﻿1
00:00:04,020 --> 00:00:07,068
(อาจารย์ธิดารัตน์) จะต้องมี

2
00:00:07,068 --> 00:00:08,087
ข้อความ

3
00:00:08,087 --> 00:00:09,179
เสียง

4
00:00:09,179 --> 00:00:11,490
ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว

5
00:00:11,490 --> 00:00:13,482
ภาพ 2 มิติ 3 มิติ

6
00:00:13,482 --> 00:00:17,320
นะคะ รวมถึงการใช้โปรแกรมประยุกต์เพื่อออกแบบสื่อ

7
00:00:17,320 --> 00:00:19,752
ให้เหมาะสมด้วย

8
00:00:19,752 --> 00:00:21,173
วิชานี้

9
00:00:21,173 --> 00:00:22,703
อาจารย์พยายามจะลด

10
00:00:22,703 --> 00:00:26,545
คะแนนสอบลง อยากให้ทำงานเยอะ ๆ ก็เลยเพิ่มคะแนน

11
00:00:26,545 --> 00:00:28,017
ทั้งเข้าห้องเรียน

12
00:00:28,017 --> 00:00:29,307
มีคะแนนให้

13
00:00:29,307 --> 00:00:32,377
มีการบ้าน แบบฝึกหัดรายงาน นี่ จะให้คะแนนเยอะขึ้น

14
00:00:32,377 --> 00:00:35,510
ให้สอบน้อยลง

15
00:00:35,510 --> 00:00:37,122
เกรดเหมือนเดิม

16
00:00:37,122 --> 00:00:38,781
นะคะ

17
00:00:38,781 --> 00:00:41,734
a b+ ไปเรื่อย ๆ ลงไปตาม

18
00:00:41,734 --> 00:00:45,734
ปกติของเรานะคะ เรียนที่ 2 เราาจะเข้าใจเรื่องระบบเกรดแล้ว

19
00:00:46,735 --> 00:00:50,735
วิชานี้ก็จะมีตั้งแต่ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสื่อดิจิทัลเป็นยัอ

20
00:00:51,467 --> 00:00:53,337
ย่างไร การออกแบบสื่อดิจิตอล

21
00:00:53,337 --> 00:00:56,601
เราต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง

22
00:00:56,601 --> 00:00:59,995
นะคะ การแบบตัวอักษรกราฟิก หรือออกแบบกราฟิกต่าง ๆ

23
00:00:59,995 --> 00:01:01,415
ต้องทำอ

24
00:01:01,415 --> 00:01:03,337
ย่างไร ออกแบบโลโก้

25
00:01:03,337 --> 00:01:04,809
เวลาใคร

26
00:01:04,809 --> 00:01:08,809
มีร้านขายของ เหมือนโลโก้เป๊ปซี่ โลโก้โค้ก โลโก้โรบินสัน

27
00:01:10,640 --> 00:01:13,328
เขาออกแบบอย่างรไ เขาใช้แนวคิดอะไร

28
00:01:13,328 --> 00:01:15,059
นะคะ บางคน

29
00:01:15,059 --> 00:01:16,269
นี่ หารายได้พิเศษแล้ว

30
00:01:16,269 --> 00:01:18,201
รับออกแบบโลโก้ได้ด้วย

31
00:01:18,201 --> 00:01:18,912
นะคะ

32
00:01:18,912 --> 00:01:22,176
มีการออกแบบตัวการ์ตูน 2 มิติ 3 มิติ

33
00:01:22,176 --> 00:01:24,035
หรือการออกแบบ

34
00:01:24,035 --> 00:01:28,035
อาจจะไม่ใช่ตัวการ์ตูนก็ได้ค่ะ เป็นสิ่งของหรือวัตถุใด ๆ ก็ตาม

35
00:01:29,039 --> 00:01:31,212
นะ มีการสร้างแอนิเมชั

36
00:01:31,212 --> 00:01:32,942
น อาจจะมีการออกแบบ

37
00:01:32,942 --> 00:01:36,942
สื่อดิจิตอล บางอย่างที่ไม่ใช่อาจจะไม่ใช่ e-book อาจจะให้ออกแบบปกรายงาน

38
00:01:38,718 --> 00:01:40,699
หรือโปสเตอร์

39
00:01:40,699 --> 00:01:42,502
นำเสนอโฆษณาต่าง ๆ

40
00:01:42,502 --> 00:01:46,282
นะคะ มีการตัดต่อวีดีโอใส่

41
00:01:46,282 --> 00:01:50,282
subtitle เหมือนเวลาเราไปดูหนังแล้วไม่มีตัวหนังสืออยู่ข้างล่าง

42
00:01:50,644 --> 00:01:51,795
นะคะ เขาทำยังไง

43
00:01:51,795 --> 00:01:52,494
นะคะ

44
00:01:52,494 --> 00:01:56,494
รวมถึงการสร้าง Motion graphic ภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ มีวิธีการทำอย่างไร

45
00:01:57,941 --> 00:02:01,941
บ้างนะคะ ก็วิชานี้ก็จะเป็นประมาณนี้

46
00:02:06,348 --> 00:02:08,981
เ

47
00:02:08,981 --> 00:02:11,864
ดี๋ยว วันนี้เดี๋ยวเริ่มบทแรกเลย

48
00:02:11,864 --> 00:02:15,864
นะคะ อันแรกเลยมันก็จะไม่ยากไม่ได้เป็นการแนะนำว่าสื่อดิจิทัลที่เราจะเรียน

49
00:02:18,402 --> 00:02:20,960
นี่ มันคืออะไร

50
00:02:20,960 --> 00:02:22,883
ไอ้คำว่า "ดิจิทัล"

51
00:02:22,883 --> 00:02:26,883
นี่ มันเป็นภาษาละตินเป็นภาษาทางยุโรป

52
00:02:27,055 --> 00:02:28,657
แปลว่านิ้ว

53
00:02:28,657 --> 00:02:32,657
นิ้วมือคือสิ่งที่เกิดขึ้นจากการใช้นิ้วมือเราสร้างขึ้นมา

54
00:02:33,530 --> 00:02:36,673
นะ ซึ่งคำว่า "ดิจิทัล" นี่

55
00:02:36,673 --> 00:02:40,673
มันนิยมใช้มากที่สุด ทั้งในระบบการคำนวณ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ

56
00:02:41,865 --> 00:02:42,831
นะคะ

57
00:02:42,831 --> 00:02:44,430
รวมถึงการแปลง

58
00:02:44,430 --> 00:02:45,388
ข้อมูล

59
00:02:45,388 --> 00:02:49,372
นะคะ อย่างเช่น ตัวหนังสือที่เรามีนี่ เหมือนที่เราเคยเรียน

60
00:02:49,372 --> 00:02:53,215
วิชาคณิตศาสตร์ ที่อาจารย์เคยสอนไป ทุกอย่างที่เป็นตัวอักษร

61
00:02:53,215 --> 00:02:55,005
จะถูกแปลงเป็นตัวเลข

62
00:02:55,005 --> 00:02:57,068
นะคะ เสียง

63
00:02:57,068 --> 00:02:59,182
ก็แปลงเป็นตัวเลข

64
00:02:59,182 --> 00:03:01,801
ภาพ ภาพเคลื่อนไหวทุกอย่างจะถูกแปลงเป็นตัวเลข

65
00:03:01,801 --> 00:03:04,953
เพื่อเก็บเข้าในคอมพิวเตอร์ได้

66
00:03:04,953 --> 00:03:07,257
ตัวเลขก็มีแค่ 2 ตัว 0 กับ 1 นะ

67
00:03:07,257 --> 00:03:11,257

68
00:03:12,059 --> 00:03:16,059
โดยตัวสื่อดิจิทัลนี่ มันเป็นนวัตกรรมที่สร้างขึ้นมาทดแทนกับ

69
00:03:17,704 --> 00:03:18,990
สื่อเดิม

70
00:03:18,990 --> 00:03:20,206
นะคะ

71
00:03:20,206 --> 00:03:24,181
โดยที่เมื่อก่อนนี้เราจะโฆษณาสักอย่างนี่ เราต้องโฆษณาผ่านทีวี

72
00:03:24,181 --> 00:03:26,101
หรือในโรงหนังภาพยนตร์น

73
00:03:26,101 --> 00:03:27,571
ี่ คามันก็แพง

74
00:03:27,571 --> 00:03:29,572
พอเราทำสื่อดิจิตอลเองได้นี่

75
00:03:29,572 --> 00:03:32,253
เช่นพวก coaster ต่าง ๆ ที่เราติด

76
00:03:32,253 --> 00:03:34,305
ประชาสัมพันธ์ในพรุ่งนี้

77
00:03:34,305 --> 00:03:36,297
มันก็จะราคาถูกลง

78
00:03:36,297 --> 00:03:37,969
แล้วก็คุณภาพ

79
00:03:37,969 --> 00:03:39,627
หมายรูปภาพตัวอย่าง

80
00:03:39,627 --> 00:03:42,511
ชัดเจนเหมือนเดิมนะคะ

81
00:03:42,511 --> 00:03:46,041
ใครก็สามารถพัฒนาสื่อดิจิทัลได้นะคะ

82
00:03:46,041 --> 00:03:48,093
ซึ่งตรงกันข้ามกับ

83
00:03:48,093 --> 00:03:50,072
สื่อ analog แบบเดิม

84
00:03:50,072 --> 00:03:51,103
จะต้อง

85
00:03:51,103 --> 00:03:53,864
ประชาสัมพันธ์ผ่านหนังสือพิมพ์เท่านั้น

86
00:03:53,864 --> 00:03:55,585
อ่านออนไลน์ก็ไม่ได้

87
00:03:55,585 --> 00:03:59,176
นะคะ เวลาจะค้นหาข้อมูลทีหนึ่ง องเปิดหนังสือ

88
00:03:59,176 --> 00:04:03,176
เล่น ๆ เยอะ ๆ นี่ กว่าจะหาข้อมูลเจอแต่ถ้ามันเป็นข้อมูลที่อยู่บนคอมพิวเตอร์น

89
00:04:04,430 --> 00:04:06,101
ี่ เราสามารถค้นหาได้

90
00:04:06,101 --> 00:04:07,255
รวดเร็วขึ้น

91
00:04:07,255 --> 00:04:08,662
นะคะ

92
00:04:08,662 --> 00:04:11,996
ซึ่งปัจจุบันในการสร้างสื่อดิจิทัล

93
00:04:11,996 --> 00:04:13,917
นี่ ก็จะใช้โปรแกรม

94
00:04:13,917 --> 00:04:15,079
นะคะ

95
00:04:15,079 --> 00:04:17,381
ที่ติดตั้งอยู่บนคอมพิวเตอร์เรานี่แหละ

96
00:04:17,381 --> 00:04:20,083
โดยที่จะมีการเปลี่ยนแปลง

97
00:04:20,083 --> 00:04:22,445
ข้อมูลที่ได้มา เป็นตัวเลข 0 กับ 1

98
00:04:22,445 --> 00:04:25,455
นะคะ เหมือนที่อาจารย์เคยแจ้งไว้

99
00:04:25,455 --> 00:04:29,455
แล้วก็ ขึ้นไหม

100
00:04:30,209 --> 00:04:33,982
สไลด์ไม่ขึ้น

101
00:04:33,982 --> 00:04:36,174
แล้ว

102
00:04:36,174 --> 00:04:40,174
รพูดต่อให้

103
00:04:40,524 --> 00:04:44,524
นักศึกษาดูจากสไลด์ในกลุ่ม Facebook ก็ได้นะ

104
00:04:44,888 --> 00:04:47,131
เข้ากันหรือยัง น่าจะเข้าแล้ว

105
00:04:47,131 --> 00:04:51,131
เดี๋ยวอาจารย์ดูแจ้งเตือนก่อน

106
00:04:53,868 --> 00:04:57,868
ยังไม่มีใครเข้าเลยหรือเปล่า

107
00:05:01,174 --> 00:05:03,478
เข้าแล้วใช่ไหม

108
00:05:03,478 --> 00:05:07,478
คนน้อยแท้ล่ะ

109
00:05:21,622 --> 00:05:23,093
ไหนดูสิ เปิด เปิด

110
00:05:23,093 --> 00:05:27,093
เขาต้องใช้ anydesk ด้วยหรือเปล่า ทำไม Anydesk มันขึ้น

111
00:05:33,621 --> 00:05:37,621
อุ๋ยบอกน้องเปิดสไลด์ใน Facebook ดูก็ได้

112
00:05:39,955 --> 00:05:43,955
รอ

113
00:05:44,260 --> 00:05:48,260
เอ๊ะ ทำไมคนมันยังดูน้อย ๆ

114
00:06:05,742 --> 00:06:09,742
ไม่เป็นไร เดี๋ยวสไลด์ขึ้น...

