﻿1
00:01:53,233 --> 00:01:57,101
(อาจารย์จักรพงศ์) สวัสดีครับ สวัสดีนักเรียนชั้น ม. 4/1 นะครับ สวัสดีพี่ล่ามด้วยนะครับ

2
00:01:57,101 --> 00:02:01,101
วันนี้คุณครูก็สอนการเขียน

3
00:02:02,363 --> 00:02:05,070
เหมือนเดิมนะครับ ส่วนชั่วโมงที่ผ่านมานะครับ เราเรียนการเขียน

4
00:02:05,070 --> 00:02:09,070
อะไรไปรับนักเรียนจำได้ไหม

5
00:02:11,910 --> 00:02:14,584
การเขียนย่อความนะครับ ส่วนวันนี้นะครับ เดี๋ยวคุณครูจะสอน

6
00:02:14,584 --> 00:02:18,236
เรื่องการเขียนบรรยายก่อน

7
00:02:18,236 --> 00:02:22,236
การเขียนบรรยายการเขียนพรรณนา

8
00:02:25,953 --> 00:02:27,451
แล้วก็การเขียนเรียงความนะครับ ตามลำดับไปแล้วก็จะมีใบงานให้นักเรียนทำ

9
00:02:27,451 --> 00:02:30,507
ในช่วง

10
00:02:30,507 --> 00:02:34,507
เราเรียนเรื่องการสอนบรรยายเสร็จนะครับ

11
00:02:41,316 --> 00:02:42,778
ครับผม เรามาทบทวนก่อนนะครับ การเขียนหมายถึงอะไร

12
00:02:42,778 --> 00:02:45,381
นักเรียนจำได้ไหม

13
00:02:45,381 --> 00:02:48,216
การเขียน ก็คือ

14
00:02:48,216 --> 00:02:52,216
เป็นการสื่อสารด้วยตัวอักษร

15
00:02:53,603 --> 00:02:57,603
พูดเป็นภาษาพูดง่าย ๆ เลย ก็คือผู้เขียน

16
00:02:58,428 --> 00:03:00,005
สื่อสารด้วยตัวอักษร เพื่อให้ผู้รับสาร ก็คือผู้อ่านนั้นเข้าใจนะครับ

17
00:03:00,005 --> 00:03:03,007
เข้าใจตรงกัน

18
00:03:03,007 --> 00:03:06,995
ง่าย ๆ เลยนะครับ

19
00:03:06,995 --> 00:03:10,179
นะครับ วันนี้นะครับ

20
00:03:10,179 --> 00:03:14,179
เราจะมาเรียนเรื่องการเขียน

21
00:03:15,561 --> 00:03:19,561
บรรยายนะครับ เดี๋ยวคุณครูจะเปิดสไลด์ตรงการเขียนบรรยายให้นักเรียนนะ

22
00:03:32,319 --> 00:03:36,038
โอเค การเขียนบรรยายคืออะไร ครับ การเขียนบรรยาย ก็คือการเขียนเล่าเหตุการณ์

23
00:03:36,038 --> 00:03:38,631
เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งนะคะ ที่เกิดขึ้น

24
00:03:38,631 --> 00:03:41,192
เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพเหตุการณ์

25
00:03:41,192 --> 00:03:42,294
ลำดับ เวลา สถานที่

26
00:03:42,294 --> 00:03:46,294
บุคคล

27
00:03:48,767 --> 00:03:52,767
ผู้เขียนกล่าวถึงเหตุการณ์ให้ชัดเจนนะครับ โดยมีข้อมูลเนื้อหาสาระของเรื่อง

28
00:03:54,160 --> 00:03:58,160
ที่แสดงความคิดบางครั้งอาจแทรกบทสนทนาของตัวละคร

29
00:03:58,893 --> 00:03:59,715
ทำให้ผู้อ่านเข้าใจถึงอารมณ์ ความคิดของตัวละคร และเข้าใจเรื่องทั้งหมด

30
00:03:59,715 --> 00:04:03,715
ครับผม

31
00:04:09,272 --> 00:04:13,272
ประเภทของเรื่องที่จะใช้ในการเขียนบรรยายนะคะ

32
00:04:16,825 --> 00:04:17,895
งานเขียนที่ใช้กลวิธีการเขียนบรรยายแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ต่อไปนี้นะครับ

33
00:04:17,895 --> 00:04:21,895
1.

34
00:04:23,536 --> 00:04:24,883
อัตชีวประวัติหรือการเล่าประวัติบุคคลต่าง ๆ นะครับ

35
00:04:24,883 --> 00:04:28,883
2.

36
00:04:29,425 --> 00:04:33,425
ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์

37
00:04:34,372 --> 00:04:38,372
3. เรื่องที่แต่งขึ้นหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

38
00:04:46,427 --> 00:04:49,939
งานเขียนแรกเลยนะครับ อัตตประวัติหรือการเล่าประวัติของบุคคลต่าง ๆ ก็คือ

39
00:04:49,939 --> 00:04:52,586
การเขียนเล่าบรรยายของ

40
00:04:52,586 --> 00:04:56,586
ประวัติ อย่างเช่น นักเรียน

41
00:05:05,202 --> 00:05:09,161
นักเรียนอยากอยากจะเขียนประวัติของเพื่อนอีกคนหนึ่ง นักเรียนก็นำประวัติของเพื่อนอีกคนหนึ่งมาเขียนบรรยายไปเรื่อย ๆ นะครับ เพื่ออะไร เพื่อ

