--- title: การอ่าน คิด พัฒนาชีวิต (บ่าย) 100866 subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 10 สิงหาคม 2566 เวลา 13.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) วันนี้เราจะมาดูในเรื่องของการอ่านในใจกันนะคะถ้าแน่ใจดูจากหน้าที่เท่าไหร่เอ่ย 40 เท่าไหร่ลูก หน้า 41 ค่ะทุกคนดูเอกสารในหน้า 41 ค่ะ การอ่านในใจนะคะมีวิธีการที่จะทำให้เรา ประสบความสำเร็จหรือมีผลสัมฤทธิ์นะคะในการอ่านในใจ หลากหลายวิธีด้วยกัน เทคนิควิธีการอันที่ 1 นะคะเราเรียกว่าวิธีการแบบไหน แบบ เราคราวการอ่านแบบคร่าวๆนะคะอีกอย่างหนึ่งเราเรียกว่าจิมิ ถ้านางแบบข้อความนี้มีลักษณะอย่างไร อันที่ 1 นะคะ ก็คือในขั้นที่ 1 จะต้องมีการอ่านสำรวจนะคะข้อมูลก่อน การสำรวจข้อมูลที่ว่านี้ดูอะไรบ้าง อะไรบ้างคะ หยิบหนังสือขึ้นมา 1 เล่มดูอะไรก่อนที่เป็นข้อมูลเบื้องต้น 1 หน้าปกใช่ไหมคะหยิบขึ้นมาดูเห็นก่อนเลยก็คือหน้าปกนอกจากดูหน้าปกแล้วดูอะไรอีกคะ คำนำสารบัญ อันดับแรกเลยคือดูหน้าปกว่าชื่อเรื่องอะไรใครเป็นผู้แต่งใช่ไหมคะ วิธีการประกอบร่างหนังสือเนี่ยเป็นยังไง เล่มหนาไม้ถือพอดีไหมนะคะ ขนาด เท่าไหร่ น้ำหนักเป็นยังไงสีกระดาษเป็นยังไง คราวนี้ไปดูอะไรต่อดูคำนำดูสารบัญใช่ไหมคะ สารบัญในที่นี้ในเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรบ้าง วิธีการในการเรียบเรียง หนังสือ เป็นอย่างไรเราจะดูได้จากอะไรนะ สารบัญนั่นเองนะคะ ดูจำนวนหน้าว่ากี่หน้าดูราคาด้วยไหมคะ ดูด้วยค่ะต้องดูราคาด้วยว่าราคาเท่าไหร่ พิมพ์ปีพศอะไร ทำไมต้องดู รายละเอียดข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับหนังสือ เล่มนั้นๆ นั่งดีๆค่ะ ถ้าหนูไม่สบายหนูไปพักได้เลยลูกห้องข้างล่าง ฉันรู้สึกไม่สบายหนูลงไปห้องข้างล่างเลยค่ะมีห้อง พยาบาลเนาะแม่ค้ามีศูนย์แพทย์อยู่นะจ๊ะ ดูแลตัวเองนะคะ ต่อไปนะคะแบตมาพ่อสำรวจพลิกซ้ายพลิกขวาดูหนังสือแล้วดูสิหนังสือได้ไหมคะ รูปปกดูสีด้วยไหม ดูใช่ไหมคะว่ามันมีความดึงดูดมากน้อยแค่ไหนใช่ไหมคะ โทรมานะคะ ขั้นที่ 2 การอ่านข้อมูลหรืออ่านเนื้อหาทั้งหมดอย่างรวดเร็ว โดยวิธีการอะไร อ่านอย่างรวดเร็วโดยใช้การสังเกต ตำแหน่งที่เรียกว่าใจความสำคัญ ปกติแล้วใจความสำคัญอยู่ตำแหน่งไหนบ้าง อะไรใครตอบกูได้บ้างว่าใจความสำคัญอยู่ตำแหน่งไหน ต้นกลางท้ายอยู่ตรงไหนของประโยคคะ ค่ะ ตรงกลางหรอคะ ตรงไหนคะ ตรงกลางเหรอคะท้ายเหรอคะตรงไหนอีกคะ ปกติแล้วใน 1 ย่อหน้าไม่เอา 1 ประโยคก็ได้ 1 ย่อหน้า ใน 1 ย่อหน้า ใจความสำคัญจะอยู่ 2 ตำแหน่งใหญ่ๆด้วยกันก็คือ ต้นประโยคนะคะต้นข้อความกับอะไรลูก ขายข้อความ ท้ายสุดท้ายเนี่ยนะคะเขาเรียกว่าเป็นส่วนที่เป็นส่วนสรุป ส่วนแรกนะคะเขาเรียกว่าเป็นส่วน เห็ดออกก็เรียกว่าเป็นส่วนเหตุผลนะคะส่วนเหตุผล แล้วตอนท้ายนี่จะเป็นข้อสรุปแต่ใดๆก็ตามแต่ 2 อย่างนี้ 2 ตำแหน่งนี้อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องทั้งหมด ให้ความสำคัญในย่อหน้ายาวๆอาจจะยังปรากฏอยู่ในตอนไหนของใจความได้ด้วย อยู่ตรงส่วนกลางก็ได้นะคะน่ารักๆเลยจ้าอยู่ที่ไหนคะเป็นอันดับแรก ต้น ประโยคและขายประโยคหรือต้นข้อความท้ายข้อความนั้นเองนะคะ ดังนั้นเวลาที่เราต้องการจะอ่านคร่าวๆเราเห็นใจความสำคัญ กุ้งไปที่ไหนก่อนเลย ต้นข้อความกับส่วนท้ายเพื่อทำการสกิมมิ่งนั่นเอง นะคะ วิธีนี้นะคะมีประโยชน์อย่างไร มีประโยชน์ในการทำให้เรา อ่านได้เร็วขึ้น เพราะอ่านได้เร็วเราก็จะเพิ่มจำนวนของหนังสือ ได้มากขึ้น พูดง่ายๆอ่านได้จบไวขึ้น อ่านจับใจความได้ไวขึ้น แล้วทำให้เรา เพิ่มปริมาณของการอ่านให้สูงขึ้นด้วย นะคะ นี่คืออ่านแบบที่ 1 เขาเรียกว่าอ่านแบบ สกิมมิ่งหรืออ่านแบบคร่าวคร่าว วิธีนี้เหมาะสำหรับนักศึกษาไหมคะ เหมาะมากเพราะอะไรเพราะมันจะช่วยทำให้นักศึกษา 1 รู้ตำแหน่งของ ใจความ เวลาอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบนะคะ เบื้องต้นอันดับแรกต้องอ่านคร่าวๆก่อนรอบที่ 1 รอบที่ 2 ค่อยมาอ่านละเอียดใช่ไหมคะ เพื่อบันทึกใจความแล้วทำการช็อตโน๊ตหรือ บันทึก สรุปแบบสรุปเอาไว้อ่านทบทวน อะตอมมาประเภทที่ 2 ค่ะ แบบที่ 2 นะคะเราเรียกว่าการอ่านแบบ กวาดสายตา ก็นางแบบกวาดสายตาหรือภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าแก่นลิง การสแกนนิ่งนั้นคืออะไรนะคะ เขาบอกว่าการอ่านแบบ scanning เป็นการอ่านเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะบางอย่าง เป็นการอ่านเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะบางอย่างนะคะ โดยวิธีการในการอ่านนั้นจะต้องอ่านอย่างรวดเร็วไม่ใช่อ่านเพื่อดูสังเกตตำแหน่งใจความสำคัญแล้วนะคะ ดูโดยใช้สายตากวาดไปครั้งเดียวเนี่ยค่ะ ครั้งเดียว 2-3 บรรทัดรวดเลย ต้องใช้สายตาในการกวาดนะคะเพื่อสังเกตทีเดียว 2-3 บรรทัด นะคะ สังเกตยังไงทีนี้เวลาที่เราจะใช้กับกรณีของการสแกนนิ่งนี้ก็คือ ใช้ในกรณีที่เราต้องการ 1 ค่ะเปิดพจนานุกรมหาคำศัพท์ ภาษาไทยเอ้ยภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างๆอะไรก็ได้เราใช้วิธีการก็คือควบรวมนะคะทีละ 3 บรรทัด เพื่อหาคำที่เราต้องการ ฝน คำศัพท์ต่างๆนะคะหรือหาหมายเลขโทรศัพท์ได้ไหมคะสมัยก่อนมีสมุดโทรศัพท์ณปัจจุบันนี้ก็อาจจะมีแบบอิเล็กทรอนิกส์นะคะทำเป็น e-book อย่างนี้ค่ะ เราก็ใช้วิธีการสแกนนิ้ว เปิดดูหน้าสารบัญในหนังสือนะคะ ที่เป็นลักษณะของสารานุกรม เราต้องการจะค้นหาเรื่องอะไร ทำไงคะใช้สายตากวาดไปเพื่อให้เจอคำที่เราต้องการค้น วิธีนี้นะคะจะทำได้เร็วขึ้น ถ้ามี เครื่องมือ ช่วย เช่นใช้กระดาษแข็งค่ะ หรือใช้นิ้วชี้ตาม เพื่อค้นอะไรลูก ค้นหาคำ ใช้กระดาษช่วยก็ได้ค่ะ แต่หลักๆแล้ววิธีการในการใช้นิ้วหรือใช้กระดาษในนะคะเขาจะไม่ค่อยนิยมกับการอ่านแบบละเอียด หรืออ่านแบบสกิมมิ่งเขาก็ไม่ใช้ใช้เฉพาะการหาแบบสแกนนิ่งเท่านั้น การโคลนนิ่งนะคะอ่านแบบกวาดสายตา อนุญาตหรือนิยมนะคะใช้อุปกรณ์ช่วย แต่ถ้าเป็นการอ่านแบบอื่นเขาไม่นิยมแล้วเขาไม่แนะนำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กนักเรียนเพื่อจะไปเป็นครู เวลาเธอสอนเด็กอ่านค่าเด็กชี้ตามตัวอักษร นั่นแสดงว่าผิดบุคลิกภาพที่ดีของอะไรลูก อ่าน เวลาเด็กอ่านนะคะแล้วถ้าอ่านในใจมีเสียงขมุบขมิบและใช้นิ้วมือชี้ตาม อันเนี้ยถ้าเป็นการอ่านในเบื้องต้นแรกๆไม่ได้เป็นปัญหาอะไรนะแต่ถ้าเด็กติดเป็นนิสัยอันนี้ กูจะต้องแก้ตรงนี้นะคะไม่ให้เด็กใช้อะไรลูก ใช้นิ้วชี้ตามตัวอักษร อ้าวต่อไปนะคะ แบบที่ 3 ค่ะเราเรียกว่า แบบที่ 3 เราเรียกว่าการอ่านแบบ sq3r นั่นแหละครูบอกให้ไปตั้งนานแล้ว ไม่เป็นไรลูกปัดไปพักผ่อนก่อนลูกไป พอดีมีเพื่อนไม่สบายนะคะขออนุญาตไปหาหมอ สุนทรข้างล่างนะคะมีศูนย์แพทย์อยู่ไปหาศูนย์แพทย์เลยค่ะ ต่อเลยนะคะแบบที่ 3 นะคะเราเรียกว่า sq3r รู้จักชื่อ นักศึกษาคิดว่ามีอยู่กี่ขั้นตอนด้วยกัน ในการอ่าน sq3r คิดว่ามีกี่ขั้นตอน อ่านในใจนี้มีอยู่กี่ขั้นตอน 3 หรอคะมี 3 หรอคะ 3 ใครว่า 3 ยกมือ ใครว่าสียกมือยกสูงๆเลยลูกมั่นใจไม่เป็นไรใครวะ 5 ยกมือโลก โอเคขอบคุณค่ะคำตอบคือ 5 คันค่ะ ขั้นที่ 1 เราเรียกว่าอ่านสำรวจ หรือมาจากภาษาอังกฤษที่ใช้คำว่า survey ตัวย่อคือตัวเอส ย่อมาจาก survey การสำรวจก่อนค่ะสำรวจเข้าคร่าวๆนะคะ เหมือนอย่างในขั้นของการสกิมมิ่ง ดูคร่าวๆนะคะฝันดีค่ะ อ่านแล้วตั้งคำถามอ่านอย่างมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ได้คำตอบว่าใครทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่อย่างไร การตั้งคำถามในลักษณะเช่นนี้เราเรียกขั้นนี้ว่า Question หรือ ตัวย่อคือหิว 2 แล้วนะคะวันที่ 3 ค่ะเมื่อได้คำตอบแล้วนะคะว่าใครทำอะไรที่ไหนอย่างไร อันที่ 3 ก็คือ อ่านอย่างเร็วค่ะ คราวนี้ถ้าจะต้องการอ่านอย่างเร็วเราต้องใช้เทคนิคอะไรล่ะทีนี้ ทานแบบไหนคะ อ่านแบบสกิมมิ่งอีกเช่นกัน ก็คือดูตำแหน่งดูใจความสำคัญ เครื่องให้เกิดความรวดเร็ว คันที่ 4 ค่ะ มาจากอะไรคะขออภัยขออภัยนะคะที่ 3 นะคะได้ที่ 3 นี้มาจากตัวที่เขาบอกว่า 3 อันนะ ตัวที่ 1 คืออ่านอย่างเร็วหรือท่านนะคะตัวที่ 2 ค่ะ เราเราใช้วิธีการรีดแบบสกิมมิ่งแล้วนะคะ เราก็มาอ่านเพื่อจำ นะคะอ่านเพื่อการจำภาษาอังกฤษนะคะเป็นตัวที่ 2 แต่เป็นขั้นที่เท่าไหร่คะของกระบวนการอ่านนี้ด้านที่ 4 นะคะ อ่านเพื่อจำหรือไซส์นะคะเป็นการจำส่วนท้ายของข้อความ เชื่อมกับต้นข้อความ จัดไป พูดง่ายๆ เวลาที่เราอ่านในขั้น