--- title: ท31101 ภาษาไทย 1 (ม.4/2) 120766 subtitle: date: วันพุธที่ 12 กรกฎาคม 2566 เวลา 10.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) โอเคไหมครับ OK เมื่อกี้ ok ครับการเขียนพรรณนานะครับ การเขียนพรรณนาก็คือเป็นการให้รายละเอียดของสิ่งใดสิ่งหนึ่งนะครับ เช่นบุคคลกับวัตถุ สถานที่ หรือเหตุการณ์ช่วงใดช่วงหนึ่งนะครับไม่ค่อยทำ อนาชีดไพเราะเหมาะสม ขอให้เกิดจินตนาการ เห็นความเคลื่อนไหว จำนวน ขนาด เสียงตามที่ผู้ส่งสาร สงกรานต์เขียนพรรณนา การเขียนพรรณนานะครับเป็นศิลปะการเขียนที่ผู้เขียนจะใช้วิธีการเลือกสรรถ้อยคำ เปิดจินตนาการกับเนื้อเรื่องสามารถ ทำได้หลายวิธีนะครับ เลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งหรือผสมผสานกันก็ได้นะครับ การเขียนพรรณนานะครับ 1 การใช้คำให้เหมาะสม เสียงและความหมาย ความ ผู้เขียนแต่ไม่สอนเนื้อหาความตรงๆผู้อ่านจะต้องตีความเองนะ วันที่ 3 การใช้สำนวนคือกลวิธีการเขียนพรรณนาอีกประเภทหนึ่งนะครับที่จะให้ จะทำให้ผู้อ่านเกิดจินตนาการและเข้าใจเนื้อหา วันที่ 4 นะครับ พิมพ์ข้อความโดยใช้คำซ้ำคำซ้อน กลวิธีการเขียนพรรณนาที่ช่วย ช่วยเหม็น ย้ำอารมณ์นะครับความรู้สึก อ่านให้เกิดจินตนาการ ให้เด่นชัดขึ้นนะครับ ประเภทของการเขียนพรรณนานะครับ หนึ่งเลยก็คือการเขียนพรรณนา ธรรมชาติ การเขียนพรรณนาสถานที่หรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น 3 การเขียนพรรณนาลักษณะและพฤติกรรมของบุคคล การเขียนพรรณนาความรู้สึก และอารมณ์ การเขียนพรรณนาความคิด หลังจากที่กูอธิบายการเขียนพรรณนาไป เคยสอนไปแล้วว่าการกับการเขียนบรรยายและเรามาดูกันนะครับว่าการเขียนบรรยายกับการเขียนพรรณนาต่างกันยังไง การเขียนบรรยายนะครับเป็นการเขียนที่เน้นการแสดงเหตุการณ์วัดใครทำอะไรที่ไหน เมื่อไหร่อย่างไร ส่วนการเขียนพรรณนานะครับ เน้นการแสดงภาพอารมณ์ความรู้สึกอย่างละเอียด เข้าใจที่กูพูดไหม นักเรียนเข้าใจไหมครับถ้าเรียนไม่เข้าใจเดี๋ยวกูจะยกตัวอย่าง เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตรงนี้ ถ้าพูดถึงการบรรยายกูจะบรรยายในเรื่อง นักเรียน นักเรียน เหตุการณ์ปัจจุบันตอนนี้ก็ได้ ตอนนี้อากาศร้อน 10:24 อากาศร้อนมาก ที่โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดอุดรธานีอากาศร้อน แค่นั้นเฉยแต่ถ้าพูดถึงการพัฒนา การพัฒนาอธิบายไปถือว่า