(อาจารย์จักรพงศ์) สวัสดีครับ สวัสดีนักเรียนชั้น ม. 4/1 นะครับ สวัสดีพี่ล่ามด้วยนะครับ วันนี้คุณครูก็สอนการเขียนเหมือนเดิมนะครับ ส่วนชั่วโมงที่ผ่านมานะครับ เราเรียนการเขียนอะไรไปรับนักเรียนจำได้ไหม การเขียนย่อความนะครับ ส่วนวันนี้นะครับ เดี๋ยวคุณครูจะสอน เรื่องการเขียนบรรยายก่อนการเขียนบรรยายการเขียนพรรณนาแล้วก็การเขียนเรียงความนะครับ ตามลำดับไปแล้วก็จะมีใบงานให้นักเรียนทำในช่วงเราเรียนเรื่องการสอนบรรยายเสร็จนะครับ ครับผม เรามาทบทวนก่อนนะครับ การเขียนหมายถึงอะไร นักเรียนจำได้ไหม การเขียน ก็คือเป็นการสื่อสารด้วยตัวอักษร พูดเป็นภาษาพูดง่าย ๆ เลย ก็คือผู้เขียนสื่อสารด้วยตัวอักษร เพื่อให้ผู้รับสาร ก็คือผู้อ่านนั้นเข้าใจนะครับ เข้าใจตรงกัน ง่าย ๆ เลยนะครับ นะครับ วันนี้นะครับ เราจะมาเรียนเรื่องการเขียนบรรยายนะครับ เดี๋ยวคุณครูจะเปิดสไลด์ตรงการเขียนบรรยายให้นักเรียนนะ โอเค การเขียนบรรยายคืออะไร ครับ การเขียนบรรยาย ก็คือการเขียนเล่าเหตุการณ์ เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งนะคะ ที่เกิดขึ้นเพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพเหตุการณ์ ลำดับ เวลา สถานที่ บุคคล ผู้เขียนกล่าวถึงเหตุการณ์ให้ชัดเจนนะครับ โดยมีข้อมูลเนื้อหาสาระของเรื่องที่แสดงความคิดบางครั้งอาจแทรกบทสนทนาของตัวละคร ทำให้ผู้อ่านเข้าใจถึงอารมณ์ ความคิดของตัวละคร และเข้าใจเรื่องทั้งหมดครับผม ประเภทของเรื่องที่จะใช้ในการเขียนบรรยายนะคะ งานเขียนที่ใช้กลวิธีการเขียนบรรยายแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ต่อไปนี้นะครับ 1. อัตชีวประวัติหรือการเล่าประวัติบุคคลต่าง ๆ นะครับ 2. ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ 3. เรื่องที่แต่งขึ้นหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น งานเขียนแรกเลยนะครับ อัตตประวัติหรือการเล่าประวัติของบุคคลต่าง ๆ ก็คือการเขียนเล่าบรรยายของประวัติ อย่างเช่น นักเรียนนักเรียนอยากอยากจะเขียนประวัติของเพื่อนอีกคนหนึ่ง นักเรียนก็นำประวัติของเพื่อนอีกคนหนึ่งมาเขียนบรรยายไปเรื่อย ๆ นะครับ เพื่ออะไร เพื่อ แต่สิ่งที่นักเรียนนำมาเขียนต้องเป็นความจริงนะครับ ต้องเป็นความจริง อย่างข้อที่ 2 นะครับ ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ก็คือเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตนะครับ ก็คือเขียนบรรยายเล่าถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต มีหลักฐานประกอบ นักเรียนนำข้อมูลนี้มาจากไหน ค้นหาจากอินเทอร์เน็ต หรือเปล่าอะไรอย่างนี้ ฉะนั้นนักเรียนก็นำมาเขียนบรรยายบรรยาย เพื่อที่จะให้ผู้อ่านก็คือคนคนที่นั่นคนที่อ่านงานเขียนของนักเรียนเข้าใจในสิ่งที่นักเรียนกำลังสื่อสาร