(เจ้าหน้าที่) ขอนุยาตค่ะ ทดสอบการได้ยินไหมคะ พี่ถอดความ พี่ถอดความได้ยินไหมคะ (อาจารย์เกวลี) โอเคค่ะ วันนี้บทที่ 3 นะคะ เป็น Typography จะเป็นเกี่ยวกับตัวอักษรที่ใช้ในงานออกแบบกราฟิกเดี๋ยวสไลด์อาจารย์จะมีงานให้ทำในห้อง ไม่เยอะ เดี๋ยวให้ทำในห้องเป็นส่วนใหญ่นะคะ วันนี้ก็จะมีเกี่ยวกับการฐานการใช้ฟอนต์กับการออกแบบฟอนต์ ก็คือเวลาเราพิมพ์ตัวหนังสือการเลือก font ไม่ใช่ว่าพิมพ์แล้วมันขึ้นอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้นเลยนะคะ เราก็ต้องมีการเลือกฟอนต์ให้ถูกต้องกับงานที่เราจะนำเสนอนะคะ การจัดการฟอนต์กับงานออกแบบเราอยากวางตัวหนังสือตรงไหนสะเปะสะปะใช่ไหม จะไม่ได้ งานที่เป็นทางการหรืองานที่เน้นความสนุกสนาน ตัวอักษรในงานออกแบบกราฟิกมีผลส่งผลต่อความรู้สึกกับการรับรู้ของคนที่ได้รับข้อมูลข่าวสารที่เราสื่อสารกับเขา โดยพื้นฐานของการใช้ฟอนต์กับงานออกแบบนะคะ Font เราต้องรู้จักก่อนว่าคืออะไร ฟอนต์ คือตัวหนังสือที่มีลักษณะแตกต่างกัน แต่สามารถอ่านออก แล้วก็เข้าใจได้ว่าแต่ละฟอนต์ที่พิมพ์ออกมา หรือตัวหนังสือที่ใช้ควรนะนี่ เขาต้องการสื่อสารว่าอะไรนี่ เลยมีบทบาทสำคัญกับการทำงานแทบจะทุกงาน ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบงานเอกสารงานสิ่งพิมพ์นะคะ ถอนเลยถูกนำมาสื่อสารตามรูปแบบของงานนั้น ทำให้ผู้อ่านหรือผู้รับสารนี่ เข้าใจถึงอารมณ์ของงานนั้น เช่น งานสำคัญมาก ๆ งานที่เชิญชวนหรืองานนะคะ งานที่ต้องการเชิญไปร่วมงานมันเลยมีเทคนิคที่ใช้กับการใช้ฟอนต์ขั้นพื้นฐานง่าย ๆ นะคะ ให้เข้ากับงานที่เราออกแบบโดยที่ถ้าเราเป็นนักออกแบบกราฟิก จำเป็นจะต้องรู้นะคะ การจัดการฟอนต์การออกแบบจะมีอยู่หลัก ๆ ข้อแรกมีพื้นที่สำหรับตัวอักษร เราจะไม่ใช้ font ที่มีตัวหนังสือมันติดกันแบบอัดแน่นเกินไป เหมือนที่อาจารย์ขึ้นบนสไลด์นี่ แต่ละส่วนมันจะมีช่องว่างระหว่างกันที่เท่ากัน ไม่ใช่ตัวหนังสือมันชิดไปหมดเลย ควรมีที่ว่างของแต่ละคำแต่ละตัวอักษรให้พอเหมาะ มันจะทำให้เราอ่านง่ายขึ้น เราก็ไม่รู้สึกว่าเนื้อหามันดูอึดอัดนะคะ เอามาเว้นบรรทัดให้พอเหมาะ ข้างบน ข้างล่างของแต่ละบรรทัด ไม่ควรชิดหรือห่างกันจนเกินไป บางคนทำงานใน