﻿1
00:00:12,450 --> 00:00:16,450
(อาจารย์จักรพงศ์) โอเคไหมครับ

2
00:00:33,986 --> 00:00:37,666
โอเค เมื่อกี้

3
00:00:37,666 --> 00:00:41,666
โอเคครับ การเขียนพรรณนานะครับ

4
00:00:42,697 --> 00:00:46,697
การเขียนพรรณนา ก็คือเป็นการให้รายละเอียดของสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะครับ

5
00:00:46,791 --> 00:00:48,314
เช่น บุคคล สัตว์ วัตถุ

6
00:00:48,314 --> 00:00:51,417
สถานที่

7
00:00:51,417 --> 00:00:53,714
หรือเหตุการณ์ช่วงใดช่วงหนึ่งนะครับ ด้วยถ้อนทำ

8
00:00:53,714 --> 00:00:56,150
พรรณราที่ไพเราะ เหมาะสม

9
00:00:56,150 --> 00:00:58,049
ก่อให้เกิดจินตนาการ

10
00:00:58,049 --> 00:00:59,144
เห็นความเคลื่อนไหว

11
00:00:59,144 --> 00:01:03,144
จำนวน

12
00:01:04,077 --> 00:01:06,774
ขนาด

13
00:01:06,774 --> 00:01:09,261
ได้ยินเสียงตามที่ผู้ส่งสาร

14
00:01:09,261 --> 00:01:13,261
เขียนพรรณนา

15
00:01:16,598 --> 00:01:20,598
การเขียนพรรณนานะครับ เป็นศิลปะการเขียนที่ผู้เขียนจะใช้วิธีการเลือกสรรถ้อยคำ

16
00:01:21,127 --> 00:01:23,565
เกิดจินตนาการกับเนื้อเรื่อง สามารถ

17
00:01:23,565 --> 00:01:27,565
ทำได้หลายวิธีนะครับ

18
00:01:27,681 --> 00:01:31,681
เลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งหรือผสมผสานกันก็ได้นะครับ

19
00:01:35,852 --> 00:01:39,315
การเขียนพรรณนานะครับ

20
00:01:39,315 --> 00:01:41,307
1. การใช้คำให้เหมาะสม

21
00:01:41,307 --> 00:01:44,967
เสียงและความหมาย

22
00:01:44,967 --> 00:01:48,967
2. การแฝงความ

23
00:01:50,712 --> 00:01:52,651
คือ ผู้เขียนแต่ไม่สอนเนื้อหาความตรง ๆ ผู้อ่านจะต้องตีความเองนะ

24
00:01:52,651 --> 00:01:56,651
ข้อที่ 3

25
00:01:59,960 --> 00:02:03,960
การใช้สำนวน คือ การวิธีการเขียนพรรณนาอีกประเภทหนึ่งนะครับ ที่จะให้

26
00:02:04,254 --> 00:02:08,254
จะทำให้ผู้อ่านเกิดจินตนาการ และเข้าใจเนื้อหา

27
00:02:08,597 --> 00:02:11,885
ข้อที่ 4 นะครับ

28
00:02:11,885 --> 00:02:15,127
การเน้นข้อความโดยใช้คำซ้ำคำซ้อน

29
00:02:15,127 --> 00:02:16,362
คือ กลวิธีการเขียนพรรณนาที่ช่วย

30
00:02:16,362 --> 00:02:19,172
ที่ช่วยเ

31
00:02:19,172 --> 00:02:22,303
น้นย้ำอารมณ์นะครับ ความรู้สึก

32
00:02:22,303 --> 00:02:24,410
ต่ออ่านให้เกิดจินตนาการ

33
00:02:24,410 --> 00:02:28,119
ให้เด่นชัดขึ้นนะครับ

34
00:02:28,119 --> 00:02:31,203
ประเภทของการเขียนพรรณนานะครับ

35
00:02:31,203 --> 00:02:32,226
1 เลยก็คือการเขียนพรรณนา

36
00:02:32,226 --> 00:02:36,226
ธรรมชาติ

37
00:02:37,601 --> 00:02:41,601
2. การเขียนพรรณนาสถานที่หรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

38
00:02:41,841 --> 00:02:45,107
3. การเขียนพรรณนาลักษณะและพฤติกรรมของบุคคล

39
00:02:45,107 --> 00:02:46,133
4. การเขียนพรรณนาความรู้สึก

40
00:02:46,133 --> 00:02:49,263
และอารมณ์

41
00:02:49,263 --> 00:02:53,263
5. การเขียนพรรณนาความคิด

42
00:02:54,435 --> 00:02:58,435
หลังจากที่คุณครูอธิบายการเขียนพรรณนาไป

43
00:03:02,276 --> 00:03:06,276
แล้วก็ที่คุณครูเคยสอนไปแล้วว่าการกับการเขียนบรรยาย และเรามาดูกันนะครับ ว่าการเขียนบรรยายกับการเขียนพรรณนาต่างกันอย่างไร

44
00:03:12,238 --> 00:03:13,343
การเขียนบรรยายนะครับ เป็นการเขียนที่เน้นการแสดงเหตุการณ์ ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน

45
00:03:13,343 --> 00:03:15,910
เมื่อไหร่ อย่างไร

46
00:03:15,910 --> 00:03:19,647
ส่วนการเขียนพรรณนานะครับ

47
00:03:19,647 --> 00:03:23,647
เน้นการแสดงภาพอารมณ์ความรู้สึกอย่างละเอียด นักเรียน

48
00:03:25,207 --> 00:03:29,207
เข้าใจที่คุณครูพูดไหม

49
00:03:29,751 --> 00:03:33,424
นักเรียนเข้าใจไหมครับ ถ้าเรียนไม่เข้าใจ เดี๋ยวครูจะยกตัวอย่าง

50
00:03:33,424 --> 00:03:37,424
นี่ เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตรงนี้

51
00:03:41,182 --> 00:03:42,748
คือ ถ้าพูดถึงการบรรยาย คุณครูจะบรรยายในเรื่อง

52
00:03:42,748 --> 00:03:44,419
นักเรียน

53
00:03:44,419 --> 00:03:47,230
... นักเรียน...