กำลังเขียนบรรยายเนื้อเรื่องนั้นออกมานะครับ ที่สำคัญของการเขียนบรรยาย ก็คือต้องเป็นเรื่องจริงนะครับ ข้อที่ 3 เรื่องที่แต่งขึ้นหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างเช่น เหตุการณ์วันนี้ เหตุการณ์เมื่อวานนี้นะ เหตุการณ์เมื่อวานนี้โรงเรียนของเราได้จัดกิจกรรมวันสุนทรภู่ แล้วก็วันภาษาไทยไปนะครับ เราก็บรรยายไป ว่ามีการแสดงของน้อง ๆ พี่ ๆ แล้วก็มีเสียงหัวเราะ มีความสนุกสนาน มีเกมให้เล่นนะครับ เขียนบรรยายไปทั้งหมด เรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นี่ล่ะครับ เป็นการเขียนบรรยาย เดี๋ยวเราไปดูสไลด์ถัดไปนะคะ กลวิธีการเขียนบรรยาย วิธีการเขียนบรรยาย 1 เลยนะครับ 1 เราต้องเลือกหัวข้อก่อนเลือกหัวข้อก่อนลำดับแรก อันดับที่ 2 อันดับที่ 2 คือ การจัดเนื้อหา การจัดเนื้อหา อันดับที่ 3 อันดับที่ 3 ก็คือการเสนอบทบรรยาย การเลือกหัวข้อเรื่องของข้อ ก็คือเราต้องรู้ก่อน ว่าในการเขียนบรรยายนี่ เราจะเขียนบรรยายเรื่องอะไร ในการเลือกหัวข้อเราต้องรู้ก่อน ว่าเราจะเขียนบรรยายเรื่องอะไร และทีนี้เราก็ต้องมาดู ว่าถ้าเราจะเขียนเรื่องนี้เราจะเขียนในลักษณะไหน อันไหนมาก่อนอันไหนมาหลัง เรียบเรียงเนื้อหาให้ถูก ก็คือการจัดเนื้อหา ส่วนพอเราเรียบเรียงอะไรทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็มาดู ว่าเราจะบรรยายในลักษณะไหน เพื่อที่ให้คนอ่านสนใจในการเขียนของเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเขียน ก็คือการเขียนที่ถูกต้องนะครับ นักเรียนจะต้องใช้ภาษาให้ถูกต้อง สำหรับที่ครูอธิบายมาในเรื่องการเขียนบรรยายนี่ มีนักเรียนคนไหนที่ยังไม่เข้าใจในเรื่องของการเขียนบรรยายไหมครับ มีไหม มีคนไหนไม่เข้าใจไหม ถาม ถามได้นะครับ ถามได้เลย อยากรู้ว่าต้องทำอย่างไร ต้อง... ต้องเขียนแบบไหนอะไรอย่างนี้ ลอง ลองลองเสนอความคิดเห็นลองถามขึ้นมาเลยครับ เดี๋ยวคุณครูจะช่วยตอบตรงนี้ให้นะคะ มีไหม ทำไมคุณครูถึงถาม ว่ามีไหม มีคนไหมเข้าใจหรือเปล่าทำไมหรือครับ เพราะว่าเดี๋ยวถ้าเราเรียนเรื่องการเขียนบรรยายเสร็จนี่ คุณครูจะให้นักเรียนน่ะ เขียนบรรยายลงในใบงานที่ครูแจกให้นักเรียน นักเรียนต้องเตรียมตัวเลยเดี๋ยวคุณครูจะเกริ่นก่อน ว่าคุณครูจะให้นักเรียนทำใบงาน ให้นักเรียนเขียนบรรยายเกี่ยวกับประวัติของนักเรียนเอง นักเรียนต้องสงสัย ว่า เอ๊ะ ทำไมคุณครูถึงให้ทำจากประวัติประวัติ เพราะว่าการเขียนประวัตินี่ สำคัญเลยนะครับ เพราะว่าเผื่อนักเรียนจบการศึกษาไปแล้ว นักเรียนไปเรียนต่อ นักเรียนไปทำงาน นักเรียนไปทำงานที่สถานที่ต่าง ๆ นักเรียนจะต้องกรอกประวัติส่วนตัว เพื่อเป็นการสมัครงานให้กับผู้ประกอบการนะครับ การเขียนบรรยาย 