115
00:06:35,804 --> 00:06:39,276
กดอนุญาต

116
00:06:39,276 --> 00:06:43,276
Anydesk accept

117
00:09:07,578 --> 00:09:09,878
Accept โอเคค่ะ

118
00:09:09,878 --> 00:09:13,022
ล่ามได้ยินนะคะ

119
00:09:13,022 --> 00:09:17,022
ล่ามยังนิ่งอยู่

120
00:09:26,292 --> 00:09:27,762
ล่ามได้ยินไหมคะ

121
00:09:27,762 --> 00:09:31,762
ไม่ได้ยิน

122
00:10:12,261 --> 00:10:16,261
ล่ามได้ยินไหมคะ

123
00:10:16,544 --> 00:10:17,703
โอเคค่ะ

124
00:10:17,703 --> 00:10:21,703
อย่างเดี๋ยวเริ่มต่อเลยนะ

125
00:10:23,028 --> 00:10:24,878
โดยการแสดงข้อมูลนะคะ

126
00:10:24,878 --> 00:10:26,348
ไอ้พวกสื่อดิจิทัลน

127
00:10:26,348 --> 00:10:29,821
ี่ คอมพิวเตอร์เราใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลักอยู่แล้วนะคะ

128
00:10:29,821 --> 00:10:33,403
มันจะแปลงข้อมูลที่ได้ทั้งภาพ เสียง ตัวอักษร

129
00:10:33,403 --> 00:10:36,297
ให้เป็นเลขฐาน

130
00:10:36,297 --> 00:10:39,499
สอง พวกซื้อพวกนี้นี่ มันจะสามารถ

131
00:10:39,499 --> 00:10:41,478
อ้างอิงแล้วก็แจกจ่าย

132
00:10:41,478 --> 00:10:45,400
ที่สามารถประมวลผลข้อมูลดิจิตอลได้

133
00:10:45,400 --> 00:10:46,480
นะคะ

134
00:10:46,480 --> 00:10:47,699
ส่วนมาก

135
00:10:47,699 --> 00:10:51,031
นี่ สื่อดิจิทัล นี่ มันจะทำประโยชน์ให้เราเยอะมากมากกว่า

136
00:10:51,031 --> 00:10:55,031
แบบที่เป็นอนาล็อกแบบเดิมที่เป็นแค่ตัวหนังสือบนกระดาษเท่านั้นนะคะ ซึ่งสื่อดิจิตอลในปัจจุบัน

137
00:10:58,145 --> 00:10:59,295
นี่ อย่างที่ทราบ

138
00:10:59,295 --> 00:11:01,999
มันสามารถเผยแพร่ทาง

139
00:11:01,999 --> 00:11:05,132
โทรศัพท์มือถือก็ได้คอมพิวเตอร์ก็ได้

140
00:11:05,132 --> 00:11:06,933
เผยแพร่ทางเสียงก็ได้

141
00:11:06,933 --> 00:11:08,142
วีดีโอก็ได้

142
00:11:08,142 --> 00:11:12,142
นะคะ รวมถึง Application ต่าง ๆ ก็สามารถเข้าถึงสื่อดิจิทัลได้เหมือนกัน

143
00:11:13,859 --> 00:11:17,323
หรือมึงหรือแม้กระทั่งการอ่านหนังสือพิมพ์

144
00:11:17,323 --> 00:11:21,323
เมื่อก่อนเราต้องอ่านโดยการจับกระดาษใช่ไหมคะ เดี๋ยวนี้มันก็สามารถอ่านได้บนโทรศัพท์ หรือบนคอมพิวเตอร์ได้อยู่แล้วนะคะ

145
00:11:24,108 --> 00:11:26,039

146
00:11:26,039 --> 00:11:30,039
ซึ่งในอดีต ประเภทที่ถือว่าเป็นสื่อดิจิตอลที่

147
00:11:30,073 --> 00:11:32,516
ล้ำยุค เมื่อก่อนนะคะ

148
00:11:32,516 --> 00:11:36,516
เดี๋ยวขออนุญาตสักครู่นะคะ

149
00:12:04,306 --> 00:12:08,306
โอเคค่ะ ในอดีต สิ่งที่ถือว่าเป็นสื่อดิจิตอล

150
00:12:08,740 --> 00:12:11,489
อย่างแรกนะคะ จะมีอยู่ 4 ชนิดนะคะ

151
00:12:11,489 --> 00:12:15,489
ที่เมื่อก่อนก็ถือว่าล้ำสมัยมากแล้วนะคะ

152
00:12:15,723 --> 00:12:16,683
อันแรก

153
00:12:16,683 --> 00:12:20,585
เป็น CD สำหรับการฝึกสอนหรือฝึกฝนนะคะ

154
00:12:20,585 --> 00:12:24,191
ลักษณะของสื่อดิจิทัลแบบนี้นี่ มันจะเป็น

155
00:12:24,191 --> 00:12:27,082
CD ที่ใช้ในการสอนการใช้งาน

156
00:12:27,082 --> 00:12:29,323
สอนการใช้โปรแกรม เช่น

157
00:12:29,323 --> 00:12:30,460
เมื่อก่อน

158
00:12:30,460 --> 00:12:32,455
การจะเรียน

159
00:12:32,455 --> 00:12:33,993
หรืออบรมใด ๆ ก็ตามน

160
00:12:33,993 --> 00:12:35,787
ี่ เขาไม่มีคอร์สอบรม

161
00:12:35,787 --> 00:12:38,798
เขาจะให้ CD มาแผ่นหนึ่ง ให้เราเปิดดู

162
00:12:38,798 --> 00:12:41,941
วิธีการใช้งานใน CD แผ่น

163
00:12:41,941 --> 00:12:45,910
นั้น ๆ ว่าเทคนิคเป็นต่างเขาจะทำอย่างไร ไม่เหมือนยุคปัจจุบันอาจจะมี

164
00:12:45,910 --> 00:12:49,823
วิทยากรมาอบรมหรือเราสามารถดูผ่าน YouTube ได้

165
00:12:49,823 --> 00:12:53,823
ไอ้พวก CD Training หรือว่า CD ที่ช่วยในการฝึกสอนเรานี่

166
00:12:54,497 --> 00:12:56,689
มันจะครอบคลุมถึงการสอน

167
00:12:56,689 --> 00:12:58,221
ในเรื่องต่าง ๆ

168
00:12:58,221 --> 00:13:00,400
อาจจะเป็นทั้งการสาธิตโปรแกรม

169
00:13:00,400 --> 00:13:03,805
การใช้งาน หรือเป็นการแนะนำสินค้า

170
00:13:03,805 --> 00:13:04,764
ก็ได้

171
00:13:04,764 --> 00:13:06,424
ซึ่งการแนะนำสินค้า

172
00:13:06,424 --> 00:13:10,424
เราจะเรียกอย่างนี้ว่าเป็น "CD Presentation

173
00:13:11,096 --> 00:13:14,816
" นะคะ ก็เป็นการสร้างสื่อที่นำเสนอข้อมูลต่าง ๆ

174
00:13:14,816 --> 00:13:16,935
นำเสนอข้อมูลในที่ประชุม

175
00:13:16,935 --> 00:13:19,239
นำเสนอข้อมูลบริษัท

176
00:13:19,239 --> 00:13:21,360
นำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์

177
00:13:21,360 --> 00:13:25,360
นะคะ หรืออาจจะเป็นข้อมูลบริษัท ในลักษณะที่บอกว่า

178
00:13:25,391 --> 00:13:27,251
ใครเป็นผู้ถือหุ้น

179
00:13:27,251 --> 00:13:29,823
ใครเป็นผู้บริหาร

180
00:13:29,823 --> 00:13:33,216
ลักษณะองค์กรเป็นอย่างไร มื่อก่อนเขาจะแจก CD ให้เลยค่ะ

181
00:13:33,216 --> 00:13:34,947
อยากรู้ข้อมูลบริษัทอะไร

182
00:13:34,947 --> 00:13:36,486
เอา CD ไปดู

183
00:13:36,486 --> 00:13:37,189
นะคะ

184
00:13:37,189 --> 00:13:39,238
รวมถึง

185
00:13:39,238 --> 00:13:42,630
VCD DVD

186
00:13:42,630 --> 00:13:45,390
ยุคก่อนหน้านี้นะคะ เวลาเราจะ

187
00:13:45,390 --> 00:13:49,390
ดูข้อมูลใด ๆ ก็ตาม ดูหนัง ฟังเพลงนะคะ

188
00:13:50,073 --> 00:13:51,606
เราก็จะดูใน

189
00:13:51,606 --> 00:13:55,138
สื่อดิจิทัล ลักษณะที่เป็น CD DVD

190
00:13:55,138 --> 00:13:57,760
นะคะ ก็คือเป็นการที่เอา

191
00:13:57,760 --> 00:13:59,430
คลิป หนัง

192
00:13:59,430 --> 00:14:03,284
หลาย ๆ ส่วนมาต่อกัน จนเป็นหนัง 1 เรื่อง

193
00:14:03,284 --> 00:14:07,284
ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะคะ หนังหนัง CD แผ่นนึงนี่ เราสามารถเลือกตอนดูได้

194
00:14:08,785 --> 00:14:10,775
เราจะเลือกดูช่วงไหน

195
00:14:10,775 --> 00:14:13,278
เขาจะแยกเป็นตอน ๆ ไป

196
00:14:13,278 --> 00:14:17,278
ไม่เหมือนปัจจุบัน ดูออนไลน์ อยากดูในช่วงนาทีไหนก็ได้ วินาทีไหนก็ได้ อยากหยุดตรงไหนก็ได้

197
00:14:19,620 --> 00:14:21,612
สิ่ง CD มันก็จะมีข้อจำกัด

198
00:14:21,612 --> 00:14:24,294
ถ้าสมมติเราทำแผ่นเป็นรอย

199
00:14:24,294 --> 00:14:26,545
เราก็ดูไม่ได้

200
00:14:26,545 --> 00:14:30,545
กับสื่ออีกประเทศหนึ่งก็คือเป็น e-book หรือ e-document

201
00:14:31,416 --> 00:14:34,177
ลักษณะเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์

202
00:14:34,177 --> 00:14:37,816
ก็จะเป็นการแปลงเอกสารต่าง ๆ

203
00:14:37,816 --> 00:14:38,847
ให้เป็น

204
00:14:38,847 --> 00:14:42,246
หน้าเว็บไซต์ เว็บเพจ หรือเป็นไฟล์ PDF

205
00:14:42,246 --> 00:14:43,719
นะคะ

206
00:14:43,719 --> 00:14:46,470
ซึ่งเมื่อก่อนนี่

207
00:14:46,470 --> 00:14:49,743
มันก็จะมีโปรแกรมสำหรับการสร้าง e-book โดยเฉพาะ

208
00:14:49,743 --> 00:14:51,474
ซึ่งปัจจุบันก็มี

209
00:14:51,474 --> 00:14:55,474
แต่ว่าก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมแล้วนะคะ เพราะว่ามันก็จะมีโปรแกรมสำเร็จรูปที่ง่

210
00:14:56,276 --> 00:14:58,789
าย ๆ เกิดขึ้นเยอะมาก

211
00:14:58,789 --> 00:15:01,920
แต่สื่อดิจิทัลในปัจจุบัน

212
00:15:01,920 --> 00:15:04,553
เราจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทนะคะ

213
00:15:04,553 --> 00:15:08,553
ส่วนมากทำไมถึงอย่างนี้ เพราะ

214
00:15:09,168 --> 00:15:10,577
เจ้าของธุรกิจ

215
00:15:10,577 --> 00:15:11,668
ทุกวันนี้น

216
00:15:11,668 --> 00:15:15,668
ี่ เขาจะกังวลใจว่า ลูกค้าใหม่ ๆ เขาจะได้มาจากอะไร

217
00:15:16,733 --> 00:15:18,913
การตัดสินใจเลือกสื่อนะคะ

218
00:15:18,913 --> 00:15:22,913
มันก็เลยช่วยสร้างการรับรู้ แล้วก็การดึงดูดลูกค้า

219
00:15:23,659 --> 00:15:25,578
ภายใต้งบประมาณที่มีจำกัด

220
00:15:25,578 --> 00:15:26,990
จ้างสมมติว่า

221
00:15:26,990 --> 00:15:29,100
จ้างแต่โฆษณาทีวี

222
00:15:29,100 --> 00:15:30,642
นี่ แพงมาก

223
00:15:30,642 --> 00:15:34,103
จะใช้สื่ออะไรบ้าง ทำให้เขา

224
00:15:34,103 --> 00:15:36,214
ใช้งบประมาณลงทุนน้อยลง

225
00:15:36,214 --> 00:15:39,294
นะคะ มันก็จะมีอยู่ 3 ประเภท

226
00:15:39,294 --> 00:15:41,214
3 ประเภทหลัก

227
00:15:41,214 --> 00:15:44,546
ๆ เพราะฉะนั้น ในปัจจุบันนี่ ถ้า

228
00:15:44,546 --> 00:15:46,537
เป็นเจ้าของธุรกิจ

229
00:15:46,537 --> 00:15:50,537
เขาก็จะพยายามเข้าใจ แล้วก็มองเห็นถึงประโยชน์ของสื่อดิจิทัลแต่ละประเภท

230
00:15:53,523 --> 00:15:55,633
นะคะ ถ้าเราจัด

231
00:15:55,633 --> 00:15:56,601
เป้าหมาย

232
00:15:56,601 --> 00:15:58,904
ของการที่เราจะสื่อสารให้ชัดเจนนะ

233
00:15:58,904 --> 00:16:02,904
คะ ว่าเราต้องการจะสื่อสารกับใคร ใครเป็นกลุ่มเป้าหมายกับเรา

234
00:16:03,588 --> 00:16:06,469
เราก็จะสามารถเลือกสื่อให้ถูกต้อง

235
00:16:06,469 --> 00:16:09,161
จัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพนะคะ

236
00:16:09,161 --> 00:16:13,161
สามารถวางแผนในการสื่อสารภาพลักษณ์ทางการตลาด

237
00:16:14,033 --> 00:16:15,895
ในปัจจุบันได้ง่ายขึ้น

238
00:16:15,895 --> 00:16:18,716
นะคะ โดยสื่อดิจิทัลน

239
00:16:18,716 --> 00:16:21,797
ี่ ถ้าในปัจจุบันเราจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท

240
00:16:21,797 --> 00:16:22,821
แบบเสียเงิน

241
00:16:22,821 --> 00:16:26,821
แบบหาเงิน แล้วก็แบบไปเป็นเจ้าของด้วยตัวเองนะคะ เป็นแบบเคสไม่เหลือเกินมีแต่แล้วก็โอนมีเดีย

242
00:16:29,290 --> 00:16:32,492
โดยมีวิธีการแยกประเภทสื่อแต่ละสื่อ

243
00:16:32,492 --> 00:16:36,087
นี่ มันก็จะแยกตามลักษณะการได้มา แล้วก็การผลิตสื่อ

244
00:16:36,087 --> 00:16:39,998
ซึ่งแต่ละสื่อนี่ ก็จะมีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันไป

245
00:16:39,998 --> 00:16:42,050
อย่างแรก

246
00:16:42,050 --> 00:16:45,253
สื่อที่แบรนด์

247
00:16:45,253 --> 00:16:46,475
เป็นเจ้าของ

248
00:16:46,475 --> 00:16:49,095
นะคะ ก็คือสื่อที่

249
00:16:49,095 --> 00:16:52,177
หน่วยงานทางธุรกิจนี่ เขาสร้างขึ้นมา

250
00:16:52,177 --> 00:16:56,017
เพื่อใช้เผยแพร่เนื้อหาทางช่องทางของตัวเอง

251
00:16:56,017 --> 00:16:58,582
โดยที่จะไม่เสียค่าใช้จ่าย

252
00:16:58,582 --> 00:17:02,582
ในการเผยแพร่เนื้อหา เช่น เขาก็จะเผยแพร่ข้อมูลลงไปในเว็บไซต์ของเขา

253
00:17:04,423 --> 00:17:08,423
นะคะ หรือพวกบัญชีโซเชียลมีเดียของตัวเขาเองนะคะ

254
00:17:10,185 --> 00:17:14,185
รวมถึงถ้าเป็นสิ่งพิมพ์ ก็จะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ดิจิทัล ก็คือก็จะเผยแพร่บนเว็บไซต์หรือเป็น Social Media ของเขานั่นแหละ รวมถึงการส่งอีเมล

