(อาจารย์จุลมณี) ทดสอบ ทดสอบ มีแค่นี้หรือ ข้างหลังมาข้างหน้านิดหน่อยเร็ว อย่าไปอยู่ไกล (เจ้าหน้าที่) สวัสดีครับ ล่ามยินเสียงไหมครับ ล่ามได้ยินเสียงไหมครับ ทดสอบนะครับ ฝั่งล่ามได้ยินไหมครับ ได้ยินแล้วใช่ไหมครับ ขอบคุณครับ (อาจารย์จุลมณี) สวัสดีพวกเรา รอบหน้านะ ถ้ามีการเรียนในชั้นเรียนนะคะ ให้เข้าก่อนเวลานิดหนึ่ง จริง ๆ เราเรียน 8 โมงนะ ครูนัดให้ 9 โมง ก็คือเผื่อไปกินข้าวเผื่อจะเดินขึ้นตึกอะไรเนี่ยนะฝากด้วย เราเป็นคุณครูและต้องมีวินัยแล้วก็ให้ตรงเวลานิดหนึ่งนะคะ ออนไลน์ก็เหมือนกันนะคะ ออนไลน์ให้เข้า... สังเกตแล้วครูจะเปิด Open เอาไว้ให้พวกเรานี่สามารถเข้า Zoom ได้ ก่อนเวลานะคะ ซึ่งเวลาเราเข้าเข้าชั้นเรียนหรือเข้าสู่ต่าง ๆ เนี่มันจะมี Record เอาไว้นะ ในนั้นตอนท้ายเทอมนี่ เราจะได้ประเมินตัวเองด้วย เพราะฉะนั้นจดบันทึกไว้ดี ๆ สมมติวันนี้ครูนัด 9 โมง แต่ว่าเรามา 9นะจะมา 9:30 นจดไว้ด้วยนะคะ เพราะว่าพอตอนท้ายเทอมนี่เราจะได้บันทึกสิ่งที่เราทำไปตลอดทั้งเทอมนี่ ภาพประวัติศาสตร์ชีวิตมีการเรียนวิชานี้เป็นอย่างไรบ้างนะคะ แล้วก็ครูจะให้มีการให้คะแนนตนเอง แล้วก็จับคู่ประเมินเพื่อรีเช็ก ว่าเรามีการวางแผนการเรียนอย่างไรบ้าง แล้วก็มีการจัดการบริหารจัดการเกี่ยวกับการส่งงาน การทำภาระ งานชิ้นงานอะไรต่าง ๆ เรื่องการลงเวลาไหม มีเขียนในเขียนได้แบบประเมินว่าส่งงานครบเลย แต่ว่าพ่อจับคู่แล้วรีเช็กกับเพื่อนนี่ได้คะแนนเต็ม แต่ว่าพอครูไปรีเช็กจริง ๆ สมมติงานมีทั้งหมดอยู่ 5 ชิ้นแต่ส่งไป 2 ชิ้น แต่เวลาประเมินตัวเองบอกว่าส่งครบทุกชิ้นอันนี้มีหักนะ แสดงว่าเราไม่ซื่อสัตย์ตัวเองนะคะ เพราะฉะนั้น คือ การเรียนทุกอย่างนี่ บางทีนี่ เพราะปกติแล้วครูจะไม่เช็กชื่อ ถือว่าให้เราประคองตัวเองรับผิดชอบตัวเองนะ กลุ่มเรามีเรียนจำนวนน้อย เพราะฉะนั้นคือต้องต้องช่วยเหลือกันนะคะ เพราะว่าเรามีทั้งนักศึกษาหลายแบบนะ หลายแบบ เพราะฉะนั้น เวลาเรียนนี่ครูอู๋ก็จะยืดหยุ่น เพื่อให้เรานี่สามารถเรียนรู้ไปพร้อมกันได้นะคะ ใครไม่เท่าเข้าใจตรงจุดไหนอย่าเงียบนะ ให้ถาม ให้ตั้งคำถาม เพราะวิชานี้มันไม่ใช่แบบเรียนเนื้อหาแล้วไปท่องจำเราไปสอบ แต่มันเป็นเนื้อหาที่เราต้องไปคิด แล้วเราจะต้องไปออกแบบหลักสูตรตอนปลายเทอม ออกแบบหลักสูตรตอนปลายเทอม เป็นหลักสูตรในระดับชั้นเรียนวันนี้ครูจะให้ดูว่า เอ๊ะ ก่อนที่เราจะไปจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนนี่ สิ่งที่เราจะต้องเกี่ยวข้อง นั่นก็คือหลักสูตรสถานศึกษาค่ะ หลักสูตรสถานศึกษามันมีอะไรบ้าง หลักสูตรสถานศึกษามันจะมีโครงสร้างหลักสูตรให้เราเห็น เพราะฉะนั้นก่อนจะเริ่มลงมือสอนวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าเราจะได้มอบหมายให้รับสอนวิชาภาษาไทย อังกฤษ คณิต แล้วแต่นึก ว่าสอนเด็กพิเศษอะไรนี่ในโรงเรียนต่าง ๆ นะ ที่เป็นโรงเรียนเฉพาะทางนี่ มันก็ต้องได้เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการเรียนรู้อยู่แล้วนะคะ จะมากจะน้อยก็แล้วแต่ แต่ว่าเราจะต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาที่เขามีให้ อย่าเพิ่งลงมือสอนนะคะ เราต้องเล็งอะไรก่อน ว่าในเล่มหลักสูตรเขามีอะไร สมมติเรารู้ว่าเราได้รับมอบหมายให้สอนวิชาภาษาไทยนี่นะ สอนวิชาภาษาไทย เราก็จะสอนเลยไม่ได้ต้องดูก่อนว่าสิ่งที่เราได้รับมอบหมายน่ะ มันมีขอบเขตอะไรบ้าง ใช่วิชาภาษาไทย แต่เขาให้สอนกี่หน่วยกิตเราต้องรู้ จำได้ไหม 1 หน่วยกิตมีกี่ชั่วโมงคะ ตอนที่เราเรียนชั้น ม. ปลาย การศึกษาขั้นพื้นฐาน วิชาพื้นฐานมีกี่ชั่วโมงคะ ถ้าเป็น 0.5 หน่วยกิตนี่ ในวิชาพวกศิลปะนาฏศิลป์ดนตรีต่าง ๆ กี่ชั่วโมง 1 หน่วยกิต เรียนใน 1 เทอม เราจะได้เรียน20 ชั่วโมงค่ะ 0.5 หน่วยกิตนะ อันนี้จำดี ๆ นะคะ มันจะมีออกข้อสอบด้วยนะคะ 0.5 หน่วยกิต เรียน 20 ชั่วโมงตลอดทั้งเทอม ส่วนใหญ่จะเป็นวิชาเลือกนะ แต่ถ้าเป็นวิชาพื้นฐาน อย่างเช่น พวกอังกฤษ คณิต ภาษาไทย สังคมอะไรต่าง ๆ นี่ หน่วยกิตมันจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 1 หน่วยกิตขึ้นไป เมื่อกี้ 0.5 หน่วยกิตเท่ากับ 20 