﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000
เราจะต้องมีข้อความ เสียง ภาพนิ่ง

2
00:00:04,008 --> 00:00:08,008
ภาพเคลื่อนไหว ภาพ 2 มิติ 3 มิติ

3
00:00:08,010 --> 00:00:12,010
รวมถึงการใช้โปรแกรมประยุกต์เพื่อออกแบบสื่อ

4
00:00:12,011 --> 00:00:16,011
ด้วย วิชานี้อาจารย์

5
00:00:16,013 --> 00:00:20,013
พยายามจะลดคะแนนสอบลง อยากให้ทำงานเยอะ ๆ ก็เลยเพิ่ม

6
00:00:20,014 --> 00:00:24,014
คะแนนทั้งเข้าห้องเรียน มีคะแนนให้

7
00:00:24,016 --> 00:00:28,016
การบ้านแบบฝึกหัด รายงานนี่ ลดน้อยลง

8
00:00:28,020 --> 00:00:32,020
นะ เกรดเหมือนเดิมนะคะ

9
00:00:32,022 --> 00:00:36,022
A B+ ไปเรื่อย ๆ ตาม

10
00:00:36,022 --> 00:00:40,022
ปกติของเรานะคะ เรียนปี 2 แล้ว น่าจะเข้าใจระบบเกรดแล้ว

11
00:00:40,024 --> 00:00:44,024
ในวิชานี้ก็จะมีตั้งแต่สื่อดิจิทัล

12
00:00:44,029 --> 00:00:48,029
เป็นอย่างไร การออกแบบสื่อดิจิทัล

13
00:00:48,030 --> 00:00:52,030
เราต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้างนะคะ การออกแบบตัวอักษร

14
00:00:52,031 --> 00:00:56,031
กราฟิก หรือออกแบบกราฟิกต่าง ๆ จะต้องทำอย่างไร

15
00:00:56,032 --> 00:01:00,032
โลโก้เหมือนเวลาใครมีร้านขายของ

16
00:01:00,032 --> 00:01:04,032
เหมือนโลโก้แป๊บซี่ โลโกโค้ก โลโก้

17
00:01:04,034 --> 00:01:08,034
โรบินสัน เขาออกแบบอย่างไร เขาใช้แนวคิดอย่างไร

18
00:01:08,035 --> 00:01:12,035
นะคะ บางคนนีี่ หารายได้พิเศษ ทำโลโก้ได้

19
00:01:12,036 --> 00:01:16,036
นะคะ มีการออกแบบตัวการ์ตูน 2 มิติ 3 มิติ

20
00:01:16,038 --> 00:01:20,038
หรือการออกแบบ อาจจะไม่ใช่ตัวการ์ตูนก็ได้ค่ะ

21
00:01:20,041 --> 00:01:24,041
เป็นสิ่งของหรือวัตถุใด ๆ ก็ตามนะ มีการสร้าง

22
00:01:24,043 --> 00:01:28,043
แอนิเมชัน อาจจะมีการออกแบบสื่อดิจิทัลต่าง ๆ

23
00:01:28,043 --> 00:01:32,043
บางอย่างที่อาจจะไม่ใช่ E-book

24
00:01:32,044 --> 00:01:36,044
หรือโปสเตอร์นำเสนอ

25
00:01:36,046 --> 00:01:40,046
โฆษณาต่าง ๆ นะคะ มีการตัดต่อวิดีโอ

26
00:01:40,047 --> 00:01:44,047
ใส่ซับไตเติล เหมือนเวลาไ

27
00:01:44,047 --> 00:01:48,047
เขาทำอย่างไรนะคะ รวมถึงการสร้างโมชัน

28
00:01:48,049 --> 00:01:52,049
กราฟิกภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ มีวิธีการทำอย่างไรบ้าง

29
00:01:52,050 --> 00:01:56,050
นะคะ ก็วิชานี้ก็จะเป็นประมาณนี้

30
00:01:56,051 --> 00:02:00,051
นะคะ

31
00:02:00,054 --> 00:02:04,054
เดี๋ยววันนี้เดี๋ยวเรา

32
00:02:04,055 --> 00:02:08,055
เริ่มบทแรกเลยนะคะ บทแรกเลย

33
00:02:08,056 --> 00:02:12,056
มันก็จะไม่ยาก มันจะเป็นการแนะนำว่าสื่อดิจิทัลที่เราจะเรียน

34
00:02:12,057 --> 00:02:16,057
นี่ มันคืออะไรนะคะ ไอ้คำว่า

35
00:02:16,058 --> 00:02:20,058
ดิจิทัลนี่มันเป็นภาษาลาติน เป็นภาษาทางยุโรป

36
00:02:20,058 --> 00:02:24,058
นะคะ แปลว่า "นิ้ว" แปลว่านิ้วมือ

37
00:02:24,059 --> 00:02:28,059
คือ สิ่งที่เกิดขึ้นจากการใช้นิ้วมือเราสร้างขึ้นมา

38
00:02:28,061 --> 00:02:32,061
นะ ซึ่งคำว่า "ดิจิทัล" นี่ มันนิยมใช้

39
00:02:32,062 --> 00:02:36,062
มากที่สุดทั้งระบบการคำนวณ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ

40
00:02:36,063 --> 00:02:40,063
นะคะ รวมถึงการแปลงข้อมูลนะคะ

41
00:02:40,065 --> 00:02:44,065
อย่างเช่น ตัวหนังสือที่เรามีนี่ ที่เราเรียน

42
00:02:44,067 --> 00:02:48,067
วิชาคณิตศาสตร์ที่อาจารญืเคยสอนไป ทุกอย่างที่เป็นตัวอักษ

43
00:02:48,068 --> 00:02:52,068
เป็นตัวเลขนะคะ เสียงก็แปลงเป็นตัวเลข

44
00:02:52,070 --> 00:02:56,070
ภาพ ภาพเคลื่อนไหวก็จะถูกแปลงเป็นตัวเลข

45
00:02:56,071 --> 00:03:00,071
เพื่อเก็บเข้าในคอมพิวเตอร์ได้นะคะ ตัวเลขก็มีแค่

46
00:03:00,072 --> 00:03:04,072
2 ตัว 0 กับ 1 นะ

47
00:03:04,073 --> 00:03:08,073
โดยไอ้ตัวสื่อดิจิทัล

48
00:03:08,074 --> 00:03:12,074
นี่ มันเป็นนวัตกรรมที่สร้างขึ้นมาแทนกับ

49
00:03:12,076 --> 00:03:16,076
สื่อเดิมนะคะ โดยที่เมื่อก่อนนี้เราจะโฆษณาอะไร

50
00:03:16,077 --> 00:03:20,077
สักอย่างนี่ เราต้องโฆษณาผ่านทีวี หรือว่าหนัง

51
00:03:20,078 --> 00:03:24,078
ราคามันก็แพง พอเราทำสื่อดิจิทัลเองได้นี่

52
00:03:24,079 --> 00:03:28,079
พวกโปสเตอร์ต่าง ๆ ที่เราติดประชาสัมพันธ์พวกนี้

53
00:03:28,081 --> 00:03:32,081
มันก็จะราคาถูกลง แล้วก็คุณภาพ

54
00:03:32,082 --> 00:03:36,082
ไฟลืรูปภาพก็ยังชัดเจนเหมือนเดิมนะคะ

55
00:03:36,084 --> 00:03:40,084
ใครก็สามารถพัฒนาสื่อดิจิทัลได้นะคะ

56
00:03:40,085 --> 00:03:44,085
ซึ่งตรงกันข้ามกันกับสื่อ Analog

57
00:03:44,086 --> 00:03:48,086
จะต้องประชาสัมพันธ์ผ่านหนังสือพิมพ์เท่านั้น

58
00:03:48,087 --> 00:03:52,087
อ่านออนไลน์ก็"ม่ได้นะคะ เวลาจะค้นข้อมูลทีหนึ่ง

59
00:03:52,089 --> 00:03:56,089
ต้องเปิดหนังสือเป็นเล่ม ๆ เยอะ ๆ นี่กว่าจะหาข้อมูลเจอ

60
00:03:56,091 --> 00:04:00,091
มันเป็นข้อมูลที่อยู่บนคอมพิวเตอร์นี่ เราสามารถค้นหาได้

61
00:04:00,092 --> 00:04:04,092
รวดเร็วขึ้นนะคะ ซึ่ง

62
00:04:04,093 --> 00:04:08,093
ปัจจุบันในการสร้างสื่อดิจิทัลนี่ ก็จะใช้โปรอแกรม

63
00:04:08,094 --> 00:04:12,094
นะคะ ที่ติดตั้งอยู่บนคอมพิวเตอร์เรานี่ล่ะ โดยมีการ

64
00:04:12,095 --> 00:04:16,095
เปลี่ยนแปลงขข้อมูลที่ได้มาเป็น

65
00:04:16,095 --> 00:04:20,095
0 กับ 1 นะคะ เหมือนที่อาจารย์เคยแจ้งไว้

66
00:04:20,097 --> 00:04:24,097
แล้วก็... ขึ้นไหม

67
00:04:24,098 --> 00:04:28,098
สไลด์ไม่ขึ้นแล้ว

68
00:04:28,100 --> 00:04:32,100
ไม่เป็นไร พูดต่อ

69
00:04:32,101 --> 00:04:36,101
ให้นักศึกษา นักศึกษาดูจาก

70
00:04:36,102 --> 00:04:40,102
สไลด์ในกลุ่ม Facebook ก็ได้นะ เข้าหรือยัง

71
00:04:40,104 --> 00:04:44,104
น่าจะเข้าแล้วเดี๋ยวอาจารย์ดูแจ้งเตือนก่อน

72
00:04:44,105 --> 00:04:48,105

73
00:04:48,106 --> 00:04:52,106
ยังไม่มีใครเข้าเลยหรือเปล่า

74
00:04:52,106 --> 00:04:56,106
เข้าแล้วใช่ไหม

75
00:04:56,114 --> 00:05:00,114
คนน้อยแท้ล่ะ

76
00:05:00,117 --> 00:05:04,117

77
00:05:04,119 --> 00:05:08,119

78
00:05:08,119 --> 00:05:12,119
ไหนดูสิ

79
00:05:12,121 --> 00:05:16,121
เปิด ๆ

80
00:05:16,123 --> 00:05:20,123
เขาต้องใช้ Anydesk

81
00:05:20,126 --> 00:05:24,126
ด้วยหรือเปล่า ทำไม Anydesk มันขึ้น

82
00:05:24,127 --> 00:05:28,127

83
00:05:28,128 --> 00:05:32,128
อุ๋ยบอกน้องเปิดสไลด์ในเฟซบุ๊กดูก็ได้

84
00:05:32,129 --> 00:05:36,129
รอ

85
00:05:36,130 --> 00:05:40,130
เอ๊ะ ทำไมคนมันยังดู

86
00:05:40,132 --> 00:05:44,132
น้อย ๆ

87
00:05:44,133 --> 00:05:48,133

88
00:05:48,134 --> 00:05:52,134
ไม่เป็นไร

89
00:05:52,135 --> 00:05:56,135

90
00:05:56,137 --> 00:06:00,137

91
00:06:00,139 --> 00:06:04,139
เดี๋ยวสไลด์ไม่ขึ้น...