255
00:17:19,035 --> 00:17:20,704
ไปหาลูกค้าโดยตรง

256
00:17:20,704 --> 00:17:24,704
นะคะ โดยลักษณะ ที่ สื่อที่

257
00:17:24,869 --> 00:17:26,799
แบรนด์เป็นเจ้าของตัวเอง

258
00:17:26,799 --> 00:17:30,380
มันก็จะเหมือนเป็นสินทรัพย์ทางการตลาด

259
00:17:30,380 --> 00:17:32,942
ที่สามารถควบคุมได้ตั้งแต่

260
00:17:32,942 --> 00:17:35,063
ข้อความเราเป็นคนดูเอง

261
00:17:35,063 --> 00:17:36,925
รูปลักษณ์ สีสัน

262
00:17:36,925 --> 00:17:38,716
รูปแบบของเนื้อหา

263
00:17:38,716 --> 00:17:42,110
ความถี่ ความบ่อย ในการอัปเดตข้อมูล

264
00:17:42,110 --> 00:17:45,131
วิธีการเผยแพร่วิธีการประชาสัมพันธ์

265
00:17:45,131 --> 00:17:47,884
เขาสามารถควบคุมได้

266
00:17:47,884 --> 00:17:50,127
โดยที่

267
00:17:50,127 --> 00:17:53,589
การที่เราเป็นเจ้าของสื่อเองนี่

268
00:17:53,589 --> 00:17:57,589
มันจะมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารกับสมาชิกหรือลูกค้าประจำ

269
00:17:58,389 --> 00:18:02,112
หรือกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจะขายสินค้าให้เขา

270
00:18:02,112 --> 00:18:05,632
นะคะ หรือคนที่ต้องการจะสื่อสารข้อมูลกับเรา

271
00:18:05,632 --> 00:18:06,913
โดยที่

272
00:18:06,913 --> 00:18:09,616
ถ้าเราเป็นเจ้าของข้อมูลเองนี่

273
00:18:09,616 --> 00:18:13,616
มันอาจจะมีทั้งคู่มือการใช้งานที่มันอัปเดตใหม่เรื่อย ๆ ตามที่เราต้องการ

274
00:18:14,477 --> 00:18:18,477
หรือการแก้ไขปัญหาที่สำคัญ เราก็จะสามารถสื่อสารกับ

275
00:18:18,837 --> 00:18:22,837
กลุ่มบุคคลที่เราต้องการจะสื่อสารด้วยได้โดยตรงนะคะ

276
00:18:24,872 --> 00:18:27,814
จุดเด่นของการที่เราเป็นเจ้าของสื่อเอง

277
00:18:27,814 --> 00:18:31,814
นะคะ ก็คือเราสามารถปรับแต่งเนื้อหาได้ตามที่เราต้องการ

278
00:18:33,266 --> 00:18:34,926
สามารถเผยแพร่ได้

279
00:18:34,926 --> 00:18:38,926
ทันทีทุกที่ทุกเวลา เรา ถ้ามันมีข้อผิดพลาดหรืออยากแก้ไข เราก็เปลี่ยนได้ด้วยตนเอง

280
00:18:42,564 --> 00:18:46,564
นะคะ เป็นสื่อที่ผู้บริโภคสามารถใช้อ้างอิงได้ เพราะว่า

281
00:18:46,784 --> 00:18:49,806
ข้อมูลมาจาก

282
00:18:49,806 --> 00:18:50,827
แหล่งข้อมูล

283
00:18:50,827 --> 00:18:54,027
จริง ของบริษัทจริง ๆ นะคะ

284
00:18:54,027 --> 00:18:58,027
ทำให้มีความเชื่อมั่น และก็สามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรได้

285
00:18:59,413 --> 00:19:03,061
นะคะ ประหยัดต้นทุนในการสื่อสารได้

286
00:19:03,061 --> 00:19:07,061
แล้วก็สามารถกระตุ้นยอดขาย เพราะว่าเราสามารถอัปเดตข้อมูลบ่อยขนาดไหนก็ได้แล้วแต่เรา

287
00:19:09,415 --> 00:19:12,618
ทำให้ปิดการขายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

288
00:19:12,618 --> 00:19:15,499
แต่ข้อเสีย ก็คือ

289
00:19:15,499 --> 00:19:19,499
ที่ต้องการจะสื่อสารกับเรานี่ อาจจะเป็นข้อจำกัด เพราะข้อมูลเราจะ

290
00:19:21,347 --> 00:19:25,347
เฉพาะเจาะจงที่หน่วยงานของเราเท่านั้น ที่จะเป็นคนเผยแพร่ ไม่ได้มีคนอื่นมาช่วยเผยแพร่ กระจายข้อมูลให้กับเรา

291
00:19:28,765 --> 00:19:30,376
เนื้อห

292
00:19:30,376 --> 00:19:32,616
า ถ้าไม่มีแอดมิน

293
00:19:32,616 --> 00:19:34,466
ที่ดี

294
00:19:34,466 --> 00:19:38,448
อาจจะถูกละเลย ก็คือไม่มีการปรับปรุงข้อมูล

295
00:19:38,448 --> 00:19:40,881
ให้เป็นปัจจุบันเท่าที่ควร

296
00:19:40,881 --> 00:19:41,915
นะคะ

297
00:19:41,915 --> 00:19:44,025
ในที่นี้ พอมีแอดมิน

298
00:19:44,025 --> 00:19:47,297
มันก็ต้องมีงบประมาณเพิ่มเพื่อจ้างพนักงาน

299
00:19:47,297 --> 00:19:50,118
รวมทั้งสร้างข้อมูล สร้าง Content

300
00:19:50,118 --> 00:19:52,360
ต้องมี platform ในการดูแลอีกนะ

301
00:19:52,360 --> 00:19:53,189
นะ

302
00:19:53,189 --> 00:19:54,162
อันนี้ คือ

303
00:19:54,162 --> 00:19:58,162
จุดด้อยของการที่เรามีสื่อเป็นของตัวเอง

304
00:19:58,964 --> 00:20:00,366
ต่อมา

305
00:20:00,366 --> 00:20:02,878
เป็นสื่อที่ต้องชำระเงินเพื่อ

306
00:20:02,878 --> 00:20:04,217
เผยแพร่

307
00:20:04,217 --> 00:20:05,692
นะคะ

308
00:20:05,692 --> 00:20:09,692
สื่อที่ต้องชำระเงินเพื่อเผยแพร่นี่ ก็จะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่

309
00:20:10,573 --> 00:20:11,782
ซื้อเวลา

310
00:20:11,782 --> 00:20:12,933
ซื้อตำแหน่ง

311
00:20:12,933 --> 00:20:15,377
อย่างเช่น ในเว็บไซต์เวลาคุณดู

312
00:20:15,377 --> 00:20:16,976
เว็บไซต์ใด ๆ ก็ตาม

313
00:20:16,976 --> 00:20:19,417
มันจะมีโฆษณาใช่ไหมคะ

314
00:20:19,417 --> 00:20:20,819
แต่ละตำแหน่ง

315
00:20:20,819 --> 00:20:24,819
มีราคาที่ต้องจ่ายไม่เท่ากัน

316
00:20:25,502 --> 00:20:28,198
โฆษณาบนโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น

317
00:20:28,198 --> 00:20:29,344
Instagram

318
00:20:29,344 --> 00:20:30,886
Facebook

319
00:20:30,886 --> 00:20:32,937
อะไรอีกล่ะ tiktok

320
00:20:32,937 --> 00:20:35,379
โฆษณาบน Google

321
00:20:35,379 --> 00:20:39,379
แบนเนอร์บนเว็บไซต์ ก็คือด้านบน ๆ ที่มีโฆษณากระพริบ ๆ ของแต่ละเว็บไซตน

322
00:20:41,463 --> 00:20:43,393
ี่ หรือโฆษณาบนหนังสือพิมพ์

323
00:20:43,393 --> 00:20:47,393
การโฆษณาทางวิทยุ การโฆษณาทางโทรทัศน์

324
00:20:47,875 --> 00:20:50,177
ผ่าน Blogger ผ่านยูทูบเบอร์

325
00:20:50,177 --> 00:20:52,296
อินฟลูเอนเซอร์ใด ๆ ก็ตาม

326
00:20:52,296 --> 00:20:54,028
เสียเงิน

327
00:20:54,028 --> 00:20:54,859
นะคะ

328
00:20:54,859 --> 00:20:56,972
โดยสื่อแบบชำระเงินน

329
00:20:56,972 --> 00:21:00,972
ี่ มันก็จะใช้เพื่อดึงดูดความสนใจ แล้วก็การรับรู้ในวงกว้างนะคะ

330
00:21:03,256 --> 00:21:06,526
สามารถช่วยให้กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการ

331
00:21:06,526 --> 00:21:08,327

332
00:21:08,327 --> 00:21:12,327
จะสื่อสารนี่ พบเห็นเนื้อหาของที่เราต้องการโฆษณาได้ทันที

333
00:21:12,361 --> 00:21:15,372
ไม่ต้องรอให้คนมาติดตาม ไม่ต้องพิมพ์ค้นหา

334
00:21:15,372 --> 00:21:16,784
นะคะ

335
00:21:16,784 --> 00:21:19,928
เนื้อหาโฆษณาส่วนใหญ่ มักปรากฏในลักษณะที่

336
00:21:19,928 --> 00:21:23,928
แทรกหรือขัดจังหวะ เหมือนบางคนดูสตอรี่ไอจี

337
00:21:24,538 --> 00:21:28,320
ก็จะมีโฆษณาขายสินค้าเข้ามาคั่น

338
00:21:28,320 --> 00:21:31,261
แบบนี้ คือ เขาซื้อโฆษณาที่ Instagram

339
00:21:31,261 --> 00:21:33,263
เพื่อให้พวกคุณนี่ เห็น

340
00:21:33,263 --> 00:21:34,791
สินค้าของเขา

341
00:21:34,791 --> 00:21:37,743
ไม่ว่าคุณจะดูคลิปใด ๆ ก็ตาม ดู YouTube

342
00:21:37,743 --> 00:21:39,274
ก็มีโฆษณา

343
00:21:39,274 --> 00:21:41,716
ไม่อยากดูโฆษณาก็จ่ายส

344
00:21:41,716 --> 00:21:44,027
ตางค์ YouTube Premium

345
00:21:44,027 --> 00:21:47,606
ก็คือการซื้อสื่อ พื้นที่สื่อเหมือนกัน

346
00:21:47,606 --> 00:21:49,279
นะคะ

347
00:21:49,279 --> 00:21:51,781
จุดเด่นของสื่อที่เราต้องเสียตังค์น

348
00:21:51,781 --> 00:21:53,512
ี่นะคะ ก็

349
00:21:53,512 --> 00:21:55,435
จะเป็นสื่อที่

350
00:21:55,435 --> 00:21:59,435
ช่วยสร้างการรับรู้ทางโฆษณาออนไลน์ ที่

351
00:21:59,666 --> 00:22:03,666
ถึงแม้ว่าจะจ้างอินฟลูเอนเซอร์ก็ยังมีต้นทุนที่ต่ำกว่าโฆษณาทางโทรทัศน์

352
00:22:07,096 --> 00:22:11,096
ธุรกิจขนาดเล็กนี่ ก็สามารถสร้างการรับรู้ได้รวดเร็วนะคะ

353
00:22:11,712 --> 00:22:15,431
คุ้มค่าคุ้มค่ากว่าการใช้สื่อแบบดั้งเดิม

354
00:22:15,431 --> 00:22:19,431
นะคะ

355
00:22:21,194 --> 00:22:22,736
โดยสื่อที่

356
00:22:22,736 --> 00:22:23,765
เสีย

357
00:22:23,765 --> 00:22:24,975
สตางค์นี่ มันก็จะ

358
00:22:24,975 --> 00:22:28,975
มีศักยภาพในการนำเสนอข้อมูลได้มากกว่านะคะ

359
00:22:30,811 --> 00:22:34,811
มีความหลากหลาย ทั้งขนาดรูป แบบ ราคา ที่เหมาะสมกับธุรกิจออนไลน์นะคะ

360
00:22:37,154 --> 00:22:41,154
ใครมีสตางค์์เยอะหน่อย ก็จ้างอินฟลูเอนเซอร์ที่

361
00:22:41,195 --> 00:22:42,925
คนติดตามเยอะ ๆ

362
00:22:42,925 --> 00:22:45,297
อย่างนี้

363
00:22:45,297 --> 00:22:49,297
คนเลยหาเงินง่ายขึ้น

364
00:22:49,979 --> 00:22:51,961
นะคะ แต่จุดด้อยมันก็มี

365
00:22:51,961 --> 00:22:55,961
เพราะมันไม่การันตีว่ากลุ่มเป้าหมายจะซื้อความคิดของคุณ

366
00:22:57,091 --> 00:23:01,091
เพราะมันเป็นการสื่อสารทางเดียว สมมติคุณจ้าง influencer ไปทำคลิปโฆษณาสินค้าให้

367
00:23:03,503 --> 00:23:04,903
แต่

368
00:23:04,903 --> 00:23:06,504
การรีวิวของเขาน

369
00:23:06,504 --> 00:23:10,504
่ะ มันไม่ได้เรื่องคุณก็ต้องรับสภาพนะคะ

370
00:23:11,955 --> 00:23:13,106
รวมถึง

371
00:23:13,106 --> 00:23:17,106
ผู้บริโภคเหมือน อย่างเรา ๆ นี่ บางทีเห็นโฆษณาก็ไม่อยากกดดู กดข้าม

372
00:23:18,165 --> 00:23:19,836
อันนี้ก็เป็นความเสี่ยง

373
00:23:19,836 --> 00:23:22,016
นะคะ

374
00:23:22,016 --> 00:23:23,545
การเผยแพร่เนื้อหา

375
00:23:23,545 --> 00:23:25,467
อาจจะครอบคลุม

376
00:23:25,467 --> 00:23:27,021
ทำให้

377
00:23:27,021 --> 00:23:28,746
ข้อมูล

378
00:23:28,746 --> 00:23:31,689
มันอาจจะไม่ค่อยคุ้มเท่าที่ควร

379
00:23:31,689 --> 00:23:33,289
นะคะ อาจจะนำเสนอได้แค่

380
00:23:33,289 --> 00:23:34,629
บางส่วนน

381
00:23:34,629 --> 00:23:36,370
ะคะ

382
00:23:36,370 --> 00:23:38,029
โดยที่

383
00:23:38,029 --> 00:23:39,760
ผลสำรวจส่วนใหญ่

384
00:23:39,760 --> 00:23:43,092
ผู้บริโภคนะคะ ะเห็นว่าการโฆษณาแบบนี้

385
00:23:43,092 --> 00:23:46,874
มันเ ป็นสิ่งที่น่ารำคาญ มันเป็นสิ่งรบกวน

386
00:23:46,874 --> 00:23:49,372
ถ้าอยากให้มัน

387
00:23:49,372 --> 00:23:53,372
เผยแพร่โฆษณาผ่านสื่อได้ดีกว่านี้ ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นอีกนะค

388
00:23:54,953 --> 00:23:58,953
ะ ก็เป็นจุดด้อยของการสื่อสารแบบนี้เหมือนกัน

389
00:24:00,208 --> 00:24:02,957
กับสื่อ

390
00:24:02,957 --> 00:24:04,178
ประเภทสุดท้าย

391
00:24:04,178 --> 00:24:06,100
เป็นสื่อที่

392
00:24:06,100 --> 00:24:08,540
มีคนอื่นสร้างให้

393
00:24:08,540 --> 00:24:12,320
อาจจะได้มาจากการพูดถึงการบอกต่อ

394
00:24:12,320 --> 00:24:16,320
แตกต่างจากการที่เป็นเจ้าของซื้อเองกับการที่ใช้สื่อแบบจ่ายเงินนะคะ