54
00:03:47,230 --> 00:03:50,133
เหตุการณ์ปัจจุบันตอนนี้ก็ได้

55
00:03:50,133 --> 00:03:54,133
ตอนนี้อากาศร้อน

56
00:03:56,791 --> 00:04:00,791
เมื่อ 10.24 น. อากาศร้อนมาก

57
00:04:01,733 --> 00:04:05,733
ที่โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดอุดรธานีอากาศร้อน

58
00:04:08,311 --> 00:04:10,993
อันนี้คือบรรยายแค่นั้นเฉย ๆ แต่ถ้าพูดถึงการพ

59
00:04:10,993 --> 00:04:14,993
รรณนาการ พรรณอธิบายไปถือว่า

60
00:04:17,697 --> 00:04:19,967
ที่โรงเรียนโสตศึกษา จังหวัดอุดรธานี เวลา 10. 24 น

61
00:04:19,967 --> 00:04:23,967
. แสงแดด

62
00:04:24,297 --> 00:04:25,725
ได้สาดลงมาที่โรงเรียนทำให้อากาศร้อน

63
00:04:25,725 --> 00:04:29,514
นักเรียน

64
00:04:29,514 --> 00:04:31,887
มีเหงื่อไหลหยดย้อยลงมา

65
00:04:31,887 --> 00:04:35,887
ทำให้เ

66
00:04:37,988 --> 00:04:41,988
สื้อเปียกไปหมดเลย อะไรอย่างนี้ครับ ก็คือบรรยายถึงให้มันละเอียดลึกลงไป

67
00:04:45,115 --> 00:04:45,658
ให้เห็นภาพให้เห็นถึงความรู้สึกว่ามันร้อนจริง ๆ นะ มันมีเหงื่อเต็มเสื้อเลย มาเรามีเหงื่อแล้ว

68
00:04:45,658 --> 00:04:48,564
รู้สึก

69
00:04:48,564 --> 00:04:50,050
สบายตัวใช่ไหมครับ รู้สึกผิด

70
00:04:50,050 --> 00:04:51,932
จะเป็นอย่างนี้

71
00:04:51,932 --> 00:04:52,639
นานา

72
00:04:52,639 --> 00:04:56,639
นั่นเอง

73
00:04:57,713 --> 00:04:59,623
แต่ถ้ามก็จะบรรยายแค่ไปเพื่อน ๆ ก็เหมือนกัน

74
00:04:59,623 --> 00:05:03,623
ให้ความหมายสั้น ๆ ไปว่า

75
00:05:03,876 --> 00:05:05,136
การบรรยายแสดงเหตุการณ์ว่าใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร

76
00:05:05,136 --> 00:05:06,486
เมื่อไร แค่นั้น

77
00:05:06,486 --> 00:05:10,486
ส่วนการพรรณนา

78
00:05:10,596 --> 00:05:12,258
การเขียนพรรณนาก็จะเป็นการเน้นแสดงภาพอารมณ์ความรู้สึก

79
00:05:12,258 --> 00:05:15,195
เป็นความรู้สึก

80
00:05:15,195 --> 00:05:16,148
อย่างละเอียดออกมาเลย

81
00:05:16,148 --> 00:05:17,560
อย่างเช่น

82
00:05:17,560 --> 00:05:21,560
ฝนตก

83
00:05:21,735 --> 00:05:25,139
ฟ้าร้องเสียงดังเปรี้ยง ๆ อย่

84
00:05:25,139 --> 00:05:27,914
างนี้ครับ ฟ้าร้องเสียงดัง

85
00:05:27,914 --> 00:05:30,461
ฟ้าร้องทำให้แสงเข้า

86
00:05:30,461 --> 00:05:33,269
ดวงตา ตาของฉันทำให้ฉันรู้สึก

87
00:05:33,269 --> 00:05:37,269
เคืองตามากเลย

88
00:05:39,173 --> 00:05:41,388
กบร้องเสียงดัง อ๊บ ๆ เสียงฝน

89
00:05:41,388 --> 00:05:44,480
ก็กระทบกับสังกะสี

90
00:05:44,480 --> 00:05:45,895
หลังคาดังสนั่น ทำให้

91
00:05:45,895 --> 00:05:48,143
ฉันนอนไม่หลับ

92
00:05:48,143 --> 00:05:50,892
อะไรประมาณนี้ครับ ก็คือเป็นการ

93
00:05:50,892 --> 00:05:52,342
... เป็นการเขียนพรรณนา

94
00:05:52,342 --> 00:05:54,919
ให้มันไปถึงความรู้สึก

95
00:05:54,919 --> 00:05:57,612
ของของผู้เขียน

96
00:05:57,612 --> 00:05:59,265
ทำให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงอารมณ์

97
00:05:59,265 --> 00:06:01,444
ในสิ่งที่ผู้เขียน

98
00:06:01,444 --> 00:06:03,450
กำลังจะสื่อสารออกมา

99
00:06:03,450 --> 00:06:05,356
พอจะเข้าใจไหมครับ

100
00:06:05,356 --> 00:06:09,356
พอจะเข้าใจไหม

101
00:06:13,068 --> 00:06:16,578
มีอะมีคนไหนอยากถามอะไรไหม น้องอุบอิบ มีเข้าใจไหม เข้าใจไหมครับ

102
00:06:16,578 --> 00:06:17,522
ถ้าอ

103
00:06:17,522 --> 00:06:20,975
ย่างนั้น เดี๋ยวครูจะ

104
00:06:20,975 --> 00:06:23,956
ตัวแทนนักเรียนนะคะ ออกมาถามเพื่อนหน่อย

105
00:06:23,956 --> 00:06:25,371
ออกมาถามพี่ล่าม มาให้พี่ล่ามสื่อสากับคุณครู

106
00:06:25,371 --> 00:06:27,462
ต้องการถาม

107
00:06:27,462 --> 00:06:31,239
นักเรียนเข้าใจ

108
00:06:31,239 --> 00:06:32,994
นึกถึงมากเพียงใดเชิญครับ

109
00:06:32,994 --> 00:06:36,994
ถาม

110
00:06:57,530 --> 00:07:01,530
(ล่าม)  ค่ะสวัสดีค่ะ

111
00:07:01,674 --> 00:07:05,674
(อาจารย์จักรพงศ์) เข้าใจไหม เข้าใจในสิ่งที่คุณครูสอ

112
00:07:07,245 --> 00:07:11,245
นไปไหม (นักศึกษาหญิง)  เข้าใจค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) เข้าใจว่าอย่างไร

113
00:07:18,220 --> 00:07:22,220
เขียนบรรยายกับการเขียนพรรณนาต่างกันอย่างไร

114
00:07:35,418 --> 00:07:39,418
ลองพูดออกมาไม่ต้องกลัวว่าผิดครับ ไม่ต้องกดผิดเลยพูดออกมาเลยว่าได้อย่างไร เข้าใจมากน้อยแค่ไหนเดี๋ยว ถ้ามันติดแล้วครูจะมันจะช่วยบอกเองว่ามันเป็นอย่างไร มันเข้าใจ

115
00:07:45,624 --> 00:07:49,624
(ล่าม)  ก็ตัวอย่างนะคะ

116
00:07:54,559 --> 00:07:58,559
ตัวอย่างการพรรณา การเขียนพรรณนาก็จะเป็นการเล่า ๆ น่ะ ค่ะ

117
00:08:02,291 --> 00:08:06,291
พรรณนราแบบไหน

118
00:08:12,461 --> 00:08:16,461
ก็ต้องเล่าให้มีรายละเอียดนะคะ อย่างเช่นเรื่องของอากาศร้อนน่ะค่ะ ร้อนมาก ๆ เลยค่ะ