42
00:05:09,161 --> 00:05:11,137
แต่สิ่งที่นักเรียนนำมาเขียนต้องเป็นความจริงนะครับ

43
00:05:11,137 --> 00:05:15,137
ต้องเป็นความจริง

44
00:05:19,012 --> 00:05:22,925
อย่างข้อที่ 2 นะครับ ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์

45
00:05:22,925 --> 00:05:23,999
ก็คือเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นใน

46
00:05:23,999 --> 00:05:27,999
อดีต

47
00:05:33,724 --> 00:05:36,249
เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตนะครับ ก็คือเขียนบรรยายเล่าถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต มีหลักฐานประกอบ นักเรียน

48
00:05:36,249 --> 00:05:37,983
นำข้อมูลนี้มาจากไหน

49
00:05:37,983 --> 00:05:41,983
ค้นหาจากอินเทอร์เน็ต

50
00:05:44,768 --> 00:05:48,768
หรือเปล่าอะไรอย่างนี้ ฉะนั้นนักเรียนก็นำมาเขียนบรรยายบรรยาย เพื่อที่จะให้

51
00:05:51,166 --> 00:05:53,865
ผู้อ่านก็คือคนคนที่นั่นคนที่อ่านงานเขียนของนักเรียน

52
00:05:53,865 --> 00:05:57,865
เข้าใจในสิ่งที่นักเรียนกำลังสื่อสาร

53
00:06:00,560 --> 00:06:04,560
กำลังเขียนบรรยายเนื้อเรื่องนั้นออกมานะครับ ที่สำคัญของการเขียนบรรยาย ก็คือต้องเป็นเรื่องจริงนะครับ

54
00:06:09,448 --> 00:06:11,424
ข้อที่ 3 เรื่องที่แต่งขึ้นหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

55
00:06:11,424 --> 00:06:15,424
อย่างเช่น

56
00:06:17,028 --> 00:06:21,028
เหตุการณ์วันนี้ เหตุการณ์เมื่อวานนี้นะ เหตุการณ์เมื่อวานนี้โรงเรียนของเราได้จัด

57
00:06:24,640 --> 00:06:28,640
กิจกรรมวันสุนทรภู่ แล้วก็วันภาษาไทยไปนะครับ เราก็บรรยายไป ว่า

58
00:06:28,798 --> 00:06:31,094
มีการแสดงของน้อง ๆ พี่ ๆ

59
00:06:31,094 --> 00:06:35,094
แล้วก็มีเสียง

60
00:06:37,799 --> 00:06:38,320
หัวเราะ มีความสนุกสนาน มีเกมให้เล่นนะครับ เขียนบรรยายไป

61
00:06:38,320 --> 00:06:40,497
ทั้งหมด

62
00:06:40,497 --> 00:06:42,735
เรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

63
00:06:42,735 --> 00:06:46,735
นี่ล่ะครับ เป็นการเขียนบรรยาย

64
00:06:47,199 --> 00:06:51,199
เดี๋ยวเราไปดูสไลด์ถัดไปนะคะ

65
00:06:52,678 --> 00:06:56,678
กลวิธีการเขียนบรรยาย

66
00:06:59,736 --> 00:07:02,719
วิธีการเขียนบรรยาย 1 เลยนะครับ 1 เราต้องเลือกหัวข้อก่อน

67
00:07:02,719 --> 00:07:04,842
เลือกหัวข้อก่อนลำดับแรก

68
00:07:04,842 --> 00:07:07,943
อันดับที่ 2

69
00:07:07,943 --> 00:07:10,165
อันดับที่ 2 คือ การจัดเนื้อหา

70
00:07:10,165 --> 00:07:11,688
การจัดเนื้อหา

71
00:07:11,688 --> 00:07:15,225
อันดับที่ 3

72
00:07:15,225 --> 00:07:19,225
อันดับที่ 3 ก็คือการเสนอบทบรรยาย

73
00:07:23,155 --> 00:07:27,155
การเลือกหัวข้อเรื่องของข้อ ก็คือเราต้องรู้ก่อน ว่าในการเขียนบรรยายนี่ เราจะเขียนบรรยายเรื่องอะไร

74
00:07:35,080 --> 00:07:37,200
ในการเลือกหัวข้อเราต้องรู้ก่อน ว่าเราจะเขียนบรรยายเรื่องอะไร และทีนี้เราก็ต้องมาดู ว่า

75
00:07:37,200 --> 00:07:39,758
ถ้าเราจะเขียนเรื่องนี้

76
00:07:39,758 --> 00:07:43,758
เราจะเขียนในลักษณะไหน

77
00:07:45,146 --> 00:07:49,146
อันไหนมาก่อนอันไหนมาหลัง เรียบเรียงเนื้อหาให้ถูก ก็คือการจัดเนื้อหา

78
00:07:51,299 --> 00:07:54,306
ส่วนพอเราเรียบเรียงอะไรทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็มาดู ว่า

79
00:07:54,306 --> 00:07:56,348
เราจะบรรยายในลักษณะไหน เพื่อที่ให้

80
00:07:56,348 --> 00:07:57,893
คนอ่านสนใจ

81
00:07:57,893 --> 00:08:01,893
ในการเขียนของเรา

82
00:08:06,919 --> 00:08:07,514
สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเขียน ก็คือการเขียนที่ถูกต้องนะครับ นักเรียนจะต้องใช้ภาษาให้ถูก

83
00:08:07,514 --> 00:08:11,514
ต้อง

84
00:08:14,120 --> 00:08:18,099
สำหรับที่ครูอธิบายมาในเรื่องการเขียนบรรยาย

85
00:08:18,099 --> 00:08:22,099
นี่ มีนักเรียนคนไหนที่ยังไม่เข้าใจในเรื่องของการเขียนบรรยายไหมครับ

86
00:08:31,940 --> 00:08:35,156
มีไหม มีคนไหนไม่เข้าใจไหม ถาม ถามได้นะครับ ถามได้เลย อยากรู้ว่าต้องทำอย่างไร ต้อง... ต้องเขียนแบบไหนอะไรอย่างนี้

87
00:08:35,156 --> 00:08:39,156
ลอง ลองลองเสนอความคิดเห็น

88
00:08:39,867 --> 00:08:43,867
ลองถามขึ้นมาเลยครับ เดี๋ยวคุณครูจะช่วยตอบตรงนี้ให้นะคะ

89
00:08:45,094 --> 00:08:49,094
มีไหม

90
00:08:59,111 --> 00:09:02,792
ทำไมคุณครูถึงถาม ว่ามีไหม มีคนไหมเข้าใจหรือเปล่าทำไมหรือครับ เพราะว่าเดี๋ยวถ้าเราเรียนเรื่องการเขียนบรรยายเสร็จนี่ คุณครูจะให้นักเรียนน่ะ

91
00:09:02,792 --> 00:09:06,792
เขียนบรรยายลงในใบงานที่ครูแจกให้นักเรียน

92
00:09:14,673 --> 00:09:15,332
นักเรียนต้องเตรียมตัวเลยเดี๋ยวคุณครูจะเกริ่นก่อน ว่าคุณครูจะให้นักเรียนทำใบงาน ให้นักเรียนเขียนบรรยาย

93
00:09:15,332 --> 00:09:18,980
เกี่ยวกับ

94
00:09:18,980 --> 00:09:22,980
ประวัติของนักเรียนเอง

95
00:09:31,258 --> 00:09:35,258
นักเรียนต้องสงสัย ว่า เอ๊ะ ทำไมคุณครูถึงให้ทำจากประวัติประวัติ เพราะว่า

96
00:09:35,577 --> 00:09:37,950
การเขียนประวัตินี่ สำคัญเลยนะครับ เพราะว่าเผื่อนักเรียน

97
00:09:37,950 --> 00:09:41,950
จบ

98
00:09:43,043 --> 00:09:47,043
การศึกษาไปแล้ว นักเรียนไปเรียนต่อ นักเรียนไปทำงาน นักเรียน

99
00:09:50,539 --> 00:09:52,498
ไปทำงานที่สถานที่ต่าง ๆ นักเรียนจะต้องกรอกประวัติส่วนตัว เพื่อเป็นการสมัครงานให้กับ

100
00:09:52,498 --> 00:09:56,498
ผู้ประกอบการนะครับ

101
00:10:03,350 --> 00:10:04,210
การเขียนบรรยาย 1. ก็คือการเลือกหัวข้อ 2. คือการจัดเนื้อหา

102
00:10:04,210 --> 00:10:06,645
3

103
00:10:06,645 --> 00:10:09,429
. การเสนอบทบรรยาย

104
00:10:09,429 --> 00:10:11,996
เรามาไปทีละอัน

105
00:10:11,996 --> 00:10:15,996
1. การเลือกหัวข้อเรื่องอย่างไร

106
00:10:17,874 --> 00:10:21,874
เนื้อหาและความคิดรวบยอดในการเขียนบรรยายควรเลือก

107
00:10:22,944 --> 00:10:26,310
หัวข้อเนื้อหา และความคิดรวบยอดที่น่าสนใจนะครับ

108
00:10:26,310 --> 00:10:29,844
ให้ความรู้ ความบันเทิง

109
00:10:29,844 --> 00:10:33,819
และความจรรโลงใจแก่ผู้อ่าน ผู้ฟัง

110
00:10:33,819 --> 00:10:37,819
และตั้งชื่อเรื่องให้สอดคล้องกับเนื้อหา

111
00:10:41,865 --> 00:10:45,569
นักเรียนครับ นักเรียนสนใจพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ

112
00:10:45,569 --> 00:10:49,569
ดูพี่ล่ามนะ

113
00:10:55,662 --> 00:10:57,511
ครับผม ข้อที่ 1 ก็คือการเลือกหัวข้อ

114
00:10:57,511 --> 00:11:01,511
เลือกหัวข้อ

115
00:11:05,058 --> 00:11:09,058
เราจะเลือกหัวข้ออย่างไร ที่คุณครูเคยเกริ่นไปแล้ว ว่าเลือกหัวข้อเราจะเลือกอย่างไร ต้องเลือกหัวข้อที่มันน่าสนใจ

116
00:11:10,748 --> 00:11:14,748
ที่ทำให้ผู้อ่านน่ะ สมมติว่านักเรียนจะเขียนงานให้คุณครู

117
00:11:16,500 --> 00:11:20,500
นักเรียนจะเขียนงานให้คุณครูอ่านเขียนบรรยายออกมาเขียนทุกอย่างออกมา

118
00:11:20,674 --> 00:11:22,038
นักเรียนจะต้องคิดเสมอ ว่าจะต้องทำอย่างไร ให้คุณครู