ที่โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดอุดรธานีเวลา 11:24 น แสงแดด ลงมาที่โรงเรียนทำให้อากาศร้อน นักเรียน มีเหงื่อไหลหยดย้อยลงมา ทำให้เพื่อ อยากไปหมดเลยอะไรอย่างนี้ครับก็คือบรรยายถึงถุงให้มันละเอียดลึกลงไป ไงเห็นภาพให้เห็นถึงความรู้สึกว่ามันร้อนจริงๆนะมันมีเหงื่อเต็มเสื้อเลยมาเรามีเหลือแล้ว รู้สึก สบายตัวใช่ไหมครับรู้สึกผิด จะเป็นอย่างนี้ นานา นั่นเอง แต่ถ้ามันยายก็จะบรรยายแค่ไปเพื่อนๆก็เหมือนกัน ความหมายสั้นๆแปลว่า การบรรยายแสดงเหตุการณ์ว่าใครทำอะไรที่ไหนอย่างไร เมื่อไหร่แค่นั้น สนทนา การเขียนพรรณนาก็จะเป็นการเน้นแสดงภาพอารมณ์ความรู้สึก เป็นความรู้สึก อย่างละเอียดออกมาเลย เช่น ฝนตก ฟ้าร้องเสียงดังเปรี้ยงเปรี้ยง ปลาร้องเสียงดังติ้งๆ หาแลกตังค์ให้แสงเข้า ดวงตาของฉันทำให้ฉันรู้สึก เคืองตามากเลย กบร้องเสียงดังอ๊บๆเสียงฝน พบกับสังกะสี หลังคาดังสนั่นทำให้ ฉันนอนไม่หลับ อะไรประมาณนี้ครับก็คือเป็นการ อธิบายเป็นการเขียนพรรณนา ถึงความรู้สึก ของของผู้เขียน ทำให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงอารมณ์ ในสิ่งที่ผู้เขียน กำลังจะสื่อสารออกมา พอจะเข้าใจไหมครับ เข้าใจไหม มีอะมีคนไหนอยากถามอะไรไหมน้องมีเข้าใจไหมเข้าใจไหมครับ ถ้ายังไง เดี๋ยวกูจะ ตัวแทนนักเรียนนะคะออกมาถามเพื่อนหน่อย ซื้อลาบมาให้พี่ลาบอีสานกับคุณครู ต้องการถาม นักเรียนเข้าใจ นึกถึงมากเพียงใดเชิญครับ ถาม ค่าสวัสดีค่ะ เข้าใจไหมเข้าใจในสิ่งที่คุณครู เข้าใจค่ะ เขียนบรรยายกับการเขียนพรรณนาต่างกันยังไง ลองพูดออกมาไม่ต้องกลัวว่าผิดครับไม่ต้องกดผิดเลยพูดออกมาเลยว่าได้ไงเข้าใจมากน้อยแค่ไหนเดี๋ยวถ้ามันติดแล้วกูจะมันจะช่วยบอกเองว่ามันเป็นยังไงมันเข้าใจ ก็ตัวอย่างนะคะ ตัวอย่างการพัฒนาหาการเขียนพัฒนาก็จะเป็นการเล่าอ่ะค่ะ เอายังไงแบบไหน ก็ต้องเล่าให้มีรายละเอียดนะคะอย่างเช่นเรื่องของอากาศร้อนอ่ะค่ะร้อนมากๆเลยค่ะ ตัวอย่างให้ดูได้ไหมครับ ก็ตัวอย่าง เป็นการเล่าอ่ะค่ะ พรุ่งนี้เดี๋ยวคุณครูดู ดูกีฬามาเดี๋ยวกูจะอธิบายให้ฟัง ที่พูดมาถูกครับแต่ว่าไม่ถูกทั้งหมด ก็คือกูจะบอกว่าการเขียนบรรยายบรรยายธรรมดาจะเป็นการเขียนแค่แสดงว่างานว่าใครทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่อย่างไรเท่านั้น ส่วนการเขียนรายงานเป็นการเขียนที่แสดงถึง อารมณ์ความรู้สึกเข้าใจถึงตรงนั้น เข้าใจไหมเข้าใจค่ะ 1 คน ขอให้ 