395
00:24:18,791 --> 00:24:20,200
โดยที่

396
00:24:20,200 --> 00:24:22,823
ถ้าเราใช้สื่อประเภทนี้นี่

397
00:24:22,823 --> 00:24:25,524
เราจะไม่สามารถ

398
00:24:25,524 --> 00:24:28,017
ควบคุมทิศทางเนื้อหาของ

399
00:24:28,017 --> 00:24:29,806
การสื่อสารได้

400
00:24:29,806 --> 00:24:31,159
เพราะว่า

401
00:24:31,159 --> 00:24:35,159
เนื้อหาจะได้มาจากคนที่ทดลองใช้สินค้า หรือบริการโดยตรงนะคะ

402
00:24:36,992 --> 00:24:40,707
คนที่สนใจข้อมูลเหล่านน

403
00:24:40,707 --> 00:24:44,619
ี่ ก็จะเป็นคนที่ดูว่ามันเกี่ยวข้องไหม ได้ประโยชน์หรือเปล่า

404
00:24:44,619 --> 00:24:47,120
ถ้ามันดี เอามาให้ฉันลองใช้ก่อน

405
00:24:47,120 --> 00:24:48,909
ถ้ามันดีฉันถึงจะรีวิวให้คุณ

406
00:24:48,909 --> 00:24:50,522
นี่เป็นสื่อประเภทที่

407
00:24:50,522 --> 00:24:53,022
คนอื่นตั้งให้

408
00:24:53,022 --> 00:24:56,152
รีวิว ดี เขาก็จะแชร์เนื้อหา

409
00:24:56,152 --> 00:24:57,763
บอกต่อคนอื่น

410
00:24:57,763 --> 00:24:58,984

411
00:24:58,984 --> 00:25:02,698
โพสต์ลง social Media ไปพักโรงแรมนี้ไปพักฟรี

412
00:25:02,698 --> 00:25:05,321
เดี๋ยวฉันจะทำสื่อประชาสัมพันธ์ให้นะ

413
00:25:05,321 --> 00:25:07,381
ผลต่างตอบแทนจะเป็นแบบนี้

414
00:25:07,381 --> 00:25:09,171
นะคะ

415
00:25:09,171 --> 00:25:12,244
โดยท

416
00:25:12,244 --> 00:25:15,077
ี่คนที่รีวิวให้คุณน

417
00:25:15,077 --> 00:25:17,187
ี่ กับธุรกิจที่

418
00:25:17,187 --> 00:25:19,108
เขา ผลต่างตอบแทนก

419
00:25:19,108 --> 00:25:22,252
ันนี่ อาจจะอยู่ในบทความในหนังสือพิมพ์ก็ได้

420
00:25:22,252 --> 00:25:23,533
เขียน

421
00:25:23,533 --> 00:25:27,533
บล็อกส่วนตัวก็ได้ หรือในโซเชียลมีเดียก็ได้

422
00:25:27,563 --> 00:25:29,105
ในส่วนนี้น

423
00:25:29,105 --> 00:25:33,105
ี่ ถ้าเขารีวิวแล้วออกมาดี มันก็จะมีส่วนช่วยให้ธุรกิจของคุณ

424
00:25:33,279 --> 00:25:34,746
นี่ เป็นที่รู้จัก

425
00:25:34,746 --> 00:25:36,159
ว่า

426
00:25:36,159 --> 00:25:40,159
สินค้าของคุณที่พักของคุณใด ๆ ก็ตามนี่ มันดี

427
00:25:41,353 --> 00:25:42,824
อย่างไรนะคะ รวมถึงอาจจะมีการ

428
00:25:42,824 --> 00:25:44,425
ถูกเชิญ

429
00:25:44,425 --> 00:25:45,965
เข้าไปร่วม

430
00:25:45,965 --> 00:25:48,086
พูดคุยสัมมนาว่า

431
00:25:48,086 --> 00:25:50,388
พอมันดังขึ้นมาน

432
00:25:50,388 --> 00:25:54,301
ี่ เขาก็เชิญคุณไปให้ข้อมูลใด ๆ ก็ได้

433
00:25:54,301 --> 00:25:55,581
โดย

434
00:25:55,581 --> 00:25:58,276
สื่อที่คนอื่นสร้างให้

435
00:25:58,276 --> 00:25:59,177
นี่ ตอนนี้

436
00:25:59,177 --> 00:26:01,098
จะเป็นสื่อที่

437
00:26:01,098 --> 00:26:04,558
มีค่ากับองค์กรของคุณมากที่สุด

438
00:26:04,558 --> 00:26:06,231
เหมือนกับว่าเป็นกระจก

439
00:26:06,231 --> 00:26:10,231
ช่วยสะท้อนผลงานของธุรกิจของคุณ หรือองค์กรของคุณได้

440
00:26:10,453 --> 00:26:11,422
นะคะ

441
00:26:11,422 --> 00:26:12,383
เพราะฉะนั้น

442
00:26:12,383 --> 00:26:16,383
นี่ ไอ้การเป็นสื่อที่คนอื่นตั้งให้เลยวันที่

443
00:26:16,606 --> 00:26:20,009
นิยม เวลาเราดูใน Facebook

444
00:26:20,009 --> 00:26:21,551
เขารีวิวที่พัก

445
00:26:21,551 --> 00:26:22,381
เขาก็จะแท็ก

446
00:26:22,381 --> 00:26:24,433
ที่พัก

447
00:26:24,433 --> 00:26:27,514
มันด้วยก็จะไปพักฟรี แต่แลกกับการต้อง

448
00:26:27,514 --> 00:26:28,984
เขียนรีวิว

449
00:26:28,984 --> 00:26:30,524
ที่พักนั้น ๆ ก็ได้

450
00:26:30,524 --> 00:26:33,466
สื่อดิจิตอลประเภทห

451
00:26:33,466 --> 00:26:36,098
นึ่ง ข้อดีของสื่อประเภทนี้นะคะ

452
00:26:36,098 --> 00:26:37,249
ทำให้

453
00:26:37,249 --> 00:26:40,524
ไวรัล ก็คือกระจายไปหาผู้คนได้เยอะมาก

454
00:26:40,524 --> 00:26:44,524
ช่วยส่งเสริมให้แบรนด์องค์กรของคุณเนี่นี่ มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

455
00:26:46,354 --> 00:26:47,375
ค่าใช้จ่าย

456
00:26:47,375 --> 00:26:48,407
ใส่น้อยที่สุด

457
00:26:48,407 --> 00:26:50,969
คือสื่อประเภทนี้

458
00:26:50,969 --> 00:26:54,969
ทำให้ผู้บริโภคหรือคนที่ต้องการใช้บริการคุณนี่ ตัดสินใจง่ายขึ้น

459
00:26:55,653 --> 00:26:58,345
หรือว่ามีคนรีวิวให้แล้ว

460
00:26:58,345 --> 00:27:00,717
แล้วก็พอมันมีคนรีวิววะน

461
00:27:00,717 --> 00:27:02,898
ี่ ความน่าเชื่อถือก็จะเกิดขึ้นเหมือนผู้

462
00:27:02,898 --> 00:27:05,780
คนรีวิวว่า ใช้เอง ใช้จริง

463
00:27:05,780 --> 00:27:09,756
ไปเที่ยวจริง ๆ ถ่ายรูปจริง ๆ จากสถานที่จริงใด ๆ ก็ตาม

464
00:27:09,756 --> 00:27:12,635
มาโพสต์

465
00:27:12,635 --> 00:27:15,076
แต่จุดด้อยมันก็มีค่ะ

466
00:27:15,076 --> 00:27:17,388
เนื้อหาที่กระจายออกไปหรือโพสต์อ

467
00:27:17,388 --> 00:27:19,947
อกไปนี่ บางทีเราไม่ได้ตรวจสอบ

468
00:27:19,947 --> 00:27:21,998
เราจะควบคุมไม่ได้

469
00:27:21,998 --> 00:27:25,998
เช่น เราคิดว่ามันรีวิวดีแล้ว แต่มันมีบางประโยคหนึ่ง ที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิด

470
00:27:27,892 --> 00:27:29,492
กับองค์กรของเราได้ ก็มี

471
00:27:29,492 --> 00:27:31,732
นะคะ

472
00:27:31,732 --> 00:27:32,632
บางครั้ง

473
00:27:32,632 --> 00:27:36,632
เ ราก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่คิดมันจะเป็นไวรัล ก็คือมันไม่รู้จะส่งผลกระทบกับองค์กรหรือธุรกิจเราตอนไหน

474
00:27:38,525 --> 00:27:40,197
ก็ตอบไม่ได้

475
00:27:40,197 --> 00:27:42,509
นะคะ

476
00:27:42,509 --> 00:27:45,650
แล้วสื่อหรือคนที่มารีวิวน

477
00:27:45,650 --> 00:27:49,650
ี่ มันกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรเราขนาดไหน เราก็ตอบไม่ได้

478
00:27:51,613 --> 00:27:53,854
บางทีอาจจะเป็นนักรีวิวหน้าใหม่

479
00:27:53,854 --> 00:27:55,706
ขอรีวิว

480
00:27:55,706 --> 00:27:56,929
เราก็ไม่รู้ว่า

481
00:27:56,929 --> 00:27:59,049
สิ่งที่เราลงทุนไปเมื่อไหร่จะ

482
00:27:59,049 --> 00:28:00,970
ได้รับผลตอบรับที่ดี

483
00:28:00,970 --> 00:28:02,952
นะคะ ก็

484
00:28:02,952 --> 00:28:04,623
เป็นข้อด้อย

485
00:28:04,623 --> 00:28:08,623
ของสื่อประเภทนี้นะคะ

486
00:28:08,727 --> 00:28:12,509
และการที่เราจะสร้างสื่อดิจิทัลขึ้นมาได้น

487
00:28:12,509 --> 00:28:16,509
ี่ มันก็จะเป็นองค์ประกอบหลักพื้นฐานอยู่ 5 ชนิด ทั้งสื่อดิจิตอล และก็สื่อของมัลติมีเดียทั่วไปนะคะ

488
00:28:19,436 --> 00:28:20,776
จะเป็นทั้งข้อความ

489
00:28:20,776 --> 00:28:21,997
มีเสียง

490
00:28:21,997 --> 00:28:23,158
มีภาพ

491
00:28:23,158 --> 00:28:24,370
ภาพเคลื่อนไหว

492
00:28:24,370 --> 00:28:27,960
Video

493
00:28:27,960 --> 00:28:29,623
นะคะ ในส่วนข้อความ

494
00:28:29,623 --> 00:28:32,515
นี่ มันก็เป็นเนื้อหาของ

495
00:28:32,515 --> 00:28:33,605
ต่าง ๆ

496
00:28:33,605 --> 00:28:36,608
ในมัลติมีเดียหรือสื่อดิจิทัลที่เราใช้

497
00:28:36,608 --> 00:28:39,950
ก็จะเป็นทางแสดงรายละเอียดเนื้อหาเรื่องที่นำเสนอ

498
00:28:39,950 --> 00:28:41,231
นะคะ

499
00:28:41,231 --> 00:28:44,493
แล้วก็รูปแบบ สีสันของตัวอักษร

500
00:28:44,493 --> 00:28:46,225
เราสามารถกำหนดได้

501
00:28:46,225 --> 00:28:48,797
หรืออาจจะเป็นลักษณะของการ

502
00:28:48,797 --> 00:28:52,797
มีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกัน ระหว่างที่นำเสนอได้ด้วยนะคะ

503
00:28:54,620 --> 00:28:57,584
ข้อความก็มีหลายแบบ มีอยู่ 3 แบบ

504
00:28:57,584 --> 00:29:00,207
นะคะ ข้อความแรกข้อความที่ได้จากการพิมพ์

505
00:29:00,207 --> 00:29:01,357
เราพิมพ์เอง

506
00:29:01,357 --> 00:29:02,258
นะคะ

507
00:29:02,258 --> 00:29:06,258
ใช้ Word ใช้ Notepad ใช้เท็กซ์อิดิเตอร์ใด ๆ ก็ตาม

508
00:29:08,412 --> 00:29:10,464
ข้อความที่ได้จากการสแกน

509
00:29:10,464 --> 00:29:13,155
อาจจะเป็นภาพ หรือเอกสารที่

510
00:29:13,155 --> 00:29:16,997
เก่ามากแล้ว หรือเอกสารที่หาต้นฉบับไม่เจอแล้ว

511
00:29:16,997 --> 00:29:18,989
ก็สแกนด้วยเครื่องสแกนเนอร์

512
00:29:18,989 --> 00:29:20,340
ให้ออกมาเป็นภาพ

513
00:29:20,340 --> 00:29:23,991
หรือเป็นไฟล์ PDF ก็ได้

514
00:29:23,991 --> 00:29:27,764
กับข้อความที่เป็น Hyper Text

515
00:29:27,764 --> 00:29:31,366
ก็เป็นข้อความที่รับความนิยมสูง เพราะว่าอยู่บนเว็บไซต์ได้

516
00:29:31,366 --> 00:29:32,447
ออนไลน์ได้

517
00:29:32,447 --> 00:29:36,447
สามารถ Link เชื่อมโยงไปกับข้อความหรือข้อมูลอื่น ๆ ได้

518
00:29:36,688 --> 00:29:38,480
อันนี้คือข้อความที่

519
00:29:38,480 --> 00:29:42,453
นิยมใช้ ก็คือข้อความ H

520
00:29:42,453 --> 00:29:43,985
yper Text เสียง

521
00:29:43,985 --> 00:29:47,325
เสียงก็จะอยู่ในรูปแบบของสัญญาณดิจิทัล สามารถ

522
00:29:47,325 --> 00:29:51,169
สั่งวนซ้ำได้ เล่นกลับไปกลับมาได้

523
00:29:51,169 --> 00:29:55,169
มันจะใช้โปรแกรมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านเสียง

524
00:29:56,943 --> 00:29:58,153
นะคะ การใช้เสียง

525
00:29:58,153 --> 00:30:02,153
จะต้องสอดคล้องกับข้อมูลที่ใช้ในการนำเสนอนะคะ

526
00:30:02,589 --> 00:30:04,762
มันก็จะทำให้

527
00:30:04,762 --> 00:30:07,393
สื่อมัลติมีเดียหรือ สื่อดิจิทัลของเราน

528
00:30:07,393 --> 00:30:09,635
ี่ เกิดความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