119
00:08:18,567 --> 00:08:22,567
(อาจารย์จักรพงศ์) ตัวอย่างให้ดูได้ไหมครับ

120
00:08:28,454 --> 00:08:30,231
ก็ตัวอย่าง

121
00:08:30,231 --> 00:08:34,231
เป็นการเล่าน่ะค่ะ

122
00:08:42,194 --> 00:08:44,672
ทีนี้ เดี๋ยวคุณครูดู

123
00:08:44,672 --> 00:08:48,672
พี่ล่ามนะ เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายให้ฟัง

124
00:08:49,236 --> 00:08:53,236
ที่พูดมาถูกครับ แต่ว่าไม่ถูกทั้งหมด

125
00:09:00,183 --> 00:09:04,183
ก็คือกูจะบอกว่าการเขียนบรรยายบรรยายธรรมดาจะเป็นการเขียนแค่แสดงว่างานว่าใครทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่ อย่างไร เท่านั้น

126
00:09:05,289 --> 00:09:09,289
ส่วนการพรรณาเป็นเขียนรายงานเป็นการเขียนที่แสดงถึง

127
00:09:14,035 --> 00:09:18,035
อารมณ์ความรู้สึกเข้าใจถึงตรงนั้น

128
00:09:21,595 --> 00:09:22,715
อย่างละเอียด เข้าใจไหม (ล่าม)  เข้าใจค่ะ

129
00:09:22,715 --> 00:09:24,391
1 คน

130
00:09:24,391 --> 00:09:28,391
ขอให้ 1 คน

131
00:09:30,314 --> 00:09:34,262
ขอบคุณครับ

132
00:09:34,262 --> 00:09:38,262
กล้า ๆ มาถาม ลูกมา

133
00:10:18,801 --> 00:10:22,801
(ล่าม)  ก็อย่างเรื่องของตอนเช้าครับ

134
00:10:24,251 --> 00:10:26,298
ตอนเช้าอากาศดีครับ แล้วก็มาเรียนที่นี่ครับ

135
00:10:26,298 --> 00:10:30,298
ทั้งหมดจะมาเรียนที่นี่ ที่ห้องครับ

136
00:10:30,903 --> 00:10:34,903
ที่เรียนมาก็เข้าใจครับ

137
00:10:40,132 --> 00:10:42,694
(อาจารย์จักรพงศ์) จะสื่อสารกับครูเรื่องอะไร (ล่าม) วันนี้อากาศ

138
00:10:42,694 --> 00:10:46,125
ดีมาก

139
00:10:46,125 --> 00:10:50,125
(อาจารย์จักรพงศ์) กำลังจะยกตัวอย่างการเขียน

140
00:10:53,387 --> 00:10:54,395
พรรณนา (ล่าม)  ใช่ครับ กำลังยกอย่างการเขียนพรรณนา

141
00:10:54,395 --> 00:10:58,395

142
00:11:04,683 --> 00:11:08,683
(อาจารย์จักรพงศ์) โอเค เดี๋ยวอธิบายให้ฟังนะว่าการเขียนว่าการเขียนบรรยายกับการเขียนพรรณนาการเขียนบรรยายก็แสดงถึงเหตุการณ์ว่า

143
00:11:10,175 --> 00:11:12,669
ยกตัวอย่าง เช่น เราตื่นนอนเวลาเท่าไร

144
00:11:12,669 --> 00:11:16,669
ทำอะไรบ้าง

145
00:11:22,575 --> 00:11:26,575
แค่นั้น แต่การเขียนพรรณนาก็บอก ว่าเราตื่นนอนเวลาเท่านี้ อาบน้ำ แปรงฟัน

146
00:11:33,680 --> 00:11:37,680
ทำยาสีฟันหล่น อาบน้ำเข้าไปทั้งตัวเย็นไปทั้งตัวอย่างนี้ครับ อธิบายถึงรายละเอียดตรงนั้น

147
00:11:39,833 --> 00:11:41,713
ตื่นทำอะไร

148
00:11:41,713 --> 00:11:45,713
เป็นหลักพื้นฐานแค่นั้น

149
00:11:47,287 --> 00:11:51,287
ส่วนพรรณนาถึงรายละเอียดลึกซึ้งอะไรบ้าง

150
00:11:57,326 --> 00:12:01,326
เข้าใจแล้วนะ (ล่าม) ครับ เข้าใจครับ

151
00:12:04,863 --> 00:12:07,179
แล้ว

152
00:12:07,179 --> 00:12:11,116
อันไหนมันมากกว่ากันล่ะครับ

153
00:12:11,116 --> 00:12:13,785

154
00:12:13,785 --> 00:12:17,785

155
00:12:20,594 --> 00:12:24,594
อยากให้เวลาตื่นนอนน่ะ ต้องอธิบายละเอียดมากแค่ไหนครับ

156
00:12:29,558 --> 00:12:33,558
อธิบายให้ละเอียดให้มากที่สุด ก็คือการอธิบายคำว่าตื่นนอนเวลาไหนแค่นั้น นี่คือการเขียนบรรยาย

157
00:12:41,309 --> 00:12:44,619
(ล่าม)  โอเคครับ

158
00:12:44,619 --> 00:12:48,619
เข้าใจชัดดีครับ

159
00:12:52,558 --> 00:12:55,732
ก็คือเป็นการอธิบายให้ละเอียด พรรณนา คือ การให้รายละเอียด ว่าเราอาบน้ำตื่นนอนอาบน้ำทำอะไรบ้าง ทำความสะอาด

160
00:12:55,732 --> 00:12:59,732
(อาจารย์จักรพงศ์) ให้เห็นถึงอารมณ์ ความรู้สึกด้วยว่า

161
00:13:06,444 --> 00:13:09,322
ง่วงนอนตาจะปิดแล้วนี่ แต่เราก็ต้องรู้สึกว่าเราจะต้องอาบน้ำนะ เพื่อที่จะมาโรงเรียน

162
00:13:09,322 --> 00:13:13,322
นี่คือการเขียนพรรณนา

163
00:13:22,116 --> 00:13:25,694
(อาจารย์จักรพงศ์) โอเคนะครับ

164
00:13:25,694 --> 00:13:29,694
เข้าใจแล้วนะ โอเคครับ (ล่าม)  เข้าใจครับ

165
00:13:32,859 --> 00:13:35,703
โอเค ในเมื่อนักเรียนเข้าใจแล้ว คราวนี้คุณครูจะให้นักเรียน

166
00:13:35,703 --> 00:13:39,703
เดี๋ยวดูพี่ล่ามก่อนนะ ให้

167
00:13:45,059 --> 00:13:49,059
นักเรียนดูพี่ล่ามก่อนนะ อธิบายมาครูจะมีใบงานนักเรียนทำนะวันนี้

