﻿1
00:09:49,572 --> 00:09:52,639
(ผศ.ดร.กาญจนา) เดี๋ยววันนี้เราจะมาดูในเรื่องของการอ่านในใจกันนะคะ การอ่านใจดูจากหน้าที่เท่าไรเอ่ย

2
00:09:52,639 --> 00:09:56,639
40 เท่าไรลูก

3
00:10:01,922 --> 00:10:05,922
หน้า 41 ค่ะ ทุกคนดูเอกสารในหน้า 41 ค่ะ

4
00:10:18,654 --> 00:10:22,654
การอ่านในใจนะคะ มีวิธีการที่จะทำให้เรา

5
00:10:24,177 --> 00:10:26,405
ประสบความสำเร็จ หรือมีผลสัมฤทธิ์นะคะ ในการอ่านในใจ

6
00:10:26,405 --> 00:10:30,405
หลากหลายวิธีด้วยกัน

7
00:10:32,416 --> 00:10:33,942
เทคนิควิธีการอันที่ 1 นะคะ เราเรียกว่า วิธีการแบบไหน

8
00:10:33,942 --> 00:10:37,942
ลูห แบบ

9
00:10:41,079 --> 00:10:45,079
คร่าว ๆ การอ่านแบบคร่าว ๆ นะคะ อีกอย่างหนึ่งเราเรียกว่า "Skimming"

10
00:10:45,310 --> 00:10:48,647
การอ่านข้อความนี้มีลักษณะอย่างไร

11
00:10:48,647 --> 00:10:52,647
อันที่ 1 นะคะ

12
00:10:55,194 --> 00:10:58,373
ก็คือในขั้นที่ 1 จะต้องมีการอ่านสำรวจนะคะ ข้อมูลก่อน

13
00:10:58,373 --> 00:11:00,279
การสำรวจข้อมูลที่ว่านี้ดูอะไรบ้าง

14
00:11:00,279 --> 00:11:04,279
ดูอะไรบ้างคะ

15
00:11:05,744 --> 00:11:07,448
หยิบหนังสือขึ้นมา 1 เล่มดูอะไรก่อน ที่เป็นข้อมูลเบื้องต้น

16
00:11:07,448 --> 00:11:11,448
1.

17
00:11:16,260 --> 00:11:19,113
หน้าปกใช่ไหมคะ หยิบขึ้นมาดูเห็นก่อนเลย ก็คือหน้าปก นอกจากดูหน้าปกแล้วดูอะไรอีกคะ

18
00:11:19,113 --> 00:11:23,113
คำนำสารบัญ

19
00:11:23,916 --> 00:11:27,782
อันดับแรกเลย คือดูหน้าปกว่าชื่อเรื่องอะไร ใครเป็นผู้แต่งใช่ไหมคะ

20
00:11:27,782 --> 00:11:30,977
วิธีการประกอบร่างหนังสือนี่ เป็นอย่างไร

21
00:11:30,977 --> 00:11:31,739
เล่มหนาไหม ถือพอดีไหมนะคะ

22
00:11:31,739 --> 00:11:32,823
ขนาด

23
00:11:32,823 --> 00:11:36,280
เท่าไร

24
00:11:36,280 --> 00:11:40,280
น้ำหนักเป็นอย่างไร สีกระดาษเป็นอ

25
00:11:41,095 --> 00:11:44,625
ย่างไร คราวนี้ไปดูอะไรต่อ ดูคำนำ ดูสารบัญใช่ไหมคะ

26
00:11:44,625 --> 00:11:47,441
สารบัญในที่นี้ในเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้

27
00:11:47,441 --> 00:11:50,516
มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรบ้าง

28
00:11:50,516 --> 00:11:51,466
วิธีการในการเรียบเรียง

29
00:11:51,466 --> 00:11:54,417
หนังสือ

30
00:11:54,417 --> 00:11:57,751
เป็นอย่างไร เราจะดูได้จากอะไรนะ

31
00:11:57,751 --> 00:12:01,751
สารบัญนั่นเองนะคะ

32
00:12:01,913 --> 00:12:05,913
ดูจำนวนหน้าว่ากี่หน้า ดูราคาด้วยไหมคะ

33
00:12:06,529 --> 00:12:10,122
ดูด้วยค่ะ ต้องดูราคาด้วยว่าราคาเท่าไร

34
00:12:10,122 --> 00:12:11,592
จัดพิมพ์ปี พ.ศ. อะไร

35
00:12:11,592 --> 00:12:15,592
ทำไมต้องดู

36
00:12:17,678 --> 00:12:19,280
รายละเอียดข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับหนังสือ

37
00:12:19,280 --> 00:12:21,522
เล่มนั้น ๆ

38
00:12:21,522 --> 00:12:25,522
นักศึกาานั่งดี ๆ ค่ะ

39
00:12:27,912 --> 00:12:31,912
ถ้าหนูไม่สบายหนูไปพักได้เลยลูก ห้องข้างล่าง

40
00:12:36,290 --> 00:12:39,592
ไม่ ๆ ถ้าหนูรู้สึกไม่สบาย หนูลงไปห้องข้างล่างเลยค่ะ มีห้อง

41
00:12:39,592 --> 00:12:41,443
พยาบาลนะ มีศูนย์แพทย์อยู่นะ

42
00:12:41,443 --> 00:12:45,443
ดูแลตัวเองนะคะ

43
00:12:49,378 --> 00:12:51,169
ต่อไปนะคะ แบบมาพ่อสำรวจ พลิกซ้ายพลิกขวาดูหนังสือ แล้วดูสิหนังสือได้ไหมคะ

44
00:12:51,169 --> 00:12:55,169
รูปปกดูสีด้วยไหม

45
00:12:55,566 --> 00:12:57,397
ดูใช่ไหมคะ ว่ามันมีความดึงดูดมากน้อยแค่ไหน ใช่ไหมคะ

46
00:12:57,397 --> 00:12:58,998
ต่อมานะคะ

47
00:12:58,998 --> 00:13:02,998
ขั้นที่ 2

48
00:13:03,818 --> 00:13:06,305
การอ่านข้อมูล หรืออ่านเนื้อหาทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

49
00:13:06,305 --> 00:13:10,305
โดยวิธีการอะไร

50
00:13:13,244 --> 00:13:16,879
อ่านอย่างรวดเร็ว โดยใช้การสังเกต

51
00:13:16,879 --> 00:13:20,599
ตำแหน่งที่เรียกว่า "ใจความสำคัญ"

52
00:13:20,599 --> 00:13:24,324
ปกติแล้วใจความสำคัญอยู่ตำแหน่งไหนบ้าง

53
00:13:24,324 --> 00:13:28,324
อะไรใครตอบครูได้บ้าง ว่าใจความสำคัญอยู่ตำแหน่งไหน

54
00:13:30,392 --> 00:13:33,515
ต้น กลาง ท้าย อยู่ตรงไหนของประโยคคะ

55
00:13:33,515 --> 00:13:35,215
ค่ะ

56
00:13:35,215 --> 00:13:37,632
ตรงกลางเหรอคะ

57
00:13:37,632 --> 00:13:41,632
ตรงไหนคะ

58
00:13:42,125 --> 00:13:46,125
ตรงกลางเหรอคะ ท้ายเหรอคะ ตรงไหนอีกคะ

59
00:13:47,270 --> 00:13:48,978
ปกติแล้วใน 1 ย่อหน้า ไม่เอา 1 ประโยคก็ได้ 1 ย่อหน้า

60
00:13:48,978 --> 00:13:52,733
ใน 1 ย่อหน้า

61
00:13:52,733 --> 00:13:56,460
ใจความสำคัญจะอยู่ 2 ตำแหน่งใหญ่ ๆ ด้วยกัน ก็คือ

62
00:13:56,460 --> 00:13:58,250
ต้นประโยคนะคะ ต้นข้อความกับอะไรลูก

63
00:13:58,250 --> 00:14:02,250
ท้ายข้อความ

64
00:14:02,977 --> 00:14:05,566
ท้ายสุดท้ายนี่นะคะ เขาเรียกว่าเป็นส่วนที่เป็นส่วนสรุป

65
00:14:05,566 --> 00:14:09,465
แต่ส่วนแรกนะคะ เขาเรียกว่าเป็นส่วน

66
00:14:09,465 --> 00:14:13,465
... เขาก็เรียกว่าเป็นส่วนเหตุผลนะคะ ส่วนเหตุผล

67
00:14:13,708 --> 00:14:17,708
แล้วตอนท้ายนี่ จะเป็นข้อสรุปแต่ใด ๆ ก็ตามแต่

68
00:14:18,384 --> 00:14:22,384
2 อย่างนี้ 2 ตำแหน่งนี้ อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องทั้งหมด

69
00:14:24,500 --> 00:14:28,500
ให้ความสำคัญในย่อหน้ายาว ๆ อาจจะยังปรากฏอยู่ในตอนไหนของใจความได้ด้วย

70
00:14:30,952 --> 00:14:31,810
อยู่ตรงส่วนกลางก็ได้นะคะ แต่หลัก ๆ เลย จะอยู่ที่ไหนคะ เป็นอันดับแรก

71
00:14:31,810 --> 00:14:35,810
ต้น

72
00:14:37,586 --> 00:14:41,586
ประโยค และท้ายประโยค หรือต้นข้อความท้ายข้อความนั่นเองนะคะ

73
00:14:42,547 --> 00:14:44,331
ดังนั้น เวลาที่เราต้องการจะอ่านคร่าว ๆ เราเห็นใจความสำคัญ

74
00:14:44,331 --> 00:14:48,331
พุ่งไปที่ไหนก่อนเลย

75
00:14:50,967 --> 00:14:52,118
ต้นข้อความกับส่วนท้าย เพื่อทำการ Skimming นั่นเอง

76
00:14:52,118 --> 00:14:54,870
นะคะ

77
00:14:54,870 --> 00:14:58,870
วิธีนี้นะคะ มีประโยชน์อย่างไร

78
00:14:59,049 --> 00:15:00,913
มีประโยชน์ในการทำให้เรา

79
00:15:00,913 --> 00:15:04,913
อ่านได้เร็วขึ้น

80
00:15:06,436 --> 00:15:07,636
พออ่านได้เร็ว เราก็จะเพิ่มจำนวนของหนังสือ

81
00:15:07,636 --> 00:15:10,584
ได้มากขึ้น

82
00:15:10,584 --> 00:15:13,152
พูดง่าย ๆ อ่านได้จบไวขึ้น

83
00:15:13,152 --> 00:15:14,871
อ่านจับใจความได้ไวขึ้น

84
00:15:14,871 --> 00:15:18,871
แล้วทำให้เรา

85
00:15:19,036 --> 00:15:19,794
เพิ่มปริมาณของการอ่านให้สูงขึ้นด้วย

86
00:15:19,794 --> 00:15:23,170
นะคะ

87
00:15:23,170 --> 00:15:26,612
นี่คืออ่านแบบที่ 1 เขาเรียกว่าอ่านแบบ

88
00:15:26,612 --> 00:15:30,612
"Skimming" หรืออ่านแบบคร่าว

89
00:15:33,773 --> 00:15:37,773
ๆ วิธีนี้เหมาะสำหรับนักศึกษาไหมคะ

90
00:15:40,087 --> 00:15:42,358
เหมาะมาก เพราะอะไร เพราะมันจะช่วยทำให้นักศึกษา 1

91
00:15:42,358 --> 00:15:43,503
. รู้ตำแหน่งของ

92
00:15:43,503 --> 00:15:47,413
ใจความ

93
00:15:47,413 --> 00:15:51,202
เวลาอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบนะคะ

94
00:15:51,202 --> 00:15:54,349
เบื้องต้นอันดับแรกต้องอ่านคร่าว ๆ ก่อนรอบที่ 1

95
00:15:54,349 --> 00:15:58,349
รอบที่ 2 ค่อยมาอ่านละเอียดใช่ไหมคะ

96
00:15:58,578 --> 00:15:59,447
เพื่อบันทึกใจความแ ล้วทำการ Short note หรือ

97
00:15:59,447 --> 00:16:02,147
บันทึก

98
00:16:02,147 --> 00:16:06,044
สรุป แบบสรุปเอาไว้อ่านทบทวน

99
00:16:06,044 --> 00:16:10,044
นะคะ ต่อมาประเภทที่ 2 ค่ะ

100
00:16:13,757 --> 00:16:15,329
แบบที่ 2 นะคะ เราเรียกว่าการอ่านแบบ

101
00:16:15,329 --> 00:16:19,329
กวาดสายตา

102
00:16:20,185 --> 00:16:23,875
การอ่านแบบกวาดสายตาหรือภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า

103
00:16:23,875 --> 00:16:26,115
Scanning Scanning  นั้นคืออะไร นะคะ

104
00:16:26,115 --> 00:16:29,526
เขาบอกว่าการอ่านแบบ scanning

105
00:16:29,526 --> 00:16:33,526
เป็นการอ่านเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะบางอย่าง

106
00:16:35,673 --> 00:16:39,673
เป็นการอ่านเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะบางอย่างนะคะ

107
00:16:44,044 --> 00:16:48,044
โดยวิธีการในการอ่านนั้นจะต้องอ่านอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่อ่านเพื่อดูสังเกตตำแหน่งใจความสำคัญแล้วนะคะ