1 คน ขอบคุณครับ มะขามลงมา ก็อย่างนั้นของตอนเช้าครับ ตอนเช้าอากาศดีครับแล้วก็มาเรียนที่นี่ครับ หมดจะมาเรียนที่นี่ที่ห้องครับ ใครที่เล่นมาก็เข้าใจครับ วันนี้อากาศ ดีมาก กำลังจะยกตัวอย่างการเขียนรายงาน ใช่ครับเดี๋ยวตัวอย่างการเขียนพรรณนา OK อธิบายให้ฟังนะว่าการเขียนว่าการเขียนบรรยายกับการเขียนพรรณนาการเขียนบรรยายก็แสดงถึงเหตุการณ์ว่า เช่นเราตื่นนอนเวลาเท่าไหร่ ทำอะไรบ้าง แค่นั้นแต่การเขียนพรรณนาก็บอกว่าเราตื่นนอนเวลาเท่านี้อาบน้ำแปรงฟัน ทำยาสีฟันหล่นอาบน้ำน้ำป่าเข้าไปทั้งตัวเย็นไปทั้งตัวอย่างนี้ครับอธิบายถึงรายละเอียดตรงนั้น ทำอะไร เป็นหลักพื้นฐานแค่นั้น รายละเอียดลึกซึ้งอะไรบ้าง เข้าใจครับ แล้ว อันไหนมันมากกว่ากันนะครับ มากมาก จะเอาเราหรือถาม อยากให้เวลาตื่นนอนอ่ะต้องอธิบายละเอียดมากแค่ไหนครับ อธิบายให้ละเอียดให้มากที่สุดก็คือการอธิบายคำว่าตื่นนอนเวลาไหนแค่นั้นนี่คือการเขียนบรรยาย เคครับ ไดชาร์จดีครับ ก็คือเป็นการอธิบายให้ละเอียดพรรณนาคือการให้รายละเอียดว่าเราอาบน้ำตื่นนอนอาบน้ำทำอะไรบ้างทำความสะอาด ความรู้สึกว่า ง่วงนอนตาจะปิดแล้วเนี่ยแต่เราก็ต้องรู้สึกว่าเราจะต้องอาบน้ำนะพี่จะมาโรงเรียน การเขียนพรรณนา ok นะครับ แต่ละเนาะโอเคครับเข้าใจครับ โอเคในเมื่อนักเรียนเข้าใจแล้วพรุ่งนี้คุณครูจะให้นักเรียน อาบน้ำก่อนนะ นกพิราบก่อนเนาะอธิบายมากูจะมีใบงานนักเรียนทำนะคืนนี้ เมียคุณครูจะให้นักเรียนนะครับ ทำใบงานนะครับให้นักเรียนเขียนพรรณนา เขียนพรรณนา กิจวัตรประจำวันของนักเรียนนักเรียนตื่นเวลาเท่าไหร่ นักเรียนทำอะไรบ้าง ให้นักเรียนเขียน พรรณนาออกมาให้ถึงรายละเอียด เดี๋ยวกูจะนำสิ่งที่นักเรียนเขียน โอเคนะเนี่ยสงสัยอะไรครับเชิญครับ ก็คือน้องไม่ชวนให้ค่ะว่า คุณครูสั่งให้ทำรายงานอ่ะค่ะ เรื่องของการเขียนพัฒนาค่ะทุกคนเข้าใจแล้ว ไปรษณีย์เอกสารใบงานแจกให้เขียนว่าวัดประจำวันของแต่ละคนว่าทำอะไรบ้างเช่นอาบน้ำต่างๆค่ะเขียนบรรยายออกมาค่ะ โอเคใช่ครับ โอเคค่ะเข้าใจแล้วค่ะขอบคุณค่ะ อาทิตย์นี้ให้นักเรียนดูพิราบนะ ดูพี่น้ำก่อนนะครับเดี๋ยวผมอธิบายก่อนแต่พี่มายด์ให้นักเรียนเขียน ที่กูสั่นไป นักเรียนจะเขียน เขียนมากน้อยแค่ไหนก็ได้แต่ขอให้มันมี คำที่มันบ่งบอกว่านักเรียนกำลังเขียนพรรณนาออกมา คำที่มันแสดงความรู้สึก อารมณ์แสดงให้เห็นภาพอย่างละเอียดออกมา อธิบายนักเรียนจะเสริมเติมแต่งอะไรเข้าไป