1. ก็คือการเลือกหัวข้อ 2. คือการจัดเนื้อหา 3. การเสนอบทบรรยาย เรามาไปทีละอัน 1. การเลือกหัวข้อเรื่องอย่างไร เนื้อหาและความคิดรวบยอดในการเขียนบรรยายควรเลือกหัวข้อเนื้อหา และความคิดรวบยอดที่น่าสนใจนะครับ ให้ความรู้ ความบันเทิง และความจรรโลงใจแก่ผู้อ่าน ผู้ฟัง และตั้งชื่อเรื่องให้สอดคล้องกับเนื้อหา นักเรียนครับ นักเรียนสนใจพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ ดูพี่ล่ามนะ ครับผม ข้อที่ 1 ก็คือการเลือกหัวข้อ เลือกหัวข้อ เราจะเลือกหัวข้ออย่างไร ที่คุณครูเคยเกริ่นไปแล้ว ว่าเลือกหัวข้อเราจะเลือกอย่างไร ต้องเลือกหัวข้อที่มันน่าสนใจที่ทำให้ผู้อ่านน่ะ สมมติว่านักเรียนจะเขียนงานให้คุณครู นักเรียนจะเขียนงานให้คุณครูอ่านเขียนบรรยายออกมาเขียนทุกอย่างออกมา นักเรียนจะต้องคิดเสมอ ว่าจะต้องทำอย่างไร ให้คุณครูสนใจ รู้สึก... รู้สึกสนใจในงานเขียนของนักเรียนรู้สึกตื่นเต้น รู้สึกอยากอ่านงานนี้มากเลยอะไรอย่างนี้ครับ มันเป็น มันเป็นกลวิธีอันดับแรก ก็คือการเลือกหัวข้อนักเรียนจะต้องเลือกหัวข้อให้มันดูน่าสนใจนะครับ คุณครู เพราะว่าคุณครูจะต้องสนใจในงานเขียนของนักเรียนก่อนว่างานเขียนของสัมพันธ์เป็นอย่างไร น่าสนใจไหมครับ แล้วก็ต้องตั้งชื่อเรื่องให้... ให้มันสอดคล้องกับเนื้อหาที่นักเรียนจะเขียน ต่อไปข้อที่ 2 การจัดเนื้อหา การจัดเนื้อหา ก็คือการเขียนบรรยายจะมีเนื้อหาเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยใช้หลักดำเนินเรื่อง ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร สังเกตไหมครับ ว่าหลักการเขียน หลักการเขียนที่สำคัญที่สุดเลย เราจะต้องเขียนอย่างไรให้ผู้อ่านน่ะ ให้ผู้อ่านงานเขียนของเราน่ะ เข้าใจได้ ว่าเรากำลังสื่อสารเรื่องอะไร เราจะต้องบอกถึงองค์ประกอบในการเขียนของเราที่สำคัญ ก็คือมี 1. ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่อย่างไร ยกตัวอย่างเช่นนะครับ คุณครูจะบรรยายกิจกรรมวันสุนทรภู่เมื่อวานนี้ กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานนี้ด้วย ก็คือคุณครูจะบรรยาย ว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายมีการแสดงละครสั้น ๆ เป็นเรื่องเงาะป่า เป็นเรื่องเงาะป่า ก็คือมีนักเรียนชั้น ม. 4/1 เป็นตัวแทนแสดงเป็นเงาะป่า 1 คน แสดงเป็นเงาะป่า 1 คน ได้แต่งตัวทาผิวกายเป็นสีดำ ใส่วิกผม หัวฟู ๆ อธิบายในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในเนื้อหาที่คุณครูจะพูดถึงในลักษณะอย่างนี้แล้วมีการแสดงบนเวทีน้อง ๆ มีเสียงหัวเราะคุณครูหัวเราะอะไรอย่างไรอธิบายเรื่องอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ไง ก็คือให้รู้ว่าใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ อันที่ 2 เลือกเฉพาะเหตุการณ์ที่สำคัญมาบรรยาย เพื่อไม่ให้การบรรยายนั้นยืดยาวและน่าเบื่อ นี่ล่ะครับ ก็คือเราจะเลือกจะต้องเลือกเหตุการณ์ที่สำคัญสำคัญ และเป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจ ของ... ของสิ่งที่เราจะสื่อสารออกมาเ พื่อให้เหตุการณ์นั้นไม่น่าเบื่อนะครับ เรียงลำดับเหตุการณ์เพื่อไม่ให้สับสน ใช่ เราต้องเรียงลำดับเหตุการณ์ ว่าอันไหนเกิดขึ้นก่อน อันไหนเกิดขึ้นหลัง เหมือนที่คุณครูอธิบายไปเมื่อกี้น่ะครับ ข้อที่ 3 นะครับ การเสนอบทบรรยาย การเสนอบทบรรยายที่เราจะเขียนออกมานี่ย เราจะต้องใช้ภาษาให้มันรู้สึก ว่าเวลาผู้อ่านอ่านงานเขียนของเราน่ะ เขาจะได้รู้สึกอินเข้าไปด้วยในเรื่องเหตุการณ์นั้นนะครับ ก็คือบางบางบทบรรยายนี่ เขาอาจจะแทรกบทพรรณนา เพื่อให้การบรรยายมีชีวิตจิตใจ นักเรียนอาจจะยังไม่เข้าใจคำว่า "บทพรรณนา" เดี๋ยวคุณครูจะสอนเรื่องการเขียนพรรณนาจากการบรรยายนี้นะครับ คุณครูจะเกริ่นก่อน ว่า "พรรณนา" คืออะไร ก็คือบทพรรณนา ก็คือเป็นการเขียนบรรยายให้รู้สึกซึ่งอารมณ์ รูป รส กลิ่น เสียงทุกอย่างอ่ะครับ บรรยายให้มันแบบกินใจเข้าไปมันเหมือนกับมันอาจมันมีชีวิตจิตใจขึ้นมา อย่างเช่น เมื่อคืนฝนตกฟ้าร้องเสียงกบร้อง แล้วก็เสียงกบร้อง อ๊อด ๆ ๆ เราต้องใช้เสียงให้มันแบบบรรยายถึง ว่าเสียงกบร้องอย่างไรน่ะ ฝนฟ้าร้องเสียงดังเปรี้ยงป้างอะไรน่ะครับ อธิบายให้มันแบบดูละเอียดลึกซึ้งเข้าไป ทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่างานเขียนของเรามีชีวิต ให้ผู้อ่านรู้สึกชอบในงานเขียนของเราประมาณนั้นครับ นี่คือการเขียนพรรณนานะ เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายให้ฟังอีกครั้งหนึ่งต่อจากการเขียนบรรยายนี้นะครับ ต่อไปขมวดเป็นคำถามคลี่คลายเป็นคำตอบเพื่อให้น่าสนใจ ก็คือบางเรื่องนะครับ บางเรื่องที่มันที่มันดูคำไม่น่าสนใจเราต้องตั้งคำถาม เรา... เราต้องทำให้ผู้อ่านตั้งคำถามเองมันเกิดอะไรขึ้นอย่างนี้ครับผม จะได้สนใจในงานเขียนของเรานะ ต่อไปนะครับ ผูกเป็นบทสนทนาแทนที่จะบรรยายอย่างเดียววิธีนี้จะช่วยให้การบรรยายน่าสนใจ ก็คือบางทีเราอาจจะเวลาเราพูดในงานเขียนของเราอาจจะไม่ได้เขียนบรรยายไปเรื่อย ๆ ไปยาว ๆ ไปบางทีเราอาจมีตัวละครในนั้นบ้าง แล้วก็สร้างบทสนทนาให้กับตัวละครในนั้นบ้าง สร้างสร้างบทสนทนาให้ตัวละครในนั้นบ้างนะครับ เพื่อให้งานเขียนของเรามี... มีอรรถรสมากขึ้น ต่อไป ก็คือนำตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมในการเขียนบรรยายโดยใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 สรรพนามบุรุษที่ 1 ก็คือมีคำว่า "ฉัน" ฉันเป็นอย่างไร ฉันทำอะไรอะไรอย่างนี้ครับ เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างผู้สื่อสารกับผู้รับสาร