--- title: การพัฒนาหลักสูตร (เช้า) 180766 subtitle: date: วันอังคารที่ 18 กรกฎาคม 2566 เวลา 08.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) สวัสดีครับ ได้ยินไหมครับ ฝั่งทางล่ามไม่ทราบว่าได้ยินเสียงไหมครับ ทวนชื่อให้ครูอู๋ฟังรอบหนึ่ง หลังจากที่เราเรียนเทอมที่แล้วนะ แนะนำตัวทีละคน ทบทวนนะ ทบทวน เอาชื่อเล่นก็พอ หนูณัฐค่ะ หนูดาวใช่ไหม ยืน ๆ ๆ น้องดาวนะคะ โอเค บอล คนต่อไปเลย น้ำฝน พิ วิ เฟิร์น ชื่ออะไร เดี๋ยวนะ วิ วิคนนี้ เฟิร์น หนึ่ง น้ำฝน น้ำฝน วิ เฟิร์น คุณรัตน์ นี่ดาวใช่ไหม เปีียกหรือ โอเค เปี๊ยก บอล โบท โอเค โอม โอ๊บ อะตอม ปองขวัญ ถ้าอยากจะให้ครูอู๋จำได้นะ ก็ต้องบอกว่าผมโอมครับ อาจารย์... ช่วยอธิบายเพิหนูวิค่ะ อาจารย์หนูช่วยยกของไหมคะ อาจารย์คะ หนูเฟิร์นค่ะ ... นี่ค่ะ อาจารย์ก็จะได้จำเป็นภาพว่าคนนี้หน้าตาแบบนี้ ท่าทางแบบนี้ ชื่อคนนี้นะคะ เพราะปีที่แล้วเทอมที่แล้วนะ ปีที่แล้วเราเรียนวิชาอะไรนะ จำได้ไหม นวัตกรรม เป็นอย่างไรบ้างหลังจากที่เรียนกับครูอู๋แล้ว รู้สึกว่าเราจะเรียนอาจารย์ 2 คนนะ อาจารย์อีกคน อาจารย์โป้งหรืออาจารย์แจ๊ก อาจารย์โป้งนะ คือวิชานวัตกรรม คือส่วนใหญ่ก็จะเป็นการทำชิ้นแต่ว่าวิชาพัฒนาหลักสูตรนี่จะค่อนข้างเขาเรียกว่าลงไปสู่เนื้อหาลึก เพราะว่าปลายทางตอนสุดท้ายนี่ เราจะต้องสร้างหลักสูตรให้ได้ เนื่องจากเราเป็นคุณครู คุณครูนี่หน้าที่อย่างหนึ่งจะต้องสร้างหลักสูตรได้ ซึ่งเป็นหลักสูตรในระดับชั้นเรียน ไม่ว่าเราจะไปสอนที่โรงเรียนโสต สอนที่ไหนก็ตามนี่ มันก็ต้องมีเอกสารหลักสูตรเกิดขึ้น โดยที่เราเป็นคนออกแบบว่าเราจะสอนรายวิชานี่ จะมีการ Design อย่างไร ในส่วนที่ 2 ก็คือจะต้องเขียนแผนเป็น แต่แผนในรายวิชานี้อาจจะไม่ได้แปะมากเท่าที่ควร เราจะไปแตะในวิธีวิทยาการจัดการเรียนรู้ เพราะฉะนั้นจะให้รู้จักหลักสูตรในระดับเรียนนะ หลักสูตรในระดับชั้นเรียนไม่ต้องเอาเยอะ ถึงหลักสูตรสถานศึกษา เพราะว่าคนที่จะเขียนหลักสูตรสถานศึกษาได้นี่ต้องเป็นทีมของ ผอ. ทีมของคณะกรรมการที่เขาคัดเลือก ถึงจะไปร่างหลักสูตรของโรงเรียนขึ้นมา ส่วนใหญ่นี่โรงเรียนจะมีหลักสูตรอยู่แล้ว ทุก 3 ปี 5 ปีก็แล้ว แต่ถ้าเราเป็นครูใหม่นี่ อาจจะยังไม่ได้แตะตรงนั้น ยกเว้นว่าจะเป็นอันนั้นน่ะ เขาก็จะเริ่มรู้มือแล้วว่าครูหนึ่งมาเป็นทีมสร้างหลักสูตรของโรงเรียนหน่อย แต่ว่าตอนนี้เราเอาแค่หลักสูตรในระดับชั้นเรียนก็พอนะ เพราะฉะนั้นปลายทางของรายวิชานี้ ก็คือจะต้องสร้างหลักสูตรเป็นนะคะ เพราะฉะนั้น เราจะต้องรู้จักมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด ซึ่งโรงเรียนโสตเขาต้องสอนวิชาอะไรบ้าง คะ ขั้นพื้นฐานนั่นไงมันก็หนีไม่พ้นนะ มันก็จำเป็นต้องเรียนน่ะ จำเป็นต้องเรียนนะ อันนี้คือเขาแปลให้เราใช่ไหมคะ เดี๋ยวระหว่าง... พวกเราคิดว่าตาม ความคิดของพวกเราหลักสูตรคืออะไรคะ ไม่มีผิด ไม่มีถูกค่ะ พวกเรานึกถึงว่า เอ๊ะ พอเขาพูดถึงหลักสูตรนี่ หมายถึงอะไร แนวทางจัดการเรียน บอลล่ะคะ บอล ถ้าครูจะเรียกบอลนี่ จะว่าอย่างไร หลักสูตรหมายถึงอะไร ตามความคิดของบอลเอาปองขวัญแล้วกัน ปองขวัญ โอเคเลย โอ๊ก หลักสูตรหมายถึงอะไรคะ มันน่าจะหมายถึงอะไรที่มันแบบ ครูต้องทำพวกนี้เตรียมเอาไว้ก่อนจะสอน ไม่มีผิด ไม่มีถูก โบ๊ท หลักการเรียนการสอน อะไรนะ อะตอม อะตอม หลักสูตรหมายถึงอะไรคะ สิ่งที่จะใช้สอนนักเรียน สรุปน่ะ หลักสูตรมันก็คือ แม่บท แบบแผน แนวทางที่เหมือนกับว่ามันเป็น Blueprint น่ะ ในการที่จะหล่อหลอม สมมติว่าครูอู๋นี่ ต้องการสร้างหลักสูตรรายวิชา พัฒนาหลักสูตร ครูอู๋ต้องการพัฒนา นักศึกษาการศึกษาพิเศษนี่ เป็นครูที่มีความ Smart นั่นแสดงว่าครูอู๋ต้องเขียนหลักสูตรที่มันครอบคลุมที่จะหล่อหลอมให้พวกคุณเป็น smart teacher อย่างนี้นะคะ แสดงว่าเขียนแบบธรรมดาว่าเรียน สมมตินะ เรียน 40 ชั่วโมง ปฏิบัติ 50 เปอร์เซ็นต์ ปฏิบัติ 80 เปอร์เซ็นต์ ทฤษฎี 20 เปอร์เซ็นต์ มีกิจกรรมนู้น กิจกรรมนี่ คือถ้าเอาเป็นแบบธรรมดามันก็จะไม่หล่อหลอมไปเป็นแบบ Smart Teacher เด็ดขาด แสดงว่ามันต้องมีการออกแบบเกิดขึ้น ทุกกิจกรรม ทุกสื่อที่สร้างขึ้น ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะหล่อหลอมพวกเราไปสู่ Smart Teacher ตรงนั้นล่ะ คือฝีมือของครู ล้วน ๆ ค่ะ ที่ต้อง Design หลักสูตรนี้ให้เกิดขึ้น ครูอู๋พูดแล้วก็ไม่ได้เลื่อนสไลด์เลย ไม่รู้ว่าคอมพิวเตอร์นี่มันใช้รีโมตได้หรือเปล่า พวกเราเห็นหน่วยกิตไหมคะ หน่วยกิตนี้ มีคำว่า "2-2-5" (ล่าม) ฮัลโหลค่ะ คุณครูคะ ฮัลโหลคุณครูคะ ได้ยินไหมคะ (อาจารย์) 2-2-5 ว่าคือ... (ล่าม) คุณครูคะ ขอโทษนะคะ ครูได้ยินไหมคะ ล่ามนะคะ ครูคะ ล่ามนะคะ ได้ยินล่ามไหมคะ คุณครูคะ คุณครูเพิ่มไมค์ได้ไหมคะ พอดีว่าไม่ค่อยได้ยินเลยน่ะค่ะ ไม่ค่อยได้ยินเลยค่ะ คุณครู แปลไม่ถูกเลยค่ะ (อาจารย์) ไม่ค่อยได้ยินล่ามเลยค่ะ (ล่าม) ค่ะ คุณครูได้ยินไหมคะ ได้ยินไหมคะ คุณครูได้ยินไหมคะ (อาจารย์) ครูได้ยินเบามากเลยค่ะ เบามาก (ล่าม) พอดีว่าจะขอให้คุณครูพูดดังกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ โอเค ไม่เป็นไรค่ะ (อาจารย์) ยังไม่ชัดเดี๋ยวครูขอลองเพิ่ม Valumn ดูนะ หน่วยกิตนะคะ โดยมี 2-2-5 นี่ก็คือเรียนทฤษฎีค่ะ เรียนในห้องแล้วก็ Design เอานะว่าเรียน Onsite อะไรต่าง ๆ ส่วน 2 ตัวที่ 2 ก็คือการปฏิบัติ วิชานี้เราจะได้ลงมือฝึกปฏิบัติที่จะออกแบบหลักสูตรนะคะ แต่ก่อนที่จะไปถึงหลักสูตรได้นี่ เราต้องมาเรียนรู้พื้นฐานก่อนว่าหลักสูตรมันมีองค์ประกอบพื้นฐานอะไรบ้าง แล้วเกี่ยวข้องกับหลักสูตรแกนกลางอย่างไรนะคะ เกี่ยวของกับรายวิชาที่เราจะสอนอย่างไร สุดท้ายตัวที่ 5 ค่ะ ตัวที่ 5 นี่คือศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองนะ เพราะฉะนั้น อย่าปล่อยผ่านนะคะ ถ้าช่วงไหนที่ครูให้งาน เราจะต้องไปค้นคว้าศึกษาเพิ่มเติม แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ก็คืออย่างเทอมที่แล้วนะ เราพอจะรู้มือกันแล้ว เคยเรียนกับครูอู๋แล้ว ครูเปิดโอกาสให้พวกเรานี่ ได้สอบถามได้ตลอดเลยค่ะ ทุก ๆ วัน ไม่นับเวลาราชการนะคะ ก็ใครไม่เข้าใจจุดไหนก็สามารถสอบถามครูอู๋ได้เลยนะ บางทีพี่ล่ามก็เรียนพร้อมไปกับเรานะคะ ก็มาสอบถามแนะนำนะคะ ถ้าสมมติมันปิดครอสไปแล้ว แล้วมีกิจกรรมไหนนี่เราสามารถที่จะขอครูอู๋ ขอครูอู๋เพิ่มเติมได้ไหม ได้เลยนะคะ ไม่มีปัญหานะ สมมติว่าชั่วโมงนี้เรียนจบไปแล้วเรียบร้อย แล้วถ้าครูอู๋มีช่วงว่างด้วย ก็นัดเรียนออนไลน์เพิ่มเติมให้ครูอู๋ทบทวนให้ใหม่นะ แต่ถ้าเป็นออนไลน์ปกติแล้วครูอู๋จะบันทึกคลิปเอาไว้ คลิปการสอน เราจะได้ไปทบทวนนะ เพราะฉะนั้นกิจกรรมของครูอู๋นะ ก็จะพาพวกเรานี่ ได้เรียนเป็นแบบกิจกรรมหลากหลาย เราจะเรียนจากหนัง จากสารคดีจาก Content ข้างนอกนี่ เราจะได้ เขาเรียกว่าอะไร มีมุมมองที่หลากหลายต่อการพัฒนา เพราะฉะนั้น ก็จะสมมติว่าเรียนออนไลน์นี่ ก็จะมีกิจกรรมต่าง ๆ แล้วก็พวกสื่อต่าง ๆ นี่ ครูอู๋ก็จะเตรียมให้พวกเราด้วยนะคะ แต่มีข้อแม้ว่าเวลาเรียนนะ ให้ต้อง... ต้องช่างสงสัย ต้อง เอ๊ะ แต่ถ้าเรียนแบบว่า เอ่อ ๆ ๆ อย่างนี้นะคะ โอกาสที่เราจะเข้าใจนี่ น้อย มันจะน้อยแล้วเราจะไม่เข้าใจเลยในเนื้อหานะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างการเรียนนะคะ ยิ่งปีที่ผ่านมาต่าง ๆ นี่ออนไลน์ 100 เปอร์เซ็นต์เลย ทั้งนักศึกษาไม่มีโอกาสได้เจอกันเลย แต่ว่าถ้าพวกเราเขาเรียกว่าอย่างไรมีความตั้งใจนะ ครูให้ไปเต็มที่นี่ มันก็จะรับได้ไม่แพ้กันเลยนะ แล้วก็เวลาเรียนนะคะ กิจกรรมต่าง ๆ พวกเราสามารถ Design ได้เลยนะคะ นำเสนอ เวลาทำสื่ออะไรต่าง ๆ อันนี้เป็นของพี่ ๆ นะ ไม่น่าเชื่อว่าเขาทำสไลด์ เขาก็ตัดต่อภาพเขาเป็นนายอย่างนี้ ซึ่งมันก็... คือ เรียนกับครูอู๋นี่ไม่ต้องวิชาการจ๋าเกินไป แต่ว่าได้สาระสำคัญของการเรียนถือว่าโอเคแล้ว เพราะฉะนั้น Desing ได้เต็มที่นะคะ การนำเสนอก็เหมือนกัน การนำเสนอ เราไม่ต้องนำเสนอแบบยืนตัวตรงนำเสนอนะคะ อันนี้อย่างของพี่ ๆ พี่ ๆ นี่ เวลาเขานำเสนอนะ เขานำเสนอเป็นหมอลำมาเลย ใครถนัดด้านไหน สมมติถ้าครูบอกว่าให้นำเสนอเกี่ยวกับเรื่องความสำคัญขององค์ประกอบของหลักสูตรสิ บางคนนะ เรียนลำตัดเป็น เล่นหมอลำเป็น เอาเนื้อหามาผูกเรื่ององค์ประกอบหลักสูตร เอามานำเสนอในรูปแบบหมอลำ อย่างนี้ก็ได้ มันถ้ามันช่วยให้เราเข้าใจมากขึ้นนะคะ แล้วก็กิจกรรมสามารถ Design ได้นะคะ กิจกรรมสามารถดีไซน์ได้นะคะ ไม่ว่าจะเป็น On site online ครูอยากให้พวกเรามีส่วนร่วมในกิจกรรม ไม่อยากให้นั่งเฉย ๆ นะ อันนี้เป็นบรรยากาศการเรียนของพี่ ๆ นะ พวกเราก็จะได้คิดได้ทำนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างการเรียน Onsite เพราะฉะนั้น ครูไม่อยากให้มี มานั่งฟังเฉย ๆ แต่อยากให้มีการร่วมกันทำงานเป็นทีม การทำงานเป็นทีมที่ผ่านมา เราเรียนมาหลายวิชานะ เราอาจจะร่วมคิดร่วมทำ แต่ว่าเราแบ่งบทบาทหน้าที่กันไม่ค่อยเป็น เราขาดการวางแผนมันเลยทำให้งานของเราที่เป็นงานกลุ่มน่ะ ไปสู่เป้าหมายนะคะ บางทีงานส่งไม่ทันบ้าง บางทีรู้ไม่เท่ากันบ้าง บางทีหัวหน้านี่ทำอยู่คนเดียวหรือทำกับเพื่อน 2-3 คน ที่เหลือ คือ ด้วยความที่เราแบบสื่อสารกันไม่ได้น่ะ มันก็เลย เขาเรียกว่า "ขาดปฏิสัมพันธ์ที่ดี" มันก็เลยไม่เข้าใจในเนื้อหานั้นเลย ถ้าไม่เข้าใจให้ยกมือถาม เราจะไม่เป็นแบบห้องเรียนไทยนะ ที่ว่า อ้าว ใครไม่เข้าใจตรงไหน เงียบกริบไม่ใช่นะ เพราะฉะนั้น การเรียนของเราอย่างที่ครูอู๋พูดไปต้นชั่วโมงนะ ยืดหยุ่นได้ เราเรียนได้ทุกที่เลยค่ะ จะต้องอาศัยพี่ล่ามไปด้วยหน่อยนะ สมมติถ้ารอบหน้าเรากำหนดเรียนออนไลน์ แต่เราบอกว่าถ้าเรียนวิชานี้มันจะต้องพูดคุยกับอาจารย์ผู้สอนเยอะ ๆ ต้องได้ทำกิจกรรม มีครูพาทำกิจกรรมนี่ ขอเป็น Onsite ได้ไหม ไปตกลงกันก่อนนะ แล้วก็เลือกสถานที่เลย เราไปเรียนใต้ร่มไม้ มีข้อดี คือ มันยืดหยุ่นได้เยอะนะ ยืดหยุ่นได้เยอะในการทำกิจกรรมอะไรต่าง ๆ แล้วครูอู๋ก็จะมีกิจกรรมมาให้พวกเรา นี่คือเป้าหมายปลายทางของวิชานี้ค่ะ ต้องสร้างหลักสูตรระดับชั้นเรียนเป็น เนื้อหาหลัก ๆ ก็คือ อันนี้เป็นเนื้อหาหลัก ๆ นะคะ ก็คือเราจะได้เรียนรู้ว่า เอ๊ะ หลักสูตรมันคืออะไร ได้เรียนรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบมันมีอะไรบ้าง ประเภทอะไรบ้าง แล้วมันทำงานอย่างไร แล้วมันเชื่อมโยงกับสถานศึกษา หลักสูตรชาติอย่างไร อันนี้คือหน่วยที่ 1 นะคะ เรามาดูหน่วยที่ 2 จอมันอาจจะเล็กหน่อยนะ มันอาจจะเล็กหน่อยนะ หน่วยที่ 2 คือ เราก็เอาหลักการที่เราเรียนนี่ เอาไปเชื่อมโยง เชื่อมโยงกับสิ่งที่มันเป็นอยู่นะคะ ก็ในเรื่องของ Trend การศึกษายุคใหม่เป็นอย่างไร สภาพผู้เรียนเป็นอย่างไรนะคะ แล้วก็ตอนสุดท้าย เรามาสร้างหลักสูตร ที่ใช่สำหรับเรา ไม่จำเป็นจะต้องสร้างหลักสูตรที่ว่าภาษาไทย คณิตฯ วิทย์ฯอู๋็ อะไรต่าง ๆ นะคะ อาจจะเป็นหลักสูตรอะไรก็ได้ที่อยากให้เด็กเขาได้ประโยชน์มากเต็มที่นะคะ อย่างเทอมที่แล้วครูอู๋สอนหลายหมู่เรียน เขาคิดหลักสูตรการถ่ายภาพค่ะ สังเกตไหมว่าไมไ่ด้เกี่ยวกับที่เป็นวิชาเนื้อหาหลัก ๆ เลย แต่เป็นหลักสูตรอะไรก็ได้ที่อยากจะให้เกิดขึ้น อยากจะให้ผู้เรียนได้ประโยชน์ คิดในใจดูนะว่าอยากจะได้อะไร ซึ่งคิดหลักสูตรน่ะ ครูจะให้คิดกันเป็นกลุ่มนะ ถ้าเป็น...