168
00:13:58,302 --> 00:14:02,302
เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนนะครับ

169
00:14:03,085 --> 00:14:05,222
ทำใบงานนะครับ ให้นักเรียนเขียนพรรณนา

170
00:14:05,222 --> 00:14:09,222
เขียนพรรณนา

171
00:14:11,131 --> 00:14:14,017
กิจวัตรประจำวันของนักเรียน นักเรียนตื่นเวลาเท่าไร

172
00:14:14,017 --> 00:14:17,239
นักเรียนทำอะไรบ้าง

173
00:14:17,239 --> 00:14:19,478
ให้นักเรียนเขียน

174
00:14:19,478 --> 00:14:23,314
พรรณนาออกมาให้ถึงรายละเอียด

175
00:14:23,314 --> 00:14:27,314
เพื่อที่จะให้ เดี๋ยวคุณครูจะนำสิ่งที่นักเรียน

176
00:14:28,514 --> 00:14:32,514
พูด โอเคนะ นักเรียนสงสัยอะไรครับ เชิญครับ

177
00:15:10,429 --> 00:15:14,429
(ล่าม) ก็คือน้องมาทวนให้ค่ะ ว่า

178
00:15:14,468 --> 00:15:18,468
คุณครูสั่งให้ทำรายงานน่ะค่ะ

179
00:15:19,211 --> 00:15:23,211
เรื่องของการเขียนพรรณนาค่ะ ถ้าทุกคนเข้าใจแล้ว

180
00:15:29,066 --> 00:15:31,407
เอกสารใบงานแจกให้เขียน ว่ากิจวัตประจำวันของแต่ละคนว่าทำอะไรบ้าง เช่นอาบน้ำต่าง ๆ ค่ะ เขียนบรรยายออกมาค่ะ

181
00:15:31,407 --> 00:15:35,407
โอเคใช่ครับ

182
00:15:37,674 --> 00:15:41,674
(ล่าม)  โอเคค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ

183
00:15:58,647 --> 00:16:02,647
ทีนี้ให้นักเรียนดูพี่ล่ามนะ

184
00:16:04,736 --> 00:16:07,374
ดูพี่ล่ามอธิบายก่อนนะครับ เดี๋ยวผมอธิบายก่อน แต่พี่ล่าม ให้นักเรียนเขียน

185
00:16:07,374 --> 00:16:08,811
ที่ครูสั่งไป

186
00:16:08,811 --> 00:16:12,477
นักเรียนจะเขียน

187
00:16:12,477 --> 00:16:15,741
เขียนมากน้อยแค่ไหนก็ได้ แต่ขอให้มันมี

188
00:16:15,741 --> 00:16:18,301
คำที่มันบ่งบอก ว่านักเรียนกำลังเขียนพรรณนาออกมา

189
00:16:18,301 --> 00:16:21,262
ก็คือคำที่มันแสดงความรู้สึก

190
00:16:21,262 --> 00:16:24,862
อารมณ์แสดงให้เห็นภาพอย่างละเอียดออกมา

191
00:16:24,862 --> 00:16:26,436
อธิบายนักเรียนจะเสริมเติมแต่งอะไรเข้าไป

192
00:16:26,436 --> 00:16:29,498
ก็ได้นะครับ

193
00:16:29,498 --> 00:16:31,828
เขียนนิดเดียวก็ได้ แต่ขอให้มันมีถ้อยคำนั้น ๆ

194
00:16:31,828 --> 00:16:35,300
แล้วคุณครูจะนำงานที่นักเรียนเขียน มาอ่านหน้าโรงเรียนน่ะ

195
00:16:35,300 --> 00:16:39,300
ตรงหน้าชั้นเรียนเพื่อไม่ให้พลาด

196
00:16:42,834 --> 00:16:45,855
แปลเป็นภาษามือให้นักเรียนดูแล้วก็กูก็จะอธิบายว่ามันถูกหรือว่าควรจะเสริมตรงไหนเข้าไปไหม

197
00:16:45,855 --> 00:16:49,855
นักเรียนไม่ต้องกลัว ว่านักเรียนจะเขียนผิดเขียนถูก

198
00:16:49,900 --> 00:16:53,152
เขียนมาเลยไม่เป็นไรนะคะ คุณครูสามารถ

199
00:16:53,152 --> 00:16:57,152
บอกนักเรียนได้ ว่า

200
00:16:57,263 --> 00:17:01,263
คำนี้ควรเขียนอย่างไร คำนี้ควรเขียนอย่างไร เดี๋ยว

201
00:17:02,895 --> 00:17:04,425
ครูจะดูให้อีกทีนึงโอเคไหมคะ มีคนไหนไม่เข้าใจในสิ่งที่กูบอกไหม

202
00:17:04,425 --> 00:17:08,425
มีไหมครับ

203
00:17:11,489 --> 00:17:13,003
มีไหมเข้าใจไหมครับ เข้าใจนะ ถ้าเข้าใจแล้ว ลงมือทำได้เลย แล้วก็

204
00:17:13,003 --> 00:17:17,003
ให้เวลาทำ

205
00:17:17,924 --> 00:17:21,652
ประมาณ 20 ถึง 30 นาที โอเคไหม

206
00:17:21,652 --> 00:17:23,052
ครับ โอเคนะ

207
00:17:23,052 --> 00:17:25,036
โอเคครับ

208
00:17:25,036 --> 00:17:29,036
เริ่มได้เลยครับ

209
00:43:27,862 --> 00:43:31,862
หลายคนยังไม่เสร็จเลยนะครับ เดี๋ยว... เดี๋ยว

210
00:43:32,619 --> 00:43:36,619
รอก่อนลูก

211
00:43:43,899 --> 00:43:45,177
ยังมีอีกหลายคนนะครับ ที่ยังไม่เสร็จนะครับ

212
00:43:45,177 --> 00:43:49,177
รอก่อนนะ

213
00:44:14,733 --> 00:44:15,984
ตั้งใจทำครับ ตั้งใจทำให้มันเสร็จเร็ว

214
00:44:15,984 --> 00:44:19,984
ๆ เดี๋ยว

215
00:44:20,440 --> 00:44:24,440
จะได้มาเรียนเรื่องการเขียนเรียงความต่อนะ

216
00:44:28,344 --> 00:44:32,344
โอเค ครูให้เวลาทำต่อไปอีกครับ

217
01:01:10,050 --> 01:01:14,050
นักเรียนเริ่มเสร็จแล้วใช่ไหมครับ

218
01:01:16,739 --> 01:01:20,739
เป็นอย่างไรบ้าง เริ่มเสร็จหรือยัง

219
01:01:25,584 --> 01:01:28,960
เสร็จยัง เสร็จยัง

220
01:01:28,960 --> 01:01:32,383
ทีนี้เดี๋ยวเอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งเขียนต่อลูก