119
00:11:22,038 --> 00:11:22,947
สนใจ

120
00:11:22,947 --> 00:11:26,947
รู้สึก

121
00:11:29,490 --> 00:11:32,515
... รู้สึกสนใจในงานเขียนของนักเรียนรู้สึกตื่นเต้น รู้สึก

122
00:11:32,515 --> 00:11:35,883
อยากอ่านงานนี้มากเลยอะไรอย่างนี้ครับ

123
00:11:35,883 --> 00:11:39,883
มันเป็น มันเป็นกลวิธี

124
00:11:40,199 --> 00:11:41,335
อันดับแรก ก็คือการเลือกหัวข้อนักเรียนจะต้องเลือกหัวข้อให้มันดู

125
00:11:41,335 --> 00:11:42,270
น่าสนใจ

126
00:11:42,270 --> 00:11:43,375

127
00:11:43,375 --> 00:11:47,375
นะครับ คุณครู

128
00:11:50,879 --> 00:11:51,947
เพราะว่าคุณครูจะต้องสนใจในงานเขียนของนักเรียนก่อนว่างานเขียนของ

129
00:11:51,947 --> 00:11:55,947
สัมพันธ์

130
00:11:56,409 --> 00:12:00,409
เป็นอย่างไร น่าสนใจไหมครับ

131
00:12:00,442 --> 00:12:03,702
แล้วก็ต้องตั้งชื่อเรื่องให้

132
00:12:03,702 --> 00:12:07,043
... ให้มันสอดคล้องกับเนื้อหาที่นักเรียนจะเขียน

133
00:12:07,043 --> 00:12:09,204
ต่อไปข้อที่ 2

134
00:12:09,204 --> 00:12:11,512
การจัดเนื้อหา

135
00:12:11,512 --> 00:12:14,772
การจัดเนื้อหา ก็คือ

136
00:12:14,772 --> 00:12:17,082
การเขียนบรรยายจะมีเนื้อหาเหตุการณ์ต่าง ๆ

137
00:12:17,082 --> 00:12:17,961
โดยใช้หลักดำเนินเรื่อง

138
00:12:17,961 --> 00:12:19,122
ว่า

139
00:12:19,122 --> 00:12:20,412
ใคร

140
00:12:20,412 --> 00:12:21,755
ทำอะไร

141
00:12:21,755 --> 00:12:24,052
ที่ไหน

142
00:12:24,052 --> 00:12:27,552
เมื่อไหร่ อย่างไร

143
00:12:27,552 --> 00:12:31,552
สังเกตไหมครับ  ว่าหลักการเขียน

144
00:12:34,383 --> 00:12:37,978
หลักการเขียนที่สำคัญที่สุดเลย

145
00:12:37,978 --> 00:12:41,978
เราจะต้องเขียนอย่างไรให้ผู้อ่านน่ะ

146
00:12:42,143 --> 00:12:46,143
ให้ผู้อ่านงานเขียนของเราน่ะ เข้าใจได้ ว่า

147
00:12:51,054 --> 00:12:52,053
เรากำลังสื่อสารเรื่องอะไร เราจะต้องบอกถึงองค์ประกอบในการเขียนของเราที่สำคัญ ก็คือมี 1. ว่า

148
00:12:52,053 --> 00:12:54,427
ใคร

149
00:12:54,427 --> 00:12:58,427
ทำอะไร

150
00:13:00,266 --> 00:13:04,266
ที่ไหน เมื่อไหร่อย่างไร ยกตัวอย่างเช่นนะครับ คุณครูจะบรรยาย

151
00:13:05,898 --> 00:13:08,589
กิจกรรมวันสุนทรภู่เมื่อวานนี้

152
00:13:08,589 --> 00:13:11,983
กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานนี้ด้วย

153
00:13:11,983 --> 00:13:15,694
ก็คือคุณครูจะบรรยาย ว่า

154
00:13:15,694 --> 00:13:17,993
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

155
00:13:17,993 --> 00:13:21,578
มีการแสดง

156
00:13:21,578 --> 00:13:23,006
ละคร

157
00:13:23,006 --> 00:13:27,006
สั้น ๆ

158
00:13:27,604 --> 00:13:29,709
เป็นเรื่อง

159
00:13:29,709 --> 00:13:33,516
เงาะป่า

160
00:13:33,516 --> 00:13:35,256
เป็นเรื่องเงาะป่า

161
00:13:35,256 --> 00:13:39,256
ก็คือ

162
00:13:40,896 --> 00:13:44,896
มีนักเรียนชั้น ม. 4/1 เป็นตัวแทนแสดงเป็นเงาะป่า 1 คน

163
00:13:48,581 --> 00:13:51,310
แสดงเป็นเงาะป่า 1 คน ได้แต่งตัวทาผิวกายเป็นสีดำ

164
00:13:51,310 --> 00:13:55,310
ใส่วิกผม

165
00:14:02,924 --> 00:14:06,924
หัวฟู ๆ อธิบายในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในเนื้อหาที่คุณครูจะพูดถึง

166
00:14:09,496 --> 00:14:13,496
ในลักษณะอย่างนี้แล้วมีการแสดงบนเวทีน้อง ๆ มีเสียงหัวเราะ

167
00:14:15,872 --> 00:14:19,773
คุณครูหัวเราะอะไรอย่างไรอธิบายเรื่องอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ไง

168
00:14:19,773 --> 00:14:23,773
ก็คือให้รู้ว่าใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่

169
00:14:34,504 --> 00:14:35,561
อันที่ 2 เลือกเฉพาะเหตุการณ์ที่สำคัญมาบรรยาย เพื่อไม่ให้การบรรยายนั้นยื

170
00:14:35,561 --> 00:14:38,418
ดยาวและน่าเบื่อ

171
00:14:38,418 --> 00:14:42,418
นี่ล่ะครับ ก็คือเราจะเลือก

172
00:14:43,634 --> 00:14:46,655
จะต้องเลือกเหตุการณ์ที่สำคัญสำคัญ และเป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจ

173
00:14:46,655 --> 00:14:49,487
ของ.

