--- title: (ASR) การอ่าน คิด พัฒนาชีวิต (บ่าย) 200766 มาริก subtitle: date: วันพุธที่ 26 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.29 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (ผศ.ดร.กาญจนา) สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ พร้อมกัน 1 2 3 สวัสดีค่ะ ทั้ง 2 หมู่เรียนนะคะ วันนี้นะคะ เราพิเศษนิดหนึ่ง ของที่เรามีทั้งสองกลุ่มมาอยู่ด้วยกันนะ แต่จะเป็นการรวมเฉพาะกิจเท่านั้น เป็นการรวมเฉพาะกิจ เพราะวันนี้ปฐมนิเทศนะคะ วิชานะคะ ที่เราจะเรียนกันในวันนี้นะคะ ที่ลงทะเบียนไว้กับครูอันนี้ก็อยากได้เนาะ นักศึกษาคะ ครูคิดว่าเดี๋ยวครูต้องไปแก้รหัสนะ รหัสวิชานะคะ อันนี้จะเป็น 206102 เดี๋ยวนะ ครูขออนุญาตเช็กนิดหนึ่ง ขออภัยไม่ผิดค่ะ ถูกแล้วนะคะ ถูกแล้วนะคะ รหัสวิชาของเราก็คือ 206102 วิชานี้ชื่อว่าการอ่าน คิด แล้วอะไรคะ พัฒนาชีวิต จริง ๆ วิชานี้ การอ่านการคิดเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตนั่นแหละนะครับ ประโยชน์ของการอ่าน เราจะฝึกอย่างไรให้เราสามารถอ่านเป็น ไม่ใช่แค่อ่านได้ ไม่ใช่แค่อ่านคล่อง แต่ต้องอ่านเป็นอ่านเป็นเขียนอย่างไร อ่านได้อย่างถูกต้องอ่านได้อย่างคล่องแคล่วและสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของการอ่านไปจนถึงขั้นสูงสุด นั่นคือการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ การอ่านอย่างมีวิจารณญาณมันเป็นลักษณะอย่างไร ก็คือการอ่านขั้นสูงที่เธอจะต้องวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่า รวมไปถึงสามารถมีความคิดสร้างสรรค์จากการอ่านได้ เพราะฉะนั้น นี่คือ Step ของการอ่านขั้นสูง หรือที่เรียกว่า "อ่านอย่างมีวิจารณญาณ" ไม่คุยนะคะ ไม่คุยกันค่ะ มีอะไรสงสัยถามครูนะคะ ไม่คุยกันนะคะ เดี๋ยวครูเปิดโอกาสให้ถามนะลูกนะ ถ้ามองไม่เห็นไม่แน่ใจว่าสามารถขยับหน้าจอได้ หมุนหน้าจอได้ไหม ไม่ได้ใช่ไหมคะ หน้าจอกระบังหน้าเด็กขึ้น เด็กจะไม่เห็นหน้าจานนี้คือปัญหาของอันนี้ โอเคค่ะ มาดูกันนะคะ ว่ารายวิชานี้นะคะ เราเรียนกันอย่างไร รายวิชานี้นะคะ มีทั้งบรรยายและมีทั้งปฏิบัติ แต่เราเน้นที่เรื่องของการปฏิบัติไม่ใช่อ่านได้แค่ตัวทฤษฎีแล้วจบไป ต้องนำไปฝึกปฏิบัติให้เกิดสมรรถนะสูง นั่นก็คือมีสมรรถนะในการอ่านนั่นเองนะคะ วิชานี้เป็นวิชาบังคับนะคะ นั่นหมายความว่าเธอจะเรียนจบได้ เธอจะต้องเรียนวิชานี้กับครู แล้วคนอื่นไม่ได้สอนนะคะ มีครูเท่านั้นที่สอน ต้องผ่านให้ได้ในเทอมนี้นะคะ ถ้าไม่อยากเจอหน้าครูอีก นักศึกษาก็ต้องสอบให้ผ่าน ทำกิจกรรมให้ได้ ทำเกรดให้ดี จะได้ไม่ต้องวนเวียนกลับมาเจอครูอีกรอบหนึ่ง โอเคไหมคะ นะคะ ตั้งใจนะคะ มาดูสิว่าวิชานี้นะคะ วิชานี้เราเรียนอะไรกันบ้างนะคะ วิชานี้นะคะ คำอธิบาย ก็คือนักศึกษาจะต้องสืบค้น วิเคราะห์ คำ 2 คำนี้อ่านก็ดูเหมือนธรรมดานะ แต่พอไปทำจริงมันยาก สืบค้นสืบ ค้นอย่างไร แล้วนำข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นไปวิเคราะห์ วิเคราะห์อย่างไร วิเคราะห์ให้ได้ผลตามวัตถุประสงค์ที่เราตั้งเอาไว้ อันนี้เป็นเรื่องยากนอกเหนือจากนี้แล้วนะคะ เมื่อสืบค้น วิเคราะห์ วิเคราะห์อะไร วิเคราะห์ความรู้เกี่ยวกับการอ่านและการคิด วิชานี้เรามี Keyword สำคัญอยู่ 2 คำ ก็คืออ่านกับคิดการอ่านนะคะ เราต้องทำควบคู่กันไปกับกระบวนการในการคิดว่า 2 ตัวนี้คือทฤษฎีที่เราจะต้องเรียนนะคะ เราจะไปพูดกันถึงเรื่องของแนวคิดทฤษฎีการสอนด้วยค่ะ สอนอย่างไรให้เด็กอ่านได้ คิดเป็น เราจะสอนเด็กโดยใช้หลักการอ่านแบบใดนะคะ เราจะสอนเด็กนะคะ ให้เด็กมีหลักในการคิดอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไรนะคะ จากนั้นค่ะ เมื่อเรารู้ตัวทฤษฎีแล้วก็จะนำไปสู่การฝึกปฏิบัตินะคะ ทั้งฝึกการอ่านควบคู่ไปกับการคิด เวลาอ่านเป็นไปตาม Step เริ่มตั้งแต่การจับใจความ อ่านแล้วต้องจับใจความได้ สรุปความได้ นำไปวิเคราะห์ จากนั้นค่ะ ขึ้นไปขั้นสูงกว่า คือ ไปตีความ พอไปตีความแล้วต้องประเมินค่า และขั้นสุดที่ครูว่าเมื่อกี้ก็คือเรื่องของมีวิจารณญาณ แต่ในการจัดการเรียนรู้แนวใหม่ ตอนนี้นะคะ เรื่องของทฤษฎีการเรียนรู้ของ Bloom เขามีการเปลี่ยนแปลงนะ เคยได้ยินชื่อนี้ไหมคะ Bloom รู้จัก Bloom ไหม Bloom เป็นใคร Bloom คือนักการศึกษาที่มีชื่อเสียงมากนะคะ ในวงการการศึกษาคุณจะไปเป็นครูจะเจอชื่อนี้ไปตลอดจนกว่าคุณจะเกษียณ เพราะฉะนั้น ให้ทำความเข้าใจและทำความรู้จักกับคนคนนี้ Bloom นี่เขาบอกว่ามนุษย์เราค่ะ มีระดับของการเรียนรู้เดิมทีมีอยู่ 6 ขั้น 1. รู้จำ 2. นำไปใช้ 3. วิเคราะห์4. สังเคราะห ์ใช่ไหมคะ ประเมินค่าใช่ไหมคะ รู้กับรู้มีความรู้ใช่ไหมคะ มีความรู้ความจำความเข้าใจอาจนำไปใช้วิเคราะห์สังเคราะห์และประเมินค่า 6 ขั้นพอดีเราเคยท่องน่ะค่ะ แล้วต่อมาเขาปรับใหม่ เขาปรับใหม่ เขาขยับนะคะ ขั้นที่ 6 นะคะ ขั้นสุดขึ้นมาเป็นอะไรคะ รู้จำกับเข้าใจนี่รู้สึกว่าจะใช้ Step เดียวกัน แต่ว่าขั้นสุดท้ายของเขาน่ะขั้นสูงสุดไม่ใช่การประเมินค่า แต่มันคือการเขาเรียกว่ามี Creative Thinking ก็คือมีความคิดสร้างสรรค์เอาไปสร้างสรรค์เอาไปสรรสร้างสิ่งใหม่ไปต่อยอดทำอะไรใหม่ ๆ ขึ้นมาได้นั่นคือขั้นที่สุด เพราะฉะนั้น เราก็ต้องปรับกระบวนการเรียนการสอนของเราตามไปด้วย นักศึกษาอาจจะต้องมีชิ้นงานที่เกิดขึ้นจากการอ่านที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ของตนเองด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น ในรายวิชานี้ต้องมีชิ้นงานด้วยนะคะ ทีนี้มาดูสิงานที่จะเกิดขึ้นนะคะ มันมาจากอะไร นักศึกษาครูจะครบพิมพ์ตกไปนิดหนึ่งนะคะ ร้อยแก้วและร้อยกรองนะคะ ที่ฉบับใหม่นะคะ ที่ครูทำเอาไว้อยู่ใน Notebook แต่มันหนักเลยไม่ถือมาด้วย ครั้งหน้าเดี๋ยวครูตกลงรถไปเนี่เดี๋ยวไปเดี๋ยวครูจะส่งไฟล์เข้ามาให้ในไลน์กลุ่มเลยนะคะ อันนี้เป็นอัปเดทล่าสุดนะคะ หมายถึงว่าน่าจะต้องอ่านทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองทั้งงานเขียนที่เป็นบันเทิงคดีและสารคดีเพื่อให้เราฝึกนะคะ ฝึกอ่านงานทั้งเขียนทั้ง 