--- title: การออกแบบสื่อและดิจิทัลเบื้องต้น (บ่าย) 120666 ตู่ ปลา subtitle: date: วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน 2566 เวลา 10.12 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) เริ่มจากการที่เราใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไปนี่ล่ะค่ะ จนถึงอายุปัจจุบัน โดยเฉพาะช่วงหลัง covid นี่ ธุรกิจออนไลน์หรือ e-commerce นะคะ หรือชื่อเป็นทางการก็คือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นี่ มันเจริญเติบโตได้ดีมากในเฉพาะหลังจากช่วงที่เราต้องกักตัวอยู่ตามบ้านทุกอย่างจะต้องซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ แต่ก่อนนะนี้นะคะ คนไทยส่วนใหญ่จะยังไม่รู้จักกับการซื้อของออนไลน์หรือ E-Commerce นะคะ ส่วนมากเว็บไซต์เมื่อก่อน มันจะเป็นแค่การแนะนำสินค้า แล้วก็แนะนำองค์กรของตัวเองเท่านั้น คนจะยังไม่มีความเข้าใจว่าทำไมเราต้องซื้อของออนไลน์มันน่าเชื่อถือได้ขนาดไหน การขยายตัวของธุรกิจออนไลน์นี่ หรือการซื้อของออนไลน์นี่ มันเลยจำกัดอยู่ในวงแคบ ๆ บางคนก็จะกล้า ๆ กลัว ๆ ในการซื้อของนะคะ ฃการออกแบบเว็บไซต์เพื่อการค้ามีน้อยส่วนมากจะเป็นการให้ข้อมูลองค์กรตัวเองเสียมากกว่านะคะ กับราคาอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ Admin ที่ดูแลระบบนี่ มันจำเป็นจะต้องใช้การลงทุนที่ค่อนข้างสูงนะคะ แล้วก็รายวิชาที่เป็นการเรียนการสอนเกี่ยวกับการซื้อขายออนไลน์นี่ เมื่อก่อนนี่ มีน้อยมากจนถึงกับคนไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องเรียนนะคะ เว็บไซต์ที่ทำการทำธุรกิจขายของออนไลน์ในยุคแรก ๆ ของประเทศไทยนะคะ ตอนนี้อาจจะเป็นทุกคนจะรู้จักเขาว่าเขาเป็นเว็บที่เรามาหาข้อมูลมาคุยกันเป็นเว็บบอร์ดจริง ๆ ไม่ใช่เว็บแรกจะเป็น Pantip pantip.com นะคะ Pantip นี่ ไม่ใช่แค่เป็นการตั้งกระทู้รีวิว นู่นนี่นั่นโน่น เมื่อก่อนจะเริ่มมีการซื้อขาย มันจะเป็นการซื้อขายแบบ C2C เดี๋ยวจะอธิบายว่า C2C คืออะไร เป็นการซื้อขายระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภคตั้งกระทู้ขึ้นมา 1 กระทู้เพื่อทำการซื้อขายนะคะ รวมถึงเว็บไซต์ต่อมาเป็น www.thai2hand ก็เป็นเป็นเว็บไซต์ที่ขายของสินค้ามือสองนะคะ แล้วก็อีกอันหนึ่ง ที่เป็นเว็บไซต์ที่ เว็บไซต์จากต่างประเทศที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยแบบเล็ก ๆ ก็คือ amazon.com ตอนนี้เป็น เว็บไซตมีอยู่ทั่วทั้งโลกอยู่แล้วนะคะ โดยความเป็นมาของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นี่ มันเริ่มตั้งแต่ปี 2513 แต่เราจะมาคิดหรือว่าเราต้องการจะโอนถ่ายนะคะ เงินทางการเงินนี่ ไอ้โอนเงินทางการทางธุรกิจนี่เราจะโอนเงินอย่างไร เมื่อก่อนเราจะได้เงินได้พวกคุณน่าจะยังไม่เกิด ต้องเป็นธนาณัติ เอาบัตรประชาชนไปรับเงินที่ไปรษณีย์ มีขั้นตอนมากมายวุ่นวาย อยากได้เงินจะต้องรอ 3 วัน 7 วัน ต่อมาก็จะเป็นเกี่ยวกับการพัฒนาถึงการส่งเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลเมื่อก่อนเราจะซื้อสินค้านี่ เราจะต้องมีใบส่งสินค้าใบรับสินค้าใช่ไหมคะเดี๋ยวนี้ไม่ต้อง เราสามารถส่งใบเสร็จส่งใบเสนอราคาผ่านทางอีเมลได้ มายุคที่เฟื่องฟูมากขึ้นก็คือยุคที่เริ่มมีการใช้งานอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่ปี 2533 บางคนยังไม่เกิด น่าจะยังไม่เกิดเลย จุดเริ่มต้นนะคะ ก็จะมีการเริ่มโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์จากสถาบันการเงินองค์กรขนาดใหญ่นะคะ สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ทำธุรกิจออนไลน์นี่ ก็จะมีการโอนเงินค่อนข้างน้อย เพราะไม่มั่นใจว่าเขาจะได้รับเงินจริง ๆ วันไหน แล้วเงินที่จะได้นี่ เข้าตามเวลาจริงหรือเปล่านะคะ หลังจากนั้นก็จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลออนไลน์ หรือว่าแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ถึงแล้วเรียกว่าระบบ EDI ซึ่งตอนนี้แทบจะทุกหน่วยงานหรือองค์กรต้องมีการใช้งานระบบ EDI อยู่แล้วนะคะ โดยถ้าเรามีระบบ EDI นี่ มันก็จะช่วยขยายการส่งข้อมูลจากเดิมที่เป็นแค่ข้อมูลทางด้านการเงิน มันก็จะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับทางด้านเอกสาร แล้วก็ข้อมูลอย่างอื่นเพิ่มมากขึ้นด้วย นะคะ โดย EDI นี่อย่างที่บอกค่ะ มันเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ บริการรับส่งเอกสารหรือข้อมูลจากหน่วยงานหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งไปยังอีกหน่วยงานหนึ่งนะคะ เมื่อก่อนอาจจะส่งผ่านเครือข่ายเช่นโทรศัพท์สายเคเบิล Fax ดาวเทียมนะคะ เราก็จะเริ่มมีวัฒนาการทันสมัยมากขึ้น เมื่อก่อนจะต้องส่งทางจดหมาย ส่งทางบุรุษไปรษณีย์ ต้องไปตามเวลา บ่าย 3 ปิดแล้ว ไปรษณีย์ส่งไม่ได้ พอมีช่องทางออนไลน์มันก็ทำให้เราสามารถส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็วขึ้นแต่การส่งในรูปแบบ EDI นี่ มันจะต้องเป็นรูปแบบเอกสารที่เป็นมาตรฐานนะคะ เพื่อให้หน่วยงานทางธุรกิจหรือองค์กรต่าง ๆ สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น มีแบบฟอร์มที่ชัดเจนข้อความระบุความต้องการที่อ่านแล้วเข้าใจนะคะ ซื้อมาก่อนนี่ มาตรฐานของข้อความ หรือมาตรฐานของแบบฟอร์ม EDI ในประเทศไทยนี ่ถูกกำหนดโดยกรมศุลกากร ซึ่งกรมศุลกากรเป็นหน่วยงานแรกที่เอาระบบ EDI มาใช้ ในการส่งเอกสารนะคะ หลังจากนั้นพอมีอินเทอร์เน็ต ก็คือระบบการให้บริการ World Wide Web พร้อมกับ Browser รุ่นแรกนะคะ หลังจากนั้นนี่ การทำธุรกิจออนไลน์หรือการเผยแพร่ข้อมูลออนไลน์ก็เป็นที่แพร่หลายมากขึ้นนะคะ จนก่อนยุคปี 2000 นะคะ อินเทอร์เน็ตก็ถูกนำมาพัฒนา แล้วก็ประยุกต์ใช้กับหลากหลายงาน หลากหลายนวัตกรรมมากยิ่งขึ้น มันไม่ได้มีแค่การส่งข้อความส่งข้อมูลหรือการซื้อขายออนไลน์เท่านั้น นอกจากนี้เป็นการติดต่อสื่อสารกัน ไม่ใช่แค่เพื่อทำการค้า เพื่อการเรียนการสอนหรือการเชื่อมโยงของกลุ่มคนได้มากขึ้นด้วยนะคะ โดยที่พอเรามีการใช้ระบบ EDI นี่นะคะ มันก็แน่นอนค่ะ Paperless ก็คือลดกระดาษ ลดค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเอกสาร ลดต้นทุนในการซื้ออุปกรณ์ เช่นพรินเตอร์ หมึกพิมพ์นะคะ ก็ลดลงไปได้เยอะ แล้วก็ลดเวลาในการป้อนข้อมูล หรือการตอบกลับข้อมูลรวมถึงข้อมูลจะมีความถูกต้องแล้วก็ลดความผิดพลาดของการเกิดข้อมูลที่ซ้ำซ้อน เพราะว่าถ้าข้อมูลเป็นอยู่ในระบบอิเล็กทรอนิกส์มันสามารถสืบค้นได้ง่าย ถ้าสมมติเราเคยส่งไปแล้วเราก็ดูได้ว่าเราส่งไปแล้วมันก็จะไม่มีการทำงานที่ซ้ำซ้อนกันเกิดขึ้น รวมถึงมันก็จะเพิ่มความเร็วในการติดต่อสื่อสารนะคะ แล้วก็ที่สำคัญ แก้ปัญหาด้านอุปสรรค ด้านภูมิศาสตร์ ก็คือคนอยู่คนละประเทศ อยากส่งข้อมูลคุยกัน เมื่อก่อนต้องส่งไปรษณีย์กว่าจะได้จดหมาย ทุกวันนี้ไม่ต้องคุณอยากคุยกับเพื่อนที่อเมริกาหรืออยากคุยกับลูกค้าที่ญี่ปุ่นหรืออยากคุยกับคนที่ส่งวัตถุดิบอย่างเช่น