108
00:16:48,790 --> 00:16:51,695
ดูโดยใช้สายตากวาดไปครั้งเดียวนี่ค่ะ

109
00:16:51,695 --> 00:16:55,695
ครั้งเดียว 2-3 บรรทัดรวดเลย

110
00:16:58,006 --> 00:16:58,842
ต้องใช้สายตาในการกวาดนะคะ เพื่อสังเกตทีเดียว 2-3 บรรทัด

111
00:16:58,842 --> 00:17:02,842
นะคะ

112
00:17:05,899 --> 00:17:09,899
สังเกตอย่างไรทีนี้ เวลาที่เราจะใช้กับกรณีของการ Scanning นี้ ก็คือ

113
00:17:10,705 --> 00:17:14,705
ใช้ในกรณีที่เราต้องการ 1. ค่ะ เปิดพจนานุกรมหาคำศัพท์

114
00:17:20,749 --> 00:17:23,518
ภาษาไทยเอย ภาษาอังกฤษ หรือภาษาต่าง ๆ อะไรก็ได้ เราใช้วิธีการก็คือควบรวมนะคะ ทีละ 3 บรรทัด

115
00:17:23,518 --> 00:17:24,266
เพื่อหาคำที่เราต้องการ

116
00:17:24,266 --> 00:17:28,266
ค้น

117
00:17:34,661 --> 00:17:38,382
คำศัพท์ต่าง ๆ นะคะ หรือหาหมายเลขโทรศัพท์ได้ไหมคะ สมัยก่อนมีสมุดโทรศัพท์ ณ ปัจจุบันนี้ ก็อาจจะมีแบบอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ทำเป็น e-book อย่างนี้ค่ะ

118
00:17:38,382 --> 00:17:41,390
เราก็ใช้วิธีการ Scanning

119
00:17:41,390 --> 00:17:43,637
หรือเปิดดูหน้าสารบัญในหนังสือนะคะ

120
00:17:43,637 --> 00:17:46,638
ที่เป็นลักษณะของสารานุกรม

121
00:17:46,638 --> 00:17:50,638
เราต้องการจะค้นหาเรื่องอะไร ทำอย่างไรคะ

122
00:17:53,002 --> 00:17:57,002
ใช้สายตากวาดไป เพื่อให้เจอคำที่เราต้องการค้น

123
00:17:58,288 --> 00:17:59,566
วิธีนี้นะคะ จะทำได้เร็วขึ้น

124
00:17:59,566 --> 00:18:01,366
ถ้ามี

125
00:18:01,366 --> 00:18:02,376
เครื่องมือ

126
00:18:02,376 --> 00:18:06,050
ช่วย

127
00:18:06,050 --> 00:18:09,373
เช่น ใช้กระดาษแข็งค่ะ

128
00:18:09,373 --> 00:18:10,921
หรือใช้นิ้วชี้ตาม

129
00:18:10,921 --> 00:18:12,390
เพื่อค้นอะไรลูก

130
00:18:12,390 --> 00:18:15,450
ค้นหาคำ

131
00:18:15,450 --> 00:18:19,450
ใช้กระดาษช่วยก็ได้ค่ะ

132
00:18:23,118 --> 00:18:27,118
แต่หลัก ๆ แล้ววิธีการในการใช้นิ้วหรือใช้กระดาษนะคะ เขาจะไม่ค่อยนิยมกับการอ่านแบบละเอียด

133
00:18:29,063 --> 00:18:33,063
หรืออ่านแบบ skimming เขาก็ไม่ใช้ใช้ เฉพาะการหาแบบ Scanning เท่านั้น

134
00:18:33,381 --> 00:18:37,381
การ  Scanning นะคะ อ่านแบบกวาดสายตา

135
00:18:38,147 --> 00:18:42,147
อนุญาตหรือนิยมนะคะ ใช้อุปกรณ์ช่วย

136
00:18:42,395 --> 00:18:46,395
แต่ถ้าเป็นการอ่านแบบอื่นเขาไม่นิยม แล้วเขาไม่แนะนำ

137
00:18:46,907 --> 00:18:50,870
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กนักเรียน เธอจะไปเป็นครู

138
00:18:50,870 --> 00:18:54,870
เวลาเธอสอนเด็กอ่าน ถ้าเด็กชี้ตามตัวอักษร

139
00:18:55,253 --> 00:18:56,404
นั่นแสดงว่าผิดบุคลิกภาพที่ดี ของอะไรลูก

140
00:18:56,404 --> 00:19:00,404
การอ่าน

141
00:19:02,191 --> 00:19:06,191
เวลาเด็กอ่านนะคะ แล้วถ้าอ่านในใจมีเสียงขมุบขมิบและใช้นิ้วมือชี้ตาม

142
00:19:08,750 --> 00:19:12,750
อันนี้ถ้าเป็นการอ่านในเบื้องต้นแรก ๆ ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรนะ แต่ถ้าเด็กติดเป็นนิสัยอันนี้

143
00:19:13,023 --> 00:19:15,579
ครูจะต้องแก้ตรงนี้นะคะ ไม่ให้เด็กใช้อะไรลูก

144
00:19:15,579 --> 00:19:18,196
ใช้นิ้วชี้ตามตัวอักษร

145
00:19:18,196 --> 00:19:21,958
ต่อไปนะคะ

146
00:19:21,958 --> 00:19:25,958
แบบที่ 3 ค่ะ เราเรียกว่า...

147
00:19:35,106 --> 00:19:37,650
แบบที่ 3 เราเรียกว่าการอ่านแบบ

148
00:19:37,650 --> 00:19:41,161
"SQ3R"  นั่นแหละ ครูบอกให้ไปตั้งนานแล้ว

149
00:19:41,161 --> 00:19:45,161
ไม่เป็นไรลูกไปพักผ่อนก่อนลูกไป

150
00:19:52,435 --> 00:19:56,435
พอดีมีเพื่อนไม่สบายนะคะ ขออนุญาตไปหาหมอ

151
00:19:58,710 --> 00:20:02,710
ศูนย์แพทย์ข้างล่างนะคะ มีศูนย์แพทย์อยู่ ไปหาศูนย์แพทย์เลยค่ะ

152
00:20:05,579 --> 00:20:08,092
ต่อเลยนะคะ แบบที่ 3 นะคะ เราเรียกว่า

153
00:20:08,092 --> 00:20:11,971
"SQ3R"

154
00:20:11,971 --> 00:20:15,350
ดูจากชื่อ

155
00:20:15,350 --> 00:20:16,546
นักศึกษาคิดว่ามีอยู่กี่ขั้นตอนด้วยกัน

156
00:20:16,546 --> 00:20:20,546
ในการอ่าน

157
00:20:20,844 --> 00:20:24,005
SQ3R นักเรียนคิดว่ามีกี่ขั้นตอน

158
00:20:24,005 --> 00:20:26,934
อ่านในใจนี้มีอยู่กี่ขั้นตอน

159
00:20:26,934 --> 00:20:29,889
3 เหรอคะ มี 3 เหรอคะ

160
00:20:29,889 --> 00:20:33,889
3 ใครว่า 3 ยกมือ

161
00:20:37,029 --> 00:20:40,972
ใครว่า 4 ยกมือ ยกสูง ๆ เลยลูก มั่นใจไม่เป็นไร ใครว่า 5 ยกมือล

162
00:20:40,972 --> 00:20:42,686
ูก โอเคขอบคุณค่ะ คำตอบคือ

163
00:20:42,686 --> 00:20:46,686
5 ค่ะ

164
00:20:47,908 --> 00:20:51,908
ขั้นที่ 1 เราเรียกว่าอ่านสำรวจ

165
00:20:53,510 --> 00:20:56,336
หรือมาจากภาษาอังกฤษที่ใช้คำว่า "Survey

166
00:20:56,336 --> 00:20:59,410
" ตัวย่อคือตัว

167
00:20:59,410 --> 00:21:03,410
S ย่อมาจาก Survey

168
00:21:05,016 --> 00:21:08,566
การสำรวจก่อนค่ะ สำรวจเข้าคร่าว ๆ นะคะ

169
00:21:08,566 --> 00:21:12,566
เหมือนอย่างในขั้นของการ

170
00:21:13,089 --> 00:21:17,089
Skimming ดูคร่าว ๆ นะคะ ขั้นที่ 2 ค่ะ

171
00:21:24,202 --> 00:21:28,202
อ่านแล้วตั้งคำถาม อ่านอย่างมีจุดมุ่งหมาย เพื่อให้ได้คำตอบว่า ใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร

172
00:21:28,952 --> 00:21:30,121
การตั้งคำถามในลักษณะ เช่นนี้ เราเรียกขั้นนี้ว่า

173
00:21:30,121 --> 00:21:30,903
Question

174
00:21:30,903 --> 00:21:33,733
หรือ

175
00:21:33,733 --> 00:21:37,733
ตัวย่อคือ Q

176
00:21:42,484 --> 00:21:44,316
2 แล้วนะคะ ขั้นที่ 3 ค่ะ เมื่อได้คำตอบแล้วนะคะ ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร

177
00:21:44,316 --> 00:21:46,104
ขั้นที่ 3 ก็คือ

178
00:21:46,104 --> 00:21:50,104
อ่านอย่างเร็วค่ะ

179
00:21:50,850 --> 00:21:52,902
คราวนี้ถ้าจะต้องการอ่านอย่างเร็ว เราต้องใช้เทคนิคอะไรล่ะทีนี้

180
00:21:52,902 --> 00:21:56,044
อ่านแบบไหนคะ

181
00:21:56,044 --> 00:21:59,116
อ่านแบบ Skimming อีกเช่นกัน

182
00:21:59,116 --> 00:22:01,929
ก็คือดูตำแหน่งดูใจความสำคัญ

183
00:22:01,929 --> 00:22:05,390
เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว

184
00:22:05,390 --> 00:22:09,390
ขั้นที่ 4 ค่ะ

185
00:22:13,677 --> 00:22:17,677
มาจากอะไรคะ ขออภัย ขออภัยนะคะ ขั้นที่ 3 นะคะ ได้ที่ 3 นี้มาจากตัวที่เขาบอกว่า 3 อันนะ

186
00:22:19,483 --> 00:22:23,483
R ตัวที่ 1 คืออ่านอย่างเร็วหรือ Read นะคะ ตัวที่ 2 ค่ะ

187
00:22:24,298 --> 00:22:26,662
เราเราใช้วิธีการ Read แบบ Skimming แล้วนะคะ

188
00:22:26,662 --> 00:22:30,662
เราก็มาอ่านเพื่อจำ

189
00:22:32,412 --> 00:22:36,412
นะคะ อ่านเพื่อการจำภาษาอังกฤษนะคะ เป็นตัวที่ 2

190
00:22:39,504 --> 00:22:43,504
แต่เป็นขั้นที่เท่าไรคะ ของกระบวนการอ่านนี้ด้านที่ 4 นะคะ

191
00:22:46,068 --> 00:22:49,210
อ่านเพื่อจำหรือ Resite นะคะ เป็นการจำส่วนท้ายของข้อความ

192
00:22:49,210 --> 00:22:50,541
เชื่อมกับต้นข้อความ

193
00:22:50,541 --> 00:22:52,719
จัดไป

194
00:22:52,719 --> 00:22:56,719
พูดง่าย ๆ

195
00:23:01,326 --> 00:23:02,158
เวลาที่เราอ่านในขั้น resize เพื่อจำ ให้เราจำส่วนท้ายของประโยค และประจำส่วนต้นของประโยค

196
00:23:02,158 --> 00:23:06,158
ถัดไป

197
00:23:08,858 --> 00:23:09,836
จะเกิดความเชื่อมโยงแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เขาบอกว่าเทคนิคการจำนี้จะทำให้

198
00:23:09,836 --> 00:23:13,836
ผู้อ่าน

199
00:23:16,250 --> 00:23:20,250
มีความจำเพิ่มมากขึ้นนะคะ แล้วก็มีข้อมูลที่เป็นลักษณะของการเชื่อมโยง

200
00:23:20,549 --> 00:23:24,003
ต่อ ๆ กันไปจนจบเนื้อความในย่อหน้านั้น ๆ

201
00:23:24,003 --> 00:23:28,003
นี่คือ R ตัวที่ 2

202
00:23:33,260 --> 00:23:37,260
นะคะ และสุดท้ายคือ R ตัวที่ 3 นะคะ ขั้นของการอ่านทบทวนนั่นก็คือ

203
00:23:37,287 --> 00:23:39,345
Review งั้นก็คือรีวิวรีวิวนะคะ

204
00:23:39,345 --> 00:23:41,143
เป็นลักษณะของการ

205
00:23:41,143 --> 00:23:45,143
สรุปใจความ

206
00:23:46,809 --> 00:23:47,811
หลักการอ่านทั้งหมดสรุปแล้ว ทำให้มันเป็นภาษาของ

207
00:23:47,811 --> 00:23:51,811
ตัวเอง

208
00:23:54,313 --> 00:23:57,956
สรุปให้เป็นภาษาของตนเอง พูดง่าย ๆ เวลาเราจำน่ะค่ะ