Microsoft Word ไม่เคยตั้งค่าเหล่านี้เลย ทำไมฉันพิมพ์มาได้ 8 หน้าเพื่อนพิมพ์ได้ 6 หน้าตัวหนังสือเท่ากัน อาจจะเป็นเพราะช่องว่างระหว่างบรรทัด คุณตั้งค่าไม่เท่ากับเขา มันเลยทำให้เนื้อที่มันเปลือนะคะ ต่อมา จะเป็นเกี่ยวกับมาตราส่วนของตัวหนังสือหรือว่า scale เวลาขยายหรือย่อตัวหนังสือถ้าเรากด Shift ด้วยทุกครั้งนี่ มาตราส่วนของตัวหนังสือจะไม่นี้เป็นเทคนิคเล็ก ๆ เวลาเราเพิ่มขนาดของฟอนต์ตัวหนังสือ การใช้สีพื้นหลังเหมือนเวลาอาจารย์ทำสไลด์พื้นหลังเป็นสีขาวหนังสือสีดำ เพราะว่าสีพื้นหลังสีของฟอนต์ จะต้องให้ใกล้เคียงกัน เพราะว่าถ้าสีสมมุติว่าพื้นหลังเป็นสีขาว หนังสือเป็นสีเทา อ่านยาก ต้องพยายามเพ่งดูว่าคำนั้นคือคำว่าอะไรนะคะ แล้วก็ถ้าคุณใช้สีที่มันใกล้เคียงกันมากหนังสือข้ามเหล่านั้นนี่ มันจะดูไม่น่าสนใจสิ่งที่ตัดกันเลยซึ่งทฤษฎีสี อาจารย์เคยสอนไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน สแกนข้อความถ้าข้อความที่ลบบรรทัด เราควรจะจัดให้พอดีถ้ามันเกินนิดหน่อย อาจจะเรียงคำให้มันกระชับขึ้นก็ได้เช่นมันอาจจะใช้คำฟุ่มเฟือยเยอะเกินไป คำไหนเราสามารถตัดได้ก็ตัด ให้มันพอดีบรรทัดหรือถ้ามันเกินจำเป็นต้องเกินจริง ๆ ก็ต้องจัดให้มันชิดขอบให้สวยงามนะคะ ตามรูปแบบของการจัดแบบเอกสาร บางคนทำรายงานไม่เคยจัดขอบกระดาษเลย ไม่เคยตั้งค่าหน้ากระดาษเลย ใส่เลขหน้าไม่เป็น ต้องทำนะคะ เพราะยิ่งพอเราเรียนปีสูงขึ้นไปนี่ การทำงานเอกสารมันจะค่อนข้างเป็นทางการมากขึ้น ทั้งเล่มโครงงานคุณต้องจัดเองนะคะ โดยเฉพาะการเลือกฟอนต์ให้เข้ากับงานตัวหนังสือจะเป็นจุดเด่น อย่างที่บอกนะคะ มันสร้างความรู้สึกรับรู้นะคะ คนเลือกฟ้อนให้เข้ากับ theme งานรูปแบบงานนั้น ๆ ด้วย เช่น งานที่เป็นทางการ ถ้าเป็นงานเอกสารราชการเขาจะกำหนดเลย ว่าฟอนต์เอกสารควรจะเป็นฟอนต์อะไร เราก็ต้องใช้ตามนั้น แต่ถ้ามันเป็นงานกราฟิกทั่วไป อันนี้แล้วแต่จินตนาการการออกแบบของแต่ละคนเลย ว่าชอบแบบไหนต้องการจะสื่อสารอย่างไร การที่ใช้ขนาดตัวอักษรที่ต่างขนาดกัน อาจจะมีตัวเล็กบ้างตัวใหญ่บ้าง เหมือนทะเลสาบ หัวข้อจะเป็นตัวใหญ่ เนื้อหาจะเป็นตัวเล็กลงนะคะ อาจจะเป็นเหมือนกันพาดหัวหนังสือพิมพ์ ถ้าใครเคยเห็นหนังสือพิมพ์ ข่าวไหนที่มันดัง ๆ ตัวหนังสือตัวใหญ่มาก ข่าวไหนที่รองลงมาก็จะเล็กลง ถ้าในศัพท์ของสื่อสิ่งพิมพ์เขาจะเรียกว่าพาดหัวตัวใหญ่ กับพัดหัวตัวรองนะคะ แล้วก็ไม่ควรใช้ฟอนต์กับข้อความติดกับรูปภาพจนเกินไป มันควรมีช่องห่างระหว่างภาพหรือตัวอักษรเหมือนเวลาเราทำเล่มเอกสาร ภาพกับคำบรรยายภาพจะต้องห่างกันอย่างน้อย 1 บรรทัด ไม่ควรเอามาติดกันนะคะ ตัวอย่าง ตัวอักษรในงานออกแบบกราฟิกนะคะ หน้าที่หลักของการออกแบบกราฟิก ก็คือการสื่อสาร ไปยังผู้รับสารโดยใช้ตัวอักษร ซึ่งสะดวกสอนนี่ มันจะเป็นองค์ประกอบหนึ่ง ของการสื่อความที่สำคัญ แล้วก็อักษรนี่ เป็นส่วนหนึ่งในความสวยงามของกราฟิกนั้นด้วย ฉะนั้น วันนี้การเลือกสอนส่งงานอาจารย์ก็สำคัญเหมือนกัน หลักการใช้ตัวอักษรในการออกแบบกราฟิก จะมีอยู่ 8 ข้อนะคะ ตั้งแต่การเลือกชนิดของตัวอักษร รูปแบบของตัวอักษร น้ำหนักของตัวอักษร ขนาดตัวอักษรนะคะ การจัดวางตัวอักษร การจัดแถว การเปรียบเทียบความต่าง แล้วก็การใช้ตัวอักษรในการออกแบบนะคะ อย่างแรกชนิดของตัวอักษร ในการแสดงผลออกมา อันแรกพาดหัวนะคะ ที่ชั้น 4 ชั้นบนจะต้องมีลักษณะที่โดดเด่นบุคลิกของคนที่ออกแบบ เน้นถึงเนื้อหาที่ต้องการสื่อสาร อย่างเช่น ตัวนี้ทำไมเขาเลือกตัวหนังสือสีเหลือง เพราะว่ากล่องใส่อาหารของเขา มันก็เป็นสีเหลืองสีเดียวกัน เวลามาใช้งานเขาต้องการสื่อว่า นี่คือสีของอาหารที่เขานำเสนอ ต่อมา เป็นตัวพาดหัวรอง มันจะมีบทบาทรองจากตัวพาดหัว มักจะใช้ในการเกริ่นก่อนเข้าเนื้อหามันจะอยู่ด้านล่างตัว พาดหัวหลัก ตัวหนังสือจะเริ่มเล็กลง ตัวหนังสือจะเล็กลง ต่อมา เป็นตัวเนื้อหามันจะมีหน้าที่ในการสื่อสาร เนื้อหาข้อมูลที่มีจำนวนมาก อาจจะมีการจัดเรียงตัวอักษร อ่านง่ายนะคะ สบายตามากขึ้น อาจจะมีบางคำที่เขาต้องการจะเน้น เขาก็เปลี่ยนสี ถ้าเป็นคำเน้นน่าจะเป็นหัวข้อนะคะ สังเกตได้ว่าเขาพยายามใช้สี ให้กลมกลืนกับผลิตภัณฑ์ที่เขาต้องการจะนำเสนอ ขนาดหัวข้อย่อย ๆ เขาก็ยังใช้สีเดียวกันกับกล่องอาหารที่เขาต้องการนำเสนอ อันนี้ก็เป็นหลักของการเลือกสีเช่นเดียวกันนะคะ ถ้าเป็นลักษณะของตัวอักษร เราจะมีดู 2 ลักษณะของภาษานะคะ อันแรกจะเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ อันที่ 2 จะเป็นตัวอักษรภาษาไทย โดยที่เราจะมีตัวเปรียบเทียบอยู่ รูปแบบตัวอักษรเห็นไหมว่า 6 รูปนี้ 6 คำนี้ ตัวหนังสือไม่เหมือนกัน รูปแบบก็ไม่เหมือนกัน เดี๋ยวจะรู้ว่าไอ้ 6 อย่างนี้มันเหมือนมันต่างกันอย่างไร อันแรกเป็นแบบพื้นฐาน แบบดั้งเดิมละกันนะคะ พื้นฐานมาจากตัวอักษรคัดลายมือของเสมียนนะคะ หรืออารักขาดูหนังไทยโบราณ ก็มีคนที่ชอบเขียนหนังสือนะคะ เขียนด้วยปากกาหัวตัด ปากกาที่เราใช้กันนี่จะเป็นหัวบอล หัวกลม หัวตัดในจะเป็นเส้นที่มันเอียงมานะคะ มันจะให้ความรู้สึกถึงความเก่า เหมาะกับใช้เป็นส่วนเนื้อหา ตัวหนังสือจะมีตั้งแต่แนวแกนเฉียง เวลาดูเส้นนะคะ มันจะมีมุมเอียงมีการถ่ายเทน้ำหนักเส้นหนาบางไม่เท่ากัน เพราะว่ามันใช้ปากกาหัวตัดนะคะ หัวตัดเป็นอย่างไร ปากกาหัวตัด ถ้าเราใช้ปากกาเคมี เราก็จะเคยเห็น ปากกาหัวตัด นี่ปากกาหัวตัดจะเป็นแบบนี้นะคะ จะเป็นเส้นหนาบาง ๆ แบบนี้ แบบที่อาจารย์ขยายนะคะ ประกันหัวตัดจะเป็นแบบนี้ โมเดิร์น โครงสร้างของตัวพิมพ์จะเปลี่ยนไปมีความแข็งกระด้าง เพราะว่าเริ่มนิยมใช้ในเครื่องจักร โดยตัว Modern นี่มันก็จะมีรูปร่างที่ทันสมัย สะดุดตานะคะ เหมาะสำหรับการขยายใหญ่ ไม่เหมาะกับการเป็นเนื้อหาส่วนมากจะใช้เป็นตัวพาดหัว ลักษณะตัวหนังสือจะเป็นแนวตั้งตรงนะคะ อาจจะมีบางส่วนของตัวฟอนต์หรือตัวหนังสือนี่บาง มีการวางแนวตั้งแนวนอนด้วยนะคะ มีการถ่ายเทเส้นหนา เส้นบางแบบ... เขาเรียกว่าเฉียบพลัน ก็คือมันตามลักษณะโค้ง ปุ๊บ ถ้าโค้ง ปุ๊บ เส้นจะบางลง ถ้าเป็นแนวตั้งเส้นสนามนะคะ ต่อมาเป็นแบบ Slabนะคะ ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเนี่ยมันก็จะเริ่มมีแนวคิดใหม่ ๆ ที่นักโฆษณาเนี่เขาต้องการเพิ่มความหนาของตัวโมเดิร์นเมื่อกี้เห็นไหมคำว่า "โมเดิร์น" มันจะมีส่วนที่เป็นเส้นเล็ก ๆ ตรวจสลากนี่ มันจะเป็นตัวที่เพิ่มความหนาของโมเดิร์น ส่วนมากจะนิยมใช้กับหนังสือเด็กเพราะปั้นสัตว์ป่าง่าย ๆ ตรงไปตรงมาไม่ต้องมีลวดลายมากนักนะคะ จะเป็นแบบตัวพิมพ์ที่ไม่มีเส้นฐาน ฐานคือตรงไหนเหมือน Modern จะมีเส้นฐานนะคะ แต่ตอนนี้เริ่มจะมีเส้นฐาน ก็นิยมใช้กับงานพาดผ้าหัวด้วย แต่ต้องเป็นงานที่ไม่เป็นทางการมาก