คุณอยากเปิดร้านขายของเล่นคุยกับคนญี่ปุ่นตอนไหนก็ได้ อุปสรรคทางด้านเวลาอาจจะมีบ้าง คือคนละช่วงเวลากันTime Zone คนละ Time Zone มันก็สามารถทำให้คุณเนี่ยสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ เดี๋ยวถามก็คืออย่างน้อยไม่ช้าไม่เกินไม่กี่ชั่วโมงหรอกแต่ก็ดีกว่าส่งจดหมายเป็นวัน ๆ เป็นเดือนนะคะ โดยการทำธุรกิจออนไลน์หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นี่ ผ่านอินเทอร์เน็ตนะคะ ก็จะเป็นทั้งการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตนะคะ เชื่อมโยงกันทั่วโลกผ่านเว็บไซต์หรือ Social Media หรือระบบใด ๆ ก็ตามโดยเว็บไซต์นี่ เราจะนับว่าเป็นที่ตั้งบริษัทที่มี domain name domain name คือชื่อเว็บไซต์นั่นแหละ จะเป็นชื่อเดียวกับร้านค้าหรือชื่อต่าง ๆ ที่สื่อให้รู้ว่ารายละเอียดสินค้า หรือบริการหรือองค์กรของเขานี่ ทำอะไร แล้วในเว็บไซต์นั้น ๆ ควรจะมีราคาสินค้านำเสนออยู่ เหมือนตอนนี้มีกฎหมายในประเทศไทย ถ้าใครโพสต์ขายสินค้าแล้วไม่บอกราคาบอกว่าทัก Chat ค่ะ คุยกันใน Inbox ค่ะ โดนปรับ อันนี้ก็เป็นอีกอันหนึ่งที่เวลาพวกคุณทำเว็บไซต์ส่งอาจารย์ต้องมีการแสดงราคาสินค้าด้วย ไม่มีการทักแชทนะคะ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ต้องบอกราคาชัดเจน รวมทั้งราคาที่เป็นบวกภาษีแล้วด้วย เหมือนบางคนทำเว็บไซต์ อาจจะใช้เว็บไซต์สำเร็จรูป กรอกราคาเข้าไป สมมติบอกราคาเต็มหลักสิบ พอเว็บไซต์มันแสดงผลออกมาทำไมราคามันแปลก ๆ คนตอบไม่ได้เว็บไซต์บางเว็บไซต์นี่ เขาจะมีระบบที่ช่วยคำนวณภาษีซึ่งประเทศไทยภาษี 7 เปอร์เซ็นต์ให้บางกลุ่มตอบไม่ได้ว่าทำไมราคามันเปลี่ยนนะคะ เพราะฉะนั้น การทำเว็บไซต์ของคุณ อาจจะเป็นเว็บไซต์สำเร็จรูป บางคนอาจจะเลือกใช้แบบนั้น แต่ก็ต้องเข้าใจระบบของเว็บไซต์นั้นด้วย ว่าเขามีบริการอะไรให้บ้าง ฟังก์ชันการทำงานเป็นอย่างไรนะคะ เดี๋ยวเรื่อง Project พักไว้ก่อนนะคะ เพราะฉะนั้น จำนวนคนที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือเล่นอินเทอร์เน็ตนี่ยิ่งจำนวนมากเท่าไรเราก็จะยิ่งประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจออนไลน์มากขึ้นเท่านั้นนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างสถิติของปี 2021 จะเห็นได้ว่าทวีปเอเชีย ด้วยจำนวนประชากรนะคะ มันเลยทำให้เป็นทวีปที่มีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดในโลก แล้วก็ไทยอยู่ในทวีปเอเชีย เพราะฉะนั้น คนในประเทศไทยแน่นอนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้จำนวนที่มากพอสมควรเลยนะคะ เมื่อเทียบกันกับจำนวนประชากรในปี 2022 ในไตรมาสที่ 1 ของปีที่แล้ว จำนวนของคนเล่นอินเทอร์เน็ตในทวีปเอเชียก็ยังสูงที่สุดนะคะ แล้วก็มีการเจริญเติบโตมากกว่า 2,000 เปอร์เซ็นต์ ก็คือคนยิ่งเล่นอินเทอร์เน็ตเยอะขึ้น เยอะขึ้น เพราะฉะนั้น มันก็ถือว่าเป็นช่องทางในการที่จะทำให้เรานี่ ขายสินค้าหรือทำธุรกิจออนไลน์ได้มากขึ้นเช่นเดียวกันนะคะ แล้วตัวนี้ก็จะเป็นตัวเลขแสดงให้เห็นว่าคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปีแรกที่มีการใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมีคนใช้อินเทอร์เน็ต แค่ 30 คน ซึ่งเป็นคนของ NECTEC นะคะ อันนี้คืออินเทอร์เน็ตมันยังไม่กระจายวงกว้างออกไป แล้วพอถึงปี 2016 จาก 30 คน เพิ่มเป็น 43 ล้านคน นั่นแสดงว่า 43 ล้านคนนี้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ สามารถดู Content สามารถเชื่อมโยงกับธุรกิจออนไลน์ได้อย่างน้อยก็ 43 ล้านคน เพิ่มเติมในระยะเวลาไม่กี่ปีจาก 30 คน เป็น 40 ล้านคนได้ อินเทอร์เน็ตสามารถเข้าถึงทุกคนได้อย่างรวดเร็วนะคะ ความสำคัญของ e-Commerce หรือว่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นะคะ ยิ่งอินเทอร์เน็ตมีความสำคัญมากขึ้นเท่าไรมันก็ยังเป็นช่องทาง ในการที่เราให้เราสามารถสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพนะคะ User หรือว่าผู้ใช้งานนี่ เขาก็จะมองเห็นถึงความสะดวกรวดเร็ว แล้วก็ประสิทธิภาพแล้วก็ไม่มีข้อจำกัดทางด้านภูมิศาสตร์ นะคะ เดี๋ยวนี้ใครก็เล่นเน็ตได้อินเทอร์เน็ตรายวันรายเดือนราคาถูกมากยิ่งมาใช้อินเตอร์เน็ตในมหาวิทยาลัยไม่เสียตังค์ค่าใช้จ่ายค่อนข้างต่ำ ทำให้อินเทอร์เน็ตนี่เป็นที่แพร่หลายทั้งตามบ้าน ตามภาคธุรกิจ หน่วยงานของรัฐนะคะ ความนิยมของการใช้งานอินเทอร์เน็ตนี่ มันก็จะมากขึ้น มากขึ้น อย่างที่บอกค่ะ มันส่งผลให้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ E-Commerce เจริญเติบโตขึ้นเช่นเดียวกันนะคะ เพราะว่าอย่างที่บอกยิ่งโควิดคนอยู่บ้านไม่มีอะไรทำเล่นอินเตอร์เน็ตซื้อของออนไลน์ทำไมอยู่บ้านกับตัวมันยังใช้เงินเยอะจังก็ของมาส่งทุกวันเดี๋ยวนี้เสื้อผ้าจะหาซื้อง่ายขึ้นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หาซื้อง่ายขึ้น อยากได้เคสโทรศัพท์ แค่กด Shopee แป๊บเดียว เดี๋ยวก็มาส่งที่บ้าน ไม่ต้องไปเดินตามตลาดนัดก็ได้ แถมราคาถูกกว่านะคะ ปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ผู้ประกอบการนะคะ หรือผู้ที่ดูแลภายในองค์กรควรให้ความสำคัญกับ E-Commerce ก็คือบทบาทของรัฐบาลที่มีผลต่อรูปแบบธุรกิจในรูปแบบออนไลน์ ก็คือต้องดูว่าเขามีนโยบายหรือมีอะไรที่สนับสนุนเราไหมช่วยคุ้มครองเราบ้าง อาจจะเป็นในฐานะผู้บริโภคก็ได้นะคะ แล้วรัฐบาลนี่ เขาให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการหรือเปล่า ก็ต้องไปพิจารณากฎเกณฑ์เหล่านี้ด้วยนะคะ ถ้าสมมติใครต้องการที่จะเป็นผู้การ หรืออยากเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองนะคะ ข้อกฎหมายมันมีคุณจะจัดตั้งบริษัทหรือเป็นใด ๆ ก็ตามอาจจะมีเปิดร้านใน Shopee Lazada เขามีกฎหมายคุ้มครองคุณไหมนะคะ ถ้าสมมติว่าส่งของไปลูกค้าไม่รับหรือลูกค้าสั่งของมาผิด Order ตอนนี้มีข่าวให้เห็นบ่อย ๆ ว่าโดนหลอกส่งอะไรมาก็ไม่รู้ สั่งโทรศัพท์ไปได้ก้อนหินอย่างนี้นะคะ โดยก่อนหน้าที่ก่อนหน้าที่เราจะเข้าใจเรื่อง E-Commerce มากขึ้น เราจะต้องเข้าใจเกี่ยวกับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์หรือว่า E-Business นะคะ ก่อนที่จะมาเป็น E-Commerce นะคะ หรือว่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นี่ ชื่อนี้นะคะ ถูกตั้งโดยองค์กรที่ชื่อว่า Ecapmo นะคะ ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ให้นิยามว่าE-Commerce นี่ มันเป็นการติดต่อทำการค้าผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงการสื่อสารที่ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ รายการนำเสนอข้อมูลสินค้านะคะ อันนี้คือความหมายของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นะ ส่วน E-Business หรือธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์นี่ มันจะเป็นการดำเนินธุรกิจโดยอาศัยเทคโนโลยีด้านสื่ออิเล็กทรอนิกส์มาใช้ทุก ๆ กระบวนการของการทำธุรกิจ เช่น การประสานงานในองค์กร การเชื่อมต่อกับระบบการค้า การเชื่อมต่อกับระบบขององค์กรภายนอกที่ทำธุรกิจร่วมกัน เช่น ธนาคาร อาจจะใช้ระบบ E Banking บริษัทขนาดใหญ่ หรืออย่างในราชภัฏการจ่ายเงินเดือน ธนาคารก็จะใช้ระบบ E-Banking ร่วมกับอะไรล่ะ ฝ่ายบุคคลของมหาวิทยาลัยเพื่อจ่ายเงินเดือนแต่ละคนร่วมกับงานคลังหรืออะไรก็ตามโดยอาจจะใช้หนังสือในรูปของอินเทอร์เน็ตIntranet ก็คืออินเทอร์เน็ตภายในองค์กร หรือ Intranet อินเทอร์เน็ตระหว่างองค์กร ที่ทำงานร่วมกันถ้าเป็น E Business แทบจะทุกกระบวนการในการดำเนินธุรกิจจะต้องใช้สื่อเด็กมาช่วยในการทำงาน แล้ว E-Business กับ E-Commerce มันเหมือนมันต่างกันอย่างไร E-Business ชื่อมันก็บอกแล้วเพื่อนการธุรกรรมทำธุรกรรมคือทำทุกอย่างทั้งการขายการตลาดการผลิตการเงินการบริหารทรัพยากรบุคคลการสั่งซื้อวัตถุดิบ กิจกรรมในการดำเนินธุรกิจขององค์กรทั้งหมด จะต้องทำโดยใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ IT มีการใช้เครือข่ายเน็ตเข้ามาประยุกต์ ใช้วิธีการเชื่อมต่อทุก ๆ กิจกรรมภายในองค์กรเข้าด้วยกัน ซึ่งในขณะที่ E-Commerce มันจะเป็นแค่ความหมายในส่วนของการซื้อขายสินค้าหรือว่าบริการเท่านั้น โดยที่มันก็มันก็ยังมีคนจำนวนมากเข้าใจว่า E-Business กับ E-Commerce ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันจะไม่เหมือนกันซะทีเดียวนะคะ ถ้าว่ากันตามตรง ก็คือ E-Commerce มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของ E-Business เท่านั้น E-Business ทำทุกกระบวนการขี้ขโมทำแค่การซื้อการขายแค่นั้นเองนะคะ คำจำกัดความของหน่วยงานต่าง ๆ นะคะ อย่างกรมส่งเสริมการส่งออกกระทรวงพาณิชย์นี่ เขาก็ให้ความหมายของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ การดำเนินธุรกิจทุกรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายแล้วกันให้บริการ ผ่านระบบโทรคมนาคม หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ส่วนองค์กรการค้าโลกนะคะ หรือว่า WTO นะคะ ให้คำจำกัดความไว้ว่า พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นี่ มันหมายถึงการผลิต การกระจาย การตลาด การขาย การขนส่ง ผลิตภัณฑ์สินค้า หรือบริการโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เดี๋ยวนี้การซื้อของส่งด้วยอิเล็กทรอนิกส์อย่างไรเดี๋ยวนี้เวลาเราซื้ออาจจะซื้อโปรแกรมหรือซื้อลิขสิทธิ์ใดก็ตามคุณไม่จำเป็นต้องจะได้กระดาษออกมาเป็น .... อย่างเช่นเราซื้อ License Windows แท้ เขาจะให้ Key หรือว่ารหัสมาเพื่อกรอก เดี๋ยวนี้ไม่ต้องค่ะ เขาส่งมาทางอีเมลเราก็เอารหัสที่ได้จากอีเมลนี่ มากรอกเพื่อให้ของเราถูกลิขสิทธิ์เป็นต้นนะคะ ใครจะบอกว่าซื้อของแล้วส่งมาทางช่องทางออนไลน์ไม่ได้ส่งได้นะคะ ถ้าเป็นพวกซอฟต์แวร์อะไรก็ตามนะคะ ถ้าเป็นทางนักวิชาการเขาอาจให้ความเห็นว่า E-Commerce นี่ มันก็จะเป็นกระบวนการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าบริการนะคะ และ... หรือนะคะ อาจจะทั้ง อาจจะเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ก็ได้นะคะ ข้อมูลข่าวสารเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยส่วนใหญ่ จะเกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต หรือ internet intranet นั่นเอง หรืออาจจะเป็นธุรกิจเพิ่มอีกนี่ มันอาจจะเฉพาะธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนสิ่งของมีค่าเช็กเงินระหว่างองค์กรหรือบุคคลเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าและบริการส่วนธุรกรรมออนไลน์จะเกิดขึ้นภายในบริษัท อันนี้คือ E-Business อย่างที่บอกนะคะ ลักษณะของ E-Commerce นะคะ ในความหมายของนักวิชาการ ก็คือสามารถทำการซื้อขายได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าที่ไหนก็ตามไหนก็ได้ เราอยากซื้อของออนไลน์ตี 3 ก็ซื้อได้ แต่เขาจะมาส่งตอนไหนไม่รู้นะคะ เขาจะก็จะมีการันตีเวลาอยู่ รวมถึงสามารถเข้าถึงข้อมูลการซื้อขายได้ทั่วโลกนะคะ มีความเป็นมาตรฐานสากล มีการการันตีสินค้า มีการรับประกันสินค้านะคะ มีการรับประกันว่าสินค้าจะส่งถึงภายในวันที่เท่าไร ข้อมูลอาจจะมีความซับซ้อน หรือว่ามีรายละเอียดที่ชัดเจนเช่น เราอยากซื้อโต๊ะออนไลน์ เขาจะบอกเลยว่าความยาว ความกว้าง ความสูง เป็นเท่าไรนะคะ สามารถติดต่อสื่อสารโต้กันได้ เช่น สามารถข้อความไปถามกับเจ้าของสินค้าได้ว่าสินค้ามีใน Stock กี่ชิ้นสามารถพร้อมส่งได้วันไหนนะคะ หรือขายในราคาส่งได้หรือไม่ ก็สามารถสื่อสารกันได้นะคะ ข้อมูลก็จะมีจำนวนมาก สามารถเปรียบเทียบได้ แล้วก็มีคุณภาพที่สูงขึ้น ก็คือมันเริ่มน่าเชื่อถือมากขึ้นนะคะ ก็อาจจะเป็นการเสนอขายสินค้าหรือเสนอให้บริการเป็นรายบุคคลได้ ซึ่งตอนนี้ก็อย่างนั้นเสียส่วนใหญ่นะคะ เช่น Promotion มาทาง IG มาทาง tiktokก็เป็นส่วนหนึ่งของกันทำธุรกิจออนไลน์เหมือนกัน เรานั่งไถ TikTok อยู่ดี ๆ สักพักมีโฆษณา ถามว่าเป็นส่วนบุคคลไหม ใช่ส่วนบุคคล เราดูอยู่ ถ้าเราสนใจเราก็กดเข้าไปซื้อได้ โดยรูปแบบของการซื้อขายนะคะ ออนไลน์มันจะมีอยู่ 2 ประเภท เป็นพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบสมบูรณ์กับแบบบางส่วนแบบสมบูรณ์ ก็คือมันจะมีขั้นตอนออนไลน์หรือขั้นตอนที่เป็นดิจิทัลในทุก ๆ ขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจกับแบบบางส่วน ก็คือมันจะเป็นผสมผสานระหว่างออนไลน์กับออฟไลน์นั่นเองนะคะ ซึ่งเมื่อก่อนนะคะ เมื่อหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา การซื้อขายนี่ ผู้บริโภคหรือลูกค้านี่ ต้องมีความต้องการสินค้าอยากได้อะไร บริษัทนั้นก็จะผลิตสินค้าขึ้นมาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคซึ่งสินค้าเหล่านั้นก็จะมีการโฆษณาให้ผู้บริโภคทราบว่าเขาผลิตสินค้ามาขายนะต้องการจะซื้อไหม มีการเตรียมส่งสินค้าตามสถานที่ต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคสามารถหาซื้อได้สะดวกนะคะ ตาม Seven หรือตามร้านสะดวกซื้อเข้าไปนะคะ มีทีมงานคอยดูแลแก้ปัญหาอาจจะเกิดขึ้น เช่น สินค้าอาจจะผลิตมาแล้วไม่ได้คุณภาพ อาจจะโดนตีกลับ ต้องทำอย่างไรนะคะ เงินที่ขายสินค้าได้จะวนกลับเข้าสู่บริษัท อาจจะเป็นผ่านทางตัวแทนจำหน่ายหรือผ่านทางร้านค้าโดยตรงของบริษัทก็ได้เมื่อก่อนเขาอาจจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายซื้อแล้วจบไป ลูกค้าซื้อไปแล้วถ้ามีปัญหาก็ก็ตามนั้น ไม่มีรับประกันอะไรนะคะ ซึ่งวงจรการค้าแบบนั้นนี่ มันก็จะมีขั้นตอนที่ผ่านมาอาจจะไม่ค่อยดูแลลูกค้าเท่าที่ควร แต่พอเป็นยุคปัจจุบันนะคะ มันก็จะเริ่มมีการที่ลูกค้าเข้าไปค้นหาข้อมูลอาจจะเป็นการพบเห็นจากโฆษณาออนไลน์นะคะ พอเริ่มต้นแล้วเขาเข้าไปค้นหาข้อมูลนี่ เขาอาจจะพึ่งพอใจในสินค้าชนิดนั้น แล้วเขาก็จะสั่งซื้อสินค้าออนไลน์นะคะ หรือถ้าลูกค้าซื้อจากโฆษณาออนไลน์ กดจาก Banner หรือกดจากลิงก์ใด ๆ ก็ตาม