี่เขาจะกังวลใจว่าลูกค้าใหม่ ๆ เขาจะได้มาจากอะไร การตัดสินใจเลือกสื่อ

137
00:15:20,632 --> 00:15:24,632
นะคะ มันก็เลยช่วยสร้างการรับรู้แล้วก็การดึงดูด

138
00:15:27,262 --> 00:15:31,262
ลูกค้า ภายใต้งบประมาณที่มีจำกัด สมมติว่า

139
00:15:32,849 --> 00:15:33,935
จ้างแต่โฆษณาทีวีนี่มันแพงมาก เขาจะใช้สื่ออะไรบ้าง ทำให้เขา

140
00:15:33,935 --> 00:15:37,935
ใช้งบประมาณลงทุนน้อยลงนะคะ มันก็จะมีอยู่ 3 ประเภท

141
00:15:40,780 --> 00:15:44,780
นะคะ 3 ประเภทหลัก ๆ เพราะฉะนั้น ในปัจจุบันนี่

142
00:15:49,067 --> 00:15:53,067
ถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจเขาก็จะพยายามเข้าใจและก็มองเห็นประโยชน์

143
00:15:53,105 --> 00:15:54,698
ของสื่อดิจิทัลแต่ละประเภทนะคะ ถ้าเรา

144
00:15:54,698 --> 00:15:58,698
จัดเป้าหมายของการที่เราจะสื่อสารได้ชัดเจน

145
00:16:04,673 --> 00:16:08,673
นะคะ ว่าเราต้องการจะสื่อสารกับใคร ใครเป็นกลุ่มเป้าหมายของ

146
00:16:09,445 --> 00:16:13,445
เราก็จะสามารถเลือกสื่อได้ถูกต้อง จัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพนะคะ

147
00:16:13,743 --> 00:16:17,743
สามารถวางแผนในการสื่อสารภาพลักษณ์ในการตลาด

148
00:16:21,595 --> 00:16:25,595
ในยุคปัจจุบันได้ง่ายขึ้นนะคะ โดยสื่อดิจิทัลนี่ โดยในปัจจุบันเราจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท แบบเสียเงิน

149
00:16:29,483 --> 00:16:29,662
แบบหาเงิน แล้วก็แบบที่เราเป็นจำของด้วยตัวเอง

150
00:16:29,662 --> 00:16:33,662
นะคะ เป็นแบบ

151
00:16:39,044 --> 00:16:42,950
... ประเภทสื่อแต่ละสื่อนี่มันก็จะแยกตามลักษณะการได้มา

152
00:16:42,950 --> 00:16:44,850
การผลิตสื่อ ซึ่งแต่ละสื่อนี่ ก็จะมีจุดเด่น

153
00:16:44,850 --> 00:16:48,850
จุดด้อยแตกต่างกันไป อย่างแรก สื่อที่แบรนด์เป็นเจ้าของ

154
00:16:52,977 --> 00:16:56,977
นะคะ ก็คือสื่อที่หน่วยงานทางธุรกิจนี่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เผยแพร่เนื้อหาข้อมูล

155
00:17:01,841 --> 00:17:04,087
ของตัวเอง โดยที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย

156
00:17:04,087 --> 00:17:08,087
ในการเผยแพร่เนื้อหา เช่น เขาก็

157
00:17:11,055 --> 00:17:11,201
จะเผยแผ่เนื้อหาลงไปในเว็บไซต์ของเขานะคะ หรือบัญชีโซเชียลมีเดียของตัวเขาเองนะคะ รวมถึง

158
00:17:11,201 --> 00:17:15,201
ถ้าเป็นสิ่งพิมพ์ก็จะเป็นสิ่งพิมพ์ดิจิทัลที่จะเผยแพร่

159
00:17:19,296 --> 00:17:23,296
บนเว็บไซต์ หรือว่าโซเซียลมีเดีย เขานั่นล่ะ

160
00:17:27,064 --> 00:17:29,962
รวมถึงการส่งอีเมลไปหาลูกค้าโดยตรงนะคะ โดยลักษณะที่สื่อที่ แบรนด์เป็นเจ้าของตัวเเอง

161
00:17:29,962 --> 00:17:33,671
นะคะ มันก็จะเหมือนเป็นสินทรัพย์ทางการตลาด

162
00:17:33,671 --> 00:17:37,671
ที่สามารถควบคุมไปได้ตั้งแต่ข้อความ

163
00:17:38,632 --> 00:17:41,366
รูปลักษณ์ สีสัน รูปแบบของเนื้อหา

164
00:17:41,366 --> 00:17:45,366
ความถี่ หรือความบ่อยในการอัปเดตข้อมูล

165
00:17:48,244 --> 00:17:48,873
วิธีการเผยแพร่ การประชาสัมพันธ์ เขาสามารถควบคุมได้

166
00:17:48,873 --> 00:17:52,873
นะคะ โดยที่การที่

167
00:17:59,075 --> 00:18:02,907
เราเป็นเจ้าของสื่อเองนี่ มันจะมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารกับสมาชิกหรือลูกค้าประจำ

168
00:18:02,907 --> 00:18:06,464
กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจะขายสินค้าให้เขานะคะ

169
00:18:06,464 --> 00:18:10,464
หรือคนที่ต้องการจะสื่อสารข้อมูลกับเรา โดยที่

170
00:18:13,646 --> 00:18:17,064
ถ้าเราเป็นเจ้าของข้อมูลเองนี่ เราอาจจะมี

171
00:18:17,064 --> 00:18:19,923
คู่มือการใช้งานที่มันอัปเดตใหม่บ่อย ๆ ตามที่เราต้อ

172
00:18:19,923 --> 00:18:21,846
งการหรือการแก้ไขปัญหาที่สำคัญ เราก็จะสามารถสื่อสารกับ

173
00:18:21,846 --> 00:18:25,846
กลุ่มบุคคลที่เราต้องการจะสื่อสารได้โดยตรงนะคะ

174
00:18:27,964 --> 00:18:30,352
จุดเด่นของการเป็นเจ้าของสื่อ

175
00:18:30,352 --> 00:18:32,130
เองนะคะ ก็คือเราสามารถปรับแต่งเนื้อหา

176
00:18:32,130 --> 00:18:36,130
ได้ตามที่เราต้องการ สามารถเผยแพร่ได้

177
00:18:36,994 --> 00:18:40,994
ทันทีทุกที่ทุกเวลา ถ้ามันมีข้อผิดพลาด หรือว่าอยาก

178
00:18:47,093 --> 00:18:48,771
แก้ไขเราก็เปลี่ยนกันได้เองนะคะ เป็นสื่อที่ผู้บริโภคสามารถอ้างอิงได้เพราะว่า

179
00:18:48,771 --> 00:18:52,771
ข้อมูลมาจากแหล่งข้อมูล

180
00:18:55,105 --> 00:18:59,105
จริง ของบริษัทจริง ๆ นะคะ ทำให้สามารถ

181
00:19:02,321 --> 00:19:04,761
มีความเชื่อมันแล้วก็สามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรได้

182
00:19:04,761 --> 00:19:08,761
ประหยัดต้นทุนในการสื่อสารได้นะคะ แล้วก็สามารถกระตุ้นยอดขาย เพราะเราสามารถอัปเดต

183
00:19:12,485 --> 00:19:16,485
ข้อมูลบ่อยขนาดไหนก็ได้แล้วแต่เรา สามารถที่ให้ปิดการขาย

184
00:19:17,170 --> 00:19:17,927
ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ข้อเสีย ก็คือ

185
00:19:17,927 --> 00:19:21,927
คนที่ต้องการจะสื่อสารกับเรานี่ อาจจะเป็น

186
00:19:24,426 --> 00:19:24,553
ข้อจำกัด เพราะข้อมูลเราจะเฉพาะเจาะจงที่

187
00:19:24,553 --> 00:19:28,553
หน่วยงานของเราเท่านั้นที่จะเผยแพร่

188
00:19:33,329 --> 00:19:34,066
ไม่ได้มีคนอื่นมาเผยแพร่ข้อมูลให้กับเรา เนื้อหา ถ้าไม่มีแอดมินที่ดี อาจจะ

189
00:19:34,066 --> 00:19:38,066
ถูกละเลย ก็คือไม่มีการปรับปรุงข้อมูล

190
00:19:38,930 --> 00:19:42,930
ให้เป็นปัจจุบันเท่าที่ควรนะคะ ในที่นี้ พอ

191
00:19:50,288 --> 00:19:50,745
มีแอดมิน มันก็ต้องมีงบประมาณเพิ่มเพื่อจ้างพนักงาน

192
00:19:50,745 --> 00:19:54,745
รวมถึงทั้งสร้างข้อมูล ทั้งสร้าง Content ต้องมี

193
00:19:58,462 --> 00:20:02,462
แพลตฟอร์มในการดูแลอีกนะคะ อันนี้คือจุดด้อยของการที่เรามีสื่อเป็นของตัวเอง