ก็คือฉันเป็นแบบนี้เธอ เธอกินข้าวกับอะไรวันนี้ครับ ฉันก็คือสรรพนามบุรุษที่ 1 เธอเป็นสรรพนามบุรุษที่ 2 ก็คือกล่าวถึงอีกคนหนึางก็คือคำว่าสรรพนามบุรุษที่ 2 นะครับ ต่อไปนี้คุณครูก็ได้พูดถึงการเขียนบรรยายไปหมดแล้ว ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียนลองเขียน เขียนบรรยายเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของนักเรียนเอาอย่างนี้ดีกว่า คุณครูจะให้เลือก มี 2 มี 2 ตัวเลือกมี 2 ตัวเลือกนะครับ มี 2 ตัวเลือก คุณครูจะให้นักเรียนเขียนประวัติส่วนตัวลักษณะการเขียนบรรยาย อันดับที่ 2 คุณครูจะให้นักเรียนเขียนบรรยายกิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวาน นักเรียนจะเลือกเขียนอันไหนครับ ข้อที่ 1 ประวัติส่วนตัว หรือข้อที่ 2 กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานครับ ให้นักเรียนเลือกเร็ว ให้นักเรียนเลือกใคร... ใครเลือกข้อที่ 1 ยกมือครับ ข้อที่ 1 ก็คือเขียนประวัติส่วนตัวของนักเรียน ข้อที่ 1 ก็คือประวัติส่วนตัวของนักเรียน ใครเลือกข้อที่ 1 ยกมือ ข้อที่ 1 มีกี่คน ข้อที่ 1 มีกี่คน มีไหม ไม่มี ใคร... อ๋อ เอาใหม่หรือ เดี๋ยว คือข้อที่ 1 ข้อที่ 1 การเขียนบรรยายเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของนักเรียน ข้อที่ 2 การเขียนบรรยายกิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานนักเรียนเลือกเขียนอันไหนครับ ข้อที่ 1 หรือข้อที่ 2 มีนักเรียนคนไหนไม่เข้าใจไหม ถ้าไม่เข้าใจเดินมาถามพี่ล่ามได้เลยนะ เดินมาถามพี่ล่ามได้เลยนะ พี่ล่ามมองมองไม่เห็นรูปว่าภาพมันเล็ก นักเรียนต้องเดินออกมา เดินออกมาถามถามพี่ล่าม เลือกข้อที่ 2 หรือ โอเค ถ้าอย่างนั้นนักเรียนเลือกข้อที่ 2 นะ ข้อที่ 2 ก็คือการเขียนบรรยายกิจกรรมวันภาษาไทยนะครับ นักเรียนเลือกข้อที่ 2 นะ เลือกข้อที่ 2 เป็นการเขียนบรรยายกิจกรรมวันภาษาไทยนะ ทีนี้นักเรียนดูพี่ล่าม เดี๋ยวครูจะอธิบายให้ฟัง ก็คือคุณครูจะให้นักเรียนเขียนนะครับ ว่ากิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานเป็นอย่างไร ให้นักเรียนเขียนบรรยาย บรรยายมาความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ ระหว่างนี้คุณครูจะให้นักเรียนเขียนไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวคุณครูจะดู ว่านักเรียนเข้าใจในเรื่องของการเขียนบรรยายแค่ไหน นักเรียนอย่าลืมนะครับ การสำคัญในการเขียนการเขียนต่าง ๆ เลย เราจะต้องรู้ ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไรแล้วก็เมื่อไรนักเรียนครับ สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่คุณครูบอกให้นักเรียนนี่ การเขียนบรรยาย 1. เลย