ดูทันสมัย ไม่มีการถ่ายเทน้ำหนัก เส้นหนา เส้นบาง ตัวหนังสือเท่ากันหมด ง่ายเหมือนกันนะคะ ตัวใน Decorative จะเป็นตัวที่ประดิษฐ์ขึ้นมา จุดเด่นจะอยู่ที่อิสระของรูปทรงคุณอยากทำให้ตัวอักษรหรือคำนาน ๆ นโ ี่ดดเด่นตรงไหนเราสามารถตกแต่งได้แล้วก็นิยมใช้เป็นตัวพาดหัวเหมือนกัน ถ้าใส่ทั้งเอกสารมันจะอ่านยาก เพราะบางคนก็ไม่ถนัดตีความตัวหนังสือแบบนี้ แล้วก็ถ้าเป็นงานที่เป็นทางการมาก ๆ เขาจะไม่ลงนิยมใช้แบบนี้นะคะ แต่บางครั้งก็ตามวัตถุประสงค์ใด ๆ ถ้าใครอยากมีการนำเสนอที่แตกต่าง ก็จะเลือกใช้ตัวอักษรแบบ Decorative แบบนี้นะคะ อันนี้ก็เคยเห็นอยู่บ้างตามป้ายโฆษณานะคะ แบบ Script เป็นตัวอักษรที่เลียนแบบลายมือแบบที่เป็นตัวเขียน ก็คือภาษาอังกฤษแบบที่ไม่ยกปากกาขึ้น เขียนลากต่อ ๆ กันไปเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเส้นต่อเนื่องนะคะ ส่วนมากจะใช้กับงานที่ไม่เป็นทางการ แล้วก็ไม่เหมาะกับที่จะใช้เป็นตัวเนื้อหา เพราะบางทีมันอ่านยาก คนที่ไม่ถนัดอ่านตัวเขียนก็จะไม่เข้าใจเลยนะคะ เพราะว่าตัวเขียนมันจะมีตัวที่มันลากเส้นต่อกันนี่ ลายมือแต่ละคนบางคนอาจจะมีเทคนิคในการเขียนตัวเขียนไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น จะใช้เป็นตัวพาดหัวได้ แต่ไม่เหมาะกับที่จะเป็นตัวเนื้อหานะคะ มาถึงอักษรไทยบ้าง อักษรไทยจะแตกต่างจากตัวหนังสือภาษาอังกฤษนิดหนึ่งนะคะ จะมีหลัก ๆ อยู่ 5 รูปแบบ เพราะภาษาไทยยากกว่า ภาษาไทยมีวรรณยุกต์เพิ่มขึ้น ภาษาอังกฤษไม่มีการออกแบบ font หรือออกแบบตัวอักษร ภาษาอังกฤษจะทำได้ง่ายกว่า หลัก ๆ แล้วฟ้อนตัวหนังสือภาษาไทยจะมีอยู่ 5 ลักษณะนะคะ แบบแรกเป็นแบบดั้งเดิม เป็นเอกลักษณ์ของภาษาไทยอยู่แล้ว คือแบบมีหัว เขียนให้มีหัว ก็คือหัวตรงไหนมีหัวสระเอ หัวใบไม้ มันมีความรู้สึกว่าคนไทยทั่วไป คุณเคยอ่านง่าย ตัวนี้เลยเหมาะที่จะมาจัดวางเป็นตัวเนื้อหาในงานสิ่งพิมพ์ อ่านง่าย เข้าใจง่าย เป็นทางการนะคะ หัวตัดหรือมันควรจะเรียกว่าแบบไม่มีหัว มันก็จะรู้สึกว่าทันสมัยกว่านะคะ ดูร่วมสมัยดูเป็นสากล แต่บางคนก็ไม่นิยมใส่ในเนื้อหา ส่วนมากจะเป็นหัวข้อเสียมากกว่า อาหารสำหรับแบบหัวตัด