92
00:06:04,142 --> 00:06:08,142

93
00:06:08,143 --> 00:06:12,143

94
00:06:12,145 --> 00:06:16,145

95
00:06:16,147 --> 00:06:20,147

96
00:06:20,148 --> 00:06:24,148

97
00:06:24,152 --> 00:06:28,152

98
00:06:28,154 --> 00:06:32,154
กดอนุญาต AnyDesj

99
00:06:32,156 --> 00:06:36,156
Accept Accept

100
00:06:36,157 --> 00:06:40,157

101
00:06:40,159 --> 00:06:44,159

102
00:06:44,161 --> 00:06:48,161

103
00:06:48,164 --> 00:06:52,164

104
00:06:52,167 --> 00:06:56,167

105
00:06:56,169 --> 00:07:00,169

106
00:07:00,171 --> 00:07:04,171

107
00:07:04,173 --> 00:07:08,173

108
00:07:08,174 --> 00:07:12,174

109
00:07:12,176 --> 00:07:16,176

110
00:07:16,177 --> 00:07:20,177

111
00:07:20,182 --> 00:07:24,182

112
00:07:24,183 --> 00:07:28,183

113
00:07:28,188 --> 00:07:32,188

114
00:07:32,190 --> 00:07:36,190

115
00:07:36,192 --> 00:07:40,192

116
00:07:40,194 --> 00:07:44,194

117
00:07:44,197 --> 00:07:48,197

118
00:07:48,199 --> 00:07:52,199

119
00:07:52,202 --> 00:07:56,202

120
00:07:56,204 --> 00:08:00,204

121
00:08:00,205 --> 00:08:04,205

122
00:08:04,207 --> 00:08:08,207

123
00:08:08,208 --> 00:08:12,208

124
00:08:12,210 --> 00:08:16,210

125
00:08:16,212 --> 00:08:20,212

126
00:08:20,216 --> 00:08:24,216

127
00:08:24,220 --> 00:08:28,220

128
00:08:28,221 --> 00:08:32,221

129
00:08:32,223 --> 00:08:36,223

130
00:08:36,224 --> 00:08:40,224

131
00:08:40,225 --> 00:08:44,225

132
00:08:44,227 --> 00:08:48,227

133
00:08:48,231 --> 00:08:52,231

134
00:08:52,233 --> 00:08:56,233

135
00:08:56,234 --> 00:09:00,234

136
00:09:00,236 --> 00:09:04,236
โอเคค่ะ ล่าม

137
00:09:04,238 --> 00:09:08,238
ได้ยินนะคะ ล่าม

138
00:09:08,241 --> 00:09:12,241
ยังนิ่งอยู่

139
00:09:12,242 --> 00:09:16,242

140
00:09:16,243 --> 00:09:20,243
ล่ามได้ยินไหมคะ

141
00:09:20,245 --> 00:09:24,245
ไม่ได้ยิน

142
00:09:24,248 --> 00:09:28,248

143
00:09:28,250 --> 00:09:32,250

144
00:09:32,252 --> 00:09:36,252

145
00:09:36,254 --> 00:09:40,254

146
00:09:40,259 --> 00:09:44,259

147
00:09:44,262 --> 00:09:48,262

148
00:09:48,264 --> 00:09:52,264

149
00:09:52,265 --> 00:09:56,265

150
00:09:56,268 --> 00:10:00,268

151
00:10:00,275 --> 00:10:04,275

152
00:10:04,282 --> 00:10:08,282
ล่ามได้ยินไหมคะ

153
00:10:08,286 --> 00:10:12,286

154
00:10:12,287 --> 00:10:16,287
อย่างนั้น เดี๋ยวเริ่มต่อเลยนะ โดย

155
00:10:16,289 --> 00:10:20,289
การแสดงข้อมูลนะคะ ไอ้พวกสื่อดิจิทัลนี่

156
00:10:20,290 --> 00:10:24,290
คอมพิวเตอร์ เราใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลักอยู่แล้ว มันจะ

157
00:10:24,291 --> 00:10:28,291
แปลงข้อมูลที่ได้ทั้งภาพ เสียง ตัวอักษรนี่ เป็นเลขฐาน 2

158
00:10:28,292 --> 00:10:32,292
นะคะ พวกสื่อพวกนี้นี่ มันจะ

159
00:10:32,293 --> 00:10:36,293
สามารถอ้างอิงแล้วก็แจกจ่ายผ่านเครื่องที่

160
00:10:36,295 --> 00:10:40,295
สามารถประมวลผลข้อมูลดิจิทัลได้นะคะ

161
00:10:40,296 --> 00:10:44,296
ส่วนมากนี่สื่อดิจิทัลนี่จะทำประโยชน์ให้เราเยอะมาก

162
00:10:44,298 --> 00:10:48,298
มากว่าแบบที่เป็นอนาล็อกแบบเดิม ที่เป็นบนกระดาษ

163
00:10:48,300 --> 00:10:52,300
เท่านั้นนะคะ ซึ่งสื่อดิจิทัลในปัจจุบันนี่ ซึ่งอย่างที่ทราบ

164
00:10:52,302 --> 00:10:56,302
นะคะ มันสามารถเผยแพร่ผ่านทาง

165
00:10:56,303 --> 00:11:00,303
โทรศัพท์มือถือก็ได้ คอมพิวเตอร์ก็ได้ เผยแพร่ทาง

166
00:11:00,304 --> 00:11:04,304
เสียงก็ได้ วิีโอก็ได้นะคะ ทั้งแอปพลิเคชัน

167
00:11:04,305 --> 00:11:08,305
ต่าง ๆ ก็สามารถเข้าถึงสื่อดิจิทัลได้เหมือนกัน

168
00:11:08,306 --> 00:11:12,306
หรือแม้กระทั่งการอ่านหนังสือพิมพ์ เมื่อก่อน

169
00:11:12,307 --> 00:11:16,307
เราจะต้องอ่านโดยการจับกระดาษใช่ไหมคะ เดี๋ยวนี้มันสามารถอ่านบนโทรศัพท์

170
00:11:16,308 --> 00:11:20,308
หรือบนคอมพิวเตอร์ได้อยู่แล้วนะคะ ซึ่ง

171
00:11:20,310 --> 00:11:24,310
ในอดีตประเภทที่ถื่อว่าเป็นสื่อดิจิทัลที่ล้ำยุค

172
00:11:24,311 --> 00:11:28,311
เมื่อก่อนนะคะ เดี๋ยวขออนุญาตสักครู่นะคะ

173
00:11:28,312 --> 00:11:32,312

174
00:11:32,314 --> 00:11:36,314

175
00:11:36,315 --> 00:11:40,315

176
00:11:40,317 --> 00:11:44,317

177
00:11:44,321 --> 00:11:48,321

178
00:11:48,323 --> 00:11:52,323

179
00:11:52,325 --> 00:11:56,325

180
00:11:56,327 --> 00:12:00,327
โอเคค่ะ ในอดีต

181
00:12:00,328 --> 00:12:04,328
สิ่งที่ถือว่าเป็นสื่อดิจิทัลอย่างแรกนะคะ

182
00:12:04,330 --> 00:12:08,330
จะมีอยู่4 ชนิดนะคะ ที่เมื่อก่อนก็ถือว่าล้ำสมัยมากแล้ว

183
00:12:08,330 --> 00:12:12,330
นะคะ อันแรก เป็น CD สำหรับการ

184
00:12:12,332 --> 00:12:16,332
ฝึกสอนหรือฝึนฝนนะคะ ลักษณะ

185
00:12:16,333 --> 00:12:20,333
สื่อดิจิทัลแบบนี้นี่มันจะเป็น CD

186
00:12:20,335 --> 00:12:24,335
สินในการใช้โปรแกรม เช่น เมื่อก่อน

187
00:12:24,337 --> 00:12:28,337
การจะเรียนหรืออบรมใด ๆ ก็ตามนี่ เขาไม่มีคอร์ส

188
00:12:28,338 --> 00:12:32,338
อบรม เขาจะให้ CD มาแผ่นหนึ่ง มาเปิดดู

189
00:12:32,340 --> 00:12:36,340
วิธีการใช้งาน CD ในแผ่นนั้น ๆ

190
00:12:36,342 --> 00:12:40,342
ว่าเทคนิกต่าง ๆ เขาจะทำอย่างไร ไม่มีวิทยากร

191
00:12:40,343 --> 00:12:44,343
มาอบรมหรือเราสามารถดูผ่าน Youtube ได้ เมื่อก่อน CD

192
00:12:44,344 --> 00:12:48,344
เทรนนิ่ง หรือ CD ที่ใช้ในการฝึกสอนเรานี่

193
00:12:48,345 --> 00:12:52,345
มันจะครอบคลุมถึงการสอนเรื่องต่าง ๆ

194
00:12:52,346 --> 00:12:56,346
อาจะเป็นทั้งการสาธิตโปรแกรม การใช้งาน

195
00:12:56,350 --> 00:13:00,350
แนะนำสินค้าก็ได้ ซึ่งการแนะนำสินค้าเราจะเรียก

196
00:13:00,352 --> 00:13:04,352
อีกอย่างหนึ่งว่า เป็น CD Presentation

197
00:13:04,356 --> 00:13:08,356
ก็เป็นการสร้างสื่อที่นำเสนอข้อมูลต่าง ๆ

198
00:13:08,356 --> 00:13:12,356
เช่น นำเสนอข้อมูลในที่ประชุม นำเสนอบริษัท

199
00:13:12,358 --> 00:13:16,358
นำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์นะคะ หรือจะเป็น

200
00:13:16,359 --> 00:13:20,359
ข้อมูลบริษัทในลักษณะที่บอกว่า

201
00:13:20,360 --> 00:13:24,360
ใครเป็นผู้บริหาร ลักษณะ

202
00:13:24,362 --> 00:13:28,362
องค์ฏรเป็นอย่างไร เมื่อก่อนเขาจะแจก CD ให้เลยค่ะ

203
00:13:28,362 --> 00:13:32,362
เอา CD ไปดูนะคะ รวมถึง

204
00:13:32,363 --> 00:13:36,363
VCD DVD

205
00:13:36,367 --> 00:13:40,367
ยุคก่อนหน้านี้นะคะ เวลาเราจะดูข้อมูลใด ๆ

206
00:13:40,369 --> 00:13:44,369
ก็ตาม ดูหนัง ฟังเพลงนะคะ เราก็จะ

207
00:13:44,370 --> 00:13:48,370
ดูในสื่อดิจิทัลในลักษณะที่เป็น CD DVD

208
00:13:48,371 --> 00:13:52,371
นะคะ ก็คือเป็นการที่เอาคลิป

209
00:13:52,372 --> 00:13:56,372
หนังหลาย ๆ ส่วนมาต่อกันจนเป็นหนัง

210
00:13:56,372 --> 00:14:00,372
1 เรื่อง ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะคะ หนัง CD เรื่องหนึ

211
00:14:00,374 --> 00:14:04,374
เลือกตอนดูได้ เราจะเลือกดูช่วงไหน

212
00:14:04,376 --> 00:14:08,376
เขาจะแยกเป็นตอน ๆ ไป ไม่เหมือนปัจจุบัน

213
00:14:08,376 --> 00:14:12,376
ดูออนไลน์ อยากดูในช่วงนาทีไหนก็ได้ วินาทีไหนก็ได้

214
00:14:12,378 --> 00:14:16,378
อยากหยุดตรงไหนก็ได้ ซึ่ง CD ก็จะีข้อจำกั

215
00:14:16,381 --> 00:14:20,381
ทำแผ่นเป็นรอยเราก็ดูไม่ได้นะคะ

216
00:14:20,382 --> 00:14:24,382
กับสื่อดิจิทัลอีกประเภทหนึ่งก็คือ E-book กับ

217
00:14:24,383 --> 00:14:28,383
E-Document นะคะ จะเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์

218
00:14:28,384 --> 00:14:32,384
นะคะ ก็จะเป็นการแปลงไฟลืเอกสารต่าง ๆ ให้เป็น

219
00:14:32,385 --> 00:14:36,385
หน้าเว็บไซต์ เว็บเพจ หรือเป็นไฟล์ PDF นะคะ

220
00:14:36,386 --> 00:14:40,386
ซึ่งเมื่อก่อนนี่

221
00:14:40,388 --> 00:14:44,388
มันก็จะมีโปรแกรมสำหรับการสร้าง E-Book โดยเฉพาะ ปัจจุบัน

222
00:14:44,389 --> 00:14:48,389
ก็มีแต่ว่า ไม่ค่อยเป็นที่นิยมแล้วนะคะ

223
00:14:48,389 --> 00:14:52,389
มันก็จะมีโปรแกรมสำเร็จรูปที่ง่าย ๆ เกิดขึ้นมาก

224
00:14:52,391 --> 00:14:56,391
แต่สื่อดิจิทัลในปัจจุบัน เราจะแบ่งเป็น

225
00:14:56,393 --> 00:15:00,393
3 ประเภทนะคะ ส่วนมาก

226
00:15:00,394 --> 00:15:04,394
ทำไมถึงแบ่งอย่างนี้ เพราะเจ้าของธุรกิจ

227
00:15:04,395 --> 00:15:08,395
ทุกวันนี้นี่เขาจะกังวลใจว่าลูกค้าใหม่ ๆ

228
00:15:08,396 --> 00:15:12,396
เขาจะได้มาจากอะไร การตัดสินใจเลือกสื่อ

229
00:15:12,397 --> 00:15:16,397
นะคะ มันก็เลยช่วยสร้างการรับรู้แล้วก็ดึงดูด

230
00:15:16,398 --> 00:15:20,398
ลูกค้า ภายใต้งบประมาณที่มีจำกัด สมมติว่า

231
00:15:20,402 --> 00:15:24,402
จ้างแต่โฆษณาทีวีนี่มันแพงมาก เขาจะใช้

232
00:15:24,403 --> 00:15:28,403
สื่ออะไรบ้างทำให้เขา

233
00:15:28,405 --> 00:15:32,405
ใช้งบประมาณลงทุนน้อยลงนะคะ มันก็จะมีอยู่ 3 ประเภท

234
00:15:32,406 --> 00:15:36,406
นะคะ 3 ประเภทหลัก ๆ เพราะฉะนั้น ในปัจจุบันนี่

235
00:15:36,407 --> 00:15:40,407
ถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจ

236
00:15:40,411 --> 00:15:44,411
เขาก็จะพยายามเข้าใจและก็มองเห็นประโยชน์

237
00:15:44,412 --> 00:15:48,412
ของสื่อดิจิทัลแต่ละประเภทนะคะ ถ้าเรา

238
00:15:48,413 --> 00:15:52,413
จัดเป้าหมายของการที่เราจะสื่อสารได้ชัดเจน

239
00:15:52,415 --> 00:15:56,415
นะคะ ว่าเราต้องการจะสื่อสารกับใคร ใครเป็นกลุ่มเป้าหมายของ