209
00:23:57,956 --> 00:24:01,956
เรามักจะไปจำส่วนที่เป็นข้อความจากในหนังสือ

210
00:24:02,585 --> 00:24:03,890
ตรงนั้นมันจะทำให้เราขาดในเรื่องของการสรุป

211
00:24:03,890 --> 00:24:07,691
ความรู้

212
00:24:07,691 --> 00:24:08,705
ที่เป็นองค์ความรู้ตามความเข้าใจของ

213
00:24:08,705 --> 00:24:12,705
ตัวเราเอง

214
00:24:12,714 --> 00:24:15,175
วิธีการในขั้นนี้

215
00:24:15,175 --> 00:24:16,952
เราจะให้ผู้อ่าน

216
00:24:16,952 --> 00:24:20,952
ทำการสรุป

217
00:24:22,739 --> 00:24:25,306
ใจความสำคัญด้วยภาษา ด้วยความคิดของตัวเอง

218
00:24:25,306 --> 00:24:29,306
เอาเนื้อความมาเรียบเรียงใหม่

219
00:24:29,404 --> 00:24:30,238
เพื่อให้เกิดความรู้ที่เป็นชุดความรู้ของ

220
00:24:30,238 --> 00:24:31,591
ผู้อ่าน

221
00:24:31,591 --> 00:24:35,358
คนนั้น ๆ

222
00:24:35,358 --> 00:24:39,358
นะคะ ต่อไปนะคะ

223
00:24:41,762 --> 00:24:45,762
วิธีการที่ 4 นะคะ นั่นก็คือ

224
00:24:47,728 --> 00:24:51,728
การอ่านอย่างละเอียด หรือที่เราเรียกว่า "

225
00:24:55,567 --> 00:24:58,485
intensive Reading" นะคะ การอ่านอย่างละเอียดนะคะ เขาบอก ว่าเป็นขั้นสุดท้าย

226
00:24:58,485 --> 00:25:01,104
เป็นขั้นสุดท้าย ของ

227
00:25:01,104 --> 00:25:05,104
การอ่านในใจ

228
00:25:06,622 --> 00:25:07,826
อ่านอย่างละเอียดนี้นะคะ จะต้องมีทักษะในการพินิจ

229
00:25:07,826 --> 00:25:11,826
พิเคราะห์

230
00:25:15,201 --> 00:25:17,504
และในบางครั้งยังจำเป็นจะต้องอาศัยทักษะในการด้วย

231
00:25:17,504 --> 00:25:21,504
การตีความด้วย การตีความคืออะไร

232
00:25:22,841 --> 00:25:26,841
การตีความ คือ การระบุ หรือค้นหาความหมายของคำ

233
00:25:32,029 --> 00:25:36,029
ประโยคหรือข้อความนะคะ ที่อาจจะไม่ได้มีความหมายตรงตามสิ่งที่ปรากฏตามรูปอักษรนั้น ๆ

234
00:25:39,823 --> 00:25:43,823
เช่นสมมติเขาใช้คำว่า "มือขวา" นะคะ ก็เป็นมือขวาของคุณนะคะ มือขวา

235
00:25:44,776 --> 00:25:46,394
คำว่า "มือขวา" ถ้าเป็นความหมายโดยตรงที่ไม่ต้องอาศัยการตีความ

236
00:25:46,394 --> 00:25:50,394
มือขวาคืออะไรลูก

237
00:25:52,882 --> 00:25:54,909
คืออวัยวะใช่ไหมคะ ที่อยู่ฝั่งขวา แต่ถ้าเป็นการตีความอีกความหมายหนึ่ง มันเป็นความหมายแฝง

238
00:25:54,909 --> 00:25:57,081
คืออะไร คะหมายถึงอะไรลูก

239
00:25:57,081 --> 00:26:01,081
คนสนิท

240
00:26:02,483 --> 00:26:04,610
ใช่ไหมคะ มือขวาคือคนสนิท เพราะคนส่วนใหญ่ในโลกนี้ส่วนใหญ่ถนัดอะไรกันลูก

241
00:26:04,610 --> 00:26:08,610
ถนัดมือขวา

242
00:26:10,723 --> 00:26:14,723
คนมือซ้ายน้อยใจใช่ไหมคะ ก็เลยตั้งเป็นวันมือซ้ายแห่งโลกขึ้นมาใช่ไหมคะ คนถนัดซ้ายก็มี

243
00:26:16,548 --> 00:26:20,548
แต่เป็นคนส่วนน้อยใช่ไหมคะ แล้วก็บอกว่าจะมีความพิเศษ สำหรับคนที่ถนัดมือซ้าย

244
00:26:27,017 --> 00:26:31,017
แต่พอคนส่วนใหญ่ค่ะ ถนัดมือขวา เขาก็เลยใช้คำนี้มาเป็นคำเปรียบนะคะ หมายถึงคนที่เรียกใช้ง่ายคนที่เชื่อใจ

245
00:26:31,762 --> 00:26:34,630
คนที่ไว้ใจนะคะ ให้ทำอะไรก็ตาม แต่เป็นคนข้างกาย

246
00:26:34,630 --> 00:26:38,630
เขาเรียกว่า "เป็นมือขวา"

247
00:26:38,731 --> 00:26:42,731
เห็นไหม นี่คือการตีความ

248
00:26:45,805 --> 00:26:49,805
นี่คือการตีความนะคะ ดังนั้นเวลาที่เราอ่านน่ะค่ะ เราจึงจะต้องทำความเข้าใจกับ

249
00:26:51,238 --> 00:26:54,978
คำสำนวนข้อความประโยคต่าง ๆ ที่มันมีความแฝงอยู่ตรงนั้น

250
00:26:54,978 --> 00:26:58,978
ต่อมานะคะ ในบางครั้งค่ะ

251
00:27:00,207 --> 00:27:02,819
หากมีการพิจารณา ถึงความงามของวรรณศิลป์

252
00:27:02,819 --> 00:27:06,819
หมายความว่าอย่างไร ความงามของวรรณศิลป์

253
00:27:06,945 --> 00:27:10,249
หมายถึงภาษาที่มันมีความงดงามน่ะค่ะ

254
00:27:10,249 --> 00:27:14,249
ใช้ภาษาเพื่อความงดงาม

255
00:27:16,367 --> 00:27:20,367
จากการอ่านอะไรบ้าง เช่น อ่านวรรณคดี อ่านบทประพันธ์

256
00:27:23,503 --> 00:27:25,482
เคยอ่านบทประพันธ์แล้วนึกภาพตามไหมคะ แล้วทำไมเขาใช้คำได้สวยขนาดนี้

257
00:27:25,482 --> 00:27:29,482
เคยได้ยินไหมคะ

258
00:27:30,124 --> 00:27:34,124
ตะวันส่องใสฉาบฉายลงมาทาบทาทิวทุ่ง

259
00:27:37,342 --> 00:27:41,079
โอ้โหเป็นอย่างไรคะ ลงมาทาบทาทิวทุ่ง

260
00:27:41,079 --> 00:27:45,079
เล่นอักษรไปอีกใช่ไหมคะ เล่นเสียงอะไรลูก

261
00:27:46,985 --> 00:27:50,985
เสียง ท ทหาร ตะวันส่องใสแดดฉายลงมาทาบทาทิวทุ่ง

262
00:27:51,396 --> 00:27:55,396
ส่องใส ฉาบฉาย ทาบทาทิวทุ่ง

263
00:28:00,256 --> 00:28:04,256
นี่คือวรรณศิลป์ใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้น ในบางกรณีของการอ่านละเอียด เราจะต้องพิจารณาถึง

264
00:28:04,515 --> 00:28:05,532
ความงามของการใช้ภาษาในเชิงวรรณศิลป์ด้วย

265
00:28:05,532 --> 00:28:09,532
นะคะ

266
00:28:15,682 --> 00:28:19,682
ต่อมานะคะ เวลาที่เราจะอ่านในใจนะลูกนะ

267
00:28:21,045 --> 00:28:24,745
สิ่งหนึ่งที่เป็นวัตถุประสงค์หลักของการอ่านในใจ ก็คือ

268
00:28:24,745 --> 00:28:25,962
ต้องการให้ผู้อ่านมีความสามารถในการอ่าน

269
00:28:25,962 --> 00:28:29,962
เร็วนั่นเอง

270
00:28:31,908 --> 00:28:35,247
เราจะสังเกตได้ ว่าตอนเราเรียนประถมศึกษาสิ่งที่เกิด ก็คือ

271
00:28:35,247 --> 00:28:39,247
ถ้าตอนประถมต้น ป. 1 ถึง ป. 3

272
00:28:40,405 --> 00:28:43,071
คุณครูจะสอนให้นักเรียนอ่านออกเสียงนะคะ อ่านออกเสียง

273
00:28:43,071 --> 00:28:46,621
เพื่อสะกดคำให้ถูกต้อง

274
00:28:46,621 --> 00:28:50,621
พอเป็นเด็ก ป. 4 ถึง ป. 6 ขึ้นมา

275
00:28:56,889 --> 00:28:59,093
การอ่านออกเสียงจะลดน้อยลง แต่จะไปเน้นเรื่องของการอ่านในใจ เพื่อทำให้เรียนได้เร็วขึ้นใช่ไหมคะ

276
00:28:59,093 --> 00:29:03,093
อ่านได้ไวขึ้นนั่นเอง

277
00:29:06,479 --> 00:29:10,479
เพราะฉะนั้นนะคะ ในเรื่องของการพัฒนาการอ่านเร็วนะคะ มีอะไรอยู่มากมายที่เป็นเทคนิค

278
00:29:11,230 --> 00:29:14,821
มีเทคนิควิธีการอยู่มากมายนะคะ แล้วก็ต้องอาศัยการฝึกฝ

279
00:29:14,821 --> 00:29:15,867
นอย่างต่อเนื่อง นักศึกษาดูหน้า 4

280
00:29:15,867 --> 00:29:18,649
43 ค่ะ

281
00:29:18,649 --> 00:29:22,649
อยู่หน้า 43

282
00:29:23,318 --> 00:29:26,317
เขาบอกว่าขั้นที่ 1 นะคะ ต้องฝึกการเคลื่อนสายตา

283
00:29:26,317 --> 00:29:30,317
การเคลื่อนสายตานะคะ

284
00:29:33,014 --> 00:29:35,937
ต้องฝึกการเคลื่อนนะคะ โดยการหยุดสายตานะคะ อยู่ตรงประโยคหรือ

285
00:29:35,937 --> 00:29:39,675
คำหรือวลีนะคะ หรือข้อความ

286
00:29:39,675 --> 00:29:42,761
นะคะ ไม่สะดุดอยู่ที่ใดที่หนึ่งนะ

287
00:29:42,761 --> 00:29:46,761
ะ ไม่สะดุดอยู่ตรงที่ใดที่หนึ่ง

288
00:29:50,527 --> 00:29:51,354
มันมีตัวอย่างอยู่ในหน้า 43 ค่ะ เรื่องกล้วยตานี ครูให้เวลา 30 วินาทีในการ

289
00:29:51,354 --> 00:29:55,354
อ่านข้อความ

290
00:29:58,213 --> 00:29:59,128
เรื่องกล้วยตานีจำนวน 4 บรรทัด อาจเพราะเวลา 30 วินาที

291
00:29:59,128 --> 00:30:00,460
ทุกคน

292
00:30:00,460 --> 00:30:04,460
ดูเอกสารค่ะ

293
00:30:04,527 --> 00:30:08,527
เปิดเอกสารหน้า 43 ค่ะ เปิดเอกสารหน้า 43

294
00:31:18,295 --> 00:31:22,295
ครบ 30 วินาทีแล้ว

295
00:31:24,579 --> 00:31:28,579
อ่านแล้วก็ลองอ่านดู คนไหนที่อ่านไม่จบไม่เป็นไรค่ะ เพิ่มเป็น 1 นาทีได้นะคะ

296
00:31:34,974 --> 00:31:38,974
4 บรรทัดน ี้เขาพูดถึงอะไรคะ

297
00:31:47,534 --> 00:31:51,128
เรื่องอะไรนะคะ กล้วย กล้วยอะไรคะ เรื่องกล้าวตานี เรื่องของกล้วยตานี กล้วยตานีมีที่มาจากอะไรคะ

298
00:31:51,128 --> 00:31:55,128
ที่มาจากประเทศอะไรคะ ในเมืองไทยหรือเปล่า

299
00:31:59,882 --> 00:32:03,882
ไม่ได้เกิดในเมืองไทยใช่ไหมคะ มาจากอะไรนะคะ มาจากอินเดีย อินเดียตอนใต้นี่

300
00:32:05,928 --> 00:32:08,916
ปลูกมาตั้ง

301
00:32:08,916 --> 00:32:12,165
... ตั้งแต่สมัยไหนคะนี่

302
00:32:12,165 --> 00:32:16,165
สุโขทัย

303
00:32:20,769 --> 00:32:24,769
คาดว่าปลูกกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ปัจจุบันนิยมปลูกกันมากที่จังหวัดอะไรคะ

304
00:32:26,073 --> 00:32:29,217
อยู่ที่อำเภอสวรรคโลก

305
00:32:29,217 --> 00:32:33,217
นิยมรับประทาน หรือว่าเอาไปใช้งานคะ

306
00:32:34,136 --> 00:32:38,136
นิยมเอาไปใช้งาน เนื่องจากกล้วยตานีมีคุณสมบัติอย่างไร

307
00:32:39,419 --> 00:32:43,419
ใบเหนียว เพราะฉะนั้นกล้วยตานี

308
00:32:47,801 --> 00:32:49,283
จึงเป็นกล้วยที่ไม่นิยมรับประทาน แต่นิยมนำไปใช้งาน เพราะมีคุณสมบัติ คือ