174
00:14:49,487 --> 00:14:52,455
.. ของสิ่งที่เราจะสื่อสารออกมา

175
00:14:52,455 --> 00:14:56,455
เ พื่อให้เหตุการณ์นั้นไม่น่าเบื่อนะครับ

176
00:15:04,484 --> 00:15:08,484
เรียงลำดับเหตุการณ์เพื่อไม่ให้สับสน

177
00:15:13,196 --> 00:15:17,196
ใช่ เราต้องเรียงลำดับเหตุการณ์ ว่าอันไหนเกิดขึ้นก่อน อันไหนเกิดขึ้นหลัง เหมือนที่คุณครูอธิบายไปเมื่อกี้น่ะครับ

178
00:15:22,554 --> 00:15:26,313
ข้อที่ 3 นะครับ การเสนอบทบรรยาย

179
00:15:26,313 --> 00:15:28,957
การเสนอบทบรรยายที่เราจะเขียนออกมานี่ย

180
00:15:28,957 --> 00:15:31,370
เราจะต้องใช้ภาษา

181
00:15:31,370 --> 00:15:34,409
ให้มันรู้สึก ว่า

182
00:15:34,409 --> 00:15:36,194
เวลาผู้อ่านอ่านงานเขียนของเรา

183
00:15:36,194 --> 00:15:40,194
น่ะ เขาจะได้รู้สึก

184
00:15:45,108 --> 00:15:47,269
อินเข้าไปด้วยในเรื่องเหตุการณ์นั้นนะครับ ก็คือบางบางบทบรรยายนี่ เขาอาจจะแทรกบทพรรณนา

185
00:15:47,269 --> 00:15:50,392
เพื่อให้การบรรยายมีชีวิตจิตใจ

186
00:15:50,392 --> 00:15:53,434
นักเรียนอาจจะยังไม่เข้าใจคำว่า "บทพรรณนา

187
00:15:53,434 --> 00:15:56,442
" เดี๋ยวคุณครูจะสอนเรื่องการเขียนพรรณนา

188
00:15:56,442 --> 00:16:00,442
จากการบรรยายนี้นะครับ

189
00:16:04,817 --> 00:16:05,595
คุณครูจะเกริ่นก่อน ว่า "พรรณนา" คืออะไร ก็คือบทพรรณนา ก็คือเป็นการเขียนบรรยายให้รู้สึก

190
00:16:05,595 --> 00:16:09,595
ซึ่ง

191
00:16:10,646 --> 00:16:13,042
อารมณ์ รูป รส กลิ่น เสียงทุกอย่างอ่ะครับ บรรยายให้มันแบบ

192
00:16:13,042 --> 00:16:17,042
กินใจเข้าไป

193
00:16:17,869 --> 00:16:21,080
มันเหมือนกับมันอาจมันมีชีวิตจิตใจขึ้นมา

194
00:16:21,080 --> 00:16:23,508
อย่างเช่น

195
00:16:23,508 --> 00:16:27,508
เมื่อคืน

196
00:16:27,682 --> 00:16:29,152
ฝนตกฟ้าร้องเสียงกบร้อง

197
00:16:29,152 --> 00:16:30,951
แล้วก็

198
00:16:30,951 --> 00:16:34,951
เสียงกบร้อง

199
00:16:38,173 --> 00:16:42,173
อ๊อด ๆ ๆ เราต้องใช้เสียงให้มันแบบ

200
00:16:49,240 --> 00:16:53,217
บรรยายถึง ว่าเสียงกบร้องอย่างไรน่ะ ฝนฟ้าร้องเสียงดังเปรี้ยงป้างอะไรน่ะครับ อธิบายให้มันแบบดูละเอียดลึก

201
00:16:53,217 --> 00:16:57,217
ซึ้งเข้าไป ทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่างานเขียนของเรามีชีวิต

202
00:17:04,235 --> 00:17:06,380
ให้ผู้อ่านรู้สึกชอบในงานเขียนของเราประมาณนั้นครับ นี่คือการเขียนพรรณนานะ เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายให้ฟังอีกครั้งหนึ่งต่อจากการเขียนบรรยายนี้นะครับ

203
00:17:06,380 --> 00:17:10,380
ต่อไป

204
00:17:11,957 --> 00:17:15,957
ขมวดเป็นคำถามคลี่คลายเป็นคำตอบเพื่อให้น่าสนใจ

205
00:17:26,832 --> 00:17:30,048
ก็คือบางเรื่องนะครับ บางเรื่องที่มันที่มันดูคำไม่น่าสนใจเราต้องตั้งคำถาม เรา... เราต้องทำให้ผู้อ่านตั้งคำถามเองมันเกิดอะไรขึ้นอย่างนี้ครับผม