194
00:20:02,633 --> 00:20:04,431
ต่อมาเป็นสื่อที่ต้องชำระเงินเพื่อ

195
00:20:04,431 --> 00:20:08,431
เผยแพร่นะคะ สื่อที่ต้องชำระเงินเพื่อเผยแพร่

196
00:20:14,412 --> 00:20:18,412
ก็จะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่ ซื้อเวลา ซื้อตำแหน่ง อย่างเช่น เว็บไซต์เวลา

197
00:20:23,122 --> 00:20:27,122
เว็บไซต์ใด ๆ ก็ตามมันจะมีโฆษณาใช่ไหมคะ แต่ละตำแหน่งมีราคาที่ต้องจ่ายไม่เท่ากันนะคะ โฆษณาบนโซเชียลมีเดีย

198
00:20:29,697 --> 00:20:33,697
ไม่ว่าจะเป็น Instagram Facebo

199
00:20:39,127 --> 00:20:40,829
ok อะไรอีกล่ะ TikTok โฆษณาบน Google

200
00:20:40,829 --> 00:20:44,829
Banner บนเว็บไซต์ ที่อยู่ด้านบน

201
00:20:46,629 --> 00:20:49,986
กะพริบ ๆ ของแต่ละเว็บไซต์นี่ หรือโฆษณาบนหนังสือพิมพ์

202
00:20:49,986 --> 00:20:53,986
การโฆษณาทางวิทยุ โฆษณาทางโทรทัศน์

203
00:20:54,887 --> 00:20:58,887
ผ่านบล็อกเกอร์ ผ่าน Youtuber ผ่าน

204
00:20:59,140 --> 00:21:01,481
อินฟลูเอนเซอร์ใด ๆ ก็ตามเสียเงินนะคะ โดยสื่อแบบชำระเงินนี่มันก็จะใช้เพื่อดึงดูด

205
00:21:01,481 --> 00:21:05,481
ความสนใจ แล้วก็การรับรู้ในวงกว้างนะคะ

206
00:21:07,648 --> 00:21:08,121
สามารถช่วยให้กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจะ

207
00:21:08,121 --> 00:21:12,121
พบเห็นเนื้อหาที่เราต้องการโฆษณา

208
00:21:14,757 --> 00:21:16,498
ได้ทันที ไม่ต้องรอให้คนมาติดตาม ไม่ต้องพิมพ์

209
00:21:16,498 --> 00:21:20,498
ค้นหานะคะ เนื้อหาโฆษณาส่วนใหญ่

210
00:21:26,600 --> 00:21:27,514
มักปรากฏในลักษณะที่แทรกหรือขัดจังหวะ หรือบางคนดูสตอรี

211
00:21:27,514 --> 00:21:31,514
IG ก็จะมีโฆษณาขายสินค้าเข้ามาคั่น

212
00:21:32,116 --> 00:21:33,570
แบบนี้ คือ เขาซื้อโฆษณาที่

213
00:21:33,570 --> 00:21:37,570
Instagram เพื่อให้คุณเห็นสินค้า

214
00:21:43,159 --> 00:21:43,250
ไม่ว่าคุณจะดูคลิปใด ๆ ก็ตาม ดู Youtube

215
00:21:43,250 --> 00:21:44,909
ไม่อยากดูโฆษณาก็จ่ายสตางค์ ใช่ไหม

216
00:21:44,909 --> 00:21:48,909
อันนี้ก็คือการซื้อสื่อ พื้นที่สื่อ

217
00:21:51,658 --> 00:21:55,658
เหมือนกันนะคะ จุดเด่นของสื่อที่เราต้องเสียสตางค์นี่

218
00:21:59,167 --> 00:22:03,167
เสียสตางค์นี่นะคะ ก็จะจัดเป็นสื่อที่ช่วยสร้างการรับรู้การโฆษณา Online ที่

219
00:22:03,309 --> 00:22:07,309
ถึงแม้ว่าจะจ้างอินฟูเอนเซอร์

220
00:22:10,762 --> 00:22:11,943
ก็ยังมีต้นทุนที่ต่ำกว่าทางโทรทัศน์

221
00:22:11,943 --> 00:22:15,943
ธุรกิจขนาดเล็กนี่ก็สามารถสร้างการรับรู้ได้รวดเร็ว

222
00:22:16,490 --> 00:22:18,188
คุ้มค่ากว่าการใช้สื่อแบบดั้งเดิม

223
00:22:18,188 --> 00:22:22,188
นะคะ โดยสื่อที่

224
00:22:23,573 --> 00:22:27,573
เสียสตางค์นี่มันก็จะมีศักยภาพในการนำเสนอ

225
00:22:33,340 --> 00:22:37,340
ข้อมูลได้มากกว่านะคะ มีความหลากหลายทั้งขนาด รูปแบบ ราคาที่เหมาะสมกับ

226
00:22:37,994 --> 00:22:41,994
ธุรกิจ Online นะคะ ใครมีสตางค์เยอะหน่อย

227
00:22:45,822 --> 00:22:46,019
ก็จ้าง Influencer ที่คนติดตามเยอะ ๆ

228
00:22:46,019 --> 00:22:49,023
อย่างนี้ เดี๋ยวนี้คนเลยหาเงินได้ง่ายขึ้น

229
00:22:49,023 --> 00:22:50,713
นะคะ แต่จุดด้อยมัน

230
00:22:50,713 --> 00:22:54,713
ก็มี เพราะมันไม่การันตรีว่า กลุ่มเป้าหมายจะซื้อ

231
00:23:01,839 --> 00:23:02,210
ความคิดของคุณ เพราะมันเป็นการสื่อสารทางเดียว

232
00:23:02,210 --> 00:23:06,210
สมมติคุณต้องจ้าง Influencer

233
00:23:11,100 --> 00:23:15,048
แต่การรีวิวของเขาน่ะมันไม่ได้เรื่อง คุณก็ต้องรับสภาพนะคะ

234
00:23:15,048 --> 00:23:19,048
รวมถึงผู้บริโภคเหมือนอย่างเรา ๆ นี่

235
00:23:19,387 --> 00:23:22,039
เห็นโฆษณาก็ไม่อยากกดดู กดข้าม อันนี้

236
00:23:22,039 --> 00:23:23,637
ก็เป็นความเสี่ยงนะคะ การเผยแพร่

237
00:23:23,637 --> 00:23:27,637
เนื้อหา อาจจะครอบคลุม ทำให้

238
00:23:31,072 --> 00:23:34,606
ข้อมูลมันอาจจะไม่ครอบคลุมเท่าที่ควรนะคะ

239
00:23:34,606 --> 00:23:35,605
อาจจะนำเสนอได้แค่บางส่วนนะคะ

240
00:23:35,605 --> 00:23:39,062
โดยที่ผลสำรวจ

241
00:23:39,062 --> 00:23:43,062
ส่วนใหญ่ ผู้บริโภคนะคะ จะเห็นว่าการโฆษณาเหล่านี้

242
00:23:51,203 --> 00:23:52,006
มันเป็นสิ่งที่น่ารำคาญ เป็นสิ่งรบกวน ถ้าอยากให้มันเผยแพร่โฆษณา

243
00:23:52,006 --> 00:23:56,006
ผ่านสื่อได้ดีกว่านี้ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มเข้าไปอีกนะคะ

244
00:23:57,029 --> 00:24:01,029
ก็เป็นจุดด้อยของการสื่อสารแบบนี้เหมือนกัน

245
00:24:07,206 --> 00:24:11,021
กับสื่อประเภทสุดท้ายเป็นสื่อที่มีคนอื่นสร้างให้นะคะ อาจจะได้มาจากการ

246
00:24:11,021 --> 00:24:15,021
พูดถึง การบอกต่อ แตกต่างจากการที่เป็นเจ้าของสื่อเอง

247
00:24:23,212 --> 00:24:23,286
กับการที่ใช้สื่อแบบจ่ายเงินนะคะ โดยที่ถ้าเราใช้สื่อประเภทนี้นี่

248
00:24:23,286 --> 00:24:27,286
เราจะไม่สามารถควบคุมทิศทาง

249
00:24:28,804 --> 00:24:32,804
เนื้อหาของการสื่อสารได้ เพราะว่า

250
00:24:37,216 --> 00:24:41,216
เนื้อหาจะได้มาจากคนที่ทดลองเนื้อหาและคนที่สนใจข้อมูลโดย

251
00:24:43,227 --> 00:24:47,227
ตรงนะคะ คนที่สนใจข้อมูลโดยตรง ข้อมูลเหล่านี้นี่ก็จะเป็นคนที่ดูว่ามันเกี่ยวข้อง

252
00:24:49,253 --> 00:24:53,253
ไหม ได้ประโยชน์หรือเปล่า ถ้ามันดีเอามาให้ฉันลองใช้ก่อน

253
00:24:54,646 --> 00:24:56,620
แล้วฉันจึงจะรีวิวให้คุณ อันนี้เป็นสื่อที่คนอื่นสร้างให้

254
00:24:56,620 --> 00:24:57,131
ถ้ารีวิวแล้วดี เขาก็จะแชร์เนื้อหา บอกต่อคนอื่น โพสต์ลงบน

