﻿1
00:00:17,855 --> 00:00:21,855
(อาจารย์เชาวนี) โอเค สวัสดีนะคะ พี่ล่ามมาแล้วนักเรียน ลุกขึ้นค่ะ

2
00:00:28,313 --> 00:00:32,313
หัวหน้า โอเคนะคะ

3
00:00:34,982 --> 00:00:37,154
วันนี้นะคะ นักเรียน ม. 6

4
00:00:37,154 --> 00:00:38,493
เมื่อเช้าเราไปทำอะไรมาลูก

5
00:00:38,493 --> 00:00:39,520
เราไปเจาะเลือด

6
00:00:39,520 --> 00:00:42,653
ใช่ไหมคะ

7
00:00:42,653 --> 00:00:44,762
ไปเจาะเลือด

8
00:00:44,762 --> 00:00:48,762
เจ็บไหม

9
00:00:53,539 --> 00:00:57,539
เจ็บไหมลูก เจ็บไหม

10
00:00:58,800 --> 00:01:02,374
อันนี้นะคะ ที่งานอนามัย

11
00:01:02,374 --> 00:01:05,276
พานักเรียนทุกคนนี่เจาะเลือด

12
00:01:05,276 --> 00:01:07,894
เพราะว่าจะได้รู้ว่าเลือดของตัวเองนั้น

13
00:01:07,894 --> 00:01:11,801
มีกรุ๊ปเลือดอะไรนะคะ

14
00:01:11,801 --> 00:01:12,631
ว่าในโอกาสต่อไปถ้าสมมติว่า

15
00:01:12,631 --> 00:01:15,324
เราประสบ

16
00:01:15,324 --> 00:01:17,631
อุบัติเหตุนะคะ ขึ้นมานี่

17
00:01:17,631 --> 00:01:20,750
จำเป็นจะต้องมีการให้เลือดนี่

18
00:01:20,750 --> 00:01:21,363
เราก็จะสามารถบอกได้เลย ว่า

19
00:01:21,363 --> 00:01:23,140
เราน่ะ ะ

20
00:01:23,140 --> 00:01:24,225
เลือดกรุ๊ปอะไรนะคะ

21
00:01:24,225 --> 00:01:28,225
พยาบาล

22
00:01:29,224 --> 00:01:33,224
คุณหมอก็จะให้กรุ๊ปเลือดที่เร็วนะคะ ไม่ต้องไปรอให้ตรวจอีกนะ

23
00:01:36,388 --> 00:01:37,491
อันนี้ก็จะเป็นข้อมูลที่จะเก็บไว้ที่โรงเรียนนะคะ ทีนี้เรามาดูกัน ว่าสัปดาห์นี้นะคะ เราจะเรียน

24
00:01:37,491 --> 00:01:41,491
เรื่องอะไร

25
00:01:42,257 --> 00:01:45,154
หัวข้อหลักของเราสำหรับ ม. 6 ก็คือสถิติและข้อมูลนะคะ

26
00:01:45,154 --> 00:01:49,127
ตัวนี้เราเรียนมาแล้วนะคะ ข้อแรกนี่

27
00:01:49,127 --> 00:01:50,236
เราเรียนมาแล้ว ก็คือตัวอย่างและกรณีหรือปัญหาที่ใช้

28
00:01:50,236 --> 00:01:51,645
สถิติ

29
00:01:51,645 --> 00:01:54,888
นักเรียน

30
00:01:54,888 --> 00:01:58,888
ได้เรียนมาแล้วนะคะ ครูสอนไปเรียบร้อยแล้ว

31
00:01:59,176 --> 00:02:03,176
ข้อ 2 ความหมายของสถิตินักเรียนก็เรียนแล้วนะคะ

32
00:02:03,736 --> 00:02:07,736
และข้อที่ 3 สถิติกับการตัดสินใจและการวางแผน

33
00:02:08,524 --> 00:02:12,524
ในชีวิตประจำวันของลูกน่ะ ต้องมีการวางแผน ลูก ๆ

34
00:02:16,233 --> 00:02:20,233
ทุกวันนะคะ ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงหลับไปนี่ ลูกจะต้องใช้การวางแผนการตัดสินใจ

35
00:02:22,234 --> 00:02:26,234
สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันจะขึ้นอยู่กับอะไรขึ้นอยู่กับข้อมูลสารสนเทศที่นักเรียน

36
00:02:29,099 --> 00:02:30,210
จากประสบการณ์ของนักเรียนที่ได้เก็บมาแล้วนะคะ วันนี้เราจะมาเรียนเรื่องหัวข้อ

37
00:02:30,210 --> 00:02:33,503
หัวข้อ

38
00:02:33,503 --> 00:02:37,503
ข้อมูลนะคะ และการเก็บรวบรวมข้อมูลนะคะ

39
00:02:40,757 --> 00:02:44,757
ครูทวนให้นิดหนึ่งสถิตินี่ หมายถึงอะไรนะคะ สถิติ ก็คือวิชา

40
00:02:49,813 --> 00:02:52,182
ที่ว่าด้วยเรื่องการรวบรวมนะคะ รวบรวมอะไร ก็คือรวบรวมข้อมูลเสร็จแล้ว เอามาวิเคราะห์นะคะ เพื่อหาข้อสรุป

41
00:02:52,182 --> 00:02:56,182
เอาข้อสรุปนี้ ไปอธิบาย

42
00:02:58,993 --> 00:03:00,380
หรือว่าหาคำตอบสิ่งที่เราสนใจ อันนี้คือความหมายของสถิตินะคะ

43
00:03:00,380 --> 00:03:01,850
เราจะอาศัยอะไรล่ะ

44
00:03:01,850 --> 00:03:03,639
มันจะประกอบไปด้วย

45
00:03:03,639 --> 00:03:07,639
ข้อมูล

46
00:03:07,916 --> 00:03:11,710
เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ๆ เขาก็จะเก็บข้อมูลมานะคะ

47
00:03:11,710 --> 00:03:15,710
แล้วก็นำมาวิเคราะห์ ซึ่งการวิเคราะห์ก็มี 2 ส่วนด้วยกัน

48
00:03:18,350 --> 00:03:22,350
เขาจะทายการวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนานะคะ ตัวนี้จะเป็นการวิเคราะห์ขั้นต้นเลย

49
00:03:23,352 --> 00:03:27,352
ใช้ได้ในชีวิตประจำวันของนักเรียนนะคะ บอกข้อมูลได้กว้าง ๆ นะคะ

50
00:03:32,708 --> 00:03:35,179
ใช้ในด้านของการวัดจะมีตัวเลขเข้ามาเกี่ยวข้องนะคะ แล้วก็การวิเคราะห์อีกตัวหนึ่งนะคะ ก็คือสถิติเชิงอนุมาน

51
00:03:35,179 --> 00:03:37,746
หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูลมาจาก

52
00:03:37,746 --> 00:03:39,907
กลุ่มตัวอย่างนะคะ เนื่องจาก

53
00:03:39,907 --> 00:03:43,907
ถ้าเก็บมาหมดนี่

54
00:03:45,927 --> 00:03:46,836
ประชากรทั้งหมดเลยนี่ จะเสียงบประมาณไปเยอะนะคะ แล้วก็ใช้ระยะเวลานาน

55
00:03:46,836 --> 00:03:48,115
เขาก็เลยไป

56
00:03:48,115 --> 00:03:52,115
เลือกมาจาก

57
00:03:55,009 --> 00:03:59,009
ประชากรเอากลุ่มตัวอย่างออกมานะ แล้วก็เอาไปรวบรวมนะคะ ข้อมูลแล้วก็มาวิเคราะห์ เสร็จแล้ว

58
00:04:03,191 --> 00:04:07,191
นำผลการวิเคราะห์นี้ไปอ้างอิงถึงข้อมูลทั้งหมดของกลุ่มประชากรนั้น อันนี้คือสถิติเชิงอนุมานนะคะ

59
00:04:07,203 --> 00:04:11,203
ที่มาของข้อมูลแบ่งเป็น 2 แหล่งด้วยกันนะคะ ถ้าดู

60
00:04:14,356 --> 00:04:17,593
ตามแหล่งที่มานะคะ แหล่งแรก ก็คือแหล่งปฐมภูมิตัวนี้

61
00:04:17,593 --> 00:04:19,947
สังเกตง่าย ๆ นะคะ สังเกตง่าย ๆ ก็คือ

62
00:04:19,947 --> 00:04:20,962
รวบรวมข้อมูลโดยตรง

63
00:04:20,962 --> 00:04:24,962
เรานี่แหละ

64
00:04:26,119 --> 00:04:30,119
ตัวเองเรานี่แหละนะคะ ที่เป็นผู้ไปเก็บรวบรวมข้อมูลเองนะคะ

65
00:04:33,882 --> 00:04:35,015
ไปถาม ไปเก็บ ไปสังเกต ไปทดลองเอง อันนี้ คือ ประเภทปฐมภูมินะคะ

66
00:04:35,015 --> 00:04:39,015
ต่อมา

67
00:04:39,430 --> 00:04:43,430
แหล่งข้อมูลทุติยภูมิคืออะไร แหล่งข้อมูลนี้

68
00:04:44,295 --> 00:04:48,295
เขาเก็บรวบรวมมาไว้ให้แล้ว ข้อมูลมีอยู่แล้ว เราเพียงแต่

69
00:04:48,914 --> 00:04:51,018
ไปเอามาใช้นะคะ ไปเอามาใช้นี่แหละนะคะ อันนี้ก็คืออะไร

70
00:04:51,018 --> 00:04:53,974
ข้อมูลทุติยภูมินะคะ

71
00:04:53,974 --> 00:04:57,974
การเก็บรวบรวมข้อมูลมาจากไหนบ้าง

72
00:05:01,487 --> 00:05:04,294
1. ล่ะทะเบียนประวัตินะคะ หรือว่าสำมะโนนั่นเองนะคะ ที่มันเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเรานะคะ

73
00:05:04,294 --> 00:05:06,803
การสำรวจการทดลองการสังเกต

74
00:05:06,803 --> 00:05:09,104
อันนี้คือการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมด

75
00:05:09,104 --> 00:05:13,104
คือวิธีการทั้งหมดเลยนะคะ หลังจากที่เราเก็บ

76
00:05:18,196 --> 00:05:19,857
แล้ว เราวิเคราะห์ข้อมูลออกมาแล้ว สิ่งที่จะนำเสนอต่อมา ก็คือการนำเสนอข้อมูลซึ่งสามารถ

77
00:05:19,857 --> 00:05:23,857
แบ่งได้หลายแบบด้วยกัน

78
00:05:25,944 --> 00:05:29,944
ง่ายสุด ก็คือทำแบบเป็นตารางออกมานะคะ อันนี้คือการสรุปแล้วหลังจากที่เราไปสำรวจข้อมูลแล้ว

79
00:05:29,945 --> 00:05:33,945
เอามาทำเป็นตาราง หรือว่าทำเป็นภาพนะคะ แผนภาพ

80
00:05:34,099 --> 00:05:38,099
ลูก ๆ ก็จะสามารถมองแล้วก็เข้าใจได้ง่ายขึ้นนะคะ

81
00:05:40,380 --> 00:05:44,380
สถิติกับการตัดสินใจและการวางแผน อย่างที่บอกว่าในชีวิตประจำวันของเรานี่

82
00:05:47,037 --> 00:05:51,037
มีคำถามเกิดขึ้นตลอดเวลาทำไมเป็นอย่างนั้น ทำไมเป็นอย่างนี้ จะเลือกอะไรนะคะ

83
00:05:55,452 --> 00:05:58,493
การตัดสินใจมันขึ้นอยู่กับใครบ้าง ตัวเองตัดสินใจเองนะคะ หรือว่า

84
00:05:58,493 --> 00:06:02,055
มีเพื่อนเข้ามามีส่วนในการตัดสินใจ

85
00:06:02,055 --> 00:06:06,055
ญาติ หรือว่าหน่วยงานนะคะ ในการตัดสินใจ อย่างตัวนี้

86
00:06:08,131 --> 00:06:08,851
คำถามง่ายเลยเป็นคำถามพื้นฐานเลย ว่าเย็นนี้จะกินอะไรดี กินที่ไหนนะ

87
00:06:08,851 --> 00:06:12,851
นะคะ

88
00:06:13,296 --> 00:06:14,235
พานักเรียนไปกับเพื่อน เพื่อนก็ต้องมีส่วนในการตัดสินใจถูกไหมคะ

89
00:06:14,235 --> 00:06:18,235
ใช่ไหม แต่ถ้าไปเองเราคิดเอง

90
00:06:23,579 --> 00:06:26,928
ก็จากประสบการณ์หรือความชอบของเรานะ ถ้าเราชอบอยากกินไก่นะ เราก็จะตัดสินใจไปกินไก่นะคะ หรือว่า

91
00:06:26,928 --> 00:06:29,043
เย็นนี้ไปกินส้มตำไก่ย่างดีกว่าเราก็จะไปกิน

92
00:06:29,043 --> 00:06:30,695
ส้มตำไก่ย่างนะคะ

93
00:06:30,695 --> 00:06:32,487
เหมือนกัน

94
00:06:32,487 --> 00:06:34,082
ตัวนี้

95
00:06:34,082 --> 00:06:38,082
ไม่ว่าจะเป็น

96
00:06:40,549 --> 00:06:44,549
การตัดสินใจตอนนี้เด็ก ๆ จบม. 6 นี่ ปีหน้านะคะ เด็ก ๆ อยากทำอะไร

97
00:06:46,102 --> 00:06:50,102
มันก็เป็นคำถามที่เราจะต้องเตรียมความพร้อมของตัวเองนะคะ

98
00:06:54,590 --> 00:06:56,013
ใครมีส่วนในการตัดสินใจบ้าง บางคนก็อาจจะไปเรียนต่อเรียนต่อปริญญาตรี บางคนไม่เอาดีกว่าจะไปช่วย

99
00:06:56,013 --> 00:07:00,013
ที่บ้านทำงานนะคะ

100
00:07:06,896 --> 00:07:10,896
ไปทำนา ไปกรีดยาง ไปปลูกยางพารา หรือว่าไปทำไร่ทำสวนต่าง ๆ ตามที่พ่อแม่เราทำมานะคะ ก็ทำได้นะคะ หรือบางคน

101
00:07:12,335 --> 00:07:15,489
ไม่เอา จะไปทำงานที่โรงงานนะคะ อันนี้ก็แล้วแต่ลูกได้ตัดสินใจ

102
00:07:15,489 --> 00:07:19,489
แต่คนที่มามีส่วนในการตัดสินใจนั้นคือใครคะ

103
00:07:21,165 --> 00:07:25,165
พ่อแม่ใช่ไหมคะ  เพราะพ่อแม่เราจะมีส่วนในการมาช่วยนะคะ ในการตัดสินใจ

104
00:07:26,030 --> 00:07:26,884
อันนี้ก็เป็นตัวอย่างที่เราเลือกการตัดสินใจ

105
00:07:26,884 --> 00:07:30,884
นะคะ

106
00:07:35,783 --> 00:07:39,783
สิ่งที่จะทำให้เราเลือกต่างกันนี่ มันเกิดมาจากอะไรบ้าง มีอยู่ 4 ข้อด้วยกันนะคะ

107
00:07:41,179 --> 00:07:43,865
การตัดสินใจในสิ่งต่าง ๆ และมีวิธีคิดวิธีเลือกที่แตกต่างกันแล้วแต่คน

108
00:07:43,865 --> 00:07:47,843
คน ๆ นั้นอาจจะมีประสบการณ์มากกว่า

109
00:07:47,843 --> 00:07:51,843
เขาก็จะใช้ประสบการณ์ของเขานี่ ในการตัดสินใจ

110
00:07:55,659 --> 00:07:58,141
จากสิ่งที่ค้นพบเขาเจอมาแล้ว หรือบางกลุ่มนะคะ ใช้ความเชื่อล้วน ๆ เลยในการตัดสินใจ

111
00:07:58,141 --> 00:07:58,845
วันพระนะฉันจะไม่ตัดผม

112
00:07:58,845 --> 00:07:59,695
นะคะ

113
00:07:59,695 --> 00:08:03,695
การทำ

114
00:08:04,850 --> 00:08:08,850
ปลูกต้นไม้เห็นไหม ปลูกต้นมะขามไว้ที่หน้าบ้านก็คือความเชื่อนะคะ

115
00:08:11,412 --> 00:08:15,412
หรือว่าสามัญสำนึกก็มีส่วนในการตัดสินใจเหมือนกัน ความตรงต่อเวล