240
00:15:56,416 --> 00:16:00,416
เราก็จะสามารถเลือกสื่อได้ถูกต้อง

241
00:16:00,418 --> 00:16:04,418
จัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพนะคะ

242
00:16:04,419 --> 00:16:08,419
สามารถวางแผนในการสื่อสารภาพลักษณ์ในการตลาด

243
00:16:08,421 --> 00:16:12,421
ได้ง่ายขึ้นนะคะ โดยสื่อดิจิทัลนี่ โดย

244
00:16:12,422 --> 00:16:16,422
ในปัจจุบันเราจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท แบบเสียเงิน

245
00:16:16,424 --> 00:16:20,424
แบบหาเงิน แล้วก็แบบที่เราเป็นจำของด้วยตัวเอง

246
00:16:20,425 --> 00:16:24,425
นะคะ เป็นแบบ E

247
00:16:24,426 --> 00:16:28,426
ประเภทสื่อแต่ละสื่อนี่มันก็จะแยกตามลักษณะการได้มา

248
00:16:28,427 --> 00:16:32,427
การผลิตสื่อ ซึ่งแต่ละสื่อนี่ ก็จะมีจุดเด่น

249
00:16:32,430 --> 00:16:36,430
จุดด้อยแตกต่างกันไป อย่างแรก

250
00:16:36,431 --> 00:16:40,431
สื่อที่แบรนด์เป็นเจ้าของ

251
00:16:40,432 --> 00:16:44,432
นะคะ ก็คือสื่อที่หน่วยงานทางธุรกิจนี่

252
00:16:44,433 --> 00:16:48,433
เขาสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เผยแพร่เนื้อหาข้อมูล

253
00:16:48,434 --> 00:16:52,434
ของตัวเอง โดยที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย

254
00:16:52,436 --> 00:16:56,436
ในการเผยแพร่เนื้อหา เช่น เขาก็ต

255
00:16:56,437 --> 00:17:00,437
ลงไปในเว็บไซต์ของเขานะคะ หรือบัญชีโซเชียลมีเดีย

256
00:17:00,439 --> 00:17:04,439
ของตัวเขาเองนะคะ รวมถึง

257
00:17:04,442 --> 00:17:08,442
ถ้าเป็นสิ่งพิมพ์ก็จะเป็นสิ่งพิมพ์ดิจิทัลที่จะเผยแพร่

258
00:17:08,444 --> 00:17:12,444
บนเว็บไซต์ หรือว่าโซเซียลมีเดีย เขานั่นล่ะ

259
00:17:12,445 --> 00:17:16,445
ไปหาลูกค้าโดยตรงนะคะ โดยลักษณะที่

260
00:17:16,445 --> 00:17:20,445
สื่อที่ แบรนด์เป็นเจ้าของตัวเเอง

261
00:17:20,447 --> 00:17:24,447
นะคะ มันก็จะเหมือนเป็นสินทรัพย์ทางการตลาด

262
00:17:24,448 --> 00:17:28,448
ที่สามารถควบคุมไปได้ตั้งแต่ข้อความ

263
00:17:28,451 --> 00:17:32,451
รูปลักษณ์ สีสัน รูปแบบของเนื้อหา

264
00:17:32,452 --> 00:17:36,452
ความถี่ หรือความบ่อยในการอัปเดตข้อมูล

265
00:17:36,454 --> 00:17:40,454
วิธีการประชาสัมพันธ์ เขาสามารถควบคุมได้

266
00:17:40,454 --> 00:17:44,454
นะคะ โดยที่การที่

267
00:17:44,456 --> 00:17:48,456
เราเป็นเจ้าของสื่อเองนี่ มันจะมี

268
00:17:48,458 --> 00:17:52,458
บทบาทสำคัญในการสื่อสารกับสมาชิกหรือลูกค้าประจำ

269
00:17:52,459 --> 00:17:56,459
กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจะขายสินค้าให้เขานะคะ

270
00:17:56,463 --> 00:18:00,463
หรือคนที่ต้องการจะสื่อสารข้อมูลกับเรา โดยที่

271
00:18:00,463 --> 00:18:04,463
ถ้าเราเป็นเจ้าของข้อมูลเองนี่ เราอาจจะมี

272
00:18:04,465 --> 00:18:08,465
คู่มือการใช้งานที่มันอัปเดตใหม่บ่อย ๆ ตามที่เราต้อ

273
00:18:08,466 --> 00:18:12,466
หรือการแก้ไขปัญหาที่สำคัญ เราก็จะสามารถสื่อสารกับ

274
00:18:12,467 --> 00:18:16,467
กลุ่มบุคคลที่เราต้องการจะสื่อสารได้โดยตรงนะคะ

275
00:18:16,468 --> 00:18:20,468
จุดเด่นของการเป็นเจ้าของสื่อ

276
00:18:20,469 --> 00:18:24,469
เองนะคะ ก็คือเราสามารถปรับแต่งเนื้อหา

277
00:18:24,470 --> 00:18:28,470
ได้ตามที่เราต้องการ สามารถเผยแพร่ได้

278
00:18:28,471 --> 00:18:32,471
ทันทีทุกที่ทุกเวลา ถ้ามันมีข้อผิดพลาด หรือว่าอยาก

279
00:18:32,472 --> 00:18:36,472
เราก็เปลี่ยนกันได้เองนะคะ เป็นสื่อ

280
00:18:36,474 --> 00:18:40,474
ที่ผู้บริโภคสามารถอ้างอิงได้เพราะว่า

281
00:18:40,476 --> 00:18:44,476
ข้อมูลมาจากแหล่งข้อมูล

282
00:18:44,478 --> 00:18:48,478
จริง ขิงบริษัทจริง ๆ นะคะ ทำให้สามารถ

283
00:18:48,479 --> 00:18:52,479
มีความเชื่อมันแล้วก็สามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรได้

284
00:18:52,482 --> 00:18:56,482
ประหยัดต้นทุนในการสื่อสารได้นะคะ

285
00:18:56,484 --> 00:19:00,484
แล้วก็สามารถกระตุ้นยอดขาย เพราะเราสามารถอัปเดต

286
00:19:00,486 --> 00:19:04,486
ข้อมูลบ่อยขาดไหนก็ได้แล้วแต่เรา สามารถที่ให้ปิดการขาย

287
00:19:04,487 --> 00:19:08,487
ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ข้อเสีย ก็คือ

288
00:19:08,489 --> 00:19:12,489
คนที่ต้องการจะสื่อสารกับเรานี่ จะเป็น

289
00:19:12,490 --> 00:19:16,490
ข้อจำกัด เพราะข้อมูลเราจะเฉพาะเจาะจงที่

290
00:19:16,491 --> 00:19:20,491
หน่วยงานของเราเท่านั้นที่จะเผยแพร่

291
00:19:20,492 --> 00:19:24,492
ข้อมูลให้กับเรา เนื้อหา ถ้า

292
00:19:24,494 --> 00:19:28,494
ไม่มีแอดมินที่ดี อาจจะ

293
00:19:28,495 --> 00:19:32,495
ถูกละเลย ก็คือไม่มีการปรับปรุงข้อมูล

294
00:19:32,496 --> 00:19:36,496
ให้เป็นปัจจุบันเท่าที่ควรนะคะ ทีนี้ พอ

295
00:19:36,497 --> 00:19:40,497
มีแอดมิน มันก็ต้องมีงบประมาณเพิ่มเพื่อจ้างพนักงาน

296
00:19:40,498 --> 00:19:44,498
รวมถึงทั้งสร้างข้อมูล ทั้งสร้าง Content ต้องมี

297
00:19:44,498 --> 00:19:48,498
แพลตฟอร์มในการดูแลอีกนะคะ อันนี้คือ

298
00:19:48,500 --> 00:19:52,500
จุดด้อยของการที่เรามีสื่อเป็นของตัวเอง

299
00:19:52,500 --> 00:19:56,500
ต่อมาเป็นสื่อที่ต้องชำระเงินเพื่อ

300
00:19:56,502 --> 00:20:00,502
เผยแพร่นะคะ สื่อที่ต้องชำระเงินเพื่อเผยแพร่

301
00:20:00,502 --> 00:20:04,502
ก็จะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่

302
00:20:04,504 --> 00:20:08,504
ซื้อเวลา ซื้อตำแหน่ง อย่างเช่น เว็บไซต์เวล

303
00:20:08,506 --> 00:20:12,506
เว็บไซต์ใด ๆ ก็ตามมันจะมีโฆษณาใช่ไหมคะ

304
00:20:12,506 --> 00:20:16,506
แต่ละตำแหน่งมีราคาที่ต้องจ่าย

305
00:20:16,508 --> 00:20:20,508
ไม่เท่ากันนะคะ โฆษณาบนโซเชียลมีเดีย

306
00:20:20,509 --> 00:20:24,509
ไม่ว่าจะเป็น INstagram Facebo

307
00:20:24,515 --> 00:20:28,515
อะไรอีกล่ะ TikTok โฆษณาบน Google

308
00:20:28,516 --> 00:20:32,516
Banner บนเว็บไซต์ ที่อยู่ด้านบน

309
00:20:32,518 --> 00:20:36,518
กะพริบ ๆ ของแต่ละเว็บไซต์นี่ หรือโฆษณาบนหนังสือพิมพ์

310
00:20:36,519 --> 00:20:40,519
การโฆษณาทางวิทยุ โฆษณาทางโทรทัศน์

311
00:20:40,520 --> 00:20:44,520
ผ่านบล็อกเกอร์ ผ่าน Youtuber ผ่าน Infl

312
00:20:44,521 --> 00:20:48,521
ใด ๆ ก็ตามเสียเงินนะคะ

313
00:20:48,521 --> 00:20:52,521
โดยสื่อแบบชำระเงินนี่มันก็จะใช้เพื่อดึงดูด

314
00:20:52,523 --> 00:20:56,523
ความสนใจ แล้วก็การรับรู้ในวงกว้างนะคะ

315
00:20:56,525 --> 00:21:00,525
สามารถช่วยให้กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจะ

316
00:21:00,529 --> 00:21:04,529
พบเห็นเนื้อหาที่เราต้องการโฆษณา

317
00:21:04,533 --> 00:21:08,533
ได้ทันที ไม่ต้องรอให้คนมาติดตาม ไม่ต้องพิมพ์

318
00:21:08,534 --> 00:21:12,534
ค้นหานะคะ เนื้อหาโฆษณาส่วนใหญ่

319
00:21:12,536 --> 00:21:16,536
ลักษณะที่แทรกหรือขัดจังหวะ หรือบางคนดูสตอรี

320
00:21:16,537 --> 00:21:20,537
IG ก็จะมีโฆษณาขายสินค้าเข้ามาคั่น

321
00:21:20,539 --> 00:21:24,539
แบบนี้ คือ เขาซื้อโฆษณาที่

322
00:21:24,540 --> 00:21:28,540
Instagram เพื่อให้คุรเห็นสินค้า

323
00:21:28,541 --> 00:21:32,541
ไม่ว่าคุณจะดูคลิปใด ๆ ก็ตาม ดู Youtube

324
00:21:32,542 --> 00:21:36,542
ไม่อยากดูโฆษณาก็จ่ายสตางค์ ใช่ไหม

325
00:21:36,544 --> 00:21:40,544
อันนี้ก็คือการซื้อสื่อ พื้นที่สื่อ

326
00:21:40,545 --> 00:21:44,545
เหมือนกันนะคะ จุดเด่นของสื่อที่เราต้องเสียตังค์นี่

327
00:21:44,546 --> 00:21:48,546
เสียสตางค์นี่นะคะ ก็จะจัดเป็นสื่อที่

328
00:21:48,548 --> 00:21:52,548
ช่วยสร้างการรับรู้การโฆษณา Online ที่

329
00:21:52,549 --> 00:21:56,549
ถึงแม้ว่าจะจ้างอินฟูเอนเซอร์

330
00:21:56,550 --> 00:22:00,550
ก็ยังมีต้นทุนที่ต่ำกว่าทางโทรทัศน์

331
00:22:00,551 --> 00:22:04,551
ธุรกิจขนาดเล็กนี่ก็สามารถสร้างการรับรู้ได้รวดเร็ว

332
00:22:04,552 --> 00:22:08,552
คุ้มค่ากว่าการใช้สื่อแบบดั้งเดิม

333
00:22:08,554 --> 00:22:12,554
นะคะ

334
00:22:12,558 --> 00:22:16,558
โดยสื่อที่

335
00:22:16,560 --> 00:22:20,560
เสียสตางค์นี่มันก็จะมีศักยภาพในการนำเสนอ

336
00:22:20,561 --> 00:22:24,561
ข้อมูลได้มากกว่านะคะ

337
00:22:24,562 --> 00:22:28,562
มีความหลากหลายทั้งขนาด รูปแบบ ราคาที่เหมาะสมกับ