221
01:01:32,383 --> 01:01:36,383
เดี๋ยวดูพี่ล่ามก่อนนะครับ เดี๋ยวดูพี่ล่ามก่อนนะ

222
01:01:41,712 --> 01:01:45,712
เดี่ยวดูพี่ล่ามก่อนนะ ครับ เดี๋ยวดูก่อนเนาะ

223
01:02:25,346 --> 01:02:28,293
ที่นี้นะครับ เดี๋ยวคุณครูจะเอาตัวอย่างนักเรียนสัก 1 คนนะครับ

224
01:02:28,293 --> 01:02:30,539
เดี๋ยวครูจะสุ่มเอานะ

225
01:02:30,539 --> 01:02:34,039
ใครจะเป็นผู้โชคดีตรงนั้นนะครับ

226
01:02:34,039 --> 01:02:38,039
ครูจะสุ่มมาแล้วครูจะอ่านให้เรียนฟังว่า

227
01:02:40,688 --> 01:02:41,689
ควรจะเติมเสริมคำไหนเพิ่มเข้าไปอีก เพื่อที่ให้มันเป็นคำที่เรียกว่าการเขียนพรรณนา

228
01:02:41,689 --> 01:02:44,381
ที่ถูกต้องนะครับ

229
01:02:44,381 --> 01:02:47,937
เดี๋ยวกูจะสุ่มของ

230
01:02:47,937 --> 01:02:51,937
... ของอายละกันนะครับ

231
01:02:56,420 --> 01:02:57,925
เดี๋ยวคุณครูจะอ่านให้นักเรียนฟังนะคะ เดี่ยวนักเรียนดูพี่ล่ามนะพี่น่าจะอธิบายนักเรียนฟังนะ

232
01:02:57,925 --> 01:03:01,925
นิราศนะ

233
01:03:10,578 --> 01:03:12,908
วางปากกาครับ นักเรียนวางปากกาก่อนวางปากกานะครับ ห้ามหยิบปากกาหรือขาดไม่งั้นไม่ได้ไปกินข้าวนะ

234
01:03:12,908 --> 01:03:16,908
ไม่เสร็จไม่ได้ไปกินข้าวนะ

235
01:03:19,676 --> 01:03:21,232
ดูพี่ล่ามอธิบาย นักเรียนฟังเวลาที่คุณครูพูดนักเรียน

236
01:03:21,232 --> 01:03:25,232
ฟังจะได้เข้าใจ

237
01:03:26,378 --> 01:03:30,378
ไม่ต้องให้ครู ถามว่ามันเข้าใจไหม เข้าใจแค่ไหน อย่างนี้

238
01:03:31,969 --> 01:03:35,345
ดูพี่ล่ามไว้นะครับ ยกตัวอย่างการเขียนพรรณนาข

239
01:03:35,345 --> 01:03:36,143
เพื่อนนะครับ 1 คน ให้นักเรียน

240
01:03:36,143 --> 01:03:40,143
ดู

241
01:03:40,576 --> 01:03:44,576
ดูพี่ล่าม วันนี้ฉันตื่นนอนเวลา

242
01:03:46,316 --> 01:03:49,552
ตี 5 ฉันพับผ้าห่ม แล้วต่อด้วยจัดที่นอนให้เรียบร้อย

243
01:03:49,552 --> 01:03:53,272
แล้วไปช่วยน้องแต่งตัวให้เรียบร้อย

244
01:03:53,272 --> 01:03:56,237
เสร็จแล้วก็เอาเสื้อผ้ามันรีด

245
01:03:56,237 --> 01:03:59,437
เพราะชักไว้ตั้งแต่เมื่อคืน

246
01:03:59,437 --> 01:04:03,437
พอรีดเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ฉันก็ไปเอาผ้าเช็ดตั

247
01:04:05,022 --> 01:04:06,736
วเพื่อที่จะไปเข้าห้องน้ำอาบน้ำแปรงฟันล้างหน้า

248
01:04:06,736 --> 01:04:10,736
ห้องน้ำมีกระจก

249
01:04:12,154 --> 01:04:16,154
พอฉันแปรงฟันเสร็จฉันก็เข้าไปอาบน้ำที่ห้องน้ำ

250
01:04:17,464 --> 01:04:21,464
แล้วเอาน้ำมาราดที่ตัวเย็นสบาย

251
01:04:24,005 --> 01:04:28,005
ฉันรู้สึกสดชื่นมากเลย

252
01:04:29,744 --> 01:04:33,744
นี่ครับ คุณครูพูดไปเมื่อสักครู่นี้

253
01:04:38,403 --> 01:04:41,923
ลักษณะการเขียนของนักเรียนมีการเขียนลักษณะแบบบรรยาย แต่จะพูดในเรื่องของกาพรรณนาเข้ามานิดหนึ่ง แต่

254
01:04:41,923 --> 01:04:44,567
แต่ก็ถือว่าโอเคครับ มีการพรรณาเข้าไปในเรื่องของ

255
01:04:44,567 --> 01:04:47,614
สาดน้ำไปที่ตัว

256
01:04:47,614 --> 01:04:50,735
แล้วรู้สึกเย็นสบาย มันพูดถึงเรื่องของ

257
01:04:50,735 --> 01:04:53,271
อารมณ์ความรู้สึกตรงนั้นนี่ ก็คือการเขียนพรรณนา

258
01:04:53,271 --> 01:04:55,059
แสดงว่านักเรียนมาถูกทางแล้ว

259
01:04:55,059 --> 01:04:59,059
ก็คือ

260
01:04:59,992 --> 01:05:01,103
เป็นการเขียนเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ใส่รายละเอียดลงไปเข้าไปข้างใน

261
01:05:01,103 --> 01:05:04,837
เลยทำให้

262
01:05:04,837 --> 01:05:06,269
ผู้อ่านเขารับรู้ได้ถึงว่า อ๋อ

263
01:05:06,269 --> 01:05:10,269
อาบน้ำ

264
01:05:12,171 --> 01:05:13,340
พูดถึงว่าอาบน้ำเฉย ๆ นักเรียนนักเรียนจะเข้าใจธรรมดาใช่ไหมครับ ว่าอาบน้ำเฉย ๆ เป็นอย่างนี้

265
01:05:13,340 --> 01:05:17,340
ก็คืออาบน้ำปกติ

266
01:05:21,543 --> 01:05:22,281
แต่พอ ฉันเอาขันตักน้ำขึ้นมาสาดที่ตัว รู้สึกเย็นสบายนี่ มันกำลังจะพูดถึง

267
01:05:22,281 --> 01:05:26,281
ลักษณะ

268
01:05:26,620 --> 01:05:29,028
อารมณ์ความรู้สึกว่าเรารู้สึกเย็นสบายจริง ๆ นะ อะไรนี้ครับ