255
00:24:57,131 --> 00:25:01,131
โซเซียลมีเดีย ไปพักโรงแรมนี้ ไปพักฟรี

256
00:25:11,231 --> 00:25:11,918
เดี๋ยวเราจะทำสื่อประชาสัมพันธ์ให้นะ ผลต่างตอบแทนจะเป็นอย่างนี้

257
00:25:11,918 --> 00:25:15,918
นะคะ โดยที่คนที่รีวิวให้คุณนี่

258
00:25:17,109 --> 00:25:21,109
กับธุรกิจที่เขา

259
00:25:24,388 --> 00:25:25,373
ผลต่างตอบแทนนี่ อาจจะอยู่ในบทความในหนังสือพิมพ์ก็ได้ เขียนลงใน

260
00:25:25,373 --> 00:25:29,373
บล็อกส่วนตัวก็ได้ หรือโซเชียลมีเดีย

261
00:25:34,071 --> 00:25:38,071
ในส่วนนี้นี่ถ้าเขารีวิวแล้วออกมาดี มันก็จะมีส่วนช่วยให้ธุรกิจของคุณนี่เป็นที่รู้จั

262
00:25:43,239 --> 00:25:46,845
กว่าสินค้าของคุณหรือที่พักของคุณใด ๆ ก็ตามนี่ดีอย่างไรนะคะ รวมถึงอาจจะมีการถูกเชิญเข้าไปร่วมพูดคุยสัมมนา

263
00:25:46,845 --> 00:25:50,845
ว่า พอมันดังขึ้นมานี่ เขาก็เชิญ

264
00:25:57,085 --> 00:26:00,622
คุณไปให้ข้อมูลใด ๆ ก็ได้ โดย

265
00:26:00,622 --> 00:26:01,368
สื่อที่คนอื่นสร้างให้นี่ ตอนนี้

266
00:26:01,368 --> 00:26:03,612
จะเป็นสื่อที่มีค่ากับองค์กร

267
00:26:03,612 --> 00:26:07,612
ของคุณมากที่สุด เหมือนกับว่าเป็นกระจกที่ช่วยสะท้อน

268
00:26:14,814 --> 00:26:18,814
ผลงานของธุรกิจของคุณหรือองค์กรของคุณได้นะคะ เพราะฉะนั้นนี่ ไอ้การที่เป็นสื่อที่คนอื่นสร้างให้นี่

269
00:26:22,257 --> 00:26:26,257
เลยเป็นที่นิยม เหมือนเวลาเราดูใน Facebook นะคะ เขารีวิวที่พัก เขาก็จะแท็กที่พัก

270
00:26:29,430 --> 00:26:32,702
นั้น ๆ ด้วยเขาอาจจะไปพักฟรีแต่แลกกับ

271
00:26:32,702 --> 00:26:34,905
เขียนรีวิวที่พักนั้น ๆ ก็ได้ อันนี้คือ

272
00:26:34,905 --> 00:26:38,905
สื่อดิจิทัลอีกประเภทหนึ่ง ข้อดีของสื่อประเภทนี้

273
00:26:40,144 --> 00:26:44,144
นะคะ ก็จะทำให้ไวรัล ก็คือกระจายไปหาผู้คน

274
00:26:45,181 --> 00:26:49,181
ได้เยอะมากนะคะ ช่วยส่งเสริมให้แบรนด์หรือองค์กรของคุณนี่

275
00:26:50,335 --> 00:26:54,246
มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ค่าใช้จ่าย จ่ายน้อยที่สุดคือสื่อประเภทนี้นะคะ

276
00:26:54,246 --> 00:26:58,246
ทำให้ผู้บริโภค หรือว่าคนที่จะใช้บริการคุณนี่

277
00:27:03,271 --> 00:27:07,271
ถือว่ามีคนรีวิวให้แล้ว แล้วก็พอมันมีคนรีวิวแล้วนี่ ความหน้าเชื่อถือก็จะเกิดขึ้น

278
00:27:09,473 --> 00:27:10,606
คนรีวิวบอกว่าใช้เอง ใช้จริง ไปเที่ยวจริง

279
00:27:10,606 --> 00:27:14,606
จากสถานที่จริงใด ๆ ก็ตาม มาโพสต์

280
00:27:16,756 --> 00:27:20,574
แต่จุดด้อยมันก็มีค่ะ เนื้อหา

281
00:27:20,574 --> 00:27:23,978
ที่กระจายออกไป หรือโพสต์ออกไปนี่ บางทีเราไม่ได้ตรวจสอบ

282
00:27:23,978 --> 00:27:27,071
เราจะควบคุมไม่ได้ เช่น เราคิดว่ามันรีวิว

283
00:27:27,071 --> 00:27:31,071
ดีแล้ว แต่มันมีบางประโยคหนึ่งที่ทำให้เข้าใจผิด

284
00:27:35,280 --> 00:27:39,280
เกี่ยวกับองค์กรของเราได้ก็มีนะคะ บางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ มันจะเป็นไวรัล

285
00:27:42,941 --> 00:27:44,936
ก็คือมันไม่รู้จะส่งผลกระทบกับองค์กรกับธุรกิจเราตอนไหน

286
00:27:44,936 --> 00:27:46,724
ก็ตอบไม่ได้นะคะ แล้วสื่อ

287
00:27:46,724 --> 00:27:50,277
หรือคนที่มารีวิวนี่ มันกระทบกับองค์กรของ

288
00:27:50,277 --> 00:27:54,277
เราขนาดไหนเราก็ตอบไม่ได้นะคะ บางทีอาจจะเป็นนักรีวิวหน้าใหม่มาขอรีวิว

289
00:27:57,655 --> 00:28:01,655
เราก็ไม่รู้ว่า สิ่งที่เราลงทุนไป เมื่อไหร่จะ

290
00:28:06,318 --> 00:28:10,318
ได้รับผลตอบรับที่ดีนะคะ ก็เป็นข้อด้อยของสื่อประเภทนี้นะคะ และการที่เราจะสร้างสื่อดิจิทัล

291
00:28:12,679 --> 00:28:16,679
ขึ้นมาได้นี่ มันก็จะเป็นองค์ประกอบหลักพื้นฐานอยู่ 5 ชนิ

292
00:28:23,297 --> 00:28:26,881
ดทั้งสื่อดิจิทัลและก็ของสื่อมัลติมีเดียทั่วไป ก็จะเป็นทั้งข้อความ มีเสียง มี

293
00:28:26,881 --> 00:28:26,926
ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอนะคะ

294
00:28:26,926 --> 00:28:30,926
ในส่วนของข้อความนี่ มันก็จะเป็นเนื้อหาของ

295
00:28:38,751 --> 00:28:41,209
เนื้อหาต่าง ๆ ในมัลติมีเดียหรือสื่อดิจิทัลที่เราใช้

296
00:28:41,209 --> 00:28:42,609
ก็จะเป็นทั้งแสดงรายละเอียด เรื่องที่

297
00:28:42,609 --> 00:28:44,278
นำเสนอนะคะ แล้วก็รูปแบบ สีสันของ

298
00:28:44,278 --> 00:28:48,278
ตัวอักษร เราสามารถกำหนดได้ หรืออาจจะเป็นในลักษณะ

299
00:28:54,669 --> 00:28:57,646
ของการมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกัน

300
00:28:57,646 --> 00:29:01,646
ได้ด้วยนะคะ ข้อความก็มีหลายแบบ มีอยู่ 3 แบบนะคะ ข้อความแรก ข้อความที่ได้จาก

301
00:29:01,788 --> 00:29:05,788
การพิมพ์ เราพิมพ์เองนะคะ ใช้ Word

302
00:29:08,645 --> 00:29:11,871
ใช้ Notepad ใช้ Text Editor ใด ๆ ก็ตาม

303
00:29:11,871 --> 00:29:15,871
ข้อความที่ได้จากก็แสกน

304
00:29:17,865 --> 00:29:18,263
อาจจะเป็นภาพหรือเอกสารที่เก่ามากแล้ว หรือเอกสาร

305
00:29:18,263 --> 00:29:22,263
ที่หาต้นฉบับไม่เจอแล้ว ก็แสกน ในแสกนเนอร์

306
00:29:27,316 --> 00:29:31,316
ให้ออกมาเป็นภาพหรือเป็นไฟล์ PDF ก็ได้นะคะ กับข้อมูลที่เป็น Hyper Text ก็

307
00:29:33,538 --> 00:29:37,538
จะเป็นข้อความที่ได้รับความนิยมสูง เพราะอยู่บนเว็บไซต์ได้

308
00:29:38,840 --> 00:29:41,973
ออนไลน์ได้นะคะ สามารถลิงก์ไปกับข้อความ

309
00:29:41,973 --> 00:29:43,218
หรือข้อมูลอื่น ๆ ได้ อันนี้คือข้อความที่นิยมใช้ คือ

310
00:29:43,218 --> 00:29:47,218
ข้อความ Hyper Text

311
00:29:51,250 --> 00:29:54,996
เสียงก็จะอยู่ในรูปแบบสัญญาณดิจิทัล สามารถฟังวนซ้ำได้ เล่นกลับไปกลับมาได้

312
00:29:54,996 --> 00:29:58,996
มันจะใช้โปรแกรมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะกับการออกแบบเสียง

313
00:30:00,323 --> 00:30:02,794
การใช้เสียงจะต้องสอดคล้อง

314
00:30:02,794 --> 00:30:04,424
กับข้อมูลที่ใช้นำเสนอนะคะ มัน

315
00:30:04,424 --> 00:30:08,424
ก็จะทำให้สื่อมัลติมีเดีย หรือสื่อดิจิทัลของเรานี่

316
00:30:13,980 --> 00:30:17,115
เกิดความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นและก็ยังสร้างความน่าสนใจน่าติดตาม

317
00:30:17,115 --> 00:30:21,115
นะคะ เพราะว่าถ้าว่ากันตามตรงเสียงมีอิทธิพลต่อผู้ใช้มากกว่าข้อความหรือ

318
00:30:22,920 --> 00:30:26,920
ภาพนิ่งนะคะ โดยที่บางทีเสียงมันจะเข้า

319
00:30:30,597 --> 00:30:34,428
มาได้จากไมโครโฟน CD DVD วิทยุ

320
00:30:34,428 --> 00:30:38,428
หรือใด ๆ ก็ตาม สามารถเอามาประกอบในสื่อดิจิทัลได้นะคะ ภาพนิ่ง จะเป็นภาพที่มีการเคลื่อนไหว อาจจะเป็นภาพวาด

321
00:30:45,845 --> 00:30:48,827
ภาพถ่าย ภาพลายเส้นก็ได้นะคะ การดูภาพนิ่งก็จะมีอิทธิพลมากกว่าการอ่านทั่วไป

322
00:30:48,827 --> 00:30:52,827
เหมือนถ้าสมมติอาจารย์อยากจะประชาสัมพันธ์

323
00:30:53,217 --> 00:30:57,217
กำหนดการใด ๆ ก็ตาม เอากระดาษให้พวกคุณ 1 แผ่น

324
00:31:02,325 --> 00:31:02,584
มีตัวหนังสือ 20-30 บรรทัด มีรายละเอียดต่าง ๆ

325
00:31:02,584 --> 00:31:06,584
บางคนขี้เกียจอ่าน ถ้าอาจารย์เปลี่ยน

326
00:31:08,164 --> 00:31:12,164
เป็นโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ เป็นภาพ คนจะสนใจมากกว่านะคะ โดย

327
00:31:12,644 --> 00:31:16,644
ข้อความนี่ อาจจะมีข้อจำกัดของ

328
00:31:18,026 --> 00:31:20,195
ภาษาแต่ละภาษาไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นภาพ

329
00:31:20,195 --> 00:31:22,816
มันจะสามารถสื่อได้โดยที่

330
00:31:22,816 --> 00:31:26,816
คุณอาจจะพูดคนละภาษา แต่บางทีดูรูปแล

331
00:31:35,374 --> 00:31:39,374
้วเข้าใจก็มีนะคะ ภาพนิ่ง ส่วนมากจะอยู่บนสื่อต่าง ๆ ในโทรศัพท์ ในหนังสือพิมพ์ วารสาร หรือ

332
00:31:41,067 --> 00:31:41,146
เว็บไซต์ต่าง ๆ

333
00:31:41,146 --> 00:31:45,146
ภาพเคลื่อนไหว อาจจะเป็นภาพราฟิก ที่

334
00:31:51,026 --> 00:31:52,050
เคลื่อนไหวอาจจะแสดงขั้นตอนปรากฏการณ์ต่าง ๆ

335
00:31:52,050 --> 00:31:55,952
เหมือนในรูปนี้ การเคลื่อนที่ของลูกสูบรถยนต์

336
00:31:55,952 --> 00:31:59,140
ถ้ามันไม่ขยับคุณจะรู้ไหมว่าไอ้ลูกสูบรถยนต์นี่

337
00:31:59,140 --> 00:32:00,610
มันทำงานอย่างไรนะคะ ทั้งนี้

338
00:32:00,610 --> 00:32:04,507
การสร้างภาพเคลื่อนไหวนี่ มันก็จะสร้างจินตนาการ

339
00:32:04,507 --> 00:32:08,507
เกิดแรงจูงใจให้กับผู้ชม การผลิตภาพเคลื่อนไหวนี่ เรา

340
00:32:13,141 --> 00:32:13,571
อาจจะต้องใช้โปรแกรมที่มีคุณสมบัติเฉพาะทางนะคะ

341
00:32:13,571 --> 00:32:17,571
ปัญหาอาจจะเกี่ยวข้องกับปัญหาของไฟล์บ้าง

342
00:32:21,881 --> 00:32:24,123
ข้อจำกัดอาจจะมีอาจจะต้องใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลเยอะขึ้น

343
00:32:24,123 --> 00:32:28,123
แต่ถ้าสมมติรูปนี้มันไม่ขยับมันก็จะดูไม่น่าสนใจ บางคนก็จะคิดไม่ออกว่า เอ๊ะ

344
00:32:28,972 --> 00:32:32,972
รถยนต์ เครื่องยนต์มันทำงานอย่างไร

345
00:32:38,925 --> 00:32:39,941
พอไอ้รูปนี้มันเคลื่อนไหว เวลาคนที่เขาเข้ามาดูก็จะเข้าใจแล้วว่าอ๋อมัน

346
00:32:39,941 --> 00:32:43,941
เคลื่อนไหวแบบนี้นะคะ อันนี้ก็เป็นประโยชน์ของภาพเคลื่อนไหว

347
00:32:46,532 --> 00:32:50,532
วิดีโอ ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญของมัลติ

348
00:32:55,402 --> 00:32:56,875
หรือว่าสื่อดิจิทัลนะคะ เนื่องจากวิดีโอนี่สามารถนำเสนอได้ทั้งภาพ ข้อมูล ได้ทั้งเสียง

349
00:32:56,875 --> 00:33:00,875
ก็จะให้องค์ประกอบนำเสนอที่ค่อนข้างครบถ้วน

350
00:33:03,443 --> 00:33:07,125
สมบูรณ์ ในวิชานี้ก็อาจจะได้

351
00:33:07,125 --> 00:33:11,125
ตัดต่อวิดีโอ นักศึกษาบางคนอาจจะบอกว่าฉันตัดต่อ

352
00:33:13,316 --> 00:33:14,051
บนโทรศัพท์ฉันก็เคยทำ ถ้าเป็นไฟล์

353
00:33:14,051 --> 00:33:18,051
วิดีโอที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ เช่น การตัดต่อภาพยนต์นี่ โทรศัพท์

354
00:33:19,598 --> 00:33:23,598
มันทำได้ อาจจะเป็นข้อจำกัด วิชานี้อาจจะเป็น

355
00:33:25,580 --> 00:33:27,332
ให้ใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอเฉพาะทางด้วยนะคะ

356
00:33:27,332 --> 00:33:28,053
ก็ไม่ยากเอาเบื้องต้น

357
00:33:28,053 --> 00:33:32,053
นะคะ แต่ก็จะให้ทดลองใช้โปรแกรมกัน อย่างน้อยก็ผ่านหู

358
00:33:34,877 --> 00:33:38,877
ผ่านตานะคะ แต่ข้อจำกัดของวิดีโอก็มีเหมือนกัน เพราะว่ามันค่อนข้างสิ้นเปลืองทรัพยากร

359
00:33:46,135 --> 00:33:47,060
นะคะ เนื่องจากวิดีโอนี่ จะเป็น

360
00:33:47,060 --> 00:33:51,060
การนำเสนอด้วยเวลาที่เกิดขึ้นจริง หรือ Real Time นะคะ

361
00:33:53,592 --> 00:33:57,592
ใน 1 วินาที ภาพที่ต้องเกิดขึ้นในวิดีโอ

362
00:33:59,424 --> 00:34:03,424
จะต้องเกิดขึ้นอย่างน้อย 30 ภาพต่อวินาที เรากระพริบตา

363
00:34:03,430 --> 00:34:03,834
ไม่เห็นโดยการประมวลผลนี่มันจะต้องมีการบีบอัดสัญญาณ

364
00:34:03,834 --> 00:34:07,834
ใน 1 นาที ในวิดีโอ ถ้าคุณภาพสูง

365
00:34:14,946 --> 00:34:18,726
การเก็บข้อมูลพื้นที่อาจจะอย่างน้อย 100 เมกะไบต์

366
00:34:18,726 --> 00:34:21,780
นะคะ ซึ่งถ้าหนัง 1 เรื่อง 2 ชั่วโมง 3 ชั่วโมง

367
00:34:21,780 --> 00:34:25,780
พื้นที่การเก็บข้อความก็จะมหาศาลมากขึ้น เพิ่มขึ้น เพิ่ม

368
00:34:31,441 --> 00:34:33,583
ขึ้น วิดีโอก็จะมีข้อจำกัดอยู่บ้างแต่ก็จำเป็นในการนำเสนอข้อมูลในปัจจุบันเช่นเดียวกัน