resize เพื่อจำให้เราจำส่วนท้ายของประโยคและประจำส่วนต้นของประโยค ถัดไป จะเกิดความเชื่อมโยงแบบนี้ไปเรื่อยๆก็บอกว่าเทคนิคการจำนี้จะทำให้ ผู้อ่าน มีความจำเพิ่มมากขึ้นนะคะแล้วก็มีข้อมูลที่เป็นลักษณะของการเชื่อมโยง ต่อต่อกันไปจนจบเนื้อความในย่อหน้านั้นๆ นี่คืออาตัวที่ 2 นะคะและสุดท้ายคืออาตัวที่ 3 นะคะขั้นของการอ่านทบทวนนั่นก็คือรีวิว งั้นก็คือรีวิวรีวิวนะคะ เป็นลักษณะของการ สรุปใจความ หลักการอ่านทั้งหมดสรุปแล้วทำให้มันเป็นภาษาของ ตัวเอง สรุปให้เป็นภาษาของตนเองพูดง่ายๆเวลาเราจะมาค่ะ เรามักจะไปจำส่วนที่เป็นข้อความจากในหนังสือ ตรงนั้นมันจะทำให้เราขาดในเรื่องของการสรุป ความรู้ ที่เป็นองค์ความรู้ตามความเข้าใจของ ตัวเราเอง วิธีการในขั้นนี้ เราจะให้ผู้อ่าน ทำการสรุป ใจความสำคัญด้วยภาษาด้วยความคิดของตัวเอง เอาเนื้อความมาเรียบเรียงใหม่ เพื่อให้เกิดความรู้ที่เป็นชุดความรู้ของ อ่าน คนนั้นๆ ป้ายนะคะ วิธีการที่ 4 นะคะนั่นก็คือ การอ่านอย่างละเอียดหรือที่เราเรียกว่า intensive Reading นะคะการอ่านอย่างละเอียดนะคะเขาบอกว่าเป็นขั้นสุดท้าย เป็นขั้นสุดท้ายของ อ่านในใจ อ่านอย่างละเอียดนี้นะคะจะต้องมีทักษะในการพินิจ พิเคราะห์ และในบางครั้งยังจำเป็นจะต้องอาศัยทักษะในการด้วย การตีความคืออะไร การตีความคือการระบุหรือค้นหาความหมายของคำ ประโยคหรือข้อความนะคะพี่อาจจะไม่ได้มีความหมายตรงตามสิ่งที่ปรากฏตามรูปอักษรนั้นๆ เช่นสมมุติเขาใช้คำว่ามือขวานะคะก็เป็นมือขวาของคุณนะคะมือขวา คำว่ามือขวาถ้าเป็นความหมายโดยตรงที่ไม่ต้องอาศัยการตีความ มือขวาคืออะไรลูก ซื้ออวัยวะใช่ไหมคะที่อยู่ฝั่งขวาแต่ถ้าเป็นการตีความอีกความหมายนึงมันเป็นความหมายแฝง คืออะไรคะหมายถึงอะไรลูก คนสนิท ใช่ไหมคะมือขวาคือคนสนิทเพราะคนส่วนใหญ่ในโลกนี้ส่วนใหญ่ถนัดอะไรกันลูก ถนัดมือขวา กฎมือซ้ายน้อยใจใช่ไหมคะก็เลยตั้งเป็นวันมือซ้ายแห่งโลกขึ้นมาใช่ไหมคะคนถนัดซ้ายก็มี แต่เป็นคนส่วนน้อยใช่ไหมคะแล้วก็บอกว่าจะมีความพิเศษสำหรับคนที่ถนัดมือซ้าย แต่พอคนส่วนใหญ่อ่ะค่ะถนัดมือขวาเขาก็เลยใช้คำนี้มาเป็นคำเปรียบนะคะหมายถึงคนที่เรียกใช้ง่ายคนที่เชื่อใจ คนที่ไว้ใจนะคะให้ทำอะไรก็ตามแต่เป็นคนข้างกาย เขาเรียกว่าเป็นมือขวา นี่คือการตีความ นี่คือการตีความนะคะดังนั้นเวลาที่เราอ่านนะคะเราจึงจะต้องทำความเข้าใจกับ คำสำนวนข้อความประโยคต่างๆที่มันมีความแปลงอยู่ตรงนั้น ก็มานะคะในบางครั้งค่ะ หากมีการพิจารณาถึงความงามของวรรณศิลป์ หมายความว่ายังไงความงามของวรรณศิลป์ หมายถึงภาษาที่มันมีความงดงามอ่ะค่ะ ใช้ภาษาเพื่อความงดงาม อาการอะไรบ้างเช่นอ่านวรรณคดีอ่านบทประพันธ์ เคยอ่านบทประพันธ์แล้วนึกภาพตามไหมคะแล้วทำไมเขาใช้คำได้สวยขนาดนี้ เคยได้ยินไหมคะ ตะวันส่องใสแดดฉายลงมาทาบทาทิวทุ่ง โอ้โหเป็นไงคะลงมาถ้าลงมาทาทิวทุ่ง เล่นอักษรไปอีกใช่ไหมคะเล่นเสียงอะไรลูก เสียงทอทหารตะวันส่องใสแดดฉายลงมาทาบทาทิวทุ่ง กล่องใสฉาบฉายทาบทาทิวทุ่ง นี่คือวรรณศิลป์ใช่หรือไม่เพราะฉะนั้นในบางกรณีของการอ่านละเอียดเราจะต้องพิจารณาถึง ความงามของการใช้ภาษาในเชิงวรรณศิลป์ด้วย นะคะ ก็มานะคะเวลาที่เราจะอ่านในใจนะลูกนะ สิ่งหนึ่งที่เป็นวัตถุประสงค์หลักของการอ่านในใจก็คือ ต้องการให้ผู้อ่านมีความสามารถในการอ่าน เร็วนั่นเอง เราจะสังเกตได้ว่าตอนเราเรียนประถมศึกษาสิ่งที่เกิดก็คือ ถ้าตอนประถมต้นปอ 1 ถึงป 3 คุณครูจะสอนให้นักเรียนอ่านออกเสียงนะคะอ่านออกเสียง สะกดคําให้ถูกต้อง แปลพอเป็นเด็กป 4 ถึงป 6 ขึ้นมา การอ่านออกเสียงจะลดน้อยลงแต่จะไปเน้นเรื่องของการอ่านในใจเพื่อทำให้เรียนได้เร็วขึ้นใช่ไหมคะ การได้ไวขึ้นนั้นเอง เพราะฉะนั้นนะคะในเรื่องของการพัฒนาการอ่านเร็วนะคะมีอะไรอยู่มากมายที่เป็นเทคนิค มีเทคนิควิธีการอยู่มากมายนะคะแล้วก็ต้องอาศัยการฝึก ฝนอย่างต่อเนื่องดูหน้า 40 3 ค่ะ อยู่หน้า 43 เขาบอกว่าขั้นที่ 1 นะคะต้องฝึกการเคลื่อนสายตา การเคลื่อนสายตานะคะ ต้องฝึกการเคลื่อนนะคะโดยการหยุดสายตานะคะอยู่ตรงประโยคหรือ คำหรือวลีนะคะหรือข้อความ นะคะไม่สะดุดอยู่ที่ใดที่หนึ่ง ถามไม่สะดุดอยู่ตรงที่ใดที่หนึ่ง มันมีตัวอย่างอยู่ในหน้า 