206
00:17:30,048 --> 00:17:34,048
จะได้สนใจในงานเขียนของเรานะ

207
00:17:41,668 --> 00:17:43,016
ต่อไปนะครับ ผูกเป็นบทสนทนาแทนที่จะบรรยายอย่างเดียววิธีนี้จะช่วยให้การบรรยายน่าสนใจ

208
00:17:43,016 --> 00:17:45,769
ก็คือ

209
00:17:45,769 --> 00:17:49,769
บางทีเราอาจจะ

210
00:17:51,720 --> 00:17:52,814
เวลาเราพูดในงานเขียนของเราอาจจะไม่ได้เขียนบรรยายไปเรื่อย ๆ ไปยาว ๆ ไป

211
00:17:52,814 --> 00:17:54,235
บ

212
00:17:54,235 --> 00:17:55,578
างทีเราอาจมีตัวละคร

213
00:17:55,578 --> 00:17:58,989
ในนั้นบ้าง

214
00:17:58,989 --> 00:18:02,989
แล้วก็สร้างบทสนทนาให้กับตัวละครในนั้นบ้าง

215
00:18:09,407 --> 00:18:11,977
สร้างสร้างบทสนทนาให้ตัวละครในนั้นบ้างนะครับ เพื่อให้งานเขียนของเรามี

216
00:18:11,977 --> 00:18:15,977
... มีอรรถรสมากขึ้น

217
00:18:17,383 --> 00:18:21,383
ต่อไป ก็คือนำตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมในการเขียน

218
00:18:22,879 --> 00:18:25,434
บรรยายโดยใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 สรรพนามบุรุษที่ 1 ก็คือ

219
00:18:25,434 --> 00:18:29,434
มีคำว่า "ฉัน"

220
00:18:30,699 --> 00:18:34,699
ฉันเป็นอย่างไร ฉันทำอะไรอะไรอย่างนี้ครับ

221
00:18:44,331 --> 00:18:48,331
เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างผู้สื่อสารกับผู้รับสาร ก็คือฉันเป็นแบบนี้เธอ เธอกินข้าวกับอะไรวันนี้ครับ ฉันก็คือสรรพนามบุรุษที่ 1

222
00:18:49,979 --> 00:18:53,979
เธอเป็นสรรพนามบุรุษที่ 2 ก็คือกล่าวถึงอีกคนหนึางก็คือคำว่าสรรพนามบุรุษที่ 2 นะครับ

223
00:19:02,472 --> 00:19:04,281
ต่อไปนี้คุณครูก็ได้พูดถึงการเขียนบรรยายไปหมดแล้ว

224
00:19:04,281 --> 00:19:05,726
ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียน

225
00:19:05,726 --> 00:19:08,598
ลองเขียน

226
00:19:08,598 --> 00:19:11,364
เขียนบรรยาย

227
00:19:11,364 --> 00:19:15,364
เกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของนักเรียน

228
00:19:23,952 --> 00:19:27,952
เอาอย่างนี้ดีกว่า คุณครูจะให้เลือก

229
00:19:29,525 --> 00:19:33,525
มี 2 มี 2 ตัวเลือกมี 2 ตัวเลือกนะครับ มี 2 ตัวเลือก

230
00:19:33,688 --> 00:19:36,036
คุณครูจะให้นักเรียนเขียนประวัติส่วนตัว

231
00:19:36,036 --> 00:19:37,569
ลักษณะการเขียนบรรยาย

232
00:19:37,569 --> 00:19:40,633
อันดับที่ 2

233
00:19:40,633 --> 00:19:43,071
คุณครูจะให้นักเรียน

234
00:19:43,071 --> 00:19:46,034
เขียนบรรยาย

235
00:19:46,034 --> 00:19:49,615
กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวาน

236
00:19:49,615 --> 00:19:53,456
นักเรียนจะเลือกเขียนอันไหนครับ

237
00:19:53,456 --> 00:19:55,623
ข้อที่ 1 ประวัติส่วนตัว หรือข้อที่ 2

238
00:19:55,623 --> 00:19:57,772
กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานครับ

239
00:19:57,772 --> 00:20:01,772
ให้นักเรียนเลือกเร็ว

240
00:20:02,230 --> 00:20:06,230
ให้นักเรียนเลือก

241
00:20:10,922 --> 00:20:14,922
ใคร... ใครเลือกข้อที่ 1 ยกมือครับ

242
00:20:16,535 --> 00:20:20,535
ข้อที่ 1 ก็คือเขียนประวัติส่วนตัวของนักเรียน

243
00:20:22,368 --> 00:20:26,346
ข้อที่ 1 ก็คือประวัติส่วนตัวของนักเรียน ใครเลือกข้อที่ 1 ยกมือ

244
00:20:26,346 --> 00:20:30,346
ข้อที่ 1 มีกี่คน ข้อที่ 1 มีกี่คน

245
00:20:33,440 --> 00:20:37,440
มีไหม ไม่มี ใคร...

