--- title: การออกแบบสื่อและดิจิทัลเบื้องต้น (ปี 3) (บ่าย) 260666 แมน subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2566 เวลา 10.48 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (เจ้าหน้าที่) ขออนุญาตค่ะ ทดสอบการได้ยินไหมคะ พี่ถอดความ พี่ถอดความได้ยินไหมคะ (อาจารย์เกวลี) โอเคค่ะ วันนี้บทที่ 3 นะคะ เป็น Typography ที่จะเป็นเกี่ยวกับตัวอักษรที่ใช้ในงานออกแบบกราฟิก เดี๋ยวพอหมดสไลด์อาจารย์จะมีงานให้ทำในห้อง วันนี้สไลด์ไม่เยอะ เดี๋ยวให้ทำในห้อง เป็นส่วนใหญ่นะคะ วันนี้ก็จะมีเกี่ยวกับการพื้นฐานการใช้ฟอนต์กับการออกแบบ ก็คือเวลาเราพิมพ์ตัวหนังสือการเลือกฟอนต์ไม่ใช่ว่าพิมพ์แล้วมันขึ้นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นเลยนะคะ เราก็ต้องมีการเลือกฟอนต์ให้ถูกต้องกับงานที่เราจะนำเสนอนะคะ การจัดการฟอนต์กับงานออกแบบ เราอยากวางตัวหนังสือตรงไหนสะเปะสะปะใช่ไหม ไม่ได้ งานที่เป็นทางการหรืองานที่เน้นความสนุกสนานตัวอักษรในงานออกแบบกราฟิกมีผลส่งผลต่อความรู้สึกกับการรับรู้ของคนที่ได้รับข้อมูลข่าวสารที่เราสื่อสารกับเขานะคะ โดยพื้นฐานของการใช้ฟอนต์กับงานออกแบบนะคะ ฟอนต์เราต้องรู้จักก่อน ว่าคืออะไร คือตัวหนังสือที่มีลักษณะแตกต่างกัน แต่สามารถอ่านออกแล้วก็เข้าใจได้ว่าแต่ละฟอนต์ที่พิมพ์ออกมา หรือตัวหนังสือที่ใช้ควรนั้นนี่ เขาต้องการสื่อสารว่าอะไร ฟอนต์เลยมีบทบาทสำคัญกับการทำงานแทบจะทุกงาน ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบงานเอกสารงานสิ่งพิมพ์นะคะ ฟอนต์เลยถูกนำมาสื่อสารตามรูปแบบของงาน ทำให้ผู้อ่านหรือผู้รับสารนี่ เข้าใจถึงอารมณ์ของงานนั้น เช่น งานสำคัญมาก ๆ งานที่เชิญชวน หรืองานเศร้านะคะ งานที่ต้องการเชิญไปร่วมงาน มันเลยมีเทคนิคที่ใช้กับการใช้ฟอนต์ขั้นพื้นฐานง่าย ๆ นะคะ ให้เข้ากับงานที่เราออกแบบ โดยที่ ถ้าเราเป็นนักออกแบบกราฟิกจำเป็นจะต้องรู้นะค ะ การจัดการฟ้อนการออกแบบจะมีอยู่หลัก ๆ ข้อแรก มีพื้นที่สำหรับตัวอักษรนะคะ เราจะไม่ใช้ฟอนต์ที่มีตัวหนังสือมันติดกันแบบอัดแน่นเกินไป เหมือนที่อาจารย์ขึ้นบนสไลด์นี่ คำว่าแต่ละส่วนมันจะมีช่องว่างระหว่างกันที่เท่ากันไม่ใช่ตัวหนังสือมันชิดไปหมดเลย ควรมีที่ว่างของแต่ละคำ แต่ละตัวอักษรให้พอเหมาะ มันจะทำให้เราอ่านง่ายขึ้น เราก็ไม่รู้สึกว่าเนื้อหามันดูอึดอัดนะคะ เอามาเว้นบรรทัดให้พอเหมาะ ข้างบนข้างล่างของแต่ละบรรทัดไม่ควรชิด หรือห่างกันจนเกินไป บางคนทำงานใน Microsoft Word ไม่เคยตั้งค่าเหล่านี้เลย ทำไมฉันพิมพ์มาได้ 8 หน้า เพื่อนพิมพ์ได้ 6 หน้า ตัวหนังสือเท่ากัน อาจจะเป็นเพราะช่องว่างระหว่างบรรทัดคุณตั้งค่าไม่เท่ากับเขา ทำให้เนื้อที่มันเปลืองนะคะ น่าจะเป็นเกี่ยวกับมาตราส่วนของตัวหนังสือ หรือว่า scale เวลาขยาย หรือย่อตัวหนังสือ ถ้าเรากด Shift ด้วยทุกครั้งนี่ มาตราส่วนของตัวหนังสือจะไม่เพี้ยน อันนี้เป็นเทคนิคเล็ก ๆ เวลาเราเพิ่มขนาดของฟอนต์ตัวหนังสือการใช้สีพื้นหลังเหมือนเวลาอาจารย์ทำสไลด์พื้นหลังเป็นสีขาว หนังสือสีดำ เพราะว่าสีพื้นหลังสีของฟอนต์จะต้องให้ใกล้เคียงกัน เพราะว่าถ้าสี สมมติว่าพื้นหลังเป็นสีขาว ตัวหนังสือเป็นสีเทา มันจะอ่านยาก ต้องพยายามเพ่งดู ว่าคำนั้นคือคำว่าอะไรนะคะ แล้วก็ถ้าคุณใช้สีที่มันใกล้เคียงกันมาก ตัวหนังสือเหล่าเรานะนี่ มันจะดูไม่น่าสนใจสิ่งที่ตัดกันเลย ซึ่งทฤษฎีสีอาจารย์เคยสอนไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน สแกนข้อความถ้าข้อความที่ลบบรรทัดเราควรจะจัดให้พอดีถ้ามันเกินนิดหน่อยอาจจะเรียงคำให้มันกระชับขึ้นก็ได้ เช่น มันอาจจะใช้คำฟุ่มเฟือยเยอะเกินไป คำไหนเราสามารถตัดได้ ก็ตัดให้มันพอดีบรรทัด หรือถ้ามันเกินจำเป็นต้องเกินจริง ๆ ก็ต้องจัดให้มันชิดขอบให้สวยงามนะคะ ตามรูปแบบของการจัดแบบเอกสาร บางคนทำรายงานไม่เคยจัดขอบกระดาษเลย ไม่เคยตั้งค่าหน้ากระดาษเลย ใส่เลขหน้าไม่เป็น ต้องทำนะคะ เพราะยิ่งพอเราเรียนปีสูงขึ้นไปนี่ การทำงานเอกสารมันจะ ค่อนข้างเป็นทางการมากขึ้น ทั้งเล่มโครงงานคุณต้องจัดเองนะคะ โดยเฉพาะการเลือกฟอนต์ให้เข้ากับงาน ตัวหนังสือจะเป็นจุดเด่น อย่างที่บอกนะคะ มันสร้างความรู้สึก รับรู้นะคะ ควรเลือกฟอนต์ให้เข้ากับ theme งานรูปแบบงานนั้นด้วย เช่น งานที่เป็นทางการ ถ้าเป็นงานเอกสารราชการเขาจะกำหนดเลย ว่าฟอนต์เอกสารควรจะเป็นฟอนต์อะไรเราก็ต้องใช้ตามนั้น มันเป็นงานกราฟิกทั่วไป อันนี้แล้วแต่จินตนาการการออกแบบของแต่ละคนเลย ว่าชอบแบบไหน ต้องการจะสื่อสารอย่างไร การที่ใช้ขนาดตัวอักษรที่ต่างขนาดกันอาจจะมีตัวเล็กบ้างตัวใหญ่บ้าง เหมือนทะเลสาบ หัวข้อจะเป็นตัวใหญ่เนื้อหาจะเป็นตัวเล็กลงจะเป็นเหมือนกันพาดหัวหนังสือพิมพ์ ถ้าใครเคยเห็นหนังสือพิมพ์ ข่าวไหนที่มันดัง ๆ ตัวหนังสือตัวใหญ่มากนะคะ ข่าวไหนที่รองลงมาก็จะเล็กลง ด้านในศัพท์ของสื่อสิ่งพิมพ์เขาจะเรียกว่า "พาดหัวตัวใหญ่" กับ" พาดหัวตัวรอง" นะคะ แล้วก็ไม่ควรใช้ฟอนต์อยู่ข้อความติดกับรูปภาพจนเกินไป มันควรมีช่องห่างระหว่างภาพหรือตัวอักษร เหมือนเวลาเราทำเล่มเอกสาร ภาพกับคำบรรยายภาพจะต้องห่างกันอย่างน้อย 1 บรรทัดไม่ควรเอามาติดกันนะคะ ตัวอย่าง ตัวอักษรในงานออกแบบกราฟิกนะคะ หน้าที่หลักของการออกแบบกราฟิก ก็คือการสื่อสาร ไปยังผู้รับสารโดยใช้ตัวอักษร ซึ่งตัวอักษรนี่ มันจะเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการสื่อความที่สำคัญ แล้วก็อักษรนี่ เป็นส่วนหนึ่งในความสวยงามของกราฟิกนั้นด้วย ฉะนั้นวันนี้การเลือกสอนส่งงานอาจารย์ก็สำคัญเหมือนกัน หลักการใช้ตัวอักษรในการออกแบบกราฟิกจะมีอยู่ 8 ข้อนะคะ ตั้งแต่การเลือกชนิดของตัวอักษร รูปแบบของตัวอักษร น้ำหนักของตัวอักษร ขนาดตัวอักษรนะคะ การจัดวางตัวอักษร การจัดแถว การเปรียบเทียบความต่าง แล้วก็การใช้ตัวอักษรในการออกแบบนะคะ อย่างแรก ชนิดของตัวอักษรในการแสดงผลออกมาอักแรกพาดหัว อันบนนะคะ ที่ชั้น 4 ชั้นบนจะต้องมีลักษณะที่โดดเด่นบุคลิกของคนที่ออกแบบ เน้นถึงเนื้อหาที่ต้องการสื่อสาร อย่างเช่น ตัวนี้ทำไมเขาเลือกตัวหนังสือสีเหลือง เพราะว่ากล่องใส่อาหารของเขามันก็เป็นสีเหลืองสีเดียวกัน เวลามาใช้งานเขาต้องการสื่อ ว่านี่ คือ สีของอาหารที่เขานำเสนอนะคะ ต่อมาเป็นตัวพาดหัวรอง มันจะมีบทบาทลองจากตัวพาดหัว มักจะใช้ในการเกริ่นก่อนเข้าเนื้อหา มันจะอยู่ด้านล่างตัวหัวหลัก ตัวหนังสือจะเริ่มเล็กลงนะคะ ตัวหนังสือจะเล็กลง ต่อมาเป็นตัวเนื้อหามันจะมีหน้าที่ในการสื่อสารเนื้อหาข้อมูลที่มีจำนวนมาก นะคะ อาจจะมีการจัดเรียงตัวอักษรให้ง่าย อ่านง่ายนะคะ สบายตามากขึ้น อาจจะมีบางคำที่เขาต้องการจะเน้นเขาก็เปลี่ยนสี ถ้าเป็นคำเน้นก็อาจจะเป็นหัวข้อนะคะ สังเกตได้ ว่าเขาพยายามใช้สีให้กลมกลืนกับผลิตภัณฑ์ที่เขาต้องการจะนำเสนอ ขนาดหัวข้อย่อย ๆ เขาก็ยังใช้สีเดียวกันกับกล่องอาหารที่เขาต้องการนำเสนอ อันนี้ก็เป็นหลักของการเลือกสีเช่นเดียวกันนะคะ ถ้าเป็นลักษณะของตัวอักษรเราจะมีดู 2 ลักษณะของภาษานะคะ อันแรกจะเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ อันที่ 2 จะเป็นตัวอักษรภาษาไทย โดยที่เราจะมีตัวเปรียบเทียบอยู่รูปแบบตัวอักษรเห็นไหมว่า 6 รูปนี้ 6 คำนี้ตัวหนังสือไม่เหมือนกันรูปแบบก็ไม่เหมือนกันนะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูว่าไอ้ 6 อย่างนี้ มันเหมือนมันต่างกันอย่างไร อันแรกแบบพื้นฐานแบบดั้งเดิมแล้วกันนะคะ พื้นฐานมาจากตัวอักษรคัดลายมือของเสมียน หรืออารักถ้าดูหนังไทยโบราณก็มีคนที่ชอบเขียนหนังสือ เขียนด้วยปากกาหัวตัด ปากกาที่เราใช้กันอย่างไม่เป็น 6 หัวบอลหัวกลม หัวตัดในจะเป็นเส้นที่มันเอียงลงมานะคะ มันจะให้ความรู้สึกถึงความเก่า ความขลัง อ่านง่าย เหมาะกับใช้เป็นส่วนเนื้อหา ตัวหนังสือจะมีตั้งแต่แนวแกนเฉียง เวลาดูเส้นนะคะ มันจะมีมุมเอียง มีการถ่ายเทน้ำหนักเส้นหนาบางไม่เท่ากัน เพราะว่ามันใช้ปากกาหัวตัดนะคะ ปากกาหัวตัดเป็นอย่างไรปากกาหัวตัด ถ้าเราใช้ปากกาเคมี เราก็จะเคยเห็น ปากกาหัวตัด ปากกาหัวตัดจะเป็นแบบนี้นะคะ จะเป็นเส้นหนาบาง ๆ แบบนี้ แบบรูปที่อาจารย์ขยายนะคะ ปากกาหัวตัดจะเป็นแบบนี้ แบบโมเดิร์น โครงสร้างของตัวพิมพ์จะเปลี่ยนไปมีความแข็งกระด้างนะคะ เพราะว่าเริ่มนิยมใช้ในเครื่องจักร โดยตัว Modern นี่ มันก็จะมีรูปร่างที่ทันสมัย สะดุดตานะคะ เหมาะสำหรับการขยายใหญ่ ไม่เหมาะกับการเป็นเนื้อหา ส่วนมากจะใช้เป็นตัวคาดหัว ลักษณะตัวหนังสือจะเป็นแนวตั้งตรงนะคะ อาจจะมีบางส่วนของตัวฟอนต์ หรือตัวหนังสือนี่บาง มีการวางแนวตั้งแนวนอนด้วยนะคะ มีการถ่ายเทเส้นหนา เส้นบาง แบบเขาเรียกว่า "เฉียบพลัน" ก็คือมันตามลักษณะโค้ง ปุ๊บ ถ้าโครง ปุ๊บ ถ้าเส้นจะบางลงถ้าเป็นแนวตั้งเส้นหนานะคะ ต่อมาเป็นแบบ Slab นะคะ ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมนี่ มันก็จะเริ่มมีแนวคิดใหม่ ๆ ที่นักโฆษณานี่ เขาต้องการเพิ่มความหนาของตัวโมเดิร์น เมื่อกี้เห็นไหมคำว่า "Modern" มันจะมีส่วนที่เป็นเส้นเล็ก ๆ ตัว นี่มันจะเป็นตัวที่เพิ่มความหนาของโมเดิร์นส่วนมากจะนิยมใช้กับหนังสือเด็ก เพราะง่าย