ก็ได้นะครับ เขียนนิดเดียวก็ได้แต่ขอให้มันมีถ้อยคำนั้นๆ แล้วคุณครูจะนำงานเขียนไปโรงเรียนน่ะ ตรงหน้าชั้นเรียนเพื่อไม่ให้พลาด แปลเป็นภาษามือให้นักเรียนดูแล้วก็กูก็จะอธิบายว่ามันถูกหรือว่าควรจะเสริมตรงไหนเข้าไปไหม นักเรียนไม่ต้องกลัวว่านักเรียนจะเขียนผิดเขียนถูก เขียนมาเลยไม่เป็นไรนะคะคุณครูสามารถ บอกนักเรียนได้ว่า คนเขียนยังไงคำว่าควรเขียนยังไงเดี๋ยว กูจะดูให้อีกทีนึงโอเคไหมคะมีคนไหนไม่เข้าใจในสิ่งที่กูบอกไหม มีไหมครับ มีไหมเข้าใจไหมครับเข้าใจนะถ้าเข้าใจแล้วลงมือทำได้เลยแล้วก็ ให้เวลาทำ ประมาณ 20 ถึง 30 นาที โอเคไหมครับโอเคนะ ok ครับ เริ่มได้เลยครับ อะไรคนยังไม่เสร็จเลยนะครับ รอก่อนลูก หลายคนนะครับที่ยังไม่เสร็จนะครับ รอก่อนนะ ตั้งใจทำครับตั้งใจทำให้มันเสร็จเร็ว เหมียว เรียนเรื่องการเขียนเรียงความ กูให้เวลาทำต่อไปอีกครับ หานักเรียนเริ่มเสร็จแล้วใช่ไหมครับ มาเริ่มเสร็จหรือยัง เสร็จยังเสร็จยัง อาทิตย์นี้เดี๋ยวเอาไว้ก่อนอย่าเพิ่งเขียนต่อลูก อยากดูพี่ล่างก่อนนะครับเดี๋ยวดูที่นั่งก่อนนะ ที่ราบก่อนนะคะเดี๋ยวดูก่อนเนาะ ที่นี่นะครับเดี๋ยวคุณครูจะเอาตัวอย่างนักเรียนสัก 1 คนนะครับมา เดี๋ยวกูจะส่งเอานะ ไม่ได้เป็นผู้โชคดีตรงนั้นนะครับ กูจะส่งมาแล้วกูจะอ่านให้เรียนฟังว่า ควรจะเติมเสริมคำไหนเพิ่มเข้าไปอีกเพื่อที่ให้มันเป็นคำที่เรียกว่าการเขียนพรรณนา นะครับ เดี๋ยวกูจะสุ่มของ ของอายละกันนะคะ แล้วกูจะอ่านให้นักเรียนฟังนะคะไม่ได้ดูพลาดนะพี่น่าจะอธิบายนักเรียนฟังนะ นิราศนะ วางปากกาครับนักเรียนวางปากกาก่อนวางปากกานะครับห้ามหยิบปากกาหรือขาดไม่งั้นไม่ได้ไปกินข้าวนะ ไม่ได้ไปกินข้าวนะ ที่ล่ามอธิบายนักเรียนฟังเวลาที่คุณครูพูดนักเรียนฝรั่ง จะได้เข้าใจ ไม่ต้องให้กูมันถามว่ามันเข้าใจไหมเข้าใจแค่ไหนอย่างนี้ ดูหน้าไว้นะครับยกตัวอย่างการเขียนพรรณนาของ เพื่อนมาทับ 1 คนนักเรียน ดู วันนี้ฉันตื่นนอนเวลา 05:00 น แล้วต่อด้วยจัดที่นอนให้เรียบร้อย แล้วไปช่วยน้องแต่งตัวให้เรียบร้อย เสร็จแล้วก็เอาเสื้อผ้ามันรีด เพราะชักไว้ตั้งแต่เมื่อคืน รีดเสื้อผ้าเสร็จแล้วฉันก็ไปเอาผ้าเช็ด เพื่อที่จะไปเข้าห้องน้ำอาบน้ำแปรงฟันล้างหน้า ห้องน้ำมีกระจก เพราะฉันแปรงฟันเสร็จฉันก็เข้าไปอาบน้ำที่ห้องน้ำ แล้วเอาน้ำมาราดที่ตัวเย็นสบาย ฉันรู้สึกสดชื่นมากเลย พูดไปเมื่อสักครู่นี้ ลักษณะการเขียนของนักเรียนมีการเขียนลักษณะแบบบรรยายแต่จะพูดในเรื่องของการพัฒนาเข้ามานิดนึงแต่ แต่ก็ถือว่าโอเคครับมีการพัฒนาเข้าไปในเรื่องของ อาบน้ำไปที่ตัว ความรู้สึกเย็นสบายมันพูดถึงเรื่องของ อารมณ์ความรู้สึกตรงนั้นนี่ก็คือการเขียนพรรณนา แสดงว่านักเรียนมาถูกทางแล้ว ก็คือ เป็นการเขียนเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ใส่รายละเอียดลงไปเข้าไปข้างใน ไม่ทำให้ ผู้อ่านเขารับรู้ได้ถึงว่าอ๋อ อาบน้ำ พูดถึงว่าอาบน้ำเฉยๆนักเรียนนักเรียนจะเข้าใจธรรมดาใช่ไหมครับว่าอาบน้ำเฉยๆเป็นอย่างนี้ อาบน้ำปกติ ฉันเอาขันตักน้ำขึ้นมาสายที่ตัวรู้สึกเย็นสบายเนี่ยมันกำลังจะพูดถึง ลักษณะ อารมณ์ความรู้สึกว่าเรารู้สึกเย็นสบายจริงๆนะอะไรเงี้ยครับ นิทานเป็นการเขียนพรรณนา อย่างนึง จะให้คุณครูเป็นตัวอย่างไหม มีไหมคะ วางปากกาก่อนลูกดูก่อน ยูกิร่างก่อน นักเรียนวางปากกาครับ วางปากกาครับอย่าเพิ่งเขียน เพราะว่าถ้าคุณครูถามอะไรนักเรียนต้องตอบให้ได้นะคะ Puma ให้เล่าต่อหน้าที่บ้านนักเรียนจะออกมาไหม ออกมาไหมครับ มันยังไม่อยากออกมาเพราะว่าอะไรเพราะว่ามันยังไม่รู้เรื่อง เพราะฉะนั้นต้องดูนะครับว่าครูพูดอะไร ก้มหน้าก้มตาเขียนไปเขียนแบบไม่ถูกสุดท้ายแล้วมันคืออะไรครับงานก็ไม่มีประสิทธิภาพอะไร เนี่ยก็จะใกล้ถึงเวลากินข้าวแล้วก็จะไปกินข้าว เดี๋ยวเราจะมาเรียนเรื่องการเขียนเรียงความต่อนะครับ แล้ววันนี้จะเอาพูดเรื่องเศร้าๆกับการเขียนเรียงความไปแล้วก็เดี๋ยวชั่วโมงหน้าเราค่อยมาทบทวนกันใหม่นะพร้อมเรียน เรื่องของมารยาทนะครับมารยาทในการฟังการดูการพูดอีสาน เหรียญว่า นักเรียนจะต้องทำยังไง นั่งอยู่ในห้องเรียนนี้เป็นยังไง ควรทำยังไงให้มีมารยาท คนที่ไม่มีมารยาทปฏิบัติตัวยังไงถึงว่าไม่มีมารยาทเดี๋ยวค่อยมารู้กันอีกทีนึง มารยาทเป็นสิ่งที่สำคัญนะครับ อาทิตย์นี้นะครับ slide ไม่ไป อะไรมันไม่ขึ้นครับ เด็กนักเรียนรอแป๊บนึงนะครับเดี๋ยวเจ้าหน้าที่ก่อน ok ครับเรียบร้อยแล้วค่ะที่นี่นะครับการเขียนเรียงความนะครับเรามารู้ความหมายการเขียนเรียงความวันก่อน สนใจนะคะนักเรียนสนใจนะสนใจที่ราบนะ ไม่สนใจปุ๊บถามอะไรตอบไม่ได้ มาดูก่อนนะครับการเขียนเรียงความนะครับเป็นงานเขียน ที่ผู้เขียน ถ่ายทอดเรื่องราวนะครับความคิด คติในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง สำนวนภาษาที่เรียบเรียงขึ้นอย่างมีลำดับขั้นตอน ประกอบด้วยข้อความหลายย่อหน้า มีชื่อเรื่องชัดเจน