ครูอาจจะยกภาพขึ้นมา นี่คือภาพขึ้นมาภาพหนึ่ง อันนี้เป็นภาพช้างนะครับ นักเรียนดูภาพ นักเรียนเห็นภาพนี้ไหมนะครับ ช้างเป็นสิ่งมีชีวิตเคลื่อนที่ได้ ต้องการที่อยู่นะครับ ต้องการที่อยู่ ต้องการอาหาร และอาศัยอยู่บนบก จึงเรียกช้างว่า "สัตว์บก" นะครับ แล้วก็อาจจะหยิบภาพที่ 2 มา เป็นภาพของกุ้ง นักเรียนเห็นภาพนี้ไหมนะครับ กุ้งเป็นสิ่งมี ชีวิตต้องการที่อยู่ต้องการอาหาร กุ้งอาศัยอยู่ในน้ำ จึงเรียกว่า "สัตว์น้ำ" ซึ่งตอนนี้ครูยกตัวอย่างโดยการใช้บัตรภาพ จริง ๆ ใช้วิธีอื่นก็ได้ สอนไปเรื่อย ๆ ก็มีการถามระหว่างเรียน ทำการ Quiz หรือทำการสอบย่อย ๆ นะครับ เวลาสอบก็ควรจะให้ตรงกับตอนที่สอน ครูก็เอาบัตรภาพมาชุดหนึ่ง สมมติเอาบัตรภาพมา 10 ภาพ และยกขึ้นถาม นักเรียนเห็นรูปม้านี่ไหม เป็นสิ่งมีชีวิตไหม นักเรียนก็ตอบ เป็นครับ ต้องการที่อยู่ไหม ต้องการค่ะ /ครับ กินอาหารได้ไหม กินอาหารได้ แล้วอยู่อาศัยที่ไหน บนบกครับ บนบกค่ะ เพราะฉะนั้น ม้าเป็นสิ่งมีชีวิตประเภท นักเรียนก็ตอบสัตว์บก ถูกต้อง เอาภาพของปลา ซึ่งเด็กทุกคนจะตอบว่าเป็นสัตว์น้ำ ถ้าตอบได้ในปริมาณที่เรากำหนดไว้ เช่น จาก 10 ภาพตอบได้สัก 7 ภาพ ก็ประสบความสำเร็จ ก็คือวัดผลตามตัวเลขเรียบร้อย ถ้าไม่ประสบความสำเร็จ อย่างที่บอกอาจจะสอนทบทวน เพิ่มเสริม ให้ฝึกบางอย่างนะ จากนั้นก็ทำการวัดซ้ำ ถ้าไม่ผ่านอีก ก็ต้องทำวิจัยในชั้นเรียนนะครับ รวมความแล้ว ทั้งหมดนี่ เขาเรียกว่า "โอเล่" ความสัมพันธ์ระหว่างจุดประสงค์การเรียนรู้ หรือจุดประสงค์ตามพฤติกรรม เรียกว่าจากวิธีการอันนี้ จุดประสงค์วิธีการนี้ ในการจัดการเรียนการสอนหรือ Learning หรือ L จะจัดการเรียนการสอนโดยวิธีใด อุปกรณ์ใด อย่างไรก็ได้ ขอให้บรรลุตามเมื่อสอนเสร็จทำการวัดและประเมินผลนะครับ เหลืออีกนะครับ เวลาวัดหรือประเมินผล ก็วัดให้ตรงจุดประสงค์นะครับ เราเรียกความสัมพันธ์นี้ว่า Ole Ole นะครับ การวัดประเมินผลเราเรียนจากอาทิตย์ที่แล้วเรา มันอาจจะมีการประเมินผลก่อนเรียน ระหว่างเรียน แล้วก็หลังเรียน เราสามารถวัดได้ 3 ระยะ เพื่อที่จะจัดการเรียนการสอนให้มันเหมาะสมและบรรลุเป้าหมายนะครับ ดูอีกภาพหนึ่ง ภาพนี้จำลองการสอน จำลองการสอนแล้วกัน ครูสมมติว่านักเรียนอ่านไม่ออก นักเรียนเขียนไม่ได้ นักเรียนคิดเลขไม่เป็น นักเรียนเล่าเรื่องตามภาพไม่ได้นะครับ เราก็ต้องการให้นักเรียนจากอ่านไม่ออกเป็นอ่านออก จากเขียนไม่ได้เป็นเขียนได้ จากคิดเลขไม่เป็นให้คิดเลขเป็น จากเล่าเรื่องไม่ได้ให้เล่าเรื่องได้ จากคำนวณเลข 2 หลักไม่ได้ ให้คำนวณได้ อย่างนี้เป็นต้น การที่เด็กจะเปลี่ยนแปลงจากอ่านไม่ออกเป็นอ่านออก จากเขียนไม่ได้ เป็นเขียนได้พวกนี้ มันต้องอาศัยเครื่องมือช่วยเครื่องมือนั้น เราเรียกมันว่า "นวัตกรรม" หรือสิ่งทดลอง นวัตกรรม นวัตกรรมนั้นก็อาจจะเป็นสื่อก็ได้ สื่ออุปกรณ์ เหมือนสาขาเรา อาจจะเป็นเทคนิควิธี เช่น วิธีสอน จัดเข้าไปทำไม จัดเข้าไปเพื่อให้เขาเปลี่ยนจากอ่านไม่ออกเป็นอ่านออก เขียนไม่ได้เป็นเขียนได้ คิดเลขไม่เป็น ให้คิดเลขเป็น เพราะฉะนั้น สาขาที่พวกเราเรียน เป็นสาขาพวกเกี่ยวกับ เป็นที่สาขาที่เปลี่ยนแปลงจากทำไม่ได้ เป็นทำได้ เขาเรียกเครื่องมือนี้ว่าเครื่องมือที่ใช้ในการเรียนการสอน เมื่อเราพัฒนาไปแล้วเราก็ต้องทำการวัดและประเมิน วัดและะประเมิน ถ้าเราไม่วัดและประเมิน เราก็จะไม่รู้ประสบความในการเรียน เราเรียกตรงนี้ว่าเครื่องมือในการเก็บข้อมูล หรือเครื่องมือวัดผลนั่นเอง ซึ่งอาจจะเป็นการสอบ การสังเกต การสัมภาษณ์หรือวิธีอื่น ๆ ซึ่งและเก็บข้อมูลนี่ และเก็บข้อมูลนี่ แต่อาจจะเก็บตั้งแต่ก่อนเรียนเก็บ ก่อนเก็บได้ 2 ระยะ คือ เก็บก่อนเรียนระหว่างจุดประสงค์การเรียนการสอน หรือที่เรียกว่า "O" กับกิจกรรมการเรียนการสอน ก็คือ L นะครับ แล้วกับการวัดประมวลผลก็คือ E O คืออะไร O คือ Objective นะครับ ก็คือจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมจุดประสงค์การเรียนรู้ L ก็คือการจัดการเรียนรู้ แล้ว E ก็คือ Evaluation ก็คือการวัดและประมวลผล เรียก 3 ตัวนี้ว่า OLE เรียกย่อ ๆ ว่า OLE นะครับ โอ๊ย เอาแล้วนะ แต่งงานเข้าหอวันแรกก็ยุ่งยากหน่อยนะ ก็สวัสดีนักศึกษาทุกคนนะครับ สวัสดีนะครับ สวัสดีพี่ล่ามด้วย เช็กชื่อนี่ ศิรินภาบอกว่าครบแล้วก็ครบนะ วันนี้เราจะเรียนบทที่ 2 บทที่ 2 เอกสาร ไฟล์ที่ส่งไปนะ แล้วก็จะมีไฟล์อีกไฟล์หนึ่ง คือภาคผนวก ข ไข่ มันจะเป็นแบบฝึกหัดนะ ทีนี้ครูก็ไม่รู้ว่ามันจะสอนแบบไหน ครูก็เลยเปิดคลิปแล้วกัน เดี๋ยวระบบมันจะวุ่นวาย ก็เลยเปิดคลิปก่อน วันนี้... ทีนี้ในคลิปนี้มันจะมีทั้งในเอกสารแล้วมีในส่วนที่เพิ่มเติมก็แสดงความเข้าใจนะครับ พอเราเปิดคลิปไปมันก็จะมีช่วงของการทำแบบฝึกหัด ทีนี้คลิปมันมีอะไรบ้างนะครับ คลิปบทที่ 2 นี่ มันจะมีทั้งหมด 1 2 3 กี่คลิป ลองดูสิ บทที่ 2 นี่ จะมีทั้งหมด 4 คลิปนะครับ คลิป 01 14 นาที คลิป 02 16 นาที คลิป 03 10 นาที และคลิป 04 27 นาที นะครับ ครูจะเปิด 2 คลิปแรกก่อน คือคลิป 01 กับคลิป 02 17 นาที กับ 16 นาที เปิดต่อเนื่องกันเลยนะครับ จบ 2 คลิปเราจะทำแบบฝึกหัดกันทีหนึ่ง แล้วตอบสด ตอบสดนะครับ จากนั้นเราก็จะเปิดอีก 2 คลิป เป็นคลิป 3 กับคลิป 4 แล้วเราก็ทำแบบฝึกหัดอีกทีหนึ่ง ก็หมดสำหรับวันนี้ โอเคนะ ครูเริ่มนะ กดเริ่มนะ คลิปแรกจะมีความยาว 17 นาที เริ่มนะครับ ในนี้จะมีข้อความแทรกของตอนอัดคลิป เริ่มเลยนะ 17 นาที (บรรยาย) [ภาษาต่างประเทศ] (อาจารย์) บทนี้นะครับ วันนี้เราได้ยินเสียงไหมเอ่ย บทที่ 2 นะครับ อันนี้เป็นบทที่ 2 เป็นการเรียน เรื่อง จุดมุ่งหมายทางการศึกษานะครับ จุดหมายทางการศึกษา พูดถึงจุดหมายทางการศึกษานะครับ อันแรกที่เราจะต้องเรียน ก็คือความสัมพันธ์ระหว่างจุดมุ่งหมายการเรียนการสอนและการวัดและประเมินผล สิ่งแรกที่จะต้องเรียนนะครับ ครูก็จะใช้เอกสารนี้ในการอธิบายนะครับ หัวข้อเมื่อกี้ ก็คือความสัมพันธ์ระหว่างจุดประสงค์การเรียนการสอน หรือที่เรียกว่า O O นะครับ กับกิจกรรมการเรียนการสอน ก็คือ L นะครับ แล้วก็การวัดประมวลผล ก็คือ E O คืออะไร O คือ Objective นะ ก็คือจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม หรือจุดประสงค์การเรียนรู้ L ก็คือ Leaning ก็คือการจัดการเรียนรู้ และ E ก็คือ Evaluation ก็คือการวัดและประเมินผลนะ เราเรียก 3 ตัวนี้ว่า "OLE" เรียกย่อ ๆ ว่า OLE นะ ในการเรียนการสอนนะครับ ทุกครั้งเลย คุณครูจะต้องเข้าไปห้องเรียนพร้อมกับสิ่งที่เรียกว่า "O" หรือ Objective คุณครูจะเข้าไปสอนในแต่ละครั้ง คุณครูจะต้องไปพร้อมกับจุดประสงค์การเรียนการสอน หรือสิ่งที่จะต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนนะครับ เพราะฉะนั้น ครูจะต้องเข้าไปพร้อมกับ O นะครับ หากครูไม่เข้าไปพร้อมกับ O ก็คือครูเข้าไปโดยขาดจุดประสงค์ว่าวันนี้ครูจะสอนให้นักเรียนเกิดอะไรขึ้นนะครับ หรือจะสอนเรื่องอะไร วันนั้นคุณครูก็จะเล่าเรื่องออกนอกลู่นอกทาง วกไปวนมา เล่าเรื่องตัวเอง เล่าเรื่องเหตุการณ์อะไรไปทั่ว แล้วอาจจะกลับมาพูดเรื่อง พูดสัก 4-5 นาที ก็ปิดคลาสไป แต่ว่าวันนั้นไม่รู้เลยว่าผู้เรียนจะได้อะไรไปนะครับ เพราะฉะนั้น การจัดการเรียนการสอนที่ดี ครูจะต้องเข้าไปพร้อมกับ O เข้าไปพร้อมกับ O สมมติว่าตอนนี้พวกเราเป็นนักเรียนชั้น ป. 2 ชั้น ป. 1 แล้วกัน ครูสอนพวกเราอยู่ วันนี้ครูมาพร้อมกับจุดประสงค์ที่ว่า ครูมาพร้อมกับ O ที่ว่า นักเรียนจำแนกสัตว์บก สัตว์น้ำได้ วันนี้ครูมาพร้อมกับสิ่งนี้ ครูเข้าสอนพวกเราซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ป. 1 นะครับ โดยวันนี้ครูตั้งเป้าหมายว่า เมืิ่อเรียนเสร็จแล้วนะครับ พวกเราทุกคนจะสามารถจำแนกได้ว่าอะไรเป็นสัตว์บก อะไรเป็นสัตว์น้ำนะครับ นี่คือเป้าหมายของความสำเร็จต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียนในวันนี้นะครับ เมื่อครูตั้งเป้าหมายเสร็จ สิ่งที่ครูจะทำ ก็คือครูก็เอาจุดประสงค์นั้นไปจัดการเรียนการสอนนะครับ ไปจัดการเรียนการสอนนะครับ เวลาจัดการเรียนการสอนเราก็ต้องจัดการเรียนการสอน เรื่อง สัตว์บก สัตว์น้ำ นะครับ เราก็สอนเรื่องสัตว์บก สัตว์นั้น จัดการการเรียนรู้เรื่องสัตว์บกสัตว์น้ำ โดยมีเป้าหมายว่านักเรียนจะต้องจำแนกได้ว่าอะไรเป็นสัตว์บก อะไรเป็นสัตว์น้ำนะครับ ไอ้ตอนสอนหรือ L นี่นะครับ ตอนสอนตัว L นี่ จะสอนโดยใช้สื่ออุปกรณ์ก็ได้ เช่น แบบฝึก ใบงานนะครับ เช่น แบบฝึก ใบงาน ใบกิจกรรม อะไรก็ได้นะครับ หรือจะสอนโดยใช้วิธีสอน เช่น วิธีสอนแบบบรรยาย ใช้วิธีสอนแบบ Stad หรือจะใช้ผสมก็ได้ ใช้วิธีอะไรก็ได้ ในการจัดการเรียนรู้ ใช้อุปกรณ์อะไรก็ได้ ใช้ผสมก็ได้ เป้าหมาย คือ ให้บรรลุตาม O หรือจุดมุ่งหมาย เพราะฉะนั้น วันนี้ครูสอนพวกเรานะครับ อาจจะใช้วีดิทัศน์ เรื่องสัตว์บก สัตว์น้ำ อาจจะสอนโดยใช้รูป อาจจะสอนโดยใช้ใบงาน อาจจะสอนโดยใช้แบบจำลอง อาจจะสอนโดยใช้อินเทอร์เน็ต หรืออาจจะใช้วิธีการผสม อย่างไรก็ได้ ขอให้นักเรียนประสบความสำเร็จตอนจุดประสงค์ของวันนี้นะครับ แสดงว่า L ต้องจัดตาม O นะครับ เมื่อเราสอนเสร็จ เราก็อยากจะรู้ว่าผู้เรียนประสบความสำเร็จหรือไม่นะครับ เมื่อเราสอนเสร็จเราก็อยากรู้ว่าผู้เรียนประสบความสำเร็จหรือไม่ เราก็ต้องทำการวัดและประเมินผลนะครับ เราก็ต้องทำการวัดและประเมินผล เพราะฉะนั้น หลังจาก O ก็จัดการเรียนการสอน จัดการเรียนการสอนเสร็จ ก็ต้องทำการวัดและประเมินผล วัดและประเมินผลนี่ วัดตามอะไร ก็ต้องวัดตาม O หรือจุดประสงค์ ในที่นี้ก็คือต้องวัดว่านักเรียนจำแนกสัตว์บก สัตว์น้ำได้หรือยังนะครับ เขาเรียกตรงนี้ว่า "E" หรือการวัดและประเมินนะครับ จะใช้กับการถาม ทำแบบฝึกหัด ตอบ แบบไหนก็ได้ แต่มันต้องถามให้ตรงกับ O คือถามให้จำแนกสัตว์บกสัตว์น้ำนะครับ ถ้าการถามนั้น สมมติว่าเราใช้การสอบก็ได้เด็กตอบ 10 ข้อ เด็กตอบได้แค่ 2 ข้อ แสดงว่าเด็กไม่น่าจะประสบความสำเร็จในการเรียนนะวันนี้ เราก็ซ่อมเสริมนักเรียนใช้วิธีปกติ ๆ กันก่อน แต่ถ้าเราจัดการเรียนการสอนโดยปกติซ้ำให้ หรือแก้ไขปัญหาซ้ำให้แล้วมันไม่ได้ผล จึงนำไปสู่การวิจัยในชั้นเรียน เพื่อแก้ปัญหานะครับ อีกรอบ วันนี้ครูเข้ามาพร้อมกับจำแนกสัตว์บกสัตว์น้ำได้นะครับ ครูก็เอาจุดประสงค์นี้ไปสอน สมมติครูเลือกใช้บัตรภาพนะครับ ครูก็อาจจะยกภาพขึ้นมาภาพหนึ่ง สมมติว่านี่คือภาพขึ้นมาภาพหนึ่ง อันนี้เป็นภาพช้างนะครับ นักเรียนดูภาพ นักเรียนเห็นภาพนี้ไหมนะครับ ช้างเป็นสิ่งมีชีวิตเคลื่อนที่ได้ ต้องการที่อยู่นะครับ ต้องการที่อยู่ ต้องการอาหาร และอาศัยอยู่บนบก จึงเรียกว่าช้างเป็นสัตว์บกแล้วก็อาจจะหยิบภาพที่ 2 มา เป็นภาพของกุ้ง นักเรียนเห็นภาพนี้ไหมนะครับ กุ้งเป็นสิ่งมีชีวิต ต้องการที่อยู่ เคลื่อนที่ได้ ต้องการอาหารนะครับ กุ้งอาศัยอยู่ในน้ำ จึงเรียกว่า "สัตว์น้ำ" นะครับ ซึ่งตอนนี้ครูยกตัวอย่างโดยใช้บัตรภาพ จริง ๆ ใช้วิธีอื่นก็ได้ สอนไปเรื่อย ๆ ก็วิธีการถาม เมื่อสิ้นการถามครูอาจจะทำการ Quiz หรือทำการสอบย่อย ๆ นะครับ เวลาสอบก็ควรให้มันตรงกับที่สอน ครูก็เอาบัตรภาพมาชุดหนึ่ง โดยเอาบัตรภาพมา 10 ภาพ และยกขึ้นถาม นักเรียนเห็นรูปนั้นไหมนะ ม้าเป็นสิ่งมีชีวิตไหม นักเรียนก็ตอบเป็นครับ / เป็นค่ะ ต้องการที่อยู่ไหม ต้องการค่ะ / ครับ กินอาหารได้ไหม กินอาหารได้ครับ / ค่ะ อาศัยอยู่ในไหน บนบกครับ / บนบกค่ะ เพราะฉะนั้น ม้าเป็นสิ่งมีชีวิตประเภท นักเรียนก็ต้องสัตว์บก ถูกต้อง จะเอาภาพของปลา ซึ่งเด็กทุกคนจะตอบว่าเป็นสัตว์น้ำ ถ้าเด็กตอบได้ในปริมาณที่เรากำหนดไว้ เช่น จาก 10 ภาพ ตอบได้สัก 7 ภาพ ความสำเร็จ ก็คือวัดผลตาม OLE เรียบร้อย แล้วก็ผ่านเรียนเรื่องใหม่ ถ้าไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่บอก อาจจะต้องสอนทบทวน ซ่อมเสริม ให้... จากนั้นก็ทำการวัดซ้ำ ถ้าไม่ผ่านอีกปัญหาแก้ลำบาก ก็ต้องทำวิจัยในชั้นเรียนนะครับ รวมความแล้ว ทั้งหมดนี่เราเรียกว่า "OLE" ก็คือความสัมพันธ์ระหว่างจุดประสงค์เรียนรู้ หรือจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เรียกว่า "O" เรานำจุดประสงค์กับพฤติกรรมนี้ หรือจุดประสงค์การเรียนรู้นี้เป็นหลักในการจัดการเรียนการสอน หรือ Learning เราจัดการเรียนการสอนโดยวิธีใด อุปกรณ์ใดอย่างไรก็ได้ ขอให้บรรลุตาม O นะครับ เมื่อสอนเสร็จทำการวัดและประเมินผล หรืออีกนะครับ เวลาวัดและประเมินผล ก็วัดให้ตรงจุดประสงค์นะครับ เราเรียกความสัมพันธ์นี้ว่า "OLE" นะ OLE นะครับ การวัดประเมินผล เราเรียนไปตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แล้ว ก่อนเรียนนะครับ ระหว่างเรียน และก็หลังเรียน เราก็สามารถวัดได้ทั้ง 3 ระยะ เพื่อที่จะจัดการเรียนการสอนให้มันเหมาะสมแล้วบรรลุเป้าหมายนะครับ ดูอีกภาพหนึ่ง ภาพนี้จำลองการสอน จำลองการสอนแล้วกัน ครูสมมติว่านักเรียนอ่านไม่ออก นักเรียนเขียนไม่ได้ นักเรียนคิดเลขไม่เป็น นักเรียนเล่าเรื่องตามภาพไม่ได้นะครับ เราก็ต้องการให้นักเรียนจากอ่านไม่ออก เป็นอ่านออก จากเขียนไม่ได้เป็นเขียนได้ จากคิดเลขไม่เป็น ให้นักเรียนคิดเลขเป็น จากเล่าเรื่องไม่ได้ให้เล่าเรื่องได้ จากคำนวณเลข 2 หลักไม่ได้ ให้คำนวณเลข 2 หลักได้ อย่างนี้เป็นต้น การที่เด็กจะเปลี่ยนแปลงจากอ่านไม่ออกเป็นอ่านออก จากเขียนไม่ได้เป็นเขียนได้พวกนั้นมันต้องอาศัยเครื่องมือช่วย เครื่องมือนั้นเราเรียกว่า "นวัตกรรม" หรือสิ่งทดลองนะครับ นวัตกรรม นวัตกรรมนั่นก็อาจจะเป็นสื่อก็ได้ สื่ออุปกรณ์เหมือนสาขาเรา อาจจะเป็นเทคนิควิธี เช่น วิธีสอน จัดเข้าไปทำไม จัดเข้าไปเพื่อเปลี่ยนให้อ่านไม่ออกเป็นอ่านออก จากเขียนไม่ได้เป็นเขียนได้ คิดเลขไม่เป็นให้คิดเลขเป็น เพราะฉะนั้น สาขาที่่พวกเราเรียน เป็นสาขาที่เกี่ยวกับ... เป็นสาขาที่เปลี่ยนแปลงจากทำไม่ได้เป็นทำได้นะครับ เขาเรียกเครื่องมือชนิดหนึ่งเหมือนกัน เครื่องมือที่ใช้การเรียนการสอน เมื่อเราพัฒนาไปแล้ว เราก็ต้องทำการวัดและประเมินผล ทำการวัดและประเมิน ถ้าเราไม่วัดแล้วประเมิน เราก็จะไม่รู้ว่าประสบความสำเร็จหรือเปล่าในการเรียน เราเรียกเครื่องมือนี้ว่าเครื่องมือในการเก็บข้อมูล หรือเครื่องมือวัดผลนั่นเอง ซึ่งอาจจะเป็นการสอบ การสัมภาษณ์หรือวิธีอื่น ๆ ซึ่งการวัดและเก็บข้อมูลมันอาจจะเก็บตั้งแต่ก่อนเรียน เก็บก่อน เก็บได้ 2 ระยะ จะเก็บก่อนเรียนนะครับ หรือ Pretyest นะครับ และเก็บระหว่างเรียนนะครับ และเก็บ Close Test ก็คือหลังเรียน เราก็เอามาเทียบกันได้นะครับ ว่าประสบความสำเร็จนะครับ เพราะฉะนั้น เครื่องมือจริง ๆ มันจะมี 2 ตัว คือ เครื่องมือเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนให้เขาจากอ่านไม่ออกให้อ่านออกเขียนได้ เครื่องมือที่ 2 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลหรือวัดผลล ดูสิ เขาประสบความสำเร็จจริงหรือไม่อย่างไร ทั้งหมดนี่ เราเรียกมันว่า "ความสัมพันธ์" นะครับ หัวข้อแรกเลยนะครับ เก็บความสัมพันธ์ระหว่างจุดมุ่งหมายการเรียนการสอนหรือ O หรือตัวนี้ กับการจัดการเรียนการสอน ก็คือ L หรือตัวนี้นะครับ แล้วก็การวัดและประเมินผล