116
00:08:18,392 --> 00:08:21,858
า ความรับผิดชอบนะคะ  ถ้าใครมีสามัญสำนึกที่ดีเขาก็จะปฏิบัติในสิ่งนี้ได้ดี

117
00:08:21,858 --> 00:08:24,337
และสุดท้าย ก็คือข้อมูลที่รับรู้นะคะ

118
00:08:24,337 --> 00:08:28,337
อันนี้สำคัญ

119
00:08:30,565 --> 00:08:32,453
ถ้าใครจะตัดสินใจที่ดีจะต้องมีข้อมูลนะคะ ข้อมูลจะมีส่วนในการตัดสินใจ

120
00:08:32,453 --> 00:08:36,453
แล้วมาดูกัน ว่า

121
00:08:40,152 --> 00:08:42,246
ตัดสินใจมีโอกาสทั้งผิดพลาด แล้วก็ไม่ผิดพลาด เลือกให้ถูกนะคะ

122
00:08:42,246 --> 00:08:46,246
ทุกสิ่งนี่ มันขึ้นอยู่กับ

123
00:09:02,843 --> 00:09:05,860
ข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์อันนี้สำคัญนะ ฝากลูกเอาไว้ว่าต่อไปในอนาคตนะคะ เพราะลูกจบไปแล้วนี่ มันมีสิ่งต่าง ๆ ที่จะต้องตัดสินใจเองเราจะต้องระวังนะคะ เราจะต้องระวังแล้วก็นำสิ่งที่เรามีข้อมูลต่าง ๆ มาใช้ในการวิเคราะห์แล้วก็ตัดสินใจเลือกให้ถูกต้องนะคะ

124
00:09:05,860 --> 00:09:09,860
เอาข้อมูลมาวิเคราะห์

125
00:09:11,769 --> 00:09:15,769
ออกมาเป็นสารสนเทศข่าวสารแล้วเราถึงตัดสินใจ อันไหนที่ดี อันไหนที่ไม่ดี

126
00:09:21,130 --> 00:09:21,935
ครูเชื่อว่าตอนนี้ลูก ๆ โตแล้ว มีวุฒิภาวะในการตัดสินใจ เลือกในสิ่งที่ถูกต้อง เลือกในสิ่งที่เหมาะสม แล้วก็ดีกับลูก ๆ นะคะ

127
00:09:21,935 --> 00:09:23,932
อันนี้ก็จะ

128
00:09:23,932 --> 00:09:24,627
สิ่งที่สามารถ

129
00:09:24,627 --> 00:09:28,627
เรา

130
00:09:38,237 --> 00:09:42,237
นำไปใช้ได้นะคะ วันนี้เรามาเรียนหัวข้อที่ 4 การนะคะ ข้อมูลและการเก็บรวบรวมข้อมูลนะคะ วันนี้เราจะเรียนทั้งหมดอยู่ 4 หัวข้อด้วยกัน ก็คือความหมาย

131
00:09:46,314 --> 00:09:50,314
ความหมายของข้อมูลนะคะคืออะไร ประเภทของข้อมูลมีกี่ชนิด มีกี่แบบนะคะ แล้วก็วิธีการเก็บ

132
00:09:54,335 --> 00:09:58,335
รวบรวมข้อมูลนะคะ เราจะทำอย่างไร ปัญหาในการใช้ข้อมูลมีอะไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้หลีกเลี่ยงนะคะ

133
00:10:01,350 --> 00:10:04,021
มาดูความหมายกันก่อนเลยข้อมูลคืออะไร ข้อมูลคือความจริงค่ะ

134
00:10:04,021 --> 00:10:08,021
คือ ความจริงนะ

135
00:10:10,851 --> 00:10:12,798
จะบอกถึงตอนนี้สถานการณ์ตอนนั้นนะคะ ที่ปรากฏขึ้นอาจจะเป็นตัวเลขก็ได้

136
00:10:12,798 --> 00:10:14,087
หรือเป็นข้อความก็ได้

137
00:10:14,087 --> 00:10:16,652
แต่ย้ำว่า

138
00:10:16,652 --> 00:10:17,940
มันจะต้องเป็นความจริงนะคะ

139
00:10:17,940 --> 00:10:21,940
ไม่ใช่คิด

140
00:10:23,421 --> 00:10:27,172
มโนมาเป็นภาพในสมองตัวเองมีอคติเข้ามาใช้ไม่ได้นะคะ

141
00:10:27,172 --> 00:10:31,172
ข้อมูล คือ ความจริงที่เกิดขึ้นเท่านั้นนะ

142
00:10:31,716 --> 00:10:35,716
ใช่ไหม อย่างเช่นตัวอย่างตัวนี้นะคะ

143
00:10:37,070 --> 00:10:40,081
ครูไปดูว่าราคาน้ำมันเบนซิน 91 ในจังหวัดอุดรฯ ที่เขาขายกันน่ะ

144
00:10:40,081 --> 00:10:42,666
ราคาลิตรละเท่าไรอันนี้คือความจริง

145
00:10:42,666 --> 00:10:46,147
ความจริงนะวันนี้เลยนะคะ ว่า

146
00:10:46,147 --> 00:10:48,412
น้ำมันเบนซินนะ ที่เราเติมในรถยนต์

147
00:10:48,412 --> 00:10:50,397
วันนี้ราคา 35 บาท

148
00:10:50,397 --> 00:10:52,069
68 สตางค์

149
00:10:52,069 --> 00:10:56,069
อันนี้ ก็คือความจริง

150
00:10:59,690 --> 00:11:03,690
จริง ๆ เลยที่เราไปสำรวจราคามานะคะ บอกสถานการณ์อะไร บ่งบอกสถานการณ์ราคาน้ำมัน

151
00:11:15,478 --> 00:11:19,170
ในวันนี้นะคะ ที่ปรากฏขึ้นสิ่งที่บอกคืออะไร คือตัวเลขนะคะ อันนี้คือข้อความตัวเลขอันนี้คือข้อมูลนะคะ ข้อมูลคือความจริงที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง อาจจะออกมาเป็นตัวเลข หรือว่าข้อความก็ได้นะคะ

152
00:11:19,170 --> 00:11:23,170
ทีนี้มาดูประเภทของข้อมูลกัน

153
00:11:24,391 --> 00:11:28,391
มันก็เหมือนครั้งที่แล้วที่เราเรียนนะ มันจะมีอยู่ 2 อย่างด้วยกันนะคะ

154
00:11:32,364 --> 00:11:36,364
สามารถจำแนกได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูล หรือว่าลักษณะของข้อมูลณประเภทนี้ สามารถแบ่งออกเป็นได้ 2 แบบด้วยกัน

155
00:11:38,475 --> 00:11:42,475
ขึ้นอยู่กับวิธีการเก็บนะคะ หรือว่าลักษณะของข้อมูลนะคะ แล้วมาดูกันก่อนเลย ว่า

156
00:11:43,591 --> 00:11:47,366
ถ้าเก็บข้อมูลนะคะ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 ข้อด้วยกัน

157
00:11:47,366 --> 00:11:48,252
ข้อมูลประเภทแรก ก็คือปฐมภูมิ ที่เราเรียนมาแล้วนะ

158
00:11:48,252 --> 00:11:51,020
ก็คือ

159
00:11:51,020 --> 00:11:54,029
เรานี่แหละไปเก็บข้อมูลมาโดยตรงนะคะ

160
00:11:54,029 --> 00:11:57,685
จากแหล่งข้อมูลเองเลยไปถาม

161
00:11:57,685 --> 00:12:01,600
ไปเก็บมาเองนะคะ แล้วก็แหล่งข้อมูลทุติยภูมิ

162
00:12:01,600 --> 00:12:02,099
จำง่าย ๆ ก็คือมีคนอื่นเก็บไว้แล้ว เราเอามาใช้อย่างเดียว

163
00:12:02,099 --> 00:12:06,099
นะคะ

164
00:12:07,490 --> 00:12:10,831
ลักษณะของข้อมูลคืออะไร ลักษณะของข้อมูล

165
00:12:10,831 --> 00:12:11,896
ดูว่าเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ หรือว่า

166
00:12:11,896 --> 00:12:12,595
เชิงคุณภาพ

167
00:12:12,595 --> 00:12:16,595
นะคะ

168
00:12:18,956 --> 00:12:21,162
แบ่งเป็น 2 อย่างนะประเภทของข้อมูลขึ้นอยู่กับวิธีการเก็บ หรือขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อมูล

169
00:12:21,162 --> 00:12:25,058
ถ้าวิธีการเก็บจะแบ่งเป็น

170
00:12:25,058 --> 00:12:29,058
ปฐมภูมิแล้วก็ทุติยภูมนะคะ แต่ถ้าเมื่อไร

171
00:12:30,976 --> 00:12:32,963
มาแบ่งประเภทตามลักษณะของข้อมูล จะแบ่งออกเป็นเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

172
00:12:32,963 --> 00:12:36,057
เชิงปริมาณคืออะไร

173
00:12:36,057 --> 00:12:40,057
ปริมาณเกี่ยวกับตัวเลขแน่นอนนะคะ

174
00:12:41,116 --> 00:12:45,116
เกี่ยวกับตัวเลข และก็สามารถนำตัวเลขนั้นมาเปรียบเทียบกันได้

175
00:12:49,288 --> 00:12:52,536
บอกได้ ว่ามันคืออะไร มีความหมายนะคะ นำมาคำนวณต่อได้ ในขณะที่ข้อมูลเชิงคุณภาพคืออะไร

176
00:12:52,536 --> 00:12:54,491
ไม่สามารถบอกมาเป็นตัวเลขได้

177
00:12:54,491 --> 00:12:58,348
นะคะ ไม่สา

178
00:12:58,348 --> 00:13:02,348
มารถวัดออกมาเป็นจำนวนได้โดยตรง

179
00:13:02,587 --> 00:13:04,496
แต่บางครั้งที่นักเรียนเห็นมันออกมาเป็นตัวเลขได้นะ

180
00:13:04,496 --> 00:13:06,216
มันมีตัวเลขนะ

181
00:13:06,216 --> 00:13:08,323
แต่มันไม่สามารถ

182
00:13:08,323 --> 00:13:12,323
มาเปรียบเทียบได้

183
00:13:16,185 --> 00:13:17,293
คำนวณไม่ได้บอกไม่ได้ว่าอะไรนะคะ อันนี้คือข้อแตกต่างระหว่างเชิงปริมาณกับเชิงคุณภาพ

184
00:13:17,293 --> 00:13:21,293
นะคะ

185
00:13:23,746 --> 00:13:27,069
อ่านแล้วมาดูตัวอย่างกันนะคะ อย่างเช่นตัวนี้ ข้อมูลเชิงปริมาณบอกถึงน้ำหนักตัว

186
00:13:27,069 --> 00:13:29,407
เ ห็นไหมคะ  มีกี่... มีกี่ตัวอย่าง

187
00:13:29,407 --> 00:13:32,868
น้ำหนักตัวมีกี่ตัวอย่าง

188
00:13:32,868 --> 00:13:36,868
ออกมาเป็นอะไร ออกมาเป็น

189
00:13:43,090 --> 00:13:44,856
ตัวเลขถูกไหมคะ ออกมาเป็นตัวเลขเลย บางคนน้ำหนัก 35 กิโลกรัม บางคนน้ำหนัก 45 กิโลกรัม อันนี้คือข้อมูลที่เราไปเก็บมานะคะ

190
00:13:44,856 --> 00:13:45,926
บางคน 55

191
00:13:45,926 --> 00:13:49,907
บางคนก็ 65

192
00:13:49,907 --> 00:13:50,934
และสุดท้าย ก็คือข้อมูล 75 กิโลกรัม

193
00:13:50,934 --> 00:13:54,934
ครูถาม

194
00:13:59,506 --> 00:14:03,506
เบนซ์ออกมาก่อน เบนซ์ออกมาอยู่หน้าจอเลยค่ะ ครูจะถามน้องเบนซ์นะคะ ในข้อมูลเชิงปริมาณ

195
00:14:05,595 --> 00:14:07,204
ขอถามหน่อยนะ

196
00:14:07,204 --> 00:14:09,077
มองล่ามนะคะ มอง

197
00:14:09,077 --> 00:14:12,865
ให้เบนซ์มองล่ามลูก

198
00:14:12,865 --> 00:14:16,865
ถามว่าข้อมูลเชิงปริมาณตัวนี้

199
00:14:17,300 --> 00:14:18,674
น้ำหนักตัวคนที่มีน้ำหนักตัว 35

200
00:14:18,674 --> 00:14:21,305
75

201
00:14:21,305 --> 00:14:24,642
เอามาเปรียบเทียบกันได้ไหม

202
00:14:24,642 --> 00:14:26,232
ว่าคนไหนน้ำหนักมากกว่าหรือน้อยกว่า

203
00:14:26,232 --> 00:14:30,232
เปรียบเทียบกันได้ไหมคะ

204
00:14:42,686 --> 00:14:44,907
ไม่ใช่

205
00:14:44,907 --> 00:14:47,436
ดูใหม่ดูล่ามใหม่

206
00:14:47,436 --> 00:14:50,912
ครูถามว่าน้ำหนัก 35

207
00:14:50,912 --> 00:14:53,809
เอาใหม่นะ 35 กิโลกรัม

208
00:14:53,809 --> 00:14:56,736
เอาดูน้ำหนักแรก 35 กิโลกรัม

209
00:14:56,736 --> 00:14:58,579
กับอันสุดท้าย 75 กิโลกรัม

210
00:14:58,579 --> 00:15:00,685
เอามาเปรียบเทียบกันได้ไหม

211
00:15:00,685 --> 00:15:04,685
ถ้าเรามองอย่างนี้

212
00:15:05,357 --> 00:15:07,998
เราจะสามารถบอกได้ไหม ว่าคนไหนอ้วน คนไหนผอม

213
00:15:07,998 --> 00:15:11,998
บอกได้ไหมลูก

214
00:15:12,423 --> 00:15:14,783
บอกได้ไหมคะ บอกได้ไหม ถามว่าคนที่มีน้ำหนัก

215
00:15:14,783 --> 00:15:18,783
เท่าไรที่เป็นคนที่อ้วนกว่า

216
00:15:20,163 --> 00:15:22,160
ใครอ้วน

217
00:15:22,160 --> 00:15:26,160
ใครอ้วน น้ำหนักเท่าไรลูก

218
00:15:28,185 --> 00:15:32,185
ใคร ใครจะอ้วนกว่ากัน

219
00:15:33,322 --> 00:15:36,718
นะ ถ้าสมมติว่าอันนี้คือจะต้องสูงเท่ากันนะลูก

220
00:15:36,718 --> 00:15:38,367
มีข้อแม้ว่าจะต้องมีขนาดความสูงและต้องเท่ากัน

221
00:15:38,367 --> 00:15:42,367
ไม่ใช่ว่าเด็ก ถ้าสูงมากกว่ามันก็ไม่ได้แล้ว มัน

222
00:15:48,359 --> 00:15:52,359
จะ Error นะคะ  ถ้าสมมติว่าสูงเท่ากันปุ๊บนี่ แล้วมาชั่งน้ำหนักเราจะรู้ได้ทันทีเลยว่า

223
00:15:53,012 --> 00:15:53,997
เวลามาเปรียบเทียบน้ำหนักแล้วนะคะ 75 กิโลกรัมนี่

224
00:15:53,997 --> 00:15:57,997
อ้วนแล้ว

225
00:15:58,504 --> 00:15:59,880
นะคะ อ้วนแล้วนะคะ นี่ขนาดที่ 35 เป็นอย่างไรคะ

226
00:15:59,880 --> 00:16:03,880
เป็นอย่างไรคะ

227
00:16:05,542 --> 00:16:09,542
35 ในอย่างไรผอมมากผอมมากเราจะต้องไปเสริมใช่ไหม

228
00:16:10,558 --> 00:16:14,558
อาหารอย่างนี้นะคะ แล้วก็ดื่มนมเยอะ ๆ จะต้องไปเสริมสุขภาพตัวเองแล้วก็

229
00:16:16,032 --> 00:16:17,576
อยู่บ้านน้ำหนักจะต้องขึ้นมาเพิ่มแล้วนะคะ มันผอมเอามาเปรียบเทียบได้

230
00:16:17,576 --> 00:16:20,967
ถ้าครูจะรวมน้ำหนัก

231
00:16:20,967 --> 00:16:24,339
รวมน้ำหนักทั้งหมด 5 คนนี้

232
00:16:24,339 --> 00:16:25,892
5 คนนี้มีน้ำหนักรวมเป็นเท่าไร

233
00:16:25,892 --> 00:16:29,163
เป็นเท่าไรคะ

234
00:16:29,163 --> 00:16:33,163
เพื่อน ๆ ช่วยคิดหน่อยเป็นเท่าไร

235
00:16:34,131 --> 00:16:38,131
ช่วยคิดหน่อยลูก 5 คนนี้น้ำหนักรวมกันเป็นเท่าไรคะ