ชั่วโมง ถ้า 1 หน่วยกิต มีกี่ชั่วโมงคะ 40 ชั่วโมงและ 1.5 หน่วยกิตล่ะ 60 2 หน่วยกิตล่ะ 80 ก็คือมันจะเพิ่มขึ้นทีละ 20 0.5 นี่ 20 ชั่วโมงนะ มันจะเพิ่มขึ้น 20 20 เพราะเรารู้ว่า อ๋อ คุณครูปองขวัญได้รับมอบหมายให้สอนวิชาภาษาไทย 2 หน่วยกิต แสดงว่าตลอดทั้งเทอมครูปองขวัญก็จะต้องบริหารจัดการแผนการสอนของตัวเองให้ได้ภายใน 20 สัปดาห์ ใน 20 สัปดาห์นั้น คือ 80 ชั่วโมง 80 ชั่วโมง พอเอามาย่อยเป็นสัปดาห์ คือ จัดให้นักเรียนเรียน ก็คือสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง ก็คือ 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เห็นไหมคะ แล้วในแผนการสอน สอนทีละ 2 ชั่วโมงน่ะ เราก็ต้องบริหารจัดการว่าเราจะทำอย่างไรให้สามารถจัดกิจกรรมได้ลงตัว และสอดคล้องกับจุดประสงค์ที่ตั้งเอาไว้ นี่คือขอบเขตที่ครูจะต้องคิด เราจะไม่สอนแบบสะเปะสะปะ คือต้องรู้น่ะ ต้องวางแผนเป็นนะคะ อย่างสมมติถ้าเป็นในระดับมหาวิทยาลัยน่ะ เราเรียน 16 สัปดาห์ ครูอู๋ก็ต้องดูก่อน ว่าคำอธิบายรายวิชาของวิชาพัฒนาหลักสูตรนี่ มันมีเนื้อหาอะไรบ้าง จะสามารถจัดภายใน 16 สัปดาห์ได้ไหม ให้มันสามารถจบ จบอย่างเดียวยังไม่พอ สอนครบเนื้อหายังไม่พอ ต้องบรรลุจุดประสงค์ที่เขียนเอาไว้ในแผนการสอนด้วย ปลายทางของรายวิชานี่ ผู้เรียน นักศึกษาจะต้องไปให้ถึง ถ้าครูอู๋สอนนักศึกษาแล้วไปไม่ถึงจุดหมายอย่างนี้ ตั้งเป้าจะไปถึงแค่อะไรนี่ ไว้สูง แสดงว่า 16 สัปดาห์ของครูอู๋นี่ยไร้ความหมายมากเลยนะพานักศึกษาไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ เพราะฉะนั้น คือ ครูอู๋ก็พาออกนอกลู่นอกทางนี่มันก็ไม่ได้ใช่ไหมคะ มันคือมันต้องมันต้องวางแผนในหัวนี่แหละว่าทำไมเราจะต้องเขียนแผนการสอน แล้วเขียนแผนการสอนก็จะต้องมีการดีไซน์ใช่ไหมคะ ดีไซน์ชั่วโมง Design กิจกรรมวิชาจุดประสงค์วิชาสื่อ Design ทุกอย่างเลยที่เกี่ยวกับการเรียนการสอนเพื่อนำพาผู้เรียนไปสู่เป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ เพราะฉะนั้น ในเล่มหลักสูตรสถานศึกษาเป็นสิ่งที่ครูทุกคนหรือว่าที่คุณครูจะต้องดูนะคะ ต้องดูเพื่อให้ได้เอามาบอกตัวเองว่าจะทำอย่างไร จะออกแบบอย่างไรนะคะ อันนี้ครูขึ้น Title ว่าคุณภาพการศึกษานะคะ สังเกตว่าการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนเห็นไหมคะ นักเรียนจำนวนมากนี่ เพราะว่าการสอนตัวต่อตัวนะ มันโอเคใช่ไหมคะ มันน้อยแป๊บเดียวเราจะบริหารจัดการอย่างไรแล้วมันเข้าใจอยู่คนเดียวแต่ถ้ามีตั้งแต่ 2-3 คนขึ้นไปนี่ งานเริ่มเข้าแล้ว งานเริ่มเข้าแล้ว เพราะครูผู้สอนจะต้องดีไซน์ทำอย่างไรก็ได้น่ะ แล้วก็เปิดโอกาสทำอย่างไรก็ได้ที่จะทำให้นักเรียนแต่ละคนที่เข้าใจไม่เท่ากันน่ะ ต้องใช้เทคนิคการสอน ทำอย่างไรให้เขาเข้าใจ ทำอย่างไรให้เขาได้ทบทวนสิ่งที่เราสอนอะไรนี่ คือเป็นโจทย์ที่ท้าทายนะ ที่ครูผู้สอนจะต้องออกแบบนะคะ นี่คือเล่มหลักสูตรแกนกลางค่ะ เล่มสีเทา ๆ นี้นะคะ อันนี้เป็นเล่มที่เขาทำขึ้นเป็นหลักสูตรฉบับปี 50 นะคะ ใช้มาจนถึงปัจจุบัน แต่ว่าตอนนี้เขาได้มีการปรับปรุงในส่วนของกลุ่มสาระภาษาไทย คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์นะคะ สังเกตว่ามันมี 8 กลุ่มสาระใช่ไหมคะ เขาไปเอาสาระในเทคโนโลยีเอาไปใส่ในวิทยาศาสตร์เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเราได้สอนวิชาการงานอาชีพ ปกติคำว่า "การงานอาชีพ" จะมีคำว่า"และเทคโนโลยี" ต่อหลัง ตอนนี้เหลือแค่การงานอาชีพอย่างเดียวนะ เพราะว่าเทคโนโลยีเอาไปใส่ในถ้าจำไม่ผิด สาระที่ 4 ของวิทยาศาสตร์ เดี๋ยวลองไปเช็กดูว่ามันไปอยู่ในสาระไหนนะ ของวิทยาศาสตร์นะคะ เพราะฉะนั้นเวลาเราดูเล่มนะคะ ให้ดูเล่มฉบับปรับปรุงปี 60 นะคะ ปี 60 ตอนนี้ครูส่งไฟล์ให้ใน LINE กลุ่มแล้วนะคะ ใบงานทั้งหมดในกิจกรรมที่จะทำในวันนี้ ครูส่งให้หมดแล้ว อย่าเพิ่งไปดูนะคะ เดี๋ยวค่อยไปโหลดตอนที่หลังจากเรียนเสร็จแล้วนะคะ โหลดเก็บเอาไว้ในเล่มของไอ้ตัวหลักสูตรแกนกลางฉบับปรับปรุงนะคะ แล้วก็พวกใบงานคำชี้แจงอะไรต่าง ๆ นะคะ เผื่อใครจะไปพรินต์เพิ่มเติมนะ แต่ว่าวันนี้ครูมีเอกสารให้ครูพรินต์มาให้แล้วนะคะ หลักสูตรค่ะ หลักสูตรจะเป็นตัวกำหนด ว่าโรงเรียนแต่ละโรงเรียนน่ะ จะมีการ Design หลักสูตร จะมีการดีไซน์รายวิชาที่ให้นักเรียนนี่เรียนมีอะไรบ้าง มีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างไร จะวัดประเมินผลจะตัดสินผลการเรียนอย่างไร จะออกเกรดอย่างไรนี่ นี่คือ... นี่คือหลักสูตรแกนกลางมันจะเป็นนามธรรมก่อน มันจะเหมือนกับเป็นวัตถุดิบอ่ะบอกตรง ๆ ว่ามันมีอันนี้ มีอันนี้ ๆ ๆ แล้วให้โรงเรียนชอปปิง โรงเรียน Shopping เสร็จปุ๊บมันก็จะเป็นเล่มนี้ออกมา คือ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนก็คือจะต้องถอดตัวเล่มสีเทานี่ เล่มหลักสูตรแกนกลางหลักสูตรชาติออกมาเป็นหลักสูตรโรงเรียน แต่สาระการเรียนรู้หรือมาตรฐานการเรียนรู้นี่มันเหมือนกันนะคะ มันเหมือนกัน เพียงแต่ว่าสิ่งที่แตกต่าง ก็คือโรงเรียนจะใส่จุดเน้นเข้าไป ซึ่งไม่เหมือนกับอันที่หลักสูตรชาติ หลักสูตรชาติจะเป็นนามธรรม แต่พอมาเป็นหลักสูตรโรงเรียนปุ๊บ การ scope ให้มันแคบลง ให้มันนำไปสู่การปฏิบัติมันจะชัดขึ้น แต่ถามว่าหลักสูตรสถานศึกษาเปรียบเหมือนกับวัตถุดิบนี่ หมู เห็ด เป็ด ไก่ มีหมู เห็ด เป็ด ไก่ มาให้ มีเครื่องปรุงมาให้กินได้หรือยังคะ ยัง ใครทำหน้าที่จะทำให้วัตถุดิบให้มันกินได้ ก็ต้องเป็นครอบครัว เป็นเชฟใช่ไหมคะ อันนั้นถ้าเปรียบเชฟหรือพ่อครัวนี่ย ใครที่เป็นเชฟในการปรุงการเรียนรู้ค่ะ ในโรงเรียน ก็คือครูใช่ไหมคะ ไม่ใช่ผอ. นะ แล้วพ่อครูน่าจะเป็นแรงหนุน ช่วยสนับสนุนส่งเสริมนะคะ คอยดูภาพรวม แต่คนที่จะเป็นเชฟฝีมือดี ก็คือพวกเราทุกคนนี่แหละที่จะเป็นคุณครู ครูมีหน้าที่ไม่ใช่มีหน้าที่สอนหนังสือนะ แต่ครูมีหน้าที่ในการสอนคนสอนวิชาการ บวกวิชาชีวิต วิชาชีวิตนี่ ต้องเติมเต็มให้ตัวเองให้สมบูรณ์ก่อน เพราะเราต้องไปเป็นต้นแบบ แต่วิชาการแล้วก็ต้องเติมเต็มเหมือนกัน ต้องอัปเกรดตัวเองเหมือนคอมพิวเตอร์ในไหมคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ทิ้งไว้สักเอาแค่ปีเดียวนี่ก็ล้าสมัยแล้วใช่ไหมคะ ครูก็เหมือนกัน ก็ต้องอัปเกรดตัวเองใช่ไหม อัปเกรดตัวเอง เพราะว่าเด็กมันเปลี่ยนไปนะ เทคโนโลยีก็เปลี่ยนอีก กว่าจะจบปี 4 เป็นอย่างไรคะ สิ่งที่ครูผู้สอนสอนเป็นแค่หลักการนะ แต่สิ่งที่พวกเราเรียนรู้น่ะ เรียนรู้จาก Case Studyเ รียนรู้จัก Content ใหม่ ๆ ครูจะให้เรียนแบบอย่างนี้นะคะ เพราะฉะนั้น เวลาเราทำกิจกรรมต่าง ๆ นี่ ในช่วงแรกจะทำตามหลักการก่อน แต่ว่าพอตอนท้ายเทอมตอนนั้นน่ะจะทำตามความถนัดและความสนใจ โดยเอา Content ใหม่ ๆ มาเป็นไอเดียแล้วก็ออกแบบ จะไม่ใช่เอา คอยมาเอาเนื้อหาจากหนังสือจ๋าเลยมาเขียน ไม่ใช่แบบนั้น ลักษณะของหลักสูตรมันมีความยืดหยุ่น มันจะต้องปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย จะมาเถนตรงไม่ได้ สมมติอีก 5 ปีข้างหน้านี่ มันอาจจะไม่มีอะไร... มันอาจจะไม่มีโรงเรียน สมมตินะ มันอาจจะไม่มีโรงเรียนเกิดขึ้น เราอาจจะได้สอนเป็นแบบเหมือนกับเปิดคอร์สออนไลน์นี้ก็ได้ ตอนนี้โลกมันไม่แน่ไม่นอน การพัฒนาหลักสูตรก็ต้องยืดหยุ่น ปรับไปตามยุคสมัยนะคะ เพราะฉะนั้นเล่มนี้จะต้องดู เพราะฉะนั้นทุกโรงเรียนมันจะมีหลักสูตรสถานศึกษา มีหลักสูตรพลศึกษาแขวนไว้ที่หน้าเว็บไซต์ อันนี้เป็นหน้าตาของหลักสูตรฉบับปรับปรุงนะคะ ให้เราดูหน้าตาตรงนี้ไว้ดี ๆ นะคะ มันจะเขียนว่ามาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ที่เราเรียนในระดับ ม. 4 5 6 ที่ผ่านมานี่ เราถูกเรียนด้วยการกำกับคุณภาพของแต่ละโรงเรียน ใครจบโรงเรียนไหนมาโรงเรียนจะมีการตั้งมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ซึ่งมาจากหลักสูตรแกนกลางเองนะคะ เราถูกสอนตามมาตรฐาน ข้อดีของการใช้มาตรฐานการเรียนรู้นี่ มันดีตรงไหน มันดีเวลาเรามีการย้ายกลางคันอย่างนี้ มันก็สามารถไปเทียบโอนได้ แต่ข้อเสียมีไหม มีเยอะเลย โดยเฉพาะการศึกษาของประเทศไทยนี่ มันเป็นแบบแผนปุ๊บนี่ความสวยงามมันไม่มี ครูให้พวกเรา... สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ที่ให้พวกเราได้ศึกษาโรงเรียนทางเลือกใช่ไหมคะ ส่งไปหรือยัง