หรือ E ซึ่งก็คือตัวนี้ รวมความสัมพันธ์นี้ว่า "OLE" เป็นหัวใจของเรียนการสอนในแต่ละวัน เอาล่ะ ครูคิดว่าครูจะต้อง Stop Share จะ Stop อย่าง Stop Share ก่อน แล้วก็มา Stop Record คลิปแรก แล้วก็แชร์ ตอนนี้ผ่านไปแล้วเรื่องที่ 1 OLE หรือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างจุดมุ่งหมายการเรียนการสอน การจัดการเรียนรู้และประเมินผล เรื่องถัดมา การจำแนกพฤติกรรมทางการ... การจำแนกพฤติกรรมทางการศึกษา ตอนนี้พวกเราเห็นหน้าจอครูไหม (นักศึกษาหญิง) เห็นค่ะ (อาจารย์) โอเค ขอบคุณนะครับ คราวนี้เราจะจำแนกพฤติกรรมทางการศึกษา จริง ๆ คำว่า "พฤติกรรมทางการศึกษา" แปลง่าย ๆ จุดมุ่งหมายนั่นแหละ จุดมุ่งหมายนะครับ คือ การจำแนกจุดมุ่งหมายนั่นแหละ คือ อันเดียวกัน มาเพื่อให้เห็นความแตกต่างนะครับ เพราะฉะนั้น พฤติกรรมทางการศึกษา ก็คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่เราต้องการ มีทั้งหมด 3 ด้าน เราเรียกอย่างเป็นทางการว่า Pack Economy Off Educational Objective หรือพฤติกรรมทางการศึกษาแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เราเรียกว่า พุทธิพิสัย หรือ Cognitive Domain เป็นพฤติกรรมทางด้านสติปัญญาของผู้เรียน แสดงว่าในการจัดการเรียนการสอนนี่ มุ่งเปลี่ยนแปลงพัฒนาสติปัญญาของผู้เรียนนอกจากพฤธิพิสัยแล้ว จิตพิสัย หรือ affective domain เพราะฉะนั้น นอกจากการจัดการเรียนการสอนแล้ว มุ่งพัฒนาสติปัญญาของผู้เรียนแล้ว ยังมุ่งพัฒจิตใจ อารมณ์ ความรู้สึก จิตใจ อารมณ์ ความรู้สึกของผู้เรียน แล้วก็จุดประสงค์หรือพฤติกรรมทางการศึกษาอันที่ 3 หรือว่าทักษะพิสัย หรือ Psychomotor Domain Psychomotor Domain ก็คือการจัดการเรียนการสอนนั้น มุ่งพัฒนาสติปัญญาของนักเรียน มุ่งพัฒนาจิตใจ อารมณ์ ความรู้สึกของผู้เรียน และยังมุ่งพัฒนาทักษะปฏิบัติ หรือความสามารถด้านการปฏิบัติทางกายของผู้เรียน พุทธิ คือ สติปัญญา จิตตะ ก็คือจิตใจอารมณ์ ทั้งหมด 3 ด้าน เพราะฉะนั้น เวลาเราจัดการเรียนการสอน หรือทำตาม OLE นี่ เราต้องนึกถึง เราต้องพัฒนาสติปัญญาผู้เรียนนะ เราต้องพัฒนาจิตใจอารมณ์ของเขานะ เราก็ต้องพัฒนาทักษะการปฏิบัติของเขานะครับ ใครเป็นคนคิด คนที่คิดมีชื่อว่า "Bloom" นะ Bloom เป็นคนคิด 3 ตัวนี้ แต่ Bloom ไม่ได้คิดคนเดียวนะ เขามีทีมคิด แต่ Bloom เขาเป็นหัวหน้า Bloom เขาอาจจะร่วมมือกับคนแต่ไปนี้ เช่น Patho simsun หลายคน ซึ่งส่วนหนึ่งจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ส่วนหนึ่งจะเป็นลูกศิษย์ ส่วนหนึ่งจะพัฒนาจนได้ จิตพิสัย ออกมาจากนั้น เขาก็แบ่งกันรับผิดชอบเพื่อพัฒนาเพิ่มขึ้น โดยที่ Bloom นี้รับผิดชอบพัฒนาความรู้เรื่องของด้านพุทธิพิสัย เขาจึงให้ Bloom เป็นเจ้าลัทธิด้านนี้ Bloom เป็นเจ้าลัทธิด้านนี้ เป็นหลักเลยนะครับ เพราะฉะนั้น เมื่อแยกออกเป็นด้าน ๆ ด้านแรกคือด้านพุทธิพิสัย คนหนึ่งด้านพุทธิพิสัย บนโลกนี้ไม่มีแค่ Bloom คิดคนเดียวนะ เหมือนรถยนต์น่ะ มีค่าย Honda Banz BMW หลาย ๆ ยี่ห้อ แต่ในนั้น 1 คนที่คิด สมมติว่าคิดยี่ห้อ HONDA เขาชื่อว่า Bloom นะครับ แล้วเป็นคนที่มีชื่อเสียงมากนะครับ เป็นนักการศึกษาที่คนไทยเชื่อถือเป็นต้นแบบมาหลายปีแล้ว Bloom ได้แบ่งพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย 6 ด้านนะครับ ได้แก่ ด้านความรู้ ความจำ ความเข้าใจ นำไปใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ แล้วก็ประเมินค่า โดยทั้งหมด 6 ด้านนี้ ด้านที่แสดงถึงความมีสติปัญญาสูงสุด คือ ด้านประเมินภาพ รองลงมา คือสังเคราะห์ รองลงมาคือวิเคราะห์ รองลงมา คือ นำไปใช้ ลองลงมาคือความเข้าใจ แสดงถึงการมีสติปัญญาต่ำที่สุด คือ ความรู้ความจำ เขาจึงสับสนว่าในการออกข้อสอบ หรือวัดผู้เรียนนี่ พยายามออกความรู้ ความจำให้น้อย ๆ ออกตัวสูง ๆ เช่น วิเคราะห์ ประเมินให้มาก ๆ เพื่อจะให้นักเรียนได้ฝึกพุทธิพิสัยหรือทฤษฎีปัญญา เช่น การจำในเรื่องสำคัญ ๆ นะครับ Bloom ก็เป็นเจ้าลัทธิทั้งหมด 6 ด้าน ความรู้ ความจำ ความเข้าใจ นำไปใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ แล้วก็ประเมินค่า อีตา Bloom นี่ เขาเชื่อ Bloom มาตั้งหลายปีจนกระทั่งเมื่อนะครับ บทความเรื่อง Rewrite หรือการปรับปรุง อันนี้ครูอาจจะไม่ได้ส่งให้พวกเรา เราปรับปรุง การศึกษาด้วยการรีไวซ์ของ Bloom Bloom นี่ ได้คิดจุดมุ่งหมาย หรือจุดหมายการศึกษาไว้ 3 ด้าน คือ พุทธ จิต คนเดียวนะ เขาคิดเป็นทีม เนื่องจาก Bloom เขาเป็นหัวหน้า ก็เลยยกย่องให้เขาเป็นผู้นำนะครับ และบลูมยังพูดถึงพุทธิพิสัยเป็นหลักด้วยนะครับ เขายกย่องให Bloom เป็นพุทธิพิสัย 6 ตัวนะครับ ที่ครูพูดถึงเมื่อกี้นี้ ได้แก่ ความรู้ ความจำ เมื่อกี้แหละ ความเข้าใจ วิเคระห์ สังเคราะห์ และประเมินค่าตลอดมานะครับ เรื่องนี้ Bloom ได้รับการยอมรับ และนำไปใช้อย่างกว้างขวาง จนกระทั่งเมื่อเวลาผ่านก็เกิดข้อจำกัด และจุดอ่อนเกิดขึ้นหลายตัวนะ ทำให้นักการศึกษาเช่น ลอลิน แอนเดอร์สัน ก็คือเป็นคนหนึ่งของลูกศิษย์ Bloom นะครับ หลักจากที่ Bloom นะครับ หลักจากที่ Bloom เสียชีวิตนะครับ กลุ่มผู้นำที่เป็นลูกศิษย์นี่ ได้ทำการปรับปรุงในการศึกษาของ Bloom ด้านนี้ใหม่นะครับ ก็ได้แก่ แืฌก ที่ครูกล่าวถึงเมื่อกี้ร่วมกัน ซึ่งเป็นกลุ่มของลูกศิษย์ของบลูมนี่ คิดนี่ ทำการปรับใหม่นะครับ แล้วก็เผยแพร่ออกมาหน้าตาแบบข้างซ้ายไปของเดิม ข้างขวาเป็นของใหม่ ข้างขวาเป็นของใหม่นะครับ จากความรู้กลายเป็นจำ ความเข้าใจกลายเป็นเข้าใจ นำไปใช้กลายเป็นประยุกต์ใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ปรับลำดับใหม่ แล้วประเมินค่าเป็นลำดับ 5 คิดสร้างสรรค์อันดับที่ 6 อันนี้เป็นตัวใหม่นะครับ แต่ทำไมครูถึงสอนตัวเก่า เนื่องจากตัวใหม่นี่ ยังมีความละเอียดไม่พอ เกิดปัญหาในการจัดการเรียนการสอนนะครับ เพราะฉะนั้น การใช้เก่า ๆ นี่ยังเป็นที่นิยมอยู่ ก็คือตามแบบเดิมของ Bloom นี่ ครูจึงใช้แบบการสอนของเราโดยใช้ตัวเก่านะครับ แต่ครูทำให้เห็นว่าเขาเปลี่ยนใหม่นะ แต่ครูยังใช้ตัวเก่ากับนักเรียนอยู่ เผื่อใครอยากจะถ่ายรูปนะครับ ครูให้ 10 วินาทีแล้วกัน ถ่ายรูปได้นะครับ ทวนนะ พฤติกรรทางการศึกษา หรือจุดมุ่งหมายทางการศึกษา ครูไปแล้วนะ เราเรียกใหม่ว่า "พฤติกรรม" นะครับ คือการจำแนกพฤติกรรม หรือ Taxonomy of Educational objectives คนที่คิดไม่ได้คิดคนเดียว คิดจากทีมที่ก่อตั้งด้วยกัน แล้วก็เพื่อนร่วมงาน เขาชื่อว่า Bloom นะครับ Bloom ประกาศมีอยู่ 3 ด้านคือ พุทธิ หรือ สติปัญญา จิตะ พิสัย คือ ด้านอารมณ์ ปฏิบัตินะครับ แสดงว่าการเรียนการสอนนี่ ต้องไป 3 ด้าน คือ ด้านสติปัญญา ด้านจิตใจ อารมณ์ ด้านการปฏิบัติ นะครับ ไม่คิดกรอบใหญ่แล้วนะครับ ก็มอบหมายให้ทีมย่อยนะครับ ทีมแรกก็ยังนำ Bloom อยู่ทำการค้น ซึ่ง คือ พฤติกรรมที่เกิดขึ้นหลังจากมีประสบการณ์การเรียนรู้ แบ่งเป็น 6 ระดับ ก็คือความรู้ ความจำ ความเข้าใจ นำไปใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประมวลค่า อย่างที่บอกเมื่อกี้ มีการปรับปรุงหลังจากที่ Bloom เสียชีวิต โดยเพื่อนร่วมงานแล้วก็ลูกศิษย์ แต่ตัวใหม่ยังมีปัญหาหลัก ๆ พอสมควร ครูจึงสอนตัวเก่าอยู่ ด้านที่ 2 ด้านจิตใจ อารมณ์ ความรู้สึก หรือด้านจิตพิสัย หรือ Effective Domain พฤติกรรมด้านนี้นะครับ เป็นพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกหรือจิตใจ อันได้แต่ความสนใจ ความซาบซึ้ง การปรับตัว พวกนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นจิตพิสัย