236
00:16:40,247 --> 00:16:44,247
ตอบได้ไหม

237
00:16:48,721 --> 00:16:52,721
เพื่อน ๆ ช่วยคิดหน่อยนะคะ 35 45

238
00:16:54,751 --> 00:16:58,751
ถ้าคนนี้น้ำหนักรวมกันเป็นเท่าไร

239
00:17:08,174 --> 00:17:11,195
เท่าไรคะ

240
00:17:11,195 --> 00:17:13,508
ถูกต้อง 2

241
00:17:13,508 --> 00:17:16,122
75 กิโลฯ นะคะ

242
00:17:16,122 --> 00:17:20,122
เห็นไหม อันนี้คือ

243
00:17:21,191 --> 00:17:25,191
บอกว่าทำไมข้อมูลเชิงปริมาณคืออะไร

244
00:17:25,419 --> 00:17:29,419
อันนี้บอกสถานการณ์นะคะ สถานการณ์ ก็คือน้ำหนักตัวของ

245
00:17:31,948 --> 00:17:35,736
คนที่เราจะไปวัด เดี๋ยวมีทั้งหมดอยู่ 5 คนด้วยกันนะคะ 5 คนด้วยกัน

246
00:17:35,736 --> 00:17:39,736
ข้อมูลออกมาเป็นอะไร เป็นข้อความหรือเป็นตัวเลขคะ

247
00:17:39,769 --> 00:17:43,769
ข้อมูลที่ออกมา ถามว่าเป็นข้อความหรือเป็นตัวเลข

248
00:17:46,415 --> 00:17:50,415
เบนซ์ตอบเป็นข้อความหรือเป็นตัวเลขลูก

249
00:18:32,066 --> 00:18:36,066
เอาใหม่ ครูปิ๊กถาม ว่าข้อมูลเชิงปริมาณนี่ มันจะบ่งบอกมานะคะ

250
00:18:37,336 --> 00:18:41,328
เป็นข้อมูลแบบเป็นตัวเลขหรือว่าเป็นข้อความก็ได้ แต่สถานการณ์ตัวนี้

251
00:18:41,328 --> 00:18:43,631
มันบอกอะไรมันบอกเป็นตัวเลขหรือมันบอกเป็นข้อความ

252
00:18:43,631 --> 00:18:47,631
สิ่งที่เราเห็นก็คืออะไรคะ  นี่

253
00:19:00,913 --> 00:19:03,110
มันเป็นตัวเลขใช่ไหมมันเป็นตัวเลขนะคะ มันเป็นตัวเลขค่ะ แล้วก็สามารถเอามาเปรียบเทียบกันได้ สามารถเอามารวมนะคะ สามารถเอามาดำเนินการต่าง ๆ ได้พวกนี้

254
00:19:03,110 --> 00:19:05,699
มาคิดวิเคราะห์ได้นะคะ

255
00:19:05,699 --> 00:19:07,862
แล้วเรามาดู

256
00:19:07,862 --> 00:19:11,249
เชิญนั่งที่ได้ค่ะ ขอบคุณมากลูก

257
00:19:11,249 --> 00:19:14,639
ถามว่าเบนซ์เข้าใจไหมตอนนี้น่ะ

258
00:19:14,639 --> 00:19:18,639
เข้าใจแล้วใช่ไหม เข้าใจแล้วใช่ไหม

259
00:19:20,171 --> 00:19:24,171
ความหมายของข้อมูลเชิงปริมาณนะคะ นักเรียนทุกคนดูดี ๆ นะคะ

260
00:19:26,721 --> 00:19:28,351
จับให้ได้นะคะ ว่าข้อมูลเชิงปริมาณงานนิดเดียวเลยบอกนะคะ ว่าเป็นตัวเลขหรือว่า

261
00:19:28,351 --> 00:19:32,351
เป็นข้อความ

262
00:19:34,465 --> 00:19:38,465
แล้วก็สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้เอามา บวก ลบ คูณ หาร กันได้นะคะ บอกได้เลยว่า

263
00:19:39,721 --> 00:19:42,068
คนนี้ผอม คนนี้อ้วน สามารถตัดสินได้นะคะ สามารถตัดสินได้

264
00:19:42,068 --> 00:19:44,038
ทีนี้มาดูข้อ

265
00:19:44,038 --> 00:19:46,496
มูลเชิงคุณภาพบ้าง

266
00:19:46,496 --> 00:19:50,012
นักเรียนเคยทำแบบสอบถามไหมคะ

267
00:19:50,012 --> 00:19:53,014
ใครเคยทำแบบสอบถามบ้างยกมือขึ้น

268
00:19:53,014 --> 00:19:56,017
แบบสำรวจ แบบสอบถาม เคยไหม

269
00:19:56,017 --> 00:19:58,966
เคยไหมคะ

270
00:19:58,966 --> 00:20:01,860
เคยทำไหม

271
00:20:01,860 --> 00:20:03,775
เคยไหม ใครเคยยกมือหน่อย

272
00:20:03,775 --> 00:20:07,775
ใครเคยทำยกมือหน่อยลูก

273
00:20:13,539 --> 00:20:17,539
ไม่ครูถามครูถามว่าใครเคยทำแบบสอบถาม

274
00:20:19,252 --> 00:20:21,446
ใช่ ที่ที่มีเวลาประเมินว่าเมาก

275
00:20:21,446 --> 00:20:23,686
ชอบมากชอบน้อยหรือว่า

276
00:20:23,686 --> 00:20:27,095
ไม่ชอบเลยอย่างนี้นะคะ

277
00:20:27,095 --> 00:20:28,233
ถ้าเราไม่ชอบเราก็จะลดลง

278
00:20:28,233 --> 00:20:31,335
ใช่

279
00:20:31,335 --> 00:20:34,643
หรือเราพอใจ

280
00:20:34,643 --> 00:20:38,563
ระดับไหนนะคะ มันก็จะออกมาเป็นนี่

281
00:20:38,563 --> 00:20:40,603
ความชอบนะคะ เวลาเราประเมิน อย่างเช่น

282
00:20:40,603 --> 00:20:44,603
ถามว่า

283
00:20:44,780 --> 00:20:47,191
ประเมินเรื่องของอาหารดีกว่านะ ถามสอบถามใน

284
00:20:47,191 --> 00:20:48,883
อาหารที่เราชอบนะคะ

285
00:20:48,883 --> 00:20:52,201
ครูให้ถาม

286
00:20:52,201 --> 00:20:53,093
ครูจะบอกว่าอาหารเช้าที่นักเรียนชอบนะคะ

287
00:20:53,093 --> 00:20:54,956
คือ

288
00:20:54,956 --> 00:20:56,037
มีอาหารให้เลือกนะคะ

289
00:20:56,037 --> 00:20:58,873

290
00:20:58,873 --> 00:21:00,212
คือ โจ๊กนะคะ อันแรก ก็คือโจ๊ก

291
00:21:00,212 --> 00:21:02,798
อันที่ 2

292
00:21:02,798 --> 00:21:06,798
อันที่ 2 ข้าวเหนียวหมูปิ้ง

293
00:21:09,525 --> 00:21:13,421
ก็จะไปสอบถามนักเรียนนี่แหละว่าถ้าเป็นโจ๊ก

294
00:21:13,421 --> 00:21:17,421
ถ้าเป็นโจ๊ก นักเรียนชอบมากที่สุด

295
00:21:19,015 --> 00:21:23,015
หรือมากนะคะ ความชอบของนักเรียนแต่ละคนก็จะต่างกันถูกไหม

296
00:21:23,430 --> 00:21:25,823
แต่ละคนก็จะต่างกัน เราเอาตัวเองไปวัดคนอื่นไม่ได้

297
00:21:25,823 --> 00:21:29,823
เราเอาตัวเองน่ะ ความชอบของตัวเองน่ะ

298
00:21:31,192 --> 00:21:33,135
ไปเปรียบเทียบกับคนอื่นไม่ได้เพราะอันนี้คือความรู้สึกของแต่ละคนนะคะ

299
00:21:33,135 --> 00:21:36,751
ความชอบของแต่ละคน

300
00:21:36,751 --> 00:21:37,809
เพราะฉะนั้น บางคนอาจถามเบนซ์ เบนซ์ชอบอะไร

301
00:21:37,809 --> 00:21:41,367
ระหว่าง

302
00:21:41,367 --> 00:21:43,369
ระหว่างโจ๊กกับข้าวเหนียวหมูปิ้ง ชอบอะไรลูก

303
00:21:43,369 --> 00:21:46,056
1 หรือ 2

304
00:21:46,056 --> 00:21:49,723
โจ๊กกับข้าวเหนียวหมูปิ้ง ชอบอะไร

305
00:21:49,723 --> 00:21:51,849
เห็นไหมเบนซ์ชอบข้าวเหนียวหมูปิ้ง ต้น

306
00:21:51,849 --> 00:21:54,689
แล้วต้นล่ะต้นชอบอะไร

307
00:21:54,689 --> 00:21:58,689
ชอบกินอะไร

308
00:22:09,022 --> 00:22:11,303
โจ๊ก เห็นไหมต้นบอกว่าชอบกินโจ๊ก มันไม่เหมือนกันแล้วนะ 2 คนนี้ความรู้สึกความชอบแตกต่างกันแล้วนะคะ เราจะเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้นะ

309
00:22:11,303 --> 00:22:14,401
อีกคนหนึ่งล่ะลูกชอบอะไร

310
00:22:14,401 --> 00:22:18,401
ข้าวเหนียวหมูปิ้งนะคะ

311
00:22:19,132 --> 00:22:23,132
ข้าวเหนียวหมูปิ้งมา 3 คนแล้ว

312
00:22:23,467 --> 00:22:27,467
โจ๊กมา 1 คนเป็น 2 นะคะ 3 กับ 2

313
00:22:27,609 --> 00:22:31,308
เห็นไหมข้าวเหนียวหมูปิ้งอีกแล้ว

314
00:22:31,308 --> 00:22:32,955
เห็นไหมข้าวเหนียวหมูปิ้ง

315
00:22:32,955 --> 00:22:35,082
ข้าวเหนียวหมูปิ้ง

316
00:22:35,082 --> 00:22:39,082
ข้าวเหนียวหมูปิ้ง

317
00:22:41,302 --> 00:22:42,746
ข้าวเหนียวหมูปิ้งหมดเลย นี่โจ๊กอยู่ 2 คน เห็นไหมคะ ว่านักเรียนทั้งหมดในห้อง 10 คน

318
00:22:42,746 --> 00:22:44,107
ชอบทานโจ๊ก

319
00:22:44,107 --> 00:22:48,107
ชอบมากด้วยนะ

320
00:22:51,524 --> 00:22:54,314
ชอบมากนี่ โจ๊กน่ะ ชอบมากเลย มีแค่ 2 คนในขณะที่อีก 8 คนน่ะ ชอบทานข้าวเหนียวหมูปิ้ง

321
00:22:54,314 --> 00:22:58,314
เราบอกอะไรคะ

322
00:23:04,712 --> 00:23:08,712
บอกการตัดสินใจการเลือกว่าตัวเองน่ะ ชอบแบบไหนมากกว่ากันแต่ไม่ได้หมายความว่า

323
00:23:10,313 --> 00:23:11,908
เวลาเรามาประเมินนะคะ เวลาเรามาสอบถามแล้วคำว่า "ชอบ" นี่

324
00:23:11,908 --> 00:23:15,759
มันต่างกัน

325
00:23:15,759 --> 00:23:17,520
ที่เราเลือกข้าวเหนียวหมูปิ้งเหมือนกัน 8 คน

326
00:23:17,520 --> 00:23:19,790
แต่ระดับความชอบน่ะ

327
00:23:19,790 --> 00:23:20,882
ไม่สามารถที่จะมา

328
00:23:20,882 --> 00:23:24,882
บอกได้ ว่า

329
00:23:27,811 --> 00:23:29,317
มีเกณฑ์ที่เท่ากัน เพราะแต่ละคนน่ะ ความชอบก็จะไม่เท่ากัน บางคนข้าวเหนียวหมูปิ้ง

330
00:23:29,317 --> 00:23:31,597
ถ้าขุดดึงมานะ

331
00:23:31,597 --> 00:23:34,672
มีแต่ข้าวเหนียวหมูปิ้งปุ๊บนี่

332
00:23:34,672 --> 00:23:35,621
ถ้าให้เราประเมินว่าความชอบของเรา

333
00:23:35,621 --> 00:23:39,621
มากที่สุด

334
00:23:40,708 --> 00:23:42,228
หรือน้อยมาก ลดลงมาเรื่อย ๆ นะครับ ปานกลางน้อย น้อยที่สุด

335
00:23:42,228 --> 00:23:46,126
แน่นอนคนที่ตอบ

336
00:23:46,126 --> 00:23:49,469
โจ๊กนี่ เขาก็จะบอกว่าฉันชอบข้าวเหนียวหมูปิ้ง

337
00:23:49,469 --> 00:23:53,469
น้อยนะคะ หรือว่าน้อยที่สุดถูกไหมคะ

338
00:23:54,008 --> 00:23:58,008
คำตอบนี้มันก็จะสวนทางกัน ก็จะตรงกันข้ามกับความชอบของเรา

339
00:24:01,224 --> 00:24:04,383
แต่ที่นี้นะคะ ที่บอกว่าทำไมมันถึงจะสามารถแปลงมาเป็นตัวเลขได้ เพราะว่าในแบบประเมินของเรานะคะ

340
00:24:04,383 --> 00:24:06,369
ส่วนมากเขาก็จะให้คะแนน ให้คะแนนเยอะ

341
00:24:06,369 --> 00:24:08,674
ถ้าเราชอบมาก

342
00:24:08,674 --> 00:24:11,328
มากที่สุดก็จะลดลงมานะคะ

343
00:24:11,328 --> 00:24:13,895
มากที่สุดให้คะแนนเป็น 5 นะ

344
00:24:13,895 --> 00:24:14,939
มากให้คะแนนเป็น 4 นะคะ

345
00:24:14,939 --> 00:24:17,757
ปานกลาง

346
00:24:17,757 --> 00:24:21,757
กลาง ๆ แล้วกัน 3 3 คะแนนนะคะ

347
00:24:22,758 --> 00:24:26,758
น้อยก็ลดลงมาหน่อยนะคะ น้อยที่สุดให้แค่ 1 พออันนี้คือ

348
00:24:27,037 --> 00:24:31,037
เปลี่ยนนะคะ เปลี่ยนความชอบนะคะ ระดับความชอบนี่

349
00:24:31,456 --> 00:24:32,372
ให้เป็นคะแนน อันนี้ก็สามารถเขียนเป็นตัวเลขได้

350
00:24:32,372 --> 00:24:35,480
แต่

351
00:24:35,480 --> 00:24:39,467
นำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้นะคะ

352
00:24:39,467 --> 00:24:43,379
เอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้เลยนะคะ

353
00:24:43,379 --> 00:24:47,379
ไอ้ที่บอกว่าชอบมากที่สุดนักเรียนมี 8 คนนี่

354
00:24:50,340 --> 00:24:52,161
ซึ่งแต่ละคนเดี๋ยวก็ไม่สามารถมาบอกเลยว่าไอ้มากที่สุดที่ชอบมากที่สุดน่ะเขาอาจจะมีสิ่งอื่นที่ชอบ

355
00:24:52,161 --> 00:24:53,655
มากกว่าข้าวเหนียวหมูปิ้ง

356
00:24:53,655 --> 00:24:55,890
อันนี้นะคะ

357
00:24:55,890 --> 00:24:56,848
มันไม่สามารถที่จะเอามา

358
00:24:56,848 --> 00:24:58,088
เปรียบเทียบหรือ

359
00:24:58,088 --> 00:25:00,191
ดูวิเคราะห์

360
00:25:00,191 --> 00:25:02,433
ตัดสินได้

361
00:25:02,433 --> 00:25:03,714
เหมือนกับอะไร เหมือนกับ

362
00:25:03,714 --> 00:25:07,031
มอง ว่า

363
00:25:07,031 --> 00:25:09,591
ความสวยนะ

364
00:25:09,591 --> 00:25:13,591
ความสวยความหล่อนะลูก

365
00:25:14,664 --> 00:25:17,356
ให้ใ

366
00:25:17,356 --> 00:25:19,139
ครดีน้องเมย์ออกมายืน

367
00:25:19,139 --> 00:25:22,428
เมย์มายืนนะ

368
00:25:22,428 --> 00:25:25,786
เดี๋ยวครูจะถามเพื่อนแต่ละคนนะลูก ว่า

369
00:25:25,786 --> 00:25:29,786
เมย์สวยหรือไม่สวยนะคะ

370
00:25:31,410 --> 00:25:35,410
ด

371
00:25:35,816 --> 00:25:39,816
ูนะ เม ครูจะถามเพื่อน ๆ นะคะ

372
00:25:42,432 --> 00:25:46,432
อันนี้เป็นถามความรู้สึกของเพื่อน ๆ ว่าเมย์นั้นสวยหรือไม่สวยนะคะ

373
00:25:47,671 --> 00:25:51,671
สวยหรือไม่สวยลูกเพื่อนสวยหรือไม่สวย

374
00:26:05,692 --> 00:26:09,692
สวยมากหรือน้อยให้คะแนนเท่าไร ให้คะแนนเองนะคะ เพื่อนคนแรกให้คะแนนระดับที่ 4 เขาสวยนะ แต่ก็สวยในระดับ 4 นะคะ

375
00:26:14,949 --> 00:26:18,949
ให้ 4 เหมือนกัน เพื่อนผู้ชายให้ 4 นะคะ ให้เท่าไรลูก ความสวยให้เท่าไร

376
00:26:19,488 --> 00:26:19,988
ให้ 4 ให้ 4 จะสวยมากที่สุด

377
00:26:19,988 --> 00:26:23,988
เท่าไร

378
00:26:38,756 --> 00:26:42,756
มีคนหนึ่งบอก ว่าให้เมย์ 3 ไม่ต้องเสียใจนะ เขาบอกว่าปานกลางเมย์บอกว่าปานกลางอย่าไปเสียใจอัดต้นให้ 4 เดือนให้เท่าไหร่ไทย 4 แสดงว่าเพื่อน ๆ บอกว่าส่วนใหญ่แล้วเมย์สวยนะคะ สวยมากด้วย

379
00:26:51,168 --> 00:26:55,168
แต่ยังไม่ถึงที่สุดนะลูก ยังไม่ได้มากที่สุดแล้วก็มีเพื่อน 1 คนบอกว่าเมย์สวยปานกลางเพราะอะไรเพราะว่าอันนี้มันขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้

380
00:27:00,964 --> 00:27:04,964
ได้ไหมคะ โอเคนะ มันไม่สามารถบอกได้ แต่ถ้าคุณพี่ถามถาม ว่าเมย์ตอนนี้มีอายุเท่าไร

381
00:27:14,990 --> 00:27:18,990
18 ค่ะ (อาจารย์เชาวนี) อายุ 18 นะคะ

382
00:27:20,831 --> 00:27:24,831
ครูก็จะถามเพื่อนแล้วถาม ว่าตอนนี้เมย์อายุเท่าไร

383
00:27:25,665 --> 00:27:29,665
เพื่อนบอกได้ไหมคะ ว่าเมย์อายุเท่าไร

384
00:27:31,390 --> 00:27:35,390
อันนี้บอก 18 18 18 ไม่ใช่ ถาม

385
00:27:39,610 --> 00:27:42,402
เมย์ลูก  ไม่ได้ถามว่าหนูอายุเท่าไร ถามว่าเมย์อายุเท่าไร 18 18

386
00:27:42,402 --> 00:27:46,402
เมย์อายุเท่าไร

387
00:27:53,700 --> 00:27:57,700
ใช่อันนี้คือข้อมูลเชิงปริมาณนะคะ เป็นข้อมูลและสถานการณ์จริง ก็คืออายุของเมย์

388
00:27:58,742 --> 00:28:02,742
มันจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ถูกไหม เพราว่าเป็นของเมย์นะคะ

389
00:28:04,241 --> 00:28:08,241
ความรู้สึกเอามาเปรียบเทียบไม่ได้นะคะ

390
00:28:38,347 --> 00:28:38,816
ไปนะแล้ว 18 นี้เป็นข้อมูลปริมาณหรือเชิงคุณภาพถามหน่อย

391
00:28:38,816 --> 00:28:38,838
ถามเมย์ ถามน้องเมย์นะคะ

392
00:28:38,838 --> 00:28:40,299
ข้อมูลแบบไหน

393
00:28:40,299 --> 00:28:42,530
ปริมาณถูกต้องนะคะ แล้วความสวยและความสวยเป็นข้อมูลเชิงอะไร

394
00:28:42,530 --> 00:28:46,530
ทำไมมาแต่ทำไมมันเหมือนกันนะลูกมันต่างกันนะ เอาใหม่

395
00:28:48,404 --> 00:28:52,404
เชิงปริมาณเชิงปริมาณคือตัวเลขที่สามารถออกไปแล้วนี่

396
00:28:53,450 --> 00:28:57,450
มันไม่เปลี่ยนแปลง มันไม่เปลี่ยนแปลง คือ เชิงปริมาณนะลูก

397
00:28:57,841 --> 00:29:01,339
ถ้าเชิงคุณภาพปุ๊บนี่ มันเปลี่ยนแปลงได้

398
00:29:01,339 --> 00:29:05,339
มันเปลี่ยนแปลงได้ตามความชอบของแต่ละคนนะคะ

399
00:29:06,753 --> 00:29:10,753
ถามว่าความสวยเป็นปริมาณหรือคุณภาพลูก

400
00:29:13,795 --> 00:29:17,795
(ล่าม) เชิงคุณภาพค่ะ

401
00:29:19,217 --> 00:29:23,217
(อาจารย์เชาวนี) เก่งมากนะคะ โอเคถูกต้องเชิญนั่งได้นะคะ เยี่ยมมาก

402
00:29:25,871 --> 00:29:28,624
ทีนี้นักเรียนพอเข้าใจหรือยังว่าอันไหนเป็นข้อมูลเชิงปริมาณอันไหนเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ

403
00:29:28,624 --> 00:29:32,624
นะคะ จำง่ายมากเลยนะ

404
00:29:34,572 --> 00:29:38,572
ไม่ต้องอะไรมากเลย ว่าเชิงปริมาณนี้มันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เวลาเราหาข้อมูลมาแล้ว

405
00:29:39,906 --> 00:29:42,256
บันทึกของตัวนั้นนะคะ ไม่ว่าใครก็ตามที่มาบอกนี่ มันก็จะได้คำตอบเดิม

406
00:29:42,256 --> 00:29:42,822
มันก็จะได้คำตอบที่เหมือนเดิม

407
00:29:42,822 --> 00:29:46,822

408
00:29:47,199 --> 00:29:51,199
ในขณะที่ข้อมูลเชิงคุณภาพนี่มันขึ้นอยู่กับความชอบหรือว่า

409
00:29:51,556 --> 00:29:55,556
ความคิดของแต่ละคน ความรู้สึกของแต่ละคนนะคะ

410
00:29:58,690 --> 00:30:02,470
เรามาดูกันว่าวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ผ่านไปแล้วนะ ต่อไปเป็นข้อที่ 3

411
00:30:02,470 --> 00:30:06,470
วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเราทำอย่างไรได้บ้างนะคะ

412
00:30:07,007 --> 00:30:08,775
อันแรกถ้าข้อมูลเป็นแบบข้อมูลทุติยภูมินะคะ

413
00:30:08,775 --> 00:30:12,762
ทุติยภูมิคืออะไรลูก

414
00:30:12,762 --> 00:30:16,762
ข้อมูลทุติยภูมิ ก็คือเราไปเอาของเขามาถูกไหม

415
00:30:17,827 --> 00:30:19,216
เป็นแหล่งข้อมูลที่เราไปดึงมาจากของคนอื่น เราไม่ได้ไปเก็บเองใช่ไหมคะ

416
00:30:19,216 --> 00:30:19,975
สิ่งที่เขา

417
00:30:19,975 --> 00:30:23,806
เกิดขึ้น

418
00:30:23,806 --> 00:30:25,620
คืออะไร ข้อมูลจะอยู่ในรูปของหนังสือนะคะ

419
00:30:25,620 --> 00:30:27,995
จะอยู่ในรูปของหนังสือ

420
00:30:27,995 --> 00:30:29,461
หรือว่ารายงานนะคะ

421
00:30:29,461 --> 00:30:33,461
บทความ

422
00:30:33,707 --> 00:30:37,707
หรือเอกสารต่าง ๆ ที่มีคนทำข้อมูลเหล่านี้มาแล้ว

423
00:30:38,394 --> 00:30:41,319
มีคนทำเอกสารเหล่านี้มาแล้ว อย่างเช่น รายงานวันนี้

424
00:30:41,319 --> 00:30:42,354
ที่นักเรียนไปเจาะเลือดนะคะ

425
00:30:42,354 --> 00:30:45,177
ต่อไป

426
00:30:45,177 --> 00:30:49,177
อนามัยเขาก็จะส่งรายงาน

427
00:30:50,692 --> 00:30:51,950
เลือดนะคะ รายงานกรุ๊ปเลือดของนักเรียนโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดอุดรธานี

428
00:30:51,950 --> 00:30:54,546
มาให้ครู

429
00:30:54,546 --> 00:30:58,546
ฝ่ายอนามัยนะ

430
00:30:59,013 --> 00:31:00,337
อันนี้ก็จะเป็นรายงาน ถ้าครูปิ๊กอยากรู้ ว่านักเรียน

431
00:31:00,337 --> 00:31:04,337
ห้อง ม. 6

432
00:31:05,536 --> 00:31:06,630
มีเลือดกรุ๊ปอะไรบ้าง ครูครูปิ๊กก็จะไปขอรายงานจากฝ่ายอนามัยมาใช้

433
00:31:06,630 --> 00:31:08,294
อันนี้ก็คือ

434
00:31:08,294 --> 00:31:08,942
การไปเอาข้อมูล

435
00:31:08,942 --> 00:31:11,426

436
00:31:11,426 --> 00:31:15,426
ลับ ข้อมูลทุติยภูมิมาใช้นะคะ

437
00:31:16,120 --> 00:31:20,120
แต่มันก็มีสิ่งที่น่าพิจารณานะคะ

438
00:31:26,194 --> 00:31:28,402
มีสิ่งน่าพิจารณา ก็คือว่าข้อมูลที่เราได้มาแล้วนี่ มันเป็นอย่างไรนะคะ มันน่าเชื่อถือหรือเปล่าข้อมูลที่เอามานั้นมันใช่หรือไม่

439
00:31:28,402 --> 00:31:29,369
ตัวบุคคลนะคะ

440
00:31:29,369 --> 00:31:30,581
ที่เขาทำ

441
00:31:30,581 --> 00:31:32,631
ข้อมูลนี้มา

442
00:31:32,631 --> 00:31:35,727
ถ้าเป็นหนังสือนะคะ

443
00:31:35,727 --> 00:31:39,727
หนังสือเล่มหนึ่ง ถ้าเราจะไปเอาข้อมูลเข้ามา

444
00:31:41,338 --> 00:31:42,571
คนที่ทำหนังสือเล่มนี้เขามีความรู้ความเชี่ยวชาญมากแค่ไหน

445
00:31:42,571 --> 00:31:45,844
ที่เขาเขียน...

446
00:31:45,844 --> 00:31:47,224
ที่เขาเขียน

447
00:31:47,224 --> 00:31:50,862
นี่ อย่างเช่น

448
00:31:50,862 --> 00:31:53,527
ที่บอกว่าในรายงานเรื่องของ

449
00:31:53,527 --> 00:31:55,366
ในรายงานเรื่องของอะไรดี

450
00:31:55,366 --> 00:31:59,170
อาหาร

451
00:31:59,170 --> 00:32:00,965
เขาทำรายงานอาหาร

452
00:32:00,965 --> 00:32:04,965
เกี่ยวกับอาหารนะคะ ว่า

453
00:32:05,273 --> 00:32:07,798
อาหารอะไรให้ประโยชน์มาก ประโยชน์น้อย

454
00:32:07,798 --> 00:32:09,855
ถ้าคนที่เขียนรายงานนี้

455
00:32:09,855 --> 00:32:12,674
เป็นนักโภชนาการ

456
00:32:12,674 --> 00:32:16,674
เป็นนักโภชนาการ

457
00:32:19,118 --> 00:32:20,874
โดยตรงเลย หนังสือเล่มนี้ก็จะสามารถกับน่าเชื่อถือได้นะคะ

458
00:32:20,874 --> 00:32:23,384
มีความน่าเชื่อถือ

459
00:32:23,384 --> 00:32:25,816
ในขณะที่ถ้าหนังสือเล่มนี้

460
00:32:25,816 --> 00:32:29,262
เขียนมาจาก

461
00:32:29,262 --> 00:32:30,092
ใครสักคนที่มีความชอบเป็นของตัวเอง

462
00:32:30,092 --> 00:32:33,842
นะคะ

463
00:32:33,842 --> 00:32:37,739
ไม่ได้มีความรู้ในด้านโภชนาการเลย

464
00:32:37,739 --> 00:32:41,739
ที่เขาเขียนออกมาจากความรู้สึกความชอบเท่านั้น

465
00:32:42,864 --> 00:32:44,769
บางครั้งถ้าคนนี้เขาไม่ได้มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญในด้านโภชนาการ

466
00:32:44,769 --> 00:32:47,524
มันก็จะเป็น

467
00:32:47,524 --> 00:32:51,524
ข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือแล้วนะคะ

468
00:32:51,560 --> 00:32:53,120
เพราะฉะนั้น วิธีการที่จะทำให้

469
00:32:53,120 --> 00:32:57,120
ข้อมูลน่าเชื่อถือน่ะ

470
00:32:59,628 --> 00:33:01,485
มันจะทำอย่างไรได้บ้าง ถ้าเราไปเอาข้อมูลมาจากทุติยภูมินะคะ เราจะต้องไปดูข้อมูล

471
00:33:01,485 --> 00:33:02,508
จากหลากหลาย ๆ แหล่งนะคะ

472
00:33:02,508 --> 00:33:05,804
หยิบมา

473
00:33:05,804 --> 00:33:09,652
อันเดียวกันนั่นแหละ หยิบมาจากหลาย ๆ ที่

474
00:33:09,652 --> 00:33:11,686
เสร็จแล้วเอามาดูเอามาเปรียบเทียบกันนะคะ

475
00:33:11,686 --> 00:33:13,157
มันเหมือนกันหรือเปล่า

476
00:33:13,157 --> 00:33:14,815
นะครับ เปรียบเทียบกันว่า

477
00:33:14,815 --> 00:33:17,107
ตรงไหนที่มันตรงกัน

478
00:33:17,107 --> 00:33:21,107
ถ้ามันตรงกันมันเหมือนกันเยอะ ๆ

479
00:33:21,521 --> 00:33:23,210
แสดงว่ามันน่าเชื่อถือแล้วใช่ไหมคะ

480
00:33:23,210 --> 00:33:24,631
อันนี้ก็จะโอเค

481
00:33:24,631 --> 00:33:27,307
ต่อมา

482
00:33:27,307 --> 00:33:30,579
ลักษณะข้อมูลที่รวบรวม

483
00:33:30,579 --> 00:33:34,579
ข้อความเป็นความจริงนะคะ

484
00:33:36,804 --> 00:33:39,011
อย่างไรงล่ ะความจริง ไม่ใช่มโน

485
00:33:39,011 --> 00:33:40,355
ข้อมูลที่เราไปเก็บมา

486
00:33:40,355 --> 00:33:44,355
นะคะ ต้องเป็นควา

487
00:33:48,697 --> 00:33:49,520
มจริงนะคะ  ไม่ใช่ไปดูว่าอย่างเช่นอะไร การสืบสวนสอบสวนอย่างเช่น มีเหตุการณ์ฆาตกรรมมา

488
00:33:49,520 --> 00:33:51,019
นะคะ

489
00:33:51,019 --> 00:33:54,262
สะดวกเขาก็จะไป

490
00:33:54,262 --> 00:33:56,644
ชันสูตรศพใช่ไหม

491
00:33:56,644 --> 00:33:59,937
นี่ คือข้อมูลความจริงที่จะ

492
00:33:59,937 --> 00:34:03,050
ตรงนั้นเหตุการณ์ตรงนั้น

493
00:34:03,050 --> 00:34:06,896
แต่ถ้าเราไปดู จากข้อมูลลักษณะที่

494
00:34:06,896 --> 00:34:08,886
จะเป็นการเขียนนะคะ การเขียนของเพื่อน

495
00:34:08,886 --> 00:34:09,766
วันนี้หรือว่า

496
00:34:09,766 --> 00:34:10,730
ใน Facebook

497
00:34:10,730 --> 00:34:11,812

498
00:34:11,812 --> 00:34:15,084
ที่บอกว่า

499
00:34:15,084 --> 00:34:17,713
มีปัญหากับเพื่อนคนนี้

500
00:34:17,713 --> 00:34:20,727
หรือบางคนอาจจะชอบ หรือไม่ชอบ

501
00:34:20,727 --> 00:34:22,847
ข้อมูลตัวไหนที่น่าเชื่อถือมากกว่ากัน

502
00:34:22,847 --> 00:34:25,728
มันก็ต้องมาจาก

503
00:34:25,728 --> 00:34:28,423
ข้อมูลที่ตำรวจเขาไปวิเคราะห์ไป

504
00:34:28,423 --> 00:34:32,423
ตรวจสอบนะ สถานการณ์จริงใช่ไหมคะ

505
00:34:35,535 --> 00:34:37,773
นี่ขั้นตอนการเก็บรวบรวมนี่ น่าเชื่อถือมากแค่ไหน อันสุดท้ายนะคะ

506
00:34:37,773 --> 00:34:41,773
ข้อมูลที่ได้มาจาก

507
00:34:42,514 --> 00:34:46,514
ทุตยภูมิต้องไปดูต้องไปดู ว่าเขามีวิธีการเก็บ

508
00:34:47,306 --> 00:34:50,196
มีขั้นตอนการเก็บนี่ ดีหรือเปล่านะคะ น่าเชื่อถือหรือเปล่านะคะ

509
00:34:50,196 --> 00:34:51,532
อันที่ 2 เมื่อกี้อะไรคะ

510
00:34:51,532 --> 00:34:55,532
เมื่อกี้

511
00:34:57,068 --> 00:35:00,645
ข้อมูลที่เราเอามาจากหนังสือ รายงาน บทความ หรือว่าสิ่งที่เป็นเอกสารนะคะ

512
00:35:00,645 --> 00:35:02,766
ต่อมา ข้อมูลที่เราเอามาจากการสัมภาษณ์

513
00:35:02,766 --> 00:35:05,962
ไปแล้วนะ

514
00:35:05,962 --> 00:35:08,390
การสัมภาษณ์มาจากไหนคะ

515
00:35:08,390 --> 00:35:09,362
เป็นข้อมูลปฐมภูมินะ

516
00:35:09,362 --> 00:35:11,722
ไหมคะ

517
00:35:11,722 --> 00:35:14,355
เป็นข้อมูลปฐมภูมินะคะ

518
00:35:14,355 --> 00:35:16,196
การสัมภาษณ์คืออะไร

519
00:35:16,196 --> 00:35:20,196
ไปถามเลยค่ะ

520
00:35:21,308 --> 00:35:24,074
ไปถามเองกับตัวเองเลยถามตัวต่อตัว

521
00:35:24,074 --> 00:35:27,020
การสัมภาษณ์นี่ เป็นการถามตัวต่อตัว

522
00:35:27,020 --> 00:35:31,020
ข้อดีของเขาก็คืออะไร

523
00:35:31,266 --> 00:35:35,266
เวลาเราไปถามเอง เราจะได้คำตอบกลับคืนมานะคะ

524
00:35:36,335 --> 00:35:37,855
เรามีโอกาสได้คำตอบกลับคืนมาเลย เพราะเราไปถามเองถูกไหม

525
00:35:37,855 --> 00:35:41,855
น

526
00:35:43,492 --> 00:35:44,647
ี่คือข้อดี ข้อดีข้อที่ 2 ถ้าเราไม่เข้าใจนะคะ ถ้าเราไม่เข้าใจปุ๊บ เราสามารถ

527
00:35:44,647 --> 00:35:48,647
ถามใหม่ได้

528
00:35:48,690 --> 00:35:52,690
ไม่เข้าใจสามารถถามใหม่ได้ ให้เคลียร์นะคะ

529
00:35:54,002 --> 00:35:56,178
แต่มันก็จะมีปัญหาอยู่นะ

530
00:35:56,178 --> 00:36:00,178
ว่าคนที่สัมภาษณ์นั้น

531
00:36:00,818 --> 00:36:03,706
บางทีไปสัมภาษณ์มาแล้วเขาตอบไม่ชอบน่ะ ฉันไม่ชอบ

532
00:36:03,706 --> 00:36:05,403
คำตอบของคนที่เราไปสัมภาษณ์แล้วเอา

533
00:36:05,403 --> 00:36:06,191
เอาความรู้สึกของตัวเอง

534
00:36:06,191 --> 00:36:07,593
นี่ไปเขียน

535
00:36:07,593 --> 00:36:09,515
อันนี้ไม่ได้

536
00:36:09,515 --> 00:36:13,515
ไม่ได้นะคะ

537
00:36:14,448 --> 00:36:16,188
ผู้สัมภาษณ์จะต้องมีความซื่อสัตย์ มีความซื่อตรงกับข้อมูลของ

538
00:36:16,188 --> 00:36:19,243
คนที่ให้เรามา

539
00:36:19,243 --> 00:36:21,737
เราก็จะได้ข้อมูลที่เป็นจริงที่สุด

540
00:36:21,737 --> 00:36:24,766
นะคะ ตัวนี้นะคะ ในการ

541
00:36:24,766 --> 00:36:26,542
สัมภาษณ์นะคะ อันแรกของปฐมภูมิ

542
00:36:26,542 --> 00:36:27,702
ปฐมภูมิ

543
00:36:27,702 --> 00:36:29,862
ทีนี้อันที่ 2

544
00:36:29,862 --> 00:36:33,862
ถ้าเราไปสัมภาษณ์เอง

545
00:36:34,189 --> 00:36:37,378
ข้อมูลไปสัมภาษณ์ 50 คน เป็นอคะ

546
00:36:37,378 --> 00:36:41,378
ค่าใช้จ่ายเยอะไหมค่าใช้จ่ายเยอะไหม

547
00:36:42,757 --> 00:36:43,580
ต้องเดินทาง มีค่าน้ำมัน ค่ารถ ค่าอาหาร

548
00:36:43,580 --> 00:36:45,904
ใช่ไหม

549
00:36:45,904 --> 00:36:48,074
เพราะฉะนั้นวิธีที่ 2

550
00:36:48,074 --> 00:36:50,367
วิธีที่ 2 นะคะ

551
00:36:50,367 --> 00:36:53,578
เอาแบบใหม่

552
00:36:53,578 --> 00:36:54,915
เปลี่ยนแล้วกัน เป็นสอบถามทางไปรษณีย์นะ

553
00:36:54,915 --> 00:36:58,915
ไม่ได้ไปเอง

554
00:36:59,010 --> 00:37:03,010
แต่ทำเป็นแบบสอบถามแล้วก็ส่งทางไปรษณีย์ไปนะคะ

555
00:37:04,994 --> 00:37:08,994
นะคะ มันก็จะง่ายขึ้นมันก็จะสะดวกขึ้นถูกไหมคะ ประหยัดเวลา

556
00:37:09,973 --> 00:37:13,973
ประหยัดค่าใช้จ่ายนะคะ ตัวนี้

557
00:37:15,988 --> 00:37:18,176
ค่าใช้จ่ายเราก็จะลดลงถูกไหม จากค่าน้ำมันรถมาเป็นแค่ค่าส่งไปรษณีย์ไม่กี่บาท

558
00:37:18,176 --> 00:37:22,088
เองนะคะ 50 คนไม่กี่บาท

559
00:37:22,088 --> 00:37:23,676
แล้วก็เราค่อนข้างมีความมั่นใจนะคะ

560
00:37:23,676 --> 00:37:26,545
แน่ใจว่าข้อมูลน่ะ

561
00:37:26,545 --> 00:37:30,545
ว่าเขาจะตอบกลับคืนมาให้เรานะ

562
00:37:35,475 --> 00:37:39,287
แล้วผู้ตอบเป็นอย่างไรคะ

563
00:37:39,287 --> 00:37:42,727
มีความสะดวกมี ความสบายใจ ไม่ต้องเร่งรีบใช่ไหม

564
00:37:42,727 --> 00:37:45,925
ฉันมีเวลาเมื่อไรฉันก็จะตอบให้

565
00:37:45,925 --> 00:37:49,925
ไม่ต้องไปเกรงใจคนที่มาถามนะคะ ให้ข้อ

566
00:37:51,832 --> 00:37:54,631
มูลตามความรู้สึกของเราไม่อายนะคะ แล้วก็จะมีเวลาในการทำ

567
00:37:54,631 --> 00:37:55,476
ผลที่ได้ก็จะน่าเชื่อถือมากขึ้น

568
00:37:55,476 --> 00:37:58,728
นะคะ

569
00:37:58,728 --> 00:38:00,836
ซึ่งบางครั้งในข้อแรกที่เราไปสัมภาษณ์นี่

570
00:38:00,836 --> 00:38:02,475
ถ้าครูไปสัมภาษณ์เบนซ์

571
00:38:02,475 --> 00:38:04,395
ปุ๊บ ถ้าไปสัมภาษณ์เบนซ์น่ะ

572
00:38:04,395 --> 00:38:05,147
เบนซ์อาจจะเกรงใจก็ได้

573
00:38:05,147 --> 00:38:07,069
ถูกไหมคะ

574
00:38:07,069 --> 00:38:08,729
อาจจะเกรงใจก็เลยตอบ

575
00:38:08,729 --> 00:38:12,729
ตอบไม่ตรงกับ

576
00:38:13,437 --> 00:38:14,428
ความเป็นจริง ของความรู้สึกของตัวเองนะคะ มันก็จะเกิดความผิดพลาด

577
00:38:14,428 --> 00:38:16,352
แต่ถ้าเราตอบ

578
00:38:16,352 --> 00:38:17,846
แบบสอบถามทางไปรษณีย์

579
00:38:17,846 --> 00:38:19,939
ไม่ได้ไปเองนี่

580
00:38:19,939 --> 00:38:21,733
เราไม่ได้เจอหน้ากัน

581
00:38:21,733 --> 00:38:25,733
ลักษณะข้อมูลนี่

582
00:38:26,691 --> 00:38:30,691
คนตอบก็จะสบายใจนะคะ สามารถที่จะให้ข้อมูลได้เลยนะคะ มีข้อเสียอ

583
00:38:35,758 --> 00:38:36,382
ยู่นะ  เพราะเสียคืออะไร ถ้าสมมติว่าเขาตอบแบบสอบถามกลับคืนมาหาเราแล้ว

584
00:38:36,382 --> 00:38:40,192
นะคะ

585
00:38:40,192 --> 00:38:44,192
ถ้าไม่เข้าใจ สื่อสารไม่ตรงกัน

586
00:38:45,572 --> 00:38:46,633
ข้อมูลนั้นอาจจะไม่น่าเชื่อถือนะคะ ถ้าเขาอ่านคำถามแล้ว

587
00:38:46,633 --> 00:38:48,837
มันงง

588
00:38:48,837 --> 00:38:51,200
มันไม่เข้าใจ

589
00:38:51,200 --> 00:38:52,320
คำตอบที่ตอบกลับคืนมา

590
00:38:52,320 --> 00:38:54,659
น่ะ เราก็จะ

591
00:38:54,659 --> 00:38:57,282
ไม่สามารถที่จะติดต่อแล้วก็สอบถาม

592
00:38:57,282 --> 00:39:01,282
ใหม่ได้มันก็คือจะยากขึ้นนะคะ

593
00:39:03,925 --> 00:39:07,925
ทีนี้นอกจากสอบถามทางไปรษณีย์แล้ว สอบถามทางไหนได้อีก

594
00:39:10,264 --> 00:39:13,371
ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเลยนะคะ แล้วก็ถามทางโทรศัพท์นี่แหละ เราถามทางโทรศัพท์นะลูก

595
00:39:13,371 --> 00:39:17,371
ขอถามทางโทรศัพท์ได้ไหมคะ มันทำได้นะ

596
00:39:18,159 --> 00:39:22,159
มันทำได้นะ แต่เขาไม่ค่อยทำกัน เพราะอะไร

597
00:39:23,033 --> 00:39:25,136
เพราะว่าค่าโทรศัพท์มันแพงถูกไหมคะ

598
00:39:25,136 --> 00:39:28,593
มันแพง

599
00:39:28,593 --> 00:39:31,886
ส่งไปรษณีย์นี่ง่ายกว่า

600
00:39:31,886 --> 00:39:35,120
แล้วก็ถ้าสมมติว่าข้อมูลที่เรา

601
00:39:35,120 --> 00:39:36,616
ไปสัมภาษณ์นี่ ไปสอบถามนี่ มันเยอะมาก

602
00:39:36,616 --> 00:39:39,235
เปลืองนะคะ

603
00:39:39,235 --> 00:39:40,771
เขาก็เลยใช้วิธีการนี้

604
00:39:40,771 --> 00:39:42,784
กับข้อมูลที่

605
00:39:42,784 --> 00:39:46,630
น้อย ๆ นะคะ

606
00:39:46,630 --> 00:39:50,630
ใช้เวลาไม่มากในการสอบถามนี่ เขาถึงเอามา

607
00:39:52,348 --> 00:39:54,998
ใช้วิธีการสอบถามทางโทรศัพท์ได้นะคะ ถ้าจำเป็น ก็สามารถเลือกวิธีนี้ได้

608
00:39:54,998 --> 00:39:56,663
อีกวิธีหนึ่ง

609
00:39:56,663 --> 00:40:00,663
การสังเกต

610
00:40:05,344 --> 00:40:08,284
การสังเกตนี่ เราจะต้องใช้รวมนะคะ ใช้ประกอบกับการรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีอื่น ๆ ด้วย

611
00:40:08,284 --> 00:40:10,944
ไม่ใช่แค่สังเกตอย่างเดียวนะคะ

612
00:40:10,944 --> 00:40:13,208
ความน่าเชื่อถือก็น้อย

613
00:40:13,208 --> 00:40:14,404
เพราะแต่ละคนวิธีการสังเกตน่ะ

614
00:40:14,404 --> 00:40:16,665
มันจะต้อง

615
00:40:16,665 --> 00:40:19,926
มันต้องบอกน่ะ ว่าแต่ละคนเดียวความรู้สึก

616
00:40:19,926 --> 00:40:22,058
มองไกลมองน่ะ แตกต่างกันออกไปนะคะ

617
00:40:22,058 --> 00:40:24,002
ถ้าเปลี่ยนคนสังเกตปุ๊บ

618
00:40:24,002 --> 00:40:28,002
คนนี้ก็จะ

619
00:40:30,844 --> 00:40:32,083
ตอบไม่เหมือนกันแล้ว ถ้ามันไม่เป็นทางวิทยาศาสตร์นะคะ ถ้าผลที่เกิดขึ้นมันไม่น่าเชื่อถือ

620
00:40:32,083 --> 00:40:35,314
เลยบอกว่า

621
00:40:35,314 --> 00:40:38,055
ความน่าเชื่อถือน่ะน้อยนะ ถ้าการสังเกตนะคะ

622
00:40:38,055 --> 00:40:42,055
อาการทดลองล่ะ

623
00:40:43,702 --> 00:40:46,441
การทดลองแล้วก็ทำเองใช่ไหม นักเรียนเคยทดลองวิทยาศาสตร์ไหมคะ

624
00:40:46,441 --> 00:40:50,441
เคยทดลองอะไรเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ไหม

625
00:40:52,432 --> 00:40:53,156
ใช่ เพราะเราไป Kidbright มานะคะ เราได้ทำการทดลองโครงงานนะคะ

626
00:40:53,156 --> 00:40:54,272
อยู่แล้ว

627
00:40:54,272 --> 00:40:57,464
ซึ่งตัวนี้

628
00:40:57,464 --> 00:41:01,307
การทดลองส่วนมากจะใช้กับวิชา

629
00:41:01,307 --> 00:41:03,359
การรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์นะคะ มัน

630
00:41:03,359 --> 00:41:06,431
จะเชื่อมโยงกัน

631
00:41:06,431 --> 00:41:08,615
มีความถูกต้องน่าเชื่อถือได้มาก

632
00:41:08,615 --> 00:41:12,615
แต่มีข้อแม้นะคะ มันจะเกิดควา

633
00:41:16,845 --> 00:41:18,039
มคลาดเคลื่อนตอนทดลองหรือเปล่านะคะ  เราควบคุมสิ่งที่จะคาดเคลื่อนนี่ดีแค่ไหน