ๆ ตรงไปตรงมาไม่ต้องมีลวดลายมากนักนะคะ จะเป็นแบบตัวพิมพ์ที่ไม่มีเส้นฐานฐาน คือ ตรงไหนเหมือน Modern จะมีเส้นฐานนะคะ แต่ตัวนี้เริ่มจะมีเส้นฐาน ก็นิยมใช้กับงานพาดด้วย แต่ต้องเป็นงานที่ไม่เป็นทางการมาก ดูทันสมัย ไม่มีการถ่ายเทหนักเส้นหนาเส้นบางตัวหนังสือเท่ากันหมดง่ายเหมือนกันนะคะ ตัว Decorative จะเป็นตัวที่ประดิษฐ์ขึ้นมาจุดเด่นจะอยู่ที่อิสระของรูปทรงคุณอยากทำให้ตัวอักษรหรือคำนาน ๆ นี่ โดดเด่นตรงไหนเราสามารถตกแต่งได้ แล้วก็นิยมใช้เป็นตัวพาดหัวเหมือนกัน ถ้าใส่ทั้งเอกสารมันจะอ่านยากนะคะ เพราะบางคนก็ไม่ถนัดตีความตัวหนังสือแบบนี้ แล้วก็ถ้าเป็นงานที่เป็นทางการมาก ๆ เขาจะไม่นิยมใช้ตัวอักษรแบบนี้ บางครั้งก็ตามวัตถุประสงค์ใด ๆ ถ้าใครอยากมีการนำเสนอที่แตกต่างก็จะเลือกใช้ตัวอักษรแบบ Decorative แบบนี้นะคะ อันนี้ก็เคยเห็นอยู่บ้างตามป้ายโฆษณานะคะ แบบ Script เป็นตัวอักษรที่เลียนแบบลายมือแบบที่เป็นตัวเขียนก็คือภาษาอังกฤษแบบที่ไม่ยกปากกาขึ้นเขียนลากต่อ ๆ กันไปเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเส้นต่อเนื่องนะคะ ก็ส่วนมากจะใช้กับงานที่ไม่เป็นทางการนะคะ แล้วก็ไม่เหมาะกับที่จะใช้เป็นตัวเนื้อหา เพราะบางทีมันอ่านยาก คนที่ไม่ถนัดอ่านตัวเขียนก็จะไม่เข้าใจเลยนะคะ เพราะว่าตัวเขียนมันจะมีตัวที่มันลากเส้นต่อกันนี่ ลายมือแต่ละคนบางคนอาจจะมีเทคนิคในการเขียนตัวเขียนไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นจะใช้เป็นตัวพาดหัวได้ แต่ไม่เหมาะกับที่จะเป็นตัวเนื้อหานะคะ มาถึงอักษรไทยบ้าง อักษรไทยจะแตกต่างจากตัวหนังสือภาษาอังกฤษนิดหนึ่งนะคะ จะมีหลัก ๆ อยู่ 5 รูปแบบ เพราะภาษาไทยยากกว่า ภาษาไทยมีวรรณยุกต์เพิ่มขึ้น ภาษาอังกฤษไม่มี การออกแบบ ฟอนต์หรือออกแบบตัวอักษรภาษาอังกฤษจะทำได้ง่ายกว่า หลัก ๆ แล้วฟอนต์ตัวหนังสือภาษาไทยจะมีอยู่ 5 ลักษณะ แบบแรกเป็นแบบดั้งเดิม เป็นเอกลักษณ์ของภาษาไทยอยู่แล้ว คือ แบบมีหัวเขียน ให้มีหัว ก็คือหัวตรงไหน มีหัวสระเอ หัว บ ใบไม้ มันมีความรู้สึก ว่าคนไทยทั่วไปคุณเคยอ่านง่าย ตัวนี้เลยเหมาะที่จะมาจัดวางเป็นตัวเนื้อหาในงานสิ่งพิมพ์อ่านง่ายเข้าใจง่ายเป็นทางการนะคะ แบบหัวตัด หรือมันควรจะเรียกว่าแบบไม่มีหัว มันก็จะรู้สึกว่าทันสมัยกว่านะคะ ดูร่วมสมัยดูเป็นสากล แต่บางคนก็ไม่นิยมใส่ในเนื้อหา ส่วนมากจะเป็นหัวข้อซะมากกว่า สำหรับแบบหัวตัด แบบลายมือลายมือจะเป็นลักษณะที่เหมาะกับการพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ไม่เป็นทางการนะคะ อันนี้ก็แล้วแต่คนเลย บางคนก็อะไรมือตัวเองไปทำฟอนต์สำหรับพิมพ์เอกสารก็ได้ ซึ่งก็มีเยอะแยะมากนะคะ ซึ่งตัวฟอนต์ภาษาไทยที่ใช้แบบลายมือนี่ ยากนิดหนึ่ง เพราะว่าอย่างที่บอกค่ะ มันมีวรรณยุกต์ เวลา AI สำหรับที่ช่วยได้ทำการทำหัวนี่ มันจะเข้าใจยากไม่เหมือนภาษาอังกฤษใครอยากทำฟอนต์ลายมือตัวเองภาษาอังกฤษก็ เดี๋ยวจะพาทำสัปดาห์หน้านะคะ ลองดูว่า a ถึง z และมือของแต่ละคนพอทำเป็นฟันแล้วจะเป็นอย่างไรนะคะ แบบอารักษ์ไทยโบราณลักษณะเหมือนการคัดลายมือ นะคะ มันจะคัดด้วยปากกาโบราณมีหัวแหลมนิยมใช้กับข้อความสั้น ๆ แสดงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ค่อนข้างโบราณเลย ลายมือแบบนี้คนยุคปัจจุบันไม่ค่อยเขียนล่ะ นะคะ ไม่ค่อยใช้งานกัน เพราะว่าเขียนยาก กว่าจะเขียนได้แต่ละตัวนะคะ เป็นแบบไทยอาลักษณ์ แบบประดิษฐ์มันก็เป็นแบบตัวอักษรที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ ให้สะดุดตา ใช้เฉพาะงาน ส่วนมากก็ใช้กับการแสดงข้อความสั้น ๆ เช่นการพาดหัว หรือการแสดงหัวข้อของงานนั้น ๆ อย่างตัวนี้ แบบนี้ ถ้าเราไปทางภาคเหนือแล้วก็เห็นเยอะ ตัวอักษรที่เขารู้สึก ว่ามันรู้สึกเป็นตัวล้านนานะคะ แล้วแต่ บางทีก็แต่ละถิ่นฐานของแต่ละคนก็อยากมีตัวฟอนต์เอกสารของตัวเองก็ประดิษฐ์ขึ้นมาได้นะคะ วันนี้เลยจะให้ลองทำเองนะคะ ให้พิมพ์ชื่อของตัวเองทั้งชื่อภาษาไทย ภาษาอังกฤษเอาแต่ชื่อแล้วกันนะคะ นามสกุลมันจะยาวโดยใช้รูปแบบตัวอักษรของฟอนต์ ตามรูปแบบที่อาจารย์สอนไป ภาษาอังกฤษมี 6 รูปแบบ ภาษาไทยมี 5 รูปแบบ เพราะฉะนั้นวันนี้จะต้องมี 11 รูปแบบ รวมกันทั้งไทยทั้งอังกฤษ ทำใน Microsoft Word นะคะ โดยเอาฟอนต์ที่มันมีในเครื่องนั่นล่ะ แต่ถ้าไม่มีลงเพิ่มก็ได้ ใครลงเพิ่มไม่เป็น เดี๋ยวอาจารย์จะพาทำ มีใครสงสัยไหม ไม่มี อย่างนั้นก็ เดี๋ยว... ใครสงสัยไหม 11 ชื่อ ภาษาอังกฤษ 6 ชื่อ ภาษาไทย 5 ชื่อ เลือกฟอนต์ที่อยู่ใน Microsoft Word ตัวหนังสือขนาด 50 ตั้งค่าเองด้วย 50 นะคะ ถ้าฟอนต์ไม่มีอยากลงเพิ่ม ยกมือ หรืออยากให้อาจารย์พาทำเลย ใครเคยลงฟ้อนเองไหม ในคอมพิวเตอร์ไม่เคยลงงั้นเดี๋ยวพาลงฟอนต์แล้วหลังจากนั้นทำเอง เรามาลองโหลดฟอนต์เอกสารกัน เข้า Google ค่ะ Google เข้า Google นะคะ แล้วเลือก พิมพ์อะไรก็ได้ ฟอนต์แจกฟรีก็ได้ ฟอนต์แจกฟรี ขึ้นแล้ว แลกก็ได้นะคะ f0nt.com ถ้าใครยังไม่ได้เดี๋ยวรอก่อน ถ้าถึงหน้านี้แล้วรอเพื่อนก่อนนะคะ อย่างนั้นเข้า f0nt.com นะคะ กดเลยฟอนต์อะไรดี ฟอนต์แรกนะคะ ฟอนต์สะอาด เปิดเข้ามาเหมือนกันไหมเลื่อนลงมานิดหนึ่งจะเป็นคนสะอาด เขาบอกว่าเป็นฟอนต์ลายมือด้วยนะ ถ้าสมมติใครอยากทำฟอนต์ตัวเองแบบนี้ก็ได้ ใช้ลายมือตัวเองทำฟอนต์นะคะ กดเข้าไปดูเลย อันนี้เป็นตัวอย่างฟอนต์ของเขา เวลาพิมพ์ออกมาเป็นตัวหนังสือแล้วมันจะเป็นอย่างไรนะคะ เขาก็ไม่เอามาตั้งเป็นหัวข้อเพราะว่าฟอนต์มันเป็นลายมือ มันไม่เป็นทางการ เขาเลยเอามาบรรยายภาพนะคะ กดดาวน์โหลดได้เลย ดาวน์โหลดค่ะ แป๊ปเดียว นิดเดียว โหลดเดี๋ยวจะเดินดูแป๊บหนึ่งค่ะ ไปดูสิ ในอันนี้นะ อยู่ใน ดาวน์โหลดใช่ไหม เป็นอย่างนี้นะ ก็เปิดออกมา พอแตกไฟล์ออกมามันจะเป็นโฟลเดอร์อย่างนี้ใช่ไหมคะ ยังไม่ได้โฟลเดอร์เหลือง ๆ อย่างนี้ ได้ไหม จะมีไฟล์อยู่ 4 ไฟล์นะคะ ใครมีไม่ครบ 4 ไฟล์ คลิก 1 ครั้ง คลิก 1 ครั้งตรงไหนก็ได้นะคะ กด Ctrl+A ให้มันเป็นสีเข้ม 4 อันเลย ใครไม่ได้ Ctrl+A Ctrl+A ได้ไหม พอได้แล้ว คลิกขวา ที่เมาส์เลือกตรงคำสั่ง Install คลิกขวานะคะ แล้วเลือก Install เหมือนโดนจอจานที่อาจารย์ชี้อยู่กรุงเทพบัญชีอยู่นะคะ เลือกทั้งหมดถ้าเป็นภาษาไทยให้เลือกติดตั้งถ้าเครื่องไหนเป็นเมนูภาษาอังกฤษให้เลือก Install Windows ให้เป็นภาษาไทยบ้าง ดูก่อน ถ้าใครกดแล้วไม่มีคำว่า "Install" นี้ในโฟลเดอร์คุณมันจะเป็นรูปสีนี้ใช่ไหมคะ ไอ้สะอาดนี่ เราจะทำ Double Click เข้าไปเลยนี่ไม่ได้ คลิก 2 ครั้งเข้าไปอันนี้เลยไม่ได้นะคะ แบบนี้ไม่ได้เราจะต้องหัวหน้านี้นะตอนแรกที่เราดาวน์โหลด Message คลิกขวาเลือก attack All อย่างนี้ก่อนเราโหลดมาแล้วเราต้องเหมือนเขาเรียกว่าแตกไฟล์ออกมาก่อนเราจะใช้ทั้งโฟลเดอร์นั้นไม่ได้ เพราะไม่งั้นคุณจะ Install จะลงฟอนต์ไม่ได้ เราต้องแยกไฟล์มันออกมาก่อนนะคะ ใครยัง Install ไม่ได้อีก ใครยังไม่ได้ยกมือเลยค่ะ เดี๋ยวไปดูถ้าใครถูกต้องแล้วนะคะ มันจะเป็นแบบนี้ เข้ามา Ctrl+A คลิกขวา จะมีคำว่า Easter ถ้าใครได้ถึงตรงนี้แล้วกดอินสตอเลยค่ะ ถึงตรงนี้แล้วกดตรงที่อาจารย์คิดชี้ให้ดูเลย เสร็จแล้ว ให้ติดตั้งฟอนต์นี้เสร็จปุ๊บ กลับมาหน้าเว็บไซต์ f0nt เหมือนเดิม เอาอีกคนนึงเลื่อนลงมาจะเป็นฟอนต์ที่เป็นตัวหนังสือสีขาวพื้นหลังสีม่วงมีพระจันทร์แบบนี้ฉันชื่อว่า"DM black magic" ตัวนี้ ลงมาเอาอันนี้ด้วย ทำเหมือนเดิม คราวนี้ลองทำเอง เดี๋ยวฉันจะเดินดู ลองทำเอง ให้ได้ฟอนต์นี้ก่อน เดี๋ยวเรามาลองดูกัน ถ้าเรียบร้อยแล้วลองเช็คดูสิ ว่าในเครื่องของเรามีฟอนต์ตามที่เราดาวน์โหลดแล้วหรือเปล่า เข้า Microsoft Word เลยค่ะ Microsoft Word นะ ลองพิมพ์ชื่อตัวเอง เอาภาษาไทยก่อน พิมพ์ชื่อตัวเองสิ พิมพ์ชื่อตัวเองนะคะ ลองดูสิ ว่าฟอนต์ที่เราดาวน์โหลดมาเมื่อกี้อยู่ในเครื่องหรือยัง เมื่อกี้ชื่อฟอนต์ BM เป็นอย่างนี้ มันจะเป็นตัวยึกยือนิดหนึ่ง ลองเปลี่ยนดู นี่ไง ได้ไหม อาจารย์ให้ตั้ง 50 นี่ เปลี่ยนไปแล้ว เห็นไหม ฟอนต์ พิมพ์ต่อไปมันก็จะเป็นแบบนี้แล้ว ถ้าใครมันไม่ขึ้น บอกนะคะ เดี๋ยวจะเดินไปดู แล้วอีกอันหนึ่งล่ะ ที่ชื่อฟ้อนว่า "สะอาด" ลองดูสิ ว่ามีสะอาดไหม เป็นสะอาดนี่ จากอันที่เราลงไปเมื่อกี้ 2 อัน ที่เหลือทำเองนะ ที่เหลืออีกภาษาไทย 5 รูปแบบน่ะ ต้องทำเองภาษาอังกฤษ 6 รูปแบบ ทำแบบนี้ทำเอง จะเป็น 11 ครั้ง แล้วบอกด้วยนะคะ ว่าฟอนต์ที่เอามาน่ะ ชื่อฟอนต์ว่าอะไร ดูตรงไหนชื่อฟอนต์ นี่ไง ข้างบน เราดูเป็นนะฟอนต์เราชื่ออะไร หรือดูตรงไหนก็ได้ที่เราดาวน์โหลดมา หรือถ้าเราคิดว่าตัวหนังสือเหล่านั้นมันสื่อความหมายดีแล้ว แล้วมันก็มีในเครื่อง คุณไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดเพิ่มก็ได้ ในเครื่องก็ได้เช่นตัวหนังสือหัวตัด ในเครื่องมีแล้วถามว่าเรื่องเราจะรู้ได้ไง ว่าตัวหนังสือไหนมันมีแล้วเป็นหัวตัด นี่นะคะ นี่ เวลาเลือก ฟอนต์มันจะมีตัวอย่างตัวหนังสือให้เราดูเลย ว่ามันเป็นแบบไหน อย่างไรเราก็เลือกจากที่มันมีให้เราแล้วก็ได้หรือใครอยากดาวน์โหลดเพิ่มก็ได้แล้วบอกอาจารย์ด้วยว่าคุณเลือกฟอนต์อะไรมา บอกด้วยเขียนบอกด้วย เพราะฉะนั้นเริ่มทำ ทำเองนะคะ สงสัยถามได้ค่ะ จะเดินดู