ที่มีชื่อเสียงมากนะครับ ไม่ได้มี Tash Ho เป็นคนคิด มีหลายคน แต่มีเหมือนกับรถหลายค่ายน่ะ แต่ค่ายที่นิยมมาก คือ ค่าย TOYOTA แล้วกัน ผู้นำด้านนี้ มีชื่อว่า Tahs home กับกลุ่มเพื่อน จริง ๆ แล้วเขาเป็นส่วนหนกลุ่มหนึ่งของ Bloom นี่แหละ แต่เขาแบ่งการศึกษาในตัวย่อย ๆ นะครับ Tash Home ได้ทำการปรับปรุงแนวคิด ด้านจิตพิสัย ซึ่งเสนอทีมใหญ่ คือ Bloom นี่ เป็น 5 ระดับ ได้แก่ ระดับรับรู้ระดับตอบสนอง ระดับเห็นคุณค่า ระดับจัดระบบ สร้างนิสัย เจ้าลัทธิ ก็คือนาย Tash Home Tash Home นี้เป็นผู้นำด้านจิตพิสัยคนหนึ่ง ก็แบ่งได้ทั้งหมด 5 ด้าน โดยพฤติกรรมเริ่มแรกสุด คือ รับรู้ คนเราจะไม่มีลักษณะการตอบสนองทางความรู้สึก หรือจิตใจถ้าไม่รู้ ต้องรับรู้ก่อนนะครับ จนถึงขั้นสุดท้ายคือสร้างเป็นนิสัย เขาจะมีจิตใจ ความรู้สึกในด้านนั้นชัดเจน คงที่ ด้านที่ 3 นะครับ หรือด้านความสามารถด้านการปฏิบัติ หรือทักษะนิสัยหรือ Psychomotor ทางร่างกายนะครับ ผู้นำทางด้านทักษะพิสัยก็เป็นคนกลุ่มเดียวกันนั่นแหละ แต่เขาแบ่งกัน คนนี้เขาชื่อ Simsun นะครับ Simson ไปเสนอพฤติกรรมทางด้านจิตพิสัยออกมาทั้งหมด 7 ขั้นได้แก่ ขั้น Persection การรับรู้ การเตรียม การตอบสนองตามการนะ การสร้างกลไก การตอบสนองที่ซับซ้อน การดัดแปลงที่เหมาะสมและสุดท้าย คือ การริเริ่มใหม่นะครับ เมื่อไรก็ตามที่บุคคลสามารถดัดแปลงได้ แสดงว่าเขามีความสามารถทางด้านปฏิบัติ เริ่มเข้าขั้นสุด ๆ แล้วนะ เช่น เราเรียนถักดอกไม้อะไรสักอย่างหนึ่งนะครับ สมมติเราเรียนแต่ดอกกุหลาย ดอกกุหลาบ แล้วดัดแปลง ทำเป็นดอกมะลิได้ ทำเป็นดอกชะบาได้ นั่นคือ เรามีทักษะค่อนข้างสูงแล้วนะ หรือเราริเริ่มอะไรใหม่ ๆ ได้ ถือว่าสูงที่สุดแล้ว พฤติกรรมอย่างนี้ เรียกพฤติกรรมที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนใน 3 ด้านนะครับ ก็คือพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย จิตพิสัย แล้วก็ทักษะพิสัย ครูหวังว่ามันจะเกิดกับผู้เรียนใน 3 ด้าน มาก-น้อยตามเหตุการณ์ ตามเรื่องที่เรียน เรียกรวมกันว่า "พฤติกรรมทางการศึกษา" นะครับ Economy Taxonomy of Educational objectives off education off พุทธิ จิต ทักษะ พิสัย ฮัลโหล ๆ น่าจะได้ยิน ๆ นะครับ มันจะมีแบบฝึกหัดอยู่ 10 ข้อ พวกเราดูดี ๆ นะ เดี๋ยวครูจะถามนะ เรียกถามนะ อย่างข้อแรกนี่ นักเรียนมีความซาบซึ้งในดนตรีไทยนะครับ พออ่านข้อความปุ๊บ สิ่งแรกที่ให้หาคือ หาคำกริยา คำกริยาในข้อความนี้คือคำว่าอะไรเอ่ย มีคำว่า "ซาบซึ้ง" ใช่ไหม ดูสิว่าคำว่า "ซาบซึ้ง" นี่ แบ่งตัวนี้นะ ซาบซึ้งนี่ มันสังเกตได้ หรือสังเกตไม่ได้ ถ้าสังเกตได้ ให้เราติ๊ก ถ้าสังเกตไม่ได้ให้เราติ๊กอันแรกนะ จากนั้นให้เรานึกดูว่าไอ้คำว่า "ซาบซึ้งดนตรีไทย" นี่ ด้านอารมณ์ ความรู้สึก หรือด้านการปฏิบัติ ถ้านักเรียนคิดว่าอันไหน ติ๊กอันนั้น โอเคไหมครับ ข้อ 2 ก็เหมือนกันนักเรียนมีความรู้สึกกับโทษของสารเสพติค คำกริยามันคือมีความรู้ แต่ละข้อให้หาคำกริยา หาเสร็จ แบ่งซ้าย สังเกตได้หรือไม่ได้ให้ติ๊ก เป็นด้านไหน โอเคไหม โอเคนะ เอาเวลาทำสัก 5 นาทีนะ ลองดูก่อน ลอง 5 นาที ลองทำดู แล้วเดี๋ยวคอยตอบโอเคนะ ไฟล์นี่ส่งให้แล้ว ส่งให้แล้ว หรือถ้าไม่มีไฟล์ก็ลองติ๊กดูก็ได้ เขียนในกระดาษก็ได้ว่าอะไร เดี๋ยวตอบคำถามปากเปล่า สัก 5 นาทีนะ ถ้าไม่ได้เอามาก็ลองจดในกระดาษว่าข้อ 1 ตอบ สังเกตได้ สติปัญญา 10 ข้อ เดี๋ยวจะเรียกถามเด้อ ถามคนไหน ให้ลุกมาตอบที่นี่ เพราะเขาต้องใช้ไมค์ ลอง 5 นาทีก่อนนะ เดี๋ยวพี่ล่ามจะลองด้วยว่าข้อแรกนะ ข้อแรก นักเรียนมีความซาบซึ้งดนตรีไทย เลขที่ 1 เลขที่ 1 ไหนใครเลขที่ 1 เลขที่ 1 ตอบแล้วกัน เราคิดว่ามันสังเกตได้หรือสังเกตไม่ได้ สรุปว่าสังเกตได้หรือสังเกตไม่ได้ ข้อที่ 1 ซาบซึ้งนะ ซาบซึ้ง เวลาเราวาบซึ้งคนอื่น เขารู้ไหมว่าเราซาบซึ้งไม่แน่ใจนะ ไม่แน่ใน มันสังเกตไม่ได้นะครับ มันสังเกตไม่ได้ คำว่า "สังเกต" คือด้วยตา ด้วยประสาทสัมผัสนะ ด้านหลัง เวลาสังเกตต้องดูว่าเป็นด้านหลังสติปัญญา จิตใจ หรือปฏิบัติ ต้องตอบให้ครบ ด้านอารมณ์นะ ซาบซึ้งก็คือด้านอารมณ์ จิตพิสัย อันนี้ถูกต้องแล้วนะครับ ปรบมือให้เพื่อนหน่อย ปรบมือให้เพื่อนหน่อย 1 เสร็จแล้ว เลขที่ 6 6 นี้ เอาข้อ 2 นะครับ สังเกตได้ไหม สังเกตไม่ได้ เรามองออกไหมว่าเขามีความรู้ไม่มีความรู้ เรามองคนนี่ เดินผ่านมาปุ๊บ เก่งจังเลย เรารู้ไหม ไม่มีทางรู้ ถูกแล้วครับ สังเกตไม่ได้ คำว่าสังเกตไม่ได้ด้วยหูกับประสาทสัมผัสนะ ต่อด้านหลังด้านไหน ความรู้ คือ ด้านสติปัญญา ถูกต้อง ขอเสียงปรบมือ เอาสัก 3 ข้อพอ ข้อ 3 เลขที่ 6 ใช่ไหม ต่อไป 11 ต่อไป 11 มีไหม ข้อ 3 นักเรียนว่ายน้ำท่ากรรเชียงได้ สังเกตได้ไหม คนไหน คนนี้ใช่ไหม บอล นี่ ข้อนี้ ว่ายน้ำท่ากรรเชียงได้ สังเกตได้หรือสังเกตไม่ได้ สังเกตได้เพราะว่ายน้ำเราเห็นมือไหม เห็น สังเกตได้เลยนะ ด้านไหนครับ สติปัญญา จิตใจ หรือปฏิบัติ ปฏิบัตินะ เพราะฉะนั้น แบบฝึกหัดแรกนี้ เราต้องการอยู่ 2 เรื่อง คือ 1. นักศึกษาอ่านแล้ว เจอคำกริยาแล้ว มีตั้ง 10 ตัวนะ คำกริยานั้นมันสังเกตได้ หรือสังเกตไม่ได้ อันแรกที่ต้องการ เดี๋ยวไปทำให้ครบเองนะ อันที่ 2 ถึงจะสังเกตได้ หรือสังเกตไม่ได้ก็ตามแต่อยากรู้ว่ามันอยู่ด้านพุทธิ สติปัญญา จิตตะ คือ อารมณ์ความรู้สึก ทักษะก็คือการปฏิบัติทางกาย พุทธิพิสัย หรือทักษะพิสัย โอเคไหม นะครับ เอาล่ะ คราวนี้เราจะมาดูคลิปกันต่อ สอนอย่างนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ครูล่ะเตรียมตัวบ่ถูก คลิปที่ 3 นะ เป็นคลิปที่มีความยาวราว ๆ ลองเปิดดูก็รู้ มีความยาวราว ๆ 39 นาที 40 นาที นะครับ แล้วจะต่อด้วยอีกคลิปหนึ่ง ประมาณ 20 นาที เราจะทำแบบฝึกหัดสุดท้าย แล้วก็ปล่อยเลย โอเคนะ เอาเลยนะ ครูเปิดแล้วนะครับ 2 คลิปต่อกันนะ (บรรยาย) เอาล่ะ มาแล้ว มาถึงหัวข้อที่ 3 นะครับ ประเภทของจุดมุ่งหมายนะครับ ตอนนี้เราจะเบิ่งประเภทของจุดมุ่งหมายนะครับ เรารู้แล้วจุดมุ่งหมายทางการเรียนการสอนนี่ เราเขียนได้ 3 ระดับ จุดมุ่งหมายการเรียนการสอนนะครับ ประเภทมันนี่ แบ่งเป็น 3 ระดับ จริง ๆ ครูอยากจะบอกว่า 3 + 1 มากกว่า 3 + 1 นะครับ ได้แก่อะไรบ้างนะครับ ได้แก่อันที่ 1 ก็คือจุดมุ่งหมายระดับสูง หรือว่าจุดมุ่งหมายทั่วไป นะ 2. จุดมุ่งหมายระดับกลาง ก็คือจุดมุ่งหมายเฉพาะวิชา อันที่ 3 เขาเรียกจุดหมายระดับต่ำ หรือจุดมุ่งหมายการเรียนรู้นะครับ อันนี้คือ 3 ตัวที่ว่า ส่วนตัว + 1 ก็คือตัวนี้ ตัวที่ 4 จุดหมายระดับต่ำสุด หรือจุดหมายระดับห้องเรียน จุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรม เพราะฉะนั้น ประเภทของจุดมุ่งหมายนี่ เราจึงแบ่งได้ทั้งหมด คือ จุดมุ่งหมายระดับสูง จุดมุ่งหมายเฉพาะวิชา จุดมุ่งหมายระดับห้องเรียน เรียกว่าจุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรมนะครับ จุดมุ่งหมายตัวเลข คือ จุดมุ่งหมายแรก ระดับสูง จุดหมายทั่วไปนะครับ จุดมุ่งหมายนี้เป็นอย่างไรนะครับ จุดมุ่งหมายนี้ ก็คือว่าจะเกิดพฤติกรรมอะไรบ้าง กับผู้เรียน เขียนในวงกว้าง ๆ เช่น จุดมุ่งหมายของหลักสูตรห้องเรียนมีคุณธรรม... มีจริยธรรม นักเรียนเป็นคนมีความรู้ความสามารถ มีความคิด แก้ปัญหาเทคโนโลยีชีวิต ทักษะชีวิต และนักเรียนก็... จิตที่ดี รักการออกกำลังการ มีจิตสำนึก เป็นพลเมืองไทย พลเมืองโลก และการปกครอบที่มี... รู้จักสำนึกในวัฒนธรรมไทยนะ นะครับ เขียนไว้ในหลักสูตร 51 ซึ่งหลักสูตร 51 เรียน... แปลว่า เราเรียน... เขากะว่าจบ ม. 6 ก็คือ 5 ข้อนี้ ซึ่งใช้เวลานาน เป็นเรื่องกว้าง ๆ ภาพกว้าง ๆ นักเรียนต้องมีคุณธรรมนะ เรื่องต่อไปนี้นะ ใช้เวลานานมาก ๆ ใช้เวลานาน ก็อย่างเช่น 12 ปี จึงจะเกิด จึงจะเกิดนะครับ นี่คือหลักสูตร 51 นะครับ หลักสูตรนี้เรียนตั้งแต่ ป. 1 ถึง ม. 6 จุดมุ่งหมายเมื่อกี้ เดี๋ยวจะรอดูนะครับ ตอนนี้อยู่... ใช้เวลาเรียน 12 ปี หรือเมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว 12 ปี ดังต่อไปนี้ คือมีคุณธรรม เมื่อกี้นี้แหละ คือ มีความรู้ความสามารถที่ดี มีความสุข เป็นคนรัชชาติ จิตสำนึก คุณลักษณะนี้หรือพฤติกรรมนี้จะเกิดขึ้นใช้เวลา 12 ปี ใช้ว่าจุดหมาย อันนี้คือจุดหมายระดับที่ 1 ครูก็เลยเขียนแล้วว่าตัวอย่างที่ครูให้มา ก็คือจุดหมายระดับสูงนะครับ อย่างนี้ ต่อไปจุดหมายระดับที่ 2 คือ จุดมุ่งหมายระดับกลาง นี่ เราเรียกมันว่า "จุดมุ่งหมายเฉพาะวิชา" แปลว่าอย่างไร แปลว่าเป็นจุดมุ่งหมายที่เขียนให้เด่นชัดว่าหรือแต่ละวิชา หรือแต่ละกลุ่มวิชา หรือแต่ละหมวดวิชา แล้วแต่จะเรียกชื่ออะไรก็ตาม จะเรียกว่ากลุ่มสาระรายวิชา เหมือนวิชาอะไรก็ตาม วิชาเหล่านั้น เขาต้องการให้เกิดขึ้น ดังนั้น ภายในขอบเขตของกลุ่มเนื้อหานั้น ๆ ในหลักสูตร 2551 ซึ่งในหลักสูตร 2551 คุณภาพผู้เรียนนะครับ ใช้คุณภาพผู้เรียน ตัวบนจุดมุ่งหมายระดับสูงนะครับ ใช้คำว่า จุด... มันใช้ความหมายว่าคุณภาพผู้เรียน เขียนให้ชัดเลย ว่าวิชานั้นกลุ่มวิชานั้นขอบเขตของเนื้อหาวิชานั้น ๆ เราเรียกว่า "คุณภาพผู้เรียน" นะครับ เอาล่ะ ลองไปดูตัวจริงของหลักสูตร อันนี้... ถ้าครูค้นดูนี่ หลักสูตรที่ 2551 นะ เมื่อกี้ จุดมุ่งหมายเมื่อกี้ คือ จุดหมายระดับสูง ดูอีกทีหนึ่งเขาใช้คำว่า "จุดหมาย" จะเกิดได้ ใช้เวลา 12 ปีนะครับ 2551 เขาก็เขียนจุดหมายระดับกลางไว้ในหลักสูตรด้วย เมื่อกี้นี้ มันใช้คำว่าหลักสูตร 2551 มีทั้งสิ้น 8 กลุ่มสาระ หลักสูตร 2551 มีทั้งสิ้น 8 กลุ่มสาระ คณิต วิทย์ สังคม ซึ่งตอนนี้วิทยาศาสตร์ และเทคโน... นะครับ กลุ่ม... และกลุ่มการงานอาชีพ ตอนนี้ก็เปลี่ยนแล้ว เหลือแค่กลุ่มการงาน... วิทยาศาสตร์แล้ว และสุดท้าย... เพราะฉะนั้น ทั้ง... หรือ 8 กลุ่มวิชา เพราะฉะนั้น คำว่าจุด... หรือจุดหมายเฉพาะนี่นะครับ มันเขียนแต่ละกลุ่มวิชา ทั้งผู้เรียนนะครับ แต่ละวิชานี่ หลักสูตร 2551 จะใช้คำว่า "คุณภาพผู้เรียน" ลองไปดู สมมติครูจะพาดูวิชาแรก สังเกตนะ ก็คงต้องไปหลายหน้า วิชาภาษาไทยก่อน น่าจะเจอแล้ววิชาแรก อันนี้ทดลอง... โอเคแล้ว วิชาแรก ประเทศไทย เราก็จะวิชาแรก คือ กลุ่มสาระภาษาไทย กลุ่มสาระภาษาไทย ในแต่ละวิชาหรือกลุ่มของตัวเองซึ่งเราเรียกว่าอะไรนะเมื่อกี้ เราเรียกว่า... นี่ ใช้คำว่า "คุณภาพผู้เรียน" เพราะฉะนั้น จะแต่งอย่างไรแต่ละวิชา วิชาแรกภาษาไทยคุณภาพผู้เรียน คุณภาพผู้เรียน ภาษาไทย หรือกลุ่มสาระภาษาไทย เมื่อจบ ป. 3 เด็กจะต้องเป็นแบบนี้ ถูกต้อง คล่องแคล่ว อย่างนี้ เป็นต้น เด็กบรรยายบันทึกประจำวัน เขียนจดหมายลาครู เมื่อจบภาษาอังกฤษจะต้อง... อย่างนี้เป็นต้น นี่ 3 ปี ทีหนึ่งนะ ครบ 3 ปี มาแล้ว 3 ปีถัดมา มันก็จะมีข้อความเหมือนกัน แต่เรื่องการออกเสียงเป็นอย่างนี้ เรื่องการเขียนเป็นอย่างนี้... ทำนองเสนาะ ทำนองเสนาะ ป.1 ถึง ป.3 พูดทำนองเสนาะเห็นไหมครับ และครึ่งบรรทัด สะกดคำเริ่มมีแล้ว แบ่งประโยค อ่านเป็นอย่างไร เป็นอย่างไร เขียนเป็นอย่างไร และอ่านออกเสียงเป็นอย่างไร เขียนเป็นอย่างไร อันแรก ก็คือในวิชาภาษาไทย ในวิชา... ลองวิชาอื่นบ้าง วิชาที่ 2 แล้วกัน วิชาที่ 2 มาแล้ว หรือกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ เหมือนเดิมครับ ที่วิชานั้น ๆ หรือกลุ่มวิชานั้น ๆ ต้องการให้เกิดขึ้นกับ... วิชานั้น ๆ เพราะฉะนั้น ในกลุ่มคณิตศาสตร์มันก็มีสิทธิ์ และมันก็เรียกเหมือนกันเลย เรียกว่า "คุณภาพผู้เรียน" คุณภาพผู้เรียนวิชาคณิต นักเรียน... นักเรียนไม่เกิน... อันนี้ว่าจบ ป. 3 นะ พอจบ ป. 6 สังเกตไหม มันทุก ๆ 3 ปี และความรู้สึก จำนวน เศษส่วน เพิ่มทศนิยม เพิ่มร้อยละ แล้วก็รวมทั้งด้านอื่น ๆ ด้วย ม. 3 เหมือนทุก ๆ 3 ปีนะ คราวนี้เนื้อหายากขึ้น เริ่มเรื่องราก เลขยกกำลัง จบ ม. 6 จำนวนจริง จำนวนตรรกยะ อักตรรกยะ แต่โดยรวมแล้ว มันจะเกิดขึ้นทุก ๆ 3 ปี วิชาสุดท้าย หมดจากคณิตก็น่าจะเป็นวิทย์ วิทย์จะเยอะอยู่ วิทย์ วิทยาศาสตร์ เรื่องเดิม วิชาวิทยาศาสตร์ ก็เหมือนกันเป็นอย่างนี้ทั้ง 8... คำว่า "คุณภาพผู้เรียน" เป็นอย่างไรล่ะ ในวิชาวิทยาศาสตร์เมื่อจบ ป. 3 เมื่อจบ ม. 3 เมื่อจบ ม. 3 นะครับ เป็นอย่างนี้ในทั้ง 8 วิชา ครูหาก่อน อยู่ไหนแล้ว เอกสารก็ค่อนข้างเยอะพอสมควร เวลาเรียนออนไลน์มันก็จะลำบากกว่าหน่อย ๆ เห็นหรือยัง ๆ และในแต่ละวิชาต้องการให้เกิดอะไร สังคมต้องการอะไร สุขศึกษา ศิลปะ การงาน และภาษาต่างประเทศ ในแต่ละวิชา วิชาใครวิชามัน ที่ต้องการให้เกิดสิ่งนั้น กับ หลักสูตร 2551 เฉพาะหลักสูตร 2551 นะ มันใช้คำว่า "คุณภาพผู้เรียน" ซึ่ง...ให้ โดยเป็นตัวอย่างเฉพาะวิชาภาษาไทยนะ ครูคัดมาให้ดูเป็นตัวอย่างแค่อันเดียว ก็คือข้อความต่อไปนี้ ใช้เวลานานเหมือนกันจุดมุ่งหมายทั่วไป แต่สั้นกว่าจุดมุ่งหมายทั่วไป 2 ตัวแล้วนะครับ จุดมุ่งหมายเฉพาะวิชา ทวนอีกสักเล็กน้อยแบ่งออกเป็น 3 + 1 ประเภท หรือว่า 4 ประเภท ประเภทที่ 1 จุดมุ่งหมาย อันที่ 2 คือ ระดับกลาง หรือเฉพาะวิชาที่ใช้เวลานาน จึงเกิดสิ่งนั้นกับผู้เรียนเราเรียกว่าจุดมุ่งหมายระดับสูง เป็นการเขียนอย่างกว้าง ๆ นะครับ ว่าจะให้เกิดอะไร... หลักสูตร 2551 ซึ่งใช้เวลาถึง 12 ปี จึงจะเกิดสิ่งเหล่านี้ ใช้เป็นเวลา 12 ปี มันจะเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น ไม่เจาะจงว่า ขะเกิดในวิชาอย่างนี้เรียกว่า "จุดหมายระดับสูง" นะครับ ทั่ว ๆ มักจะเจอในระดับหลักสูตร ระดับกลาง ระดับกลาง ใช้เวลานานเหมือนกันกว่าจะเกิดสิ่งเหล่านั้นขึ้นได้ จะใช้เวลาจะนานก็ช่าง แต่มันจะสัก... เฉพาะวิชา แปลว่าวิชานั้น กลุ่มสาระนั้น กลุ่มวิชา ต้องการให้เกิดสิ่งนั้น ในวิชา เนื้อหาสาระของตัวเอง ในหลักสูตร 2551 เขาเรียกว่า "คุณภาพของผู้เรียน" นะครับ ซึ่งมัก 2 ตัวแล้ว ตัวที่... 3 อันแรกกำลังจะครบนะครับ ในเรื่องจุดหมายการเรียนรู้ ไปเลยตัวที่ 3 หรือจุดมุ่งหมายการเรียนรู้ หรือว่าจะเกิดอะไรกับผู้เรียน เนื้อหาใดเนื้อหาหนึ่งแล้วมันจะเกิดขึ้นหลังเรียนเนื้อหาระดับต่ำ ระดับที่ 3 มันจะเกิดขึ้น หลังเรียน เนื้อหาใดเนื้อหาหนึ่งแล้ว แปลว่ามันก็ใช้เวลาเหมือนกันนะครับ มันใช้เวลา บ้างน้อยบ้าง แต่อาจจะ 3 วัน หรือ 2 อาทิตย์ แล้วแต่ว่าเนื้อหานั้น ใหญ่โตแค่ไหนนะครับ เนื้อหานั้นมันจะเกิดเมื่อจบเนื้อหานั้น อาจจะ 3 วัน 2 อาทิตย์ ปีหนึ่ง ระดับต่ำนี่ ในหลักสูตร 2551 อีกคำหนึ่ง คือ คำว่า "ผลการเรียนรู้" ไอ้ตัว... วิชาพื้นฐาน วิชาพื้นฐานคือที่ทุกคนต้องเรียนนี่ คำที่ 2 คือคำว่า "ผลการเรียนรู้" ไอ้คำนี้ เขาจะใช้มันกับวิชา... วิชาพื้นฐาน เขาจะเรียกว่า "ตัวชี้วัดวิชา" เพิ่ม... หรือไอ้ตัวชี้วัดเองนี่นะครับ มันยังแบ่งออกเป็น... ก็คือ 1. ตัวชี้วัดชั้นปี 2 นะ ชั้นปี เขียนใน เขียนข้างบนดีกว่า ตัวชี้วัดใช้ตั้งแต่ม. 1 ถึง ม. 3 ส่วนตัวชี้วัดช่วงชั้น ม. 4 ถึง ม. 6 ม. ใดก็ได้ โรงเรียน A นี่ ไอ้ตัวชี้วัดนี้ ตัวชี้วัดเรื่องจำนวน... แต่โรงเรียน B นี่อาจจะสอนจนถึง ม. 6 แต่ให้ใช้... นะครับ อย่างนี้เขาเรียกว่า "ตัวชี้วัดการเรียนรู้" อีกทีนะ ตอนนี้มาถึงจุดมุ่งหมายระดับที่ 3 แล้ว คือจุดมุ่งหมายคืออะไรนะครับ จุดมุ่งหมายระดับต่ำ หรือจุดมุ่งหมายทางการเรียนรู้นี่ที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนนี่ หลังเรียนเนื้อซึ่งใช้เวลา... ใช้ 3 วัน 2 อาทิตย์ หรือ 1 ปี นี่ หลักสูตร 2551 นี่ ใช้อยู่ 2 คำ คือตัวชี้วัด ชี้วัดให้กับวิชาพื้นฐาน มี 2 ตัว คือ ตัวชี้วัดชั้นปี ใช้ ม. ไหนก็ได้ ม. 4 ถึง ม. 6 คำที่ 2 คือ เราไปดูตัวอย่าง จอครูหายไปไหนหนอ เอาสักวิชาหนึ่งพอได้เห็น ที่ 2 นะครับ นี่นะ ครูยกตัวอย่างสาระที่ 2 ในการเขียนสังเกตว่าตัวเฉพาะ ป. 1 ป. 2 ป. 3 และ ป.6 ก็เป็น แต่พอ 4 5 6 ปุ๊บ มันจะเรียกใหม่ ่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่ว่าอย่างไรก็ตาม ถ้ามันใช้คำว่าตัวชี้วัด แปลว่ามันเป็นวิชาพื้นฐาน ตัวนี้เป็นตัวหลักสูตร 51 แต่เป็นตัวปรับปรุงเราจะเห็น... ครูจะให้เธอดู อันนี้เขาทำให้ อันนี้เป็นของแต่ละชนิด ของป. 1 อย่างนี้อันนี้คือวิชาพื้นฐานนะครับ แต่วิชาคณิตศาสตร์นี่ เขายังเพิ่มให้ นี่ยังเป็นตัวชี้วัด นี่ยังเป็นตัวชี้วัดอยู่ แสดงว่าตรง... เขียนเพิ่มเติมเขาเขียนมาให้ ผลการเรียนรู้ สังเกตว่าวิชาและที่สำคัญ ที่เขาเขียนให้นี่มีแค่...สำนักงานส่งเสริม หรือสำนักงานอะไรสักอย่างนี่ ครูจำชื่อไม่ได้ กับวิชาวิทยาศาสตร์ และอีกวิชาหนึ่งที่เขาเขียนเพิ่มคือวิชาคณิตครูผู้สอน เขียนเอง เฉพาะกรณี.. 3 ตัวนี้เขาเขียนมาให้แล้วอย่างตัวอย่างที่เห็นนี่ ส่วนนอกนั้นนะครับ เพราะฉะนั้น เราจะไม่เจอผลการเรียนรู้ที่เขาเขียนให้ในวิชาศิลปะ ที่เขาเขียนให้ในคณิตเขียนให้ในคณิต กับ วิทย์ แต่... ก็ยังมี 2 ตัวอยู่ดี วิชาเพิ่มเติมเรียกว่าผลการเรียน... มันก็ต้องใช้คำว่าผลการเรียนรู้ถ้าเป็นวิชาเพิ่มเติมนะพครับ ในหลักสูตร 2551 นี่ ไอ้จุดมุ่งหมายตัวนี้ เขาเขียน... ในวิชาพื้นฐานใช้ผลการเรียนรู้ในวิชา... ครูจะให้เราดูวิชาคณิตศาสตร์เอาเป็นตัวอย่าง นี่วิชาคณิตศาสตร์มีคุณภาพผู้เรียน ครูพูดไปแล้ว นี่คุณภาพผู้เรียนแล้วก็ประโยคนี้นะ ความเข้าใจเชิงจำนวนไม่เกิน 1 แสน และ ศูนย์ อันนี้เมื่อจบ ป. 3 ข้อความนี้ได้ปรากฏอีกทีหนึ่งในลักษณะที่เรียกว่า "ตัวชี้วัด" แต่มันจะปรากฏเป็นตัวชี้วัด ป. 3 นักเรียนอ่านและเขียนเลขไทยของจำนวนไม่เกิน ข้อความนี้ ก็คือข้อความของเมื่อกี้ ไม่เกิน 100m,0และ 0 แสดงว่าหลักสูตร 2551 นี่ ซึ่งเขียนไว้ทุก ๆ 3 ปีนี่ มาเป็นตัวชี้วัดของ ป. 3 ของ ม. 3 และของ... จากนั้นก็ขยายลงป. 2 ลง ป.5 และใครจะลง ป. 1 และใครจะลง... ตามลำดับ เป็นอย่างนี้เกือบทุกวิชานะครับ เพราะฉะนั้น ในหนังสือครูก็เลยยกตัวอย่างให้เรา ให้เห็นเฉพาะตัวชี้วัดทั้งวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งครูลอกมาให้เราเห็น มันจะเล่นหลักสูตรเมื่อกี้นี้ สรุปช่วงนี้นะครับ วันนี้ยาวมาก ๆ เลยก็คือเรื่อง OLE ความสัมพันธ์ระหว่างจุดมุ่งหมาย การเรียน... คือ การพัฒนาพฤติกรรมทางการศึกษา แบ่งเป็นพฤติกรรมด้านพุทธิพสัย จิตพิสัย ถึงเรื่องที่ 3 ที่กำลังเรียนค้างอยู่นี้ ก็คือเรื่องประเภทของจุดมุ่งหมาย ประเภทที่ 1 คือจุดหมายทั่วไป ใช้เวลานานมาก หลาย ๆ ปีถึงจะเกิด ใช้เวลา 12 ปี ถึงจะเกิด เขียนกว้าง ๆ เลย ไม่เจาะจง จุดหมาย... หลักสูตร 2551 ใช้คำว่า "คุณภาพผู้เรียน" ซึ่งมันใช้เวลาหลายปีแต่สั้นกว่า ทุก ๆ 3 ปี เพราะฉะนั้น จะมีคุณภาพผู้เรียนของ ป. 3 คุณภาพผู้เรียนของ... และเป็นคุณภาพของผู้เรีรยนในวิชาใคร วิชามัน เฉพาะวิชา เป็นคือจุดหมายระดับต่ำ จุดหมายวิชาไปขยายลงจาก ป. 3 ลงไป... ก็ไปเป็นตัว ป.6 และขยายมาเป็น ป. 5 และ ป. 4 หลักสูตร 51 ใช้คำว่า "ตัวชี้วัด" มี 2 แบบ คือ... ของ ม. ปลาย คือ 4 5 6 ตัวชี้วัดช่วงชั้น นะครับ ส่วนในวิชา...ถ้าเก่ากว่านั้น หลักสูตร 2541 แต่มีผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง คำมันก็เปลี่ยนไปตามหลักสูตร เอาล่ะ ถัดไป จะเป็นจุดมุ่งหมายแบบสุดท้าย หรือจุดมุ่งหมายทางเชิงพฤติกรรม ตอนนี้ครูจะเบรกก่อนนะครับ จะ... (อาจารย์) เป็นคลิปสุดท้ายแล้วก็ทำแบบฝึกหัดอีกครั้งหนึ่งนะ คราวนี้ครูจะเปิดคลิปสุดท้ายนะครับ คลิปสุดท้ายนี้ไม่ยาวเท่าไรนะ เราจะไปเบรกกันก่อนไหม เบรกกันก่อนไหมหรือจะต่อเลย ตอนนี้ก็พ้นช่วงเบรกนะครับ เดี๋ยวท่านอาจารย์ทางนู้น จะมาดูคลิปสุดท้ายกันนะครับ คลิปสุดท้ายจะมีความยาว 26 นาที คลิปนี้ ฝึกในเรื่องของจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ซึ่งเขียนในแผนนะ แผนการสอนนะครับ เหมือนเดิมนะครับ จะมีช่วงให้ทำแล้วให้พวกเราตอบคำถามมีจุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรมนะครับ จุดหมายระดับที่ 3 กันก่อน การเรียนรู้ จุดหมายการเรียนรู้นี่ กับผู้เรียน หลังเรียนเนื้อหาใดเนื้อหาหนึ่ง น้อยบ้าง ไม่เท่ากัน บางเรื่องเรียนทั้งปีเลย บางเรื่องเรียนแค่วัน... เกิดขึ้น เมื่อเรียนเสร็จ เนื้อหาใดเนื้อหาหนึ่ง ก็คือไอ้ตัวชี้วัดนี่แหละ พวกตัวชี้วัดในวิชาคณิตศาสตร์ที่ครูให้เมื่อกี้นะครับ ป. 1 ป. 1 นะครับ เขาบอกว่า เลขฮินดูอารบิก เลขไทย ของปริมาณที่ไม่เกิน อันนี้เป็นของ ป. 1 นะ นี่คือ... นะ ไม่เกินร้อยละศูนย์ ครูจะให้พวกเรามาดูเอกสาร เปิดกันต่อหน้าต่อตาเลยนะครับ หลักสูตรผสม 60 แล้ว... ครูให้เราเห็นหนังสือเล่มจริงนะครับ อันนี้เป็นหนังสือวิชาคณิตศาสตร์ คนใช้ชื่อข้าวหอมเป็นของลูกสาวครูเองนะครับ ดูตรงคำว่า "ข้าวหอม มุมบนซ้าย เขียนว่าแบบฝึกหัดนะ อันนี้เป็นเรื่องเทอม 1 เล่ม 2 ใช้เทอม 2 แต่หนังสือมีเล่มเดียวใช้ทั้งปีนะครับ เขาก็จะบอกว่า เพราะ... เรามาดูหนังสือของลูก... เทอมแรกนี่ ครึ่งเทอมแรกแบบฝึกหัด คณิตศาสตร์เล่ม 1 ป. 1 นี่สารบัญ มี 6 บท ในเทอมที่ 1 ขึ้นไปเรื่อย ๆ ถ้าดูบทที่ 6 มันถึงแค่ไม่เกิน 20 แต่ชี้วัดที่ครูให้เราเห็นเมื่อกี้นี้ มันต้องถึงร้อยละ 10 แต่ขณะที่เล่มแรก มีแค่ 20 เอง แล้วตัวชี้วัดนี่ มันถึงจะครบ ครบปีให้ครบ แสดงว่าวันนี้ ค่อย ๆ สะสม ๆ ไปนี่ คณิตศาสตร์นะ ตัวนี้นะ แต่บางตัว 3 วัน วันแรก คือ เรียนคลิป 1 ความรู้สึกของเชิงจำนวนของตัวเลข 1 จะมีความรู้สึก นี่จำนวนของ 1 นะ ระบาย ระบาย ระบาย ถ้าลูกครูระบายนกที่บินนี่ จ้อง จ้อง ระบาย ครูใจจะขาดให้ได้ คือนักเรียนมีความรู้สึกของจำนวนที่ 1 นี่ เขาเรียนวันจันทร์ ถ้าระบายกระต่ายตัวเดียวก็สบายใจ ถ้าระบายกระต่าย 2 ตัวที่เหลือ ทวนความรู้สึกส่วนขวาสุดจำนวนของ 1 อันนี้วันที่ 3 พฤหัสบดี ศุกร์เขียนเลข...