โอ๊ค โอ๊คอยากพัฒนาหลักสูตรอะไร อยากพัฒนาหลักสูตรอะไร สมมตินะ อยากพัฒนาหลักสูตร หลักสูตรอะไรดีล่ะ การเขียนบทกวีอะไรอย่างนี้ หรือหลักสูตรการทำผัดหมี่โคราชอย่างนี้ก็ได้นะคะ เป็นหลักสูตรอะไรก็ได้นี่ที่กลุ่มเราน่ะ คุยกันแล้วน่ะ อยากจะทำ คุยตั้งแต่ต้นเทอมเลยนะ เพราะว่าเราจะได้เอาไปเขียนหลักสูตรเป็นนะคะ อย่าลืมนะคะ เพราะครูคือนักออกแบบ leaning Disigner นะคะ Lerning Designer นะคะ ระหว่างรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ สน. ศึกษานิเทศ ใครอีกผู้ปกครอง ครู 3 คนนี้ 3-4 คนนี้ ใครที่รู้จักผู้เรียนได้ดีที่สุดคะ ครู เพราะฉะนั้น คนที่ออกแบบหลักสูตรได้ดีที่สุดก็คือครูนะคะ คือพวกเรานี่ล่ะนะคะ แต่ของประเทศไทยนี่ คือ มันเหมือนกับแบบระบบนะ มันเป็นแบบบนลงล่าง บนสั่งมา ๆ ทำไม่ได้คิด ไอ้คนคิดไม่ได้ทำ เพราะฉะนั้น กรรมตกหนักไปอยู่ที่ใคร กรรมตกหนักอยู่ที่นักเรียน เพราะนักเรียนได้เรียนหลักสูตรอะไรไม่รู้ ที่ไม่ได้มีการ Design อะไรมาเลย เรียนตามใบสั่งอะไรอย่างนี้นะ เพราะฉะนั้น ครูอยากให้พวกเรา Create นะ Create หลักสูตร และวัดประเมินผลอย่างไรวิชานี้นะคะ พวกเราดูคอร์ส ครูอู๋เปิดคอร์ส ครูอู๋ส่งให้แล้วทุกคนมีแฟ้ม มีสมุดมอบให้คนละ 1 เล่ม ส่วนที่เป็นเอกสารประกอบการสอนครูอู๋โหลดให้แล้วใน Google Drive นะคะ แบ่งเป็นบท ๆ ให้จะมีเป็นแบบรวมเล่มด้วย แบ่งบทด้วย เราจะได้อ่านได้ง่าย ๆ เนื่องจากว่าหนังสือมัน 400 กว่าหน้านะคะ เพราะฉะนั้น ถ้าเรียนในชั้นเรียนนี่ แล้วสอบถามครูอู๋นี่ เรียนไปเป็นคาบ ๆ เป็นภาพไม่ต้องเข้าใจเนื้อหาเยอะนะ เพราะว่าวิชานี้เก็บคะแนนปลายภาคแค่ 10 10 เปอร์เซ็นต์ ทำกิจกรรม Workshop ให้เต็มที่นะคะ ก็ท่องจำเอาแค่พอเปิดผ่าน ๆ ให้อ่านเทคนิคของครูอู๋นะ อ่านเทคนิคท้ายบทมันมีทั้งหมดอยู่ 11 บท อ่านท้ายบทอย่างเดียว แต่ถ้าอันไหน เอ๊ะ เราค่อยไปเปิดดูรายละเอียดนะ สมมติท้ายบทเขาสรุป ว่าของหลักสูตรมีอยู่ 4 ส่วนด้วยกัน มีจุดประสงค์ มีกิจกรรม มีวัดประเมินผล มีอะไรต่าง ๆ นี่ ที่เขาพูดมา บางทีเขาจะพูดแค่นี้ เราต้อง เอ๊ะ นะ เอ๊ะ แล้วไอ้วัดการประเมินผล มีอะไรบ้าง นะ ตอนนั้นน่ะ ถอยกลับไปอ่าน อ่านที่หัวข้อ คิดให้เป็นภาพ คิดตามที่ครูอู๋แนะนำในชั้นเรียน อย่างนั้นเราจะเข้าใจ แต่ถ้ามาเรียนกับครูอู๋ไม่อ่านอะไรเลยมาล่วงหน้า พอครูอู๋พูดตัวชี้วัด มองตาครูอู๋อิหยังหว่านะ ไม่ เดี๋ยวครูอู๋จะดูคำว่า "อิหยั๋งหว่า" ปรากฏมาในหน้าจอไหมหรือว่าเขามีการเรียบเรียงให้ใหม่หรือเปล่าไม่รู้ ล่ามอาจจะงงหน่อยไหม ล่ามยิ้มบ้างก็ได้นะคะ มีการแซวล่าม พวกเราดูนะ Workshop จะมีหลัก ๆ อยู่ 5 กิจกรรม เดี๋ยวครูอู๋จะพาทำนะ ดูเอกสาประกอบการสอนไปด้วย แล้วอย่าลืมนะ ที่อยู่ใน Drive ไปโหลดมานะคะ โหลดมาเก็บไว้ โหลดมาเก็บไว้เราก็จะได้เตรียมตัวแล้วก็ก่อนเรียนทุกครั้งนะคะ ให้อ่านมาค่ะ ดู Course syllbus เรียน... สมมติเรียนเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพัฒนาหลักสูตรเราก็ไปโหลดมาเลยค่ะ บทนำอะไรนี่ มาอ่าน พอเห็นภาพปุ๊บ มานั่งรอเรียนเลย พอครูอู๋พูดปุ๊บเราก็จะเข้าใจตรงกันนะ เพราะฉะนั้นมันก็จะชัดเจนนะคะ อ๋อ มันมีอีกอันหนึ่ง Port Polio portfolio จะต้องทำ ไม่ต้องไปทำ... ทำเป็นรูปเล่มนะคะ มีอบรมที่ไหน online onsite