529
00:30:09,635 --> 00:30:12,397
แล้วก็ยังสร้างความน่าสนใจ น่าติดตาม

530
00:30:12,397 --> 00:30:15,151
นะคะ เพราะว่าถ้าว่ากันตามตรง

531
00:30:15,151 --> 00:30:15,980
เสียง

532
00:30:15,980 --> 00:30:19,980
มีอิทธิพลต่อผู้ใช้มากกว่าข้อความหรือภาพนิ่งนะคะ

533
00:30:21,434 --> 00:30:25,434
โดยที่บาทีเสียงมันจะเข้ามาได้จากไมโครโฟนแผ่น CD DVD เทปวิทยุ หรือแหล่งอื่นใด ๆ ก็ตาม

534
00:30:28,604 --> 00:30:32,604
สามารถเอามาประกอบในสื่อดิจิทัลได้นะคะ

535
00:30:33,609 --> 00:30:34,959
ภาพนิ่ง

536
00:30:34,959 --> 00:30:36,490
จะเป็นภาพ

537
00:30:36,490 --> 00:30:37,972
ที่มีการเคลื่อนไหว

538
00:30:37,972 --> 00:30:41,972
จะเป็นภาพวาด ภาพถ่าย ภาพลายเส้นก็ได้นะคะ

539
00:30:43,165 --> 00:30:44,766
การดูภาพนิ่ง

540
00:30:44,766 --> 00:30:48,766
ก็จะมีอิทธิพลมากกว่าอ่านข้อความทั่วไป

541
00:30:49,119 --> 00:30:53,119
เหมือนถ้าสมมติ อาจารย์จะประชาสัมพันธ์กำหนดการใด ๆ ก็ตาม

542
00:30:53,672 --> 00:30:56,746
เอากระดาษให้คุณ 1 แผ่น มีตัวหนังสือ

543
00:30:56,746 --> 00:30:58,746
2 3 10 บรรทัด

544
00:30:58,746 --> 00:31:00,597
รายละเอียดต่าง ๆ

545
00:31:00,597 --> 00:31:02,139
คนขี้เกียจอ่าน

546
00:31:02,139 --> 00:31:06,139
แต่ถ้าตอนเปลี่ยนใหม่เป็นโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์

547
00:31:06,171 --> 00:31:07,591
เป็นภาพ

548
00:31:07,591 --> 00:31:11,235
คนจะสนใจมากกว่านะคะ

549
00:31:11,235 --> 00:31:14,247
โดยข้อความน

550
00:31:14,247 --> 00:31:18,227
ี่ อาจจะมีข้อจำกัดของภาษาแต่ละภาษาไม่เหมือนกัน

551
00:31:18,227 --> 00:31:20,337
แต่ถ้าเป็นภาพ

552
00:31:20,337 --> 00:31:22,639
มันจะสามารถสื่อได้

553
00:31:22,639 --> 00:31:26,639
โดยที่คุณอาจจะพูดคนละภาษา แต่บางทีดูรูปแล้วเข้าใจก็มีนะคะ

554
00:31:28,481 --> 00:31:29,500
ภาพนิ่ง

555
00:31:29,500 --> 00:31:31,751
ส่วนมากจะอยู่บนสื่อต่าง ๆ ทั้ง

556
00:31:31,751 --> 00:31:35,751
ในโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ หรือว่าวารสารวิชาการ รวมถึงเว็บไซต์ต่าง ๆ

557
00:31:38,288 --> 00:31:41,052
ภาพเคลื่อนไหว

558
00:31:41,052 --> 00:31:42,903
เป็นภาพกราฟิก

559
00:31:42,903 --> 00:31:44,504
ที่มีการเคลื่อนไหว

560
00:31:44,504 --> 00:31:47,526
อาจจะแสดงขั้นตอนปรากฏการณ์ต่าง ๆ

561
00:31:47,526 --> 00:31:49,316
เช่น เหมือนในรูปนี้

562
00:31:49,316 --> 00:31:51,817
การเคลื่อนที่ของลูกสูบรถยนต์

563
00:31:51,817 --> 00:31:53,097
ถ้ามันไม่ขยับ

564
00:31:53,097 --> 00:31:54,125
คุณจะรู้ไหมว่า

565
00:31:54,125 --> 00:31:56,179
ไอ้ลูกสูบรถยนต์

566
00:31:56,179 --> 00:31:58,930
มันทำงานอ

567
00:31:58,930 --> 00:32:01,623
ย่างไรนี่ ทั้งนี้การสร้างภาพเคลื่อนไหวน

568
00:32:01,623 --> 00:32:05,623
ี่ มันก็จะสร้างจินตนาการเกิดแรงจูงใจให้กับผู้ชม

569
00:32:06,046 --> 00:32:10,046
การผลิตภาพเคลื่อนไหวนี่ อาจจะต้องใช้โปรแกรมที่มีคุณสมบัติเฉพาะทางนะคะ

570
00:32:11,940 --> 00:32:15,723
ปัญหา อาจจะเกิดข้องกับเกี่ยวข้องกับขนาดของไฟล์บ้าง

571
00:32:15,723 --> 00:32:19,723
ข้อจำกัดอาจจะมี อาจจะต้องใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลเยอะขึ้น

572
00:32:20,275 --> 00:32:21,555
แต่ถ้าสมมติรูปนี้

573
00:32:21,555 --> 00:32:23,676
มันไม่ขยับ

574
00:32:23,676 --> 00:32:25,467
มันก็จะดูไม่น่าสนใจ

575
00:32:25,467 --> 00:32:27,901
คุณก็จะคิดไม่ออกว่า เอ๊ะ

576
00:32:27,901 --> 00:32:31,901
รถยนต์เครื่องยนต์ทำงานอย่างไร ให้ลูกมันเคลื่อนไหว

577
00:32:32,770 --> 00:32:36,683
เวลาคนที่เขาเข้ามาดูเขาก็จะเข้าใจแล้วว่ามันทำงานอย่างนี้

578
00:32:36,683 --> 00:32:40,683
เคลื่อนไหวแบบนี้นะคะ อันนี้ก็เป็นประโยชน์ของภาพเคลื่อนไหว

579
00:32:42,649 --> 00:32:44,891
Video

580
00:32:44,891 --> 00:32:48,160
เป็นองค์ประกอบสำคัญของมัลติมีเดีย หรือว่า

581
00:32:48,160 --> 00:32:50,272
สื่อดิจิทัลนะคะ

582
00:32:50,272 --> 00:32:54,272
เนื่องจากวีดีโอนี่ สามารถนำเสนอได้ทั้งภาพ ทั้งข้อความ ทั้งเสียง

583
00:32:55,216 --> 00:32:56,497
นะคะ

584
00:32:56,497 --> 00:33:00,497
ก็จะให้องค์ประกอบในการนำเสนอที่ค่อนข้างครบถ้วนสมบูรณ์

585
00:33:01,101 --> 00:33:03,544
ในวิชานี้ก็อาจจะต้องได้

586
00:33:03,544 --> 00:33:05,275
ตัดต่อวีดีโอ

587
00:33:05,275 --> 00:33:09,275
นักศึกษาบางคนอาจจะบอกว่าฉันตัดต่อบนโทรศัพท์ ฉันก็เคยทำ

588
00:33:10,219 --> 00:33:14,219
แต่ถ้ามันเป็นไฟล์วีดีโอที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ เช่นการตัดต่อภาพยนตร์

589
00:33:14,834 --> 00:33:18,105
นี่ ในโทรศัพท์มันทำได้อาจจะเป็นข้อจำกัด

590
00:33:18,105 --> 00:33:19,638
วิชานี้ก็จะมี

591
00:33:19,638 --> 00:33:23,638
ใช้โปรแกรมตัดต่อวีดีโอเฉพาะทางด้วยนะคะ

592
00:33:26,119 --> 00:33:30,119
ไม่ยากเอาเบื้องต้นนะคะ แต่ก็จะให้ทดลองใช้โปรแกรมกัน

593
00:33:30,343 --> 00:33:32,324
อย่างน้อยก็ผ

594
00:33:32,324 --> 00:33:34,194
่านหู ผ่านตา นะคะ

595
00:33:34,194 --> 00:33:35,285
แ

596
00:33:35,285 --> 00:33:39,285
ต่ว่าข้อจำกัดของ Video ก็มีเหมือนกันเพราะว่ามันค่อนข้างสิ้นเปลืองทรัพยากร

597
00:33:41,491 --> 00:33:42,400
เนื่องจาก

598
00:33:42,400 --> 00:33:46,400
วีดีโอนี่ มันจะเป็นการนำเสนอด้วยเวลาที่เกิดขึ้นจริง หรือว่า Real Time

599
00:33:48,032 --> 00:33:52,032
ใน 1 วินาที ภาพที่เกิดขึ้นบนวีดีโอจ ะต้องเกิดขึ้นอย่างน้อย 30 ภาพใน 1 วินาที

600
00:33:54,765 --> 00:33:58,478
เรากระพริบ อาจจะมองไม่เห็น

601
00:33:58,478 --> 00:34:00,859
โดยการ

602
00:34:00,859 --> 00:34:03,932
ประมวลผลนี่ มันจะต้องมีการบีบอัดสัญญาณ

603
00:34:03,932 --> 00:34:07,393
ไม่ถึงนาที ถ้าเป็นวีดีโอถ้าเป็นคุณภาพสูง

604
00:34:07,393 --> 00:34:11,306
การเก็บข้อมูลพื้นที่อาจจะประมาณ 100 MB

605
00:34:11,306 --> 00:34:12,517
เป็นอย่างน้อย

606
00:34:12,517 --> 00:34:15,147
นะคะ ซึ่งถ้าหนัง 1 เรื่อง

607
00:34:15,147 --> 00:34:16,819
2 ชั่วโมง

608
00:34:16,819 --> 00:34:19,060
3 ชั่วโมง

609
00:34:19,060 --> 00:34:23,060
พื้นที่ในการเก็บข้อมูลมหาศาลมากขึ้น เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น

610
00:34:23,935 --> 00:34:25,345
นะคะ วีดีโอก็มีข้อจำกัด

611
00:34:25,345 --> 00:34:26,304
อยู่บ้า

612
00:34:26,304 --> 00:34:28,095
ง แต่ก็

613
00:34:28,095 --> 00:34:29,114
จำเป็น

614
00:34:29,114 --> 00:34:33,114
ในการนำเสนอข้อมูลในปัจจุบันเช่นเดียวกันนะคะ

615
00:34:35,344 --> 00:34:37,454
เราจะเริ่มต้นจากไ

616
00:34:37,454 --> 00:34:39,126
ฟล์กราฟิกก่อนนะคะ

617
00:34:39,126 --> 00:34:42,078
ในอาทิตย์แรก

618
00:34:42,078 --> 00:34:46,078
ไอ้ไฟล์กราฟฟิกนี่ ที่ใช้ในสื่อดิจิทัลจะมีอยู่ 2 ประเภท

619
00:34:46,559 --> 00:34:48,290

620
00:34:48,290 --> 00:34:49,962
แบบเวคเตอร์เบส

621
00:34:49,962 --> 00:34:53,962
พลาสเตอร์ดูง่าย ๆ มันจะเป็นจุดจุดจุด

622
00:34:54,252 --> 00:34:55,723
เวลารูปภาพ

623
00:34:55,723 --> 00:34:56,884
บอกมา

624
00:34:56,884 --> 00:35:00,538
มันเป็นจุดให้เห็นแต่ถ้าแบบเวกเตอร์

625
00:35:00,538 --> 00:35:02,068
มันจะเป็นเส้น

626
00:35:02,068 --> 00:35:05,471
จะเป็นการที่สามารถ

627
00:35:05,471 --> 00:35:06,884
ขยาย

628
00:35:06,884 --> 00:35:09,824
ย่อรูปภาพได้อย่าง

629
00:35:09,824 --> 00:35:12,786
เขาเรียกว่าหน้าสมูต ก็คือราบเรียบมากขึ้น

630
00:35:12,786 --> 00:35:16,786
จะไม่ค่อยเห็นความแตกต่างเท่าไร

631
00:35:17,007 --> 00:35:21,007
แบบแรกแบบ Raster Based  หรือถ้าเทียบ

632
00:35:21,108 --> 00:35:24,060
เรียกกันทั่วไปก็เป็น

633
00:35:24,060 --> 00:35:27,075
Bit Map มันจะเป็นการที่เอาจุดสีเล็ก ๆ หลาย ๆ จุด

634
00:35:27,075 --> 00:35:28,222
มารวมกัน

635
00:35:28,222 --> 00:35:29,894
ให้เกิดภาพ

636
00:35:29,894 --> 00:35:31,816
1 ภาพ ด้วยภาพ 1 ภาพ

637
00:35:31,816 --> 00:35:32,966
มันจะมีขนาด

638
00:35:32,966 --> 00:35:34,636
กว้างยาว

639
00:35:34,636 --> 00:35:38,636
เช็คพิกเซล Pixel ความลึกจะเป็น Z Pixel

640
00:35:38,871 --> 00:35:40,211
กว้างยาวลึก

641
00:35:40,211 --> 00:35:41,943
นะคะ

642
00:35:41,943 --> 00:35:42,714
ซึ่ง

643
00:35:42,714 --> 00:35:43,804
ค่า Z

644
00:35:43,804 --> 00:35:46,756
มันคือค่าความลึกของสี

645
00:35:46,756 --> 00:35:50,756
นี่ค่ะ อันนี้เป็นตัวอย่างภาพ

646
00:35:51,168 --> 00:35:52,390
bitmap เราเห็นก็คือ

647
00:35:52,390 --> 00:35:54,771
ทำไมรูปภาพมันแปลก

648
00:35:54,771 --> 00:35:56,623
มันจะเป็นจุด

649
00:35:56,623 --> 00:36:00,623
ๆ  ๆ ๆ ๆ อยากรูปเล็ก ๆ นี่ ถ้าเราซูมเข้าไปอีกน

650
00:36:01,300 --> 00:36:03,301
ี่ ภาพมันจะเป็นจุด

651
00:36:03,301 --> 00:36:07,301
ภาพมันแปลกเวลาเราเรียกภาษาทั่วไปอ่ะค่ะ ภาพแตก

652
00:36:08,610 --> 00:36:12,610
bitmap นี่ มันจะเกิดขึ้นจากจุดสีต่าง ๆ ที่มีจำนวนตายตัว