4 แบบนี้นะคะ และนำไปฝึกทักษะการอ่านในทุกระดับ และสามารถมีความคิดสร้างสรรค์จากการฝึกอ่านได้นะคะ เยอะมากนะคะ หลายสื่อหลายแหล่งทีเดียวนะคะ 4 ชั่วโมงนะคะ เริ่มกันที่บ่ายโมงนะคะ นักศึกษาโอเคไหมคะ กับการเริ่มสอนตอน 13:00 นรีบทานข้าวเรียบร้อยให้เสร็จนอนนะคะ แล้วก็มาเข้าเรียนนะคะ อันนี้ผลลัพธ์การเรียนรู้นะคะ อันนี้ทั่วไปเดี๋ยวครูเขาเรียกข้ามนะคะ เดี๋ยวขออนุญาตข้ามไปที่เรื่องนี้เลยค่ะ อันนี้เป็นอันเดิมอยู่นะคะ นักศึกษา ไฟล์นี้มันไฟล์เดิมอยู่นะคะ หาไฟล์ใหม่ไม่เจอ วันก่อนครูใช้สอนไปแล้วแล้วปรากฏว่าไม่พบสัปดาห์แรกนะคะ ครูจะใช้วิธีการในการปฐมนิเทศนะ นะคะ แล้วต่อจากนั้นค่ะ ขั้นต่อมาในบทถัดมาจะเป็นเรื่องของหลักพื้นฐานในการอ่านค่ะ หลักพื้นฐานในการอ่านอันนี้จะเรียนเกี่ยวกับอะไรเกี่ยวกับทฤษฎีต่าง ๆ ความรู้ทั่วไปนะคะ เกี่ยวกับเรื่องของการอ่านนะคะ วิธีการอ่านทั่ว ๆ ไปก็อ่านกันอย่างไรนะคะ แบบที่ 1 คือ อ่านได้อ่านได้คือลักษณะแบบไหน อ่านได้ก็คือผสมคำได้ รู้ความหมายของคำ รู้ว่าเรียงสระ พยัญชนะ วรรณยุกต์ และสะกดออกมาเป็นอะไร นี่เขาเรียกว่า "อ่านได้" ต่อมาพอเรารู้แล้วว่าคำนี้เมื่อเรียงต่อกันเป็นประโยค มันจะต้องใช้เวลาในการอ่านนะ แต่ถ้าเราอ่านคล่องขึ้นอ่านเร็วขึ้นอ่านได้เร็วขึ้น เขาเรียกว่า "อ่านคล่อง" วิธีการในการทำให้เราอ่านคล่อง ต่อจากอันได้เมื่อกี้นะ เพราะอ่านได้แล้วอ่านคล่องจะทำให้เราอ่านคล่องมีหลายวิธีอะไรบ้าง เช่น อาจจะเป็น Skimming Scanning นะคะ การอ่านผ่าน ๆ คร่าว ๆ หรือ Skimming นะคะ วิธีเหล่านี้เราจะมาเรียนรู้กันและต่อมาอ่านเป็นการอ่านเป็นคืออะไร อ่านแล้วสามารถที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ในการอ่านครั้งนั้น เช่น ถ้าเราบอกโจทย์ว่าในการอ่านครั้งนี้เราจะจับใจความเราสามารถใช้หลักการในการอ่านจับใจความเนื้อหาได้หรือไม่ เป็นไปตามหลักการตามขั้นตอนหรือไม่ สุดท้ายผลลัพธ์มันจะได้มาซึ่งการอ่านจับใจความสำคัญ นี่เขาเรียกว่า "การอ่านเป็น" วิธีการต่าง ๆ เหล่านี้เราจะได้เรียนในชั่วโมงหน้านะคะ และก็จะมีแบบทดสอบหลังเรียนด้วยนะคะ จากนั้นค่ะ ก็จะเป็นการสอนอ่านนะคะ หลักการสอนอ่าน เราจะไปเป็นครู เราจะต้องรู้ว่าถ้าเราจะสอนเด็กให้อ่านหนังสือได้ เราต้องเริ่มจากอะไรก่อนมนุษย์เรานะคะ มี Step ของการเรียนรู้เป็นธรรมชาติ เราเรียกว่า "ทักษสัมพันธ์" เกิดขึ้นมาดับแรกเลยทักษะอะไรต้องเกิดขึ้นก่อนคะเปิดขึ้นมาแล้วพูดได้เลยไหม ไม่ได้ สิ่งแรกที่เราทำได้ก็คือการฟัง ฟังเพื่ออะไร ฟังเพื่อเลียนเสียงที่เราได้ยิน ถ้าอวัยวะในหูเรานี่นะคะ ครบถ้วนสมบูรณ์ เราจะได้ยินเสียงเมื่อเราได้ยินเสียง เราก็จะเปล่งเสียงเลียนเสียงนั้นออกมา เห็นไหมคะ พ่อแม่เราพาพูด เรียกแม่สิ แม่ แม่ พ่อ เด็กจะพูดคำไหนได้เป็นคำแรก ส่วนใหญ่จะพูดสระเสียงยาว ไม่มีตัวสะกด เช่น สระอา สระแอ ใช่ไหมคะ แต่ที่เด็กออกปากได้คล่องที่สุดเลยเปลี่ยนเสียงในกล้องที่สุดเลย คือ สระอา เช่น มา อา กา ใช่ไหมคะ นี่คือพื้นฐานของมนุษย์ฟังแล้วมาหัดพูด พูดเสร็จแล้ว Step ที่ยากขึ้นคืออะไรลูก เพราะฉะนั้น ฟัง พูด อ่าน ใช่ไหมคะ อ่าน นี่ก็เรากำลังจะผ่านฝึกอ่านนะคะ แล้วก็เขียน เพราะฉะนั้น เราต้องรู้พัฒนาการตรงนี้ของเด็กก่อนนะคะ แล้วรู้ว่าเราจะพัฒนาการอ่านอย่างไรนะคะ ให้มันถูกต้องตามหลักการและทฤษฎี มีวิธีสอนต่าง ๆ มากมายที่ส่งเสริมการอ่านและการคิด บทนี้เราจะได้เรียนเรื่องนี้นะคะ แล้วหลังจากนั้นนะคะ เราจะฝึกปฏิบัติการสอนอ่านด้วยแนวคิดและทฤษฎีการสอนต่าง ๆ เช่นการใช้ Mind Mapping นะคะ การใช้ KWL Plus นะคะ การอ่านแบบ SQ3R ตอนนี้มันไปถึง SQ4R มีบางคนพยายามคิด sq5r แล้วนะคะ ตอนนี้นะคะ จะได้ผลไหมงานวิจัยจะเป็นตัวรองรับนะคะ ซึ่งอันนี้เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังนะคะ รวมไปถึงการสอนแบบทฤษฎีหมวก 6 ใบนะคะ ก็คือหมวก 6 ใบหลายคนคงจะคุ้นเคยหมวกใบนี้ฝึกการคิดอย่างมีวิจารณญาณได้อย่างดีทีเดียวนะคะ แทนความคิดด้วยสีหมวกแบบต่าง ๆ เพราะฉะนั้น นี่คือสิ่งที่นักศึกษาจะต้องนำเอาวิธีสอนต่าง ๆ เหล่านี้มาประยุกต์ใช้เพื่อนำไปสู่การจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน เพื่ออะไร สอนเด็กให้อ่านเป็นผ่านกระบวนการวิธีสอนต่าง ๆ เหล่านี้ค่ะ หรือแม้แต่การตั้งคำถามตามแนวคิดของ Bloom เมื่อกี้ที่ครูว่า ถ้าเราต้องการจะรู้ว่าเด็กคนหนึ่งนี่เมื่ออ่านหนังสือแล้วเข้าใจในสิ่งที่ครูสอนไหม เราจะตั้งคำถามว่าอย่างไร คำถามนั้นถึงจะวัดได้ว่าเด็กมีความสามารถขั้นเข้าใจ เอาง่าย ๆ เอาขั้นรู้จำก่อนก็ได้นะ ขั้นรู้จำก่อน สมมติเราให้เด็กอ่านนิทาน 1 เรื่องน่าจะถามเด็กว่าเรื่องนี้มีตัวละครอยู่กี่ตัวถามแบบนี้แสดงว่าเรากำลังวัดอะไรเด็กอยู่คะ วัดระดับไหนคะ รู้จำ เข้าใจ นำไปใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่า คิดสร้างสรรค์ วัดระดับไหนคะ แค่รู้จำใช่ไหมคะ แต่ถ้าเราถามว่าเพราะอะไรตัวละครตัวนี้จึงมีนิสัยขี้อิจฉา นี่กำลังถามอะไรอยู่คะ ระดับไหน รู้จำ เข้าใจ วิเคราะห์ นำไปใช้ วิเคราะห์ วิเคราะห์ใช่ไหมคะ วิเคราะห์วัดความเข้าใจล่ะวัดอย่างไร เราวัดความเข้าใจก็อาจจะเป็นคำถามในลักษณะที่ว่าพูดถึงความสัมพันธ์ของตัวละคร เหตุใด เหตุใดตัวละครตัวนี้จึงไม่รับประทานอาหาร จึงไม่ยอมกินผัก จึงไม่ยอมทำการบ้าน นี่คือวัดอะไรลูก ความเข้าใจเห็นไหม นี่คือการตั้งคำถามตามแนวคิดของ Bloom ในบทนี้น่าจะได้รู้ถึงเทคนิควิธีการเหล่านี้นะคะ โอเคนะ พอได้นะคะ พอเข้าใจนะ ต่อไปค่ะ เราจะต้องฝึกอ่านร้อยกรองด้วยนะลูกนะคะ ฝึกอ่านร้อยกรอง การอ่านร้อยกรองเราต้องมีพื้นฐาน ถ้าเป็นเด็กเอกไทยนะคะ ก็จะมีการอ่านทำนองเสนาะด้วยนะคะ แต่การสอนพิเศษน่าจะไม่ได้เลือกนะในรายวิชานี้นะคะ แต่ถ้าเป็นเด็กไทยเพียว ๆ นะคะ จะต้องมีวิชานี้เพิ่มเติมนั่นก็คือศิลปะการอ่านออกเสียง แต่วิชานี้จะเป็นการปูพื้นฐานให้ด้วยส่วนหนึ่ง การอ่านร้อยกรองไม่เป็นไรนะคะ เราไม่ได้อ่านไม่เป็นไร แต่เราจะต้องรู้อะไรคะ เราจะต้องรู้ตัวบทที่เป็นวรรคทองของวรรณคดีเราต้องรู้วรรคหรือรู้บทกลอนนะคะ ที่ถูกนำมาใช้ในสังคม และในการสอนวิชาภาษาไทยข้อความเตือนใจ ข้อคิดคำสอนจากวรรณคดีเรื่องต่าง ๆ จากวรรณคดีเรื่องต่าง ๆ นะคะ มันจะมีที่เราเรียกว่า "วรรคทอง" อยู่นะคะ การศึกษาพิเศษนะคะ ครูจะเน้นไปฝั่งนี้นะ แต่ถ้าหากว่าเป็นของเอกไทยเพียว ๆ เราจะต้องเปล่งเสียงร้องมาให้เป็นทำนองให้เป็นจังหวะที่ถูกต้อง ย้ำว่าถูกต้อง ไม่เอาความไพเราะก็ได้นะคะ แต่ต้องถูกต้อง ถูกจังหวะ ลงจังหวะให้ถูก ขึ้นเสียงสูงอย่างไรลงเสียงต่ำอย่างไรนะคะ ไม่ใช่คำมันต้องออกเสียงต่ำแล้วไปเปลี่ยนเสียงสูงนะคะ อันนี้จะเป็นเรื่องที่ประหลาดมากนะคะ สำหรับการอ่านบทร้อยกรอง แต่อย่างไรก็ตามเราจะต้องรู้ฉันทลักษณ์ให้หมดนะคะ เราต้องรู้ฉันทลักษณ์คร่าว ๆ ให้หมด ว่าถ้าเป็นโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่าย มีวิธีการอ่านแบบไหน รู้หลักการก่อนแล้วค่อยไปทำอะไรคะ ฝึกอ่านออกเสียงไม่ต้องห่วงค่ะ ครูมีวิทยากรนะคะ ซึ่งเก่งมาก รุ่นพี่เราได้แชมป์นะคะ เขาไปได้แชมป์รางวัลระดับประเทศมานะคะ เพราะฉะนั้น ความสามารถไม่ต้องพูดถึงนะคะ เก่งมาก เพราะฉะนั้น เธอจะได้อะไรดี ๆ จากพี่เขาเยอะ เดี๋ยวครูจะเชิญมานะคะ ให้เขาสาธิตให้ดูนะคะ นอกเหนือจากนี้ค่ะ ก็ต้องอ่านงานเขียนประเภทร้อยแก้วนะคะ การอ่านร้อยแก้ว นักศึกษาจะได้ฝึกอะไรบ้าง ฝึกอ่านข่าว ฝึกอ่านข่าว ฝึกอ่านออกเสียงนะคะ ฝึกอ่านออกเสียง ฝึกอ่านบทประกาศ ฝึกอ่านโฆษณานะคะ ที่มันเกี่ยวข้องนะคะ กับการใช้งาน หรือสิ่งที่เราเขียนตามสื่อต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ค่ะ ก่อนที่เขาจะมาเป็นชิ้นงานให้เราเห็นผ่านสื่อออนไลน์ เขาต้องมีการเตรียมก่อนใช่ไหมคะ เตรียมบท เตรียมบทพูด เตรียมเสียงนะคะ เราลองมาสาธิต หรือเราลองมาจำลองกันดูนะคะ ว่าสมมติถ้าเราไปเป็นผู้ประกาศข่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวในพระราชสำนักนะคะ ที่มันมีคำราชาศัพท์เยอะแยะมากมาย ถ้าเธอสามารถสอบผ่านตรงนี้ได้ โอเค แสดงว่าเป็นอย่างไรคะ อ่านร้อยแก้วเป็นอย่างไรคะ แสดงว่าอาจได้นะคะ แสดงว่าอ่านได้ หรืออ่านข่าวกีฬานะคะ อ่านข่าวกีฬาแบบมัน ๆ อ่านแบบอินไปกับกีฬาได้นี่นะคะ อันนี้นะคะ เราก็จะมาฝึกพวกนี้กันนะคะ ในเรื่องของการอ่านร้อยแก้วนะคะ อันนี้อ่านผิดตกเด้อ ขออภัย อันนี้พิมพ์ตกนะคะ ต่อไปค่ะ การจับใจความสำคัญ อ่านจับใจความสำคัญ อันนี้คือนักศึกษาจะต้องฝึก แต่ก่อนฝึกต้องรู้หลักการอ่านก่อนว่าในการอ่านจับใจความใช้หลักการอะไร ใช้หลักการอะไร แล้วเราก็ปฏิบัติตามหลักการนั้นนะคะ ตามขั้นตอนนะ จากนั้นค่ะ อ่านวิเคราะห์และวินิจสาร อ่านวิเคราะห์และวินิจสาร วิเคราะห์ด้วยนะคะ ต้องวิเคราะห์ด้วยเพราะฉะนั้น หลักการที่ครูว่า วิเคราะห์คือการอะไรคะ หาความแตกต่างนะ แตกต่างนะคะ วิธีการแยกให้เป็นย่อยให้มีความละเอียด เพื่อให้เห็นองค์ประกอบที่อยู่ข้างในนะคะ เพราะฉะนั้น เราก็จะหยิบมาพิจารณาทีละตัว ทีละตัว ทีละด้าน ทีละด้านนะคะ มันก็จะมีความละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้นอันนี้นะคะ ก็จะมีกิจกรรมที่เรียกว่า Reflective Thinking ก็คือเราจะมีการสะท้อนคิดด้วย ครูจะมอบหมายงานนะคะ ให้นักศึกษาไปอ่านมา เลือกเรื่องอะไรมาอ่านเธอจะอ่านมาคนหนึ่ง 1 เรื่องผลิต 1 เรื่องอาจจะมี 5 คนที่ได้อ่านเรื่องนี้เหมือนกันแต่ถ้าคนนี่คิดเหมือนกันไหม หลังจากที่ได้อ่านอันเดียวกันนี่ เพราะฉะนั้นนี่ คือเราจะมา Reflective Thinking กันนะคะ มาสะท้อนคิดกันนะคะ ว่าแต่ละคนนะคะ อ่านอันนี้แล้วมีความเห็นที่แตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไรคะครับ ๆ อันนี้จะเป็นอันที่การตีความ พิมพ์ตกเยอะจังเลย อันนี้ก็จะเป็นการตีความนะคะ การวินิจสาร ตีความและขยาย หลักการในการอ่านในลักษณะเช่นนี้มีอะไรบ้าง นะคะ เราต้องรู้หลักการก่อนนะ ค่อยไปฝึกการอ่านบทนี้นี่มันจะมีสิ่งที่เป็นพิเศษอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือว่าเวลาเราตีความน่ะค่ะ มันก็เหมือนกันวิเคราะห์การวิเคราะห์นี่ มันจะวิเคราะห์ตัวโครงสร้างว่ามันมีองค์ประกอบอะไร แล้วเวลาเราอ่านนะคะ แล้วข้างในส่วนที่มันเป็นข้อเท็จจริงนะคะ ในส่วนที่เป็นข้อเท็จจริงมันวิเคราะห์ไม่ต่างกัน แต่ส่วนที่เป็นข้อคิดเห็นมันอาจจะมีความแตกต่างเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นการอ่านแบบตีความ อันนี้ไปกันคนละทางก็มีนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ่านงานประเภทบทร้อยกรองเราตีความไม่เหมือนกัน มันมีคำหนึ่งที่น่าสนใจเขาบอกว่า 2 คนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตมคนหนึ่งตาแหลมคมมองเห็นดาวอยู่พราวพราย คนหนึ่งตีความในด้านบวก คนหนึ่งตีความด้านลบ ไปกันคนละทางอันนี้มันจะมีความย้อนแย้งกันค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและความสามารถในการอ่านของว่าที่คุณครูทั้งหลายนะคะ ช่วยกันแล้วก็ฝึกปฏิบัติการตีความขึ้นอยู่กับอะไรรู้ไหมคะ จะตีความได้ดีลึกซึ้งเพียงใดขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในการอ่านยิ่งอ่านมาก การตีความที่ถูกต้องก็ยิ่งเกิดขึ้นได้มาก ดังนั้น ยิ่งใครอ่านเยอะ ยิ่งทำการบ้านมาได้ดี และตอบโจทย์ได้ครบถ้วนถูกต้อง มากกว่าคนไม่ได้อ่านอะไรเลยนะคะ อันนี้อาศัยประสบการณ์นะคะ สุดท้ายนะคะ ยังไม่สุดท้ายนะ จะเป็นเรื่องของการอ่านเพื่อพัฒนาตนเองนะคะ การอ่านเพื่อพัฒนาตนเอง อันนี้ก็จะเป็นคุณประโยชน์ของการอ่าน มีอันหนึ่งค่ะ นักศึกษา อันนี้เพิ่มมานะคะ อันนี้ด้วยความที่ฉบับนี้นะคะ มันอยู่ในอีเมลแล้วมันยังไม่อัปเดตสิ่งที่ครูเพิ่มขึ้นมาอีก 1 บทคืออะไร รู้ไหมการรู้เรื่องการอ่านหรือที่เราเรียกว่า PISA P-I-S-A PISA ตอน ม. 3 ได้สอบนะ พวกเราได้สอบวัดชนะในฐานะที่เราจะไปเป็นครู การสอบนี้จะยังคงมีอยู่ต่อไปเราต้องรู้เรื่องนี้เพื่อนำไปใช้สอนเด็กของเรา ให้เด็กของเรามีความสามารถหรือมีสมรรถนะในการอ่านยกระดับสูงขึ้นได้หัวข้อนี้มีนะคะ มีแต่เดี๋ยวนี้อาจจะไม่ปรากฏในนี้แต่รูปเพิ่มให้ในบทเรียนแล้วนะคะ เพื่อให้ได้บทเรียนแล้วในรายวิชานี้นะคะ ครูใช้หนังสืออยู่ 3 เล่มด้วยกัน ใช้หนังสืออยู่ 3 เล่มนะคะ ตอนนี้หนังสือครูให้เขาทำให้แล้ว สัปดาห์หน้านักศึกษารับได้ในชั่วโมงเลย ปี 1 เรียนอ On site ทุก 5 ปีแล้วนะลูกนะเดี๋ยวมารับในชั่วโมงนะคะ เตรียมเงินมานะคะ คิดว่าไม่น่าจะเกินคนละ 100 บาทไม่เกินนี้หนังสือนะคะ หนังสือมันจะมีส่วนลดนะคะ ที่เป็นค่าโควตาค่ะ 50 หน้าของมหาวิทยาลัย 1 เล่มนะ จะได้ลดไปละ 25 บาท ที่เป็นค่าถ่ายเอกสารนะคะ R1 และลดไปละ 25 บาท ดังนั้น ตรงส่วนนี้กูจะได้นำมาลดราคานะคะ ลงไปอีกนะคะ อย่างไรก็ตามไม่เกิน 100 บาทนะคะ ไม่เกิน 100 สัปดาห์หน้าเตรียมด้วยนะคะ เตรียมเงินไว้ด้วยนะจะมาเจอกันนะคะ ทีนี้มาดูสิว่าคะแนนนะคะ คะแนนจะเป็นอย่างไร บทเรียนนะคะ อันนี้หลังเรียนทุกครั้งครูจะมีการทดสอบหลังเรียนทุกคาบ เพราะฉะนั้น ในทุกคาบจะมีการเก็บคะแนน เรียนเสร็จปุ๊บนะคะ ปฏิบัติ แต่ตัวสอบก็ต้องสอบด้วย บทละ 5 คะแนนนะคะ รวมเบ็ดเสร็จแล้ว 8 บทเท่าไรลูก 40 คะแนนนะคะ แล้วก็มีฝึกการอ่านร้อยกรองนะคะ นั่นคือการอ่านทำนองเสนาะและการอ่านอาขยานอะไรต่าง ๆ นะคะ 5 คะแนน อ่านร้อยแก้วนะคะ สอบอ่านนะคะ สอบอ่านพวกผู้ประกาศอะไรต่าง ๆ นะคะ ถ้าคะแนนเป็นเท่าไรแล้วลูก 50 ใช่ไหมคะ สอบปลายภาคอีกเท่าไรลูก 20 ปลายภาคอีก 30 นะคะ ทีนี้ไอ้งานที่ว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์นั่นนะคะ อันนี้มันอาจจะอยู่นะคะ อาจจะอยู่ในในกิจกรรมของการอ่านที่เรียกว่าอ่านร้อยแก้วกับร้อยกรอง เดี๋ยวครูจะไปปรับนะคะ จะไปปรับชิ้นงานเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกทีหนึ่งนะคะ คือ จะไม่ใช่แค่การอ่านเพียงอย่างเดียว แต่อาจจะต้องมีชิ้นงานเพิ่มเติมนะคะ เดี๋ยวครูจะเพิ่มในส่วนตรงนี้เพิ่มมาให้โอเคนะ อย่างที่บอกไปนะคะ ว่าเราจะมีหนังสืออยู่ 3 เล่มนะคะ ที่ครูใช้หลัก ๆ เลย เล่มที่ 1 ก็คือเรื่องของการอ่านนะคะ เล่มที่ 2 ก็จะเป็นเรื่องการอ่านการอ่านเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตนะคะ และก็อีกเล่มหน่ึงจะเป็นเรื่องของการรู้เรื่องการอ่าน 3 เล่มนี้จะเป็นหลัก ๆ ใหญ่ ๆ เลยนะคะ แล้วก็จะมีเรื่องของสาระกันกลางด้วย คนไหนที่นอนหลับอยู่ค่ะ ลองครูนอนสอนดูไหม ครููอยากนอนสอนบ้าง ก็อยากนอนสอนบ้าง ครูก็อิ่มเหมือนกัน ครูก็งงเหมือนกันรู้สึกว่าตัวเองง่วงตัวตรงต้นขายึดตัวโต ๆ เพื่อนปล่อยแล้วค่ะ แป๊บเดียวค่ะ เดี๋ยวก็ไปแล้ว เล่าให้ฟังว่าอะไรอย่างไร จะได้เข้าใจตรงกันนะคะ ดูต่อเกรด พูดง่าย ๆ ทำแบบทดสอบ 8 บทนี้ได้แล้วถ้าใครได้เต็มนะถ้าใครได้เต็มเวลาเราส่งข้อสอบมาทาง Google Form ทำในชั่วโมงค่ะ แล้วจะรู้คะแนนเราทันทีเลย เพราะฉะนั้นใน 8 บทนี้เรารู้อยู่แล้วว่า 40 ึละเท่าไหร่รวมไปถึงชิ้นงานในแต่ละครั้งด้วย เพราะฉะนั้น 13 แบบทดสอบทุกครั้งทำชิ้นงานได้ไปแล้วเกิดอะไรคะ D Dog ได้ไปแล้วใช่ไหมคะ ไม่ตกแน่นอนนะคะ ไม่ตกแน่นอน แล้วไม่ต้องมาเจอกันอีกแล้วอย่างนี้เป็นต้นนะคะ เพราะฉะนั้น ทำคะแนนให้ได้ตามเกณฑ์นะคะ อยากได้เกรดอะไรทำตามนี้เลยนะคะ วิชานี้เอาไว้อย่างน้อยนะคะ สมมตินะคะ สมมติว่าไม่หวังดีก็พอนะคะ ถ้า C ก็ 60-64 คะแนนนี่ ถ้า 65 อีก 1 คะแนนทำอย่างไร บวกแล้วตารางคะแนนเดียวแต่เกรด B+ มีบวกขึ้นมาทำอย่างไรให้ชีวิตดีขึ้นทันทีจะได้บวกเพิ่มขึ้นมาครูไม่มีจิตพิสัยให้นะ แต่จะได้จากไหนล่ะได้จากการทำงานในแต่ละครั้งใช่ไหมคะ เผื่อว่าขาด 1 คะแนนจาก B+ จะกลายเป็น A เด็กคนนี้ส่งงานครบทุกช่อง คิดว่าอาจารย์จะใจดำไหม เอาน่ะบวกให้หน่อยนะคะ ชีวิตเปลี่ยนเลยทันที จากที่บวกได้ เพราะฉะนั้น ความใส่ใจความสม่ำเสมอในการส่งงานความมีวินัยและความรับผิดชอบตรงนี้ คือ คะแนนที่เราเรียกว่าจิตพิสัยใช่ไหมคะ ซึ่งจิตพิสัยนี้อยู่ในใจครูค่ะ อยู่ในใจครู ผลงานของเราทุกชิ้นจะถูกติ๊ก ๆ ๆ เอาไว้ใช่ไหมคะ แล้วเราก็จะรู้ว่างานของเราน่ะมีอะไรบ้าง ที่เราค่ะ ถ้าครบคะแนนสอบอีกนิดเดียวจะได้แล้วอาจารย์ก็จะพิจารณาปรับนะคะ คุณภาพของงานโอเคแล้วมันก็จะได้ตัดเพิ่มให้ขยับเกรด ชีวิตดีขึ้นทันทีคุณภาพชีวิตก็มานะคะ เพราะฉะนั้น นี่คือสิ่งที่เราจะเรียนกันในเทอมนี้นะนะคะ เป็นข้อตกลงของเรา พูดถึงของ ปี 1 หมู่ 1 ก่อนวันจันทร์เดี๋ยวสัปดาห์หน้านะ เราขอเป็นแบบออนไลน์นะ ขอเป็นแบบออนไลน์ก่อนนะคะ ขอเป็นแบบออนไลน์ นห้องนี้ก็เจอกันพรุ่งนี้ตามปกตินะคะ เจอกันห้องนี้ มีใครสงสัยอะไรไหมคะ วันนี้ครูยังไม่เช็กชื่อเดี๋ยวครูจะเช็กแยกห้องในสัปดาห์หน้าแค่สงสัยอะไรไหมคะ มีไหมคะ มีไหมคะ มีไหมคะ มีคำถามไหมคะ ถ้าไม่มีคำถาม หรือบางคนอยากถามแต่ไม่กล้า เก็บไว้ในใจโน้ตเอาไว้มาถามครูสัปดาห์หน้าก็ได้นะคะ ถามครูสัปดาห์หน้าก็ได้ ส่วนรายละเอียดช่องทางในการติดต่อและต่าง ๆ สัปดาห์หน้าเราแยกห้องกัน ก็จะได้ให้รายละเอียดช่องทางในการติดต่อช่องทางในการส่งงานในต่าง ๆ โน้ตไว้นะ เดี๋ยวครูจะให้รออยู่ตรงนั้นไป ถ้าอย่างนั้นถ้าไม่มีคำถามชั่วโมงนี้ฝากไว้แค่นี้ก่อนครููมีคำถามกับนักศึกษาไม่ถามครูมีคำถามทำไมวันนี้น่าจะแต่งตัวไม่เหมือนกันบางคนใส่เสื้อกีฬาบางคนใส่อะไรมาแปลกใจอย่างไรลูก มีอะไรหนอ ทำไมถึงแต่งตัว ข้อตกลงร่วมกันนะ สมมติว่าถ้าเราอยากจะใส่ชุดพละ สมมตินะคะ อยากใส่เสื้อสาขาของเราเอง ถ้าเราอยากใส่นัดกันทั้งห้องแล้วใส่มาให้เหมือนกันทั้งห้อง ไม่ได้ห้าม แต่ขอให้ทำเหมือนกัน ไปตกลงกันเสีย มันจะได้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย พรุ่งนี้จะใส่ชุดนักศึกษาวันไหนหรือวันไหนที่อยากจะใส่ชุดนี้เป็นชุดสาขาของตัวเองนะคะ ทำให้มันเหมือนกันทั้งห้องจะได้ดูเป็นระเบียบนะคะ จะได้ไม่ต้อง เอ๊ะ ทำไมวันนี้มีอะไรหรือเปล่า ตกลงเธอเป็นนักศึกษาครูไหมบางทีค่ะ ไม่ทราบค่ะ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ไปตกลงกันนะคะ แล้วก็เรียบร้อยเหมือนเดิมนะลูกนะ คงไม่มีคำถามและแต่ละสาขาถ้าไม่มีคำถามนะชั่วโมงนี้ไว้แค่นี้นะคะ เดี๋ยวเจอกันสัปดาห์หน้า แบบยาวเลยค่ะ ไม่มี Non-stop ใด ๆ นะคะ โอเคยาว ๆ เลยนะสัปดาห์หน้านะคะ โอเคค่ะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]