43 ค่ะเรื่องกล้วยตานีครูให้เวลา 30 วินาทีในการ อ่าน ข้อความเรื่องกล้วยตานีจำนวน 4 บรรทัดอาจเพราะเวลา 30 วินาที ทุกคน ดูเอกสารค่ะ เปิดเอกสารหน้า 43 ค่ะเปิดเอกสารหน้า 43 ครบ 30 วินาทีแล้ว อ่านแล้วก็ลองอ่านดูอ่ะคนไหนที่อ่านไม่จบไม่เป็นไรค่ะเพิ่มเป็น 1 นาทีได้นะคะ 4 บรรทัดนี้เขาพูดถึงอะไรคะ เรื่องอะไรนะคะกล้วยกล้วยอะไรคะลูกรวยตานีเรื่องของกล้วยตานีกล้วยตานีมีที่มาจากอะไรคะ ที่มาจากประเทศอะไรคะในเมืองไทยหรือเปล่า ไม่ได้เกิดในเมืองไทยใช่ไหมคะมาจากอะไรนะคะมาจากอินเดียอินเดียตอนไหนนี่ ลูกมาตั้ง ตั้งแต่สมัยไหนคะเนี่ย สุโขทัย คาดว่าปลูกกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยปัจจุบันนิยมปลูกกันมากที่จังหวัดอะไรคะ อยู่ที่อำเภอสวรรคโลก นิยมรับประทานหรือว่าเอาไปใช้งานคะ นิยมเอาไปใช้งานเนื่องจากกล้วยตานีมีคุณสมบัติอย่างไร ใบเหนียวเพราะฉะนั้นกล้วยตานี จึงเป็นกล้วยที่ไม่นิยมรับประทานแต่นิยมนำไปใช้งานเพราะมีคุณสมบัติคือ Y เหนียว อ่านแล้วจับใจความได้คำถามคือเพื่อนสายตาได้เร็วเราสามารถจับประเด็นได้ไหม สิ่งที่กูอธิบายมาก็คือประเด็นสำคัญหรือใจความสำคัญของ 4 บรรทัดนี้ ใช่ไหมคะต่อไปนะคะเวลาอ่านค่ะข้อที่ 2 นะคะ จะต้องอ่านอย่างมีสมาธิ เลื่อนสายตาได้เร็วแล้วจะต้องมีสมาธิด้วย เราจะสังเกตได้ว่าหลายครั้งที่เราจะต้องกลับมาวนอ่านซ้ำอีกรอบนึง ทั้งทั้งที่เพิ่งอ่านไปเมื่อ ไม่กี่วินาทีที่ผ่านมานี่เอง ในย่อหน้าเดียวกันอาจจะต้องทวนกลับมาซ้ำ อีกหลายๆรอบมันเป็นเพราะอะไร เป็นเพราะว่าขาดสมาธินั่นเองค่ะ สมาธินะคะเป็นสิ่งสำคัญ จำเป็นจะต้องมีสมาธิ นะคะ ถ้าเราฟุ้งซ่านครูก็เป็นนะคะโครงสร้างเวลาอ่านแล้วใจมันคิดไปตามตัวหนังสือ แล้วมันกลับมาที่ตัวหนังสือไม่ได้เพราะมันมีคำว่าไข่กินไข่เจียวคิดไปแล้วนะคะแล้วเนื้อหาเรากว่าแต่สายตา การเคลื่อนสายตาเรายังทำอยู่แต่สติเราไม่ไปกับการเคลื่อนสายตาเนื้อออกไม่ลูกถึงไหนแล้ววะ กลับมาใหม่อีกรอบนึงเคยเป็นกันไหมคะ ถ้าเป็นแสดงว่าเราไม่มี สมาธินั้นเองต่อไปค่ะอันที่ 3 นะคะในการฝึกฝนการอ่านเร็วจำเป็นจะต้อง ทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอ่านในระดับอุดมศึกษา ทำไมจึงจะต้องอ่านอย่างสม่ำเสมอถ้าเราไม่อ่านอย่างสม่ำเสมอสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเวลาจะสอบค่ะ เราจะ ต้องไปโหมหรือต้องไปเร่งเอาในตอนท้าย แตกต่างกันไหมคะกับคนที่อ่านทุกวัน ทานวันละ 1 หน้าอ่านวันละ 1 วิชาอ่านวันละ 1 เรื่อง อ่านทุกวันก่อนนอน เขาถึงได้ฝึกการอ่านให้กับเด็กอ่ะค่ะเริ่มปลูกฝังการอ่านให้กับนักเรียน ตั้งแต่ตอนเด็กเลย เริ่มแต่อนุบาลเลยมั้งคะ อนุบาลเนี่ย คุณหมอนะคะที่เป็นแนวการเลี้ยงลูกสมัยใหม่เนาะนะคะเขาจะให้มีกิจกรรมก่อนนอนก็คืออ่านหนังสือนิทานนะคะ อย่างน้อยนะคะก็คือ 30 นาทีก่อนนอนทุกวัน เด็กก็จะมีความรู้แล้วก็มีความสามารถในการจดจำการเรียนรู้หรือ อ่านหนังสือได้เร็วกว่าเด็กที่ไม่ได้อ่านหนังสือก่อนนอน มีงานวิจัยออกมารองรับมากมายนะคะเพราะฉะนั้น พอเด็กมีพฤติกรรมหรือมีนิสัยนะคะที่ได้รับการปลูกฝังมา โตขึ้น ถ้าได้รับการฝึกอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์นะคะกับการเรียนมากๆเลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ครูบอกว่าในระดับอุดมศึกษา ถ้าเราเป็นเร่งอ่านรายวิชาต่างๆมีมากไหมคะในแต่ละเทอม รายวิชาต่างๆนะคะมีเป็นจำนวนมากเนาะนะคะแล้วในขณะเดียวกัน เวลาปลายภาคนี่ล่ะค่ะตัวดีเลยมีงานมีกิจกรรมเยอะใช่ไหมคะถ้าเราไม่รีบเคลียร์การบ้านแล้วอ่านทบทวนเอาไว้ก่อน งานปูนเอาไว้ก่อนมันหยอดกระปุกอ่ะค่ะ มันหยอดกระปุกอ่านหนังสือมันหยอดกระปุก เวลามันเต็มอ่ะค่ะเวลามันจะใช้งานมันหยิบมาใช้งานได้เลยใช่ไหมคะแต่สำหรับคนที่ไม่ได้อ่านเลยแล้วต้องไปเล่นเปิดในวันเดียวค่ะ ในสัปดาห์เดียวหรือก่อนสอบในระยะเวลากระชั้นชิด จะมีปัญหาเรื่องนี้มาก เกิดปัญหาต่างๆมากมายนะคะ นอกจาก สามารถในการเคลื่อนสายตานะคะการอ่านอย่างมีสมาธิอ่านอย่างสม่ำเสมอแล้ว วิธีหนึ่งที่ช่วยให้อ่านได้เร็วขึ้นก็คือการกำหนดเวลาในการอ่านค่ะ การกำหนดเวลาในการอ่านคืออะไรนะคะกำหนดเวลาในการอ่านนั้นก็คือ เราต้องกำหนดเวลาในการอ่านให้แน่นอนนะคะแล้วก็ดูว่าถ้าใช้เวลาจำกัดเนี่ย จะสามารถเข้าใจเรื่องที่อ่านนั้นได้ครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ ไม่ง่ายเหมือนกับการทำอะไรนะภารกิจนะคะ พัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ สมมุติเราหยิบหนังสือเล่มนี้มาแล้วก็ตั้งใจว่าเราจะใช้เวลาในการอ่านเริ่มที่เล่มนี้อาจจะใช้ 1 วัน เข้ามานะคะเราจะเร่งเวลาขึ้นอ่านเร็วขึ้น ให้เวลาตัวเองแค่เท่าไหร่ลูก 6 ชั่วโมงนี้เป็นต้นนะคะ นี่คือการกำหนดเวลาเพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านเร็ว นะคะ นะคะอันที่ 5 นะคะก็คือ เราจำเป็นจะต้องมีคำศัพท์ในหัวหรือมีคลังคำเยอะๆ ต้องมีคลังคำหรือรู้ความหมายของคำศัพท์ เพราะมิฉะนั้นแล้วเราจะไม่สามารถทำความเข้าใจเนื้อหา อ่านอย่างลื่นไหลเชื่อมโยงต่อเนื่องกันไปได้ รถติดขัดใช่ไหมคะติดขัดกับความไม่เข้าใจความหมายของคำหรือข้อความ คำศัพท์ก็มีความสำคัญด้านมีวงคำศัพท์ที่กว้าง ทำให้การอ่าน เร็วมันประสบความสำเร็จได้นะคะจากเรื่องของเทคนิคที่ช่วยให้การอ่านรวดเร็วยิ่งขึ้นแล้วนะคะ มาดูสิว่าอะไรเป็นอุปสรรคนะคะอะไรบ้างที่เป็นอุปสรรค มีอะไรบ้างที่เป็นอุปสรรค วันที่ 1 นะคะครูบอกการใช้นิ้วหรืออุปกรณ์ต่างๆ สีตัวหนังสือ การใช้นิ้วหรืออุปกรณ์ต่างๆชี้ตัวหนังสือ อนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะอะไรลูกการสแกนเท่านั้นคือเช่นหาอะไรหาคำศัพท์หาเบอร์โทรศัพท์ หาคำสำคัญหรือเปิดสารบัญนะคะอันนี้ ไม่ว่ากันแต่ถ้าเป็นการอ่านในทุกแบบเลยเขาบอกว่ามันจะทำให้การอ่านเร็วมันได้ไงคะ ไปได้ช้า ไม่ควรใช้อุปกรณ์ใดๆทั้งนั้น การเคลื่อนไหวศีรษะไปตามตัวอักษรเวลาอ่านและสายหน้าตามตัวอักษรไปด้วย เหนื่อยไหมคะ นี่ก็เป็นอุปสรรคที่ทำให้อ่านได้ช้า หรือการอ่านย้อนกลับเนื่องจากขาดสมาธิอย่างที่กูได้พูดไปแล้วว่า ถ้าไม่มีสมาธิเสียเวลากลับไปอ่านซ้ำอีกหลายรอบเลยแหละ ดังนั้นก่อนอ่านต้องอะไรก่อนคะ ทำสมาธิก่อน ตั้งใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เราจะอ่าน แล้วเราจะไม่เสียเวลาใช้เวลาสั้นลงอ่านได้เร็วขึ้น หรือการอ่านโดยใช้เสียงหรือทำปากขมุบขมิบ เวลาอ่านแล้วมีเสียงพึมพำออกมาจากเราอ่ะค่ะ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เพื่อน 1 ราคาเพื่อน ที่เขา ไม่คุ้นชินกับการอะไรคะได้ยินเสียงรบกวน เขาจะเสียเวลาและสมุดไปกับเราด้วย ตัวเราเองก็เช่นเดียวกัน พระอ่านนะคะเรามีการทำปากขมุบขมิบนะคะ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ 1 นะคะเราเองนะคะก็จะได้ช้าลงเนาะ แล้วก็ไปสร้างอะตอมในกรณีเดียวกันอาจจะไปสร้างความรำคาญให้กับผู้อื่นได้เป็นมารยาทในการอ่านที่ไม่ดี นี่คือตัวมารยาทนะคะในการอ่านที่ดีนั้นเอง คราวนี้ค่ะนายหน้า 49 ขออภัยค่ะอย่าลืมนะยังนะยังนะแป๊บนึงค่ะ ตามนี้นะคะนักศึกษานะคะดูในหน้า 44 ก่อนค่ะ บนล่างนะคะช่วยช่วยแปลนะคะก็คือให้เปิดหนังสือหน้า 44 ค่ะ เปิดหนังสือหน้า 44 นะคะ ทุกคนจะเห็นนะครับแบบฝึกทักษะการกวาดสายตาอย่างรวดเร็ว เรื่อง จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้านะคะใช้เวลา 1 นาทีค่ะให้หาดูซิว่า มีคำว่าจันทร์อยู่กี่คำ 1 นาทีค่ะ มีคำว่าจันทร์อยู่กี่คำขีดเส้นใต้ไว้ด้วยก็ได้นะคะ จะได้ตอบ 1 นาทีค่ะ ใช้การสแกนนะคะ โทรหาแค่คำว่าจันทร์ สแกนเลยค่ะ เพื่อน หมดเวลานะคะมาเฉลยกันค่ะ คำว่าจันทร์ จากเรื่องจันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า มีคำว่าจันทร์อยู่กี่คำคะ 4 คำหรอคะอยู่ในบรรทัดที่เท่าไหร่บ้าง จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้าขอข้าวขอแกงท้องแห้งหนอ ร้องจนเสียงแหบถึงแสบคอจันทร์ที่ 3 หรือยังคะ งั้นจะรอให้เราก็เปล่าดายใช่ไหมคะและคำว่าจันทร์ที่ 4 อยู่ในบรรทัด สุดท้ายนะคะในประโยคที่ว่า ไปมัวหมายจันทร์เจ้ากดข้าว ครบหรือยังคะ 4 ถ้าเราใช้วิธีการอ่านเราใช้วิธีการที่เราเรียกว่า สแกนนิ่งใช่ไหมคะการสแกนค้นเฉพาะคำที่เราต้องการแค่คำเดียวความว่า จันทร์ ต่อไปตัวอย่างที่ 2 ค่ะแบบฝึกที่ 2 น้องอ่านบทดอกสร้อยต่อไปนี้จงอ่านบทดอกสร้อยต่อไปนี้ และค้นหาคำว่าแมว