653
00:36:13,481 --> 00:36:14,762
มาสร้างเป็นภาพ

654
00:36:14,762 --> 00:36:18,024
ที่มีความละเอียดของภาพแตกต่างกันไป

655
00:36:18,024 --> 00:36:19,894
ถ้าเราขยายภาพ

656
00:36:19,894 --> 00:36:21,815
bitmap นี่ เห็นได้ว่า

657
00:36:21,815 --> 00:36:23,866
มันจะเป็นตารางเล็ก ๆ

658
00:36:23,866 --> 00:36:26,628
ก็คือแต่ละ bi

659
00:36:26,628 --> 00:36:27,648
t โดยที่

660
00:36:27,648 --> 00:36:29,829
ค่า Pixel

661
00:36:29,829 --> 00:36:31,171
นี่ ของ

662
00:36:31,171 --> 00:36:33,733
bitmap นี่ มันจะเป็นข้อจำกัดในการขยายภาพ

663
00:36:33,733 --> 00:36:36,042
เล็ก ๆ ถ้าลูกเล็ก ๆ เนี่ย

664
00:36:36,042 --> 00:36:37,643
มันจะชัด

665
00:36:37,643 --> 00:36:41,643
Pixel มันไม่สามารถเพิ่มได้เพราะเราขยาย

666
00:36:41,747 --> 00:36:45,079
ภาพมันจะแตกนะคะ

667
00:36:45,079 --> 00:36:46,941
ซึ่งการเปลี่ยนภาพ

668
00:36:46,941 --> 00:36:48,730
เปลี่ยนขนาดของภาพ

669
00:36:48,730 --> 00:36:51,363
โดยเพิ่มหรือลดพิกเซลจากเดิม

670
00:36:51,363 --> 00:36:55,363
นี่ ภาพขยายใหญ่ขึ้นความละเอียดของภาพมันจะลดลงก็คือภาพแตกนั่นแหละ

671
00:36:55,601 --> 00:36:58,088
ถ้าเรายิ่งขยายใหญ่ขึ้นเท่าไ

672
00:36:58,088 --> 00:37:00,019
ร มันก็จะมีขนาดไฟล์ที่ใหญ่ขึ้น

673
00:37:00,019 --> 00:37:01,880
เปลือหน้าที่ตามขึ้นไปด้วย

674
00:37:01,880 --> 00:37:02,772
นะคะ

675
00:37:02,772 --> 00:37:04,763
เช่น รูปนี้ รูปหมี

676
00:37:04,763 --> 00:37:06,617
ถ้าเราขยาย

677
00:37:06,617 --> 00:37:07,905
ให้ใหญ่ขึ้น

678
00:37:07,905 --> 00:37:10,977
เราจะมองเห็นเป็นตารางสี่เหลี่ยมต่อกัน

679
00:37:10,977 --> 00:37:13,219
สร้างมาเป็น 1 ภาพ

680
00:37:13,219 --> 00:37:15,460
นะคะ ถ้าขยายมาก ๆ

681
00:37:15,460 --> 00:37:16,943
มันก็ยิ่งจะเห็นจุด

682
00:37:16,943 --> 00:37:19,320
ที่มาต่อกันเยอะขึ้น

683
00:37:19,320 --> 00:37:20,915
มันก็จะไม่สวย

684
00:37:20,915 --> 00:37:22,136
เพราะฉะนั้น

685
00:37:22,136 --> 00:37:25,792
เวลาเราจะย่อขยายรูปภาพ เราควรจะเลือก

686
00:37:25,792 --> 00:37:27,011
ไฟล์

687
00:37:27,011 --> 00:37:28,231
หรือเลือก

688
00:37:28,231 --> 00:37:31,947
ภาพกราฟฟิกให้เหมาะสมกับงานเราด้วย

689
00:37:31,947 --> 00:37:34,960
โดยชนิดฝ่ายที่เป็น Raster คือ สามารถ

690
00:37:34,960 --> 00:37:37,331
ขยายแล้วมันแตกมีอะไรบ้าง

691
00:37:37,331 --> 00:37:39,061
อันแรกจะเป็น

692
00:37:39,061 --> 00:37:40,993
bmp

693
00:37:40,993 --> 00:37:43,935
เป็นฝ่ายที่ปัจจุบันไม่ค่อยนิยมใช้งานกันแล้ว

694
00:37:43,935 --> 00:37:46,246
แต่ว่า

695
00:37:46,246 --> 00:37:48,877
เป็น

696
00:37:48,877 --> 00:37:50,410
ไฟล์ค่าตั้งต้น

697
00:37:50,410 --> 00:37:53,491
ของการบันทึกรูปภาพบนคอมพิวเตอร์

698
00:37:53,491 --> 00:37:56,826
ส่วนใหญ่จะแสดงผลบนจอคอมพิวเตอร์ โดยใช้นามสกุล

699
00:37:56,826 --> 00:37:58,426
เป็น

700
00:37:58,426 --> 00:37:59,387
. ก็คือ

701
00:37:59,387 --> 00:38:00,537
.bmp

702
00:38:00,537 --> 00:38:01,819

703
00:38:01,819 --> 00:38:03,810
ต่อมา

704
00:38:03,810 --> 00:38:06,121
เป็น .PCX

705
00:38:06,121 --> 00:38:10,121
ซึ่งเมื่อก่อนใช้กับโปรแกรม Paint Brush เมื่อนานมาก ๆ นะคะ

706
00:38:11,301 --> 00:38:12,782
ปัจจุบันก็

707
00:38:12,782 --> 00:38:14,133
ไม่ยอมหายแล้ว

708
00:38:14,133 --> 00:38:17,586
อันนี้เอาให้รู้จักกัน

709
00:38:17,586 --> 00:38:21,586
ก็มาเป็นนามสกุล .

710
00:38:22,659 --> 00:38:24,830
tiff จะสร้างขึ้นมาเป็นโปรแกรม

711
00:38:24,830 --> 00:38:28,830
โปรแกรมใช้จัดหน้าหนังสือจะเป็นเกี่ยวกับการทำสื่อสิ่งพิมพ์

712
00:38:30,863 --> 00:38:34,863
สามารถเก็บรายละเอียดข้อมูลรายละเอียดรูปภาพได้ค่อนข้างมาก

713
00:38:35,157 --> 00:38:37,328
ขนาดของไฟล์ก็จะใหญ่เพิ่ม

714
00:38:37,328 --> 00:38:38,618
ตามขึ้นไปด้วย

715
00:38:38,618 --> 00:38:41,241
ot8t นะคะ

716
00:38:41,241 --> 00:38:42,722
ไฟล์ gif

717
00:38:42,722 --> 00:38:46,186
หรือ .gifนะคะ พูดผิด

718
00:38:46,186 --> 00:38:50,186
มันก็จะเป็นไฟล์ที่เหมาะกับการเก็บรูปภาพขนาดเล็ก

719
00:38:50,348 --> 00:38:52,139
ใช้จำนวนสีน้อย

720
00:38:52,139 --> 00:38:53,491
นะคะ

721
00:38:53,491 --> 00:38:55,614
ส่วนมากจะใช้ในระบบ

722
00:38:55,614 --> 00:38:57,655
เครือข่าย ก็คือ

723
00:38:57,655 --> 00:39:00,928
การแทรกรูปภาพลงบนเว็บไซต์

724
00:39:00,928 --> 00:39:04,928
เพราะว่ายิ่งเว็บไซต์มีข้อมูลรูปภาพใหญ่ขนาดไหนมัน ก็ทำให้

725
00:39:06,566 --> 00:39:08,359
การเรียกดูเว็บไซต์นั้นน่ะ

726
00:39:08,359 --> 00:39:12,359
เสียเวลามากขึ้น เพราะฉะนั้น การใช้รูปภาพกับเว็บไซต์

727
00:39:13,174 --> 00:39:15,664
เราจะพยายามใช้รูปที่มีขนาดเล็ก

728
00:39:15,664 --> 00:39:19,387
แต่เก็บรายละเอียดได้ดีนะค

729
00:39:19,387 --> 00:39:20,668
ะ ต่อมา .

730
00:39:20,668 --> 00:39:24,002
jpg กับ .jpeg

731
00:39:24,002 --> 00:39:25,542
นะคะ เป็นไฟล์ที่

732
00:39:25,542 --> 00:39:28,303
ถูกสร้างขึ้นมาแต่มันก็จะถูกบีบอัด

733
00:39:28,303 --> 00:39:30,416
ลดคุณภาพลง

734
00:39:30,416 --> 00:39:31,316
นะคะ

735
00:39:31,316 --> 00:39:33,617
สามารถใช้กับ

736
00:39:33,617 --> 00:39:36,319
ระบบอินเทอร์เน็ตได้

737
00:39:36,319 --> 00:39:37,278
แ

738
00:39:37,278 --> 00:39:39,521
ต่ไฟล์  .jpg

739
00:39:39,521 --> 00:39:40,542
นี่ มันจะ

740
00:39:40,542 --> 00:39:44,542
ไม่ใช่ภาพเคลื่อนไหวมันจะถูกใช้กับภาพนิ่งซะมากกว่า

741
00:39:46,694 --> 00:39:50,694
vict อันนี้จะเป็นฝ่ายคล้าย ๆ กับ bmp แต่ว่าจะเป็นไฟล์บนเครื่อง Mac นะคะ

742
00:39:56,442 --> 00:39:58,552
.psd นะคะ

743
00:39:58,552 --> 00:39:59,771

744
00:39:59,771 --> 00:40:02,783
ก็จะเป็นไฟล์ของโปรแกรม Adobe Photoshop

745
00:40:02,783 --> 00:40:03,813
นะคะ

746
00:40:03,813 --> 00:40:07,075
.PNG ก็จะเป็นไฟล์

747
00:40:07,075 --> 00:40:09,326
กราฟฟิกชนิดใหม่ล่าสุด

748
00:40:09,326 --> 00:40:11,309
ที่เอามาใช้

749
00:40:11,309 --> 00:40:13,490
สำหรับการแสดงผลบนเว็บไซต์

750
00:40:13,490 --> 00:40:14,381
นะคะ

751
00:40:14,381 --> 00:40:18,381
ก็จะเป็นไฟล์ขนาดเล็ก สีสันสวยงาม เก็บรายละเอียดได้ดี

752
00:40:19,006 --> 00:40:23,006
แล้วก็ .pdf ก็จะเป็นไฟล์เอกสารของ Adobe acrobat

753
00:40:23,036 --> 00:40:25,421
เป็นไฟล์พวก

754
00:40:25,421 --> 00:40:29,000
เก็บภาพกราฟฟิกให้เป็นลักษณะเป็นไฟล์ที่เป็นเอกสาร

755
00:40:29,000 --> 00:40:32,142
ง่ายในการอ่าน

756
00:40:32,142 --> 00:40:35,480
ไฟล์กราฟฟิกประเภทที่ 2 เป็นแบบ vector

757
00:40:35,480 --> 00:40:36,505
Bases นะคะ

758
00:40:36,505 --> 00:40:40,505
ไฟล์กราฟิกที่พัฒนาขึ้นมาโดยใช้ผลคำนวณทางคณิตศาสตร์

759
00:40:41,892 --> 00:40:44,643
ที่ให้เกิดภาพ

760
00:40:44,643 --> 00:40:48,364
สามารถย่อขยายได้

761
00:40:48,364 --> 00:40:49,395
อย่าง

762
00:40:49,395 --> 00:40:52,147
ละเอียดมากขึ้น

763
00:40:52,147 --> 00:40:56,147
โดยใช้ vector นี่ มันก็สามารถเก็บไฟล์ประเภท bitmap ได้ด้วยเหมือนกัน

764
00:40:56,686 --> 00:40:58,557
ภาพ

765
00:40:58,557 --> 00:41:00,991
เห็นไหมว่าถ้าเราซูมดูน

766
00:41:00,991 --> 00:41:02,329
ี่ ไอ้ตัว bitmap

767
00:41:02,329 --> 00:41:04,193
นี่ เวลาเราขยายเนี่ย

768
00:41:04,193 --> 00:41:06,822
จะมีขอบแตก ๆ เป็นจุด

769
00:41:06,822 --> 00:41:07,972
ๆ ๆ Pixel

770
00:41:07,972 --> 00:41:10,415
จะส่งไฟล์ vector น

771
00:41:10,415 --> 00:41:14,134
ี่ ถึงแม้ว่าเราจะซูมดูใกล้ ๆ จะย่อจะขยาย

772
00:41:14,134 --> 00:41:15,416
ความละเอียด

773
00:41:15,416 --> 00:41:16,376
มันก็ยังจะ

774
00:41:16,376 --> 00:41:20,376
นวลเนียนกว่านี้ก็ได้

775
00:41:20,728 --> 00:41:21,748
ไม่เหมือนกับ

776
00:41:21,748 --> 00:41:23,940
bitmap มันเป็นจุด

777
00:41:23,940 --> 00:41:25,790
... ความละเอียดมันไม่เท่ากัน

778
00:41:25,790 --> 00:41:29,790
อันนี้เป็นตัวอย่างง่าย ๆ

779
00:41:31,434 --> 00:41:35,434
ไฟล์ vector Base นี่ มันก็จะเป็นลักษณะของการสร้างแต่ละส่วนแยกออกจากกัน

780
00:41:36,950 --> 00:41:40,950
โดยทั้งภาพอาจจะมีส่วนประกอบของเส้นตรงรูปทรงส่วนเว้าส่วนโค้ง

781
00:41:42,595 --> 00:41:44,896
โดยที่อ้างอิงตาม

782
00:41:44,896 --> 00:41:46,367
ความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์

783
00:41:46,367 --> 00:41:49,582
โดยที่คำนวณออกมาเป็นตัวรูปภาพ

784
00:41:49,582 --> 00:41:53,582
อาจจะมีการใช้วัตถุต่าง ๆ วัตถุวงกลม เส้นตรง

785
00:41:54,064 --> 00:41:55,225
ทรงกลม

786
00:41:55,225 --> 00:41:56,376
ลูกบาศก์

787
00:41:56,376 --> 00:41:59,648
รูปทรงอื่น ๆ อาจจะเป็นรูปทรงเรขาคณิตก็ได้

788
00:41:59,648 --> 00:42:01,248
มาผสมกัน

789
00:42:01,248 --> 00:42:05,248
มีทิศทางในการลากเส้นเป็นแนวทางต่าง ๆ ต่างกันนะคะ

790
00:42:05,673 --> 00:42:06,823

791
00:42:06,823 --> 00:42:09,513
ก็จะมีการใช้คำสั่งคอมพิวเตอร์

792
00:42:09,513 --> 00:42:11,315
สร้างขึ้นมาง่าย ๆ

793
00:42:11,315 --> 00:42:13,365
นะคะ โดยทุกอย่าง

794
00:42:13,365 --> 00:42:16,628
ในแบบ Vector นี่ เราจะมองให้เป็นวัตถุ

795
00:42:16,628 --> 00:42:17,979
ชนิดของไฟล์

796
00:42:17,979 --> 00:42:19,260
Vector

797
00:42:19,260 --> 00:42:20,350
นะคะ

798
00:42:20,350 --> 00:42:21,951
ก็จะมีแต่ไฟล์

799
00:42:21,951 --> 00:42:22,913
PS

800
00:42:22,913 --> 00:42:25,224
อันนี้ก็เกิดขึ้นจาก

801
00:42:25,224 --> 00:42:26,435
ตระกูล Adobe

802
00:42:26,435 --> 00:42:30,435
นะคะ ก็จะเป็นฝ่ายที่เป็นมาตรฐานที่ใช้ในอุตสาหกรรมการพิมพ์