เล่มนี้คือเล่มฉบับที่ 2 ข้อแรก ลบจนขาด เอามา ก็ข้างบนครับ เขียนเลข 1 อารบิก ล่อไป 7 วัน เฉพาะเลข 1 จากนั้นก็ ถ้าระบายหมวกก็ร้องไห้เหมือนกัน พอเลข 2 เสร็จ ถึง 5 ดูในรูปนะครับ นี่ข้างซ้ายมันจะมีข้างซ้ายจะมีถึง 5 สอนถึง 5 20 ถ้าสอน ว่านักเรียนมาขึ้นไปบนเพดานนะลูก เห็นอะไรไหม นักเรียนบอกไม่เห็น จำนวนธรรมชาติก่อน 1 2 3 4 พอถึง 5 เขาถึงกลับมาสอน 0 บอกว่า 1 ตัว แล้วจึงสอนบวก สอนลบไป จนถึง 0 นี่ เพราะฉะนั้น สิ่งที่สังเกต ก็คือมันจะมีความต้องการที่เกิดขึ้น เช่น วันนี้รับรู้ความรู้สึกจำนวนของ 1 วันที่ 2 ความรู้สึกจำนวนของ 1 วันที่ 4 แทนความรู้จนกระทั่งเข้าใจ ฮินดูอารบิก แทนความรู้สึกจำนวนของ 1 ได้ สุดท้ายก็เป็นเขียนเลขไทย แทนความรู้สึกจำนวนของ 1 เขียนทั้งไทยและอารบิก ไปเรื่อย ๆ แสดงว่ามีจุดมุ่งหมายแต่ละวันเกิดขึ้นนะครับ แต่ละวันเกิดขึ้นแปลว่าเนื้อหานี้ มันไม่ได้เรียนวันเดียวมันเรียนโดยใช้ช่วงเวลาหนึ่งเลยนะครับ เวลาเรา... พอได้จุดมุ่งหมายการเรียนรู้ หรือตัวชี้วัดมันจึงยังไม่พอใช้ และเราเรียกมันว่า "จุดประสงค์" หรือ "จุดมุ่งหมายเชิง... กับห้องเรียน หรือระดับชั้นเรียน หรือเรียกว่า "ระดับต่ำ" ซึ่งวันนี้เราพูดถึง OLE มันคือตัว O นี่ล่ะ นักเรียนสามารถจะต้องเข้าไปทั้งจุดประสงค์รายวัน หรือว่าว่าวันนี้ให้เด็กจำแนกสัตว์บก เพื่อบอกให้ทราบว่าเมื่อเรียนเสร็จแล้วในวันนั้นผู้เรียนจะแสดงพฤติกรรม ให้เราเรียกว่าอะไรสังเกตได้ไม่ได้ ขึ้นเพื่อบอก... จำแนกสัตว์บก สัตว์น้ำ บวกเลข 2 หลักแบบมีตัวทดตัวอย่างของจุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรม เช่น เมื่อกำหนด... ถูกต้อง เมื่อภาพให้ 10 ภาพ นักเรียนจำแนกสัตว์... เลขอารบิก แสดงจำนวนไม่เกิน 5 ได้ถูกต้อง ให้พืชมา 10 ชนิด นักเรียนบอกได้ว่าพืช... จุดประสงค์ที่อ่านไปเมื่อกี้ ทุกตัวนี่ ที่ครูกำลังลบเส้นออกหลังเรียน และต้องสังเกตได้ก็คือเด็กจะต้องคำนวณออกมาให้เห็นนะ เขียนออกมานะ ต้องบอก หรือพูดออกมานะ ซึ่งคำว่า "คำนวณ" สังเกตได้ เพราะฉะนั้น จุดหมายเชิงพฤติกรรมจะต้องเป็นจุดหมายที่เรา... แต่งกาย แต่ถ้าเป็นจุดมุ่งหมายที่เราสังเกตไม่ได้ เช่น เข้าใจความหมาย ก็เป็น... หัวข้อลักษณะให้เราอ่านเอง ส่วนประกอบมีทั้งสิ้น 3 ส่วนประกอบ ส่วนประกอบที่ 1 เรียกว่า "พฤติกรรมที่คาดหวัง" ไม่มีไม่ได้ นักเรียนนี่ ไม่มีไม่ได้นะครับ ส่วนที่ 2 สถานะการณ์ในเงื่อนไขสามารถมีเติมทีหลังได้ อันที่ 3 เกณฑ์การยอมรับ เรามาไล่ทีละตัว ส่วนที่ 1 เป็นส่วนที่บอกถึงพฤติกรรมหลังผ่าน... หรือวัดออกมาได้นะ เป็นพฤติกรรม... เช่น นักเรียนบอกครูได้ว่าอะไรเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว บวกเลขได้ นักเรียนจำแนกสัตว์บก สัตว์น้ำได้ นักเรียนเปรียบเทียบได้ เป็นสิ่งที่ครูสังเกตออกมาแล้ว... ที่คาดหวังการเขียน ใช้คำกิริยาบอกการกระทำ เขาเรียน Action... สังเกตได้นั่นเอง เพราะฉะนั้น... ดังตัวอย่างในตาราง คำกิริยาฝั่งปากขมุบขมิบทันทีเลย พูด จำแนก บรรยาย อธิบาย จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมแต่ฝั่งขวานี่ รู้ เชื่อ... เพราะเขาเข้าใจ หรือเขารู้ มันสังเกตไม่ได้ เพราะฉะนั้น ถ้าเอาฝั่งนี้ไปเขียนนะครับ ส่วนที่ 1 ผ่านไป พฤติกรรมที่... หรือสถานการณ์นะครับ เป็นสิ่งที่กำหนดให้ผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียน แสดงพฤติกรรมนักเรียนสามารถคำนวณโจทย์ปัญหาเศษส่วน ที่เขียนไว้บนกระดานดำ ข้อความนี้ สิ่ง... คำนวณใช้คำกริยา หรือพฤติกรรมที่คาดหวัง พฤติกรรมที่คาดหวังนี้แสดงออกโดยมีข้อกำหนด ฝึกหัด บนกระดานดำนะ อันนี้คือสถานการณ์หรือเงื่อนไข อันนี้คือพฤติกรรมอันนี้ก็คือสถานการณ์หรือเงื่อนไข ไม่มีเกณฑ์ ตัวอย่างที่ 2 เป็นสัตว์กินเนื้อ อะไรเป็นสัตว์กินพืช คำว่าบอก... นักเรียนบอกได้ว่า คือพฤติกรรมที่คาดหวังพฤติกรรมที่แสดงออกนี้ คือกำหนด 10 ชนิด ก็คือส่วนที่ 2 คือ เงื่อนไขและสถานการณ์ ไม่มีฟังจากนิทานที่ครูเล่าได้ สิ่งที่หวังนักเรียนสามารถสรุปออกมาได้ นี่คือเกิดจากนิทาน นี่คือส่วนของสถานการณ์หรือเงื่อนไขนะครับ เมื่อกำหนดภาพให้ 1 ภาพ นักเรียนเขียนเล่าเรื่องจากภาพ ครูหวังให้เกิดกับผู้เรียน โดยมีภาพที่ครูให้มา 1 ภาพนั้น ส่วนประกอบที่ 2 เป็นแบบไหนก็ได้ใน 3 ข้อต่อไปนี้ ส่วนที่ 3 เราเรียกว่า... ระดับต่ำสุดที่นักเรียนจะ... ว่าผู้เรียนได้เรียนรู้แล้ว เมื่อได้เรียนรู้แล้ว นักเรียนบรรลุอันแรก สามารถเขียนชื่อศัพท์ของผลไม้ตามรูปได้ถูกต้อง อะไรคือสิ่งที่ครูหวัง ก็คือให้นักเรียนเขียนคำ... และพฤติกรรมที่คาดหวัง เขียนจากอะไร เขียนจากรูปเกิดการเขียนคำศัพท์ และทำได้เท่าไร ก็ทำได้อย่างน้อย สังเกตว่าจุดประสงค์นี่ครบ... ต้องมีส่วนที่ 1 เป็นสิ่งที่คาดหวังเสมอนะครับ 8 ใน 10 คำ หวังว่านักเรียนจะบอกให้เกิดกับผู้เรียนกับพฤติกรรมที่คาดหวัง การบอกคำศัพท์ หรือพูดคำศัพท์นี้ มาจากคำศัพท์ที่ครูให้ 10 คำนี้ นี่คือเงื่อนไขของการแสดงพฤติกรรม ถูกแค่ไหน ต้องถูกอย่างน้อย 8 ใน 10 จึงจะรับได้ ในส่วนที่ 3 นะครับ ต่อไปเป็นตัวอย่างเชิงคุณภาพบ้าง ตามทำนอง... สิ่งที่ครุหวังให้เกิดกับผู้เรียนคือ อ่าน อ่านจากไหน ส่วนที่ 2 ไม่มี ถูกต้องตามทำนองสักวากับมีส่วนที่ 3 ผมเขียนว่า... นักเรียนสามารถประพันธ์โคลงสี่สุภาพตามฉันทลักษณ์ สังเกตได้ด้วย ประพันธ์จากไหน แต่กลับมีส่วนที่ 3 มีเกณฑ์ให้เมื่อไม่มี เดี๋ยวครูจะเริ่มตรงนี้แล้วกันนักเรียนวาดภาพให้เสร็จภายในระยะเวลา 20 นาที ก่อน แล้วก็มีเกณฑ์ด้วย ส่วนที่ 2 ที่หายไปเราเพิ่มได้ วาดภาพทิวทัศน์ เหมือนจริง วาดภาพ ก็คือเพิ่มเงื่อนไขของการแสดงออกเข้าไปมันก็จะกลายเป็นส่วนที่ 2 นะครับ หรือในอ่านสักวาเพิ่มไป จากเรื่องขุน... เราสามรถเพิ่มได้ให้มันครบ 3 ส่วน เพราะฉะนั้น ต้องใช้คำกริยาที่แสดงการกระทำ และสังเกตได้ คือ เกณฑ์ คือเกณฑ์ ถ้าเราลองแยกดู มันจะมี 3 ส่วน มี 3 ส่วน เตรียมวัสดุตอน... ตอนจากไหน จากวัสดุที่ครูเตรียม ในสถานการณ์ส่วนที่ 2 ในส่วนที่ 2 ต้องเสร็จใน 20 นาที ก็คือเกณฑ์ ถ้าให้มาไม่ครับ เราก็เขียนเพิ่มได้ หัวข้อสุดท้าย ก่อนจบ 4 ระดับ จุดมุ่งหมายระดับสูง จุดหมายระดับกลาง จุดหมายระดับต่ำสุด เรียกว่าจุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรม แสดง เพราะฉะนั้นตัวนี้ เราต้องเอาเข้าไปพร้อมกับการจัดการเรียนการสอนที่ครู... ก็คือ O O ต้องนำเข้าไป เราถึงจัดการเรียนการสอนจบบทที่ 2 ไปนะครับ ข้อ 3 นะ ให้เราอ่าน ให้เราอ่านจุดประสงค์ ครูจะยกตัวอย่างข้อแรกก็แล้วกันนะครับ อ่านจุดประสงค์ข้อที่ 1 นี่ สมมติ อย่างแท้จริงนี่นะครับ อ่านเสร็จให้... หาแล้วให้เราตรวจสอบ ถ้าสังเกตได้แปลว่ามันเป็นจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมเราจะขีดถูก เราจะขีดผิด แสดงว่าจุดประสงค์ข้อนั้นน่ะ ไม่เป็น และก็เป็น ถ้าเขียนได้ก็ไม่เป็น ถ้าไม่เป็นก็เฉย ๆ ไว้ แต่ถ้าเป็น กรณีที่มันขีดถูกหรือเป็นนะ พฤติกรรมที่คาดหวัง 3. ก็คือเกณฑ์ สมมติว่า ข้อ 5 เมื่อเราอ่านจุดประสงค์แล้วนะครับ ดูสิว่ามันสังเกตได้หรือไม่ได้ ถ้าสังเกตถ้าเป็นให้แยก 3 ด้าน ถ้าไม่เป็นก็เฉย ๆ ไว้นะ จะถ่ายรูปไว้ก็ได้นะครับ ให้... ประมาณ เริ่มเลย เฉลยแบบฝึกหัดกัน เมื้อกี้เลขที่ 1 เลขที่ 6 เลขที่ 11 อะไรนะ[เสียงหัวเราะ] เลขที่ 2 ใช่ไหม อ๋อ เขาเลขที่ 2 เขาก็เลยต่อ... เราดูคำว่า "เข้าใจ" นะ เข้าใจนะ เข้าใจมันสังเกต ก็ได้ปุ๊บ มันจะไม่เป็นจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ต้องสังเกตได้ถึงจะเป็น ถูกต้อง เลขที่ 3 ใครเลขที่ 3 นะ ติดกันใช่ไหม แว่นใช่ไหม ผิด ใช่ไหมแว่น หนูเอาคำไหน คำกริยาที่หนูหา มันข้อ 3 เด๊ะ ข้อ 3 ข้อ 2 ข้อ 2 ข้อ 3 ก็ได้ ข้อ 3 ก็ได้ นักเรียนรู้ดีว่าการวางแผนครอบครัว ถูกไหม ข้อนี้ใช่ไหม หนูเอาผิดใช่ไหม คำกริยามันคืออะไร รู้ดี คำกิริยา... รู้ดี มันมองแล้วมันสังเกตไม่ได้ เลขที่ 4 ข้อ 2 ทีนี้ นี่ใช่ไหม หนูว่าถูกหรือผิด ข้อ 2 พี่ล่ามเขา... คิดว่า... คิดว่าถูก ดูคำไหน ดูคำไหม ในข้อความทั้งหมดของข้อ 2 ดูคำไหน ข้อ 2 นะ นักเรียนสามารถชี้ที่ต้นพืชได้ถูกต้อง มันมีคำกริยาชี้...