246
00:20:39,770 --> 00:20:42,069
อ๋อ เอาใหม่หรือ เดี๋ยว

247
00:20:42,069 --> 00:20:43,557
คือข้อที่ 1

248
00:20:43,557 --> 00:20:47,557
ข้อที่ 1

249
00:20:47,650 --> 00:20:51,650
การเขียนบรรยายเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของนักเรียน

250
00:20:56,821 --> 00:20:59,687
ข้อที่ 2 การเขียนบรรยาย

251
00:20:59,687 --> 00:21:03,687
กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวาน

252
00:21:04,826 --> 00:21:06,232
นักเรียนเลือก

253
00:21:06,232 --> 00:21:08,351
เขียนอันไหนครับ

254
00:21:08,351 --> 00:21:12,351
ข้อที่ 1 หรือข้อที่ 2

255
00:21:20,096 --> 00:21:24,096
มีนักเรียนคนไหนไม่เข้าใจไหม ถ้าไม่เข้าใจเดินมาถามพี่ล่ามได้เลยนะ

256
00:21:26,963 --> 00:21:30,963
เดินมาถามพี่ล่ามได้เลยนะ พี่ล่ามมองมองไม่เห็นรูปว่าภาพมันเล็ก นักเรียนต้องเดินออกมา

257
00:21:31,305 --> 00:21:35,305
เดินออกมาถามถามพี่ล่าม เลือกข้อที่ 2 หรือ

258
00:21:39,079 --> 00:21:43,079
โอเค ถ้าอย่างนั้นนักเรียนเลือกข้อที่ 2 นะ ข้อที่ 2 ก็คือ

259
00:21:43,839 --> 00:21:47,345
การเขียนบรรยาย

260
00:21:47,345 --> 00:21:51,345
กิจกรรมวันภาษาไทยนะครับ

261
00:22:18,967 --> 00:22:22,967
นักเรียนเลือกข้อที่ 2 นะ

262
00:22:23,453 --> 00:22:26,382
เลือกข้อที่ 2 เป็นการเขียนบรรยายกิจกรรมวันภาษาไทยนะ

263
00:22:26,382 --> 00:22:30,382
ทีนี้นักเรียนดูพี่ล่าม เดี๋ยวครูจะอธิบายให้ฟัง

264
00:22:33,103 --> 00:22:37,103
ก็คือคุณครูจะให้นักเรียนเขียนนะครับ ว่า

265
00:22:38,444 --> 00:22:39,070
กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานเป็นอย่างไร ให้นักเรียนเขียนบรรยาย บรรยาย

266
00:22:39,070 --> 00:22:42,631
มา

267
00:22:42,631 --> 00:22:46,631
ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ

268
00:22:55,839 --> 00:22:58,022
ระหว่างนี้คุณครูจะให้นักเรียนเขียนไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวคุณครูจะดู ว่านักเรียนเข้าใจในเรื่องของการเขียนบรรยายแค่ไหน นักเรียนอย่าลืมนะครับ

269
00:22:58,022 --> 00:23:02,022
การสำคัญในการเขียน

270
00:23:02,511 --> 00:23:04,097
การเขียนต่าง ๆ เลย เราจะต้องรู้ ว่าใคร

271
00:23:04,097 --> 00:23:05,563
ทำอะไร

272
00:23:05,563 --> 00:23:09,563
ที่ไหน

273
00:23:13,420 --> 00:23:14,793
อย่างไรแล้วก็เมื่อไรนักเรียนครับ สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่คุณครู

274
00:23:14,793 --> 00:23:18,793
บอกให้นักเรียนนี่

275
00:23:21,657 --> 00:23:23,692
การเขียนบรรยาย 1. เลย นักเรียนต้องเลือกหัวข้อคำ ว่าหัวข้อในที่นี้นักเรียน

276
00:23:23,692 --> 00:23:27,692
อาจจะเปลี่ยน

277
00:23:29,073 --> 00:23:33,073
เปลี่ยนหัวข้อที่คุณครูให้นักเรียนอยู่ตรงนี้นักเรียนจะตั้งชื่ออย่างไรก็ได้ตามสบายเลย

278
00:23:34,054 --> 00:23:38,054
แต่ให้เกี่ยวกับกิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานนี้ ให้นักเรียนบรรยายออกมา

279
00:23:39,276 --> 00:23:42,308
เข้าใจไหมครับ

280
00:23:42,308 --> 00:23:46,308
เข้าใจไหมครับ

281
00:23:50,724 --> 00:23:53,654
เข้าใจนะ โอเค นักเรียนการเขียนบรรยายเลย ก็คือลำดับแรก ก็คือการเลือกหัวข้อ

282
00:23:53,654 --> 00:23:57,654
2. การเลือกเนื้อหา 3

283
00:24:02,610 --> 00:24:05,032
. การนำเสนอบทบรรยาย คุณครูได้อธิบายให้ไปหมดแล้ว เดี๋ยวทีนี้คุณครูจะให้นักเรียนเขียนนะครับ

284
00:24:05,032 --> 00:24:08,801
จะใช้เวลาเขียน

285
00:24:08,801 --> 00:24:12,801
เอากี่นาทีดี

286
00:24:17,527 --> 00:24:21,527
นักเรียนเขียนเป็นเลขก่อนนะ เดี๋ยวคุณครูบอกอีกทีหนึ่ง อ่านในช่วงนี้นักเรียนเริ่มเริ่มเริ่มเริ่มเขียนบรรยายได้เลยครับ

287
00:51:01,753 --> 00:51:05,753
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ

288
00:51:15,642 --> 00:51:19,642
เป็นอย่างไรกันบ้างครับนักเรียน

289
00:51:23,601 --> 00:51:27,601
พัน ๆ เดิน เดินออกมาถามเลยครับ

290
00:52:11,459 --> 00:52:15,459
(ล่าม) มันกระตุก

291
00:52:15,539 --> 00:52:18,301
ภาพไม่ชัด (อาจารย์จักรพงศ์) ผมไม่ค่อยได้ยินครับ