ข้อความในหลายๆย่อหน้านั้น จะมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน เพื่อที่จะให้ข้อเท็จจริง ความรู้ความคิด หรือทำให้ผู้อ่านรู้สึกคล้อยตามไปกับงานเขียนนั้น การเขียนเรียงความผู้เขียนจะต้องมีการวางโครงเรื่อง ค้นหาความรู้ข้อมูล แล้วจัดเรียงลำดับความคิดให้สัมพันธ์กับ หัวเรื่องการเขียนเรียงความได้ตรง ตามจุดประสงค์ที่กำหนดไว้ องค์ประกอบของการเขียนเรียงความนะครับ ประกอบด้วยกันคือ 1 คำนำ 2 เนื้อเรื่อง Sanook คำนำก็จะเป็น ในเรื่องของเปิ้ลนำก่อนนะครับว่าสิ่งที่นักเรียนจะพูดถึงคืออะไร ส่วนเนื้อเรื่องก็คือพูดถึงในเรื่องราวที่นักเรียนกำลังจะพูด สรุปก็คือทั้งหมดที่พูดมาเป็นยังไงนะครับ เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนดูตัวอย่างนะครับ ดูตัวอย่าง ของการเขียนเรียงความนะคะเดี๋ยวกูจะถามให้นักเรียน อ่านให้พี่นั่งทำเป็นภาษามือให้นักเรียนฟังนะครับ เรียงความเรื่องโรงเรียนของฉัน เมื่อเราพูดถึงโรงเรียน สิ่งแรกที่ฉันคิดถึงคือโรงเรียนเป็นสถานที่หนึ่งที่ให้ความรู้ ได้พบเพื่อนๆ ได้เข้าสังคมใหม่ๆ มีคุณครูคอยให้คำปรึกษา แนะนำแนวทางการแก้ไข อบรมบ่มนิสัย และสอนให้เป็นคนดี และโรงเรียนเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของฉัน ก้าวแรกที่ฉันเดินเข้ามาในโรงเรียนแห่งนี้ ฉันรู้สึกตื่นเต้น ที่ได้พบเจอเพื่อนใหม่ รายงานตัวของนักเรียน คุณครูที่ปรึกษาคือใจดี ทูน่าแนะนำสถานที่ต่างๆในโรงเรียนให้ผู้ปกครองและนักเรียนทราบ นอกจากนี้ โรงเรียนก็มีป้ายนิเทศที่แสดงผลงานของลูกพี่ และป้ายนิเทศคนเก่ง ไว้ให้กับรุ่นน้องให้ชม ทำให้ฉันรู้สึกภาคภูมิใจ สอบเข้าเรียนต่อตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนแห่งนี้ได้ ในวันแรกที่เปิดเทอม ครูที่ปรึกษา ได้แบ่งหน้าที่เขตรับผิดชอบทำความสะอาด เรียน ให้พวกเราทราบ เพื่อที่ให้พวกเรามีระเบียบวินัยและนิสัยรักความสะอาด สร้างจิตสำนึกและความผูกพันกับโรงเรียนเหมือนบ้านหลังที่ 2 ของพวกเรา ตลอดระยะเวลา 1 ภาคเรียนที่ฉันได้มาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ ฉันได้รับ ความรู้ที่แปลกใหม่สำหรับฉัน ฉันสามารถ ใช้อินเทอร์เน็ต ในการสืบค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้นอกเหนือจากการเข้าค้นคว้าในห้องสมุด และมีคุณครูที่คอยห่วงใยคอยสอบถามทั้งในด้านการเรียน ปัญหาที่เกิดขึ้นจากทางบ้าน