338
00:22:28,564 --> 00:22:32,564
Online นะคะ ใครมีสตางค์เยอะหน่อย

339
00:22:32,565 --> 00:22:36,565
ก็จ้าง Influencer ที่คนติดตามเยอะ ๆ

340
00:22:36,566 --> 00:22:40,566
อย่างนี้ เดี๋ยวนี้คนเลยหาเงินได้ง่ายขึ้น

341
00:22:40,567 --> 00:22:44,567
นะคะ แต่จุดด้อยมัน

342
00:22:44,568 --> 00:22:48,568
ก็มี เพราะมันไม่การันตรีว่า กลุ่มเป้าหมายจะซื้อ

343
00:22:48,569 --> 00:22:52,569
ความคิดของคุณ เพราะมันเป็นการสื่อสารทางเดียว

344
00:22:52,571 --> 00:22:56,571
สมมติคุณต้อง Infru

345
00:22:56,573 --> 00:23:00,573
แต่การรีวิวของเขาน่ะ

346
00:23:00,574 --> 00:23:04,574
มันไม่ได้เรื่อง คุณก็ต้องรับสภาพนะคะ

347
00:23:04,575 --> 00:23:08,575
รวมถึงผู้บริโภคเหมือนอย่างเรา ๆ นี่

348
00:23:08,577 --> 00:23:12,577
เห็นโฆษณาก็ไม่อยากกดดู กดข้าม อันนี้

349
00:23:12,578 --> 00:23:16,578
ก็เป็นความเสี่ยงนะคะ การเผยแพร่

350
00:23:16,578 --> 00:23:20,578
เนื้อหา อาจจะครอบคลุม ทำให้

351
00:23:20,579 --> 00:23:24,579
ข้อมูลมันอาจจะไม่ครอบคลุมเท่าที่ควรนะคะ

352
00:23:24,580 --> 00:23:28,580
อาจจะนำเสนอได้แค่บางส่วนนะคะ

353
00:23:28,580 --> 00:23:32,580
โดยที่ผลสำรวจ

354
00:23:32,582 --> 00:23:36,582
ส่วนใหญ่ ผู้บริโภคนะคะ จะเห็นว่าโฆษณาเหล่านี้

355
00:23:36,582 --> 00:23:40,582
มันเป็นสิ่งที่น่ารำคาญ เป็นสิ่งรบกวน ถ้า

356
00:23:40,584 --> 00:23:44,584
อยากให้มันเผยแพร่โฆษณา

357
00:23:44,584 --> 00:23:48,584
ผ่านสื่อได้ดีกว่านี้ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มเข้าไปอีกนะคะ

358
00:23:48,586 --> 00:23:52,586
ก็เป็นจุดด้อยของการสื่อสารแบบนี้เหมือนกั

359
00:23:52,588 --> 00:23:56,588
กับสื่อประเภท

360
00:23:56,589 --> 00:24:00,589
สุดท้ายเป็นสื่อที่มีคนอื่น

361
00:24:00,591 --> 00:24:04,591
สร้างให้นะคะ อาจจะได้มาจากการ

362
00:24:04,592 --> 00:24:08,592
พูดถึง การบอกต่อ แตกต่างจากการที่เป็นเจ้าของสื่อเอง

363
00:24:08,598 --> 00:24:12,598
ที่ใช้สื่อแบบจ่ายเงินนะคะ โดยที่

364
00:24:12,600 --> 00:24:16,600
ถ้าเราใช้สื่อประเภทนี้นี่

365
00:24:16,602 --> 00:24:20,602
เราจะไม่สามารถควบคุมทิศทาง

366
00:24:20,604 --> 00:24:24,604
เนื้อหาของการสื่อสารได้ เพราะว่า

367
00:24:24,605 --> 00:24:28,605
เนื้อหาจะได้มาจากคนที่ทดลองเนื้อหาและสนใจข้อมูลโดย

368
00:24:28,605 --> 00:24:32,605
นะคะ คนที่สนใจข้อมูล...

369
00:24:32,606 --> 00:24:36,606
ข้อมูลเหล่านี้นี่ก็จะเป็นคนที่ดูว่ามันเกี่ยวข้อง

370
00:24:36,607 --> 00:24:40,607
ไหม ได้ประโยชน์หรือเปล่า ถ้ามันดีเอามาให้ฉันลองใช้ก่อน

371
00:24:40,608 --> 00:24:44,608
แล้วฉันจึงจะรีวิวให้คุณ อันนี้เป็นสื่อที่คนอื่นสร้างให้

372
00:24:44,608 --> 00:24:48,608
ถ้ารีวิวแล้วดี เขาก็จะ

373
00:24:48,609 --> 00:24:52,609
แชร์เนื้อหา บอกต่อคนอื่น โพสต์ล

374
00:24:52,610 --> 00:24:56,610
โซเซียลมีเดีย ไปพักโรงแรมนี้ ไปพักฟรี

375
00:24:56,611 --> 00:25:00,611
จะทำสื่อประชาสัมพันธ์ให้นะ ผลต่างตอบแทนจะเป็นอย่างนี้

376
00:25:00,612 --> 00:25:04,612
นะคะ โดยที่

377
00:25:04,613 --> 00:25:08,613
คนที่รีวิวให้คุณนี่

378
00:25:08,615 --> 00:25:12,615
กับธุรกิจที่เขา

379
00:25:12,616 --> 00:25:16,616
อาจจะอยู่ในบทความในหนังสือพิมพ์ก็ได้ เขียนลงใน

380
00:25:16,617 --> 00:25:20,617
บล็อกส่วนตัวก็ได้ หรือโซเชียลมีเดีย

381
00:25:20,619 --> 00:25:24,619
ในส่วนนี้นี่ถ้าเขารีวิวแล้วออกมาดี

382
00:25:24,620 --> 00:25:28,620
มันก็จะมีส่วนช่วยให้ธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จั

383
00:25:28,621 --> 00:25:32,621
ว่าสินค้าของคุณหรือที่พักของคุณใด ๆ ก็ตามนี่ดี

384
00:25:32,622 --> 00:25:36,622
อย่างไรนะคะ รวมถึงอาจจะมีการ

385
00:25:36,623 --> 00:25:40,623
ถูกเชิญเข้าไปร่วมพูดคุยสัมมนา

386
00:25:40,623 --> 00:25:44,623
ว่า พอมันดังขึ้นมานี่ เขาก็เชิญ

387
00:25:44,627 --> 00:25:48,627
คุณไปให้ข้อมูลใด ๆ ก็ได้ โดย

388
00:25:48,628 --> 00:25:52,628
สื่อที่คนอื่นสร้างให้นี่ ตอนนี้

389
00:25:52,630 --> 00:25:56,630
จะเป็นสื่อที่มีค่ากับองค์กร

390
00:25:56,631 --> 00:26:00,631
ของคุณมากที่สุด เหมือนกับว่าเป็นกระจกที่สะท้อน

391
00:26:00,633 --> 00:26:04,633
ผลงานของธุรกิจของคุณหรือองค์กรของคุณได้นะคะ

392
00:26:04,637 --> 00:26:08,637
เพราะฉะนั้นนี่ ไอ้การที่เป็นสื่อที่คนอื่นสร้างให้นี่

393
00:26:08,641 --> 00:26:12,641
เลยเป็นที่นิยม เหมือนเวลาเราดูใน Facebook

394
00:26:12,641 --> 00:26:16,641
นะคะ เขารีวิวที่พัก เขาก็จะแท็กที่พัก

395
00:26:16,642 --> 00:26:20,642
นั้น ๆ ด้วยเขาอาจจะไปพักฟรีแต่แลกกับ

396
00:26:20,643 --> 00:26:24,643
เขียนรีวิวที่พักนั้น ๆ ก็ได้ อันนี้คือ

397
00:26:24,644 --> 00:26:28,644
สื่อดิจิทัลอีกประเภทหนึ่ง ข้อดีของสื่อประเภทนี้

398
00:26:28,646 --> 00:26:32,646
นะคะ ก็จะทำให้ไวรัล ก็คือกระจายไปหาผู้คน

399
00:26:32,646 --> 00:26:36,646
ได้เยอะมากนะคะ ช่วยส่งเสริมให้แบรนด์หรือองค์กรของคุณนี่

400
00:26:36,648 --> 00:26:40,648
มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ค่าใช้จ่าย

401
00:26:40,649 --> 00:26:44,649
จ่ายน้อยที่สุดคือสื่อประเภทนี้นะคะ

402
00:26:44,650 --> 00:26:48,650
ทำให้ผู้บริโ๓ค หรือว่าคนที่จะใช้บริการคุรนี่

403
00:26:48,651 --> 00:26:52,651
ถือว่ามีคนรีวิวให้แล้ว แล้วก็พอ

404
00:26:52,652 --> 00:26:56,652
มันมีคนรีวิวแล้วนี่ ความหน้าเชื่อถือก็จะเกิดขึ้น

405
00:26:56,655 --> 00:27:00,655
คนรีวิวบอกว่าใช้เอง ใช้จริง ไปเที่ยวจริง

406
00:27:00,656 --> 00:27:04,656
จากสถานที่จริงใด ๆ ก็ตาม มาโพสต์

407
00:27:04,657 --> 00:27:08,657
แต่จุดด้อยมันก็มีค่ะ เนื้อหา

408
00:27:08,659 --> 00:27:12,659
ที่กระจายออกไป หรือโพสต์ออกไปนี่ เราไม่ได้ตรวจสอบ

409
00:27:12,660 --> 00:27:16,660
เราจะควบคุมไม่ได้ เช่น เราคิดว่ามันรีวิว

410
00:27:16,660 --> 00:27:20,660
ดีแล้ว แต่มันมีบางประโยคหนึ่งทำให้เข้าใจผิดก

411
00:27:20,661 --> 00:27:24,661
องค์กรของเราได้ก็มีนะคะ

412
00:27:24,662 --> 00:27:28,662
บางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ มันจะเป็นไวรัล

413
00:27:28,663 --> 00:27:32,663
ก็คือมันไม่รู้จะส่งผลกระทบกับองค์กรกับธุรกิจเราตอนไหน

414
00:27:32,665 --> 00:27:36,665
ก็ตอบไมไ่ด่้นะคะ แล้วสื่อ

415
00:27:36,667 --> 00:27:40,667
หรือคนที่มารีวิวนี่ มันกระทบกับองค์กรของ

416
00:27:40,669 --> 00:27:44,669
เราขนาดไหนเราก็ตอบไม่ได้นะคะ

417
00:27:44,670 --> 00:27:48,670
บางทีอาจจะเป็นนักรีวิวหน้าใหม่มาขอรีวิว

418
00:27:48,673 --> 00:27:52,673
เราก็ไม่รู้ว่า สิ่งที่เราลงทุนไป เมื่อไหร่จะ

419
00:27:52,674 --> 00:27:56,674
ได้รับผลตอบรับที่ดีนะคะ ก็เป็น

420
00:27:56,674 --> 00:28:00,674
ข้อด้อยของสื่อประเภทนี้นะคะ

421
00:28:00,678 --> 00:28:04,678
และการที่เราจะสร้างสื่อดิจิทัล

422
00:28:04,679 --> 00:28:08,679
ขึ้นมาได้นี่ มันก็จะเป็นองค์ประกอบหลักอยูา่ 5 ชนิก

423
00:28:08,680 --> 00:28:12,680
ทั้งสื่อดิจิทัลและก็ของสื่อมัลติมีเดียทั่วไป

424
00:28:12,681 --> 00:28:16,681
ก็จะเป็นทั้งข้อความ มีเสียง มี

425
00:28:16,682 --> 00:28:20,682
ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอนะคะ

426
00:28:20,683 --> 00:28:24,683
ในส่วนของข้อความนี่ มันก็จะเป็นเนื้อหาของ

427
00:28:24,684 --> 00:28:28,684
เนื้อหาต่าง ๆ ในมัลติมีเดียหรือสื่อดิจิทัลที่เราใช้

428
00:28:28,685 --> 00:28:32,685
ก็จะเป็นทั้งแสดงรายละเอียด เรื่องที่

429
00:28:32,686 --> 00:28:36,686
นำเสนอนะคะ แล้วก็รูปแบบ สีสันของ

430
00:28:36,687 --> 00:28:40,687
ตัวอักษร เราสามารถกำหนดได้ หรืออาจจะเป็นในลักษณะ

431
00:28:40,688 --> 00:28:44,688
ของการมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกัน

432
00:28:44,690 --> 00:28:48,690
ได้ด้วยนะคะ ข้อความ

433
00:28:48,692 --> 00:28:52,692
ก็มีหลายแบบ มีอยู่ 3 แบบนะคะ ข้อความแรก ข้อความที่ได้จาก

434
00:28:52,692 --> 00:28:56,692
การพิมพ์ เราพิมพ์เองนะคะ ใช้ Word

435
00:28:56,694 --> 00:29:00,694
ใช้ Notepad ใช้ Text Editor ใด ๆ ก็ตาม

436
00:29:00,695 --> 00:29:04,695
ข้อความที่ได้จากก็แสกน

437
00:29:04,696 --> 00:29:08,696
หรือเอกสารที่เก่ามากแล้ว หรือเอกสาร

438
00:29:08,697 --> 00:29:12,697
ที่หาต้นฉบับไม่เจอแล้ว ก็แสกน ในแสกนเนอร

439
00:29:12,703 --> 00:29:16,703
ให้ออกมาเป็นภาพหรือเป็นไฟล์ PDF ก็ได้นะคะ

440
00:29:16,704 --> 00:29:20,704
กับข้อมูลที่เป็น Hyper Text ก็

441
00:29:20,707 --> 00:29:24,707
จะเป็นข้อความที่ได้รับความนิยมสูง เพราะอยู่บนเว็บไซต์ได้