634
00:41:18,039 --> 00:41:21,375
ถ้าเรา

635
00:41:21,375 --> 00:41:25,280
กลุ่มตัวแปรได้ มันก็จะสามารถ

636
00:41:25,280 --> 00:41:29,280
ให้คำตอบนะคะ ที่น่าเชื่อถือได้ อันนี้

637
00:41:31,271 --> 00:41:34,297
นั่นเองนะ หมดแล้ว

638
00:41:34,297 --> 00:41:38,297
ข้อ 3 การเก็บรวบรวมข้อมูล

639
00:41:40,016 --> 00:41:41,406
วิธีการเก็บข้อมูลจากปฐมภูมิกับทุติยภูมินะคะ ง่ายมาก

640
00:41:41,406 --> 00:41:44,056
นักเรียน

641
00:41:44,056 --> 00:41:48,056
จำได้ไหม ทุติยภูมิอะไร

642
00:41:49,273 --> 00:41:53,137
ไปดูจากหนังสือบทความ รายงานใช่ไหมคะ แต่ในขณะที่

643
00:41:53,137 --> 00:41:57,137
นี่มีหลายวิธีมากเลยที่เราไปเก็บนะคะ

644
00:41:58,911 --> 00:42:02,895
การสัมภาษณ์การสอบถามทางไปรษณีย์การสอบถามทางโทรศัพท์

645
00:42:02,895 --> 00:42:04,407
การสังเกตและก็การทดลองนะคะ อันนี้ก็คือการ

646
00:42:04,407 --> 00:42:05,619
วิธีเก็บรวบรวม

647
00:42:05,619 --> 00:42:08,852
ข้อมูล

648
00:42:08,852 --> 00:42:10,406
แบบปฐมภูมินะคะ ทีนี้เรามาดู

649
00:42:10,406 --> 00:42:13,244
หัวข้อที่ 4 กัน

650
00:42:13,244 --> 00:42:16,845
ปัญหาในการใช้ข้อมูลมีอะไรบ้าง

651
00:42:16,845 --> 00:42:18,746
ปัญหามันก็มีเยอะนะคะ

652
00:42:18,746 --> 00:42:21,316
ข้อมูลทุติยภูมิ

653
00:42:21,316 --> 00:42:22,792
ความถูกต้องน่าเชื่อถือ

654
00:42:22,792 --> 00:42:26,792
ของข้อมูลอันนี้

655
00:42:27,434 --> 00:42:31,434
อย่างที่บอกแหล่งข้อมูลความเชียวชาญนะคะ

656
00:42:33,067 --> 00:42:37,067
ของคนที่ทำข้อมูลนั้นเราจะต้องเอามาวิเคราะห์ว่ามันน่าเชื่อถือหรือเปล่านะคะ

657
00:42:37,465 --> 00:42:38,041
ถ้าเป็นหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ

658
00:42:38,041 --> 00:42:42,041
มัน

659
00:42:43,909 --> 00:42:45,355
ก็ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ แต่ถ้าเป็นใครก็ไม่รู้ที่ทำรายงานนี้ขึ้นมา

660
00:42:45,355 --> 00:42:46,496
เขียนหนังสือนี้ขึ้นมา

661
00:42:46,496 --> 00:42:48,229
มันก็

662
00:42:48,229 --> 00:42:50,247
ให้ความน่าเชื่อถือไม่ได้

663
00:42:50,247 --> 00:42:54,247
ไม่ได้ไปเก็บเองนะคะ

664
00:42:56,884 --> 00:43:00,017
ความทันสมัยของข้อมูล ข้อมูลนี้อาจจะเก็บมาแล้ว 5 ปีก็ได้

665
00:43:00,017 --> 00:43:02,324
ต้องดูด้วยนะคะ

666
00:43:02,324 --> 00:43:04,830
ปัญหาของการใช้ข้อมูล

667
00:43:04,830 --> 00:43:06,101
นี่ หรือบางทีเอาเก็บมาแล้ว

668
00:43:06,101 --> 00:43:07,907
เมื่อ

669
00:43:07,907 --> 00:43:11,097
10 ปีที่แล้ว

670
00:43:11,097 --> 00:43:15,097
ปัจจุบันไม่มีเก็บเลย เพราะฉะนั้น

671
00:43:16,995 --> 00:43:19,053
ข้อมูลนี้มันก็ไม่น่าเชื่อถือ เพราะเวลาเปลี่ยนนะคะ ทุกสิ่งทุกอย่างเหตุการณ์

672
00:43:19,053 --> 00:43:20,299
ต่างมันก็เปลี่ยนไปแล้ว

673
00:43:20,299 --> 00:43:22,563
ข้อมูล

674
00:43:22,563 --> 00:43:25,319
ของตัวนี้ไม่น่าเชื่อถือนะคะ

675
00:43:25,319 --> 00:43:28,271
ความทันสมัยไม่ทันสมัยแล้วนะคะ

676
00:43:28,271 --> 00:43:32,271
การขาดหายของข้อมูลบางส่วน

677
00:43:32,678 --> 00:43:36,678
เพราะมันเก็บมานานบางทีเอารายงานมา เอาหนังสือมา

678
00:43:38,301 --> 00:43:41,912
บางเรื่องมันไม่สมบูรณ์นะคะ อันนี้คือปัญหาที่เรานำข้อมูลทุติยภูมิมาใช้

679
00:43:41,912 --> 00:43:43,058
แล้วปฐมภูมิล่ะมีปัญหาไหมนะคะ

680
00:43:43,058 --> 00:43:47,058
มีเหมือนกัน

681
00:43:50,195 --> 00:43:54,195
ปัญหาแรกก็คือไม่รู้ว่าควรใช้วิธีเลือกตัวอย่างหรือวางแผนทดลองที่เหมาะสม

682
00:43:58,008 --> 00:43:59,255
คือเราไม่รู้ว่าเราจะไปเก็บอย่างไรนะคะ เราจะเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบไหน ทดลองแบบนี้เหมาะสมหรือเปล่า

683
00:43:59,255 --> 00:44:00,734
ถ้าเราไม่มี

684
00:44:00,734 --> 00:44:02,118
ความรู้ในด้านนี้

685
00:44:02,118 --> 00:44:03,363
นะคะ การไปเก็บ

686
00:44:03,363 --> 00:44:07,044
การสัมภาษณ์

687
00:44:07,044 --> 00:44:10,279
การสอบถามนี่ มันก็จะทำได้ยากนะคะ

688
00:44:10,279 --> 00:44:14,279
ไม่รู้วิธีการประเมินความน่าเชื่อถือ

689
00:44:15,111 --> 00:44:19,111
อันนี้ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งซึ่งต่อไปนี้เราก็จะได้เรียนวิธีการนะคะ ว่า

690
00:44:19,143 --> 00:44:22,022
วิธีการสร้างแบบสอบถามแบบสัมภาษณ์การวิธีการ

691
00:44:22,022 --> 00:44:24,834
เลือกกลุ่มตัวอย่างวิธีการ

692
00:44:24,834 --> 00:44:28,834
รวบรวมข้อมูลทำอย่างไรนะคะ

693
00:44:34,303 --> 00:44:35,468
และที่สำคัญปฐมภูมินี่ เขาไม่รู้ว่าข้อมูลที่ได้มานั้นมีความสมบูรณ์หรือเปล่านะคะ หรือว่า

694
00:44:35,468 --> 00:44:37,963
ขาดหายไป

695
00:44:37,963 --> 00:44:41,963
เนื่องจากอาจจะมีผู้ที่

696
00:44:43,261 --> 00:44:47,261
ให้ความร่วมมือก็ได้นะคะ ตัวนี้ ก็คือปัญหาของปฐมภูมิ

697
00:44:47,332 --> 00:44:49,745
การเก็บข้อมูลแบบปฐมภูมินะคะ นักเรียนมาดู

698
00:44:49,745 --> 00:44:53,745
ครูถามหน่อยเราเรียนไปแล้ว

699
00:44:53,856 --> 00:44:57,435
ข้อมูลเชิงปริมาณกับเชิงคุณภาพนะคะ

700
00:44:57,435 --> 00:44:58,840
เรามาช่วยกัน

701
00:44:58,840 --> 00:45:00,065
ตอบนะคะ

702
00:45:00,065 --> 00:45:03,202
ข้อที่ 1

703
00:45:03,202 --> 00:45:07,202
คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์

704
00:45:09,056 --> 00:45:13,056
ถามว่าเป็นข้อมูลเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพ

705
00:45:13,909 --> 00:45:17,909
อันไหนคะ

706
00:45:24,759 --> 00:45:28,759
ใครบอกว่าเป็นข้อมูลเชิงปริมาณยกมือขึ้น

707
00:45:35,105 --> 00:45:38,097
คนที่ไม่ยกคืออะไร

708
00:45:38,097 --> 00:45:42,097
หรือตามเพื่อนหรือว่าอย่างไรคะ

709
00:45:42,528 --> 00:45:45,191
อย่าตามเพื่อนนะ เพราะว่าครูจะเลือกมาตอบทีละคนนะ ต่อไป

710
00:45:45,191 --> 00:45:49,191
น่ะ ข้อนี้เป็นข้อตัวอย่างเท่านั้น

711
00:45:52,188 --> 00:45:54,139
ต่อไปครูจะให้ออกมาทีละคน แล้วให้บอกว่าเป็นข้อมูลเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพนะคะ

712
00:45:54,139 --> 00:45:58,139
ถูกนะคะ

713
00:45:58,265 --> 00:46:02,265
เป็นข้อมูลเชิงปริมาณข้อ 1 คะแนน สอบวิชาคณิตศาสตร์

714
00:46:02,667 --> 00:46:04,441
มันก็จะออกมาเป็นตัวเลขหมายมันออกมาเป็นตัวเลข

715
00:46:04,441 --> 00:46:06,286
เมื่อไหร่เป็นตัวเลขได้

716
00:46:06,286 --> 00:46:10,286
บ่งบอกได้ทันทีเลย ว่า

717
00:46:10,611 --> 00:46:14,611
อ๋อ ได้คะแนนเยอะมากน้อยแค่ไหนนะคะ หาค่าเฉลี่ยได้

718
00:46:14,750 --> 00:46:16,496
ในกลุ่มนะ ม. 6 น่ะ สอบวิชาคณิตศาสตร์แต่ละคนเท่าไร

719
00:46:16,496 --> 00:46:20,496
แล้วหาค่าเฉลี่ยได้

720
00:46:20,587 --> 00:46:23,137
อันนี้ข้อแรกผ่านไปนะคะ เป็นข้อมูลเชิงปริมาณนะ

721
00:46:23,137 --> 00:46:27,137
ต่อมาข้อที่ 2 เอาใครดี

722
00:46:28,027 --> 00:46:32,027
เรดาร์ออกไปตอบนะคะ

723
00:46:44,627 --> 00:46:46,667
ข้อที่ 2 ข้อที่ 2 ข้อถามว่าจำนวนผู้โดยสารที่รอรถ

724
00:46:46,667 --> 00:46:50,667
นำทางนะคะ

725
00:46:51,919 --> 00:46:55,919
เป็นเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพ

726
00:47:01,984 --> 00:47:05,984
(ล่าม)  เชิงคุณภาพครับ

727
00:47:07,297 --> 00:47:11,297
(อาจารย์เชาวนี) เอาใหม่นะลูก เอาดี ๆ เอาดี ๆ

728
00:47:12,066 --> 00:47:14,393
เอาดี ๆ คืออะไร

729
00:47:14,393 --> 00:47:18,393
(ล่าม) เชิงปริมาณครับ (อาจารย์เชาวนี) สรุปคืออะไร

730
00:47:22,793 --> 00:47:26,793
(ล่าม) ข้อมูลเชิงคุณภาพ (อาจารย์เชาวนี)

731
00:47:34,527 --> 00:47:38,527
มันใช่ไหมเพื่อน ๆ ดูใช่หรือเปล่า ช่วยหน่อย ช่วยหน่อยมันใช่หรือมันเป็นความชอบหรือ เป็นจำนวนคนที่ไปรอรถโดยสารนี่

732
00:47:44,990 --> 00:47:47,858
เราไปดูใช่ไหมเราก็สามารถนับจำนวนได้ใช่ไหมคะ

733
00:47:47,858 --> 00:47:51,858
เราก็สามารถ

734
00:48:01,772 --> 00:48:05,772
ดูได้เลยมันบอกนะตอนนั้นได้เลยนะออกมาเป็นจำนวนนะคะ ไม่มีไม่มีเปลี่ยนแปลงตามความชอบ เพราะฉะนั้น ก็คือข้อมูลเชิงอะไรคะ (ล่าม) ข้อมูล เชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพ

735
00:48:06,805 --> 00:48:10,805
(ล่าม)  ใช่ครับ เป็น ข้อมูลเชิงปริมาณ

736
00:48:14,640 --> 00:48:18,640
(อาจารย์เชาวนี) ข้อมูลเชิงปริมาณนะคะ ต่อไปให้เลือกเพื่อน 1 คน ให้เลือกเพื่อน 1 คน ใคร

737
00:48:20,522 --> 00:48:24,522
ให้เลือกเอง ใครจะเป็นผู้โชคดีนะคะ

738
00:48:33,679 --> 00:48:37,679
เชิญ ได้ละ 1 ท่านนะคะ เชิญค่ะ ข้อที่ 3

739
00:48:48,374 --> 00:48:52,374

740
00:48:58,073 --> 00:49:02,073
ขอที่ 3 นะคะ เขาถามว่าหมายเลขทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคล อันนี้เป็นข้อมูลเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพ

741
00:49:08,418 --> 00:49:11,895
(ล่าม) ข้อมูลเชิงปริมาณ

742
00:49:11,895 --> 00:49:15,895
ครับ (อาจารย์เชาวนี) ทำไมเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ

743
00:49:18,087 --> 00:49:22,087
ช่วยครูหน่อย เพื่อน ๆ เห็นด้วยกับเพื่อนตอบไหม

744
00:49:29,114 --> 00:49:33,114
ใช่ ๆ คำถาม ก็คือทะเบียนรถนี่ หมายเลขในทะเบียนรถน่ะ มันเป็นข้อมูลเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพ

745
00:49:37,381 --> 00:49:41,381
(ล่าม)  ข้อมูลเชิงปริมาณหรือเปล่าครับ

746
00:49:46,296 --> 00:49:50,296
ข้อมูลเชิงคุณภาพค่ะ

747
00:49:54,427 --> 00:49:58,427
(อาจารย์เชาวนี) พอครูบอก ว่าเออมันใช่หรือเปล่า ก็เลย ก็เลยไม่แน่ใจ แต่ต้องเปลี่ยนใช้เลยนะคะ

748
00:50:05,648 --> 00:50:09,648
เราจะต้องตัดสินใจให้ถูกว่าจะต้องมาดูแล้วนะ เรามาดูเลยว่าหมายเลขทะเบียนรถนี่ มันออกมาเป็นอะไร ลูกยัง เช่น ทะเบียนรถของ

749
00:50:11,298 --> 00:50:15,298
ครูนะคะ ทะเบียนรถไปเนี่ยมันจะเป็นมม้า

750
00:50:19,784 --> 00:50:22,752
3578 อุดรธานี สมมตินะคะ

751
00:50:22,752 --> 00:50:25,532
มันออกมาเป็นข้อมูลแบบนี้

752
00:50:25,532 --> 00:50:29,532
ถามว่ามันเป็นตัวเลขไหม

753
00:50:30,245 --> 00:50:34,245
มันมีตัวเลขนะคะ แล้วมันมีตัวเลขแล้วก็มีข้อความด้วย

754
00:50:34,785 --> 00:50:38,785
แต่มันเอามาบวก ลบ คูณ หารได้ไหม

755
00:50:46,750 --> 00:50:50,750
มันเอามาวิเคราะห์ต่อได้ไหม มันไม่สามารถวิเคราะห์ต่อไปได้ เพราะฉะนั้นมันจะต้องเป็นข้อมูลเชิงอะไร

756
00:50:51,069 --> 00:50:55,069
ปริมาณหรือคุณภาพ

757
00:51:04,829 --> 00:51:08,829
เป็นความชอบถูกแล้ว ก็คือเชิญคุณภาพนะคะ ก็เหมือนกับของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไปนะคะ แต่ว่า

758
00:51:13,121 --> 00:51:17,121
มันไม่สามารถที่จะเอามาทำอะไรได้ ไม่สามารถมาบอกได้ว่ารถยนต์คันนี้ทะเบียนนี้สวยจังเลย

759
00:51:24,631 --> 00:51:28,631
อันนี้บอกไม่ได้นะคะ เอามาทำอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นทะเบียนรถหมายเลขนี้เป็นข้อมูลเชิงคุณภาพนะคะ เป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ

760
00:51:31,507 --> 00:51:35,507
เลือกมา 1 คนเพื่อน ใครจะเป็นผู้โชคดี

761
00:51:47,648 --> 00:51:51,648
เพื่อน ๆ ไม่ต้องหลบตาเพื่อนด้วยนะคะ ไม่ต้องหลบตานะ