309
00:32:49,283 --> 00:32:53,283
ใบเหนียว

310
00:32:55,865 --> 00:32:59,865
อ่านแล้วจับใจความได้ คำถามคือ เคลื่อนสายตาได้เร็ว เราสามารถจับประเด็นได้ไหม

311
00:33:02,607 --> 00:33:06,607
สิ่งที่ครูอธิบายมา ก็คือประเด็นสำคัญหรือใจความสำคัญ ของ 4 บรรทัดนี้

312
00:33:08,475 --> 00:33:11,311
ใช่ไหมคะ ต่อไปนะคะ เวลาอ่านค่ะ ข้อที่ 2 นะคะ

313
00:33:11,311 --> 00:33:15,311
จะต้องอ่านอย่างมีสมาธิ

314
00:33:15,814 --> 00:33:19,814
เคลื่อนสายตาได้เร็วแล้ว จะต้องมีสมาธิด้วย

315
00:33:21,994 --> 00:33:24,629
เ ราจะสังเกตได้ว่าหลายครั้งที่เราจะต้องกลับมาวนอ่านซ้ำอีกรอบหน่ึง

316
00:33:24,629 --> 00:33:27,254
ทั้ง ๆ ที่เพิ่งอ่านไปเมื่อ

317
00:33:27,254 --> 00:33:30,622
ไม่กี่วินาทีที่ผ่านมานี่เอง

318
00:33:30,622 --> 00:33:33,290
ในย่อหน้าเดียวกันอาจจะต้องทวนกลับมาซ้ำ

319
00:33:33,290 --> 00:33:37,290
อีกหลาย ๆ รอบมัน เป็นเพราะอะไร

320
00:33:37,840 --> 00:33:41,546
เป็นเพราะว่าขาดสมาธินั่นเองค่ะ

321
00:33:41,546 --> 00:33:45,546
สมาธินะคะ เป็นสิ่งสำคัญ

322
00:33:48,074 --> 00:33:49,293
จำเป็นจะต้องมีสมาธิ

323
00:33:49,293 --> 00:33:53,293
นะคะ

324
00:33:55,499 --> 00:33:59,499
ถ้าเราฟุ้งซ่านครูก็เป็นนะคะ เวลาฟุ้งซ่าน เวลาอ่านแล้วใจมันคิดไปตามตัวหนังสือ

325
00:34:04,858 --> 00:34:08,858
แล้วมันกลับมาที่ตัวหนังสือไม่ได้ เพราะมันมีคำว่า "ไข่" กินไข่เจียว คิดไปแล้วนะคะ แล้วเนื้อหาเรากว่าแต่สายตา

326
00:34:12,086 --> 00:34:14,929
การเคลื่อนสายตาเรายังทำอยู่แต่สติเราไม่ไป กับการเคลื่อนสายตานี้ ออกไม่ลูกถึงไหนแล้ววะ

327
00:34:14,929 --> 00:34:18,191
กลับมาใหม่อีกรอบหน่ึง เคยเป็นกันไหมคะ

328
00:34:18,191 --> 00:34:22,191
ถ้าเป็นแสดงว่าเราไม่มี

329
00:34:25,818 --> 00:34:28,526
สมาธินั่นเอง ต่อไปค่ะ อันที่ 3 นะคะ ในการฝึกฝนการอ่านเร็วจำเป็นจะต้อง

330
00:34:28,526 --> 00:34:30,485
ทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ

331
00:34:30,485 --> 00:34:34,455
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

332
00:34:34,455 --> 00:34:38,455
การอ่านในระดับอุดมศึกษา

333
00:34:44,263 --> 00:34:45,658
ทำไมจึงจะต้องอ่านอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเราไม่อ่านอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือเวลาจะสอบค่ะ

334
00:34:45,658 --> 00:34:49,658
เราจะ

335
00:34:49,760 --> 00:34:52,668
ต้องไปโหม หรือต้องไปเร่งเอาในตอนท้าย

336
00:34:52,668 --> 00:34:56,668
แตกต่างกันไหมคะ กับคนที่อ่านทุกวัน

337
00:34:57,522 --> 00:34:59,245
อ่านวันละ 1 หน้า อ่านวันละ 1 วิชา อ่านวันละ 1 เรื่อง

338
00:34:59,245 --> 00:35:03,245
อ่านทุกวันก่อนนอน

339
00:35:05,262 --> 00:35:07,130
เขาถึงได้ฝึกการอ่านให้กับเด็กอน่ะค่ะ  เริ่มปลูกฝังการอ่านให้กับนักเรียน

340
00:35:07,130 --> 00:35:08,939
ตั้งแต่ตอนเด็กเลย

341
00:35:08,939 --> 00:35:10,262
เริ่มแต่อนุบาลเลยมั้งคะ

342
00:35:10,262 --> 00:35:14,262
อนุบาลนี่

343
00:35:19,222 --> 00:35:23,222
คุณหมอนะคะ ที่เป็นแนวการเลี้ยงลูกสมัยใหม่นะคะ เขาจะให้มีกิจกรรมก่อนนอน ก็คืออ่านหนังสือนิทานนะคะ

344
00:35:23,357 --> 00:35:27,357
อย่างน้อยนะคะ ก็คือ 30 นาทีก่อนนอนทุกวัน

345
00:35:30,286 --> 00:35:34,286
เด็กก็จะมีความรู้ แล้วก็มีความสามารถในการจดจำการเรียนรู้ หรือ

346
00:35:35,717 --> 00:35:39,693
อ่านหนังสือได้เร็วกว่าเด็กที่ไม่ได้อ่านหนังสือก่อนนอน

347
00:35:39,693 --> 00:35:43,693
มีงานวิจัยออกมารองรับมากมายนะคะ เพราะฉะนั้น

348
00:35:44,199 --> 00:35:45,120
พอเด็กมีพฤติกรรมหรือมีนิสัยนะคะ ที่ได้รับการปลูกฝังมา

349
00:35:45,120 --> 00:35:48,096
พอโตขึ้น

350
00:35:48,096 --> 00:35:52,096
ถ้าได้รับการฝึกอย่างต่อเนื่อง

351
00:35:56,123 --> 00:36:00,123
สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์นะคะ กับการเรียนมาก ๆ เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ครูบอกว่าในระดับอุดมศึกษา

352
00:36:00,697 --> 00:36:04,697
ถ้าเราเป็นเร่งอ่าน รายวิชาต่าง ๆ มีมากไหมคะ ในแต่ละเทอม

353
00:36:07,169 --> 00:36:11,169
รายวิชาต่าง ๆ นะคะ มีเป็นจำนวนมากนะ นะคะ แล้วในขณะเดียวกัน

354
00:36:16,237 --> 00:36:18,466
เวลาปลายภาคนี่ล่ะค่ะ ตัวดีเลย มีงานมีกิจกรรมเยอะใช่ไหมคะ ถ้าเราไม่รีบเคลียร์การบ้าน แล้วอ่านทบทวนเอาไว้ก่อน

355
00:36:18,466 --> 00:36:20,876
งานตุนเอาไว้ก่อน เหมอืนหยอดกระปุกน่ะค่ะ

356
00:36:20,876 --> 00:36:24,876
เหมือนหยอดกระปุก อ่านหนังสือมันหยอดกระปุก

357
00:36:29,353 --> 00:36:32,565
เวลามันเต็มน่ะค่ะ เวลามันจะใช้งานมันหยิบมาใช้งานได้เลยใช่ไหมคะ แต่สำหรับคนที่ไม่ได้อ่านเลย แล้วต้องไปเล่นเปิดในวันเดียวน่ะค่ะ

358
00:36:32,565 --> 00:36:34,318
ในสัปดาห์เดียว หรือก่อนสอบ ในระยะเวลากระชั้นชิด

359
00:36:34,318 --> 00:36:38,318
จะมีปัญหาเรื่องนี้มาก

360
00:36:38,357 --> 00:36:40,023
เกิดปัญหาต่าง ๆ มากมายนะคะต่อไปนะคะ

361
00:36:40,023 --> 00:36:44,023
นอกจาก

362
00:36:48,784 --> 00:36:52,784
สามารถในการเคลื่อนสายตานะคะ การอ่านอย่างมีสมาธิ การอ่านอย่างสม่ำเสมอแล้ว

363
00:36:54,962 --> 00:36:58,962
วิธีหนึ่งที่ช่วยให้อ่านได้เร็วขึ้ นก็คือการกำหนดเวลาในการอ่านค่ะ

364
00:37:00,288 --> 00:37:04,288
การกำหนดเวลาในการอ่านคืออะไรนะคะ กำหนดเวลาในการอ่านนั้น ก็คือ

365
00:37:07,326 --> 00:37:11,326
เราต้องกำหนดเวลาในการอ่านให้แน่นอนนะคะ แล้วก็ดู ว่าถ้าใช้เวลาจำกัดนี่

366
00:37:13,642 --> 00:37:17,642
จะสามารถเข้าใจเรื่องที่อ่านนั้น ๆ ได้ครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่

367
00:37:18,406 --> 00:37:20,764
พูดง่าย ๆ เหมือนกับการทำอะไรนะ ภารกิจนะคะ

368
00:37:20,764 --> 00:37:24,764
พัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อย ๆ

369
00:37:28,230 --> 00:37:32,171
สมมุติเราหยิบหนังสือเล่มนี้มา แล้วก็ตั้งใจว่าเราจะใช้เวลา ในการอ่านเริ่มที่เล่มนี้อาจจะใช้ 1 วัน

370
00:37:32,171 --> 00:37:34,611
ต่อมานะคะ เราจะเร่งเวลาขึ้นอ่านเร็วขึ้น

371
00:37:34,611 --> 00:37:37,885
ให้เวลาตัวเองแค่เท่าไรลูก

372
00:37:37,885 --> 00:37:41,885
6 ชั่วโมงนี้เป็นต้นนะคะ

373
00:37:44,031 --> 00:37:44,991
นี่คือการกำหนดเวลาเพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านเร็ว

374
00:37:44,991 --> 00:37:48,728
นะคะ

375
00:37:48,728 --> 00:37:52,728
ต่อมานะคะ อันที่ 5 นะคะ ก็คือ

376
00:37:55,461 --> 00:37:59,461
เราจำเป็นจะต้องมีคำศัพท์ในหัว หรือมีคลังคำเยอะ ๆ

377
00:37:59,636 --> 00:38:03,636
ต้องมีคลังคำหรือรู้ความหมายของคำศัพท์

378
00:38:05,311 --> 00:38:09,198
เพราะมิฉะนั้นแล้ว เราจะไม่สามารถทำความเข้าใจเนื้อหา

379
00:38:09,198 --> 00:38:13,198
แล้วอ่านอย่างลื่นไหล เชื่อมโยงต่อเนื่องกันไปได้

380
00:38:16,272 --> 00:38:20,272
ติดขัดใช่ไหมคะ ติดขัดกับความไม่เข้าใจความหมายของคำ หรือข้อความ

381
00:38:21,050 --> 00:38:22,966
คำศัพท์ก็มีความสำคัญ การมีวงคำศัพท์ที่กว้าง

382
00:38:22,966 --> 00:38:26,966
ทำให้การอ่าน

383
00:38:32,190 --> 00:38:36,180
เร็วมันประสบความสำเร็จได้นะคะ จากเรื่องของเทคนิคที่ช่วยให้การอ่านรวดเร็วยิ่งขึ้นแล้วนะคะ

384
00:38:36,180 --> 00:38:39,686
มาดูสิว่าอะไรเป็นอุปสรรคนะคะ อะไรบ้างที่เป็นอุปสรรค

385
00:38:39,686 --> 00:38:43,686
มีอะไรบ้าง ที่เป็นอุปสรรค

386
00:38:46,095 --> 00:38:47,697
อันที่ 1 นะคะ ครูบอกการใช้นิ้วหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ

387
00:38:47,697 --> 00:38:51,697
ชี้ตัวหนังสือ

388
00:38:53,092 --> 00:38:57,092
การใช้นิ้วหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ชี้ตัวหนังสือ

389
00:39:01,680 --> 00:39:05,129
อนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะอะไรลูก การสแกนเท่านั้น คือเช่นหาอะไรหาคำศัพท์ หาเบอร์โทรศัพท์

390
00:39:05,129 --> 00:39:09,129
หาคำสำคัญหรือเปิดสารบัญนะคะ อันนี้

391
00:39:12,067 --> 00:39:13,439
ไม่ว่ากัน แต่ถ้าเป็นการอ่านในทุกแบบเลย เขาบอกว่ามันจะทำให้การอ่านเร็วมันได้อย่างไรคะ

392
00:39:13,439 --> 00:39:15,695
มันไปได้ช้า

393
00:39:15,695 --> 00:39:19,695
ไม่ควรใช้อุปกรณ์ใด ๆ ทั้งนั้น

394
00:39:22,409 --> 00:39:23,497
การเคลื่อนไหวศีรษะไปตามตัวอักษร เวลาอ่านและสายหน้าตามตัวอักษรไปด้วย