ว่าจะเริ่มกระบวนการสั่งซื้อสินค้าโดยทั่วไป แต่ต้องการค้นหาข้อมูล ซื้อเองหรือการโฆษณาออนไลน์นี่ มันจะมีกระบวนการหนึ่งที่พบเจอได้เช่นเดียวกัน ก็คือเป็นการกระจายสินค้า ถ้าเป็นสินค้าที่ส่งช่องทางออนไลน์ได้ เช่น ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ คลิปเสียง วิดีโอ ภาพคอนเสิร์ต ภาพดารานักร้องแบบที่เป็นลิขสิทธิ์ มันสามารถส่งช่องทางออนไลน์ได้ ก็คือส่งไปตามอีเมล หรือช่องทางที่เราให้เขาไว้นะคะ หรือถ้าเป็นสินค้าที่เป็นวัตถุที่จับต้องได้นะคะ เขาก็จะส่งทาง ช่องทางทั่วไป ผ่านทางไปรษณีย์หรือว่าบริษัทรับส่งพัสดุทั่วไปนะคะ แต่สิ่งที่จะเพิ่มขึ้นมาจากเมื่อก่อน ก็คือมันจะมีการบริการลูกค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็คือเป็น Chat โดย Admin เช่น สินค้าส่งมาผิดไซซ์ เมื่อก่อนก็ส่งมาแล้วก็แล้วไปหรือว่าสินค้าบางอย่างซื้อมาแล้วใช้ไม่เป็น ก็สามารถทักไปสอบถามได้ ถ้าลูกค้าได้คำตอบที่พึงพอใจ มันอาจจะมีการขายซ้ำเกิดขึ้น อันนี้คือสิ่งที่เปลี่ยนไปจากการซื้อขายแบบเดิม มาถึงในยุคที่เป็นการทำธุรกรรมออนไลน์มากขึ้น การติดต่อสื่อสารกันง่ายขึ้นนะคะ ข้อดี ข้อแตกต่าง ข้อแตกต่างก่อน ข้อแตกต่างของการซื้อขายทั่วไปกับซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ แล้วก็สามารถเพิ่มยอดขายได้ดีขึ้นมีการแข่งขันที่สูงมากยิ่งขึ้น ถามว่าใครได้ประโยชน์ ลูกค้าได้ประโยชน์ เพราะทุกคนก็จะเริ่มมีโปรโมชัน หรือโปรแกรมส่งเสริมการขาย ที่แข่งกันทำยอดก็ให้ลูกค้าพอใจ แล้วก็เราสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ร้านไม่มีปิดร้านไม่มีปิดแล้วสามารถกดซื้อตอนไหนก็ได้คิดออกตอนตี 3 รู้สึกอยากได้กระเป๋าสั่งได้แต่เขาก็จะมีเงื่อนไขในการจัดส่งใด ๆ ก็ว่าไป แต่บางทีเราเพิ่งคิดออกว่าเราอยากได้เราก็ซื้อได้นะคะ ร้านค้าสร้างออกมาเป็นร้านเสมือนจริง มีรูปภาพสินค้าจริง ทุกมุม หรือถ้ามันไม่เป็นที่พอใจคุณสามารถร้องขอข้อมูลเพิ่มเติมจากร้านค้าได้ อย่างที่บอกค่ะ เขาจะสามารถโต้ตอบกับคุณได้เมื่อคุณต้องการอยู่แล้วนะคะ เพราะถือว่ามันเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของบริษัทด้วยว่าเขามีความต้องการที่จะขาย มีความต้องการที่จะให้บริการคุณขนาดไหนนะคะ โดยข้อดีของมันนะคะ ค่อนข้างเยอะ แต่อาจจะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ข้อดีก่อน ตัดปัญหาความยุ่งยากในการต่อรองราคา ปัญหาที่มีราคาคนกลางนายหน้า บางทีบริษัทเจ้าของสินค้าเองขายโดยตรงก็จะทำให้เราได้ราคาที่ถูกขึ้น เพราะซื้อจากร้านโดยตรงไม่ผ่านใคร ไม่มีการบวกเปอร์เซ็นต์ข้อดีของสั่งของร้านค้า คือ คุณจะมีข้อมูลลูกค้าอยู่ในมือ คุณสามารถส่งโพรโมชันเพิ่มเติมเพื่อจูงใจให้ลูกค้าซื้อซ้ำได้นะคะ แล้วก็ผู้ซื้อหรือลูกค้านี่ สามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้านั้น ๆ ได้ อย่างรวดเร็ว เขาอาจจะอยู่ที่ต่างประเทศ แต่อาจจะสนใจสินค้าคุณ มันก็มีบริการที่ส่งข้ามประเทศได้อยู่แล้ว นะคะ รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือแลกเปลี่ยนสินค้ากับผู้บริการรายอื่นหรือองค์กรอื่นได้ เช่น วันนี้สินค้าคุณไม่มีแต่คุณอยากขายคุณก็ไปตกลงราคากับอีกบริษัทหนึ่งเพื่อรับสินค้าเขามาขาย อย่างนี้ก็ได้ แล้วก็อย่างที่บอกค่ะ สามารถโฆษณาขายได้ 24 ชั่วโมง ก็คือมันค่อนข้างสะดวก แล้วก็ประหยัดค่าโฆษณา เมื่อก่อนจะโฆษณาทีหนึ่ง อาจจะต้องโฆษณาผ่านวิทยุ หรือโทรทัศน์ เดี๋ยวนี้อาจจะทำโฆษณาได้โดยที่ไม่ต้องใช้ดาราระดับประเทศก็ได้เป็น Influencer ของ YouTube สักคนก็ได้ที่มาช่วยโฆษณาสินค้าให้คุณ ไม่จำเป็นต้องเป็นดาราไม่จำเป็นต้องเป็นนักร้องแล้วตอนนี้ใครก็สามารถทำโฆษณาได้นะคะ แต่อุปสรรคมันก็มีค่ะ ก็คือคนก็ยังไม่ค่อยมั่นใจ ว่าข้อมูลที่เราสมัครสมาชิกไป หรือข้อมูลใด ๆ เช่น ข้อมูลบัตรเครดิตนี่ ร้านค้าหรือว่าองค์กรนั้น ๆ นี่ ฃจะเก็บรักษาความลับของเราได้หรือเปล่า เพราะมันถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล บางครั้งเรายังเคยเห็นข่าวว่าข้อมูลลูกค้าหลุดออกจากร้านค้าหรืออีเมลถูกขายนะคะ มีข้อมูลใด ๆ ก็ตามหลุดออกใหม่ ข้อมูลไม่รู้บริษัทประกันที่ไหนโทร. มาบ้างนะคะ แล้วก็คนยังไม่มั่นใจว่าของขายออนไลน์มีคุณภาพหรือเปล่า เพราะเราไม่ได้จับนะคะ ยังไม่เจอของจริง สั่งไปอาจจะไม่ตรงปก ภาษาวัยรุ่น ไม่ตรงปกนะคะ แล้วทำอย่างไร ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์นี่ มันสามารถทำซ้ำดัดแปลงได้ง่ายกว่าเอกสารที่เป็นกระดาษ คุณอาจจะขายสินค้าแล้วมีคน Copy ข้อความของร้านค้าคุณ โพสต์ขายเหมือนกันก็ได้ หรือดัดแปลงให้มันดูแบบส่วนความจริงขึ้นมาเยอะนะคะ สามารถทำได้เพราะว่าข้อมูลมันอยู่บนอินเทอร์เน็ตใครก็คัดลอกได้นะคะ กับผู้ซื้อ เขาไม่มั่นใจว่าร้านค้ามีตัวตนจริงไหม ลูกค้าก็ไม่มั่นใจว่าร้านค้านี้มีตัวตนจริงหรือเปล่า สั่งของไปจะได้ไหม ร้านค้าก็ เอ๊ะ เก็บเงินปลายทาง แล้วฉันจะได้เงินจริงหรือเปล่า บางคนก็อาจจะไม่มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีกดลิงก์มั่วซั่ว เขาโฆษณาว่าซื้อสินค้าวันนี้แถมทองโดนหลอกก็มีนะคะ หรือเชิงนโยบายของรัฐบาลอาจจะต้องมีมาตรการอะไรที่คุ้มครองผู้บริโภคแล้วก็คุ้มครองผู้ซื้อผู้ขายนี่ ได้ดีขนาดไหน แต่นโยบายนั้น ๆ จะต้องไม่ขัดขวางการพัฒนาของเทคโนโลยีด้วยนะคะ อันนี้ก็ต้องเป็น... ยังเป็นอุปสรรคอยู่ ถามว่ามันก็ดีขึ้นกว่าเดิมไหม ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะแล้ว แล้วปัจจุบันนี่ อัตราการเติบโตของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมันก็เยอะขึ้นธุรกิจมันก็มีเยอะขึ้นกลุ่มเป้าหมายก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตอบสนองต่อการขายเร็วขึ้นนะคะ โดยการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศหรือให้ในประเทศ ตอนนี้มันแข่งขันกันด้วยความเร็ว เช่น สินค้าออกใหม่ ร้านไหนเอามาขายได้เร็วที่สุด เหมือนช่วงหนึ่งกระเป๋า... กระเป๋าวงเกาหลีนะคะ ร้านไหนมีมาขาย ไม่พอ ผลิตไม่ทัน ร้านไหนมาโพสต์ขายช้าคนซื้อไปหมดแล้วคนไม่อยากได้แล้ว คุณก็จะขาดทุนก็ได้ เพราะฉะนั้น ความเร็วในการขายการสินค้าในการโพสต์ ขายสินค้ามีผลความได้เปรียบของร้านค้าคุณด้วยแต่ในประเทศไทยนะคะ การพัฒนาการใช้อินเทอร์เน็ต ถามว่าดีไหม ดีค่ะ แต่ยังค่อนข้างช้ากว่าประเทศอื่น ๆ นะคะ ความเร็วอินเทอร์เน็ตของบางประเทศ เร็วมาก แล้วอินเทอร์เน็ตสาธารณะในต่างประเทศเข้าถึงได้ง่ายกว่าประเทศไทยนะคะ ตามป้ายรถเมล ์ตามหน้าร้านสะดวกซื้อ เสาไฟหน้าปากซอย มีอินเทอร์เน็ตให้ใช้ฟรีทุกที่ ขอแค่ลงทะเบียนว่าใครเป็นคนใช้แค่นั้นนะคะ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนในประเทศ บางประเทศนักท่องเที่ยวไปเที่ยวนี่ ก็สามารถใช้อินเตอร์เน็ตฟรีได้เหมือนกัน บนรถไฟก็มี บนเรือก็มีเครื่องบินก็มีให้ใช้ฟรีนะคะ ซึ่งพอประเทศไทยมันพัฒนาด้านอินเทอร์เน็ตมันช้านี่ ไม่ใช่ความเร็วมันช้านะคะ แต่ว่าการขยายตัวเพื่อให้คนเข้าถึงได้สะดวกมากยิ่งขึ้นนี่ มันก็จะเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ก็ได้นะคะ แต่ในทางกลับกันนี่ มันเป็นโอกาสที่คนที่สนใจจะทำธุรกิจการค้าออนไลน์ ยังมีอนาคตอยู่ เพราะการซื้อขายออนไลน์นี่ มันยังเป็นการค้าขายที่มีโอกาสเจริญเติบโตได้สูง เพราะคนก็กำลัง... คนกำลังคนนิยมใช้อยู่แล้วนะคะ ต่างประเทศเหมือนบางเว็บไซต์ต่างประเทศนี่ คุณสั่งซื้อของตอนเช้า บ่ายส่งถึงบ้านเลยไม่ว่าจะซื้อของในห้างหรือร้านค้าใด ๆ ก็ตามสั่งเช้าบ่ายได้ ซึ่งในประเทศไทยมันมีได้แค่ที่กรุงเทพฯ สั่งตอนเช้า ตอนบ่ายได้ แต่ในต่างจังหวัดมันยังไม่มีบริการขนาดนั้นนะคะ แล้วก็สถานภาพของ eE-Commerce ในประเทศไทยนะคะ ก็จากการสำรวจนะคะ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ก็ประมาณ 1,800 กว่าราย ในแบบสอบถามเรื่องเกี่ยวกับลักษณะของธุรกิจผลประกอบการวิธีการดำเนินธุรกิจรูปแบบการชำระเงินเข้าเป็นอย่างไร การรักษาความปลอดภัยแล้วก็ความคิดเห็นต่อการซื้อขายผ่านทางช่องทางออนไลน์เป็นอย่างไรบ้างนะคะ ลักษณะของธุรกิจ E-Commerce ในประเทศไทย จากผลสำรวจแล้วนะคะ ก็คือธุรกิจขนาดเล็ก ร้านหนึ่งจะมีไม่เกิน 5 คน เป็นคนแพ็กของ เป็นแอดมิน เต็มที่ 5 คน มากกว่าครึ่งนะคะ จะเป็นร้านค้าเล็ก ๆ นะคะ แล้วก็ 70 เปอร์เซ็นต์ เป็นธุรกิจที่ขายให้กับผู้บริโภคสินค้าที่นิยม ก็คือสินค้าแฟชั่น เสื้อผ้าเครื่องประดับนะคะ แล้วธุรกิจส่วนใหญ่เพิ่งเปิดได้ไม่เกิน 1 ปีนะคะ แล้วก็ครึ่งหนึ่ง เป็นการขายของออนไลน์ที่ยังมีหน้าร้านด้วยนะคะ เหมือนเดี๋ยวนี้ แค่ขายอาหาร Delivery บางร้านไม่มีหน้าร้าน รับออนไลน์อย่างเดียว ในร้านมีโต๊ะให้นั่ง บางร้านต้องรับที่บ้านเหมือนบางคนก็ดูไลฟ์สดซื้อเสื้อผ้า เดี๋ยวนี้คุณไม่ต้องมีร้านสวยเวอร์วังเลยค่ะ มีแค่ห้อง 1 ไม้แขวนผ้า มีกล้อง มีไฟคุณเปิดร้านได้แล้วนะคะ เราทำธุรกิจได้ง่ายมากไม่ต้องใช้จำนวนคนเยอะด้วยนะคะ วิธีการดำเนินธุรกิจ ส่วนมากก็จะมีทำการตลาด ประชาสัมพันธ์ธุรกิจผ่านทางช่องทางออนไลน์ ทาง Banner เว็บไซต์ต่าง ๆ นะคะ เวลาเราเข้าดู Google Facebook พวกนี้ก็จะมี Banner คือโฆษณาที่มันคลิปวิดีโอหรือ Content ที่คุณต้องการจะดูน่าจะเป็นแบบนั้น รองลงมาก็เป็นการประชาสัมพันธ์ผ่าน Facebook Twitter เป็นต้นโฆษณาทาง Search Engine ไม่ค่อยเยอะ เพราะเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง โฆษณาประเภทออฟไลน์ ก็คือไม่อยู่บนโลกโซเชียล ไม่อยู่บนอินเทอร์เน็ตนี่ ส่วนมากจะเป็นแผ่นพับโบว์ชัวร์ ยังมีอยู่เหมือนบางบ้าน บางหน้าหอพักหรือบ้านใครก็ตามก็ยังมีโฆษณา 1112 ผ่านทางกระดาษใบปลิวเสียบไว้ที่รั้วบ้านอยู่ โฆษณาใช่ไหมคะ โฆษณาไก่ KFC เป็นแผ่นพับโบว์ชัวร์มาเสียบที่มอเตอร์ไซค์บ้างมาประตูบ้านบ้าง ตู้จดหมายบ้าง ยังมีอยู่นะคะ ไม่ใช่ว่าหายไปเลย จะถามว่าร้านค้าเหล่านี้มีหน้าร้านไหม มี คนโทรสั่งออนไลน์ได้ไหม ได้ สั่งผ่านเว็บไซต์ได้ไหม ได้ การโฆษณาออฟไลน์ก็ยังมีอยู่ การจ่ายเงินส่วนใหญ่จะเป็นการโอน ยังเป็นการโอนนะคะ การสแกน QR ได้เหมือนกันรองลงมาให้เป็นการชำระผ่านบัตรเครดิต หรืออาจจะเป็นผ่านผู้ให้บริการกลาง เช่น จ่ายผ่าน True Money ก็จะเป็นส่วนหนึ่งรับชำระผ่าน True Money ถามว่าเป็นเงินคุณไหม เงินคุณ ใช่แต่ผ่านระบบของทรูก่อน เดี๋ยวค่อยไปจ่ายให้กับร้านค้า อันนี้เป็นผู้ให้บริการกลางนะคะ กับรูปแบบการชำระเงิน ออนไลน์ คือ การโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร รองลงมาคือชำระผ่านทางโดยตรงเก็บเงินปลายทางไปรษณีย์การรักษาความปลอดภัยแน่นอนต้องมีนะคะ แต่ก็ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ที่เป็นที่น่าพอใจสักเท่าไรส่วนมากก็จะมีให้กดตอบรับนโยบายความปลอดภัย แต่ด้านหลังเป็นอย่างไรเราไม่รู้นะคะ กับอาจจะมีการใช้เทคโนโลยีเข้ารหัส เข้ารหัสเป็นอย่างไร ถ้าใครใช้เว็บไซต์อยู่ จะสังเกตว่าตรงช่อง URL Address จะมีตัวหนังสือสีเขียว ๆ อยู่มุมด้านซ้าย มันคือเว็บไซต์นั้นเข้ารหัสอยู่นะคะ ถ้าคุณกรอกข้อมูลใด ๆ ไปก็อาจจะมั่นใจได้ระดับหนึ่งว่าข้อมูลของคุณจะไม่ถูกดักจับได้นะคะ กับเทคโนโลยีส่งมาก็เป็นเทคโนโลยีแคปชั่น เขาจะถามว่าคุณเป็นโรบอทหรือเปล่าอันนี้เป็นแคปชั่นสุดท้ายที่เป็นที่นิยมน้อยที่สุด ก็คือมีgm8Fคซึ่งจะต้องรับรองโดยองค์กรที่ได้รับความยอมรับนะคะ เดี๋ยวเรื่องนี้เราจะมีแยกเป็นอีกบทหนึ่งเลยนะคะ สำหรับการรักษาความปลอดภัย ตัวอย่างของ E-Commerce สั่งพิซซ่าทางโทรศัพท์ เป็น E-Commerce ไหม เป็น ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ซื้อตั๋วดูหนังผ่านโทรศัพท์มือถือ การส่งใบข้อมูลสินค้านะคะ ผ่านระบบ EDI ของกรมศุลกากร การซื้อหนังสือผ่านเว็บไซต์ อาจจะเป็น SEAED Amazon eBayศูนย์หนังสือจุฬาทีวีออนไลน์ เรานี้เป็นธุรกิจธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั้งนั้นนะคะ ข้อแตกต่างของการทำธุรกิจทั่วไปนะคะ อย่างที่บอกข้อที่สำคัญที่สุดคือเราสามารถสร้างร้านค้าเสมือนจริงได้ โดยที่เราไม่จำเป็นจะต้องมีหน้าร้านจริง ๆ ก็ได้นะคะ เมื่อก่อนจะเปิดร้านขายเสื้อผ้าที่หนึ่งต้องไปดูทำเลตรงนี้มีเป็นมหาลัยไหม มีหอพักหรือเปล่า มีนักศึกษาเดินผ่านเยอะไหม เสื้อผ้าจะเป็นเสื้อผ้าแบบไหนลูกค้ามาจะจอดรถตรงไหน ค่าเช่าเท่าไรนะคะ เดี๋ยวนี้ไม่จำเป็น โดยการทำงานของ E-Commerce นะคะ หลาย ๆ คนนี่ ก็จะคิดว่า E-Commerce นี่ มันเป็นแค่เว็บไซต์หรือเว็บที่แสดงสินค้าจริง ๆ แล้วนี่ E-Commerce มันมีความสามารถที่มากกว่านั้นไม่ว่าจะทำทั้ง Shopping Online การหางานงานประมูลการร่วมมือกันขององค์กรหรือพันธมิตรทางการค้า มีการพัฒนาโครงการร่วมกัน และการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน คือกรอบการทำงานของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นะคะ ซึ่งหลัก ๆ จะมีอยู่ 4 ส่วน ส่วนแรกจะเป็นส่วนของการประยุกต์ใช้ ทั้งการค้าปลีก การโฆษณา การประมูล การให้บริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์รวมถึงการซื้อขายผ่านโทรศัพท์ได้ด้วย อันนี้ก็จะเป็นยุคแรก ๆ ที่เกิดขึ้นต่อมาในส่วนของการสนับสนุน ก็จะมีทั้งบุคลากรที่มาเกี่ยวข้อง นโยบาย การตลาด การโฆษณาประชาสัมพันธ์ มีพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงบริการสนับสนุนอื่นด้วยนะคะ ส่วนที่ 3 เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่ระบบอินเทอร์เน็ต ช่องทางการสื่อสาร การจัดรูปแบบการเผยแพร่เนื้อหาการรักษาความปลอดภัยแล้วก็ระบบชำระเงินออนไลน์ ส่วนการจัดการก็จะต้องมาเขียนว่าธุรกิจที่เรากำลังจะทำนี่ มันสามารถเขียนมาเป็นแบบจำลองได้อย่างไร มีใครเกี่ยวข้องบ้างมีส่วนไหน ที่เราสามารถพัฒนาเองได้ หรือจำเป็นที่จะต้องมีบุคลากร ทางด้านนั้น เฉพาะทางเพิ่มขึ้นหรือไม่ ปัจจัยที่ทำให้ E-Commerce นี่ ประสบความสำเร็จนะคะ ก็จะมีตั้งแต่บุคลากรหรือคนนี่ล่ะนะคะ ทั้งคนซื้อ คนขาย คนกลาง