442
00:29:24,708 --> 00:29:28,708
ออนไลน์ได้นะคะ สามารถลิงก์ไปกับข้อความ

443
00:29:28,711 --> 00:29:32,711
หรือข้อมูลอื่น ๆ ได้ อันนี้คือข้อความที่นิยมใช้ คือ

444
00:29:32,712 --> 00:29:36,712
ข้อความ Hyper Text

445
00:29:36,715 --> 00:29:40,715
เสียงก็จะอยู่ในรูปแบบสัญญาณดิจิทัล สามารถ

446
00:29:40,715 --> 00:29:44,715
ฟังวนซ้ำได้ เล่นกลับไปกลับมาได้

447
00:29:44,717 --> 00:29:48,717
มันจะใช้โปรแกรมที่ใช้โดยเฉพาะกับการออกแบบเสียง

448
00:29:48,719 --> 00:29:52,719
การใช้เสียงจะต้องสอดคล้อง

449
00:29:52,722 --> 00:29:56,722
กับข้อมูลที่ใช้นำเสนอนะคะ มัน

450
00:29:56,722 --> 00:30:00,722
ก็จะทำให้สื่อมัลติมีเดีย หรือสื่อดิจิทัลของเรา

451
00:30:00,724 --> 00:30:04,724
เกิดความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นและก็ยังสร้างความน่าสนใจน่าติดตาม

452
00:30:04,725 --> 00:30:08,725
นะคะ เพราะว่าถ้าว่ากันตามตรง

453
00:30:08,726 --> 00:30:12,726
เสียงมีอิทธิพลมากกว่าข้อความหรือ

454
00:30:12,727 --> 00:30:16,727
ภาพนิ่งนะคะ โดยที่บางทีเสียงมันจะเข้า

455
00:30:16,728 --> 00:30:20,728
มาได้จากไมโครโฟน CD DVD วิทยุ

456
00:30:20,729 --> 00:30:24,729
ก็ตาม สามารถเอามาประกอบในสื่อดิจิทัลได้

457
00:30:24,731 --> 00:30:28,731
นะคะ ภาพนิ่ง

458
00:30:28,738 --> 00:30:32,738
จะเป็นภาพที่มีการเคลื่อนไหว อาจจะเป็นภาพวาด

459
00:30:32,738 --> 00:30:36,738
ภาพถ่าย ภาพลายเส้นก็ได้นะคะ การดูภาพ

460
00:30:36,741 --> 00:30:40,741
นิ่งก็จะมีอิทธิพลมากกว่าการอ่านทั่วไป

461
00:30:40,741 --> 00:30:44,741
เหมือนถ้าสมมติอาจารย์อยากจะประชาสัมพันธ์

462
00:30:44,743 --> 00:30:48,743
กำหนดการใด ๆ ก็ตาม เอากระดาษให้พวกคุณ 1 แผ่น

463
00:30:48,744 --> 00:30:52,744
มีตัวหนังสือ 20-30 บรรทัด รายละเอียดต่าง ๆ

464
00:30:52,745 --> 00:30:56,745
บางคนขี้เกียจอ่าน ถ้าอาจารย์เปลี่ยน

465
00:30:56,746 --> 00:31:00,746
เป็นโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ เป็นภาพ

466
00:31:00,747 --> 00:31:04,747
คนจะสนใจมากกว่านะคะ โดย

467
00:31:04,750 --> 00:31:08,750
ข้อความนี่ อาจจะมีข้อจำกัดของ

468
00:31:08,751 --> 00:31:12,751
ภาษาแต่ละภาษาไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นภาพ

469
00:31:12,752 --> 00:31:16,752
มันจะสามารถสื่อได้โดยที่

470
00:31:16,754 --> 00:31:20,754
คุณอาจจะพูดคนละภาษา แต่ถภ้าดูรูปแลเ้วเข้าใ

471
00:31:20,755 --> 00:31:24,755
นะคะ ภาพนิ่ง ส่วนมากจะอยู่บนสื่อต่าง ๆ

472
00:31:24,757 --> 00:31:28,757
ในโทรศัพท์ ในหนังสือพิมพ์ วารสาร หรือ

473
00:31:28,758 --> 00:31:32,758
เว็บไซต์ต่าง ๆ

474
00:31:32,759 --> 00:31:36,759
ภาพเคลื่อนไหว ก้จะเป็นภาพราฟิก ที่

475
00:31:36,760 --> 00:31:40,760
เคลื่อนไหวอาจจะแสดงขั้นตอนปรากฏการณ์ต่าง ๆ

476
00:31:40,762 --> 00:31:44,762
เหมือนในรูปนี้ การเคลื่อนที่ของลูกสูบรถยนต์

477
00:31:44,763 --> 00:31:48,763
ถ้ามันไม่ขยับคุณจะรู้ไหมว่าไอ้ลูกสูบรถยนต์นี่

478
00:31:48,764 --> 00:31:52,764
มันทำงานอย่างไรนะคะ ทั้งนี้

479
00:31:52,765 --> 00:31:56,765
การสร้างภาพเคลื่อนไหวนี่ มันก็จะสร้างจินตนาการ

480
00:31:56,766 --> 00:32:00,766
แรงจูงใจให้กับผู้ชม การผลิตภาพเคลื่อนไหวนี่ เรา

481
00:32:00,767 --> 00:32:04,767
อาจจะต้องใช้โปรแกรมที่มีคุณสมบัติเฉพาะทางนะคะ

482
00:32:04,770 --> 00:32:08,770
ปัญหาอาจจะเกี่ยวข้องกับปัยหาของไฟล์บ้าง

483
00:32:08,770 --> 00:32:12,770
ข้อจำกัดอาจจะมีอาจจะต้องใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลเยอะขึ้น

484
00:32:12,771 --> 00:32:16,771
แต่ถ้าสมมติรูปนี้มันไม่ขยับ

485
00:32:16,776 --> 00:32:20,776
มันก็จะดูไม่น่าสนใจ บางคนก็จะคิดไม่ออกว่า เอ๊ะ

486
00:32:20,777 --> 00:32:24,777
รถยนต์ เครื่องยนต์มันทำงานอย่างไร

487
00:32:24,778 --> 00:32:28,778
เวลาคนที่เขาเข้ามาดูก็จะเข้าใจแล้วว่าอ๋อมัน

488
00:32:28,780 --> 00:32:32,780
เคลื่อนไหวแบบนี้นะคะ อันนี้ก็เป็นประโยชน์ของภาพเคลื่อนไหว

489
00:32:32,782 --> 00:32:36,782

490
00:32:36,784 --> 00:32:40,784
วิดีดอ ก็เป็นองค์ปรพะกอบสำคัญของมัลติ

491
00:32:40,785 --> 00:32:44,785
หรือว่าสื่อดิจิทัลนะคะ เนื่องจากวิดีโอนี่

492
00:32:44,787 --> 00:32:48,787
สามารถนำเสนอได้ทั้งภาพ ข้อมูล ได้ทั้งเสียง

493
00:32:48,788 --> 00:32:52,788
ก็จะให้องค์ประกอบนำเสนอที่ค่อนข้างครบถ้วน

494
00:32:52,789 --> 00:32:56,789
สมบูรณ์ ในวิชานี้ก็อาจจะได้

495
00:32:56,790 --> 00:33:00,790
ตัดต่อวิดีโอ นักศึกษาบางคนบอกว่าฉันตัดต่อ

496
00:33:00,792 --> 00:33:04,792
บนโทรศัพท์ฉันก็เคยทำ ถ้าเป็นไฟล์

497
00:33:04,792 --> 00:33:08,792
วิดีโอที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ เช่น การตัดต่อภาพยนต์นี่ โทรศัพท์

498
00:33:08,794 --> 00:33:12,794
มันทำได้ อาจจะเป็นข้อจำกัด วิชานี้อาจจะเป็น

499
00:33:12,795 --> 00:33:16,795
ให้ใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอเฉพาะทางด้วยนะคะ

500
00:33:16,796 --> 00:33:20,796
ก็ไม่ยากเอาเบื้องต้น

501
00:33:20,797 --> 00:33:24,797
นะคะ แต่ก็จะให้ทดลองใช้โปรแกรมกัน อย่างน้อยก็ผ่านหู

502
00:33:24,798 --> 00:33:28,798
ผ่านตานะคะ แต่

503
00:33:28,800 --> 00:33:32,800
ข้อจำกัดของวิดีโอก็มีเหมือนกัน เพราะว่ามันค่อนข้างเปลืองทรัพยากร

504
00:33:32,802 --> 00:33:36,802
นะคะ เนื่องจากวิดีโอนี่ จะเป็น

505
00:33:36,803 --> 00:33:40,803
การนำเสนอด้วยเวลาที่เกิดขึ้นจริง หรือ Real Time นะคะ

506
00:33:40,804 --> 00:33:44,804
ใน 1 วินาที ภาพที่ต้องเกดิขึ้นในวิดีโอ

507
00:33:44,809 --> 00:33:48,809
จะต้องเกิดขึ้นอย่างน้อย 30 ภาพต่อวินาที เรากะพริบตาอา

508
00:33:48,810 --> 00:33:52,810
ไม่เห็นโดยการ

509
00:33:52,810 --> 00:33:56,810
ประมวลผลนี่มันจะต้องมีการบีบอัดสัญญาณ

510
00:33:56,811 --> 00:34:00,811
ใน 1 นาที ในวิดีโอ ถ้าคุณภาพสูง

511
00:34:00,811 --> 00:34:04,811
การเก็บข้อมูลพื้นที่อาจจะอย่างน้อย 100 เมกะไบต์

512
00:34:04,814 --> 00:34:08,814
นะคะ ซึ่งถ้าหนัง 1 เรื่อง

513
00:34:08,815 --> 00:34:12,815
2 ชั่วโมง 3 ชั่วโมง

514
00:34:12,818 --> 00:34:16,818
พื้นที่การเก็บข้อความก็จะมหาศาลมากขึ้น เพิ่มขึ้น เพิ่

515
00:34:16,819 --> 00:34:20,819
วิดีโอก็จะมีข้อจำกัดอยู่บ้างแต่ก็

516
00:34:20,820 --> 00:34:24,820
จำเป็นในการนำเสนอข้อมูลในปัจจุบันเช่นเดียวกัน

517
00:34:24,828 --> 00:34:28,828
นะคะ เราจะเริ่มต้น

518
00:34:28,830 --> 00:34:32,830
จากไฟล์กราฟิกก่อนนะคะ

519
00:34:32,831 --> 00:34:36,831
ในอาทิตย์แรก ไอ้ไฟล์กราฟิกนี่ที่ใช้ในสื่อ

520
00:34:36,832 --> 00:34:40,832
ดิจิทัลจะมีอยู่ 2 ประเภทจะเป็น

521
00:34:40,833 --> 00:34:44,833
Raster Based กับ Vector Based Vector

522
00:34:44,836 --> 00:34:48,836
ดูง่าย ๆ มันจุดเป็นจุด ๆ ๆ มันจะดูง่าย

523
00:34:48,837 --> 00:34:52,837
ซูมออกมามันจะเป็นจุดให้เห็น แต่ถ้าเป็น Vector

524
00:34:52,838 --> 00:34:56,838
มันจะเป็นเส้นมันจะเป็นที่

525
00:34:56,839 --> 00:35:00,839
สามารถขยาย

526
00:35:00,839 --> 00:35:04,839
ย่อรูปภาพ ได้อย่าง เขาเรียกว่าอะไรล่ะ สมูต

527
00:35:04,844 --> 00:35:08,844
มากขึ้นนะคะ จะไม่ค่อยเห็นความแตกต่างเท่าไร

528
00:35:08,846 --> 00:35:12,846
แบบแรก แบบ Raster based

529
00:35:12,848 --> 00:35:16,848
หรือถ้าเรียกันทั่วไปก็จะเป็น Bitmap

530
00:35:16,849 --> 00:35:20,849
มันจะเป็นการที่เอาจุดสีเล็ก ๆ มารวมกัน

531
00:35:20,851 --> 00:35:24,851
มารวมกันให้เกิดภาพ โดยภาพ 1 ภาพ

532
00:35:24,853 --> 00:35:28,853
มันจะมีขนาดกว้างยาว เป็น X pixel Z pixel

533
00:35:28,854 --> 00:35:32,854
ความลึกจะเป็น z pixel มีความกว้าง ยาว

534
00:35:32,855 --> 00:35:36,855
ลึกนะคะ ซึ่งค่า z นี่

535
00:35:36,856 --> 00:35:40,856
มันคือค่าความลึกของสี นี่ค่ะ นี่คือตัวอย่างภาพ

536
00:35:40,858 --> 00:35:44,858
ภาพ bitmap เวลาเราเห็นก็คือ

537
00:35:44,859 --> 00:35:48,859
ทำไมรูปภาพมันแตก มันจะเป็น

538
00:35:48,861 --> 00:35:52,861
จุด ๆ ๆ ๆ ใช่ไหม อย่างรูปเล็ก ๆ นี่ เวลาเราซูมเข้าไปนี่