และการสอนให้ไปเข้าร่วมกิจกรรมอบรมแล้วเอาหลักฐานคือภาพถ่าย ไฟล์ภาพถ่าย เอามาเก็บไว้ในแฟ้ม แล้วก็ตั้งชื่อว่า ผลงานการ หลักฐานการเข้าร่วมกิจกรรม เราต้องมี 4 กิจกรรมค่ะ นะคะ 4 กิจกรรม เปิดดูตรง Portfolio 4 กิจกรรมมีกิจกรรมอะไรบ้าง คะ มีอะไรบ้าง คะ ปองขวัญ สมมติครูอู๋ไปเข้าฝึกอบรในะคะ สมมติของเอกภาษาไทย เขาจัดอบรมเกี่ยวกับการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กยุคใหม่ เราเข้าไปร่วมแจมกับเขาอะไรอย่างนี้แล้วเขาให้ใบเกียรติบัตรมา เราก็ไปเซลฟี่ แล้วเราก็ถ่ายภาพบรรยากาศการอบรมสัก 4-5 ภาพ แล้วเอามาส่งเข้าในแฟ้ม ถามว่าทำไมคุณครูต้องเขาอบรม ต้องอัปเกรดตัวเองคะ วิ ทำไม ความรู้ในหนังสือพอไหมคะ ที่ครูอู๋ ที่แบบ 11 บทน่ะ แล้วเราจะไปเป็นครูที่ดีพอไหมคะ อะตอม พอไหม ไม่พอ คือ ตอนนี้โลกมันเปลี่ยนไปนะ เทคโนโลยีมันเปลี่ยนไป เด็กมันเปลี่ยนไป บริบทเปลี่ยนไป เขาก็จะเรียกว่า เขายังต้องอัปเกรดเลยให้มันมีความแรงขึ้นให้มัน Speed เร็วขึ้นย Ra แล้วก็มี การเรียนอย่างไรนะ ประเมิน Portfolio นี่ก็จะคะแนนเยอะนิดหนึ่งนะ พวกเราลองดู อันนี้เป็นตัวอย่างการบันทึกการสะท้อนคิดมิติ อย่างสมมติวันนี้ครูอู๋ สมมตินะ ครูอู๋สอนเรื่องการอ่านตัวชี้วัดมาตรฐานการเรียนรู้ แล้วครูอู๋เปิดสื่อการเรียนรู้ชนิดหนึ่งให้ดู เราดูแล้วเราคิดอย่างไร เขียนไม่ต้องเยอะค่ะ เขียนแค่ 5 ด้านก็พอ 1. I think I wish I will I learn I feel ทำไม่ต้องเยอะนทำมาเป็นแบบ 1 Page นะคะ พวกเราเรียนสื่อกันมาแล้ว เรียนสื่อเทอมที่แล้วนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่าง Portfolio นะ อบรม Online ก็ได้ Onsite ก็ได้นะ เดี๋ยวนี้มันมีเว็บเยอะแยะเลยค่ะ นี่ได้เกียรติบัตรมา ครูอู๋ก็ต้องเข้าอบรมเหมือนกัน เขามีสัมมนาที่ไหนครูอู๋ไป มีประชุมที่ไหน ที่พัฒนา อัปเกรด สมรรถนะอาจารย์นี่ ครูอู๋ก็ต้องไปอบรมนะคะ ไม่ใช่ว่าครูอู๋บอกแต่นักศึกษาอย่างเดี๋ยวครูอู๋นั่งเฉย ๆ อย่างนี้ก็ไม่ได้นะ ก็ต้องไป ก็ต้องไปอบรม อ่านหนังสือ นี่คือเป็นแบบประเมินตัวเองนะคะ เดี๋ยวครูอู๋จะให้ไฟล์ไปตอนสุดท้าย เรียนอย่างไรให้เวิร์ก อยู่ที่เรานะ ตอนเรียมัธยมนี่ สังเกตว่าส่วนใหญ่เราจะรอครูป้อนนะคะ 75 เปอร์เซ็นต์ครูบรรยาย25 เปอร์เซ็นต์ นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นอย่างไรค่ะ จริง ๆ นี่ เราต้องเรียนด้วยตัวเองถึง 70 นะ 50 นี่น้อยไปนะคะ 50 น้อยไป เหมือนอย่างครูอู๋จะเรียน เรียนรู้นี่ก่อนที่จะมาสอนพวกเรานี่ เรียนเรื่องพัฒนาหลักสูตร อ่านเล่มเดียวไมไ่ด้ เพราะคนนี้อธิบายแค่นี้ อ่านแล้วบางทีบางจุดครูอู๋ไม่เคลียร์ ครูอู๋ไปหาเล่มใหม่มา จนครูอู๋ได้เล่มที่ส่งให้เราใน Drive นั่นล่ะ ถือว่าเขาอธิบายกา่รสรุปแต่ครูอู๋เลือกให้พวกเรานี่ เล่มที่อธิบายดีที่สุดอย่างนี้ ซึ่งต้องอ่านมากกว่าหลายทาง ซึ่งอ่านอย่างเดียวพอไหมก็ไม่พออีกต้องไปฟังบรรยายถึงจะเก็ตแล้วก็ไปฟังอบรม ถึงจะเก็ตแล้วเอามาสอนสนะ ต้องเป็น Smart Student นะคะ เวลาเรียนต้องเรียนเป็นแบบปลาเป็นค่ะ ถ้าเรียนปลาเป็น ก็คือไม่ว่าจะน้ำเชี่ยวยังไงจะน้ำเชี่ยวอย่างไร ปลาเป็นว่ายทวนน้ำนะ แต่ถ้าปลาตายจะเป็นอันนี้ค่ะ อาจารย์ผู้สอนพานักศึกษาไปไหนสอนผิดสอนถูกเรียนก็ไม่เคยถาม อ้าว ใครเข้าใจอะไรไหม เงียบ ใครมีอะไรจะถามไหม เงียบ ที่เงียบไม่ใช่เข้าใจนะ แต่ไม่รู้ว่าจะถามอย่างไร อันนี้คือเป็นสภาพเด็กนักเรียนไทยที่เราคุ้นเคยมานี่ อาจารย์จะสอนผิดอย่างนี้ ก็นึกว่าสอนถูก ก็จำไปผิด ๆ อย่างนี้ ด้วยความที่ไม่ฝึก ไม่ฝึก เอ๊ะ นี่ อันนี้คือการเรียนแบบโบราณนะ รอครูป้อน ไม่ใช่แล้วนะ ไม่แน่ใจว่าครูเคยฉายภาพนี้ให้ดูแล้วหรือยัง อันนี้เป็นภาพการเรียนเมื่อ 100 200 ปีมาก่อน ภาพฝั่งขวามือ อันนี้คือการเรียนปัจจุบัน อันนี้ต่างกันไหมไม่ต่างเลยนะ มีครูยืนพูด 1 คน แล้วก็มานั่งเรียนแบบนี้ อันนี้คือโบราณแล้วนะ แต่ว่าประเทศไทยปัจจุบันเขายังใช้แบบนี้อยู่ แล้วเรียนเพื่ออะไร เนื้อหาจำไปเยอะ ๆ มาตรฐานตัวชี้วัดที่เขาให้มา ประเทศไทยมีเยอะมากเลย เพราะฉะนั้น นี่ล่ะ ทำไมเราจึงต้องออกแบบหลักสูตร หน้าที่ของครูผู้สอน คือยำตัวชี้วัดแล้วแปลงออกมาเป็นกิจกรรมให้ได้ แล้วดีไซน์ให้เรียนแล้วสนุก นั่นล่ะ แต่ถ้าครูคนไหนสอนแบบบรรยาย แล้วก็มาให้นักเรียนอัดเนื้อหา นักเรียนนี่ถึกมากเลยนะ แล้วมันก็จะเกิดปัญหาที่เกิดขึ้น เราอาจจะเคยได้ยินนะ ครูผู้สอนในโรงเรียนนี่ ครูมักบอกว่าสอนไม่ทันค่ะ นี่คือปัญหาในประเทศไทย สอนไม่ทันในรายวิชาพื้นฐานสร้างรายวิชาเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ในรายวิชาเดียวกันนี่ เพื่อที่จะให้พวกเราคงเคยผ่านการศึกษาขั้นพื้นฐานมาแล้ว เพราะฉะนั้น เรียนมันเหมือนกับเรียนซ้ำกัน แล้วเรียนอัดเนื้อหาไปเยอะมาก เขาไม่ได้ออกแบบหลักสูตร แต่เขาสอนตามหนังสือให้มันครบตามมาตรฐานตัวชี้วัด ซึ่งสามารถ Design ได้แต่ครูคนนั้นไม่ได้ Design มาทำอย่างไรก็ได้ให้นักเรียนนี่ ทำข้อสอบได้ เพราะปลายทางมันมีหลุมดำอยู่ มันมี O-net เกิดขึ้นไง ผอ. ก็ต้องการให้โรงเรียนน่ะ มีชื่อเสียงนะ เดี๋ยวมันแพ้ไอ้โรงเรียนข้าง ๆ มีจี้ครู ครูสุดท้ายต้องไปจี้ใคร ก็ต้องไปสอนชั่วโมง 8 ชั่วโมง นักเรียนเรียนแบบบ้าระห่ำเลยนะ ครูก็สอนแล้วมันไม่พอนะ มันต้องไปกวดวิชา มันต้องไปติวเพิ่มสรุปแล้ว เด็กไทยได้อะไร เพราะฉะนั้น ตอนนี้เราเป็นครูรุ่นใหม่นะ ต้องไม่ไปเป็นแบบนั้น ต้องเป็น Smart Teacher ค่ะ ปี 2 นะ เราลองดูว่าเป็นนักศึกษาแบบไหน จะเป็น 1.0 หรือ 4.0 ถ้า 1.0 มันจะเป็นแบบนี้ อาจารย์ผู้สอนสอนอะไร ก็สอนไปเถอะ เป็นอย่างไร ง่วงเหงาหาวนอน เพราะอาจารย์ใส่แต่เนื้อหาไง 1.0 พอ 2.0 ดีขึ้นมาหน่อย นักศึกษาเริ่ม Active เริ่มค้นคว้าได้นะคะ 2.0 ละ เริ่มยิ้มได้ อาจารย์เป็นแค่ผู้อำนวยความสะดวก นักศึกษานี่จะ Smart เลยล่ะ อันนี้เป็น 3.0 แต่ครูอยากให้เป็นตัวนี้ค่ะ Smart Student 4.0 เราเรียนแล้วสร้างนวัตกรรม อันที่เราเรียนหลักสูตรนั่นแหละ คือ นวัตกรรมการเรียนรู้ เพราะฉะนั้นปลายทางตอนสุดท้ายนี่ นั่นคือเรากำลังทำนวัตกรรมนะ เพราะฉะนั้น ต้อง Smart แบบคนนี้นะ เพราะฉะนั้นสร้างหลักสูตรเจ๋ง ๆ ขึ้นมา ไม่แน่นะ การศึกษาพิเศษอาจจะสร้างได้ดีกว่าเอกอื่นนะ เพราะเรามี เขาเรียกว่ามุมมองหลากหลายมิติ เรามีความอัจฉริยะในตัวนะ รู้ตัวไหมนี่ เขาเรียกว่าต้องกระตุ้นหน่อยนะ โอ๊ตเราอยากเป็นผู้เรียนแบบไหน เพราะฉะนั้นวิชาครูอู๋นะ ยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสมนะคะ บางทีเขาจัดให้อย่างนี่ เรียนทุกวันอังคารอย่างนี่ขอปรับได้ไหม ขอไปเรียนสมมตินะ เราว่างตอน 6 โมงเย็น ตอนเย็นวันเสาร์ สมมตินะ สมมติพวกหนูตอนนั้นสมองปรอดโปร่งขอเรียนอย่างนี่ก็ดีไซน์ได้ สมมติมี 16 สัปดาห์ โอเค คิดว่ากิจกรรมนี้ตัดออกได้ไหม ขอลุย Workshop อย่างเดียว อย่างนี้ ขอเรียนทั้งหมดแค่ 12 สัปดาห์ ครูอู๋ให้นะ ถ้าเราบอกว่าผมอ่านมาก่อนละผมอ่านมาก่อนแล้ว ลุยเลย ลุยแต่ Workshop แล้วให้มีสร้างหลักสูตรเป็นอย่างนี้นะ แต่ครูขวัญก็ต้องสปิริตนิดหนึ่ง ต้องดูแลน้อง ๆ เพราะฉะนั้นเวลาครูอู๋นะ วางแผนมาล่วงหน้าหน่อย ถ้าไม่วางแผนล่วงหน้านี่ เราจะเป็นเรียน... เราจะเป็นนักเรียนแบบปลาตายนะคะ ลองดูนะ ตอนนี้พวกเราอยู่โซนไหน โซนแดงหรือโซนเขียว หลุมแดงอย่างหนึ่งที่เกิดจากการเรียนออนไลน์ คือ ทำภารกิจมากกว่า 1 อย่าง แล้วปิดกล้อง เคยเห็นไหม เปิด ZOOM เอาไว้ เปิดFM หรืออย่างไรนะ เปิด Zoom น่ะ ครูก็แบบเป็นผีบ้าน่ะ พูดอยู่คนเดียวนะ นักศึกษา 30 คนน่ะ ปิดกล้องอยู่ 29 คน แล้วอีกคนนี่เกรงใจอาจารย์ หัวหน้าห้องไง ที่เหลือมันไปไหนล่ะ อ๋อไปนั่งกินข้าวอยู่ไนท์บ้านเกาะนะ อะไรอย่างนี้ Night บ้านเกาะก็นั่งโสเหล่อะไรอย่างนี้ แสดงว่ากล้องมันคงจะไม่ได้เสียนะ แต่มันเสียพร้อมกันนี่อะไรประมาณนี้ แล้วเป็นอย่างไร กำลังใจครูผู้สอนออนไลน์ตอนนั้น นักเรียนคิดว่าเป็นอย่างไรคะ เหมือนนั่งคุยอยู่กับคอมพิวเตอร์อยู่คนเดียวน่ะ อยู่หน้าจอ จากเดิมที่เตรียมมานะ 100% เหี่ยวเลย เหลือแค่ 10 เปอร์เซ็นต์นี่บุญแล้วนะ บุญแล้วนะ เพราะฉะนั้นครูก็จะบอกว่าให้การบ้านแล้วกันนะ ปิดกล้องอย่างนี้ เรียนออนไลน์กับครูอู๋นี่ ถือว่าปราบเซียนนะ ครูอู๋ต้องบิ้วนักศึกษานี่ หาเกมหาอะไรมานี่เยอะมากนะคะ เพราะฉะนั้นไม่หมู เพราะปกตินะความสนใจของนักเรียนมันอยู่ที่ประมาณ 20 นาทีนะคะ 20 นาทีนะ สรุป คือ เรียนวิชานี้จะให้สำเร็จต้องพึ่งพาตัวเองเป็นหลักนะ เราจะได้คุณค่าที่คู่ควรกับเราเกรด A ครูให้พวกเราทุกคนได้อยู่แล้ว แต่ว่าต้องพยาบาล.. เออ ต้องพยายาม พยาบาลนี่คือบาดเจ็บนะ ไป เราไปทำกิจกรรมกลุ่มกัน เดี๋ยวครูอู๋จะถามว่าพวกเราได้อะไรจากกิจกรรมกลุ่ม ให้พวกเราหากระดาษกลุ่มละ 1 แผ่นอาจจะเขียนข้างหลังก็ได้นะ กลุ่มละ 1 แผ่น ในการวางแผนนะคะ เนื่องจากว่าที่ผ่านมาเราทำงานกลุ่มนะ เราจะทำเป็นแบบแค่ไปรวมกันเฉย ๆ เอาคนไปรวมกัน แต่ไม่ได้อะไรจากงานกลุ่มเลยการช่วยเหลือเกื้อกูลก็ไม่มี เกมนี้ กิจกรรมนี้มีชื่อว่า "การสร้างหอไอเฟล" จากไม้นี่มันไม้อะไรนะ เหมือนไม้เสียบลูกชิ้น จำนวน 100 ก้าน แล้วก็มีหนังยางอยู่ 50 เส้น ให้เรา Design แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มนะ จะเอา 2 หรือ 3 กลุ่ม โอเค 3 กลุ่ม ก็ให้นักศึกษาหูฯ คละกลุ่มเพื่อนนะคะ พวกเราก็ช่วยเหลือกันนะคะ สื่อสารกัน ครูอู๋จะไม่บอกว่าทำอย่างไร แต่ให้พวกเราไปคุยกันว่าทำอย่างไรให้หอไอเฟลสูงที่สุด กลุ่มไหนสูงที่สุด ชนะ สูงที่สุดยังไม่พอ ต้องฐานแข็งแรงนะ จะมีการ Recheck ด้วยสมมติสร้างหอไอเฟลเสร็จเรียบร้ไปลองเอานี่พัดดู ว่าล้มไหม ถ้าล้มก็แพ้นะ แบ่งกลุ่มตามความสมัครใจ หรือจะนับ 1 2 นับ 1 2 ไหม 1 2 1 2 โอเค กลุ่ม 1 มาอยู่ทางนี้ ครูขวัญลองไปดูสิว่าห้องนั้นมันเปิดไหม แต่ถ้าไม่เปิดเอามุม ๆ หน้าห้องก็ได้ ถ้าไม่ให้ใช้น่ะ ให้เราวางแผนกันนะ ว่าทำอย่างไร จัดการกับทรัพยากรที่เรามีนี่ รับไป กลุ่ม 1 กลุ่ม 2 ค่ะ รับไป ให้เวลา 20 นาทีค่ะ 20 นาที ไปวางแผน เอากระดาษไปด้วยนะคะ กลุ่ม 1 อยู่ตรงนี้ก็ได้ กลุ่ม 2 ไปอยู่ข้างนอกก็ได้ แล้วแต่เราค่ะ แต่ถ้าห้องนั้นเปิดมันก็จะเป็นภาพที่ดี ไม่รู้เขาเปิดไหม ฟทดสอบ ทดสอบ มาแล้วค่ะ ได้ข้อคิดอะไรจากกิจกรรมเมื่อสักครู่นี้คะ บอลได้ข้อคิดอะไรคะ ดาวก่อนก็ได้ค่ะ ดาวได้ข้อคิดอะไรคะ จากกิจกรรมต่อหอไอเฟล (ล่าม) ก็คือตอนต่อนะคะ เหมือนมันมีไม้ที่เวลาคือเราน่ะต้องต่อด้วยกาวเพื่อให้มันแข็งแรง ไม่ให้มันโอนเอียงค่ะ (อาจารย์) ไม่ได้ยินเสียงดาว (ล่าม) ได้ยินไหมคะ (อาจารย์) ไม่ได้ยินเสียงล่ามเลยค่ะ (ล่าม) อันนี้ได้ยินหรือยังคะ ได้ยินไหมคะ (อาจารย์) เสียงไม่ออกเลยค่ะ พัด พัด ทางอาจารย์ไม่ได้ยิน (อาจารย์) ไม่ได้ยินค่ะ เสียงไม่ออกค่ะ (ล่าม) ได้ยินไหมคะ ได้ยินไหมคะ (อาจารย์) เสียงมาแล้วค่ะ แต่เบาค่ะ เบานิดหนึ่ง เสียงมาแล้วค่ะ (ล่าม) ค่ะ เมื่อกี้น้องบอกว่าการต่อหอไอเฟลน่ะค่ะ ต้องใช้ไม้ในการต่อ ก็คือจะต้องทำให้หอไอเฟลนั้นแข็งแรง