369
00:34:33,583 --> 00:34:36,450
นะคะ เราจะเริ่มต้น

370
00:34:36,450 --> 00:34:40,304
จากไฟล์กราฟิกก่อนนะคะ

371
00:34:40,304 --> 00:34:44,304
ในอาทิตย์แรก ไอ้ไฟล์กราฟิกนี่ที่ใช้ในสื่อ

372
00:34:47,935 --> 00:34:51,935
ดิจิทัลจะมีอยู่ 2 ประเภทจะเป็น

373
00:34:54,096 --> 00:34:56,688
Raster Based กับ Vector Based

374
00:34:56,688 --> 00:35:00,688
ดูง่าย ๆ มันจุดเป็นจุด ๆ ๆ มันจะดูง่าย

375
00:35:03,457 --> 00:35:07,232
ซูมออกมามันจะเป็นจุดให้เห็น แต่ถ้าเป็น Vector

376
00:35:07,232 --> 00:35:08,273
มันจะเป็นเส้นมันจะเป็นที่สามารถขยาย

377
00:35:08,273 --> 00:35:12,273
ย่อรูปภาพ ได้อย่าง เขาเรียกว่าอะไรล่ะ สมูตหร

378
00:35:17,948 --> 00:35:20,898
ือเรียบง่ายมากขึ้นนะคะ จะไม่ค่อยเห็นความแตกต่างเท่าไร แบบแรก แบบ Raster based

379
00:35:20,898 --> 00:35:24,898
หรือถ้าเรียกกันทั่วไปก็จะเป็น Bitmap

380
00:35:25,925 --> 00:35:29,925
มันจะเป็นการที่เอาจุดสีเล็ก ๆ มารวมกัน

381
00:35:32,523 --> 00:35:32,725
มารวมกันให้เกิดภาพ โดยภาพ 1 ภาพ

382
00:35:32,725 --> 00:35:36,725
มันจะมีขนาดกว้างยาว เป็น X pixel Y pixel

383
00:35:42,198 --> 00:35:42,693
ความลึกจะเป็น z pixel มีความกว้าง ยาว

384
00:35:42,693 --> 00:35:46,693
ลึกนะคะ ซึ่งค่า z นี่

385
00:35:47,113 --> 00:35:51,113
มันคือค่าความลึกของสี นี่ค่ะ นี่คือตัวอย่างภาพ

386
00:35:54,776 --> 00:35:58,776
ภาพ bitmap เวลาเราเห็นก็คือ ทำไมรูปภาพมันแตก มันจะเป็น

387
00:35:58,886 --> 00:36:02,886
จุด ๆ ๆ ๆ ใช่ไหม อย่างรูปเล็ก ๆ นี่ เวลาเราซูมเข้าไปอีกนี่

388
00:36:07,483 --> 00:36:10,952
เข้าไปอีกนี่ ภาพมันจะเป็นจุด ก็คือภาพมันแตก เวลาเราเรียกว่าภาษาทั่วไป เราเรียกภาพมันแตก

389
00:36:10,952 --> 00:36:14,300
โดย bitmap มันจะเกิดขึ้นจากจุดสีต่าง ๆ

390
00:36:14,300 --> 00:36:18,300
ที่มีจำนวนตายตัว มาสร้างเป็นภาพ ที่มีความละเอียด

391
00:36:22,123 --> 00:36:26,123
ของภาพแตกต่างกันไป ถ้าเราขยายภาพ Bitmap นี่ จะ

392
00:36:26,558 --> 00:36:29,100
ได้ว่ามันจะเป็นตารางเล็ก ๆ ก็คือแต่ละ Bit นะคะ โดยที่

393
00:36:29,100 --> 00:36:33,100
ค่า pixel นี่ ของ Bit

394
00:36:39,493 --> 00:36:43,385
map ข้อจำกัดในการขยายภาพ รูปเล็ก ๆ โอเคมันจะชัด แต่พอ... Pixel มันไม่สามารถเพิ่มได้

395
00:36:43,385 --> 00:36:47,385
พอเราขยาย ภาพมันจะแตกนะคะ ซึ่งการเปลี่ยนภาพ เปลี่ยนขนาด

396
00:36:54,058 --> 00:36:57,478
ของภาพ โดยเพิ่มหรือลด Pixel ของภาพลงนี่

397
00:36:57,478 --> 00:37:01,478
ขึ้นนี่ ความละเอียดของภาพมันจะเพิ่มขึ้น มันจะแตก

398
00:37:03,504 --> 00:37:07,504
ขยายใหญ่ขึ้นเท่าไร มันก็จะมีขนาดไฟล์ที่ใหญ่ขึ้น เปลืองเนื้อที่ตามไปด้วยนะคะ เช่นรูปนี้

399
00:37:11,035 --> 00:37:15,035
รูปหมีถ้าเราขยาย ให้ใหญ่ขึ้นเราจะมองเห็นเป็นตารางสี่เหลี่ยมต่อกัน จนมาสร้างออกมา

400
00:37:16,599 --> 00:37:20,599
เป็น 1 ภาพนะคะ ถ้าขยายมาก ๆ มันก็ยิ่งจะเห็นจุดที่ต่อกันเยอะขึ้น มัน

401
00:37:25,778 --> 00:37:26,952
จะไม่สวย เพราะฉะนั้น เวลาเราจะย่อขยายรูปภาพ เราควรจะเลือกไฟล์หรือเลือก

402
00:37:26,952 --> 00:37:30,952
ภาพกราฟิกให้เหมาะสมกับงานเราด้วย

403
00:37:34,423 --> 00:37:38,423
โดยชนิดไฟล์ที่เป็น Raster

404
00:37:42,689 --> 00:37:46,184
หรือขยายออกมาแล้วมันแตกมีอะไรบ้าง นะคะ อันแรกจะเป็น BMP เป็นไฟล์ที่ปัจจุบันได้ค่อยได้นิยมใช้กันแล้ว

405
00:37:46,184 --> 00:37:47,164
แต่ว่า

406
00:37:47,164 --> 00:37:51,164
เป็นไฟล์ค่าตั้งต้น ของการบันทึกภาพ

407
00:37:56,768 --> 00:38:00,768
บนคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่จะเป็นการแสดงบนคอมพิวเตอร์

408
00:38:03,065 --> 00:38:05,478
เป็น Dot ก็คือเป็น

409
00:38:05,478 --> 00:38:09,478
.BMP นะคะ ต่อมาเป็น จุด PCX เมื่อก่อนใช้กับโปรแกรม

410
00:38:14,753 --> 00:38:17,390
Paint brush เมื่อนานมาก ๆ แล้ว

411
00:38:17,390 --> 00:38:18,209
ไม่นิยมใช้แล้วนะคะ อันนี้ก็เอามาให้รู้จักกัน

412
00:38:18,209 --> 00:38:22,209
กับต่อมาเป็นนามสกุล .

413
00:38:25,021 --> 00:38:29,021
TIFF นะคะ จะสร้างขึ้นมากับ

414
00:38:31,118 --> 00:38:32,791
โปรแกรมจากโปรแกรมใช้จัดหน้าหนังสือ เป็น

415
00:38:32,791 --> 00:38:32,807
การทำสื่อสิ่งพิมพ์จะสามารถเก็บรายละเอียด

416
00:38:32,807 --> 00:38:36,573
ข้อมูล รายละเอียดรูปภาพได้ค่อนข้างมาก

417
00:38:36,573 --> 00:38:40,573
ขนาดของไฟล์ก็จะเพิ่มใหญ่เพิ่มตามไปด้วยนะคะ

418
00:38:45,185 --> 00:38:49,185
ไฟล์ Gif หรือไฟล์ G-I-F

419
00:38:50,947 --> 00:38:52,937
นะคะ พูดผิด GIF มันจะเป็นไฟล์ที่

420
00:38:52,937 --> 00:38:54,223
เหมาะกับการเก็บรูปภาพขนาดเล็ก ใช้จำนวนสีน้อย

421
00:38:54,223 --> 00:38:58,223
นะคะ ส่วนมากจะใช้ในระบบ

422
00:39:01,256 --> 00:39:02,128
เครือข่ายก็คือการแทรกรูปภาพลงบนเว็บไซต์

423
00:39:02,128 --> 00:39:06,128
เพราะว่าถ้ายิ่งที่เว็บไซต์มีข้อมูลรูปภาพเยอะ

424
00:39:11,170 --> 00:39:15,170
ขนาดไหน มันก็จะทำให้การเรียกดูเว็บไซต์นั้น ๆ น่ะ เสียเวลามากขึ้น เพราะฉะนั้น การใช้รูปภาพ

425
00:39:17,505 --> 00:39:20,185
กับเว็บไซต์เราจะพยายามใช้รูปที่มีขนาดเล็ก แต่เก็บข้อมูลรูปภาพ

426
00:39:20,185 --> 00:39:24,185
ได้ดีนะคะ ต่อมา .JPG

427
00:39:30,181 --> 00:39:34,136
เป็นไฟล์ที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่มันก็จะถูกบีบอัด

428
00:39:34,136 --> 00:39:38,136
ลดคุณภาพลงนะคะ สามารถใช้กับเว็บไซต์บนโลกอินเทอร์เน็ตได้

429
00:39:38,931 --> 00:39:40,028
แต่ไฟล์ .JPG นี่

430
00:39:40,028 --> 00:39:44,028
มันจะไม่ใช่ภาพเคลื่อนไหม มันจะถูกใช้กับภาพนิ่งมากกว่า