395
00:39:23,497 --> 00:39:27,038
เหนื่อยไหมคะ

396
00:39:27,038 --> 00:39:31,038
นี่ก็เป็นอุปสรรคที่ทำให้อ่านได้ช้า

397
00:39:33,743 --> 00:39:37,743
หรือการอ่านย้อนกลับ เนื่องจากขาดสมาธิ อย่างที่ครูได้พูดไปแล้วว่า

398
00:39:38,001 --> 00:39:40,496
ถ้าไม่มีสมาธิเสียเวลากลับไปอ่านซ้ำอีกหลายรอบเลยแหละ

399
00:39:40,496 --> 00:39:42,085
ดังนั้นก่อนอ่านต้องอะไรก่อนคะ

400
00:39:42,085 --> 00:39:46,085
ทำสมาธิก่อนนะคะ

401
00:39:46,588 --> 00:39:50,588
ตั้งใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เราจะอ่าน

402
00:39:51,208 --> 00:39:55,208
แล้วเราจะไม่เสียเวลา ใช้เวลาสั้นลง อ่านได้เร็วขึ้น

403
00:39:56,629 --> 00:40:00,151
หรือการอ่านโดยใช้เสียง หรือทำปากขมุบขมิบ

404
00:40:00,151 --> 00:40:02,381
เวลาอ่านแล้วมีเสียงพึมพำออกมาจากเราน่ะค่ะ

405
00:40:02,381 --> 00:40:03,462
สิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือ

406
00:40:03,462 --> 00:40:04,921
เพื่อน

407
00:40:04,921 --> 00:40:06,293
1 นะคะ เพื่อน

408
00:40:06,293 --> 00:40:10,293
ที่เขา

409
00:40:10,520 --> 00:40:14,517
ไม่คุ้นชินกับการอะไรคะ  ได้ยินเสียงรบกวน

410
00:40:14,517 --> 00:40:16,162
เขาจะเสียเวลา และสมุดไปกับเราด้วย

411
00:40:16,162 --> 00:40:20,162
ตัวเราเองก็เช่นเดียวกัน

412
00:40:20,246 --> 00:40:24,246
ถ้าอ่านนะคะ เรามีการทำปากขมุบขมิบนะคะ

413
00:40:25,978 --> 00:40:29,978
สิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือ 1. นะคะ เราเองนะคะ ก็จะได้ช้าลงนะ

414
00:40:33,360 --> 00:40:37,360
แล้วก็ไปสร้างอะไรในกรณีเดียวกันอาจจะไปสร้างความรำคาญให้กับผู้อื่นได้ เป็นมารยาทในการอ่านที่ไม่ดี

415
00:40:39,715 --> 00:40:43,715
นี่คือตัวมารยาทนะคะ ในการอ่านที่ดีนั่นเองนะ

416
00:40:48,407 --> 00:40:52,407
คราวนี้ค่ะ ในหน้า 49

417
00:40:54,520 --> 00:40:58,520
ขออภัยค่ะ เดี๋ยวนะ ยังนะ ยังนะ แป๊บหนึ่งค่ะ

418
00:41:00,224 --> 00:41:04,224
ตามนี้นะคะ นักศึกษานะคะ ดูในหน้า 44 ก่อนค่ะ

419
00:41:06,293 --> 00:41:10,293
รบกวนล่ามนะคะ ช่วยช่วยแปลนะคะ ก็คือให้เปิดหนังสือหน้า 44 ค่ะ

420
00:41:12,341 --> 00:41:16,341
เปิดหนังสือหน้า 44 นะคะ

421
00:41:23,973 --> 00:41:25,413
ทุกคนจะเห็นนะครับ แบบฝึกทักษะการกวาดสายตาอย่างรวดเร็ว

422
00:41:25,413 --> 00:41:28,316
เรื่อง

423
00:41:28,316 --> 00:41:32,316
จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า

424
00:41:38,197 --> 00:41:41,182
จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้านะคะ ใช้เวลา 1 นาทีค่ะ ให้หาดูสิ ว่า

425
00:41:41,182 --> 00:41:42,971
มีคำว่า "จันทร์" อยู่กี่คำ

426
00:41:42,971 --> 00:41:46,971
1 นาทีค่ะ

427
00:41:48,182 --> 00:41:49,049
มีคำว่า "จันทร์" อยู่กี่คำ ขีดเส้นใต้ไว้ด้วยก็ได้นะคะ

428
00:41:49,049 --> 00:41:51,800
จะได้ตอบ

429
00:41:51,800 --> 00:41:55,800
1 นาทีค่ะ

430
00:41:56,552 --> 00:41:58,262
ใช้การสแกนนะคะ

431
00:41:58,262 --> 00:41:59,875
หาแค่คำว่า "จันทร์

432
00:41:59,875 --> 00:42:03,875
" สแกนเลยค่ะ

433
00:42:21,463 --> 00:42:25,463
รอเพื่อน

434
00:43:00,226 --> 00:43:02,274
หมดเวลานะคะ เรามาเฉลยกันค่ะ

435
00:43:02,274 --> 00:43:06,009
คำว่า "จันทร์"

436
00:43:06,009 --> 00:43:08,074
จากเรื่องจันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า

437
00:43:08,074 --> 00:43:12,074
มีคำว่า "จันทร์" อยู่กี่คำคะ

438
00:43:13,990 --> 00:43:17,990
4 คำหรอคะ อยู่ในบรรทัดที่เท่าไรบ้าง

439
00:43:22,097 --> 00:43:26,097
จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ใครขอข้าวขอแกง ท้องแห้งหนอ

440
00:43:26,871 --> 00:43:30,871
ร้องจนเสียงแหบถึงแสบคอ จันทร์ที่ 3 หรือยังคะ

441
00:43:33,664 --> 00:43:37,319
จันทร์จะรอให้เราก็เปล่าดายใช่ไหมคะ และคำว่าจันทร์ที่ 4 อยู่ในบรรทัด

442
00:43:37,319 --> 00:43:41,319
สุดท้ายนะคะ ในประโยคที่ว่า

443
00:43:41,549 --> 00:43:45,549
ไปมัวหมายจันทร์เจ้ากดข้าว

444
00:43:48,248 --> 00:43:52,248
ครบหรือยังคะ 4 ถ้าเราใช้วิธีการอ่าน เราใช้วิธีการที่เราเรียกว่า

445
00:43:56,703 --> 00:43:57,616
Scanning ใช่ไหมคะ การสแกนค้นเฉพาะคำที่เราต้องการแค่คำเดียว คำว่า

446
00:43:57,616 --> 00:44:01,616
"จันทร์

447
00:44:02,616 --> 00:44:06,616
" ต่อไปตัวอย่างที่ 2 ค่ะ แบบฝึกที่ 2

448
00:44:08,159 --> 00:44:12,159
ต้องอ่านบทดอกสร้อยต่อไปนี้ จงอ่านบทดอกสร้อยต่อไปนี้

449
00:44:12,550 --> 00:44:16,550
และค้นหาคำว่า "แมว"

450
00:44:16,576 --> 00:44:20,253
คำว่า "เหมียว" และคำว่า "หนู

451
00:44:20,253 --> 00:44:23,217
" ว่ามีอยู่อย่างละกี่คำ

452
00:44:23,217 --> 00:44:25,274
แมวกี่คำ เหมียวกี่คำ

453
00:44:25,274 --> 00:44:28,178
หนูกี่คำ

454
00:44:28,178 --> 00:44:32,178
เริ่มค่ะ 1 นาทีค่ะ

455
00:45:35,469 --> 00:45:39,469
1 นาทีผ่านไป เฉลยกันค่ะ

456
00:45:41,059 --> 00:45:45,059
แมวกี่คำลูก 2  เหมียวกี่คำลูก

457
00:45:50,017 --> 00:45:54,017
หนูกี่คำคะ 1 เพราะฉะนั้นราคา 3 2 1 ใช่ไหมคะ เรียงกันใช่ไหมคะ แมวมี

458
00:45:56,819 --> 00:45:59,438
2 เหมียวมี 3 หนูมี 1 ใครตอบถูกบ้างนะคะ

459
00:45:59,438 --> 00:46:00,495
ต่อไปในหน้า 45 ค่ะ

460
00:46:00,495 --> 00:46:04,495
45

461
00:46:08,577 --> 00:46:12,577
หนูมี 1 ค่ะ

462
00:46:16,020 --> 00:46:17,693
ต่อไปข้ามไปหน้า 45 ค่ะ

463
00:46:17,693 --> 00:46:20,104
ห้ามไปหน้า 45

464
00:46:20,104 --> 00:46:24,104
หน้า 45

465
00:46:29,265 --> 00:46:33,265
โอเค อ่านโจทย์ดูค่ะ

466
00:46:34,806 --> 00:46:36,617
จงอ่านบทร้อยกรองต่อไปนี้ และขีดเส้นใต้คำว่า

467
00:46:36,617 --> 00:46:37,446
"ป่า" และ

468
00:46:37,446 --> 00:46:41,046
"สัตว์

469
00:46:41,046 --> 00:46:41,735
" ในนี้มีคำว่า "ป่า" และ "สัตว์

470
00:46:41,735 --> 00:46:42,900
อยู่

471
00:46:42,900 --> 00:46:46,695
กี่คำ

472
00:46:46,695 --> 00:46:50,695
ขอให้เวลา 3 นาที

473
00:46:51,567 --> 00:46:55,567
อย่าลืมว่าเรากำลังอ่านเร็วอยู่นะคะ อ่านเร็ว

474
00:46:57,521 --> 00:46:58,457
เพราะฉะนั้นการจำกัดเวลา คือ การวัดว่าเราอ่านได้เร็ว

475
00:46:58,457 --> 00:47:02,457
เพียงใด

476
00:47:04,053 --> 00:47:08,053
ชื่อเรื่องการปลูกป่าค่ะ

477
00:47:28,736 --> 00:47:32,736
3 นาทีนะคะ

478
00:48:42,573 --> 00:48:46,573
นักศึกษามีคำถามค่ะ ล่าม

479
00:49:20,313 --> 00:49:24,313
นักศึกษาถามว่าอย่างไรคะ

480
00:49:50,377 --> 00:49:54,377
(ล่าม) จะให้หาคำว่าอะไรคะ อาจารย์ได้ยินไหมคะ

481
00:50:00,115 --> 00:50:04,115
(ผศ.ดร.กาญจนา) พอไม่ได้ยินเสียงค่ะล่าม ไม่ได้ยินเสียง

482
00:50:24,375 --> 00:50:28,375
(ล่าม)  อาจารย์ได้ยินเสียงไหมคะ

483
00:50:37,600 --> 00:50:41,600
(ผศ.ดร.กาญจนา) คือในโจทย์น่ะค่ะ ในโจทย์เขามีข้อความคำสั่งอยู่แล้ว

484
00:50:59,099 --> 00:51:03,099
ให้ทำตามโจทย์ได้เลย

485
00:51:18,198 --> 00:51:22,198
(ล่าม)  น้องบอกว่าโอเคค่ะ  ขอบคุณค่ะ

486
00:52:07,652 --> 00:52:08,864
(ผศ.ดร.กาญจนา) อย่างนนั้นตอนนี้นะครับ เพิ่มเวลามาอีกนะคะ เพิ่มเป็น

487
00:52:08,864 --> 00:52:12,700
3 นาที

488
00:52:12,700 --> 00:52:16,700
ให้นักศึกษา

489
00:52:17,509 --> 00:52:18,976
ใช้เวลาอีก 3 นาทีในการอ่าน แล้วก็ทำกิจกรรม

490
00:52:18,976 --> 00:52:22,661
การหาคำ

491
00:52:22,661 --> 00:52:26,661
ในหน้า 45

492
00:52:29,490 --> 00:52:31,670
โดยให้หาคำว่า "ป่" าและคำว่า "สัตว์

493
00:52:31,670 --> 00:52:34,158
" ที่อยู่ในบทร้อยกรอง

494
00:52:34,158 --> 00:52:37,919
หน้า 45

495
00:52:37,919 --> 00:52:39,866
ป่ามีอยู่กี่คำ

496
00:52:39,866 --> 00:52:43,642
สัตว์มีอยู่กี่คำ

497
00:52:43,642 --> 00:52:46,251
ระบุคำตอบ

498
00:52:46,251 --> 00:52:50,251
ภายใน 3 นาทีค่ะ

499
00:55:20,738 --> 00:55:24,738
ได้คำตอบหรือยังคะ  ได้แล้วนะคะ ทุกคนคะ เฉลยพร้อมกัน

500
00:55:25,160 --> 00:55:29,160
มีคำว่า "ป่า" อยู่กี่คำคะ

501
00:55:31,524 --> 00:55:35,259
เอาอย่างไร 6 หรือ 7 ดี ๆ ใครว่า 6 ยกมือ

502
00:55:35,259 --> 00:55:38,135
ไหนว่า 7 ยกมือ

503
00:55:38,135 --> 00:55:41,143
อามาดิ 6 หรือ 7

504
00:55:41,143 --> 00:55:45,143
ไม่นับชื่อเรื่องนะ

505
00:55:47,290 --> 00:55:50,514
ไม่ได้นับชื่อเรื่อง ไม่ได้นับชื่อเรื่อง ไม่ได้รับชื่อเรื่องก็จะมี

506
00:55:50,514 --> 00:55:54,514
6 คำด้วยกันค่ะ

507
00:55:55,493 --> 00:55:59,493
มี 6 นะคะ คำตอบคือ 6 คำ

508
00:56:00,649 --> 00:56:02,296
สแกนคล่องหรือยัง สแกนคล่องแล้วใช่ไหม

509
00:56:02,296 --> 00:56:06,296
ต่อไป

510
00:56:18,273 --> 00:56:22,273
ดูหน้า 46 นะคะ ดูหน้า 46 นะ หน้า 46

511
00:56:26,890 --> 00:56:28,810
นักศึกษา ครูต้องพิมพ์ผิดแน่ ๆ เลย 46 ค่ะ

512
00:56:28,810 --> 00:56:30,491
ชื่อเรื่องว่า

513
00:56:30,491 --> 00:56:32,978
"เที่ยวทุ่ง

514
00:56:32,978 --> 00:56:34,454
" ความยาวมากเลยนะคะ

515
00:56:34,454 --> 00:56:38,454
เป็นบทความค่ะ

516
00:56:40,178 --> 00:56:41,500
ผู้เขียนคืออาจารย์ ส พลายน้อย นะคะ

517
00:56:41,500 --> 00:56:42,895
จริง ๆ ส. คือ

518
00:56:42,895 --> 00:56:46,895
นามปากกา

519
00:56:47,660 --> 00:56:51,188
ชื่อจริงของท่านคือสมบัติค่ะ อาจารย์สมบัติพลายน้อย

520
00:56:51,188 --> 00:56:52,356
อาจารย์เขียนเกี่ยวกับเรื่องของ

521
00:56:52,356 --> 00:56:56,356
เที่ยวทุ่ง

522
00:56:57,087 --> 00:57:01,087
นะคะ เขียนเรื่องบทความ เขียนบทความ เรื่องเที่ยวทุ่ง

523
00:57:04,239 --> 00:57:08,104
นักศึกษาอ่านแล้วตอบคำถามในหน้า 49 ค่ะ เขียนคำตอบลงไปเลย

524
00:57:08,104 --> 00:57:12,104
ครูจะให้เวลา 20 นาที

525
00:57:15,367 --> 00:57:19,367
อันนี้จะไม่ใช่การอ่านแบบ Scanning นะคะ แต่เป็นการอ่านแบบ Skimming

526
00:57:20,006 --> 00:57:24,006
อ่านละเอียดด้วยค่ะ ทั้ง Skimming และอ่านละเอียด

527
00:57:24,557 --> 00:57:28,557
20 นาทีน่าจะไม่พอ เดี๋ยวครูจะเพิ่มเวลาให้เป็น

528
00:57:32,023 --> 00:57:33,587
30 นาทีเผื่อเพื่อน ๆ ด้วยนะคะ 30 นาทีแล้วตอบคำถามจำนวน

529
00:57:33,587 --> 00:57:37,587
5 ข้อ

530
00:57:55,187 --> 00:57:59,187
อีก 30 นาทีเราจะมาเฉลยคำตอบกันค่ะ

531
00:58:02,656 --> 00:58:04,127
ตอนนี้ให้ทำกิจกรรม คือทำ

532
00:58:04,127 --> 00:58:08,098
แบบฝึกหัด

533
00:58:08,098 --> 00:58:12,098
อ่านบทความในหน้า 46

534
00:58:13,233 --> 00:58:17,233
ถึง 49

535
00:58:17,541 --> 00:58:21,541
เริ่มได้เลยค่ะ

536
01:13:57,443 --> 01:14:01,443
เหลืออีก 15 นาทีนะคะ

537
01:20:21,797 --> 01:20:23,591

538
01:20:23,591 --> 01:20:27,591
อีก 9 นาที

539
01:27:57,516 --> 01:27:59,246
หมดเวลาแล้วค่ะ

540
01:27:59,246 --> 01:28:00,334
หมดเวลาสำหรับ

541
01:28:00,334 --> 01:28:04,329
การทำแบบ

542
01:28:04,329 --> 01:28:08,329
ฝึกหัด 5 ข้อแล้วค่ะ

543
01:28:12,142 --> 01:28:16,142
คราวนี้เรามาดูเฉลยนะคะ เรามาดูเฉลยกัน

544
01:28:19,790 --> 01:28:22,773
ก่อนที่เราจะเฉลย เราทบทวนใจความสำคัญของบทความเรื่องเที่ยวทุ่งกันก่อน

545
01:28:22,773 --> 01:28:26,773
เที่ยวทุ่งคืออะไรคะ

546
01:28:27,656 --> 01:28:31,656
เที่ยวทุ่งคืออะไร

547
01:28:35,793 --> 01:28:37,555
เที่ยวทุ่ง คือ ลักษณะของการท่องเที่ยวของคนในสมัยก่อน

548
01:28:37,555 --> 01:28:41,555
ใช่ไหมคะ

549
01:28:42,376 --> 01:28:43,397
ใช้อะไรเดินทางคะ รถยนต์ เกวียน

550
01:28:43,397 --> 01:28:44,922
สัตว์

551
01:28:44,922 --> 01:28:48,922
ใช้อะไรดีคะ

552
01:28:50,436 --> 01:28:52,550
ใช้เรือเป็นพาหนะในการ

553
01:28:52,550 --> 01:28:54,209
สัญจร หรือการ

554
01:28:54,209 --> 01:28:55,496
เดินทางเพื่อ

555
01:28:55,496 --> 01:28:58,882
ท่องเที่ยว

556
01:28:58,882 --> 01:29:01,790
กิจกรรมของการท่องเที่ยว

557
01:29:01,790 --> 01:29:03,932
หรือที่เรียกว่า "เที่ยวทุ่ง" นั้น

558
01:29:03,932 --> 01:29:07,932
มีอะไรบ้างคะ

559
01:29:10,813 --> 01:29:13,943
ใครตอบได้บ้าง

560
01:29:13,943 --> 01:29:16,008
กิจกรรมของการท่องเที่ยว

561
01:29:16,008 --> 01:29:19,385
ทางน้ำ

562
01:29:19,385 --> 01:29:21,495
ของคนไทยในสมัยก่อน

563
01:29:21,495 --> 01:29:24,770
มีกิจกรรมอะไรบ้าง

564
01:29:24,770 --> 01:29:27,010
ตกปลา

565
01:29:27,010 --> 01:29:28,421
อะไรนะลูก

566
01:29:28,421 --> 01:29:30,350
ขายของ

567
01:29:30,350 --> 01:29:34,350
อะไรนะคะ

568
01:29:51,757 --> 01:29:55,757
เราตอบเฉพาะในเนื้อความ ในบทความนี้นะคะ

569
01:29:58,345 --> 01:30:01,183
ขายของทางเรือเราอาจจะพบได้นะคะ ในลักษณะของการค้าขาย แต่นี่คือไป

570
01:30:01,183 --> 01:30:02,233
ท่องเที่ยว หรือไปพักผ่อน

571
01:30:02,233 --> 01:30:06,233
หย่อนใจ

572
01:30:08,055 --> 01:30:10,596
เพราะฉะนั้น เวลาไปพักผ่อนหย่อนใจ ไม่น่าจะไปทำการค้าเพื่อหากำไรใช่ไหมคะ

573
01:30:10,596 --> 01:30:14,516
แต่เป็นลักษณะของหนึ่ง

574
01:30:14,516 --> 01:30:16,287
ไปตกปลา เพื่อเอาปลามานำเป็น

575
01:30:16,287 --> 01:30:17,500
อาหารนะคะ

576
01:30:17,500 --> 01:30:19,545
ในการ

577
01:30:19,545 --> 01:30:23,545
ไปเที่ยวครั้งนั้น ๆ

578
01:30:23,788 --> 01:30:27,616
ตกปลาเสร็จทำอาหารกินกันตรงนั้นเลยใช่ไหมคะ

579
01:30:27,616 --> 01:30:31,616
อะไรอีก ผู้หญิงไปทำอะไรคะ

580
01:30:31,644 --> 01:30:35,644
เก็บดอกบัว เก็บผัก

581
01:30:37,725 --> 01:30:41,725
ไปทำอาหาร อาจจะทำอาหารในมื้อนั้น ๆ

582
01:30:42,623 --> 01:30:46,623
ที่ไปปิกนิกกันนะ สมัยก่อน ก็น่าจะเป็นการปิกนิกนะ ลักษณะการปิกนิก

583
01:30:51,214 --> 01:30:55,214
เก็บผักไปทำอาหารกิน หรือเก็บผักเผื่อไว้สำหรับการ

584
01:30:55,254 --> 01:30:57,856
ทำอาหารในมื้อเย็นนะคะ

585
01:30:57,856 --> 01:30:58,945
ขากลับได้ผัก

586
01:30:58,945 --> 01:31:02,945
ได้

587
01:31:06,100 --> 01:31:06,752
สิ่งของใช่ไหมคะ ที่ได้จากการเดินทาง ทางเรือนั่นแหละนะคะ เอากลับไปเป็นมื้ออาหาร

588
01:31:06,752 --> 01:31:10,752
ด้วย

589
01:31:17,816 --> 01:31:18,721
แต่สิ่งที่เราเห็นอยู่ในเนื้อความนี้ จะเป็นลักษณะของการขยายความเหตุการณ์ต่าง ๆ ใช่ไหมคะ

590
01:31:18,721 --> 01:31:20,982
เช่น

591
01:31:20,982 --> 01:31:23,923
พูดถึงเรื่องของ

592
01:31:23,923 --> 01:31:26,542
การไปทุ่งใช่ไหมคะ การไปทุ่ง

593
01:31:26,542 --> 01:31:28,088
ไปทุ่งกับเที่ยวทุ่งต่างกันไหม

594
01:31:28,088 --> 01:31:30,670
ต่างกัน

595
01:31:30,670 --> 01:31:32,072
ไปทุ่ง ก็คือการ

596
01:31:32,072 --> 01:31:33,861
ไปปลดทุกข์

597
01:31:33,861 --> 01:31:37,861
ไปขับถ่าย

598
01:31:37,911 --> 01:31:41,114
แต่เที่ยวทุ่ง ก็คือไปเที่ยว

599
01:31:41,114 --> 01:31:44,967
นิยมไปเที่ยวกันในฤดูไหนคะ

600
01:31:44,967 --> 01:31:47,146
ฤดูฝนล่ะคะ

601
01:31:47,146 --> 01:31:51,146
ฝนมีใครเที่ยวไหมลูก

602
01:31:53,359 --> 01:31:55,913
ฝนตกมีใครไปเที่ยวไหมคะ ไม่มี ต้องรอให้ฝนอะไรก่อน

603
01:31:55,913 --> 01:31:58,706
หยุดก่อน นิยมเที่ยวในเดือนอะไรคะ

604
01:31:58,706 --> 01:32:02,356
เดือน 12

605
01:32:02,356 --> 01:32:06,356
น้ำนองเต็มตลิ่ง น้ำไหลแรงไหมคะ เดือน 12

606
01:32:06,840 --> 01:32:10,447
ไหลไม่แรง เป็นลักษณะของน้ำนิ่ง พายเรือสะดวกไหมคะ

607
01:32:10,447 --> 01:32:14,284
สะดวก น้ำไหลเข้าไปในท้องนาใช่ไหมคะ

608
01:32:14,284 --> 01:32:16,003
เวลาพายเรือ ก็จะได้เห็นบรรยากาศต่าง ๆ

609
01:32:16,003 --> 01:32:17,879
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

610
01:32:17,879 --> 01:32:21,879
ทุ่งดอกบัว

611
01:32:25,409 --> 01:32:29,409
ทีนี้เขาก็มีการขยายความใช่ไหมคะ ว่าในสมัยก่อน มีคนนิยมไปเที่ยวทุ่งดอกบัวขนาดไหน

612
01:32:30,179 --> 01:32:33,607
ถึงขั้นว่ามีการเสด็จประพาส

613
01:32:33,607 --> 01:32:37,287
ทุ่งบัวของใครคะ

614
01:32:37,287 --> 01:32:40,721
ของรัชกาลที่ 5

615
01:32:40,721 --> 01:32:44,721
พระองค์โปรด หรือชอบ

616
01:32:45,512 --> 01:32:49,512
เที่ยวทางน้ำได้ไหมคะ ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่ง

617
01:32:51,197 --> 01:32:54,260
เรียกว่าเชิญใช่ไหมคะ ได้ทูลเชิญให้รัชกาลที่ 5

618
01:32:54,260 --> 01:32:57,354
เสด็จผ่านที่นาของตนเอง

619
01:32:57,354 --> 01:32:59,882
ได้รู้ว่ารัชกาลที่ 5 เป็นไงลูก

620
01:32:59,882 --> 01:33:00,974
ชอบมาก

621
01:33:00,974 --> 01:33:03,157
ชอบ

622
01:33:03,157 --> 01:33:06,845
นาบัว

623
01:33:06,845 --> 01:33:09,178
แต่ที่นาของนางคนนี้ มีบัวไหมคะ

624
01:33:09,178 --> 01:33:13,178
ไม่มีบัว

625
01:33:13,208 --> 01:33:16,046
แต่อยากโชว์

626
01:33:16,046 --> 01:33:19,114
ก็เลยไปเอาดอกบัว

627
01:33:19,114 --> 01:33:22,642
จากที่นาของคนอื่น

628
01:33:22,642 --> 01:33:26,642
มาปักเอาไว้ในเลนหรือตม

629
01:33:28,990 --> 01:33:32,507
หวังจะหลอกใช่ไหมคะ เหมือนอวดนั่นแหละนะคะ จะอวด

630
01:33:32,507 --> 01:33:34,796
ปรากฏว่าพอถึงวันเสด็จจริง ๆ

631
01:33:34,796 --> 01:33:38,796
บัวมันสดชื่นไหม

632
01:33:40,747 --> 01:33:44,747
มันไม่ได้สดชื่น เพราะมันไม่มีราก มันไม่ได้หยั่งลึกลงไปในดินในตมใช่ไหม