762
00:52:01,597 --> 00:52:05,597
ข้อที่ 4

763
00:52:08,064 --> 00:52:12,064
หมายเลขโทรศัพท์เป็นข้อมูลเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพ

764
00:52:21,351 --> 00:52:25,171
ทำไมถึงบอกว่าเป็นเชิงอันนี้คือเชิงปริมาณใช่ไหมคะ ที่ตอบ

765
00:52:25,171 --> 00:52:29,171
ทำไมถึงบอกว่าเป็นเชิงปริมาณ

766
00:52:41,060 --> 00:52:45,060
(ล่าม) เพราะว่าใช้เก็บเบอร์โทรศัพท์น่ะค่ะ ใช้เก็บเบอร์โทรศัพท์ในเครื่อง

767
00:52:54,220 --> 00:52:56,372
(อาจารย์เชาวนี) ดูนะคะ ความหมายของข้อมูลเชิงปริมาณออกมาเป็นตัวเลขหรือข้อความ

768
00:52:56,372 --> 00:53:00,372
แต่ว่าเอามา

769
00:53:01,341 --> 00:53:02,190
มาบวก มาลบ มาเปรียบเทียบได้ เอาไปวิเคราะห์ต่อได้

770
00:53:02,190 --> 00:53:06,190
นะคะ

771
00:53:06,946 --> 00:53:10,946
ข้อมูลเชิงคุณภาพอาจจะเป็นตัวเลขได้นะคะ

772
00:53:10,981 --> 00:53:14,981
แต่เอาไปวิเคราะห์เอาไปทำอะไรไม่ได้เลย

773
00:53:19,675 --> 00:53:21,930
เพียงแค่บ่งบอกข้อมูลเท่านั้นเป็นข้อมูลเท่านั้นแหละแต่ว่าเอาไปไปทำอะไรไม่ได้

774
00:53:21,930 --> 00:53:25,930
หมายเลขโทรศัพท์

775
00:53:31,469 --> 00:53:35,458
089 710 3112 เป็นตัวเลขแต่ไม่สามารถเอาไปบวกเอาไปเปรียบ

776
00:53:35,458 --> 00:53:39,458
เทียบอะไรได้เลยนะคะ เพราะฉะนั้น

777
00:53:39,732 --> 00:53:43,732
จะเป็นเชิงปริมาณ หรือเชิงคุณภาพ ตอบใหม่ลูก

778
00:53:49,085 --> 00:53:53,085
(ล่าม)  ข้อมูลเชิงคุณภาพ

779
00:53:54,120 --> 00:53:57,222
ค่ะ (อาจารย์เชาวนี) ถูกต้องนะคะ ปรบมือให้เพื่อนหน่อย เพื่อนอีก 1 คนออกมาลูก

780
00:53:57,222 --> 00:54:01,222
เลือกใคร

781
00:54:19,519 --> 00:54:23,519
เมื่อกี้หลับไหมตอนที่ครูสอน

782
00:54:26,496 --> 00:54:30,496
หลับอยู่ใช่ไหม นิดหนึ่ง หลับนิดหนึ่งนะ

783
00:54:32,985 --> 00:54:36,985
ข้อ 3 ราคาข้าวสารต่อกิโลกรัมนะคะ

784
00:54:39,915 --> 00:54:43,915
เป็นข้อมูลเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพ

785
00:54:51,857 --> 00:54:55,857
(ล่าม) ข้อมูลเชิงปริมาณค่ะ (อาจารย์เชาวนี) ข้อมูลเชิงปริมาณทำไมคะ ทำไมถึงเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ

786
00:55:02,654 --> 00:55:06,654
ทำไมนะลูก

787
00:55:16,114 --> 00:55:20,060
(ล่าม) เพราะว่าเป็นราคาข้าวค่ะ

788
00:55:20,060 --> 00:55:24,060
(อาจารย์เชาวนี) ดูนะคะ

789
00:55:34,132 --> 00:55:38,132
ราคาข้าวสารมันออกมาเป็นราคาหน่วย เป็นเงินใช่ไหมลูก เป็นจำนวนออกมาเลย เป็นเงินกี่บาทนะคะ ข้าวสาร 1 กิโลกรัม ราคา 50 บาท

790
00:55:40,078 --> 00:55:43,574
อันนี้เป็นเวลา ณ ตอนนั้นใช่ไหม วันนั้น

791
00:55:43,574 --> 00:55:47,574
ออกมาเป็นตัวเลข

792
00:55:47,974 --> 00:55:51,974
สามารถเอามาวิเคราะห์ได้ว่าวันนี้

793
00:55:52,016 --> 00:55:55,238
ข้าวสารแพงหรือไม่แพงถูกไหม

794
00:55:55,238 --> 00:55:59,238
อันนี้ก็เลยออกมาเป็นข้อมูลเชิง

795
00:56:01,886 --> 00:56:05,886
ปริมาณนะคะ เป็นตัวเลขเสร็จแล้วก็สามารถเอามาวิเคราะห์ได้

796
00:56:10,387 --> 00:56:13,486
ถือว่าเป็นข้อมูลเชิงปริมาณนะคะ ตอบถูกแล้วนะคะ ตอบถูกแล้ว เก่งมากเลย

797
00:56:13,486 --> 00:56:16,460
ใครจะเป็นผู้โชคดีนะคะ

798
00:56:16,460 --> 00:56:20,460
คนต่อไป หนูจะเลือก

799
00:56:25,467 --> 00:56:29,467
ใคร  มาเลยออมสิน

800
00:56:47,162 --> 00:56:51,162
ออมสินข้อ 6 นะคะ เลขบัตรประจำตัวประชาชน เป็นข้อมูลเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพ

801
00:56:59,058 --> 00:57:03,058
(อาจารย์เชาวนี) เพื่อน ๆ คิดว่าถูกไหมลูก

802
00:57:05,693 --> 00:57:09,361
เบนซ์ถูกไหม เพื่อนบอกว่าบัตรประจำตัวประชาชนเป็นข้อมูลเชิง

803
00:57:09,361 --> 00:57:13,361
ปริมาณถูกไหม

804
00:57:16,746 --> 00:57:20,237
(ล่าม) ครับ เป็นข้อมูลเชิงปริมาณ

805
00:57:20,237 --> 00:57:24,237
(อาจารย์เชาวนี) ใช่หรือ

806
00:57:28,163 --> 00:57:31,676
(ล่าม) เพราะว่าเป็นข้อมูลจริงตลอด (อาจารย์เชาวนี) มันเป็นข้อมูลจริงตลอดนะคะ มันเป็นตัวเลขใช่ไหมแล้วมันก็ใช้ติดตัวเราไปตลอดนะคะ

807
00:57:31,676 --> 00:57:34,414
แต่เราเอาข้อมูลนี้ไปทำอะไรได้ไหม

808
00:57:34,414 --> 00:57:37,481
เอาไปบวก ลบ คูณ หารได้ไหม

809
00:57:37,481 --> 00:57:41,481
เอาไปเปรียบเทียบได้ไหม

810
00:57:42,934 --> 00:57:45,859
(ล่าม) ไม่ได้ค่ะ (อาจารย์เชาวนี) มันไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันจะเป็นปริมาณไม่ได้ เพราะ

811
00:57:45,859 --> 00:57:49,859
มันไม่สามารถเอาไปเปรียบเทียบได้

812
00:57:51,514 --> 00:57:55,514
มันจะเป็นเชิงคุณภาพลูก จะเป็นเชิงคุณภาพนะคะ

813
00:57:59,969 --> 00:58:03,969
ไม่ได้มันเปลี่ยนไม่ได้เลข 13 หลักนี่มันก็จะอยู่ติดตัวเราไป แต่มันเปรียบเทียบอะไรไม่ได้

814
00:58:13,253 --> 00:58:17,253
ใช่ ๆ คนหนึ่งคนจะมีเลขประจำตัวประชาชนแค่ 1 หมายเลขตั้งแต่เกิดจน

815
00:58:18,880 --> 00:58:22,823
กระทั่งเสียชีวิตนะคะ แต่ละคนมีเป็นของตัวเอง เป็นของตัวเอง

816
00:58:22,823 --> 00:58:26,823
ไม่เหมือนใคร แล้วก็จะไม่มีใครมาซ้ำหมายเลขของตัวเองนะคะ

817
00:58:29,814 --> 00:58:33,814
ก็จะติดตัวกันไปเรื่อย ๆ ใช่ จะดูเปรียบเทียบนะคะ

818
00:58:57,982 --> 00:58:59,914
ทำไมมันถึงเปรียบเทียบกันไม่ได้ บัตรประชาชนหนูจะอายุเท่าไรตั้งแต่เด็กจนโตจนไปนี่หมายเลขมันไม่เปลี่ยนตรงไหนในขณะที่ราคาข้าวสารที่บอกเป็นเชิงปริมาณนี่ ราคาข้าวสารวันนี้ราคา 35 บาทพรุ่งนี้มันอาจจะเปลี่ยนก็ได้พรุ่งนี้มันเปลี่ยนเป็นเท่าไหร่ 45 บาทอันนี้มันเกิดการเปลี่ยนแปลงเอามาเปรียบเทียบได้

819
00:58:59,914 --> 00:59:03,914
เข้าใจไหมคะ

820
00:59:04,151 --> 00:59:08,151
ข้อมูลเชิงปริมาณ กับข้อมูลเชิงคุณภาพนะ

821
00:59:09,328 --> 00:59:13,328
โอเคไหม

822
00:59:24,522 --> 00:59:26,505
ตอนนี้ภาพมีปัญหา ภาพล่า

823
00:59:26,505 --> 00:59:27,972
มชะงักนะคะ

824
00:59:27,972 --> 00:59:31,972
ไม่เคลื่อนไหวเลย

825
01:00:24,859 --> 01:00:28,859
เดี๋ยวรอแป๊บหนึ่งนะคะ

826
01:00:46,270 --> 01:00:50,270
โอเค มาแล้ว มาแล้ว ใช่

827
01:00:50,639 --> 01:00:53,502
โอเคนะ โอเคไหม มองภาพชัดแล้วนะคะ โอเคแล้ว

828
01:00:53,502 --> 01:00:57,502
ที่ครูปิ๊กบอกว่า

829
01:00:58,311 --> 01:01:02,311
ข้อมูลเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพนะคะ สิ่งที่เราจะ

830
01:01:03,899 --> 01:01:07,899
ต้องดู ก็คือถ้าเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ

831
01:01:10,144 --> 01:01:14,144
มันออกมาเป็นตัวเลขนะ แล้วมันก็จะสามารถเอาไปเปรียบเทียบต่อได้ ไปวิเคราะห์ต่อได้

832
01:01:17,698 --> 01:01:21,698
เปลี่ยนแปลงได้นะคะ อันนี้ คือ ข้อมูลที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์นะคะ

833
01:01:25,348 --> 01:01:27,565
ในขณะที่ข้อมูลเชิงคุณภาพ มันจะเป็นเรื่องของความชอบ แล้วก็

834
01:01:27,565 --> 01:01:31,565
ไม่เปลี่ยน

835
01:01:46,697 --> 01:01:49,280
บางครั้งตัวเลขเอาไปเปรียบเทียบกันไม่ได้ อย่างเช่นอะไร ทะเบียนรถนี่ มันเอาไปเปรียบเทียบกันไม่ได้เลย ถ้าใส่ทะเบียนรถมีหมายเลขนี้ คนที่ขับจะต้องขับรถเก่งมากเลยค่ะ นานมากเลยมันบอกไม่ได้นะคะ มันบอกไม่ได้

836
01:01:49,280 --> 01:01:53,280
เหมือนกันเลขบัตรประจำตัวประชาชน

837
01:01:57,307 --> 01:02:01,307
มันไม่มีการเปลี่ยนแปลง อันนี้มันไม่มีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เกิดจนถึงตายนะคะ โอเคนะ เข้าใจนะคะ

838
01:02:06,175 --> 01:02:10,175
ข้อมูลเชิงปริมาณกับข้อมูลเชิงคุณภาพมันจะแตกต่างกัน

839
01:02:12,642 --> 01:02:16,642
เชิญ

840
01:02:18,461 --> 01:02:20,975
เป็นข้อมูลเชิงคุณภาพนะคะ เลขประจำตัวประชาชน

841
01:02:20,975 --> 01:02:24,975
เชิญค่ะ ไป

842
01:02:26,525 --> 01:02:30,525
เอาใครลูก 2 ข้อสุดท้าย 2 ข้อสุดท้าย เลือกใคร

843
01:02:35,988 --> 01:02:39,988
เหลือใคร เชิญค่ะ

844
01:02:51,703 --> 01:02:55,703
ดูนะ ขนาดของรองเท้านักเรียนเอง

845
01:02:59,312 --> 01:03:03,312
ขนาดของรองเท้านะคะ เป็นข้อมูลเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพคะ

846
01:03:17,698 --> 01:03:20,663
(ล่าม) ข้อมูลเชิงปริมาณ

847
01:03:20,663 --> 01:03:24,663
ครับผม (อาจารย์เชาวนี) เป็นข้อมูลเชิงปริมาณดูดี ๆ นะลูก

848
01:03:25,275 --> 01:03:29,275
เอามาบวก ลบ คูณ หารกันได้ไหม ขนาดรองเท้านี่

849
01:03:36,719 --> 01:03:40,719
(ล่าม) ไม่ได้ครับ (อาจารย์เชาวนี) มันไม่ได้ เพราะฉะนั้น มันจะต้องเป็นข้อมูลเชิงอะไร

850
01:03:44,751 --> 01:03:48,751
มันจะต้องเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพนะคะ เป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ

851
01:03:51,971 --> 01:03:55,971
ไม่ใช่ว่าเราเอารองเท้าขนาดรองเท้าของเพื่อนอีกคนหนึ่ง มาบวกกับขนาดรองเท้าของเพื่อนอีกคนหนึ่ง

852
01:03:56,857 --> 01:04:00,857
แล้วจะสามารถทำรองเท้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมา

853
01:04:02,275 --> 01:04:03,697
มันเอาไปใช้ไม่ได้ มันก็เลยกลายเป็นข้อมูลเชิง

854
01:04:03,697 --> 01:04:07,108
คุณภาพนะคะ

855
01:04:07,108 --> 01:04:10,713
เชิญค่ะ คนสุดท้าย

856
01:04:10,713 --> 01:04:14,713
ใครจะเป็นผู้โชคดี ใครยังไม่ออกมาบ้าง

857
01:04:14,943 --> 01:04:18,943
ใครบ้างที่ยังไม่ออกมา ต้นสุดท้าย

858
01:04:25,890 --> 01:04:29,890
อันนี้เป็นข้อมูลที่น่าสนใจนะ ข้อที่ 8 รายได้ของคนในครอบครัว

859
01:04:30,867 --> 01:04:34,867
เป็นข้อมูลเชิงปริมาณ หรือเชิง

860
01:04:44,122 --> 01:04:48,122
คุณภาพ (ล่าม) เป็นข้อมูลเชิงปริมาณ

861
01:04:49,919 --> 01:04:53,919
บวกลบคูณหารได้ครับ (อาจารย์เชาวนี) ใช่เป็นข้อมูลเชิงปริมาณถูกนะคะ

862
01:04:54,439 --> 01:04:58,439
เอาไปบวกได้ วิเคราะห์ได้บวกลบคูณหารได้

863
01:05:02,950 --> 01:05:04,879
อย่างเช่นอะไร พ่อหาเงินได้ใน 1 เดือน มีเงินเดือนอยู่

864
01:05:04,879 --> 01:05:08,879
25,000 บาท

865
01:05:09,558 --> 01:05:11,610
แม่หารายได้จากการทำงานน

866
01:05:11,610 --> 01:05:15,610

867
01:05:16,160 --> 01:05:20,160
ได้ 15,000 สามารถเอามารวมกันได้เป็นของครอบครัวใช่ไหม

868
01:05:25,991 --> 01:05:29,991
พ่อกับแม่เอามารวมกันก็เป็นรายได้ของครอบครัว แล้วก็สามารถบ่งบอกเอามาวิเคราะห์ใดบ้างครอบครัวนี้

869
01:05:31,406 --> 01:05:35,406
สถานะทางการเงินเป็นอย่างไร เอาไปต่อยอดได้ วิเคราะห์ข้อมูลได้นะคะ

870
01:05:37,878 --> 01:05:41,878
ถูกต้องนะคะ  เก่งมาก แสดงว่าต้นตั้งใจเรียนมาตลอดใช่ไหม