269
01:05:29,028 --> 01:05:31,457
นี่ก็เป็นการเขียนพรรณนา

270
01:05:31,457 --> 01:05:35,457
อย่างหนึ่ง

271
01:05:36,717 --> 01:05:37,735
มีใครจะให้คุณครูเป็นตัวอย่างไหม

272
01:05:37,735 --> 01:05:41,184
มีไหมครับ

273
01:05:41,184 --> 01:05:42,591
วางปากกาก่อนลูก ดูพี่ล่ามก่อน

274
01:05:42,591 --> 01:05:44,591
ดูพี่ล่ามก่อน

275
01:05:44,591 --> 01:05:48,591
นักเรียนวางปากกาครับ

276
01:05:48,833 --> 01:05:52,833
วางปากกาครับ อย่าเพิ่งเขียน

277
01:05:54,732 --> 01:05:58,255
เพราะว่าถ้าคุณครูถามอะไร นักเรียนต้องตอบให้ได้นะครับ ถ้าคุณครูมา

278
01:05:58,255 --> 01:06:01,904

279
01:06:01,904 --> 01:06:03,937
ให้เล่าต่อหน้าพี่ล่าม นักเรียนจะออกมาไหม

280
01:06:03,937 --> 01:06:07,937
ออกมาไหมครับ

281
01:06:08,439 --> 01:06:12,136
เห็นไหม นักเรียนไม่อยากออกมา เพราะว่าอะไร เพราะว่ามันยังไม่รู้เรื่อง

282
01:06:12,136 --> 01:06:16,136
เพราะฉะนั้นต้องดูนะครับ ว่าครูพูดอะไร

283
01:06:22,670 --> 01:06:26,670
นักเรียนก้มหน้าก้มตาเขียนไปเขียนแบบไม่ถูก สุดท้ายแล้วมันคืออะไรครับ งานก็ไม่มีประสิทธิภาพ

284
01:06:37,683 --> 01:06:41,683
นี่ก็จะใกล้ถึงเวลากินข้าวแล้ว ก็จะไปกินข้าว

285
01:06:43,487 --> 01:06:47,487
ทีนี้ เดี๋ยวเราจะมาเรียนเรื่องการเขียนเรียงความต่อนะครับ

286
01:06:52,148 --> 01:06:56,148
เดี๋ยววันนี้จะเอาพูดเรื่องคร่าว ๆ กับการเขียนเรียงความไป แล้วก็เดี๋ยวชั่วโมงหน้าเราค่อยมาทบทวนกันใหม่นะ พร้อมเรียนเรื่อง

287
01:06:57,493 --> 01:06:58,453
เรื่องของมารยาทนะครับ มารยาทในการฟัง การดู การพูด ก

288
01:06:58,453 --> 01:07:00,374
ารสื่อสารว่า

289
01:07:00,374 --> 01:07:02,822
นักเรียนจะต้องทำ

290
01:07:02,822 --> 01:07:05,640
อย่างไร นั่งอยู่ในห้องเรียนนี้เป็นอ

291
01:07:05,640 --> 01:07:09,640
ย่างไร ควรทำอย่างไรให้มีมารยาท

292
01:07:10,593 --> 01:07:14,593
การมีมารยาทปฏิบัติตัวยังไงถึงว่าไม่มีมารยาทเดี๋ยวค่อยมารู้กันอีกทีนึง

293
01:07:14,676 --> 01:07:18,676
มารยาทเป็นสิ่งที่สำคัญนะครับ

294
01:07:25,426 --> 01:07:29,426
ทีนี้นะครับ

295
01:07:43,816 --> 01:07:47,816
สไลด์ไม่ไปครับ

296
01:08:32,381 --> 01:08:36,381
เดี๋ยวนะครับ สไลด์มันไม่ขึ้นครับ สไลด์มันติดอยู่ครับ

297
01:08:49,908 --> 01:08:53,908
เดี๋ยวนักเรียนรอแป๊บหนึ่งนะครับ เดี๋ยวครูเรียกเจ้าหน้าที่ก่อน

298
01:09:21,600 --> 01:09:25,600
โอเคครับ เรียบร้อยแล้วครับ ทีนี้นะครับ การเขียนเรียงความนะครับ เรามารู้ความหมายการเขียนเรียงความกันก่อน

299
01:09:28,759 --> 01:09:31,900
สนใจนะครับ นักเรียนสนใจนะ สนใจพี่ล่ามนะ

300
01:09:31,900 --> 01:09:35,900
ไม่สนใจปุ๊บถามอะไรตอบไม่ได้ ครู

301
01:09:41,951 --> 01:09:43,673
ดุนะ มาดูก่อนนะครับ การเขียนเรียงความนะครับ เป็นงานเขียน

302
01:09:43,673 --> 01:09:47,012
ที่ผู้เขียน

303
01:09:47,012 --> 01:09:49,425
ถ่ายทอดเรื่องราวนะครับ ความคิด

304
01:09:49,425 --> 01:09:53,103
ทัศนคติในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

305
01:09:53,103 --> 01:09:56,233
สำนวนภาษาที่เรียบเรียงขึ้นอย่างมีลำดับขั้นตอน

306
01:09:56,233 --> 01:09:58,345
ประกอบด้วยข้อความหลายย่อหน้า

307
01:09:58,345 --> 01:10:00,983
มีชื่อเรื่องชัดเจน

308
01:10:00,983 --> 01:10:04,195
ข้อความในหลาย ๆ ย่อหน้านั้น

309
01:10:04,195 --> 01:10:06,967
จะมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน

310
01:10:06,967 --> 01:10:08,727
เพื่อที่จะให้ข้อเท็จจริง

311
01:10:08,727 --> 01:10:12,727
ความรู้ ความคิด

312
01:10:13,084 --> 01:10:17,084
หรือทำให้ผู้อ่านรู้สึกคล้อยตามไปกับงานเขียนนั้น

313
01:10:19,181 --> 01:10:21,705
การเขียนเรียงความผู้เขียนจะต้องมีการวางโครงเรื่อง

314
01:10:21,705 --> 01:10:24,965
ค้นหาความรู้ ข้อมูล

315
01:10:24,965 --> 01:10:28,780
แล้วจัดเรียงลำดับความคิดให้สัมพันธ์กับ

316
01:10:28,780 --> 01:10:31,188
หัวเรื่อง เพื่อการเขียนเรียงความได้ตรง

317
01:10:31,188 --> 01:10:34,742
ตามจุดประสงค์ที่กำหนดไว้

318
01:10:34,742 --> 01:10:38,742
องค์ประกอบของการเขียนเรียงความนะครับ

319
01:10:39,748 --> 01:10:41,832
ก็จะมี 3 องค์ประกอบด้วยกัน คือ 1. คำนำ

320
01:10:41,832 --> 01:10:43,135
2. เนื้อเรื่อง

321
01:10:43,135 --> 01:10:44,555

322
01:10:44,555 --> 01:10:48,555
3. สรุป คำนำก็จะเป็น

323
01:10:51,954 --> 01:10:55,954
ในเรื่องของเกริ่นนำก่อนนะครับ ว่าสิ่งที่นักเรียนจะพูดถึงคืออะไร