คำว่าเหมียวและคำว่าหนู ว่ามีอยู่อย่างละกี่คำ แมวกี่คำเหมียวกี่คำ หนูออกหนูกี่คำ เริ่มค่ะ 1 นาทีค่ะ 1 นาทีผ่านไปเฉลยกันค่ะ แมวกี่คำลูก 2 เมียกี่คำลูก หนูกี่คำคะ 1 เพราะฉะนั้นราคา 321 ใช่ไหมคะเรียงกันใช่ไหมคะแมวมี สองเหมียวมี 3 หนูมีหนึ่งอ่ะใครตอบถูกบ้างนะคะ ต่อไปในหน้า 45 ค่ะ 45 หนูมี 1 ต่อไปข้ามไปหน้า 45 ค่ะ ห้ามไปหน้า 45 545 อ่านโจทย์ดูค่ะ ลองอ่านบทร้อยกรองต่อไปนี้และขีดเส้นใต้คำว่า และ สัตว์ ในนี้มีคำว่าป่าและสัตว์ อยู่ กี่คำ ขอให้เวลา 3 นาที อย่าลืมว่าเรากำลังอ่านเร็วอยู่นะคะอ่านเร็ว เพราะฉะนั้นการจำกัดเวลาคือการวัดว่าเราอ่านได้เร็ว เพียงใด ชื่อเรื่องการปลูกป่าค่ะ 3 นาทีนะคะ ภาษามีคำถามค่ะล่าม ภาษาถามว่ายังไงคะ ได้ยินไหม ไม่ได้ยินเสียงก็ไม่ได้ยินเสียง เสียงนะคะ คือในโจทย์อ่ะค่ะในโจทย์เขามีมีข้อความคำสั่งอยู่แล้ว ไม่ทำตามโจทย์ได้เลย น้องบอกว่าโอเคค่ะขอบคุณค่ะ งั้นตอนนี้นะครับเพิ่มเวลามาอีกนะคะเพิ่มเป็น 3 นาที ในนักศึกษา ใช้เวลาอีก 3 นาทีในการอ่านแล้วก็ทำกิจกรรม การหาคำ ไปหน้า 45 โดยให้หาคำว่าป่าและคำว่าสัตว์ ที่อยู่ในบทร้อยกรอง หน้า 45 ป๋ามีอยู่กี่คำ สัตว์มีอยู่กี่คำ ระบบคำตอบ ภายใน 3 นาทีค่ะ ได้คำตอบหรือยังคะได้แล้วนะคะทุกคนค่ะเฉลยพร้อมกัน มีคำว่าป่าอยู่กี่คำคะ เอายังไง 6 หรือ 7 ดีๆอ่ะใครวะ 6 ยกมือ ไหนว่าแจกยกมือ เอามาดูซิ 6 หรือ 7 ไม่นับชื่อเรื่องนะ ไม่ได้นับชื่อเรื่องไม่ได้นับชื่อเรื่องไม่ได้รับชื่อเรื่องก็จะมี บอกคำด้วยกันค่ะ 46 นะคะคำตอบคือ 6 คำ สแกนขึ้นเครื่องหรือยังสแกนคล่องแล้วใช่ไหม Spy ดูหน้า 46 นะคะดูหน้า 46 เนาะหน้า 46 ภาษากูต้องพิมพ์ผิดแน่ๆเลยอ่ะ 46 ค่ะ ชื่อเรื่องว่า เที่ยวทุ่ง ความยาวมากเลยนะคะ เป็นบทความค่ะ ผู้เขียนคืออาจารย์สพลายน้อยนะคะ จริงๆ 2 คือ นามปากกา ชื่อจริงของท่านคือสมบัติค่ะอาจารย์สมบัติพลายน้อย อาจารย์เขียนเกี่ยวกับเรื่องของ เที่ยวทุ่ง เขียนเรื่องบทความเขียนบทความเรื่องเที่ยวทุ่ง นักศึกษาอ่านแล้วตอบคำถามในหน้า 49 ค่ะเขียนคำตอบลงไปเลย กูจะให้เวลา 20 นาที อันนี้จะไม่ใช่การอ่านแบบสแกนนิ้วนะคะแต่เป็นการอ่านแบบสกิมมิ่ง อ่านละเอียดด้วยค่ะทั้งสกิมมิ่งและอ่านละเอียด 20 นาทีน่าจะไม่พอเดี๋ยวกูจะเพิ่มเวลาให้เป็น 30 นาทีเพื่อนๆด้วยนะคะ 30 นาทีแล้วตอบคำถามจำนวน 5 ข้อ อีก 30 นาทีเราจะมาเฉลยคำตอบกันค่ะ ตอนนี้ให้ทำกิจกรรมคือทำ แบบฝึกหัด อ่านบทความในหน้า 40 ถึง 49 เริ่มได้เลยค่ะ อีก 15 นาทีนะคะ เด็ก 9 นาที หมดเวลาแล้วค่ะ หมดเวลาสำหรับ การทำแบบ 5 ข้อแล้วค่ะ ตอนนี้เรามาดูเฉลยนะคะเรามาดูเฉลยกัน ก่อนที่เราจะเฉลยทบทวนใจความสำคัญของบทความเรื่องเที่ยวทุ่งกันก่อน เที่ยวทุ่งคืออะไรคะ เที่ยวทุ่งคืออะไร เที่ยวทุ่งคืนลักษณะของการท่องเที่ยวของคนในสมัยก่อน ใช่ไหมคะ ใช้อะไรเดินทางคะรถยนต์เวียน สัตว์ ใช้อะไรดีคะ ใช้เรือเป็นพาหนะในการ สัญจรหรือการ เดินทางเพื่อ ท่องเที่ยว กิจกรรมของการท่องเที่ยว หรือที่เรียกว่าเที่ยวทุ่งนั้น มีอะไรบ้างคะ ใครตอบได้บ้าง กิจกรรมของการท่องเที่ยว ถังน้ำ ของคนไทยในสมัยก่อน มีกิจกรรมอะไรบ้าง ตกปลา อะไรนะลูก ขายของ อะไรนะคะ เราตอบเฉพาะในเนื้อความในบทความนี้นะคะ ขายของทางเรืออ่านแล้วอาจจะพบได้นะคะในลักษณะของการค้าขายแต่นี่คือไป ท่องเที่ยวหรือไปพักผ่อน หย่อนใจ ฉะนั้นเวลาไปพักผ่อนหย่อนใจไม่น่าจะไปทำการค้าเพื่อหากำไรใช่ไหมคะ แปลเป็นลักษณะของหนึ่ง ไปตกปลาเพื่อเอาปลามานำเป็น อาหารนะคะ ในการ ไปเที่ยวครั้งนั้นๆ ตกปลาเสร็จทำอาหารกินกันตรงนั้นเลยใช่ไหมคะ อะไรอีกผู้หญิงไปทำอะไรคะ เก็บดอกบัวเก็บผัก ไปทำอาหารอาจจะทำอาหารในมื้อนั้นๆ ที่ไปปิกนิกกันเนาะสมัยก่อนก็น่าจะเป็นการปิกนิกนะลักษณะการปิกนิก เก็บผักไปทำอาหารกลิ่นหรือเก็บผักเผื่อไว้สำหรับการ ทำอาหารในมื้อเย็นนะคะ ขากลับได้ผัก ได้ สิ่งของใช่ไหมคะที่ได้จากการเดินทางทางเรือนั่นแหละนะคะเอากลับไปเป็นมื้ออาหาร ด้วย แต่สิ่งที่เราเห็นอยู่ในเนื้อความนี้จะเป็นลักษณะของการขยายความเหตุการณ์ต่างๆใช่ไหมคะ เช่น พูดถึงเรื่องของ การไปทุ่งใช่ไหมคะการไปทุ่ง ไปทุ่งกับเที่ยวทุ่งต่างกันไหม ต่างกัน ไป 19:00 น