292
00:52:18,301 --> 00:52:21,308
(ล่าม) พอดีภาพน้องกระตุกน่ะค่ะ

293
00:52:21,308 --> 00:52:25,308
กำลัง... กำลังดูใหม่ เอาใหม่

294
00:52:40,093 --> 00:52:44,093

295
00:53:03,606 --> 00:53:07,606
มีผีเสื้อสมุทรด้วยใช่ไหมคะ

296
00:53:15,183 --> 00:53:19,183
(อาจารย์จักรพงศ์) ใช่ครับ (ล่าม) แล้วก็มีม้า

297
00:53:27,921 --> 00:53:31,921
แล้วก็มี

298
00:53:41,479 --> 00:53:45,479
เมื่อกี้เขาเหมือนทำท่าปลาเปล่าคะ (อาจารย์จักรพงศ์) จะเป็นนางเงือกไหมครับ

299
00:53:45,690 --> 00:53:49,690
คนที่ใช่

300
00:53:53,741 --> 00:53:57,741
ใช่ครับ มีน้ำมีปลามีนางเงือกครับ(อาจารย์จักรพงศ์)  ใช่ครับ

301
00:53:58,278 --> 00:54:02,278
(ล่าม) นางเงือก

302
00:54:16,310 --> 00:54:20,310
(อาจารย์จักรพงศ์) นักเรียน นักเรียนนักเรียนมองพี่ล่ามนะ เดี๋ยวคุณครูอธิบายอีกรอบหนึ่ง

303
00:54:46,514 --> 00:54:50,514
ทีนี้ที่คุณครูให้นักเรียนเขียน ก็คือเป็นการเขียนบรรยายกิจกรรมวันภาษาไทยแล้วก็วันสุนทรภู่ของเมื่อวานนะครับ ก็คือให้นักเรียนเขียนบรรยายตามความรู้สึกของนักเรียนเลย ว่า

304
00:54:54,949 --> 00:54:58,949
นักเรียนรู้สึกอย่างไร นักเรียนเห็นอะไรบ้าง ในกิจกรรมเมื่อวานนี้ มีตัวละครที่นักเรียนแสดงมีตัวอะไรบ้าง

305
00:54:59,628 --> 00:55:03,628
อยากให้นักเรียนยกตัวอย่างมา เมื่อกี้ก็จะมีผีเสื้อสมุทร

306
00:55:05,946 --> 00:55:09,946
ม้านิลมังกร นางเงือกอย่างนี้ ทำที่นักเรียนอันธพาลออกมาถามเมื่อกี้

307
00:55:10,045 --> 00:55:14,045
ขียนได้เขียนไปเลยนะครับ แล้วก็ที่สำคัญนักเรียน

308
00:55:15,909 --> 00:55:19,466
ไม่ต้องห่วง ว่านักเรียนจะเขียนผิดเขียนถูกอย่างไร เดี๋ยวถ้าผิดยังไงเดี๋ยวกูจะบอกอีกทีนึงว่ามันผิด

309
00:55:19,466 --> 00:55:23,466
อย่างไร เดี๋ยวกูจะสอนนะครับ ว่าจะเขียนให้ถูกต้องมันเป็นอย่างไรนะครับ

310
00:55:23,879 --> 00:55:26,891
โ

311
00:55:26,891 --> 00:55:30,535
อเค เมื่อกี้มีหลายคนเข้าใจแล้ว

312
00:55:30,535 --> 00:55:32,272
เป็นอย่างไรบ้าง เขียนเสร็จหรือยัง

313
00:55:32,272 --> 00:55:36,272
เขียนต่อไหม

314
00:55:42,029 --> 00:55:43,872
โอเค ๆ  เดี๋ยวคุณครูจะให้เวลานักเรียนเขียน นักเรียนกำลังหาคำตอบหาอะไรกำลัง

315
00:55:43,872 --> 00:55:47,872
เริ่มต้นที่ดีเลยครับ

316
00:55:49,009 --> 00:55:53,009
โอเคครับ เขียนต่อได้เลยครับ

317
01:13:24,916 --> 01:13:27,013
นักเรียนครับ

318
01:13:27,013 --> 01:13:31,013
เป็นอย่างไรนะ

319
01:13:37,730 --> 01:13:41,730
ใกล้เสร็จหรือยังครับ

320
01:13:51,118 --> 01:13:53,509
โอเค ๆ เดี๋ยว... เดี๋ยวให้นักเรียนไปทำต่อเป็นการบ้าน

321
01:13:53,509 --> 01:13:56,856
นะ คุณครูเห็นนักเรียนเขียน

322
01:13:56,856 --> 01:14:00,856
มีความสุขมาก ๆ เลย

323
01:14:05,594 --> 01:14:09,594
โอเค เดี๋ยว

324
01:14:11,464 --> 01:14:14,250
เดี๋ยวค่อยมาส่งคุณครูนะ เดี๋ยวไปทำการบ้าน สำหรับวันนี้คุณครูก็

325
01:14:14,250 --> 01:14:15,963
หมดเวลาเพียงเท่านี้ครับ สวัสดีครับ

326
01:14:15,963 --> 01:14:19,963
สวัสดีครับ คุณพี่ล่ามนะครับ [สิ้นสุดการถอดความ]