ไม่ให้มันโอนเอียง (อาจารย์) ขอบคุณค่ะ คนต่อไป โบ๊ท บ้างโบ้ต ได้ข้อคิดอะไร ทำไมครูอู๋เอามาโยงเรื่องการที่เราจะต้องไปทำงานกลุ่มในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี่ ที่ต้องออกแบบหลักสูตรกันไปเป็นกลุ่ม โยงกับกิจกรรมนี้ได้ข้อคิดอะไรคะ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะหลักสูตรนี้ นะ ถ้าเราเอาไปใช้จริงกับผู้เรียน เขาจะต้องเรียน ต้องเรียน... มาเรียนกับเราทั้งทีผ่านหลักสูตรนี้ ต้องเรียนรู้แล้วให้ได้อะไรติดไม้ติดมือไปด้วย 1. ได้ความรู้แน่ ๆ 2. ได้ทักษะ 3. ได้ข้อคิดทุกอย่างน่ะ ที่จะฝึกตัวเขา แต่ถ้ามาเรียนแล้วเราแค่ได้สร้างหลักสูตรน่ะ แต่คนเรียนต้องคนเรียนไปอย่างไรคะ มันไม่ Fair กับเขานะ เพราะฉะนั้น หน้าที่เราต้อง Design อย่างสุด หน้าที่ของครุผู้สอน มี 2 อาชีพ อาชีพแรก คือ การเป็นนักออกแบบ นั่นก็คือเราต้องออกแบบหลักสูตร ออกแบบกิจกรรมให้มันน่าเรียน ใช่ไหมคะ แล้วหลักสูตรต้องพอเหมาะพอดีกับเขา ใช่ไหมคะ ไม่ใช่อัดเข้าไปเนื้อหา กิจกรรมก็ไม่ได้ดูเลย เวลาถ้าในโรงเรียนนะ เราจะเรียนกัน 20 สัปดาห์ใช่ไหมคะ หนึ่ง 20 สัปดาห์แต่กิจกรรม โอ้โห ครูออกแบบครูใช้เวลามันมากเลย กิจกรรมมันใช้เวลาอยู่เป็นปีอย่างนี้ แต่เรียน 1 เทอมน่ะ มันไม่ Match กัน แต่แสดงว่าครูผู้สอนไม่ได้ดูความเหมาะสมของหลักสูตร ไม่ได้ดูทรัพยากรที่มี โรงเรียนให้เวลาเรามาจัดการเรียนการสอน ออกแบบหลักสูตร เขาให้มาแค่ 0.5 หน่วยกิตอย่างนี้ 0.5 หน่วยกิตเท่ากับกี่ชั่วโมง เรียน 20 ชั่วโมง ส่วนใหญ่จะเป็นวิชาเพิ่มเติมใช่ไหมคะ วิชาศิลปะ วิชาการงานอาชีพ จะเรียน 0.5 หน่วยกิต แต่วิชาพื้นฐานน่ะ จะเรียน1.5 หน่วยกิต 2 หน่วยกิตอย่างนี้ เพราะฉะนั้น คือเราก็ออกแบบกิจกรมมให้มันเหมาะสม แปลว่าหลักสูตรมันก็ไม่ใช่อะไรก็ได้นะ ก็ต้องดูความเหมาะสมด้วย คนสุดท้าย เอาปองขวัญก็แล้วกัน ปองขวัญได้ข้อคิดอะไรลุ้นบ่ ลุ้นบ่ ชอบสำเนียงปองขวัญนะ ปองขวัญเขามาแนวดี โอเค ก็จะประมาณนี้นะ เดี๋ยวรอบหน้าเดี๋ยวครูฝากหนึ่งก็แล้วกันนะ ว่ารอบหน้าจะ Onsite หรือ Online ไปตกลงกันก่อนนะคะ ถ้าออนไลน์... ถ้า Onsite จะเรียนเพราะว่าคงจะทำเป็น... ทำกิจกรรมเป็นแบบนั่งเรียนที่แบบล้อมวงนะ จะเข้าใจเนื้อหามากกว่า เพราะว่าถ้ามีจอบังหน้าอย่างนี้จะเรียนไม่สะดวกเท่าไรนะ รอบหน้านะคะ การเตรียมตัวให้พวกเราอ่านบทที่ 1 มาก่อนนะ บทที่ 1 เราจะเริ่มเรียนแล้ว ไฟล์เอกสารประกอบการสอนครูโหลดไว้ให้แล้วที่ไหนคะ ใน Drive ครูส่งลิงก์ให้หรือยัง ยังไม่ได้ส่งหรือ แล้วแฟ้มส่งงานอะไรต่าง ๆ นี่ เราได้รับหรือยัง อ๋อ โอเค เดี๋ยวครูจะ ครูทำไว้หมดแล้ว เดี๋ยวจะส่งให้นะ แล้วก็ขณะเรียนในแต่ละบทนะคะ อย่าทิ้งความสงสัยเอาไว้นะคะ ให้แต่ละบทผ่านไป สมมติบทที่ 1 เราอ่านแล้วล่ะ อ่านเรียบร้อยแล้วให้ตั้งคำถามไว้เลยนะ จะต้องคำถามครูอู๋ว่าอะไร จดมาเลย จดใส่สมุดที่แจกไปนั่นล่ะ พออ่านเสร็จแล้วนี่ 20-30 หน้านี่ เนื้อหาประเด็นไหนที่ไม่เข้าใจ ให้มาถามครูอู๋รอบหน้านะคะ จะถามในชั้นเรียนก็ได้ จะถามผ่าน LINE ก็ได้แล้วแต่นะ อยากให้เรียนกันแบบนี้ อยากให้เรียนกับแบบมีความสุข มีความสุข อย่าให้เครียดมาดนะคะ แล้วก็ครูอู๋จะปรับกิจกรรมให้สอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนรู้ของพวกเรานะคะ จริง ๆ วิชานี้ค่อนข้างหนักพอสมควร แต่ไม่เป็นไร ครูอู๋จะ Design ใหม่เพื่อพวกเรานะคะ โอเค ก็จะประมาณนี้ให้เราไปพักกัน กินข้าว หัวหน้า (นักศึกษา) ขอบคุณค่ะ/ครับ (อาจารย์) ค่ะ ต้อนรับเปิดเทอมวันที่ 2 ขอบคุณล่ามมากค่ะ ครูฝาหปิดแอร์ ปิดไฟหน่อยเด้อ [สิ้นสุดการถอดความ]