โรงเรียนทางเลือกพวกเราเห็นอะไรคะ เหมือนโรงเรียนของรัฐฯ ไหม มีอะไรที่เราเห็นบ้าง ไหนลองมาแชร์กันในห้องเรียนเห็นอะไรบ้าง คะ โอ๊ค โบ๊ทเห็นอะไรคะ เดินทางเลือกโรงเรียนอะไร เลือกทำในแท็บเล็ต โปรแกรมแท็ลเลต กระดาษโพสอิท ได้มาไหม จำได้ไหม อะตอม เลือกเรียนอะไรกลุ่มเดียวกันกับโบ๊ท เรียนอะไรคะ เป็นอย่างไรบ้าง แล้วเห็นอะไร มันต่างจากโรงเรียนที่เราเรียนไหม ต่างอะไรบ้าง ที่เราต่าง ไม่มีผิดไม่มีถูกนะ ตอบครูมาเลย วิธีการเรียนเข้าเป็นอย่างไร ต้องเรียนแบบ 8 กลุ่มสาระไหมคะ อะไรที่เป็นจุดเน้นของโรงเรียน เรียนเหมือนกันนะ แต่ว่าพอไปดูไส้ไหนแล้วนี่มันมีความสวยงามที่ซ่อนอยู่เยอะเลย ของหนึ่งนี่โรงเรียนอะไร อนุบาลกุ๊กไก่นี่มันต่างจากอนุบาลธรรมดาอย่างไร อนุบาลนครราชสีมาอย่างไร ถ้าเป็นอนุบาลทั่วไปล่ะ ทาแป้งแล้วก็นอน เห็นไหม ความสวยงามความแรงมันเยอะกว่า ของปองขวัญโรงเรียนอะไรคะ อนุบาลกุ๊กไก่ มีที่ไหนอีก ของดาวล่ะ ดาวได้โรงเรียนอะไรคะ ดาวดูหน้าจอแล้วก็สื่อสารกับครูมา ดาวเห็นอะไร ที่มันแตกต่างโรงเรียนของรัฐ แตกต่างจากโรงเรียนของรัฐ คุยกันตั้งนาน แล้วบอลล่ะบอล กลุ่มเดียวกันไหม ทบทวนนะ เดี๋ยวไปทบทวนว่าครูอยากให้เห็นนะ ว่าความแตกต่างของโรงเรียนทางเลือกกับโรงเรียนของราชภัฏแตกต่างกันมาก ๆ เลยนะ อย่างเรียน สมมติเขาจะปั้นให้เป็นนักแสดงยังนี่ นักแสดงศิลปะนักแสดงเขาก็จะดันนักเรียนเลย ให้มีความ ใครที่มีความสนใจด้านนี้ มันจะมาเรียนรวมกันว่าจะดันให้ไปสู่สิ่งที่นักเรียนถนัดนักเรียนชอบนี่ ก็มีนะที่เอาวิชาการเรียน 8 กลุ่มสาระ แต่ว่าคือเขาจะเรียนแบบบูรณาการมีเทคนิควิธีการเรียนที่มันแตกต่างกับโรงเรียนของรัฐตรงนี้ คือ ความสวยงามนะคะ บางโรงเรียนก็เรียนเกี่ยวกับทักษะชีวิต บางโรงเรียนก็เป็นโรงเรียนเกี่ยวกับทางด้านคุณธรรมอะไรต่าง ๆ นี่ใช่ไหม ไม่ต้องมาเรียนที่มันเกี่ยวกับพิธีกรรมเยอะอะไรนี่ นะคะ ทีนี้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดมันบอกอะไรครูคะ มันบอกว่าครูจะทำอย่างไรให้นักเรียนรู้และปฏิบัติได้ตามตัวชี้วัด มันเหมือนกับเป็นการตั้งเป้าน่ะให้เราน่ะ ว่าครูนะจะต้องไปหาวิธีการนะ หาเทคนิควิธีการสอนนะ ทำอย่างไรก็ได้ให้เข้าเป้า นี่คือหน้าที่ของครูผู้สอน โดยที่เราดูจากเล่มหลักสูตรสถานศึกษานี่ แล้วเราก็ไปคิดหาวิธีการนะคะ ตามความรู้ ความสามารถ ความถนัดเพราะฉะนั้น องค์ประกอบของตัวชี้วัดมันจะอยู่ในทุกกลุ่มสาระเลยค่ะ ถ้าเราดูนะ อันนี้สีเขียว ๆ สมมติว่าเป็นหลักสูตรสถานศึกษานะคะ ในหลักสูตรสถานศึกษาจะระบุมาตรฐานการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระเลย เห็นไหมคะ มีภาษาไทย วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศิลปะ ไปถึงจนถึงต่างประเทศ สาระภาษาต่างประเทศแล้วในแต่ละกลุ่ม มันจะแทรกมาตรฐานเข้าไป มาตรฐานเราต้องดู แล้วในมาตรฐานมันจะมีตัวชี้วัดกำกับ ว่าเป็นชั้นปีไหนนะคะ ข้างหลังมองเห็นชัดไหม หรือเราจะปิดไฟข้างหน้าไหม ทีนี้ในการออกแบบกิจกรรมนะ การออกแบบกิจกรรมก็สามารถทำได้หลายรูปแบบ ถ้าเราเป็นครูสอน จะใช้การบรรยายแต่ว่าคือการบรรยายนะไม่ค่อยดี สำหรับเด็กนักเรียน เอาไม่อยู่นะ เอาห้องไม่อยู่ แล้วก็วิธีการที่จะให้นักเรียนได้ทักษะจากการเรียนรู้ ก็ต้องให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ ไม่ใช่ฟังแล้วก็ท่องจำ ยุคใหม่ไม่ใช่จำแล้วก็เอาไปสอบนะ แล้วก็ในขณะเดียวกันเวลาเราสอนพูดสอน สมมติสอนภาษาไทยไม่ใช่ภาษาสอนภาษาไทยจ๋าเลย แต่ต้องสอนภาษาไทยไปกับสอนนิสัย นิสัยจำเป็นมาก คุณลักษณะนิสัยจำเป็นมาก สมมติครูอู๋สอนวิชาพัฒนาหลักสูตรน่ะ ครูอู๋จะเอาแต่หลักสูตรอย่างเดียว แต่ครูอู๋ไม่ได้สนใจเลย ว่านักศึกษาจะมาช้า มาสาย นักศึกษาจะส่งงาน จะขี้เกียจจะอะไรนี่ ครููก็ต้องมีการเตือน ต้องมีการให้การเสริมแรงให้ต้องมีการแบบกระตุ้น ว่าน่ะ เราจะไปเป็นครูนะ ครูก็ต้องบอกแนะนำอย่างนี้ คอยบอกแนะนำไปเรื่อย ๆ นั่นคือการบ่มเพาะนิสัยในชั้นเรียนไปเรื่อย ๆ บางทีการถ่ายทอดนิสัยไม่สามารถที่จะได้บอกอย่างเดียวนะ ว่าอะตอมเป็นคนดีนะ เป็นคนดีนะ แต่ครูอู๋ก็ต้องเป็นต้นแบบให้ดูด้วยใช่ไหมคะ ครูอู๋ก็จะต้องพูด ก็ต้องตักเตือนอะไรนี่ แล้วก็ใช้วิธีการได้หลายวิธีการ กว่าจะหล่อหลอมได้ตลอดทั้งเทอม เพราะการสอนคุณธรรม สอนนิสัย ไม่สามารถที่จะบอกได้ แล้วทำตาม ถ้านักศึกษาไม่เก็ต ว่าจะไม่เก็ตทั้งเทอมนะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนต้องใช้ความสามารถของครูผู้สอนนะคะ เพราะฉะนั้น ตอนที่เราเรียนมาเราจะเห็นไอ้พวกรหัสตรงนี้ค่ะ เห็นไหมคะ พวกรหัส ตอนที่เราเรียนเราจะไม่ได้สนใจหรอก เพราะว่าเราจะเห็นแค่รหัสรายวิชาอย่างเดียว แต่รหัสตัวชี้วัดเราไม่เคยรู้เรื่อง เพราะมันเป็นเรื่องของค รูแต่ตอนนี้เรามาเป็นครูแล้วต้องสนใจแล้วค่ะ เพราะมัน คือ มาตรฐาน คือ เป้าหมายที่ครูจะต้องพานักเรียนไปให้ถึง ข้อด้อยของการเรียน on site นี่ อย่างหนึ่ง คือ มันไม่มีการบันทึกนะ แต่ไม่รู้ว่าอันนี้บันทึกได้หรือเปล่านะ บันทึกใช่ไหม อ๋อเหรอ ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องเอาอันนี้นะไปทบทวน วิชาพัฒนาหลักสูตรมันจะมีความขนาดมันต้องอาศัย... มีความละเอียดอ่อนพอสมควร ในการที่กว่าจะเรียนรู้นะ เพราะฉะนั้นในตัวชี้วัดเห็นไหมคะ เราจะเห็นคำกริยาที่สะท้อนพฤติกรรมค่ะ เขาจะบอกมาเลย ว่าให้ทำอะไร ให้นักเรียนทำอะไรแล้วก็จะเห็นอะไรคะ เห็นสถานการณ์หรือบริบทเนื้อหา เห็นไหมคะ มันจะมาอยู่ 2 ตัว ในบางตัวชี้วัดจะมีการบอกคุณลักษณะไปด้วย สมมติการมีมารยาทในการอ่านจะมาด้วย สรุป คือ ใน 2-3 ประโยคนี่มันจะมีทั้ง K จะมีทั้ง A มีทั้ง P K คือ KNOWLEDGE ก็คือไอ้ตัวความรู้ T จะมีด้วยพวกคุณลักษณะพวกมาด้วย แต่ว่ามีของในสต๊อกมีแค่เคกลับ K กับ T ตัวไหนคือตัว k คะ สีเหลืองหรือสีชมพูอ ตัวไหนคะ สีชมพูเส้นสีชมพูในกรอบชมพูนี้ มันเป็นสถานการณ ์มันเป็นเนื้อหาที่จะต้องเรียนค่ะ เพราะอันนั้นมันเป็น K ถ้าเป็นสิ่งที่ให้นักเรียนปฏิบัติก็คือตัวนี้ค่ะ ปฏิบัติอะไร ปฏิบัติเปรียบเทียบ ก็คือช่องสีเหลืองตัวนี้นะ จริง ๆ ไม่ยากนะคะ เพราะฉะนั้นเวลาเราจะสอนนะ มันก็จะต้องมีการ Design โดยวิเคราะห์ตัวมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด Design แล้วก็ออกมาเป็นแบบอย่างนี้ค่ะ ตัวชี้วัดเป็นสาระ เป็นกิจกรรม เป็นสื่อเราสอนชั้นไหนเราก็ไปดูนะคะ สังเกตว่าอันนี้ตัวชี้วัดแล้วก็ถอดออกมาเป็นกิจกรรม อันนี้ครูสอนไปหรือยังนะ ยังนะคะ อันนี้คือเราอาจจะพอคุ้นบ้างผ่านตาบ้างตอนที่เราเรียนสมัย ม. 6 นะ เราจะเห็น ง. 30210 พวกเราลองเดาดูสิคะ ว่ามันอยู่ในกลุ่มสาระอะไร ง งู การงานอาชีพแล้ว 3 ตัวแรกมันนานแล้วนะ อาจจะลืม บางทีเรียนตอนที่เราเรียนอยู่นี่ อาจจะลืม เราจะจำได้ แต่มองครูอย่างเดียว ก็คือว่ามันอยู่ในกลุ่มการงานอาชีพ เพราะฉะนั้น ตัวอักษรแรกก็คือ... อันนี้มีออกสอบนะ จดไปเองนะคะ เป็นชื่อย่อของกลุ่มสาระค่ะ ง ก็คือการงานอาชีพ เลข 3 ตัวแรกเป็นระดับชั้น รู้สึกว่าจะมีอยู่ 2 ข้อนะ อยู่ในข้อสอบปลายภาคนะคะ เลข 3 เป็นระดับชั้น ตอนนี้มันเป็นเลข 3 มันแปลว่า ม.ปลาย วิชาการงานอาชีพนี้ อยู่ใน ม. ปลายค่ะ แล้วถ้ามันเป็นม 3 ถ้ามันเป็นเลข 2 ล่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่แสดงมอต้นถ้าเป็นเลข 1 หรอคะ เดี๋ยวครูจะบอกเทคนิควิธีการจำนะ ต่อไปค่ะ 0 0 คือ เป็นปีที่เรียน ถ้าเลข 0 ตัวนี้มันถูกเปลี่ยนไปเป็นเลข 4 แสดงว่าเรียนเรียนชั้นไหนคะ วิธีจำนะ ให้จำตัวเลขตัวแรกค่ะ เลข 3 ตัวนี้ เลข 3 มันเป็น ม. ปลาย เพราะฉะนั้น ถ้ามันเป็นเลข 4 ตัว ถัดมาเราก็ไปดูในส่วนของ ม.ปลาย นะคะ เลข 4 มันอยู่ในชั้น ป. 4 ป. 5 ป. 6 นะคะ เลข 3 เลข 3 จะเป็น ป. 5 ใช่ไหม มันเป็น ม.ปลายไง ตัวเลขผ่านมามันก็จะต้องเป็นระดับ 4 5 นั่นแหละนะคะ ถึง ม. 5 แล้วถ้าเกิดเลขเลข 0 มันกลายเป็นเลข 1 ล่ะคะ แสดงว่าเป็น ม. 4 พอเห็นวิธีการจำได้ใช่ไหม ดูตัวข้างหน้าค่ะ ถ้าเกิดตัวข้างหน้ามันเป็น ม. 2 แล้วข้างหลังมันเป็น... มันเป็นเลข 5 ตัว 2 มันเป็นม.