พนักงาน พนักงาน IT พนักงานอื่น q ที่เกี่ยวข้องพนักงานดูแลหน้าร้านพนักงานดูแลลูกค้าเดี๋ยวของหมดนโยบายสาธารณะก็จะเป็นเกี่ยวกับกฎหมายภาษี นโยบายหลัก ๆ ที่สำคัญ เช่น สิทธิข้อมูลส่วนบุคคลนะคะ นโยบายพวกนี้จะต้องมีการเกี่ยวข้องกับข้อมูลทางเทคนิค หรือมาตรการใด ๆ ของรัฐอีกไหมนะคะ การตลาด การทำโฆษณา เว็บไซต์ก็สำคัญ เพื่อที่จะติดต่อกับลูกค้ารวมถึงอาจจะหาตลาดใหม่ ๆ หรือคู่ค้าใหม่ ๆ นะคะ ในกลยุทธ์ที่ใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์กับพันธมิตรทางธุรกิจนะคะ ก็จะถูกมาใช้ในการบริหารพวก supply chain คือห่วงโซ่ของการนำสินค้าเข้ามาขาย เราจะซื้อจากใคร เราจะขายใคร วนกันไปนะคะ บริการสนับสนุนอื่น อาจจะเป็นเกี่ยวกับการวิจัยการตลาด การสร้างเนื้อหา แล้วก็การให้บริการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบชำระเงิน การขนส่งนะคะ ระบบรักษาความปลอดภัยอันนี้เป็นบริการเสริม ที่ระบบควรจะมีแล้วก็จะทำให้ระบบนั้นประสบความสำเร็จนะคะ หัวข้อถัดมาประเภทของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จะแบ่งได้ออกเป็น 4 ประเภทหลัก ๆ นะคะ โดยที่จะแยกตามคู่ค้า ก็คือการจับคู่นั่นเอง อันแรกเป็นแบบ B2B แบบธุรกิจกับธุรกิจแบบที่ 2 เป็นแบบ B2C ก็คือเป็นแบบหน่วยงานองค์กรทางธุรกิจ ซื้อขายกับลูกค้าโดยตรง อันที่ 3 เป็นแบบ C to C ก็คือลูกค้าหรือผู้บริโภคทำการซื้อขายโดยตรงต่อกันเอง กับแบบสุดท้ายเป็นแบบ B to G เป็นแบบองค์กรทางธุรกิจทำงานหรือการซื้อขายร่วมกับองค์กรทางภาครัฐอันแรกแบบ B2B นะคะ การซื้อขายสินค้าระหว่างองค์กรธุรกิจกับองค์กรธุรกิจ ทำธุรกิจร่วมกันนะคะ เป็นการซื้อขายทีละมาก ๆ มีมูลค่ามูลค่าการซื้อขายค่อนข้างเยอะ แล้วก็ซื้อทีละจำนวนมาก ส่วนมากเป็นการค้าส่ง เช่น ผู้ผลิตขายส่งให้กับพ่อค้าคนกลางหรือธุรกิจนำเข้าส่งออก วิธีการชำระเงินผ่านทางธนาคาร การตัดบัญชีธนาคาร ตัวอย่าง ก็คือเว็บไซต์ Alibaba บางคนเริ่มจะรู้จักเว็บไซต์ Alibaba แล้ว เป็นเว็บขายสินค้าออนไลน์ที่ใหญ่มากของจีน เขาเขียนไว้เลยว่าเขามีบริการพิเศษในการทำธุรกิจแบบ B2B ได้ผ่านทางเว็บไซต์ของเขานะคะ ก็ถ้าเป็นคนที่สนใจทำธุรกิจแบบนี้ ก็สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลของเว็บไซต์ Alibaba ได้ว่าเขาขายของอย่างไร เขาทำให้คนมาร่วมมือกันทางธุรกิจอย่างไรนะคะ ต่อมาเป็นแบบ B2C เป็นการขายสินค้าโดยตรง ของผู้ให้บริการหรือผู้ค้า กับผู้บริโภคโดยตรงส่วนมากจะเป็นการค้าปลีก เช่น การขายหนังสือ การขายวิดีโอ การขาย CD เพลง หรือการขายอาหาร อยากกินพิซซา สั่งผ่านไลน์แมนได้ไหม ได้ หรือสั่งผ่านเว็บไซต์โดยตรงของร้านเขาได้ไหม ก็ได้นะคะ นี่คือการทำธุรกิจที่ลูกค้าสามารถซื้อได้กับร้านค้าโดยตรง ไม่ต้องผ่านคนกลางก็ได้นะคะ อันนี้เป็นธุรกิจแบบ B2C ธุรกิจแบบ C2C อันนี้เป็นรูปแบบของการซื้อขายทั่วไป ที่เราสามารถทำได้เลย ก็เป็นการซื้อขายระหว่างบุคคล ผู้บริโภคกับผู้บริโภค ก็มีหลากหลายรูปแบบหลายวัตถุประสงค์ อาจจะเป็นการติดต่อเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารก็ได้นะคะ หรือแลกเปลี่ยนสินค้ากันเองก็ได้โดยเฉพาะสินค้ามือสองประเทศไทยอย่างที่บอกเว็บไซต์เล็ก ๆ ที่เปิดขายในประเทศก็คือ Thai2dhand นะคะ คุณอยากขายเสื้อผ้าที่คุณไม่ใช้แล้ว ก็ขายได้นะคะ ขายคอมพิวเตอร์ ขายโทรศัพท์ ที่คุณรู้สึกมันเก่าแล้ว อาจจะมีคนอยากซื้อก็ได้นะคะ ก็สามารถไปโพสต์ขายได้ด้วยตัวเอง แล้วก็จะมีคนมาเขาสนใจเขาจะติดต่อซื้อ แต่ง่ายกว่านั้นตอนนี้ก็จะเป็นกลุ่ม Facebook ก็จะมีการขายสินค้าประเภทที่ เช่น ขายกล้องดิจิทัล ก็เข้ากลุ่มกล้องดิจิทัล ใครอยากซื้อกระเป๋าเกาหลีเข้ากลุ่มกระเป๋าเกาหลี เขาก็จะมีคนมาโพสต์ขาย เราก็สามารถซื้อได้เช่นเดียวกันนะคะ แต่มาก็จะเป็ธุรกิจแบบ B2G ก็จะเป็นการทำการค้าติดต่อประสานงานระหว่างผู้ทำการค้ากับรัฐบาลโดยตรง ยกตัวอย่างเช่น การจัดซื้อของภาครัฐที่จะต้องติดต่อกับเอกชนในประเทศที่เขามีความก้าวหน้าด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นะคะ ประมาณก็จะทำการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนใหญ่เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายไม่เสียเวลาซึ่งในประเทศไทยส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้นะคะ ถ้าเป็นการซื้อขายผ่านของภาครัฐ สมมุติใครเรียนจบไปแล้ว อยากเป็นผู้ประกอบการ อยากทำธุรกิจกับภาครัฐ เราจะหาข้อมูลได้อย่างไรนะคะ บางครั้งเราก็เข้าไปดูที่ประกาศจัดจ้างของภาครัฐ ในเว็บไซต์มหาดไทย ก็คือเว็บไซต์ของกระทรวงมหาดไทยก็ได้ หรือในส่วนของ EDI ของกรมศุลกากรก็ได้ การกรอกแบบฟอร์มก็จะมีตั้งแต่การจดทะเบียนธุรกิจออนไลน์ระบบสาธารณูปโภค เสนอโครงการ เปิดยื่นซองประมูล เปิดประมูล ยื่นซองประกวดราคา สามารถผ่านสามารถทำได้ผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการเลย เช่น คุณอยากจะประกวดราคาห้องคอมพิวเตอร์ห้องนี้ อยากเสนอราคาแข่งกันคอมพิวเตอร์ 30 เครื่อง ก็เสนอราคาเข้ามาคอมพิวเตอร์หน่วยงานราชการเขาก็จะมีการกำหนดคุณสมบัติไว้ว่าต้องเป็นคอมพิวเตอร์ประเภทนั้นประเภทนี้อะไรก็ว่าไป คุณสามารถเข้าไปดูได้สมมติว่าใครเรียนจบแล้ว อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ใครสนใจธุรกิจประเภทนี้ ก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลได้นะคะ กับต่อมา เป็นธุรกิจ ถือว่าเป็นธุรกิจไหมนะคะ มันจะเป็นอีกประเภทหนึ่ง ก็คือเป็น G2C ก็คือเป็นภาครัฐกับประชาชนแต่วกระบวนการนี้มันไม่ใช่วัตถุประสงค์เพื่อการค้าแต่มันจะเป็นเพื่อการบริการของทางภาครัฐภาครัฐผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยก็มีหลาย ๆ ธุรกรรม ที่เกิดขึ้นนะคะ แล้วให้บริการประชาชน เช่น การคำนวณแล้วก็เสียภาษีผ่านทางอินเทอร์เน็ตนะคะ การให้บริการข้อมูลพวกย้ายบ้านเลขที่ ทำบัตรประชาชน ไม่ต้องไปแจ้งความแล้ว ถ้าหาย ปุ๊บ มาทำใหม่ได้เลย การติดต่อขอทะเบียนบ้านออนไลน์นะคะ ก็ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบว่าการทำธุรกรรมใด ๆ กับภาครัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ไม่จำเป็นว่าต้องขี่ขับรถไปที่ว่าการอำเภอและบอกว่าต้องการจะทำใด ๆ ก็ตาม ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เดี๋ยวนี้เราหาข้อมูลได้ทางอินเทอร์เน็ตแล้วนะคะ หรืออาจจะเป็นกรมขนส่ง แผ่นป้ายทะเบียนหาย ต้องทำอย่างไร ค้นหาข้อมูลอินเทอร์เน็ตแล้วก็เขาบอกว่าเราต้องใช้อะไรบ้าง หลังจากนั้นพอเราไปทำธุรกรรมกับหน่วยงานทางภาครัฐมันก็จะเร็วขึ้นแบบฟอร์มบางอย่างเราสามารถดาวน์โหลดได้บนอินเทอร์เน็ตอยู่แล้วรูปแบบของการทำ E-Commerce นะคะ ก็จะมีทั้งรูปแบบผสมผสานระหว่างร้านค้า หรือว่าบริษัทนี่ อาจจะมีหน้าร้านจริง ๆ หรืออาจจะไม่มีหน้าร้านก็ได้ โดยการมีเว็บไซต์นี่ ก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งของการขายนะคะ ซึ่งมันจะเรียกการทำธุรกิจแบบนี้ว่า "Click-and-Mortar" ถ้ามันเป็นภาษาอังกฤษที่แปลว่าการก่อสร้างบ้าน มันเปรียบได้กับธุรกิจที่มีหน้าร้านจริง ๆ บางคนก็จะเลือกใช้คำว่า Bแทนที่ google แทนก็ได้ slide มีปัญหานะคะ โดยรูปแบบธุรกิจส่วนมากที่เขาต้องจำเป็นต้องมีเว็บไซต์นี่ ส่วนมากจะเป็นธุรกิจที่มีอาคารเดิมอยู่แล้ว ก็ต้องการขยายช่องทางออกไปในระดับประเทศหรือระดับทั่วโลก เขาก็จะพัฒนาเว็บไซต์ขึ้นมาให้มีความสวยงามมากขึ้นเว็บไซต์สามารถดูได้หลายภาษานอกจากภาษาไทยแล้ว จำเป็นต้องมีภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน หรือภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี ภาษาละตินใด ๆ ก็ว่าไปนะคะ แต่ถ้าเป็นรูปแบบอีกประเภทหนึ่ง จะเป็นรูปแบบขององค์กรแบบ Click and Click ก็คือกดอย่างเดียวนะคะ ซึ่งการทำธุรกิจแบบนี้ คือ เป็นการที่เขามีหน้าร้านบนอินเทอร์เน็ตเท่านั้นนะคะ อาจจะไม่สามารถมารับสินค้าได้ เพราะไม่รู้ว่าร้านตั้งอยู่ที่ไหนส่งออนไลน์อย่างเดียวนะคะ อันนี้ก็จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไประหว่างทั้งการที่มีเว็บไซต์อย่างเดียว แล้วก็มีเว็บไซต์ด้วย แล้วก็มีหน้าร้านด้วย อันแรกถ้ามีเว็บไซต์อย่างเดียวข้อดีมันคือเราใช้ต้นทุนต่ำใช้ คนน้อยนะคะ อย่างที่บอก E-Commerce ในประเทศไทย ส่วนมากจะไม่เกิน 5 คนต่อองค์กร เริ่มต้นง่าย ๆ ไม่ต้องมีความชำนาญมากก็สามารถทำธุรกิจได้ แต่ข้อเสียของการที่ไม่มีหน้าร้านมันก็จะไม่มีความน่าเชื่อถือแล้วพอองค์กรขนาดเล็กอาจจะขาดความชำนาญ ไม่กล้าได้กล้าเสีย พอขายของไม่ได้ เริ่มท้อ สรุปธุรกิจก็ไปต่อไม่ได้ การสร้างฐานลูกค้าใหม่ ไม่ค่อยน่าเชื่อถือ เพราะว่าเขาไม่รู้ว่าคุณมีตัวตนหรือเปล่านะคะ แล้วลูกค้าก็จะมาทางช่องทางออนไลน์อย่างเดียว เขาไม่สามารถเดินมาซื้อที่หน้าร้านคุณได้ซึ่งแตกต่างจากองค์กรที่มีทั้งหน้าร้านและก็เป็นมีสมาชิกในองค์กรที่มีอยู่เดิมเขาก็จะมีความเชี่ยวชาญในการทำการค้าอยู่แล้ว แล้วมีลูกค้าเดิมอยู่แล้ว ความน่าเชื่อถือค่อนข้างสูงเพราะเขามีร้านให้เห็น ว่าร้านเขาตั้งอยู่ตรงนี้ แล้วเขาสามารถรองรับลูกค้าได้ทั้งออนไลน์ แล้วก็หน้าร้านได้ด้วย แต่ข้อเสีย ก็คือมันใช้ต้นทุนที่ค่อนข้างสูงนะคะ แล้วก็การทำงานจะยืดหยุ่นได้น้อย เพราะส่วนมากจะเป็นระบบที่ชัดเจนไม่สามารถหลังจากเวลาที่ประกาศไว้ เนื่องจากมันมีต้นทุนในการที่เราจะต้องจ้างคนมาดูแลหน้าร้านมันจะเปิด 24 ชั่วโมง เหมือนร้านออนไลน์ไม่ได้นะคะ องค์ประกอบสำคัญของการค้าขายบนเว็บไซต์ แน่นอนต้องมีส่วนของหน้าร้าน ก็จะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้าเป็นอะไร ตัวสินค้ามีนโยบายการขายอย่างไรนะคะ มีการให้ข้อมูลการเชิญชวนให้ซื้อสินค้านะคะ ส่วนที่สำคัญที่สุดของเว็บไซต์หน้าร้านก็คือตะกร้ารับสินค้า บางคนซื้อของออนไลน์ยังไม่จ่ายสตางค์เอาใส่ตะกร้าไว้ก่อนนะคะ มันก็จะมีช่องให้กรอกจำนวนสินค้า หรือหยอดลงตะกร้า ตะกร้าสินค้าจะมีอยู่หลายประเภท อันนี้ก็จะแยกไปอีกบทหนึ่ง เกี่ยวกับระบบตะกร้า 10 รับสินค้าพรุ่งนี้ระบบหลังร้าน ก็จะเป็นเกี่ยวกับการรับคำสั่งซื้อต่าง ๆ การจ่ายเงินการจัดส่งสินค้า การบริหารร้านค้าตั้งแต่การทำฐานข้อมูลการอัปเดตสินค้าให้ตรงกับ Stock บางคนส่งเว็บไซต์มา อาจารย์ให้สั่งซื้อสินค้าพอกดเข้าไปดูใหม่ สินค้าจำนวนเท่าเดิม ทั้ง ๆ ที่สั่งซื้อไปแล้ว แบบนี้ไม่ได้นะคะ การรักษาความปลอดภัยในการจ่ายเงิน ต้องมี ซึ่งส่วนใหญ่ซื้อของออนไลน์ใช้บัตรเครดิต คุณจะเก็บข้อมูลอย่างไร ไม่ให้มันรั่วไหล นะคะ ซึ่งหลักการทำงานหลังร้าน หลังร้านไม่ใช่ว่าเป็นระเบียงนอกร้านนะ หลังร้าน ก็คือส่วนมากจะเป็นระบบคอมพิวเตอร์ด้านหลังของเว็บไซต์ก็จะมีตั้งแต่ Database Server ก็คือการเก็บข้อมูลทั่วไปเว็บเซิร์ฟเวอร์จะมีการระบบอะไรบ้าง ที่ต้องทำงานเกี่ยวกับเว็บไซต์นะคะ ตั้งแต่การชำระเงินที่ปลอดภัย รักษาความปลอดภัยของข้อมูล การสั่งซื้อสินค้า ระบบสนับสนุนในการทำงาน การจัดส่งสินค้า ระบบออกใบเสร็จ ระบบออกใบสั่งซื้อทำอย่างไร ประโยชน์ของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจเยอะนะคะ เพราะว่ามันลดช่องว่างของการแข่งขันระหว่างองค์กรการทำธุรกิจขนาดใหญ่ขนาดเล็กสามารถทำธุรกิจแข่งกันได้นะคะ เหมือนปัจจุบันก็ได้ยินคำว่า บริษัท Startนะคะ บางร้านยอดขายต่อเดือนเยอะมาก แต่มีพนักงานแค่ 5 คน ร้านขายของตลอดนะคะ เพราะถ้าอยู่ในโลกออนไลน์แล้ว ธุรกิจไม่ว่าจะเล็กจะใหญ่ มีโอกาสเท่าเทียมกันในการขายสินค้า เพราะทุกคนเท่ากันบนโลกอินเทอร์เน็ต ยกเว้นว่าคุณจะทำโฆษณาหรือส่งเสริมการขายอย่างไรที่ตัดกันนะคะ ประโยชน์ของมันในส่วนของผู้ขายก็สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วถึงขึ้นเพิ่มยอดขายได้ มีประสิทธิภาพในการจัดการระบบภายในสำนักงาน ลดภาระสินค้าคงคลัง บางคนสต๊อกสินค้าไว้เยอะมาก ขายไม่ออก ก็ขายออนไลน์มันก็จะชัดเจนขึ้นว่าคุณจำเป็นจะต้องมี Stock สินค้าเยอะขนาดไหน ในส่วนของผู้ผลิตก็สามารถคำนวณเวลาในการจัดซื้อแล้วก็ส่งมอบสินค้าได้ง่ายขึ้นนะคะ มันก็จะทำให้ระยะเวลาในการผลิตน้อยลงไปด้วย เพราะว่าเราสามารถกำหนดเวลาได้แล้วลดความผิดพลาดในการสื่อสาร เพราะว่าพอเราสามารถคุยกันได้โดยตรงนะคะ ใบเสนอราคาสามารถส่งให้กันได้ ข้อมูลถ้ามีผิดพลาดก็สามารถทักท้วงได้เลยนะคะ ในส่วนของผู้ซื้อ ก็คุณก็ได้เปรียบในการเปรียบเทียบราคาสินค้า รวมถึงการให้บริการใด ๆ แลกเปลี่ยนข้อมูลได้รวดเร็วผ่านระบบอินเทอร์เน็ต มีร้านค้าให้เลือกมากขึ้น ได้รับสินค้าเร็วขึ้น ราคาสินค้าถูกลง เพราะว่ามันไม่มีพ่อค้าคนกลาง อันนี้ก็เป็นข้อดีของการใช้งานพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็อย่างว่าค่ะ ข้อจำกัดมันก็มี ความปลอดภัยของข้อมูลก็ยังเป็นเรื่องที่ทุกคนกังวลนะคะ โปรแกรมในปัจจุบันมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงเร็วมาก บางทีเรายังขายสินค้าแบบเดิมอาจจะไม่พอ เหมือนเดี๋ยวนี้คนพัฒนาไปซื้อขายผ่านทาง Facebook มันจะมีคำพูดที่ว่าระบบไม่ดูด ออเดอร์จากการซื้อขายของร้านใหญ่ ๆ ทำให้คุณอาจจะขาดโอกาสในการขายสินค้านั้น ๆ หรือการซื้อสินค้านั้นก็ได้ ข้อจำกัดของการใช้ Hardware กับ Software พอเทคโนโลยีมันมากขึ้น คอมที่มีอยู่อาจจะทำงานไม่ทันใจ ซอฟต์แวร์ที่ใช้จะเก่าไป นะคะ รวมถึงลูกค้าจะขาดความเชื่อมั่นเพราะว่าเขาไม่ได้เห็นหน้าร้านจริงเขาไม่เจอหน้าคุณเขาเลยไม่รู้ว่าเขาจะมั่นใจกับคุณขนาดไหนนะคะ แถมยังไม่ได้จับสินค้าจริง ๆ อีกมันเลยยาก ที่จะตัดสินใจว่าเราจะซื้อสินค้าอะไรดี เหมือนอยากได้รองเท้ากีฬา รองเท้านี่เป็นสินค้าหนึ่งเลย ที่ขายยากมาก เพราะว่าแต่ละบริษัทผลิตไม่เท่ากัน เหมือนยี่ห้อนี้ฉันเคยใส่เบอร์ 9 อีกยี่ห้อหนึ่งจะสั่งเบอร์ 9 มาเท่ากันแต่มันเล็กเกินไป มันจะแก้ข้อจำกัดของแบบนี้อย่างไรนะคะ ลูกค้าเลยไม่มั่นใจเพราะบางทีพ่อค้าแม่ค้าที่เป็นแบบเสื้อผ้ารองเท้าอะไรของที่ต้องสวมใส่นี่บางทีมันยาก เช่น เสื้อยี่ห้อนี้จะใส่ไซส์ M อีกยี่ห้อหนึ่งต้องใส่ไซส์ L ฉันอยากได้แต่ฉันไม่มั่นใจว่ามันจะใส่ได้หรือเปล่า บางคนแก้ปัญหาโดยการเอาสายวัดมาวางให้ดูเลย เสื้อไซส์ L ฉันนี่ มันเทียบได้กับกี่นิ้วความต้องการอยากขายแล้วก็บริการหลังการขายคือถ้าคุณใส่ไม่ได้คุณส่งมาเปลี่ยนลูกค้าสบายใจก็ทำให้เราสามารถใส่ขายสินค้าได้ เป็นต้นนะคะ แต่ข้อควรระวังมันก็มี สำหรับผู้บริโภคควรจะต้องเลือกเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ มีชื่อเสียงมีการันตีที่ดีนะคะ พิจารณาตัวสินค้าให้ละเอียดรอบคอบ บางคนเห็นตัวราคาถูก กดซื้อเดี๋ยวนี้เลยสรุปผิดขนาด เนื้อหาบางอย่างอาจจะขัดต่อขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมศีลธรรมอันดี เรื่องนี้ก็ยังต้องให้ความสำคัญบางคน โอ้ย มันยุคใหม่แล้วยุคไหนแล้วศีลธรรมอันดีคืออะไร แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งข้อมูลเหล่านั้น เป็นข้อมูลของคนใกล้ตัวคุณ มันอาจจะเผยแพร่ในส่วนที่มันไม่ดี เราก็ต้องเข้าใจนะคะ ว่าบางทีมันอาจจะไม่ถูกใจเรา แต่คนอื่นคนที่อยู่ร่วมกันก็ยังมี เราก็ต้องมองหาสิ่งเหล่านี้ด้วย โดยเฉพาะอาจจะทำ Content เพื่อโฆษณาสินค้าแต่มันอาจจะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนกับคนอีกกลุ่มหนึ่งก็ได้ เพราะฉะนั้น การจะทำอะไรต้องคิดให้รอบคอบนะคะ อย่าเอาความคิดของเราเป็นศูนย์กลางของจักรวาลเราคิดได้ คนอื่นเขาก็คิดได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ก็ต้องยอมรับในความคิดของคนอื่น ๆ ในสังคมด้วย อันนี้ก็คือสิ่งที่เราจะต้องพิจารณา เหมือนบางอย่างเขาเอามาขายแต่มันขัดสิ่งที่เรายึดถือเหมือนง่าย ๆ เลยค่ะ ฝรั่งเอาเศียรพระไปขายบางคนอาจจะไม่รู้สึกอะไรแต่บางคนอาจจะรู้สึกว่าทำไมทำแบบนี้ ถามว่าเขามีสิทธิ์ไหม เขาก็มีสิทธิ์คิดนะคะ เพราะฉะนั้น เวลาเราจะซื้อสินค้า หรือลงโฆษณาใด ๆ ก็ตาม ต้องพิจารณาดี ๆ ด้วยนะคะ ในส่วนของผู้ประกอบการ ผู้ผลิต ก็ต้องมีมาตรฐานมาตรการในการรักษาความปลอดภัยที่ดี เพื่อป้องกันความเสียหาย ของทั้งระบบแล้วก็ข้อมูลของคุณเองด้วย พ่อค้าคนกลางในการทำธุรกิจออนไลน์เดี๋ยวนี้อาจจะทำงานได้ยากขึ้นเพราะว่าโรงงานหรือผู้ผลิตนี่ สามารถติดต่อลูกค้าได้โดยตรงแต่พอคุณทำได้ลูกค้าก็ทำได้ความเสี่ยงในการแข่งขันก็สูงผู้ประกอบการ หรือเจ้าของธุรกิจ ก็ต้องมีการริเริ่มสร้างสรรค์ที่แตกต่าง ทำอย่างไรที่จะทำให้เราขายของได้ดีขึ้น รอบสินค้าแล้วก็บริการนี่ มันจะสั้นลงมา เพราะบางอย่างมันตกรุ่นเร็วเพราะพอทุกอย่างมันก้าวหน้าไปไกลนี่ สินค้าบางอย่างเรารู้สึกว่า เราทำซื้อมาเยอะมากเหมือนบางคนเอาง่าย ๆ ค่ะ หน้ากากอนามัยช่วงราคาแพงก็แพ๊งแพง ตอนนี้โลกเราดีขึ้นบางอย่างเขาสั่งเครื่องจักรมา 300-400 ล้าน สรุปความต้องการมันลดลงหรือเสื้อผ้าช่วงหนึ่งชอบมาก กระแสตรงเป็นกระแสญี่ปุ่น พอกระแสญี่ปุ่นหมด เป็นเกาหลี สินค้าญี่ปุ่นที่คุณสั่งมามันเยอะมาก คุณจะจัดการความเสี่ยงอย่างไร นะคะ การลงทุนแรก ๆ อาจจะสูงอาจจะไม่เคยรู้จักกับเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่คุณจะมาขายมาก่อนก็ต้องระมัดระวังในการทำธุรกรรมด้วยถ้าจะให้วิเคราะห์ออกมาเป็นความเสี่ยงของการดำเนินธุรกิจ E-Commerce จุดแข็ง เปิดได้ 24 ชั่วโมง 7 วัน สามารถทำการค้าได้ทั่วโลก แม้กระทั่งในห้องนอน หรือห้องน้ำ อันนี้เรื่องจริง สินค้าเข้าถึงตรงกับผู้ซื้อเร็ว แล้วก็มีประสิทธิภาพ ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบได้เร็ว เช่นเราเป็นต้น ค้นหาสินค้าตัวนี้ มันก็จะขึ้นเลยว่าร้านไหนขายบ้าง คุณสามารถเปรียบเทียบราคาค่าจัดส่งได้ทันที การลงทุนใช้ต้นทุนถูกมากไม่ต้องมีพนักงานเยอะ โอนเงินเร็ว โอนไวนะคะ เริ่มต้นง่าย ไม่ต้องใช้เงินทุนสูง แต่จุดอ่อนก็มี ก็คือเราจะได้เจอลูกค้าน้อย มันค่อนข้างจะทำให้หรือการที่มีปฏิสัมพันธ์ก็ค่อนข้างน้อย การซื้อซ้ำเลยไม่ค่อยเกิด ลูกค้าที่ยังเป็นหัวเก่าอยู่ เขาอาจจะต้องการเห็นสินค้าแล้วก็สัมผัสสินค้าก่อน ค่าขนส่งสูงโดยเฉพาะขนส่งข้ามประเทศสินค้าบางอย่างคุณอยากได้ฟิกเกอร์อย่างญี่ปุ่นตัวหนึ่ง 400-500 เมืองไทยขาย 800 ญี่ปุ่นมันถูกละ 400 เอง500 ใช่ไหม มันก็จะมีจุดอ่อนอยู่ โอกาสที่จะเกิดขึ้นทำอย่างไร โอกาสของ E-Commerce คือคนใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นทุกวัน คนยุคใหม่ซื้อของออนไลน์เยอะขึ้นเพราะมันสะดวกรวดเร็วเลือกของได้เยอะขึ้นช่วงหลังโควิดมาคนเริ่มมั่นใจในการซื้อของออนไลน์มากขึ้นเทคโนโลยีมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่มันก็ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดกลโกงในโลกออนไลน์เยอะขึ้นเช่นเหมือนเช่นเดียวกันซื้อโทรศัพท์ได้ก้อนหินซื้อเสื้อผ้าไซซ์ XL ซื้อ XL ได้ M การแข่งขันมันก็เลยมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน วันนี้เลยจะมีงานให้ทำ 4 ข้อนะคะ จะถามว่านักศึกษาเคยเกี่ยวข้องการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อะไรบ้าง หนูเคยซื้อค่ะ ได้หนูเคยโพสต์ขายค่ะ ได้ ให้เขียนอธิบายมาแล้วถ้านักศึกษาเคยซื้อสินค้าบนอินเทอร์เน็ต ซื้อบ่อยขนาดไหนนะคะ ส่วนใหญ่ซื้ออะไรถ้าไม่เคยซื้อแล้วคุณคิดว่าคุณจะซื้อไหมนะคะ แล้วจะซื้ออะไรผ่านทางช่องทางออนไลน์ แล้วเหตุผลอะไรที่คุณซื้อนะคะ ลองอธิบายให้อาจารย์ฟังหน่อย กับถ้าเคยซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตแล้ว คุณพอใจไหมที่การซื้อครั้งนั้นนี่ เพิ่งซื้อเคสโทรศัพท์มาล่าสุด พอใจกับเคสที่ได้หรือเปล่าบางคนไม่พอใจหนูเพิ่งมาเห็นโฆษณาอีกร้านหนึ่งมันลดลงมาเหลือ 20 บาท เขียนได้นะคะ เขียนมา กับนักศึกษามีความคิดเห็นอย่างไรในการซื้อขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันหนูคิดว่ามันสะดวกมากเลยค่ะ หนูเสียเงินเร็วมาก ขอสตางค์แม่ไม่เคยพอเลย ซื้อของออนไลน์ทุกวัน ก็เขียนมา ไม่ได้เขียนสิ ให้พิมพ์ใส่ Microsoft Word นะคะ ส่งเป็นไฟล์ อาจารย์โพสต์ลิ์งก์ที่ให้ส่งงานอยู่ใน Facebook แล้วให้ส่งผ่าน Google Classroomนะคะ ในไฟล์ Word จะให้พิมพ์ชื่อ รหัสนักศึกษานะคะ แล้วก็ตอบคำถามข้อไหนให้ใส่เลขข้อด้วยให้ส่งภายในวันนี้เดี๋ยวอาจารย์จะเข้าไปตั้งเวลาไม่เกินหกโมงเย็น แค่ 4 ข้อเองแค่ว่าเคยซื้อของหรือเปล่าซื้ออะไรชอบไหมลองพิมพ์มาบอกอาจารย์หน่อยนะคะ ว่าเรามีประสบการณ์หรือเปล่านะคะ save เป็นไฟล์ Word ส่งนะคะ แล้วก็วิชานี้อาจารย์มาตรงเวลานะคะ นักศึกษาก็ต้องตรงเวลาด้วยนะคะ ทานข้าวก็ตามเวลา บ่ายโมงตรงปุ๊บอาจารย์เริ่มสอนเลย สัปดาห์นี้ยังถือว่าโอเค ไม่ใช่ว่าเที่ยงครึ่งลงไปกินข้าวโอเคนะดูแลตัวเองดี ๆ ด้วย ตามเวลาโตแล้วปี 3 แล้วเนะ โอเคค่ะ อย่างนั้นเดี๋ยวให้นักศึกษาทำงาน 4 ข้อเดี๋ยวอาจารย์จะเดินดูนะคะ ก็ส่งใน classroom อาจารย์โพสต์ให้แล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร วันนี้ก็ล่ามน่าจะประมาณนี้ค่ะ น่าจะไม่ได้ใช้แล้วให้นักศึกษาทำงานในห้องค่ะ ขอบคุณมากค่ะ