นักเรียนต้องเลือกหัวข้อคำ ว่าหัวข้อในที่นี้นักเรียนอาจจะเปลี่ยน เปลี่ยนหัวข้อที่คุณครูให้นักเรียนอยู่ตรงนี้นักเรียนจะตั้งชื่ออย่างไรก็ได้ตามสบายเลย แต่ให้เกี่ยวกับกิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานนี้ ให้นักเรียนบรรยายออกมา เข้าใจไหมครับ เข้าใจไหมครับ เข้าใจนะ โอเค นักเรียนการเขียนบรรยายเลย ก็คือลำดับแรก ก็คือการเลือกหัวข้อ 2. การเลือกเนื้อหา 3. การนำเสนอบทบรรยาย คุณครูได้อธิบายให้ไปหมดแล้ว เดี๋ยวทีนี้คุณครูจะให้นักเรียนเขียนนะครับ จะใช้เวลาเขียน เอากี่นาทีดี นักเรียนเขียนเป็นเลขก่อนนะ เดี๋ยวคุณครูบอกอีกทีหนึ่ง อ่านในช่วงนี้นักเรียนเริ่มเริ่มเริ่มเริ่มเขียนบรรยายได้เลยครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับนักเรียน พัน ๆ เดิน เดินออกมาถามเลยครับ (ล่าม) มันกระตุกภาพไม่ชัด (อาจารย์จักรพงศ์) ผมไม่ค่อยได้ยินครับ (ล่าม) พอดีภาพน้องกระตุกน่ะค่ะ กำลัง... กำลังดูใหม่ เอาใหม่ มีผีเสื้อสมุทรด้วยใช่ไหมคะ (อาจารย์จักรพงศ์) ใช่ครับ (ล่าม) แล้วก็มีม้า แล้วก็มี เมื่อกี้เขาเหมือนทำท่าปลาเปล่าคะ (อาจารย์จักรพงศ์) จะเป็นนางเงือกไหมครับ คนที่ใช่ใช่ครับ มีน้ำมีปลามีนางเงือกครับ(อาจารย์จักรพงศ์) ใช่ครับ (ล่าม) นางเงือก (อาจารย์จักรพงศ์) นักเรียน นักเรียนนักเรียนมองพี่ล่ามนะ เดี๋ยวคุณครูอธิบายอีกรอบหนึ่ง ทีนี้ที่คุณครูให้นักเรียนเขียน ก็คือเป็นการเขียนบรรยายกิจกรรมวันภาษาไทยแล้วก็วันสุนทรภู่ของเมื่อวานนะครับ ก็คือให้นักเรียนเขียนบรรยายตามความรู้สึกของนักเรียนเลย ว่านักเรียนรู้สึกอย่างไร นักเรียนเห็นอะไรบ้าง ในกิจกรรมเมื่อวานนี้ มีตัวละครที่นักเรียนแสดงมีตัวอะไรบ้าง อยากให้นักเรียนยกตัวอย่างมา เมื่อกี้ก็จะมีผีเสื้อสมุทร ม้านิลมังกร นางเงือกอย่างนี้ ทำที่นักเรียนอันธพาลออกมาถามเมื่อกี้ขียนได้เขียนไปเลยนะครับ แล้วก็ที่สำคัญนักเรียนไม่ต้องห่วง ว่านักเรียนจะเขียนผิดเขียนถูกอย่างไร เดี๋ยวถ้าผิดยังไงเดี๋ยวกูจะบอกอีกทีนึงว่ามันผิดอย่างไร เดี๋ยวกูจะสอนนะครับ ว่าจะเขียนให้ถูกต้องมันเป็นอย่างไรนะครับ โอเค เมื่อกี้มีหลายคนเข้าใจแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เขียนเสร็จหรือยังเขียนต่อไหม โอเค ๆ เดี๋ยวคุณครูจะให้เวลานักเรียนเขียน นักเรียนกำลังหาคำตอบหาอะไรกำลังเริ่มต้นที่ดีเลยครับ โอเคครับ เขียนต่อได้เลยครับ นักเรียนครับ เป็นอย่างไรนะ ใกล้เสร็จหรือยังครับ โอเค ๆ เดี๋ยว... เดี๋ยวให้นักเรียนไปทำต่อเป็นการบ้านนะ คุณครูเห็นนักเรียนเขียนมีความสุขมาก ๆ เลย โอเค เดี๋ยว เดี๋ยวค่อยมาส่งคุณครูนะ เดี๋ยวไปทำการบ้าน สำหรับวันนี้คุณครูก็หมดเวลาเพียงเท่านี้ครับ สวัสดีครับ สวัสดีครับ คุณพี่ล่ามนะครับ [สิ้นสุดการถอดความ]