633
01:33:46,258 --> 01:33:47,357
มันเป็นบัวที่ถูกนำมาปักไว้มันจะเหี่ยวเฉาในวัน

634
01:33:47,357 --> 01:33:50,500
รับเสด็จ

635
01:33:50,500 --> 01:33:52,798
มันจึงเป็นที่มาของคำว่า

636
01:33:52,798 --> 01:33:54,538
คำว่าอะไรคะ

637
01:33:54,538 --> 01:33:58,538
คำว่า "กร

638
01:34:01,100 --> 01:34:02,809
ุด" นะคะ เพราะนางผู้หญิงคนนี้ชื่อว่า "นางกรุด" หรือสมัยก่อนเรียกว่า

639
01:34:02,809 --> 01:34:04,472
แดง

640
01:34:04,472 --> 01:34:08,472
กรุดนั่นเอง

641
01:34:12,772 --> 01:34:15,616
ก็เขาก็พูดถึงเรื่องของดอกบัวใช่ไหมคะ พูดถึงเรื่องของกิจกรรมทางน้ำนะคะ อาหารการกินนะคะ

642
01:34:15,616 --> 01:34:19,616
เขาขยายความให้เห็นภาพค่ะ

643
01:34:22,200 --> 01:34:26,200
แต่หลัก ๆ ของเรานะคะ ก็คือ 5 ข้อที่เป็นคำถามใจความสำคัญ

644
01:34:32,198 --> 01:34:36,198
คราวนี้ค่ะ มาดูเฉลยค่ะ ข้อที่ 1 ค่ะ

645
01:34:37,098 --> 01:34:41,098
คำว่า "เที่ยวทุ่ง" หมายความว่าอย่างไร

646
01:34:41,495 --> 01:34:44,312
คำว่า "เที่ยวทุ่ง"

647
01:34:44,312 --> 01:34:48,312
หมายความว่าอย่างไร

648
01:34:56,033 --> 01:35:00,033
คำตอบคือ...

649
01:35:05,852 --> 01:35:08,920
กิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้ำ

650
01:35:08,920 --> 01:35:10,317
ของผู้คนใน

651
01:35:10,317 --> 01:35:14,317
สมัยก่อน

652
01:35:17,570 --> 01:35:21,570
นิยมท่องเที่ยวในช่วงฤดูน้ำหลาก

653
01:35:27,448 --> 01:35:30,057
ถ้าใครตอบคำตอบ โดยการนำเอาข้อความ

654
01:35:30,057 --> 01:35:31,913
จากในบทความมาทั้งหมด

655
01:35:31,913 --> 01:35:34,323
ถือว่าผิด

656
01:35:34,323 --> 01:35:37,229
เพราะ

657
01:35:37,229 --> 01:35:40,232
จะต้องมีการสรุป

658
01:35:40,232 --> 01:35:42,934
เป็นภาษาของตัวเรา

659
01:35:42,934 --> 01:35:44,980
แล้วเขียนตอบออกมา

660
01:35:44,980 --> 01:35:48,980
ไใช่ไหมคะ

661
01:35:49,611 --> 01:35:52,550
อันนี้อยู่ในขั้นของการอ่านละเอียดใช่ไหมคะ

662
01:35:52,550 --> 01:35:56,550
เราเรียนหลักการไปแล้ว

663
01:35:57,935 --> 01:35:59,908
ว่าการอ่านละเอียดจะต้องอ่านสรุปแล้วให้เป็น

664
01:35:59,908 --> 01:36:02,344
ความคิดของเรา

665
01:36:02,344 --> 01:36:06,344
ด้วยภาษาของเรา

666
01:36:07,235 --> 01:36:11,235
ดังนั้น คำตอบในข้อ 1 คำว่า "เที่ยวทุ่ง

667
01:36:11,355 --> 01:36:12,515
" จึงยังไม่ใช่การยกเอาข้อความในย่อหน้าที่ 1

668
01:36:12,515 --> 01:36:16,515
เอามาตอบ

669
01:36:22,121 --> 01:36:24,719
คำตอบที่มัดยกมา ก็คือการไปเที่ยวตามทุ่งนา ในเวลาหน้าน้ำ

670
01:36:24,719 --> 01:36:28,102
ที่น้ำเจิ่งไปทั่ว

671
01:36:28,102 --> 01:36:31,980
หน้าแล้งไม่มีใครไปเที่ยวทุ่ง

672
01:36:31,980 --> 01:36:33,206
ถ้ายกข้อความนี้มา

673
01:36:33,206 --> 01:36:34,507
แสดงว่า

674
01:36:34,507 --> 01:36:38,507
ไม่ถูกต้อง

675
01:36:39,187 --> 01:36:43,187
ไม่เข้าหลักการอ่านแบบละเอียด

676
01:36:55,271 --> 01:36:59,271
ต่อมาค่ะ ข้อ 2

677
01:37:02,116 --> 01:37:04,533
สำนวนน้ำท่วมทุ่ง

678
01:37:04,533 --> 01:37:07,291
ผักบุ้งโหรงเหรง

679
01:37:07,291 --> 01:37:11,291
หมายความว่าอย่างไร

680
01:37:11,774 --> 01:37:15,774
คำตอบ คือ

681
01:37:15,873 --> 01:37:19,156
คนพูดมาก

682
01:37:19,156 --> 01:37:20,036
แต่หาสาระใจความ

683
01:37:20,036 --> 01:37:22,539
ไม่ได้

684
01:37:22,539 --> 01:37:25,878
หรือ

685
01:37:25,878 --> 01:37:29,878
คนพูดมาก

686
01:37:30,806 --> 01:37:34,806
แต่ไม่มีสาระ

687
01:37:37,864 --> 01:37:41,424
คำตอบคือประมาณนี้นะคะ

688
01:37:41,424 --> 01:37:44,264
ข้อ 3 ค่ะ

689
01:37:44,264 --> 01:37:48,264
คำว่า "กรุด

690
01:37:48,680 --> 01:37:52,680
" เกิดขึ้นในสมัยใด

691
01:37:56,443 --> 01:38:00,443
และมีความหมายว่าอย่างไร

692
01:38:02,640 --> 01:38:04,429
คำถามในข้อ 3 นี้

693
01:38:04,429 --> 01:38:07,383
เวลาตอบ

694
01:38:07,383 --> 01:38:09,502
อย่าเขียนแยก แยกบรรทัด

695
01:38:09,502 --> 01:38:11,545
อย่าเขียนแยกบรรทัด

696
01:38:11,545 --> 01:38:13,599
เพราะโ

697
01:38:13,599 --> 01:38:16,349
จทย์เขาเป็นคำถามเดียวกัน

698
01:38:16,349 --> 01:38:20,349
แต่มีคำถามย่อย

699
01:38:21,752 --> 01:38:24,559
อยู่ 2 คำถาม เวลาตอบให้เขียนตอบต่อเนื่องกัน

700
01:38:24,559 --> 01:38:28,559
ใช้วิธีการเว้นวรรค

701
01:38:30,890 --> 01:38:33,774
เพื่อให้เห็นว่าย่อหน้านี้ วรรคนี้เป็นคำตอบที่ 1

702
01:38:33,774 --> 01:38:37,774
วรรคถัดมา เป็นคำตอบที่ 2

703
01:38:40,111 --> 01:38:43,025
ห้ามเขียนข้อละบรรทัดนะคะ ตอบก็คือคำว่า "ก

704
01:38:43,025 --> 01:38:44,858
รุด" เกิดขึ้นในสมัย

705
01:38:44,858 --> 01:38:48,858
รัชกาลที่

706
01:38:51,327 --> 01:38:55,327
5 และมีความหมายว่า

707
01:38:56,848 --> 01:39:00,848
การทำเลียนแบบ

708
01:39:04,241 --> 01:39:08,241
หรือการสร้างขึ้นใหม่

709
01:39:09,771 --> 01:39:13,771
เพื่อให้เหมือนของเดิมหรือของจริง

710
01:39:19,197 --> 01:39:23,197
ในบทความใช้คำว่า "ทำเทียม" ใช่ไหมคะ

711
01:39:24,003 --> 01:39:28,003
ทำเทียมเราก็อาจจะต้องมาแปลความอีกรอบหนึ่งว่าทำเทียมคืออะไร

712
01:39:31,205 --> 01:39:32,153
เพราะฉะนั้นเราขยายแบบนี้ถูกแล้วใช่ไหมคะ นั่นก็คือการสร้างขึ้นใหม่ให้เหมือนของเดิมหรือ

713
01:39:32,153 --> 01:39:36,153
ของจริง

714
01:40:03,916 --> 01:40:07,840
ต่อไปข้อที่ 4 ค่ะ

715
01:40:07,840 --> 01:40:11,478
โจทย์เขาถามว่า

716
01:40:11,478 --> 01:40:15,072
จงยกชื่อพรรณไม้น้ำ

717
01:40:15,072 --> 01:40:19,072
ที่ปรากฏในเรื่องนี้ มา 5 ชนิด

718
01:40:21,021 --> 01:40:22,873
ให้สังเกตที่คำว่า

719
01:40:22,873 --> 01:40:26,873
"พรรณไม้น้ำ"

720
01:40:31,454 --> 01:40:35,046
ชื่อพืชที่ปรากฏอยู่ในบทความนี้

721
01:40:35,046 --> 01:40:39,046
ไม่ได้เป็นพรรณไม้น้ำทุกชนิด

722
01:40:39,588 --> 01:40:43,441
ดังนั้นเวลาเลือกตอบ

723
01:40:43,441 --> 01:40:45,032
เราจะต้องหาความหมาย

724
01:40:45,032 --> 01:40:48,962
ลักษณะ

725
01:40:48,962 --> 01:40:52,962
หรือที่มาของพืชแต่ละชนิด

726
01:40:53,761 --> 01:40:57,761
เพื่อให้เลือกชนิดของพืชมาตอบให้ถูกต้อง

727
01:41:00,768 --> 01:41:04,768
มีอะไรบ้าง ที่น่าจะเป็นพันธุ์ไม้น้ำ

728
01:41:07,991 --> 01:41:11,991
ทุกคนเปิดกลับไปดูตั้งแต่หน้า 46 ค่ะ

729
01:41:23,368 --> 01:41:26,945
ในหน้า 46

730
01:41:26,945 --> 01:41:30,945
ย่อหน้าที่ 3

731
01:41:32,572 --> 01:41:35,062
มีสายบัว

732
01:41:35,062 --> 01:41:39,062
ผักบุ้ง

733
01:41:42,244 --> 01:41:46,244
ย่อหน้าที่ 6

734
01:41:48,313 --> 01:41:51,553
ผักสันตะวา

735
01:41:51,553 --> 01:41:55,553
ใบยู่ยี่

736
01:41:56,594 --> 01:41:58,443
บัวสาย

737
01:41:58,443 --> 01:42:02,443
บัวหลวง

738
01:42:04,684 --> 01:42:08,684
หน้า 47

739
01:42:09,555 --> 01:42:11,326
มีบัวผัน

740
01:42:11,326 --> 01:42:13,756
บัวเผื่อน

741
01:42:13,756 --> 01:42:16,268
บัวขาว

742
01:42:16,268 --> 01:42:20,268
บัวสาย

743
01:42:24,666 --> 01:42:27,668
ส่วนในบทร้อยกรอง

744
01:42:27,668 --> 01:42:31,668
ในเรื่องพระมาลัย

745
01:42:34,013 --> 01:42:38,013
ระบุถึงชนิดของดอกบัวแต่ละชนิดเอาไว้แล้วนะคะ

746
01:42:39,578 --> 01:42:43,578
เพราะฉะนั้นก็จะซ้ำกันกับที่อธิบายมาเมื่อกี้นี้

747
01:42:45,099 --> 01:42:47,145
ต่อไปย่อหน้าสุดท้าย

748
01:42:47,145 --> 01:42:51,145
ของหน้า 47

749
01:42:51,699 --> 01:42:55,699
มีคำว่า "ดอกโสน"