539
00:35:52,862 --> 00:35:56,862
เข้าไปอีกนี่ ภาพมันจะเป็นจุด ก็คือภาพมันแตก

540
00:35:56,864 --> 00:36:00,864
เวลาเราเรียกว่าภาษาทั่วไป เราเรียกภาพมันแตก

541
00:36:00,869 --> 00:36:04,869
โดย bitmap มันจะเกิดขึ้นจากจุดสีต่าง ๆ

542
00:36:04,871 --> 00:36:08,871
ที่มีจำนวนตายตัว มาสร้างเป็นภาพ ที่มีความละเอียด

543
00:36:08,872 --> 00:36:12,872
ของภาพแตกต่างกันไป ถ้าเราขยายภาพ Bitmap นี่ จะ

544
00:36:12,873 --> 00:36:16,873
ได้ว่ามันจะเป็นตารางเล็ก ๆ

545
00:36:16,874 --> 00:36:20,874
ก็คือแต่ละ Bit นะคะ โดยที่

546
00:36:20,875 --> 00:36:24,875
ค่า pixcel นี่ ของ Bi

547
00:36:24,876 --> 00:36:28,876
ข้อจำกัดในการขยายภาพ รูปเล็ก ๆ

548
00:36:28,877 --> 00:36:32,877
โอเคมันจะชัด แต่พอ... Pixel มันไม่สามารถเพิ่มได้

549
00:36:32,879 --> 00:36:36,879
พอเราขยาย ภาพมันจะแตก

550
00:36:36,880 --> 00:36:40,880
นะคะ ซึ่งการเปลี่ยนภาพ เปลี่ยนขนาด

551
00:36:40,882 --> 00:36:44,882
ของภาพ โดยเพิ่มหรือลด Pixel ของภาพลงนี่

552
00:36:44,884 --> 00:36:48,884
ขึ้นนี่ ความละเอียดของภาพมันจะเพิ่มขึ้น มันจะแตก

553
00:36:48,886 --> 00:36:52,886
ขยายใหญ่ขึ้นเท่าไร มันก็จะมีขนาดไฟล์ที่ใหญ่

554
00:36:52,888 --> 00:36:56,888
ขึ้น เปลืองเนื้อที่ตามไปด้วยนะคะ เช่นรูปนี้

555
00:36:56,890 --> 00:37:00,890
รูปหมีถ้าเราขยาย ให้ใหญ่ขึ้น

556
00:37:00,891 --> 00:37:04,891
เราจะมองเห็นเป็นตารางสี่เหลี่ยมต่อกัน มาสร้าง

557
00:37:04,891 --> 00:37:08,891
เป็น 1 ภาพนะคะ ถ้าขยายมาก ๆ

558
00:37:08,893 --> 00:37:12,893
มันก็ยิ่งจะเห็นจุดที่ต่อกันเยอะขึ้น มัน

559
00:37:12,894 --> 00:37:16,894
จะไม่สวย เพราะฉะนั้น เวลาเราจะย่อขยายรูปภาพ

560
00:37:16,895 --> 00:37:20,895
เราควรจะเลือกไฟล์หรือเลือก

561
00:37:20,897 --> 00:37:24,897
ภาพกราฟิกให้เหมาะสมกับงานเราด้วย

562
00:37:24,902 --> 00:37:28,902
โดยชนิดไฟลืที่เป็น Raster

563
00:37:28,903 --> 00:37:32,903
มันแตกมีอะไรบ้างนะคะ อันแรกจะเป็น BMP

564
00:37:32,903 --> 00:37:36,903
เป็นไฟล์ที่ปัจจุบันได้ค่อยได้นิยมใช้กันแล้ว

565
00:37:36,905 --> 00:37:40,905
แต่ว่า

566
00:37:40,905 --> 00:37:44,905
เป็นไฟลืค่าตั้งต้น ของการบันทึกภาพ

567
00:37:44,907 --> 00:37:48,907
บนคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่จะเป็นการแสดงบนคอมพิวเตอร์

568
00:37:48,909 --> 00:37:52,909
เป็น . ก็คือเป็น

569
00:37:52,910 --> 00:37:56,910
.BMP นะคะ ต่อมาเป็น

570
00:37:56,910 --> 00:38:00,910
จุด PCX เมื่อก่อนใช้กับดปรแกรม

571
00:38:00,913 --> 00:38:04,913
Paint brush เมื่อนานมาก ๆ แล้ว

572
00:38:04,914 --> 00:38:08,914
ไม่นิยมใช้แล้วนะคะ อันนี้ก็เอามาให้รู้จักกัน

573
00:38:08,916 --> 00:38:12,916
กับต่อมาเป็นนามสกุล .

574
00:38:12,916 --> 00:38:16,916
TIFF นะคะ จะวร้างขึ้นมากับ

575
00:38:16,920 --> 00:38:20,920
โปรแกรมจากโปรแกรมใช้จัดหน้าหนังสือ เป็น

576
00:38:20,921 --> 00:38:24,921
การทำสื่อสิ่งพิมพ์จะสามารถเก็บรายละเอียด

577
00:38:24,922 --> 00:38:28,922
ข้อมูล รายละเอียดรูปภาพได้ค่อนข้างมาก

578
00:38:28,923 --> 00:38:32,923
ขนาดของไฟล์ก็จะเพิ่มใหญ่ขึ้นตามไปด้วยนะคะ

579
00:38:32,924 --> 00:38:36,924
ไฟล์ Gif หรือไฟล์ G-I-F

580
00:38:36,925 --> 00:38:40,925
นะคะพูดผิด GIF มันจะเป็นไฟล์ที่

581
00:38:40,926 --> 00:38:44,926
เหมาะกับการเก็บรูปภาพขนาดเล็ก ใช้จำนวนสีน้อย

582
00:38:44,927 --> 00:38:48,927
นะคะ ส่วนมากจะใช้ในระบบ

583
00:38:48,929 --> 00:38:52,929
เครือข่ายก็คือการแทรกรูปภาพลงบนเว็บไซต์

584
00:38:52,930 --> 00:38:56,930
เพราะว่าถ้ายิ่งที่เว็บไซต์มีรูปภาพเยอะ

585
00:38:56,931 --> 00:39:00,931
ขนาดไหน มันก็จะทำให้การเรียกดูเว็บไซต์นั้น ๆ

586
00:39:00,932 --> 00:39:04,932
น่ะ เสียเวลามากขึ้น เพราะฉะนั้น การใช้รูปภาพ

587
00:39:04,934 --> 00:39:08,934
กับเว็บไซต์เราจะพยายามใช้รูปที่มีขนาดเล็ก แต่เก็บรูปภาพ

588
00:39:08,935 --> 00:39:12,935
ได้ดีนะคะ ต่อมา

589
00:39:12,939 --> 00:39:16,939
.JPG หรือ .

590
00:39:16,940 --> 00:39:20,940
เป็นไฟล์ที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่มันก็จะถูกบีบอัด

591
00:39:20,941 --> 00:39:24,941
ลดคุณภาพลงนะคะ สามารถใช้กับ

592
00:39:24,942 --> 00:39:28,942
เว็บไซต์บนโลกอินเทอร์เน็ตได้

593
00:39:28,943 --> 00:39:32,943
แต่ไฟล์ .JPG นี่

594
00:39:32,945 --> 00:39:36,945
มันจะไม่ใช่ภาพเคลื่อนไหม มันจะถูกใช้กับภาพนิ่งมากกว่า

595
00:39:36,946 --> 00:39:40,946
นะคะ . ต่อมานะคะ เป็น .picp

596
00:39:40,947 --> 00:39:44,947
อันนี้จะเป็นไฟล์คล้ายกับ .BMP จะคล้ายกับเครื่อง M

597
00:39:44,948 --> 00:39:48,948
นะคะ

598
00:39:48,949 --> 00:39:52,949
.PSD นะคะ

599
00:39:52,950 --> 00:39:56,950
ก็จะเป็นไฟล์ของโปรแกรม Adobe Photoshop ไฟล์

600
00:39:56,950 --> 00:40:00,950
PNG จะเป็นไฟล์ กราฟิก

601
00:40:00,952 --> 00:40:04,952
ชนิดใหม่ล่าสุดที่เอามาใช้สำหรับการ

602
00:40:04,954 --> 00:40:08,954
แสดงผลบนเว็บไซต์นะคะ ก้จะเป็นไฟล์ขนาดเล

603
00:40:08,955 --> 00:40:12,955
สีสันสวยงาม เก็บรายละเอียดได้ดี

604
00:40:12,957 --> 00:40:16,957
ก็จะเป็นไฟล์เอกสาร

605
00:40:16,958 --> 00:40:20,958
ไฟล์พวกเก็บภาพกราฟิกให้ลักษณะเป็นไฟล์

606
00:40:20,959 --> 00:40:24,959
ที่เป็นเอกสาร ง่ายในการอ่าน

607
00:40:24,961 --> 00:40:28,961
ไฟล์กราฟิกประเภทที่ 2 เป็นไฟล์ Vector based

608
00:40:28,962 --> 00:40:32,962
เป็นไฟล์กราฟิกที่พัฒนาขึ้นมาจาก

609
00:40:32,964 --> 00:40:36,964
ผลคำนวณทางคณิตศาสตร์เพื่อให้เกิดภาพ

610
00:40:36,965 --> 00:40:40,965
ที่สามารถย่อ ขยาย ได้

611
00:40:40,966 --> 00:40:44,966
อย่างละเอียดมากขึ้นนะคะ

612
00:40:44,967 --> 00:40:48,967
โดยไฟล์ Vector มันก็จะเก็บไฟล์ Bitmap

613
00:40:48,968 --> 00:40:52,968
ได้ด้วยเหมือนกัน จากภาพตัวอย่างจะเห็นว่าถ้าเรา

614
00:40:52,969 --> 00:40:56,969
ซูมดู๔นี่ ไอ้ตัว Bitmap นี่

615
00:40:56,970 --> 00:41:00,970
มันจะมีขอบแตก ๆ เป็นจุด ๆ

616
00:41:00,971 --> 00:41:04,971
แต่ส่วนไฟล์ Vector นี่ ถ้าเราซูมดูใกล้ ๆ

617
00:41:04,975 --> 00:41:08,975
จะย่อ จะขยาย ความละเอียดมันก็

618
00:41:08,977 --> 00:41:12,977
จะนวลเนียนกว่า พูดอย่างนี้ก็ได้นะคะ

619
00:41:12,977 --> 00:41:16,977
ไม่เหมือนกับ Bitmap มันจะเป็นจุด ๆ ความละเอียด

620
00:41:16,980 --> 00:41:20,980
มันไม่เท่ากันนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างง่าย ๆ

621
00:41:20,981 --> 00:41:24,981
ไฟล์

622
00:41:24,982 --> 00:41:28,982
Vecter base มันก็จะมี

623
00:41:28,984 --> 00:41:32,984
โดยทั้งภาพนี่อาจจะมีส่วนประกอบทั้งเส้นตรง

624
00:41:32,985 --> 00:41:36,985
รูปทรง ส่วนเว้า ส่วนโค้ง โดยอ้างอิง

625
00:41:36,987 --> 00:41:40,987
ตามความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ ที่คำนวณออก

626
00:41:40,991 --> 00:41:44,991
เป็นตัวรูปภาพ อาจจะมีการใช้วัตถุต่าง ๆ

627
00:41:44,992 --> 00:41:48,992
วงกลม เส้นตรง ทรงกลม ลูกบาศก์

628
00:41:48,993 --> 00:41:52,993
รูปทรงอื่น ๆ อาจจะเป็นรูปทรงเรขาคณิตก็ได้

629
00:41:52,994 --> 00:41:56,994
มาผสมกัน มีทิศทางในการลากเส้น

630
00:41:56,994 --> 00:42:00,994
ต่างกันนะคะ ก็อาจจะมีการใช้คำสั่ง

631
00:42:00,996 --> 00:42:04,996
คอมพิวเตอร์สร้างขึ้นมาง่าย ๆ นะคะ โดย

632
00:42:04,997 --> 00:42:08,997
ทุกอย่างในแบบ Vector นี่เราจะมองเป็นแบบวัตถุ

633
00:42:08,999 --> 00:42:12,999
ชนิดของไฟล์ Vector นะคะ

634
00:42:13,000 --> 00:42:17,000
ก็จะมีตั้งแต่ไฟล์ PS นะคะ อันนี้

635
00:42:17,002 --> 00:42:21,002
ก็เกิดขึ้นจากตระกูล Adobe ก็จะเป็นไฟล์มาตรฐาน

636
00:42:21,004 --> 00:42:25,004
ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการพิมพ์ สื่อสิ่งพิมพ์

637
00:42:25,006 --> 00:42:29,006
แล้วก็รูปภาพนะคะ ไฟล์ .EPS ก็จะเป็น

638
00:42:29,007 --> 00:42:33,007
ไฟล์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อสื่อสิ่งพิมพ์เช่นเดียวกันนะคะ

639
00:42:33,008 --> 00:42:37,008
ก็สามารถแยกสีออกจากงานพิมพ์ได้อันนี้เป็นไฟล์ที่

640
00:42:37,009 --> 00:42:41,009
เราสามารถแยกส่วนประกอบได้ แล้วก็นิยมใช้

641
00:42:41,010 --> 00:42:45,010
ในโปรแกรมพวก Iilustator

642
00:42:45,012 --> 00:42:49,012
ตัวไฟล์ AI ก็เป็นไฟล์ของตัว

643
00:42:49,015 --> 00:42:53,015
Adobe illustrator เดี๋ยวเราก็จะได้ทำ

644
00:42:53,016 --> 00:42:57,016
ตัว FH Freehand ก็จะเป็น

645
00:42:57,017 --> 00:43:01,017
Macromedia

646
00:43:01,018 --> 00:43:05,018
จะสู้ตระกูล AI ไม่ได้นะคะ

647
00:43:05,020 --> 00:43:09,020
Drawing file ก็จะเป็นไฟล์ของโปรแกรม AutoCAD

648
00:43:09,022 --> 00:43:13,022
ออกแบบโครงสร้างทางวิศวกรรม

649
00:43:13,024 --> 00:43:17,024
ไฟล์ FLA เป็นไฟล์ Flash นะคะ

650
00:43:17,026 --> 00:43:21,026
ก็เป็นการสร้าง Animation  บนเว็บเพจ

651
00:43:21,027 --> 00:43:25,027
ไอ้ Adobe Flash นี่ก็ไม่ได้รับการ

652
00:43:25,027 --> 00:43:29,027
พัฒนาต่อแล้วนะคะ ไฟล์ Shock Wave หรือ

653
00:43:29,029 --> 00:43:33,029
SWF นะคะ ก็เป็นการนำเสนอ

654
00:43:33,031 --> 00:43:37,031
Animation ประเภท Flash เหมือนกัน

655
00:43:37,032 --> 00:43:41,032
ตอนนี้เราก็จะใช้เป็น .AI เสียมากกว่านะคะ

656
00:43:41,033 --> 00:43:45,033

657
00:43:45,034 --> 00:43:49,034
แต่อย่างไรก็ตามนะคะ

658
00:43:49,035 --> 00:43:53,035
อุปกรณ์แสดงผล ไม่ว่าจะเป็นเครื่อง

659
00:43:53,036 --> 00:43:57,036
ก็จะเป็นเครื่องพิมพ์ที่เสียงดัง ๆ ตอนนี้

660
00:43:57,042 --> 00:44:01,042
เราสั่งพรินต์ พรินต์เตอร์นี่ มันจะเป็นการ

661
00:44:01,044 --> 00:44:05,044
เอาเข็มจิ้มลงไปในกระดาษ เวลาเราจับนี่กระดาษด้านหลัง

662
00:44:05,050 --> 00:44:09,050
มันจะนูน ส่วนมากเครื่องพรินต์ตัวนี้

663
00:44:09,050 --> 00:44:13,050
พรินต์พวกใบเสร็จในแม็กโครก็ยังใช้อยู่

664
00:44:13,052 --> 00:44:17,052
เครื่องพรินต์ Laser

665
00:44:17,053 --> 00:44:21,053
หรือ Ingjet ก็ใช้กัน

666
00:44:21,054 --> 00:44:25,054
รูปภาพที่เป็น Vector base นี่ บางทที

667
00:44:25,055 --> 00:44:29,055
มันอาจจะขึ้นอยู่กับภาพ

668
00:44:29,056 --> 00:44:33,056
หรือจอภาพ อุปกรณ์ที่ออกมาแสดงผล

669
00:44:33,057 --> 00:44:37,057
เช่น ประเภทของเครื่องพรินเตอร์ก็มีผลการแสดงภาพ

670
00:44:37,059 --> 00:44:41,059
เหมือนกัน ถ้าเราใช้เครื่องพรินต์เลเซอร์ ความบะ

671
00:44:41,060 --> 00:44:45,060
สูงกว่า เก็บรายละเอียดของภาพ รายละเอียดของตัวอักษรได้เยอะกว่า

672
00:44:45,062 --> 00:44:49,062
นะคะ อุปกรณ์แสดงผล

673
00:44:49,063 --> 00:44:53,063
เหล่านี้นะคะ ก็เป็นอุปกรณ์ที่

674
00:44:53,065 --> 00:44:57,065
แสดงผลภาพ Vector base

675
00:44:57,066 --> 00:45:01,066
ได้นะคะ

676
00:45:01,066 --> 00:45:05,066
ลักษณะเด่นของ Vector อาจารย์ย้ำอีกรอบ

677
00:45:05,067 --> 00:45:09,067
มันจะสามารถยืดหรือหดภาพ

678
00:45:09,068 --> 00:45:13,068
เท่าไรก็ได้ ภาพจจะไม่แตก รายละเอียด

679
00:45:13,069 --> 00:45:17,069
นะคะ การวางเลย์เอาต์หรือการวางตำแหน่งของการพิมพ์

680
00:45:17,071 --> 00:45:21,071
ภาพหรือตัวอักษรมันจะทำได้สะดวกกว่า

681
00:45:21,072 --> 00:45:25,072
ง่ายกว่านะคะ ยืดหยุ่นในการ

682
00:45:25,074 --> 00:45:29,074
มากกว่าแบบ Rastor base

683
00:45:29,075 --> 00:45:33,075
โดยความแตกต่างกับ

684
00:45:33,077 --> 00:45:37,077
ระหว่างกับ Bitmap กับ Vector นะคะ อันแรก

685
00:45:37,077 --> 00:45:41,077
Bitmap มันจะประกอบไปด้วยจุดต่าง ๆ

686
00:45:41,079 --> 00:45:45,079
นะคะ Vector จะสร้างด้วยสมการคณิตศาสตร์

687
00:45:45,080 --> 00:45:49,080
Bitmap ภาพจะมี Pixel คงที่นะคะ

688
00:45:49,081 --> 00:45:53,081
การจะขยายความละเอียดรูปภาพทำไม่ได้

689
00:45:53,082 --> 00:45:57,082
นะคะ แต่ Vector สามารถย่อขยายได้อย่างไม่จำกัด

690
00:45:57,083 --> 00:46:01,083
Bitmap เหมาะกับงานกราฟิกที่

691
00:46:01,084 --> 00:46:05,084
ต้องการให้แสงและเงาในรายละเอียด แต่ Vector

692
00:46:05,085 --> 00:46:09,085
การวางตำแหน่งงานพิมพ์ การทำ...

693
00:46:09,086 --> 00:46:13,086
งานศิลปะต่าง ๆ นะคะ

694
00:46:13,087 --> 00:46:17,087
อันนี้เป็นตัวอย่าง

695
00:46:17,088 --> 00:46:21,088
ไฟล์ประเภท Bitmap นะคะ

696
00:46:21,090 --> 00:46:25,090
ก็จะเป็นภาพที่ประกอบด้วยจุดต่อจุด

697
00:46:25,094 --> 00:46:29,094
ตรง ๆ มีขนาดใหญ่ เก็บรายละเอียดของภาพได้สมบูรณ์

698
00:46:29,097 --> 00:46:33,097
แต่อย่างที่บอกมันเก็บรายละเอียดได้สมบูรณ์ก็จริง

699
00:46:33,099 --> 00:46:37,099
มีขนาดไฟล์ภาพที่ใหญ่ขึ้นแล้วก็ไม่สามารถย่อขยายได้ตาม

700
00:46:37,100 --> 00:46:41,100
ที่เราต้องการ ซึ่งแตกต่างจากไฟล์ JPEG

701
00:46:41,101 --> 00:46:45,101
นะคะ เป็นการที่เราเก็บ

702
00:46:45,103 --> 00:46:49,103
ไฟลืภาพแบบบีบอัด ยังได้ภาพที่สวยอยู่ค่ะ

703
00:46:49,104 --> 00:46:53,104
แต่ขนาดของไฟล์จะเล็กลงห

704
00:46:53,106 --> 00:46:57,106
ซึ่งมันเหมาะกับภาพที่ถ่ายจากธรรมชาติ

705
00:46:57,107 --> 00:47:01,107
ถ้าเป็นภาพการ์ตูนนี่

706
00:47:01,108 --> 00:47:05,108
บางทีรายละเอียดของเส้นมันหายไป

707
00:47:05,108 --> 00:47:09,108
นะคะ โดยที่ JPEG ก็อย่างที่บอกค่ะไม่สนับสนุนภาพเคลื่อนไหว

708
00:47:09,109 --> 00:47:13,109
.GIF

709
00:47:13,111 --> 00:47:17,111
หรือ .GIF นะคะ ก็เป็นวิธีการ

710
00:47:17,113 --> 00:47:21,113
เก็บภาพที่บีบอัดนะคะ คล้าย ๆ กับ JPEC

711
00:47:21,114 --> 00:47:25,114
แต่รายละเอียดของภาพมันก็จะไม่ค่อยละเอียดนัก

712
00:47:25,115 --> 00:47:29,115
นะคะ ส่วนมากก็จะเก็บภาพการ์ตูน หรือ

713
00:47:29,116 --> 00:47:33,116
ภาพเคลื่อนไหวเล็ก ๆ นะคะ หรือภาพเคลื่อนไหวง่าย ๆ

714
00:47:33,117 --> 00:47:37,117
เอามาไว้ใช้งานนะคะ จากตัวอย่างในภาพ

715
00:47:37,120 --> 00:47:41,120
แมวมันก็ไม่ค่อยชัดนะคะ แต่มันก็เคลื่อนไหวได้ ให้

716
00:47:41,122 --> 00:47:45,122
เห็นภาพนะคะ จุดเด่น

717
00:47:45,123 --> 00:47:49,123
มีอย่างมากค่ะ ก็นิยมใช้แสดงผล

718
00:47:49,123 --> 00:47:53,123
บนเว็บไซต์ บนอินเทอร์เน็ต ขนาดไฟล์ภาพ

719
00:47:53,124 --> 00:47:57,124
เล็กมาก สามารถเปลี่ยนพื้นหลังได้ สามารถทำให้มันโปรงแสงได้

720
00:47:57,125 --> 00:48:01,125
นะคะ สามารถดูได้

721
00:48:01,126 --> 00:48:05,126
บนเว็บเบราว์เซอร์ทุกตัวนะคะ ไฟล์พวกนี้มัน

722
00:48:05,127 --> 00:48:09,127
เปิดง่าย สีมันจะน้อยน่ะค่ะ มีแค่ 256 สี

723
00:48:09,129 --> 00:48:13,129
ไม่เหมาะกับงานที่เอามานำเสนอภาพถ่าย

724
00:48:13,130 --> 00:48:17,130
หรือภาพที่ต้องการใช้ความละเอียดสูง ๆ

725
00:48:17,131 --> 00:48:21,131
นะคะ แต่ถ้าเอามา

726
00:48:21,131 --> 00:48:25,131
ใส่ในไฟล์นำเสนอบ่อย ๆ นี่

727
00:48:25,132 --> 00:48:29,132
ก็จะบอกว่ามันไม่ดี เพราะแทนที่

728
00:48:29,133 --> 00:48:33,133
เขาจะสนใจเนื้อหาที่เราพูด เขาจะ

729
00:48:33,134 --> 00:48:37,134
สนใจไอ้รูปเคลื่อนไหวนี่นะคะ เวลานักศึกษา

730
00:48:37,135 --> 00:48:41,135
ไปใช้ในงานนำเสนอ อย่าพยายาม

731
00:48:41,136 --> 00:48:45,136
ใส่ภาพเคลื่อนไหวเยอะ เพราะมันจะดึงดูดสายตาคนไปดูไอ้ตัวการ์ตูน

732
00:48:45,137 --> 00:48:49,137
มากกว่าเนื้อหาของเรา อันนี้เป็นข้อสังเกต บอกไว้

733
00:48:49,138 --> 00:48:53,138
นะคะ

734
00:48:53,138 --> 00:48:57,138
ไฟล์ Sheet ใหม่ ล่าสุดที่นิยมใช้

735
00:48:57,139 --> 00:49:01,139
นะคะ เป็นไฟล์ .PNG ก็

736
00:49:01,140 --> 00:49:05,140
รูปแบบของไฟล์ก็จะถูกพัฒนาเพื่อแสดงผลบนเว็บไซต์

737
00:49:05,143 --> 00:49:09,143
นะคะ อาจจะใช้แทน เอามาแทน

738
00:49:09,143 --> 00:49:13,143
ที่ไฟล์ .GIF เมื่อกี้นี้ เป็ไฟล์ที่

739
00:49:13,145 --> 00:49:17,145
มีความยืดหยุ่นสูงนะคะ ใช้งานได้กับทุกระบบปฏิบัติการ

740
00:49:17,146 --> 00:49:21,146
ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ Windows