บอกครู คำที่ 2 คือ คำว่า "ชี้" ใครชี้ ที่อยู่กับผู้เรียน อย่างนั้นคำนี้เราจะดูคำว่า "ชี้" นะ โอ้โห นิ้วเราใช่ไหม ชี้ใช่ไหม สังเกตได้ไหม ได้ พอเป็นปุ๊บ ต้องแบ่งกี่อย่าง 3 อย่าง อะไร พฤติกรรมที่คาดหวัง นึกออกไหม 1. พฤติกรรมที่คาดหวัง นึกออกไหม นึกออกไหม ยากอยู่ เลขที่ 5 ใครคือคนที่เลขที่ 5 คำว่า "ชี้" ดูกริยาที่อยู่กับนักเรียน มันสังเกตได้ คำว่า "บอก" ก็เป็นกริยา เป็นรูปให้แยก 3 อย่าง คือ 1. พฤติกรรมที่คาดหวัง 2. เงื่อนไข 3. เกณฑ์ ใครเลขที่ 5 หัวหน้านี่นะ หัวหน้าตอบ เราดูว่าเราดูสิ่งที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียน ชี้ที่ต้นพืช นี่คือพฤติกรรมที่คาดหวังนะครับ ชี้ที่ต้นพืชจะต้องแบ่ง 2 เลขที่ 6 อะไรคือ... เงื่อนไข การที่จะชี้นี่ชี้จากไหนบอกราก ปุ๊บ เด็กชี้ ครูบอกลำต้น นักเรียนก็ไปชี้ เลขที่ 7 ใครเลขที่ 7 ตรงนี้แหละเป็นประเด็น เกณฑ์ที่ถูกต้อง ถ้ามันเขียนไม่ชัด เราจะไม่นับ ทั้งข้อนี้ลงไป มันไม่ชัดพอ ข้อนี้ถ้าเขียนเพิ่ม ฟังดี ๆ นะ นักเรียนสามารถชี้ได้ถูกต้องอย่างน้อย 3 อย่าง ถ้าบอกว่าได้ถูกต้องมันไม่ชัดเราไม่นับ โอเคนะ เลขที่ 8 เป็นไหม ถูก ก็คือมันเป็นเชิงพฤติกรรม ผิดคือไม่เป็น ดูคำว่าอะไรตัวเดียว ตอนนี้มี 2 คำแล้ว คือ ครูนำ นักเรียนต้องสังเกตเลยนะ นักเรียนต้องอะไรได้ บอกชื่อเครื่องมือ ขมุกขมิบมีคำออกมาไหม มีคำออกมา เพราะฉะนั้น เป็นไหมครับ คำนี้เมื่อไรเป็นพฤติกรรมแยก 3 อย่าง 1 พฤติกกรรมทีึ่คาดหวัง เลขที่ 8 บอกครูชื่อเครื่องมือ บอกชื่อเครื่องมือนี่ เป็นพฤติกรรมที่คาดหวัง ก็เรียกพฤติกรรมที่คาดหวัง ส่วนที่ 2 เลขที่ 10 เอ้ย เลขที่ 9 เลขที่ 9 ใครเลขที่ 9 อ๋อ โอเค เลขที่ 9 ตอบแทนสิ อะไรคือเงื่อนไข เขาจะบอกชื่อเมื่ออะไร จอบขึ้นมา นักเรียนต้องบอกอะไรทันที สิ่งที่ครูหยิบ บอกชื่อ อันนี้ คือ เงื่อนไขในการแสดงพฤติกรรม เลขที่ 11 อะไรคือเกม เลขที่ 11 อะไรคือเกม นี่ดูมือพี่เขาก็ได้ อะไรคือเกณฑ์ ก็แสดง... ถูกต้องนี่ มันไม่ชัด ที่ชัดก็... เราไม่นับ โอเคไหมครับ 6 ใน 8 นี่คือเกณฑ์ ข้อ 5 ใคร 12 เป็นไหม ตอนประสมคำนี่ หนุ่มน้อยลองประสมนะ ด... เป็นคำออกมาไหม มี ก อา ได้อะไร ได้ ดา ก-อา ได้ กา น อา ได้ นา ม อา ได้ มา ต อา ได้ ตา คำเลย เพราะฉะนั้น คำว่าประสมคำนี่มันสังเกตได้ เห็นไหม สังเกตได้ เพราะฉะนั้น เป็น... มี 12 ใช่ไหม เลขที่ 13 ส่วนประกอบที่ 1 พฤติกรรมที่คาดหวัง ให้... สิ่งที่ครูหวัง คือ นักเรียนทำอะไรได้ ประ...ประสมคำง่าย ๆ ประสมแล้ว นี่คือสิ่งที่ครูหวัง ประสมคำ กับ...เลขที่ 1 อะไรคือเงื่อนไข ของข้อนี้ ของข้อ 5 โอเค การประสมครั้งนี้ เงื่อนไขก็คือต้องใช้... ไม่ได้ กับสระ นี่คือเงื่อนไข ส่วนที่ 3 เลขที่ 2 เกณฑ์ก็คือได้ถูกต้องใช่ไหม แต่เราไม่นับใช่ไหม ทำไมไม่นับ คือส่วนเกณฑ์น่ะ แต่มันไม่นับ ถ้าจะให้นับก็อย่างไร เลขที่ 2 ลองคิด มันต้องเป็นมันต้องเป็นอย่างไรข้อความนี้ มัน... เพราะฉะนั้น เราต้องเขียนแผนในแผนมันจะมีจุดประสงค์นะ ถ้าครูเขียนอย่างนี้ นักเรียนประสมคำโดยใช้คำ...5 คำ ชัดไหม ได้ถูกต้องอย่างน้อย 5 คำ เลขที่ 3 เป็นไหม ไม่เป็น ไม่เป็น ดูคำว่า ความสำคัญ ดูคำกริยานะครับ เห็นความสำคัญนี่ มัน...เราสังเกตไม่ได้ เพราะฉะนั้น ข้อนี้ไม่เป็น พอไม่เป็นปุ๊บ เราจะไม่แยก เราจะไม่ใช่แบบที่มันสังเกตได้ โอเคแล้วกัน ข้อสุดท้ายแล้วกัน เลขที่ 4 เลขที่ 4 นักเรียนสามารถวาดภาพและระบายสี ผิด ตอบว่า "ผิด" นะ นี่เลขที่ 4 นะ ผิดหรือถูก ลองฟัง ข้อ 7 ถูก คำกริยาก่อน คำกริยาข้อนี้มันมีแค่ตรงนี้ บางข้อมีหลายที่ สังเกตได้ไหม ถ้าเราเห็นคนเขาทำ เราเห็นมือเขาใช่ไหม การสังเกตได้นะ สังเกตได้ เพราะฉะนั้น เป็นหรือไม่เป็น เป็นนะ เมื่อเป็นก็ต้องแยกกี่ส่วน 1. พฤติกรรมที่คาดหวัง มันต้องทำให้ครบ ก็คือ... วาดภาพและระบายสี อันนี้เลขที่อะไรแล้ว เลขที่ 6 นะ วาดภาพอะไรครับ ผลไม้และระบายสี ถ้าวันนี้ครูไม่ได้สอนเรื่องผลไม้นักเรียนวาดภาพระบายสี ภาพทิวทัศน์อะไรแทน แต่ประเด็นคาดหวังคืออะไร เหมือนเดิมคือวาดภาพและระบายสี โอเคนะ อันนี้เลขที่เท่าไรนะ เกณฑ์ ให้เป็นมะม่วงให้เป็นมะม่วง วาดทุเรียนให้เป็นขนุนใช่ไหม ทุเรียนให้เป็น เหมือนจริง ไม่รู้จะชัดอย่างไรแล้วนะ โอเคนะ สังเกตได้ จะเป็นจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม แล้วให้เราแยก ง3 ส่วน เงื่อนไข 3. เกณฑ์ ไม่ครบได้ไหม ครบ ตอนเราไปเขียนจุดประสงค์ในแผนนะ ที่มันสังเกตไม่...เราจะไม่เขียนในแผน เราจะไม่ใช้ในแผน โอเคไหมครับ โอเคนะครับ อาทิตย์หน้าเราจะกลับไปเรียน Online แล้วครูก็เข้าใจแล้ว ว่า...เขามีประกาศนะ มีประกาศ ไม่รู้นะ ผมก็นับใหญ่เลย อาทิตย์หน้าเราจะเรียน Online นะครับ เดี๋ยวจะส่งไฟล์ไปให้นะ ส่งไฟล์ไปให้ เป็นงาน 4 ชิ้น วิชาเราจะมีงานทั้งหมด 6 ชิ้น เราเรียกว่างาน 6 6 ข้อ ข้อที่ 1 หรือชิ้นที่ 1 คือ... ให้ทุกคน เดี๋ยวจะสั่งอีกที ชิ้นที่ 2 ให้สร้างข้อสอบ ถูกผิดหรือข้อ 2 สร้างข้อสอบเติมคำ 4. ข้อสอบจับคู่ แต่งานมีทั้งหมดกี่ชิ้น 6 แต่ 5 ชิ้นแรกให้เราออกข้อสอบ ทำไมจะต้อบให้ทำงานข้อสอบถึง 5 ประเภท ก็เพราะว่าเมื่อเรา... โอเคไหมครับ ถ้าเราสอนเรื่องอะไรก็ตาม เดี๋ยวนะขออนุญาตโทรศัพท์แป๊บหนึ่งสรุปว่างานมีทั้งหมด 6 ข้อ 6 ชิ้น 5 ให้ฝึกสร้างข้อสอบก็เพราะว่าเมื่อเราเป็นครูเราต้องสร้างข้อสอบเป็น โอเคไหมครับ อันที่ 1 อันที่ 2 ข้อสอบ 5 ประเภทนี้ การสอนพิเศษเป็นคู่อะไรครับ เป็นเอกคู่หรือเอกเดี่ยว อะไรดีล่ะ เรื่องประโยคความรวม แสดงว่าเมื่อเราสอนประโยคความรวมเสร็จ ถูกผิดเรื่องประโยคความรวมเป็น เติมคำ ประโยคความรวมเมื่อจับคู่ เราสอนเด็กเราต้องออกข้อสอบเด็กเป็น โอเคไหม ส่วน... ครูจะบอก อาทิตย์หน้า เรียนเสร็จปุ๊บจะให้ทำ 4 ประเภทแรกเลย มีเวลาส่งอยู่ 3 อาทิตย์ด้วยนะครับ โอเคไหม นึกออกไหม ชดเชยที่เราไปขอไปแข่งขันอะไรน่ะ ครั้งหนึ่ง ถ้า... หรือมี 2 อย่าง มีช่วงเย็น กี่ทุ่มดี เอาทุ่มหนึ่งดีไหม อันที่ 1 คือ 6 โมงเย็น ได้ทุกวัน หรือทุ่มหนึ่งทุกวัน อันที่ 2 คือ ครูว่างศุกร์บ่าย พวกเราว่างไหม พวกเราว่างวันไหน อังคารก็ได้ อย่างนั้นครูว่างเช้าอังคาร เอาไหมเช้าอังคาร บ่ายอังคารครูก็ว่างอีก ครูก็ว่างหลายอยู่เดะ เอาจนได้ล่ะ พวกเราว่างไหม ถูกไหมแว่น อังคารบ่ายว่างใช่ไหม อย่างนั้นเอาอังคารบ่าย ออนไลน์เด้อ ดีไหม ออนไลน์นะ ยัง ๆ เรียนเสร็จ ปุ๊บ ก็จะสั่ง อย่างนั้นครูบอกล่วงหน้าเลย วันอังคารที่จะถึงนี้ตอนบ่ายนะ ถ้าครูลืมให้แว่นโทร แว่นจดเบอร์เอาไว้กับศิรินภา 083-464 เดี๋ยวอาจารย์กลัวลืม กลัวลืม 083-464-9096 เราจะเข้า เข้าทีม Microsoft Team นะ ตอนเที่ยง 12.50 น. แล้วเริ่มเรียนบ่ายโมง อังคารนี้เราจะเรียนบทที่ 4 ข้ามบทที่ 3 เฉยเลย เพราะบทที่ 3 เราจะเรียนทีหลัง บทที่ 4 ก่อนนะ เรียนบทที่ 4 ปุ๊บ วันนั้นก็สั่งงาน 4 ข้อแรก ข้อ 1 2 3 4 จากนั้นเราจะเจอกันวันอะไรอีก วันพุธ เป็นออนไลน์อีก โอเคไหม วันพุธ เราจะเรียนบทที่ 3 ทีนี้ งานข้อ 5 แสดงว่าอาทิตย์ เรียนอังคาร พุธปุ๊บ สั่งงาน 6 ชิ้น สั่งไป 5 ชิ้น เกือบจบแล้ววิชานี้ นึกออกไหม พอนึกออกไหมครับ นึกออกนะ ออนไลน์ทั้ง 2 วันนะ อังคาร ที่ 5 พุธ บทที่ 3 โอเคนะ เดี๋ยวตอนเย็นครูจะส่งไฟล์ให้ โอเคนะ วันพุธเตรียมกระดาษ 1 แผ่น ครูจะให้เราทำข้อสอบส่งวันพุธพอสอนเสร็จปุ๊บ ครูจะให้ทำเลย แล้วครูจะเฉลย โอเคไหมครับ บทที่ 4 นี่บันทึก บทที่ 5 เรากลับมา On Site กันใหม่ 5 6 นะครับ นี่ โอเค มีคำถามไหมครับ ไม่มี ไม่มี วันนี้ก็ขอขอบคุณทุกคนนะ ขอบคุณพี่ล่ามทางนู้นด้วยนะครับ ไม่รู้ว่าชื่ออะไร 2 ท่าน แท็คทีมมวยปล้ำนะ สลับไปสลับมา เหมือนมวยปล้ำนะ สลับไปสลับมา ตอนสลับแตะมือกันไหม แปลเขาไม่ออก ต้องแตะมือนะ เขาเป็นมวยปล้ำนะ โอเคนะครับ ขอขอบคุณพี่ล่ามทางนี้ด้วยนะครับ อย่างนั้นวันอังคาร 12.50 น. นะ วันพุธก็ 12.50 น. เดี๋ยวครูจะส่งไฟล์มาให้ ไฟล์ที่จะให้เรียน แค่นี้ครับ หัวหน้า แค่นี้ครับ นักศึกษา ครับ สวัสดีครับ [สิ้นสุดการถอดความ]