431
00:39:51,385 --> 00:39:55,385
นะคะ ต่อมานะคะ เป็น .picp

432
00:39:55,418 --> 00:39:59,418
อันนี้จะเป็นไฟล์คล้ายกับ .BMP จะคล้ายกับเครื่อง

433
00:39:59,569 --> 00:40:02,887
... นะคะ .PSD นะคะ

434
00:40:02,887 --> 00:40:06,887
ก็จะเป็นไฟล์ของโปรแกรม Adobe Photoshop ไฟล์

435
00:40:08,761 --> 00:40:11,792
.PNG จะเป็นไฟล์ กราฟิก

436
00:40:11,792 --> 00:40:12,231
ชนิดใหม่ล่าสุดที่เอามาใช้สำหรับการ

437
00:40:12,231 --> 00:40:16,231
แสดงผลบนเว็บไซต์นะคะ ก็จะเป็นไฟล์ขนาดเล

438
00:40:23,574 --> 00:40:27,464
็ก สีสันสวยงาม เก็บรายละเอียดได้ดี ก็จะเป็นไฟล์เอกสาร

439
00:40:27,464 --> 00:40:31,224
ไฟล์พวกเก็บภาพกราฟิกให้ลักษณะเป็นไฟล์

440
00:40:31,224 --> 00:40:34,014
ที่เป็นเอกสาร ง่ายในการอ่าน

441
00:40:34,014 --> 00:40:38,014
ไฟล์กราฟิกประเภทที่ 2 เป็นไฟล์ Vector based

442
00:40:43,583 --> 00:40:45,528
เป็นไฟล์กราฟิกที่พัฒนาขึ้นมาโดยใช้จากผลคำนวณทางคณิตศาสตร์เพื่อให้เกิดภาพ

443
00:40:45,528 --> 00:40:49,528
ที่สามารถย่อ ขยาย ได้

444
00:40:51,497 --> 00:40:51,649
อย่างละเอียดมากขึ้นนะคะ

445
00:40:51,649 --> 00:40:55,649
โดยไฟล์ Vector มันก็จะเก็บไฟล์ประเภท Bitmap

446
00:41:00,918 --> 00:41:04,918
ได้ด้วยเหมือนกัน จากภาพตัวอย่างจะเห็นว่าถ้าเราซูมดูนี่ ไอ้ตัว Bitmap นี่

447
00:41:10,998 --> 00:41:14,998
มันจะมีขอบแตก ๆ เป็นจุด ๆ แต่ส่วนไฟล์ Vector นี่ ถ้าเราซูมดูใกล้ ๆ

448
00:41:18,053 --> 00:41:22,053
จะย่อ จะขยาย ความละเอียดมันก็จะนวลเนียนกว่า พูดอย่างนี้ก็ได้นะคะ

449
00:41:25,746 --> 00:41:25,794
ไม่เหมือนกับ Bitmap มันจะเป็นจุด ๆ ความละเอียด

450
00:41:25,794 --> 00:41:27,209
มันไม่เท่ากันนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างง่าย ๆ

451
00:41:27,209 --> 00:41:31,209
ไฟล์

452
00:41:36,839 --> 00:41:40,839
Vecter base มันก็จะมี

453
00:41:43,600 --> 00:41:44,337
โดยทั้งภาพนี่อาจจะมีส่วนประกอบทั้งเส้นตรง

454
00:41:44,337 --> 00:41:45,813
รูปทรง ส่วนเว้า ส่วนโค้ง โดยอ้างอิง

455
00:41:45,813 --> 00:41:49,813
ตามความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ ที่คำนวณออก

456
00:41:51,954 --> 00:41:55,954
เป็นตัวรูปภาพ อาจจะมีการใช้วัตถุต่าง ๆ

457
00:41:58,471 --> 00:42:00,171
วงกลม เส้นตรง ทรงกลม ลูกบาศก์

458
00:42:00,171 --> 00:42:01,779
รูปทรงอื่น ๆ อาจจะเป็นรูปทรงเรขาคณิตก็ได้

459
00:42:01,779 --> 00:42:05,779
มาผสมกัน มีทิศทางในการลากเส้น

460
00:42:07,216 --> 00:42:10,974
ต่างกันนะคะ ก็อาจจะมีการใช้คำสั่ง

461
00:42:10,974 --> 00:42:12,826
คอมพิวเตอร์สร้างขึ้นมาง่าย ๆ นะคะ โดย

462
00:42:12,826 --> 00:42:16,826
ทุกอย่างในแบบ Vector นี่เราจะมองให้เป็นแบบวัตถุ

463
00:42:18,627 --> 00:42:21,007
ชนิดของไฟล์ Vector นะคะ

464
00:42:21,007 --> 00:42:25,007
ก็จะมีตั้งแต่ไฟล์ PS นะคะ อันนี้

465
00:42:27,230 --> 00:42:31,230
ก็เกิดขึ้นจากตระกูล Adobe ก็จะเป็นไฟล์มาตรฐาน

466
00:42:31,738 --> 00:42:34,530
ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการพิมพ์ สื่อสิ่งพิมพ์

467
00:42:34,530 --> 00:42:36,298
แล้วก็รูปภาพนะคะ ไฟล์ .EPS ก็จะเป็น

468
00:42:36,298 --> 00:42:40,298
ไฟล์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อสื่อสิ่งพิมพ์เช่นเดียวกันนะคะ

469
00:42:46,225 --> 00:42:49,097
ก็สามารถแยกสีออกจากงานพิมพ์ได้อันนี้เป็นไฟล์ที่เราสามารถแยกส่วนประกอบได้ แล้วก็นิยมใช้

470
00:42:49,097 --> 00:42:53,097
ในโปรแกรมพวก Iilustator

471
00:42:55,535 --> 00:42:59,535
ตัวไฟล์ AI ก็เป็นไฟล์ของตัวเอไอ

472
00:43:03,206 --> 00:43:06,260
Adobe illustrator เดี๋ยวเราก็จะได้ทำ

473
00:43:06,260 --> 00:43:10,260
ตัว FH Freehand ก็จะเป็น

474
00:43:11,634 --> 00:43:14,066
Macromedia

475
00:43:14,066 --> 00:43:18,066
จะสู้ตระกูล AI ไม่ได้นะคะ

476
00:43:18,416 --> 00:43:22,416
Drawing file ก็จะเป็นไฟล์ของโปรแกรม AutoCAD

477
00:43:23,526 --> 00:43:26,033
ออกแบบโครงสร้างทางวิศวกรรม ไฟล์ FLA เป็นไฟล์ Flash นะคะ

478
00:43:26,033 --> 00:43:30,033
ก็เป็นการสร้าง Animation  บนเว็บเพจ

479
00:43:34,501 --> 00:43:36,763
ไอ้ Adobe Flash นี่ก็ไม่ได้รับการ

480
00:43:36,763 --> 00:43:40,763
พัฒนาต่อแล้วนะคะ ไฟล์ Shock Wave หรือ

481
00:43:41,667 --> 00:43:42,338
SWF นะคะ ก็เป็นการนำเสนอ

482
00:43:42,338 --> 00:43:46,338
Animation แบบประเภท Flash เหมือนกัน

483
00:43:51,022 --> 00:43:55,022
ตอนนี้เราก็จะใช้เป็น .AI เสียมากกว่านะคะ แต่อย่างไรก็ตามนะคะ

484
00:43:55,736 --> 00:43:59,736
อุปกรณ์แสดงผล ไม่ว่าจะเป็นเครื่องพรินต์

485
00:44:07,658 --> 00:44:11,658
ก็จะเป็นเครื่องพิมพ์ที่เสียงดัง ๆ ตอนนี้เราสั่งพรินต์ พรินต์เตอร์นี่ มันจะเป็นการ

486
00:44:15,364 --> 00:44:19,364
เอาเข็มจิ้มลงไปในกระดาษ เวลาเราจับนี่กระดาษด้านหลังมันจะนูน ส่วนมากเครื่องพรินต์ตัวนี้

487
00:44:23,672 --> 00:44:27,310
พรินต์พวกใบเสร็จในแม็กโครก็ยังใช้อยู่

488
00:44:27,310 --> 00:44:28,607
เครื่องพรินต์ Laser

489
00:44:28,607 --> 00:44:31,577
หรือ Ingjet ก็ยังนิยมใช้กัน

490
00:44:31,577 --> 00:44:35,577
รูปภาพที่เป็น Vector base นี่ บางที

491
00:44:39,673 --> 00:44:41,636
มันอาจจะขึ้นอยู่กับภาพหรือจอภาพ อุปกรณ์ที่ออกมาแสดงผล

492
00:44:41,636 --> 00:44:45,636
เช่น ประเภทของเครื่องพรินต์เตอร์ก็มีผลต่อการแสดงภาพ

493
00:44:49,341 --> 00:44:53,341
เหมือนกัน ถ้าเราใช้เครื่องพรินต์เลเซอร์ ความบะ

494
00:44:55,690 --> 00:44:56,031
สูงกว่า เก็บรายละเอียดของภาพ รายละเอียดของตัวอักษรได้เยอะกว่า