แบบลายมือลายมือจะเป็นลักษณะที่เหมาะกับการพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ไม่เป็นทางการนะคะ อันนี้ก็แล้วแต่คนเลยบางคนก็อะไรมือตัวเองไปทำฟอนต์ สำหรับพิมพ์เอกสารก็ได้ซึ่งก็มีเยอะแยะมากนะคะ ซึ่งตัวฟอนต์ภาษาไทยที่ใช้แบบลายมือนี่ ยากนิดหนึ่งเพราะว่าอย่างที่บอกค่ะ ไม่มีวรรณยุกต์เวลาAI สำหรับที่ช่วยได้ทำการทำหัวนี่ มันจะเข้าใจยาก ไม่เหมือนภาษาอังกฤษใครอยากทำฟอนต์ลายมือตัวเอง ภาษาอังกฤษก็เดี๋ยวจะพาทำสัปดาห์หน้านะคะ ลองดูว่า A-Z และมือของแต่ละคนพอทำเป็นฟอนต์ แล้วจะเป็นยังไง แบบอารักษ์ไทยโบราณลักษณะเหมือนการคัดลายมือนะคะ มันจะคัดด้วยปากกาโบราณมีหัวแหลม นิยมใช้กับข้อความสั้น ๆ แสดงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ค่อนข้างโบราณเลย ลายมือแบบนี้คนยุคปัจจุบันไม่ค่อยเขียนละนะคะ ไม่ค่อยใช้งานกัน เพราะว่าเขียนยาก กว่าจะเขียนได้แต่ละตัวนะคะ เป็นแบบไทยอาลักษณ์ แบบประดิษฐ์มันก็เป็นแบบตัวอักษรที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ ให้สะดุดตาใช้เฉพาะงาน ส่วนมากก็ใช้กับการแสดงข้อความสั้น ๆ เช่นการพาดหัว หรือการแสดงหัวข้อของงานนั้น ๆ อย่างตัวนี้แบบนี้ถ้าเราไปทางภาคเหนือแล้วก็เห็นเยอะ เป็นตัวอักษรที่เขารู้สึกว่ามันรู้สึกเป็นตัวล้านนานะคะ แล้วแต่บางทีก็แต่ละถิ่นฐานของแต่ละคน ก็อยากมีตัวฟอนต์เอกสารของตัวเอง ก็ประดิษฐ์ขึ้นมาได้นะคะ วันนี้เลยจะให้ลองทำเองนะคะ ไม่พิมพ์ชื่อของตัวเอง ทั้งชื่อภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เอาแต่ชื่อแล้วกันนะคะ นามสกุลมันจะยาว โดยใช้รูปแบบตัวอักษรของฟอนต์ ตามรูปแบบที่อาจารย์สอนไป ภาษาอังกฤษมี 6 รูปแบบ ภาษาไทยมี 5 รูปแบบ เพราะฉะนั้น วันนี้จะต้องมี 11 รูปแบบ รวมกันทั้งไทย ทั้งอังกฤษ ทำใน Microsoft Word นะคะ โดยเอาฟอนต์ที่มันมีในเครื่องนั่นล่ะ แต่ถ้าไม่มี ลงเพิ่มก็ได้ ใครลงเพิ่มไม่เป็นเดี๋ยวอาจารย์จะพาทำนะคะ มีใครสงสัยไหม ไม่มี อย่างนั้นก็เดี๋ยวสงสัยไหม 11 ชื่อ ภาษาอังกฤษ 6 ชื่อ ภาษาไทย 5 ชื่อ เลือก font ที่อยู่ใน Microsoft Word ตัวหนังสือขนาด 50 ตั้งค่าเองด้วย 50 นะค ถ้าฟอนต์ไม่มีอยากลงเพิ่ม ยกมือ ให้สัญญาทำเลยใครเคยลงฟ้อนเองไหมในคอมพิวเตอร์ไม่เคยลง อย่างั้นเดี๋ยวพาลง font แล้วหลังจากนั้นทำเองเรามาลองโหลดฟอนต์เอกสารกันเข้า Google ค่ะ Google เข้า Google นะคะ แล้วเลือกพิมพ์อะไรก็ได้ ฟอนต์แจกฟรีก็ได้ ฟอนต์แจกฟรี ไม่ขึ้นน่ะ อันแรกก็ได้นะคะ f0nt.com ถ้ายังไม่ได้เดี๋ยวรอก่อน ถ้าถึงหน้านี้แล้วรอเพื่อนก่อนนะคะ อย่างนั้นเข้า font.com นะคะ กดเลย ฟอนต์อะไรดี ฟอนต์แรกนะคะ ฟอนต์สะอาด เปิดเข้ามาเหมือนกันไหมเลื่อนลงมานิดหนึ่งจะเป็นฟอนต์สะอาด เขาบอกว่าเป็นฟอนต์ลายมือด้วยนะ ถ้าสมมุติใครอยากทำฟอนต์ตัวเองแบบนี้ก็ได้ ใช้ลายมือตัวเองทำฟอนต์นะคะ กดเข้าไปดูเลย อันนี้เป็นตัวอย่าง font ของเขาเวลาพิมพ์ออกมาเป็นตัวหนังสือแล้วมันจะเป็นอย่างไรนะคะ เหมือนอันนี้เขาก็ไม่เอามาตั้งเป็นหัวข้อ เพราะว่า font เป็นไรมือมันไม่เป็นทางการเขาเลยเอามาบรรยายภาพนะคะ กดดาวน์โหลดได้เลย ดาวน์โหลดค่ะ แป๊บเดียว นิดเดียว ใครยังไม่ได้ดาวน์โหลด เดี๋ยวจะเดินดูแป๊บหนึงค่ะ ไปดูสิในอันนี้นะ อยู่ในดาวน์โหลดใช่ไหม เป็นอย่างนี้นะ ก็เปิดออกมา พอแตกไฟล์ออกมามันจะเป็นโฟลเดอร์อย่างนี้ใช่ไหมคะ ใครยังไม่ได้ โฟลเดอร์เหลือง ๆ ตัวนี้ ได้ไหม มันจะมีไฟล์อยู่ 4 ไฟล์นะคะ ใครมีไม่ครบ 4 ไฟล์ คลิก 1 ครั้ง คลิก 1 ครั้ง ตรงไหนก็ได้นะคะ กด Control + A ให้มันเป็นสีเข้ม 4 อันเลย ใครยังไม่ได้ Ctrl+A Ctrl+A ได้ไหม พอได้แล้ว คลิกขวาที่เมาส์ เลือกตรงคำสั่ง Install ชิดขวานะคะ แล้วเลือก Install อเหมือนโดนจอจานที่อาจารย์ชี้อยู่ บัญชีอยู่นะคะ เลือกทั้งหมดถ้าเป็นภาษาไทยให้เลือกติดตั้ง ถ้าเครื่องไหนเป็นเมนูภาษาอังกฤษให้เลือก Install Windownsให้เป็นภาษาไทยมั่งดูก่อน ถ้าใครกดแล้วไม่มีคำว่า "Install" ตอนนี้ในโฟลเดอร์คุณมันจะเป็นรูปสี ๆ นี้ใช่ไหมคะ ไอ้สะอาดนี่ เราจะทำ Double Click เข้าไปเลยนี่ไม่ได้คลิก 2 ครั้งเข้าไปอันนี้เลยไม่ได้นะคะ แบบนี้ไม่ได้ เราจะต้องหัวหน้านี้นะ ตอนแรกที่เราดาวน์โหลด Message คลิกขวา เลือก aInstall อย่างนี้ก่อนเราโหลดมาแล้วเราต้องเหมือนเขาเรียกว่าแตกไฟล์ออกมาก่อน เราจะใช้ทั้งโฟลเดอร์นั้นไม่ได้ เพราะไม่งั้นคุณจะ Install ไม่ได้จะลงฟอนต์ไม่ได้ เราต้องแยกไฟล์มันออกมาก่อนนะคะ ใครยัง Installไม่ได้อีก ใครยังไม่ได้ยกมือเลยค่ะ เดี๋ยวไปดู ใครถูกต้องแล้วนะคะ มันจะเป็นแบบนี้Ctrl+A คลิกขวา จะมีคำว่า Easter ถ้าใครได้ถึงตรงนี้แล้วกดอินสตอเลยค่ะ ถึงตรงนี้แล้วกดตรงที่อาจารย์ชี้ให้ดูเลย เสร็จแล้ว ให้ติดตั้งฟอนต์นี้เสร็จปุ๊บ กลับมาหน้าเว็บไซต์ font เหมือนเดิมเอาอีกอันนึงเลื่อนลงมาจะเป็นฟอนต์ที่เป็นตัวหนังสือสีขาว พื้นหลังสีม่วงมีพระจันทร์แบบนี้ฉันชื่อว่า BM black magic ตัวนี้ลงมา เอาตัวนี้ด้วย ทำเหมือนเดิม คราวนี้ลองทำเอง เดี๋ยวอาจารย์จะเดินดู ลองทำเอง ให้ได้ฟอนต์นี้ก่อน เดี๋ยวเรามาลองดูกัน ถ้าเรียบร้อยแล้ว ลองเช็กดูสิว่าในเครื่องของเรามีฟอนต์ตามที่เราดาวน์โหลดแล้วหรือเปล่า เข้า Microsoft Word เลยค่ะ Microsoft Word นะ ลองพิมพ์ชื่อตัวเองเอาภาษาไทยก่อน พิมพ์ชื่อตัวเองสิ พิมพ์ชื่อตัวเองนะคะ ลองดูสิว่าตอนที่เราดาวน์โหลดมาเมื่อกี้ อยู่ในเครื่องหรือยัง เมื่อกี้ชื่อฟอนต์ BM เห็นไหม เป็นอย่างนี้ มันจะเป็นตัวยึกยืออยู่นิดหนึ่ง ลองเปลี่ยนดู นี่ไงได้ไหม อาจารย์ให้ตั้ง 50 เปลี่ยนไปแล้ว Font พิมพ์ต่อไปมันก็จะเป็นแบบนี้แล้ว ถ้าใครฟอนต์ไม่ขึ้นบอกนะคะ เดี๋ยวจะเดินไปดู แล้วอีกอันหนึ่ง ที่ชื่อฟอนต์ว่าสะอาด ลองดูสิว่ามีสะอาดไหม เป็นสะอาดนี่ จากที่เราลงไปเมื่อกี้ 2 อัน ที่เหลือทำเองนะ ที่เหลืออีกภาษาไทย 5 รูปแบบน่ะ ต้องทำเอง ภาษาอังกฤษ 6 รูปแบบ ทำแบบนี้ทำเอง จะเป็น 11 ครั้ง แล้วบอกด้วยนะคะ ว่าฟอนต์ที่เอามาน่ะ ชื่อฟอนต์ว่าอะไร ดูตรงไหนชื่อฟอนต์ข้างบน เราดูเป็นนะ ฟอนต์ เราชื่ออะไร หรือดูตรงไหนก็ได้ที่เราดาวน์โหลดมา หรือถ้าเราคิดว่าตัวหนังสือเหล่านั้นมันสื่อความหมายดีแล้ว แล้วมันก็มีในเครื่อง คุณไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดเพิ่มก็ได้ ฟอนต์ในเครื่องก็ได้ เช่น ตัวหนังสือหัวตัดในเครื่องมีแล้ว ถามว่าเราจะรู้ได้ไงว่าตัวหนังสือไหนมันมีแล้วเป็นหัวตัดนี้นะคะ นี่เวลาเลือก Font มันจะมีตัวอย่างตัวหนังสือให้เราดูเลย ว่ามันเป็นแบบไหนอย่างไร เราก็เลือกจากที่มันมีให้เราแล้วก็ได้หรือใครอยากดาวน์โหลดเพิ่มก็ได้แล้วบอกอาจารย์ด้วยว่าคุณเลือก font อะไรมา บอกด้วยเขียนบอกด้วย เพราะฉะนั้น เริ่มทำทำเองนะคะ สงสัยถามได้ค่ะ อาจารย์จะเดินดู