750
01:42:56,208 --> 01:42:58,555
ต้นมะกอกน้ำ

751
01:42:58,555 --> 01:43:02,555
ต้นมะดัน

752
01:43:06,753 --> 01:43:09,315
คำถามคือ

753
01:43:09,315 --> 01:43:10,649
ต้นมะกอกน้ำ

754
01:43:10,649 --> 01:43:13,551
ต้นมะดัน

755
01:43:13,551 --> 01:43:17,551
เป็นพันธุ์ไม้น้ำใช่หรือไม่

756
01:43:20,257 --> 01:43:22,565
คำตอบ คือ ไม่ใช่

757
01:43:22,565 --> 01:43:26,565
เพราะฉะนั้น

758
01:43:27,399 --> 01:43:30,649
2 คำนี้ 2 ชนิดนี้ เอามาตอบได้ไหมคะ

759
01:43:30,649 --> 01:43:34,649
ไม่สามารถเอามาตอบได้ค่ะ

760
01:43:35,224 --> 01:43:39,224
เพราะไม่ใช่พรรณไม้น้ำ

761
01:43:42,123 --> 01:43:46,123
ต่อไปหน้า 48 ค่ะ

762
01:43:46,147 --> 01:43:49,112
แพงพวย

763
01:43:49,112 --> 01:43:51,331
หญ้าปล้อง

764
01:43:51,331 --> 01:43:55,331
ต้นระกำ

765
01:43:59,284 --> 01:44:03,284
คำถาม คือ ต้นระกำ เป็นพรรณไม้น้ำไหมคะ

766
01:44:03,309 --> 01:44:04,831
เรา Search หาข้อมูลได้นะคะ

767
01:44:04,831 --> 01:44:08,831
จากไหนคะ

768
01:44:08,959 --> 01:44:11,323
Search ใน Google ในวิกิพีเดีย สารานุกรมพืช

769
01:44:11,323 --> 01:44:15,323
ได้ไหมคะ

770
01:44:15,533 --> 01:44:17,903
มีต้นกระจับ

771
01:44:17,903 --> 01:44:20,471
ต้นจอก

772
01:44:20,471 --> 01:44:22,905
ดอกบัว

773
01:44:22,905 --> 01:44:24,705
ก้ามกุ้ง

774
01:44:24,705 --> 01:44:26,192
สาหร่าย

775
01:44:26,192 --> 01:44:28,116
สายติ่ง

776
01:44:28,116 --> 01:44:30,728
ตับเต่า

777
01:44:30,728 --> 01:44:34,728
บัวผัน

778
01:44:39,407 --> 01:44:40,664
ที่ตอบมาทั้งหมดนี้นำมาตอบได้ทั้งหมดเลยค่ะ

779
01:44:40,664 --> 01:44:42,184
ยกเว้นอะไรลูก

780
01:44:42,184 --> 01:44:46,184
ยกเว้น

781
01:44:47,397 --> 01:44:49,807
ต้นมะกอกน้ำ ต้นมะดัน

782
01:44:49,807 --> 01:44:53,807
ต้นระกำ

783
01:44:57,189 --> 01:45:00,656
ส่วนบัว

784
01:45:00,656 --> 01:45:03,268
เวลาตอบในข้อ 4

785
01:45:03,268 --> 01:45:04,420
เราให้ตอบแค่คำว่า

786
01:45:04,420 --> 01:45:08,409
"บัว"

787
01:45:08,409 --> 01:45:12,409
ไม่ควรตอบแยกว่าบัวผัน

788
01:45:13,241 --> 01:45:17,012
เป็นคำตอบที่ 1 บัวสายเป็นคำตอบที่ 2

789
01:45:17,012 --> 01:45:20,401
บัวขามเป็นคำตอบที่ 3 นะคะ

790
01:45:20,401 --> 01:45:24,401
4 5 ตอบบัวทั้งหมดทั้ง 5 ชนิด

791
01:45:26,579 --> 01:45:28,121
ใครตอบบัว แต่เพียงอย่างเดียวแต่แยกชนิดมาถูกไหมคะ

792
01:45:28,121 --> 01:45:32,121
ไม่ถูก

793
01:45:33,144 --> 01:45:34,461
ต้องตอบให้ครบ 5 1. บัว

794
01:45:34,461 --> 01:45:36,026
2

795
01:45:36,026 --> 01:45:38,584
. แพงพวย

796
01:45:38,584 --> 01:45:41,310
3. หญ้าปล้อง

797
01:45:41,310 --> 01:45:44,127
4.กระจับ

798
01:45:44,127 --> 01:45:48,127
5.จับจอ

799
01:45:49,215 --> 01:45:50,170
ก อะไรคะ 6. ก้ามกุ้ง 7. สาหร่าย

800
01:45:50,170 --> 01:45:51,445
8

801
01:45:51,445 --> 01:45:53,951
. สายติ่ง

802
01:45:53,951 --> 01:45:57,089
9. ตับเต่า

803
01:45:57,089 --> 01:45:59,704
10. สันตะวา

804
01:45:59,704 --> 01:46:03,197
11. ผักบุ้ง

805
01:46:03,197 --> 01:46:05,295
11 ชื่อนี้

806
01:46:05,295 --> 01:46:08,434
เอามาตอบได้หมดเลยค่ะ

807
01:46:08,434 --> 01:46:12,434
เลือกมาตอบแค่ 5 ชนิด

808
01:46:15,273 --> 01:46:19,273
ข้อสุดท้าย

809
01:46:19,312 --> 01:46:23,312
ข้อที่ 5

810
01:46:23,464 --> 01:46:26,428
ในสมัยโบราณ

811
01:46:26,428 --> 01:46:29,890
ชาวบ้านใช้สิ่งใด

812
01:46:29,890 --> 01:46:33,890
บูชากัณฑ์เทศน์มหาชาติ

813
01:46:40,700 --> 01:46:44,700
คำตอบ คือ

814
01:46:50,392 --> 01:46:54,392
ดอกบัวชนิดต่าง ๆ

815
01:46:55,188 --> 01:46:59,188
อย่างละ 1,000 ดอก

816
01:47:01,353 --> 01:47:05,353
ดอกบัวชนิดต่าง ๆ อย่างละ 1,000 ดอก

817
01:47:06,534 --> 01:47:10,534
นี่คือคำตอบนะคะ

818
01:47:10,756 --> 01:47:14,756
ที่อ้างอิงจากเนื้อความ

819
01:47:15,775 --> 01:47:19,775
ถ้าโจทย์เขาถาม ว่าในปัจจุบัน

820
01:47:20,592 --> 01:47:23,241
ผู้คนนิยมใช้อะไรในการบูชากัณฑ์เทศน์

821
01:47:23,241 --> 01:47:27,241
ยังตอบดอกบัวได้เหมือนเดิมไหมคะ

822
01:47:28,958 --> 01:47:30,103
ดอกบัวหรือดอกไม้ชนิดอื่น ๆ

823
01:47:30,103 --> 01:47:34,103
ใช่ไหมคะ

824
01:47:38,866 --> 01:47:39,702
เพราะอะไร เพราะว่าปัจจุบันความนิยมเปลี่ยนไป ดอกบัวไม่ได้มีปริมาณมากเพียงพอ

825
01:47:39,702 --> 01:47:42,094
ถึง

826
01:47:42,094 --> 01:47:46,094
อย่างละ 1,000 ดอก

827
01:47:48,449 --> 01:47:52,449
เพราะฉะนั้นอันนี้คือปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอ้างอิงในเนื้อหา

828
01:47:54,409 --> 01:47:55,871
เขาบอกว่าบัวสารพัดชนิด บัวเผื่อน บัวขาวใช่ไหมคะ

829
01:47:55,871 --> 01:47:59,871
บัวอะไรอีกคะ

830
01:47:59,894 --> 01:48:01,995
บัวสายใช่ไหมคะ และบัวชนิดต่าง ๆ

831
01:48:01,995 --> 01:48:04,703
บัวหลวงก็ได้

832
01:48:04,703 --> 01:48:08,703
แล้วแต่ว่าหยิบอะไรมา

833
01:48:12,124 --> 01:48:16,124
แสดงให้เห็นว่าอะไรคะ สมัยก่อนอุดมสมบูรณ์มากเลยใช่ไหมคะ ดอกบัวเต็มทุ่งไปหมดเลย

834
01:48:16,401 --> 01:48:18,595
นึกภาพตาม เวลาทำบุญที ดอกบัวหอมฟุ้งไปทั่ว

835
01:48:18,595 --> 01:48:21,212
วัด จะเป็นอ

836
01:48:21,212 --> 01:48:23,526
ย่างไร งานบุญแต่ละครั้ง

837
01:48:23,526 --> 01:48:27,526
ดอกบัวเยอะขนาดนี้

838
01:48:33,507 --> 01:48:37,507
ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นจะได้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ และความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของคนไทยในสมัยโบราณ

839
01:48:41,079 --> 01:48:45,079
ดังนั้นย้อนกลับมาที่คำตอบ คำตอบ ก็คือ

840
01:48:45,190 --> 01:48:48,441
นิยมใช้ดอกบัวชนิดต่าง ๆ

841
01:48:48,441 --> 01:48:52,441
อย่างละ 1,000 ดอก

842
01:49:02,882 --> 01:49:06,882
ใครตอบครบทั้ง 5 ข้อนี้แล้วนะคะ เดี๋ยวเอาเอกสารเอาหนังสือมาส่งครูนะคะ เดี๋ยวครูจะลงคะแนนให้นะคะ แล้วครูจะเซ็นกำกับแล้วลงคะแนนให ้

843
01:49:06,930 --> 01:49:09,786
เซ็นคาบนี้เลยนะคะ

844
01:49:09,786 --> 01:49:13,786
แล้วก็ชิ้นเดิมนะคะ

845
01:49:15,141 --> 01:49:17,022
ที่เป็นการอ่านออกเสียงที่ครูให้ไปเติมใช่ไหมคะ ในแบบฝึกหัด

846
01:49:17,022 --> 01:49:21,022
ภาษาเอามาส่งด้วย

847
01:49:26,706 --> 01:49:30,585
ทีนี้ในบทที่ 1 นะคะ เราจบเนื้อหากันตรงนี้แล้วเราจะขึ้นบทที่ 2 แต่ในบทที่ 2

848
01:49:30,585 --> 01:49:34,585
ครูจะพาไปเที่ยวเรื่องของหลักการสอนอ่าน

849
01:49:35,854 --> 01:49:38,618
เนื้อความเอกสารอยู่ใน LINE กลุ่ม

850
01:49:38,618 --> 01:49:42,618
ที่ครูส่งให้แล้ว

851
01:49:43,983 --> 01:49:47,983
เพื่อน ๆ เด็กตา ครูส่งให้แล้วนะลูกนะ

852
01:49:52,107 --> 01:49:56,107
ส่งให้แล้วนะคะ บทที่ 2 เราใช้ไฟล์นี้ เพราะฉะนั้น ครั้งต่อไป ในการในบทที่ 2 นะคะ จะเป็นเรื่องหลักการสอนอ่าน

853
01:50:00,925 --> 01:50:04,925
ในบทที่ 2 นี้นักศึกษาจำเป็นนะคะ จะต้องเรียนรู้วิธีการสอนอ่านในรูปแบบต่าง ๆ

854
01:50:06,172 --> 01:50:08,077
และอาจจะต้องมีการแสดงบทบาทสมมตินะคะ

855
01:50:08,077 --> 01:50:12,077
เกี่ยวกับเรื่องของการ

856
01:50:14,901 --> 01:50:16,139
สร้างเกมประกอบการอ่านนะคะ การออกแบบกิจกรรมประกอบการอ่าน ด้วยการ

857
01:50:16,139 --> 01:50:20,139
เล่นเกม

858
01:50:22,727 --> 01:50:26,727
มีอยู่ในเอกสารที่ครูส่งให้แล้วนะคะ ในตอนท้าย เพราะฉะนั้น ในครั้งหน้า

859
01:50:27,399 --> 01:50:29,509
เดี๋ยวครูจะให้ทำงานกลุ่มนะคะ แต่หลัก ๆ คือห้องเรียนเรา

860
01:50:29,509 --> 01:50:33,509
ห้องนี้จะไม่เอื้อ

861
01:50:39,434 --> 01:50:42,283
เดี๋ยวครูขอไปทำการบ้านนิดหนึ่งนะ ว่าครูจะทำอย่างไรดีนะคะ กลับกับรูปแบบของการเรียนการสอนที่

862
01:50:42,283 --> 01:50:43,942
ทำกระบวนการกลุ่ม

863
01:50:43,942 --> 01:50:46,586
นะคะ

864
01:50:46,586 --> 01:50:50,586
แล้วเดี๋ยวครูแจ้งไปใน LINE กลุ่มนะ โอเค

865
01:50:54,116 --> 01:50:56,443
ก็เดี๋ยวรวบรวมนะคะ เอกสารทุกคนนะคะ รวบรวมเอกสารส่งครูที่โต๊ะ

866
01:50:56,443 --> 01:51:00,443
เดี๋ยวครูจะคืนให้นะคะ

867
01:51:01,721 --> 01:51:05,721
มาเข้าแถวเลยก็ได้นะคะ เข้าแถวต่อกันแล้วเดี๋ยวครูจะเสร็จแล้วก็ลงคะแนนให้

868
01:51:06,467 --> 01:51:09,208
ถ้าลงใน iPad ใช่ไหมคะ เดี๋ยวครู

869
01:51:09,208 --> 01:51:13,208
ถ่ายรูปค่ะ ครูจะถ่ายรูปของครูเอง

870
01:51:15,380 --> 01:51:16,169
โอเคค่ะ สำหรับชั่วโมงนี้นะคะ กิจกรรมในวันนี้นะคะ บทที่ 1

871
01:51:16,169 --> 01:51:20,169
เรา

872
01:51:20,831 --> 01:51:21,873
แค่นี้ แล้วก็เตรียมกิจกรรมในบทที่ 2

873
01:51:21,873 --> 01:51:25,873
ในครั้งต่อไป

874
01:51:34,715 --> 01:51:38,715
ขอบคุณล่ามนะคะ ตอนนี้ก็จะให้นักศึกษาได้แยกย้ายนะคะ ขอบคุณมากค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]