495
00:44:56,031 --> 00:45:00,031
นะคะ อุปกรณ์แสดงผลเหล่านี้นะคะ ก็เป็นอุปกรณ์ที่

496
00:45:00,809 --> 00:45:04,809
แสดงผลภาพ Vector based

497
00:45:11,685 --> 00:45:15,685
ได้นะคะ ลักษณะเด่นของ Vector อาจารย์ย้ำอีกรอบ

498
00:45:16,382 --> 00:45:18,513
มันจะสามารถยืดหรือหดภาพ

499
00:45:18,513 --> 00:45:22,513
เท่าไรก็ได้ ภาพจจะไม่แตก รายละเอียด

500
00:45:27,688 --> 00:45:31,688
นะคะ การวางเลย์เอาต์หรือการวางตำแหน่งของการพิมพ์ภาพหรือตัวอักษรมันจะทำได้สะดวกกว่า ง่ายกว่านะคะ ยืดหยุ่นในการ

501
00:45:39,695 --> 00:45:43,693
แสดงผลได้มากกว่าแบบ Raster base

502
00:45:43,693 --> 00:45:44,817
โดยความแตกต่างกับ

503
00:45:44,817 --> 00:45:45,684
ระหว่างกับ Bitmap กับ Vector นะคะ อันแรก

504
00:45:45,684 --> 00:45:49,192
Bitmap มันจะประกอบไปด้วยจุดต่าง ๆ

505
00:45:49,192 --> 00:45:53,192
นะคะ Vector จะสร้างด้วยสมการคณิตศาสตร์

506
00:45:59,251 --> 00:45:59,507
Bitmap ภาพจะมี Pixel คงที่นะคะ การจะขยายความละเอียดรูปภาพทำไม่ได้

507
00:45:59,507 --> 00:46:03,507
นะคะ แต่ Vector จะสามารถย่อขยายได้อย่างไม่จำกัด

508
00:46:06,682 --> 00:46:10,682
Bitmap เหมาะกับงานกราฟิกที่

509
00:46:12,773 --> 00:46:16,773
ต้องการให้แสงและเงาในรายละเอียด แต่ Vector

510
00:46:17,879 --> 00:46:21,506
จะเหมาะกับการวางตำแหน่งงานพิมพ์ การทำ... งานศิลปะต่าง ๆ นะคะ

511
00:46:21,506 --> 00:46:25,506
อันนี้เป็นตัวอย่าง

512
00:46:26,122 --> 00:46:28,067
ไฟล์ประเภท Bitmap นะคะ

513
00:46:28,067 --> 00:46:32,067
ก็จะเป็นภาพที่ประกอบด้วย จุดต่อจุด

514
00:46:33,141 --> 00:46:37,141
ตรง ๆ มีขนาดใหญ่ เก็บรายละเอียดของภาพได้สมบูรณ์

515
00:46:40,715 --> 00:46:44,715
แต่อย่างที่บอกมันเก็บรายละเอียดได้สมบูรณ์ก็จริง

516
00:46:47,461 --> 00:46:49,781
มีขนาดไฟล์ภาพที่ใหญ่ขึ้นแล้วก็ไม่สามารถย่อขยายภาพได้ตาม

517
00:46:49,781 --> 00:46:52,299
ที่เราต้องการ ซึ่งแตกต่างจากไฟล์ JPEG นะคะ เป็นการที่เราเก็บ

518
00:46:52,299 --> 00:46:56,299
ไฟล์ภาพแบบบีบอัด ยังได้ภาพที่สวยอยู่ค่ะ

519
00:47:01,594 --> 00:47:05,594
แต่ขนาดของไฟล์จะเล็กลงซึ่งมันเหมาะกับภาพที่ถ่ายจากธรรมชาติ

520
00:47:07,285 --> 00:47:11,285
ถ้าเป็นภาพการ์ตูนนี่บางทีรายละเอียดของเส้นมันหายไป

521
00:47:16,131 --> 00:47:20,131
นะคะ โดยที่ JPEG ก็อย่างที่บอกค่ะ ไม่สนับสนุนภาพเคลื่อนไหว

522
00:47:23,278 --> 00:47:25,025
.GIF หรือ .GIF นะคะ ก็เป็นวิธีการ

523
00:47:25,025 --> 00:47:29,025
เก็บภาพที่บีบอัดนะคะ คล้าย ๆ กับ JPEG

524
00:47:34,932 --> 00:47:38,539
แต่รายละเอียดของภาพมันก็จะไม่ค่อยละเอียดนักนะคะ ส่วนมากก็จะเก็บภาพการ์ตูน หรือ

525
00:47:38,539 --> 00:47:42,539
ภาพเคลื่อนไหวเล็ก ๆ นะคะ หรือภาพเคลื่อนไหวง่าย ๆ

526
00:47:44,917 --> 00:47:47,091
เอามาไว้ใช้งานนะคะ จากตัวอย่างในภาพ

527
00:47:47,091 --> 00:47:51,091
แมวมันก็ไม่ค่อยชัดนะคะ แต่มันก็เคลื่อนไหวได้ เราให้

528
00:47:53,037 --> 00:47:57,037
เห็นภาพนะคะ จุดเด่นมีอย่างมากค่ะ ก็นิยมใช้แสดงผล

529
00:47:58,146 --> 00:48:02,146
บนเว็บไซต์ บนอินเทอร์เน็ต ขนาดไฟล์ภาพมีขนาด

530
00:48:07,169 --> 00:48:10,366
เล็กมาก สามารถเปลี่ยนพื้นหลังได้ สามารถทำให้มันโปรงแสงได้

531
00:48:10,366 --> 00:48:14,364
นะคะ สามารถดูได้บนเว็บเบราว์เซอร์ทุกตัวนะคะ ไฟล์พวกนี้มัน

532
00:48:14,364 --> 00:48:18,364
เปิดง่าย สีมันจะน้อยน่ะค่ะ มีแค่ 256 สี

533
00:48:22,010 --> 00:48:26,010
ไม่เหมาะกับงานที่เอามานำเสนอภาพถ่ายหรือภาพที่ต้องการใช้ความละเอียดสูง ๆ

534
00:48:28,566 --> 00:48:29,404
นะคะ แต่ถ้าเอามา

535
00:48:29,404 --> 00:48:33,032
ใส่ในไฟล์นำเสนอบ่อย ๆ นี่

536
00:48:33,032 --> 00:48:34,563
ก็จะบอกว่ามันไม่ดี เพราะแทนที่

537
00:48:34,563 --> 00:48:38,563
เขาจะสนใจเนื้อหาที่เราพูด เขาจะ

538
00:48:40,293 --> 00:48:44,293
สนใจไอ้รูปเคลื่อนไหวนี่นะคะ เวลานักศึกษา

539
00:48:44,916 --> 00:48:48,916
ไปใช้ในงานนำเสนอ อย่าพยายาม

540
00:48:52,146 --> 00:48:56,146
ใส่ภาพเคลื่อนไหวเยอะ เพราะมันจะดึงดูดสายตาให้คนไปดูไอ้ตัวการ์ตูน

541
00:48:56,358 --> 00:48:59,028
มากกว่าเนื้อหาของเรา อันนี้เป็นข้อสังเกต บอกไว้

542
00:48:59,028 --> 00:48:59,673
นะคะ

543
00:48:59,673 --> 00:49:03,673
ไฟล์ ชนิด ใหม่ ล่าสุดที่นิยมใช้

544
00:49:10,472 --> 00:49:14,472
นะคะ เป็นไฟล์ .PNG ก็รูปแบบของไฟล์ก็จะถูกพัฒนาเพื่อแสดงผลบนเว็บไซต์

545
00:49:17,093 --> 00:49:21,093
นะคะ อาจจะใช้แทน เอามาแทนที่ไฟล์ .GIF เมื่อกี้นี้ เป็นไฟล์ที่

546
00:49:26,168 --> 00:49:28,139
มีความยืดหยุ่นสูงนะคะ ใช้งานได้กับทุกระบบปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ Windows

547
00:49:28,139 --> 00:49:32,139
Mac ใด ๆ ก็ตาม สามารถเปิดไฟล์รูปภาพ PNG

548
00:49:37,360 --> 00:49:39,143
ได้ ข้อดีคือ มันมีสี

549
00:49:39,143 --> 00:49:39,197
เยอะขึ้นแล้วมันก็สามารถทำให้โปรงแสงได้

550
00:49:39,197 --> 00:49:43,197
นะคะ ลักษณะรูปโปร่งแสงเป็นอย่างไร ที่เราใช้ใน Photoshop

551
00:49:50,989 --> 00:49:54,989
หรือ Iilustrartor ถ้าคุณเอาไปซ้อนใส่ในเว็บไซต์

552
00:49:57,264 --> 00:49:58,919
หรือในการนำเสนอของคุณนี่ภาพพื้นหลังมันจะไม่มี

553
00:49:58,919 --> 00:50:02,919
นะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างว่าถ้าเราเป็นไฟล์ดปร่งแสงจริง ๆ เราจะมีพื้นหลังโปร่งแสง