803
00:42:30,736 --> 00:42:34,189
การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์และรูปภาพ

804
00:42:34,189 --> 00:42:35,741
นะคะ ไฟล์ .EPS

805
00:42:35,741 --> 00:42:37,721
จะเป็นไฟล์ที่สร้างขึ้นมา

806
00:42:37,721 --> 00:42:39,712
เพื่อสื่อสิ่งพิมพ์เช่นเดียวกัน

807
00:42:39,712 --> 00:42:40,543
นะคะ

808
00:42:40,543 --> 00:42:42,274
ก็สามารถแยกสี

809
00:42:42,274 --> 00:42:46,247
ออกจากงานพิมพ์ได้ อันนี้เป็นฝ่ายที่เราสามารถแยกส่วนประกอบได้

810
00:42:46,247 --> 00:42:47,788
แล้วก็นิยมใช้

811
00:42:47,788 --> 00:42:49,710
ในโปรแกรม Il

812
00:42:49,710 --> 00:42:53,710
lustrator นะคะ เราจะใช้โปรแกรมตัวนี้ด้วย

813
00:42:53,810 --> 00:42:57,810
AI เป็นไฟล์ของโปรแกรม Adobe Illustrator อันนี้เดี๋ยวเราจะได้ทำ

814
00:42:59,252 --> 00:43:00,994
นะคะ

815
00:43:00,994 --> 00:43:04,579
ตัว FH  เป็นโปรแกรมของพวก

816
00:43:04,579 --> 00:43:07,138
Micro Media ซึ่งปัจจุบันก็

817
00:43:07,138 --> 00:43:11,138
ไม่ค่อยได้รับความนิยมจะสู้ตะกูล AI ไม่ได้

818
00:43:11,822 --> 00:43:13,816
drawing file ก็เป็นของโปรแกรม

819
00:43:13,816 --> 00:43:16,626
Autocad อันนี้เป็นไฟล์สำหรับกัน

820
00:43:16,626 --> 00:43:19,258
แบบโครงสร้างทางวิศวกรรม

821
00:43:19,258 --> 00:43:23,258
นะคะ ไฟล์ fla เป็นไฟล์ Flash

822
00:43:23,491 --> 00:43:27,491
ก็เป็นการสร้างแอนิเมชั่นบนเว็บเพจ ซึ่งตอน

823
00:43:28,941 --> 00:43:30,984
นี้ ไอ้ Adobe Flash นี่ ก็

824
00:43:30,984 --> 00:43:32,012
ไม่ได้รับ

825
00:43:32,012 --> 00:43:33,553
การพัฒนาต่อแล้ว

826
00:43:33,553 --> 00:43:34,583
นะคะ

827
00:43:34,583 --> 00:43:36,884
ไฟล์ Shockwave หรือ sws

828
00:43:36,884 --> 00:43:40,145
นะคะ ก็เป็นการนำเสนอ

829
00:43:40,145 --> 00:43:44,145
แอนิเมชันแบบประเภท flash เหมือนกันนะคะ อันนี้ก็ไม่รับความนิยมแล้วตอนนี้เราก็จะใช้เป็น

830
00:43:46,372 --> 00:43:50,372
แบบ AI มากกว่า

831
00:43:52,784 --> 00:43:54,444
แปล

832
00:43:54,444 --> 00:43:55,665
อย่างไรก็ตาม

833
00:43:55,665 --> 00:43:57,006
นะคะ

834
00:43:57,006 --> 00:44:01,006
อุปกรณ์แสดงผลไม่ว่าจะเป็นเครื่องพิมพ์แบบดอทเมตริกซ์ด้วยเป็นเครื่องปริ้นที่เสียงดัง ๆ ตอนนี้เครื่อง Dot Matrix ก็คือเวลา

835
00:44:04,826 --> 00:44:07,198
เราสั่งพรินต์ พรินต์เตอร์

836
00:44:07,198 --> 00:44:08,737
นี่ มันจะเป็นการเอาเข็ม

837
00:44:08,737 --> 00:44:11,171
จิ้มลงไปในกระดาษ

838
00:44:11,171 --> 00:44:14,511
โทรศัพท์เนี่ยกระดาษด้านหลังมันจะนูน

839
00:44:14,511 --> 00:44:17,582
ส่วนมากเครื่องปริ้นตัวนี้จะไว้ปริ้นใบเสร็จ

840
00:44:17,582 --> 00:44:20,658
ใน Makro ก็ยังใช้อยู่

841
00:44:20,658 --> 00:44:23,924
เครื่องพรินต์เลเซอร์ อันนี้คือเครื่องที่นิยมใช้กันทั่วไป

842
00:44:23,924 --> 00:44:25,015
หรืออิงค์เจ็ท

843
00:44:25,015 --> 00:44:27,838
ตัวอย่างนิยมใช้กัน

844
00:44:27,838 --> 00:44:29,948
รูปภาพที่เป็น vector based เนี่ย

845
00:44:29,948 --> 00:44:32,452
บางทีเวลาการแสดงผล

846
00:44:32,452 --> 00:44:35,464
นี่ บางทีมันอาจจะขึ้นอยู่กับ

847
00:44:35,464 --> 00:44:36,364
ภาพ

848
00:44:36,364 --> 00:44:37,703
หรือจอภาพ

849
00:44:37,703 --> 00:44:41,703
อุปกรณ์ที่ออกมาแสดงผลเช่นประเภทของเครื่องพรินตอร์นี่ ก็มีผลในการแสดงภาพเหมือนกัน

850
00:44:45,212 --> 00:44:49,212
ถ้าเราใช้เครื่องพรินต์เลเซอร์ แน่นอนความละเอียดมันจะสูงกว่า

851
00:44:49,252 --> 00:44:53,252
เก็บรายละเอียดของภาพรายละเอียดของตัวอักษรได้เยอะกว่านะคะ

852
00:44:54,827 --> 00:44:56,879
อุปกรณ์แสดงผลเหล

853
00:44:56,879 --> 00:44:58,029
่านี้นะคะ

854
00:44:58,029 --> 00:44:59,193

855
00:44:59,193 --> 00:45:02,134
ก็เป็นอุปกรณ์ที่สามารถแสดงผลภาพ

856
00:45:02,134 --> 00:45:05,084
Vector bases  ถึงร้านเซอร์วิสได้

857
00:45:05,084 --> 00:45:08,547
นะคะ

858
00:45:08,547 --> 00:45:12,521
ลักษณะเด่นของ vector นะคะ อาจารย์ย้ำอีกรอบ

859
00:45:12,521 --> 00:45:16,435
มันจะสามารถยืดหรือหดภาพเท่าไหร่ก็ได้

860
00:45:16,435 --> 00:45:17,774
ภาพจะไม่แตก

861
00:45:17,774 --> 00:45:21,367
รายละเอียดของภาพไม่เปลี่ยนแปลง

862
00:45:21,367 --> 00:45:25,367
การวาง layout หรือการวางตำแหน่งของงานพิมพ์ภาพหรือตัวอักษร

863
00:45:26,433 --> 00:45:27,715
มันจะทำได้

864
00:45:27,715 --> 00:45:28,816
สะดวกกว่า

865
00:45:28,816 --> 00:45:29,779
ง่ายกว่า

866
00:45:29,779 --> 00:45:33,779
นะคะ ยืดหยุ่นในการทำงานได้มากกว่าแบบราสเตอร์แบบ bitmap นะคะ

867
00:45:34,827 --> 00:45:38,827
นะคะ

868
00:45:39,002 --> 00:45:43,002
โดยความแตกต่างกับระหว่างบิตแมปกับ Vector นะคะ

869
00:45:43,484 --> 00:45:45,225
แรก

870
00:45:45,225 --> 00:45:46,116
bi Map

871
00:45:46,116 --> 00:45:47,975
มันจะประกอบไปด้วยจุดต่าง ๆ

872
00:45:47,975 --> 00:45:51,975
ราคาเวกเตอร์จะสร้างโดยสมการคณิตศาสตร์โดยการเอาเส้นมาประกอบกัน

873
00:45:53,747 --> 00:45:55,728
ภาพจะมีพิกเซลคงที่

874
00:45:55,728 --> 00:45:56,879
นะคะ

875
00:45:56,879 --> 00:45:58,029
การจะขยาย

876
00:45:58,029 --> 00:45:59,381
ความเหรียญรูปภาพ

877
00:45:59,381 --> 00:46:00,530
ทำไม่ได้

878
00:46:00,530 --> 00:46:04,530
Twitter เนี่ยสามารถย่อขยายได้อย่างไม่จำกัด

879
00:46:05,155 --> 00:46:06,434
Bitmap

880
00:46:06,434 --> 00:46:10,434
เหมาะกับงานกราฟิกที่ต้องการให้แสงเงาในรายละเอียด

881
00:46:10,726 --> 00:46:11,948
แต่

882
00:46:11,948 --> 00:46:13,420
vector ก็เหมาะกับการวาง

883
00:46:13,420 --> 00:46:15,080
ตำแหน่งงานพิมพ์

884
00:46:15,080 --> 00:46:16,559
การทำ

885
00:46:16,559 --> 00:46:17,592
งาน

886
00:46:17,592 --> 00:46:18,872
ศิลปะต่าง ๆ

887
00:46:18,872 --> 00:46:22,872
นะคะ

888
00:46:23,162 --> 00:46:26,114
อันนี้เป็นตัวอย่าง

889
00:46:26,114 --> 00:46:28,166
ไฟล์ประเภท

890
00:46:28,166 --> 00:46:28,808
Bitmap นะคะ

891
00:46:28,808 --> 00:46:32,808
ก็จะเป็นภาพที่ประกอบด้วยจุดต่อจุดตรง ๆ

892
00:46:33,031 --> 00:46:34,062
มีขนาดใหญ่

893
00:46:34,062 --> 00:46:35,981
เก็บรายละเอียดให้สมบูรณ์

894
00:46:35,981 --> 00:46:37,333
แต่อย่างที่บอก

895
00:46:37,333 --> 00:46:41,333
มันเก็บรายละเอียดที่สมบูรณ์ก็จริง แต่มันก็ทำให้มีขนาดไฟล์ภาพที่ใหญ่ขึ้น

896
00:46:42,456 --> 00:46:45,917
แล้วก็ไม่สามารถย่อขยายได้ตามที่เราต้องการ

897
00:46:45,917 --> 00:46:47,648
ซึ่งแตกต่างจาก

898
00:46:47,648 --> 00:46:49,500
ไฟล์ JPEG

899
00:46:49,500 --> 00:46:50,732
นะคะ

900
00:46:50,732 --> 00:46:52,262
การที่เราเก็บ

901
00:46:52,262 --> 00:46:54,765
ไฟล์ภาพแบบบีบอัด

902
00:46:54,765 --> 00:46:58,747
ยังได้ภาพที่สวยอยู่ค่ะ แต่ขนาดของไฟล์จะเล็กลง

903
00:46:58,747 --> 00:47:01,108
ขาย 10 เท่าเลย จากเดิม

904
00:47:01,108 --> 00:47:05,108
ซึ่งมันเหมาะกับการที่จะเป็นภาพที่ถ่ายจากธรรมชาติ

905
00:47:06,300 --> 00:47:09,630
ถ้าเป็นภาพการ์ตูนนี่ บางที

906
00:47:09,630 --> 00:47:12,900
รายละเอียดของเส้นมันจะหายไปนะคะ

907
00:47:12,900 --> 00:47:13,861
โ

908
00:47:13,861 --> 00:47:17,861
ดยที่ บอกค่ะ ไม่สนับสนุนภาพเคลื่อนไหว

909
00:47:18,413 --> 00:47:20,975
not Gif หรือ dot

910
00:47:20,975 --> 00:47:24,975
if นะคะ ก็เป็นวิธีการเก็บภาพที่บีบอัด

911
00:47:26,556 --> 00:47:28,278
คล้ายกับ jpeg

912
00:47:28,278 --> 00:47:30,910
รายละเอียดของภาพมันก็จะ

913
00:47:30,910 --> 00:47:31,999
ไม่ค่อย

914
00:47:31,999 --> 00:47:33,862
เกลียดนัก

915
00:47:33,862 --> 00:47:37,384
ส่วนมากก็จะเก็บภาพการ์ตูนหรือภาพเคลื่อนไหว

916
00:47:37,384 --> 00:47:39,045
เล็ก

917
00:47:39,045 --> 00:47:41,617
ๆ หรือภาพเคลื่อนไหวง่าย ๆ เอามาไว้ใช้งาน

918
00:47:41,617 --> 00:47:44,629
จากทุกอย่างในภาพก็จะเห็นว่า

919
00:47:44,629 --> 00:47:46,612
แมวมันก็ไม่ค่อยชัด

920
00:47:46,612 --> 00:47:48,413
แต่มันเคลื่อนไหวได้

921
00:47:48,413 --> 00:47:51,494
เราให้เห็นภาพ

922
00:47:51,494 --> 00:47:53,416
นะคะ จุดดเด่น

923
00:47:53,416 --> 00:47:54,566
อย่างมากค่ะ

924
00:47:54,566 --> 00:47:57,579
ก็นิยมใช้บนแสดงผลบนเว็บไซต์

925
00:47:57,579 --> 00:47:59,380
บนอินเทอร์เน็ต

926
00:47:59,380 --> 00:48:01,490
ขนาดไฟล์ภาพมีขนาดเล็กมาก

927
00:48:01,490 --> 00:48:04,894
สามารถเปลี่ยนพื้นหลังได้ทำให้มันโปร่งแสงได้

928
00:48:04,894 --> 00:48:06,555
นะคะ

929
00:48:06,555 --> 00:48:10,555
สามารถดูได้บน Web Browser ทุกตัว

930
00:48:11,621 --> 00:48:13,229
นะคะ ไฟล์ภาพนี้เปิดง่าย

931
00:48:13,229 --> 00:48:17,229
คือ สีมันจะน้อยค่ะ มีแค่ 256 สี

932
00:48:17,514 --> 00:48:21,514
ไม่เหมาะกับงานที่เอามานำเสนอภาพถ่าย

933
00:48:21,686 --> 00:48:25,686
หรือภาพที่ต้องการใช้ความละเอียดสูง ๆ นะคะ

934
00:48:26,561 --> 00:48:29,440
แต่ถ้าเอามาใส่ใน

935
00:48:29,440 --> 00:48:32,069
ไฟล์นำเสนอบ่อย ๆ

936
00:48:32,069 --> 00:48:33,802
ก็จะบอกว่ามันไม่ดี

937
00:48:33,802 --> 00:48:34,952
เพราะ

938
00:48:34,952 --> 00:48:36,752
แทนที่

939
00:48:36,752 --> 00:48:39,632
เขาจะสนใจเนื้อหาที่เราพูด

940
00:48:39,632 --> 00:48:42,706
เขาจะสงสัยสนใจไอ้รูปเคลื่อนไหวนี่นะคะ

941
00:48:42,706 --> 00:48:45,468
เวลานักศึกษาไปใช้

942
00:48:45,468 --> 00:48:47,387
ในงานนำเสนอ

943
00:48:47,387 --> 00:48:49,949
อย่าพยายามใส่ภาพเคลื่อนไหวเยอะ

944
00:48:49,949 --> 00:48:52,319
เพราะมันจะดึงดูดสายตาคนไปดู

945
00:48:52,319 --> 00:48:55,532
ตัวการ์ตูนมากกว่านี้หาของเรา อันนี้

946
00:48:55,532 --> 00:48:59,532
ข้อสังเกตบอกไว้นะคะ

947
00:49:00,266 --> 00:49:01,688
ไฟล์ชนิดใหม่

948
00:49:01,688 --> 00:49:05,021
ล่าสุดที่ได้รับความนิยมใช้นะคะ

949
00:49:05,021 --> 00:49:08,794
fire.png

950
00:49:08,794 --> 00:49:12,794
รูปแบบของไฟล์ก็จะถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแสดงผลบนเว็บไซต์