ต้น ตัวถัดไปมันจะเป็น ม. ไหนคะ ม. ไหนคะ สมมตินะตัวถัดไปเป็นเลข 2 อย่างนี้มันก็ต้องเป็น ม.2 คือจำต้นกับปลายก่อน ส่วนที่เหลือมันก็จะเป็นระดับชั้นต่ำข้างหน้าเลขข้างหน้านั่นแหละนะคะ ถ้าข้างหน้ามันเป็น ม. ปลาย แสดงว่าไอ้ข้างหลังมันต้องเป็น ม .4 ม 5 ม 6ลักษณะมันเป็นมอต้นแสดงว่าตัวข้างหลังมันต้องเป็น ม. 1 2 3 เท่านั้นมันจะไม่ใช่หมอที่สูงกว่า จำง่าย ๆ แบบนี้ ส่วนตัวถัดไปค่ะ อันนี้เป็นประเภทของรายวิชา เลข 2 คือรายวิชาเพิ่มเติม แต่ถ้ามันเป็นเลข 1 แสดงว่าวิชาพื้นฐาน เอาแค่นี้พอนะคะ ตัวสุดท้ายมันเป็นแค่ลำดับเฉย ๆ นะคะ ไม่ต้องไปจำเพราะฉะนั้น จำหลัก ๆ อยู่แค่ตัวนี้ ตัวนี้มันมีแค่ 2 ตัวก็คือพื้นฐานกับเพิ่มเติมนะคะ จำแค่นี้ค่ะ ตัวเลขตัวแรกกับตัวที่ 2 พอ ก็จะทำข้อสอบได้แล้ว 2-3 ข้อนะคะ ทดสอบวิชาต่อไป ส. ตัวแรก คือ กลุ่มสาระสังคมศึกษา ลอง Test ดูสิคะ 2 ตัวแรกเป็นบอกอะไรคะ ม.ต้น หรือ ม.ปลาย ม.ต้น 3 ล่ะ วิชาเพิ่มเติม 2 ตัวข้างหลังไม่ต้องไปสนใจนะคะ คราวนี้เมื้อกี้นี้เป็นรหัสรายวิชาคณิต เรามาดูรหัสตัวชี้วัดครูผู้สอนต้องดูพวกนี้ให้แม่น ๆ นะ เดี๋ยวมันจะผิดข้อ ผิดมาตรฐาน ผิดสาระนะ เดี๋ยวเราไปสอนผิดนะ พอเราไปทำตารางวิเคราะห์นี่นะคะ ว อันแรกเป็นอยู่ในกลุ่มสาระอะไรคะ วิชานี้ รหัสตัวนี้ วิทยาศาสตร์ 1. ตัวแรก แนะนำก่อนก็แล้วกัน 1 ตัวแรกเป็นสาระที่ 1 มาตรฐานที่ 1 ส่วนตัวนี้ไม่ต้องไปจำ มันก็คือป. 1 ส่วนทับ 2 มัน ก็คือข้อนั่นเอง อันนี้จะง่ายหน่อยนะ จำแค่ 2 ตัวนี้นะคะ ตัวแรก คือ สาระ ตัวที่ 2 คือ มาตรฐานนะ พี่ล่ามก็ต้องเรียนรู้ เพราะเดี๋ยวต้องได้เอาไปแนะนำนะน้องแน่ ๆ เลย สอนเสริม แต่ในช่วงไหนนะถ้ามันมีบางเนื้อหาบางประเด็นการเรียนรู้ที่แบบมันจะต้องใช้เวลา แล้วมันมีความซับซ้อน อยากให้ครูอู๋ทบทวนผ่าน Zoom ให้นอกเวลา นัดกันได้เลยนะ นัดกันได้เลย ไม่ต้องเกรงใจเ รามาดู ตัวอย่างวิชาถัดไป 4 ตัวแรก คือ สาระที่ 4 2 ตัวที่ 2 คือ มาตรฐานที่ 2 อันนี้ ม. 3 นะ ข้อ 5 คือ ข้อรายละเอียดข้อที่ 5 นะคะ เห็นไหมคะ หลักสูตรสถานศึกษามันจะบอกอะไรบ้าง เราจะเห็นโครงสร้างเวลาเรียน เห็นอะไรอีก เห็นการจัดการเรียนในแต่ละเทอม ว่ามีวิชาอะไรบ้าง เทอม 1 เรียนอะไร เทอม 2 เรียนอะไร แล้วตอนสุดท้ายเราจะเห็นตัวนี้ค่ะ อันนี้แหละ ที่ครูผู้สอนเมื่อได้รับมอบหมายให้สอนแล้วเราจะต้องถอดตัวนี้เอาไปสอนในชั้นเรียนนะคะ ตอนนี้ตัวอย่างที่ครูโชว์นี่ มันเป็นคำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ถามว่าทำไมมันเป็นคำอธิบายรายวิชาเพิ่ม เติมตัวไหนที่มันเป็นตัวแตกต่างคะ ตัวนี้ค่ะ มันจะปรากฏคำว่า "ผลการเรียนรู้" เห็นไหมคะ แต่ถ้าเมื่อไหร่มันเป็นรายวิชาพื้นฐาน ตัวข้างล่างนี้มันจะปรากฏคำว่า "ตัวชี้วัด" เพราะฉะนั้นข้อที่มันแตกต่างกัน ก็คือว่าถ้าเราเห็นข้างล่างเราอยากรู้ว่ามันเป็นวิชาพื้นฐานหรือเพิ่มเติมดูข้างล่างนะ เมื่อไหร่ที่ปรากฏคำว่า "ผลการเรียนรู้" แสดงว่าเป็นวิชาอะไรคะ ผลการเรียนรู้เป็นวิชาเพิ่มเติม แต่ถ้าเมื่อไหร่มีคำว่า "ตัวชี้วัด" เป็นวิชาพื้นฐาน จำแม่น ๆ นะ นี่หน้าตาเห็นไหมคะ อันนี้เป็นตัวอย่างของวิชาพื้นฐานค่ะ เพราะเราเห็นตัวไหนคะ นี่แล้วเห็นข้างล่างตัวนี้ค่ะ ตัวชี้วัดโผล่มาที่แสดงเป็นพื้นฐานชัวร์ ๆ นั่นแสดงว่าเราต้องสอนให้ได้ตามมาตรฐานพัฒนาผู้เรียนให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่เขากำหนดเอาไว้ วิชานี้อยู่ในกลุ่มสาระการงานอาชีพ มีทั้งหมดอยู่ 6 ตัวชี้วัดเห็นไหมคะ ซึ่งเขียนรายละเอียดไหมคะ เขียนไหม เขียนแค่ไอ้ตัวรหัสเป็นตัวเลขอย่างเดียวนะ เป็นตัวเลขอย่างเดียว เพราะฉะนั้นหน้าที่ของครู คือ ต้องไปเปิดอะไรคะ ไ ต้องไปเปิดหลักสูตรสถานศึกษา ไปเปิดหลักสูตรแกนกลางเหมือนกันเปิดว่าไอ้ ม1.1 ม. 1/1 นี่ ประเทศสอนอะไร ให้เด็กรู้อะไร ปฏิบัติอะไรได้ นี่คือหน้าที่ของครูต้องไปดูนะคะ สอนวิชาอะไรก็ไปดูกลุ่มสาระนั้น ไปดูรายละเอียดตัวชี้วัดนั้น ๆ นะ เห็นไหมคะ เพราะฉะนั้น คำอธิบายรายวิชาเราจะเห็นส่วนที่เป็นหัว มันก็จะบอกรายละเอียด ว่าวิชานี้วิชาอะไร เราก็จะรู้ขอบเขต ว่าเรียนกี่ชั่วโมงตลอดทั้งเทอม มีหน่วยกิต มีกี่หน่วยกิตส่วนที่ 2 อันนี้เป็นส่วนเนื้อหาค่ะ เนื้อหาที่เราจะสอนตรงนี้แหละที่ครูจะต้องไปออกแบบ และส่วนสุดท้าย ตรงนี้ค่ะ อันนี้จะเป็นตัวชี้วัดที่เขาระบุ สังเกตว่าท่อนแรกเห็นไหมคะ มันจะเป็นตัว K ตัว K ตรงนี้แหละที่เราต้องไปดีไซน์ว่าเราจะใช้วิธีการออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบไหน ที่จะทำให้นักเรียนได้ความรู้นะค เรื่องบางเรื่องอาจจะไม่ต้องไปสอนก็ได้ ให้ Content ไป แล้วก็ไปอ่าน บางทีนี่ อ่านเองนะ เนื่องจากว่าระดับการการเรียนรู้ของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน บางคนเรียนรู้ช้า บางคนเรียนรู้เร็ว ครูต้องไปหาเทคนิควิธีการทำอย่างไรให้เขาเรียนรู้ได้ได้มีประสิทธิภาพที่สุด นั่นคือหน้าที่ของครูนะ ส่วนตัว P ตัวนี้ คือ เป็นทักษะกระบวนการค่ะ เรียนวิชานี้ สมมติเรียนวิชาครูอู๋นี่ ครูอู๋จะให้พวกเรามีการวิเคราะห์มีการสังเคราะห์มีการปฏิบัติออกแบบ ตัวนี้ตัว P การวิเคราะห์สังเคราะห์ออกแบบจะช่วยให้เราได้เข้าใจที่ลึกขึ้นเข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น ถ้าเรียนรู้เราไม่มีตัว P นี่ก็มันเข้าใจเนื้อหาได้ยาก ตัว P มันจะเป็นตัว เข้าใจเขาว่าขาดอะไรไหมคะ กระตุ้นเกิดการเรียนรู้ได้ดีขึ้นและซึมซับเนื้อหาได้ดีขึ้น ส่วนตัว A ตัว A ก็ใช้วิทยายุทธของของความเป็นครูนี่แหละสอนไปสอนนิสัยอะไรนะคะ ที่มันเกี่ยวข้องกับรายวิชาก็ได้เกี่ยวข้องกับนิสัยทั่วไป เป็นคุณธรรมพื้นฐานก็ได้นะคะ อีกนิดเดียว เดี๋ยวจะให้พักแล้ว เห็นไหมคะ ในทุกโรงเรียนก็จะมีการกำหนดด้วยว่าแผนนี้เรียนอะไร เรียนวิชาอะไร ก็จะมีแผนศิลป์คำนวณ แผนวิทย์ แผนศิลป์ภาษาใช่ไหมคะ เขาจะมีการแยกนะคะ ในเล่ม ปรากฏรายวิชาออกมาเลย พื้นฐานเพิ่มเติม เขาจะแยกไว้ ตัวชี้วัดดูได้จากที่ไหน ครูส่งไฟล์ให้ใน LINE แล้วก็คือดูได้ในหลักสูตรแกนกลาง ครูไม่ได้ให้เป็นเอกสาร เพราะว่ามันหลายร้อยหน้ามาก ๆ นะคะ เราดูเฉพาะในรายวิชาที่สอน ก็ดูจากไฟล์นั่นแหละ ดูจากไฟล์ ดูว่ามันมีรายละเอียดอะไรบ้าง แค่นั้นพอนะ เพราะว่าวิชาหนึ่งน่ะตัวชี้วัดมันเยอะ ยกเว้นกลุ่มวิทยาศาสตร์นี่แหละจะมีตัวชี้วัดเยอะที่สุดเลยนะ ที่ต้องสอนตลอดทั้งเทอม และเป็นวิชาที่หน่วยกิตน้อยน่ะ ตัวชี้วัดจะมีไม่กี่ตัวค่ะ ไม่ถึง 10 เพราะฉะนั้นก็ดูเฉพาะเนื้อหา ที่มันเกี่ยวข้องกับที่เขาจะสอนก็พอนะคะ ก็คือดูจากเล่มนี้แหละนะคะ ดูจากเล่มนี้ แล้วก็ไปดูในเฉพาะที่มันเป็นกลุ่มสาระที่เรารับผิดชอบ นี่ค่ะ มันจะบอก มาตรฐานก็ไปดูตรงต้นหัวนี่นะคะ ส่วนข้อก็ไปดูรายละเอียดชั้นที่เรารับผิดชอบ แล้วสอน ป. 5 ก็ไปดูชั้น ป. 5 ก็พอนะคะ ไม่ต้องไปดู ม. 3 ม. 4 ม. อื่น ๆ ดูเฉพาะวิชาที่ตัวเองรับผิดชอบ แล้วก็ดูข้อที่มันตรงกับที่เราสอนอันนี้ให้เห็นชัด ๆ นะคะ เล่มหลักสูตรแกนกลาง สมมติเราสอนกลุ่มการงานอาชีพ กลุ่มสาระการงานอาชีพเห็นไหมคะ มันจะปรากฏอะไรเอ่ย มันจะปรากฏสาระใช่ไหมคะ ปรากฏมาตรฐาน และปรากฏข้อตัวชี้วัดในแต่ละชั้นที่เราสอน สมมติตอนนี้ครูอู๋ให้... สมมติในคำอธิบายรายวิชาเราเจอว่าเราจะต้องได้สอน ง. 1.1 ป. 3/2 ไหนขอตัวแทนออกมาชี้หน่อยสิคะ ว่าเราต้องไปดูส่วนไหนบ้างในหน้านี้ อะตอมมาชี้ดีกว่า อะตอม สมมติได้โจทย์มา เห็นคำอธิบายรายวิชาข้างใต้นี่ เอาแค่ตัวชี้วัดเดียวนะคะ ง1.1 ดูส่วนไหนบ้าง 1 ตัวแรกคือสาระคือไปดูตรงไหน มาชี้ ไม่บรรทัด ไม่กล้า เอาอะไรมาก็ได้ออกมาสิคะ ให้ยืมปากกาหน่อยค่ะ ง 1.1 ง 1.1 ตัวแรกอยู่ตรงไหนคะ ง 1.1 ตัวแรกที่เราต้องไปดูมาตรฐาน ป. 3/2 ต้องไปดูช่องไหน ป. 3/2 คือ ไปดูข้อข้อที่ 2 เข้าใจไหม ลองดู เห็นไหมคะ ง 1.1 1.1 ก็คือสาระที่ 1 สาระที่ 1 มาตรฐานที่ 1 นะคะ ป. 3 ก็คือชั้นเป็นชั้นป. 3 นั่นแหละ ส่วนทับ 2 เข้าไปดูข้อที่ 2 ตรงนี้ โอเค สมมติวิชาถัดไปค่ะ เราเห็นโจทย์ในคำอธิบายรายวิชาเป็นตัวนี้ค่ะ 1.3 ม. 4/6 โบ๊ทมาสิคะลุกหน่อย ฟังอย่างเดียว 1.3 คือ โอเค ม. 4/6 คือ ดูช่องไหน ช่องนี้ คือ ง่ายไหมเอาไปทำเองอย่าลืมนะ ยากนะ คือพอเราเห็นตัวหนังสือเยอะน่ะเรารู้สึกว่าหวั่นใจน่ะ ว่ามันจะยากหรือเปล่า แต่ที่จริงมันไม่ยาก ไม่ยาก 1.3 คือดูตรงนี้ค่ะ แล้วก็ดูช่องนี้ ข้อที่หนึ่ง ต้องไปดูข้อหนึ่งนั่นแหละ ก็ไปถึง workshop แล้วค่ะ ที่เราจะได้ฝึกทำกันเป็นรายบุคคล แบ่งให้ช่วยกันทำได้ จับคู่กันนะคะ จับคู่กันนะ คำอธิบายนะ ครูส่งให้ใน LINE กลุ่มแล้วนะคะ มีในเอกสารด้วย เพราะฉะนั้น เวลาเราทำกิจกรรมนี้เป็นลักษณะจับคู่นะ การจับคู่ไม่ได้แปล ไม่ได้แปลว่า ให้ทำอย่างไร แกเข้าใจไหม แกทำให้ฉันหน่อยสิ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ถ้าอย่างนั้นจะไม่ใช่ใช้เทคนิค Think Share เทคนิคการจับคู่ที่ครูให้พวกเราทำกัน ก็คือเขาเรียกว่าเทคนิค Think pair share ก็คือร่วมกันวิเคราะห์งาน เราเห็นอะไรนะคะ อันนี้ก็มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน แชร์ความรู้กันว่ามันมีประเด็นนี้นะมันมีประเด็นนี้นะ ถ้าอย่างนี้จะได้ประโยชน์ในการใช้เทคนิค Think pair Share นะ กิจกรรมนั่น ก็คือให้เราลองวิเคราะห์ดูนะ ว่าคำอธิบายรายวิชาที่เราได้รับนี่ มันมีข้อความตัวชี้วัด มีรายละเอียดใดบ้าง เพราะในคำอธิบายรายวิชามันให้แต่รหัสมาเฉย ๆ เราก็ต้องไปเหมือนกับไป... เหมือนเล่นเกมอย่างหนึ่งก็แล้ว ก็เหมือนไปเล่นเกมนะ อย่าคิดว่าเป็นข้อสอบให้เราดูว่ารหัสไหม มันบอกรายละเอียดอะไร อันที่ 2 ให้ทำไฮไลท์ ใครมีปากกาไฮไลท์นะคะ ก็ไฮไลท์ หรือจะทำผ่านคอมพิวเตอร์ก็ได้นะคะ ก็ได้แล้วก็พิมพ์แยกสีให้ชัดเจน จากนั้นก็เขียนสรุปความเห็นเขียน Comment ว่าตัวอย่างที่เราได้รับนี่ เขาเขียนเป็นอย่างไรบ้าง บางโรงเรียนนะถึงแม้ว่าจะเป็นหลักสูตรที่เผยแพร่ออกมานี่ในสังคมกว้าง แต่เขาเขียนยังไม่สมบูรณ์ บางทีก็เขียนวกวน บางทีก็เขียนมีชั้นเชิง ตัวชี้วัดหนึ่งที่อาจจะตัดต่อแยกขาต่าง ๆ เพื่อให้มันมีความสละสลวย เพื่อให้มันต่อกับตัวชี้วัดก่อนหน้าอะไรนี่ ซึ่งก็เป็นเทคนิคของแต่ละโรงเรียน เพราะฉะนั้นตัวอย่างที่เอาให้นี่ เป็นตัวอย่างไม่สมบูรณ์ มันจะมีตัวชี้วัดที่เกิน มันจะมีตัวชี้วัดที่ขาดอยู่ เราลองฝึกดูนะ เพราะบางทีน่ะไอ้สิ่งที่เราได้รับมานี่เขาเขียนไม่ถูก แล้วก็ไม่ใช่หลับหูหลับตาสอนตาม เพราะฉะนั้นมันก็ต้องมีการ รีเช็กว่าคำอธิบายรายวิชาที่เราได้รับมัน มันถูกไหมนะคะ มา เรามาลองทำดูนะ ให้ล่ามได้พักดื่มน้ำ เอกสารที่เราจะได้รับนะคะ ก็จะมีใบงานนะ กิจกรรม 1 ใบงานกิจกรรม 1 นะคะ แล้วก็จะมีคำชี้แจง มีตัวอย่างให้ด้วยนะคะ มีตัวอย่าง เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องกังวล ครูเตรียมมาให้หมดแล้ว อ๋อ อีกนิดหนึ่งนะ เนื่องจากว่าให้จับคู่กัน เคสจะไม่เหมือนกันนะคะ มีเคส A กับเคส B หมายเลขรหัสคนแรกหมายเลขอะไรคะ หมายเลขอะไรคะ 3 ตัวหลัง 101 เพราะฉะนั้น 101 จะได้เคส B 102 จะได้ 101 จะได้เคส A 102 จะได้เคส B ค่ะ จะไล่ลำดับกันไปนะ 103 คือ A 104 คือใคร B ไปสอบกันไปนะเพราะฉะนั้นจับคู่ตามเลขที่นะคะ จะพูดตามเลขที่เอกสาร ใครรหัสอะไรก็รับเคสไป ไม่เหมือนกันนะเคส A สีเหลือง เคส B สีฟ้า เพราะฉะนั้น เอกสารที่จะได้รับจะมีอยู่ทั้งหมดอยู่ 4... 2 3 4 ชุด 4 ฉบับค่ะ มารับเลยค่ะ พอรับไปเรียบร้อยแล้วก็พักผ่อน พักเข้าห้องน้ำ 5 นาที พอบอกพักผ่อนมันจะยาวไป จะได้รับเอกสารคนละ 4 ชุด มารับได้เลยค่ะ ลูกมารับเลย โอเค เดี๋ยวให้พวกเราไปทำเป็นการบ้าน ทดสอบ ทดสอบทดสอบ 1 2 3 โอเค โอเค เดี๋ยวไปทำเป็นการบ้านต่อนะคะ กิจกรรมนี้เราก็จะได้ฝึกนะ ว่าตัวชี้วัดมันอ่านอย่างไร ไปดูช่องไหนนะคะ เพราะฉะนั้น ก่อนจะสอนเราจะต้องดูคำอธิบายรายวิชาที่โรงเรียนให้มาเสมอ ซึ่งก็ต้องดูว่าดูว่ามันถูกหรือผิดนะคะ แต่ว่าสิ่งที่เราจะยึดน่ะคือยึดตามจำนวนตัวชี้วัดที่เราได้รับนะ ไม่ใช่ไปยึดตามตัวหนังสือนะคะ บางโรงเรียนเทคนิคการเขียนจะไม่เหมือนกัน เขาเขียนครบแต่บางทีเขาย้ายตำแหน่ง บางทีอาจจะไม่เห็นในเขต จะเข้าย้ายตำแหน่งเอา บางตัวนี่ เอาไปซ่อนไว้ใน P ก็มีเอาไปซ่อนไว้ใน A ก็มีแล้ว แต่วิธีการ แต่ว่าสามารถเช็คกดูแล้วก็ครบอย่างนี้เป็นต้นนะประมาณนี้ค่ะ ไปพัก เดี๋ยววันไหนที่เขาทำ Workshop ที่มันจะต้องทำงานกลุ่มนะ ถ้าเราเรียน On site เราไปเรียนตรงข้างหน้าจะดีกว่า ก็คือมาฟังการสรุปความรู้เสร็จแล้ว เราค่อยออกไปข้างนอกอย่างนี้ แต่รอบหน้าก็จะเป็นออนไลน์นะ ออนไลน์ เรียบร้อยแล้วค่ะ ล่าม ขอบคุณค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]