ก็คือการ ไปปลดทุกข์ ไปขับถ่าย แต่เที่ยวทุ่งเจอกันไปเที่ยว นิยมไปเที่ยวกันในฤดูไหนคะ ฤดูฝนล่ะคะ ฝนมีใครเที่ยวไหมลูก ฝนตกมีใครไปเที่ยวไหมคะไม่มีต้องรอให้ฝนอะไรก่อน หยุดก่อนนิยมเที่ยวในเดือนอะไรคะ เดือน 12 น้ำนองเต็มตลิ่งน้ำไหลแรงไม่ใช่เดือน 12 ไหลไม่แรงเป็นลักษณะของน้ำนิ่งพายเรือสะดวกไหมคะ สะดวกน้ำไหลเข้าไปในท้องนาใช่ไหมคะ เวลาพายเรือก็จะได้เห็นบรรยากาศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทุ่งดอกบัว ที่นี่เขาก็มีการขยายความใช่ไหมคะว่าในสมัยก่อนคนนิยมไปเที่ยวทุ่งดอกบัวขนาดไหน ถึงขั้นว่ะมีการเสด็จประพาส ทุ่งบัวของใครคะ ของรัชกาลที่ 5 ลงโปรโมทหรือชอบกัน เที่ยวทางน้ำได้ไหมคะว่ามีผู้หญิงคนนึง เรียกว่าเชิญใช่ไหมคะได้ทูลเชิญให้รัชกาลที่ 5 เสด็จผ่านที่นาของตนเอง ไม่รู้ว่ารัชกาลที่ 5 เป็นไงลูก ชอบมาก ชอบ นาบัว ที่นาของนางคนนี้มีบัวไหมคะ ไม่มีบัว อยากโชว์ ก็เลยไปเอาดอกบัว จากที่นาของคนอื่น มาปักเอาไว้ในเลนหรือตรง หวังจะหลอกใช่ไหมคะปวดนั่นแหละนะคะจะอวด ปรากฏว่าพอถึงวันเสด็จจริงๆ บัวมันสดชื่นไหม มันไม่ได้สดชื่นเพราะมันไม่มีรากมันไม่ได้หยั่งลึกลงไปในดินในตมใช่ไหม มันเป็นบัวที่ถูกนำมาปักไว้มันจะเห*่ยวเฉาในวัน รับเสด็จ มันจึงเป็นที่มาของคำว่า ว่าอะไรคะ คำว่ากรด นะคะเพราะนางผู้หญิงคนนี้ชื่อว่านางกรุดหรือสมัยก่อนเรียกว่า แดง ปลดนั่นเอง ก็แม่เขาก็พูดถึงเรื่องของดอกบัวใช่ไหมคะพูดถึงเรื่องของกิจกรรมทางน้ำนะคะอาหารการกินนะคะ ขยายความให้เห็นภาพค่ะ น่ารักๆของเรานะคะก็คือ 5 ข้อที่เป็นคำถามใจความสำคัญ ถ้าคราวนี้ค่ะมาดูเฉลยค่ะข้อที่ 1 ค่ะ คำว่าเที่ยวทุ่งหมายความว่าอย่างไร คำว่าเที่ยวทุ่ง หมายความว่าอย่างไร คำตอบคือ กิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้ำ ฟ้องผู้คนใน สมัยก่อน นิยมท่องเที่ยวในช่วงฤดูน้ำหลาก ถ้าใครตอบคำตอบโดยการนำเอาข้อความ จากในบทความมาทั้งหมด ถือว่าผิด เพราะ จะต้องมีการสรุป เป็นภาษาของตัวเรา แล้วเขียนตอบออกมา ได้ไหมคะ อันนี้อยู่ในขั้นของการอ่านละเอียดใช่ไหมคะ เราเรียนหลักการไปแล้ว รักการอ่านละเอียดจะต้องอ่านสรุปแล้วให้เป็น ความคิดของเรา ด้วยภาษาของเรา ดังนั้นคำตอบในข้อ 1 คำว่าเที่ยวทุ่ง ยังไม่ใช่การยกเอาข้อความในย่อหน้าที่ 1 เอามาตอบ คำตอบที่มัดยกมาก็คือการไปเที่ยวตามทุ่งนาในเวลาหน้าน้ำ น้ำเจิ่งไปทั่ว หน้าแล้งไม่มีใครไปเที่ยวทุ่ง ถ้ายกข้อความนี้มา แสดงว่า ไม่ถูกต้อง ไม่เข้าหลักการอ่านแบบละเอียด ก็มาค่ะข้อ 2 สำนวนน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง หมายความว่าอย่างไร คำตอบคือ คนพูดมาก แต่หาสาระใจความ ไม่ได้ หรือ คนพูดมาก แต่ไม่มีสาระ คำตอบคือประมาณนี้นะคะ ข้อ 3 ค่ะ คำว่ากรด เกิดขึ้นในสมัยใด และมีความหมายว่าอย่างไร คำถามในข้อ 3 นี้ เวลาตอบ อย่าเขียนแยกแยกบรรทัด อยากเขียนแยกบรรทัด เพราะจอด เขาเป็นคำถามเดียวกัน แต่มีคำถามย่อย อยู่ 2 คำถามเวลาตอบให้เขียนตอบต่อเนื่องกัน ใช้วิธีการเว้นวรรค เพื่อให้เห็นว่าย่อหน้านี้วัดนี้เป็นคำตอบที่ 1 วัดถัดมาเป็นคำตอบที่ 2 ห้ามเขียนข้อละบรรทัดนะคะตอบก็คือคำว่าโกรธ เกิดขึ้นในสมัย รัชกาลที่ และมีความหมายว่า การทำเหรียญแบบ หรือการสร้างขึ้นใหม่ เพื่อให้เหมือนของเดิมหรือของจริง ในบทความเช็คว่าทำเทียมใช่ไหมคะ เขาทำเทียมเราก็อาจจะต้องมาแปลความอีกรอบนึงว่าทำเทียมคืออะไร เพราะฉะนั้นเราขยายแบบนี้ถูกแล้วใช่ไหมคะนั่นก็คือการสร้างขึ้นใหม่ให้เหมือนของเดิมหรือ ของจริง ต่อไปข้อที่ 4 ค่ะ โจทย์เขาถามว่า จงยกชื่อพรรณไม้น้ำ ที่ปรากฏในเรื่องนี้มา 5 ชนิด ให้สังเกตที่คำว่า พรรณไม้น้ำ ชื่อพืชที่ปรากฏอยู่ในบทความนี้ ไม่ได้เป็นพรรณไม้น้ำทุกชนิด ดังนั้นเวลาเลือกตอบ เราจะต้องหาความหมาย ลักษณะ หรือที่มาของพืชแต่ละชนิด เพื่อให้เลือกชนิดของพืชมาตอบให้ถูกต้อง มีอะไรบ้างที่น่าจะเป็นพันธุ์ไม้น้ำ ทุกคนเปิดกลับไปดูตั้งแต่หน้า 46 ค่ะ ในหน้า 46 ย่อหน้าที่ 3 มีสายบัว ผักบุ้ง ย่อหน้าที่ 6 ผักสันตะวา ใบยู่ยี่ บัวสาย บัวหลวง หน้า 47 เมย์บัวผัน บัวเผื่อน บัวขาว บัวสาย ส่วนในบทร้อยกรอง ในเรื่องพระมาลัย ระบุถึงชนิดของดอกบัวแต่ละชนิดเอาไว้แล้ว