324
01:10:56,443 --> 01:10:59,973
ส่วนเนื้อเรื่อง ก็คือพูดถึงในเรื่องราวที่นักเรียนกำลังจะพูด

325
01:10:59,973 --> 01:11:03,973
สรุปก็คือทั้งหมดที่พูดมาเป็นอย่างไรนะครับ

326
01:11:06,134 --> 01:11:08,548
ทีนี้เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนดูตัวอย่างนะครับ

327
01:11:08,548 --> 01:11:12,548
ดูตัวอย่าง

328
01:11:17,890 --> 01:11:21,890
ของการเขียนเรียงความนะคะ เดี๋ยวครูจะถามให้นักเรียน

329
01:11:24,033 --> 01:11:28,033
อ่านให้พี่ล่ามฟัง เป็นภาษามือให้นักเรียนฟังนะครับ

330
01:11:34,546 --> 01:11:38,546
เรียงความ เรื่อง โรงเรียนของฉัน

331
01:11:39,416 --> 01:11:43,416
เมื่อเราพูดถึงโรงเรียน

332
01:11:44,975 --> 01:11:46,596
สิ่งแรกที่ฉันคิดถึง คือ โรงเรียนเป็นสถานที่หนึ่งที่ให้ความรู้

333
01:11:46,596 --> 01:11:48,602
ได้พบเพื่อน ๆ

334
01:11:48,602 --> 01:11:51,407
และได้เข้าสังคมใหม่ ๆ

335
01:11:51,407 --> 01:11:54,099
มีคุณครูคอยให้คำปรึกษา

336
01:11:54,099 --> 01:11:55,953
แนะนำแนวทางการแก้ไข

337
01:11:55,953 --> 01:11:58,458
คอยอบรมบ่มนิสัย

338
01:11:58,458 --> 01:12:02,128
และสอนให้เป็นคนดี

339
01:12:02,128 --> 01:12:06,128
และโรงเรียนเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของฉัน

340
01:12:09,179 --> 01:12:11,013
ก้าวแรกที่ฉันเดินเข้ามาในโรงเรียนแห่งนี้

341
01:12:11,013 --> 01:12:12,728
ฉันรู้สึกตื่นเต้น

342
01:12:12,728 --> 01:12:15,575
ที่ได้พบเจอเพื่อนใหม่

343
01:12:15,575 --> 01:12:18,096
ในวันรายงานตัวของนักเรียน

344
01:12:18,096 --> 01:12:22,096
ได้พบคุณครูที่ปรึกษาที่ใจดี

345
01:12:23,647 --> 01:12:24,839
คุณครูได้แนะนำสถานที่ต่าง ๆ ในโรงเรียนให้ผู้ปกครองและนักเรียนทราบ

346
01:12:24,839 --> 01:12:28,366
นอกจากนี้

347
01:12:28,366 --> 01:12:30,177
โรงเรียนก็มีป้ายนิเทศที่แสดงผลงานของรุ่นพี่

348
01:12:30,177 --> 01:12:32,840
และป้ายนิเทศคนเก่ง

349
01:12:32,840 --> 01:12:35,677
คนดีไว้ให้กับรุ่นน้องให้ชม

350
01:12:35,677 --> 01:12:39,677
ทำให้ฉันรู้สึกภาคภูมิใจ

351
01:12:40,674 --> 01:12:42,663
สอบเข้าเรียนต่อตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1

352
01:12:42,663 --> 01:12:45,347
โรงเรียนแห่งนี้ได้

353
01:12:45,347 --> 01:12:47,260
ในวันแรกที่เปิดเทอม

354
01:12:47,260 --> 01:12:50,287
คุณครูที่ปรึกษา

355
01:12:50,287 --> 01:12:52,074
ได้แบ่งหน้าที่เขตรับผิดชอบทำความสะอาด

356
01:12:52,074 --> 01:12:53,803
ในบริเวณโรงเรียน

357
01:12:53,803 --> 01:12:57,554
ให้พวกเราทราบ

358
01:12:57,554 --> 01:13:01,554
เพื่อที่ให้พวกเรามีระเบียบวินัย และนิสัยรักความสะอาด

359
01:13:03,528 --> 01:13:04,430
ซึ่งจะสร้างจิตสำนึกและความผูกพันกับโรงเรียน เหมือนบ้านหลังที่ 2

360
01:13:04,430 --> 01:13:08,430
ของพวกเรา

361
01:13:12,612 --> 01:13:13,928
ตลอดระยะเวลา 1 ภาคเรียน ที่ฉันได้มาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้

362
01:13:13,928 --> 01:13:17,187
ฉันได้รับ

363
01:13:17,187 --> 01:13:18,811
ความรู้ที่แปลกใหม่สำหรับฉัน

364
01:13:18,811 --> 01:13:19,871
เช่น ฉันสามารถ

365
01:13:19,871 --> 01:13:23,532
ใช้อินเทอร์เน็ต

366
01:13:23,532 --> 01:13:27,454
ในการสืบค้นหาข้อมูลต่าง ๆ

367
01:13:27,454 --> 01:13:31,454
ได้นอกเหนือจากการเข้าค้นคว้าในห้องสมุด

368
01:13:32,830 --> 01:13:35,131
และมีคุณครูที่คอยห่วงใย คอยสอบถามทั้งในด้านการเรียน

369
01:13:35,131 --> 01:13:37,054
ปัญหาที่เกิดขึ้นจากทางบ้าน

370
01:13:37,054 --> 01:13:39,183
หรือการคบเพื่อน

371
01:13:39,183 --> 01:13:41,144
คุณครูจะทำให้

372
01:13:41,144 --> 01:13:44,688
คุณครูจะให้คำปรึกษา

373
01:13:44,688 --> 01:13:47,757
แนะนำ และให้กำลังใจฉันและเพื่อน ๆ อยู่เสมอ

374
01:13:47,757 --> 01:13:50,691
นี่ครับ คือการเขียนเรียงความ

375
01:13:50,691 --> 01:13:54,691
ย่อหน้า... ย่อหน้าแรกนะครับ

376
01:13:55,496 --> 01:13:58,630
ดูนะ ว่าเป็นคำนำ คำนำหน้า

377
01:13:58,630 --> 01:14:01,010
เมื่อพูดถึงโรงเรียนแล้ว

378
01:14:01,010 --> 01:14:03,627
น่ะ เป็นลักษณะอย่างไร

379
01:14:03,627 --> 01:14:06,646
บ้านหลังที่ 2

380
01:14:06,646 --> 01:14:10,646
โรงเรียนเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2