951
00:49:13,986 --> 00:49:15,788
นะคะ อาจจะใช้แทน

952
00:49:15,788 --> 00:49:19,701
เอามาแทนที่ไฟล์ . gif เมื่อกี้นนะคะ

953
00:49:19,701 --> 00:49:22,583
เป็นไฟล์ที่มีความยืดหยุ่นสูง

954
00:49:22,583 --> 00:49:25,984
นะคะ ใช้งานได้กับทุกระบบปฏิบัติการ

955
00:49:25,984 --> 00:49:28,867
ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ ทั้ง Windows Mac

956
00:49:28,867 --> 00:49:31,877
อะไรก็ตาม สามารถเปิดไฟล์รูปภาพ

957
00:49:31,877 --> 00:49:34,439
PNG ได้

958
00:49:34,439 --> 00:49:35,720
ข้อดี คือ

959
00:49:35,720 --> 00:49:37,392
มันมีสีเยอะขึ้น

960
00:49:37,392 --> 00:49:40,654
แล้วมันก็สามารถทำให้โปร่งแสงได้นะคะ

961
00:49:40,654 --> 00:49:44,654
ลักษณะลูกโปร่งแสงเป็นอย่างไร ถ้าเราใช้ใน Photoshop หรือ Illustrator

962
00:49:45,729 --> 00:49:48,860
มันจะเป็นตารางสีเทา ๆ เหมือนที่อาจารย์ยกตัวอย่าง

963
00:49:48,860 --> 00:49:51,811
ถ้าคุณเอาไปซ้อนใส่

964
00:49:51,811 --> 00:49:54,765
ในเว็บไซต์หรือในการนำเสนอคุณ

965
00:49:54,765 --> 00:49:57,777
ภาพพื้นหลังมันจะไม่มีนะคะ

966
00:49:57,777 --> 00:50:01,777
อันนี้เป็นตัวอย่างว่าถ้าเราเป็นไฟล์โปร่งแสงจริง ๆ นี่ มันจะเป็นพื้นหลังอ

967
00:50:02,840 --> 00:50:04,764
ย่างไร นะคะ

968
00:50:04,764 --> 00:50:06,172
สามารถ

969
00:50:06,172 --> 00:50:08,426
บันทึกภาพด้วยสีที่จริง

970
00:50:08,426 --> 00:50:12,426
ได้ ตรงกับรังสีสามารถใช้โค้ดสี ในการเลือกสีได้

971
00:50:14,626 --> 00:50:16,496
แต่ไฟล์ PNG คือ

972
00:50:16,496 --> 00:50:18,738
ยังไม่สนับสนุนภาพเคลื่อนไหวนะคะ

973
00:50:18,738 --> 00:50:22,738
เพราะว่ามันไม่สามารถซ้อนรูปภาพใดและภาพไว้ด้วยกันได้

974
00:50:23,934 --> 00:50:25,594
.tiff นะคะ

975
00:50:25,594 --> 00:50:26,945

976
00:50:26,945 --> 00:50:30,945
ก็สร้างขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูลภาพถ่าย ภาพกราฟิกที่

977
00:50:31,355 --> 00:50:35,355
ใช้ในงานสื่อสิ่งพิมพ์ หรืองานที่จะต้องใช้ความละเอียดสูง

978
00:50:35,848 --> 00:50:37,519
ๆ นะคะ

979
00:50:37,519 --> 00:50:41,430
โดยฝ่ายนี่ มันก็สามารถบีบอัดให้มีขนาดเล็กลงได้ค่ะ แต่ถ้า

980
00:50:41,430 --> 00:50:43,922
อยากได้คุณภาพเต็ม ๆ

981
00:50:43,922 --> 00:50:45,782
เราก็ไม่ต้องบีบอัดไฟล์มัน

982
00:50:45,782 --> 00:50:47,124
อย่างเช่น

983
00:50:47,124 --> 00:50:49,314
ถ้าคุณถ่ายรูป

984
00:50:49,314 --> 00:50:51,105
ดวงจันทร์

985
00:50:51,105 --> 00:50:54,118
เราก็อยากได้รายละเอียดที่มันชัดเจน เช่นว่า

986
00:50:54,118 --> 00:50:56,620
บนดวงจันทร์น

987
00:50:56,620 --> 00:50:57,900
ี่ มันมี

988
00:50:57,900 --> 00:50:59,571
สภาพเป็นอ

989
00:50:59,571 --> 00:51:01,493
ย่างไร มีหลุม

990
00:51:01,493 --> 00:51:05,146
หรือมีสภาพพื้นผิวเป็นอ

991
00:51:05,146 --> 00:51:07,388
ย่างไรนะคะ เราก็จะใช้ไฟ

992
00:51:07,388 --> 00:51:09,889
ล์รูปภาพนี่ ที่มีคุณภาพสูง

993
00:51:09,889 --> 00:51:12,190
นะคะ เช่น ภาพตัวอย่าง

994
00:51:12,190 --> 00:51:16,190
ถ้าเราถ่ายมาไม่ชัดเนี่ยอาจจะไม่เห็นว่าพื้นผิวดวงจันทร์เป็นอ

995
00:51:16,553 --> 00:51:18,153
ย่างไร พอเราใช้

996
00:51:18,153 --> 00:51:20,656
ภาพที่มีความละเอียดสูง ๆ น

997
00:51:20,656 --> 00:51:23,157
ี่ มันก็สามารถเก็บรายละเอียดของภาพ

998
00:51:23,157 --> 00:51:27,157
หรือสิ่งต่าง ๆ ที่เราต้องการได้อย่างชัดเจนมากขึ้นนะคะ

999
00:51:28,731 --> 00:51:31,432
ไฟล์ psd ก็คือเป็นไฟล์ของ Photoshop

1000
00:51:31,432 --> 00:51:33,474
โดยเฉพาะนะคะ ก็

1001
00:51:33,474 --> 00:51:34,376
จุดเด่น

1002
00:51:34,376 --> 00:51:35,596
ก็คือ

1003
00:51:35,596 --> 00:51:37,837
มันสามารถ

1004
00:51:37,837 --> 00:51:39,567
เก็บ

1005
00:51:39,567 --> 00:51:43,567
ขั้นตอนการทำงานทุกอย่างที่เราทำในโปรแกรมไว้ได้

1006
00:51:44,122 --> 00:51:48,122
เราอยากจะแก้ไขทีหลัง หรืออยากจะแก้ส่วนไหน เราสามารถย้อนกลับไปได้นะคะ

1007
00:51:48,864 --> 00:51:50,594

1008
00:51:50,594 --> 00:51:54,569
แต่ว่าข้อจำกัด คือ มันจะต้องเปิดบน

1009
00:51:54,569 --> 00:51:57,068
Adobe Photoshop เท่านั้น

1010
00:51:57,068 --> 00:51:59,501
ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยโปรแกรมอื่น ๆ นะคะ

1011
00:51:59,501 --> 00:52:00,650

1012
00:52:00,650 --> 00:52:04,650
เดี๋ยวเราจะได้ลองทำ เพราะว่าเวลาเราแต่งภาพ บางที

1013
00:52:05,653 --> 00:52:08,475
นี่ ทำไปแล้วเราอยากแก้ไขนะคะ

1014
00:52:08,475 --> 00:52:10,465
อย่างเช่น

1015
00:52:10,465 --> 00:52:13,476
อาจจะส่งไฟล์แรกให้

1016
00:52:13,476 --> 00:52:15,207
ลูกค้าดูก่อน

1017
00:52:15,207 --> 00:52:19,122
แล้วเขามีฝ่ายแก้ถ้าเราไม่เก็บ file .psd ไว

1018
00:52:19,122 --> 00:52:21,551
้นี่ เราอาจจะต้องได้ทำใหม่หมด

1019
00:52:21,551 --> 00:52:25,551
อันนี้ก็คือเป็นไฟล์ต้นฉบับที่เราสามารถกลับมาแก้ไขได้นั้นเอง

1020
00:52:28,345 --> 00:52:32,345
file.php อันนี้จะใช้กับโปรแกรม Ill

1021
00:52:32,639 --> 00:52:33,542
ustrator นะคะ

1022
00:52:33,542 --> 00:52:36,493
ก็สามารถเก็บ

1023
00:52:36,493 --> 00:52:39,955
ลำดับการทำงานหรือเก็บ log นั่นเองนะคะ

1024
00:52:39,955 --> 00:52:43,737
เหมือนคล้าย ๆ กับ Photoshop แต่ตัวนี้จะเป็นการทำงานที่ค่อนข้างจะ

1025
00:52:43,737 --> 00:52:47,518
ละเอียดกว่า ไม่ใช่แค่ตกแต่งภาพ เราสามารถ

1026
00:52:47,518 --> 00:52:50,839
หมุนทิศทาง ปรับองศา

1027
00:52:50,839 --> 00:52:53,350
เพิ่มวัตถุเข้าไปในภาพเราได้ง่ายot8t

1028
00:52:53,350 --> 00:52:56,804
นะคะ

1029
00:52:56,804 --> 00:52:59,693
แต่ตัวนี้นี่ การเก็บข้อมูลบางอย่างเนี่ยอาจจะ

1030
00:52:59,693 --> 00:53:02,385
ไม่ละเอียดเท่า Photoshop นะคะ

1031
00:53:02,385 --> 00:53:06,385
แต่มันสามารถแก้ไขง่าย งาน artwork หรืองานทำโปสเตอร์นี

1032
00:53:07,056 --> 00:53:09,688
่ ส่วนใหญ่เขาจะนิยมทำใน

1033
00:53:09,688 --> 00:53:11,229
โปรแกรม

1034
00:53:11,229 --> 00:53:12,188
Illustrotor นะคะ

1035
00:53:12,188 --> 00:53:13,529
แปลว่า

1036
00:53:13,529 --> 00:53:17,529
พ่อแม่ที่ใช้เนี่ยบางทีเขาจะไม่ใช้ละ .esp เขาจะใช้เป็

1037
00:53:18,933 --> 00:53:22,447
น .ai ให้มันทันสมัยมากขึ้น

1038
00:53:22,447 --> 00:53:25,660
วันนี้มีงานให้ทำ

1039
00:53:25,660 --> 00:53:28,732
ในห้องนี้แหละ

1040
00:53:28,732 --> 00:53:32,732
จะให้นักศึกษาลองยกตัวอย่างสื่อดิจิทัล ที่

1041
00:53:33,099 --> 00:53:36,490
นักศึกษาเห็นในชีวิตประจำวัน

1042
00:53:36,490 --> 00:53:39,314
มา 5 ชนิดหรือ 5

1043
00:53:39,314 --> 00:53:40,663
สื่อ แล้วก็บอกด้วยว่า

1044
00:53:40,663 --> 00:53:44,663
จุดเด่นจุดด้อยของสื่อที่นักศึกษาเลือกมา 5

1045
00:53:45,076 --> 00:53:46,357
สื่อ คืออะไร

1046
00:53:46,357 --> 00:53:49,569
เขียนมาด้วยนะคะ เช่น อันแรก

1047
00:53:49,569 --> 00:53:51,560
สมมติเลือกเป็น

1048
00:53:51,560 --> 00:53:53,093
Social Media

1049
00:53:53,093 --> 00:53:55,785
ข้อดีของ Social Media

1050
00:53:55,785 --> 00:53:56,943
ที่ศึกษา

1051
00:53:56,943 --> 00:53:58,036
คิดว่ามันดี

1052
00:53:58,036 --> 00:54:00,017
น่ะ คืออะไรบ้าง

1053
00:54:00,017 --> 00:54:02,006
เขียนมาให้อาจารย์ดูหน่อย

1054
00:54:02,006 --> 00:54:03,608
แล้วก็ Social Media

1055
00:54:03,608 --> 00:54:06,430
มันมีจุดด้อยตรงไหน

1056
00:54:06,430 --> 00:54:08,160
ลองเขียนให้ดูหน่อย เช่น

1057
00:54:08,160 --> 00:54:09,251
เปลืองแบต

1058
00:54:09,251 --> 00:54:13,161
เล่นนาน เสียเวลา อะไรก็ว่ามา

1059
00:54:13,161 --> 00:54:15,404
เหมือนเวลาเราเข้าไปดู tiktok

1060
00:54:15,404 --> 00:54:19,404
มันดีจริง มันโฆษณาเป้าหมายกลุ่มเป้าหมายชัดเจน

1061
00:54:21,619 --> 00:54:23,930
ทุกคน แต่มันทำให้เราเลิกเล่นยากหรือเปล่า

1062
00:54:23,930 --> 00:54:27,930
เราเล่นแต่ TikTokจนไม่ทำงานบ้านหรือเปล่า ลองเขียนมาดูซิว่า

1063
00:54:28,472 --> 00:54:29,824
จุดเด่นจุดด้อย

1064
00:54:29,824 --> 00:54:31,174
ของสื่อดิจิทัล

1065
00:54:31,174 --> 00:54:33,604
ที่นักศึกษาเลือกมามีอะไรบ้าง

1066
00:54:33,604 --> 00:54:37,604
เดี๋ยวอาจารย์จะแจกกระดาษให้นะคะ เดี๋ยวทำในห้องเลย

1067
00:54:38,798 --> 00:54:42,798
โอเคค่ะ เดี๋ยวให้นักศึกษาทำงานเลยค่ะ

1068
00:54:45,204 --> 00:54:49,204
เดี๋ยววันนี้เท่านี้ก่อนก็ได้ค่ะ เพราะว่าเดี๋ยวให้ทำกิจกรรมในห้องเรียน

1069
00:54:51,356 --> 00:54:54,048
นะคะ

1070
00:54:54,048 --> 00:54:58,048
เดี๋ยววันนี้ประมาณนี้ล่ะค่ะ เดี๋ยวพอดีเซ็ตระบบใหม่วันนี้ขอบคุณค่ะ

1071
00:54:58,410 --> 00:55:02,410
มาทำงานที่ห้อง ไม่ได้ล่ามแล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]