871
01:05:45,471 --> 01:05:49,471
อันนี้ฝากไว้นะ ขอบคุณมากค่ะ เดี๋ยวเชิญนั่งที่เลย

872
01:05:54,071 --> 01:05:58,071
จากที่เราได้เราได้ทำแบบฝึกนะลูก จากที่เราได้วิเคราะห์พากันวิเคราะห์แล้วว่า

873
01:06:00,939 --> 01:06:04,845
ข้อความนั้นเป็นข้อมูลแบบไหนนะคะ ข้อมูลเชิงปริมาณหรือข้อมูลเชิงคุณภาพ

874
01:06:04,845 --> 01:06:05,745
เดี๋ยวครูปิ๊กจะให้นักเรียนบันทึกข้อมูลลงไปนะคะ

875
01:06:05,745 --> 01:06:07,970
ให้สรุป

876
01:06:07,970 --> 01:06:09,890
ในสิ่งที่เราเรียนมาแล้ว

877
01:06:09,890 --> 01:06:13,890
วันนี้นะคะ

878
01:06:14,645 --> 01:06:15,917
ข้อมูลและการเก็บรวบรวมข้อมูล

879
01:06:15,917 --> 01:06:19,917
มีอะไรบ้าง

880
01:06:22,526 --> 01:06:26,526
สรุปง่าย ๆ

881
01:06:30,578 --> 01:06:34,578
ข้อมูลครูปิ๊กแจกให้นะคะ ที่เราได้ทำไปมีอะไรบ้าง ตั้งแต่เริ่มแรกเลย

882
01:06:34,930 --> 01:06:38,598
ให้นักเรียนบันทึกสรุปความเข้าใจของนักเรียนเองนะคะ อันนี้

883
01:06:38,598 --> 01:06:42,598
ตั้งแต่หน้านี้เ

884
01:06:43,675 --> 01:06:47,675
ลยนะคะ  หน้านี้เลย อาจจะเขียนเป็น Mind Mapping ก็ได้นะคะ

885
01:06:47,861 --> 01:06:50,546
เขียนลงไปในสมุดoใช่บันทึกลงไปในสมุด

886
01:06:50,546 --> 01:06:54,546
นี่คือหัวข้อที่เราเรียนในวันนี้

887
01:07:04,265 --> 01:07:08,238
วันนี้เราเรียนเยอะเหมือนกันนะคะ ข้อมูลที่เราเรียนวันนี้

888
01:07:08,238 --> 01:07:12,238
เยอะเหมือนกัน ให้นักเรียนได้สรุป ว่าตั้งแต่

889
01:07:13,850 --> 01:07:17,850
ความหมาย ประเภท วิธีการเก็บรวบรวม แล้วก็ปัญหาที่ใช้ในมีอะไรบ้าง

890
01:07:33,278 --> 01:07:36,443
อย่างเช่นสรุปง่าย ๆ ถ้าเป็นของครูนะคะ ความหมายของข้อมูล ก็คือ

891
01:07:36,443 --> 01:07:38,484
ความจริงนะ สถานการณ์ ณ สถานการณ์นั้น

892
01:07:38,484 --> 01:07:42,484
ตอนนั้นนะคะ

893
01:07:45,695 --> 01:07:49,695
ถ้าประเภทล่ะ ประเภทก็จะแบ่งออกเป็น 2 แบบนะคะ

894
01:07:50,325 --> 01:07:51,957
ขึ้นอยู่กับว่าแหล่งข้อมูลที่เราไปนำมานะคะ

895
01:07:51,957 --> 01:07:55,615
ก็ขึ้นอยู่กับ

896
01:07:55,615 --> 01:07:59,615
ลักษณะของข้อมูลที่เราได้เรียนนะคะ

897
01:08:01,642 --> 01:08:05,297
วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลก็จะมี 2 แบบเหมือนกัน

898
01:08:05,297 --> 01:08:09,297
วิธีการเก็บข้อมูลจากทุติยภูมินะคะ

899
01:08:11,127 --> 01:08:12,831
มีอะไร ทุติยภูมิก็หนังสือ รายงาน บทความข้อความต่าง ๆ นะคะ

900
01:08:12,831 --> 01:08:14,444
แต่ถ้าเป็นวิธีการเก็บ

901
01:08:14,444 --> 01:08:18,329
ข้อมูล

902
01:08:18,329 --> 01:08:19,423
ปริมาณนะคะ ปริมาณก็เก็บจากการ

903
01:08:19,423 --> 01:08:23,423
สัมภาษณ์

904
01:08:25,351 --> 01:08:28,729
การสอบถามนะคะ การทดลองการสังเกตนักเรียนสรุปออกมาเป็นแบบนี้

905
01:08:28,729 --> 01:08:32,729
ก็ปัญหาในการใช้ข้อมูลมีอะไรบ้างนะคะ

906
01:08:40,708 --> 01:08:44,708
นักเรียนมีคำถามไหมคะ สงสัยตรงไหนไหม

907
01:08:51,409 --> 01:08:54,876
แสดงว่าครูสอนดี หรือล่ามสอนดี

908
01:08:54,876 --> 01:08:56,913
หรือล่ามภาษามือดี

909
01:08:56,913 --> 01:08:59,497
ล่าม โอ้โห

910
01:08:59,497 --> 01:09:03,497
เสียใจนะ นี่ก็ครูด้วย

911
01:09:10,287 --> 01:09:14,209
ทั้ง 2 อย่างนะคะ เพราะมีพี่ล่ามมาเล่าให้นักเรียนก็เลยเข้าใจมากขึ้น

912
01:09:14,209 --> 01:09:16,718
นักเรียน

913
01:09:16,718 --> 01:09:20,718
เขียนเลยนะคะ ครูให้เวลา

914
01:09:28,827 --> 01:09:32,827
เดี๋ยวช่วงนี้ได้ให้นักเรียนได้ทำงานนะคะ

915
01:22:31,349 --> 01:22:35,060
ลูก ๆ ดูนะคะ

916
01:22:35,060 --> 01:22:37,230
ก่อนที่เวลาเราจะหมดนะคะ

917
01:22:37,230 --> 01:22:41,230
ครูจะให้นักเรียน

918
01:22:44,643 --> 01:22:47,469
ตัวแทนนักเรียนนะคะ ออกมาสรุปว่าวันนี้ที่เราได้เรียนเรื่องของข้อมูลและการเก็บรวบรวมข้อมูลไปแล้วนะคะ

919
01:22:47,469 --> 01:22:51,063
นักเรียนมีความเข้าใจอย่างไรบ้างนะคะ

920
01:22:51,063 --> 01:22:52,207
เชิญตัวแทนนักเรียนออกมา

921
01:22:52,207 --> 01:22:56,207
เล่าเลยนะคะ ใช่

922
01:22:57,795 --> 01:22:59,954
เบนซ์อยู่ใกล้ เบนซ์ออกมาเลยลูก

923
01:22:59,954 --> 01:23:03,208
สรุป

924
01:23:03,208 --> 01:23:07,208
วันนี้ที่เราเรียนนะคะ ในหัวข้อ

925
01:23:14,396 --> 01:23:16,179
ครูให้ชาร์ทขึ้นมา ลูกจะได้จำได้ง่าย ตัวนี้

926
01:23:16,179 --> 01:23:18,153
อันนี้คือสิ่งที่เราเรียนทั้งหมด

927
01:23:18,153 --> 01:23:20,010
ให้

928
01:23:20,010 --> 01:23:21,699
เบนซ์ช่วยสรุปว่า

929
01:23:21,699 --> 01:23:22,558
ที่เบนซ์เข้าใจ

930
01:23:22,558 --> 01:23:26,558
นะคะ

931
01:23:26,686 --> 01:23:30,686
วันนี้เกี่ยวกับข้อมูลและการเก็บรวบรวมข้อมูล

932
01:23:30,959 --> 01:23:34,959
เบนซ์สามารถสรุปออกมาได้อย่างไรบ้างคะ เข้าใจถูกหรือเปล่า

933
01:23:39,837 --> 01:23:43,837
เล่าเลย เล่าตามความเข้าใจของเบนซ์

934
01:23:54,323 --> 01:23:57,858
(ล่าม)  ก็มี 4 หัวข้อนะคะ ก็จะมาเล่าให้ฟังนะคะ การข้อมูลการจัดเก็บข้อมูลนะคะ

935
01:23:57,858 --> 01:24:01,451
ก็จะมี 4 ประเภท อย่างแรกก็จะเป็นความหมายนะคะ

936
01:24:01,451 --> 01:24:05,451
อย่างที่ 2 เป็นประเภท

937
01:24:09,361 --> 01:24:13,361
คุณครูคะ

938
01:24:20,348 --> 01:24:23,537
ค่ะ แล้วก็วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลแล้วก็ปัญหาการใช้งานการเก็บข้อมูลนะคะ

939
01:24:23,537 --> 01:24:27,537
อย่างแรกความหมายก็จะมีความหมายต่าง ๆ นะคะ

940
01:24:28,665 --> 01:24:31,792
จะมีทั้งข้อมูลแบบ

941
01:24:31,792 --> 01:24:35,792
เชิงปริมาณแล้วก็ข้อมูลคุณภาพค่ะ (อาจารย์เชาวนี)

942
01:24:39,216 --> 01:24:43,216
(อาจารย์เชาวนี) หมดแล้วหรือคะ

943
01:24:43,289 --> 01:24:47,289
เพิ่มอีกไหม มีอีกไหม

944
01:24:49,931 --> 01:24:53,931
ครูปิ๊กถามหน่อย วิธีการเก็บข้อมูลมีอะไรบ้าง บอกวิธีการเก็บข้อมูลนะคะ

945
01:24:58,108 --> 01:25:01,815
วิธีการเก็บข้อมูลมีอะไรบ้าง

946
01:25:01,815 --> 01:25:05,815
(ล่าม) ก็จะมี... (อาจารย์เชาวนี) อันนั้นคือ

947
01:25:05,956 --> 01:25:09,956
เล่าเลยค่ะ เล่าเลย

948
01:25:13,699 --> 01:25:17,699
อย่างเช่น มีการเก็บข้อมูลอย่างเช่น เกี่ยวกับเรื่องอาหารค่ะ

949
01:25:18,697 --> 01:25:22,697
ก็ถ้าเกิดเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพก็จะ

950
01:25:24,242 --> 01:25:28,242
วัดข้อมูลจากการที่ใครชอบอะไรบ้าง อย่างนี้ค่ะ (อาจารย์เชาวนี)

951
01:25:29,517 --> 01:25:31,305
เข้าใจถูกไม่ต้องถอยลูกเดี๋ยวพี่ล่ามจะมองไม่เห็นภาษามือก็ไปใกล้ ๆ กล้องเลย

952
01:25:31,305 --> 01:25:35,305
เข้าไปใกล้ ๆ

953
01:25:39,583 --> 01:25:43,583
อันนี้ก็ถูกนะคะ ที่เบนซ์อธิบายในเรื่องของข้อมูลนะคะ ประเภทของข้อมูล

954
01:25:46,671 --> 01:25:50,416
สามารถบอกได้ ว่าอันไหนที่เป็นข้อมูลเชิงปริมาณ อันไหนเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพนะคะ

955
01:25:50,416 --> 01:25:52,852
เดี๋ยวครูเพิ่มเติมให้อีกนิดหนึ่ง วิธีการเก็บข้อมูลนะคะ

956
01:25:52,852 --> 01:25:56,487
มีอยู่ 2 แบบ

957
01:25:56,487 --> 01:26:00,487
ถ้าข้อมูลทุติยภูมิเราก็ได้เก็บมาจาก

958
01:26:04,452 --> 01:26:08,452
หนังสือ รายงานนะคะ บทความ เอกสารต่าง ๆ ที่เขาทำมาให้แล้ว

959
01:26:09,019 --> 01:26:11,495
แต่ถ้าเป็นข้อมูลปฐมภูมินะคะ

960
01:26:11,495 --> 01:26:15,495
ข้อมูลปฐมภูมิ

961
01:26:15,743 --> 01:26:19,666
เราเก็บมาจากวิธีการเก็บ ก็คือการสัมภาษณ์

962
01:26:19,666 --> 01:26:22,015
การสอบถาม

963
01:26:22,015 --> 01:26:26,015
การสังเกต

964
01:26:27,683 --> 01:26:31,683
แล้วก็การทดลองนะคะ อันนี้คือวิธีการเก็บข้อมูล โอเค

965
01:26:36,506 --> 01:26:40,506
เยี่ยมมากนะคะ มีเพื่อนคนไหน ที่จะออกมาสรุปไหมคะ เห็นไหม เยี่ยม

966
01:26:45,935 --> 01:26:47,881
มีใครอยากออกมาบ้าง ใครอยากออกมาสรุป ข้อมูลวันนี้ที่เรียนไปนักเรียนเข้าใจอะไรบ้าง

967
01:26:47,881 --> 01:26:51,307
อยากเล่าไหมคะ

968
01:26:51,307 --> 01:26:55,307
มีคำถามอย่างอื่นจะถามครูไหม

969
01:26:55,528 --> 01:26:57,958
จะถามไหมที่เรียนมาวันนี้จะถามหรือเปล่า

970
01:26:57,958 --> 01:27:01,958
ไม่ถามเลย

971
01:27:05,649 --> 01:27:09,649
มีใครจะถามไหม ไม่ถามนะคะ แสดงว่าวันนี้เรียนเข้าใจนะ ถ้าเรียนเข้าใจแ

972
01:27:12,514 --> 01:27:16,514
ล้วครั้งหน้านะคะ เราก็จะมาเรียนในเรื่องของข้อมูลและการเก็บรวบรวมข้อมูลเหมือนเดิม

973
01:27:21,417 --> 01:27:24,497
แต่เราจะมาเรียนในการการสร้างนะคะ การสร้างแบบสอบถามวิธีการสร้างทำอย่างไรนะคะ

974
01:27:24,497 --> 01:27:28,497
เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เราจะเอามาทำนี่ มัน

975
01:27:29,812 --> 01:27:33,812
วิธีการเก็บนี้เราจะเก็บแบบไหน เดี๋ยวเรามาทำตัวอย่างการนะคะ ในสัปดาห์หน้า

976
01:27:34,968 --> 01:27:38,583
นักเรียนก็จะได้ฝึกนะคะ เอาไปใช้

977
01:27:38,583 --> 01:27:42,583
ในชีวิตจริง ๆ ในโอกาสต่อไปถ้านักเรียน

978
01:27:43,603 --> 01:27:47,603
อย่างเช่น พวกเราเป็นกรรมการนักเรียนนะคะ กรรมการนักเรียน เป็นประธานนักเรียน

979
01:27:49,980 --> 01:27:53,980
สิ่งที่นักเรียนจะเอาไปพัฒนาโรงเรียนหรือว่าข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์กับนักเรียนกับโรงเรียน

980
01:27:55,014 --> 01:27:57,478
นักเรียนอยากทำอะไร ในหัวข้ออะไร อย่างเช่น

981
01:27:57,478 --> 01:28:01,478
ตอนเช้า

982
01:28:07,240 --> 01:28:11,240
ที่เด็ก ๆ ทานข้าว ตอนเที่ยง ตอนเย็นที่พากันทานข้าวนี่ นักเรียนอยากจะไปดู

983
01:28:14,236 --> 01:28:18,236
ไปถามน้อง ๆ ไหม ถามเพื่อน ๆ ว่าอาหารที่ทำน่ะค่ะ อาหารที่ทำนี่

984
01:28:21,100 --> 01:28:24,898
นักเรียนชอบหรือเปล่านะคะ อันนี้ก็เราสามารถเอาไปทำแบบสอบถามได้นะคะ

985
01:28:24,898 --> 01:28:28,898
นี่เดี๋ยวก็จะพาทำในสัปดาห์ต่อไปหรือว่า

986
01:28:34,994 --> 01:28:38,994
ถ้าเราจะทดลองสักเรื่องหนึ่งนะคะ มันก็จะมีแบบบันทึกการทดลองแล้วก็จะมาสร้างแบบบันทึกการทดลองการในสัปดาห์ต่อไปในชั่วโมงต่อไปนะคะ

987
01:28:39,306 --> 01:28:42,459
สำหรับวันนี้ถ้าไม่มีใครสงสัยแล้ว

988
01:28:42,459 --> 01:28:46,169
ครูปิ๊กจบแล้วนะ

989
01:28:46,169 --> 01:28:50,169
ทั้งหมดยืนขึ้นนะคะ

990
01:28:52,461 --> 01:28:56,461
น่าจะหิวข้าวกันแล้ว ขอบคุณนะคะ ขอบคุณพี่ล่ามมากนะคะ ขอบคุณมากนะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]