เพราะฉะนั้นก็จะซ้ำกันกับที่อธิบายมาเมื่อกี้นี้ ต่อไปย่อหน้าสุดท้าย 2547 มีคำว่าดอกโสน ต้นมะกอกน้ำ ต้นมะดัน คำถามคือ ต้นมะกอกน้ำ ต้นมะดัน เป็นพรรณไม้น้ำใช่หรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ เพราะฉะนั้น 2 คำนี้ 2 ชนิดนี้เอามาตอบได้ไหมคะ ไม่สามารถเอามาตอบได้ค่ะ เพราะไม่ใช่พรรณไม้น้ำ ต่อไปหน้า 48 ค่ะ แพงพวย หญ้าปล้อง ต้นระกำ คำถามคือต้นระกำเป็นพรรณไม้น้ำไหมคะ Search หาข้อมูลได้นะคะ ไหนคะ search ใน Google ในวิกิพีเดียสารานุกรมพืช ได้ไหมคะ มีต้นกระจับ ต้นจอก ดอกบัว ตั้มกุ้ง สาหร่าย สายติ่ง เต่า บัวผัน ชักพิมพ์ตอบมาทั้งหมดนี้นำมาตอบได้ทั้งหมดเลยค่ะ ยกเว้นอะไรลูก ยกเว้น ต้นมะกอกน้ำต้นมะดัน ต้นระกำ ส่วนบัว เวลาตอบในข้อ 4 เราให้ตอบแค่คำว่า บัว ไม่ควรตอบแยกว่าบัวผัน เป็นคำตอบที่ 1 บัวสายเป็นคำตอบที่ 2 บัวขาวเป็นคำตอบที่ 3 นะคะ 5:00 น ตอบมัวทั้งหมดทั้ง 5 ชนิด ใครตอบมัวแต่เพียงอย่างเดียวแต่แยกชนิดมาถูกไหมคะ ไม่ถูก ต้องตอบให้ครบ 51 บัว 2 แพงพวย 3 หญ้าปล้อง กระจับ จอง อะไรคะก้ามกุ้ง 7 สาหร่าย 8 สายติ่ง 9 ตับเต่า เจ็บสันตะวา 11 ผักบุ้ง 11 ชื่อนี้ เอามาตอบได้หมดเลยค่ะ เลือกมาตอบแค่ชนิด ข้อสุดท้าย ข้อที่ 5 ในสมัยโบราณ ชาวบ้านใช้สิ่งใด บูชากัณฑ์เทศน์มหาชาติ คำตอบคือ ดอกบัวชนิดต่างๆ อย่างละ 1,000 ดอก ดอกบัวชนิดต่างๆอย่างละ 1,000 ดอก นี่คือคำตอบนะคะ อ้างอิงจากเนื้อความ ถ้าโจทย์เขาถามว่าในปัจจุบัน ผู้คนนิยมใช้อะไรในการบูชากัณฑ์เทศน์ ตอบดอกบัวได้เหมือนเดิมไหมคะ ดอกบัวหรือดอกไม้ชนิดอื่นๆ ใช่ไหมคะ เพราะอะไรเพราะว่าปัจจุบันความนิยมเปลี่ยนไปดอกบัวไม่ได้มีปริมาณมากเพียงพอ ถึง อย่างละ 1,000 ดอก เพราะฉะนั้นอันนี้คือปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอ้างอิงในเนื้อหา เขาบอกว่าบัวสารพัดชนิดบัวเผื่อนบัวขาวใช่ไหมคะ กลัวอะไรอีกคะ บัวสายใช่ไหมคะและครัวชนิดต่างๆ บัวหลวงก็ได้ แล้วแต่ว่าหยิบอะไรมา แสดงให้เห็นว่าอะไรคะสมัยก่อนอุดมสมบูรณ์มากเลยใช่ไหมคะดอกบัวเต็มทุ่งไปหมดเลย นึกภาพตามเวลาทำบุญทีดอกบัวหอมฟุ้งไปทั่ว จะเป็นยังไง งานบุญแต่ละครั้ง ดอกบัวเยอะขนาดนี้ ใช่ไหมคะงั้นจะได้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์และความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของคนไทยในสมัยโบราณ ดังนั้นย้อนกลับมาที่คำตอบคำตอบก็คือ นิยมใช้ดอกบัวชนิดต่างๆ อย่างละ 1,000 ดอก ใครตอบครบทั้ง 5 ข้อนี้แล้วนะคะเดี๋ยวเอาเอกสารเอาหนังสือมาส่งครูนะคะเดี๋ยวครูจะลงคะแนนให้นะคะแล้วคุณจะเซ็นกำกับแล้วลงคะแนนให้ เซ็นทรัลคาบนี้เลยนะคะ แล้วก็เหมือนเดิมนะคะ ที่เป็นการอ่านออกเสียงที่ครูให้ไปเติมใช่ไหมคะนายแบบฝึกหัด ภาษาเอามาส่งด้วย นิดในบทที่ 1 นะคะเราจบเนื้อหากันตรงนี้แล้วเราจะขึ้นบทที่ 2 แต่ในบทที่ 2 กูจะพาไปเที่ยวเรื่องของหลักการสอนอ่าน เนื้อความเอกสารอยู่ใน LINE กลุ่ม ที่ครูส่งให้แล้ว เพื่อนๆเด็กตาครูส่งให้แล้วนะลูกนะ ส่งให้แล้วนะคะบทที่ 2 เราใช้ฝ่ายนี้เพราะฉะนั้นครั้งต่อไปในการในบทที่ 2 ณนะคะจะเป็นเรื่องหลักการสอนอ่าน ในบทที่ 2 นี้นักศึกษาจำเป็นนะคะจะต้องเรียนรู้วิธีการสอนอ่านในรูปแบบต่างๆ และอาจจะต้องมีการแสดงบทบาทสมมุตินะคะ เกี่ยวกับเรื่องของการ สร้างเกมประกอบการอ่านนะคะการออกแบบกิจกรรมประกอบการอ่านด้วยการ เล่นเกม มีอยู่ในเอกสารที่ครูส่งให้แล้วนะคะในตอนท้ายในครั้งหน้า เดี๋ยวกูจะให้ทำงานกลุ่มนะคะแต่หลักๆคือห้องเรียนเรา ห้องนี้จะไม่เอื้อ เดี๋ยวกูขอไปทำการบ้านนิดนึงนะว่าครูจะทำยังไงดีนะคะกลับกับรูปแบบของการเรียนการสอนที่ ทำกระบวนการกลุ่ม นะคะ เดี๋ยวครูแจ้งไปใน LINE กลุ่มเนาะ ก็เดี๋ยวรวบรวมนะคะเอกสารทุกคนนะคะรวบรวมเอกสารส่งครูที่โต๊ะ เดี๋ยวกูจะคืนให้นะคะ มาเข้าแถวเลยก็ได้นะคะเข้าแถวต่อกันแล้วเดี๋ยวครูจะเสร็จแล้วก็ลงคะแนนให้ ถ้าลงใน iPad ใช่ไหมคะเดี๋ยวครู ถ่ายรูปค่ะกูจะถ่ายรูปของกูเอง โอเคค่ะสำหรับชั่วโมงนี้นะคะกิจกรรมในวันนี้นะคะบทที่ 1 เรา เช้านี้แล้วก็เตรียมกิจกรรมในบทที่ 2 ในครั้งต่อไป ขอบคุณล่ามนะคะตอนนี้ก็จะให้นักศึกษาได้แยกย้ายนะคะขอบคุณมากค่ะ