554
00:50:05,598 --> 00:50:09,598
เป็นพื้นหลังอย่างไรนะคะ สามารถบนทึกภาพด้วยสีที่จริง

555
00:50:12,015 --> 00:50:15,623
ได้ตรงกับตารางสีสามารถใช้โค้ดสีในการลงสี

556
00:50:15,623 --> 00:50:16,371
ได้นะคะ แต่ไฟล์ PNG ก็คือ

557
00:50:16,371 --> 00:50:20,371
ยังไม่สนับสนุนภาพเคลื่อนไหวนะคะ เพราะมันไม่สามารถซ้อนรูปภาพ

558
00:50:25,140 --> 00:50:29,140
หลาย ๆ ภาพไว้ด้วยกันได้ .TIFF

559
00:50:30,712 --> 00:50:33,927
นะคะ ก็สร้างขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูลภาพถ่ายกราฟิก

560
00:50:33,927 --> 00:50:37,927
เก็บข้อมูลภาพถ่าย กราฟิก ที่ต้องใช้

561
00:50:39,792 --> 00:50:43,792
... หรืองานที่จะต้องใช้ความละเอียดสูง ๆ นะคะ โดยไฟล์นี่ มันก็สามารถบีบอัดให้มีขนาดเล็

562
00:50:47,804 --> 00:50:48,019
กได้ค่ะ แต่ถ้าอยากได้คุณภาพเต็ม ๆ เราก็ไม่ต้องบีบ

563
00:50:48,019 --> 00:50:52,019
อัดไฟล์อย่างเช่น ถ้าคุณถ่ายรูปดวงจันทร์ เราก็อยากได้รายละเอียด

564
00:50:55,275 --> 00:50:59,275
ที่มันชัดเจน เช่นว่า บนดวงจันทร

565
00:51:03,801 --> 00:51:04,203
์มันมีสภาพเป็นอย่างไรมีหลุม หรือมีสภาพพื้นผิวเป็นอย่างไรนะคะ

566
00:51:04,203 --> 00:51:06,690
เราก็จะใช้ไฟล์เก็บรูปภาพนี่

567
00:51:06,690 --> 00:51:10,690
ที่มีคุณภาพสูงนะคะ เช่นภาพตัวอย่าง

568
00:51:19,805 --> 00:51:20,559
ถ้าเราถ่ายมาไม่ชัดนี่อาจจะไม่เห็นว่าพื้นผิวดวงจันทร์เป็นอย่างไร

569
00:51:20,559 --> 00:51:23,533
พอเวลาเราใช้ภาพที่มีความละเอียดสูง ๆ นี่

570
00:51:23,533 --> 00:51:24,954
มันก็สามารถเก็บรายละเอียดของภาพ

571
00:51:24,954 --> 00:51:27,822
ได้อย่างชัดเจนมากขึ้นนะคะ

572
00:51:27,822 --> 00:51:31,822
ไฟล์ PSD ก็คือเป็นไฟล์ของ Photoshop โดยเฉพาะ

573
00:51:35,831 --> 00:51:38,963
จุดเด่นก็คือมันสามารถเก็บขั้นตอนการทำงาน

574
00:51:38,963 --> 00:51:42,963
ทุกอย่างที่เราทำในโปรแกรมไว้ได้ เราอยากจะ

575
00:51:50,283 --> 00:51:52,026
แก้ไขทีหลังหรืออยากจะแก้ส่วนไหนเราสามารถกลับไปได้

576
00:51:52,026 --> 00:51:56,026
นะคะ แต่ว่าข้อจำกัดคือ มันจะต้องเปิดบน Adobe Photoshop เท่านั้น

577
00:52:03,661 --> 00:52:06,958
มันไม่สามารถแก้ไขได้โดยโปรแกรมอื่น ๆ

578
00:52:06,958 --> 00:52:10,412
เดี๋ยวเราจะได้ลองทำเพราะว่าเวลาเราแต่งภาพบางทีนี่ ทำไปแล้วเราอยากแก้ไขนะคะ อย่างเช่น อาจจะส่งไฟล์แรก

579
00:52:10,412 --> 00:52:14,412
ให้ลูกค้าดูก่อน แล้วเขามีไฟล์แก้ ถ้าเรา

580
00:52:20,552 --> 00:52:22,294
ไม่เก็บไฟล์ .PSD ไว้นี่เราอาจจะต้องทำใหม่หมด

581
00:52:22,294 --> 00:52:26,294
นะคะ อันนี้ก็คือเป็นไฟล์ต้นฉบับที่เราสามารถกลับมา

582
00:52:27,767 --> 00:52:31,767
แก้ไขได้นั่นเอง ไฟล์ .ESP อันนี้จะใช้กับโปรแกรม illast

583
00:52:39,833 --> 00:52:40,797
ator นะคะ ก็สามารถเก็บลำดับการทำงานหรือเก็บ Log นั่นเองนะคะ

584
00:52:40,797 --> 00:52:44,797
คล้าย ๆ กับ Photoshop แต่ตัวนี้การทำงานจะค่อนข้างละเอียดกว่า

585
00:52:49,269 --> 00:52:53,269
ไม่ใช่แค่ตกแต่งภาพ เราสามารถ

586
00:52:55,839 --> 00:52:59,839
ปรับองศา เพิ่มวัตถุเข้าไปในภาพเราได้ง่ายนะคะ แต่ตัวนี้นี่ การเก็บข้อมูลบางอย่างนี่อาจจะไม่

587
00:53:00,253 --> 00:53:04,253
ละเอียดเท่า Photoshop นะคะ

588
00:53:11,588 --> 00:53:13,583
งาน Art work หรือ ... ส่วนใหญ่จะนิยมทำบน

589
00:53:13,583 --> 00:53:16,635
โปรแกรม illustrator

590
00:53:16,635 --> 00:53:20,635
Format ที่ใช้เขาจะไม่ใช้ .ESP

591
00:53:22,093 --> 00:53:26,093
เขาใช้เป็น .AI ให้มันทันสมัยมากขึ้น

592
00:53:26,365 --> 00:53:30,365
นะคะ วันนี้มีงานให้ทำในห้องนี่ล่ะ นะคะ ก็จะให้นักศึกษาลองยกตัวอย่างสื่อดิจิทัลที่

593
00:53:32,948 --> 00:53:36,948
นักศึกษาเห็นในชีวิตประจำวันมา 5

594
00:53:41,472 --> 00:53:45,472
ชนิดหรือ 5 สื่อแล้วก็บอกด้วยว่าจุดเด่น จุดด้อย ของสื่อที่นักศึกษาเลือกมา 5 สื่อนี่

595
00:53:47,847 --> 00:53:51,847
คืออะไร เขียนมาด้วยนะคะ เช่น อันแรก สมมติเลือกเป็นโซเซียลมีเดีย

596
00:53:56,111 --> 00:54:00,111
ข้อดีของโซเชียลมีเดียที่นักศึกษา

597
00:54:01,029 --> 00:54:05,029
คิดว่ามันดีนี่ อะไรบ้าง เขียนมาให้อาจารย์ดูหน่อย แล้วก็โซเชียลมีเดียมันมีจุดด้อย

598
00:54:07,646 --> 00:54:11,646
ตรงไหน ลองเขียนมาให้ดูหน่อย เช่น เปลืงแบต

599
00:54:15,871 --> 00:54:19,871
เล่นนาน เสียเวลา อะไรก็ว่ามานะคะ เหมือนเวลาเราเข้ามาดู TikTok มันดีจริง

600
00:54:19,926 --> 00:54:21,075
โฆษณากลุ่มเป้าหมายชัดเจนทุกคน

601
00:54:21,075 --> 00:54:25,075
แต่มันทำให้เราเลิกเล่นยากหรือเปล่า เราเล่นแต่ Ti

602
00:54:31,875 --> 00:54:32,470
ktok จนไม่ทำงานบ้านหรือเปล่า ลองเขียนมาดูสิว่า จุดเด่นจุดด้อย

603
00:54:32,470 --> 00:54:34,597
ของสื่อดิจิทัลที่นักศึกษาเลือกมานี่

604
00:54:34,597 --> 00:54:38,597
มีอะไรบ้าง เดี๋ยวอาจารย์จะแจกกระดาษให้ เดี๋ยวทำในห้องเลย

605
00:54:40,030 --> 00:54:44,030
โอเคค่ะ เดี๋ยวให้นักศึกษาทำงานเลยค่

606
00:54:47,884 --> 00:54:49,118
ะ เดี๋ยววันนี้เท่านี้ก่อนก็ได้ค่ะ

607
00:54:49,118 --> 00:54:52,508
เพราะว่าเดี๋ยวให้ทำกิจกรรมในห้องเรียนเลยนะคะ

608
00:54:52,508 --> 00:54:56,508
เดี๋ยววันนี้ประมาณนี้ล่ะค่ะ ล่าม วันนี้เซตระบบ

609
00:55:02,989 --> 00:55:06,989
ใหม่วันนี้ขอบคุณค่ะ น่าจะให้ทำงานในห้อง ไม่ได้ใช้ล่ามแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ

610
00:55:31,900 --> 00:55:35,900
[สิ้นสุดการถอดความ]