หรือการคบเพื่อน กูจะทำให้ กูจะให้คำปรึกษา แนะนำและให้กำลังใจฉันและเพื่อนๆอยู่เสมอ วิธีการเขียนเรียงความ ย่อหน้าย่อหน้าแรกนะครับ ดูนะว่าแม่กูเป็นคำนำคำนำหน้า เมื่อพูดถึงโรงเรียนแล้วอ่ะ เป็นลักษณะยังไงคะ บ้านหลังที่ 2 โรงเรียนเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 พอย่อหน้าที่ 2 ที่ 3 นะครับจะเป็นเนื้อเรื่องที่เขาพูดถึงว่าเขาอยู่โรงเรียนนี้ก็เป็นยังไง เขาบอกว่าเขาเจอเพื่อนๆก็ดีใจมากเลยถ้าเจอเพื่อนๆก็เจอ คุณครูที่ปรึกษาที่ใจดีช่วยเหลือเขาช่วยเหลือเพื่อน อธิบายไปอันนี้เป็นสิ่งที่เขาพูดออกมาเรียงลำดับออกมาแล้ว สุดท้ายย่อหน้าสุดท้ายนะครับเพราะพูดถึงตลอดระยะเวลา 15 เดือนก็คือภาพรวมของพี่ เป็นการสรุป ภาพรวมของทั้งหมด แล้วก็พูดว่าตลอดระยะเวลา 1 ภาคเรียนที่เท่าไหร่เนี่ย สรุปแล้วก็คือเขาได้รับความรู้ใหม่ๆ การใช้ข้อมูลอินเตอร์เน็ต อะไรอย่างนี้พวกข้อมูลต่างๆ นอกเหนือจากการค้นคว้าในห้องสมุด เขาก็มีความรู้ใหม่ๆเกิดขึ้น ดีใจที่ได้พบเพื่อนคุณครูให้คำปรึกษาให้กำลังใจเขาอยู่เสมอ ประมาณนั้น วิธีการเขียนเรียงความ อย่าลืมนะครับการเขียนเรียงความ 3 1 คำนำ เนื้อเรื่อง 3 ข้อสรุปมีแค่นี้ครับ เป็นยังไงกันบ้าง เข้าใจกันไหม เห็นไหมเวลาที่นักเรียนมองพิราบนักเรียนก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น เวลาที่มึงกูสอนกูก็จะได้สอนราบรื่นไปด้วยดีไม่ใช่ว่าจะมาหยุดชะงัก เวลาสอนก็จะไม่พอทำให้นักเรียนสอนนักเรียนล่าช้ากว่า 4/1 4/1 เข้าเรียนเร็ว ไหนแล้วแต่เรายังเรียนอยู่เพียงความอยู่เลย จะเรียนไม่ทันเขา ส่วนชั่วโมงหน้านะครับ ชั่วโมงหน้าอย่างที่มึงกูเกิดไม่แล้วเนาะ กูจะสอนเรื่องมารยาทนะครับ มารยาทในการอ่าน ฟังการดูการพูดการสื่อสารมีเนาะ เดี๋ยวคุณครูจะ เรื่องนี้ตังค์ให้เตรียมตัวด้วยนะ จะได้รู้นะว่ามารยาทคืออะไร ควรทำยังไงอย่างเช่นคุณครูสอนอยู่ในห้องเนี่ย นักเรียนสามารถคุยกันได้ไหม งั้นคุยกันได้ไหมครับนักเรียนโยนของข้ามหน้าข้ามตากูได้ไหม ไม่ได้นะ จะมารู้กันว่ามารยาทที่ดีเป็นยังไงมารยาทที่ไม่ดี เ*****ควรทำไหม ต้องมาดูนะไม่ใช่ว่าอยากจะทำอะไรตามใจกูพูดอยู่นั่นคุยกันถือว่ามีมารยาทไหมครับ เวลาที่คุณครูสอนไม่ควรที่จะ คุยกัน ถ้าจะคุยต้องรอให้คุณครูสอนเสร็จก่อนค่อยคุย อยากจะถามก็ให้คุณครูพูดจบก่อนค่อยถาม โอเคเดี๋ยว กินข้าวได้ครับวันนี้สวัสดีครับขอบคุณที่รับนะครับ