741
00:49:21,147 --> 00:49:25,147
Mac ใด ๆ ก็ตาม สามารถเปิดไฟล์รูปภาพ PNG

742
00:49:25,148 --> 00:49:29,148
ได้ ข้อดีคือ มันมีสี

743
00:49:29,150 --> 00:49:33,150
เยอะขึ้นแล้วมันก็สามารถทำให้โปรงแสงได้

744
00:49:33,150 --> 00:49:37,150
นะคะ ลักษณะรูปโปร่งแสดงเป็นอย่างไร ที่เราใช้ใน Photoshop

745
00:49:37,152 --> 00:49:41,152
หรือ Iilustrartor

746
00:49:41,154 --> 00:49:45,154
ถ้าคุณเอาไปซ้อนใส่ในเว็บไซต์

747
00:49:45,155 --> 00:49:49,155
หรือในการนำเสนอของคุณนี่ภาพพื้นหลังมันจะไม่มี

748
00:49:49,156 --> 00:49:53,156
นะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างว่าถ้าเราใช้พื้นหลังโปร่งแสง

749
00:49:53,156 --> 00:49:57,156
มันจะเป็นพื้นหลังอย่างไรนะคะ

750
00:49:57,159 --> 00:50:01,159
สามารถบนทึกภาพด้วยสีที่จริง

751
00:50:01,164 --> 00:50:05,164
ได้ตรงกับตารางสีสามารถใช้โค้ดสีในการลงสี

752
00:50:05,166 --> 00:50:09,166
ได้นะคะ แต่ไฟล์ PNG ก็คือ

753
00:50:09,167 --> 00:50:13,167
ยังไม่สนับสนุนภาพเคลื่อนไหวนะคะ เพราะมันไม่สามารถซ้อนรูปภาพ

754
00:50:13,170 --> 00:50:17,170
หลาย ๆ ภาพไว้ด้วยกันได้ .TIFF

755
00:50:17,172 --> 00:50:21,172
นะคะ ก็สร้างขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูลภาพถ่ายกราฟิก

756
00:50:21,174 --> 00:50:25,174
เก็บข้อมูลภาพถ่าย กราฟิก ที่ต้อง

757
00:50:25,175 --> 00:50:29,175
หรืองานที่จะต้องใช้ความละเอียดสูง ๆ นะคะ

758
00:50:29,177 --> 00:50:33,177
โดยไฟลืนี่ มันก็สามารถบีบอัดให้มีขนาดเล็

759
00:50:33,177 --> 00:50:37,177
ได้ค่ะ แต่ถ้าอยากได้คุณภาพเต็ม ๆ เราก็ไม่ต้องบีบ

760
00:50:37,178 --> 00:50:41,178
อัดไฟล์อย่างเช่น ถ้าคุณถ่ายรูป

761
00:50:41,179 --> 00:50:45,179
ดวงจันทร์ เราก็อยากได้รายละเอียด

762
00:50:45,181 --> 00:50:49,181
ที่มันชัดเจน เช่นว่า บนดวงจันทรฺ

763
00:50:49,183 --> 00:50:53,183
มันมีสภาพเป็นอย่างไรมีหลุม

764
00:50:53,184 --> 00:50:57,184
หรือมีสภาพพื้นผิวเป็นอย่างไรนะคะ

765
00:50:57,186 --> 00:51:01,186
เราก็จะใช้ไฟล์เก็บรูปภาพนี่

766
00:51:01,186 --> 00:51:05,186
ที่มีคุณภาพสูงนะคะ เช่นภาพตัวอย่าง

767
00:51:05,188 --> 00:51:09,188
ถ้าเราถ่ายมาไม่ชัดนี่อาจจะไม่เห็นว่าพื้นผิวดวงจันทร์เป็นอย่างไร

768
00:51:09,189 --> 00:51:13,189
พอเวลาเราใช้ภาพที่มีความละเอียดสูง ๆ นี่

769
00:51:13,190 --> 00:51:17,190
มันก็สามารถเก็บรายละเอียดของภาพ

770
00:51:17,191 --> 00:51:21,191
ได้อย่างชัดเจนมากขึ้นนะคะ

771
00:51:21,191 --> 00:51:25,191
ไฟล์ PSD ก็คือเป็นไฟล์ของ Photoshop

772
00:51:25,196 --> 00:51:29,196
จุดเด่นก็คือมันสามารถ

773
00:51:29,198 --> 00:51:33,198
เก็บขั้นตอนการทำงาน

774
00:51:33,199 --> 00:51:37,199
ทุกอย่างที่เราทำในโปรแกรมไว้ได้ เราอยากจะ

775
00:51:37,202 --> 00:51:41,202
แก้ไขทีหลังหรืออยากจะแก้ส่วนไหนเราสามารถกลับไปได้

776
00:51:41,204 --> 00:51:45,204
นะคะ แต่ว่าข้อจำกัดคือ

777
00:51:45,205 --> 00:51:49,205
มันจะต้องเปิดบน Adobe Photoshop เท่านั้น

778
00:51:49,206 --> 00:51:53,206
มันไม่สามารถแก้ไขได้โดยโปรแกรมอื่น ๆ

779
00:51:53,207 --> 00:51:57,207
เดี๋ยวเราจะได้ลองทำเพราะว่าเวลาเราแต่งภาพบางทีนี่

780
00:51:57,208 --> 00:52:01,208
ทำไปแล้วเราอยากแก้ไขนะคะ

781
00:52:01,209 --> 00:52:05,209
อย่างเช่น อาจจะส่งไฟล์แรก

782
00:52:05,210 --> 00:52:09,210
ให้ลูกค้าดูก่อน แล้วเขามีไฟลืแก้ ถ้าเรา

783
00:52:09,211 --> 00:52:13,211
ไม่เก็บไฟล์ .PSD ไว้นี่เราอาจจะต้องทำใหม่หมด

784
00:52:13,211 --> 00:52:17,211
นะคะ อันนี้ก็คือเป็นไฟล์ต้นฉบับที่เราสามารถกลับมา

785
00:52:17,213 --> 00:52:21,213
แก้ไขได้นั่นเอง

786
00:52:21,214 --> 00:52:25,214
ไฟล์ .ESP อันนี้จะใช้กับ illast

787
00:52:25,215 --> 00:52:29,215
นะคะ ก็สามารถเก็บลำดับ

788
00:52:29,217 --> 00:52:33,217
การทำงานหรือเก็บ Log นั่นเองนะคะ

789
00:52:33,219 --> 00:52:37,219
คล้าย ๆ กับ Photoshop แต่ตัวนี้การทำงานจะค่อนข้างละเอียดกว่า

790
00:52:37,220 --> 00:52:41,220
ไม่ใช่แค่ตกแต่งภาพ เราสาามรถ

791
00:52:41,222 --> 00:52:45,222
ปรับองศา เพิ่มวัตถุเข้าไปในภาพเราได้ง่าย

792
00:52:45,226 --> 00:52:49,226
นะคะ แต่ตัวนี้นี่

793
00:52:49,228 --> 00:52:53,228
การเก็บข้อมูลบางอย่างนี่อาจจะไม่

794
00:52:53,229 --> 00:52:57,229
ละเอียดเท่า Photoshop นะคะ

795
00:52:57,232 --> 00:53:01,232
งาน Art work หรือจะนิยมทำบน

796
00:53:01,232 --> 00:53:05,232
โปรแกรม illustrator

797
00:53:05,234 --> 00:53:09,234
Format ที่ใช้เขาจะไม่ใช้ .ESP

798
00:53:09,235 --> 00:53:13,235
เขาใช้เป็น .AI ให้มันทันสมัยมากขึ้น

799
00:53:13,235 --> 00:53:17,235
นะคะ วันนี้มีงานให้ทำ

800
00:53:17,237 --> 00:53:21,237
ในห้องนี่ล่ะ นะคะ ก็

801
00:53:21,238 --> 00:53:25,238
จะให้นักศึกษาลองยกตัวอย่างสื่อดิจิทัลที่

802
00:53:25,239 --> 00:53:29,239
นักศึกษาเห็นในชีวิตประจำวันมา 5

803
00:53:29,241 --> 00:53:33,241
ชนิดหรือ 5 สื่อแล้วก็บอกด้วยว่าจุดเด่น

804
00:53:33,242 --> 00:53:37,242
จุดด้อย ของสื่อที่นักศึกษาเลือกมา 5 สื่อนี่

805
00:53:37,243 --> 00:53:41,243
คืออะไร เขียนมาด้วยนะคะ เช่น

806
00:53:41,244 --> 00:53:45,244
อันแรก สมมติเลือกเป็นโซเซียลมีเดีย

807
00:53:45,246 --> 00:53:49,246
ข้อดีของโซเชียลมีเดียที่นักศึกษา

808
00:53:49,247 --> 00:53:53,247
คิดว่ามันดีนี่ อะไรบ้าง เขียนมา

809
00:53:53,248 --> 00:53:57,248
ให้อาจารย์ดูหน่อย แล้วก็โซเชียลมีเดียมันมีจุดด้อย

810
00:53:57,250 --> 00:54:01,250
ตรงไหน ลองเขียนมาให่ดูหน่อย เช่น เปลืงแบ

811
00:54:01,251 --> 00:54:05,251
เล่นนาน เสียเวลา อะไรก็ว่ามานะคะ

812
00:54:05,253 --> 00:54:09,253
เหมือนเวลาเราเข้ามาดู TikTok มันดีจริง

813
00:54:09,254 --> 00:54:13,254
โฆษณากลุ่มเป้าหมายชัดเจนทุกคน

814
00:54:13,256 --> 00:54:17,256
แต่มันทำให้เราเลิกเล่นยากหรือเปล่า เราเล่นแต่ TiKt

815
00:54:17,257 --> 00:54:21,257
จนไม่ทำงานบ้านหรือเปล่า ลองเขียนมาดูสิว่า จุดเด่นจุดด้อย

816
00:54:21,259 --> 00:54:25,259
ของสื่อดิจิทัลที่นักศึกษาเลือกมานี่

817
00:54:25,260 --> 00:54:29,260
มีอะไรบ้าง เดี๋ยวอาจารย์จะแจกกระดาษให้ เดี๋ยวทำในห้องเลย

818
00:54:29,264 --> 00:54:33,264
โอเคค่ะ เดี๋ยวให้นักศึกษาทไำงานเลยค่

819
00:54:33,265 --> 00:54:37,265

820
00:54:37,266 --> 00:54:41,266
เดี๋ยววันนี้เท่านี้ก่อนก็ได้ค่ะ

821
00:54:41,267 --> 00:54:45,267
เพราะว่าเดี๋ยวให้ทำกิจกรรมในห้องเรียนเลยนะคะ

822
00:54:45,268 --> 00:54:49,268
เดี๋ยววันนี้ประมาณนี้ค่ะล่าม วันนี้เซตระบบ

823
00:54:49,269 --> 00:54:53,269
ใหม่วันนี้ขอบคุณค่ะ น่าจะให้ทำงานในห้องไม่ได้ล่ามแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ

824
00:54:53,271 --> 00:54:57,271

825
00:54:57,272 --> 00:55:01,272

826
00:55:01,276 --> 00:55:05,276

827
00:55:05,277 --> 00:55:09,277

828
00:55:09,279 --> 00:55:13,279

829
00:55:13,282 --> 00:55:17,282

830
00:55:17,283 --> 00:55:21,283

831
00:55:21,285 --> 00:55:25,285
[สิ้นสุดการถอดความ]

832
00:55:25,287 --> 00:55:29,287

833
00:55:29,289 --> 00:55:33,289

834
00:55:33,292 --> 00:55:37,292

835
00:55:37,293 --> 00:55:41,293

836
00:55:41,295 --> 00:55:45,295

837
00:55:45,297 --> 00:55:49,297

838
00:55:49,299 --> 00:55:53,299

839
00:55:53,303 --> 00:55:57,303

840
00:55:57,304 --> 00:56:01,304

841
00:56:01,307 --> 00:56:05,307

842
00:56:05,309 --> 00:56:09,309

843
00:56:09,311 --> 00:56:13,311

844
00:56:13,312 --> 00:56:17,312

845
00:56:17,315 --> 00:56:21,315

846
00:56:21,316 --> 00:56:24,319

847
00:56:25,318 --> 00:56:28,320

848
00:56:29,320 --> 00:56:32,323

849
00:56:33,322 --> 00:56:36,325

850
00:56:37,324 --> 00:56:40,325

851
00:56:41,327 --> 00:56:44,327

852
00:56:45,331 --> 00:56:48,332

853
00:56:49,333 --> 00:56:52,337

854
00:56:53,334 --> 00:56:56,337

855
00:56:57,335 --> 00:57:00,338

856
00:57:01,337 --> 00:57:04,340

857
00:57:05,340 --> 00:57:08,341

858
00:57:09,342 --> 00:57:12,345

859
00:57:13,344 --> 00:57:16,348

860
00:57:17,345 --> 00:57:20,349

861
00:57:21,349 --> 00:57:24,352

862
00:57:25,350 --> 00:57:28,352

863
00:57:29,352 --> 00:57:32,355

864
00:57:33,354 --> 00:57:36,354

865
00:57:37,355 --> 00:57:40,357

866
00:57:41,357 --> 00:57:44,359