381
01:14:15,092 --> 01:14:19,092
พอย่อหน้าที่ 2 ที่ 3 นะครับ จะเป็นเนื้อเรื่องที่เขาพูดถึงว่าเขาอยู่โรงเรียนนี้ก็เป็นอ

382
01:14:20,493 --> 01:14:24,493
ย่างไร เขาบอกว่าเขาเจอเพื่อน ๆ เขาดีใจมากเลย ที่เจอเพื่อน ๆ แล้วก็เจอ

383
01:14:26,628 --> 01:14:30,628
คุณครูที่ปรึกษาที่ใจดี ช่วยเหลือเขา ช่วยเหลือเพื่อน ๆ มีป้ายนิเทศ

384
01:14:34,758 --> 01:14:38,758
อธิบายไปอันนี้เป็นสิ่งที่เขาพูดออกมาเรียงลำดับออกมาแล้ว

385
01:14:41,719 --> 01:14:44,065
สุดท้ายย่อหน้าสุดท้ายนะครับ เพราะพูดถึงตลอดระยะเวลา 1 ภาคเรียน ก็คือภาพรวมของ

386
01:14:44,065 --> 01:14:46,119
เขาที่เป็นการสรุป

387
01:14:46,119 --> 01:14:49,995
ภาพรวมของทั้งหมด

388
01:14:49,995 --> 01:14:52,708
เขาก็พูดว่าตลอดระยะเวลา 1 ภาคเรียนที่เ

389
01:14:52,708 --> 01:14:56,098
ขาอยู่ที่นี่ สรุปแล้ว ก็คือเขาได้รับความรู้ใหม่ ๆ

390
01:14:56,098 --> 01:14:58,637
การใช้ข้อมูลอินเตอร์เน็ต

391
01:14:58,637 --> 01:15:01,493
อะไรอย่างนี้พวก ข้อมูลต่าง ๆ

392
01:15:01,493 --> 01:15:05,223
นอกเหนือจากการค้นคว้าในห้องสมุด

393
01:15:05,223 --> 01:15:09,223
เขาก็มีความรู้ใหม่ ๆ เกิดขึ้น

394
01:15:11,520 --> 01:15:12,433
แล้วดีใจที่ได้พบเพื่อน คุณครูให้คำปรึกษาให้กำลังใจเขาอยู่เสมอ

395
01:15:12,433 --> 01:15:14,164
ประมาณน

396
01:15:14,164 --> 01:15:17,155
ี้นะครับวิธีการเขียนเรียงความ

397
01:15:17,155 --> 01:15:18,323
อย่าลืมนะครับ การเขียนเรียงความ

398
01:15:18,323 --> 01:15:21,548
3

399
01:15:21,548 --> 01:15:24,090
ประเด็นหลัก ๆ 1. คำนำ

400
01:15:24,090 --> 01:15:28,090
2. เนื้อเรื่อง

401
01:15:29,301 --> 01:15:33,301
3. แล้วก็สรุป มีแค่นี้ครับ

402
01:15:33,701 --> 01:15:35,428
เป็นอย่างไรกันบ้าง

403
01:15:35,428 --> 01:15:39,428
เข้าใจกันไหม

404
01:15:41,169 --> 01:15:45,169
ทีนี้ เห็นไหม เวลาที่นักเรียนมองพี่ล่าม นักเรียนก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น

405
01:15:45,743 --> 01:15:49,743
เวลาที่คุณครูสอน คุณครูก็จะได้สอนราบรื่นไปด้วยดี ไม่ใช่ว่าจะมาหยุดชะงัก

406
01:15:51,583 --> 01:15:52,916
เวลาสอนก็จะไม่พอ ทำให้นักเรียนสอนนักเรียนล่าช้ากว่า

407
01:15:52,916 --> 01:15:54,190
ม. 4/1

408
01:15:54,190 --> 01:15:55,367
ม. 4/1

409
01:15:55,367 --> 01:15:59,367
น่ะ เข้าเรียนเร็ว

410
01:16:01,363 --> 01:16:03,808
เขาเรียนไปถึงไหนแล้ว แต่เรายังเรียนอยู่เรียงความเพียงความอยู่เลย

411
01:16:03,808 --> 01:16:07,808
จะเรียนไม่ทันเขา

412
01:16:09,493 --> 01:16:13,053
ส่วนชั่วโมงหน้านะครับ

413
01:16:13,053 --> 01:16:16,760
ชั่วโมงหน้าอย่างที่

414
01:16:16,760 --> 01:16:18,495
คุณครูจะสอนเรื่องมารยาทนะครับ

415
01:16:18,495 --> 01:16:22,346
มารยาทในการ

416
01:16:22,346 --> 01:16:24,430
อ่าน การฟังการดูการพูดการสื่อสารมี

417
01:16:24,430 --> 01:16:28,242
นะ เดี๋ยวคุณครูจะ

418
01:16:28,242 --> 01:16:31,370
เรื่องนี้ เดี๋ยวให้เตรียมตัวด้วยนะ

419
01:16:31,370 --> 01:16:34,916
จะได้รู้นะ ว่ามารยาทคืออะไร

420
01:16:34,916 --> 01:16:37,441
ควรทำอย่างไร อย่างเช่น คุณครูสอนอยู่ในห้องเ

421
01:16:37,441 --> 01:16:41,441
นักเรียนสามารถคุยกันได้ไหม

422
01:16:43,127 --> 01:16:44,874
นักเรียนคุยกันได้ไหมครับ นักเรียนโยนของข้ามหน้าข้ามตาครูได้ไหม

423
01:16:44,874 --> 01:16:48,874
ไม่ได้นะ

424
01:16:49,598 --> 01:16:52,188
จะมารู้กัน ว่ามารยาทที่ดีเป็นอย่างไร มารยาทที่ไม่ดี

425
01:16:52,188 --> 01:16:56,188
เป็นอย่างไร ควรทำไหม

426
01:17:00,467 --> 01:17:04,467
ต้องมาดูนะ ไม่ใช่ว่าอยากจะทำอะไรตามใจ เวลาที่คุณครูพูดอยู่นันคุยกันถือว่ามีมารยาทไหมครับ

427
01:17:10,827 --> 01:17:11,825
เวลาที่คุณครูสอนไม่ควรที่จะ

428
01:17:11,825 --> 01:17:15,825
คุยกัน

429
01:17:16,274 --> 01:17:20,155
ถ้าจะคุยต้องรอให้คุณครูสอนเสร็จก่อน ค่อยคุย

430
01:17:20,155 --> 01:17:24,155
อยากจะถาม ก็ให้คุณครูพูดจบก่อนค่อยถาม

431
01:17:28,944 --> 01:17:32,944
โอเค เดี๋ยว

432
01:17:34,285 --> 01:17:38,285
กินข้าวได้ครับ สำหรับสวัสดีครับ ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ [สิ้นสุดการถอดความ]

